BANGKOK RECORDER


BANGKOK RECORDER

Vol. 1 เล่ม ๑ บางกอก เดือน อ้าย แรม ค่ำ หนึ่ง จุลศักราช ๑๒๒๗ Dec. 4th 1865 กฤษศักราช ๑๘๖๕,ใบที่ ๑๙ No. 19

คอนสติตุะชัน คือ กฎหมาย เปน หลักเมือง อเมริกา
ต่อ ที่ มี ใน หน้า ๑๕๐
๏ ส่วนที่ ๘ ๚ะ

๏ คอนเครัศ จะ มี อำนาถ ตางๆ ตาม ที่ จะ กล่าว ต่อไป ใน
เบื้อง หน้า นี้, คือ ว่า,

๏ ข้อ ที่ ๑. มี อำนาถ ที่ จะ จัด แจง ส่วย สัด พัฒนา กร, แล
เกบ เอา ค่า ธรรมเนียม ทั้งปวง นั้น ๆ ทุก อย่าง, แล ใช้ นี้ จัด
แจง ป้อง กัน เพื่อ ประโยชน์ เมือง ยูในติศเทศ. แต่ บันดา ค่า
ธรรม เนียม นั้น, ต้อง ให้ ตั้ง เสมอ กัน ทุก หัว เมือง ตลอด เมือง
ยูในติศเทศ,

๏ ข้อ ที่ ๒. ให้ มี อำนาถ ที่ จะ ยืม เงิน ได้, เพราะ ความ ที่ จะ
อาไศรย ด้วย เมือง ยูในติศเทษ นั้น, ว่า เปน เมือง มั่น คง เปน
ที่ ไว้ ใจ ได้.

๏ ข้อ ที่ ๓. ให้ มี อำนาถ ที่ จะ จัด แจง การ ค้าขาย ใน ต่าง
ประเทษ, แล ใน ท่ากลาง หัว เมือง ทั้งปวง, แล ด้วย พวก อินเดียร
ต่าง ๆ (คือ ชาว ประเทษ อเมริกา เปน ชาวป่า แต่ เดิม นั้น.)

๏ ข้อ ที่ ๔. ให้ มี อำนาถ ทำ กฎหมาย, ให้ ใช้ เสมอ ทั่ว
เมือง, สำรับ จะ รับ คน ต่าง ประเทษ ให้ เข้า เปน ชาว เมือง, แล
กฎหมาย สำรับ การ ล้ม ลง, สำรับ ใช้ ตลอด ทั่ว เมือง ยูในติศเทษ.

๏ ข้อ ที่ ๕. ให้ มี อำนาถ, ทำ เงินตรา แล จัด แจง ราคา
เงินตรา นั้น, แล จัด แจง ราคา เงินตรา ต่าง ประเทษ ด้วย, แล
ตั้ง การ ตาชั่ง ตะเต็ง สำรับ ชั่ง ของ, แล สัด ถัง, ทนาน, สำรับ
ตวง สิ่งของ ต่าง ๆ.

๏ ข้อ ที่ ๖. ให้ มี อำนาถ ลง โทษ, แก คน ที่ ทำ ตั๋ว ปลอม
แล เงินตรา ปลอม แห่ง เมือง ยูในติศเทษ.

๏ ข้อ ที่ ๗. ให้ มี อำนาถ, ตั้ง ที่ สำรับ รับ แล แจก หนังสือ ฝ่าก
ทั้งหลาย, แล ตั้ง หนทาง สำรับ คนถือ หนังสือ ฝ่าก นั้น ไป ด้วย.

๏ ข้อ ที่ ๘. ให้ มีอำนาถ ที่ จะ จัด แจง ให้ สิบปะสาศร วิชา
การ ต่างๆ บังเกิด ดี ขึ้น ใน เมือง, โดย ให้ มี ตรา คุ้ม ห้าม มิให้
ผู้อื่น ทำ ตาม วิชา ที่ คิด ได้ ขึ้น ใหม่ นั้น, กว่า จะ สิ้น เวลา ที่ มี ตรา
คุ้ม ห้าม ไว้แล.

๏ ข้อ ที่ ๙. ให้ มี อำ นาถ ตั้ง ที่ วินิจฉัย รอง ที่ ตัดสิน ใหญ่
ลง มา, แล มี อำนาถ จะ สำแดง เปน แน่ ว่า, การ อย่าง ไร ควร
จะ เรียก ว่า, สลัด พวก กอง โจร,การ อย่าง ไร, ควร จะ เรียก ว่า,
เปน การ ปล้น ที่ ใน ท้อง ทเล นั้น, แล การ อย่าง ไร ควร จะ เรียก
ว่า, เปน การ ผิด กฎหมาย สำรับ อยู่ ใน กลาง ต่าง ประเทษ.

๏ ข้อ ที่ ๑๐. ให้ มี อำนาถ ที่ จะ สั่ง ให้ ทำ การ ศึก สง คราม,
แล ที่ จะ ให้ มี หนังสือ อนุญาต ให้ จับ เรือ แห่ง พวก ฆ่า ศึก, ฤๅ
สิ่ง ของ อื่น แห่ง ฆ่า ศึก. แล จัด แจง กฎหมาย ว่า กล่าว ด้วย สิ่ง
ของ ที่ จับ ใน ที่ บน บก, แล ท้อง น้ำ นั้น.

๏ ข้อ ที่ ๑๑. ให้ มี อำนาถ ที่ จะ บำรุง เลี้ยง กอง ทับ บก แต่
เงิน บำรุง กอง ทับ ที่ จะ สั่ง ให้ แจก นั้น, จะ เบิก ออก ไว้ เผื่อ
เพียง สอง ปี ก็ ได้. ถ้า เกิน กำหนฎ สอง ปี นั้น ไป ไม่ ได้.

๏ ข้อ ที่ ๑๒. คอนเคร์ศ มี อำนาถ ที่ จะ ตั้ง, แต่ เท่า นั้น
แล บำรุง ทับ เรือ

๏ ข้อ ที่ ๑๓. ให้ มี อำนาถ ทำ กฎหมาย, แล คำ สั่ง สอน
สำรับ กอง ทับ บก แล ทับ เรือ.

๏ ข้อ ที่ ๑๔. ให้ มี อำนาถ เรียก ชาย สกรร ออก มา เปน กอง
ทับ, เพื่อ จะ ได้ รักษา กฎหมาย ทั้งหลาย สำรับ เมื้อง ยูในติศเทษ,
แล ให้ การ จุลาจล ราบ คาบ สงบ ลง, แล ป้อง กัน มิ ให้ ฆ่า ศึก
ศัตรู ล่วง เข้า มา ใน เขตร แดน.

๏ ข้อ ที่ ๑๕. ให้ มี อำนาถ ที่ จะ จัด แจง ตั้ง ชาย สกรร เปน
กอง ทับ, แล ให้ มี เครื่อง สาตราวุธ ไว้ พร้อม, แล้ว ให้ ฝึก สอน
ให้ ชำนาญ ใน การ ศึก. แล มี อำนาถ เพื่อ จะ บังคับ ใน กอง ทับ ที่
ได้ รับ ใช้ การ แห่ง เมื้อง ยูในติศเทษ, แต่ ยอัม ให้ หัว เมือง ทั้ง
ปวง, ตั้ง นาย ทหาร เหนือ ชาย สกรร ที่ ได้ จัก ออก มา จาก เมือง
ของ ตัว นั้น. แล้ว ให้ ฝึก สอน ตาม ธรรมเนียม ที่ คอนเคร์ศ
ได้ สั่ง สอน ไว้.

๏ ข้อ ที่ ๑๖. ให้ มี อำนาถ ที่ ใน หัว เมือง ไก ๆ, ได้ ยก
ตั้ง ให้ เปน เมือง หลวง, มี แต่ ด้าน ละ สิบ ไมล์ ทุก ๆ ด้าน แล
ที่ คอนเคร์ศ, ให้ เปน ที่ สำรับ ว่า ราชการ ได้ รับ ตั้ง ไว้ แห่ง เมือง ยู
ในติศเทษ นั้น, คอนเคร์ศ จะ มี อำนาถ บังคับ ใน ที่ นั้น, ไม่ มี ผู้
ใด ที่ จะ ขัด ขวาง ห้าม ปราม ได้. แล มี อำนาถ เปน สิทธิ์ ใน
ที่ อื่น ๆ ทั้ง หลาย ที่ หัว เมือง ได้ ยอม ให้ ซื้อ ฤๅ ยก ให้ เปล่า ๆ
สำรับ ที่ จะ ทำ ป้อม, แล ที่ จะ ไว้ ดิน ปืน, แล เครื่อง สาตราวุธ ทั้ง
ปวง, แล ที่ สำรับ เปน อู่ ไว้ เรือ รบ, แล สิ่ง ของ อื่น ที่ เมือง ยูใน
ติศเทษ จะ ต้อง การ ทำ.

๏ ข้อ ที่ ๑๗. ให้ มี อำนาถ ที่ จะ ทำ แต่ บรรดา กฎหมาย
ซึ่ง จะ ต้อง การ ให้ อำนาถ เหล่า ที่ ว่า มา นี้ ให้ สำเร็จ โดย ดี, แล
อำนาถ ทั้ง ปวง อื่น ๆ ที่ บท คอนซติติวชัน นี้, ได้ ยก สรวม ใส่
ที่ เมือง ยูในติศเทษ, ฤๅ ที่ ตำแหน่ง, ฤๅ ขุนนาง ใด ๆ ใน เมือง
ยูในติศเทษ นั้น.


๏ ส่วน ที่ ๙ ๚ะ

๏ ข้อ ที่ ๑. ความ ที่ คน ต่าง ประเทศ, ที่ หัว เมือง ใด ๆ จะ
เหน ควร จะ รับ ไว้ ให้ อาไศรย อยู่ นั้น, คอนเคร์ศ จะ ไม่ ห้าม,
ก่อน เวลา คฤษ ศักราช ๑๘๐๘ ปี. แต่ จะ เรียก เอา ภาษี ข้า
ธรรมเนียม ขา เข้า ไม่ เกิน คน ละ สิบ เหรียญ ก็ ได้.

๏ ข้อ ที่ ๒. ซึ่ง ความ ที่ เปน ประโยชน์, ที่ ยอม ให้ คน ทั้ง
ปวง มี อำนาถ เอา ตัว ของ ตัว นั้น, (คือ ว่า ถ้า จับ ไว้ เปน โทษ, ฤๅ
จำ จอง ผิด ด้วย กฎหมาย, จะ เรียก เจ้า พนักงาน มา เขียน หนัง
สือ ให้ เอา ตัว ออก จาก ที่ จำ จอง ไป ชำระ ใหม่ ก็ ได้,) ความ ประ
โยชน์ นั้น จะ ไม่ ให้ ยก เสีย, เว้น ไว้ แต่ คราว ที่ บังเกิด การ กระ
บถ, เปน ศึก ขึ้น ใน เมือง, ฤๅ ฆ่า ศึก เข้า มา ใน แดน เมือง,
ซึ่ง จะ ต้อง การ ยก เสีย, เพื่อ จะ ได้ รักษา เมือง ให้ พ้น จาก
อันตราย.


๏ เรื่อง สิงหโต ๚ะ

๏ ยัง มี นาย ทหาร อังกฤษ สาม คน, ที่ ได้ เที่ยว หา ยิง สิงห์
โต. ครั้น เขา บุก ป่า ไป ช้า นาน เขา มี ความ ปราถนา เพื่อ จะ ภบ
ที่ ๆ สิงห์โต อาศรย ก็ มิ ได้ ภบ. จึ่ง คิด ว่า สิงโต นี้ เหน จะ ไป
เสีย ทาง อื่น แล้ว, จึ่ง ตั้งใจ ว่า เรา จะ ไม่ ให้ หนี ไป ได้. แล
คน ทั้ง สอง ก็ ขึ้น หลัง ช้าง ไป, เพื่อ จะ ได้ ภบ ทาง ที่ สิงโตห์
เดิน, แต่ กับตัน วูดเฮา หา ไป ไม่, เพราะ เขา ได้ เหน รอย สิง
โต อยู่ แล้ว. เขา ตั้งใจ แขง แรง ว่า จะ ตาม รอย นั้น ไป. จึ่ง
บุก รก ไป อีก หน่อย หนึ่ง ก็ ได้ เหน สิงโต นอน ฟุบ อยู่. เขา จึ่ง
ยิง สิงโต แต่ หาก ถูก ไม่. แล้ว ก็ ถอย หลัง ไป เพื่อ จะ ประจุ ปื้น.
จึ่ง ภบ เพื่อน ของ เขา ที่ มี ชื่อ ว่า ลูเตล์นัต เดล์ลีเมง, ที่ ได้ ลง
มา จาก หลัง ช้าง เมื่อ ขณะ ได้ยิน เสียง ปื้น ดัง นั้น. แล เขา ได้
ชี้ บอก ให้ ลูเตล์นัด เดล์ลีเมง ดู, จะ ได้ รู้ ว่า สิงโต อยู่ ที่ นั่น ๆ,
เขา ได้ บอก ว่า, บัดเดี๋ยว ข้าพเจ้า จะ เดิน ตาม ไป. ฝ่าย ลูเตล์
นัด เกส์ลีเมง เดิน ไป ได้ สิบห้า เก้า, ก็ ภบ สิงโต, ได้ ยิง แต่ หา
ตาย ไม่, สิงโต ก็ โกรธ โดด ไล่ ลูเตล์นัด เดล์ลีเมง. ครั้น กับ
ตัน วูกเฮา ได้ เหน ดัง นั้น จึ่ง คิด ว่า, ถ้า แม้น ถอยหลัง ไป ก็ จะ
ตรง ทาง ที่ สิงโต เดิน, จึ่ง ยืน นิ่ง อยู่ เพื่อ สิงโต จะ มิ ได้ เหน
ได้. ครั้น สิงโต เดิน ตรง มา ก็ เหน กับตัน วูดเฮา เข้า, ก็ คำราม
ร้อง ด้วย เสียง อัน ดัง, ตรง เข้า มา หัก ปื้น กับตัน วูดเฮา เสีย.
ฝ่าย ลูเตล์นัด เดล์ลีเมง ก็ วิ่ง มา ยิง เอา สิงโต, แล สิงโต ก็ ล้ม
ทับ กับตัน วูดเฮา ลง. ลูเตล์นัด เดล์ลีเมง ก็ วิ่ง ออก ไป จาก ที่
นั้น, เพื่อ จะ ประจุ ปื้น อีก นัด หนึ่ง. เมื่อ ลูเตล์นัด เดล์ลีเมง ออก
ไป หมาย ว่า ประจุ ปื้น นั้น, สิงโต ก็ คาบ เอา แขน กับตัน วูดเฮา
เข้า ไว้, แต่ กับตัน นั้น นอน นิ่ง อยู่. ส่วน สิงโต ก็ ปล่อย แขน
กับตัน นั้น เสีย, สิงโต ก็ ฟุบ ลง เอา เท้า ทับ กับตัน ไว้. กับตัน
ไม่ ทัน คิด ก็ เอา มือ พยุง ศีศะ ขึ้น สิงโต เหน กับตัน ทำ มือ วุ่น
วาย ไป, ก็ วิ่ง มา คาบ เอา แขน กับตัน จน แขน หัก, กับตัน วูด
เฮา เมื่อ แขน หัก แล้ว, จึ่ง คิด ว่า ถ้า เรา ทำ วุ่นวาย ไป สิงโต ก็
จะ ฆ่า เรา เสีย, แล้ว เขา ตั้งใจ นิ่ง อยู่. ฝ่าย ลูเตล์นัด เดล์ลีเมง
กับ เพื่อน คน หนึ่ง, ก็ วิ่ง มา เพื่อ จะ ยิง สิงโต. แต่ กับตัน วูด
เฮา ได้ ยิน เสียง เดิน ก็ พึ่ง เข้าใจ ว่า, เขา เข้า มา ผิด ทาง ที่ จะ
ยิง เสีย แล้ว, ฯ เขา จึ่ง รอ้ง บอก ไป ว่า ให้ ไป ยิง ข้าง โน้น เถิด.

๏ ครั้น คน ทั้ง สอง ได้ ยิน แล้ว. แล ดู ตรง เสียง เข้า มา
ก็ เหน สิงโต ทับ กับตัน วูดเฮา อยู่, น่า กลัว ว่า จะ ถึง ซึ่ง ความ
ตาย เร็ว. สวน ลูเตล์นัด เดล์ลิเมง, ก็ เดีน ๆ วก ไป ข้าง หนึ่ง
เพื่อ จะ ยิง สิงโต ได้, จะ มิ ได้ ต้อง กับตัน วูดเฮา เข้า. ห่าง กัน ประ
มาน ยี่สิบ สี่ศอก แล้ว จึ่ง ยิง สิงโต ล้ม ลง กับ ที่. ฝ่าย กัปตัน วูด
เฮา ก็ รอด ได้ แต่ แขน นั้น หัก, แล้ว เขา ก็ ภา กัน มา จาก ที่ นั้น.

คำ ตอบ ของ ท่าน ผู้ ชอบ พุทธสาศนา

๏ ข้าพเจ้า ได้ ฟัง ตอบ ของ ท่าน, ครั้น จะ ไม่ แก้ ท่าน ก็
กลัว ว่า ชาว สยาม นี้ โง่ นัก. ขอ แก้ บ้าง เล็ก นอ้ย.

๏ ข้อ ที่ ท่าน ว่า พวก เข้ารีด ใน ประเทศ สยาม นี้, ถือ สาศ
นา พระคฤษ ก็ แต่ ปาก, ใจ ไม่ ได้ นับ ถือ, ความ จำเริญ รุ่ง เรือง,
จึ่ง ไม่ ได้ ปรากฏ แก่ พวก เหล่า นั้น. ความ ข้อ นี้ ข้าพเจ้า ได้ พิ
จารณา ดู แล้ว, เห็น ว่า พวก ฝรั่ง เข้ารีด ที่ ใน แผ่นดิน สยาม,
ถือ สาศนา เคร่ง ครัด แขง แรง ดี ยิ่ง กว่า พวก ชาว ยูรบ, ที่ ท่าน
เข้า มา อยู่ ใน กรุง นี้ เสีย อีก. พวก ชาว ยูรบ ก็ เฉย ๆ อยู่, ไม่
เห็น ท่าน เข้า วัด เข้า วา. ก็ ทำไม ท่าน จึ่ง มี ความ เจริญ ความ
สุข กว่า พวก ฝรั่ง เข้ารีด ที่ เมือง นี้ อีก เล่า.

๏ ประการ หนึ่ง ข้าพเจ้า ได้ ยิน เขา เล่า ว่า, ที่ ใน แผ่นดิน
ยูรบ มี คน จำ พวก หนึ่ง เปน อัน มาก, ภา กัน กล่าว คำ ยาบ ช้า
ต่อ สาศนา พระคฤษ. ก็ ไม่ เปน เหตุ สิ่งไร, แล้ว ก็ กลับ ใจ
กล่าว ความ สรรเสิญ ออน วอน, ก็ ไม่ ได้ สิ่ง ไร สม ความ ปราถ
นา. คน จำพวก นั้น ก็ มา คิด เหน เสีย ว่า สาศนา ไม่ มี เจ้า ของ,
ผู้ สร้าง ก็ ไม่ มี, การ ที่ ดี ที่ ชั่ว ก็ เปน ธรรมดา ธรรมเนียม เอง.

๏ ซึ่ง ท่าน หมอ ว่า เมือง อังกฤษ แต่กอ่น ก็ เปน เมือง ป่า ๆ
อยู่. ครั้น ได้ รับ พระคฤษ สาศนา เข้า ใน บ้าน ใน เมือง แล้ว, บ้าน
เมือง ก็ โต ใหญ่ จำเริญ มาก ขึ้น, เพราะ คุณ สาศนา ไม่ ใช่ ฤๅ.
ความ ข้อ นี้ ขอ ตอบ ว่า, ที่ เมือง อังกฤษ เจริญ ขึ้น ด้วย คน ดี มี
สติ ปัญญา เกิด มาก, และ ฉบับ ธรรมเนียม ก็ ดี, กฎหมาย ก็ ดี,
คน ประพฤติ การ ก็ เปน ยุติธรรม, ความ เจริญ จึ่ง ได้ บังเกิด
ทวี มาก ขึ้น. ข้าพเจ้า เหน การ ดัง นี้, ก็ ผู้ ที่ เหน ว่า พระผู้ เปน
เจ้า ให้ คุณ นั้น, ก็ เมือง อื่น ๆ ที่ เขา ถือ สาศนา พระคฤษ เหมือน
กัน, ก็ ทำไม ไม่ มี อำนาฎ เหมือน อังกฤษ, ฝรั่งเสศ, อเมริกา เล่า.
ขอ ท่าน ได้ ตรึก ตรอง ดู เถิด.


คำ ฟอัง

๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ความ ทุกข์ ร้อน, มา ฃอ ออก หนังสือ พิมพ์
เรื่อง หนึ่ง. มี ความ ว่า เมื่อ ณะเดือน หก ปี ระกา ตรีศก, ข้าพ.จ้า
ไป ค้า ขาย ณะเมือง สมุท สงคราม. ข้าพเจ้า ได้ เอา ม้า เขียว ม้า
หนึ่ง ไป ฝาก หม่อม เจ้า ประเสริฐ ศักดิ ไว้. ครั้น ข้าพเจ้า กลับ
เข้ามา ถึง กรุงเทพ, ข้าพเจ้า ไป หา หม่อม เจ้า ประเสริฐ ศักดิ
จะ ขอ เอาม้า ของ ข้าพเจ้า คืน. หม่อม เจ้า ประเสริฐ ศักดิ พูด
บิด พลิ้ว ไป, หา คืน ม้า ให้ ข้าพเจ้า ไม่, ว่า จะ คิด เงิน ค่า ม้า ให้
ข้าพเจ้า ห้า ตำลึง. ข้าพเจ้า ได้ ไป ตัก เตือน หลาย ครั้ง หลาย หน
ก็ หา ได้ เงิน ไม่. ข้าพเจ้า ไป ภบ ม้า ของ ข้าพเจ้า เข้า, ข้าพเจ้า
ก็ เอา ม้า ของ ข้าพเจ้า มา. แล้ว ข้าพเจ้า จึ่ง เอา ม้า ของ ข้าพเจ้า
ไป ขาย ให้ กับ หมื่น ชำนาน, อยู่ ใน พระ อินทรา บดี ศรีหราช รอง
เมือง เปน เงิน ตรา แปด ตำลึง. แล้ว ข้าพเจ้า ก็ กลับ ไป ค้า ขาย
อยู่ ณะเมือง สมุท สงคราม.

๏ ครั้น อยู่ มา ฝ่าย หลัง หม่อม เจ้า ประเสริฐ ศักดิ, รู้ ว่า
ข้าพเจ้า เอาม้า ของ ข้าพเจ้า ไป ขาย ให้ กับ หมื่น ชำนาน, แล้ว
หม่อม เจ้า ประเสริฐ ศักดิ กลับ ไป อายัก กับ พระ อินทรา บดี ศรีห
ราช รอง เมือง, ว่า ม้า ตัว นี้ ของ หม่อม เจ้า ประเสริฐ ศักดิ, มี ผู้
ร้าย ลัก มา, ให้ พระ อินทรา บดี ศรีหราช รองเมือง ส่ง ผู้ ร้าย.
พระอินทราบดี ศรีหราช รอง เมือง, จึ่ง มี หมาย ไป ถึง นาย ข้าพเจ้า,
ให้ นาย ข้าพเจ้า ส่ง ตัว ข้าพเจ้า, ว่า ข้าพเจ้า เปน ผู้ ร้าย ลัก ม้า.
นาย ข้าพเจ้า จึ่ง ให้ คน ออก ไป ติด ตาม ข้าพเจ้า, ภบ ข้าพเจ้า ที่
เมือง สมุท สงคราม, จึ่ง เอา กรวน จำ ข้าพเจ้า เข้า มา ส่ง ให้ กับ
พระ อินทราบดี ศรีหราช รองเมือง. ฯ ก็ เอา ตัว ข้าพเจ้า จำ กรวน
ขัง ตาราง ไว้, ให้ ข้าพเจ้า ได้ ความ ทุกข์ ยาก อยู่ ถึง ๕๑ วัน.
แล้ว กระลาการ ก็ ได้ ไป ตัก เตือน หม่อม เจ้า ประเสริฐ ศักดิ หลาย
ครั้ง. หม่อม เจ้า ประเสริฐ ศักดิ ก็ บิด พลิ้ว เสีย, หา ไป สู้ ความ
กับ ข้าพเจ้า ไม่. ด้วย การ ทั้ง นี้ เปน ความ สัจ ความ จริง ของ
ข้าพเจ้า. พระ อินทรา บดี ศรีหราช รอง เมือง, เหน ว่า หม่อม เจ้า
ประเสริฐ ศักดิ ไม่ มา สู้ ความ กับ ข้าพเจ้า. พระ อินทรา บดี ศรีห
ราช รอง เมือง, จึ่ง ปล่อย ตัว ข้าพเจ้า มา. ครั้น ข้าพเจ้า จะ ทูล
เกล้า ถวาย ฎีกา ก็ เหน ว่า เปน แต่ การ เล็ก น้อย, ไม่ ควร จะ ให้
ขัด เคือง ใต้ ฝ่า ลออง ฯ พระเจ้า อยู่ หัว. ข้าพเจ้า มี ความ ขับ
แค้น อยู่ ใน ใจ, จึ่ง ได้ มา ออก หนังสือ พิมพ์, ภอ ให้ ท่าน ทั้ง
ปวง ทราบ ว่า หม่อม เจ้า ประเสริฐ ศักดิ อยู่ ใน ราชกุล, ไม่ ควร
จะ มา คด โกง ให้ ข้าพเจ้า สัตว ผู้ ยาก ได้ ความ เดือด ร้อน. ท่าน
ทั้งหลาย ทราบ เรื่อง ความ นี้ แล้ว, ขอ ท่าน ทั้งปวง จง ได้ จำ ใส่
ใจ ไว้, อย่า ได้ คบ หา หม่อม เจ้า ประเสริฐ ศักดิ ต่อ ไป อีก เลย.

ถ้า ท่าน ทั้งปวง จะ ขืน คบ หม่อมเจ้า ประเสริฐ ศักดิ ตอ ไป, ก็
คง จะ ต้อง ทุกข์ เข้า เหมือน ข้าพเจ้า สัตว์ ผู้ ยาก นี้. ขอ ท่าน ทั้ง
หลาย จง จำ ใส่ ใจ เทิอญ.


๏ ถ้า ผู้ จำเลย จะ ตอบ ประการใด, ก็ ข้าพเจ้า จะ ยอม ให้ มี
ที่ ตอบ ใน หนังสือ จด หมาย เหตุ ต่อ ไป ข้าง หน้า ได้. แม้น คำ
นี้ ไม่ จริง, ก็ ควร จะ แก้ไข ต่อไป.


๏ สิน ค้า ที่ เมียง จีน

๏ ที่ ฮ่องกง, ณวัน เดือน ๑๑ แรม สิบ ค่ำ,

๏ ฝิ่น อย่าง ปัคนา หีบละ ๖๔๐ เหรียน. อย่าง บินาเรศ
ใหม่, หีบละ ๖๓๐ เหรียน. อย่าง ที่ เรียก มัลวา หีบละ ๔๒๐
เหรียน. ฝิ่น ขาย ที่ ฟูเชา, ที่ เรียก อย่าง มัลวา ขาย หาบละ ๙๔๐
เพรียน. อย่าง บินาเรศ ใหม่ หีบละ ๗๐๕ เหรียน. อย่าง ปัต
นา หีบละ ๗๓๕ เหรียน. อย่าง เปอเซียน หาบละ ๖๙๐ หรียน.
ฝิ่น ขาย ที่ ซวอเตา, อย่าง มัลวา หาบะ ๙๖๐ เหรียน. อย่าง ปัดนา
หาบละ ๗๐๕ เหรียน. อย่าง บินาเรศ หีบละ ๖๘๕ เหรียน.
ฝิ่น ขาย ที่ เสี้ยงไฮ้, อย่าง ปัดนา หีบละ ๕๖๙ เหรียน, แล ๕๗๕
เหรียน. อย่าง เปอเซียน หาบละ ๕๒๕ เหรียน. อย่าง เตอกี,
หาบละ ๓๗๕ เหรียน.

เข้า ที่ เมือง ฮ่อง กง

๏ ใน ๑๕ วัน ที่ ครบ วัน นั้น, เขา ขาย เข้า ย่างกุ้ง, ห้า
หมื่น เก้า พัน เจ็ด ร้อย. เข้า บังกล่า, ห้า หมื่น เก้า พัน เจ็ด ร้อย
หาบ. ๏ เข้า ไซ่ง่อน แปด พัน หก ร้อย หาบ. ราคา ใน วัน นั้น.
เข้า บังกล่า หาบละ ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๘๕ เซน.
เข้า กล้อง สยาม หาบละ ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๒๕
เซนต์. ๏ เข้า สยาม อย่าง กลาง หาบละ ๒ เหรียน ๔๐ เซนต์,
แล ๒ เหรียน ๕๖ เซนต์. เข้า ขาว สยาม หาบละ ๒ เหรียน ๖๕
เซนต์, แล ๒ เหรียน ๗๐ เซนต์. ๏ เข้า ไซ่ง่อน หาบละ ๒ เหรียน
๔๕ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์. ๏ เข้า มนิลา หาบลา ๒
เหรียน ๔๕ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์. ๏ เข้า ขาว ย่าง
กุ้ง หาบลา ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๖๕ เซนต์. เข้า
กล้อง หาบละ ๒ เหรียน ๓๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๓๕ เซนต์.
๏ เข้า บังกล่า หาบละ ๒ เหรียน ๓๙ เซนต์, แล ๓ เหรียน. เข้า
กล้อง สยาม หาบละ ๒ เหรียน, แล ๒ เหรียน ๒๕ เซนต์. ๏ เข้า
ขาว สยาม หาบละ ๒ เหรียน ๓๘ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๗๕ เซนต์
๏ เข้าไช่ ง่อน ๒ เหรียน ๑๘ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๓๐ เซนต์.
๏ ที่นิงโป ขายเข้า บังกล่า เข้า กล้อง. ที่ หนึ่ง หาบละ ๓ เหรียน
๓๖ เซนต์ แล ๓ เหรียน ๔๐ เซนต์. ที่ ๒ หาบละ ๓ เหรียน ๑๕
เซนต์, แล ๓ เหรียน ๒๕ เซนต์. ที่ ๓ หาบละ ๒ เหรียน ๘๐
เซนต์ แล ๓ เหรียน ๕ เซนต์. เข้าไช่ง่อน หาบละ ๒ เหรียน
๙๐ เซนต์. ๏ เข้า สยาม หาบ ละ สอง เหรียน ๘๐ เซนต์. เข้า
ที่ เมือง ซะเวอ เตา นั้น. เข้า ยางกุ้ง แล ไซ่ง่อน หาบ ละ ๒ เหรียน
๒๕ เซนต์. เข้า ยาวา อย่าง ดี หาบ ละ ๒ เหรียน ๒๕ เซนต์.
เข้า ที่ เมือง อ้าย มุ่ย นั้น, เข้า เมือง ห่อ โม เซ หาบ ละ ๒ เหรียน
๗๐ เซนต์แล ๓ เหรียน. เข้า ยางกุ้ง หาย ละ ๒ เหรียน ๗๐
เซนต์. เข้า บังกล่า หาบ ละ ๒ เหรียน ๘๕ เซนต์. แล ๒ เหรียน
๙๕ เซนต์. เข้า ยัง ค้าง อยู่ ที่ เมือง อ้ายมุ่ย แสน หาบ.

ฝ่าย

๏ ที่ เมือง ฮ่องกง ราคา ลด เพราะ ฝ้าย บังกล่า มา มาก.

๏ ณ เดือน ๑๑ แรม ๑๐ ค่ำ, กำลัง จำ หน่าย ฝ้าย หาบ
ละ ๑๙ เหรียน ๕๐ เซนต์. แล ๒๐ กับ ๕๐ เซนต์. ฝ้าย เมือง จีน
ฝ้าย เหนือ ลง มา ขาย ที่ ฮ่อง กง, หมื่น สอง พัน กสอบ, กำลัง จำ
หน่าย หาบ ละ ๒๕ เหรียน แล ๒๗ เหรียน. ฝ่าย ที่ เมือง กวาง
ตุ้ง ที่ เกิด ใน เมือง เสี่ยงไฮ, หาบ ละ ๒๒ เหรียน ครึ่ง แล ๒๓
เหรียน. ฝ้าย ที่ เกิด เมือง นิง โป หาบ ละ ๒๕ เหรียน. ที่ เกิด
เมือง ซัง ตุง หาบ ละ ๒๕ เหรียน. ที่ เกิด เมือง ปก ล่า หาบ ๑๙
เหรียน แล ๒๒ เหรียน. ฝ้าย ขาย ที่ เมือง ไอ้ มุ่ย หาบ ละ
๒๗ ครึ่ง แล ๑๘ เหรียน ครึ่ง.

๏ พริก ไท ขาว ที่ เมือง ฮ่องกง ขาย หาบละ ๑๐ เหรียน ครึ่ง
พริก ไท ดำ หาบละ ๖ เหรียน ๔๕ เซนต์,แล ๖ เรียน ๕๐ เซนต์.

๏ หมาก แห้ง หาบละ ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์, แล ๓ เหรียน
๗๕ เซนต์. ใน ๑๕ วัน นั้น ขาย ได้ ๘๐๐๐ หาบ.

๏ ฝาง มา แต่ เมือง มนิลา หาบล เหรียน นึ่ง กัน ๕๐ เซนต์,
แล เหรียน หนึ่ง ๗๐ เซนต์. ฝาง สยาม หาบ ละ ๒ เหรียน กับ
๒๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน. กับ ๔๐ เซนต์. ขาย ใน สิบ ห้า วัน
นั้น ได้ ๔๔๐๐ หาบ.

๏ เปลือก โปรง ๗๕ เซนต์แล ของ เมือง สิงกโปร์ หาบ ละ
๘๐ เซนต์.

๏ สิน ค้า ที่ เมือง เสี่ยงใฮ้.

๏ ตกั่ว เกรียบ หาบละ ๒๓ เหรียน ๗๕ เซนต์. แล ๒๕ เหรียน
๑๓ เซนต์.

๏ ฝาง สยาม หาบละ ๒ เหรียน ๓๘ เซนต์. แล ๓ เหรียน
๑๓ เซนต์.

๏ พริก ไท ดำ หาบละ ๗ เหรียน, ๑๒ เซนต์, แล ๘ เหรียน
๓๕ เซนต์.

๏ หมาก แห้ง หาบละ ๓ เหรียน ๒๕ เซนต์, แล ๔ เหรียน
๗๕ เซนต์.

๏ ไม้ ดำดง หาบละ เหรียน ๕๐ เซนต์, แล ๓ เหรียน ๑๒
เซนต์.

๏ สิน ค้า ที่ เมือง นิ่งโป. พริก ไท ดำ หาย ละ ๘ เหรียน
๒๐ เซนต์, พริกไทย ขาว หาบ ละ ๑๒ เหรียน.

๏ สิน ค้า ที่ เมือง อ้ายมุ่ย, พริก ไทย ดำ ๖ เหรียน, ขาว
๑๓ เหรียน ครึ่ง.

๏ น้ำ ตาน ทราย ที่ ฮ่องกง.

ณวัน เดือน ๑๑ แรม ๑๐ ค่ำ นั้น, น้ำ ตาล ขาว ที่ หนึ่ง หาบ ละ ๘
เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๘ เหรียน ๕๐ เซนต์, ที่ สอง ๘ เหรียน
แล ๘ เหรียน ๑๐ เซนต์, ที่ สาม ๗ เหรียน ๗๐ เซนต์, แล ๗
เหรียน ๘๐ เซนต์, น้ำ ตาล แดง หาบ ละ ๕ เหรียน แล ๕
เหรียน ๒๐ เซนต์.


๏ สิน ค้า เมือง จีน มา ใหม่ ๆ ๚

๏ ณวัน เดือน สิบสอง ขึ้น สิบสาม ค่ำ, ฝิ่น ที่ ฮ่องกง อย่าง
ปัดนา หีบ ละ ๗๕๐ เหรียน. อย่าง บิณเรศ หีบละ ๕๕๐ เหรียน.
อย่าง มัลวา หีบ ละ ๔๑๕ เหรียน.

๏ ฝ้าย ที่ ฮ่องกง หาบ ละ ๒๓ เหรียน, แล ๒๘ เหรียน.
ฝ้าย ที่ เสี่ยงไฮ้ หาบ ละ ๒๑ เหรียน, แล ๕๕ เซนต์. ที่ กว้าง
ตุ้ง หาบ ละ ๒๓ เหรียน แล ๗๕ เซนต์, แล ๒๗ เหรียน ๕๐
เซนต์. ที่ นิ่งโป หาบ ละ ๒๘ เหรียน ๗๑ เซนต์.

๏ เข้า สาร ที่ ฮ่องกง, เข้า บังกล่า หาบ ละ ๒ เหรียน ๕๐
เซนต์, แล ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์.

๏ เข้า กล้อง สยาม หาบ ละ ๒ เหรียน ๑๕ เซนต์, แล ๒
เหรียน ๒๐ เซนต์. เข้า สยาม อย่าง กลาง หาบ ละ ๒ เหรียน
๓๕ เซนต์, แล สอง เหรียน ๔๕ เซนต์. เข้า ขาว สยาม หาบ
ละ ๓ เหรียน ๖๐ เซนต์, แล ๓ เหรียน ๖๕ เซนต์.

๏ พฤกไท ขาว ที่ ฮ่องกง หาบ ละ ๑๐ เหรียน ๕๐ เซนต์.
พฤกไท ดำ หาบ ๖ เหรียน ๕๐ เซนต์.

๏ หมาก แห้ง หาบ ละ ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์, แล ๓ เหรียน
๗๕ เซนต์.

๏ ฝาง หาบ ละ ๒ เหรียน ๑๕ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๓๕
เซนต์.


๏ ข่าว มา แต่ เมือง จีน ๚ะ

๏ ณวัน เดือน สิบสอง ขึ้น สิบสาม ค่ำ, พวก แขก ที่ เมือง
จีน ฝ่าย เหนือ, ที่ คิด ขบถ ทำ วุ่น วาย ต่าง ๆ, ก็ ยอม แพ้ แล้ว.
แล ทหาร เมือง จีน ล้อม พวก ขบถ แขก จับ ฆ่า เสีย สิ้น. ๚ะ

๏ อนึ่ง พวก จีน สอง จำพวก ที่ คิด ขบถ นั้น, คือ เนียนไฝ
พวก หนึ่ง, ไตบึง พวก หนึ่ง, คน สอง พวก นั้น ก็ สงบ เงียบ
อยู่, ดู เหมือน เกือบ จะ สิ้น กำลัง แล้ว. ๚ะ

๏ อนึ่ง เซอเทอฟอตด์รูแอล์กอก, เปน มินอิศเตอ ที่ เจ้า
เมือง อังกฤษ ตั้ง ขึ้น ใหม่ ไป อยู่ เมือง ปกิ่ง. เมื่อ เขา แล่น เรือ
ไป ได้ แวะ เข้า ที่ เมือง ฮองกง. บันดา พวก นาย ห้าง ที่ เมือง
ฮ่องกง ก็ ชวน กัน ไป เยียน, ปฤกษา การ กับ ท่าน ด้วย จะ ทำ
ทาง รถ ไฟ ที่ เมือง จีน. ท่าน ก็ เหน พร้อม ใจ ว่า, จะ ได้ เปน
ประโยชน์ แก่ เมือง จีน มาก จริง, แต่ มี ความ กลัว ว่า, เคาเวอ
เมนต์ เมือง จีน ยัง จม อยู่ ใน มืด, จะ ไม่ ช่วย อุปถำภ์ ใน การ
นั้น ดอก กระมัง.

๏ อนึ่ง เรือ สลัด แล่น ตาม ชาย ทเล เมือง จีน ก็ เกิด มาก
ขึ้น กว่า แต่ ก่อน นัก. ที่ เมือง อ้ายมุ่ย นั้น จะ ไป มา ก็ ลำบาก
ด้วย เกรง สลัด เปน อัน มาก.

๏ ที่ ฮ่องกง นั้น นาย เรือ รบ คน หนึ่ง อุษ่าห์ ไล่ พวก สลัด
โดย ดี แล้ว. แต่ เรือ ที่ ใช้ นั้น ก็ ภุ ยู่, หา ควร จะ ใช้ ใน การ
ไล่ สลัด ไม่.

๏ อนึ่ง มี ข่าว มา ว่า, ขุนนาง หนุ่ม ๆ หก คน ใน ใน เมือง
ยี่ปุ่น จะ โดย สาน เรือ รบ เมือง รัศเซีย ไป, เพื่อ จะ ได้ เรียน
วิชา การ ทำ เนียม ต่าง ๆ ใน เมือง รัศเซีย นั้น.


๏ ว่า เจ้า เมือง ฮ่องกง ใหม่ ที่ ตั้ง มา แต่ เมือง อังกฤษ, คง
จะ มา ถึง ใน เดือน ข้าง น่า นี้, ท่าน ชื่อ เซอริศชารด์ แมกดันเนล์.


ข่าว มา แต่ เมือง อะเมริกา

๏ อนึ่ง ข่าว มา แต่ เมือง อเมริกา ว่า, เมือง ยูในติศเทษ จะ ไม่
ยอม ให้ เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ, พา ทหาร ไป จาก ฝรั่งเสศ ข้าม มหา
สมุท ไป ทำ ศึก แก่ เมือง เม๊กซิโก ต่อ ไป. แต่ ทหาร ที่ ตก
ค้าง อยู่ ก่อน นั้น จะ หา เปน ไร ไม่. เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ จะ ฟัง คำ
ห้าม ฤๅ ไม่ ก็ หา แจ้ง ไม่. ถ้า ไม่ ฟัง, น่า กลัว ว่า เมือง ฝรั่งเสศ
กับ เมือง ยูในติศเทศ จะ เปน ศึก แก่ กัน. เมือง ยูในติศเทศ ห้าม
เมือง ฝรั่งเสศ เช่น ว่า มา นั้น, เพราะ เมือง ฝรั่งเสศ ทำ เหลือ
เกิน. ด้วย ว่า แต่ เดิม นั้น, เมือง ยูในติศเทศ ให้ เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ
เข้าใจ ว่า, ไม่ ยอม ให้ ตั้ง กระษัตริย์ องค์ หนึ่ง องค์ ใด ใน ทวีป
อเมริกา เลย. แล เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ ก็ หา ฟัง ไม่. เมื่อ ได้ เห็น
เมือง ยูในติศเทศ เปน ฆ่า ศึก กัน ขึ้น นั้น, เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ
เห็น ได้ ช่อง ได้ โอกาส, แล ชาว อเมริกา จะ ห้าม มิ ได้, จึง ยก
ทัพ ไป ตี เอา เมือง เม็กซิโก ได้. แล้ว ก็ ตั้ง แมกซิเมิลยัน ใน
พระวงษ์ ขึ้น เปน เอมปิรอ เข้า เมือง เม็กซิโก, แล้ว เอา เปน ธุระ
ช่วย อุด หนุน เพื่อ จะ ให้ มี กำลัง เข้ม แขง ขึ้น. ฝ่าย เจ้า เมือง
ยูในติศเทศ จะ ไม่ ยอม ให้ ทำ ดัง นั้น เลย. ถ้า เมือง แมกซิ
เมิลยัน จะ ตั้ง ดำรงค์ อยู่ เอง มิ ได้, ก็ ควร ที่ ท่าน จะ เลิก กลับ
ไป ยัง เมือง ฝรั่งเสศ, แล ให้ ชาว เมือง เม็กซิโก ตั้ง เปรสซิเดนต์
เปน เจ้า เมือง แทน ตาม ที่ ตน ทั้ง ปวง ปราถนา นั้น. แต่ ก่อน
เมือง เม็กซิโก มี เปรสซิเดนต์, เหมือน มี อยู่ ใน เมือง ยูในติศ
เทศ. แต่ กำลัง ยัง ไม่ เข้ม แขง, จะ สู้ ทัพ ฝรั่งเสศ มิ ได้, ยอม
แพ้ แก่ ฝรั่งเสศ เช่น ว่า มา แล้ว นั้น. ฝ่าย เมือง ยูในติศเทศ มี
น้ำ ใจ จะ ช่วย สงเคราะห์, แต่ ครั้ง ก่อน กำลัง วุ่น วาย อยู่, จึง ช่วย
หา ได้ ไม่. บัด เดี๋ยว นี้ เมือง ยูในติศเทษ มี ความ สุข, แล้ว มี กำ
ลัง ยิ่ง ขึ้น กว่า แต่ ก่อน ภอ จะ ช่วย ได้. ถ้า เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ ไม่
ฟัง ห้าม แล้ว, เมือง ยูในติศเทศศ ก็ จะ เกน ทหาร ที่ เลิก ไป บ้าน
เปน หลาย แสน คน นั้น, ให้ กลับ มา โดย ง่าย. แล จะ ยก
มา ตั้ง ซึ่ง แดน ต่อ แดน. ฝ่าย ชาว เมือง เม๊กซิโก เห็น ทหาร
เมือง ยูในติศเทศ ยก มา แล้ว, ก็ คง จะ เข้า สม ทบ ใน ทัพ เขา
โดย แท้, เห็น ฝรั่งเสศ จะ ต้าน ทาน มิ ได้.


ข่าว ใหม่ มา โดย เร็ว เจ้า พยา

๏ เรือ กล ไฟ เจ้า พระยา กลับ มา ถึง, เมื่อ ณวัน ประหัศ
เดือน อ้าย ขึ้น สิบ สอง ค่ำ, ภา มิศ เตอ เอฟ. เบลก นาย ห้าง อเม
ริกา, แล มิศเตอ. เอ. เอม. ออช มัน, ชาว เมือง ซ์ วี. ดล เปน
เจ้า ของ โรงษี จักร์ กล ไฟ กลับ มา ถึง กรุง เทพ. มี ชาว ยูรบ มา
ด้วย อีก สอง คน, คือ มิศเตอ เฮนรี คน หนึ่ง, มิศเตอ พิก เชอ
คน หนึ่ง, แล มิศเตอ ฟีตเชอ คน นี้ มา เพื่อ จะ ทำ การ โรง พิมพ์
หลวง. มิศเตอ เฮนรี เปน ชาว ฝรั่งเสศ, จะ ตั้ง เปน นาย ห้าง
ใน กรุงเทพ.


๏ อนึ่ง มี ข่าว มา แต่ เมือง ลอน ดอน โดย ทาง เตน ลิ แครฟ
ออก จาก เมือง ลอนดอน, เมื่อ ณเดือน ๑๒ แรม ค่ำ หนึ่ง, ข่าว
นั้น เปน ข้อ เลก นอ้ย กะ บ่อน กะ แบน อยู่. แต่ มี ข้อ ใหญ่ ข้อ
หนึ่ง คือ ลอระต์ ปั้ลเมอช์ตัน, ถึง แก่กรรม เมื่อ ณวัน พุทธ เดือน
๑๑ แรม ๑๓ ค่ำ, เปน วัน กำเนิด ฃอง พระบาท สมเดจ
พระ จอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว, อายุ ท่าน ลอรด์ ปั้ล เมอช์ตัน ได้ ถึง
๘๐ ปี แล้ว. แต่ ปี ที่ สุด นี้, ยัง มี กำลัง เรี่ยว แรง อยู่ มาก ได้
เปน เสนาบดี ใหญ่ ที่ สุด ใน เมือง อังกฤษ. ท่าน จะ ตาย เพราะ
โรค อะไร ไม่ แจ้ง, แต่ พี เคราะห์ ดู, เหน ว่า จะ เปน เพราะ ลม จับ.
แล ณวัน ศุกร เดือน ๑๒ ฃึ้น ๘ ค่ำ, เปน การ สพ ใหญ่ ที่ เมือง
ลอน ดอน, เพราะ ลอรด์ ปั่น เมอช์ ตัน ที่ ตาย.


๏ อนึ่ง เซอล์ชอน รัศเซล ได้ เลือน ที่ ขึ้น แทน ลอรด์ ปั่ล เมอ
ช์ ตัน ที่ ตาย, แล ลอรด์ กลาเรนดอน เลือน ขึ้น ว่า การ ฝ่าย ต่าง
ประ เทศ
๏ อนึ่ง มี ข่าว มา ว่า, บันดา ทหาร ฝรั่ง เสศ ที่ ไป รักษา
เมือง โรม นั้น ช้าง อยู่ นาน แล้ว, กำลัง จัด แจง การ เพื่อ จะ เลิก
จาก ที่ นั่น กลับ ไป ยัง เมือง ฝรั่ง เสศ ตาม เดิม. ตั้ง แต่ นี้ ไป
จะ ให้ สังฆ ปา ๆ เจ้า เมือง โรม รักษา เมือง ของ ตัว เอง, ไม่ ช่วย
อีก แล้ว.

๏ อนึ่ง ข่าว มา แต่ เมือง ยูไนติศเทศว่า, เมือง ยูไนติศเทศ
มี ความ ศุข, ทหาร ที่ เลิก ไป บ้าน เสีย นั้น กว่า แปด แสน คน.
เขา ไป โดย ทาง ปรกติ, หา ได้ ทำ การ วุ่น วาย เหมือน ชาว ประ
เทศ ยูโรบ ที่ หมายไว้นั้นไม่. แต่ คน แปด แสน คน นั้น ก็ กลับ
ไป ทำ มา หา กิน, เพื่อ จะ ได้ บังเกิด สรรพสิ่ง ต่าง ๆ สำรับเมือง
มาก ทวี ขึ้น.

๏ อนึ่ง มี ข่าว ว่า, เปรศซิเดนต์ ยอนซัน ได้ ยก โทษ มิศเตอ
ซะตีเวนซ์, ที่ ได้ เปน ไวซ์เปรศซิเดนต์ ฝ่าย ขบถ ข้าง ใต้ เมือง
อเมริกา นั้น แล้ว. มี คำ ว่า เปรศซิเดนต์ ยอนซัน ได้ กล่าว คำ เล็ก
น้อย ว่า, ดู เหมือน จะ ยก โทษ ของ เปรศซิเดนต์ เดวิด ด้วย.

๏ อนึ่ง มี ข่าว มา แต่ เมือง ปีริว, ที่ ทวิป อเมริกา ฝ่าย ใต้
ว่า, เมือง ปีริว เกิด ความ วุ่น วาย ฆ่า เจ้า เมือง ปีริว เสีย แล้ว.
แล เมือง นิวเครนาดา ใกล้ กัน กับ เมือง ปีริว นั้น, ก็ พลอย เกิด
วุ่น วาย ขึ้น ด้วย.


เรือ สยาม ชื่อ เรล์เว

๏ กับตัน เจ้า ของ เรือ ซึงหอย, ชื่อ บีเตอซัน บอก
ข่าว มา ว่า กับตัน ฮันเชน ใน เรือ เรละเว, มี หนังสือ ฝาก มา ว่า
เรือ นั้น ซัด มา ถึง เมือง ไซนำ ตำบล ไซเกา ติก อยู่. แต่ หนังสือ
ฝาก นั้น ได้ เขียน เมื่อ ณวัน พุท เดือน ๑๑ แรม ๑๑ ค่ำ. เปน ใจ
ความ ว่า, เมื่อ เรือ เรละเว แล่น ออก จาก ฮ่องกง, ได้ ถูก พยุ ใหญ่,
เสา กโดง เสีย หมด, หา มี ไม้ ใน เรือ ที่ จะ ทำ เสา กโดง แทน ขึ้น
ไม่. เรือ นั้น จึ่ง ได้ ซัด ไป มา ตาม ลม ตาม กระแส น้ำ นั้น.
อยู่ มา น้อย หนึ่ง มี เรือ กลไฟ อังกฤษ แล่น มา เห็น เข้า, เฃา ก็ เอา
เชือก ผูก เรือ เรละเว ลาก มา ได้ ๑๒ ชั่วโมง. ก็ เหน ลม แล้ว,
นั้น กล้า ขึ้น ๆ, เขา หมาย ว่า, จะ เกิด พยุห์ ใหญ่ ที่ เขา เรียก ว่า
ไตฟูน, จำ เปน จำ ตอง ปล่อย เรือ เรละเว ไป, ตาม บุญ ตาม ก่ำม์
เถิด. ครั้น ปล่อย มา ประมาณ สัก ครู่ นึ่ง, ลม ก็ กล้า เปน ไตฟุ่น
แท้, เรือ เรละเว ก็ โคลง ไป มา ซัด ไป ตาม ลม. ลม สงบ ลง
เรือ ก็ ถึง ที่ ตำบล ไซเกา. แต่ บันดา ลูก เรือ รอด หมด หา ตาย
ไม่. ใน เรือ นั้น คน ก็ เปน ไข้ มาก. มา ถึง ไซเกา เข้า แล้ว ได้ ปะ
เรือ สยาม อีก สอง ลำ ชื่อ ซีฟอต ลำ หนึ่ง, ซิริอัค ลำ หนึ่ง, ที่ พยุห์
ภา มา ถึง ที่ นั้น. แต่ เรือ ซีวิอัค เกย ตลิ่ง อยู่. เขา หมาย ว่า
คง จะ ออก ได้ ไม่ เปน ไร นัก. จีนจู นาย เรือ ซีฟอต แล ซิริอัศ
สอง ลำ นั้น ว่า, จะ ช่วย สงเคราะห์ กัปตัน เรือ เรละเวให้ ยืม เงิน
สำรับ จะได้ จ้าง คน ตอก หม้น, แล ให้ ซื้อ ไม้ ทำ เสา กโดง เพื่อ
จะ ได้ แล่น กลับ มา ยัง กรุงเทพ.

๏ เมื่อ กัปตัน แล่น เรือ ออก จาก เมือง ฮ่องกง ณวัน อาทิตย
เดือน ๑๒ แรม สอง ค่ำ นั้น, เรือ สยาม ชื่อ เรศชิ์ ฮอ ซี่ ยัง ไม่ ถึง
เมือง ฮ่องกง แต่ ณเตอืน ๑๑ แรม ๑๒ ค่ำ, กัปตัน ของ บากฮำ
เบิก ได้ เหน เรือ เรศชิ์ ฮอ ซ์ อยู่ ใก้ล ตำบล ที่ เรียก ว่า, แมก๊คีลศ์
ฟีล แบง ก็ นั้น.


๏ หนังสือ ที่ ท่าน เขียน ว่า ด้วย ภาษา อังกฤษ นั้น, ข้าพเจ้า
ได้ รับ ไว้ แล้ว, จะ ลง พิมพ์ คราว นี้ ก็ มิ ได้. เพราะ เนื้อ ความ
ยาว นัก ไม่ มี ที่ จะ ลง ได้. ขอ ให้ ท่าน ผู้ เขียน หนังสือ นั้น จง
เข้าใจ ว่า, ข้าพเจ้า จะ เอา เปน ธุระ สั่ง สอน ภาษา อังกฤษ, ใน
หนังสือ จด หมาย เหตุ นี้ ให้ เลอียด ตาม ที่ ท่าน ปราถนา นั้น ไม่ ได้.
แต่ คง จะ ได้ บอก บ้าง เล็ก น้อย. หนังสือ ที่ บอก ใน ภาษา อังกฤษ
ให้ เลอียด นั้น ก็ มี อยู่ แล้ว. เชิญ ท่าน มา ดู ที่ โรง พิมพ์ ข้า
พเจ้า เถิด. ผู้ ใด ๆ ที่ ปราถนา จะ รู้ ใน ภาษา อังกฤษ ให้ เลอียด
ก็ ควร จะ มา ซื้อ หนังสือ นี้ เอา ไป ดู อ่าน ตรึก ตรอง ดู, ด้วย เปน
ครู อยู่ ใน หนังสือ เอง. ถ้า อ่าน ดู รู้ ใน หนังสือ สอง เล่ม นี้ ละ
เอียด แล้ว, ก็ คง จะ พูด ได้ อ่าน ได้ คล่อง.


๏ อนึ่ง ข้าพเจ้า ได้ ทราบ เหตุ ที่ ใน หลวง ทรง ปฤกษา การ
ที่ จะ เลิก หวย ที่ กรุง เก่า, แล เมือง เพชร์บูรี, แต่ ยัง หา ได้
ตก ลง กัน ไม่, แต่ คง จะ เลิก ใน ปี น่า นั้น แน่. ข้าพเจ้า ได้
ทราบ ดั่ง นี้ มี ความ ยินดี นัก, ด้วย เหน ว่า ถ้า เลิก การ หวย นั้น
แล้ว, คง จะ เปน ประโยชน์ แก่ บ้าน เมือง มาก, แล การ ที่ ทำ
ไร่ นา นั้น ก็ คง จะ ทวี มาก ขึ้น. ถึง จะ เสีย ภาษี หวย ก็ คง จะ
ได้ ภาษี เข้า มาก กว่า ที่ เสีย เพราะ เลิก ใน การ หวย นั้น อีก. แล
คน ทั้งปวง จะ อยู่ เป ศุข, จะ ไม่ ได้ ยาก ลำบาก ต่าง ๆ เพราะ
การ เล่น หวย. แล การ ทำ ไร่ นา ใน เมือง ไทย ก็ เปน การ ใหญ่
กว่า, การ สินค้า อื่น ทั้งปวง. พื้น ดิน ใน เมือง ไทย ก็ อุดม ดี ทำ
นา เกิด ผล มาก, จะ หา พื้น ดิน เมือง อื่น สู้ นั้น ยาก นัก. ควร
ที่ เคาเวอเมนต์ เมือง สยาม จะ จัด แจง ให้ พื้น นา ที่ ร้าง เปล่า อยู่
นั้น, ให้ แบ่ง ปั้น กัน ทำ อย่า ให้ ว่าง เปล่า อยู่ ได้. ถ้า พื้น ดิน
ที่ ดอน ใก้ล คลอง ควร จะ ขุด คลอง พอ ที่ จะ ถาก เข็น เข้า ไป ได้.

ถ้า ฝน แล้ง เมื่อใด ก็ จะ รดได้. ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ว่า เคาเวอ
เมนต์, จะขุด คลอง อีก หลายแห่ง, แล การ นั้น ก็ ควร แก่
บ้าน เมือง นัก, จะ ได้ เปน ประโยชน์ ไปใน นา ๆ ประเทศ สืบ ไป
ไม่ รู้ สิ้น สุด. ถ้า ทำ การ ดัง นี้ ควร จะ เรียก ว่า เปน การ บุญแท้,
หา เหมือน การ ที่ จะ ซ่อมแปลง วัด วา อาราม ไม่. การ ซ่อม
แปลง วัด นั้น ไม่ ยั่ง ยืน นาน, แต่ การ ที่ จะ ทำ คลอง เพื่อ จะ
บำรุง ใน การ นา, การ นี้ คง จะ ยั่งยืน ไป ไม่ รู้ สิ้น สุด.


๏ อนึ่ง ข้าพเจ้าได้อ่าน ใน หนังสือ หลวง เข้าใจ ว่า, เคา
เวอเมนต์ สยาม จะ สร้าง ถนน ขึ้นใหม่ อีก สอง แห่ง นั้น, ข้าพเจ้า
ดี ใจ นัก, เหน ว่า จะ เปน การ จำเริญ กรุง เทพ ฯ แท้. ข้าพเจ้า
ปราถนา จะ ให้ เคาเวอเมนต์ ทำ ถนน ขึ้น ใหม่ อีก ถนน หนึ่ง ข้าง
ฟาก ฝั่ง ตวัน ตก นั้น. ตั้ง แต่ วัด อรุณ ราช ทาราม ลง ไป ถึง
ปาก น้ำ เจ้า พระยา. ถ้า จะ ทำ เหน จะ อยู่ ใน ๑๑ ไมล์, คง จะ
สั้น กว่า ถนน ทาง ที่ จะไป ปาก น้ำ ข้าง ฝั่ง ตวัน ออก. แล ที่ จะ
ทำ ถนน นั้น เปน ดิน ดี, เหมือน ฝั่ง ตวัน ออก เหมือน กัน. ถ้า
ทำ ถนน ขึ้น แล้ว, พื่น ดิน นั้นก็ จะมี ราคา มาก ขึ้น กว่า แต่ ก่อน.
ถ้า ทำ ถนน ขึ้น แล้ว เมื่อ ใด, ควร จะมี เรือ กล ไฟ ใช้ ข้าม ไป มา
ได้ เหมือน กัน เรือ จ้าง ต่าง ตพานใหญ่ ที่ ตรง วัด แจ้ง แห่ง หนึ่ง,
แล ที่ ปาก น้ำ นั้น แห่ง หนึ่ง, ภอ ที่ จะ จุะ ตัว ม้า แล รถ ข้าม ไป
ได้ สดวก. ถ้า เคาเวอเมนต์ สยาม จะ นึก ว่า เปน การ เปลือง
เงิน มาก กลัว เงิน หลวง จะ ไม่ ภอ ใช้, ก็ เหน ว่า คง มี เสรฐี ใน
เมือง ไทย ที่ เตมใจ จะ รับ ทำ ถ้า ใน หลวง จะโปรด ให้ ทำ แล เก็บ
ค่า ทำเนียม, ที่ คน เดิน ทาง นั้น, เหมือน อย่าง ทำเนียม
ที่ มี ใน เมือง ลอนดอน แล มือง นูยอก, ก็ จะ ได้ การใหญ่, เคา
เวอเมนต์ ไม่ ต้อง ลง ทุน ทำ เลย.


#ความ ตาย

๏ มิสเตอ โรเบิต ซี. เบิน, ถึงแก่ กรรม์ ที่ บ้าน กงสุล อัง
กฤษ. เมื่อ ณวัน อาทิตย์เดือน อ้าย ขึ้น แปด ค่ำ, เปน โรค บิด ได้
๑๐ วัน. โรค เปน ตั้ง แต่ เขา ขึ้น ไป เมือง ระแหง, ออก จาก
บางกอก ได้ ๑๒ วัน จึ่ง จับ เปน. ตั้ง แต่ เวลา จับ ก็ ยัง เดิน ไป
ได้ อีก หก วัน ยัง อีก สอง วัน จะ ถึง ระแหง. หมาย ว่า จะ หาย
เพราะ ยา ของ ตัว, เหน ว่า เตม ที่ ที่ จะ รักษา จึ่ง กลับ มา เพื่อ จะ
หา หมอ แคมเบิล รักษา. ล่วง มา ๔ วัน ถึง กรุง เทพ เมื่อ ณวัน
เสาร์ เดือน อ้าย ขึ้น เจ็ด ค่ำ, เพลา พลบ ค่ำ วัน แปด ค่ำ เพลา
บ่าย สาม โมง ก็ ถึง แก่ กรรม์. มี อายุ ประมาณ ได้ ๓๕ ปี. แต่
ก่อน เปน กปิตัน นาย ทหาร ทัพ อังกฤษ ที่ เมือง บังกลา. ภาย
หลัง จึ่ง ได้ เปน ขุนนาง เมือง พม่า ที่ ขึ้น กับ เมือง อังกฤษ. แล้ว
ได้ ซื้อ ป่า ไม้ สัก ใน แขวง เมือง เชียงใหม่, แล้ว เกิด เปน ความ
กัน ด้วย เรื่อง ป่า นั้น. จึ่ง ลง มา อาไศย กงสุล อังกฤษ อยู่ ใน
กรุง เทพ. มา ถึง กงสุล อังกฤษ รับ เอา เปน ธุระ ว่า เรา ทั้ง สอง
จะ กลับ ไป เมือง มรแมง ชำระ ความ ใน ที่ นั้น. ฝ่าย กงสุล อัง
กฤษ ไป ทาง เรือ, มิศเตอ เบิน ไป ทาง บก หมาย ว่า จะ ไป บันจบ
กัน ที่ มรแมง. เมื่อ มิศเตอ เบิน กลับ มา ถึง แก่ กรรม์ ใน กรุง
เทพ แล้ว, มิศเตอ นอก กงสุล อังกฤษ ก็ ควร จะ ถึง มรแมง.
เมื่อ มิศเตอ เบิน ถึง แก่ กรรม์, ผู้ ช่วย กงสุล อังกฤษ ก็ ให้ คน
ถือ หนังสือ ไป มรแมง ไป ทาง บก โดย เร็ว, จะ ได้ บอก เหตุ นั้น
ให้ มิศเตอ นอกศ์, ให้ รู้ ว่า มิศเตอ เบิน ถึง แก่ กรรม์.


๏ อนึ่ง มิศเตอ ซี. เอช. หัมมัด เปน ชาว อเมริกา, เปน
ผู้ รับ ใช้ กงสุล อเมริกา ใน กรุง เทพ นี้, ถึง แก่ กรรม์ เมื่อ ณะ
วัน เสา เดือน อ้าย ขึ้น เจ็ด ค่ำ เพลา บ่าย สาม โมง ครึ่ง.


๏ อนึ่ง มิศเตอ เอมักกวัน แอน กำปนี. จะ บอก ให้ คน ทั้ง
ปวง เข้า ใจ ว่า, มิศเตอ ริศชาด์ เฮนริก ที่ แต่ เดิม ได้ เปน ล่าม สำ
รับ พวก เรา, ๆ ให้ ออก เสีย จาก ที่ จ้าง ณวัน อาทิตย์ เดือน อ้าย
ขึ้น ค่ำ หนึ่ง. ตั้ง แต่ นี้ อย่า ให้ ผู้ ได้ ว่า เปน ลูก จ้าง ของ เรา.


๏ อนึ่ง ข้าพเจ้า เจ้า ของ หนังสือ จด หมาย เหตุ นี้, จะ บอก
ให้ คน ทั้ง ปวง เข้า ใจ ว่า, อย่า ฝาก เงิน ให้ มา กับ ลูก จ้าง,
เว้น ไว้ แต่ ข้าพเจ้า จะ มี หนังสือ สำคัญ ไป เมื่อ ใด ๆ, แล ท่าน
จง ให้ มา เมื่อ นั้น.


๏ ข่าว ใน หลวง ๚ะ

๏ ณวัน เดือน อ้าย ขึ้น ๒ ค่ำ ใน หลวง เสด็จ ขึ้น ไป ยัง กรุง
เก่า กระ ทำ พระ ราชพิธี ก่อ ราก พระราชวัง จันทร กระเศม, แล้ว
ก็ จับ การ ก่อ พระ เจดีย์, ณวัด ขุน แสน ที่ ชำรุด นั้น, เรี่ย ราย
เก๊บ เงิน ราษฎร ได้ ประมาณ ๒๒๕ ชั่ง, เพราะ ราษฎร หลาย พัน
คน เตม ใจ จะ ออก เงิน ช่วย ใน การ นั้น, ใน หลวง ได้ ประทาน
เงิน ๒๐ ชั่ง ช่วย ใน การ นั้น ด้วย.

๏ อนึ่ง ที่ วัดเสนาศน์ นั้น. ใน หลวง บำรุง ขึ้น ใหม่ เกือบ
ระ แล้ว, สิ้น เงิน หลวง ประมาณ ๖๒๕ ชั่ง. ครั้น ณวัน ศุกร์
เดือน อ้าย ขึ้น ๖ ค่ำ, จึ่ง เสดจ กลับ ยัง พระราชวัง เพลา ดึก เจ็ด
ทุ่ม เศศ. ภอ เรือ พระที่นั่ง กลไฟ ประทับ ท่า พระ ตำหนัก น้ำ,
แล เสกจ ทรง นั่ง ยัง ที่ นั้น ตรัส แก่ ขุนนาง ทั้งปวง อยู่, มี ขุน
นาง ผู้ หนึ่ง นำ ข่าว มา ตาย บังคม ทูล พระ กรุณา ว่า, พระเจ้า
อา ทรง พระนาม มานินนิลี สิ้น พระชนม์ ใน ทุ่ม นั้น, มี พระชัน
ณษา ๗๕ ปี, ประชวน พระโรค หืด. ยัง แต่ จ้าว หญิง ทรง
พระนาม พระองค์ พลับ องค์ หนึ่ง, พระชนม์ มายุศม ๘๑ ปี, นอก
จาก นั้น, พระ ราชบุตร ของ สมเด็จ ไอยกี นั้น หา พระชนม์ มิได้.

๏ เมื่อ ใน หลวง เสด็จ ประทับ อยู่ กรุง เก่า, ทรง ปฤกษา แก่
เสนาบดี ทั้งปวง ว่า การ เล่น หวย ที่ กรุง เก่า, แล เมือง เพชรบูรี
นั้น จะ ยก เสีย เพื่อ จะ ได้ เปน ประโยชน์ ใน การ ที่ ทำ ไร่ นา, จะ
ได้ บำรุง บ้าน เมือง ให้ อยู่ เย็น เปน สุข, บัดนี้ คน เล่น หวย มาก
การ ทั้งปวง ก็ ละทิ้ง เสีย มาก, ทรง ตรัส ดัง นั้น แล้ว, ขุนนาง
ทั้งปวง ก็ มิ ได้ ทูล ประการใด, การ นั้น ก็ ยัง นิ่ง อยู่, แต่ ทว่า
เห็น ไม่ ช้า นาน การ เล่น หวย คง จะ เลิก เปน แท้, แต่ ปี นี้ ฤา
ปี น่า หา แจ้ง ไม่.

๏ อนึ่ง วัน เมื่อ เสด็จ กลับ จาก กรุง นั้น, วังน่า ยัง เสด็จ
ประทับ อยู่ ที่ สีทา, เพราะ สำคัญ ว่า ลม ที่ สีทา นั้น สบาย กว่า
กรุงเทพ ฯ, จึ่ง ภอ พระไทย เสด็จ อยู่ ที่ นั้น โดย มาก. แต่
มี ข่าว ว่า ข้า ราชการ ที่ ตาม เสด็จ ขึ้น ไป นั้น เปน ไข้ ถึง แก่ กรรม์
ใน เดือน ๑๒ นั้น ๕ คน.

๏ อนึ่ง ที่ กรุง เก่า เมื่อ ต้น เดือน ๑๒ นั้น ก็ เกิด ความ ไข้
มาก, แต่ บัดนี้ ลม ภัค มา แต่ ฝ่าย เหนือ แล้ว ไข้ นั้น เสื่อม สูญ
ไป.

๏ อนึ่ง เมื่อ ณวัน พุทธ เดือน สิบ เอ็ด ขึ้น สิบ เอ็ด ค่ำ เจ้า
พระยา กลาโหม, ขึ้น ไป รับ เสด็จ โดย ทาง ที่ จะ ขุด คลอง ใหม่
ถึง ดอน ฝ่าย เหนือ นั้น, ข่าว ว่า จะ เสด็จ ทอด พระเนตร ทาง ที่
จะ ทำ คลอง ใหม่ นั้น.


๏ กาน ผัว เมีย ๚ะ

๏ ณวัน พุทธ เดือน อ้าย ขึ้น สิบ เอ็ด ค่ำ, มิสเตอ ยอตช์
เควกแฮม เปน ชาว เมือง นิวยอก แขวง เมือง ยูไน ติศเทศ, ได้ รับ
หญิง ชื่อ อีไลซาฟรันกะ ชาว เมือง เอดอินเบิด, แขวง เมือง
ซกอดลันด์ ไว้เปน ภรรยา, แต่ หญิง นั้น อยู่ กับ หมอ แคม เบล,
ได้ จัด แจง แต่ง การ ที่ บ้าน หญิง. หมอ ปรัดเล ได้ เปนผู้ ประ
ทาน ตั้ง การ ผัวเมีย ตาม อย่าง ทำเนียม ข้าง คฤษเตียน มิศเตอ เกา
แซม นั้น เปน นาย การ ใน โรง พิมพ์ ของ หมอ ปรัดเล, ประมาณ
สิบ เดือน แล้ว, ได้ ภา ภรรยา มา อาไศรย อยู่ ใน บ้าน หมอ ปรัดเล
ใน วัน นั้น.

๏ อัน ทำเนียม คฤษเตียน เมื่อ จะ ตั้ง เปน ผัว เมีย กัน นั้น,
ชาย หญิง ทั้งสอง ต้อง เชิญ ผู้ เปน ประทาน มา, อิก ทั้ง เพื่อน
มิศหาย ที่ รัก ใคร่ กัน ทั้ง สอง ฝ่าย นั้น, พร้อม ใจ กัน มา นั่ง เปน
พยาน ด้วย. จึ่ง เชิญ กงสุล ที่ เปน ผู้ ใหญ่ สำรับ เมือง ของ ผู้
ชาย นั้น มา เปนพยาน. ครั้น ถึง เวลา กำหนด ทุ่มโมง, ผู้ ประ
ทาน ก็ เชิญ ชาย หญิง ที่ จะ รับ เปน ผัวเมีย กัน นั้น, ให้ ออก มา
ยืน อยู่ ที่ ท่า กลาง คน ทั้งปวง, ผู้ เปน ประ ทาน จึ่ง ถาม คน ทั้ง
ปวง ที่ เปน พยาน ว่า, ไคร ผู้ใด ได้ รู้ เหตุ อัน ใด หนึ่ง ที่ ควร
จะ ทัก ทาน ห้าม ปราม มิ ให้ สอง คน นี้, เปน ผัว เมีย กัน เชิญ
แจ้ง เหตุ ใน ทัน ใด นี้. ถ้า หา ไม่ ภาย หลัง อย่า ค้อน ติง ว่า กล่าว
ขึ้น เลย. ท่าน ผู้ เปน ประทาน ต้อง รอ คอย ฟัง ว่า, จะ มี ผู้ ใด
ว่า กล่าว ขัด ขวาง บ้าง ฤา ไม่. ถ้า ไม่ มี แล้ว, ท่าน จึ่ง ถาม ชาย
นั้น ตาม จริง ต่อ พระ ภักตร พระเจ้า ว่า, เจ้า ได้ รู้ เหตุ หนึ่ง เหตุ
ใด ใน ใจ ของ เจ้า ที่ พระ บัญัติ จะ ห้าม, มิ ให้ เปน ผัว แห่ง หญิง
นี้ บ้าง ฤา ไม่. ชาย นั้น จึ่ง ตอบ ตาม จริง ว่า ข้าพเจ้า หา รู้ ไม่.
แล้ว ท่าน ผู้ เปน ประทาน ก็ หัน น่า มา ถาม หญิง ว่า, เจ้า ได้ รู้
เหตุ สิ่ง ใด สิ่ง หนึ่ง ใน ใจ ของ เจ้า, ที่ พระ บัญัติ จะ ห้าม มิ ให้
เปน ภรรยา แห่ง ชาย คน นี้ บ้าง ฤา ไม่, ฝ่าย หญิง นั้น จึ่ง ตอบ
ตาม จริง ว่า ข้า เพเจ้า หา รู้ ไม่. แล ผู้ ประทาน ก็ กล่าว เปน คำ
พระ บ้าง, บาง ที่ อ่าน ใน พระคำภีร์ ที่ กล่าว ด้วย การ เมื่อ แรก ตั้ง
เปน ผัว เมีย ขึ้น ให้ เขา ทั้ง สอง ฟัง. แล้ว ผู้ ที่ เปน ประทาน ก็
เชิญ เขา ทั้ง สอง เอา มือ ข้าง ขวา มา จับ กัน เข้า. แล้ว กล่าว คำ
แก่ ชาย นั้น ว่า, ซึ่ง หญิง ที่ เจ้า ได้ จับ มือ เดี๋ยว นี้, เจ้า จะ รับ
ไว้ เปน ภรรยา ของ เจ้า ตาม พระ บัญญัติ, แล จะ ตั้ง คำ สัญญา
ต่อ พระ ภักตร์ พระเจ้า, แล ต่อ หน้า ผู้ เปน พยาน ทั้งหลาย เหล่า นี้
ว่า, เจ้า จะ รักษ หญิง นี้ แล จะ เปน สามี อัน ซื่อ สัจ แก่ เขา, กว่า
ความ ตาย จะ มา แยก ออก จาก กัน ฤา ไม่. ชาย ก็ ตอบ ตาม
สัจ ว่า ข้าพเจ้า จะ ประพฤทธิ์ ดั่ง นั้น. แล ผู้ ประทาน ก็ ถาม
หญิง นั้น ว่า, ซึ่ง ชาย ที่ เจ้า ได้ จับ มือ เดี๋ยว นี้, เจ้า จะ รับ ไว้
เปน สามี ของ เจ้า ตาม พระ บัญญัติ, แล จะ ตั้ง คำ สัญญา ต่อ พระ
ภักตร พระ เจ้า, แล ต่อ น่า ผู้ เปน พยาน ทั้ง หลาย เหล่า นี้, ว่า เจ้า
จะ รักษ ชาย นี้ แล จะ เปน ภรรยา อัน ซื่อ สัจ, แล เชื่อ ฟัง ชาย
นี้ กว่า ความ ตาย จะ มา แยก ออก จาก กัน ฤา ไม่. หญิง นั้น
ก็ ตอบ ตาม สัจ ว่า, ข้าพเจ้า จะ ประพฤทธิ์ ดั่ง นั้น. แล้ว ท่าน
ผู้ ประทาน จึ่ง กล่าว ว่า, เจ้า ทั้ง สอง ได้ สัญญา กัน ดั่ง นี้ แล้ว.
เรา ได้ กล่าว ไว้ ว่า ให้ เจ้า ทั้ง สอง เปน ผัว เมีย กัน ตาม พระ บัญญัติ
พระ เจ้า. แล ผู้ ที่ พระองค์ เจ้า โปรด ให้ เปน ผัว เมีย กัน แล้ว, อย่า
ให้ ผู้ ใด แยก จาก กัน เลย. แล้ว ผู้ ประทาน ก็ กล่าว คำ อวย
พร สั่ง สอน บ้าง เล๊ก น้อน, แล้ว สวด อ้อนวอน ขอ พร แก่ พระ
เจ้า. ครั้น จบ คำ สวด แล้ว ผู้ ประทาน ก็ มา จับ มือ หญิง สั่น,
ต้อง หัน ไป สั่น มือ ผู้ ชาย ให้ เปน สำคัญ ว่า, ขอ ให้ ทั้ง สอง ผัว เมีย
ที่ ตั้ง ใหม่ นี้ อยู่ เย็น เปน ศุข ด้วย กัน เถิด. แล้ว กงสุล ก็ มา
จับ มือ สั่น เหมือน กัน. แล คน ที่ เปน พยาน ก็ มา ที ละ สอง คน
จับ มือ สั่น กว่า จะ หมด คน ใน ที่ นั้น, คน ทั้ง สอง ก็ นั่ง ลง แล
คน ทั้งปวง ก็ นั่ง ตาม ชอบ ใจ สั่ง สนทนา กัน ใน ที่ นั้น. แล้ว ผู้
ที่ เปน เจ้า เรือน ตึก นั้น. ก็ เอา ขนม ต่าง ๆ ทั้ง น้ำ ชา กาแฟ มา
ส่ง ให้ ทุก ๆ คน. ครั้น กิน สำเร็จ แล้ว, สนทนา กัน อยู่ อีก ครู่
หนึ่ง ต่าง คน ก็ ลา มา บ้าน แห่ง ตน.

๏ ทำเนียม พวก คฤษ เตียน ตั้ง ผัว เมีย กัน เช่น ว่า มา แล้ว
นี้, ชาว อเมริกา ก็ ประพฤทธิ์ โดย มาก, แต่ พวก ชาว ยูรบ ถ้า
จะ ตั้ง ชาย ใด ๆ ให้ เปน ผัว เมีย กัน ชาย นั้น ต้อง ให้ แหวน กับ
หญิง วง หนึ่ง, ใน เมื่อ เวลา ได้ รับ เปน ภรรยา นั้น. ให้ หญิง เอา
แหวน ใส่ นิ้ว นาง ข้าง ซ้าย ไว้ เปน สำคัญ ว่า เปน ภรรยา ของ เขา
แล้ว, อย่า ให้ ผู้ ใด มี ความ สงไสย ว่า เปน หญิง สาว.

๏ อนึ่ง การ ที่ พระ บัญญัติ จะ ห้าม มิ ให้ ตั้ง เปน ผัว เมีย กัน
นั้น, คือ ชาย มี เมีย สอง, แล หญิง สอง ผัว, แล การ อื่น ต่าง
ต่าง ก็ มี มาก แต่ ไม่ ทัน ที่ จะ แก้ไขย ใน เวลา นี้.

บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้า ของ อู่ ใหม่

๏ อู่ แห่ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก
อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง ดิ
จารณ ก่ อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เหน ว่า เปน อู่ ดี กว่า อู่ ทั้งปวง ใน ประ
เทศ นี้. จะ ได้ แก้ เรือ ซ่อม แปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่
อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต, แล คง จะ ให้ ยาว กว่า นั้น อีก. โดย กว้าง
ได้ ๑๐๐ ฟุต, ลึก ๑๕ ฟุต. ที่ ปาก อู่ มี ปะตู เรียก ว่า ไกซัน, เก้
จะ ปิด มิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถีพ
ลำ แม่น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง
แรง นัก, กำปั่น เล็ก กำปั่น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน
ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จัก สำรับ ยก เสา
กะโดง, แล หม้อ น้ำ สำรับ กล ไฟ แขง แรง นัก. อู่ นั้น พร้อม
ด้วย เครื่อง สูบ ไป ด้วย กำลัง กล ไฟ. มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ
น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เรว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย
เครื่อง ใช้ ใน การ ทำ เรือ ใบ แล เรือ กล. แล การ นั้น มี นาย ที่
เปน ชาติ ยุรบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึง ชำนาณ
ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.

๏ แล ลูก จ้าง สำรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล
วัมภู ทั้งนั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี แห่ง อู่
นั้น, ปราถนา ที่ จะ ให้ คน ทั้งหลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี
ไม้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อย ไม้, เพื่อ จะ
ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อ ใด
ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะ ไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น

๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่
จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น,
เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือ ใบ เรือ กล ไฟ รก
การ ใด ๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล
เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขาย ให้ ตาม ราคา
ตลาด กรุงเทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา
จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤๅ ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน
กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อ ใด.

๏ อนึ่ง กปิตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น,
ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึง ออก
ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง
ฝาก ไป ถึง มิศเตอ ดับลิยู. เซ. โรเบิดซัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง
นั้น, บัด นี้ มิศเตอ ดับลิยู. เซ. โรเบิดซัน เปน นาย กอง นั้น,
เปน เจ้า กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เกบ เงิน แต่ ผู้ เดียว.

๏ อนึ่ง หนังสือ จด หมาย เหตุ ใบ นี้, ได้ ออก หล้า ไป สอง
วัน เพราะ การ ที่ เรือ เจ้า พระยา จวน จะ ออก ไป, จึ่ง มี การ ใน โรง
พิมพ์ มาก. ได้ ตี หนังสือ นาย ห้าง สำรับ ที่ จะ ฝาก ไป เมือง นอก
เปน หลาย ร้อย ฉบับ, แล หนังสือ อื่น ต่าง ๆ มาก. ข้าพเจ้า ฃอ
อาไภย ใน ท่าน ทั้งปวง ที่ ได้ ซื้อ จด หมาย เหตุ นี้.


๏ อนึ่ง ข้าพเจ้า มี ความ สงไสย ว่า, เหตุ ใด ไทย จึ่ง มิ ได้
รักษ ใคร่ ใน เรื่อง พระราช พงษาวดาร ฃอง ตน เล่า. ด้วย ข้าพเจ้า
ได้ จัด แจง ตี พิมพ์ ผูก เล่ม ไว้ พร้อม แล้ว, เรื่อง หนึ่ง เปน ๔๒
เล่ม สมุทไทย, ผูก ไว้ งาม ดี มั่น คง. ควร จะ ซื้อ ไป อ่าน ดู จะ ได้
รู้ ใน เรื่อง โบราณ์ เลอียด ดี ถี่ ถ้วน, ข้าพเจ้า ได้ ขาย เรื่อง หนึ่ง
สอง เล่ม เปน เงิน สอง ตำลึง สอง บาท สอง สลึง เท่า นั้น. ถ้า
จะ คิด เปน เล่ม สมุท ไทย, ราคา คง อยู่ ใน เล่ม ละ สลึง เดียว.
ควร ที่ ท่าน ทั้งปวง จะ ซื้อ ไป อ่าน ดู, จะ ได้ รู้ เรื่อง เปน คติ ไป
ตาม ใน พระ ราช พงษาวดาร นั้น แล. หนังสือ ถูก อย่าง นี้ ไม่ ซื้อ,
ดู เหมือน จะ ไม่ รักษ เมือง ของ ตัว เสีย แล้ว.


โคม ลอย

๏ จะ แจ้ง การ ที่ ทำ บาลูน เรียก ว่า โคม ลอย นั้น. เอา
ลวด มา ขด ทำ เปน โครง สัณฐาน คล้าย ผล น้ำเต้า, คอ เรียว มิ
ได้ ดอก. แล้ว เอา ผ้า แพร มา ปิด, คว่ำ ลง ที่ เปล ดุจ เรือ มี สาย
ลวด ผูก โยง หอ้ย ติด กับ เปล, แล คาด คอ ไว้. คน ขึ้น นั่ง อยู่
บน เปล นั้น, แล พาย ใน โคม นั้น มี เรือน ไฟ แคศ ทำ ด้วย ลวด
บ้าง เหล็ก วิลาด บ้าง. ถ้า เอา ไฟ จุด เข้า แล้ว โคม ก็ ขึ้น พา เอา
คน กับ เปล นั้น ลอย ปลิว ขึ้น ไป ด้วย. ลม พัด ไป ทาง ไหน ก็
หัน ไป ทาง นั้น. บาง ที ก็ สูง, บาง ที่ ก็ ต่ำ.

๏ อยู่ มา ครั้ง หนึ่ง สัก ห้า ปี ที่ ล่วง ไป แล้ว นี้, มี ผู้ อยู่
ใน เมือง แว่น แคว้น อยู่ในทิศเทศ อเมริกา สี่คน, ได้ ทำ บาลูน ขึ้น
ขี่ เล่น ก็ ลอย ไป สูง ประมาณ แปด เส้น. แล ใน สิบ เก้า ชั่ว
โมง ลอย ไป ไกล พัน ร้อย ห้า สิบ ไมล์, คิด เปน ไทย ได้ ร้อย
สิบ ห้า โยชน์ เปน อย่าง ยิ่ง. อีก อย่าง หนึ่ง เมื่อ มี ข่า ศึก ยก มา
ตั้ง ค่าย อยู่ จะ รบ, ชาว อเมริกา แล ชาว ยุรบ, ก็ ได้ ใช้ บาลูน คน


๏ ประนินทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง ขึ้น เดือน อ้าย นี้ ๚ะ
คำ อังกฤษคำ ไทยคำ จีนอาทิตย์ ขึ้น กี่โมงอาทิตย์ ตก กี่โมงอาทิตย์ เที่ยง กี่โมงจันทร์ ขึ้น กี่ ทุ่ม
เดือน โนเวมเบอเดือน อ้ายเดือน สิบขึ้น
วัน จันทร๔ ค่ำแรมค่ำ ๑๑๗ ค่ำย่ำรุ่ง แล้ว๑๔ นาที๕ โมง ๒๗ นาทีบ่าย ๙​ นาทีทุ่ม ๑ ​กับ๒๙ นาที
วัน อังคาร๕ ค่ำ"๒  ค่ำ๑๘ ค่ำ"๑๔ นาที๕ โมง ๒๘ นาทีบ่าย ๙​ นาที๒ ​กับ๒๖ นาที
วัน พุทธ๖ ค่ำ"๓  ค่ำ๑๙ ค่ำ"๑๕ นาที๕ โมง ๒๘ นาทีบ่าย ๙​ นาที๓​ กับ๒๒ นาที
วัน พฤหัสบดี๗ ค่ำ"๔  ค่ำ๒๐ ค่ำ"๑๕ นาที๕ โมง ๒๘ นาทีบ่าย ๘​ นาที๔​ กับ๑๔ นาที
วัน ศุกร๘ ค่ำ"๕  ค่ำ๒๑ ค่ำ"๑๖ นาที๕ โมง ๒๘ นาทีบ่าย ๘​ นาที๕​ กับ๓ นาที
วัน เสาร์๙ ค่ำ"๖  ค่ำ๒๒ ค่ำ"๑๗ นาที๕ โมง ๒๙ นาทีบ่าย ๗​ นาที๕​ กับ๕๒ นาที
วัน อาทิตย์๑๐ ค่ำ"๗  ค่ำ๒๓ ค่ำ"๑๗ นาที๕ โมง ๒๙ นาทีบ่าย ๗​ นาทีอังกฤษ ว่า เช้า
วัน จันทร๒๑ ค่ำ"๘  ค่ำ๒๔ ค่ำ"๑๘ นาที๕ โมง ๓๐ นาทีบ่าย ๖​ นาที๖​ กับ๓๙ นาที
วัน อังคาร๒๒ ค่ำ"๙  ค่ำ๒๕ ค่ำ"๑๘ นาที๕ โมง ๓๐ นาทีบ่าย ๖​ นาที๗​ กับ๒๔ นาที
วัน พุทธ๒๓ ค่ำ"๑๐ ค่ำ๒๖ ค่ำ"๑๙ นาที๕ โมง ๓๐ นาทีบ่าย ๕​ นาที๘​ กับ๑๕ นาที
วัน พฤหัสบดี๒๔ ค่ำ"๑๑ ค่ำ๒๗ ค่ำ"๑๙ นาที๕ โมง ๓๑ นาทีบ่าย ๕​ นาที๘​ กับ๑๕ นาที
วัน ศุกร๒๕ ค่ำ"๑๒ ค่ำ๒๘ ค่ำ"๒๐ นาที๕ โมง ๓๑ นาทีบ่าย ๕​ นาที๙​ กับ๔๖ นาที
วัน เสาร์๒๖ ค่ำ"๑๓ ค่ำ๒๙ ค่ำ"๒๑ นาที๕ โมง ๓๑ นาทีบ่าย ๔​ นาที๑๐​ กับ๓๗ นาที
วัน อาทิตย์๒๗ ค่ำ"๑๔ ค่ำ๓๐ ค่ำ"๒๑ นาที๕ โมง ๓๑ นาทีบ่าย ๔​ นาที๑๑​ กับ๒๖ นาที


ขึ้น อยู่ อย่าง นั้น มี สาย เชือก ชัก, ให้ ลอย ขึ้น สุง ใน เพลา กลาง
วัน ส่อง กล้อง ดู ค่าย แล หมู่ พล ฆ่าศึก ที่ ตั้ง อยู่ นั้น. ครั้น ส่อง
ดู แล้ว เหน ว่า ค่าย พล ศึก ไม่ แน่น หนา ด้าน ไหน, ก็ ชัก เชือก
บาลูน ให้ ลง มา, จึ่ง ใช้ คน เข้า ไป รบ ทำลาย ค่าย ด้าน นั้น.
อีก สฐาน หนึ่ง, ถ้า จะ ต้อง การ ชัก รูป แผน ที่ แผ่นดิน ว่า กว้าง
ใหญ่ มี อาการ เปน อย่าง ไร, ก็ ใช้ บาลูน คน อยู่ เช่น นั้น ทั้ง
เครื่อง สำรับ ชัก เสร็จ. ให้ ลอย ขึ้น ไป สุง แล้ว ชัก รูป แผ่นดิน
บน อากาศ นั้น, เมื่อ แล้ว ก็ ชัก เชือก บาลูน ลง มา. นี้ และ บา
ลูน เครื่อง เล่น ชาว ประเทศ อเมริกา, แล ยุรบ ได้ ใช้ อยู่ อย่าง นี้
มี คุณ โดย มาก.


เรือ สยาม ที่ ค้าง อยู่ เมือง จีน

๏ ค้าง อยู่ ที่ เมือง ฮองกง, เมื่อ ณวัน ศุกร เดือน ๑๓ แรม
สิบ สี่ ค่ำ, คือ เอมิกุกสัศ ๑ โคไลอา ๑ ฮับเสง ๑ ปรินเปรศซิรับ
พี้ ๑ เซนเอตร ๑ สูติงสตา ๑ ไตวก ๑ วีรีนา ๑ วร์เตอ. ๑


ค้าง อยู่ ที่ เมือง ซวอเถา.

๏ ณวัน ประหัศ เดือน ๑๒ ขึ้น หก ค่ำ, คือ กวีน ออฟเอง
ลันด์ ๑ เรศโชลูก ๑ ไตงอน ๑ ไตโลง. ๑


ค้าง อยู่ ที่ เมือง เซี่ยงไฮ้.

๏ ณวัน ศุกร เดือน ๑๒ ขึ้น ค่ำ ๑, คือ ปารึคอร ๑ เสนท์ยอศ. ๑


กำปั่น เข้า กรุงเทพ ฯ
เข้ามาเมื่อไรกำปั่น ชื่อไรกัปตัน ชื่อไรคี่ ตอนเรือ อไรมาแต่ ไหน
เดือน ๑๒ แรม ๑๕ ค่ำโยฮันนาโอนแฮนค์๒๖๐บริตติชแมกลอง
“ ค่ำออคัสท์บุด๔๑๒ปาก สยามฮองกง
“ ค่ำซงหวยบิเกอชัน๓๐๐ปาก สยามฮองกง
เดือน อ้าย ขึ้น ค่ำ หนึ่งปรึเตียนเรนอล์ด๒๙๔สกุนเนอ สยามฮองกง
๓ ค่ำทัมฟอลตินฟะเรนเดนเบิก๕๐๗ชิพ สยามฮองกง
“ ค่ำอีรินบาระเรศ๑๘๒สกุนเนอ อังกฤษสิงโป
๔ ค่ำซอกซะเอเวอเรแช็ก๔๘๗ปาก อังกฤษฮองกง
๖ ค่ำเคลาด์เดนมอตลิน๓๗๕ปาก สยามฮองกง
" ค่ำติงไชเครศ๑๐๗สกุนเนอ อังกฤษสิงคโปร์
๗ ค่ำเปนเงินซิโตโซอ๑๘๗สกุนเนอ สยามไอ้มุ่ย
๘ ค่ำกอบเตศต์แฮดเกอ๓๘๖ชิพ สยามฮองกง
" ค่ำไอ้มุ่ยสมิท๒๖๒บริค สยามฮองกง
๑๐ ค่ำฟเรดริกเฮนริกแคลตเบอ๕๒๒ปาก ฮอลันดาแมกลอง
๑๒ ค่ำเกนหมากเฟราช์๓๒๘ปาก สยามฮองกง
“ ค่ำเออสะตีลิงกอก๑๐๘ปาก ดัตช์สิงคโปร์
“ ค่ำเจ้าพระยาออร์ตัน๓๕๓กลไฟ สยามสิงคโปร์
ออก เมื่อไรกำปั่น ออก จาก กรุงเทพ ฯจะ ไป ไหน
เดือน ๑๒ แรม ๑๕ ค่ำโอมาร์ปาชาแบลก๔๑๐ปากอังกฤษฮองกง
ชุน ๕ ค่ำกำไรบัคฟอก๒๕๖สกุนเนอ สยามปะตาวีย
“ ๗ ค่ำเอโดอินซีเวก๒๕๐ปาก แฮมเบิกฮองกง
“ ค่ำเซนต์แมรีคริอช์๔๑๑ปาก สยามสิงคโปร์