

| Vol. 1 เล่ม ๑ บางกอก เดือน สี่ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง จุลศักราช ๑๒๒๗ Feb. 15th 1866 กฤษศักราช ๑๘๖๖,ใบที่ ๒๔ No. 24 |
หนังสือ หลวง
๏ คดี เนื้อ ความ หัว เมือง ใน กรุง นอก กรุง, มี โจทย จำ
เลอย สู้ ความ กัน อยู่, ก็ เมื่อ ตระลาการ ฤๅ ผู้ ชี้ ขาด ผู้ ปรับ ทำ
การ ไม่ เปน ธรรม์, คู่ ความ ที่ ต้อง ขัด ข้อง ก็ ควร ทำ ใบ ร้อง ยื่น
ต่อ ท่าน เสนาบดี ที่ หัว เมือง นั้น ๆ, ฤๅ โรง ศาล นั้น ๆ ได้ ขึ้น
อยู่, โดย ว่า ท่าน เสนาบดี จะบังคับ ความ ไม่ เปน ที่ ชอบ ใจ, ด้วย
เหล่อน เล่อ ไป มักง่าย ไป. ฤๅ เฃ้า ใจ ผิด. ผู้ ต้อง คดี ยัง สง
ไสย ไม่ ยอม เหน ด้วย. พระ บรมราช วโรกาศ, คือกระแส
พระราชโองการ ทรง พระมหากรุณา โปรด, ว่า ไคร ๆ ใน ไพร่
ฟ้า ข้า แผ่นดิ ไม่ เลือก หน้า, บันดา ที่ เปน ความ อยู่ ใน โรง
ศาล ถูก คุมเหง แต่ ตระลาการ เจ้ากระทรวง ใด ๆ, ก็ ให้ ทำ ฎีกา
ร้อง ทุกข ถวาย เมื่อ เวลา เสดจ ออก พระที่นั่ง สุทไธย สวรรย์ ก็ ได้,
จะ ฝาก ญาติพี่ น้อง เจ้าขุน มูลนาย ให้ ถวาย ข้างน่า ข้างใน เมื่อ ใด
เมื่อ หนึ่ง ก็ ได้. จะ ทรง พิเคราะห์ ไต่ ถาม เอา ความ จริง ชำระ
ตัดสื่น ให้. การ ประกาศ เปิด อยู่ อย่าง นี้, ไม่ มี ที่ ขัด ข้อง.
เพราะ ฉนั้น ผู้ เจ้า คดี ข้อ ความ ใน เรื่อง ใด ๆ, ไม่ เดิน ตามทาง,
เอา เงิน ไป จ้าง โรง พิมพ์ ลง หนังสือพิมพ์, กล่าว โทษ ตระลา
การ แล คู่ ความ ต่าง ๆ, ด้วย เฃ้า ใจ ว่า หนังสือ พิมพ์ จะ ไหล มา
ยัง พระเนตร พระกรรณ, การ ที่ ลง หนังสือ พิมพ์ กล่าว โทษ
อย่าง นั้น เปน ที่ พิรุธ ไป, จะ ให้ ในหลวง ถือ เอา คำ กล่าว ใน
หนังสือพิมพ์, มา ไต่ ถาม ชำระ สระสาง ไม่ได้. ผู้ ไป ลง หนังสือ
พิมพ์ พิรุธ, ไป ว่า ประจาน ตระลาการ มี ความ ผิด อยู่.
๏ จะ ดู เยี่ยง เรื่อง อำแดงพลับ เมือง จันทบุรี ไม่ ได้. เรื่อง
นั้น ขัด ข้อง กีด ขวาง ด้วย ชื่อ ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ ที่ เมือง จันทบุรี ขึ้น.
ความจึ่ง ไป ติด อยู่, แล้ว ความ นั้น ก็ ไกล กรุงเทพ ฯ. ผู้ จะ
ร้องอุธร มา ไม่ ถึง, แล เปน ชาว นอก กรุง งกงัน, กลัว ชื่อ ผู้
หลักผู้ใหญ่. หมอสัมมิศ ออก ไป เที่ยว เมือง จันทบุรี ได้ ความ
มา เปน ความ ประหลาด หู ก็ มา ลง พิมพ์ เล่น. ครั้น ได้ ทราบ
ความ, รับ สั่ง ถาม เจ้า นาย ของ อำแดงพลับ, เจ้า นาย ของ อำ
แดง พลับ กราบ ทูล ยืน ยัน เหมือน ดัง เปน คำ โจทย ขึ้น. จึ่ง ได้
โปรด ให้ ชำระ เอา ความ จริง, เพื่อ จะ บำบัด การ ที่ ราษฎร
งกงัน กลัว ชื่อ ท่าน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ ไป ใน อัน ใช่ ที่. แล คดี
เรื่อง นั้น ผู้ ยืน ยัน ก็ เปน พระองค์เจ้า ใน พระราชวัง, เปน ดัง
โจทย มั่น คง. จึ่ง โปรด ให้ ชำระ.
๏ ก็ ความ เรื่อง อื่น, โจทย จำเลย มี ตัว เปน คู่ ความ
กัน อยู่ ใน โรง ศาล ใน กรุงเทพ ฯ , ควร จะ เรียน เสนาบดี แล
ร้อง ฎีกา. เมื่อ ไม่ เรียน ไม่ ร้อง ไป ลง พิมพ์ ประจาน ตระลา
การ แล คู่ ความ เหมือน หนังสือ ทิ้ง, ผู้ ไป จ้าง โรงพิมพ์ ลง
พิมพ์ มี ความ ผิด อยู่, ทำ คดี ของ ตัว ให้ พิรุธ ง่อนแง่น ไป ไม่
น่า เชื่อ. เพราะ เหน ว่า ว่า เขา ตรง ๆ ไม่ ได้, แล้ว จึ่ง ไป
ลง พิมพ์ นินทา เขา ให้ ได้ อาย. เจ้า ของ ความ ที่ ไป ลง พิมพ์
ชื่อ ว่า ทุบ ต่อย แข้ง ขา ของ ตัว เอง ให้ มี กำลัง อ่อน ไป. ถึง
จะ ว่า ความ ไป ก็ เปน ที่ สงไสย ว่า ไม่ ซื่อ ตรง. คดี เช่น นี้
ผู้ อ่าน หนังสือ พิมพ์ อย่า เชื่อ นัก. ฯะ
๏ หนังสือ พิมพ์ บ่น เพ้อ, ด้วย เรื่อง เมือง สมุทสงคราม
ความ นี้ ก็ เหน จะ เปน ความ จริง อยู่ โดย มาก. ชาว เมือง สมุท
สงคราม มี คน พาล เท่า เกะกะ มาก จริง. ความ ฎีกา ก็ ได้ เกิด
เปน หลาย ราย, คือ ฆ่า กัน ตาย แล ฉุด ผู้ หญิง ไป ทำ ชำเรา.
ความ ฟ้อง แล้ว ชำระ โตง เตง กัน อยู่ ใน เมือง นั้น บ้าง. มา โตง
เตง อยู่ ใน กรมท่า บ้าง, กรมเมือง บ้าง. เมื่อ มา ร้อง ฎีกา
ถวาย ก็ ได้ ทรง ชำระ โดย สุจริต, ได้ ตัว ผู้ ผิด เอา มา ลง พระ
ราช อาญา น่า พระที่นั่ง สุทไธยสวรรย์, ก็ เปน หลาย ราย. แล
ที่ ว่า มี ผู้ แก้ ไข ด้วย เหน แก่ สินบน, ความ นั้น ก็ มี จริง ทรง
จับ ได้, คือ ตระลาการ ศาล กรมท่า, พระ พิพากษา คน เก่า
มา กราบ ทูล แก้ ไข, ว่า ชาย หญิง รัก ใคร่ กัน เอง ตาม กัน
ไป. ไม่ ได้ ฉุด ไป แต่ เรือน บิดา มารดา. ภาย หลัง หญิง
นั้น มา ร้อง ว่า ไม่ ได้ รัก ชาย ที่ ฉุด ไป. เปน แต่ พระ พิพากษา
ทูล แก้ไข ด้วย เหน แก่ สินบน. ทรง ชำระ ได้ ความ จริง,
ชาย ผู้ ฉุด ก็ ได้ ให้ ลง พระราชอาญา แล้ว ส่ง ขึ้น คุก, พระ พิพาก
ษา ให้ ถอด เสีย จาก ที่. การ ประลมประเล ใน กรมท่า ซัด กัน
มา โยน กัน ไป. เมื่อ มี ผู้ ร้อง ฎีกา ฤๅ ให้ พวก พ้อง เอา ฎีกา มา
ถวาย, มี ปาก ยืนยัน แล้ว, ก็ ได้ เคย ทรง เร่งรัด กรมท่า แขง
แรง เอา ตัว ผู้ ผิด มา จน ได้.
๏ แล ที่ ว่า เอา ส่ง คุก ส่ง ตราง ไว้, แล้ว หนี ไป ได้, ฤๅ
มี ผู้ เอา เงิน แล้ว ปล่อย ไป เสีย นั้น ก็ มี จริง. เหมือน อ้าย กุ
ลาป เปน บุตร นาย กอง ใน กรมท่า, ฉุด บุตร หญิง ของ ราษฎร
มา ข่มขืน แล้ว เอา มา ขาย. ความ ฟ้อง ที่ เมือง สมุทสงคราม
ก็ โตงเตง ชำระ ไม่ แล้ว. ส่ง เข้า มา ที่ กรุงเทพฯ. ก็ โยน
กัน มา โยน กัน ไป, จน ความ ร้อง ฎีกา. รับ สั่ง จะ เร่ง เอา
ตัว, ยัง มี ผู้ ไป ยุะ ฯพณฯ กรมท่า ให้ เขียน หนังสือ กราบ ทูล,
พระ กรุณา โต้ ทาน ผิด ๆ ถูก ๆ ไป. จน ทรง ขัดเคือง เปน
อัน มาก. เร่ง เอา ตัว อ้าย กุลาป มา จน ได้, ลง พระราชอา
ญา เฆี่ยน ทั้ง บิดา แล บุตร. แล้ว เอา ตัว อ้าย กุลาป ไป ส่ง ขึ้น
คุก ไว้, อยู่ ใน คุก ไม่ ช้า ปล่อย ให้ หนี ไป ได้, แล้ว ตั้ง หนี.
ได้ มี รับ สั่ง ให้ ตำรวจ ไป จับ ตัว มา ลง พระราชอาญา แล้ว ส่ง ขึ้น
คุก อีก.
๏ แต่ ผู้ เข้า ถ้อย หมอ ความ ตัว ก่อ ความ เอง, แล้ว ร้อง
ฟ้อง กล่าว โทษ ผู้ อื่น เปน แถว ไป ตาม บ้าน, ฤๅ กล่าว การ ที่
เหม็น เหม่ ไม่ สม จริง, เกบ เอา คดี ผู้ อื่น มา ว่า ก็ มี เปน อัน
มาก. เมือง สมุทสงคราม รก เรียว มาก กว่า ทุก เมือง, ใน
หลวง ก็ เหน จริง ด้วย. แต่ ผู้ ที่ มา บ่น พึมพำ ลง หนังสือ พิมพ์
นั้น, จะ ให้ ใน หลวง ถือ เอา หนังสือ พิมพ์ ว่า กล่าว นั้น ไม่ ได้.
เพราะ ทาง มี อยู่ ไม่ เดิน ตาม ทาง, ทาง นั้น คือ ผู้ รักษา เมือง
กรมการ ก็ ต้อง ฟ้อง แก่ เขา. ก็ ถ้า โตงเตง อยู่ ก็ ต้อง อุธร
น่า โรง. ถ้า การ ไป ไม่ ตลอด จะ มา อุธร ศาล หลวง กรุงเทพฯ
ก็ ได้ กราบ เรียน ฯพณฯ กรมท่า ก็ ได้, ฤๅ ความ ส่ง เขา
มา ใน กรุง, เมื่อ ไป ขัด อยู่ โรง ใด ศาล ใด, ให้ ทำ ฎีกา ถวาย.
ถวาย เอง ก็ ได้, ให้ ใคร ๆ ถวาย ก็ ได้. แต่ ให้ มี ตัว โจทย
มา ยืนยัน. แต่ ซึ่ง จะ ทิ้ง หนังสือ ก็ ดี, ไป บ่น เพ้อ ใน หนัง
สือพิมพ์ ถึง ปึก น่า ค่า ชื่อ ก็ จะ หยิบ ยก ขึ้น ว่า ไม่ ได้. โรง
หนังสือ พิมพ์ มัก เชื่อ คน สิ้น คิด. ความ สู้ เขา ไม่ ได้ จะ แพ้ เนา
แล้ว ไม่ อาจ มา ร้อง ฎีกา, จึ่ง ไป ลง หนังสือ พิมพ์. ครั้น ใน
หลวง ไม่ เชื่อ จึ่ง ไป เกบ เอา โน้น เอา นี่ มา บ่น ทับ ถม เมือง นั้น
จะ เอา ชนะ ให้ ได้. รู้ เท่า อยู่ แล้ว, ใจ คน ขาว สำคัญ ว่า คน
ขาว เหมือน กัน นั้น แล เปน คน. คน ดำ เหมือน มิ ใช่ คน,
ถึง จะ ชอบ ภอ รัก ใคร่ กับ คน ดำ. ก็ เหมือน ชาว เรือ ขืน ล่อง
ชอบ กับ ลิง, โยน กล้วย โยน อ้อย ให้ กิน, ไม่ ได้ รัก ลิง เปน
ญาติ พี่ น้อง.
๏ มี พระบรม ราช โองการ ดำรัส ให้ ประกาศ ว่า หนังสือ ทิ้ง
แล หนังสือ ไป ลง พิมพ์ บ้าน หมอ อังกฤษ, ทั้ง สอง อย่าง นี้
จะ เชื่อ ฟัง เอา เปน จริง ไม่ ได้, เหน เปน การ พิรุธ นัก. เพราะ
ใคร ทำ อย่าง นั้น เหน ชัด ว่า, จะ ว่า เขา ตรง ๆ ไม่ ได้, จะ แกล้ง
นินทา ว่า ประจาน เขา ให้ ความ อึง ๆ ไป เท่านั้น. ไม่ เปน ความ
จริง. ถ้า จริง แล้ว ทาง ที่ จะ ว่า นั้น มี อยู่, คือ ที่ โรง ศาล
แล ร้อง ถวาย ฎีกา เบ็ด เผย อยู่ ไม่ ห้าม. ทรง พระกรุณา โปรด
ว่า ผู้ ที่ มี ทุกข์ ร้อน เกี่ยว ข้อง อย่าง ไร ๆ, ให้ มา ร้อง ถวาย ฎีกา.
ถ้า ตัว ผู้ นั้น ต้อง กัก ขัง จอง จำ อยู่ มา ไม่ ได้, จะ ให้ เจ้าขุน มูล
นาย, ฤๅ ญาติ พี่ น้อง พวกพ้อง ฤๅ, ใคร ๆ มา ถวาย ก็ ได้. ถวาย
ข้าง น่า ก็ ได้ ข้าง ใน ก็ ได้. ทาง มี อยู่ อย่าง นี้ ไม่ เดิน ตาม ทาง,
กลับ ไป ลง หนังสือ พิมพ์ บ้าง, ทำ หนังสือ ทิ้ง บ้าง, เหน เปน
พิรุธ นัก. ถึง จะ ว่า ปัก น่า ค่า ชื่อ ฤๅ กล่าว โทษ บ้าน เมือง ต่าง ๆ
จะ ให้ ในหลวง ทรง หยิบ เรื่อง ใน หนังสือ พิมพ์ ออก ให้ ชำระ เอา
เปน เหตุ เปน ผล นั้น ไม่ ได้. ใคร ทำ อย่าง นั้น เหนื่อย เปล่า.
ท่าน ผู้ ที่ ได้ รับ หนังสือ พิมพ์ ไป, อ่าน แล้ว อย่า เชื่อ ฟัง เอา
เปน จริง, ให้ เข้า ใจ ดัง ประกาศ นี้ เถิด.
เรื่อง หมาไน ต่อ น่า ๑๙๙
๏ ส่วน หมา ใน ที่ อาไศย อยู่ ใน ป่า, เขา จับ เอา หมา
เลี้ยง ไว้ ก็ เชื่อง นัก รักษ์ นาย โดย มาก. เปน คำ เล่า กัน ว่า ใน
เมือง ปารีด มี หมา ใน ตัว หนึ่ง, เจ้า ของ เลี้ยง ไว้ เพื่อ จะ ให้
เฝ้า บ้าน เหมือน สุนักข์. รักษ์ นาย ยิ่ง นัก ถ้า นาย ไป แห่ง ใด
ก็ ตาม ไป ทุก แห่ง. ถ้า นาย หนี ไป ไม่ ให้ เหน, สัตว์ นั้น
ก็ หา ความ สบาย มิ ได้, วิ่ง ไป วิ่ง มา เที่ยว หา นาย.
๏ ครั้น อยู่ มา เพลา วัน หนึ่ง, นาย มี ธุระ ต้อง ไป ทาง
ไกล. เอา สัตว์ นั้น ไป ฝาก ไว้ ที่ โรง เลี้ยง สัตว์, สัตว์ นั้น
ก็ หา กิน อาหาร ไม่. ครั้น อยู่ ภาย หลัง ก็ ค่อย คลาย ทุกข์, ลุก
ขึ้น กิน อาหาร อ้วน พี ก็ มี ใจ รักษ์ นาย ใหม่ มาก. อยู่ มา ประมาณ
สิบ แปด เดือน นาย เก่า กลับ มา, ก็ ไป เยี่ยม สัตว์ นั้น ๆ ได้
ยิน เสียง นาย ก็ ดีใจ. นาย ใหม่ เหน ดังนั้น ก็ ปล่อย ออก มา,
สัตว์ นั้น ก็ เข้า กอด คอ นาย เก่า ไว้. อยู่ มา ภาย หลัง นาย เก่า
ก็ ไป จาก ที่ นั้น อีก สาม ปี, สัตว์ นั้น ก็ อยู่ สบาย กับ ด้วย เพื่อน
กัน เปน สอง. เมื่อ ครบ สาม ปี แล นาย นั้น กลับ มา, สัตว์ นั้น
ก็ ทำ เหมือน ได้ กล่าว มา แล้ว แต่ หลัง. แล ครั้ง ที่ สาม นาย
นั้น ก็ ได้ ไป จาก นั้น อีก, สัต นั้น ไม่ สบาย ไม่ กิน อาหาร ก็ ผอม
ไป. ภาย หลัง นาย ได้ กลับ มา อีก, สัตว์ นั้น ก็ รักษ์ นาย
ทั้ง สอง คน. ถ้า ผู้ ใด เดิน เข้า ไป ใกล้, สัตว์ ก็ คำราม ทำ
ที่ เหมือน จะ กัด แต่ ทว่า หา ทำ ไม่ ดอก.
๏ อนึ่ง ที่ แขวง เมือง อเมริกา, ใน เมือง เคนตะกี, แล
หมาไน ที่ ลาย ต่าง ๆ นั้น ก็ มี ชุม นัก, ฝูง ไก่ หา ความ สบาย มิ
ได้, ด้วย สัตว์ นั้น ย่อม กิน แต่ ไก่ เปน นิจ. บาง ที ก็ กัด
กิน ลูก วัว แล หมู เปน อาหาร. แม้น คน ใด เดิน ไป ใน ป่า เมื่อ
เวลา กลางคืน, สัตว์ นั้น ก็ เข้า ล้อม เปน ฝูง ใหญ่ เพื่อ จะ กัด
คน นั้น.
๏ ครั้น อยู่ มา วัน หนึ่ง, พวก คนดำ เขา ทำ การ บ่าวสาว
กัน. บ้าน อื่น มี ผู้ หนึ่ง ที่ เขา ได้ ตั้ง ไว้ เปน นาย ใน การ บ่าวสาว
นั้น ชื่อ ดิก. บ้าน นั้น ไกล ประมาณ ๖ ไมล์. การ บ่าวสาว นี้ ได้
จัดแจง กัน เมื่อ ระดู หนาว. แล ระดู นี้ หมาไน ดุะ นัก. เมื่อ เวลา
คืน วัน นั้น เดือน หงาย, เขา ถือ ซอ ออก ไป จาก บ้าน มี ทาง เดิน
ตัด ลัด ไป ใน ป่า หา เห็น สิ่ง ใด ไม่ เพราะ เปน ป่า ทึบ. นาย ดิก
นั้น เดิน ไป โดย เร็ว เพื่อ จะ ให้ ถึง ทัน ใน การ บ่าวสาว. ครั้น เขา
เดิน ไป ถึง กลาง ป่า ก็ ได้ ยิน เสียง สัตว์ นั้น หอน เห่า. เดิน ไป
ประมาณ อีก หน่อย หนึ่ง ก็ ได้ ยิน สัตว์ นั้น ร้อง ดัง ขึ้น ทุก ๆ ที่,
ดู เหมือน ป่า นั้น จะ เตม ไป ด้วย สัตว์. แล สัตว์ นั้น ก็ วิ่ง ตาม
นาย ดิก นั้น ไป. อัน ธรรมดา หมาไน เมื่อ จะ กัด คน ต้อง ดู เสีย
ก่อน แล้ว จึง กัด. นาย ดิก นั้น ก็ รู้ ว่า ตัว ได้ อยู่ ใน ที่ สำนัก
ที่ หมาไน ได้ เดิน ผ่าน หน้า ท้าว เข้า ไป, เสียง สัตว์ ร้อง ดัง
เหมือน กับ เหล็ก ที่ ดัก หนู ลั่น. นาย ดิก ก็ รู้ อยู่ ว่า ถ้า จะ วิ่ง
ไป ก็ เหน จะตาย เปน แท้, เพราะ เหตุ ว่า สัตว์ นั้น ถ้า เหน คน
เดิน โดย ปรกติมิได้ สดุ้ง ตกใจ กลัว แล้ว, ก็ มิอาจ ทำ อันตราย
ได้. เขา ก็ เดิน โดย ปรกติ ไป. แต่ คิด ว่า ถ้า ไปถึง ที่ สว่าง เข้า
แล้ว เมื่อ ได สัตว์ นั้น ก็ มิ อาจ ตาม ไป ทำ อันตราย. แล้ว จะ ภบ
กะท่อม แห่ง หนึ่ง ภอ จะ อาไศรย ได้. สัตว์ นั้น ก็ ตาม ไป ใก้ล
เข้า ทุก ที่ ๆ จน เขา แล เหน ตา ได้ ทุก ข้าง. แล สัตว์ นั้น ก็
วิ่ง ใก้ล ขา เข้า, แล อ้า ปาก เพื่อ จะ กัด นายดิก. ๆ เอา ซอ ตี สัตว์
หวัง จะ มิให้ ทำ อันตราย. แต่ สาย ซอ นั้น ดัง, สัตว์ เหล่า
นั้น ตกใจ กลัว วิ่ง หนี ไป, นายดิก เหน ดัง นั้น ก็ ดีใจ, วิ่ง ไป
จน ถึง ที่ สว่าง ก็ โดต ไป โดย เร็ว เอา นิ้วมือ ดีด ซอ เข้า ไว้, สัต
นั้น ก็ รอ อยู่ ตาม ชาย ป่า. ส่วน นาย ดิก เหน ดัง นั้น ก็ วิ่ง ไป,
สัตว์ เหน นายดิก วิ่ง ก็ ร้อง ด้วย เสียง ดัง, วิ่ง ตาม นาย
ดิก ไป โดย เร็ว. เมื่อ กำลัง นาย ดิก วิ่ง ไป นั้น สายซอ ก็ ดัง
ขึ้น, นายดิก ใก้ล จะถึง กท่อม. ฝ่าย หมาไน ก็ วิ่ง เข้า มา ใก้ล ส้น
ท้าว, นายดิก วิ่ง เข้า ไป อาไศรย ใน กท่อม. ก็ คิด ว่า เหน
จะ ไม่ พ้น จึ่ง ปีน ขึ้น ไป บน หลัง คา, หมาย ใจ ว่า จะ ไม่ ทำ
อันตราย ได้. สัตว์ นั้น ก็ โกรธ วิ่ง เข้า ไป ใน กท่อม, โจน
ขึ้น ไป หวัง จะกัด นายดิก ก็ หา ถึง ไม่. แล บาง ตัว ก็สอด จะ
มูก ขึ้น ไป ตาม ช่อง หลังคา. นายดิก ก็ ยก ท้าว หนี เสีย แล้ว
ชัก ซอ ดัง อ้อนี, สัตว์ นั้น ก็ หนี ไป นั่ง อยู่ รอบ โรง. สี ไป
ได้ น้อย หนึ่ง ก็ ค่อย คลาย หาย ความ กลัว. จึ่ง คิด ว่า ตัว เรานี้
เปนผู้ สี ซอ ให้ สัตว์ ฟัง เปน หลาย สัตว์, สี ไป ๆ หลาย ชั่วโมง
ก็ เหนื่อย นัก. แล้ว คิด ว่า ถ้า จะ ไม่ สี แล้ว สัตว์ ก็ จะ โจน ขึ้น
ไป กัด, ที่ ไหน เรา จะ พ้น ความ ตาย เล่า. จึ่ง สี ซอ ต่อ ไป
อีก กว่า พวก บ่าว สาว เขา มา ตาม, ก็ เหน นายดิก นั่ง สี ซอ อยู่
บน หลังคา, แล้ว ก็ ช่วย ภา นาย ดิก ไป พ้น สัตว์ นั้น.
สาศนา บาดหลวง ใน เมืองไอรลันต์
๏ เมืองไอรลันต์ นั้น, เปน เกาะ อยู่ เคียง กัน กับ เกาะอัง
กฤษ, เปน เมือง ขึ้น อยู่ กับ เมือง อังกฤษ. ชาว เมือง ไอร
ลันต์ นั้น ไม่ สู้ มี ความ สุข, หา ได้ จำ เริญ เหมือน ชาว อังกฤษ ไม่.
พวก ไอรลันต์ มัก คิด ว่า ไม่ ได้ จำ เริญ, เพราะ เกาเวอเมนต์ อัง
กฤษ ครอบ ครอง ไม่ ดี, เปน ที่ จะ เบียด เบียน ข่ม ขี่ นัก. จึ่ง
คิด จะ ตั้ง แขง, แล้ว ชัก ชวน ให้ คน เข้า สัญญา กัน ว่า, จะ
พร้อมใจ กัน แขง เมือง. คน พวก นั้น เรียก ว่า ฟีเนียน. ได้คน
เข้า เปน พัก พวก หลาย หมื่น คน, แทบ ถึง เวลา ที่ จะ ลง มือ
ใน การขบถ. ภอ เคาเวอเมนต์ อังกฤษ รู้, จึ่ง จับ ตัวผู้ใหญ่
หลาย คน ทำ โทษ. การที่ คิด ขบถ นั้น ก็ สงบ ลง. แต่ ความ
ที่ ชาว ไอรลันด์. คิด ว่า อังกฤษ เปน สัตรู นั้น คิดผิด ไป.
แล การ ที่ พวก ไอรลันด์ ก็ ไม่ ได้ จำ เริญ นั้น, หา เปน เพราะ
เคาเวอเมนต์ไม่. ที่ จริง นั้น เปน เพราะ ชาว ไอรลันด์ นับ ถือ
สาศนา บาดหลวง, ก็ ชาว อังกฤษ มิ ได้ นับถือ สาศนา บาด
หลวง เปน หลาย ร้อย ปี มา แล้ว.
๏ แต่ นี้ จะ คัด หนังสือ จาก จดหมาย เหตุ อังกฤษ, ที่ มี
ชื่อ ว่า, เมตโทดิศ ว่า ใน คฤษศัก ราช ๑๘๔๑ เกาะไอรลันด์นั้น มี
คน นับ ได้ แปด ล้าน คน. ใน คฤษ ศักราช ๑๘๕๑ มี แต่ ห้า
ล้าน เจด แสน ห้า หมื่น คน. ใน คฤษ ศักราช พัน แปด ร้อย สิบ
เบด ปี, มี คน ประมาณ ได้ เจ็ด หลาน คน. ตั้ง แต่ คฤษศักราช
พัน แปด ร้อย สิบ เบด ปี นั้น, เกาะ อังกฤษ ก็ เกิด คน มาก กว่า
ที่ มี แต่ ก่อน ๆ นั้น สอง เท่า. แล เมือง สกอตลันด์ ที่ ขึ้น อยู่ กับ
อังกฤษ เคียง กัน เกิด คน ใน เมือง มาก กว่า แต่ ก่อน สองเท่า.
จึ่ง มี คำ ถาม ว่า เหตุ ได, คน ใน เมือง ไอรลันด์ นั้น จึ่ง น้อย ไป ๆ
กว่า แต่ ก่อน นั้น. บาง คน ก็ แก้ ว่า เปน เพราะ ชาว ไอรลันด์
อพยบ ข้าม มหาสมุท ไป อยู่ เมือง อะเมริกา โดย มาก ทุก ปี ๆ.
ความ ที่ แก้ ดัง นี้ หา ถูก ไม่, เพราะ ดิน ที่ เกาะ ไอรลันด์ นั้น อุ
ดม ดี กว่า ดิน ที่ เกาะ อังกฤษ แล เมือง สกอตลันด์ ด้วย. เหตุ
ผล ประการ ได, คน ใน เมือง อังกฤษ แล สกอตลันด์ จึ่ง ไม่ อพ
ยบ ไป เมือง อะเมริกา เหมือน ชาว ไอรลันด์ เล่า. ถ้า ชาว ไอรลันด์
อพยบ ไป อยู่ ทวี่บ โน้น โดย มาก, ก็ ควร ที่ จะ เกิด ความ สุข แก่
คน ที่ ยัง เหลือ อยู่ บ้าน, เพราะ จะ มี ที่ ว่าง ขวาง และ เงิน จ้าง ก็
จะ จำเริญ ขึ้น. แต่ ข่าว มา แต่ เกาะ ไอรลันด์ ว่า, ความ ยาก จน
กลับ ทวี ขึ้น, ทั้ง เทือก สวน ไร่ นา ก็ มี น้อย กว่า แต่ ก่อน นัก,
และ ทุก วัน นี้ เทือก สวน ที่ มี ราคา, ถึง สิบ ห้า ล้าน เหรียญ เจ้า
ของ ลง เปน หนี้ เขา ก็ ต้อง ขาย สวน. และ ที่ ได้ ขาย ใน สิบ หก
ปี ที่ ล่วง มา นี้ มี ราคา ร้อย หก สิบ ล้าน เหรียน. มี คำ ถาม ว่า
เหตุผล ประการ ใด, ชาว ไอรลันด์ จึ่ง ได้ ความ ยาก เช่น ว่า มา
นี้. และ จะ โทษ เอา เคาเวอเมนต์ อังกฤษ ไม่ ได้, ด้วย เคาเวอ
เมนต์ อังกฤษ ปราถนา แต่ จะ ให้ เมือง ไอรลันด์ จำ เริญ ขึ้น, เพราะ
เปน เมือง ขึ้น แก่ ตัว, และ จะโทษ เอา เกาะ เอา ที่ ดิน นั้น ก็ ไม่
ได้ เพราะ ว่า ดิน ก็ เปน ดิน อุดม ดี. จะโทษ ได้ แต่ สาษนา บาด
หลวง, เพราะ คน นับถือ เข้า สาศนา บาดหลวง ประมาณ ห้า ส่วน
เหลือ อยู่ ส่วน หนึ่ง, แต่ ที่ เปนโปรเต็ตตัน คือ พวก ที่ ไม่ รับ คำ สั่ง
สอน บาด หลวง ถือ ซึ่ง สาศนา พระเยซู เหมือน อย่าง อังกฤษ นั้น
๏ ความกรุงเทพ
๏ เรา ผู้ เจ้า ของ จดหมายเหตุ, มี ความ เศร้า หมองใจ เพราะ
ข่าว ฦๅ ว่าพระเจ้า นองยาเธอกรมหมื่น ถาวรวรยศ, ไปเที่ยว
เสวย สุรา เมา แทบ จะ ทุก วัน. แล ความ ที่ ฦๅ นั้น เปน ความ
จริง เพราะ ผู้ใหญ่ ฝ่าย ไทย แล ฝ่าย ชาว ยูโรบ, ได้ รู้ ได้ เหน
โดย มาก, แล คำ ที่ ฦๅ นั้น ว่า พระเจ้า น้องยาเธอ กรมหมื่น
ถาวรวรยศ, ไป เที่ยว ตามโรง กงสีโป, แล โรงสุรา ขอ สุราเสวย
บ้าง, ขอสิ่ง ของ เล็ก น้อย บ้าง. คน ทั้งปวง ก็ ไม่ อาจ จะ ขัด
ขืน ได้, ด้วย เคย เข๊ด เคย กลัว มา หลาย ครั้ง แล้ว. กรม
หมื่น ถาวร ทำ การ ดัง นี้ เปน ที่ อัปยศ นัก, เพราะ ท่าน เปน เจ้า
ใหญ่. ถึง มาทว่า ไพร่ ทำ การ ดัง นี้ ก็ เปน ที่ น่า อาย, แต่
หาก ว่า เปน ไพร่ ก็ หา สู้ มี คน นินทา นัก ไม่. นี่ ท่าน เปน เจ้า
มีกรม แล้ว เที่ยว ทำ ดัง นี้ เนืองๆ, คน ที่ ได้ รู้ ได้ เหน ก็ ชวน
กัน ติเตียน ต่าง ๆ, แล ความ จึ่ง ได้ อึง ไป. ชาว ยูโรบ ทั้งปวง
ก็ ถา กัน เสียใจ ด้วย. ดูเหมือน ใน หลวง จะ ไม่ ทรง ทราบ
ความ ชั่ว กรมหมื่น ถาวรวรยศ. ถ้า ได้ ทรง ทราบ ก็ เหน จะ
ห้าม ปราม มิ ให้ ทำ ดัง นั้น ต่อ ไป. ข้าพเจ้า ผู้ เจ้า ของ หนังสือ นี้
ทราบ ว่า, เจ้า นาย แล ขุนนาง ผู้ใหญ่ ผู้ น้อย ผู้ใด ผู้ หนึ่ง, ไม่
อาจ กราบ ทูล พระกรุณา ให้ ใน หลวง ทรง ทราบ ได้. ข้าพเจ้า
จึ่ง ปลงใจ ลง ว่า จะ เอา เปน ธุระ เอง. ครั้น จะ นิ่ง ความ เสีย,
ก็ หา สม ควร ที่ เปน คน รักษ์ ใคร่ คิด ถึง พระเดช พระคุณ ไม่.
แล จะ เปน คน ขาด จาก เมตา กรมหมื่น ถาวรวรยศ ด้วย. อนึ่ง
ข้าพเจ้า เหน ว่า ใน หลวง แต่ พระองค์ เดียว, มี อำนาท ที่ จะ ห้าม
ปราม กรมหมื่น ถาวรวรยศ ให้ เด็จ ขาด ได้. ถ้า จะ ห้าม ผู้ ใด ๆ
มี ให้ ถวาย สุรา กรมหมื่น ถาวร ก็ ควร. ถ้า รับ สั่ง ห้าม กรมหมื่น
ถาวรวรยศ ให้ อด สุรา ลง ได้ สัก ปี หนึ่ง สอง ปี, กรม หมื่น ถาวร
วรยศ ก็ จะ คืน ดี ดัง เก่า จะ ได้ เปน ความ สรรเสริญ, เพราะ ท่าน
เปน เจ้า ใหญ่, คน เมา สุรา นี้ ถ้า จะ ว่า เหมือน กับ คน บ้า. แต่ ใน
ประเทศ ยูโรบ นั้น, ถ้า เปน บ้า แล้ว ก็ จะ มี ธรรมเนียม ให้ กัก
ขัง รักษา ไว้ แต่ โดย ดี แล บำรุง ให้ ใจ คอ สบาย ชื่น มื่น อย่า
ให้ คน บ้า ลำ บาก. คน บ้า ก็ กลับ หาย จาก บ้า โดย มาก. อัน จะ
ปลอย คน บ้า ไว้ แต่ ตาม ลำ พัง นั้น, ก็ มัก เกิด ความ วุ่น ๆ
วาย ๆ บาง ที คน บ้า ไป เที่ยว ทิ่ม แทง, ฆ่า ผู้ พัน คน ทิ้ง ไฟ
เผา เหย้า เรือน, กระ ทำ บ้าน เมือง ให้ เปน อันตราย ต่าง ๆ, จะ ไว้
ใจ คน บ้าน นั้น มิ ได้. จึ่ง มี ธรรมเนียม ใน พระเทศ ยูรบ แล อเม
ริกา, เมื่อ เหน ผู้ ใด เปน บ้า แน่ แล้ว, ก็ เอา ตัว ไป ไว้ ที่
หัสปิตัล แปล เปน ไทย ว่า ที่ รักษา โรก ต่าง ๆ.
๏ อนึ่ง ที่ ข้าพเจ้า มี ใจ กล้า ลง พิมพ์, กล่าว โทษ ผิด ของ
กรม หมื่น ภาวรวยศ เช่น นี้, ใช่ จะ มี ใจ เจ็บ แค้น ผูก พยา
บาท นั้น มิ ได้. เพราะ เหน แก่ แผ่น ดิน แล เหน แก่ กรม หมื่น
ภาวรวยศ ด้วย, ปราถนา จะ ให้ กรม หมื่น ภาวรวยศ ทรง สละ
ละ การ ชั่ว, ประพฤดิ์ การ สุจริต ที่ สมควร. กรม หมื่น ภาวร
ววยศ จะ ได้ ความ สบาย ก็ เพราะ พระ บารมี ใน หลวง. ถ้า ใน
หลวง ไม่ เอา เปน ธุร แล้ว, เหน ว่า กรม หมื่น ภาวรวยศ จะ
วุ่น วาย หน้า ขึ้น ไป ทุก ที ๆ.
๏ ตึก พระภาษี สมบัตบริบูรณ
๏ ข้าพเจ้า เที่ยว ไป มา ตาม ลำ แม่ น้ำ, ดู ตึก พระภาษี
สมบัตบริบูรณ, เปน ที่ จำเริญ ตา ชน ทั้ง ปวง ที่ ขึ้น ล่อง ตาม
ลำ แม่ น้ำ. เหตุ ทั้ง นี้ และ ตึก นั้น จะ มี ประโยชน์ สอง ฝ่าย, คือ
ประโยชน์ แก่ ท่าน เจ้า ของ และ ผู้ ที่ ได้ เหน ได้ ชม ด้วย. และ
ท่าน ได้ ถอย แพ ออก พ้น น่า ตึก, การ ไม่ มี สิ่ง ที่ กั้น กำบัง ตึก,
ดู เปน ที่ สอาด ตา นัก. นั้น และ เปน ธรรม เนียม ยูรบ แท้ ๆ. ถ้า
ผู้ ใด มี บ้าน เรือน, เจ้า ของ บ้าน เจ้า ของ เรือน ก็ ต้อง จัด แจง
น่า บ้าน น่า เรือน ให้ เรียบ ร้อย งด งาม. ถ้า เปน คน มั่ง มี, และ
มี ที่ ทาง กว้าง ขวาง ก็ จัด แจง ให้ มี ชาน บ้าน, ได้ ปลูก ต้น ไม้
งด งาม บริบูรณ ด้วย ดอก ผล เพื่อ ให้ จำเริญ ตา แก่ คน เดิน ทาง,
ถ้า บ้าน เรือน อยู่ ใน เมือง ใหญ่ ที่ ทาง คับ แคบ, ก็ ได้ จัด แจง
มิ ให้ โรง ร้าน กำบัง น่า ตึก เลย. แต่ ธรรม เนียม ไทย นั้น เสีย
ดาย ที่ มัก ปลูก โรง ร้าน โรง เลื้อย ให้ คน เช่า, ให้ เปน ที่ รก
เรี้ยว น่า บ้าน น่า ช่อง ของ ตัว. และ ใน กรุง เทพ นี้ ตาม ลำ แต่
น้ำ ก็ มี บ้าน เรือน และ ตึก โต ใหญ่ หลาย แห่ง, แต่ ล้วน แม่
บ้าน เรือน งด งาม. แต่ ผู้ ที่ ขึ้น ล่อง ไป มา หา เหน ว่า งด งาม
ยัง ไร ไม่, ดู มี แต่ โรง ร้าน รก เรี้ยว รุง รัง บัง น่า ตึก. ถึง บ้าน
ส่าง ใหม่ พระยา บุรุษ รัตณราช พัลลภ นั้น, ถ้า ไป เรือ ก็ แล เหน
แต่ หลังคา แดง ๆ. ถึง พระบรมมหาราชวัง ก็ รก เรี้ยว ด้วย โรง
เรื่อ และ เย่า เรือน ราษฎร, ชาว นอก ประเทศ ไป มา, ไม่ เหน อา
ไร ที่ จะ ชมเชย ได้.
กงสุลฝรังเสศ
๏ หนังสือ จดหมาย อังกฤษ มา แต่ เมือง ปาริศ, ชื่อ คา
ลิค นายเม็ต เซนเซอ, ได้ ลงพิมพ์ เมื่อ ณวัน พุทธ เดือน ๑๒ ขึ้น
สาม ค่ำ, เปน หนังสือ เลง เอา ฃ่าว ที่ มา แต่ กรุงเทพ ฯ ที่
ว่า ด้วย มลเซีย โอ เบเร กงสุล ฝรังเสศ, ได้ ทำ วุ่น วาย ใน
กรุงเทพ เมื่อ ครั้ง ก่อน นั้น. ใน หนังสือ นั้น เปน ใจ ความ ว่า ใน
บังกอก เกิด ความ ผิด ประลาด นัก, คือ กง สุน ฝรังเสศ ได้ เกิด
ความ ขัด ค่อง กัน กับ พระเจ้า แผ่น ดิน สยาม. เรา ได้ คัด เรื่อง
ความ นั้น ออก จาก หนังสือ บังกอก ริคอเดอ, ที่ เปน ภาษา อัง
กฤษ เบน จด หมาย เหตุ ประเสิฐ ที่ ควร จะ เชื่อ. ความ ที่ เรา
ขัด นั้น ได้ ลง พิมพ์ ใน ใบ นี้ น่า ข้าง โน้น, แต่ หา ได้ ลง ให้
หมด ไม่, เพราะ ที่ นั้น น้อย คับ แคบ อยู่. ถ้า ผู้ ได ๆ อ่าน ใน น่า
ที่ ขัด ออก นั้น ก็ คง เหน ว่า, กงสุลฝรังเสศ นี้ เปน การ ดู
เหมือน จะ เปน ความ ผิด ใหญ่ จริง, ไม่ สม กับ ขุนนาง ฝรังเสศ
ที่ มี ชื่อ เสียง ว่า เปน คน รู้ ใน อาชาไสย ดี นัก, แล ขุน นาง
ฝรังเสศ ย่อม ถือ ตัว ว่า, เปน คน ดี มี อาชาไสย กว่า เมือง อื่น ๆ.
พวก ข้าพเจ้า เหน ว่า, เคาเวอเมนต์ ฝรังเสศ จะ ไม่ รับ การ มล
เซียโอเบเร นั้น เลย. แล คง จะ ห้าม ปราม ใน การ ชั่ว นั้น เมื่อ คำ
ฟ้อง จะ มา ถึง เคาเวอเมนต์ แล้ว, แล เคาเวอเมนต์ จะ ขัดขวาง ไว้
๏ ข้าพเจ้า ผู้ เปน เจ้า ของ หนังสือ จด หมาย เหตุ ใน ภาษา
ไทย นี้, มี ความ หวัง ใจ ว่า คน ที่ ดี มี ปัญญา ภอ ประ มาร คง จะ
ปลง ใจ เหน พร้อม ใจ กัน, ใน การ ผิด ของ มน เซีย โอ เบ เร นั้น,
ถ้า มนเซียโอเบเร ได้ รู้ ว่า, ตัว ผิด แล ลุกระโทษ รับ ษารพาภ
ตาม ที่ สม ควร แล้ว, ข้าพเจ้า จะ มิ ได้ ลง พิมพ์ กล่าว โทศ ท่าน
ต่อ ไป อิก เลย. แต่ ข้าพเจ้า ได้ ยิน ข่าว ว่า เมื่อ ท่าน จะ ออก จาก
กรุง สยาม นี้ ท่าน ก็ รู้ ว่า ตัว ผิด จริง, แต่ หา ได้ ไป ลุกระ โทษ
สารภาพ โดย ดี ไม่. ควน ที่ ท่าน จะ ไป ขอโทษ เอง ก็ หา ไป ไม่ ใช่
ให้ บ่าว ไป สุกระโทษ แก่ หม่อมราโช ทัย แทน ตัว ท่าน, ได้ ทำช
นี้ ดู เปน การ ดูถูก ซ้ำเติม ขึ้น ทุก ที.
เรือ กลไฟ ใน กรุงเทพ
๏ อนึ่ง ข้าพเจ้า พิจารณา เหน ว่า เรือ กล ไฟ ใน กรุงเทพ นี้,
เปน เรือ เล่น โดย มาก, มิ ได้ มี ประโยชน์ ตาม ที่ สม ควร จะ มี.
แต่ เรือ ไวกองต์แคน ลำ หนึ่ง, เรือ เจ้า พระยา ลำ หนึ่ง, เรือ
สอง ลำ นี้ ได้ การ ดี มี ประโยชน์ แก่ เมือง มาก. แต่ เรือ เจ้า
พระยา นี้ ได้ การ ดี ยิ่ง นัก. ทำ ให้ เมือง สิงคโปร์ เข้า มา ใกล้
กับ กรุงเทพ เปน ทาง แต่ ๔ วัน, ๕ วัน, เสมอ. แต่ ก่อน
เป็น ทาง ๑๕ วัน บ้าง, ๓๐ วัน บ้าง, ๒๐ วัน บ้าง, หา กำหนด
แน่ ไม่. แต่ ทุก วัน นี้ เปน ที่ กำหนด ได้ แม่น ยำ ดี นัก. ชาว
ประเทศ ยูรบ แล ประเทศ อเมริกา, ที่ ได้ มา พึ่ง อาไศย กรุงเทพ
มี ใจ ขอบ คุณ ท่าน เจ้า ของ เรือ เจ้า พระยา เปน อัน มาก. ขอ ให้
การ ของ ท่าน นี้ ได้ จำ เริญ ยิ่ง ขึ้น ไป, มิ ได้ หยุด. เทอญ.
หนังสือหมอบรัดเล
๏ หนังสือ ข้าพเจ้า หมอบรัดเล, ฃอ อวยพร มา ถึง ท่าน ทั้ง
ปวง, ที่ ได้ ซื้อ จดหมายเหตุ เล่ม ที่ หนึ่ง นี้. ใบ นี้ เปน ที่ สุด
เล่ม ที่ หนึ่ง จบ ลง แล้ว. ข้าพเจ้า จะ ตี เล่ม ที่ สอง ต่อ ไป หวัง ใจ
ว่า จะ ให้ ดี ขึ้น ทุก ที, แล ปราถนา จะ ให้ เปน ประโยชน์ แก่ ท่าน
ทั้ง ปวง,แล บ้าน เมือง. จึ่ง ได้ เอา ใจ ใส่ ใน การ แต่ง จดหมายเหตุ
นี้ ทั้ง กลาง วัน แล กลาง คืน. แต่ บัด นี้ ข้าพเจ้า มี ความ ทุกข เพราะ
ได้ ยิน ข่าว ว่า, ท่าน ทั้ง ปวง ที่ ยัง ไม่ ได้ ใช้ เงิน ค่า หนังสือ นั้น
ไม่ ชอบ ใจ ด้วย, มี ชื่อ เสียง อยู่ ใน พิมพ์ เมื่อ ณวัน ขึ้น สิบ ห้า
ค่ำ เดือน สาม นั้น, ลาง คน ก็ ขัด ใจ นัก ว่า จะ ไม่ รับ หนังสือ
จดหมาย ต่อ ไป อีก. แล การ ซึ่ง ข้าพเจ้า ทำ ดัง นี้ หมาย ว่า จะ
เปน การ ดี ด้วย กัน. ด้วย มี ธรรมเนียม อยู่ ถ้า ผู้ ใด ได้ ใช้ เงิน
แล้ว ก็ ต้อง มี หนังสือ ตอบ. แต่ ครั้ง นี้ เหน ว่า จะ ลำบาก
ไป, จึ่ง เขียน ชื่อ ท่าน ที่ รับ หนังสือ พิมพ์, ผู้ ที่ ให้ เงิน แล้ว ก็
มี ฟอง คัน ตัน ชื่อ เปน สำคัญ เหมือน บิลล์. ท่าน ที่ ยัง ไม่ ได้ ให้
นั้น ก็ ไม่ มี สิ่ง ใด เปน สำคัญ จะ ได้ จำ กัน ง่าย. ฯ ซึ่ง ข้าพเจ้า
จะ ได้ ลง ชื่อ ทอง เงิน, แกล้ง ประ จาน ท่าน ทั้ง ปวง นั้น มิ ได้
เลย. ที่ หลัง ข้าพเจ้า จะ ไม่ ทำ การ ดัง นี้ ต่อ ไป. ข้าพเจ้า ฃอ
อไกย เสีย เถิด. บาง ที คน ที่ ใช้ เงิน แล้ว, ข้าพเจ้า ลืม ไป
บ้าง หา ได้ ลง ฟ้อง ต้น ชื่อ ไม่. หยาก จะ ให้ ท่าน ทั้งปวง มา
ชำระ เสีย จะ ได้ รู้ แน่ ว่า ให้ เงิน แล้ว แล ยัง ไม่ ได้ ให้.
๏ อนึ่ง ตั้ง แต่ นี้ ไป. ข้าพเจ้า ตั้งใจ ว่า คน ทั้งปวง ผู้
ใดๆ จะ ต้องการ จดหมายเหตุ เล่ม ที่ สอง ต่อไป, ถ้า ไม่ ได้ มา
บอก เลิก ข้าพเจ้า ก็ จะ เข้าใจ ว่า, ท่าน ผู้นั้น คง จะ ต้อง การ ต่อ
ไป. ข้าพเจ้า จะ ต้อง ฝาก ไป เสมอ ทุก คราว. ถ้า ผู้ใด จะ ไม่ รับ
แล้ว ก็ ขอให้ มา บอก ข้าพเจ้า ว่า ไม่ รับ แล้ว, ข้าพเจ้า ก็ จะ ไม่
ฝาก ไป ให้.
๏ หนังสือ จดหมาย เหตุ เล่ม ที่ หนึ่ง
๏ ถ้า ผู้ใด ปราถนา, จะ ผูก หนังสือ จดหมายเหตุ เล่ม
ที่ หนึ่ง ให้ เปน เล่ม ดี ๆ, เอา ไว้ ใช้ นาน, ข้าพเจ้า จะ รับ
ทำ. ถ้า ขาด ไป สอง ใบ สาม ใบ ก็ ภอ จะ เพิ่มเติม, จัด
แจง ให้ เปน เล่ม เข้า ได้ แล้ว จะ ให้ มี เปน สารบาญ, บอก ความ
ซึ่ง มี อยู่ ใน เล่ม นั้น จะ อยู่ น่า ไหน, ก็ จะ หา ง่าย. การ ผูก
หนังสือ จดหมายเหตุ นี้, ฃอ ราคา บาท หนึ่ง.
๏ จดหมายเหตุ เล่ม หนึ่ง ยัง เหลือ อยู่ ที่ ข้าพเจ้า นั้น ก็ มี,
ถ้า ผู้ ใดๆ อยาก จะ ได้ ข้าพเจ้า จะ ขาย ให้. ถ้า ผูก เปน เล่ม ดี ๆ
ข้าพเจ้า จะ เอา เล่ม ละ หก บาท. ถ้า เปน แต่ ผูก ภอ จะ ใช้ ได้,
ก็ จะ เอา ราคา เล่ม ละ ห้า บาท.
หนังสือ สามก๊ก
๏ ข้าพเจ้า ดีใจ ด้วย จะ มี หนังสือ บอก ท่าน ทั้ง หลาย, ที่
ได้ ลงชื่อ ซื้อ เรื่อง สามก๊ก นั้น. เล่ม ที่ หนึ่ง ได้ ผูก แล้ว หลาย
เล่ม, จะ จำหน่าย ตาม ที่ ท่าน ทั้งหลาย ได้ ลงชื่อ, ตาม ลำดับ
กัน ไป. ผู้ ที่ ลง ชื่อ ไว้ ก่อน ก็ ควร จะ ให้ ก่อร. คน ที่ ได้ ลง
ชื่อ นั้น ประมาณ สอง ร้อย คน. แล การ ผูก หนังสือ สอง ร้อย
เล่ม นั้น, เปน การ ยืดยาว เห็น คง จะ แล้ว ใน สามสิบ วัน. ตั้ง
แต่ นี้ ไป ข้าพเจ้า ต้อง จำหน่าย ทุก วัน, ตาม ที่ ได้ ทำ แล้ว.
โดย ลำดับ ชื่อ ใน บาญชี รายชื่อ นั้น แต่ ใน สอง ร้อย คน ที่
ได้ ซื้อ นั้น, มี คน หนึ่ง ว่า จะ เอา ร้อย จบ, อีก คน หนึ่ง จะ เอา
หกสิบ จบ. อีก คน หนึ่ง จะ เอา ยี่สิบ จบ. อีก คน หนึ่ง จะ เอา
สิบ จบ, อีก คน หนึ่ง จะ เอา ห้า จบ, อีก คน หนึ่ง จะ เอา สาม
ขบ. อีก คน หนึ่ง จะ เอา สอง จบ. คน เล่า นี้ ข้าพเจ้า จะ ผ่อน
ให้ แต่ คน ละ เล่ม ก่อน, กว่า จะ ครบ จำนวล ของ ท่าน, เหน ว่า
จะ ไม่ ช้า นัก คง จะ เรง การ, ผูก เปน เล่ม ให้ แล้ว เรอ เช้า.
๏ เล่ม ที่ หนึ่ง มี ยี่ สิบ สี่ เล่ม สมุด ไทย.
๏ อนึ่ง เมื่อ ท่าน จะ มา รับ หนังสือ สาม ก๊ก เล่ม ที่ หนึ่ง, ขอ
ให้ เอา เงิน ค่า หนังสือ เล่ม นั้น มา ให้ ด้วย. แล ข้าพเจ้า ต้อง จำ
เปน ฃอ เงิน ค่า เล่ม ที่ สอง ล่วง น่า ใช้ บ้าง, เพราะ ข้าพเจ้า ต้อง
ใช้ เงิน ใน การ หนังสือ มาก, เงิน หา ภอ การ ที่ ใช้ ไม่. ถ้า ได้ ให้
เงิน แล้ว ข้าพเจ้า ก็ จะ ให้ บิลล์ รับ เงิน เปน สำคัญ. เล่ม ที่ สอง
ก็ กำลัง เร่ง รัด ให้ ทำ ทุก วัน.
๏ ข่าว มา แต่ เมือง ยี่ปุ่น ที่ นักคะสาคิ
๏ ใน เดือน สิบสอง แล เดือน อ้าย, มี ชาว ยูรป ได้ ขาย เรือ
กลไฟ ณเมือง ยี่ปุ่น แปด ลำ, ชื่อ กินสิน, เจ้า ยี่ปุ่น ชื่อ สัดซูมา
เปน ผู้ ซื้อ, เปน เงิน ห้า หมื่น หก พัน เหรียน.
๏ ลำ หนึ่ง ชื่อ ฮาริปากซี้, เจ้า ยี่ปุ่น ชื่อ เกดา เปน ผู้ ซื้อ, เปน
เงิน เก้า หมื่น หา พัน เหรียน.
๏ ลำ หนึ่ง ชื่อ ยูนยัน, เจ้า สัดซูมา เปน ผู้ ซื้อ, เปน เงิน หก
หมื่น เหรียน.
๏ ลำ หนึ่ง ชื่อ เซรา, เจ้า สัดซูมา เปน ผู้ ซื้อ, เปน เงิน หมื่น
เก้า พัน เรียน.
๏ ลำ หนึ่ง ชื่อ เบ๊มโรก, เจ้า สัดซูมา เปน ผู้ ซื้อ, เปน เงิน
สอง หมื่น ห้า พัน เรียน.
๏ ลำ หนึ่ง ชื่อ คีราด เจ้า สัดซูมา เปน ผู้ ซื้อ, เปน เงิน เท่า
ใด นั้น หา ได้ ปรากฏ ไม่.
๏ ลำ หนึ่ง ชื่อ แอร์เซียแลศ อีก ลำ หนึ่ง ชื่อ, เอลชีน เจ้า ซื่อ
กะซี่ซิว เส๊น ได้ ซื้อ ไว้ ทั้ง สอง ลำ, เปน เงิน รวม กัน แสน ห้า หมื่น
เหรียน
ราคา สินค้า ที่ เมือง ฮ่องกง
๏ น้ำตาน ทราย ที่ เมือง ฮ่องกง มี ราคา ขึ้น, เพราะ มี น้ำ
ตาน ทราย น้อย อยู่, เมื่อ น้ำ ตาน ทราย ใหม่ จะ เข้า มา ราคา คง
จะ ตก ลง. ใน สิบ ห้า วัน นั้น, เขา ขาย น้ำตาน ทราย แกง หมื่น
เจด พัน หาบ, ขาย น้ำตาน ทราย ขาว สาม ร้อย หาบ. ใน วัน สิบ สี่
ค่ำ นั้น, น้ำตาน ทราย ขาว ที่ หนึ่ง หาบ ละ ๙ เหรียน แล ๙ เหรียน
๒๐ เซนต์. น้ำตาน ขาว ที่ สอง หาบ ละ ๘ เหรียน ๖๐ เซนต์
แล ๘ เหรียน ๘๐ เซนต์. น้ำตาน ขาว ที่ สาม หาบ ๗ เหรียน
๘๐ เซนต์ แล ๘ เหรียน. น้ำตาน แดง หาบ ละ ๕ เหรียน ๔๐
เซนต์ แล ๕ เหรียน.
๏ การบูน หาบ ละ ๒๔ เหรียน.
๏ ฝีน อย่าง ที่ เรียก ว่า ปัดนา หิบ ละ ๖๓๗ เหรียน กับ ๕๐
เซนต์, อย่าง ที่ ว่า บินาเรศ หิบ ละ ๖๒๗ เหรียน กับ ๕๐ เซนต์
อย่าง ที่ เรียก ว่า มะละวา หีบ ๘๑๐ เหรียน.
๏ ฝ้าย อย่าง บังกะลา เบล์ ๒๒ เหรียน, แล ๒๕ เหรียน,
ฟ่าย หย่าง เมือง จีน เบล์ ๒๖ เหรียน แล ๒๙ เหรียน ครึ่ง.
๏ พริกไทย ขาว หาบ ละ ๑๐ เหรียน กับ ๘๐ เซนต์.
๏ พริกไทย ดำ หาบ ละ ๖ เหรียน ๕๐ เซนต์.
๏ หมาก หาบ ละ ๓ เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๓ เหรียน ๘๐ เซนต์
๏ ฝาง หาบ ละ ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์
๏ โปลง หาบ ละ ๗๐ เซนต์.
๏ การเลหลัง ๚ะ
๏ ณวัน พุทธ เดือน ๕ ขึ้น ๔ ค่ำ จะ มี การ
เลหลัง โดย ความ ตัดสิ์น ที่ กงสุล อเมริกา ใน ความ
วิเลี่ยมเบอดัน ต่อ สู้ เย เอช จันด์เลอ ที่ ได้ ตัดสีน
แต่ วัน พฤหัศบดี เดือน อ้าย ขึ้น ๑๑ ค่ำ นั้น แล้ว
แล ของ ที่ จะ ขาย นั้น คือ ตึก อัน งดงาม ที่ มิศเตอ
จันท์เลอ ได้ สร้าง ไว้ ตรง น่า โรง สีไฟ ที่ ชาว อเม
ริกา เหนือ คลอง บาง น้ำชน ข้าม นั้น ใน ตึก นั้น มี
ห้อง สิบหก ห้อง ทำ ด้วย ดี มั่น คง นัก เพราะ
หมาย จะ ให้ เจริญ ความศุข แก่ ผู้ อยู่ แล มี ของ
ประลาศ สำรับ ตึก พึ่ง มี มา ใหม่ ๆ หลาย อย่าง แล
ที่ ใน ห้อง นั้น ไม่ เปน ที่ อับ ลม ๆ ก็ พัด เข้า มา
ได้ เอย็น สบาย ถ้า อยู่ บน ตึก แล้ว ถึง จะ แล มา
ดู เรือ ขึ้น ล่อง ตาม ลำ แม่น้ำ ก็ ดู ได้ สบาย นัก อนึ่ง
ที่ ชาน บ้าน เปน ทำเล กว้าง ขวาง มี ต้น ผลไม้ อย่าง
ดี ๆ เกิด ผล บริบูรณ์ มี เรียน สำรับ ได้ ให้ คน
อาไศรย หลาย หลัง มี ตึก สำรับ อาบ น้ำ แล ตึก
ครัว แล ของ อื่น ดี ๆ หลาย สิ่ง
๏ อนึ่ง ใน วัน นั้น จะ ขาย เครื่องใช้ ใน ตึก
เปน ต้น ว่า โต๊ะ ตู้ เตียงนอน ฟูกนอน เก้า อี้ สำ
หรับนอน เครื่องโตะ ซ้อนเงิน มีด ซ่อม แล หนังสือ
อังกฤษ ต่าง ๆ กับ ทั้ง สิ่ง ของ เปน ที่ เจริญ ตา
ต่าง ๆ อนึ่ง บาญชี ของ ทั้งปวง ที่ จะ ขาย เลหลัง
นั้น จะ ทำ แล้ว ใน วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น ๑๐ ค่ำ ตั้ง
แต่ วัน นั้น ไป ใคร ๆ ปราถนา จะ ดู ให้ รู้ ราย สิ่ง
ของ นั้น ก็ ดู ได้
บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้า ของ อู่ ใหม่
๏ อู่ แห่ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือใหญ่ น้อย ทุก
อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง พิ
จารณ ดู อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เหน ว่า เปน อู่ ดี กว่า อู่ ทั้งปวง ใน บุระ
ประเทศ นี้. จะ ได้ แก้ เรือ ซ่อมแปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่
อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต, แล คง จะ ให้ ยาว กว่า นั้น อีก. โดย กว้าง
ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฤก ๑๕ ฟุต. ที่ ปาก อู่ มี ปะตู เรียก ว่า ไกซัน, ถ้า
จะ ปิด มิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถึง
ลำ แม่น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง
แรง นัก, กำปั่น เล็ก กำ ปั่น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน
ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จักร สำรับ ยก เสา
กะโดง, แล ม่อน้ำ สำรับ กลไฟ แขง แรง นัก. อู่ นั้น พร้อม
ด้วย เครื่อง สูบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ. มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ
น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย
เครื่อง ใช้ ใน การ ทำ เรือ ใบ แล เรือ กล. แล การ นั้น มี นาย ที่
เปนชาติยุรบ, ได้เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึ่ง ชำนาณ
ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.
๏ แล ลูก จ้าง สำรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล
วั้มภู ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี แห่ง อู่
นั้น, ปราถนา ที่ จะให้คน ทั้งหลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี
ไม้ สัก บริบูรณ แลถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อยไม้, เพื่อจะ
ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อใด
ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไรใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.
๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่
จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น,
เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือ ใบ เรือ กลไฟ ฤๅ
การ ใด ๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล
เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขาย ให้ ตาม ราคา
ตลาด กรุงเทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา
จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤๅ ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน
กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อใด.
๏ อนึ่ง กปิตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น,
ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึ่ง เอา
ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง
ฝาก ไป ถึง มิศเตอดับลิยู. เช. โรเบิตชัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง
นั้น, บัด นี้ มิศเตอดับลิยู. เช. โรเบิตชัน เปน นาย กอง นั้น,
เปน เจ้า กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เกบ เงิน แต่ผู้ เดียว.
๏ ของ นาย ห้าง เมือง จีน. ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ ที่ มี ชื่อ ใต้ หนังสือ นี้ ได้ ตั้ง เปน เอเช็นต์
ที่ กรุงเทพ ฯ สำรับ พวก อินซูเรนซ์ กำปะนี
นั้น ข้าพเจ้า ได้ จัด แจง ไว้ พร้อม แล้ว เพื่อ จะ
ได้ ทำการ อินซูเรนซ์ คือ ให้ มี หนังสือ ประกัน ด้วย
เรือ มี ใบ ชิบ บาก แล บริก เปน ต้น ถ้า เปน เรือ
อย่างดี ข้าพเจ้า จะ รับ ประกัน แต่ เพียง สี่ หมื่น
เหรียญ ถ้า เปน เรือ กลไฟ ข้าพเจ้า จะ รับกัน แต่
เพยี่ง ๗๐๐๐๐ เหรียญ
๏ ถ้าผู้ใดจะจ้าง พวก ของ ข้าพเจ้าให้เปน
นาย ประกัน เรือ แม้น เอา เงิน ค่า จ้าง มา ให้ ข้า
พเจ้า ก่อน ข้าพเจ้า จะ ลด ใน ๑๐๐ เหรียน นั้น คืน
ให้ ๑๕ เหรียน ถ้า เรือ นั้น เสีย ด้วย สิ่ง ใด สิง
หนึ่ง ก็ ถ้า มา บอก ไว้ ก่อน ใน รหว่าง ๓๐ วัน
แล้ว ข้าพเจ้า จะ ใช้ เงิน ค่า เรือ นั้น
๏ เขียน เมื่อ ณวัน เดือน ยี่ แรม ๑๔ ค่ำ ปี ฉลู
สัปตศก
เหตุ มา โดย ทาง ทเล แครฟ
๏ มี ข่าว มา จาก เมือง ลอนดอน เมื่อ ณวัน เดือน สิบ สอง
แรม สิบ สี่ ค่ำ ปี ฉลู สัปตศก ว่า, พวก แอฟริกา ที่ เปน ขบถ ขึ้น
ใน เกาะ ยะเมกา ใน ทวีป อเมริกา, พวก ขบถ นั้น กลับ เรียบ
ร้อย ลง แล้ว. เมื่อ ณเดือน สิบสอง ข้าง แรม, การ ที่ ซอ แล
ขาย ฝ่าย กัน ใน เมือง ลอนดอน นั้น, ไม่ สู่ เปน การ ใหญ่ นัก,
เปน แต่ อย่าง กลาง.
๏ ข่าว มา แต่ เมือง ลอนดอน เมื่อ ณวัน เดือน อ้าย ขึ้น สอง
ค่ำ, พระเจ้า แผ่น ดิน เมือง เด็นมาก ได้ ยอม เข้า ส่วน ใน ทาง
ไฟ ฟ้า, ที่ จะ ใช้ ไป ใน เมือง ลอนดอน, แล เมือง นอเว, เมือง
ควีนลัน ถึง เมือง อเมริกา ฝ่าย เหนือ.
มี ข่าว มา แต่ เมือง โรม
๏ ที่ เมือง โรม นั้น, เขา ได้ ทำ บาญชี คน เปน แผนก, เมื่อ
คฤษ ศักราซ ๑๘๖๔ ปี. ใน บาญชี นั้น มี ผู้ ชาย ๑๐๐๐๓๔๑
คน, ผู้ หญิง ๙๓๕๖๙ คน, พวก ที่ เปน ประทาน ใน สาศนา
บาทหลวง, แล คน ที่ หัด เรียน หนังสือ ใน สำนักนี้ บาทหลวง
นั้น, ๔๕๘๕ คน. แล ทหาร สังตปา ๆ กับ ทหาร ที่ เฝ้า รักษา
ทุก ตำบล ๓๐๗๒ คน. แล คน โทษ ทั้ง หมด ด้วย กัน ๓๗๗
คน. แล พวก ที่ ถือ สาศนา นอก จาก บาท หลวง นั้น หมด ด้วย
กัน ๓๘๒ คน. แล คน ชาติ ยูทาย ที่ อยู่ ใน แขวง เมือง นั้น เปน
๔๔๙๕ คน. แล คน ที่ ได้ มี ครอบ ครัว แล้ว นั้น สี่ ส่วน, คน
ที่ ยัง มิ ได้ มี ครอบ ครัว นั้น ๖ ส่วน.
๏ อนึ่ง เมื่อ ณวัน ศุกร เดือน ยี่ แรม ๑๑ ค่ำ, เจ้าพระยา
กลาโหม ได้ ให้ คน มา เชิญ ข้าพเจ้า, ไป ดู เรือ ที่ จะ ขุด คลอง
ด้วย เครื่อง กลไฟ เปน ฃอง เคาเวอเมนต์ สยาม นั้น. ท่าน ได้ จัด
แจง พร้อม เสรจ แล้ว ลำ หนึ่ง, จึ่ง ใช้ จักร ขุด ลง ดู ที่ คลอง
ริม บ้าน ฃอง ท่าน. ข้าพเจ้า เหน ว่า ดี จริง ใน การ ที่ จะ ขุด
คลอง, นาน ไป ข้าง น่า คง จะ ได้ การ ใหญ่. แต่ ข้าพเจ้า เหน
กระดาน การ วิด อย่าง หนึ่ง, ที่ สำหรับ จะ รับ ดิน ทิ้ง ขึ้น ไป บน
ตลิ่ง นั้น เล็ก นัก. ดิน จึ่ง ตก ลง ใน เรือ ได้, แล คน ที่ อยู่ ใน
เรือ นั้น เปื้อน เปรว ไป. ถ้า แก้ กระดาน ที่ สำหรับ จะ รับ โคลน
นั้น ให้ โต ขึ้น ได้, ข้าพเจ้า เหน ว่า จะ ดี มาก. ข้าพเจ้า เหน ว่า
เรือ สำรับ ที่ จะ ขุด คลอง นี้ จะ เปน คุณ แก่ กรุงเทพ ฯ เปน อัน
มาก. ข้าพเจ้า จึ่ง มี ความ ยิน ดี, แล หมาย ใจ ว่า คลอง ที่ บาง
บอน, แล คลอง อื่น ๆ หลาย แห่ง หลาย ตำบล ก็ จะ ดี ขึ้น ด้วย.
แต่ คลอง ที่ บางบอน นั้น เปน ที่ สำคัญ นัก, ด้วย ลูก ค้า วานิช
ทั้งปวง บันทุก สิ่ง ของ มา ทาง นั้น แล้ว ติด อยู่, ป่วย การ ไป ปี
หนึ่ง ถ้า จะ คิด เปน เงิน ขาด ทุล เสีย ไป, ก็ จะ เปน หลาย พันชั่ง.
เรือ รบ ชื่อ โคเค็ด
๏ เรือรบ อังกฤษ ชื่อ โคเก็ต, มา ถึง กรุงเทพ เมื่อ ณวันพุด
เดือน สาม ขึ้น ๑๕ ค่ำ, แล มิศเตอ ทำมัช ซอชิ นอกช์ กงสุล
อังกฤษ มา แต่ เมือง สิงคโปร์ ด้วย. กัปตัน เรือรบ กับ นาย ทหาร
ทั้งปวง ใน เรือ นั้น ก็ เข้า ไป เฝ้า ใน หลวง. กงสุล อังกฤษ นำ
ไป เพื่อ จะ ได้ ทำ การ คำนับ ใน หลวง, ด้วย พระเจ้า น้อง ยา
เธอ เสด็จ สวรรคต นั้น. แต่ ทว่า หา ได้ เฝ้า เปน การ ใหญ่.
ได้ ทราบ ข่าว ว่า ใน หลวง ภอ พระไทย จะ จัด แจง ให้ เปน การ เฝ้า
ใหญ่, ถ้า กงสุล อังกฤษ แล กัปตัน เรือรบ จะ ต้อง ประสงค์.
แต่ ทว่า กงสุล แล กัปตัน เรือ รบ คิด พร้อม ใจ กัน ว่า, ไม่ สม
ควร ที่ จะ ขอ ให้ เปน การ เฝ้า ใหญ่, แต่ คราว นี้ ด้วย พระองค์
ยัง หาสบาย พระไทย ใน พระอนุชาธิราช ทรง สวรรคต อยู่ นั้น.
๏ ครั้น ถัด วัน นั้น มา, กัปตัน เรือรบ แล นาย ทหาร ทั้ง
ปวงก์ ชวน กัน ไป เยี่ยม พระศพ พระบาท สมเด็จ พระปิ่นเกล้า เจ้า
อยู่ หัว ใน วัน นั้น.
๏ ครั้น อยู่ มา ถึง ณวัน จันท์ เดือน สาม แรม ห้าค่ำ, ฝ่าย ที่
ตึก กงสุล อังกฤษ ได้ จัด แจง ให้ มี บอละใหญ่, คือ คน ได้ ประ
ชุม กัน เต้น รำ. เขา ประชุม กัน ใน เพลา ค่ำ นั้น ที่ ตึก กงสุล
อังกฤษ. กบตัน เรือ รบ แล นาย ทหาร ก็ ไป ประชุม กัน
ด้วย. ใน ห้อง ใหญ่ นั้น ได้ จัด แจง ให้ มี กิ่ง ไม้ เปน ภุ่ม ปัก
ดอก ไม้ ต่าง ๆ. แล เจ้าพระยากระลาโหม ได้ จัด แจง ให้ มี พวก
แตร ของ ท่าน มา ช่วย การ นั้น, เป่า แตร ตลอด ใน เวลา เมื่อ
ประชุม กัน นั้น.
เรื่อง ปฤษหนา
๏ ยัง มี เดก ผู้ ชาย พวก หนึ่ง. ชวน กัน ออก ไป เล่น ริม
บอน้ำ ได้ เห็น แคงฆก มาก, แล ชวน กัน เอา หิน ปา สัตว นั้น
เขา ได้ ฆ่า แคงฆก เสีย เปน อัน มาก.
๏ แต่ แคงฆก แก่ ตัว หนึ่ง, ได้ เปน พอ แคงฆก ที่ ตาย
ยก ศีศะ ขึ้น จาก น้ำ, ร้อง ห้าม เด๊ก ว่า อย่า ทำ ดัง นั้น. เปน การ
เล่น ของ เจ้า ก็ จริง, แต่ เปน ความ ตาย แก่ เรา.
๏ ใจความ ใน ปฤษ นา นี้ ว่า, ถึง มาท ว่า เปน การ เล่น
ของ, เรา ก็ อย่า ให้ เขา ลำบาก เพราะ การ เล่น นั้น เลย.
| กำปั่น เข้า กรุงเทพ ฯ | |||||
| เข้า มา เมื่อ ไร | กำปั่น ชื่อ ไร | กับ บี ตัน ชื่อ ไร | กี่ ตอน | เรือ อะไร | มา แต่ ไหน |
| เดือน ๓ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ | โกเค็ท | ๓๓๐ | เรือ รบ อังกฤษ | สิงตโปร์ | |
| ๑๕ ค่ำ | ไวคนต์ แคนนิ่ง | ซันนัน | ๓๕๐ | กลไฟ สยาม | ฮองกง |
| แรม ค่ำ ๑ | ไอโน | บันนอ | ๓๕๖ | บาก ฮำเบิก | ฮองกง |
| ค่ำ ๑ | เอศ. เอเมยี่ | โอะวะ เคลฟต์ | ๒๙๗ | บาก ดัช | ฮองกง |
| ค่ำ ๑ | ปรีมา | เว ฮัน เซน | ๔๐๐ | บาก บริเมน | ฮองกง |
| ๒ ค่ำ | แรนด อลฟ | โอ ลริศ | ๒๑๐ | สกุนเนอ บริเมน | ฮองกง |
| ๒ ค่ำ | กรุง เมา | เวศ ก๊อก | ๑๘๖ | สกุนเนอ อังกฤษ | ซัวเถา |
| ๓ ค่ำ | ชาลัด | อา เรนศ์ | ๒๓๖ | บาก ฮำเบิก | ฮองกง |
| ๓ ค่ำ | สเตลา | เด | ๒๖๒ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๓ ค่ำ | ลอรา | คินิศ | ๒๘๗ | บาก ฮำเบิก | ฮองกง |
| ๔ ค่ำ | วอต เบิค | เคอ เมอ | ๓๐๘ | บาก บริเมน | ฮองกง |
| ๔ ค่ำ | เย. บั๊ก เกต | เก | ๑๐๕ | สกุนเนอ อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| ๔ ค่ำ | ไอสิศ | ซอศ | ๒๐๖ | บริก เดนหมาก | ซัวเถา |
| ๙ ค่ำ | แกน ตอน | เฮม ซก | ๓๙๐ | ชิบ สยาม | ฮองกง |
| ๑๒ ค่ำ | อันน่า | ๑๕๐ | สกุนเนอ ฝรั่งเสศ | อาย มวย | |
| ๑๒ ค่ำ | รันติ โป ล์ | ไช ตลัค | ๑๘๐ | สกุนเนอ อังกฤษ | ฮองกง |
| ๑๒ ค่ำ | บิ เลียน | ยู ไซ ริ | ๒๓๐ | บาก สยาม | ฮองกง |
| ๑๓ ค่ำ | อาย มุ่ย | สมิศ | ๒๖๒ | บริก สยาม | สิงคโปร์ |
| ๑๓ ค่ำ | เร สิ ฮอ ซ์ | ฮิน ซัน | ๓๕๗ | ชิบ สยาม | ฮองกง |
| ๑๓ ค่ำ | ปาเร ดอน | โฮ ลิน เควศ | ๗๓๖ | ชิบ สยาม | ฮองกง |
| ๑๓ ค่ำ | ได มัน สิตี | ลิว เบก | บาก สยาม | ฮองกง | |
| ๑๓ ค่ำ | เอม. มิล เดรศ | ไพนิ | ๔๖๐ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๑๓ ค่ำ | พันค์ | อี เบล์ | ๒๐๖ | บริก เมล | อาย มวย |
| กำปั่น ออก จาก กรุง เทพ ฯ | |||||
| ออก เมื่อไร | กำปั่น ชื่อไร | กับ ปิตัน ชื่อไร | กี่ ตอน | เว้อ อะไร | จะ ไป ไหน |
| เดือน ๓ ขึ้น ๑๕ ค่ำ | เซสติ | ลีเดอ | ๑๘๐ | บริก อังกฤษ | ฮองกง |
| แรม ๒ ค่ำ | โซโล | อีรี่เกน | ๔๖๐ | ชิบ ฮำเบิก | ปะเตเวีย |
| ๒ ค่ำ | อีมากควาก | เซ็นไซก์ | ๓๐๑ | บาก อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| ๒ ค่ำ | นอฟล์ | ยัง | ๑๓๓ | บาก สยาม | ชายทเล |
| ๓ ค่ำ | เจ้าพระยา | อรตัน | ๓๕๓ | กลไฟ สยาม | สิงคโปร์ |
| ๓ ค่ำ | สะเตอไลศ | อีวันศ | ๔๖๗ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๓ ค่ำ | ฟร์ตูน | โกลเชน | ยอก อเมริกา | สิงคโปร์ | |
| ๔ ค่ำ | ยไลย์ | เฮนริก | ๑๒๕ | สกุนเนอ อังกฤษ | บ่าย |
| ๔ ค่ำ | ซี. วิเตอ | แนศบอม | ๑๘๐ | บริก ฮำเบิก | ฮองกง |
| ๔ ค่ำ | แอนนา เมไรอา | เยอเคนเซน | ๒๔๕ | บริก เดนหมาก | ฮองกง |
| ๕ ค่ำ | เอเดลไซก์ | อีเลอซี | ๒๓๕ | บาก ปะรัดเซีย | ฮองกง |
| ๖ ค่ำ | เอมิเกลคัลศ | ไบนรต | ๓๓๓ | บาก สยาม | ฮองกง |
| ๖ ค่ำ | ซอก | ยักเซน | ๑๖๔ | สกุนเนอ อเมริกา | สิงคโปร์ |
| ๗ ค่ำ | โกเค็ก | ๓๕๐ | เรือ รบ อังกฤษ | สิงคโปร์ | |
| ๘ ค่ำ | เมไรย์อะนา | อ๊อกเตอ | ๑๙๒ | บริก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๙ ค่ำ | เซ็กตอร์ | ฮาเลน | ๑๘๐ | บริก บริเมน | ฮองกง |
| ๙ ค่ำ | คิมซังไท | ยัคเซน | ๓๑๗ | บาก สยาม | ฮองกง |
| ๑๑ ค่ำ | นิวยอก | แมกนัก | ๕๓๖ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๑๑ ค่ำ | ฟอรตูน | บเรดมัน | ยอก อเมริกา | สิงค์ โปร์ | |
| ๑๓ ค่ำ | เปตร๊อก | สะตี๊ฟมัน | ๒๓๘ | บาก บริเมน | ซองก |
| ๑๓ ค่ำ | ไทรตอน | ซอม | ๒๓๔ | บาก บริเมน | ซองกง |
| ๑๓ ค่ำ | ระกามา | แมกกินชี | ๓๕๓ | บาก อังกฤษ | ซองกง |
กลไฟ ษี เข้า
๏ ข้อ หนึ่ง ว่า โรง ษี เข้า. จักร กล ไฟ ใน กรุงเทพ ทุก วัน
นี้ ได้ ตั้ง ขื้น เปน สาม แห่ง. ได้ ษี ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน
เสมอ. แล โรง ษี ที่ ได้ เข้า มา ตั้ง เมื่อ เดิม นั้น, ตั้ง อยู่ ปาก
คลอง บาง น้ำ ชล, มี ชื่อ ว่า โรง ษี จักร เมือง อเมริกา. แล
มิศเตอ, เอฟ, เปลก. ผู้ เปน เจ้า ฃอง, มิศเตอ. เอม. เคอวี่ เปน นาย
การ. โรง ษี จักร กลไฟ ตั้ง ไว้ ที่ ๒, ตั้ง อยู่ เยื้อง กัน ฟาก ฝั่ง
ตวัน ออก. มี ชื่อ ว่า โรง ษี จักร บาง กอก กำเปนี, แล มิศเตอ
เอม เอ. ออตแมน เปน นาย การ. แล โรงษี ที่ ๓ มี ชื่อ โรงษี ข้าง
แห่ง เอ.มาฅวันแอนกำเปนี. มีศเตอฟี.ลิดเตลยอน เปน นายการ
๏ ได้ ทราบ ว่า โรงษี ที่ ๑ ได้ ษี เข้า วัล พัน หาบ. โรงษี
ที่ ๒ ษี ได้ วัล พัน หก ร้อย หาบ โรง ที่ ๓ วัล เก้า ร้อย หาบ. ข้าพเจ้า
ได้ พิจารณา ดู เข้า ที่ ษี ใน สาม แห่ง นั้น, เหน เข้า นั้น งาม ดี
เสมอ อยู่, ดี กว่า ที่ พวก ไทย แล จีน ที่ เคย ษีเข้า ตาม ธรรมดา
ใน กรุงเทพ นั้น นัก, เพราะ เม็ด เข้า ไม่ ใคร่ จะ หัก. แต่ ที่ โรง ษี
สาม แห่ง นั้น มี ได้ ซ้อม ให้ เข้า นั้น ขาว มาก, ภอ ที่ จะ [..]
ถ้า ปัน ได้. ถ้า ทำ ให้ ขาว นัก เข้า นัก เสีย เพราะ อับ ลม เข้า นั้น
เปื่อยไป. เข้า ที่ ษี ในโรงจักรนั้น, ฃาย ดี กว่า เข้า ที่ ได้ ษี
จาก ธรรม ดา.
๏ ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ว่า มิสเตอซกอดแอนกำปานี, ได้ รับ การ
ตั้ง โรงษี จักร กลไฟ เปน ที่ ๔ เพื่อ จะ ษี เข้า ตั้ง อยู่ ริมโรงษี จักร
แล มากวัลแอนกำปานี. เฃา จัด แจง เครื่อง จักร เพื่อ จะ ษี เข้า,
แล จักร นั้น ล้ม ลง หัก เสีย, การ นั้น จึง จะ ช้า ไป หลาย เดือน
กว่า จะ แล้ว.
๏ การ ษี เฃ้า ด้วย จักร กล ไฟ ได เปน การ ดี แล้ว, สีได้
วันละ ๓ พัน ๕ ร้อย หาบ. แล การ นี้ คง จะ ใหญ่ ขึ้น, ถึง
จะ สัก ยี่ สิบ โรง เลย ก็ จะ ไม่ รอ แก่ การ. การ ที่ ษี เข้า ด้วย
เครื่อง จักร นี้, หา ควร ผู้ ใด จะ ติ เตียน ไม่. แล ปี ที่
แล้ว มา, ไม่ ได้ การ ก็ จริง, เพราะ อัต ขัด ด้วย เข้า น้อย. ถ้า เข้า
มี บริบูรณ์ เมื่อ ใด การ โรงษี คง จะ เปน การ ดี ขึ้น เมื่อ นั้น.
๏ เรื่อง ปฤษหนา
๏ ภาย หลัง มา มี หมา ไล่ เนื้อ ตัว หนึ่ง, เปน สุนักข์ แก่ สำ
รับ ไล่ เนื้อ, เจ้าของ ใช้ ให้ เฝ้า สวน อยู่ หลาย ปี, แล เปน ที่
ชอบใจ นัก. ครั้น นาน มา สุนักข์ นั้น ก็ แก่ ตัว ลง ทุกๆ ที ทำ
การ ไม่ ไคร่ จะ ได้. อยู่ มา วัน หนึ่ง ออก เที่ยว ไล่ เนื้อ, ครั้น ทัน
ขา กัด ได้ แล้ว ฟัน ก็ หลุด ออก ไป, เนื้อ นั้น หนี ไป ได้. นาย เหน
ดังนั้น ก็ โกรธ, หมาย ว่า จะ ตี สุนักข์ นั้น. เมื่อ สุนักข์ เหน ดังนั้น
จึง ร้อง ว่า, นาย เจ้าข้า อย่า พอ ลงมือ ก่อน, ยกโทษ เสีย ครั้ง
หนึ่ง เถิด. หมี ใช่ จะ ไม่ จับ สัตว์ เนื้อ ไร, เปน เพราะ แก่ แล้ว
หา แรง มิได้. ขอ ให้ ท่าน คิดถึง ผลประโยชน์, ที่ ข้าพเจ้า ได้
ทำ ไว้ แก่ นาย แต่ก่อน นั้น เถิด.
๏ คำสั่งสอน นี้ เปน ใจความ ว่า, ความชอบ ที่ บ่าว ทาย
ได้ ทำ ไว้ แต่ก่อน ก็ อย่า ลืม เลย. อย่า เฆี่ยน เลย เพราะ การ ที่
ไม่มี แรง จะ ทำ ได้.
| ๏ ประนินทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง ขึ้น เดือน ๔ นี้. ๚ะ | ||||||||||
| คำอังกฤษ | คำไทย | คำจีน | อาทิตย์ขึ้น กี่โมง | อาทิตย์ตก กี่โมง | อาทิตย์เที่ยง กี่โมง | จันทร์ตก กี่ทุ่ม | ||||
| เฟบรูเอรี่ | เดือน ๒ | เดือน ๔ | เดือน ที่ ๑ | |||||||
| วัน พฤหัศบดี | ๑๕ ค่ำ | ขึ้น ค่ำ ๑ | ๑ ค่ำ | ย่ำรุ่ง แล้ว | ๑๒ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ย่ำค่ำ แล้ว | ๒๐ นาที | |
| วัน ศุกร | ๑๖ ค่ำ | " | ๒ ค่ำ | ๒ ค่ำ | " | ๑๑ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ทุ่ม ๑ กับ | ๑๐ นาที |
| วัน เสาร | ๑๗ ค่ำ | " | ๓ ค่ำ | ๓ ค่ำ | " | ๑๑ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ทุ่ม ๑ กับ | ๕๙ นาที |
| วัน อาทิตย์ | ๑๘ ค่ำ | " | ๔ ค่ำ | ๔ ค่ำ | " | ๑๑ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ๒ ทุ่ม | ๕๖ นาที |
| วัน จันทร | ๑๙ ค่ำ | " | ๕ ค่ำ | ๕ ค่ำ | " | ๑๐ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ๓ ทุ่ม | ๕๔ นาที |
| วัน อังคาร | ๒๐ ค่ำ | " | ๖ ค่ำ | ๖ ค่ำ | " | ๑๐ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ๔ ทุ่ม | ๕๐ นาที |
| วัน พุทธ | ๒๑ ค่ำ | " | ๗ ค่ำ | ๗ ค่ำ | " | ๑๐ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๕ ทุ่ม | ๔๗ นาที |
| วัน พฤหัศบดี | ๒๒ ค่ำ | " | ๘ ค่ำ | ๘ ค่ำ | " | ๙ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๖ ทุ่ม | ๔๗ นาที |
| วัน ศุกร | ๒๓ ค่ำ | " | ๙ ค่ำ | ๙ ค่ำ | " | ๙ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๗ ทุ่ม | ๕๕ นาที |
| วัน เสาร | ๒๔ ค่ำ | " | ๑๐ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | " | ๘ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๘ ทุ่ม | ๔๑ นาที |
| วัน อาทิตย์ | ๒๕ ค่ำ | " | ๑๑ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | " | ๘ นาที | ๕ โมง ๕๒ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๙ ทุ่ม | ๓๒ นาที |
| วัน จันทร | ๒๖ ค่ำ | " | ๑๒ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | " | ๘ นาที | ๕ โมง ๕๒ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๑๐ ทุ่ม | ๒๓ นาที |
| วัน อังคาร | ๒๗ ค่ำ | " | ๑๓ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | " | ๘ นาที | ๕ โมง ๕๒ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๑๑ ทุ่ม | ๘ นาที |
| วัน พุทธ | ๒๘ ค่ำ | " | ๑๔ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | " | ๘ นาที | ๕ โมง ๕๒ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๑๑ ทุ่ม | ๕๒ นาที |
| เดือน มาช | ||||||||||
| วัน พฤหัศบดี ๑ | " | ๑๕ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | " | ๗ นาที | ๕ โมง ๕๔ | ๕ โมง ๔๙ นาที | ขึ้น ยัง รุ่ง | ๒๔ นาที | |