BANGKOK RECORDER


BANGKOK RECORDER

Vol. 1 เล่ม ๑ บางกอก เดียน ยี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๒๗ Jan. 1st 1866 กฤษศักราช ๑๘๖๖, ใบที่ ๒๑ No. 21

คอน สติทิวชัน คือ กฎหมาย เปน หลัก เมือง
อเมริกา ต่อ ที่ มี ในน่า ๑๘๖

บท ๒

๏ ส่วน ที่ ๑. อำนาถ ที่ จะ ครอบ ครอง เมือง ยูไน ติศเษย,
จะ ให้ ตั้ง อยู่ ใน คน ผู้ หนึ่ง, ที่ จะเปน เปร์ศซิเด็นต์ ของ เมือง
ยูไนติศเษย อเมริกา. ท่าน จะ ตั้ง อยู่ ใน ตำ แหน่ง นั้น ครบ ๔ ปี.
แล ท่าน กับ ไวซี่เปร์ศซิเด็น ที่ จะ ตั้ง ไว้ ครบ ๔ ปี เหมือน กัน นั้น
จะ ต้อง เลือก ทั้งสอง คน นั้น, ตาม อย่าง ที่ จะ กล่าว ต่อ ไป นี้.

๏ ข้อ ที่ ๒. ทุก หัว เมือง จะ ต้อง ตั้ง คน ไว้ สำหรับ เลือก
เปร์ศซิเด็นต์, ตาม อย่าง ที่ ลีฆิศเลเซอ ( คือ พวก ที่ ว่า ราชการ
หัว เมือง สำรับ ทุก หัว เมือง) จะ บังคับ. ต้อง เลือก ตาม มาก แล
น้อย เสมอ กัน กับ คน ที่ หัว เมือง มี เซน เนตอ, แล เร็บรีเซน
เตตีฟ, ที่ ให้ ว่า ราชการ ใน คอนเครศ นั้น. แต่ คน ใด ๆ ที่
เปน เซนเนตอ, ฤา เรีปรีเซนเตตีฟ, ฤา คน อื่น ๆ ที่ ได้ ตั้ง
อยู่ ใน ตำแหน่ง, ฤา ราชการ อะไร ๆ ที่ จะ เปน ประโยชน์ แก่ ตัว,
ใต้ ร่มธง เมือง ยูในติศเทษ, ห้าม มิ ให้ ตั้ง ไว้ เปน ผู้ เลือก
เปร์ศซิเด็นต์.

๏ ข้อ ที่ ๓. ผู้ ที่ จะ เลือก เปร์ศซิเด็นต์ นั้น, ต้อง ประชุม
กัน ใน หัว เมือง ของ ตัว ทุก คน. แล้ว ต้อง จัด เขียน ฉลาก มี
สอง คน คือ คน หนึ่ง ที่ จะ ให้ เปน เปร์ศซิเด็นต์, คน หนึ่ง ที่ จะ ให้
เปน ไวซิ้เปร์ศซิเด็นต์, ตั้ง ไว้ เพื่อ จะ เลือก เอา คน หนึ่ง, เปน
เปร์ศซิเด็นต์. ใน สอง คน นั้น, คน หนึ่ง ต้อง เปน ชาว หัว เมือง
อื่น, นอก จาก เมือง ที่ ผู้ เลือก อยู่ นั้น. แล พวก ที่ เลือก สัน
นั้น, จะ ต้อง มี บาญชี คน ที่ ตัว เลือก นั้น, แล ฉลาก ชื่อ ว่า จะ มี
สัก เท่า ใด. แล้ว ต้อง ลง ชื่อ ไว้ เปน สำคัญ ที่ ใต้ บาญชี นั้น.
แล้ว ต้อง ประทับ ตรา ที่ บาญชี นั้น, ฝาก ไป ถึง ที่ เมือง หลวง
แห่ง เมือง ยูไนติศเทษ, ถึง ผู้ ที่ เปน เปร์ศซิเด็นต์ ของ พวก เซน
เนตอ. ฝ่าย เปร์ศซิเด็นต์ ของ พวก เซนเนตอ ต้อง เปิด ดู
บาญชี แต่ บันดา ที่ ส่ง มา แต่ หัว เมือง ทั้งปวง นั้น, ตรง น่า
พวก เซนเนตอ, แล พวก เร็ปรีเซ็นเตติฟ. แล้ว ต้อง เปิด หนัง
สือ ที่ ฝาก มา นั้น, นับ ตรวจ ชื่อ ใน บาญชี นั้น. ถ้า ผู้ ใด มี
ฉลาก ชื่อ อยู่ ใน บาญชี นั้น มาก กว่า ผู้ อื่น, ผู้ นั้น จะ ตั้ง ขึ้น เปน
เปร์ศซิเด็นต์. ถ้า แม้น ฉลาก นั้น, นับ ได้ มาก เสมอ พวก ใหญ่
ของ คน ที่ เลอืก, ที่ ได้ แบ่ง ออก เปน สอง พวก นั้น, ก็ เปน
ตั้ง เปร์ศซิเด็นต์ ได้. ถ้า แม้น มี สอง คน ฤๅ สาม คน ขึ้น ไป, ที่ มี
ชื่อ ใน ฉลาก มาก เสมอ กัน นั้น, ก็ พวก เร็บริเซนเตติฟ จะ ต้อง
เลอืก ด้วย ฉลาก ใน ขณะ นั้น, คน หนึ่ง จาก สอง คน ฤๅ สาม
คน, ที่ มี ชื่อ ใน ฉลาก เสมอ กัน นั้น, ตั้ง ขึ้น เปน เปร์ศซิเด็นต์
คน หนึ่ง. ถ้า ไม่ มี ผู้ ใด ที่ มี ฉลาก ใน บาญชี นั้น มาก เสมอ
พวก ใหญ่ ที่ เลอืก นั้น, ก็ พวก เร็บริเซนเตติฟ ต้อง เลอืก คน
หนึ่ง, แต่ สอง คน สาม คน ที่ มี ฉลาก มาก กว่า คน อื่น, ใน
บาญชี ของ พวก ที่ เลอืก นั้น, ให้ เปน เปร์ศซิเด็นต์. แต่
เมื่อ จะ เลอืก เปร์ศซิเด็นต์, พวก เร็บริเซนเตติฟ ต้อง เลอืก
ตาม หัว เมือง, คือ พวก เร็บริเซนเตติฟ ที่ ได้ มา แต่ หัว เมือง
ใดๆ หมด ด้วย กัน จะ นับ ว่า เปน ฉลาก หนึ่ง. ถ้า มี เร็บริเซนเต
ติฟ คน หนึ่ง, ฤๅ สอง คน ขึ้น ไป ประชุม กัน แต่ หัว เมือง ทั้ง
ปวง, ก็ จะ จัด เลอืก เปร์ศซิเด็นต์ ได้. ถึง จะ ขาด เสีย ซึ่ง
พวก เร็บรีเซ็นเตติฟ, แต่ หัว เมือง ส่วน หนึ่ง, มี ที่ ประชุม นั้น
เหลือ อยู่ สอง ส่วน, แต่ เท่า นั้น ก็ เลอืก ได้. ถ้า หัว เมือง ที่
จะ เลอืก เปร์ศซิเด็นต์ ไม่ พร้อม ใจ กัน, พวก ไหน มี ฉลาก มาก
กว่า หัว เมือง ทั้งปวง, ตั้ง แต่ กว่า ครึ่ง เมือง ขึ้น ไป, พวก
นั้น ก็ เปน ได้ ไชย ชำนะ. อนึ่ง เมื่อ จัด เลอืก เปร์ศซิเด็นต์
แล้ว, ผู้ ที่ จะ ตั้ง เปน ไวซี้ เปร์ศซิเด็นต์ นั้น, คือ คน ที่ มี ชื่อ ใน
ฉลาก, ใน บาญชี ของ ผู้ เลอืก มาก กว่า คน อื่น ทั้งปวง, คง จะ
เปน ไวซี้ เปร์ศซิเด็นต์ ได้. ถ้า มี สอง คน ฤๅ สาม คน ขึ้น ไป,
มี ชื่อ ใน ฉลาก นับ ได้ เท่า กัน, ก็ พวก เซนเนตอ ต้อง เลอืก
แต่ ใน สอง คน ฤๅ สาม คน นั้น, เปน ไวซิ์ เปร็ศซิเด็นต์ คน หนึ่ง.
ตาม อย่าง ใน ฉลาก.

๏ ข้อ ที่ ๔. คอนเครศ จะ กำหนฎ เวลา ที่ พวก เลือก เปร้ศ
ซิเด็นต์ จะ ประชุม กัน, แล จะ กำหนฎ เวลา วัน ที่ เขา ทั้งปวง จะ มา
ยื่น ฉลาก. แล วัน ที่ จะ ยื่น ฉลาก นั้น, ต้อง ให้ พร้อม ใน วัน
เดียว กัน ตลอด ทุก หัว เมือง.

๏ ข้อ ที่ ๕. ห้าม มิ ให้ เลือก ผู้ ใด เปน เปร็ศซิเด็นต์ ที่ ไม่ ได้
เกิด ใน เมือง ยูในติศเตษ, ฤๅ ที่ ไม่ ได้ เปน ชาว เมือง ยูในติศเตษ
ตาม กฎหมาย คอนซะติติวชัน. แล ห้าม มิให้ เลือก ผู้ ใด เปน
เปร็ศซิเด็นต์, ที่ อายุ ยัง ไม่ ครบ สามสิบห้า ปี, ฤๅ ผู้ ที่ ไม่ ได้
อยู่ ใน แว่นแคว้น เมือง ยูในติศเตษ ครบ สิบสี่ ปี แล้ว.

๏ ข้อ ที่ ๖. ถ้า เปร็ศซิเด็นต์ ออก จาก ที่ ตำแหน่ง เมื่อ ยัง
ไม่ ครบ กำหนฎ สี่ ปี, ฤๅ ถึง แก่ กรรม ตาย, ฤๅ ลา ออก จาก ที่
ตำแหน่ง, ฤๅ ไม่มี กำลัง ภอ ที่ จะ ว่า ราชการ ใน ตำแหน่ง นั้น
ต่อ ไป, ผู้ ที่ เปน ไวซิ์ เปร็ศซิเด็นต์, จะ ต้อง ขึ้น เปน เปร็ศซิเด็นต์
ต่อ ไป ตาม กฎหมาย. แล คอน เครศ มี อำนาถ ที่ จะ ตั้ง คน อื่น
แทน เปร็ศซิเด็นต์, แล แทน ไวซิ์ เปร็ศซิเด็นต์ เมื่อ ทั้ง สอง ผู้ ใด ผู้
หนึ่ง ถึง แก่กรรม ตาย, ฤๅ ลา ออก เสีย จาก ตำแหน่ง, ฤๅ ไม่มี กำ
ลัง ที่ จะ ว่า ราชการ ต่อ ไป. แล คน ที่ คอนเครศ จะ ตั้ง ไว้ อย่าง
นั้น, ผู้ นั้น ต้อง ว่า ราชการ, ใน ที่ ตำแหน่ง เปร็ศซิเด็นต์ ฤๅ ไวซิ์
เปร็ศซิเด็นต์, ต่อ ไป กว่า จะ จัด เลือก คน อื่น ๆ ได้ ตาม ปรกติ.

๏ ข้อ ที่ ๗. ผู้ ที่ เปน เปร็ศซิเด็นต์ จะ ได้ รับ เบี้ยหวัด เพราะ
ท่าน ได้ ว่า ราชการ, ใน ที่ ตำแหน่ง เปร็ศซิเด็นต์, จะ ให้ รับ
ตาม เวลา กำหนฎ ไว้ เสมอ. แต่ เบี้ยหวัด นั้น จะ ไม่ ให้ ขึ้น ไม่
ให้ ลง ใน เพลา รว่าง สี่ ปี ที่ ได้ เลอืก ตั้ง ไว้ ใน ตำแหน่ง นั้น. แล
ห้าม มิให้ เปร็ศซิเด็นต์, รับ เงิน ฤๅ สิ่ง ของ อื่น ๆ, ที่ จะ เปน
ประโยชน์ แก่ ตัว, จาก เมือง ยูไน ติศเตศ, ฤๅ จาก หัว เมือง
ใด ๆ ใน แว่นแคว้น เมือง ยูในติศเตษ, ใน เวลา สี่ ปี นั้น.

๏ ข้อ ที่ ๘. เมื่อ ก่อน ท่าน จะ เข้า ว่า ราชการ ตาม ตำแหน่ง
เปร็ศซิเด็นต์ นั้น, ท่าน ต้อง ษาบาล ตัว ตาม อย่าง ที่ มี ใน ข้อ
ที่ ๙ ต่อ ไป.

๏ ข้อ ที่ ๙ ข้าพเจ้า ได้ ษาบาล ด้วย ใจ กลัวเกรง พระเจ้า, ตั้ง
คำ สัญญา ว่า, ข้าพเจ้า จะ ว่า ราชการ ตาม ตำแหน่ง เปร็ศซิเด็นต์
แห่ง เมือง ยูในติศเตษ โดย ความ สัจ ธรรม์. แล ข้าพเจ้า จะ
ปก ครอง รักษา กฎหมาย คอนชะติติว ชัน, ของ เมือง ยูในติศ
เตษ, ด้วย เต็ม ตาม กำลัง ของ ข้าพเจ้า.


๏ เรื่อง หมา ใน ๚ะ

๏ มี เนื้อ ความ ว่า, เรื่อง หมา ใน ที่ มัก ทำ อัน ตราย แก่ คน
แล ม้า นั้น มี มาก. ธรรมดา หมา ใน นั้น, เมื่อ เขา จับ ได้ เอา มา
เลี้ยง ไว้ แล้ว, ก็ เชื่อง ย่อม รัก เจ้า ของ มาก. แล ที่ ประเทศ
เมือง ยูรบ, ใน ป่า ใหญ่ นั้น มี หมา ใน ชุก ชุม หนัก. ครั้น ถึง
ระดู หนาว หมู่ หมา ใน เหล่า นั้น ก็ ดุ ร้าย, มัก ทำ อัน ตราย แก่
คน แล สัตว์ ต่าง ๆ, แล้ว ภา กัน เข้า มา ใน เมือง, ไล่ กัด
คน แล สัตว์ กิน เปน ภักษา หาร. แต่ ใน เมือง ที่ มี คน มาก แซง
แรง แล้ว, หมา ใน นั้น ก็ ครั่น คร้าม กลัว, เพลา กลาง วัน ก็
มิ ใคร่ จะ ออก จาก ที่ อยู่ ของ ตัว ได้. แล้ว เมื่อ หมู่ ชน เขา ไล่
ยิง นั้น, มัน ซบ หัว แล หาง ลง ชิด ดิน แล้ว เดิน ไป, เพื่อ ประ
สงค์ จะ กลบ เกลื่อน รอย ของ มัน เสีย. ครั้น รอด ตัว พ้น ไภย ไล่
จาก ผู้ ไล่ ยิง แล้ว, หมา ใน นั้น ก็ ยก หัว ชู หาง ขึ้น แล้ว แล่น
หนี ไป. อยู่ มา มี หมู่ เนื้อ ฝูง หนึ่ง อยู่ บน ยอด เขา, แต่ ทาง
ที่ ไป บน ยอด เขา นั้น, ข้าง หนึ่ง เปน เหว ฤก, ข้าง หนึ่ง นั้น ฝูง
หมา ใน ก็ ภา กัน ไล่ อ้อม ล้อม วง เข้า ไป. หมู่ เนื้อ นั้น กลัว ก็
ภา กัน หนี ถอย ไป จน ใกล้ เหว ใหญ่ นั้น หมา ใน ครั้น เห็น ได้
ที่ แล้ว, ก็ ภา วิ่ง กรู เกรียว ไล่ เห่า กระโชก. ฝูง เนื้อ นั้น ตก
ใจ กลัว, ก็ ภา กัน วิ่ง ตก ลง ไป ใน เหว ตาย หมด ทั้ง สิ้น. ส่วน
หมา ใน เห็น ดัง นั้น, ก็ ภา กัน ลง ไป ตาม ซอก เหว ข้าง หนึ่ง,
แล้ว ภา กัน กัด กิน เนื้อ นั้น จน สิ้น เชิง.

๏ ได้ ยิน ว่า ที่ เมือง ตาดาริ นั้น, ฝูง ม้า ที่ อยู่ ใน ป่า ใหญ่
สู้ กับ หมู่ หมา ใน ได้, เพราะ ม้า เหล่า นั้น ฉลาด, ภา กัน ยืน
เรียง ทำ เปน วง เข้า แล้ว, ให้ ลูก ม้า แล แม่ ม้า นั้น เข้า อยู่ ใน
ท่ากลาง. ครั้น เมื่อ หมา ใน นั้น เข้า มา จะ ทำ อันตราย ปทุษฐร้าย,
ม้า เหล่า นั้น ก็ ดีด โชก ด้วย ท้าว ถูก หมา ใน เหล่า นั้น ตาย. ไม่
อาจ จะ ทำ อันตราย ได้.

๏ อนึ่ง ธรรมดา หมา ใน นั้น. เมื่อ เขา จับ ได้ เอา มา เลี้ยง
ไว้, ให้ อยู่ ใน อำนาถ แล้ว, มัน ก็ กลัว คน หนัก, ไม่ อาจ ษามาท
ทำ อันตราย แก่ คน. แต่ ใน เมือง อินเดีย นั้น, เขา ขุด หลุม ให้
คุก สำรับ ดัก หมา ใน. ครั้น เมื่อ มัน ตก หลุม ติด อยู่ แล้ว, คน
เดียว ก็ จับ มัด ได้ มาก หลาย ตัว

๏ อนึ่ง ใน เมือง รัซเซีย นั้น, มี คน ทำ การ คน หนึ่ง ขี่
เลื่อน ทำ ด้วย กระดาน เทียม ด้วย ม้า, ฝูง หมา ใน สิบ เอ็ด ตัว ก็
ไล่ เป็น หมู่ มา. คราว นั้น คน ทำ การ อยู่ ไม่ สู้ ไกล จาก บ้าน นัก,
ก็ นั้น, เขา ก็ ขับ ม้า ควบ เต็ม กำลัง มา. ครั้น มา ถึง ประตู บ้าน
ประตู บ้าน นั้น ก็ ยัง บึก อยู่, ม้า นั้น ก็ โดน กะแทก ประตู เบิด
เข้า ไป ได้. หมา ใน วิ่ง ไล่ ติด ตาม เข้า ไป เก้า ตัว, แล้ว ประ
ตู ก็ ปิด. ส่วน หมา ใน ก็ อยู่ ใน นั้น. ครั้น หนี ออก มา ไม่ ได้.
มัน ตก ใจ กลัว เที่ยว ซุก ซ่อน อยู่ ตาม มุม รั้ว แล โพรง. คน
นั้น ก็ จับ ฆ่า เสีย ตาม อัชฌาไสย ของ ตน. สิ้น ข้อ ความ แต่
เพียง นี้. แต่ คง มี อีก ต่อ ไป ข้าง น่า.


สินค้า ที่ เมือง จิน

๏ คัด ออก จาก หนังสือ จดหมายเหตุ เมือง ฮ่องกง, เรียก
ว่า โอะวะแลนด์ ตรด์ รีโปต. ณวัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น ๑๓ ค่ำ


๏ ใบชา. การ ค้า ขาย ใบชา ใน ราวาง ๑๕ วัน นั้น ดี อยู่
ราคา ใบ ชา ดำ นั้น คง อยู่ เหมือน ดัง ก่อน. แต่ ใบชา เขียว นั้น
ขึ้น ราคา หน่อย หนึ่ง. ใบชา ยัง มี มาก อยู่ แต่ บันดา ที่ เมือง ปาก
น้ำ ทั้งปวง. ใบชา ที่ ขาย ใน ๑๒ เดือน นี้, เป็น ชา ออกไป ถึง
เมือง อังกฤษ, น้อย กว่า ปี ก่อน นั้น หน่อย หนึ่ง. แต่ ที่ ขา ออก
แห่ง เมือง ยูในติศเทษ นั้น ก็ มาก กว่า ปี ก่อน นัก. แล เห็น ว่า
ผู้ ทำ ใบชา ขาย ที่ เมือง จิน คง จะ ได้กำไร มาก ใน ปี ที่ ล่วง มา
แล้ว นั้น, แล จะ ได้ มี น้ำ ใจ ทำ ใบชา ให้ มาก ขึ้น ไป กว่า แต่ก่อน.
ราคา ใบชา ที่ เมือง ฮ่องกง, อย่าง ที่ เรียก ปีโก หอม เหมือน
เปลือก ส้มจิน, มี อยู่ ห้าพันหีบ, ราคา หีบละ ๓๘ บาท แล ๗๕
อย่าง ที่ เรียก ว่า เกเปอ มี อยู่ หก พัน ห้า ร้อย หีบ ราคา หีบละ ๓๔
แล ๖๒ บาท. อย่าง ที่ เรียก ว่า กอนเคา, มี อยู่ พัน หีบ ราคา
หีบละ ๕๔ บาท แล ๕๖. อย่าง ที่ เรียก ว่า คันเปาเดอ กวาง
ตุง มี สี่ พัน หีบ, ราคา หีบละ ๒๒ บาท แล ๕๘ บาท. อย่าง ที่
เรียก ว่า เปาจง, มี สอง พัน ห้า ร้อย หีบ ๆ ละ ๔๔ บาท แล ๔๘
บาท. ใบชา เขียว ย่าง ที่ เรียก ว่า คันเปาเดอ, ราคา หีบ
ละ ๘๙ บาท แล ๑๐๒ บาท. อย่าง ที่ เรียก ว่า อิมบีรีอัล, ราคา
หีบละ ๘๙ แล ๙๕ บาท. อย่าง ที่ เรียก ว่า ยังไฮซัน, หีบละ
๔๒ แล ๙๕ บาท. อย่าง ที่ เรียก ว่า ไซซอนสกีน หีบละ ๓๓
แล ๔๑ บาท.


ไหม ที่ ยัง มิ ได้ ปั่น

๏ ที่ เมือง กวางตุ้ง การ คาขาย ไหม ใน ๑๒ เดือน, ที่ ล่วง
มา แล้ว ได้ ขาย ๔๐๐๐ เบล์ แล ปี ที่ ถัด ไป นั้น. ได้ ขาย แต่
๔๑๔ เบล์. ณเดือน อ้าย ขึ้น ๑๓ ค่ำ นั้น, ราคา ไหม ที่ เมือง
กวางตุ้ง, อย่าง ที่ เรียก ว่า ลุงกง ที่ หนึ่ง หาบ ละ ๕๘๕ แล
๕๙๐ เหรียน ที่ สอง หาบ ละ ๕๗๐ แล ๕๗๕ เหรียน. อย่าง ที่
เรียก ว่า สักโล ที่ หนึ่ง, หาบ ละ ๕๕๕ แล ๕๖๐. เหรียน. อย่าง
ที่ เรียก เกากง ที่ หนึ่ง, หาบ ละ ๕๓๐ แล ๕๓๕ เหรียน. อย่าง
ที่ เรียก กำซัด ที่ หนึ่ง, หาบ ละ ๕๖๐ แล ๕๖๕ เหรียน. อย่าง
ที่ เรียก ว่า เซนลำ ที่ หนึ่ง, หาบ ละ ๔๒๕ แล ๔๓๐ เหรียน.
อย่าง ที่ เรียก ว่า ปั่นยำ ที่ หนึ่ง, หาบ ละ ๑๖๕ แล ๑๗๐ เหรียน.
อย่าง ที่ เรียก ซัดลี ที่ หนึ่ง, หาบ ละ ๕๘๕ แล ๕๙๐. เหรียน.


น้ำ ตาล ทราย ฮองกง

๏ ราคา สูง ไม่ ใคร่ มี คน ซื้อ ใน ๑๕ วัน นั้น. ขาย น้ำ ตาล
ขาว ได้ ๘๐๐ หาบ, แล น้ำ ตาล เมือง มนีลา ขาย ได้ ๑๐๐๐ หาบ
ราคา ใน เดือน อ้าย ขึ้น ๑๓ ค่ำ นั้น, คือ น้ำ ตาล ขาว ที่ หนึ่ง หาบ
ละ ๘ เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๘ เหรียน ๕๐ เซนต์. ที่ สอง หาบ
ละ ๘ เหรียน แล ๘ เหรียน ๑๐ เซนต์. ที่ สาม หาบ ละ ๗ เหรียน
๗๐ เซนต์ แล ๗ เหรียน ๘๐ เซนต์. น้ำ ตาล แดง กวาง ตุ้ง หาบ
ละ ๕ เหรียน ๒๐ เซนต์. แล ๕ เหรียน ๔๐ เซนต์.

๏ ฝิ่น ที่ เมือง ฮองกง, อย่าง ที่ เรียก ปั๊กนา ใหม่, ราคา
หีบ ละ ๕๔๐ เหรียน, แล ๕๔๒ เหรียน ครึ่ง. อย่าง ที่ เรียก
บีนาเรศ ใหม่, หีบ ละ ๕๒๗ เหรียน ครึ่ง. อย่าง ที่ เรียก มัลวา,
หีบ ละ ๘๒๕ เหรียน.

๏ ฝ้าย บทที่ฮ่องกง, การขายฝ้ายใน ๑๕ วัน นั้น ได้
การ มาก, เปน ฝ้าย มา แต่ เมือง บังกล่า โดย มาก, มี ราคา ถูก
กว่า อย่าง อื่น จึ่ง ขาย ได้มาก. ชา เข้า ใน ๑๕ วัน นั้น, ถึง
หมื่น สอง พัน เบส์. ได้ จำหน่าย ออก ใน ๑๕ วัน นั้น, ถึง หมื่น
เบส์, เปน ราคา เบส์ ละ ๒๕ เหรียน กับ ๒๕ เซนต์, แล ๒๗
เหรียน. ที่ ยัง เหลือ นั้น แปด พัน เบส์. ฝ้าย ที่ เคย มา แต่
ฝ้าย เหนือ เมือง จีน นั้น ปี นี้ มี น้อย, เพราะ ต้น ฝ้าย นั้น เสีย
ด้วย น้ำ ท่วม. ฝ้าย นั้น ขาย ได้ เบส์ ๒๙ เหรียน ครึ่ง, แล ๓๑
เหรียน กับ ๒๕ เซนต์.

๏ เข้า สาน เมือง ฮ่องกง, ใน ๑๕ วัน นั้น ราคา ขึ้น มาก
ไป กว่า แต่ ก่อน เปน หาบ ละ ๑๐ เซนต์, แล ๑๕ เซนต์. เพราะ
เข้า เก่า มี น้อย. แต่ เข้า ใหม่ นั้น ได้ เกี่ยว เก็บ แทบ จะ หมด
อยู่ แล้ว. แต่ ทว่า จะ น้อย กว่า ที่ เคย มี มา ทุก ๆ ปี ที่ ล่วง
มา แล้ว นั้น. ประมาณ ที่ ทำ ได้ ใน ๑๐๐ หนึ่ง, ได้ แต่ ๗๐
เท่านั้น. เพราะ เหตุ นี้ ราคา เข้า เหน จะ คง อยู่, ใน ๑๕ วัน
นั้น ขาย ได้ หก หมื่น สอง พัน หาบ, คือ เข้า ย่างกุ้ง สี่ หมื่น ห้า
พัน หาบ. เข้า บังกล่า แปด พัน หาบ. เข้า ไซ่ง่อน เจ็ด พัน
หาบ. ราคา ใน วัน นั้น เข้า บังกล่า หาบ ละ ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์,
แล ๒ เหรียน ๗๕ เซนต์. เข้า กล้อง สยาม หาบละ ๒ เหรียน ๒๕
เซนต์, แล ๒ เหรียน ๓๕ เซนต์. เข้า สยาม อย่าง กลาง หาบ
ละ ๒ เหรียน ๔๕ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๕๕ เซนต์. เข้า ขาว
สยาม หาบ ละ ๒ เหรียน ๖๕ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๗๕ เซนต์.
เข้า ไซ่ง่อน หาบ ละ ๒ เหรียน ๔๕ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๕๕
เซนต์. เข้า มนิลา หาบ ละ ๒ เหรียน ๔๕ เซนต์, แล ๒ เหรียน
๗๐ เซนต์. เข้า กล้อง ย่างกุ้ง หาบ ละ ๒ เหรียน ๔๐ เซนต์,
แล ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์. เข้า กล้อง อารากัน หาบ ละ ๒ เหรียน
๑๕ เซนต์, แล ๓ เหรียน ๒๕ เซนต์.

๏ พริกไท ขาว, หาบ ละ ๑๐ เหรียน ๕๐ เซนต์. พริก
ไท ดำ หาบ ละ ๖ เหรียน ๕๕ เซนต์, แล ๖ เหรียน ๖๐ เซนต์.

๏ หมาก แห้ง, หาบ ละ ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์, แล ๓
เหรียน ๘๐ เซนต์.

๏ ฝาง สยาม, หาบ ละ ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์, แล ๒
เหรียน ๔๐ เซนต์.


ราคา สินค้า เมือง ปีแนง ณเดือน อ้าย ขึ้น หก ค่ำ
สินค้า อย่าง ไรเหรียนเซนต์เหรียนเซนต์
หมากหาบ ละ๗๕๕๐
ขี้ ผึ้งหาบ ละ๒๖....๔๒
การะบูนหาบ ละ๒๒....๒๓
น้ำมัน พร้าวหาบ ละ๑๒....๑๓
งา ช้าง หนัก อัน ละ ๓๐ ฤา ๕๐ ชั่ง๑๗๕....๒๐๐
งา ช้าง หนัก อัน ละ ๑๐ ฤา ๒๐ ชั่ง๑๓๐....๑๖๐
กำยาน ที่ หนึ่งหาบ ละ๔๘....๕๐
กำยาน ที่ สองหาบ ละ๒๕....๒๖
กำยาน ที่ สามหาบ ละ๑๒....๑๔
หนัง ควายหาบ ละ๕๐
หนัง วัวหาบ ละ๑๐....๑๑
เขา ควายหาบ ละ๗๕
ฝิ่น บินาเรศหีบ ละ๔๗๐....๔๗๕
ฝิ่น เตอกี่หีบ ละ๔๔๐....๔๖๐๖๐
พริกไท ดำหาบ ละ๒๐
พริกไท ขาวหาบ ละ๑๐....๑๒
เข้า ขาว ย่างกุ้งเกวี่ยน ละ๑๐๔....๑๑๔
เข้า อย่าง กลางเกวี่ยน ละ๘๐....๘๒
เข้า กล้องเกวี่ยน ละ๗๔....๗๕
ครั้ง สยามหาบ ละ๓๓....๓๕
น้ำตาล ทราย ที่ หนึ่งหาบ ละ....
น้ำตาล ทราย ที่ สองหาบ ละ๕๐๗๕
ตกั่ว เกรียบหาบ ละ๒๑๕๐๒๑๗๕
ทอง เหลือง หุ้ม กำปั่นหาบ ละ๒๔....๒๕


๏ ราคา สินค้า กรุงเทพ วัน เดือนยี่ ขึ้น แปดค่ำ.

๏ เข้าขาว เกียน ละ ๗๙ บท. เข้า อย่าง กลาง เกียน
ละ ๖๖ บาท. เข้า กล้อง เกียนละ ๕๙ บาท. เข้า เปลือก
เปน เข้า เก่า นา เมือง เกียนละ ๔๕ บาท. เข้า เปลือก เข้า ใหม่
นา สวน เกียนละ ๕๐ บาท สอง สลึง.

๏ น้ำตาล ทราย ขาว ที่ หนึ่ง หาบละ ๑๔ บาท สอง สลึง เฟื้อง
อย่าง ที่ สอง หาบละ ๑๔ บาท, อย่าง ที่ สาม หาบละ ๑๓ บาท
สลึง, แต่ น้ำตาล ทราย มี น้อย

๏ พริกไท ดำ หาบละ ๑๐ บาท. มี น้อย.

๏ ฝาง อย่าง ที่ ๓ ที่ ๔ ดุ้น หนัก เปน หาบ, ๆ ละ สาม บาท
สามสลึง. อย่าง ที่ ๕ ที่ ๖ ดุ้น หนัก เปน หาบ, ๆ ละ สอง บาท
สามสลึง.

๏ กทานไม้ ส้ก ยกละ ๑๐ บาท สองสลึง. มี น้อย.

๏ ไม้ชิงชัน หาบละ ๒๖๐ บาท แล ๑๐๐ บาท.

๏ หนัง ควาย หาบละ ๑๑ บาท.

๏ หนังวัว หาบละ ๑๕ บาท สองสลึง.

๏ เขา ควาย ดำ หาบละ ๑๑ บาท สามสลึง.

๏ กำยาน อย่าง กลางหาบละ ๑๔๐ บาท.

๏ รง หาบละ ๔๘ บาท.

๏ งา เมล็ด เกียนละ ๗๙ บาท สอง สลึง.

๏ ครั้ง อย่าง ที่ หนึ่ง หาบละ ๑๓ บาท, อย่าง ที่ ๒ หาบ
ละ ๑๐ บาท สอง สลึง.

๏ งาช้าง หาบละ ๓๒๐ บาท แล ๓๓๕ บาท.

๏ กระวาน หาบละ ๑๖๐ บาท.

๏ เร่ว หาบละ ๒๑ บาท สาม สลึง เฟื้อง.

๏ กะชอบ พันละ ๘๐ บาท.

๏ ทอง ใบ อันเสง ที่ หนึ่ง บาท ๑๖ สอง สลึง.

๏ การ แลก เงิน เหรียน ที่ สิงกโปร์ ๑๐๐ เหรียน มี กำไร
๓ เหรียน.


๏ คำ ปฤษนา

๏ ครั้น อยู่ มา วัน หนึ่ง, หมา จิ้งจอก ตัว หนึ่ง กำลัง ดื่ม
น้ำ อยู่ ที่ บ่อ ฦๅ อัน หนึ่ง, ก้าว พลาด ไกลพลัด ตก ลง ไปใน บ่อ
นั้น. แต่ น้ำ นั้น ไม่ สู้ ฦๅ พอ ยืน อยู่ ได้. แต่ หมา จิ้งจอก นั้น
จะ โดด ขึ้น จาก บ่อ ก็ ไม่ ได้. ใน ขณะ นั้น มี แพะ ตัว หนึ่ง กระ
หาย น้ำ เปน กำลัง, มา แล ลง ไป ใน บ่อ นั้น, ได้ เหน หมา จิ้ง
จอก ตัว นั้น, ยืน อยู่ ใน พื้น บ่อ นั้น. จึง ถาม หมา จิ้ง จอก ว่า, น้ำ
ใน บ่อ นั้น ดี ฤๅ. ส่วน หมา จิ้งจอก ตอบ ว่า ดี ยิ่ง นัก, เยน ใส
บริสุทธิ บริบูรณ์. ฝ่าย แพะ ได้ ฟัง ดัง นั้น ก็ เชื่อ, แล้ว โดด ลง


ไป. ส่วน หมา จึ้งจอก นั้น เหน ได้ ที่ แล้ว, จึ่ง ขึ้น บน ศีศะ
แพะ โดด ขึ้น มา ได้, แล้ว หมา จึ้งจอก นั้น ก็ ยืน อยู่ ริม ปาก บ่อ
แล ลง ไป, ดู แพะ ยัง ติด อยู่ ใน บ่อ, ขึ้น ไม่ ได้. จึ่ง ว่า เพื่อน
เรา เอ๋ย, ถ้า สมอง ใน ศีศะ ของ เจ้า, จะ มาก เสมอ กับ หนวด
ของ เจ้า, เจ้า ก็ คง จะ ตรึก ตรอง ดู ให้ เลอียด เสีย ก่อน, จึ่ง
จะ ได้ โดด ลง ใน บ่อ นั้น. หมา จึ้งจอก กล่าว ดัง นั้น แล้ว, ก็ ละ
แพะ เสีย, กลับ ไป ยัง ที่ อยู่ ของ ตัว.

๏ ใจ ความ ปฤษนา นี้, สั่ง สอน ว่า, เมื่อ ได้ ฟัง คำ ของ คน
ฉลาด อย่าง หมา จึ้งจอก นั้น, กำลัง สรรเสิญ การ ประพฤติ์ ใดๆ,
ก็ ควร ที่ จะ ตรึก ตรอง ดู ให้ เลอียด กอ่น ว่า, ไป ปลาย มื้อ นั้น
จะ เปน ประการ ใด บ้าง.


๏ อยู่ มา วัน หนึ่ง, เกิด การ สงคราม ใน หมู่ สัตว์ สอง
เท้า แล สี่ เท้า, แล หมู่ นก ทั้งหลาย. ฝ่าย พวก คั้งคาว นั้น
บาง ที่ เข้า ด้วย สัตว์ บก, บาง ที่ เข้า ด้วย หมู่ นก, เพราะ หมู่ ค้าง
คาว มั้น หมาย ว่า, ตัว เปน สัตว สอง ชาติ เปลี่ยน กัน ได้. เมื่อ
เหน ว่า สัตว์ บก จะ ฉนะ ก็ เข้า ด้วย. เมื่อ เหน ว่า หมู่ นก จะ ฉะ
ณะ ก็ เข้า ด้วย. ครั้น อยู่ มา หมู่ สัตว บก, มี สิงหโต เปน แม่
ทับ รบ กับ หมู่ นก ทั้งปวง ได้ ไช้ ชำนะ, ฝ่าย หมู่ ค้างคาว ก็ เข้า
ด้วย. ครั้น มา นก ทั้ง ปวง ตั้ง นก อินที่ร เปน แม่ ทับ, รบ กัน
กับ สัตว บก อีก ได้ ไชย ชำนะ, กระ ทำ ให้ สัตว บก ทั้ง ปวง
กระ จัด กระ จาย ไป. ที่ นั้น หมู่ ค้าง คาว ก็ กลับ มา เข้า ด้วย หมู่
นก. ครั้น อยู่ มา มี ความ ศุข, หมู่ นก กับ สัตว บก ทั้ง ปว ก็
เปน ไมตรี กัน. แล้ว จึ่ง ประชุม ปฤกษา กัน พิจารณา ดู กิริยา หมู่
ค้างคาว, เหน พร้อม ใจ กัน ว่า, เปน กิริยา ไม่ ดี, ไม่ ควร ที่ จะ คบ
ไว้ ใน พวก สัตว ทั้งสอง ฝ่าย. จึ่ง ตัดสิน ให้ ไล่ เสีย จาก หมู่
สัตว ทั้ง สอง พวก. จับ เดิม แต่ นั้น มา หมู่ ค้างคาว ต้อง บิน ออก
จาก ตำบล ที่ ตน เคย อยู่, ไป ซ่อน เร้น อยู่ ตาม ซอก เขา เปน
ต้น. ใน เวลา กลาง วัน จะ ออก เที่ยว หา กิน ก็ ไม่ ได้, ก็ ต้อง
ออก หากิน ได้ แต่ เวลา กลาง คืน.

๏ ข้อ ปฤษนา ความ เปรียบ นี้, เปน ใจ ความ ว่า, ผู้ ที่ มี
ใจ กลับ กลอก หวั่น ไหว ไม่ ยั่ง ยืน นั้น, ก็ ไม่ ควร ที่ คน จะ คบ
หา ไว้ ใจ เลย.

๏ คำ ปฤษนา ใน เรื่อง จด หมาย เหตุ นี้, ไม่ ได้ คิด จำเพาะ
แต่ ผู้ ใด, แต่ จัด แจง เพื่อ ผู้ ใด ๆ ที่ คิด เหน ถูก ต้อง แล้ว, ก็
ให้ รับ ใส่ ไว้ ใน ใจ, เพื่อ จะ ได้ เปน ประโยชน์ แก่ ตัว ท่าน. ตาม
คำ สุภาสิท ใน ภาษา อังกฤษ ข้อ หนึ่ง ว่า, ผู้ ใด เหน เสื้อ ถูก ต้อง
แก่ ตัว แล้ว, เชิญ เอา ไป ใส่ เถิด, ควร จะ เข้า ใจ ว่า เปน ของ
สำหรับ ตัว แล้ว, อย่า สงไสย ขัด ขวาง ใจ เลย.


๏ ข่าว มา แต่ เมือง จีน ๚ะ

เมื่อ ณเดือน อ้าย ขึ้น สิบ สาม ค่ำ. พวก ขบถ ที่ เรียก ว่า ไน
เยน ไฟ, ยัง อยู่ แต่ หา ได้ ปรากฏ ว่า ตั้ง อยู่ ที่ ไหน ทำ การ ศึก
ประการ ใด ไม่. เคาเวอเมนต์ เมือง จีน ได้ ตั้ง แม่ ทัพ ใหม่ ชื่อ ลี่,
เพื่อ ให้ ยก กอง ทับ หลวง ไป รับ ทัพ พวก ขบถ ที่ หัว โฮนัน.

๏ อนึ่ง เคาเวอเมนต์ เมือง จีน, ได้ รื้อ ป้อม ที่ เฉียง ตวัน ตก
ฝ้าย เหนือ เสีย ที่ เรียก ว่า เมือง ธาดา ที่ เปน เมือง ขึ้น แก่ เมือง
จีน. ดู เหมือน ไม่ อยาก จะ ให้ อยู่ ใน ร่มธง เมือง จีน ต่อ ไป.

๏ อนึ่ง พวก สลัด อาไศรย อยู่ ที่ ชาย ทเล เมือง จีน ก็ ทวี
มาก ขึ้น, แล ข่าว ว่า เคาเวอเมนต์ อังกฤษ สั่ง ให้ จัด แจง เรือ
รบ อีก หลาย ลำ เพื่อ จะ ได้ จับ พวก สลัด นั้น จง ได้. ฝ่าย อังกฤษ
ไล่ พวก สลัด ไป แล้ว, จะ ต้อง อาไศรย เคาเวอเมนต์ เมือง จีน
ช่วย ป้อง กัน ต่อ ไป ฝ่าย หลัง, อย่า ให้ บังเกิด ขึ้น ได้ อีก.

๏ อนึ่ง เมื่อ ใน ต้น เดือน อ้าย นั้น, มี เรือ รบ ฝ่าย อังกฤษ
ชื่อ แครศซับเปอ ได้ รบ กับ เรือ สลัด เมือง จีน ๔ ลำ, รบ กัน อยู่
ได้ ๔ ชั่วโมง ครึ่ง. ฝ่าย กสุน ปืน ข้าง อังกฤษ ยิง ไป, ต้อง เรือ
สลัด ลำ ใหญ่ แตก ออก กระจัด กระ จาย. ส่วน เรือ รบ อังกฤษ
ก็ ไล่ จับ เรือ สลัด ได้ สาม ลำ, จับ สลัด ได้ ๑๖ คน ภา ไป ถึง
เมือง ไอ้ มุ่ย. มี ข่าว ว่า เรือ สลัด ทั้ง ๔ ลำ นั้น, ลูก เรือ ใจ
ฉกรรษ์ นัก. เคย ฆ่า คน ที่ เขา จับ ได้ นั้น เนือง ๆ. เมื่อ ก่อน พวก
อังกฤษ ได้ จับ สลัด นั้น น้อย หนึ่ง, เขา จับ บุตร ชาย นาย สำเภา
ได้ สอง คน, เอา มีด แหวะ ท้อง เด็ก นั้น เสีย. เหน ว่า เคาเวอ
เมนต์ เมือง จีน จะ ลง โทษ แก่ สลัด ที่ อังกฤษ จับ ได้ นั้น โดย เรว.

๏ อนึ่ง มี ข่าว มา ว่า, พวก กอง ตเวน ที่ เมือง ฮองกง
ได้ คิด กัน ทำ การ ชั่ว กับ ผู้ ร้าย ที่ อาไศรย พวก กอง ตเวน นั้น มาก
มาย, เมื่อ ต้น เดือน อ้าย ที่ ล่วง แล้ว นี้. แล เคาเวอเมนต์ อัง
กฤษ ก็ ยัง ชำระ ความ พวก คน ร้าย นั้น อยู่.

๏ ข่าว เมืองยี่ปุ่นว่า ๚ะ

๏ เรือ รบ ฝ่าย อังกฤษ ลำ หนึ่ง, ฝรั่งเสศ ลำ หนึ่ง, แล
ฮอลันด์ ลำ หนึ่ง, เขา พร้อมใจ กัน แล่น ไป ถึง เมือง ไมโอโก
แขวง เมือง ยี่ปุ่น. เรือ ทั้ง สาม นั้น ก็ มี ทหาร เปน อัน มาก.
แม่ทัพ สั่งให้ ไป ตาม รับสั่ง ทั้ง สาม เมือง นั้น, เพื่อ จะ ได้ ให้ เปิด
ปาก น้ำ ไฮโอโก ให้ เข้า ไป ค้าขายได้ตาม สัญญา ไมตรี นั้น. แล
เมือง ทั้ง สาม สั่ง ว่า, ถ้า เคาเวอเมนต์ ยี่ปุ่น ไม่ ยอม เปิด, ก็ อย่า
เก่อ ตี ก่อน ให้ คอย เคาเวอเมนต์ ทั้ง สาม จะ สั่ง มา เมื่อใด จึ่ง ให้
ตีเมื่อนั้น. เรือรบ ทั้ง สาม ก็ ไป ถึง ที่ แล้ว, ขอ เปิด ปาก น้ำ
ไฮโอโก ก็ มิ ได้. แล เรือ ทั้ง สาม ก็ คอย มา ตาม รับ สั่ง. แต่
ลำ หนึ่ง ไป ถึง เมือง เซี่ยง ใช้ เพื่อ จะ ฝาก หนังสือ ไป ถึง เคาเวอ
เมนต์ เมือง อังกฤษ. ข่าว ว่า เรือ ทั้ง สาม จะ กลับ ไป คอย ฟัง
รับสั่ง ที่ เมือง โยโกซำมา แขวง เมือง ยี่ปุ่น.


๏ ข่าว กรุงเทพ ฯ ๚ะ

๏ โรงจักรกลไฟ, ก็ ได้ จับ การ ษี เข้า ทั้ง สามโรงแล้ว.
แต่ เข้า เปลือก ยัง น้อย เจ้า ของ โรง ษี เขา แย่ง กัน ซื้อ, เข้า จึ่ง
ไม่ใคร่ จะ ลง ตาม ราคา ที่ ควร. ๚ะ

๏ อนึ่ง กำปั่น ต่าง ประเทศ, ได้ เข้า มา ทอด อยู่ ใน กรุง
เทพ ฯ นี้ ถึง ๒๖ ลำ, กำปั่น ไทย กลับ มา ทอด อยู่ ๔๖ ลำ,
ศรี เปน ๗๒ ลำ ทั้ง กำปั่น ใน กรุง นอก กรุง. จะ บันทุก เข้า
ทั้ง นั้น, จะ เอา ไป ขาย เมือง จีน โดย มาก, จะ ไป ขาย เมือง
อื่น ๆ นั้น น้อย. ๚ะ


๏ ความ มรณะ

๏ พระราชบุตรชายในหลวง องค์หนึ่งที่ ๓๖, แล พระ
ราชบุตร หมด ด้วยกัน แต่ องค์ นั้น เปน ที่ ๗๐ จอม มารดา ชื่อ เจ้า
จอม บัว, ประสูติ พระราชบุตร องค์ นั้น, เมื่อ ปีชวดฉอศก เดือนยี่
แรม ๖ ค่ำ. สิ้น พระชนม์ เมื่อ เดือน ยี่ ขึ้น ห้าค่ำ เพลา ๕ โมง
เช้า. ประชวน พระโรค ใน ตับ.

๏ อนึ่ง เรฟเอเรนต์. ซิ. เอ. ชิลกอต, เปน มิศชันเอรี ได้
สำแดง คฤศ สาศนา แต่ พวก จีน, อยู่ ที่ บ้าน คอก ควาย ถึง แก่
กรรม เมื่อ ณวัน เสาร เดือน ยี่ แรม ๑๓ ค่ำ, เพลา บ่าย ประมาณ
๓ โมง ป่วย ไข้ พิษม์ เจ็บ ได้ ๒๑ วัน. ท่าน ได้ เข้า มา อยู่ ใน
กรุงเทพฯ, เมื่อ ณเดือน ยี่ ปี ชวด ฉศก, แรม ๑๑ ค่ำ มา ด้วย
เรฟเออเรนด์ วิเลยิม ดีน. ดี. ดี. ที่ได้เคย เข้ามา อยู่ ณบ้าน คอก
ควายแต่ ก่อน, มา อยู่ ประมาณ ๓๐ ปี แล้ว, มา พร้อม กับ ข้า
พเจ้า ครั้ง ก่อน นั้น. มิศเตอ ชิลกอต เปน ชาว อเมริกา, มี อายุ สม
ประมาณ ได้ ๓๐ ปี. ท่าน ได้ ถือ หนังสือ สำหรับ ตัว แต่ ครู ใหญ่
ใน ยูนิเวอ ซิตี ที่ เมือง รอเชศเตอ, แขวง เมือง นิว ยอก ประเทศ
อเมริกา, สรรเสิญ ว่า เปน คน รอบ รู้ ใน การ วิชา ต่าง ๆ, ภอ
ที่ จะ ทำ การ ใหญ่ ฝ่าย สาศนา, ฤๅ ราชการ เมือง ก็ ดี. แต่
ท่าน ก็ มี ใจ รักษ ใน การ ศฤศ สาศนา มาก, จึ่ง ตั้ง ใจ หมาย ว่า จะ
เปน มิศชันเอรี สำรับ จะ ได้ สำแดง สาศนา แก่ พวก จีน, จึ่ง ได้
โดย สาน มา กับ ด้วย มิศเตอ ดีน. เมื่อ ณวัน ศุกร แรม ๑๒ ค่ำ
เพลา เช้า ไข้ ของ ท่าน ก็ ดี เปน ปรกติ อยู่, จึ่ง ได้ รู้ ตัว ว่า จะ ไม่ รอด
แล้ว ได้ ร้อง เรียก มิศเตอ ดีน, แล บุตร ภรรยา มิศเตอ ดีน เข้า มา
อยู่ แล ว่า, จะ ลา ไป ก่อน แล้ว, จะ ขึ้น ไป ยัง สวรรค์ อยู่ ด้วย
พระ เยซู, ใจ ข้าพเจ้า รักษ ใน พระองค์ จริง, มิ ได้ มี ความ สง
ใสย ใน ข้อ ที่ พระองค์ สัญญา ไว้ แก่ พวก ลูก ศิษ ว่า, จะ ช่วย ให้
ตลอด นั้น. ข้าพเจ้า ไม่ ได้ มี จิตร คิด เสีย ดาย ชีวิตร ที่ เข้า มา
ปลง ลง ใน กรุงเทพ นี้ เลย. สู้ สละ ละ บิดา มารดา มา เพราะ มี
จิตร คิด รักษ ใน พระ เยซู จริง, จึ่ง ไม่ เสีย ดาย ชีวิตร. พูด ดัง
นั้น แล้ว. ภาย หลัง จึ่ง ตัก เตือน แต่ บันดา ซึ่ง คน ที่ มา ปรนนิ
บัต อยู่ นั้น ทุก ๆ คน, ที่ เขา ยัง มิ ได้ มี ใจ รักษ ใคร ใน พระ เยซู
นั้น, ให้ ปลง ใจ รักษ ใน พระ องค์ โดย เร็ว เปน การ ดี อัน ยิ่ง,
จึ่ง จะ ได้ ขึ้น ไป อยู่ ใน สวรรค์ ด้วย กัน.

๏ ณวัน อาทิตย์ เดือน ยี่ ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ บ่าย ๕ โมง เปน เวลา
ฝั่ง ศพ มิศเตอ ชิลกอต ที่ ถึง แก่ กรรม นั้น. เมื่อ เวลา ฝั่ง ศพ
ก็ มี ชาว ยูรบ แล ชาว อเมริกา, ใส่ เสื้อ ดำ มา ประชุม พร้อม กัน
อยู่ ที่ เรือน ที่ เขา ไว้ ศพ นั้น. แล มี ไทย ลูก จ้าง หก คน ใส่ เสื้อ
ขาว กางเกง ขาว, ให้ ยก ศพ ลง ไป จาก เรือน ใส่ เรือ บด, แล
มี เรือ บด ลำ หนึ่ง ไป ข้าง น่า โยง เรือ ศพ. ถัด มา มี เรือ กงสุล
อเมริกา แล เรือ ชาว ยุรบ แล พวก ห้าง เปน อัน มาก, ประมาณ
สามสิบ ลำ ตาม ไป จน ถึง ท่า ที่ จะ ฝั่ง. แล คน ผู้ หาม ก็ หาม
ขึ้น ถึง ที่. มี ผู้ ประทาน คน หนึ่ง ใน พวก มิศชันเอรี นั้น, ก็
เทศ สาศนา สั่ง สอน คน ทั้งปวง ที่ ยัง มี ชีวิตร อยู่ นั้น จะ ได้ ตั้ง ใจ
มั่น คง รักษ ไคร่ ใน พระ เยซู ต่อ ไป จน ตราบ เท่า สิ้น ชีวิตร. แล
หมอ ดีน ก็ อ่อน วอน พระ เจ้า ใน ที่ นั้น. แล้ว เขา ก็ ย่อน สพ
ลง หลุม.แต่ บันดา คน ทั้งหลาย ก็ ยิบ ดิน ทิ้ง ลง ไป คน ละก้อนๆ
ตาม ภาษา อังกฤษ, คิด ว่า ได้ ไป ฝั่ง เพื่อน ยาติมิศ ดัง นั้น. แล้ว
ต่าง คน ต่าง ก็ มา ยัง ที่ อยู่ แห่ง ตน ทุก คน.


เลี้ยง โตะ ใหญ่

๏ ณวันพุทธ เดือน ยี่ ขึ้น สิบ ค่ำ เจ้าพระยากลาโหม ได้ ทำ การ
แซยิด ใหญ่, เปน วัน เกิด ของ ท่าน. ใน วัน นั้น อายุศม์ ท่าน
ครบ ๕๙ ปี. ท่าน ได้ เชิญ บันดา พวก กงสุน ต่าง ๆ ประเทศ
มา ประชุม กัน แล้ว, เลี้ยงโตะ ใน จวน ท่าน เมื่อ เวลา เย็น
วันพุทธ นั้น. มี นาย ห้าง บ้าง, แล หลวง สภษาคร, แล นาย กอง
ตเวน, กับ ท่าน กิน จิง เปน กงสุน สำรับ เมื้อง สยาม ที่ ออก ไป อยู่
สิงกโปร์, แล พระยาสุรวงษ์วัยวัฒ เปน บุตร์ กับ น้อง ท่าน คน
หนึ่ง. แล โตะ ที่ เลี้ยง นั้น งาม ดี, มี เครื่อง ภาชนะ ใช้ สรอย,
แล เครื่อง บริโภค ก็ มี ต่าง ๆ. นอก จาก ใน หลวง แล้ว แล จะ
หา ที่ อื่น เปรียบ มิ ได้. แล พวก สำรับ เป่าแตร ของ ท่าน ก็ เป่า
อยู่ ที่ นั้น, มี เสียง ภัยเราะ. บันดา คน ทั้งปวง ที่ นั่ง รับ ประทาน
เครื่องโตะ อยู่ นั้น มี ความ ยินดี เช่น อัน มาก. การงาน นั้น ดี ทุก
อย่าง. ไม่ มี เครื่อง เล่น เต้น รำ เพราะ, เหตุ ที่ คิด อยู่ ใน ฝ่า
พระบาท สมเด็จ พระ ปิ่นเกล้าเจ้าอยู่หัว, ยัง ทรง พระ ประชวร อยู่.


พิทธีโสกรรฐ

๏ พิทธีโสกรรน พระราชบุตรในหลวง, คือองค์ สมเด็จ์
จ้าวฟ้าจุลาลัง กร, ที่ ตั้ง ต้น เมื่อ ณเดือน ยี่ ขึน ๑๕ ค่ำ วัน แรม ๓
ค่ำ นั้น จะ เปน วัน โสกรรน. ครั้น ณวัน ๔ ค่ำ ๕ ค่ำ, จะ มี การ
แห่ สมเด็จ จ้าวฟ้า ที่ ทรง โสกรรน นั้น. ในหลวง มี รับสั่ง ให้ เชิญ
พวก ชาว ยุรบ แล ชาว อเมริกัน ทั้งปวง มาชม พระบรมโภธิสมภาร
พิทธีโสกรรน อยู่ ณพระราชวัง. แล มี พระ กระแส รับสั่ง ว่า, จะ
โปรฏ ให้ เจ้า พนัก งาน จัด แจง ให้ มี เก้าอี้ ที่ จะ นั่ง ดู โดย ปรกติ.
แล จะ ให้ มี ล่าม สำรับ คอย อยู่ ด้วย, เพื่อ ชาว ต่าง ประเทศ ผู้ ได
จะ มิ ได้ เข้าใจ ใน ของ สิ่ง ได ๆ แล้ว, ก็ จะ โปรฏ ให้ ล่าม บอก ชื่อ
ของ สิ่ง นั้น ด้วย. ข้าพเจ้า ผู้ เจ้า ของ หนังสือ นี้ ขอบ พระ เดช
พระ คุณ ใน หลวง เพราะ ท่าน ได้ โปรฏ ดัง นั้น. เหน ควร คน ทั้ง
ปวง ชาว ประเทศ ยุรบ แล ชาว อเมริก, จะ รับ เชิญ ด้วย ยินดี
ทุก ๆ คน, เพื่อ จะได้ รู้ เหน ใน การ พิทธี ช้าง สยาม เปน การ
ใหญ่.


๏ หนังสือ หลวง ๚ะ

๏ คำ ที่ ท่าน ว่า หนังสือ ไบเบอล์, เปน ของ ส่อง สว่าง
ใหญ่, ทำให้ รุ่ง เรือง ปัญญา ความ รู้ นั้น, คำ นี้ ฟัง แปลก หู
นัก, เปน คำ จริง ฤๅ ว่า เล่น, ว่า ให้ ผู้ ใหญ่ ฤๅ ว่า ให้ เด็ก ๆ
ฟัง. ก็ เมื่อ มี ผู้ จะ ใคร่ รู้ แผนที่ โลกย์, ว่า ฟ้า ดิน อากาษ จะ
ตั้ง อยู่ อย่างไร. เมื่อ เชื่อ คำ ท่าน ว่า, หนังสือ ไบเบอล์ ดี กว่า
หนังสือ ทั้งปวง หมด, ก็ จะ ไป เปิด หนังสือ ไบเบอล์ ขึ้น ดู, ใน
เยเนซิศ บริเฉท ต้น, ที่ เรียกว่า บท ต้น. แล้ว ก็ จะ อ่าน ถึง
เรื่อง พระเจ้า สร้าง โลกย ใน หก วัน. แล้ว ก็ จะ ได้ ความ ว่า,
สร้าง มืด สร้าง สว่าง, ประมวณ ไว้ ข้าง หนึ่ง ให้ เปน วัน, แล
มืด เปน กลาง คืน. กลาง วัน กลาง คืน ไม่ เปน ด้วย แผ่นดิน
หมุน, เปน ด้วย พระเจ้า สร้าง. แล้ว ก็ สร้าง แผ่นดิน ต้นไม้
ใบ หญ้า ก่อน. ต่อ วัน หลัง มา เกือบ จะ เลิก อยู่ แล้ว, จึ่ง สร้าง
พระอาทิตย พระจันทร แล ดาว, เปน เครื่อง ประดับ โลกย ต่อ ที่
หลัง. เมื่อ ว่า อย่าง นี้ ทำไม จะ ได้ รู้ ว่า, พระอาทิตย ที่ เปน
ของ สร้าง ที่ หลัง เปน ตุ่ม ใหญ่, แผ่นดิน ที่ สร้าง อยู่ หลาย วัน
เปน เม๊ด ถั่ว เขียว. พระจันทร ที่ สร้าง พร้อม กับ ตุ่ม ใหญ่ ที่
หลัง นั้น เปน เม็ด งา. แล ตุ่ม หลาย หมื่น หลาย แสน หลาย
โกฏ หลาย ล้าน, ที่ สร้าง ใน วัน เดียว กับ ตุ่ม ใหญ่ นั้น, เปน
ดาว ท้องฟ้า, จะ รู้ อย่าง นี้ เพราะ ใน หนังสือ ไบเบอล์ ได้ ฤๅ.

๏ เมื่อ มี คน อยาก จะ ใคร่ ว่า, รุ้ง กิน น้ำ เปน ด้วย อะไร,
ก็ จะ ไป อ่าน ภบ ใน เรื่อง น้ำ วินาศ, พระเจ้า ตรัส แก่ โนฮา ด้วย
เรื่อง พระแสง ธนู, บ่น ยืด ยาว ไป เปน น่า สมุด สอง น่า สมุด.
เมื่อ อ่าน ที่ นี้ ทำไม จะ รู้ ที่ จริง, ว่า รุ้ง กิน น้ำ เปน ด้วย อะไร.
ว่า นี้ แต่ ภอ เปน อุทาหรณ์ ให้ เหน ความ ใน ไบเบอล์ ทอด ต้น.

๏ แล คน ลาง คน เขา ก็ ว่า อยู่, ว่า เมื่อ พระเจ้า โปรด
โนฮา แล ครอบ ครัว ของ โนฮา, ให้ ทำ เรือ กำปั่น หนี น้ำ วินาศ.
ถ้า ครั้ง นั้น จะ โปรด ให้ ทำ จักร กล ไฟ, แล หาง เสือ ถือ ท้าย,
แล วิชา วัด ลองชิตุด ลัดชิตุด ได้ ก็ จะ ดี, โนฮา จะ ได้ ใช้ จักร
ไป เที่ยว ดู ข้าง โน้น ข้าง นี้, แล เรือ ตก อยู่ ที่ ไหน จะ ได้ รู้,
น้ำ ลด แล้ว ฤๅ ยัง จะ ได้ รู้, จะ ไม่ ต้อง ปล่อย กา ปล่อย นก
พิภพ, อย่าง ว่า ใน หนังสือ ไบเบอล์ นั้น เลย, ยัง โง่ งม นัก
ไม่ ใช่ ฤ. ๚ะ

๏ ลาง คน ว่า อีก ว่า, ผู้ ที่ มี ความ เชื่อ มั่น ด้วย น้ำ ใจ
บริสุทธิ ใน สาสนา พระเยซู คฤสท์, ได้ โปรด คน ง่อย ให้ หาย ก็
ไม่ รู้ ว่า กี่ คน. ได้ โปรด คน เสีย จักษุ ให้ ลืม ตา ขึ้น เปน ปรกติ
ก็ ไม่ รู้ ว่า เท่า ไร. ได้ โปรด คน โรค เรื้อน ให้ หาย ก็ มาก, จน
คน ตาย ก็ ว่า ให้ เปน คืน ขึ้น ได้ ก็ มี. ก็ ความ อัศจรรย อย่าง
นี้, มี ใน หนังสือ ไบเบอล์ ทอด ท้าย เปน หลาย แห่ง. ก็ ผู้ ที่
เชื่อ ใน สาสนา มั่นคง, เปน ผู้ ถวาย ตัว ถวาย ชีวิตร แก่ สาสนา.
ใน ทุก วัน นี้ ที่ เปน โรค เรื้อน เอง ก็ มี. เปน ลม ตาม พาธ เปน
ง่อย ก็ มี, ไม่ อยาก ให้ กัน ตาย เสีย ตาย กัน นัก ก็ มี, เหน
อยู่ ชัด ๆ เถียง ไม่ ได้. ก็ เมื่อ ตัว เอง ยอม ว่า, ตาม แต่ น้ำ
พระไทย พระ เปน เจ้า แล้ว ก็ ยก ไว้. คน อื่น ที่ เขา เข้า วัด เข้า
เชื้อ ถือ ใหม่ ๆ, ผู้ เปน ครู สอน ถ้า โปรด ให้ พ้น โรค เรื้อน โรค
ง่อย, แล พ้น ความ ตาย ให้ เหน จริง ได้ สัก สอง ราย สาม ราย
แล้ว. ปาร นี้ มิ มี คน เข้า สาศนา ด้วย หมด ทั้ง โลกย แล้ว ฤๅ.
ก็ การ หา เปน ได้ ดัง นั้น ไม่. คน ซื่อ ๆ ซึ่ง ไม่ ได้ พึ่ง พา ยา
ไศรย สาสนา นั้น, จึง ไม่ สงไสย ใน หนังสือ ไบเบอล์ ว่า จะ เปน
เช่น ท่าน ว่า นั้น เลย. ๚ะ

๏ หนังสือ หลวง นี้ ได้ รับ ไว้ เมื่อ จด หมาย เหตุ ใบ นี้ เกือบ
จะ เต็ม อยู่ แล้ว, มี ที่ ว่าง อยู่ แต่ เพียง ที่ ตี มา นี้, ความ ยัง
ค้าง อยู่ อีก ส่วน หนึ่ง, จะ ตี ต่อ ภาย หลัง.


๏ ความ บางกอก รีกอเดอ ๚ะ

คือ จดหมาย เหตุ ข้าง ไทย.

๏ ถัด ยก นี้ ไป, ยัง ข้าง น่า อีก สาม ยก, จึง จะ ครบ เล่ม
ที่ หนึ่ง. ข้าพเจ้า ขาย จดหมาย เหตุ นี้ ได้ ร้อย ยี่สิบ สี่ เล่ม, ที่
ได้ เงิน แล้ว สัก ครึ่ง หนึ่ง, ยัง มิ ได้ นั้น สัก ครึ่ง หนึ่ง. แต่
เงิน ที่ ยัง ค้าง อยู่ กับ ท่าน ทั้งหลาย นั้น, ข้าพเจ้า ปราถนา จะ
ใคร่ ได้ มา โดย เร็ว, เพราะ ทุก วัน นี้ ขัดสน อยู่. เดิม นั้น
ข้าพเจ้า หมาย ว่า, คน ทั้งปวง ผู้ ซื้อ เมื่อ เหน ว่า เปน การ ดี มั่น
คง แล้ว, ประสงค์ จะ ใคร่ ได้ ต่อ ไป ฝ่าย น่า, ก็ คง จะ เอา เงิน
ที่ เกี่ยว ค่อง อยู่ ใน เล่ม นี้ มา ให้ เสีย ก่อน โดย เร็ว. แล การ
ที่ ทำ จดหมาย เหตุ นี้, ข้าพเจ้า เหน ว่า ดี กว่า ที่ ข้าพเจ้า ได้ สัญญา
ไว้ แต่ เดิม, หมายใจ ว่า คน ทั้งปวง คง จะ เหน ด้วย. แล
การ ที่ ทำ นี้ จะ ได้ กำไร ก็ หา มิได้, เปน การ ขาดทุน นัก. แต่
ถึง กระนั้น ข้าพเจ้า ก็ ยัง มี น้ำใจ หมาย ว่า, การ นี้ ฝ่าย น่า คง จะ
เปน การ ใหญ่, จะ ได้ เปน คุณ เปน ประโยชน์ แก่ เมือง ไทย,
จึ่ง มี น้ำใจ จะ ทำ ต่อ ไป ลอง ดู อีก ปี หนึ่ง. ขอ ให้ ท่าน ทั้งปวง
เอาใจใส่ ช่วย หา ผู้ ที่ จะ ซื้อ, มา ลง ชื่อ ไว้ ที่ ข้าพเจ้า ได้ ห้า คน
แล้ว เมื่อใด, ข้าพเจ้า จะ ให้ เปน รางวัล เล่ม หนึ่ง เมื่อ นั้น.

๏ อนึ่ง หนังสือ บางกอกรีคอเตอ เปน ภาษา อังกฤษ ที่ เล่ม
หนึ่ง นั้น สิ้น แล้ว. ณ เดือน ยี่ แรม สิบ ค่ำ, จะ ออก ยก ต้น
เล่ม ที่ สอง ต่อ ไป. ด้วย หมายใจ ว่า จะ ออก ต่อ ไป ทุก ๆ วัน
พฤหัศบดี. บาง ที ก็ จะ ออก เคลื่อน คลาด ไป ก่อน บ้าง หลัง บ้าง
เล็ก น้อย. แล จะ เปน หนังสือ สอง ใบ ใหญ่, โดย ยาว ๑๘ นิ้ว
อังกฤษ โดย กวาง ๑๒ นิ้ว. แต่ ราคา ปี หนึ่ง เปน ๑๖ เหรียน. ราคา
แต่ หก เดือน เปน เก้า เหรียน. ถ้า สาม เดือน เปน สี่ เหรียน ครึ่ง.
ถ้า จะ มา ขอ ซื้อ อีก สัก ใบ หนึ่ง เปน ใบละ สอง สลึง. ถ้า ผู้ ใด ต้อง
การ แต่ ใบ เดียว เปน ใบ ละ ๔๐ เซ็นต์. แม้น ผู้ ใด จะ ต้อง การ
ตลอด ปี, ฤๅ ครึ่ง ปี, ก็ เชิญ ให้ มา ลง ชื่อ ไว้ แก่ ข้าพเจ้า ก่อน
เวลา ที่ จะ ออก ยก ต้น เล่ม ที่ สอง นั้น เถิด.

๏ ตั้ง แต่ นี้ ไป หนังสือ จดหมายเหตุ นี้, ข้าพเจ้า หมาย
ว่า จะ ออก ให้ ทัน ใน วัน ต้น เดือน, แล กลาง เดือน เสมอ ไป.
แต่ ทว่า บาง ที จำ เปน คลาด เคลื่อน ไป บ้าง เล็ก น้อย. ข้าพ
เจ้า ขอ อไภย แก่ ท่าน ผู้ ซื้อ นี้ เถิด.


๏ การ ขาย ของ นี้ เปน ด้วย ชำระ ความ แห่ง
วิลิยัม เบอเดน ต่อ สู้ กับ มิศเทอ เบ เอช จันด์เลอ
จะ ขาย เปน การ เลหลัง ที่ บ้าน มิศเทอ จันด์เลอ
เมื่อ ณวัน ประหัศ เดือน ยี่ แรม สิบ ค่ำ จะ ขาย เปน
เงิน สด คือ


๏ เรือ เหล็ก จุ ของ ได้ ใน รวาง ๑๕ ตอน, กับ ๔๐ ตอน
ลำ.
๏ เครื่อง ตีพิมพ์ ที่ เรียก ว่า วัชชิงตัน ยัง ใหม่ อยู่ เครื่อง หนึ่ง

๏ เครื่อง อัด หนังสือ อย่าง ดี เครื่อง หนึ่ง.

๏ ตัว อักษร มา จาก เมือง นอก, ใหม่ ๆ ที่ ยัง มิ ได้ ใช้ นั้น
ก็ มี มาก.

๏ เครื่อง สำรับ ใช้ ใน การ โรง พิมพ์ มี มาก.

๏ สิ่ว ขวาน เลื่ย กบ เปน เครื่อง มือ สํารับ หนึ่ง.

๏ แกบ ชนวน ปืน มี บ้าง.

๏ เครื่อง ชั่ง ของ ที่ ชั่ง หนัก ได้ หก ร้อย ปอน, คู่ หนึ่ง.

๏ เครื่อง ชั่ง หนังสือ ฝาก เครื่อง หนึ่ง.

๏ กระดาษ ตี พิมพ์ มี ห้า สิบ รีม.

๏ จุนสี มี บ้าง.

๏ เหล็ก ทั่ง สํารับ ตี เหล็ก อัน หนึ่ง.

๏ ตกั่ว สํารับ ทำ ตัว พิมพ์ มี บ้าง.

๏ กุลแจ แล เหล็ก ต่ง ๆ มี บ้าง.

๏ โต๊ะ สำรับ เขียน หนังสือ สอง ใบ.

๏ ตู้ ใส่ หนังสือ ใบ หนึ่ง.

๏ หีบ เหล็ก สํารับ ล้าง จาน, ทั้ง เครื่อง สูบ น้ำ เครื่อง หนึ่ง

๏ ชาม ล้าง มือ มี พวย หลาย ใบ.

๏ ปืน แขน เสื้อ สอง บอก.

๏ ปืน ปะ จุ ท้าย บอก หนึ่ง.

๏ เครื่อง สํารับ ทำ เรือน มี มาก.

๏ ไม้ สัก และ น่า ต่าง เปน ลูก เกล็ด

๏ น่า ต่าง ปตู, ทำ ด้วย ไม้ สัก.

๏ ซุง ขอน สัก ก็ มี บาง.

๏ จักร สํารับ เจาะ รู เดือย เครื่อง หนึ่ง.

๏ เครื่อง จักร สํารับ ลอก หนังสือ เครื่อง หนึ่ง.

๏ เหล็ก ตะปู ก็ มี บาง.

๏ ปาก กา เหล็ก มี หลาย อัน.

๏ กกาศ ทราย กับ ผ้า ลวด.

๏ เครื่อง มือ สํารับ เอนเยินเนีย.

๏ เครื่อง ยา ปะสาร สาม ถัง ใหญ่.

๏ ตไกร ใหญ่ ตัด กดาษ อัน หนึ่ง.

๏ ตไกร เล็ก อัน หนึ่ง.

๏ เครื่อง ไฟ ฟ้า สำ รับ หนึ่ง.

๏ เรือ ยวน มี เก๋ง ลำ หนึ่ง.

๏ เรือ เปด มี เก๋ง ลำ หนึ่ง.

๏ เรือ สำ ปั้น เล็ก ๒ ลำ.

๏ เรือ บ๊ต มี เก๋ง ลำ หนึ่ง.

๏ แล ณ เดือน ห้า ขึ้น สี่ ค่ำ เพลา ๑๒ โมง เช้า จะ มี การ เล
หลัง, คือ ที่ บ้าน แล เรือน, แล สวน, แล เครื่อง ใช้ สอย สำรับ
เรือน มด ที่ มิศเตอ จันด์เลอ ได้ อยู่ แต่ ก่อน. จะ ขาย เงิน สด

๏ เย. เอม. ฮูด เปน กงกุล ยูในติศเทษ


บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้า ของ อู่ใหม่

๏ อู่ แห่ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก
อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง พิ
จารณ ดู อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เหน ว่า เปน อู่ ดี กว่า อู่ ทั้ง ปวง ใน บุระ
ประเทศ นี้. จะ ได้ แก้ เรือ ซ่อม แปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่
อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต, แล คง จะ ให้ ยาว กว่า นั้น อีก. โดย กว้าง
ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฤก ๑๕ ฟุต. ที่ ปาก อู่ มี ปะตู เรียก ว่า ไกซัน, ถ้า
จะ ปิด มิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถึง
ลำ แม่น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง
แรง นัก, กำปั้น เล็ก กำ ปั้น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน
ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จักร สำรับ ยก เสา
กะโดง, แล หม้อน้ำ สำรับ กลไฟ แขง แรง นัก. อู่ นั้น พร้อม
ด้วย เครื่อง สูบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ. มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ
น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย
เครื่อง ใช้ ใน การ ทำ เรือ ใบ แล เรือ กล. แล การ นั้น มี นาย ที่
เปน ชาติ ยูรุบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึ่ง ชำนาณ
ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.

๏ แล ลูก จ้าง สำรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล
วัมภู ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี่ แห่ง อู่
นั้น, ปราถนา ที่ จะ ให้ คน ทั้งหลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี
ไม้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อย ไม้, เพื่อ จะ
ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อ ได
ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น

๏ อนึ่ง พวก กำปะนี่ แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่
จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น,
เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือ ใบ เรือ กลไฟ ฤๅ
การ ได ๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล
เหล็กแล ของอื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซือ นั้น, เรา จะ ขายให้ ตาม ราคา
ตลาด กรุงเทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา
จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤๅ ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน
กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อ ใด.

๏ อนึ่ง กปิตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น,
ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึ่ง ออก
ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง
ฝาก ไป ถึง มิศเตอ ดับลิยู. เซ. โรเบิดซัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง
นั้น, บัด นี้ มิศเตอ ดับลิยู. เซ. โรเบิดซัน เปน นาย กอง นั้น,
เปน เจ้า กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เกบ เงิน แต่ ผู้ เดียว.


ข่าว มา แต่ ประเทศ ยูรบ

๏ เมื่อ ณเดือน ๑๑ ปี ฉลู นั้น, ที่ เมือง ปาริศ เกิด โรค
ลง ราก ชุม. คน ตาย เพราะ โรค นั้น วันละ ๒๐๐ ละ ๓๐๐
แล เอม บีรอ พระเจ้า แผ่น ดิน ฝรั่ง เสศ, กับ อิมเปรนี่ ท่าน ก็
เสด็จ เข้า ไป เยี่ยม คน เจบ ใน ที่ ฮอตซ์ปิตัล, คือ เปน ที่ สำรับ
รักษา โรค นั้น. จึ่ง ตรัส ปราไสย กับคน เจ็บ ด้วย มี พระ ไทย
เมตา ต่าง ๆ, แล พระ ราช ทาน เงิน ตรา เสื้อ ผ้า ให้ แก่ คน เจ็บ
นั้น ให้ มี คน รักษา พยา ยาม พร้อม. เพราะ เหตุ นี้ ราษฎร ทั้ง
ปวง ก็ ชวน กัน สรรเสิญ พระเจ้า แผ่น ดิน ว่า มี พระ ไทย อารี แก่
ราษฎร มาก นัก.

๏ อหนึ่ง โรค ลง ราก ก็ เกิด ขึ้น ที่ เมือง ซเปน ด้วย, แต่
ข่าว มา เมื่อ ภาย หลัง ว่า โรค นั้น ก็ บันเทาลง.

๏ อนึ่ง เมื่อ ณเดือน ๑๑ ข้าง แรม คน ได้ เกิด ใน เมือง ลอน
ดอน, นับ ผู้ ชาย ได ๑๐๔๒ คน, หญิง ๑๐๑๖ คน รวม ๒๐๕๗
คน. เดือน ๑๒ ข้าง แรม คน เกิด ใน เมือง ลอนดอน, ใน เจต
วัน ผู้ ชาย ๑๑๓๗ คน หญิง ๑๐๙๐ รวม เปน ๒๒๒๗ คน. การ
นี้ เขา รู้ เพราะ มี กฎหมาย ให้ นับ ทุก ควบ อาทิตย์.

๏ อนึ่ง เอมปีรอ พระ เจ้า ฝรั่ง เสศ ได้ ตั้ง เจ้า เมือง การูซา ให้
เปน นาย มี่ ยศถา ศักดิ เรียก ว่า ลีซัน ออฟออเนอ.

๏ ณเดือน ๑๑ ข้าง แรม, พวก โหร ที่ ประเทศ ยูรบ เขา มี
กล้อง ใหญ่ สำรับ ดู ดวง อาทิตย์, ก็ ได้ เหน ใน ดวง อาทิตย์ ผิด
ประ หลาด นัก. พร้อม ใจ กัน ว่า, ดวง อาทิตย์ แยก ออก เปน
ช่อง เหมือน ภู เขา ออก มี ไฟ พลุง โพลง ขึ้น นั้น.

สาม ก๊ก

๏ เล่ม ที่ หนึ่ง รวม ๒๔ เล่ม สมุด ไทย, ตี เกือบ จะ แล้ว.
เปน การ ใหญ่ ยืดยาว นัก, เกิน สัญญา ไป ได้ สัก สอง เดือน.
เพราะ ข้าพเจ้า ผู้ เจ้า ของ หมาย การ ผิด ไป. ข้าพเจ้า ขอ อะไภย
กับ ท่าน ที่ ได้ ลง ชื่อ ไว้ ทุก ๆ คน เถิด. ตั้ง แต่ นี้ ไป เล่ม ต้น
จะ ตี ใน ๑๐ วัน จะ แล้ว แล จะ ต้อง ผูก ให้ ได้ สัก ๓๕๐ เล่ม, จึง
จะ จำ หน่าย ได้.


เมือง ซิคาโก

แขวง เมือง อิลลินอย ประ เทศ ยูในติศเตษ, เปน กรุง มี คน อยู่
สอง แสน สี่ พัน คน. แต่ ประ มาณ ๓๐ ปี มา แล้ว, มี แต่ เรือน
หลัง เดียว. เหน ว่า ที่ เกิด ขึ้น เรว ดัง นี้ เปน การ อัศจร นัก, ไม่
ใคร จะ มี อย่าง ที่ บัง เกิด กรุง เร็ว เช่น นี้ เลย.


ประสูท

๏ ณวัน เสาร์ เดือน ยี่ ขึ้น หก ค่ำ, จอม มารดา เปี่ยม ประ
สูท พระ ราชบุตร ชาย องค์ หนึ่ง, เปน พระ ราช บุตร ที่ ๗ ของ
จอม มารดา เปี่ยม, แล พระ ราช บุตร องค์ นั้น เปน ชาย ที่ ๓๘
ใน หลวง, แล พระราชบุตร ทั้ง ชาย ทั้ง หญิงองค์ นั้น เปนที่ ๗๖.


๏ หมอ เยนเนอ ๚ะ

๏ เปน ผู้ ที่ คิด การ กัน ฝี ดาษ ด้วย พัน โค แต่ เดิม นั้น, มี
คุณ แก่ ชาติ ยุรบ มาก นัก แล ชาติ อื่น ด้วย. คน ได้ รอด ชีวิตร
เพราะ คุณ ที่ หมอ เยนเนอ คิด การ นั้น มาก นัก. ถ้า จะ นับ เปน
หลาย ล้าน คน ก็ ได้, จะ ไม่ เกิน ดอก. แต่ ท่าน หมอ เยนเนอ
นั้น, ถึง แก่ กรรม มา ได้ หลาย สิบ ปี แล้ว. ใน หก เดือน ที่
ล่วง มา แล้ว นั้น, ชาว อังกฤษ คิด ถึง คุณ ท่าน หมอ เยนเนอ,
จึง เรี่ย ไร กัน ลง ทุน ซื้อ หิน อ่อน ที่ ขาว บริสุทธิ์, มา จ้าง ช่าง
แกะ เปน รูป ท่าน ไว้, ก่อ เปน ที่ สูง ยก รูป ท่าน ขึ้น ไว้ บน ที่
นั้น, เพื่อ จะ ให้ เปน ที่ คน ทั้งปวง คิด ถึง คุณ หมอ เยนเนอ.
แต่ หา ได้ ไหว้ เหมือน คน ไหว้ รูป พระ ไม่, แล ไม่ ได้ คิด ว่า
หมอ เยนเนอ, จะ โปรด ได้ เดี๋ยว นี้ เลย. แต่ การ เช่น นี้ พระเจ้า
หา ได้ ห้าม ไม่.


๏ ประนิบทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง แรม เดือน ยี่ นี้. ๚ะ
คำ อังกฤษคำ ไทยคำ จีนอาทิตย์ ขึ้น กี่ โมงอาทิตย์ ตก กี่ โมงอาทิตย์ เที่ยง กี่ โมงจันทร์ ตก กี่ ทุ่ม
เยนยุอารี๑ คำเดือน ยี่เติ๋อน ๑๑
วัน อังคาร๒ คำแรม ค่ำ ๑๑๖ ค่ำย่ำรุ่ง แล้ว๒๒ นาที๕ โมง ๓๘ นาทีเช้า ๕ โมง ๕๖ นาทีทุ่ม ๑๓๕ นาที
วัน พุทธ๓ คำ"๒ ค่ำ๑๗ ค่ำ"๒๒ นาที๕ โมง ๓๘ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๒ ทุ่ม๓๖ นาที
วัน พฤหัศบดี๔ คำ"๓ ค่ำ๑๘ ค่ำ"๒๓ นาที๕ โมง ๓๘ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๓ ทุ่ม๑๑ นาที
วัน ศุกร๕ คำ"๔ ค่ำ๑๙ ค่ำ"๒๒ นาที๕ โมง ๓๘ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๓ ทุ่ม๕๔ นาที
วัน เสาร์๖ คำ"๕ ค่ำ๒๐ ค่ำ"๒๒ นาที๕ โมง ๓๘ นาที๕ โมง ๕๔ นาที๔ ทุ่ม๓๒ นาที
วัน อาทิตย์๗ คำ"๖ ค่ำ๒๑ ค่ำ"๒๓ นาที๕ โมง ๓๙ นาที๕ โมง ๕๔ นาที๕ ทุ่ม๑๔ นาที
วัน จัทร๘ คำ"๗ ค่ำ๒๒ ค่ำ"๒๓ นาที๕ โมง ๓๙ นาที๕ โมง ๕๓ ที่นา๖ ทุ่ม
วัน อังคาร๙ คำ"๘ ค่ำ๒๓ ค่ำ"๒๓ นาที๕ โมง ๓๙ นาที๕ โมง ๕๓ นาที๖ ทุ่ม๕๑ นาที
วัน พุทธ๑๐ คำ๙ ค่ำ๒๔ ค่ำ"๒๓ นาที๕ โมง ๓๙ นาที๕ โมง ๕๒ นาที๗ ทุ่ม๓๘ นาที
วัน พฤหัศบดี๑๑ คำ๑๐ ค่ำ๒๕ ค่ำ"๒๓ นาที๕ โมง ๓๙ นาที๕ โมง ๕๒ นาที๘ ทุ่ม๒๖ นาที
วัน ศุกร๑๒ คำ๑๑ ค่ำ๒๖ ค่ำ"๒๓ นาที๕ โมง ๓๙ นาที๕ โมง ๕๑ นาที๙ ทุ่ม๑๗ นาที
วัน เสาร์๑๓ คำ๑๒ ค่ำ๒๗ ค่ำ"๒๐ นาที๕ โมง ๔๐ นาที๕ โมง ๕๑ นาที๑๐ ทุ่ม๗ นาที
วัน อาทิตย๑๔ คำ๑๓ ค่ำ๒๘ ค่ำ"๒๐ นาที๕ โมง ๔๐ นาที๕ โมง ๕๑ นาที๑๐ ทุ่ม๕๘ นาที
วัน จันทร๑๕ คำ๑๔ ค่ำ๒๙ ค่ำ"๒๐ นาที๕ โมง ๔๐ นาที๕ โมง ๕๐ นาที๑๑ ทุ่ม๔๘ นาที
วัน อังคาร๑๖ คำ๑๕ ค่ำ๓๐ ค่ำ"๒๐ นาที๕ โมง ๔๐ นาที๕ โมง ๕๐ นาที๑๒ ทุ่ม๑๔ นาที


กำปั่น เข้า กรุง เทพ ฯ
เข้ามาเมื่อไรกำปั่น ชื่อไรกับปิตันชื่อไรกี่ ตอนเรือ อะไรมา แต่ ไหน
เดือนยี่ ขึ้นค่ำ หนึ่งเอดวาด์ มากวาดเซินไซด์๓๐๑บาก อังกฤษฮ่องกง
๓ ค่ำเจ้าพระยาอะตัน๓๕๓กลไฟสะยามสิงคโปร์
๔ ค่ำแอต์. ดี. แมกเอนตีเมนรัน๒๓๔บาก ฝรั่งเสศฮ่องกง
๔ ค่ำเอมี่ตา คลัศปรินรศ๓๓๓บาก สยามฮ่องกง
๔ ค่ำคองคี่รออิ่มค์กลไฟสยามชายอ่าวทเลไท
๕ ค่ำวอล:เตอเวะเตวซ์ ณู๒๓๗บาก สยามฮ่องกง
๕ ค่ำโซโลเอี่ยกิ่น๙๖๕บาก ชำฮเบิกปตาเวีย
๖ ค่ำซันซิบาเมอัด๒๘๒บาก ฮำเบิกฮ่องกง
๖ ค่ำเคเชนเลครูศ๒๔๖บาก อังกฤษฮ่องกง
๗ ค่ำคิมฮองเมจิ๋น๒๑๐บาก สยามไซ่ง่อน
๙ ค่ำเรลเวมันเซน๒๑๓ปริกสยามยันเฮา
๙ ค่ำเซนต์ เมริค์ครอศ๔๑๑บาก สยามสิงคโปร์
๑๐ ค่ำเซนเอตอท๊าเซน๓๘๒บากสยามฮ่องกง
๑๐ ค่ำไซเอนโปเซิ้ร์ศ๒๒๕ปริกฮำเบิกฮ่องกง
๑๐ ค่ำกาโรไลน์ปอล์ไฟ๒๖๖สกูนเนอ ปรัตเซียฮ่องกง
๑๐ ค่ำอิงเบิดบี้เตอซัน๓๕๔บาก ปรัตเซียฮ่องกง
๑๑ ค่ำระกามามักเกนซี่๓๔๘บาก อังกฤษฮ่องกง
๒๑ ค่ำฟเรรริกที่ ๗โฮยญ์๔๑๑ชิพปรัตเซียฮ่องกง
๑๒ ค่ำซีโฟกยัง๓๑๑บาก สยามนาล์ตัน
๑๒ ค่ำแอนนามาเรียเยวคิ่นส์๒๗๕ปริกเกนมากฮ่องกง
๑๒ ค่ำกวินอิงลันด์ครุต๔๓๓ชิบสยามฮ่องกง
ออก เมื่อไรกำปั่น ออก จาก กรุง เทพ ฯจะ ไป ไหน
เดือน ยี่ ขึ้น ค่ำ หนึ่งเอน:ตอไปซิซมเฟลด์๔๘๘บาก สยามสิงคโปร์
๓ ค่ำเซนท์ปอล์ท๊าเซน๒๕๗บาก สยามปะตาเวีย
๗ ค่ำตึงไฮ้เครต๕๐๐สกุลเนอ อังกฤษสิงคโปร์
๙ ค่ำเจ้าพระยาออร์ตัน๓๕๓กลไฟ สยามสิงคโปร์
๙ ค่ำโซโลเอี่ยเกน๙๖๕ชิบฮำเบิกแม่กลอง
๙ ค่ำโซไฟย์จิ่น๒๘๒บาก สยามยาวา
๑๒ ค่ำไกลโอคาคิล์๑๓๖สกูลเนอ อังกฤษชายอ่าวทเลไทย