

| Vol. 1 เล่ม ๑ บางกอก เดือน แรม สิบ ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๒๗ Jan. 17th 1866 กฤษศักราช ๑๘๖๖, ใบที่ ๒๒ No. 22 |
๏ หนังสือ หลวง ๚
๏ ประกาศ เล่า ด้วย ธรรมเนียม ลงสรงโสกันต์, สมเด็จ
พระเจ้าน้องยาเธอเจ้าฟ้า. สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้า. ที่
เปน พิธี สำรับ ราช ตระกูล, ใน แผ่นดิน สยาม สืบ มา. สมเด็จ
พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้า, สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้า ทั้ง
ชาย หญิง, สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า ทั้ง ชาย หญิง, สมเด็จ
พระเจ้าหลาน เธอ เจ้าฟ้า ทั้ง ชาย ทั้ง หญิง. คือ ท่าน ที่ มี พระ
บิดา พระมารดา, เปน ราช ตระกูล ทั้งสอง ฝ่าย. แต่ จะว่า ให้ เลอียด
ถ้า การ ตั้ง พระวงษ์ ใหม่, พระเจ้าพี่ฮา, พระเจ้าน้องยา, พระ
เจ้าพี่นาง, พระเจ้าน้องนาง. ที่ ร่วม พระชนก ชนนี่ กับ สมเด็จ
พระเจ้าแผ่นดิน, ก็ เปน สมเด็จ พระเจ้า พี่ฮา เธอ. สมเด็จ พระ
เจ้าน้องยาเธอ, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ, สมเด็จ พระเจ้าน้องนาง
เธอ ทั้ง สิ้น. แต่ ที่ ต่าง พระมารดา ต่อ โปรด ให้ เปน จึ่ง เปน ได้.
พระเจ้าลูกเธอ ที่ ประสูตร แต่ พระอรรคมเหสี่ พระอรรคชายา, ที่
ติด มา แต่ เดิม ก็ดี ตั้ง ใหม่ ก็ดี, เปน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้า
ฟ้า ทั้งชาย ทั้งหญิง, พระเจ้าลูกเธอ. ที่ เจ้าจอมมารดา เปน แต่
พระสนม ไม่เปน เจ้าฟ้า, ก็ เปน แต่ พระองค์เจ้า. ถ้า เจ้าจอม
มารดา เปน เชื้อ พระวงษ ห่าง ๆ ก็ดี, เปน บุตร เจ้า แผ่นดิน
เมือง น้อย รอบ คอบ ก็ดี, ฤๅ ปน บุตร เสนาบดี มี ความ ชอบ
ก็ดี, ถ้าโปรด ให้ เปน เจ้าฟ้า ก็ เปนได้. พระเจ้าหลานเธอ
นั้น คือ พระโอรศ พระธิดา ใน พระบวรราชวัง, ถ้า พระมารดา โปรด
ให้ เปน เจ้า, บุตร ก็ เปน สมเด็จพระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้า.
๏ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอเจ้าฟ้าหญิง, สมเด็จพระเจ้า
ลูกเธอ เจ้าฟ้าหญิง. เมื่อ ได้ พระสวามี่ เปน พระเจ้า แผ่นดินใหญ่
ก็ดี, เปน กรม พระราชวงษ์ก็ดี, เปน เจ้า ต่าง กรม ไม่ มี กรม
เจ้าฟ้า ฤๅ พระองค์เจ้า ก็ดี, ถ้า มี บุตร บุตรี่ บังเกิด ก็ เปน เจ้า
ฟ้า ตาม พระมารดา. แต่ ศักดิ์นา ต่ำ เสมอ พระองค์เจ้า ที่ เปน
พระเจ้าหลานเธอ ดัง สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ, มี ศักดิ์นา เสมอ
เพียง พระองค์เจ้า ที่ เปน พระเจ้าลูกเธอ.
๏ เมื่อ แผ่นดิน สืบ ๆ มา พระราชโอรส พระราชธิดา ของ
สมเด็จ พระเจ้าแผ่นดินใหญ่, แล กรม พระราชวัง, ที่ ประสูตร แต่
พระมารดา เปน เจ้าฟ้า ก็ดี, เปน พระองค์เจ้า ก็ดี, คง เปน เจ้า
ฟ้า. ถ้า มารดา เปน แต่ หม่อมเจ้า แล ราชินิกูล แล ธิดา เมือง
น้อย รอบ คอบ, ก็ คง เปน แต่ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้า. ต่อ
พระเจ้า แผ่นดิน ใหญ่ โปรด ให้ เปน เจ้าฟ้า จึง เปน ได้.
๏ ใน กรม พระราชวังหลัง, บุตร บุตรี ประสูตร แต่ อรรค
ชายา มี ยศ เปน เจ้า ก็ เปน ได้ เพียง พระองค์เจ้า. ต่อ มารดา
เปน เจ้าฟ้า จึง เปน เจ้าฟ้า ตาม พระมารดา. บุตร บุตรี กรมพระ
ราชวังหลัง, ที่ เกิด แต่ พระ สนม, ก็ คง เปน หม่อมเจ้า เหมือน
กับ บุตร บุตรี ของ พระองค์เจ้าชาย ทั้งปวง, ที่ ตั้ง กรม แล้ว
แล ยัง ไม่ มี กรม หม่อมเจ้า ทั้งปวง. ที่ ได้ ราชการ ฝ่าย น่า ฝ่าย
ใน, โปรด เลื่อน ให้ เปน พระองค์เจ้า โดย ความ ชอบ ก็ เปน ได้.
การ กำหนด ที่ ว่า มา นี้, ตาม แบบ แผน ซึ่ง มี สืบ มา แต่ โบราณ
หลาย ชั่ว แผ่นดิน แต่ ครั้ง กรุงเก่า มา.
๏ เมื่อ ครั้ง แผ่นดิน กรุง ธนบุรี, แรก ตั้ง แผ่นดิน บางกอก
ก่อน พระวงษ นี้, มี พระเจ้าลูกเธอ ชาย เปน เจ้าฟ้า สาม พระองค์.
พระองค์ หนึ่ง เกิด แต่ พระอรรคชายา เดิม, อีก พระองค์ หนึ่ง เกิด
แต่ มารดา ที่ เปน พระญาติวงษ ของ พระเจ้า แผ่นดิน ใน เวลา นั้น.
อีก พระองค์ หนึ่ง, เกิด แต่ มารดา ที่ เปน พระบุตรี ของ พระบาท
สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์, ซึ่ง เวลา นั้น พระเจ้า แผ่นดิน
โปรด, ให้ ถือ อาญาสิทธ เหมือน พระเจ้าแผ่นดิน ใน การ สงคราม.
ใน เจ้าฟ้า ทั้ง สาม นั้น, องค์ ที่ สอง สิ้น ชีพ เสีย แต่ ยัง เยาว์. องค์
ที่ หนึ่ง สิ้น ชีพ เมื่อ ล่วง แผ่นดิน นั้น ไป. แต่ องค์ ที่ สาม สืบ มา
เปน สมเด็จพระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้า, ใน แผ่นดิน พระบาทสมเด็จ
พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์. เมื่อ ตั้ง พระวงษ ใหม่ ขึ้น, สมเด็จ
พระเจ้าพี่นางเธอ สอง พระองค์ ก็ เปน เจ้าฟ้า. สมเด็จพระเจ้าพี่
นางเธอพระองค์ใหญ่มีพระบุตร ๓ พระบุตรี ๑ แต่ พระบิดา สิ้น
ชีพ เสีย นาน แล้ว, สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอพระองค์น้อย มี พระ
บุตร ๓ พระบุตรี ๒ พระบิดา ก็ สิ้น ชีพ เสีย นาน แล้ว เหมือน กัน.
ก็ ทั้ง ๔ พระองค์นั้น, พระเจ้า อยู่หัว โปรด ให้ เปน สมเด็จพระ
เจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้า ทั้ง สิ้น. ภาย หลัง มา พระบุตร ของ สมเด็จ
พระเจ้าพี่นางเธอ พระองค์ใหญ่นั้น, โปรดให้ เปน กรม พระราช
วังหลังเปน ลำดับ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ, ที่ โปรดให้เปน
กรมพระ ราชวังบวร ใน แผ่นดิน นั้น.
๏ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวใน แผ่นดิน นั้น, มี พระราชโอรศ
สอง พระองค์, พระราชธิดา สอง พระองค์ แต่ พระอรรคชายา
เดิม, โปรด ให้ เปน สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า ทั้ง ๔ พระ
องค์. แต่ กรม พระราชวัง มี พระราชธิดา ประสูตร แต่ พระมาร
ดา เปน เชื้อ เจ้าเมืองเชียงใหม่, โปรด ให้ เปน สมเด็จพระเจ้า
หลานเธอ เจ้าฟ้า ด้วย. ร่วม เจ้าฟ้า ใน ต้น แผ่นดิน พระบาทสม
เด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์, คือ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ ๒.
ถ้า นับ สมเด็จพระเจ้าน้องยาเธอ, ที่ เปน กรมพระราชวัง ด้วย ก็
เปน ๓ เปน ชั้น ศักดิ์ สูง อย่าง เอก. สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ
เจ้าฟ้า ๔ พระองค์ เปน อย่าง โท. สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้า
ฟ้า, นับ กรมพระราชวังหลัง ด้วย เปน ๑๑ พระองค์ เปน อย่าง
ตรี. ร่วม เจ้าฟ้า ทั้ง ๓ อย่าง เปน ๑๘ พระองค์. คือ นับ
เจ้าฟ้าหลานเธอ ที่ เปน ราชบุตรเจ้ากรุงธนบุรี ด้วย นั้น. อนึ่ง มี
เจ้าฟ้าหญิง แก่ อีก พระองค์ หนึ่ง, เปน พระราชธิดาสมเด็จพระเจ้า
แผ่นดิน พระวงษเก่า กรุงศรีอยุทธยา, ยัง คง ยศ บันดาศักดิ์ เปน
เจ้าฟ้า อยู่ ด้วย, จึ่ง รวม เปน ๑๙ พระองค์ ด้วย กัน.
๏ ก็ ใน เจ้าฟ้า เหล่า นี้, เมื่อ แรก ตั้ง แผ่นดิน ยัง ไม่ได้
โสกันต์ ๗ พระองค์, คือ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้า ๓ พระ
องค์, ยก แต่ พระองค์ใหญ่. สมเด็จพระเจ้าหลานเธอเจ้าฟ้า
ใน สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอพระองค์น้อย ๒ พระองค์, สมเด็จ
พระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้า ใน กรมพระราชวังพระองค์หนึ่ง, สม
เด็จพระเจ้าหลานเธอ, ที่ เปน ราชบุตร เจ้ากรุงธนบุรี พระองค์
หนึ่ง, จึ่ง รวม เปน ๗ พระองค์. ใน เจ้าฟ้า ๗ พระองค์ นี้,
เมื่อ ถึง ปี มี กำหนด ควร จะโสกันต์, ก็ มี ราชการ ทัพ ศึก กับ
พม่า วุ่น วาย อยู่, เพราะ เปน การ ต้น แผ่นดิน ไม่ มี ช่อง มี เวลา
ที่ จะ ได้ ทำ พระราชพิธีให้เติม ตาม ตำรา. คือ สอง พระองค์ ถึง
กำหนดโสกันต์ ใน ปี แรก ตั้ง แผ่นดิน ใหม่, คือ ปีขาน จัตวา
ศก ศักราช ๑๑๔๔, ตรง กับ ปี มี่ คฤสตศักราช ๑๗๘๒. อีก สอง
พระองค์ ถึง กำ หนด ใน ปีมเสงสัปตศก ศักราช ๑๑๔๗, ตรงกับ
ปีมี่ คฤสตศักราช ๑๗๘๕. อีก สอง พระองค์. ถึง กำหนด โส
กันต์ใน ปีระกาเอกศก ศักราช ๑๑๕๑, ตรง กับ ปีมี่ คฤสตศัก
ราช ๑๗๘๙. สมเด็จพระเจ้าหลานเธอ เจ้าฟ้า ที่ เปน ราชบุตร เจ้า
กรุงธนบุรี นั้น, ถึง กำหนด โสกันต์ ใน ปีกุนตรีศก ศักราช ๑๑๕๓,
ตรง กับ ปีมี่ คฤสตศักราช ๑๗๙๑. ใน สิบ ปี นี้ พม่า ยก มา รบ
แทบ ทุก ปี, มี ราชการ ทัพ ศึก มาก, ไม่ มี ช่อง ที่ จะ ได้
คิด ทำการ ลง สรงโสกันต์ เลย, เปน แต่ ทำ โดยสังเขป ภอ
เปน แล้ว ไป. แต่เจ้าฟ้าพินทวดี ซึ่ง เปน พระราชธิดา พระเจ้า
แผ่นดิน กรุงศรีอยุทธยา โบราณ นั้น, ท่าน เคย ลง สรง โสกันต์
ด้วย พระองค์ เอง. แล เหน การงาน ต่าง ๆ เมื่อ เวลา ลงสรง
โสกันต์ เจ้าพี่ เจ้าน้อง ของ ท่าน, ท่าน ทราบ การ ทุก อย่าง.
เปน ผู้ แนะ อย่าง ธรรมเนียม โบราณ อื่น ๆ ต่าง ๆ หลาย อย่าง
หลาย ประการ ใน กรุงเทพ ฯ นี้. เมื่อ ท่าน เหน ว่า เจ้าฟ้า ๗ พระ
องค์ ที่ โสกันต์, ไม่ ได้ ทำ เติม ตาม ตำรา พระราชพิธี แต่ สัก
พระองค์หนึ่ง, จน หมด เจ้าฟ้า ไป แล้ว, ท่าน ก็ บ่น นัก ว่า
การ อย่าง ธรรมเนียม, พระราชพิธี ลง สรงโสกันต์ เจ้าฟ้า จะ สาบ
สูญ ไป เสีย แล้ว. ท่าน ก็ ทรง พระ ชรา แล้ว. เมื่อ ไม่ มี
พระชนม์ ท่าน. ถ้า การ สืบ ไป มี เวลา ที่ จะ ได้ ทำ ขึ้น, ใคร
จะ มา แนะ ชี้ การ ให้ ถูก ต้อง ตาม แบบ แผน ได้ เล่า. ท่าน จึ่ง
คิด อ่าน จดหมาย การงาน ลง สรงโสกันต์ ต่าง ๆ ลงไว้. แล้ว ชี้
แจง ให้ ผู้ใหญ่ ผู้ น้อย ข้าง น่า ข้าง ใน, เรียน ดู รู้ ไว้ ด้วย กัน
มาก, เพื่อ จะ ไม่ ให้ การ สาบ สูญ ไป. ความ ที่ เจ้าฟ้าพินท
วดี ทรง พระวิตก นั้น, กรมพระราชวัง ใน แผ่นดิน พระบาทสม
เด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์ ทรง เหน ชอบ ด้วย. จึ่ง ทรง สร้าง
เขา ไกรลาส มี พระมณฑป บน ยอด, แล มี สระอโนดาต แล
ท่อ ไข น้ำ จาก ปาก สัตว์ ทั้ง ๔ ตาม อย่าง เจ้าฟ้าพินทวดี ชี้ การ
ให้ ทำ. ครั้น การ เขา ไกรลาส เสรจ็ แล้ว, ก็ กราบ ทูล ขอ
แด พระเจ้าอยู่หัว, ให้ โปรด ให้ ทำ การ โสกันต์ พระราชบุตร แล
พระราชบุตรี ของ ท่าน, ที่ เปน แต่ พระองค์เจ้า สมมุต ให้ เปน
ดัง เจ้าฟ้า. ทำ การ ครั้ง นี้ แม้น ผิด อย่าง ธรรมเนียม ก็ เพื่อ ว่า
จะ ให้ เหน เปน อย่าง ทัน เวลา, เมื่อ เจ้าฟ้า พินทวดี ยัง ทรง พระ
ชนม์ อยู่, จะ ให้ มี ผู้ ได้ รู้ ได้ เหน ไว้ เปน อัน มาก, มิ ให้ การ
สาบสูญ ไป. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว, ก็ โปรด ให้ การ
เปน ไป ตาม พระไทย กรมพระราชวัง. แต่ ส่วน พระองค์ ไม่ ชอบ
พระราชหฤไทย, จะ ทำ ให้ ผิด อย่าง ธรรมเนียม ไป. กรม
พระราชวัง เมื่อ ได้ ช่อง โปรด อำนวย ให้ ทำ, ก็ ได้ ทำ การ โส
กันต์ ใน พระบวรราชวัง ถึง ๓ ครั้ง. คือ ปี เถาะ สัปตศก, ศัก
ราช ๑๑๕๗, ตรง กับ ปี มี คฤศตศักราช ๑๗๙๕ ครั้ง หนึ่ง. คือ
ปี มะเมีย สัมฤทธิศก, ศักราช ๑๑๖๐, ตรง กับ ปี มี คฤสต ศัก
ราช ๑๗๙๘ ครั้ง หนึ่ง. คือ ปี ระกา ตรีศก, ศักราช ๑๑๖๓,
ตรง กับ ปี มี คฤสตศักราช ๑๘๐๑ ครั้ง หนึ่ง.
๏ หนังสือ ที่ เปน ใจความ ใต้ นี้, เหลือ จาก หนังสือ หลวง
แต่ ยก ก่อน. บัดนี้ เอา ใส่ เข้า ที่ ยก นี้ ต่อ ความเดิม ที่ น่า ๒๐๔
๏ แล คำ ว่า พึ่งพาอาไศรย นั้น, คำ นี้ แปล ไป หลาย อย่าง
ถึง เจ้าแผ่นดิน ก็ ต้อง ว่า. แต่ ไม่ ว่า เจ้าแผ่นดิน เมือง อื่น
แล้ว, ว่า แต่ พระเจ้าแผ่นดิน กรุงสยาม ของ เรา เอง. สืบ
มา จน ทุก วัน นี้ ทุก พระองค์, ทำ บุญ เกื้อหนุน ใน สาศนา ถึง
สาม อย่าง, คือ สาศนา พระพุทธ อย่าง หนึ่ง. สาศนา พราหมณ์
อย่าง หนึ่ง. สาศนา แขก เจ้าเซน อย่าง หนึ่ง. แต่ สาศนา
แขก เจ้าเซน นั้น, ขี้ผึ้ง เทียร ที่ แห่ ก็ ของ หลวง แทบ ทั้งมด,
ยัง ได้ เงิน เบี้ยเลี้ยง ไป ทำ ของ เลี้ยง กัน ด้วย. สาศนา
พราหมณ์ ในหลวง ก็ ช่วย ปี หนึ่ง, เปน เงิน หลาย สิบ ชั่ง.
เปน ทั้งนี้ ก็ เพราะ ในหลวง, ได้ พึ่งพาอาไศรย พวก แขก พวก
พราหมณ์ อยู่ อย่าง หนึ่ง อย่าง ใด, จึง ไม่ เสียดาย เงิน ที่ เสีย ไป
ทุก ๆ ปี เปน อัน มาก นักหนา.
๏ อนึ่ง ใน พระเจ้าแผ่นดิน ก็ กวัสสรเสิรญ ว่า สาศนา ใด ๆ
ไม่ ประเสิรฐ กว่า พุทธสาศนา. รับสั่ง ครั้ง นี้ ทุก พระเจ้าแผ่นดิน
มา จน ทุก วัน นี้. ก็ ซึ่ง รับสั่ง ดังนี้ ก็ ดู เหมือน จะ เอาใจ พระ
สงฆ์, ซึ่ง เปน เจ้าของ สาศนา โต อยู่ ใน แผ่นดิน. ก็ ที่
แท้ พระสังฆราช ราชาคณะ ที่ เป็น ประธาน ใน สาศนา. ก็ ยัง โง่
งมงาย ไม่ รู้ แผ่นดิน แผ่น ฟ้า, ยิ่ง ยืนยัน ว่า จันทรุปราคา สุริย
ปราดา, เปน ด้วย ยักษ์ ใหญ่ อิจฉา เข้าไป กัด กิน. แผ่น
ฟ้าแผ่นดิน เปน ของ โต เท่า กัน. พระอาทิตย พระจันทร์เลก
กว่า กัน นิด น้อย, แล อื่น ๆ. ใน พระเจ้า แผ่น ดิน แต่ก่อน ก็
ทรง เชื่อ อย่าง นั้น, แต่ พระเจ้า แผ่น ดิน พระ องค์ นี้ จะเชื่อ อย่าง
นั้น ฤๅ ไม่ เชื่อ อย่าง นั้น ก็ ไม่ ทราบ. แต่ เหน ท่าน ทรง ทาย สุ
ริย จันทร์ ถูก ต้อง แน่ นอน. แล รับ สั่ง ว่า ราหู ไม่ ได้ ทำ ไม
แก่ พระ อาทิตย พระจันทร์, พระอาทิตย์เลง ตรง พระจันทร์ วัน
เพญ ก็ เปน จันทรุปราคา. พระจันทร์ มา ซ้อน สับ เมื้อ วัน ดับ
กั้น หว่าง สาย ตา คน กับ พระอาทิตย์, ก็ เปน สุริยปราคา ฯ,
ลาง ที่ มี แต่ ข้าง เมือง เหนือ, เมือง ปาก ใต้ ไม่เหน. ท่าน
ก็ ทรง ทาย ถูก ได้, ก็ เมื่อ เปน ดัง นี้ ท่าน ยัง ทรง สรเสิญ ว่า
พุทธสาศนา ดี กว่า สาศนา ทั้งปวง. แล ทรง พระ อุสาห ประพฤติ
ตาม พุทธ สาศนา อยู่. ก็ เหน ชัด ว่า เปน เพราะ พึ่ง พา อาไศรย
พุทธสาศนา อยู่, จึ่ง เปน ดัง นั้น ก็ ด้วย การ เปน ตัว อย่าง เช่น
นี้, รับ สั่ง ของ กวินวิกตอเรีย, ที่ ท่าน เอา มา ว่า ซ้ำ ซาก
เช้า ซี้ ไม่ รู้ แล้ว นั้น. ก็ ด้วย คิด ว่า จะ ให้ คน ฟัง เชื่อ ว่า เปน
คำ เจ้าฟ้า เจ้า แผ่นดิน. ก็ ธรรมดา เจ้าฟ้า เจ้า แผ่นดิน อย่าง ไร,
เมือง ไหน ๆ ก็ คล้าย ๆ กัน เข้าใจ แล้ว.
ข่าว ร้าย ที่ เมือง สมุทสงคราม
๏ ข้าพเจ้า ได้ความ ว่า, เมื่อ ณวัน ปี ฉลู สัปตศก, จีน นิ่ม
ที่ เปน น้อง เขย หลวง ภาษี วิเศษ, ซึ่ง หลวง ภาษี วิเศศ ได้ ให้
ออก ไป เปน นาย อากร เตา สุรา ที่ เมือง สมุทสงคราม, เปน ที่ ขุน
อินทร์ อากร นั้น, ได้ คุม สมัก พัก พวก ใน โรง เล่า ประมาณ ๓๐
คน, ไป จับ น้ำ กระแช่ ที่ ตำบล บ้าน แขวง เมือง สมุทสงคราม.
ได้ ตัว คน มา แล้ว กรมการ ยัง หา ทัน ชำระไม่. พวก โรง เล่า ก็
เอา ตัว คน เหล่า นั้น มา จำ ตรวน ใส่ โซร่ ลั่น กุญแจ ไว้. แต่ คน
ที่ จับ ไว้ มา นั้น มี ลูก สาว ติด มา คน หนึ่ง, อายุ ปะมาณ ๑๓ ปี
๑๔ ปี. พวก โรง เล่า ยัง อาจ ทำ การ ข่มเหง ข่ม ขืน ผลัด เปลี่ยน
กัน มาก คน. หญิง นั้น ร้อง ให้ คน ใน โรง ช่วย. จีน นิ่ม เปน
ที่ ขุน อินทร์ อากร, กับ จีน เงียบ เปน น้อง หลวง ภาษี วิเศศ ที่
เปน หลงจุ๊, กับ คน ใน โรง ก็ ภา กัน หัวเราะ เยาะ เย้ย เสีย. มี
คน หนึ่ง กลับ เอา หญิง นั้น มา เฆี่ยน อีก ๒๐ ที ๓๐ ที ด้วย หวาย.
หญิง นั้น ทน กำ ลัง คน มาก มิ ได้, ด้วย เปน เด็ก น้า
เหลือทนก็ ถึง แก่ ความ ตาย ใน ระว่าง ๖ วัน ๗ วัน นั้น. แล้ว พวก
ใน โรง เล่า ช่วย กัน บีด ความ นั้น ไว้ มิ ให้ ชาว บ้าน รู้. แล้ว เอา
ศพ หญิง นั้น ไป ฝั่ง เสีย. จึ่ง มี พวก พ้อง ของ หญิง นั้น รู้ ความ
ไป ฟ้อง กับ เจ้า เมือง กรมการ ๆ. ก็ มี หมาย ไป เกาะ ตัว พวก โรง
เล่า มา แก้ คดี, พวก โรง เล่า ขัดขืน เปน หลาย ครั้ง หา มา ไม่.
การ อย่าง นี้ ฃ้าพเจ้า ไม่ เคย ได้ ยิน ได้ ฟัง เลย, โจทก์ เขา ก็ มี
ไม่ ใช่ การ ของ ฃ้าพเจ้า ก็ จริง อยู่, ด้วย เหน ว่า ทำ การ อยาบ
คาย นัก. ฃ้าพเจ้า อยู่ เมือง บ้าน นอก ก็ จริง, อายุ ได้ ๖๗ ปี แล้ว.
ตั้งแต่ นาย อากร เข้า มา ทำ เตา สุรา ก็ มาก แล้ว, ไม่ มี ใคร ได้
ทำ องอาจ ถึง ดังนี้. ฃ้าพเจ้า สืบ ได้ ความ ว่า, จีน นิ่ม ที่ เปน
ขุน อินทร์ อากร นั้น เปน ชาว กรุง เก่า, เปน น้อง อี๋ อ่ำ ที่ เปน
ปาราชิก. ตระลาการ ชำระ เปน สัตร ว่า, อี๋ อ่ำ เปน ปะราชิก จริง.
โทษ ต้อง ตระเวน สัก หน้า เปน ตะพุ่น หญ้า ช้าง อยู่ วัง จันเกษม.
จีน นิ่ม ได้ เข้า มา เปน น้อง เขย หลวง ภาษี วิเศษ, ไป ทำ เตา สุรา
เมือง สมุทสงคราม, พวก จีน นิ่ม เคย ผิด ด้วย การ เมถุนธรรม
การ ชั่ว เหมน พึ่ง จะ สงบ ไป ไม่ ช้า มิ ใช่ ฤๅ. จีน นิ่ม ยัง ซ้ำ เข้า
อีก เล่า.
๏ อนึ่ง ฃ้าพเจ้า อยาก ทราบ ความ ให้ เลอียด, เอา เงิน
ตรา ๘ บาท ไป แลก เงิน ปลีก ที่ โรง เล่า. พวก ที่ ทำ ความ ผิด
หนี ไป จาก โรง เล่า สอง คน. จีน เงียบ น้อง หลวง ภาษี วิเศษ อยู่
ที่ โรง เล่า, จึ่ง ห้าม คน ใน โรง ว่า อย่า วิตก เลย. หลวง ภาษี วิเศษ
พี่ ของ เรา เปน คน มี ส่วน ใหญ่ ใน โรง เล่า ด้วย, ตก เข้า ไป ใน
กรุงเทพฯ แล้ว. หลวง ภาษี วิเศษ ก็ คง จะ ช่วย เดิร เหิน จุก
ยา เสีย กราว เดียว, ความ ก็ จะ เงียบ ไป ได้. อย่า ว่า แต่ ความ
นิด หนึ่ง เท่า นี้ เลย. ถึง ความ โต ยิ่ง กว่า นี้ ก็ ไม่ เปน ไร. พวก
เรา อย่า ได้ ตกใจ หนี ไป ข้าง ไหน เลย. ความ เรื่อง ข่มขืน นี้
กรมการ ก็ ได้ บอก เข้า ไป ยัง กรุงเทพฯ หลาย เดือน แล้ว. แต่
ได้ ความ ว่า, ตก กระทรวง คลัง มหาสมบัติ, จะ ชำระ แล้ว ฤๅ
ยัง หา ทราบ ไม่. แต่ เรื่อง จุก ยา นั้น, จะ ไป ได้ ฤๅ ไม่ ได้ นั้น,
คอย ฟัง คราว หลัง เถิด, จะ สม คำ จีน เงียบ ว่า ฤๅ ไม่.
๏ ฃ้าพเจ้า เจ้าของ หนังสือ นี้, พิเคราะห์ ดู ตระลาการ ไทย,
พวก เปน ความ ดู ถูก เหมือน เรือ รั่ว, แล ถัง น้ำ รั่ว ฉนั้น. พวก
เปน ความ จึ่ง ถือ ใจ ว่า, ถึง จะ ทำ ความ ผิด ก็ ไม่ กลัว, เอา
เงิน ทอง เข้า จุก บีด ก็ หาย รั่ว ได้. คิด ๆ ดู ก็ น่า หัวเราะ เปน
ที่ ประมาท หมิ่น ของ ราษฎร ผู้ เปน ความ ใน ร่ม ทง ของ ตัว, ไม่
มี ความ กลัว ความ อาย, ก็ จะ ต้อง อาย คน นอก ประเทศ ภาษา
ต่าง ๆ, ที่ เข้า มา อยู่ ใน กรุง สยาม นี้ ก็ มี มาก, เปน ที่ เยาะ
เย้ย คำ นินทา ต่าง ๆ, ได้ ยิน เข้า ก็ รำคาญ หู หนัก, ผู้ พิภากษา
ถ้า เปน อาสัจ อาธรรม ไป ตาม สินบล, ไม่ สม ที่ สมเด็จ พระเจ้า
แผ่นดิน ที่ ท่าน เปน ยุติธรรม, ได้ ทรง พระมหากรุณา ชุบ เลี้ยง
ต่อไปเลย.
ความ ฟ้อง
๏ ข้าพเจ้า ทราบ ว่า อำแดง เขียน หญิง คน นี้, เปน ลูก เข้า
พระยาณครราชเสมา คน เก่า, ทำ ผิด ธรรมเนียม ควน จะ เอา ชื้อ
ไว้ ใน หนังสือ พิมพ์. คน ชาว กรุงเทพ บังกอก เล่า ลือ กัน มาก,
อำแดง เขียน คน นี้ ทำ ผิด ประ ลาย. ข้าพเจ้า ทราบ ว่า อำแดง
เขียน เมื่อ ยัง อยู่ บ้าน ประตูน้ำ ที่ เมือง ณครราชเสมา นั้น, มี ผัว
เดิม ที่ หนึ่ง ชื่อ นาย จู่, อยู่ กับ นาน จู่ ผัว เดิม ได้ ประมาร สาม
เดือน เที่ยว ลอบ ทำ ชู้ กับ ชาย ใน เมือง ณครราชเสมา. แล้ว
ไป รักษ์ กัน เข้า กับ ขุนวิจารกรมการ เมือง ณครราชเสมา อีก. นาย
จู่ ผัว เดิม รู้, นาย จู่ ตี อำแดง เขียน ถูก ศรีคาง ข้าง ซ้าย ขัด อยู่
จน ทุก วัน นี้. นาย จู่ ผัว ที่ หนึ่ง ไล่ ให้ ไป เสีย. แล้ว อำแดง
เขียน ก็ ตก มา อยู่ กับ ชายชู้. อยู่ กับ ชายชู้ มี บุตร ด้วย กัน
คน หนึ่ง บุตรหญิง, อยู่ ด้วย กัน ก็ ไม่ ยืด, ลอบ เที่ยว ทำ ชู้ สู่
ชาย อื่น ถึง ๑๕ คน. ผัว ที่ ๒ ก็ ทิ้ง เสีย. ครั้น ตัว จะ อยู่ เมือง
ณครราชเสมา ไป เหน ว่า ดัง เรื่อง มี ชู้ นัก. อำแดง เขียน จึง
หนี ลง มา กับ อ้าย บุน ทาษ ของ ตัว, เดิน ทาง อาไศรย มา กับ
พวก ลูก ข่า แล้ว เอา อ้าย บุน ทาษ ของ ตัว ทำ ผัว, มา ตาม ระยะ
ทาง จน ถึง เมือง พรมทบุรี, ได้ ภัก อยู่ ที่ เมือง พรม ๕ วัน. แล้ว
ก็ เปน ชู้ กัน กับ นาย ระย้า นาย กำนัน จุ้ย. ครั้น อ้าย บุน รู้ อ้าย
บุน ห้าม อำแดง เขียน หมิ่ ฟัง อ้าย บุน โกรด. ขัด ใจ อ้าย บุน, ก็
หนี ไป อยู่ ที่ เมือง พรม ช้า ได้ ประมาร ๓๐ วัน เสษ. ชู้ ต่อ ชู้
วิวาษ ตี กัน. อำแดง เขียน เหน ว่า ความ อึง นัก จะ ภัก อยู่ นาน ไป ก็
อาย เขา. จึง มา กับ ยาย ภา มารดา เข้า มา กรุงเทพ, มา
ภัก อาไศรย อยู่ ที่ บ้าน หลวง ศรี ทิพ โพด. อำแดง เขียน ก็ ไม่
ยุด มี ชู้, ยัง เที่ยว ลอบ ทำ ชู้ กับ ชาย ใน กรุงเทพ นี้ อีก ถึง ๑๒
คน. . ครั้น จะ ระบุ ชื่อ ตัว ชาย ที่ ทำ ชู้ กับ อำแดง เขียน นั้น, ก็
ได้ แต่ เหน การ ไม่ ควร, ที่ เปน คน ดี ขุนนาง ก็ มาก, ที่ เปน
ไพร่ ก็ มี มาก. ข้าพเจ้า ว่า มา แต่ เพียง นี้ ก็ พึง ทราบ เถิด. การ
ทั้งนี้ ของ จริง ๆ ไม่ ได้ เอา เทย มา ว่า เลย.
๏ แล้ว อำแดง เขียน ได้ มา อยู่ กับ นาย เอม มหัดเลค ลูก พระยา
เพชปานี คน เก่า อีก. คน หนึ่ง ผัว ที่ ๔ อยู่ กับ นาย เอม ได้ ๓
เดือน มี ชู้ นัก ต้อง ทิ้ง กัน จริง, ไป ได้ กับ หลวง เดช ลูกเลี้ยง
พระยา ภักดี ผู้ ทร ใน พระบวรราชวัง, แล้ว ก็ ลอบ ทำ ชู้ อีก.
หลวง เดช รู้ ว่า เปน ชู้ กัน กับ นาย ตาท, อำแดง เขียน จะ อยู่ ก็
ไม่ ได้, เกรง หลวง เดช จะ ทำ โทษ, จึ่ง หนี หลวง เดช ไป เปน
เมีย นาย ตาท อยู่ กับ นาย ตาท ได้ ๓๐ วัน หนี ไป อยู่ ใน พระบวรราช
วัง.
๏ ครั้น ณ เดือน อ้าย แรม หก ค่ำ ปีวอกโทศก, เพลา เที่ยง
อำแดง เขียน ไป ซื้อ ผ้า ที่ ถนน บำรุงเมือง, ขุน อักษร สมบุน
เสมียนตราท้วม เหน อำแดง เขียน ก็ ชอบ ใจ, ให้ ยายตาน ไป
พูด กับ อำแดง เขียน ๓ วัน ได้ ตัว. เสีย เงิน ให้ กับ แม่สื่อ
สาม ตำลึง, แล้ว เสีย สิงสอด ผ้า ไว่ ไป คิด รวม เงิน ๒๐๐ บาตร์,
รับ เอา ไป เลี้ยง ไว้ ให้ เปน เมียหลวง ใหญ่ ถือน้ำ ทุก ปี. เงิน
ทอง ให้ ใช้ อุดม, ก็ ไม่ หยุด มี ชู้ เลย. ถ้า ขุน อักษร สมบุน เสมียน
ตรา เข้า วัง, ก็ ลอบ ทำ ชู้ กับ ชาย อื่น อีก ถึง หก คน.
๏ ณเดือนสิบเบ็ด ขึ้น สอง ค่ำ, อำแดง เขียน เกิด วิวาษ
กัน กับ ขุน อักษร เสมียน ตรา ผัว ๑ ตี. หนี ผัว ไป ณ เดือน สิบ
สอง แรม สี่ ค่ำ ปี จอ จัตวา ศก. อำแดง เขียน มา ฟ้อง อย่า ผัว ที่
สารหลวง. ผัว ฟ้อง แย่ง ว่า มี ชู้ กับ ชาย อื่น. กระลาการ ชำ
ระ ไม่ แล้ว, โปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ ชาย ที่ ทำ ชู้ เสีย เงิน
ให้ กับ ผัว ๓ ชั่ง ความ เปน แล้ว กัน. แล้ว อำแดง เขียน ก็ ได้
ชาย ชู้ เปน ผัว ที่ ๕ แล้ว อำแดง เขียน ก็ เที่ยว ลอบ ทำ ชู้ กับ นาย
ดิน นาย ชื่น นาย พลัด ที่ เปน ขุน อากร ปุกษา นาย ระวาง อีก. อยู่
กะ ผัว ที่ ๕ ได้ ปี หนึ่ง กับ สาม เดือน, ผัว รู้ ว่า อำแดง เขียน
คน นี้ เที่ยว กระทำ ชู้ นัก ผัว เลี้ยง ไม่ ได้, ผัว ไล่ เอา เงิน ค่า ตัว ๘
ชั่ง. ได้ เขียน หนังสือ อย่า ให้ ไป ด้วย ฉบับ หนึ่ง แล้ว ก็ ไล่ ไป
เสีย.
๏ ข้าพเจ้า ทราบ ว่า อำแดง เขียน คน นี้ ชื่อ ดัง นัก, มี ผัว
คน ใด อยู่ ไม่ นาน, มัก มี ชู้ ทุก วัน นี้, ก็ เที่ยว เล่น ชู้ อยู่. อำ
แดง เขียน คน นี้ ไม่ ดี เลย, มี คน เล่า ฤๅ มา, ข้าพเจ้า ทราบ ดัง
นี้ ถึง จะ อยู่ กับ ใคร ก็ ไม่ นาน คง จะ มี ชู้ อีก.
๏ โรกลง ราก ที่ ประเทศ ยูโรป ๚ะ
๏ ว่า ใน เร็ว ๆ นี้, พวก หมอ ยา ที่ ประเทศ ยูโรป พิจารณา
เหน ว่า, โรค ลงราก ที่ แผ่ ทั่ว ไป ถึง ประเทส ยูโรป นั้น, เกิด
มา แต่ เมือง เม๊กกา แขวง เมือง อารอป, ที่ พวก มชำมัด ประชุม
กัน เพื่อ จะ ไหว้ พระ ของ เขา ใน ที่ นั้น ตาม บันดา แขก. แล้ว ก็
มา ทั่ว ทุก แห่ง รคน ปน กัน เข้า จึ่ง เกิด โรค. ครั้น เวลา เลิก
แล้ว, ต่าง คน ต่าง ก็ กลับ ไป ที่ อยู่ ของ ตัว, โรค อัน นั้น ก็ ติด
ไป ด้วย, จึ่ง ได้ แผ่ ไป ทั่ว ทุก ทิศ.
๏ มี อังกฤษ คน หนึ่ง เขียน หนังสือ มา ว่า, พวก เพื่อน ของ
เรา คือ ฝรั่งเสศ, ได้ ตี ลง ที่ หัว ตะปู ตรง แล้ว, เพราะ เหน
พร้อม ใจ กัน ว่า,โรค ลงราก เกิด มา แต่ เมือง เม๊กกา แทบ จะ ทุก
ครั้ง. โรค นั้น จะ เกิด แต่ ภายใน จะ เสีย ปรกติ ฤๅ ประการ
ใด หมอ ทั้งปวง ไม่ อาจ เหน ได้, คิด ไม่ พร้อม ใจ กัน. แต่ คิด
ว่า เกิด มา แต่ ทิศ ไหน, ไป ตำบล ไหน นั้น ภอ จะ คิด ได้. พวก
ฝรั่ง เสศ ได้ คิด แล้ว, เหน เปน ความ จริง ว่า, โรค ลง ราก ซึ่ง ได้
เกิดขึ้น เมื่อ คฤษ ศักราช ๑๘๖๕ นั้น, แล ได้ ทำลาย ชีวิตร
คน นับ ได้ เปน หลาย แสน แล้ว, ก็ ได้ บังเกิด มา จาก
เมือง เม๊กกา เปน แน่. ใน ต้น ปี คฤษ ศักราช ๑๘๖๕ นั้น, พวก
พระ ใน สาศนา แขก นั้น, เขา ได้ มา ประชุม กัน ใน ที่ นั้น เปน
อันมาก, กว่า ที่ เคย มี มา แต่ ก่อน นัก. เขา มา แต่ ทาง ไกล ทั่ว
ทุก ทิศ, จำ พวก ที่ มา แต่ เมือง ดาเมซ็ก นั้น, มาก กว่า ท เคย มี
นัก. เขา มา ทาง ทเล แดง แล เมือง เยดา. ใกล้ จะ ถึง เมือง
เม๊กกา แล้ว, ก็ เกิด ลง ราก ตาย ใน กลาง ทาง นั้น, ก็ อัด
แน่น กัน, ใน ทาง นั้น เต็ม ไป ด้วย ศพ, แล คน เจ็บ เปน อัน มาก.
ผู้ ที่ เปน ประทาน ใหญ่ ใน เมือง เม๊กกา, มี ความ วิตก ด้วย โรค ลง
ราก นั้น, เขา จึ่ง เข้า ไป ซ่อน ตัว อยู่ ใน วัด. แล้ว อยุ่ กิน กระดาษ
ที่ เขียน หนังสือ เปน กลอน คำ พระ ของ เขา, ๆ หมาย ว่า จะ กัน
โรค นั้น ได้ ดอก กระมัง. แต่ คำ พระ ที่ เขา กิน เข้า ไป นั้น กัน มิ
ได้, โรค นั้น ก็ ถึง ตัว เขา ตาย. เมื่อ พวก มชำมัด ที่ เข้า ไป
ไหว้ พระ ใน เมือง เม๊กกา แล้ว, เขา จะ กลับ ไป ยัง ที่ อยู่ ของ ตัว,
ก็ เหลือ ไป แต่ น้อย, แล ตาย โดย โรค นั้น แทบ จะ ครึ่ง หนึ่ง. เขา
กลับ ไป ทาง เมือง คอาบา, แล เมือง อายมุมโต, โรค นั้น ได้ ติด
ตาม เขา ไป ภา เอา ชาว เมือง นั้น ล้ม ตาย เปน อัน มาก. ฝ่าย
เจ้า เมือง อายฆุบโต มี ความ กลัว โรค นั้น, จึ่ง หนี ไป ยัง ประ
เทศ ยูโรป. ชาว ประเทุศ ยูโรป จึ่ง กลัวว่า, โรคนั้น จะ ติด เจ้า
เมือง อาย ฆุบ โต มา ด้วย. เจ้า เมือง อาย ฆุบ โต จะ ไป ที่ ตำบล
ได เขา ก็ กลัว ว่า โรค นั้น จะ ไป ถึง เขา ด้วย. แล้ว ก็ เปน ดัง นั้น
จริง. เมื่อ พวก มฮำมัต กลับ ไป จาก เมือง เม็กกา ไป ถึง ตำบล ใด
ใดๆ, โรค นั้น ก็ เกิด ขึ้น ใน ที่ ตำบล นั้น ด้วย. ไป ถึง เมือง
ยับฟา, แล เมือง ยรุซาเลม, แล เมือง สเมอนา, แล เมือง เบรูต,
แล เมือง ดาเมเซ๊ก, ก็ เกิด โรค ทุก แห่ง ทุก ตำบล, คน ตาย เปน
อันมาก. เกิด เหตุ ดัง นี้ จึ่ง รู้ ว่า, โรค นั้น ติด ตาม พวก มฮำ
มัต ที่ กลับ มา จาก เมือง เม๊กกา เปน แน่.
๏ เคาเวอเมนต์ ฝรั่งเสศ เหน ดัง นี้, จึ่ง มี หนังสือ เชิญ
ผู้ใหญ่ ใน ประเทศ ยูโรป ทุก เมือง มา ประชุม กัน, เพื่อ จะ ได้
ปฤกษา การ กัน โรค นั้น อย่า ให้ มา ได้.
๏ สลัดตีเรือ
๏ เรื่อง นี้ เปน เรื่อง ที่ กับปิตัน ธมซัน ได้ เขียน ไว้. ได้
ออก จาก เมือง ฮ่องกง เดือน ดีเซมเบอ วัน ๑๓ ค่ำ คฤษศักราช
๑๘๖๕, เพื่อ จะ ไป ถึง บางกอก. ลม นั้น ก็ พัด มา จาก
ตวัน ออก. ถึง เวลา ๔ โมงเช้า, ก็ ถึง เมือง ลินทิง. แล้ว ถือ
ท้าย ตรง เข้า ไป ถึง ที่ ร่อง น้ำ ที่ ชื่อ ว่า ไชไตมี่. แล ได้ เหน ตะ
เภา มา ข้าง เกาะ ลีมา ลำ หนึ่ง, แล่น ตรง เข้า มา ที่ ข้าพเจ้า. ภอ
เวลา พลบ, ข้าพเจ้า ก็ ได้ ออก จาก ร่อง น้ำ ไชไตมี่. ตเภานั้น ก็
แล่น ใกล้ เข้า มา. เวลา นั้น ลม ก็ หา จัด ไม่. ตเภา ก็ แล่น เร็ว
กว่า กำปั่น. เดิน ไป สัก สอง ไมล์, แล้ว ก็ ได้ ลด ใบ หัว เสีย, เพื่อ
จะ คอย พวก เรา. การ เปน ดัง นี้ จึ่ง ได้ สันนิฐาน ว่า เปน เรือ
สลัต. ข้าพเจ้า ก็ ได้ ชัก ใบ ขึ้น หมด, แล้ว แล่น ห่าง ออก ไป,
แล ประจุ ปืน ใหญ่. พวก คน บน ตเภา เมื่อ เหน เรือ กำปั่น ข้าพ
เจ้า แล่น ห่าง ออก ไป ดัง นั้น, ก็ แล่น เข้า มา ใกล้ ไล่ กำปั่น ของ
ข้าพเจ้า เกือบ จะ ทัน. ตเภา นั้น แล่น เร็ว กว่า ข้าพเจ้า มาก นัก.
แล้ว ได้ เขา มา ใกล้. แล พวก ข้าพเจ้า ได้ เหน คน บน ตเภา นั้น
ยืน อยู่ ๑๒ คน. แล้ว แล่น ตเภา ใกล้ ชิด เขา มา ทุก ที่ๆ. ครั้ง
นั้น ข้าพเจ้า ก็ คอย จะ ยิง ปืน สัก นัด หนึ่ง ให้ ถูก เขา. ๆ กลับ
ยิง ปืน เล็ก มา ใน เรือ กำปั่น ก่อน หลาย กระบอก, ถูก ต้นหน
ตาย, แล พวก กลาสี ก็ ถูก เจบ หลาย คน. พวก ที่ ไม่ เจ็บ นั้น ก็
กระจัด กระจายไป. บางคน ลง ข้าง ล่าง. บาง คน ขึ้น บน
เสา กระโดง. ครั้ง นั้น พวก สลัด ก็ ขึ้น มา บน กำปั่น ข้าพเจ้า สัก
๓๐ คน. ข้าพเจ้า เหนว่า จะ สู้ เขา ไม่ได้, แล้ว ข้าพเจ้า ก็หนี ไป นั่ง
อยู่ ที่ ใต้ เสา ชี้. พวกสลัด นั้น ก็ หย่อน สมอ ลง ไป เพื่อ จะ ไม่ ไห
กำปั่น ลอย. คน หนึ่ง มอง ลง มา เหน ข้าพเจ้า เข้า, แล้ว ร้อง ว่า,
ถ้า ข้าพเจ้า ไม่ ขึ้น มา จะ ยิง ข้าพเจ้า เสีย. ข้าพเจ้า จึง ขึ้น มา
บน กำปั่น, แล้ว เขา จึง ให้ ข้าพเจ้า ดู เครื่อง รบ ของ เขา, คือ
ปืน แขน เสื้อ หก นัด กระบอก หนึ่ง, แล ดาบ เล่ม หนึ่ง, ปืน
ทหาร กระบอก หนึ่ง. เขา บอก ข้าพเจ้า ว่า พวก สลัด นั้น มี เหมือน
กัน ทุก คน. เขา รู้ ว่า ข้าพเจ้า เปน นาย เรือ จึง จับ ข้าพเจ้า ไป
ให้ คน คุม ไว้ สองคน. ข้าพเจ้า อยู่ ใน ที่ นั้น สัก สอง ชั่วโมง.
แล้ว เขา ก็ ลาก ข้าพเจ้า เข้า ไป ใน ห้อง แห่ง หนึ่ง. บาง คน ก็
ถาม ข้าพเจ้า ว่า เงิน อยู่ ที่ ไหน, ถ้า ไม่ บอก จะ ฆ่า ข้าพเจ้า เสีย.
๏ ใน เวลา นั้น ต้นหน ที่ ถูก ปืน สลัด, นอน กลิ้ง อยู่ แทบ
ตาย. พวก สลัด คน หนึ่ง เหน ดัง นั้น ก็ ยิง ซ้ำ เอา ที่ ข้าง หลัง.
แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ได้ เหน ตเภา มา อีก ลำ หนึ่ง, แต่ หา รู้ ว่า มา แต่
ไหน ไม่, ไม่ อาจ ลุก ขึ้น ดู. เมื่อ พวก สลัด นั้น ขน ของ ไป จน
สิ้น แล้ว, นาย พวก สลัด จึง ให้ ข้าพเจ้า เอา แผนที่ มา ให้ เขา
ดู ตำแหน่ง บ้าน เมือง ทั้ง สิ้น. แล้ว ก็ เอา แผน ที่ ลง ตเภา ไป
เสีย.
๏ ครั้น เขา ไป แล้ว, ข้าพเจ้า ก็ เรียก พวก กระลาสี มา, เหน
คน เจ็บ ไป สาม คน. แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ถอน สมอ แล่น ไป. ครั้น
รุ่ง เช้า ขึ้น ก็ ไม่ เหน ฝั่ง เลย. แต่ เมื่อ แล่น ไป ถึง เดือน อ้าย
แรม ๑๑ ค่ำ ต้นหน ก็ ตาย เสีย. แล้ว ข้าพเจ้า ก็ รู้ ว่า เหน จะ ไป
ไม่ ถึง ฮ่องกง แล้ว, เพราะ ลม พัด มา แต่ ทิศ ตวันออก. แล้ว
ข้าพเจ้า ก็ แล่น ไป ถึง เมือง ไส้ง่อน. เพื่อ จะ ได้ รักษา พวก ข้าพ
เจ้า ที่ เจ็บ นั้น. ครั้น ๑๕ ค่ำ กลาสี ที่ ถูก ลูก ปืน สลัด ก็ ตาย
เสีย คน หนึ่ง, แต่ พวก อื่น ที่ เจ็บ ก็ หาย หมด. แล ข้าพ
เจ้า ก็ แล่น ออก จาก เมือง ไส้ง่อน มา ถึง เมือง ไทย ไม่ มี อันตราย
อัน เลย.
เมือง ยี่ปุ่น
๏ เซอ ฮาริ ปาศ มี หนังสือ ข่าว ประกาศ มา แต่ เมือง ยี่ปุ่น เปน
ใจ ความ ว่า, พระเจ้า แผ่นดิน ยี่ปุ่น ที่ เรียก ชื่อ ว่า มิคาโด จะ ยอม
ตาม หนังสือ สัญญา ไมตรี, ซึ่ง ท่าน ผู้ ใหญ่ ที่ เรียก ว่า ไตกูน
ได้ ยอม ทำ ด้วย เมือง อังกฤษ, เมือง ฝรั่งเสศ, เมือง อเมริกํา
แล เมือง เฮาลันด์ นั้น. แล จะ ให้ จัดแจง ตั้ง ธรรมเนียม ค้า ขาย
เสีย ใหม่, ตาม แต่ เมือง ทั้ง สี่ นั้น จะ เหน พร้อม กัน. แล จะ
ยอม เปีด ปาก น้ำ ไฮโอโก, แล กรุง โอซากา ตาม ที่ ได้ สัญญา ไว้
เมื่อ คฤิษศักราช ๑๘๖๒ ปี, นั้น. หนังสือ ข่าว ประกาศ เซอฮา
ริปาศ นี้, เขียน เมื่อ ณวัน เดือน อ้าย ขึ้น เจ็ด ค่ำ ปี ฉลู สัปตศก.
สวรรค์คต
๏ ณวัน อาทิตย์ เดือน ยี่ แรม หก ค่ำ จุลศักราช พัน สอง ร้อย
ยี่สิบเจ็ด ปี ฉลู สัปตศก เวลา ๒ โมง เช้า, พระบาท สมเด็จ พระ
ปิ่นเกล้า เจ้า อยู่ หัว สวรร คต. ตั้ง อยู่ ใน กึ่ง ราชสมบัติ ได้ สิบ
ห้า พรรษา. อนึ่ง เมื่อ ใกล้ จะ สิ้น พระชนม์ นั้น, ข้าราชการ ชาว พระ
คลัง ใน พระบรมมหา ราชวัง, ได้ ขึ้น ไป กำกับ ปิด ประตู คลัง
ลั่น กุญแจ ไว้ ทุก คลัง ๆ. แล ทหาร ใน พระบรมมหา ราชวัง ก็
ขึ้น ไป กำกับ ประตู ยืน ถือ ปืน ขัด กระบี่ เฝ้า ประตู อยู่ ทุก ประตู.
แล ได้ ยิน ข่าว ว่า ใน หลวง เสีย พระไทย นัก, เคาเวอเมนต์ ฝ่าย
สยาม, แล ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย แล ราษฎร ทั้ง ปวง, ชาว
ต่าง ประเทศ ก็ มี ความ เสีย ดาย ใน ท่าน เปน อัน มาก.
๏ แต่ พระอาการ ที่ ทรง พระประชวร จน ถึง แก่ สวรรค์ คต
นั้น, จะ เปน ด้วย พระโรค สิ่ง ใด หา ทราบ ไม่. แต่ ได้ ยิน ข่าว
ว่า ไป ทรง พระ ประชวร มา แต่ สีทา ข้าง เมือง ลาว ฝ่าย เหนือ ทิศ
ตวัน ออก, แล้ว เสด็จ กลับ ลง มา ยัง พระบวรราชวัง ได้ เดือน
หนึ่ง กับ สอง วัน สวรรค์คต.
๏ จดหมาย เหตุ เดือน สาม ขึ้น ค่ำ หนึ่ง
๏ เดือน ยี่ แรม สิบ สอง ค่ำ, จุลศักราช ๑๒๒๖ ปี, พึ่ง ลง
มือ ทำ หนังสือ บางกอก รีคอเดอ เล่ม ที่ สอง, ข้าพเจ้า ขอ โทษ
ด้วย ข้าพเจ้า ควร จะ ให้ พร ใน วัน ต้น ปี, ว่า ท่าน ทั้งหลาย ที่ รับ
หนังสือ บางกอก รีคอเดอ นี้ จง มี ความ ศุข ใน ปี ใหม่ นี้, ก็ หา
ได้ ให้ ไม่, มา ให้ พร ต่อ เมื่อ บัดนี้ เปน เวลา เนิ่น ไป แล้ว. แต่
ข้าพเจ้า เหน ว่า บิดา มารดา สอน ไว้ ว่า, ทำ การ ดี สิ่ง ใด ถึง จะ
ลืม เกิน เวลา ไป จน สาย, เมื่อ นึก ได้ ก็ ควร ทำ. ถึง ทำ ใน เวลา
สาย, ก็ ดี กว่า จะ ไม่ ทำ เลย. อนึ่ง คน อังกฤษ เขา ถือ ว่า กาล ที่ จะ
เปน ปี ใหม่ ไป นั้น ก็ จน ถึง กึ่ง ปี. หนังสือ นี้ เปน หนังสือ ต้น ปี
ใหม่. พวก ข้าพเจ้า ได้ พร้อม กัน เต็ม ใจ เข้า ด้วย สมเด็จ พระเจ้า
กรุง สยาม, ใน ความ ที่ ทรง อ้อนวอน, ความ ที่ ทรง คิด, ความ ตรัส
ของ ท่าน เปน ความ ปลาด เลิศ. ที่ ท่าน ได้ เขียน มา นั้น เหน ว่า
มี พระปัญญา ประเสริฐ นัก. ขอ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม พร้อม
พระ บรมวงษา นุวงษ, บันจง เปน ศุข สวัสดิ์ ทุกทิวา ราตรี การ.
แล ข้าพเจ้า ผู้ มี ความ ยินดี พร้อม ด้วย มูญาติ ก็ จง ได้ ความ ศุข
ดั่ง นั้น ด้วย. แล้ว ขอ การ ที่ จะ มี ไป ข้าง น่า จง เปน การ เจริญ
ด้วย ความ ศุข สวัสดิ์ ไม่ มี ทุก สิ้น กาล นาน เถิด. แล คำ ทรง
อ้อนวอน ของ ท่าน นั้น, ไม่ เหมือน คำ ของ คน ที่ ถือ พุทธ สาสนา,
คล้าย คำ ของ คน ที่ ถือ สาสนา พระยะโฮวา ที่ เปน ผู้ ให้ ความ ศุข
แก่ คน ที่ ขอ ความ ศุข แต่ ท่าน. พวก อังกฤษ แล พวก อเมริกา,
ที่ ท่าน ได้ โปรด ให้ คุ้น เคย กับ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม มี ความ
ยินดี พร้อม ใจ ใน คำ นั้น เปน อัน มาก. แล้ว ได้ อ้อนวอน พระเจ้า
ให้ ช่วย สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม, ให้ มี พระชนมายุ ยืน นาน,
เสวย ความ ศุข เปน นิรันดร, ปราศ จาก ทุกข์ ทั้งปวง.
๏ ปี ใหม่ ที่ พึ่ง เข้า นี้, เปน ปี คง มี ความ รคน ด้วย ศุข ด้วย
ทุกข์ มาก ทั่ว ไป. คน ที่ เปน สิษ พระยะโฮวา เปน คน มี ปัญญา
ได้ หมาย ไว้ ว่า, ปี นี้ เปน ที่ ต้น แห่ง กาล ทำนาย นั้น, ที่ มี
ใน พระ คำภีร์ ที่ อยู่ ปลาย พระ คำภีร์ ไบเบ็ล นั้น, ว่า ผู้ ทูต สวรรค์
องค์ หนึ่ง จะ เป่า แตร ที่ เจ๊ด ให้ ขึ้น. แต่ พวก ลูกสิษ คิด ถูก
ใน การ ทำนาย นั้น, ฤา ผิด ก็ ยัง หา รู้ แน่ ไม่. แต่ ข้าพเจ้า
นึก เหน ว่า, การ ที่ ข้าพเจ้า ยืน ขึ้น ที่ สูง ใน กรุง เทพ ฯ นี้, แล้ว
เก็บ เอา ข่าว ที่ เปน สำคัญ ลง พิมพ์ นั้น, เปน การ ดี เต็ม ใจ
จะ ทำ ต่อ ไป. ถึง ใบ หนังสือ จดหมาย เหตุ ของ ข้าพเจ้า เปน
เล็ก กว่า หนังสือ จดหมาย เหตุ อื่น ทั้งปวง, แล ลำดับ ความ ไม่
สู้ ดี เหมือน หนังสือ อื่น, ถ้า เปน การ ดี แล้ว, ก็ ไม่ ควร ที่ ผู้ ใด
จะ ดู หมิ่น ดู ถูก. ข้าพเจ้า ตั้ง ใจ ว่า, ถึง ใน หนังสือ จดหมาย เหตุ
จะ ผิด บ้าง, แล ลำดับ ความ ไม่ สู้ ดี, จะ อุส่าห์ พิจารณา ให้
เลอียด, แล จะ ลง พิมพ์ ตาม ความ สัจ. ที่ จะ ไม่ มี ความ เหน
ผิด, แล ลง พิมพ์ ไม่ ถูก บ้าง เล็ก น้อย นั้น ก็ คง จะ มี บ้าง. แต่
ข้าพเจ้า ไว้ใจ ว่า, ความ ผิด ที่ เหน ผิด ไป นั้น, คง จะ ให้ ผิด
นั้น ประดับ ด้วย ความ สัจ ซื่อ ใน ใจ, จะ ไม่ แกล้ง ผิด ไป เลย.
๏ ที่ ต้น ปี นี้ เกิด เหตุ ใหญ่ ใน กรุงเทพ ฯ สอง อย่าง แล้ว,
คือ ที่ การ ให้ สมเดจ เจ้า ฟ้า จุฬาลงกร รับ พิธี โสกันต์ อย่าง หนึ่ง.
ที่ พระบาท สมเดจ พระ ปิ่นเกล้า เจ้า อยู่ หัว สวรรค์คต, เมื่อ
เดือน ยี่ แรม ๖ ค่ำ นั้น อย่าง หนึ่ง. ที่ ท่าน สิ้น พระ ชนม์ ใน เวลา
ที่ สมเดจ เจ้า ฟ้า จุฬาลงกร ได้ รับ พิธี โสกันต์ แล้ว นั้น, ก็ เปน
ความ ที่ ควร จด หมาย ไว้ ใน ใจ ทุก คน ๆ. ดู เหมือน ตั้ง แต่ นั้น
ไป, ความ ที่ ชาว ยูโรบ สงไสย ว่า, เมื่อ ต่อ ไป ข้าง หน้า นั้น,
ครั้น ล่วง แผ่นดิน ประจุบัน นี้ แล้ว, พระเจ้า ลูก เธอ ใน วัง หลวง
ฤา วัง น่า จะ เสวย ราช ต่อ ไป นั้น ก็ ตัด ขาด แล้ว. เคาเวอเมนต์
เหน พร้อม ใจ กัน ว่า, พระเจ้า ลูก เธอ ใน วัง หลวง คง จะ เสวย
ราช ต่อ ไป.
๏ ข้าพเจ้า มี ความ เศร้า หมอง ใจ นัก ด้วย พระ บาทสมเด็จ
พระปิ่นเกล้า สวรรค์คต. ตั้ง แต่ แรก ได้ โปรด ให้ ข้าพเจ้า ได้
คุ้น เคย มา ได้ ๓๐ ปี แล้ว, ข้าพเจ้า เหน ท่าน มี พระไทย โอบ
อ้อม อารี, มี พระ อัชฌาสัย ทรง พระกรุณา มาก ทุก ครั้ง ที่ ได้
ภบ ปะ กัน นั้น. ท่าน ชอบ พระไทย ใน ภาษา อังกฤษ, และ ธรรม
เนียม วิชา การ งาน ใน ยุรบ มาก. เมื่อ ข้าพเจ้า เข้า ใน พระราช
วัง เนื่อง ๆ, ดู การงาน ตาม อย่าง ชาว ยูรบ ที่ มี ใน พระราชวัง
นั้น, ดู เรียบ ร้อย งด งาม นัก นั้น, ข้าพเจ้า มี ความ สบาย ใจ
เหมือน ข้าพเจ้า ได้ ไป เยี่ยม พวก พ้อง ของ ข้าพเจ้า, ที่ บ้าน
ข้าพเจ้า ใน ครั้ง หนึ่ง ฉนั้น. ใน ๑๒ เดือน ที่ ล่วง มา นี้ พระบาท
สมเด็จ พระ ปิ่นเกล้า ทรง พระ ประชวน มาก, จึง ไม่ ใคร่ ได้ ออก
ว่า ราชการ. ข้าพเจ้า จึง หา ได้ เฝ้า เนื่อง ๆ เหมือน แต่ ก่อน ไม่.
ข้าพเจ้า เสีย ใจ นัก ด้วย ข้าพเจ้า ไม่ ได้ เข้า ไป เฝ้า เนื่อง ๆ เหมือน
แต่ ก่อน. ข้าพเจ้า มี ความ หวัง ใจ ว่า พระบาท สมเด็จ พระจอม
เกล้า, คง จะ จดหมาย เรื่อง ที่ พระบาท สมเด็จ พระ ปิ่นเกล้า ทรง
พระประชวน นั้น, ให้ คน ทั้งปวง เหน บ้าง.
๏ ธรรมเนียม ใน ประเทศ สยาม นี้ เปน เหมือน ธรรมเนียม
ใน บุราณ ที่ เมือง อื่น ๆ ทั้งหลาย นอก คฤษสาศนา, เมื่อ พระเจ้า
แผ่นดิน สิ้น พระ ชนม์, คน ทั้งปวง ที่ มี อายุ ได้ ยี่สิบ ปี,
ก็ โกน ศีศะ ทั้ง หญิง ทั้ง ชาย. ได้ โกน ศีศะ เปน สำคัญ ว่า เศร้า
หมอง ใจ นัก. การ นี้ ก็ ยัง โกน ศีศะ ผู้ ที่ ขึ้น ใน วัง น่า, ก็ ยัง
หา หมด ลง ไม่. ผู้ ใหญ่ ทั้งปวง คง จะ ทำ ตาม ธรรมเนียม. ผู้ ที่
ไม่ ได้ ขึ้น ใน วัง น่า ก็ ไม่ โกน ศีศะ. จึ่ง เหน ได้ ชัด ว่า, ผู้ ใด อยู่
ฝ่าย วัง หลวง แล ฝ่าย วัง น่า แยก ชัด แท้.
๏ ข้าพเจ้า หมาย ว่า, หนังสือ จดหมาย เหตุ ที่ เปน ภาษา อัง
กฤษ ที่ จะ ออก ข้าง น่า นั้น, จะ แปร ให้ อังกฤษ ทั้งปวง เข้าใจ
ใน การ พิท ธิ โสกัน, ที่ สมเด็จ เจ้าฟ้า จุฬาลงกร ได้ รับ ใน ระ
หว่าง วัน แรม ค่ำ หนึ่ง จน แรม ๕ ค่ำ นั้น. บัด นี้ จะ ว่า แต่ สัง
เขป ว่า เปน งาน ใหญ่ ยิ่ง, ที่ ทั้ง ชาว ประเทศ นอก แล ชาว ประ
เทศ สยาม นี้ ไม่ เคย ได้ เหน, เพราะ พระเจ้า ลูก เธอ ของ พระเจ้า
แผ่นดิน ที่ พระ มารดา ไม่ ได้ เปน อัคมเหษี แล้ว, จะ รับ พิธี
อย่าง นี้ ไม่ ได้
๏ ราคาสินค้าที่เมือง จีน
๏ ที่ เมือง ฮองกง ณ เดือน อ้าย แรม ๑๒ ค่ำ.
๏ น้ำ ตาน ทราย ขาว ใน รหว่าง ๑๕ วัน นั้น, มี คน ซื้อ
มาก กว่า แต่ ก่อน. ราคา ขึ้น ไป หาบละ ๑๐ เซ๊นต์แล ๒๐
เซ็นต์. แต่ ใน รหว่าง ๑๕ วัน, เขา ได้ ขาย ๑๙๐๐ หาบ. ใน
รหว่าง ที่ เขียน มา นี้, น้ำ ตาน ทราย ขาว ที่ หนึ่ง หาบละ ๙
เหรียน ๕๐ เซ็นต์ แล ๘ เหรียน ๗๐ เซ็นต์. ที่ สอง หาบละ
๙ เหรียน ๑๐ เซ็นต์ แล ๘ เหรียน ๓๐ เซ็นต์. ที่ ๓ หาบละ
๗ เหรียน ๘๐ เซ็นต์ แล ๘ เหรียน. น้ำ ตาน ทราย แดง กวาง
ตุ้ง หาบละ ๕ เหรียน ๒๐ เซ็นต์ แล ๕ เหรียน ๔๐ เซ็นต์. น้ำ
ตาน แดง ชาย ทเล หาบละ ๕ เหรียน แล ๕ เหรียน ๒๐ เซ็นต์.
๏ ฝีน ที่ ขาย เมือง ฮ่องกง, ณวัน เดือน ๑๒ แรม ๑๔ ค่ำ.
อย่าง ปัดนา ใหม่ หาบละ ๖๔๒ เหรียน ครึ่ง. อย่าง บีนาเรด ใหม่
๖๓๕ เหรียน. อย่าง มัลลา ๘๙๕ เหรียน.
๏ เข้า ใหม่ ใน เมือง ฮองกง ใน ปี ฉลู สัปตศก, เขา ได้ เก็บ
เกี่ยว แล้ว. ใน ปี นี้ เขา ได้ ๗๐ ส่วน แต่ น้อย กว่า อย่าง ที่
ได้ มาก ๓๐ ส่วน, ราคา เข้า ใน เมือง ฮอง กง จึ่ง แพง ขึ้น ด้วย
เข้า ที่ ต่าง ๆ ประเทศ, หา ได้ เอา เข้า ไป ขาย เปน สินค้า ไม่.
ถึง จะ ได้ เข้า ใน มา มาก ก็ มิ ใคร่ จะ ภอ กิน. ใน ระหว่าง
๑๕ วัน เขา ขาย ได้ ๕๖๐๐๐ หาบ, คือ ที่ มา จาก เมือง บัง คลา
๓๖๐๐๐ หาบ, มา แต่ ย่างกุ้ง ๒๐๐๐๐ หาบ เข้า ซื้อ ขาย กัน
ตาม ราคา ที่ จะ ว่า ภาย หลัง นี้, คือ เข้า อย่าง บังกลา หาบ ละ ๒
เหรียน ๖๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๙๐ เซนต์. เข้า สยาม อย่าง ต่ำ
หาบ ละ ๒ เหรียน ๔๐ เซนต์, อย่าง กลาง ๒ เหรียน ๕๐ เซนต
๒ เหรียน ๕๕ เซนต์. อย่าง ขาว ๒ เหรียน, ๗๕ เซนต์ แล ๒
เหรียน ๘๕ เซนต์, เข้า ไซ้ง่อน หาบ ละ ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์
แล ๒ เหรียน ๖๕ เซนต์. เข้า มนิลา หาบ ละ ๒ เหรียน ๖๕
เซนต์ แล ๒ เหรียน ๘๕ เซนต์. เข้า กล้อง ย่างกุ้ง หาบ ละ ๒
เหรียน ๕๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์.
๏ เมือง อ้าย มุ่ย เข้า ปี นี้ บริบูณ. ชาว เมือง จึง ไม่ อยาก จะ
ซื้อ เข้า ต่าง ๆ ประเทศ. ราคา อย่าง ย่างกุ้ง หาบ ละ ๒ เหรียน
๕๐ เซนต์. อย่าง ฟอระโมซา เข้า ใหม่ หาบ ละ ๒ เหรียน ๗๕
เซนต์, แล ๒ เหรียน ๙๐ เซนต์. เข้า มนิลา อย่าง ขาว
หาบ ละ ๒ เหรียน ๔๕ เซนต์.
๏ เมือง ซัว เตา เข้า ได้ บริบูรณ, จึง มิ ได้ ซื้อ เข้า มา ต่าง ประเทศ.
๏ เมือง เซี่ยงไฮ้ ราคา ยัง คง อยู่, แต่ เขา คิด ว่า จะ ต้อง
ซื้อ ให้ มาก หมาย จะ เอา ไป ขาย ที่ เมือง ป กิ่ง, เมื่อ จะ ขึ้น ใหม่.
เข้า อย่าง กลกตา ที่ ขาย ราคา หาบ ละ ๒ เหรียน ๑๕ เซนต์,
แล ๒ เหรียน ๗๒ เซนต์. เข้า สยาม ราคา หาบ ละ ๒ เหรียน
๓๗ เซนต์. เข้า เมือง จีน หาบ ละ ๒ เหรียน ๓๗ เซนต์.
แล ๒ เหรียน ๕๖ เซนต์.
๏ เมือง นิงโป, ใน รหว่าง ๑๕ วัน นี้, ราคา ทวี ขึ้น หาบ
ละ ๒๐ เซนต์, แล อย่าง ดี หาบ ละ ๒๕ เซนต์ แล ๓๐
เซนต์. ใน ๑๕ วัน นั้น เข้า เมือง นอก มิ ได้ เอา เข้า มา. เข้า
บังกลา เขา ขาย กัน หาบ ละ ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์, แล ๓
เหรียน ๒๕ เซนต์. เข้า สาน อย่าง ขาว หาบ ละ ๒ เหรียน ๙๐
เซนต์, แล ๓ เหรียน ๒๐ เซนต์. เข้า กล้อง หาบ ละ ๒ เหรียน
๗๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๙๐ เซนต์. เข้า กล้อง ไส้ ง่อน หาบ ละ
๒ เหรียน ๔๐ เซนต์, และ ๒ เหรียน ๗๐ เซนต์. เข้า กล้อง
มนิลา หาบ ละ ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๗๐ เซนต์.
เข้า ขาว ย่างกุ้ง หาบ ละ ๒ เหรียน ๔๐ เซนต์, แล ๓ เหรียน.
๏ กาล เลหลัง ฯ
๏ ณวัน ศุกร เดือน สาม ขึ้น สาม ค่ำ ปี ฉลู สัปตศก, นาฬิกา
ที่ ๑๒ เวลา เที่ยง จะ มี การ ขาย ของ เลหลัง, ที่ บ้าน มิศเตอ
ซี่สมาเลบีบ์แอนกำปะนี่. คือ จะ ขาย เรือ ชื่อ บาดอยุทธยา, บัน
ทุก ของ จุ ได้ ๒๐๒ ตออน. ได้ต่อ ที่ เมือง บโด แขวง เมื้อง ฝรั่ง
เสศ, เมื่อ คฤษ ศักราช ๑๘๖๔ ปี.เรือ ลำ นี้ จัด ได้ ว่า เรือ ดี.
พวก ลอยด์ สำรับ ทำ บาญชี เรือ ทั้งปวง, เขา ได้ จด บาญชี เรือ
ลำ นี้ ไว้ ว่า เปน เรือ ที่ จะ ใช้ ต่อ ไป ได้ ดี ๗ ปี. เรือ นี้ บันทุก สิน
ค้า หนัก ได้ ๕๐๐๐ หาบ. แล สิ่ง ของ ที่ จะ ใช้ ใน การ สำรับ
เรือ มี พร้อม ดี บริบูรณ, จะ ใช้ ใบ ใน กลาง ทเล เมื่อใด ก็ ได้,
ไม่ ตอ้ง ซ้อม แปลง สิ่ง ใด อีก.
๏ เรา ผู้ ที่ มี ชื่อ ท้าย หนังสือ นี้, จะ เปน คน ขาย, เพราะ
มิศเตอ เอล มาเลิบบ์ ผู้ ที่ เขา ตั้งไว้ สำรับ ชำระ การ ของ มิศเตอ
ซี่สมาเลิบบ์ แอนกำปะนี่ ได้ สั่ง ให้ ขาย.
ประกาศ มา ณเดือน ยี่ แรม ๑๔ ค่ำ.
๏ เมล ประ เทศ ยุรบ ๚
๏ ว่า ด้วย เรือ เจ้า พระยา กลับ เข้า มา เที่ยว หลัง นี้, หา
ได้ เอาเมลประเทศ ยูโรป มา ไม่. เมื่อ เรือ เจ้าพระยา จะ ใช้ จักร
ออก จาก เสิงกโปร์ นั้น, เมลยูโรป มา ไม่ ทัน, แล มี ข่าว มา
ว่า เรือ กลไฟ ใน ประเทศ ยูโรป ที่ สำรับ รับ เมล มา ส่ง ที่ เมือง สิงค
โปร์ นั้น, เหล็ก ที่ แกน สำรับ ใช้ จักร นั้น หัก เสีย. แต่ จะ
หัก ที่ ตำบล ใด หา รู้ แน่ ไม่. เพราะ เหตุ ฉนี้ ใน หนังสือ จดหมาย
เหตุ ใบ นี้, จึ่ง ไม่ มี เหตุ ที่ จะ มา แต่ ประเทศ ยูโรป, แล
ประเทศ อเมริกา, มี แต่ เล็ก น้อย หา มี มาก ไม่.
๏ อนึ่ง คำ ที่ ว่า เมล นั้น ผู้ ที่ อ่าน จดหมายเหตุ นี้ บ้าง คน จะ
เข้า ใจ บ้าง, ที่ มิ เข้า ใจ ก็ จะ มี โดย มาก. จึ่ง เห็น ควร จะ แลป
ชื่อ เมล นั้น ลง เปน ภาษา ไทย. ที่ ว่า เมล, คือ หนังสือ ลง พิมพ์
เปน ข่าว ต่าง ๆ ฤๅ เขียน ด้วย ลายมือ ที่ สำรับ ฝาก ไป มา นั้น,
ทั้ง มด ด้วย กัน เรียก ว่า เมล. มี ธรรมเนียม เอา หนังสือพิมพ์
ฤๅ หนังสือ เขียน ที่ จะ ฝ่าก นั้น, ใส่ ใน ถุง ฤๅ ใน หีบ, จึ่ง เรียก
หีบ แล ถุง นั้น ว่า เมล. เรือ ที่ สำรับ รับ หนังสือ ฝาก มา นั้น
อังกฤษ เรียก ว่า เมลโบต. ถ้า เปน เรือ กลไฟ เรียก ว่า เมล
สติเมอ.
| ๏ ประนินทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง ขึ้น เดือน ๓ นี้ ฯะ | ||||||||||
| คำอังกฤษ | คำไทย | คำจีน | อาทิตย์ขึ้น กึ่โมง | อาทิตย์ ตก กึ่โมง | อาทิตย์ เที่ยง กึ่โมง | จันทร์ ตก กึ่ ทุ่ม | ||||
| เยนยุอารี | เดือน ๑ | เดือน ๓ | เดือน ๑๒ | |||||||
| วัน พุทธ | ๑๗ ค่ำ | ขึ้น ๑ ค่ำ | ๑ ค่ำ | ย่ำรุ่ง แล้ว | ๑๔ นาที | ๕ โมง ๔๑ นาที | เช้า ๕ โมง ๕๐ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว | ๒ นาที | |
| วัน พฤหัศบดี | ๑๘ ค่ำ | " | ๒ ค่ำ | ๒ ค่ำ | " | ๑๔ นาที | ๕ โมง ๔๑ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ทุ่ม ๑ | ๗ นาที |
| วัน ศุกร | ๑๙ ค่ำ | " | ๓ ค่ำ | ๓ ค่ำ | " | ๑๔ นาที | ๕ โมง ๔๑ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ๒ ทุ่ม | ๒ นาที |
| วัน เสาร์ | ๒๐ ค่ำ | " | ๔ ค่ำ | ๔ ค่ำ | " | ๑๔ นาที | ๕ โมง ๔๑ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ๒ ทุ่ม | ๕๔ นาที |
| วัน อาทิตย์ | ๒๑ ค่ำ | " | ๕ ค่ำ | ๕ ค่ำ | " | ๑๔ นาที | ๕ โมง ๔๒ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ๓ ทุ่ม | ๕๒ นาที |
| วัน จัทร | ๒๒ ค่ำ | " | ๖ ค่ำ | ๖ ค่ำ | " | ๑๔ นาที | ๕ โมง ๔๒ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ๔ ทุ่ม | ๔๙ นาที |
| วัน อังคาร | ๒๓ ค่ำ | " | ๗ ค่ำ | ๗ ค่ำ | " | ๑๔ นาที | ๕ โมง ๔๒ นาที | ๕ โมง ๔๙ ที่นา | ๕ ทุ่ม | ๔๕ นาที |
| วัน พุทธ | ๒๔ ค่ำ | " | ๘ ค่ำ | ๘ ค่ำ | " | ๑๔ นาที | ๕ โมง ๔๒ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ๖ ทุ่ม | ๔๓ นาที |
| วัน พฤหัศบดี | ๒๕ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ๙ ค่ำ | " | ๑๔ นาที | ๕ โมง ๔๒ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๗ ทุ่ม | ๔๒ นาที | |
| วัน ศุกร | ๒๖ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | " | ๑๓ นาที | ๕ โมง ๔๓ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๘ ทุ่ม | ๓๙ นาที | |
| วัน เสาร์ | ๒๗ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | " | ๑๓ นาที | ๕ โมง ๔๓ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๙ ทุ่ม | ๓๕ นาที | |
| วัน อาทิตย | ๒๘ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | " | ๑๓ นาที | ๕ โมง ๔๓ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๑๐ ทุ่ม | ๓๒ นาที | |
| วัน จันทร | ๒๙ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | " | ๑๓ นาที | ๕ โมง ๔๓ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๑๑ ทุ่ม | ๒๕ นาที | |
| วัน อังคาร | ๓๐ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | " | ๑๖ นาที | ๕ โมง ๔๔ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ๑๒ ทุ่ม | ๑๔ นาที | |
| วัน พุทธ | ๓๑ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | " | ๑๖ นาที | ๕ โมง ๔๔ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ขึ้นเช้า โมง | ๑๑ นาที | |
บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้า ของ อู่ ใหม่
๏ อู่ แห้ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก
อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง พิ
จารณ ดู อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เห็น ว่า เป็น อู่ ดี กว่า อู่ ทั้งปวง ใน พระ
ประเทส นี้. จะ ได้ แก้ เรือ ซ่อม แปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่
อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต, แล คง จะ ให้ ยาว กว่า นั้น อีก. โดย กว้าง
ได้ ๑๐๐ ฟุต, ลึก ๑๕ ฟุต. ที่ ปาก อู่ มี ประตู เรียก ว่า ไกซัน, ถ้า
จะ ปิด เปิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถึง
ลำ แม่น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง
แรง นัก, กำปั่น เล็ก กำ ปั่น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน
ทุก เวลา ไม่ เป็น อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จักร สำหรับ ยก เสา
กะโดง, แล บ่อ น้ำ สำรับ กล ไฟ แขง แรง นัก. อู่ นั้น พร้อม
ด้วย เครื่อง สูบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ. มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ
น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย
เครื่องใช้ในการ ทำ เรือใบแล เรือ กล แล การ นั้น มี นาย ที่
เปนชาติ ยุรบ, ได้เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึง ชำนาญ
ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.
๏ แล ลูก จ้าง สำหรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล
วัมภู ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี แห่ง อู่
นั้น, ปราถนา ที่ จะ ให้ คน ทั้งหลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี
ไม้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อย ไม้, เพาะ
ได้การเร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อ ใด
ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.
๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่
จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น,
เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือ ใบ เรือ กลไฟ ฤา
การ ใดๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล
เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขาย ให้ ตาม ราคา
ตลาด กรุงเทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา
จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤๅ ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน
กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อ ใด.
๏ อนึ่ง กัปตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น,
ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึ่ง ออก
ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง
ฝาก ไป ถึง มิศเตอดับลิยู. เช. โรเบิดซัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง
นั้น, บัด นี้ มิศเตอดับลิยู. เช. โรเบิดซัน เปน นาย กอง นั้น,
เปน เจ้า กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เกบ เงิน แต่ ผู้ เดียว.
| กำปั่น เข้า กรุงเทพ ฯ | |||||
| เข้ามาเมื่อไร | กำปั่น ชื่อไร | กับตัน ชื่อไร | กี่ ตอน | เรือ อะไร | มา แต่ ไหน |
| เดือน ยี่ ขึ้น ๑๔ ค่ำ | แอด โยฮันนา | โนลลี | ๑๙๖ | ดัช บริค | ฮองกง |
| ๑๔ ค่ำ | แอนนาลูอีส | เวต | ๒๗๔ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| แรม ค่ำ ๑ | ไลอิ่มมูน | โครซึล | ๑๒๕ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ค่ำ ๑ | ซีเรียศ | เต็นทิ | ๒๑๖ | บาก สยาม | ชนเชา |
| ๒ ค่ำ | เมไรแอนนา | อลิศ | ๑๘๒ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๔ ค่ำ | นิกโกไลน์ | อัลมาน | ๓๓๘ | บาก ปรูเซีย | ฮองกง |
| ๕ ค่ำ | คลาเตีย | แคริศ | ๔๒๑ | บาก ฮำเบิก | ฮองกง |
| ๕ ค่ำ | ซัตเตลไลต์ | อีเวนซี | ๔๗๖ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๕ ค่ำ | เอเค็ลไฮต์ | เฮนไล | ๒๓๕ | บาก ปรูชา | ฮองกง |
| ๗ ค่ำ | เจ้า พระยา | อรตัน | ๓๕๓ | กลไฟ สยาม | สิงคโปร์ |
| ๗ ค่ำ | แคปซิงมูน | ลูเดอซ์ | ๔๓๖ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๗ ค่ำ | กิมเฮงฮาบ | จิ่น | ๑๖๖ | บาก สยาม | สิงคโปร์ |
| ๗ ค่ำ | แยศมิน | อรทิศ | ๒๓๖ | บาก ฝรั่งเศศ | สิงคโปร์ |
| ๙ ค่ำ | คาริดเดอ | นิวซ์บอม | ๑๙๐ | บาก ฮำเบิก | ฮองกง |
| ๙ ค่ำ | เชตตอ | ฮาเค็ล | ๑๙๐ | สกุนเนอ บริเมน | ฮองกง |
| ๑๑ ค่ำ | นิวยอก | แมกนักซ์ | ๕๓๖ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๑๑ ค่ำ | ไตรโอ | ฮอร | ๒๓๓ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๑๑ ค่ำ | เตรยก | เมยอ | ๔๒๓ | บาก ฮำเบิก | เคฟ เซ็นเยม |
| ๑๑ ค่ำ | ดวยนา | วิตเตอ | ๓๕๗ | บาก ปรูชา | ฮองกง |
| ๑๒ ค่ำ | คัศตอ | ใครอา | ๒๔๐ | บริก ปรูชา | ฮองกง |
| ๑๒ ค่ำ | ยังคริก | ตอมซัน | ๔๓๔ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๑๒ ค่ำ | ไตลอง | เต็มซกิ | ๔๔๐ | บา ไซแอม | ฮองกง |
| ๑๓ ค่ำ | เฮศติ | ลิศซัว | ๑๗๑ | บาก อังกฤษ | อ้ายมุ่ย |
| ๑๓ ค่ำ | เต็มมิศ | เบ็นนิมา | ๒๑๖ | สกุนเนอ บริเมน | ฮองกง |
| ๑๓ ค่ำ | โอสุกา | เตอรี | ๓๙๖ | บาก อเมริกา | ไส่ง่อน |
| ๑๔ ค่ำ | เปตริอัศ | สเต็ตแมน | ๒๓๘ | บริก บริเมน | ฮองกง |
| ๑๔ ค่ำ | ดับลยู. เกอเกิ้ล | เข็มปติ | ๒๖๗ | บริก อังกฤษ | ฮองกง |
| กำปั่น ออก จาก กรุงเทพ ฯ | |||||
| ออก มื่อไร | กำปั่น ชื่อไร | กับปิตัน ชื่อไร | กี่ ตอน | เรือ อะไร | จะ ไป ไหน |
| เดือน ยี่ ขื้น ๑๔ ค่ำ | เอศตริง | รอก | ๑๐๘ | บาก ดัช | ชายทเล |
| แรม คำ หนึ่ง | วอเตอลิลลี่ | เตศ | ๑๔๒ | สกุนเนอ อังกฤษ | บัดตาเวีย |
| ๒ ค่ำ | อ้ายมุ้ย | สมิศ | ๒๖๒ | บาก สยาม | สิงคโปร์ |
| ๓ ค่ำ | ปรอสเปโร | จีน | ๑๙๙ | บาก สยาม | ยาวา |
| ๔ ค่ำ | เดเบรก | โรซี่ | ๓๐๑ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๖ ค่ำ | ออคัศต์ | บก | ๔๑๒ | บาก สยาม | สิงคโปร์ |
| ๗ ค่ำ | เยนยูเอเร | แชไบ | ๑๒๕ | สกุนเนอ อังกฤษ | บำไบ |
| ๗ ค่ำ | เฟบบูเอเร | เตรฮาม | ๑๒๕ | สกุนเนอ อังกฤษ | บำไบ |
| ๙ ค่ำ | เวลกำ | กุดแมน | ๓๓๙ | บาก กอังกฤษ | สิงคโปร์ |
| ๙ ค่ำ | เวศมิราลดา | ดริว | ๕๐๐ | บาก ฮำเบิก | ฮองกงร |
| ๑๑ ค่ำ | ซิงซอย | ปีเตอซัน | ๓๓๑ | บาก สยาม | สิงคโปร์ |
| ๑๑ ค่ำ | ครี่โอล | เยตซัน | ๓๓๔ | บาก ฮำเบิก | สิงคโปร์ |
| ๑๒ ค่ำ | มาไรอา | โลเรนซัน | ๓๐๔ | บาก ปรุชา | ฮองกง |
| ๑๓ ค่ำ | เอติ แมดตอ | กิเมนเรียน | ๒๓๔ | บาก ฝรั่งเสศ | ฮองกง |
| ๑๓ ค่ำ | เจ้า พระยา | อรตัน | ๓๕๓ | กลไฟ สยาม | สิงคโปร์ |
| ๑๔ ค่ำ | แฟรนซิศแปลเมอ | แลม | ๒๗๓ | บาก อเมริกา | ฮองกง |
| ๑๔ ค่ำ | ไลอ้อน | เคราอินซินต์ | ๔๓๕ | บาก อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| ๑๔ ค่ำ | มาซ | คัมบูโต | ๑๒๕ | สกุนเนอ อังกฤษ | บำไบ |
| ๑๕ ค่ำ | เอปริล | - | ๑๒๕ | สกุนเนอ อังกฤษ | บำไบ |
อินชูเรนซ์ กำปนีลิมิเต็ด
๏ ข้าพเจ้า ผู้ ที่ มี ชื่อ ใน หนังสือ นี้ ได้ ตั้ง เปน เอเช็นต์
ที่ กรุงเทพ ฯ สำรับ พวก อินชูเรนซ์ กำปนี
นั้น ข้าพเจ้า ได้ จัด แจง ไว้ พร้อม แล้ว เพื่อ จะ
ได้ ทำการ อินชูเรนซ์ คือ ให้ มี หนังสือ ประกัน ด้วย
เรือ มี ใบ ชิบ บากาก แล บริก เปน ต้น ถ้า เปน เรือ
อย่าง ดี ข้าพเจ้า จะ รับ ประกัน แต่ เพียง สี่ หมื่น
เหรียญ ถ้า เปน เรือ กลไฟ ข้าพเจ้า จะ รับกัน แต่
เพียง ๗๐๐๐๐ เหรียญ
๏ ถ้า ผู้ใด จะ จ้าง พวก ของ ข้าพเจ้า ให้ เปน
นาย ประกัน เรือ แม้น เอา เงิน ค่า จ้าง มา ให้ ข้า
พเจ้า ก่อน ข้าพเจ้า จะ ลต ใน ๑๐๐ เหรียญ นั้น คืน
ให้ ๒๕ เหรียญ ถ้า เรือ นั้น เสีย ด้วย สิ่ง ใด สิ่ง
หนึ่ง ก็ ถ้า มา บอก ไว้ กอ่น ใน รหว่าง ๓๐ วัน
แล้ว ข้าพเจ้า จะ ใช้ เงิน ค่า เรือ นั้น
๏ เขียน เมื่อ ณวัน เดือน ยี่ แรม ๑๔ ค่ำ ปีฉลู
สัปตศก