BANGKOK RECORDER


BANGKOK RECORDER

Vol. 1 เล่ม ๑ » บางกอก เดือน สาม แรม สิบห้าค่ำ จุลศักภราช ๑๒๒๗ Jan. 31st 1866 กฤษศักราช ๑๘๖๖,ใบที่๒๓ No. 23

๏ หนังสือ หลวง ๚

๏ แล ใน แผ่น ดิน พระบาท สมเด็จ พระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย์
นั้น, สมเด็จ พระเจ้า ลูก เธอ เจ้าฟ้า พระองค์ ใหญ่, ได้ เสด็จ
อยู่ กับ สมเด็จ พระเจ้า หลาน เธอ เจ้าฟ้า หญิง. ใน สมเด็จ พระ
เจ้า พี่ นาง เธอ พระองค์ น้อย, ประสูต พระ ราช โอรศ ๓ พระองค์.
พระองค์ ที่ หนึ่ง ประสูตร์ ใน ปี ระกา ตรีศก, ศักราช ๑๑๖๓, ตรง
กับ ปี มี คฤษ ศักราช ๑๘๐๑ ได้ เป็น เจ้าฟ้า ตาม พระ มารดา.
แต่ สิ้น พระ ชนม์ เสีย ใน ปี นั้น. พระองค์ ที่ ๒ ประสูตร์ ใน ปี
ชวด ฉศก, ศักราช ๑๑๖๖, ตรง กับ ปี ปี มี คฤษ ศักราช ๑๘๐๔.
พระองค์ ที่ ๓ ประสูตร์ ใน ปี มโรง สัมฤทธิศก, ศักราช ๑๑๗๐,
ตรง กับ ปี มี คฤษ ศักราช ๑๘๐๘. สอง พระองค์ นี้ เป็น เจ้าฟ้า
ตาม พระมารดา. แล มี กรม พระ ราชวัง บวร ใน แผ่นดิน นั้น,
สวรรณคต ใน ปี กูน เบญจศก, ศักราช ๑๑๖๕, ตรง กับ ปี ม
กรุษ ศักราช ๑๘๐๓. แล้ว ล่วง มา ถึง ปี เถาะ นพศก, ศัก
ราช ๑๑๖๙ โปรด ให้ สมเด็จ พระเจ้า ลูก เธอ เจ้าฟ้า พระองค์ ใหญ่,
เลื่อน ที่ เป็น กรม พระราชวัง บวร. เมื่อ นั้น เจ้าฟ้า พระองค์ ท่าน
สอง พระองค์, องค์ หนึ่ง ประสูตร์ ก่อน เลื่อน ที่. พระองค์ ประสูตร์
เมื่อ เลื่อน ที่ แล้ว นั้น, ก็ เป็น สมเด็จ พระเจ้า หลาน เธอ เจ้าฟ้า.

๏ ก็ พระ บาท สมเด็จ พระ พุทธ ยอด ฟ้า จุฬา โลกย์, ได้ มี พระ
ราช ธิดา พระองค์ หนึ่ง, มารดา เป็น บุตรี เจ้า เมือง เวียงจัน,
โปรด ให้ เป็น แต่ เพียง พระองค์ เจ้า เหมือน กัน กับ พระ ราช บุตร.
แล พระราช บุตร พระองค์ อื่น ที่ ประสูตร์ แต่ พระสนม, เจ้า จอม
มารดา ของ พระองค์ เจ้า นั้น, สิ้น ชีพ ใน ปี กุญ เบญจศก. เมื่อ
กรม พระ ราชวัง บวร สวรรณคต แล้ว นั้น, พระองค์ เจ้า นั้น มี พระ
ชนมายุ ได้ ๕ ขวบ, เป็น กำพร้า ไม่ มี เจ้า จอม มารดา. ทรง
พระ กรุณา มาก. ภาย หลัง ล่วง มา ปี หนึ่ง, พระองค์ เจ้า นั้น
ตาม เสด็จ ลง ไป ลอย กระทง, วิ่ง เล่น ตก น้ำ หาย ไป. คน
ทั้งปวง ตกใจ เที่ยว หา อยู่ ครู่ หนึ่ง, จึ่ง ภบ พระองค์เข้าไป เกาะ
ทุ่น หยวก อยู่ หา จม น้ำ ไม่. ผู้ ภบ เชิญเสด็จ กลับ มา ได้, จึ่ง
ทรง พระกรุณาโปรด มาก ขึ้น. มี พระ ราชโองการ ดำรัส ว่า, พระ
องค์ เจ้า นี้ เจ้าจอม มารดา ก็ เปน เจ้าฝ่าย ลาว. ไอยกา ธิบดี คือ
ตัว เจ้าเวียงจัน ก็ ยัง อยู่. ควร จะ ให้ เลื่อน ที่ เปน สมเด็จ พระ
เจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้า. การ พิธี โสกันต์ ใน พระบรม มหาราชวัง, แต่
ตั้ง แผ่นดิน มา ก็ ยัง หาได้ ทำ ไม่. ถ้า ถึง คราว โสกันต์ จะ ได้ ทำ
ให้ เปน แบบอย่าง ใน แผ่นดิน. จึ่ง โปรด พระราชทาน พระสุพรรณ
บัต, ให้ เปน สมเด็จ พระเจ้า ลูก เธอ เจ้าฟ้า กุณฑล ทิพยวดี. เจ้า
ฟ้า นั้น เมื่อ ถึง ปี มะโรง สัมฤทธิศก, ศักราช ๑๑๗๐, ตรง กับ ปี มี่
คฤศตศักราช ๑๘๐๘ พระชนมายุ ครบ ๑๑ ปี, ถึง กำหนด ที่
จะ โสกันต์ เมื่อ นั้น, เจ้าฟ้า พินทวดี ที่ เปน ผู้ ชี้ การ มา, ก็ สิ้น
พระ ชนม์ ไป แล้ว ถึง ๗ ปี. ถึง กระนั้น แบบ แผน ตัว อย่าง การ
ต่าง ๆ ที่ เจ้าฟ้า พินทวดี ได้ ทรง จัด ไว้, มี ผู้ ได้ เรียน รู้ เห็น อยู่
เปน อัน มาก. แล ได้ ดู อย่าง การ ที่ ทำ แต่ ก่อน ใน พระ บวร
ราชวัง สาม ครั้ง นั้น ด้วย. จึ่ง ได้ จัด การ พระ ราชพิธี โสกันต์
เปน การ ใหญ่ เตม ตาม ตำรา. คือ ตั้ง พระราช พิธี บน พระ มหา
ปราสาท คล้าย กับ พระราชพิธี ตรุศ, แล มี เขาไกรลาส ราชวัต,
ฉัตร ทอง, ฉัตร เงิน, แล ฉัตร ราย ทาง, นั่ง กระละบาด, แล การ
เล่น ต่าง ๆ อย่าง สูง. แล แห่ มี มยุรฉัตร, นาง เชิญ เครื่อง, นาง
สระ แห่ เครื่อง ขาว. เสด็จ มา ทรง ฟัง พระสงฆ์ สวด พระพุทธ
มนต์ สาม วัน. แล้ว แห่ มา เวลา เช้า โสกันต์ ใน วัน ที่ ๔ แล้ว
เสด็จ ขึ้น เขา ไกรลาส. ครอบ เครื่อง ต้น แล้ว แห่ เวียน เขา
ไกรลาส สาม รอบ, แล้ว แห่ กลับ ใน เวลา เช้า. ครั้น เวลา บ่าย
แห่ เครื่อง แดง มา สมโภช วัน นั้น แล้ว ต่อ ไป อีก สอง วัน. วัน
ที่ ๗ จึ่ง แห่ พระเกสา ไป ลอย. การ เปน เสรจ โสกันต์ เจ้าฟ้า
กุณฑล ทิพยวดี, ใน เดือน ๔ ปี มะโรง สัมฤทธิศก, ศักราช
๑๑๗๐, ตรง เดือน มาร์ช, ใน ปี มี่ คฤศ ตศักราช ๑๘๐๙.

๏ ครั้น ล่วง มา อีก ๖ เดือน, พระบาท สมเด็จ พระพุทธ
ยอดฟ้า จุฬาโลกย์ เสด็จ สวรรคต. สมเด็จ พระเจ้า ลูกเธอ กรมพระ
ราชวัง บวร, ได้ เสด็จ เถลิง ถวัลย ราช สมบัติ, เปน แผ่นดิน
ที่ สอง. เจ้าฟ้า พระราชโอรส สอง พระองค์ นั้น, ก็ เปน สมเด็จ
พระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้า. พระบาท สมเด็จ พระพุทธ เลิศหล้า นภา
ไลย พระเจ้า แผ่น ดิน พระองค์ นั้น. ทรง ปฤกษา ด้วย ข้า ราชการ
ผู้ใหญ่ ผู้น้อย ฝ่าย น่า ฝ่าย ใน, ว่า การ พระ ราชพิธี โส กันต์ เจ้า
ฟ้า, ได้ ทำ ลง เปน อย่าง มี แบบ แผ่น เปน จดหมาย เหตุ อยู่
แล้ว. แต่ การ พระราชพิธี ลงสรง ตั้ง พระนาม เจ้าฟ้า, โดย อย่าง
เตม ตาม ตำรา ครั้ง กรุง ศรี อยุทธยา เก่า, ยัง หา ไม่ ได้ ทำ เปน
แบบ อย่าง ไม่. ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ ที่ เคย เหน ก็ แก่ ชรา เกือบ จะ
หมด ไป แล้ว จะ สาบ สูญ เสีย. จะ ใคร่ ทำ ไว้ ให้ เปน เกรียติยศ
เยี่ยง อย่าง สัก ครั้ง หนึ่ง. ข้า ราชการ เหน พร้อม ตาม กระแส
พระราชดำริห์. ครั้น ถึง ปีรกา เบญจศก, ศักราช ๑๑๗๕, ตรง
กับ ปี มี่ คฤษสต ศักราช ๑๘๑๓, จึ่ง ได้ ตั้ง การ พระราชพิธี ลง
สรง, สมเด็จ พระเจ้า ลูก เธอ เจ้าฟ้า พระองค์ ใหญ่, ผูก แพ ไม้ ไผ่
ที่ ท่า ราชวรดิฐ, มี กรง ที่ สรง อยู่ กลาง ล้อม ด้วย ซี่ กรง ชั้น
หนึ่ง, ตาราง ไม้ ไผ่ อีก ชั้น หนึ่ง, ร่าง แห อีก ชั้น หนึ่ง, ผ้า ขาว
อีก ชั้น หนึ่ง. มี บันได เงิน บันได ทอง ลง สอง ข้าง, บันได
กลาง เปน เตียง หลั่น หุ้ม ผ้า ขาว, เรียก ว่า บันได แก้ว. ใน
กรง มี ม พร้าว คู่ บิด เงิน บิด ทอง. แล ปลา ทอง ปลา เงิน, กุ้ง
ทอง กุ้ง เงิน, ลอย อยู่ ทั้ง ๔ ทิศ. กรง นั้น มี พระ มลฑป สรวม
มี ราชวัติ. ฉัด ทอง, ฉัด นาก, ฉัด เงิน, ล้อม ๓ ชั้น, มี ทหาร
นั่ง ราย รอบ. แล มี เรือ จุก ช่อง ล้อม วง, แพ ที่ สรง แทน เขา
ไกรลาศ ใน การ โสกันต์. การ พระ ราชพิธี นอก นั้น, คือ การ
บน พระมหาปราสาท, แล การ แห่ ทาง แห่ การ เล่น ต่าง ๆ ก็
เหมือน กับ การ โสกันต์. แห่ เครื่อง ขาว เสด็จ ไป ทรง ฟัง พระ
สงฆ์ สวด พระ พุทธมลต์ บน พระ มหา ปราสาท สาม วัน. วัน ที่
๔ จึ่ง แห่ เสด็จ ลง ไป ท่า ราช วรดิฐ. สรง ใน แพ ที่ สรง แล้ว
แห่ กลับ แล้ว, จึ่ง เสด็จ มา รับ พระ สุพรรณบัตร บน พระ มหา
ปราสาท, พระ ราชทาน พระ สุพรรณบัตร จาฤก พระนาม ว่า,
สมเด็จ พระเจ้า ลูกเธอ, เจ้าฟ้า มงกุฎ สมมติวงษ พงษ อิศวร กระ
ษัตริย ขัติยราช กุมาร. ครั้น เวลา บ่าย แห่ เครื่อง แดง ทรงเครื่อง
ต้น, มา สมโภช ที่ พระ ที่นั่ง อมริน ทรวินิจฉัย. ครั้ง นั้น เรียก
ว่า พระที่นัง จักรพรรดิพิมานใน วันนั้น. แล ต่อ ไป อีก สอง วัน
เปน สาม เวลา เสรจ การ พระราชพิธี ลงสรง ฯ.

๏ ครั้นเสรจ การแล้ว มีพระราชโองการ ดำรัส, ว่า การ
ลงสรงเช่นนี้ ทำ แต่ ครั้งเดียว นี้ เถิด. ภอเปน ตัวอย่างไว้
ไม่ ให้สูญ พิธีโบราณ. เพราะ การโสกันต์ เปนอัน จำจะต้องทำ
สำหรับ ยศเจ้าฟ้า ทุก ๆ พระองค์. การ ลงสรง ทำเปน สองซ้ำ ก็
หา ต้องการ ไม่. ไพร่ ๆ ที่เขา ลงท่า ลูกเขา นั้น, เพราะ เขา
ร้อน รน จะ เร่ง เอาของขวัน เกบ เอาเงิน คนอื่น มาใช้. เขา
จึงรีบด่วน ทำการ ลงท่า ก่อน เวลา โกนจุก, เพราะเขา เหิน ว่า
การโกนจุก นั้น ยัง ช้า อยู่. ก็ ในหลวง ไม่ได้ ร้อนรน, อะไร ไม่
จะทำให้ เปน สอง ซ้ำ สาม ซ้ำ, ทำแต่โสกันต์เถิด, ด้วยเปน
ของ ต้อง จำใจ ทำ ตาม ธรรมเนียม. ครั้น มา เดือน ๔ ปี ชวด
อัฐศก, ศักราช ๑๑๗๘ เปนเดือนมาร์ช, ในปีนี้มีคฤศตศัก
ราช ๑๘๑๗. ได้มีการพระราชพิธีโสกันต์ สมเด็จ พระเจ้า ลูก
เธอ เจ้าฟ้ามงกุฎนั้น, เปน การใหญ่ เหมือนกัน กับ ครั้งโสกันต์
เจ้าฟ้ากุณฑลทิพยวดี. ครั้น มา เดือน ๔ ปีมโรงอัฐศก, ศักราช
๑๑๘๒, ตรง กับ เดือนมาร์ช, ใน ปีนี้ มี คฤศตศัก ราช ๑๘๒๑,
ได้ มี การ พระราชพิธีโสกันต์ สมเด็จ พระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้าอิศวเรศ
จุฑามณี อีก ครั้ง หนึ่ง. มี เขา ไกรลาส แล การ อื่น ๆ เหมือน กัน
กับ การ สรง ครั้ง ก่อน. เจ้าฟ้า กุณฑลทิพยวดี นั้น ได้ ทำ ราช
การ, ใน แผ่น ดิน พระบาทสมเด็จพระพุทธ เลิศหล้า นภาไลย, มี
พระโกรศ ๓ พระธิดา ๑ เปน สมเด็จ พระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้า ทั้ง ๔
พระองค์. พระองค์ใหญ่ ประสูตร ใน ปีชวด อัฐศก, ศักราช
๑๑๗๘, ทรงกับ ปี นี้ มี คฤสต ศักราช ๑๘๑๖, พระ นาม ว่า เจ้า
ฟ้าอาภรณ์. พระองค์ ที่ ๒ ประสูตร ใน ปีเถาะ เอกศก, ศักราช
๑๑๘๑ ตรง กัน กับ ปี มี คฤสตศักราช ๑๘๑๙. พระนาม ว่า เจ้า
ฟ้ามหามาลา. พระองค์ ที่ ๓ เปน เจ้าฟ้า หญิง ประสูตร ใน เดือน
๔ ปีมโรงโทศก, ศักราช ๑๑๘๒, ตรง กับ เดือนมาร์ช ใน ปี
นี้ คฤสตศักราช ๑๘๒๑ สิ้น พระชนม์ เสียในวัน ประสูตร.
พระองค์ ที่ ๔ ประสูตร ใน ปีมเมีย จัตวาศก, ศักราช ๑๑๘๔,
ตรง กับ ปี นี้ คฤสตศักราช ๑๘๒๒ พระนามว่า เจ้าฟ้าปิ๋ว. สมเด็จ
พระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้า สาม พระองค์นี้, พระบาท สมเด็จ พระพุทธ
เลิศหล้านภาไลย ก็ ทรง พระราช ดำริห์ไว้, ว่า จะทำ การโสกันต์
ให้ เตม ตาม ตำรา เหมือน กัน, ก็ แต่ เมื่อ ยัง ไม่ ถึง เวลา โสกันต์
พระบาท สมเด็จ พระพุทธ เลิศหล้า นภาไลย, ก็ เสด็จ สวรรคต
ใน ปีวอกฉศก, ศักราช ๑๑๘๖, ตรงกับ ปี คฤสตศกศักราช
๑๘๒๔ พระบาท สมเด็จ พระนั่งเกล้า เจ้า อยู่หัว, ได้ เสด็จ เถลิง
ถวัลยราชสมบัติ ๚ะ


ข่าว ที่ กรุง เทพ ๚

๏ เคาเวอเมนต์ สยาม ได้ เครื่อง สำรับ ขุด คลอง มา ใหม่,
มา แต่ เมือง ลิเวอภูล์. ท่าน พระยาสูริยวงษ วัยวัฒน ได้ เอา เปน
ธุระ ต่อ เรือ อีก ลำ หนึ่ง, สำรับ ใส่ เครื่อง นั้น. มี เรือ ขุด คลอง
ลำ หนึ่ง ที่ มี เครื่อง ใส่ พร้อม แล้ว. ที่ ท่าน พระยา สุริยวงษ วัย
วัฒน ต่อ นั้น ได้ การ ดี นัก, ขุด คลอง เร็ว ใน ยี่สิบ สี่ ชั่วโมง
ขุด ดิน ได้ ประมาณ หมื่น คิวบิกฟิต, คือ เปน ก้อน ยาว กว้าง ลึก
ประมาณ สิบ สี่ นิ้ว สี่ เหลี่ยม หมื่น ก้อน. เปน การ เร็ว กว่า คน
ขุด นัก. เคาเวอเมนต์ สยาม ก็ ชอบ, เหน ว่า คง จะ ได้ การ ใหญ่.
ข้าพเจ้า ก็ เหน ด้วย. ถ้า เคาเวอเมนต์ ใช้ เรือ ขุด คลอง ที่ ควร
จะ ใช้ ทุก วัน, คลอง ที่ ตื้น ๆ ก็ คง จะ ลึก ดี เร็ว.

๏ ได้ ยิน ข่าว ว่า จะ ขุด คลอง ตะพาน หัน เสีย ก่อน, แล้ว
ก็ จะ ไป ขุด คลอง ใหม่ ที่ ยัง ขุด อยู่, ตั้ง แต่ แม่ น้ำ ท่าจีน มา ถึง
บาง กอก. แต่ คลอง นั้น ได้ จ้าง เจ๊ก ขุด ภอ ให้ เรือ ขุด คลอง เข้า
ไป ได้, ได้ ประมาณ สอง ส่วน, ยัง อีก ส่วน หนึ่ง จะ ถลุ ถึง ปลาย
คลอง บาง กอก ใหญ่. คลอง นั้น ถ้า จะ ขุด ด้วย เรือ กล ถึง กรุง
เทพ แล้ว, จะ เปน คุณ เปน ประโยชน์ มาก. ถนน ที่ เคาเวอ
เมนต์ จะ ก่อ ตาม ริม คลอง นั้น. เมื่อ แล้ว จะ ขี่ ม้า ขี่ รถ ไป มา
ตาม ถนน นั้น สบาย นัก. คน ที่ อยู่ ข้าง ฝั่ง ตวัน ตก ก็ จะ ได้
ไป มา สดวก เหมือน ชาว กรุง ที่ อยู่ ข้าง ฝั่ง ตวัน ออก.

๏ ข้าพเจ้า มี ความ หวัง ใจ ว่า, เคาเวอเมนต์ จะ เร่ง รีบ
ให้ คลอง นี้ แล้ว เร็ว. ถ้า แม้น ขุด คลอง ที่ บาง บอน ให้ ลึก กอ่น
เหน จะ ดี นัก, เพราะ ที่ นั่น ตื้น นัก, เรือ ไป มา ค้า ขาย ทาง นั้น
มาก นัก, มัก ติด อยู่ ที่ นั่น ป่วย การ เสีย เปล่า ๆ เหลือ ที่ จะ
ประมาณ.

๏ ท่าน พระยา สุริยวงษ วัยวัฒน เปน ผู้ ที่ ได้ จัด แจง เรือ
กล ไฟ ใน กรุง เทพ ลำ แรก นั้น ใน คฤษ ศักราช ๑๘๕๕ เรือ นั้น
ชื่อ สยาม มรสุมพล. ตั้ง แต่ นั้น มา ใน สิบ ปี นี้ ก็ เกิด เรือ กล ไฟ
ขึ้น ใน กรุง เทพ มาก กว่า ๓๐ ลำ. เดี๋ยว นี้ เปน การ ใหญ่ แล้ว
ภาย หลัง คง จะ บังเกิด ใหญ่ ขึ้น ทุก ๆ ปี, การ นี้ ก็ เปน ประ
โยชน์ แก่ กรุง เทพ มาก, แล การ ที่ ท่าน พระยา สุริยวงษ วัย
วัฒน ได้ คิด ประดิษ ทำ เรือ กล ไฟ สำรับ ขุด คลอง ให้ ลึก ไว้ นั้น,
คง จะ เปน การ ดี มี ประโยชน์ แก่ กรุง เทพ มาก กว่า นั้น อีก. ควร
ที่ ราษฎร ทั้งปวง จะ สรรเสิญ ท่าน ว่า, เปน คน ดี มี ปัญญา แล
ความ เพียน มาก.


๏ อนึ่ง บัด นี้ มี ชื่อ กำปั่น ลูก ค้า เข้า มา ทอต อยู่ ณกรุง
เทพ ๘๔ ลำ แล้ว. ที่ ได้ ทอด อยู่ หลัง เต่า ประมาณ ๑๐ ลำ.
เรือ ที่ ทอด อยู่ ใน ลำ น้ำ ที่ กรุง เทพ, ดู งาม เปน แถว เดี่ยว
เรียง ลำ กัน ลง ไป ถึง โรง ยี่ ปาก คลอง บาง น้ำ ชล, ที่ ชาว อเม
ริกา อยู่ นั้น, ยาว ได้ ประมาณ ๔ ไมล์. เรือ เหล่า นี้ คอย เพื่อ จะ
บันทุก เข้า แทบ จะ ทุก ลำ. เหตุ เพราะ เข้า นี้ เปน สิ้นค้า ใหญ่
ใน กรุง เทพ, ซึ่ง กรุง เทพ นี้ เปรียบ เหมือน ยุ้ง ฉาง อัน ใหญ่
สำรับ ที่ จำ นาย เข้า, ที่ ทวีป อาเซีย ฝ่าย ใต้ ทิศ ตวัน ออก เฉียง
เหนือ. แต่ บัด นี้ เข้า ใหม่ เขา ได้ บันทุก ลง กำปั่น บ้าง แล้ว,
แต่ ยัง น้อย นัก เพราะ เข้า นั้น ยัง มา หา ทัน ไม่. บันดา นายห้าง
ทั้งปวง ปราถนา จะ ซื้อ เข้า ได้ โดย เร็ว, เพราะ เข้า ที่ เมือง จีน
กำลัง ขาย ดี. ไม่ ช้า นาญ เข้า เมือง จีน ก็ จะ ถูก ขึ้น เพราะ เข้า
ที่ เมือง ย่างกุ้ง, เมือง อาระกัน, เมือง ไซ้ ง่อน, แล เมือง อื่น รอบ
คอบ เข้า ก็ ดี นัก กำลัง ไป ขาย ที่ เมือง จีน อยู่, เพราะ เข้า ที่ เมือง
จีน บาง แห่ง เสีย บ้าง แห่ง ดี บ้าง จึง ขาย ดี. แต่ ไม่ ช้า นาญ เข้า
นั้น คง จะ ถูก ลง, เพราะ เข้า เพิ่ม เติม มา แต่ นอก มาก. ข้าพเจ้า
คิด กลัว ว่า บัน ดา คน ที่ หน่วง เหนี่ยว เข้า ไว้ ไม่ จำ หน่าย นั้น, ด้วย
หมาย ใจ ว่า ภาย หลัง จะ ได้ ราคา มาก, เหน ความ ที่ นึก นั้น จะ
ไม่ สม, เพราะ เข้า เมือง จีน ดู เหมือน จะ กลับ บริบูลรณ ขึ้น เร็ว.


๏ อนึ่ง มิศเตอ ตอมซัน ผู้ เปน ช่าง สำรับ ถอด รูป, ที่ มา
อาไศรย อยู่ ใน กรุง เทพ นี้ ประ มาณ สาม เดือน, ได้ ออก ไป
เมื่อ ณวัน เศรา เดือน สาม ขึ้น ๑๑ ค่ำ เพื่อ จะ ไป เมือง เขมน, ที่
เปน เมือง เก่า มา แต่ โบราณ ชื่อ อองกร์, ปราถนา จะ ถอด รูบ
ของ โบราณ นั้น เพื่อ จะ ให้ ชาว ประเทษ ยูรบ เหน. มิศเตอ
ตอมซัน ไป ทาง บก หา ได้ ไป โดย ทาง จัน ทบูรี ไม่. หมาย ว่า
สัก สอง เดือน จะ กลับ มา. ใน หว่าง สอง เดือน นั้น ถ้า ผู้ ใด ปราถ
นา จะ ใคร่ ดู รูป ที่ ท่าน ได้ ชัก ใน กรุง เทพ นี้ ก็ ดู ได้, ด้วย รูป
นั้น อยู่ ที่ กปีตัน ตันเอม, ผู้ เปน นาย กอง ตเวน อยู่ บ้าน ที่ ป้อม
ป้อง ปัจามิค. ลูก จ้าง สำรับ ตี หนังสือ ของ ท่าน ก็ ยัง อยู่. ถ้า ผู้ ใด
ปราถนา จะ ซื้อ รูบ นั้น ก็ ซื้อ ได้. เขา จะ ตี ขาย ให้ ตาม ที่ จะ ต้อง
การ. อนึ่ง ที่ ใน หลวง ได้ สรรเสิญ มิศเตอ ตอมซัน ว่า เปน ช่าง
ชัก รูบ ดี แท้ นั้น, ข้าพเจ้า ก็ เหน ด้วย ว่า ไม่ ใคร่ จะ มี ผู้ ใด
จะ สู้ ได้.


๏ ณวัน พุด เดือน สาม ขึ้น หก ค่ำ นี้, มี ชาว ประเทษ ยูรบ
สอง คน ตก น้ำ จม หาย ที่ กำปั่น ใน กรุง เทพ นี้. ใน เวลา ที่
เขา ตก น้ำ นั้น, เขา ได้ เอา เชือก ผูก กดาน ทำ เปน นั่ง ร้าน
ห้อย ลง มา ข้าง กำปั่น ตอก หมัน เรือ อยู่. ส่วน กะดาน ที่ เขา นั่ง
ก็ เอียง เท คน ชาว ประเทษ ยูรบ ลง ไป ใน น้ำ. คน นั้น ว่าย
น้ำ หา เปน ไม่. บันดา เพื่อน บน กำปั่น จะ เอา เรือ บด ออก ช่วย
ก็ ไม่ ทัน. ถัด มา อีก วัน หนึ่ง ศภ สอง คน นั้น ก็ ลอย ขึ้น
เกบ ได้.


๏ อนึ่ง เมื่อ ณวันศุก เดือน สาม ขึ้น สิบ ค่ำ, ใน เวลา ค่ำ
นั้น มี ชาว ประเทษ ยูรบ ทั้ง ชาย หญิง, ก็ ประชุม กัน ที่ บ้าน มิศเตอ
บี. บิ๊ก กิน แปก, ประมาณ ได้ ๕๐ คน. มี การ เล่น เต้น รำ ตาม
อย่าง ประเทษ ยูรบ. การ เล่น เช่น นั้น เรียก ว่า บอล์. เฃา มี พวก
แกร เปน ของ เจ้าพระยา กลาโหม, เฃา เป่า เพลง หลาย สิบ
อย่าง ฟัง เพราะ นัก. แต่ บันดา คน ที่ เต้น รำ ก็ เต้น ไป ตาม เพลง
แกร นั้น, เล่น จน ถึง ๙ ทุ่ม แล้ว ก็ เลิก.

๏ อนึ่ง กำปั่น ฝารั่งเสษ, ที่ มี ชื่อ ยุเตีย นั้น เขา ขาย
เปน การ เลหลัง, เมื่อ ณวัน พฤหัศบดี เดือน สาม ขึ้น หก ค่ำ, ขาย
เปน เงิน ๘๘๐๐ เหรียน. ท่าน เจสัว พุก เปน ผู้ ซื้อ, เรือ นั้น
เปน เรือ ใหม่ จุ ของ มี น้ำ หนัก ได้ ๒๐๐ เอฏ ตอน,

๏ ใน สาม วัน นี้ เปน การ ศก.


๏ ข่าว มี มา แต่ เมือง สมุทสงคราม ๚ะ

๏ ว่า ที่ เมือง สมุทสงคราม นั้น มี คน ร้าย หัว ไม้ เปน ๓
พวก ๆ หนึ่ง เปน คน ไม่ มี บิดา มารดา ภรรยา แล ครอบครัว. คุม
สมัค พัก พวก เที่ยว ตี ชิง วิ่ง ราว ชาว บ้าน อยู่ เนือง ๆ. บาง
ที คน เดิน ทาง กลาง สวน ที่ เปลี่ยว ๆ นุ่ง ผ้า ใหม่ ห่ม ผ้า แพร ฤๅ มี
แหวน ทอง ใส่ อยู่, ก็ ไล่ ฆ่า ฟัน เสีย ให้ ตาย. แล้ว ก็ เกบ
เอา สิ่ง ของ ที่ แต่ง ตัว ไป ได้, แล้ว ก็ หอบ หนี ไป เสีย ต่าง
เมือง. เจ้า เมือง กรมการ จะ จับ ตัว ก็ ไม่ ได้. ต่อ ความ
เงียบ จืด จาง ไป, แล้ว ก็ ต้อม มา ชุ่ม ซ่อน อยู่ ตาม วัด ร้าง ห้าง
สวน ร้าง, คอย ทำ ร้าย ราษฦร ชาว บ้าน ต่อ ไป อีก. พวก
หนึ่ง เปน ข้า เจ้า ใหญ่ ๆ แล เปน บ่าว ท่าน ขุนนาง โต ๆ, ก็ ถือ
ตัว ว่า เปน ข้า เจ้า บ่าว นาย แขง แรง. ครั้น มี ความ ขัด เคือง
ผู้ ใด, ก็ พา พวก เพื่อน ชวน กัน กลุ้ม รุม ตี ฟัน แทง จน ถึง ความ
ตาย. แล้ว พา บุตร ภรรยา หนี เข้า มา หา เจ้านาย เสีย. เจ้า
นาย ของ อ้าย คน ร้าย นั้น ก็ ช่วย แก้ ช่วย ไข ไป ต่าง ๆ. ความ
ควร จะ แพ้ เร็ว ก็ ชัก ให้ เนิ่น ช้า, ภอ ให้ โจท ระอา ความ ก็ จืด
จาง ไป. พวก หนึ่ง เปน คน มั่ง มี เงิน ทอง, ก็ ถือ ตัว ว่า เปน
คน มั่ง มี. ถ้า โกรธ เคือง ผู้ ใด ก็ ชวน พวก เพื่อน แล ทาษ
ช่วย กัน กลุ้ม รุม ตี จน ตาย แล้ว. ครั้น เกิด ความ ขึ้น ตก ไป
กระลาการ สาร ใด ชำระ, ก็ เอา เงิน ติด สินบน กระลาการ สาร
นั้น, ให้ ซัก ความ ให้ เนิ่น ช้า. บาง ที ความ เปน สัจ แล้ว
ก็ เอา เงิน เสีย ถ่าย ถอน ไป ได้ ก็ เปน หลาย ราย. ครั้น ถ่าย
ออก จาก โทษ แล้ว ก็ กลับ กำเริบ มาก ขึ้น อีก กว่า แต่ ก่อน.

๏ คน ร้าย จำพวก ที่ ๑ ที่ ไม่ มี ครอบครัว คน เก่ง ต้น ก็ก นั้น
ชื่อ อ้าย สิน. ครั้น ทำ ร้าย ชาว บ้าน หลาย ราย นัก, เข้า เมือง
กรมการ ผู้ ใหญ่ ใน เมือง นั้น, เหน ว่า ถ้า ไม่ คิด จับ ตัว เสีย ให้
ได้ แล้ว, ก็ จะ เกิด ความ มาก มาย ใหญ่ โต ไป. จึง เรี่ย ไร เงิน
กัน ออก เปน เงิน ตรา ๒๐๐ บาท, บน จีน ใหหลำ ล่อ ด้วย
ฝิ่น จึง จับ ตัว ได้. ครั้น จับ ตัว ได้ แล้ว ก็ ส่ง เข้า มา ยัง กรุง
เทพ ฯ. ความ ก็ เหน เงียบ ๆ อยู่.

๏ แต่ พวก เพื่อน อ้าย สิน ที่ เปน คน มั่ง มี เงิน, ก็ เหน
ออก ไป เก่ง กำ ได้ อยู่ ที่ เมือง สมุท สงคราม อีก บ้าง. แต่ ตัว
นาย สัน นั้น ยัง ติด คุก อยู่. ถ้า นาน ไป อ้าย สิน ก็ เหน จะ หนี คุก
ออก ไป ได้ เช่น อ้าย แดง อีก. แต่ จีน ให้ หลำ ผู้ รับ สินบน จับ
อ้าย สิน นั้น, เปน ทุกข์ นัก อยู่ ว่า ถ้า อ้าย สิน หลุด ไป ได้ แล้ว,
คง จะ ฆ่า จีน คน นั้น เสีย เป็น แน่.

๏ คน ร้าย พวก ที่ สอง ที่ ถือ ตัว เปน ข้า เจ้า บ่าว นาย แขง แรง
นั้น ชื่อ นายเทษ, ภา พวก เพื่อน ไป เสพยสุรา ที่ แพ น่า โรง
เตา สุรา, แล้ว ก็ ฆ่า คน ตาย เสีย คน หนึ่ง ที่ โรง เตา สุรา. พวก
พี่น้อง คนตาย ไป ฟ้อง ก็ ไม่ เหน เจ้าเมือง กรมการ จับ ตัว นายเทษ
ได้. นายเทษ หนี เข้า มา หา เจ้า นาย ที่ ใน กรุงเทพ ฯ, เหน
ส่ง แต่ พวก เพื่อน นายเทษ เข้า มา ยัง กรุงเทพ ฯ, ส่ง เข้ามา
หลายเดือน แล้ว, ก็ เหน ความ เงียบ อยู่. นายเทษ ตัว ร้าย
สำคัญ นั้น, ก็ กลับ ออก ไป อยู่ บ้าน ได้ สบายใจ.

๏ คน ร้าย หัวไม้ ที่ ๓ ที่ เปน คน มั่ง มี เงิน นั้น มากหลาย
รายนัก เหลือ ที่ จะ พรรณา ชี้ ซื่อ. การ ที่ เปน ดังนี้ ฃ้าพเจ้า ผู้
เจ้าของ หนังสือ นี้ เหน ว่า ความ จะ ยัง ไม่ ทราบ ถึง ในหลวง.


๏ รายชื่อ ผู้ ที่ ซื้อ จดหมายเหตุ นี้

ชื่อ ที่ มี ฟอง ดัน นำ น่า อยู่ นั้น ได้ ใช้ เงิน ค่า หนัง
สือ เล่ม ต้น นี้ แล้ว ชื่อ ที่ ไม่ มี ฟอง ดัน นำ นั้น
ยัง ไม่ ได้

พระบาท สมเด็จ พระจอมเกล้าเจ้า อยู่หัว
พระบาท สมเด็จ พระปิ่นเกล้า เจ้าอยู่ หัว
กรมหลวง วงษาธิราชสนิท
กรมหมื่น บวรวิไชยชาญ
กรมหมื่น ราชสีห์
หม่อมราโชทัย
หลวง วิชิตชลไชย ผู้ช่วยราชการเมืองสมุทสงคราม
นายเผือก มหัดเล็ก บ้านดินสอ
พระ สี่ธรรมสาสน แพน่าวัดสังขจาย
นายจิด อยู่ บ้านกดีจื่น
นายติด บ้าน อยู่สำเหร่
เจ้า พระยา พระคลัง
จหมื่น สักบริบาล บ้าน อยู่ตพาน เล่าเอี่ย
เจ้า หมื่น เสมอ ใจราช อยู่ หลังวัดพระยาญาติ
ขุนอิน อยู่ หลังวัด พระยาญาติ
พระยา มนเทียรบาล
พระ นายไวย อยู่ บ้าน คลอง กรมท่า
พระอินทรา ธิบดี สี่ห์ราช รองเมือง
พันท์เทพราช บ้าน อยู่ถนนศาลเจ้า คุรศ
พระยา ศรินทร์ ราช เสนี อยู่ ปาก คลอง บางลำภู
พระ ภาศิ ส่มบัติ บริบูรณ์
หลวง ทิพอักษร เสมยื่นตรา
พระสี่ธรรมบริรักษ์ เมืองนคร
หลวง วิเลศ ภักดิ์ เมืองส่งขลา
พระยามนตรี สุริยวงษ
พระยาราชวรานุกูล อยู่ บ้าน เจ้าพระยานิกรบดิน
เจ้า พระยายมราช
หม่อมเจ้ากลาง บ้านริมคลองวัดดอกไม้
คุณสรรพวิไช อยู่ บ้าน ส่มเด็จเจ้าพระยาองค์ใหญ่
หลวงเทพราช แสนยา
หลวงพิไชยวารี บ้าน อยู่เหนือกัปตันฉุน
นายแดง อยู่ วังกรมหมื่นมเหศร
ขุนพิพิธรัณพิจารเจ้าสัวฟัก
มิศเตอ เอตวาศดิ์ ที่ กงสุด อังกฤษ
จีนเส็ง แพ อยู่น่าวัดเชิงเลน
หมื่น รอง สุพมาตรา เมืองเพชร์บุรี
หมื่นรอง แขวง เมืองเพชร์บุรี
พระยา อภัย ส่งคราม
หลวง นาย เดช อยู่ ริม คลองตพานหัน
จีนสื่อ เปน หลวง พิจารสุพผล
นายทัด บ้านอยู่ในคลองตพานหัน
นายบน โรงพิมพ์
เจ้าฟ้ามหามาลา
ขุนทองซื่อ บ้านเหนือ พระยา อภัยส่งคราม
นาย ปรีดา บ้านน่าวัดโพ
ส่มเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าฯจุฬาลงกรณ์
พันจัน ณะมาต อยู่ริมบ้านหลวง นาวา นิกร
นาย เอี่ยม มหัตเลก อยู่ที่ ศาล ต่าง ประเทป
เจ้า แบน บ้าน อยู่ ริม ตลาด พลู ข้างใน
หลวง รักษา ส่มบัติ
หม่อม เจ้าทั้ง อยู่วัง เจ้า ฟ้า อิศราพง
คุณ เที่ยนฤา วัณณโภ วัดบวรนิเวษ
จหมื่น ทิพ รักษา
นายช่วง อยู่ที่ บ้านมิศเตอชะกอต
นายหลำ เพชรบุรี
พระ ปลัด เพชรบุรี
พระ สมุห์มนเทียน วัดบวรนิเวษ
หลวง ภาสีวิเสศ คือเจ้ะสัวเถียน
พระยา บริรักษ์ภูธร เมืองพังงะ
พระกาญจนดิฐบดี
หมื่น ราชาราช เมืองเพชรบุรี
พระนรงค์วิชิตร แพอยู่ บางยี่ขัน
พระยาสาตรา ฤทธิรงค์
พระรัตนโกษา อยู่หลัง บ้าน พระยาเพชพิไชย
พระนานาพิธภาษี
สมเด็จ พระพุทธโฆษาจารย์
พระยา บุรุษย์ ราช พัลลภ
พระยาไพบูล อยู่ ตรอก วัดโคก
พระวิสุทธวารี อยู่ น่าวัดเชิงเลน
นายไชยรรย อยู่ แพ น่าวัดมหาธาตุ ๔ จบ
พระสี่ห์เสนา อยู่ บ้าน พระ สี่ห์เทพ ตรง บ้าน ปูน
ตั้วโผภุก บ้าน อยู่ ตลาดน้อย
นาย ทิม โรงพิมพ์
หมอ สมิศ อยู่ บ้าน คอกควาย
กรมหมื่น วรจักร
หม่อม เจ้า ประเสิรฐศักดิ อยู่ ริม ท่าช้าง
กรมหมื่น อลงกฎ กิจปรีชา
กรมหมื่น อุดม รัตนราสี
พระยา เพชร์พิไชย
ขุนสมุทโคจร
หลวง บริบูรณ ศุรากร
พระวิสุทโยธามาตย์
หลวง พิสุทสาครดิ
นายเวนหมี่ อยู่ วัง กรมหมื่นมเหศร
จื่นนิ่ม อยู่ แพ น่าวัดเลียบ
นายหรุ่น บ้าน ริม วัด นางชี
กรมหมื่นศักดาพิศาร
พระยา สุเรนท์ ราชเสนา
คุณ สิงหฬสาคร

นาย ว่าง บ้าน อยู่ คลองมอญ
ขุน วิเสศ โพคา อยู่ ริม วัด คัปโคน
หลวง นาวา เกรนิกร
พระยา ราชภักดี บ้าน อยู่ ใน คลอง ตพานหัน
. หลวง อภัย วาวิช บ้าน ใต้ วัด สำเพง
กรมหมื่น ผู้บาน
หลวง สกน วิมาร บ้าน อยู่ ตพานยาว
ขุน สุธร ภักดี แพน่า บ้าน เจ้าคุม โชติก
หมอมเจ้า ภานุมาศ อยู่ วัง พระ พิทัก เทเวศ
ขุน ทิพย์ ผู้ ดาษ เมือง เพชบุรี
เฟรดริก วัดเลี่ยม ลูก พระ ปลัด เมือง เพชร์
ว อลเตอ เลาวี่ ลูก เจ้าเมือง เพชร์
กับตัน ฉุน

ข่าว มา แต่ เมือง จีน

๏ ว่า เจ้ากรุง องค์ นั้น, ที่ เมื่อ ก่อน ได้ ว่า ที่ กลาโหม แล้ว ถอด
เสีย นั้น, บัด นี้ เคาเวอเมนต์ เมือง จีน ได้ เอา มา ตั้ง ไว้ ให้ คง ที่
ยัง เดิม. ควร ที่ คน ทั้งปวง จะ ปลงใจ เชื่อ ว่า ท่าน มี ใจ สัจ ซื่อ
ต่อ แผ่นดิน เมือง จีน แต่ ก่อน. แต่ ควร ที่ จะ มี ความ สง ไสย
บ้าง ว่า, ใน ใจ ท่าน จะ ภอใจ โปรด การ ของ คน ต่าง ๆ ประเทศ
ฤา ไม่.

๏ มี ข่าว มา ใหม่ ว่า, ตเชง แม่ ทัพ เมือง จีน ได้ แพ้ แก่ เนียน
ไฟ แม่ ทัพ ฝ่าย ขบถ, หนี มา ถึง แม่ น้ำ เยโล. ยัง มี พวก โจร มา
สกัด ทาง กัน น่า ทัพ ตเชง ไว้. น่า กลัว ว่า จะ มี ความ อันตราย
ใหญ่ แก่ แม่ ทัพ นั้น นัก. ใน ข่าว ว่า กอง ทัพ ฝ่าย เนียนไฟ นั้น
รวม กัน เข้า ใน เมือง ซังตุง แล โฮนำ, ได้ กระ ทำ การ ร้าย
ให้ ราษฎร ชาว เมือง ได้ ความ อันตราย ต่าง ๆ มาก นัก. แล การ
ค้า ขาย ก็ เสื่อม ไป สิ้น.

๏ มี ข่าว มา ว่า, ดู เหมือน เคาเวอเมนต์ เมือง จีน กับ เคา
เวอเมนต์ ฝรั่ง เสศ จะ วิวาท กัน, เพราะ พวก บาท หลวง ฝรั่ง
เสศ ได้ เข้า ไป ตั้ง สั่ง สอน, อยู่ ใน เมือง จีน หลาย แห่ง หลาย
ตำบล, แล้ว ได้ จัด แจง ซื้อ ที่ ไว้ เปน อัน มาก. บาง ที่ เคาเวอ
เมนต์ ฝ่าย จีน ไม่ ยอม, พวก บาท หลวง จึง โกรธ ด้วย เข้า ใจ
ว่า ใน หนังสือ สัญญา ไมตรี ต่อ กัน ยอม ให้ ซื้อ ได้. แต่ ที่ ๆ พวก
บาทหลวง, ซื้อ ไว้ ก่อน ยัง มิ ได้ ทำ หนังสือ สัญญา ไมตรี นั้น ว่า
เปน สิทธิ์ ของ ตัว ด้วย. กอวเวอเมนท์ ฝ่าย จีน ไม่ ยอม ๆ แต่ ที่
ที่ ซื้อ ทีหลัง ทำ สัญญา นั้น ยอม ให้.

ราคา สินค้า ที่ เมือง จีน

๏ ที่ เมือง ฮ่องกง ณ เดือน อ้าย แรม ๑๒ ค่ำ ๚ะ

๏ ฝ้าย ที่ เมือง ฮ่องกง นั้น มี น้อย ไม่ สู้ มาก. พวก พ่อ
ค้า ใน เมือง จีน ได้ ซื้อ มา แต่ ฝ่าย เหนือ ภอ จะ ใช้. นายห้าง ชาว
ยุรบ หา ได้ ซื้อ ไม่. ฝ้าย ที่ มา จาก เมือง บังกลา ยัง ค้าง อยู่
จำหน่าย ยัง หา หมด ไม่. แต่ ฝ้าย นั้น ไม่ สู้ จะ มี คน เตมใจ ซื้อ
เพราะ เขา มี ผ้า อยู่ ภอ แล้ว. ใน รหว่าง ๑๕ วัน นี้. เขา ขาย ผ้า
บางกลา สอง พัน เบล, เปน ราคา เบล ละ ๑๔ เหรียญ แล ๒๕
เหรียญ ๕๐ เซ็นต์. แล ฝ้าย ที่ มา จาก เมือง จีน เขา ขาย ๓๐๐๐
กลอบ, เปน กสอบ ละ ๒๙ เหรียญ แล ๓๑ เหรียญ ๕๐ เซ็นต์.
ฝ้าย นั้น ยัง ค้าง อยู่ มาก ใน ระหว่าง ๑๕ วัน นี้, ราคา จึง น้อย
ลง กว่า แต่ก่อน. เบล ละ เหรียญ แล เหรียญ ๕๐ เซ็นต์. เขา
หมาย ว่า จะ มี กำปั่น สอง ลำ, คือ ปาวิส ลำ หนึ่ง, แล เอ. แอป
ตา ลำ หนึ่ง, จะ มา จาก เมือง กลกตา, บันทุก ฝ้าย เข้า มา
สัก หมื่น เบล. แล ผู้ ที่ จะ ซื้อ ฝ้าย ใน เมือง นั้น เขา ทราบ ว่า,
กำปั่น เข้า สอง ลำ จะ บันทุก ฝ้าย เข้า มา, เขา จึง ไม่ ซื้อ ฝ้าย
ใน เมือง ฮ่องกง. ด้วย หมาย ว่า กำปั่น สอง ลำ นั้น มา ถึง, ฝ้าย
จะ ลด ราคา ลง.

๏ ฝ้าย ใน เมือง กวางตุ้ง, ราคา ต่ำ ลง ประมาณ เบล,
ตำลึง แล กึ่ง ตำลึง. เขา ได้ ขาย อย่าง เซี่ยงไฮ้ สอง ร้อย เบล
เบล ๒๕ เหรียญ แล ๒๖ เหรียญ ๔๐ เซ๊นต์. แล อย่าง นิงโป
๑๐๐ เบล เปน ราคา เบล ๒๕ เหรียญ ๒๐ เซ็นต์, แล ๒๗ เรียน
อย่าง ชันตุง เขา ขาย ๕๐๐ เบล ๆ ละ ๒๔ เหรียน. แล ๒๖
เหรียน. ๔๐ เซ็นต์ แล อย่าง บังกลา ๘๐๐ เบล ๆ ระ ๑๗
เหรียน. ๒๐ เซ็นต์ แล ๑๘ เหรียน.

๏ ราคา สินค้า เมือง ฮ่องกง ณ เดือน ยี่ แรม ๑๕ ค่ำ

๏ เข้า ใน ราง ๑๕ วัน นี้ การ ขาย เข้า มี น้อย, เข้า ที่ ยัง
มิ ได้ จำหน่าย ยัง เหลือ อยู่ น้อย, คน ที่ ยาก ซื้อ มี น้อย. เหน
ราคา จะ ตก ลง, เพราะ เข้า ที่ เมือง จีน ก็ ภอ จะ ใช้ ได้ อีก สัก
สอง เดือน ได้ ขายใน ๑๕ วัน นี้ เข้า บังก ล่า สี่หมื่น หาย, เข้า
ยาง กุ้ง หมื่น หาย. ณวัน จันทร์ แรม ๑๔ ค่ำ นั้น, ราคา เข้า
บังกล่า หาบ ละ ๒ เหรียน ๘๕ เซนต์, แล ๓ เหรียน ๑๐ เซนต์
เข้า กล่อง สยาม หาบ ละ ๒ เหรียน ๔๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน
๔๕ เซนต์. เข้า สยาม อย่าง กลาง หาบ ละ ๓ เหรียน ๖๐ เซนต์.
แล ๒ เหรียน ๗๐ เซนต์. เข้า ขาว สยาม หาบ ๒ เหรียน ๔๕
เซนต์ แล ๓ เหรียน.

๏ ราคา เข้า ที่ ม เกา.

๏ เข้า ขาว สยาม หาบ ละ ๓ เหรียน ๔ เซนต์. เข้า ที่ ๒
หาบ ละ ๓ เหรียน. เข้า ที่ ๓ ๒ เหรียน ๗๐ เซนต์. เข้า กล้อง
หาบ ๒ เรียน ๖๐ เซนต์.

๏ ราคา เข้า ที่ เสี้ยง ไฮ้, เข้า กล้อง หาบ ละ ๒ เหรียน ๑๘
เซนต์ แล ๒ เหรียน ๔๕ เซนต์. เข้า ขาว สยาม อย่าง ดี หาบ
ละ ๒ เหรียน ๕๐ แล ๒ เหรียน ๗๕ เซนต์.

๏ ราคา เข้า ที่ นิง โปร์, เข้า ที่ ยัง มิ ได้ จำหน่าย หมื่น
ห้า พัน หาบ, ขาย หาบ ละ ๓ เหรียน, เข้า ที่ จะ เข้า มา ขาย
ณ เดือน สี่ ข้าง แรม, เหน จะ ขาย ได้ อย่าง บังกล่า หาบ ๒
เหรียน ๙๐ เซนต์ แล ๓ เหรียน.

๏ ราคา เข้า ที่ ไอ้มุ่ย, ขึ้น กว่า แต่ ก่อน หาบ ละ ๑๕ เซนต์.
ขาย ได้, เข้า ย่าง กุ้ง อย่าง กลาง หาบ ละ ๒ เหรียน ๑๕ เซนต์.

๏ เข้า เมือง พระ โม เข หาบ ละ ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์ แล ๓
เหรียน ท่วน. เข้า ขาว มนิลา หาบ ละ ๒ เหรียน แล ๙๐
เซนต์ แล ๒ เหรียน ๕๕ เซนต์. เข้า ยัง เหลือ อยู่ เจ็ด
หมื่น หาบ.

ข่าว มา แต่ เมือง จีน ณ เดือน ยี่ ขึ้น ๑๔ ค่ำ

๏ ฝ่าย ข้าง เหนือ เมือง จีน นั้น ไม่ สู้ มี เหตุ ใหญ่ เปน สำ
คัญ, แต่ ที่ เมือง ฮอง กง เกิด ความ ใหญ่ ใน กำปั่น อังกฤษ ชื่อ
ไพร ที่ ออฟ ตี แคน ซี ซ์, กำปั่น ลำ นั้น เปน ปาก อังกฤษ สำรับ จ้าง
บัน ทุก พวก จีน เพื่อ จะ ไป เมือง เดม ธิ ภาร์, ที่ ทวีป อเมริกา ฝ่าย ใต้
ตก ลง ราคา ว่า จะ ให้ จีน คน ละ ๑๑ เหรียน. ครั้น นาย เรือ
เขา เหน คน ไม่ พอ, เขา จึง ขึ้น ราคา ให้ คน ละ ๑๕ เหรียน
ที่ ได้ รับ คน ละ ๑๐ เหรียน, เขา ก็ หา ยอม ไป ไม่, เขา
อยาก ได้ คน ละ ๑๕ เหรียน เหมือน กัน. ส่วน นาย เรือ เหน
ว่า จะ เกิด วุ่น วาย ก็ ยอม ให้ คน ละ ๑๕ เหรียนเท่า ๆ กัน. ก็
ได้คน ๓๐๑ คน. แล้ว แล่น ออก จากเมือง ว่ำโพ, เมิ่อ
ณวัน เดือนอ้าย แรม ห้าค่ำ จะ ไป เมือง เดมอี่ราร์. ครั้น ถึง
ณเดือนยี่ขึน ๑๕ ค่ำ, แล เรือ นั้น ก็กลับ มา ยัง ฮองกง,
บอก ว่า เมิ่อ แล่น เข้า ไป ใกล้ เมือง ไหหลำ, พวก จิ่น ๓๐๐
คน นั้น พร้อม ใจ กัน ลุก ขิ้น ฆ่า กปิตัน แล นาย เรือ เสีย. แล
ข่ม ขี่ ต้นหน ให้ เอา เรือ เข้า เมือง ไหหลำ ให้ จง ได้. ฝ่าย ต้น
หน จำ เปน ต้อง ไป. ครั้น ถึง แล้ว พวก จิ่น ทั้งปวง ก็ ออก จาก
เรือ หนี ไป หมด. ต้นหน จึ่ง กลับ เรือ แล่น ไป ฮองกง. แต่
ลูก เรือ นั้น มี อยู่ ๑๕ คน.


๏ นังสื้อ ตอบผู้ที่ สรรเสิญ พุทธศาสนา

๏ คำ ที่ ท่าน เขียน ให้ ลง พิมพ์ ที่ จดหมายเหตุ, เมิ่อ เดือน
ยี่ ขึน สิบห้า ค่ำ ถ้อน หนึ่ง, เดือน ยี่ แรม สิบห้า ค่ำ ถ้อน หนึ่ง นั้น,
ข้าพเจ้า ได้ อ่าน ทราบ แล้ว, เหน เปน หนังสือ ประลาด จริง. ประ
หนึ่ง ว่า ท่าน ได้ ติ เตียน พระคัมภีร์ ไบเบอล์, เพราะ ไม่ ได้ บอก
วิชา ซึ่ง จะ รู้ ใน วิถี แห่ง พระจันท์ แล พระอาทิตย์ แล ดวง ดาว ทั้ง
ปวง. แล ไม่ บอก ให้ รู้ การ ซึ่ง จะ ต่อ เรือ ใบ แล เรือ กล ไฟ
แล วิชา วัด ลองซิตูด ลัดซิตูด. แล ไม่ ได้ โปรด ให้ โนฮา ผู้ ที่
ได้ รอด จาก น้ำ ท้วม โลกย์ นั้น, ให้ มี เรือ จักร ไป เที่ยว ดู ข้าง
โน้น ข้าง นี้ จะ ได้ รู้ ว่า ยู่ ข้าง ไหน, น้ำ ลด แล้ว ฤๅ อย่าง ไร.
ข้าพเจ้า ยอม รับ ว่า, พระคัมภีร์ ไบเบอล์ นั้น ไม่ ได้ เปน ตำรา
บอก วิชา การ ต่าง ๆ. เปน แต่ คัมภีร์ สำรับ ส่อง ใจ ให้ รู้ จัก พระ
ผู้ สร้าง ที่ เปน พระเจ้า เที่ยง แท้ ถาวร, เพื่อ จะ ได้ ให้ มนุษ ทั้ง
ปวง ไหว้ นมัศการ จำเพาะ ตรง ต่อ ผู้ นั้น แต่ ผู้ เดียว. เพราะ
มะนุษ เดิม นั้น ตก อยู่ ใน ความ บาป, ใจ จึ่ง มืด นัก, ลืม หลง
ไม่ รู้ จัก พระ ผู้ สร้าง ผู้ เปน ใหญ่ ยิ่ง. ถ้า ได้ รู้ แล ประพฤติ
ตาม ท่าน, จะ ได้ กลับ มี ใจ สว่าง, พระเจ้า จะ ได้ โปรด ยก โทษ
เสีย, แล ให้ มี ใจ บังเกิด ใหม่ ประกอบ ด้วย ความ รักษ ใน
พระเจ้า, แล เกลียด การ บาป ทั้งปวง. แล้ว จะ ได้ โปรด
รับ ไว้ ใน สวรรค์ อยู่ ตั้ง มั่น ถาวร. คน ทั้งปวง ที่ รักษ์ พระคำ
ภีร์ ไบเบอล์ จริง, เข้าใจ ว่า ความ มืด ที่ เกิด อยู่ ใน ใจ เพราะ
มิ ได้ รู้ จัก พระเจ้า ผู้ สร้าง นั้น, เปน มืด ทึบ หน้า กลัว นัก. ความ
มื่ด อื่น ๆ จะ เปรียบ เทียบ มิได้. จึ่ง เหน ว่า พระคำภีร์ ที่ กำ
จัดความมื่ด ใน ใจ เสีย ได้ นั้น, เปน คำภีร์ ดี ยิ่ง กว่า คำภีร์ ทั้ง
ปวง. ตำรา วิชา ต่าง ๆ หมด ด้วย กัน ก็ ไม่ เปรียบ ได้. แล
ผู้ ที่ ถือ ผู้ ที่ รักษ์ พระคำภีร์ ไบเบอล์ นั้น, เหน ว่า การ ที่ รู้จัก
พระเจ้า เที่ยงแท้, แล รักษ์ใคร่ แล ประพฤติ ตาม คำสั่ง
สอน ของ พระองค์ นั้น, ย่อม ให้ บังเกิด ปัญญา ฉลาด แหลม
ใน การ ต่าง ๆ, แล มี ความศุข มาก กว่า ผู้ ที่ ไม่ รู้จัก พระเจ้า
องค์ นั้น นัก. เปน ดังนี้ เพราะ พระเจ้า ผู้ใหญ่ ยิ่ง เที่ยงแท้ นั้น,
ภอ พระไทย ใน คน จำพวก นั้น มาก. จึ่ง ได้ โปรด ให้ มี ใจ
เฉลียว ฉลาด แล ความศุข มาก กว่า พวก อื่น, ตาม คำ ที่
ท่าน ได้ สัญา ไว้ ว่า, พระบิดา ของ ท่าน ที่ อยู่ ใน สวรรค์ จะ ประ
ทาน ของ ดี ต่าง ๆ แก่ คน ทั้ง ปวง, ที่ ขอ แก่ พระองค์ มาก
กว่า บิดา ใน มนุษ ทั้ง ปวง, ภอใจ ให้ ของ ดี แก่ ลูก เมื่อ ขอ
นั้น เท่าใด. เปน ใจความ ว่า พระเจ้า เปน บิดา คน ทั้ง ปวง.
ผู้ใด ๆ มี ใจ รักษ์ พระบิดา แล อยาก์ ฃอ อะไร ๆ ที่ พระบิดา
เหน ลูก จะ ต้องการ จริง, ก็ คง จะ โปรด ให้ โดย ดี พระไท. เหตุ
ดังนี้ บันดา บ้านเมือง ทั้ง ปวง, ที่ ถือ พระยะโฮวา เปน พระบิดา,
แล ถือ พระคำภีร์ ไบเบอล ว่า เป็น หนังสือ ที่ ท่าน ได้ โปรด ประทาน
ให้ จริง, คน ใน บ้านเมือง นั้น ก็ มี ความศุข, เพราะ ได้ อาไศร
พระบิดา. จึ่ง เกิด สว่าง แล ความศุข ใน ใจ, มาก ยิ่ง กว่า
คน นอก คฤษศาสนา เปน หลาย แสน เท่า. แล มี ความ ฉลาด
ใน วิชาการ ต่าง ๆ เพิ่มเติม มาก ขึ้น กว่า ผู้อื่น ด้วย. ถึง
คำภีร์ ไบเบอล มิได้ สอน วิชา ต่าง ๆ, ก็ ได้ บอก ให้ รู้จัก พระเจ้า
ที่ เปน เจ้าของ วิชา ทั้ง ปวง. เมื่อ มี พระบิดา ผู้ใหญ่ ซึ่ง เปน
ที่พึ่ง เช่น ว่า มา นี้, ก็ ควร ที่ จะ ไว้ใจ ได้ ว่า, ท่าน คง
โปรด ให้ มี ความรู้ แล ความศุข มาก กว่า ลูก, ที่ มิได้ อยู่ ใน พระ
บิดา. ถ้า ผู้ใด พิจารนา คง จะ เหน ว่า เปน ดังนั้น จริง. ใคร
จะ ไม่ ยอม ว่า บ้านเมือง ที่ ได้ นมัสการ พระเจ้า, ผู้ ที่ พระคำ
ภีร์ ไบเบอล ได้ บอก นั้น, มี ใจ สว่าง มี ความศุข มาก กว่า
บันดา เมือง อื่น ทั้ง ปวง นัก. แต่ บันดา เมือง นอก คฤษศาสนา
ที่ ไม่ ยอมรับ พระยะโฮวา ว่า เปน พระบิดา ก็ ยัง เปน ลูก อยู่, เปน
ผู้ ที่ พระเจ้า ได้ ให้ บังเกิด ใน มนุษ, ตาม ธรรมดา วิไสย ที่
พระองค์ ได้ ตั้ง แล ได้ รักษา ไว้. ความ ดี ทั้ง ปวง ทุก สิ่ง ที่ เขา
ได้ ทุก วัน ก็ เกิด มา แต่ พระบิดา. ๆ ทรง พระดำริห์ เหน ว่า, หา
ควร จะ ฝาก ให้ ลูก เหล่า นั้น มี ปัญญา แล ความ ศุข มาก, เหมือน
ลูก ที่ อยู่ ใน พระบิดา ไม่. เพราะ เหตุ ดัง นี้ บ้าน เมือง ที่ ไม่ นับ
ถือ พระคำภีร์ ไบเบอล์, จึ่ง ผิด กัน กะ บ้าน เมือง ที่ ถือ พระคำภีร์
ไบเบอล์ นัก. ข้าง หนึ่ง มี ใจ มืด, แล พระ คำภีร์ ที่ เขา ถือ นั้น,
หา ได้ บอก ให้ รู้ จัก พระผู้สร้าง แล บำรุง โลกย์ อยู่ ไม่. ข้าง
หนึ่ง บอก ให้ รู้ จัก พระองค์ เปน เรื่อง ที่ น่า เชื่อ นัก. เหตุ ดัง
นี้ จึ่ง ว่า พระ คัมภีร์ ไบเบอล์ นั้น, เปน ที่ ยิ่ง กว่า หนังสือ ทั้ง
ปวง. ควร จะ สรรเสริญ ว่า เปน พระคัมภีร์ ที่ ส่อง สว่าง ดัง ดวง
พระอาทิตย์

๏ บท ต้น พระ คัมภีร์ นั้น, เปน เรื่อง ราว บูราณ ลึก กว่า
หนังสือ ทั้ง ปวง ใน โลกย์ ข้อ ที่ ต้น นั้น ข้อ เดียว ได้ ส่อง
สว่าง มาก กว่า พระ คัมภีร์ ทั้ง ปวง นอก คฤศ ศาสนา ยิ่ง นัก. เรื่อง
นั้น โมเซ ได้ เขียน ไว้ ตาม พระ วิญาณ. แห่ง ยะโฮวา ได้ บอก ให้
เขียน , จึ่ง เปน เรื่อง ล้วน แต่ ความ จริง. มี สำคัญ พยาน
มาก นัก ว่า เปน คำ พระเจ้า แท้. ถ้า จะ เอา เรื่อง นั้น มา เปรียบ
เทียบ กับ ด้วย เรื่อง อื่น, ที่ พรรณา ด้วย ความ ใน บูราณ ลึก ซึ้ง
เช่น นั้น, ก็ เหมือน ดวง อาทิตย์ กะ ดวง ไต้. แล เรื่อง ที่ พระ คำ
ภีร์ ไบ เบวล์ ได้ บอก ไว้ ใน เบื้อง ต้น เปน สำคัญ นัก. เปน เรื่อง
ที่ มนุษย์ ต้อง การ, ดุจ คน ต้อง การ สว่าง แต่ ดวง อาทิตย์. ถ้า
ไม่ มี แล้ว ก็ จะ มืด เปน กลาง คืน ไป หมด, ที่ ไหน มนุษย์ จ๊ะ
อยู่ เปน ศุก ได้. เหตุ เพราะ ดัง นี้ ข้าพเจ้า ได้ สรรเสริญ ว่า,หนังสือ
ไบ เบวล์ เปน ของ ส่อง สว่าง ใหญ่. ทำให้ รุ่ง เรือง ปัญญา ความ รู้.

๏ คำ ที่ ท่าน ว่า คำ นี้ ฟัง แปลก หู นัก. เปน คำ จริง หฤา
ว่า เล่น, ว่า ให้ ผู้ ใหญ่ หฤา ว่า ให้ เด็ก ๆ ฟัง นั้น หา ควร ไม่, ขอ
ท่าน ได้ เอา คำ บูราณ, ฝ่าย พุทธ ศาสนา มา เปรียบ เทียบ กับ คำ
บูราณ ของ โมเซ นั้น, พิจารณา ดู ให้ เกลียด ว่า, ข้าง ไหน จะ
ดี กว่า กัน, ข้าง ไหน จะ สำแดง ความ สม ควร ที่ พระเจ้า จะ บอก
มนุษ มาก กว่า กัน. ข้าพเจ้า จะ ต้อง หยุด แต่ เพียง นี้ ก่อน, ต่อ
ไป ข้าง หน้า จะ ขอ มี คำ ตอบ ต่อ ไป อีก.

๏ หนังสือ หมอ ปรัดเล คำนับ มา ถึง

๏ ท่าน ทั้ง ปวง ด้วย, ผู้ ที่ ยัง มิ ได้ ใช้ เงิน ค่า จดหมาย
เหตุ เล่ม ที่ หนึ่ง นี้, ขอ ให้ ส่ง มา ถึง ข้าพเจ้า โดย เร็ว ใน ๑๕
วัน นี้ จง ได้. เพราะ ว่า ยัง อีก ยก หนึ่ง จะ จบ จดหมาย เหตุ
เล่ม ที่ นึ่ง. ถ้า ผู้ ไท้ ๆ ปราถนา จะ ได้ เล่ม ที่ ๒ ต่อไป, ขอ ให้
ผู้นั้น มา บอก ให้ ข้าพเจ้า รู้ ก่อน ใน ๑๕ วัน นี้. ถ้า ผู้ใด มิได้ มา
บอก ข้าพเจ้า ก็ พึ่ง เข้าใจ จะ ไม่ ต้อง การ ต่อไป แล้ว. ข้าพเจ้า
จะ ไม่ ฝาก ไป เลย. ผู้ใด จะ ต้อง การ เล่ม ที่ ๒ ต่อไป ภาย น่า,
ข้าพเจ้า จะ ขอ เงิน ห้า บาท, ใน ค่า เล่ม ที่ ๒ ล่วง น่า ก่อน
ตาม ธรรมเนียม ที่ ข้าพเจ้า ได้ ตั้ง ไว้ แต่เดิม นั้น. ถ้า มิได้ เงิน
สด ล่วง น่า มา, ภายหลัง ราคา นั้น จำเปน จำต้อง ให้ ขึ้น ไป
เปน เล่ม ละ หก บาท ทุก ๆ คน.


บางกอก ดอก กำปนี คือ เจ้าของ อู่ ใหม่

๏ อู่ แห้ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อมใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก
อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นายเรือ ทั้งหลาย, จง พิ
จารณ ดู อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เหน ว่า เปน อู่ ดี กว่า อู่ ทั้งปวง ใน บุระ
ประเทศ นี้. จะ ได้ แก้ เรือ ซ่อมแปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่
อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต, แล คง จะ ให้ ยาว กว่า นั้น อีก. โดย กว้าง
ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฤๅ ๑๕ ฟุต. ที่ ปาก อู่ มี ปะตู เรียก ว่า ไกซัน, ถ้า
จะ บิด มิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถึง
ลำ แม่น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง
แรง นัก, กำปั่น เล็ก กำปั่น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย เยู่ ปาก อู่ ได้ ใน
ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่องจักร สำหรับ ยก เสา
กะโดง, แล หม้อน้ำ สำหรับ กลไฟ แขงแรง นัก. อู่ นั้น พร้อม
ด้วย เครื่องสูบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ. มี แรง มาก เพือ จะ ได้ สูบ
น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ว่า น้ำขึ้นน้ำลง. พร้อม ด้วย
เครื่องใช้ ใน การ ทำ เรือใบ แล เรือกล. แล การ นั้น มี นาย ที่
เปน ชาติ ยุรบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึง ชำนาณ
ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.

๏ แล ลูก จ้าง สำหรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล
รัมภู ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี แห่ง อู่
นั้น, ปราถนา ที่ จะ ให้ คน ทั้งหลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี
ไม้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อย ไม้, เพื่อ จะ
ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อใด
ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.

๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่
จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น,
เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือใบ เรือ กลไฟ รถ
การ ใดๆ ที่ ใน การช่าง ต่อเรือ ซ่อม แปลง เรือ ๏ ไม้ แล
เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขาย ให้ ตาม ราคา
ตลาด กรุงเทพ นี้ ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา
จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤๅ ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน
กว่า ผู้ ที่ เปน นายการ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อใด.

๏ อนึ่ง กปิตัน แห่ง เรือ ทั้ง หลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น,
ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึ่ง ออก
ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง
ฝาก ไป ถึง มิศเตอ ดับลิยู. เช. โรเบิตซัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง
นั้น, บัด นี้ มิศเตอดับลิยู. เช. โรเบิตซัน เปน นาย กอง นั้น,
เปน เจ้า กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เก็บ เงิน แต่ ผู้ เดียว.


กำปั่นเข้ากรุงเทพฯ
เข้ามาเมื่อไรกำปั่นชื่อไรกัปกิตันชื่อไรกี่ตยเรืออะไรมาแต่ไหน
เดือน ๓ ขึ้น๑ ค่ำสยามแบรต๓๒๖กลไฟ สยามลิวอปูล์
"๑ ค่ำไตวัตเลวกกะน๖๕๔บากสยามฮ่องกง
"๑ ค่ำแกนนอนอัดแรซัน๓๐๘ซิม ปรุเซียฮ่องกง
"๒ ค่ำไกลโอคากิลล์๑๓๐สกูนเนอ อังกฤษจันทบูรณ์
"๒ ค่ำไฟเนนบัลลาก์๖๒๔บาก อังกฤษฮ่องกง
"๓ ค่ำโซโลอิริเกน๗๖๕ชิบ อเมริกแม่กลอง
"๔ ค่ำไดโฮซิวเรนเวเนอ๓๐๐บาก อำเมิกฮ่องกง
"๔ ค่ำพิวรันตัคไมเมิก๔๐๓บาก อำเมิกฮ่องกง
"๔ ค่ำเมไรอาเอเตเล็ลเชน๓๕๓สกูนเนอ สยามไชยยา
"๔ ค่ำเอนเตอไปรซ์ซมพเล็ต๔๘๘บาก สยามสิงคโปร์
"๔ ค่ำแกตตอนคิวโป๒๒๓บาก ฝรั่งเสศซัวเถา
"๕ ค่ำกิมไลเซงโปรต์แมน๑๗๔บาก สยามสิงคโปร์
"๕ ค่ำเก. เอช. ฮอททะเกอ๒๐๘ดัค เกอ สยามฮ่องกง
"๕ ค่ำเฮนรีเฮชตีฮระเดน๒๑๐บาก ปรีเมนซ์สิงคโปร์
"๖ ค่ำแอนเอโซนเบลล์ชิเตน๓๑๘ปริก ปรีเมนซ์ไต้หวย
"๖ ค่ำเมกวันคัลฟ์แลน๓๓๐บาก อังกฤษสิงคโปร์
"๙ ค่ำเรศโซลูดแอนเดอซัน๖๖๐บริก สยามซัวเถา
"๑๐ ค่ำเย. ซี. พิกซ์มีเกอตรึก๒๓๒บริก อำเมิกขวาท
"๑๐ ค่ำวิกโตเวี่ยกอบเป๓๘๔บาก อังกฤษฮ่องกง
"๑๒ ค่ำแอซวันซ์ทำซิ๓๓๖บาก สยามไต้หวย
"๑๒ ค่ำไชยวยนาต์แบก๒๗๗บาก ฮอลลันดาฮ่องกง
"๑๒ ค่ำเจ้า พระยาอรกะน๓๕๓กลไฟ สยามสิงคโปร์


ราคา สินค้า เมือง ปีนัง ณเดือน ยี่ ขึ้น เจ็ก ค่ำ
สินค้าอย่างไรหาบละเหรียนเซนต์เหรียนเซนต์
หมากปลาละ๗๕๒๕
ขี้ผึ้งหาบ ละ๓๖....๔๒
กระวานหาบ ละ๒๒....๒๓
น้ำมัน พร้าวหาบ ละ๑๓....๑๕
งา ช้าง หนัก อันละ ๓๐ ฤา ๔๐ ชั่ง....
หาบ ละ๑๗๕....๒๐๐
งา ช้าง หนัก อันละ ๑๐ ฤา ๒๐ ชั่ง
หาบ ละ๑๓๐....๑๖๐
กำยาน ที่หนึ่งหาบ ละ๔๘....๕๐
กำยาน ที่ สองหาบ ละ๒๖....๒๘๕๐
กำยาน ที่ สามหาบ ละ๑๒....๑๘
หนังควายหาบ ละ๕๐๗๕
หนัง วัวหาบ ละ๑๐๑๑
เขา ควายหาบ ละ๒๕๔๑
ฝิ่น บินารศหีบละ๕๗๐....๕๗๕
ฝิ่น เตอกีหาบ ละ๔๔๐....๔๖๐
พริก ไท ดำหาบ ละ....๑๐
พริก ไท ขาวหาบ ละ๑๐....๑๒
เข้า ขาว ย่างกุ้งเกวียน ละ๑๐๐....๑๐๔
เข้า ย่างกุ้ง อย่าง กลางเกวียน ละ๘๐....๘๒
เข้า กล้อง ย่างกุ้งเกวียน ละ๖๕....๖๘
เข้า เปลือกเกวียน ละ๔๓....๔๔
ครั่ง สยามปลา ละ๓๒....๓๕
น้ำตาล ทราย ที่ หนึ่งหาบ ละ....
น้ำตาล ทราย ที่ สองหาบ ละ๕๐๕๗
น้ำตาล แดงหาบ ละ๗๕
ถั่ว เกรียนหาบ ละ๒๒๕๐๒๒๖๐
เข้า สาลีกะสอบ ละ๔๐๕๐


๏ เรือ เจ้าพระยา ได้ ออก จาก กรุง เทพ, เมื่อ ณวัน เสาร์
เดือน ยี่ แรม สิบ สอง ค่ำ. มิศเตอตันกิม เจ๋ง, ที่ เปน กงสุล
สยาม สำรับ เมือง สิงคโปร์ โดย สาร เรือ เจ้าพระยา กลับ ไป, ท่าน
ได้ เข้า มา ใน กรุงเทพ ฯ นี้, ด้วย จะ ช่วย ใน การ พิธีโสกันต์.
สมเด็จเจ้าฟ้า จุฬาลงกร.

๏ อนึ่ง มีศเตอ ซี.บี.เลลา ได้ โดย สาร เรือ เจ้าพระยา เข้า มา
เมื่อ เที่ยว นี้, ท่าน เปน นายห้าง เมือง บ้าไบ. เปน ชาติ พาราณศรี.
ท่าน หมายใจ ว่า จะ ตั้ง ห้าง ใน กรุงเทพ ฯ นี้. ข้าพเจ้า พิจารณา
ดู ห้าง ชาติ พาราณศรี นั้น, เหน ว่า เข้า ทำการ ห้าง ดี. แล ได้ ตั้ง
ห้าง ลง ที่ ไหน เขา มัก ทำ การ ค้า ขาย มั่น คง, ผล ประโยชน์ ก็
บังเกิด ขื้น ที่ นั้น.

อินชูเรนซ์ กำปนีลิมิเต็ด

๏ ของ นาย ห้าง เมือง จีน ๚ะ

๏ ข้าพเจ้า ผู้ ที่ มี ชื่อ ใน หนังสือ นี้ ได้ ตั้ง เปน เอเช็นต์
ที่ กรุงเทพ ฯ สำรับ พวก อินชูเรนซ์ กำปนี
นั้น ข้าพเจ้า ได้ จัด แจง ไว้ พร้อม แล้ว เพื่อ จะ
ได้ ทำการ อินชูเรนซ์ คือ ให้ มี หนังสือ ประกัน ด้วย
เรือ มี ใบ ชิบ บากาก แล บริก เปน ต้น ถ้า เปน เรือ
อย่าง ดี ข้าพเจ้า จะ รับ ประกัน แต่ เพียง สี่ หมื่น
เหรียญ ถ้า เปน เรือ กลไฟ ข้าพเจ้า จะ รับกัน แต่
เพียง ๗๐๐๐๐ เหรียญ

๏ ถ้า ผู้ใด จะ จ้าง พวก ของ ข้าพเจ้า ให้ เปน
นาย ประกัน เรือ แม้น เอา เงิน ค่า จ้าง มา ให้ ข้า
พเจ้า ก่อน ข้าพเจ้า จะ ลต ใน ๑๐๐ เหรียญ นั้น คืน
ให้ ๒๕ เหรียญ ถ้า เรือ นั้น เสีย ด้วย สิ่ง ใด สิ่ง
หนึ่ง ก็ ถ้า มา บอก ไว้ กอ่น ใน รหว่าง ๓๐ วัน
แล้ว ข้าพเจ้า จะ ใช้ เงิน ค่า เรือ นั้น

๏ เขียน เมื่อ ณวัน เดือน ยี่ แรม ๑๔ ค่ำ ปีฉลู
สัปตศก

ข้าพเจ้า ชื่อ เอฟ เบลก

กำปั่น ออก จาก กรุงเทพ ฯ
ออก มื้อไรกำปั๋น ชื่อไรกัปปิตัน ชื่อไรกี่ ตอนเชื้อ ไรจะ ไป ไหน
เดือน ๓ ขึ้นค่ำ ๑โอซกาเตอรี๓๙๖สกุนเนอ เมริกันสิงคโปร์
๒ ค่ำตริยาเมณร์๔๒๔บาก ฮำเบิกสิงคโปร์
๒ ค่ำฮิวาบักโฮลด์๔๓๐สกุนเนอ สยามยองกง
๓ ค่ำเซนต์เมรี่ครอศช์๔๑๑บาก สยามสิงคโปร์
๓ ค่ำเกแซนล์ดิครอศ๒๖๖บาก อังกฤษยองกง
๔ ค่ำกาโรไลน์บัลซัน๒๖๖สกุนเนอ ปรัตเชียยองกง
๕ ค่ำซันซิบาเมอิค๒๔๒บาก ฮำเบิกยองกง
๕ ค่ำเอ. โยฮันนาโนล์ซิ๑๙๖บาก ดัชปัตตาเวี่ย
๗ ค่ำเมรี่ซโวอัน๑๗๕สกุนเนอ อังกฤษบำเบ
๘ ค่ำเปนกวินฑโทชิ๑๘๗สกุนเนอ สยามจันหบูรณ
๑๐ ค่ำยูนมัคกรเม็ก๑๒๕สกุนเนอ อังกฤษบำเบ
๑๓ ค่ำไซรเอนปีเตอซัน๒๗๕บริก ฮำเบิกปัตตาเวี่ย


๏ ประนิทิน บอกโมง แล ทุ่มใน ข้าง แรม เดือน ๓ นี้. ๚ะ
ค่ำ อังกฤษค่ำ ไทยค่ำ จีนอาทิตย์ขึ้น กี่โมงอาทิตย์ ตก กี่โมงอาทิตย์ เที่ยง กี่โมงจันทร์ ขึ้ น กี่ทุ่ม
เฟบรูเอรีเดือน ๒เดือน สามเดือน ๑๒
วัน พฤหัสบดี๑ คำแรม ค่ำ ๑๑๖ ค่ำย่ำรุ่ง แล้ว๑๖ นาที๕ โมง ๔๔ นาทีเช้า ๕ โมง๔๖ นาทีทุ่ม ๑๓๕ นาที
วัน ศุกร๒ คำ"๒ ค่ำ๑๗ ค่ำ๑๕ นาที๕ โมง ๔๕ นาที๕ โมง๔๖ นาที๒ ทุ่ม๓๙ นาที
วัน เสาร์๓ คำ"๓ ค่ำ๑๘ ค่ำ๑๕ นาที๕ โมง ๔๕ นาที๕ โมง๔๖ นาที๓ ทุ่ม๒๘ นาที
วัน อาทิตย์๔ คำ"๔ ค่ำ๑๙ ค่ำ๑๕ นาที๕ โมง ๔๕ นาที๕ โมง๔๖ นาที๔ ทุ่ม๑๑ นาที
วัน จันทร๕ คำ"๕ ค่ำ๒๐ ค่ำ๑๕ นาที๕ โมง ๔๕ นาที๕ โมง๔๕ นาที๔ ทุ่ม๕๗ นาที
วัน อังคาร๖ คำ"๖ ค่ำ๒๑ ค่ำ๑๕ นาที๕ โมง ๔๕ นาที๕ โมง๔๕ นาที๕ ทุ่ม๔๔ นาที
วัน พุทธ๗ คำ"๗ ค่ำ๒๒ ค่ำ๑๔ นาที๕ โมง ๔๖ นาที๕ โมง๔๕ นาที๖ ทุ่ม๓๕ นาที
วัน พฤหัสบดี๘ คำ"๘ ค่ำ๒๓ ค่ำ๑๔ นาที๕ โมง ๔๖ นาที๕ โมง๔๕ นาที๗ ทุ่ม๒๑ นาที
วัน ศุกร๙ คำ"๙ ค่ำ๒๔ ค่ำ๑๔ นาที๕ โมง ๔๖ นาที๕ โมง๔๕ นาที๘ ทุ่ม๑๑ นาที
วัน เสาร์๑๐ คำ"๑๐ ค่ำ๒๕ ค่ำ๑๓ นาที๕ โมง ๔๗ นาที๕ โมง๔๕ นาที๙ ทุ่มนาที ๑
วัน อาทิตย์๑๑ คำ"๑๑ ค่ำ๒๖ ค่ำ๑๓ นาที๕ โมง ๔๗ นาที๕ โมง๔๕ นาที๙ ทุ่ม๕๔ นาที
วัน จันทร๑๒ คำ"๑๒ ค่ำ๒๗ ค่ำ๑๓ นาที๕ โมง ๔๗ นาที๕ โมง๔๕ นาที๑๐ ทุ่ม๔๓ นาที
วัน อังคาร๑๓ คำ"๑๓ ค่ำ๒๘ ค่ำ๑๓ นาที๕ โมง ๔๗ นาที๕ โมง๔๕ นาที๑๑ ทุ่ม๓๓ นาที
วัน พุทธ๑๔ คำ"๑๔ ค่ำ๒๙ ค่ำ๑๒ นาที๕ โมง ๔๘ นาที๕ โมง๔๔ นาทีตก เช้า๒๔ นาที