

| เล่ม ๒ บางกอก เดือน สี่ แรม ค่ำ หนึ่ง จุลศักราช ๑๒๒๗ เดือน มารช์ วัน ที่ ๑ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๑ |
เรื่อง โสกันต์ ต่อไป
๏ ก็ แล ใน แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระพุทธ เลิศหล้า
นภาไลย นั้น, ข้าง พระ บวรราชวัง มี การ โสกันต์ ๒ ครั้ง, คือ
โสกันต์ พระองค์ เจ้าพงษอิศเรศร์ ครั้ง หนึ่ง, ใน เดือน ๔ ปี
วอก จัตวาศก ศักราช ๑๑๗๔. ตรง กับ เดือน มาร์ช ใน ปี มี
คฤสต ศักราช ๑๘๑๓. อีก ครั้ง หนึ่ง มี การ โสกันต์ พระองค์
เจ้า น้อย นฤมล ใน เดือน ๔ ปีจอ ฉศก ศักราช ๑๑๗๖ ตรง กับ
เดือน มาร์ช ใน ปี มี คฤสต ศักราช ๑๘๑๕. ใน ครั้ง หลัง นี้
เขา ไกรลาศ ด้วย, แต่ ยอ่ม กว่า ใน พระ บรมมหาราชวัง การ
[..] นั้น ก็ คล้าย กับ โสกันต์ เจ้าฟ้า. เพราะ ทรง นับ ถือ ว่า
[..] องค์ เจ้า สอง พระองค์ นั้น, ประสูตร แต่ พระมารดา เปน ธิดา
[..] กรุงธนบุรี แต่ เพราะ เหตุ นี้. จึง หา ได้ โปรด ให้ เป็น เจ้า
[..] ไม่ ว่า ด้วย การ โสกันต์ ใน แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระ
[..] พุทธเลิศนภาไลย สิ้น เท่า นี้.
๏ ใน แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระ นั่งเกล้า เจ้า อยู่หัว นั้น,
[..] ปีเจออัฐศก ศักราช ๑๑๘๘, มา จน ปี ชวด สัมฤทธิศก,
[....] ๑๑๙๐, คือ เปน ปี มี คฤสต ศักราช ๑๘๒๖ ๑๘๒๗
[..]๒๘ นั้น. เจ้า อนุเวียงจัน คิดฃบถ, บ้าน เมือง มี การ ทัพ
[..], ไม่ เปน ปรกติ. พระบรมศพ สมเด็จ พระอมรินทรามาตย์
[..] อยู่ พระ ที่ นั่ง ดุสิตมหาปราสาท ถึง สอง ปี, ครั้น การ พระ
[บรม]สพ แล้ว. พระ ที่นั่ง ดุสิตมหา ปราสาท ชำรุด ต้อง รอ ทำ
ใหม่ ใน ปี ชวด สัมฤทธิศก นั้น. พระชนมายุสม์ สมเด็จพระ
เจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้า อาภรณ ถึง กำหนด โสกันต์. พระบาทสม
เด็จ พระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว, มี พระ ราชโองการ ดำรัศ ว่า, บ้าน
เมือง มี ราชการ ทัพ ศึก อยู่ หา สู้ สบาย ไม่. พระมหาปราสาท
ต้อง รอ ทำ ใหม่, ไม่ มี ที่ ตั้ง พระราชพิธี โสกันต์, ทำ แต่
โดย เอา เถิด. จึง ตั้ง พระราช พิธี โสกันต์ ที่ พระที่นั่ง สุไทย
สวรรย ปราสาท ใหม่ ไม่ มี เขา ไกรลาศ. แต่ การ แห่ นั้น ก็
คล้าย กับ กระบวน พยุห์ยาตราโสกันต์ในวันที่ ๔. แล้ว เวลา
บ่าย แห่ ทรง เครื่อง ต้น สมโภช เวลา เดี๋ยว เปน เสรจ การ. การ
โสกันต์สังเขป ครั้ง นี้ เปน อย่าง ลง แล้ว, ก็ เมื่อ โสกันต์ สม
เด็จ พระเจ้า น้องยาเธอ เจ้าฟ้า มหามาลา ก็ ดี. สมเด็จ พระเจ้า
น้องยาเธอ เจ้าฟ้า ปิ๋ว ก็ ดี, ใน ปี เถาะ ตรีศก ศักราช ๑๑๙๓ แล
ปี มเมีย ฉศก ศักราช ๑๑๙๖, มี พระ ราชโองการ ดำรัศ ว่า,
เมื่อ โสกันต์ สมเด็จ พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้าอาภรณ์, ทำ เพียง
เท่าไร ก็ ทำ แต่ เพียง เท่านั้น เถิด. ก็ มี การ แห่ เหมือน กัน,
เปน แต่ เปลี่ยน ไป โสกันต์แล สมโภช ที่ พระที่นั่ง ดุสิต มหาปรา
สาท, งาน ๔ วัน เลิก เหมือน กัน, ก็ การ สามครั้ง นี้ มี คน บ่น
ซุบซิบ อยู่ มาก, ว่า การ เปน เช่น นั้น เพราะ ไม่มี เจ้า ของ.
ใน พระบวรราชวัง ใน แผ่นดิน นั้น, มี การ โสกันต์ สาม ครั้ง,
แห่ เปน พยุห์ยาตรา เจ้า ที่ โสกันต์ นั้น. ก็ เปน แต่ พระองค์
เจ้า มิใช่ เจ้าฟ้า. กรม พระราชวัง นั้น, มี พระ ราชบุตร พระ
องค์ หนึ่ง แต่ อรรคชายา, ทรง พระนาม พระองค์ เจ้าดาราวดี,
เปน พระราชธิดา กรม พระราชวัง ใน แผ่นดิน พระบาทสมเด็จ พระ
พุทธยอดฟ้า จุลาโลกย์. พระราชบุตร พระองค์ นี้ ตาม ศักดิ์ ที่ มี ใน
กฎหมาย อย่าง ธรรมเนียม, ก็ ควร เปน เจ้าฟ้า, แต่ พระบาท
สมเด็จ พระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว หา ได้ โปรด ไม่, เรียก พระนาม
แต่ ว่า พระองค์เจ้าอิสราพงษ. ๆ นั้น มี พระชน มายุสม์ ถึง กำ
หนด โสกันต์, กรม พระราชวัง ก็ สวรรคต กอ่น. แต่ พระองค์
เจ้า นั้น ยัง ไม่ ได้ โสกันต์. เมื่อ โสกันต์ มา โสกันต์ ใน พระ
บรมมหาราชวัง, ด้วย พิธี ไม่ มี แห่ แหน เหมือน พระองค์เจ้า
สามัญ. ก็ มี ผู้ คน กระซิบ กัน ว่า, เปน อย่าง นี้ เพราะ ไม่ มี
เจ้า ของ เหมือน เรื่อง ก่อน นั้น.
๏ พระบาท สมเด็จ พระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว, ได้ ทรง รับ
หม่อม เจ้าหญิง เปน ธิดา พระองเจ้า ลักขณา นุคุณ, ที่ มี พระ บิดา
สิ้น พระชน, พระชนมายุ ได้ เจด เดือน มา เลี้ยง ไว้ ใน พระ
ราชวัง. โปรด ปราน มาก ยิ่ง กว่า พระ ราชบุตร พระราชธิดา.
พระราชทาน พระสุพรรณบัตร เลื่อน ที่ให้ เปน พระองค์เจ้า โสมนัส
วัฒนาวดี, ท่า ท่วง ที เหมือน จะ ให้ เปน เจ้าฟ้า. ด้วย พิธี เมื่อ
เวลา เลื่อน หม่อมเจ้า ให้ เปน พระองค์เจ้า นั้น, คล้าย กัน เมื่อ
เลื่อนพระองค์เจ้าหญิง ให้ เปน เจ้าฟ้า กุณฑลทิพยวดี, ใน แผ่น
ดิน พระบาท สมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกย นั้น. ครั้น พระ
องค์เจ้า โสมนัสวัฒนาวดีทรง พระเจริญ ชนมายุสมถึง กำหนดโส
กันต์, ใน ปี มเมีย อัฐศก ศักราช ๑๒๑๔, ตรง กับ ปี มี คฤสต
ศักราช ๑๘๕๒, ให้ ตั้ง การ พระราชพิธี โสกันต์ เปน การ ใหญ่
คล้าย กับ โสกันต์เจ้าฟ้า. เปน แต่ ไม่มี เขา ไกรลาศ. ปลูก
พระ เบญจา ที่ สรง แล พลับ พลา เปลื้อง เครื่อง บน ชลา พระมหา
ปราสาท แทน. การ อื่น ๆ ก็ เหมือน กัน กับ เจ้าฟ้า, แห่ ถึง
หก วัน. แต่ วัน ที่ เจ็ด ไม่ มี แห่ พระเกษา. ก็ โสกันต์ ครั้ง
นี้, อย่า ว่า แต่ พวก อื่น เลย, ถึง พระเจ้าลูกเธฮ ฝ่าย ใน ของ พระ
บาท สมเด็จพระนั่งเกล้า เจ้าอยู่หัว ก็ บ่น, ว่า พระองค์เจ้า โสม
นัสวัฒนาวดี มี บุญ มาก ไป กว่า พระเจ้าลูกเธอ ทั้ง ปวง อีก. การ
โสกันต์ ใน แผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว สิ้น เท่านี้.
๏ ครั้น ล่วง แผ่นดิน พระบาทสมเด็จ พระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว
ใน ปี กุน ตรีศก ศักราช ๑๒๑๓, ตรง กับ ปี มี คฤสต ศัก
ราช ๑๘๕๑, จึง พระราชวงษ แล ข้า ราชการ ผู้ใหญ่ ผู้น้อย ทั้งปวง
พร้อม ใจ กัน เชิญ เสด็จ, สมเด็จ พระเจ้าน้องยาเธอ เจ้าฟ้ามงกุฎ,
ขึ้น เถลิง ถวัลราช สมบัตร รับ พระบรมราชาภิเศก ใน พระบรมหา
ราชวัง, แล เชิญ เสด็จ สมเด็จ พระเจ้า น้องยาเธอ เจ้าฟ้าอิศ
วเรศจุฑามณี ให้ รับ พระบวรราชาภิเศก ใน พระบวรราชวัง, ตาม
อย่าง ยุศ พระเจ้า แผ่นดิน สอง พระองค์ อย่าง แต่ ก่อน. เพราะ
เหน ว่า สมเด็จ พระเจ้า น้องยาเธอ เจ้าฟ้า สอง พระองค์ นี้, มี พระ
บารมี เล่า ฤๅ ชา ปรากฎ เปน ที่ นับถือ ของ คน ใกล้ แล ไกล เปน
อัน มาก. ด้วย ได้ มี การ ลงสรง, แล โสกันต์ เปน การใหญ่ ใน แผ่น
ดิน, พระบาทสมเด็จ พระพุทธเลิศหล้านภาลัย, ถึง สาม ครั้ง ดัง
กล่าว มา แล้ว. แล้ว พระราชวงษานุวงษ ผู้ใหญ่ ผู้น้อย ฝ่าย น่า
ฝ่าย ใน, แล ท่าน เสนาบดี ปฤกษา พร้อม กัน ว่า, พระองค์เจ้า
โสมนัสวัฒนาวดี, ได้ เปน พระองค์เจ้า มี ยศ ใหญ่ ได้ มี การ โส
กันต์ อย่าง เจ้าฟ้า ใน แผ่นดิน พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว.
มี พระ นาม แล เกียรติยศ ฤๅ ชา ปรากฎ สม ควร จึ่ง ได้ กราบ ทูล
ถวาย, ตั้ง เปน สมเด็จ พระนางเธอ เปนเจ้า เปน ใหญ่ ข้าง ใน
สมเด็จ พระนางเธอ พระองค์เจ้าโสมนัศวัฒนาวดี, ทรง พระ
ครรภ ได้ ๗ เดือน, ประชวร ลง ประสูตร พระราชโอรศ ใน กำลัง
ประชวร. พระราชโอรศ นั้น เปน สมเด็จ พระเจ้าลูสเธอ เจ้าฟ้า
ชาย, เรียก พระนาม ตาม พระมารดา ว่า เจ้าโสมนัศ. มี พระชนม
อยู่ เพียง ๓ นาฬิกา, ก็ สิ้น พระชนม เพราะ พระกำลัง ยัง ออ่น นัก.
สมเด็จ พระนางเธอ นั้น, ก็ ประชวร หนัก ลง พระ อาการ หา
คลาย ไม่, สิ้น พระชนม ภาย หลัง พระ โอรศ ๕. วัน, คือ ใน
วัน อาทิตย เดือน สิบเอด แรม สิบสอง ค่ำ ปี ชวด จัตวาศก, ศัก
ราช ๑๑๑๔ ตรง กับ ๑๐ ออก ตอเบอร์ ปี มี่ คฤสตศัก
ราช ๑๘๕๒. ครั้น ภาย หลัง มา พระราชวงษานุวงษ ผู้ ใหญ่ ฝ่าย
ใน ฝ่าย น่า. แล เสนาบดี พร้อม ใจ กัน ถวาย พระองค์เจ้า รำเพอย
ภมราภิรมย, ผู้ เปน พระธิดา ของ พระเจ้าลุง ของ สมเดจ์ พระ
นางเธอ ซึ่ง สิ้น พระชนม แล้ว นั้น, ให้ เปน สมเด็จพระนางเธอ
สืบ ถานันดร นั้น ต่อ ไป.
๏ สมเดจ์ พระนางเธอพระองค์เจ้ารำเพอย ภมราภิรมย, ประ
สูตร พระราชบุตร ใหญ่ พระองค์ หนึ่ง, ทรง พระนาม สมเดจ์
พระเจ้าลูกยาเธอเจ้าฟ้าจุฬาลงกรณ, ใน กลาง ปี ฉลู เบญศก ศัก
ราช ๑๒๑๕ ตรง กับ เดือน เสบเตมเบอ ร คฤสต ศักราช ๑๘๕๓.
แล้ว ประสูตร พระราชธิดา อีก พระองค์ หนึ่ง, ทรง พระนาม
สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า จันทรมณฑล, ใน ปี เถาะ สับต
ศก ศักราช ๑๒๑๗, ตรง กับ เดือน เอปริล ใน ปี มี่ คฤสต ศัก
ราช ๑๘๕๕. แล้ว ประสูตร พระราชบุตร อีก พระองค์ หนึ่ง,
ทรง พระนาม ว่า สมเดจ์ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า จาตุรนต์รัศมี. ใน
ปลาย ปี มะโรง อัฐศก ศักราช ๑๒๑๘, ตรง กับ เดือน ยันนุวารี ปี
มี่ คฤสต ศักราช ๑๘๕๗. แล้ว ประสูตร พระราชบุตร อีก พระองค์
หนึ่ง, ทรง พระนาม สมเด็จ พระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้า ภาณุรังสี.
ใน ปลาย ปี มะแม เอกศก ศักราช ๑๒๒๑, ตรง กับ เดือน ยันนุวา
รี, ใน ปี มี่ คฤสต ศักราช ๑๘๖๐.
๏ สมเด็จ พระนางเธอ พระองค์เจ้า รำเพอย ภมราภิรมย์ นั้น,
ประชวร พระโรค ใน พระทรวง มา ปี เศษ สิ้น พระชนม ใน เดือน สิบ
ปี ร กา ตรีศก ศักราช ๑๒๒๓, ตรง กับ เดือน เสบเตมเบอ ร คฤสต
ศักราช ๑๘๖๒. แล้ว สมเดจ์ พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า หญิง จันทร
มณฑล, ก็ สิ้น พระชนม ลง ใน เดือน หก ปี กุน เบญจศก
ศักราช ๑๒๒๕. ตรง กับ เดือน เม คฤสต ศักราช ๑๘๖๓ ยังคง
สมเด็จ พระเจ้า ลูกเธอ เจ้าฟ้า สาม พระองค์.
๏ ก็ใน แผ่น ดิน ประจุบัน นี้, เมื่อ ปี ชวด จัตวาศก ศักราช
๑๒๑๔ มี การ โสกันต์ ในพระ บวรราชวัง ครั้ง หนึ่ง. มี เขา
ไกรลาส แล การ แห่ การ เล่น ใหญ่ กว่า ปรกติ แต่ ไม่ เติม ตำรา.
การ คล้าย กัน กับ เช่น เคย มี ใน พระบวรราชวัง แต่ กอ่นมา. ภาย
หลัง แต่ ครั้ง นั้น มา, ใน พระบวรราชวัง เมื่อ โสกันต์ พระองค์
เจ้า คราว ใด, ก็ มี การ แห่ เครื่อง สูง กลองชนะ ทุก ครั้ง.
แต่ ทำ การ นั้น ใน พระราชพิธีสัมพัจฉร์ฉิน, ไม่ ได้ ทำ เปน การ
ใหญ่ ไม่ ได้ ตั้ง เขา ไกรลาส แล มี การ เล่น นัด ประชุม. ถึง
กระนั้น การ อย่าง ลง ใน การ โสกันต์. พระองค์เจ้าแผ่นดิน ประ
จุบัน นี้, แต่ ฝ่าย ใน พระบรมราชวัง, พระเจ้าลูกเธอ ที่ มี
พระชนมายุ เจริญ, จน ถึง กำหนด จะ โสกันต์ ยัง หามี ไม่, จน
ถึง ปี ระกาตรีศก. ฯะ
๏ ครั้น มา เมื่อ ปี ระกาตรีศก ศักราช ๑๒๒๓, ตรง กับ ปี มี
คฤสต ศักราช ๑๘๖๒ พระเจ้าลูกเธอ พระองค์ ใหญ่ ยิ่ง ยาวลักษ,
มี พระชนมายุ เจริญ ถึง กำหนด ควร จะ โสกันต์, พระราชวงษา
นุวงษ แล ท่าน เสนาบดี กราบทูล พระกรุณา, ว่า การ พระราช
พิธี โสกันต์ เปน การ ใหญ่ เว้นว่าง มา นาน หา ได้ ทำ ไม่ ถึง ๕๐ ปี
เสศ มา แล้ว. ผู้ ที่ ได้ เคย เห็น การ ใน ครั้ง กอ่น ก็ มี น้อย ตัว
แล้ว, ถึง ได้ เห็น จะ จำ การ ไม่ ถนัด. แต่ ผู้ ที่ ไม่ ได้ เห็น นั้น
มาก กว่า มาก. ขอ พระราชทาน ให้ ตั้ง การ พระราชพิธี โสกันต์
เปน การ ใหญ่, ใน การ โสกันต์ พระเจ้า ลูกเธอ พระองค์ เจ้า
เปน ประฐม, ใน พระบรมหาราชวัง เพื่อ จะ ได้ เปน แบบ อย่าง
ต่อ ไป ใน ภาย น่า. ครั้ง นั้น จึง ได้ มี พระบรมราชโองการ ดำ
รัส สั่ง ให้ ตั้ง การ พระราชพิธี โสกันต์ เปน การ ใหญ่, มี กระ
บวน แห่ แล มี นาง เชิญ มยุรฉัตร, นาง เชิญ เครื่อง นางสระ.
แล การ เล่น อื่น ๆ แต่ ไม่ มี เขา ไกรลาส, แล ได้ มี การ พระ
ราชพิธี รับ พระสุพรรณบัตร เฉลิม พระนาม พระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า
จุฬาลงกรณ์, ขึ้น เปน สมเด็จ พระเจ้าลูกยาเธอ เจ้าฟ้าจุฬาลง
กรณ์บดินทรเทพยมกุฎ มหาบุรุศยรัตนราช รวิวงษวรพงษ บริพัตรศิริ
วัฒนราชกุมาร. แทน พระราชพิธี ลงสรง. แต่ ไม่มี พระ
มณฑป บน แพใน ที่ลงสรง. ๚ะ
๏ การ พระราชพิธี ทั้งสอง นี้, ได้มี ใน เดือน ๔ ปี ระกา ตรี
ศก ศักราช ๑๒๒๓ ตรง กับ เดือน มาร์ช ใน ปี มี คฤสต ศักราช
๑๘๖๒ เมื่อ การ พระราชพิธี โสกันต์ ได้ มี ลง เปน อย่าง ดัง นี้
แล้ว, ครั้น มา เมื่อ ปี จอ จัตวาศก, พระเจ้าลูกเธอ สาม พระ
องค์. คือ พระองค์เจ้า หญิง ทักษิณชา, พระองค์ เจ้า หญิง โสมา
วดี, พระองค์ เจ้า หญิง ประภัสสร, มี พระชนมายุ เจริญ กำ
หนด ควร จะ โสกันต์, จึ่ง ได้ โปรด ให้ มี การ แห่ โสกันต์ เปน
การ ใหญ่ อย่าง ครั้ง ก่อน อีก ครั้ง หนึ่ง, ใน เดือน ยี่ ปี จอ จัตวา
ศก ศักราช ๑๒๒๔ ตรง กับ ปี มะเมีย คฤสต ๑๘๖๓. ๚ะ
๏ แล ใน เดือน ๔ ปี จอ จัตวาศก นั้น, ใน พระบวรราชวัง
ได้ มี การ โสกันต์ พระองค์เจ้า อีก ครั้ง หนึ่ง เปน การ ใหญ่. มี
การ แห่ แล การ เล่น แล เขา ไกรลาศ น้อย. คล้าย กับ เมื่อ ปี
ชวด จัตวาศก โน้น แล ๚ะ
๏ ภายหลัง มา เมื่อ ปี ชวด ฉศก, พระเจ้าลูกเธอ สอง พระ
องค์, คือ พระองค์ เจ้า ภักตร พิมลพรรณ,พระองค์ เจ้า มัณยาภาธร
มี พระชนมายุ เจริญ ถึง กำหนด ควร จะ โสกันต์, จึ่ง ทรง พระ
ราชดำริห์ ว่า, ครั้ง ใน แผ่นดิน สมเด็จ พระเจ้ายู่หัว พระรามา ธิ
เบศรมหาราชปราสาทอง, ได้ มี การ โสกันต์ พระ เจ้า ลูกเธอ พระ
องค์เจ้าอิน, ณที่ ประทับ เกาะ บ้านเลน เปน อย่าง มา. ก็
ครั้ง นี้ พระราชวัง ที่ ประทับ เปน ที่ ประภาศ ก็ มี หลาย ตำ บล, จึ่ง
โปรด ให้มี การ แห่ โสกันต์ เปน การ ใหญ่ อย่าง ครั้ง ก่อน. ที่
พระนคร คิรี ณเมือง เพชรบุรี ตาม อย่าง ซึ่ง เคย มี ใน โบราณ นั้น
อีก ครั้ง หนึ่ง, ใน ปี ชวด ฉศก ศักราช ๑๒๒๖ ตรง กับ ปี มะโรง
คฤสต ศักราช ๑๘๖๔. ๚ะ
พงษาวดาร อังกฤษ บท ๔ ต่อ ที่ มี ใน น่า ๑๒๖
๏ คฤสต ศักราช ๘๒๕ ปี แอดเอลสะแตน ผู้ เปน พระ
ราชโอรศ ของ กระษัตรแอดเวิด ขึ้น เสวยราชสมบัติ สืบ ไป. ใน
แผ่นดิน กระษัตรแอดเวลสะแตน นั้น มี ศึก สงคราม มาก, ได้
รบ พุ่ง กับ พวก เดน อยู่ เนือง ๆ มิได้ ขาด. ครั้ง นั้น มี เจ้า
ใน พวก เดน องค์ หนึ่ง ทรง พระนาม แอนเลบ, เสด็จ มา ทำ
สงคราม กับ กระษัตรแอดเอลสะแตน. แอนแลบ จึ่ง ดำริห์ เปน
กล แปลง ตน เปน คน ดีด กระจับปี่ เลี้ยง ชีวิตร. เข้า ไป สอด
แนม ดู ใน ค่าย ของ แอดเอลสะแตน. แอดเอลสะแตน ได้ ทรง
ฟัง เพลง กระจับปี่ ของ แอนแลบ ภอ พระไทย นัก, จึ่ง พระราช
ทาน เงินตรา แก่ แอนแลบ, ด้วย เข้า พระไทย ว่า เปน คน เลี้ยง
ชีพ ด้วย การ ดีด กระจับปี่ จริง, มิ ได้ สงไสย. แอนแลบ นั้น ครั้น
จะ ไม่ รับ พระราชทาน, ก็ เกรง เกลือก กระษัตร จะ สง ไสย.
ครั้น จะรับ พระราชทาน ก็ ลอาย พระไทย นัก. แขง พระไทย รับ
พระราชทาน แล้ว, กลับ ออก ไป จาก ค่าย. ภอ ลับ คน แล้ว ขุด
หลุม ฝัง เงิน นั้น เสีย. ขณ เมื่อ แอนแลบ ออก ไป จาก ค่าย,
ทหาร คน หนึ่ง เดิม เปน ทหาร ของ แอนแลบ, แต่ หนี มา อยู่
กับ แอดเอลสะแตน, เหน จำ ได้ แน่ ว่า, แอนแลบ นิ่ง เสีย
มิ ได้ ทัก ถาม ประการ ใด ให้ รู้ ตัว. ครั้น แอนแลบ ไป ไกล ลับ
แล้ว, จึ่ง เข้า ไป กราบ ทูล ความ นั้น แก่ แอดเอลสะแตน, ๆ
ทรง พระกรั้ว ตรัส ซัก ว่า, เหตุ ไฉน ตัว พบ สัตรู ของ เรา แล้ว
ปล่อย ให้ ไป เสีย มิ ได้ จับ ไว้. ทหาร นั้น กราบ ทูล ว่า, เดิม
ข้าพเจ้า ได้ ให้ สัจ สาบาล ไว้ แก่ แอน แลบ, ดุจ ข้าพเจ้า ได้
ถวาย ไว้ แก่ พระองค์.
๏ ถ้า ข้าพเจ้า เสีย สัจ ประทุษร้าย ต่อ แอนแลบ แล้ว, ภาย
หน้า ไหน เลย พระองค์ จะ วาง พระไทย ใน ข้าพเจ้า. กระสัตริย์
ได้ ทรง ฟัง ดังนั้น, จึ่ง ยก ย่อง สรรเสิญ ว่า, เปน คน สัจ ซื่อ ควร
จะ ชุบ เลี้ยง. แล้ว ทรง ดำริห์ ว่า, วัน นี้ แอนแลบ ปลอม
เข้า มา ดู กอง ทัพ กลับ ไป, เหน จะ ยก มา ตี ค่าย เรา ใน ค่ำ
วัน นี้ เปน มั่น คง. ดำริห์ แล้ว จึ่ง เลื่อน ทัพ หลวง ออก ไป ตั้ง
อยู่ นอก ค่าย, คอย ตี กระนาบ ทัพ แอนแลบ. ฝ่าย แอนแลบ
กลับ มา ถึง ค่าย. ก็ กระเตรียม ตรวจ ตรา พล ทหาร พร้อม
เสรจ. เพลา ค่ำ ก็ ยก เข้า มา ปล้น ตี ค่าย แอดเอลสะแตน, สำ
คัญ ว่า แอดเอลสะแตน ยัง อยู่ ใน ค่าย นั้น, หมาย มั่น จะ จับ
กระษัตร ปลง พระชน เสีย ให้ ได้. ทหาร ใน ค่าย รบ สู้ เข้ม แขง,
กระษัตร แอดเอลสะแตน, ก็ รี่ โอบ กระ นาบ ทับ แอนแลบ เข้า
ไว้, รบ สู้ กัน เปน สามารถ, คืน หนึ่ง กับ วัน หนึ่ง. แอน
แลบ ถูก ทับ กระนาบ เสีย ทแกล้ว ทหาร เปน อัน มาก, ก็ แตก
พ่าย ไป. ฝ่าย แอดเอลสะแตน ได้ ไชยชนะ แล้ว ปราบ ปราม
พวก เดน ใน เมือง นั้น, ให้ ราบ คาบ เปน ปรกติ. คฤศต สัก
ราช ๙๔๑ ปี, กระสัตริย์ แอดเอลสะแตน สวรรค์คต. แอดเอล
สะแตน ดำรง อยู่ ใน ราชสมบัติ ๑๖ ปี.
๏ แอดเม็น พระราช อนุชา ได้ ครอง ราชสมบัติ ต่อ ไป. กระ
ษัตริย์แอดเม็น องค์นี้, ทรงพระสติปัญญา กล้าหาง นัก. วัน
หนึ่ง เสด็จ ออก ทรง เลี้ยงโตะ ขุนนาง อยู่ ณท้อง พระโรง. ขณ
นั้นมีคน หนึ่ง ชื่อ ลีอ็อป, เปนโจร ที่ต้องขับไล่ เสีย จาก พระน
คร นั้นแล้ว, เข้ามาใน ที่นั้น. ทอด พระเนตร เหน แล้ว ก็
ขับไล่ให้ ออกไป เสีย, โจร นั้น หา ออกไปไม่. จึ่งเสด็จจาก
พระที่นั่ง ไปจับ ผมโจร ฉุกกระชากลาก ออกไป. โจร ขัดใจ ชัก
กัน อยั่น แทง ถูก กระษัตร สิ้น พระชน ใน ที่นั้น. กระษัตริย์ แอด
เมิน อยู่ ใน ราช สมบัติได้ ๕ ปี จึ่ง สวรรค์คต. มี พระ ราชบุตร
สอง องค์, องค์ใหญ่ พระนาม ว่า, เอตวี, องค์น้อย พระนาม
ว่า, เอตเกอ. พระราชโอรศ ทั้งสอง พระองค์นั้น ทรง พระเยาว
นัก, จะครอบ ครองว่า การ แผ่น ดิน ยัง หา ควร ไม่. เสนาบ
ดี ผู้ใหญ่ ปฤกษา พร้อม ยอม กัน, เชิญ เอ็ดเร็ด ผู้ เปน พระอนุ
ชา ของ กระษัตริย์เอ็ดเมิน นั้น ขึ้น เปน กระษัตริย์ สืบ ไป. ใน แผ่น
ดิน กระษัตริย์เอ็ดเร็ด นั้น เกิด ทุ่ง เถียง แก่ง แย่ง กัน, ด้วย การ
สาศนา นั้น เนือง ๆ. เพราะเดิม นั้น ผู้ ประกาศ สาศนา มิได้ เปน คน
บวช, จะ มี ภรรยา ก็ ได้, ไม่ มี ก็ ได้, ไม่ ห้าม ตามแต่ ชอบ
อัทธยาไสย. ครั้ง นั้น สันตปาปา ใหญ่ ใน เมือง โรม คิด เหน ว่า,
ถ้า ผู้ ประกาศ สาศนา เปน นัก บวช ไม่ มี ภรรยา แล้ว, เหน จะ
ประเสริฐ บริสุทธิ์ นักหนา, เพราะ มิ ได้ มี ธุระ เกี่ยว ข้อง ฃวน
ขวาย ใน การ ที่ จะ เลี้ยง บุตร แล ภรรยา, แล จะ ได้ เปน ที่
คำรพ ยำ เกรง นับ ถือ ของ คฤหัฐ ทั้งปวง. จึ่ง ประ กาษ ไป ทั่ว
ทั้ง เมือง, ให้ผู้ ประกาษ สาศนา บวช เสีย ทั้ง สิ้น, มิ ให้ มี
ภรรยา เหมือน ก่อน. แต่ผู้ ที่ ไม่ ยอม บวช นั้น ก็ ยัง มี อยู่ มาก.
ครั้ง นั้น เสนต์เดิ้นสะแตน เปน บาด หลวง ใหญ่ ใน เมือง อัง คฤษ,
มี อำนาจ มาก. เหน ผู้ ประกาษ สาศนา ไม่ ยอม บวช ยัง เปน
คฤหัฐ อยู่ เปน อัน มาก. จึ่ง ทูล ยุยง ให้ กระษัตริย์ เอ็ดเร็ด เจ้า
แผ่น ดิน นั้น, เบียด เบียน ข่ม ขี่ ผู้ ซึ่ง มิ ได้ บวช ให้ ได้ ความ
เดือด ร้อน ด้วย เหตุ ต่าง ๆ. แล กระษัตริย์ เอ็ดเร็ด นั้น เกียจ คร้าน
ใน กิจ ราชการ, จึ่ง ให้ เสนต์เดิ้น สะแตน, บังคับ บัญชา ว่า
กล่าว ราชการ บ้าน เมือง ต่าง พระองค์. กระษัตร เอ็ดเร็ด สวรรค์
คต ใน คฤศต ศักราช ๙๕๕ ปี. ๚ะ
การ สลัด รว่าง ยี่สาน
๏ ข้าพเจ้า ได้ ทราบ แต่ ลูกค้า พา นิช ว่า, เรือ บัน ทุก น้ำ
ตาล ลำ หนึ่ง. อยู่ ณเมือง เพชรบุรี. มี ชาย ลูก จ้าง สาม คน,
หญิง เจ้า ฃอง เรือ หนึ่ง, เด็ก บุตร เจ้า ฃอง เรือ หนึ่ง, เปน ห้า
คน, บันทุก น้ำตาล หม้อ เข้ามา ฃาย ณ กรุงเทพฯ. จำหน่าย น้ำตาล
แล้ว กลับ ออก ไป. พัก อยู่ ปาก อ่าว เมือง สมุททสงคราม กับ เพื่อน
เรือ หลาย ลำ. ณ วัน ขึ้น แปด ค่ำ เดือน สาม ปี ฉลู สัปตศก นี้, เพ
ลาเที่ยง คืน ออก จาก ปาก อ่าว เมือง สมุททสงคราม. ใช้ ใบ เลียบ
ฝั่ง ไป เมือง เพชรบุรี ด้วย เพื่อน เรือ หลาย ลำ เรือ กุและ สาม วา
สอง ศอก พ่วง ท้าย เรือ นั้น ไป ลำ หนึ่ง. เรือ จีน ศีศะ ประสม
สอง เสา ลำ หนึ่ง ใหญ่. ใช้ ใบ คล่อ ไป. ได้ยิน เสียง ผู้หญิง
พูด แล เสียง กระจับปี่ สี ซอ อึง อยู่ ใน เรือ นั้น, เหมือน เรือ ค้า
ฃาย. ถึง หว่าง ยี่สาน บ้าง กะบูน, จีน เรือ ใหญ่ เหน เรือ
น้ำตาล นั้น ล้าหลัง ห่าง เพื่อน. ได้ ที ก็ แล่น ตัด ตรง เข้าไป ใกล้
แล้ว ลด ใบ เสา หน้า เรือ ลง เสีย, ออก มา ยืน ถือ โล่ แล เครื่อง
อาวุธ ต่างๆ พร้อมกัน อยู่ ข้าง ศีศะ เรือ ประมาณ ยี่สิบ คน เสศ.
พวก ชาว เรือ เหล่า นั้น เหน ก็ ตกใจ กลัว. คน ใน เรือ กุและ
พ่วง มา นั้น, ตัด เชือก ผูก พ่วง ออก เสีย จาก กัน. จีน พวก
โจร เอา ม่อเพลง ทิ้ง ถูก คน ท้าย. ตก น้ำ หนี ไป ขึ้น เรือ กุและ
ลำ นั้น ได้. พวก โจร เอา ขอเกี่ยว ท้าย เรือ เหนี่ยว ให้ ชิด. แล้ว
ลง ไป ไล่ เจ้า ฃอง เรือ แล ลูกจ้าง โดด ลง น้ำ หนี ไป แล้ว. ค้น
เก็บ เอา พัศดุ สิ่งของ เงินตรา ผ้า เสื้อ สิ้นเชิง. ทิ้ง ไว้ แต่ เรือ
หา เอา ไป ไม่. แล้ว ใช้ ใบ แล่น ออก ว้าง เทล ลึก. คน ที่
โดด น้ำ ไป ทเล นั้น, ย่าง ถึง บ้าง ไม่ ถึง บ้าง, เหนื่อย ออ่น
แล้ว เรียก ให้ เพื่อน เรือ ช่วย. เรือ กุและ ลำ นั้น ช่วย, ได้
รอด ชีวิตร ไป. เรือ ของ ตัว จึง กลับ ไป บ้าน ได้.
การ ร้าย ทาง สี่สะกระบือ
๏ มี คน พูดจา กัน ว่า, คน เปน ผู้ร้าย ที่ แย่ง ชิง เอา ทรัพย
สิ่งของ ไทย จีน, ที่ บันทุก เรือ ล่อง ไป มา ทาง คลอง สี่สะกระบือ
เสมอ ทุก เดือน มิ ได้ เว้น. เขา รู้จัก ตัว คน เปน ผู้ร้าย, ชื่อ
อ้าย แก้ว, อ้าย ขุนเณร, อ้าย ขาว, อ้าย เสือ, อ้าย ขุนอิน. บ้าน
อยู่ ริม วัด ไชร แขวง กรุงเทพ ฯ อ้าย ปิ่น เปน มอญ บ้าน อยู่ ริม
วัด กก, แล อ้าย จีน โต บ้าน ลูก งัว รู้ตัว ผู้ร้าย เหล่านี้ หมด. คน
ที่ ถูก ราย แย่ง ชิง รู้จัก ตัว จะ มา ฟ้อง ที่ กรมเมือง, ก็ ต้อง
ลง ทุน เสีย เงิน แล้ว ได้ ไม่ คุ้ม ทุน. อ้าย ผู้ร้าย ศิษ ตรวน ไม่
ถึง เดือน ก็ หลุด ไป. เพราะ เช่น นี้ ผู้ ร้าย กำเริบ นัก กลาง วัน
ก็ แย่ง ได้. ถ้า จะ ชำระ เอา ผู้ ร้าย พวก นี้ คง เข้า คุก จน ตาย
แล้ว. สืบ ถาม ชาว บ้าน บางบอน ดู, ก็ รู้ แน่ ที่ เดียว, ว่า
คน เปน ผู้ ร้าย แย่ง ชิง กลาง วัน ตาม น่า บ้าน นั้น อยู่ ที่ ไหน เฃา ก็
รู้ แน่. แต่ ชาว บ้าน ก็ กลัว ว่า, บอก จริง แล้ว จะ ต้อง มา
เปน ความ กับ ผู้ ร้าย. อย่าง หนึ่ง ผู้ ชำระ จะ เรียก เอา เงิน, คน
ที่ ดี ก็ หลีก หนี เอา ตัว รอด ไม่ เปน ทุระ.
๏ ข่าว ต่าง ๆ มา ทาง เตลิแกรฟ ๚ะ
๏ ว่า เมือง ลอนดอน เมื่อ ณเดือน ยี่ แรม ๑๕ ค่ำ, เจ้า
พนักงาน ได้ คิด บาญชี เดิม ที่ เมื่อ คราว คิด ไว้ ว่า, จะ ต้อง ใช้
เงิน ใน การ เมือง จน ตลอด ปี นั้น. ครั้น คิด เข้า ดู บาญชี่ เงิน
ซึ่ง ได้ ใช้ ไป นั้น, กลับ น้อย ไป กว่า บาญชี่ เดิม ที่ คิด คะเณ
การ ไว้ เงิน ใช้ น้อย ไป กว่า ถึง ล้าน ปอน สะเตอ ลิง, คิด เปน เงิน
เหรียน ปะมาณ ๕ ล้าน เหรียน. แล เงิน ซึ่ง ขึ้น แก่ ท้อง พระ
คลัง ใน นั้น ก็ มาก กว่า เงิน ที่ ได้ คิด ว่า คง จะ รับ ใน ปี นั้น, มาก
ไป กว่า ๒ ล้าน ปอน สเตอ ลิง.
๏ อนึ่ง ใน เดือน ยี่ แรม ๑๒ ค่ำ, ราคา ฝ้าย ที่ เมือง ลอน
ดอน ฝ้าย หย่าง ที่ เรียก ว่า ดอลีลา, กำลัง ขาย มาก, ราคา ปอนละ
๑๗ เปนซี่ เสศ, คิด เปน ปอน ๆ ละ ๓๕ เซนต์. ราคา นั้น ยัง
คง อยู่, ฝ้าย อย่าง บังกะลา ขาย ปอนละ ๑๓ เปนซี่ เสศ, คิด
เปน ปอน ละ ๒๗ เซนต์
๏ อนึ่ง เดือน ยี่ แรม ๑๒ ค่ำ, มี ข่าว มา ถึง เมือง ลอน
ดอน ว่า, ทาง เตลิแกรฟ ทุก แห่ง ที่ ร่วม กัน ณะเมือง ลอนดอน
นั้น เสีย ไป, เพราะ หิมะ ตก ลง มา นัก. หิมะ ตก ทับ ลวด
ขาด ไป.
๏ อนึ่ง เชนนิเรล ปริม แม่ ทับ ฝ่าย ขบถ ใน เมือง สเปน,
ได้ รบ กัน กับ เชนนิเรล กองกา แม่ ทับ เมือง สเปน ได้ ไชยชนะ
แม่ ทับ ฝ่าย ขบถ.
๏ อนึ่ง เดือน ยี่ แรม ๑๐ ค่ำ นั้น, เขา เอา เงิน และ ทอง
คำ ลง กำปั่น ไฟ ที่ เมือง ลอน ดอน, เพื่อ นาย ห้าง ที่ เมือง บำไบ
ได้ ใช้ สอย. และ เงิน นั้น นับ ได้ สี่ แสน สาม หมื่น ปอน สะเตอ
ลิง, คิด เปน เงิน เหรียน ๒ ล้าน กับ แสน ห้า หมื่น เหรียน.
ทอง คำ นับ ได้ สาม แสน หก หมื่น เจ็ด สิบ ห้า ปอน สะเตอ ลิง คิด
เปน เงิน เหรียน ล้าน หนึ่ง แปดแสน สาม หมื่น ห้าพัน ๓๗๕
เหรียน.
๏ อนึ่ง ข่าว การ ศึก ที่ เมือง ชลิ, ว่า ทับ เรือ เมือง ชลิ
ได้ รบ กัน กับ ทับ เรือ เมือง สะเปน, ทับ เมือง ชลิ ชะนะ ได้ เรือ
รบ ของ เมือง สะเปน ไว้.
๏ อนึ่ง ผู้ ที่ ขึ้น เปน เจ้าแผ่น ดิน เบลเซี่ย ใหม่ นั้น ชื่อ ลีโอ
โปลด์ ที่ สอง, ได้ มี รับ สั่ง เปน ราช การซึ่ง อัง กฤษ เรียก ว่า เมศ
เซชี่. คำ ที่ ท่าน ตรัส นั้น, เปน คำ คน ทั้งปวง สรรเสริญ ว่า ดี.
๏ อนึ่ง โรค กระบือ ที่ เมือง อังกฤษ นั้น มากขึ้น.
๏ อนึ่ง เคานต์ยุเลนเบิก ที่ เปน บุตร ของ เคานต์ยุเลนเบิก
ผู้ ซึ่ง มา จัด แจง ทำ คำ สัญญา กรุง ปรัศเซีย ณกรุง สยาม ครั้ง
ก่อน นั้น, บุตร นั้น เปน โทษ ต้อง จำ อยู่ ณะคุก, เพราะ เข้า
ด้วย คน ที่ ฆ่า คน ตาย. คน ที่ เขา ฆ่า ตาย นั้น ชื่อ เอม.อัดโต.
๏ อนึ่ง ใน แขวง เมือง อังกฤษ ที่ ตำบล เมอเทอไทด์วิล
เกิดเหตุ ที่ คน กำลัง ขุด ถ่าน หิน ใต้ ดิน, เพราะ มี ลม อย่าง
หนึ่ง เกิด ขึ้น ใน ที่ เขา ขุด ถ่าน หิน นั้น, ติด เปน ไฟ แตก เหมือน
ดิน ปืน ติด ไฟ, ถูก คน ตาย ๓๐ คน ๆ ที่ ป่วย เจบ ลำ บาก อยู่
เปนอัน มาก.
๏ แร่ ทองคำ ใหม่
๏ ที่ เมือง มนทานา แขวง เมือง ยูในติศเทศ, เขา ได้ ภบ
แร่ ทอง คำ เมื่อ เดือน สิบสอง. แร่ ทองคำ นั้น มี เนื้อ ทอง
มาก กว่า แร่ ทองคำ ที่ มี ใน ประเทษ ทั้งปวง. มี คน หนึ่ง ชื่อ
ไดโลเน็น อิน ซะลี่, เขียน หนังสือ ฝ่าก มา เล่ม หนึ่ง ว่า, หิน ที่ มี
ทองคำ ติด อยู่ นั้น แทบ จะ มี เนื้อ ทองคำ ทั้ง นั้น. แล คน ที่ ไป
ภบ แร่ ทอง คำ นั้น, ชื่อ มิศเตอ เบราน์ เปน ชาด เยอมัน. เมื่อ
กำลัง เจาะ หิน เปน ช่อง ลง ไป ฦก ๒๐ ฟีด เหฺน ไม่ ได้ การ, จึ่ง
เจาะ หิน รุ้ง เข้า ไป อีก สิบ ฟี๊ด, ถูก แร่ ทองคำ มี เนื้อ ทอง มาก นัก,
ไม่ เคย มี ทอง ดี อย่าง นั้น เลย. เปน เทือก แถว ใหญ่ ดู เปน เงา
ไป. เขา ก็ อัษจรรย ใจ แล้ว ก็ ปิด ความ เสีย ไม่ ให้ ใคร รู้. ได้
อุสาห์ ทำ การ นั้น ไป อีก สอง ขวบ อาทิตย์, ก็ ได้ ภบ แร่ เปน คัน
แล้ว ด้วย ทองคำ. ขุด ได้ ทองคำ เตม กระสอบ ใหญ่ หลาย กระ
สอบ. ความ นั้น ก็ ฤๅ ไป ปิด หา มิด ไม่. คน อื่น ๆ ก็ ภา กัน
ไป ดู. เขา จึ่ง บอก หนังสือ มา ใจ ความ ว่า, เมื่อ เข้า ไป ถึง
แล้ว, เหน เปน ทองคำ ทั้ง นั้น. ทั้ง เบื้อง บน แล เบื้อง ต่ำ ต่าง
ทร้าย ค่าง ขวา ก็ เปน เงา จับ แสง ไฟ. ใน ช่อง ที่ เจาะ นั้น,
เหมือน จะ เปน ทองคำ ทั้ง นั้น. แล เทือก แก้ว หิน ที่ มี ทอง นั้น
กว้าง ๕ พืด ยาว หกวาเสศ. ใน ที่ ๕ พืด นั้น, มี เนื้อ ทองคำ
สาม ส่วน หิน ส่วน หนึ่ง, แล หิน ภาย นอก ใน ที่ กว้าง เพียง พืด
หนึ่ง, ตอน หนึ่ง หนัก หิน สิบ เจดหาบ, ได้ ทองคำ ใน รว่าง ถึง
สี่ ร้อย เหรียน แล สอง พัน เหรียน. ผู้ ที่ บอก ข่าว นี้ เปน คน
ควร ที่ จะ เชื่อ ได้. เขา ว่า ทอง ที่ ได้ ภบ แล้ว ยาว หก วา เสศ.
แล จะ มี ทอง ที่ ยัง ไม่ได้เจาะ เข้า ไป นั้น, ก็ เหน จะ มี มาก.
ข่าว มา แต่ เมือง อเมริกา
๏ ณเดือน อ้าย แรม ๔ ค่ำ ว่า, คอนเตรศ ได้ ประชุม ใหม่
ที่ เมือง วัดชิงตอน ณวัน จันทร์ เดือน อ้าย แรม ค่ำ หนึ่ง. เปรศ
ซิเดนต์ ยอนชัน ได้ กล่าว คำ ราช การ เรียก ว่า เมศเซช, กล่าว ว่า
เปน คำ ดี, คน ทั้งปวง สรรเสิญ มาก ว่า, เปน คำ ที่ จะ ชัก ชวน ให้
เมือง อเมริกา ฝ่าย เหนือ, แล เมือง อเมริกา ฝ่าย ใต้ ที่ แต่ ก่อน ๆ
รบ กัน ให้ สมกสมาน กัน, แล้ว เปน ที่ จะ ให้ เมือง อังกฤษ แล
ฝรั่งเสศ สิ้น สงไสย, ว่า เมือง เอมริกา แล เมือง อังกฤษ ฝรั่งเสศ
คง จะ เปน ปรกติ กัน. แต่ หัว เมือง ฝ่าย ใต้ นั้น ที่ แต่ ก่อน เปน
ขบถ เมื่อ ขุนนาง สำรับ ว่า ราช การ ที่ คอนเตรศ, ใน หัว เมือง
นั้น มา ประชุม กัน ที่ วัดชิงตอน, ห้าม มิ ให้ ฝ่าย ขบถ ว่า ราชการ
ก่อน ๆ สาบาลตัว ว่า, จะ ประพฤติ ตาม กฎหมาย คอนเตรศ ทุก สิ่ง
ทุก ประการ, และ ให้ สาบาล ว่า จะ ไม่ ข่ม ขี่ คน ชาติ อาฟริ
กา ที่ เปน คน ดำ ต่อ ไป อีก, แล จะ ยอม ให้ คน ชาต ดำ มี บันดา
ศักดิ ตาม ความ ชอบ ของ ตัว บ้าง, จะ ไม่ ใช้ เปน ทาษ เหมือน แต่
ก่อน มา เลย. ถ้า แล พวก ขุน นาง ฝ่าย ใต้ จะ ยอม สาบาล, ถือ
ตาม คอนเครศ ได้, จึง จะ ให้ ว่า ราชการ ด้วย กัน. คอรเตรศ ว่า
แขงแรง ดัง นี้, เพราะ เหน ว่า, ขุนนาง ที่ ฝ่าย ใต้ ถึง ยอม แพ้ แก่
ฝ่ายเหนือ แล้ว, แต่ ใน ใจ หลาย คน คง จะ มี ความ ขัด เคือง.
ถ้า มี โอกาส เมื่อ ใด, ก็ เหน จะ คิด การ ขบถ, ด้วย เขา กำลัง
หย่าก จะ ได้ ชาว อาฟริกา กลับ มา เปน ทาษ อีก.
๏ ข้อ ใหญ่ ที่ คอนเตรศ จะ ปฤกษา กัน คราว นี้, คือ ข้อ
ที่ ปฤกษา ว่า จะ ให้ ชาติ อาฟริกา, มี ยศศักดิ์ เข้า ใน การ ที่ เลือก
เจ้า เมือง และ ขุนนาง, ปฤกษา ว่า จะ ได้ ฤๅ ไม่ ได้. คอมเตรศ
นั้น แบ่ง กัน เปน สองพวก, ๆ หนึ่ง จะ ยอม. พวก หนึ่ง จะไม่ ยอม.
พวก ที่ จะยอม นั้น. ดู เหมือน จะ มี กำลัง มาก กว่า ฝ่าย ที่ ไม่ ยอม.
ข้าพเจ้า ผู้ เจ้า ของ จดหมายเหตุ นี้, ก็ เข้า ด้วย ผู้ ที่ ยอม นั้น,
เหน ว่า คน ดำ นั้น, ที่ ได้ เข้า ใน การ ช่วย รบ ศึก ปราบปราม ขบถ
ใหญ่ นั้น ควร ที่ จะได้ ยศศักดิ์, ภอ ที่ เข้า ใน การเลือก ขุนนาง
ได้ เหมือน คน ขาว. ถ้า ไม่ ยอม แล้ว เหน ว่า คน ขาว ที่ เคย
เปน นาย มา แต่ก่อน, ก็ จะ มี กำลัง ขึ้น อีก, แล้ว จะ กลับ ข่ม ขี่
คน ชาต ดำ ได้ ต่าง ๆ. ฝาย เปรศซิเดนต์ยอนซัน, เหน ควร ที่
คอนเตรศ จะ ฝาก ธุระ นั้น ไว้ แก่ หัว เมือง ฝ่าย ใต้, ด้วย เข้าใจ
ว่า, ไม่ ช้า ไม่ นาน หัว เมือง ฝ่าย ใต้ ก็ คง จะ ยอม ให้. แต่
ข้าพเจ้า นี้ ไม่ เหน ด้วย เลย. แล คอนเตรศ พวก ใหญ่ ก็ ไม่ เข้า
ด้วย เปรศซิเดนต์ยอนซัน ใน ข้อ นั้น. บัด นี้ คอนเตรศ ก็ มี อำ
นาถ ที่ จะ ยกให้ ชาติ อาฟริกา ให้ มี ยศศักดิ์, เหมือน ชาว เมือง อะ
เมริกาแท้ ได้. และ ข้าพเจ้า นึก เหน ว่า คราว นี้, คอนเตรศ คง
จะ ทำ กฎหมายให้เปน ประโยชน์ แก่ ชาติอาฟริกา ดัง นั้น.
ราคา สินค้า ที่ เมือง ฮ่องกง คัด จากจดหมายเหตุ
เมือง ฮ่องกง
๏ เมื่อ ณเดือน สาม ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ใน สิบห้า วัน นั้น
ราคา เข้า ขึ้น หาบละ ๒๐ เซนต์ ราคา ยัง คง อยู่ จะ เปน
อะไร ต่อไป ข้าง น่า หา รู้ แน่ไม่ ถ้า เข้า เข้า มา แต่ ต่าง ๆ
ประเทศ ไทย มาก ราคา เข้า ก็ คง จะ ถอย ลง ใน สิบห้า วัน
นั้น ขาย ได้ แปด หมื่น ห้า พัน สาม ร้อย หาบ คือ เข้า บังกลา
ห้า หมื่น สี่ พัน แปด ร้อย หาบ เข้า ย่างกุ้ง สอง หมื่น ห้า
พัน หาบ เข้า สยาม สอง พัน หาบ เข้า ไส้งอน สามพัน
ห้า ร้อย หาบ ราคา เข้า ใน วัน พฤหัศบดี เดือน สาม แรม ค่ำ
หนึ่ง นั้น คือ เข้า บังกลา หาบละ สอง เหรียน เก้าสิบ เซนต์
แล สาม เหรียน สิบห้า เซนต์ เข้า กล้อง สยาม หาบละ สอง
เหรียน หกสิบห้า เณนต์ แล สอง เหรียน เจ๊ดสิบห้า เซนต์ เข้า
สยาม อย่าง กลาง หาบละ สอง เหรียน แปด สิบ เซนต์ แล
สาม เหรียน ห้า เซนต์ เข้า ขาว สยาม หาบละ สาม เหรียน
ห้า เซนต์ แล สาม เหรียน สิบห้า เซนต์ เข้า ไส้งอน หาบ
ถะ สอง เหรียน เก้าสิบห้า เซนต์ แล สาม เหรียน ถ้วน เข้า
มะนิลา หาบละ สาม เหรียน แล สาม เหรียน ยี่สิบห้า เซนต์
เข้า กล่อง ย่างกุ้ง หาบละ สอง เหรียน เจ็ดสิบห้า เซนต์ แล
สองเหรียน แปดสิบห้า เซนต์ เข้า กล้อง อารกัน หาบละ
สอง เหรียน หกสิบ เซนต์ แล ถอง เหรียน หกสิบ ห้า เซนต์
๏ น้ำตาน ทราย ใน สิบ ห้า วัน นั้น ราคา ขึ้น ไป หน่อย
หนึ่ง เพราะ มี น้ำตานทราย น้อย น้ำตานทราย ขาว ใหม่
คง จะ มี สัก เดือน หนึ่ง แล น้ำตานทราย แดง ใหม่ คง
จะ มี ประมาณ สาม เดือน ใน สิบ ห้า วัน นั้น น้ำตาน
ขาว ขาย ไป ได้ แต่ ร้อย หาบ เท่า นั้น น้ำตานทราย แดง
ขาย ได้ พัน สอง ร้อย หาบ ราคา ใน วัน พฤหัสบดี เดือน สาม
แรม ค่ำ หนึ่ง นั้น น้ำตานทราย ขาว ที่ หนึ่ง หาบละ เก้า
เหรียน แล เก้า เหรียน ยี่ สิบ เซนต์ อย่าง ที่ สอง หาบละ
แปด เหรียน หกสิบ เซนต์ แล แปด เหรียน แปด สิบ เซนต์
อย่าง ที่ สาม หาบละ แปด เหรียน แล แปด เหรียน ยี่ สิบ ห้า
เซนต์ น้ำตานทราย แดง หาบละ ห้า เหรียน สิบ เซนต์
แล ห้า เหรียน ห้า สิบ เซนต์
๏ ฝิ่น ราคา ใน วัน นั้น อย่าง ที่ เรียก ว่า ปัตนา หิบ
ละ หกร้อย ห้า สิบ เจ็ด เหรียน ครึ่ง แล หกร้อยหกสิบ เหรียน
อย่าง ที่ เรียก ว่า บินาเรร์ หิบละ หกร้อย สี่ สิบ สอง เหรียน
ครึ่ง แล หกร้อย สี่ สิบ ห้า อย่าง ที่ เรียก ว่ามละวา หิบละ
แปด ร้อย หก สิบ ห้า เหรียน
๏ ราคา ฝ้าย ใน สิบห้า วัน นั้น คง อยู่ เหมือน แต่ ก่อน
แต่ ฝ้าย กำลัง ขาย เรว เพราะ ข่าว มา เมื้อง ถอนดอน ว่า
ฝ้าย มี ราคา ขึ้น ที่ นั้น ฝ้าย บังกลา ขาย เบล์ ยี่ สิบ สอง
เหรียน แล ยี่สิบ สี่ เหรียน ฝ้าย เมืรง จีน ขาย เบล์ ยี่
สิบ หก เหรียน แล ยี่ สิบ แปด เหรียน ฝ้าย ที่ ยัง ค้าง
อยู่ เมื้อง ฮองกง เปน สี่ หมื่น ห้า พัน เบล์
๏ พริก ไทย ดำ หาบละ หก เหรียน ห้า สิบ เซนต์ แล
หก เหรียน หกสิบ เซนต์
๏ หมาก แห้ง หาบละ สาม เหรียน แล สี่ เหรียน
๏ ฝาง สยาม หาบละ สอง เหรียนน ยี่สิบเซนต์ แล
สอง เหรียน สี่สิบ เซนต์
๏ โปถง หบละ เจ็ด เซนต
๏ ราคา สิน ค้า กรุงเทพ
๏ เข้า กล้อง อย่าง ต่ำ เกวียนละ ๖๕ บาท ๒ สลึง. เข้า
กล้อง อย่าง ดี เกวียนละ ๖๙ บาท. เข้า ขาว อย่าง ต่ำ เกวียน
ละ ๗๗ บาท. เข้า ขาว อย่าง ดี เกวียนละ ๙๐ บาท. เข้า
เปลือก เกวียนละ ๖๔ บาท.
๏ เมล็ดงา เกวียนละ ๑๐๔ บาท.
๏ น้ำตานทราย อย่าง ที่ หนึ่ง หาบละ ๑๐ บาท ๒ สลึง. อย่าง
ที่ สอง หาบละ ๑๑ บาท.
๏ พริกไทย ดำ หาบละ สิบ บาท.
๏ หนัง ควาย หาบละ สิบ เบด บาท.
๏ เขา ควาย หาบละ สิบ สอง บาท สอง สลึง.
๏ หนัง วัว หาบละ ๑๕ บาท สอง สลึง.
๏ กำยาน ที่ ระคน ปน กัน อยู่ หาบละ ๒๑๐ บาท.
๏ ตกั่ว เตรียบ หาบละ ๓๙ บาท.
๏ ป่าน กลีบ อย่าง ที่ หนึ่ง หาบละ ๒๒ บาท ๒ สลึง. อย่าง
ที่ สอง หาบละ ๒๐ บาท สอง สลึง.
๏ ไหม โคราช หาบละ ๓๗๒ บาท.
๏ รง หาบละ ๕๖ บาท.
๏ ครั่ง หาบละ สิบ สาม บาท สาม สลึง.
๏ เร่ว หาบละ ร้อย แปดสิบห้า บาท.
๏ กระวาน หาบละ ๓๕ บาท.
๏ ฝาง ที่ สาม ต้น สี่ ต้น เปน หาบ ๆ ละ สาม บาท. อย่าง
ที่ ห้า ต้น หก ต้น เปน หาบ ๆ ละ สอง บาท สาม สลึง. อย่าง ที่
หก ต้น เจ็ด ต้น เปน หาบ ๆ ละ สอง บาท สอง สลึง.
๏ ไม้ ศัก ยก ละ สิบ บาท.
๏ ไม้ ชิงชัน หนัก ร้อย หาบ เปน เงิน ๒๕๖ บาท.
๏ กระสอบ ร้อย ละ แปด บาท.
๏ ทอง ใบ หนัก บาท หนึ่ง, ราคา สิบ หก บาท สลึง เฟื้อง.
หนังสือ หมอ ปรัดเล
๏ ใน หนังสือ จดหมาย เหตุ ที่ ออก เมื่อ เดือน ๔ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง
นั้น, มี หนังสือ ประกาศ มา แต่ กรม พระ อาลักษณ์, ข้าพเจ้า อ่าน
เข้าใจ ว่า, ขดี หัว เมือง ใน กรุง นอก กรุง, ความ ที่ มี โจทย จำ
เลอย สู้ ความ กัน อยู่ นั้น, เคาเวอเมนต์ สยาม นั้น ไม่ ชอบ จะให้
คน ทั้ง ปวง ลง หนังสือ พิมพ์ กล่าว โทษ ลูกขุน ตระลาการ, ผู้ ที่
ไป ลง พิมพ์ ว่า ประจาน ตระลาการ เล่น, ก็ เปน คน พิรุทธ ไป.
จะ ไม่ ทรง หยิบ เรื่อง ใน หนังสือ พิมพ์ ออก ชำระ เปน อัน ขาด.
๏ อนึ่ง เข้าใจ ว่า, ความ อัน ใด อัน หนึ่ง ที่ ยัง ไม่ ฟอ้ง โรง
ศาล, เคาเวอเมนต์ไม่ ชอบ ให้ ลง หนังสือ พิมพ์ ว่า เปน พิรุทธ นัก.
ความ สอง อย่าง นี้, ข้าพเจ้า พิจารณา เหน ว่า ราษฎร ทั้งปวง จะ เกรง
กลัว พระ ราช อาญา, จะ ไม่ อาจ กล่าวโทษ ผู้ กระทำ ผิด ลง หนัง
สือ พิมพ์ ต่อ ไป. คน ร้าย ก็ จะ ดี ใจ เพราะ ได้ ช่อง ที่ จะ ทำ ร้าย
ทวี มาก ขึ้น กว่า แต่ ก่อน, เพราะ คน ไม่ อาจ เก็บ ความ ที่ ชั่ว
ร้าย มา ว่า ใน หนังสือ พิมพ์, แล คน ที่ จะ ฟ้อง ร้อง นั้น ก็ มัก
กลัว จะ กลับ เปน อันตราย แก่ ตัว, เหมือน อย่าง คน ที่ เมือง
สมุทสงคราม นั้น, จีน ไหหลำ สอง คน ที่ ได้ รับ สินบน จับ อ้าย สิน,
เปน ทุกข์ นัก อยู่ ว่า, ถ้า อ้าย สิน รอด ไป ได้ แล้ว, ก็ คง จะ ฆ่า
จีน ไหหลำ สอง คน เปน แน่. คน ที่ ร้อง ฟ้อง ผู้ ร้าย มัก มี ความ
กลัว ดัง นี้. เพราะ การ ที่ ร้อง ฟ้อง นั้น คน ร้าย รู้ จัก ตัว แน่.
ถ้าลง ใน หนังสือ พิมพ์ ผู้ ใด ๆ ปราถนา จะ ให้ ความ มิด ก็ ได้. ผู้
เจ้า ของ จดหมาย เหตุ รับ เอา เปน ธุระ เอง. ถ้า เหน ว่า เปน การ
ไม่ จริง, ผู้ เข้า ของ จดหมาย เหตุ ก็ ไม่ ยอม ให้ ลง พิมพ์.
๏ อนึ่ง ความ ที่ หนังสือ เคาเวอเมนต์ ติ ว่า เอา เงิน ไป จ้าง
ลง หนังสือ พิมพ์ กล่าว โทษ ตระลาการ, แล คู่ ความ ต่าง ๆ นั้น
ไม่ ถูก. เจ้า ของ จดหมาย เหตุ ไม่ ได้ เอา เงิน ค่า จ้าง แต่ ผู้ มา ลง
พิมพ์ เลย. ผู้ ใด ๆ เช่น คน ยาก จน จะ มา ลง พิมพ์ การ ร้าย
ได้ มี สำคัน ว่า เปน ความ จริง, เจ้า ของ จดหมาย เหตุ ก็ ลง พิมพ์
ไม่ เอา ค่า จ้าง, เพราะ คิด ว่า จะ เปน ประโยชน์ แก่ เมือง มาก. แต่
คน ที่ ซื้อ จดหมาย เหตุ ต้อง เสีย เงิน ปี ละ ห้า บาท เท่านั้น. และ
คน ที่ อยาก จะ ให้ คน อื่น รู้ ว่า ตัว มี ของ ขาย, ฤา การ เลหลัง
ฤา ที่ จะ รับ จ้าง ซ่อม แปลง กำปั่น เหมือน อย่าง ที่ อู่ ใหม่ นั้น,
ปราถนา จะ ให้ คน ทั้งปวง, นึก ไป ถึง การ นั้น ทุก คราว เช่น ว่า
มา นี้, ก็ ต้อง เสีย เงิน ค่า จ้าง. นอก นั้น ไม่ ต้อง เสีย.
๏ อนึ่ง คน ที่ ซื้อ จดหมาย เหตุ นี้ เปน ผู้ ใหญ่ หลาย คน ได้
สรรเสริญ ว่า เปน ประโยชน์ แก่ บ้าน เมือง นัก, เพราะ ผู้ ที่ ขี้ มัก
ฉ้อ หลอง ฤา ฉ้อ ราษ กลัว ว่า จะ มี ผู้ เก็บ เอา ความ มา ลง พิมพ์,
การ ที่ ชั่ว ร้าย นั้น จะ ปรากฎ. ข้าพเจ้า ถาม ผู้ ใหญ่ บ่อย ๆ ว่า จะ
ทำ ยัง ไร จะ ให้ จดหมาย เหตุ ดี ขึ้น. เขา ก็ ตอบ ว่า ให้ เก็บ เอา
ที่ การ ชั่ว การ ร้าย แท้ ๆ มา ลง พิมพ์ มาก กว่า แต่ ก่อน จึง จะ ดี ขึ้น,
เพราะ จดหมาย เหตุ เหมือน ดวง สว่าง ใหญ่, บัง เกิด ขึ้น ใน
เมือง, ความ มืด ที่ ผู้ ร้าย มัก ชอบ นั้น, ก็ จะ ค่อย หาย ไป, เมือง ก็
จะ มี ความ ศุข ขึ้น. ข้าพเจ้า ก็ เหน ด้วย จึ่ง เตม ใจ จะ ทำ การ
นี้ ต่อ ไป. เมื่อ มี หนังสือ เคาเวอเมนต์ ห้าม เช่น ว่า มา นี้, ข้าพเจ้า
เสีย ใจ ไป, และ เหน ว่า ผู้ ที่ ซื้อ จดหมาย เหตุ นี้ ที่ มี ใจ รัก บ้าน
เมือง แท้ ๆ จะ เสีย ใจ ไป ด้วย ทุก คน. แต่ คง จะ มี ขุนนาง ผู้
ใหญ่ หลาย คน ที่ มี ใจ รัก ตัว มาก กว่า รัก เมือง นัก. จึ่ง มี ใจ
ปราฐนา ทาง ที่ จะ ได้ ฉ้อ หลวง และ ฉ้อ ราษฎร โดย สดวก, เพื่อ
จะ ได้ เงิน เปน ของ ๆ ตัว มาก. คน เล่า นี้ ไม่ ชอบ ให้ ลง พิมพ์
การ ร้าย, เพราะ กลัว จะ เกิด สว่าง, ความ ชั่ว ของ ตัว จะ ปรากฎ.
ข้าพเจ้า นึก เหน ว่า คน อย่าง นี้ ได้ ทูล ขอ ให้ เคาเวอเมนต์ ห้าม ลง
พิมพ์ การ ร้าย ต่าง ๆ, จึ่ง อนุญาต ตาม ใจ เขา. ข้าพเจ้า คิด
เหน ว่า ใน หลวง ทรง พระ กรุณ ฝูง ราษฎร ทั้งปวง จริง. ประสง
จะ ให้ เขา อยู่ เปน ศุข แท้. แต่ คง มี ผู้ ที่ ปฤกษา ราชการ ใน
เคาเวอเมนต์ พร้อม ใจ กัน ว่า การ ที่ ไป ลง พิมพ์ กล่าว โทษ คน ทั้ง
ปวง เปน การ ไม่ ดี ไม่ สม ควร จะ มี ใน เมือง. จึ่ง มี หนังสือ ประ
กาศ ห้าม ตาม ใจ เขา. ข้าพเจ้า ปราฐนา จะ ตัก เตือน เคาเวอเมนต์
สยาม ให้ พิจรณา ดู ความ ที่ ประกาศ ห้าม นั้น ให้ ละเอียด ขึ้น. ว่า
ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ผู้ หนึ่ง ที่ ได้ รัก ตัว มาก กว่า รัก เมือง ก็ จะ ดี ใจ ขึ้น
เท่าไร, และ ผู้ ที่ มัก ฉ้อ หลวง ฉ้อ ราษ และ ทำ ร้าย ต่าง ๆ จะ
มี ใจ สรรเสิญ คำ ห้าม ปราม นั้น เท่า ใด. เพราะ สว่าง ที่ เกิด
ด้วย จดหมาย เหตุ จะ ดับ เสีย แล้ว. เคาเวอเมนต์ ใด ๆ ที่ ประ
เทศ ยูรบ ก็ ดี อะเมริกา ก็ ดี, ยอม ให้ มี หนังสือ จดหมาย เหตุ
กล่าว โทษ คน ทั้งปวง ได้ ไม่ ห้าม. ถ้า แม้น เปน ความ ไม่ จริง
บ้าง เล็ก น้อย, สว่าง แห่ง จดหมาย เหตุ ส่อง ถึง ก็ รู้ แน่ ก็ จะ
สิ้น ความ สง ไสย กลับ เปน ปราโยชน์ แก่ เมือง. และ ความ ที่
จะ ว่า กล่าว ถึง โรง ศาล นั้น, ก็ หาย ไป เพราะ สว่าง จดหมาย
เหตุ นั้น, ดุจ สัตว ร้าย ชอบ มืด หนี ไป เมื่อ เวลา แดด ขึ้น.
๏ การเลหลัง ๚ะ
๏ ณวัน พุทธ เดือน ๕ ขึ้น ๔ ค่ำ จะ มี การ
เลหลัง โดย ความ ตัดสิน ที่ กงสุล อเมริกา ใน ความ
วิเลียมเบอตัน ค่อ สู้ เย เอช จันต์เถอ ที่ ได้ ตัดสีน
แต่ วัน พฤหัศบดี เดือน อ้าย ขึ้น ๑๑ ค่ำ นั้น แล้ว
แล ของ ที่ จะ ขาย นั้น คือ ตึก อัน งดงาม ที่ มิศเตอ
จันท์เลอ ได้ สร้าง ไว้ ตรง น่า โรง สีไฟ ที่ ชาว อเม
ริกา เหนือ คลองบาง น้ำชน ข้าม นั้น ใน ตึกนั้น มี
ห้อง สิบหก ห้อง ทำ ด้วย ดี มั่น คง นัก เพราะ
หมาย จะ ให้ เจริญ ความศุข แก่ ผู้ อยู่ แล มี ของ
ประลาศ สำรับ ตึก พึ่ง มี มา ใหม่ ๆ หลายอย่าง แล
ที่ ใน ห้อง นั้น ไม่ เปน ที่ อับ ลม ๆ ก็ พัด เข้า มา
ได้ เอย็น สบาย ถ้า อยู่ บน ตึก แล้ว ถึง จะ แล มา
ดู เรือ ขึ้น ล่อง ตาม ลำแม่น้ำ ก็ ดู ได้ สบาย นัก อนึ่ง
ที่ ชาน บ้าน เปน ทำเล กว้างขวาง มี ต้นผลไม้ อย่าง
ดี ๆ เกิด ผล บริบูรณ์ มี เรือน สำหรับ ได้ ให้ คน
อาไศรย หลาย หลัง มี ตึก สำหรับ อาบ น้ำ แล ตึก
ครัว แล ของ อื่น ดี ๆ หลาย สิ่ง
๏ อนึ่ง ใน วัน นั้น จะ ขาย เครื่อง ใช้ ใน ตึก
เปน ต้น ว่า โต๊ะ ตู้ เตียงนอน ฟูกนอน เก้าอี่ สำ
หรับนอน เครื่องโตะ ช้อนเงิน มีด ซ่อม แล หนังสือ
อังกฤษ ต่าง ๆ กับ ทั้ง สิ่ง ของ เปน ที่ เจริญ ตา
ต่าง ๆ อนึ่ง บัญชี่ ของ ทั้งปวง ที่ จะ ขาย เถหลัง
นั้น จะ ทำ แล้ว ใน วัน จันทร เดือนห้า ขึ้น ๑๐ ค่ำ ตั้ง
แต่ วัน นั้น ไป ใคร ๆ ปราถนา จะ ดู ให้ รู้ ราย สิ่ง
ของ นั้น ก็ ดู ได้
บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้า ของ อู่ใหม่
๏ อู่ แห่ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก
อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง พิ
จารณา ดู อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เห็น ว่า เปน อู่ ดี กว่า อู่ ทั้งปวง ใน บุระ
ประเทศ นี้. จะ ได้ แก้ เรือ ซ่อมแปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่
อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต, แล คง จะ ให้ ยาว กว่า นั้น อีก. โดย กว้าง
ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฦก ๑๕ ฟุต. ที่ ปาก อู่ มี ประตู เรียก ว่า ไกซัน, ถ้า
จะ ปิด มิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถึง
ลำ แม่น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง
แรง นัก, กำปั่น เล็ก กำ ปั่น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน
ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จักร สำหรับ ยก เสา
กะโดง, แล บ่อ น้ำ สำหรับ กลไฟ แขง แรง นัก. อู่ นั้น พร้อม
ด้วย เครื่อง สูบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ. มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ
น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย
เครื่อง ใช้ ใน การ ทำ เรือ ใบ แล เรือ กล. แล การ นั้น มี นาย ที่
เปน ชาติ ยูรบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึง ชำนาญ
ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.
๏ แล ลูก จ้าง สำรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล
วัณภู ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี แห่ง อู่
นั้น, ปราถนา ที่ จะ ให้ คน ทั้งหลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี
ไม้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อย ไม้, เพื่อ จะ
ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อ ได
ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.
๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่
จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น,
เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือ ใบ เรือ กล ไฟ ฤา
การ ใด ๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล
เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขาย ให้ ตาม ราคา
ตลาด กรุง เทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้ง หลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา
จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤา ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน
กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อ ใด.
๏ อนึ่ง กปิตัน แห่ง เรือ ทั้ง หลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น,
ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึง ออก
ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง
ฝาก ไป ถึง มิศเตอ ดับลิยู. เซ. โรเบิดซัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง
นั้น, บัด นี้ มิศเตอ ดับลิยู. เซ. โรเบิดซัน เปน นาย กอง นั้น,
เปน เจ้า กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เก็บ เงิน แต่ ผู้ เดียว.
| กำปั่น เข้า กรุงเทพ ฯ | |||||
| เข้ามาเมื่อไร | กำปั่น ชื่อไร | กับ ปิตัน ชื่อไร | กี่ ตอน | เรือ อะไร | มาแต่ไหน |
| เดือน ๓ แรม ๑๔ ค่ำ | ซี. นิมพ์ | วินเชสเตอร์ | ๗๒๔ | ชิบ อังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๔ ขึ้น ค่ำ ๑ | เฮงหอย | ปิเตอร์สัน | ๓๕๒ | บาก สยาม | สิงคโปร์ |
| ค่ำ ๑ | ไยโอนา | บริวสเตอร์ | ๕๕๐ | บาก อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| ค่ำ ๑ | นรสิมัน | ยัง | ๓๗๓ | ชิบ สยาม | ฮองกง |
| ๓ ค่ำ | เจ้าพระยา | ออร์ตั้น | ๓๕๓ | กลไฟ สยาม | สิงคโปร์ |
| ๔ ค่ำ | กิมเฮงบี | ฮันเชน | ๓๒๒ | ชิบ สยาม | ฮองกง |
| ๕ ค่ำ | เอ. เอม. ลอรันส์ | เตเลอ | ๖๐๖ | ชิบ อเมริกา | ฮองกง |
| ๕ ค่ำ | ออคัส | โบอัก | ๔๑๒ | บาก สยาม | สิงคโปร์ |
| ๗ ค่ำ | กิมยังไท้ | สโตรก | ๓๒๙ | ลักเกอ สยาม | ฮองกง |
| ๑๐ ค่ำ | เซนต์เมริ | กะรอด | ๔๖๑ | บาก สยาม | สิงคโปร์ |
| ๑๑ ค่ำ | คาเทอรีน | แตนเนิ่น | ๒๔๕ | บริก ปรัสเซีย | ฮองกง |
| ๑๓ ค่ำ | โซไพอา | แมนเนอค์ | ๙๙ | สกุนเนอ รัน โอ เวอ | ฮองกง |
| กำปั่น ออก จาก กรุงเทพ ฯ | |||||
| ออก เมื่อไร | กำปั่น ชื่อไร | กัปตัน ชื่อไร | กี่ ตอน | เรือ อะไร | จะ ไป ไหน |
| เดือน ๔ ขึ้น ค่ำ ๑ | ไวเคานต์แคนนิง | ซันนัน | ๕๖๐ | กลไฟ สยาม | ฮองกง |
| ค่ำ ๑ | เฟรดดริค ที่ ๗ | โฮเยอ | ๔๑๑ | ชิบ ปรุศเซีย | ฮองกง |
| ค่ำ ๑ | ไดโอซิ วเซน | แวกเนอ | ๓๐๐ | บาก ฮำเบิก | ฮองกง |
| ค่ำ ๑ | ยัสมิน | อรไทส | ๒๓๖ | บาก ฝรั่งเสศ | ฮองกง |
| ๒ ค่ำ | ดะไวนา | ริกเตอ | ๒๕๗ | บริก รัสเซีย | ฮองกง |
| ๔ ค่ำ | คัศตาฟี้ | ไคเยอ | ๒๔๐ | บริก รัสเซีย | ฮองกง |
| ๔ ค่ำ | อัมเมโซน | เบลสตัศ | ๒๑๘ | บริก บริแมน | ฮองกง |
| ๔ ค่ำ | แอนลูซิ | เวดี้ | ๒๗๔ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๕ ค่ำ | ยูเทีย | ดาเวนันต์ | ๒๐๑ | บาก สยาม | ปะเตเวีย |
| ๕ ค่ำ | เอม. มิลเดร็ต | ไฟนิ | ๕๖๐ | ชิบ อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| ๖ ค่ำ | เฮนรี่เอตติ | ฮรเตน | ๒๑๐ | บาก ปริแมน | สิงคโปร์ |
| ๖ ค่ำ | กิมคิวแอม | จื่น | ๒๕๐ | บาก ดัชะ | ยะวา |
| ๖ ค่ำ | สยาม | แปรก | ๓๒๖ | กลไฟ สยาม | สิงคโปร์ |
| ๗ ค่ำ | ดับลีว. คันเดล์ | เซมเปิล | ๒๖๗ | บริก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๙ ค่ำ | แกนตอน | อัศมรเซน | ๓๐๔ | บาก ปรุศเซีย | ฮองกง |
| ๙ ค่ำ | ยักมัลบักเกต | เด | ๑๐๕ | สกุนเนอ อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| ๙ ค่ำ | เจ้าพระยา | อรตัน | ๓๕๓ | กลไฟ สยาม | สิงคโปร์ |
| ๑๐ ค่ำ | กวีนออฟ อิ่งลันด์ | ครุก | ๔๓๓ | ชิบ สยาม | ฮองกง |
| ๑๐ ค่ำ | เตลลิแกรฟ | กฤสตีอันเซน | ๓๐๒ | บาก สยาม | ฮองกง |
| ๑๐ ค่ำ | เกตอน | ดิวไป | ๒๓๓ | บริก ฝรั่งเสศ | สิงคโปร์ |
| ๑๒ ค่ำ | ยังครึก | ทัมซอน | ๔๓๔ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| ๑๓ ค่ำ | ที่มิศ | โบเบอมัน | ๓๑๖ | สกุนเนอ อังกฤษ | ฮองกง |
๏ ฃอง ที่ จะ ฃาย
๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ มี เครื่อง
มือ สำรับ พวก อินชิเนีย ต่าง ๆ ซึ่ง จะ ขาย คือ
เครื่อง กลึง เหล็ก กลึง ทองเหลือง ก็ ได้ ฤๅ กลึง
ไม้ ก็ ได้ มี อยู่ สำรับ หนึ่ง แล ทั่ง ใหญ่ สำรับ
ถอง เหล็ก อัน หนึ่ง แล ทั่ง เหล็ก อัน หนึ่ง คีม
ใหญ่ สำรับ คีบ เหล็ก อัน หนึ่ง เรียก ว่า ไวซ้ เครื่อง
ทำ ฅวง ใหญ่ แล ควง เล็ก เรียก ว่า ว่าตับพ์ดาย
สว่าน ไช รู เหล็ก หลายอัน เครื่อง ไขควง หลาย อัน
เรียก ว่า เรนช้ ตไบ หลาย อัน สิ่ว ตัด เหล็ก หลาย อัน
๏ เครื่อง มือ ช่าง ไม้ ก็ มี ด้วย คือ ว่า กบ
ใหญ่ แล กบ เล็ก สว่าน ไช รู ๆ เล็ก ๆ รู ใหญ่ มี
หลาย อัน เสียบ แล เหล็ก วัด ไม้ ยัง อีก หลาย
สิ่ง จะ บอก ให้ ท่าน ที่ นี่ ไม่ ได้ เครื่อง มือ ทั้ง
หมด นี้ อยู่ ที่ บ้าน หมอ แมกฟัดแลด เหนือ คลอง
บางน้ำชล ถ้า ผู้ ใด จะ ต้อง การ เชิญ มา ดู เทอณ
ทอมมัศ มิตตา
๏ ของ นาย ห้าง เมือง จีน ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ ที่ มี ชื่อ ใต้ หนังสือ นี้ ได้ ตั้ง เปน เอเชียติ
ที่ กรุงเทพ ฯ สำรับ พวก อินชูเรนซ์ กัมปนี
นั้น ข้าพเจ้า ได้ จัด แจง ไว้ พร้อม แล้ว เพื่อ จะ
ได้ ทำ การ อินชูเรนซ์ คือ ให้ มี หนังสือ ประกัน ด้วย
เรือ มี ใบ รับ บาก แล บริก เปน ต้น ถ้า เป็น เรือ
อย่าง ดี ข้าพเจ้า จะ รับ ประกัน แต่ เพียง สี่ หมื่น
เหรียน ถ้า เปน เรือ กลไฟ ข้าพเจ้า จะ รัป กัน แก่
เพียง ๗๐๐๐๐ เหรียน
๏ ถ้า ผู้ ใด จะ จ้าง พวก ของ ข้าพเจ้า ให้ เปน
นาย ประกัน เรือ แม้น เอา เงิน ค่า จ้าง มา ให้ ข้า
พเจ้า ก่อน ข้าพเจ้า จะ ลด ใน ๑๐๐ เหรียน นั้น คืน
ให้ ๑๕ เหรียน ถ้า เรือ นั้น เสีย ด้วย สีง ใด สิง
หนึ่ง ก็ ถ้า มา บอก ได้ กอ่น ใน รหว่าง ๓๐ วัน
แล้ว ข้าพเจ้า จะ ใช้ เงิน ค่า เรือ นั้น
๏ เขียน เมื่อ ณวัน เดือน ยี่ แรม ๑๔ ค่ำ ปีฉลู
สัปตศก
| ประนินทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง แรม เดือน ๔ นี้ | ||||||||||
| ค่ำ อังกฤษ | ค่ำ ไทย | ค่ำ จีน | อาทิตย์ ขึ้น กี่ โมง | อาทิตย์ ตก กี่ โมง | อาทิตย์ เที่ยง กี่ โมง | จันทร์ ตก กี่ ทุ่ม | ||||
| เดือน มาช | เดือน ๔ | เดือน ที่ ๑ | ||||||||
| วัน ศุกร | ๒ ค่ำ | แรม | ค่ำ ๑ | ๑๖ ค่ำ | ย่ำ รุ่ง แล้ว | ๖ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ทุ่ม ๑ กับ | ๑๖ นาที |
| วัน เสาร์ | ๓ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ๑๗ ค่ำ | “ | ๖ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๒ ทุ่ม | ๔ นาที | |
| วัน อาทิตย์ | ๔ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ๑๘ ค่ำ | “ | ๖ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๒ ทุ่ม | ๕๐ นาที | |
| วัน จัทร | ๕ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ๑๙ ค่ำ | “ | ๕ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๓ ทุ่ม | ๓๗ นาที | |
| วัน อังคาร | ๖ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ๒๐ ค่ำ | “ | ๕ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๔ ทุ่ม | ๒๔ นาที | |
| วัน พุทธ | ๗ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ๒๑ ค่ำ | “ | ๕ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๕ ทุ่ม | ๑๓ นาที | |
| วัน พฤหัสบดี | ๘ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ๒๒ ค่ำ | “ | ๔ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๖ ทุ่ม | ๒ นาที | |
| วัน ศุกร | ๙ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ๒๓ ค่ำ | “ | ๔ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ๖ ทุ่ม | ๕๑ นาที | |
| วัน เสาร์ | ๑๐ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ๒๔ ค่ำ | “ | ๔ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ๗ ทุ่ม | ๔๐ นาที | |
| วัน อาทิตย | ๑๑ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | ๒๕ ค่ำ | “ | ๓ นาที | ๕ โมง ๕๗ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ๘ ทุ่ม | ๓๐ นาที | |
| วัน จันทร | ๑๒ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ๒๖ ค่ำ | “ | ๓ นาที | ๕ โมง ๕๗ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ๙ ทุ่ม | ๑๙ นาที | |
| วัน อังคาร | ๑๓ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ๒๗ ค่ำ | “ | ๒ นาที | ๕ โมง ๕๘ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ๑๐ ทุ่ม | ๙ นาที | |
| วัน พุทธ | ๑๔ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ๒๘ ค่ำ | “ | ๒ นาที | ๕ โมง ๕๘ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ๑๑ ทุ่ม | ๓ นาที | |
| วัน พฤหัสบดี | ๑๕ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ๒๙ ค่ำ | “ | ๒ นาที | ๕ โมง ๕๘ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ๑๑ ทุ่ม | ๔๗ นาที | |
| วัน ศุกร | ๑๖ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | ๓๐ ค่ำ | “ | ๑ นาที | ๕ โมง ๕๙ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ตก ย่ำรุ่ง | ๓๖ นาที | |