

| เล่ม ๒ บางกอก เดือน ห้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี ขานสัปตศก จุลศักราช ๑๒๒๗ เดือน มารช์ วัน ที่ ๑๗ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๒ |
พงษาวดาร อังกฤษ บท ๕ ต่อ น่า ๓ เล่ม ที่ ๒
๏ คฤศตศักราช ๙๕๕ เอ็ดวี ผู้ เปน พระราชนัดดา ได้ ราชสม
บัติ. เมื่อ เอ็ดวี ได้ เถลิง ราช สมบัติ นั้น, พระชน มายุ ได้
๑๘ พรรษา. พระ มเหษี ทรง พระนาม ว่า เอลไฟกา. ทรง พระ
รูป พระโฉม งาม นัก, เปน เชื้อ พระวงษ เธอ. ครั้ง นั้น เสนต์
เดิ์นสแตน แล บาทหลวง ผู้ ใหญ่ อีก คน หนึ่ง ชื่อ โอโด, เหน ว่า
กระษัตร เอ็ดวี รับ พระราชธิดา ของ พระวงษ เธอ มา เปน พระอรรค
มเหษี นั้น ไม่ ควร. จึ่ง เย้า กวน ทำให้ เคือง ขัด พระอัชฌาไสย
อยู่ เนือง ๆ. พระองค์ จึ่ง นฤเทศ เสนด์เดิ๊นสะแตน เสีย จาก พระ
นคร, แต่ โอโด นั้น คิด กลอุบาย จับ พระอรรคมเหษี ได้. แล้ว
เอา เหล็ก แดง นาบพระภักตร์ แกล้ง ทำให้ เสีย พระรูป พระโฉม.
แล้ว นำ ไป จำ กัก ขัง ไว้ ใน ประเทศ ไอยะแลนด์ แล้ว คิด อ่าน
ยุ ยง เอ็ดเกอ ผู้ น้อง ให้ คิด ขบถ. เสนต์เดิ๊นสแตน ก็ กลับ มา
เข้า กับ เอ็ดเกอ. ส่วน พระอรรคมเหษี รักษา พระภักตร์ หาย แล้ว
หนี กลับ มา ยัง มิ ทัน ถึง, พวก ขบถ จับ ประหาร ชีวิต เสีย. เอ็ดวี
ทราบ ว่า พระอรรคมเหษี เสีย พระชนม์แล้ว. ก็ โทมนัศ เสีย พระ
ไทย, ก็ ทรง พระประชวร หนัก, สวรรคต ใน คฤศตศักราช ๙๕๙.
๏ เอ็ดเกอ พระอนุชา ขึ้น เสวยราชสมบัติ. เมื่อ เอ็ดเกอ ได้ ราช
สมบัติ พระชนม์ ๑๖ พรรษา. ครั้ง นั้น เสนต์เดิ๊นสแตน ก็ ยิ่ง
มี อำนาจ มาก ขึ้น, ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย อยู่ ใน บังคับ บัญชา
เสนต์เดิ๊น สแตน ทั้งสิ้น. แต่ ก่อน สุนักข์ ใน ที่ ประเทศ อังกฤษ
ดุ ร้าย ชุม นัก, ทำ ร้าย ราษฎร อยู่ เนือง ๆ. กระษัตร เอ็ดเกอ
จึ่ง ยก ส่วย ใน เมือง เวล เสีย, เกน เอา ศีศะ สุนักข์ ใน ปีละ
สาม ร้อย. เดี๋ยว นี้ สุนักข์ ใน ใน เมือง นั้น จึ่ง น้อย ไป ไม่ ชุม.
๏ เอ็ดเกอ อยู่ ใน ราช สมบัติ ๑๖ ปี, ก็ ทิวงคต ล่วง ไป. เอ็ด
เวิด ราชโอรศ ได้ ราชสมบัติ ใน คฤศตศักราช ๙๗๕ ปี. เมื่อ
กระษัตร เอ็ดเกอ สวรรคต นั้น, เอล ไฟดา มารดา เลี้ยง ของ
กระษัตร เอ็ดเวิด, มี พระราชโอรศ องค์ หนึ่ง พระนาม เอ็ดเอล
เรนดํ. ปราถนา จะให้ บุตร ของ ตน ได้ ราชสมบัตี้. ฝ่าย
ขุนนาง ผู้ใหญ่ไม่ยอม, จึ่ง ปฤกษา พร้อม ยอมยก เอ็ดเวิด ขึ̂น เปน
กระษัตร. ฝ่าย เอ็ดเวิด มิได้ พยาบาท มารดา เลีย̂ง, วาง พระ
ไทย สนิท ไม่ สงไสย. วัน หนึ่ง เสดจ̂ ไป ประภาษ มฤค ถึง ที่
อยู่ ของ มารดา เลียง, เสดจ̂ เข้า ไป คำนับ แต่ พระองค์ เดียว.
แล้ว เสดจ์ กลับ ออก มา ทรง ม้า พระที่นั่ง, สั่ง ให้ เอา น้ำ องุ่น
มา เสวย, เมือ พระองค์ เสวย น้ำ องุ่น อยู่ นั̂น, คน ใช้ ของ
เอลไฟดา มารดา เลียง ลอบ มา แทง พระองค์, เอ็ดเวิด ต้อง
อาวุธ แล้ว ขับ ม้า พระที่นั่ง รีบ เสดจ̂ ไป, พระโลหิต ไหล หยด
ไป ตาม มรคา. เสวย พระทุกข เวทนา อ่อน พระกำลัง, ดำรง
พระกาย ไว้ มิ ได้, ก็ ตก ลง จาก หลัง ม้า พระที่นั่ง, แต่ พระ
บาท ยัง คล่อง อยู่ ใน โกลน หา หลุด ไม่, ม้า ก็ พา พระองค์ ลาก
ไป จน สิ้น พระชนม์. เอ็ดเวิด กระษัต อยู่ ใน ราชสมบัตี้ ๔ ปี,
๏ คฤศตศักราช ๙๗๘. เอ็ดเวลเรนด์ ได้ เปน กระษัตร ครอง
ราช สมบัติ สืบ มา. พระองค์ มิ ได้ เอา พระไทย ใส่ ใน กิจการ บ้าน
เมือง, ละเลย เฉย เสีย, มิ ได้ ฝึก ทแกล้ว ทหาร ไว้ ให้ ชำนิ ชำ
นาญ ใน การ ศึก, มิ ได้ ตก แต่ง ค่าย คู ไว้ ป้อง กัน ให้ แน่น
หนา. ครัน̂ มี ศึก พวก เดน มา ติด เมือง, ก็ มิ ได้ แต่ง ทหาร
ออก สู้ รบ, ยอม ให้ เงิน หมื̂น ปอน, เปน ค่า ไถ่ เมือง แก่
พวก เดน, ๆ ก็ เลิก ทับ กลับ ไป. ใน คฤศตศักราช ๙๙๓
กระษัตร เมือง เดน มาก กับ กระษัตร เมือง นอเว, ยก ทหาร
มา ตี เมือง อังกฤษ หลาย ตำบล. กระษัตร เอ็ดเอลเรนต์ เหน
จะ ต้าน ทาน กำลัง ฆ่า ศึก มิ ได้, จึ่ง ให้ เงิน ค่า ไถ่ เมือง หมื̂น
หก พัน ปอน แก่ พวก ฆ่า ศึก, ๆ ก็ ยก กลับ ไป. ศฤศตศัก
ราช ๙๙๗ พวก เดน เคย ได้ เงิน ง่าย ๆ จึ่ง กำเริบ, เพราะ
เหน ว่า พวก อังกฤษ ไม่ มี ใคร กล้า หาร, แล แก่ง แย่ง กัน
อยู่ หา พรัก พร้อม กัน ไม่. จึ่ง ยก ทับ มา ตี เผา บ้าน เมือง เสีย
หลาย แห่ง หลาย ตำบล. พวก อังกฤษ ไม่ สู้ รบ ยอม ให้ เงิน สอง
หมื่น สี่ พัน ปอน, พวก เดน กลับ ไป. ฝ่าย กระษัตร เอ็ดเอลเรนด์
เหน ว่า พวก ทหาร อังกฤษ อ่อน แอ นัก, รบ พุ่ง ไม่ เข้ม แขง ฆ่า
ศึกจึ่ง มา รบ กวน ย่ำ ยี ได้ บ่อย ๆ. จึ่ง ให้ ราชทูต จำ ทูล พระ
ราชสาร ไป ขอ พระน้อง นาง ของ กระษัตร เมือง นอแมนดี, ชื่อ
เอมมา มา เปน พระอรรคมเหษี, ด้วย ทรง เหน ว่า กระษัตรนอแมน
เด นั้น กระ กูล เดียว กัน กับ กระษัตร พวก เดน, จะ ได้ ช่วย ห้าม
ปราม มิ ให้ มา รบ กวน. กระษัตร เอ็ดเอลเรนด์ ลุ อำนาถ แก่
โทษะ มิ ได้ พิจารณา ให้ รอบ คอบ, สั่ง ให้ ประหาร พวก เดน ซึ่ง
อยู่ เมือง อังกฤษ นั้น เสีย สิ้น. แต่ พระน้อง นาง ของ กระษัตร
เดน มาก, องค์ หนึ่งเปน ชายา เจ้า อยู่ ใน เมือง อังกฤษ, ก็ จับ
ประหาร ชีวิต เสีย ทั้ง บุตร บุตรี. ๏ ฝ่าย กระษัตร เดน มาก ทราบ
ดัง นั้น, ก็ ยก ทหาร มา ตี เมือง อังกฤษ. กระษัตร เอ็ดเอล
เรนด์ ยอม ให้ เงิน สาม หมื่น ปอน, ไถ่ เมือง ไว้ มิ ให้ ลำ บาก
แก่ ราษฎร, กระษัตร เดน มาก เลิก ทับ กลับ ไป. ประมาณ
ปี หนึ่ง ก็ ยก ทับ มา ตี อีก. เอ็ดเอลเรนด์ ยอม ให้ เงิน อีก หก
พัน ปอน. ๏ ฝ่าย พวก เดน มิ ได้ คง อยู่ ใน คำ สัญญา ยัง ยก มา ตี
อยู่ เนือง ๆ. กระษัตร เอ็ดเอลเรนด์ ทน ทาน มิ ได้, ก็ อพยบ
ครอบ ครัว หนี ไป อาไศร อยู่ เมือง นอแมนเต. สัก สอง สาม
เดือน ก็ ได้ ข่าว ว่า กระษัตร เดน มาก สิ้น พระชนม์ แล้ว, ก็ กลับ
มา อยู่ เมือง ดัง เก่า. บุตร ของ กระษัตร เดน มาก ชื่อ แกนยุด,
ได้ เปน นาย ทับ ใหญ่ ใน พวก เดน แทน บิดา. บุตร กระษัตร
เอ็ดเอลเรนด์ ชื่อ เอ็ดเม็น, เปน นาย ทับ ใหญ่ ฝ่าย พวก อังกฤษ.
เอ็ดเม็น ผู้ นี้ กล้า หาร นัก ทั้ง สติ ปัญญา ก็ มาก, แต่ มี พวก
พ้อง จะ ช่วย รบ พุ่ง น้อย. ๏ ใน คฤศตศักราช ๑๐๑๖ กระษัตร
เอ็ดเอลเรนด์ สวรรคต, เอ็ดเอลเรนด์ อยู่ ใน ราชสมบัติ ๓๕ ปี.
มี พระราชโอรศ ๔ พระองค์, เกิด แต่ พระมเหษี เดิม สอง
องค์. อีก สอง องค์ เกิด แต่ พระมเหษี เปน พระน้องนาง ของ กระ
ษัตรนอแมนเด. ครั้น กระษัตร เอ็ดเอลเรนด์ สวรรคต แล้ว, พระ
มเหษี ก็ พา พระราชกุมาร สอง องค์, ซึ่ง เปน พระราชโอรศ กลับ
ไป เมือง นอแมนเด. เอ็ดเม็น ได้ ครอง ราชสมบัติ แทน พระราช
บิดา. ครั้ง นั้น ทแกล้ว ทหาร ใน เมือง อังกฤษ ก็ เสื่อม ถอย
น้อย นัก, ขุนนาง ผู้ใหญ่ ผู้ น้อย ก็ หา สู้ พรัก พร้อม กัน ไม่. ถึง
กระษัตร เอ็ดเม็น ทรง พระสติ ปัญญา กล้า หาร มาก, ก็ ไม่ อาจ
กำ จัด พวก เดน ได้ เพราะ น้อย พวก พล โยธา, จึ่ง ทำ หนังสือ
สัญญา ไม้ตรี กับ แกนยุด, แบ่ง สมบัติ ให้ แกนยุด กึ่ง หนึ่ง.
ครั้น สัญา กัน เสรจ เปน ปรกติ แล้ว สัก เดือน หนึ่ง, มี ผู้ ลอบ
ไป ทำ ร้าย ปลง พระชนม์ กระษัตร เอ็ดเม็น เสีย. สมบัติ ใน ประ
เทศ อังกฤษ ทั้งสิ้น ก็ ตก เปน ของ แกนยุด ชาติเดน.
โลกย์ นี้ โต เท่าใด
๏ ที่ นี้ จะ กล่าว เรื่อง ราว แผนที่ โลกย์ ที่ ท่าน สำแดง ไว้ ว่า,
โลกย์ นี้ มี รูป กลม สันฐาน คล้าย ผล ส้มโอ, ถ้า มี ผู้ อยาก จะ
ใคร่ รู้ ถาม ว่า, เหตุ ใด จึ่ง รู้ ได้ ว่า โลกย์ นี้ เปน ของ กอม เล่า.
ท่าน ว่า มี ที่ สังเกต อยู่ หลาย ประการ, ที่ จะ ให้ รู้ ว่า แผ่นดิน
โลกย์ นี้ เปน ของ กลม. จะ กล่าว ให้ ท่าน ทั้งหลาย ฟัง พอ เข้า
ใจ ได้ บ้าง เปน ตัว อย่าง, คือ ว่า, ถ้า ขึ้น ไป อยู่ บน ยอด ภูเขา
สูง จะ แล ดู ไป ไกล กว่า คน ที่ อยู่ พื้น ต่ำ. แม้น ว่า แผ่นดิน
แบน แล้ว, คน ที่ อยู่ พื้น ต่ำ ก็ จะ แล เหน ไป ใก้ล ได้ เท่ากัน.
นี่ เปน เหตุ อย่าง หนึ่ง.
๏ อีก ประการ หนึ่ง กำปั่น อยู่ ไกล ที่ ท้อง มหาสมุท, ใช่ ใบ
แล่น เข้า มา หา ตลิ่ง. คน อยู่ ใน เรือ นั้น เมื่อ แรก เหน ยอด ภู
เขา อยู่ ไกล ลิบ ๆ, ครั้น ใกล้ เข้า มา ชิด ตลิ่ง จึ่ง เหน บันดา สิ่ง
ของ บน พื้น แผ่นดิน. นี่ เปน เหตุ อย่าง หนึ่ง.
๏ อีก นัยหนึ่ง เรือ ที่ อยู่ ไกล จะ แล่น เข้า มา หา ฝั่ง, คน
ที่ อยู่ บน ตลิ่ง แต่ แรก เหน ยอด เสากระโดง อยู่ ไว ๆ. พาย
หลัง ใกล้ เข้า มา จึ่ง เหน ลำ กำปั่น. หาก ว่า แผ่นดิน ทเล เปน
ที่ แบน จริง ๆ แล้ว, คง จะ เหน ลำ กำปั่น ก่อน, เพราะ ว่า เปน
ของ ใหญ่ โต. นี่ เปน เหตุ อย่าง หนึ่ง.
๏ อีก สฐาน หนึ่ง คน ทั้งหลาย ลง เรือ ใช้ ใบ แล่น ตรง ไป
ไกล อย่าง ยิ่ง ที่ สุด กลับ มา ที่ เก่า ได้. ถ้า ว่า แผ่นดิน โลกย์
ไม่ เปน ของ กลม แล้ว, ที่ ไหน จะ กลับ มา ถูก ที่ เดิม ได้. นี่
เปน เหตุ อย่าง หนึ่ง.
๏ อีก อย่าง หนึ่ง, เมื่อ มี อิคลิบ ไทย ว่า จันทรุปฆาฎ คือ
เงา โลกย์ เดิน ไป ต้อง ดวง จันทร์ มี รูป กลม เหน ประจักษ ต่อ ตา
จึ่ง เข้าใจ รู้ ว่า แผ่นดิน โลกย์ เปน ของ กลม. ด้วย ว่า ของ อัน
ใด มี รูป ร่าง อย่าง ไร เงา ก็ เหมือน กัน อย่าง นั้น. นี่ เปน เหตุ
ให้ รู้ อย่าง หนึ่ง. จึ่ง ได้ แจ้ง ว่า ไม่ แบน เปน ของ กลม ดุจ ผล
ส้มโอ.
๏ ก็ แผ่น พื้น ปัตพี เปน ของ กลม เหมือน ผล สัมโอ เรียก
ว่า ลูกโลกย นี้. ได้ เดิน หมุน เวียน ไป สอง ทาง, เดิน รอบ สูญ
กลาง ทาง ๑ เดิน รอบ ดวง อาทิตย ทาง ๑, ก็ ที่ เดิน รอบ สูญ
กลาง นั้น เปน วัน แล คืน, ที่ หมุน ไป รอบ ดวง อาทิตย นั้น รอบ
หนึ่ง เปน ปี ๆ หนึ่ง, หมุน หัน เวียน ไป ทั้ง สอง ทาง พร้อม กัน
ไม่ หยุด หย่อน เลย.
๏ ลูกโลกย คือ แผ่นดิน เปน ของ หนา โต ใหญ่, วัด โดย
รอบ ได้ ๒๕๐๐๐ ไมล์, คิด อย่าง ไทย ได้ ๒๕๐๐ โยชน์ วัด
ผ่า กลาง ได้ ๘๐๐๐ ไมล์, เปน ไทย ได้ ก็ ๘๐๐ โยชน์ คำ ว่า ฯ
โลกย นี้, ประสงค์ เอา หมด ทั้ง ดิน แล น้ำ เรียกว่า พื้น โลกย. ฯ
แบ่ง ออก เปน ส่วน ส่วน มี น้ำ ๓ ส่วน ดิน ส่วน ๑ เปน ๔ ส่วน.
๏ ก็ ที่ แผ่นดิน โลกย ทั่ว ทั้ง นั้น, จัด เปน ทวีป มี อยู่ ๕
เรียกว่า, ทวีป อเมริกา เหนือ ๑ อเมริกา ใต้ ๑ ยุรบ ๑ อาเซีย ๑
แอฟริกา ๑ เปน ๕.
๏ ก็ ทวีป อเมริกา เหนือ นั้น มี คน อาไศรย อยู่, ชาว ยุไน
ติศ เทศ อเมริกา ๑ แม็กซิโก ๑ บริติศ อเมริกา ๑ รูเขียน อเมริ
กา ๑ ครืนแลนท์ ๑ เปน ต้น.
๏ ก็ ทวีป อเมริกา ใต้ นั้น มี คน อาไศรย อยู่, ชาว บราซิล ๑
เวนสุอิลา ๑ คะนาคา ๑ โบลี่วิลา ๑ ปี้รู ๑ ชีลี่ ๑ ปะเตโคเนีย ๑
เปน ต้น.
๏ ก็ ทวีป ยุรบ นั้น มี คน อาไศรย อยู่, ชาว อังกฤษ ๑ ฝรั่ง
เสศ ๑ ชะเป็น ๑ ปะตุเกต ๑ อิตาเลี่ย ๑ เฮเลน ๑ เยอมะนี่ ๑ ชะวี
เด็น ๑ นรเว ๑ รูเซีย ๑ ตุระเก ๑ เปน ต้น.
๏ ก็ ทวีป อาเซีย นั้น มี คน อาไศรย อยู่, ชาว ญี่ปุ่น ๑ จีน ๑
ยวน ๑ เขมร ๑ ไทย ๑ มาละยู ๑ มอญ ๑ พม่า ๑ ฮิณดูสิตาล ๑
พารซี่ ๑ อาราเบี่ย ๑ ตุระเก ๑ ไซบีริยา ๑ เปน ต้น.
๏ ก็ ทวีป แอฟภา นั้น มี คน อาไศรย อยู่, ชาว อายฆุบโต ๑
อาลคีร ๑ โมรโค ๑ เซ็นอีแคมเบีย ๑ ไลบีเรีย ๑ เปน ต้น.
๏ ก็ คน ที่ อยู่ ทวีป อเมริกา เหนือ แล ยุรบ นั้น มี ผิว เนื้อ ขาว
ผ่อง บริสุทธ, อเมริกา ใต้ ผิว กาย ขาว ไม่ หมด จด สอาด, อา
เซีย ผิว เนื้อ ดำ แดง, แอฟริกา ผิว กาย ดำ นิล.
๏ รวบ รวม คน ทั้ง สิ้น ที่ อยู่ ทวีป ทั้ง ๕ ทุก ชาติ ทุก ภาษา
หมด ด้วย กัน, ประมาณ ได้ รอยโกฏิ.
วัน เสาร เดือน ห้า ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ
ว่า ด้วย เตลิ แครฟ แล ขุด หลัง เต่า ให้ ฤก
ทำ แม่ น้ำ เพชบุรี ให้ ตรง
๏ หนังสือ เคาเวอเมนต์ สยาม, ที่ มี ข้าง ท้าย นี้ ดู เมื้อน
จะ เปน คำ ตอบ จำ พวก ได จำ พวก หนึ่ง, ที่ มา ขอ เคาเวอเมนต์
ให้ อนุญาต ให้ ทำ ทาง เตลิ แครฟ, ตั้ง แต่ กรุงเทพมหานคอร
ตลอด ถึง เมือง สมุทปราการ. แล เปน คำ ตอบ ความ ข้อ หนึ่ง
ที่ ลง พิมพ์ ใน หนังสือ บางกอกริคอเดอ ภาษา อังกฤษ, ใน เดือน
สี่ ขึ้น แปด ค่ำ. ใน หนังสือ นั้น ขอ ให้ เคาเวอเมนต์ ขุด คลอง ตั้ง
แต่ เมือง สมุทสงคราม, จน ถึง บางกระบุน. ใน หนังสือ พิมพ์
นั้น ใจ ความ ว่า, ถ้า ได้ ขุด คลอง ใหม่ ให้ กว้าง ให้ ฤก ตลอด ถึง
ที่ ยิสาน, แล คลอง ยิสาน เดิม นั้น ก็ จัด แจง ให้ กว้าง ฦก คง
จะ มี ประโยชน์ แก่ บ้าน เมือง มาก, เพราะ คน ที่ ได้ เดิน เรือ ไป
มา แต่ เมือง เพชบุรี มาก, ทั้ง สิน ค้า ก็ มี มาก. เดี๋ยว นี้ ต้อง
คอย ถ้า น้ำ ทเล จะ เงียบ คลื่น เปน เว ลา เช้า มืด จึง ข้าม อ่าว ได้.
ลาง ที ต้อง คอย ๑๒ ชั่วโมง. ลาง ที ก็ คอย หลาย วัน กว่า น้ำ
จะ เงียบ. ลาง ที เมื่อ กำ ลัง ข้าม เรือ ล่ม คน ตาย ก็ มี. ลาง
ที่ มี เรือ สลัด แล่น มา ตี ชิง ชาว เรือ ทำ วุ่น วาย. ถ้า มี คลอง
ขึ้น ได้ ไป ทาง คลอง เหน จะ สบาย. ข้าพเจ้า เหน ว่า เปน การ ที่
น่า จะ ทำ นัก, ไม่ ควร ที่ เคาเวอเมนต์ จะ คอย ถ้า เลย. ข้า
ราช การ ราษฎร, เมื่อ ปราฐนา จะ ไป ชม พระนครคิรี ก็ ไป มา
ได้ สบาย ด้วย.
๏ ข้าพเจ้า อ่าน หนังสือ ตอบ มี ข้าง ท้าย นี้ ก็ ทราบ แล้ว. คำ
ที่ ดู หมิ่น ดู ถูก ทาง เตลิ แครฟ ไม่ เหน ด้วย เลย. เสีย ใจ ไป
เพราะ เคาเวอเมนต์ สยาม จะ เยียบ ย่ำ, การ ดี การ ใหญ่ เช่น
เตลิ แครฟ นั้น, เหน กิริยา อา การ มี ชะนี้, เพราะ เคาเวอเมนต์ ชัง
รู้ ใน ทาง เตลิ แครฟ น้อย นัก. แต่ ก่อน ใน ๓๐ ปี เคาเวอเมนต์
สยาม ดู หมิ่น เรือ กล ไฟ ไม่ เคย จะ เชื่อ, ว่า มี คุณ มี ประโยชน์
อะไร. ไม่ ช้า นาญ เคาวเมนต์ สยาม คง จะ เหน คุณ ทาง เตลิ
แครฟ, จะ บิด เสีย ไม่ ให้ วิชา อัน ใหญ่ เข้า มา ใน ประเทศ สยาม
นั้น ไม่ ได้. เหมือน ยัง จะ ปิด เมือง ให้ ต่าง ประเทศ มา ไม่ ได้. พวก
ต่าง ประเทศ คง จะ มี มา มาก, คง จะ เอา ทาง เตลิ่ แครฟ มา ด้วย.
๏ ข้าพเจ้า ดี ใจ เพราะ เคาเวอเมนต์ สยาม, ได้ ตฦก ตรอง
เลอียด ใน การ ที่ จะ ขุด ร่อง หลังเต่า ให้ ฦก, แล การ ที่ จะทำ
แม่ น้ำ เพชบุรี ให้ ตรง. ข้าพเจ้า เหน ที่ เคาเวอเมนต์ กลัว การ
นั้น จะทำให้ไร่ นา เสียไป ก็ หา ควร ไม่. แต่ เดี๋ยว นี้ ข้าพเจ้า
จะแสดง ความ ให้ เลอียด นั้น มิ ได้, เมื่อ ไป ข้าง น่า ข้าพเจ้า
จึง จะว่า ให้ เหน เหตุ ที่ จะ ให้ สิ้น ความ สงไสย โดย เลอียด.
๏ ผู้ ลง หนังสือ พิมพ์, ว่า ซ้ำ ทราก เซ้า ซี้ ด้วย เรื่อง เต
เลแครฟ, มี แทบ ทุก ฉบับ. ด้วย เข้าใจ ว่า ผู้ อ่าน ได้ ฟัง
แล้ว จะ พิศวง. ตื่น กัน ออ โอ๋ เปน ที่ สุด ที่ แล้ว. เดี๋ยว นี้ ผู้
อ่าน รู้ แล้ว พิศวง เตมที่. ออ โอ๋ จน คอ แห้ง, เสียง เกือบ
จะ ไม่ มี อยู่ แล้ว. ว่า ตาม จริง เตเลแครฟ นั้น, ใน กรุง นี้
ก็ มี แล้ว, ได้ ลอง ทำ ดู, ก็ มี ผู้ ทำ ใช้ ได้ แล้ว, ไม่ อัศจรรย อะ
ไร นัก. อย่า ต้อง ลง พิมพ์ บ่น ซ้ำ ทราก ถึง เตเลแครฟ นัก เลย.
๏ หนังสือ พิมพ์ ที่ ว่า ให้ ขุด คลอง, มา สมุท คราม ไป
บาง กะ บุน, แล เมือง เพชบุรี นั้น, การ ขุด คลอง ไป
ผิด ๆ ถูก ๆ ก็ อยาก อยู่. คิด แต่ การ ถึง เดิน คล่อง เดิน สะ
ดวก นั้น, ยัง ไม่ เปน ประโยชน์ อย่าง ยิ่ง อย่าง สำคัญ แท้.
ประโยชน์ อย่าง ยิ่ง อย่าง สำคัญ นั้น มี อยู่ อย่าง อื่น, ผู้ พูด เหน
จะ ไม่ ได้ คิด ถึง. แต่ ที่ จะ ว่า เพชบุรี นั้น จะ ไม่ เหน ชัด. ถ้า
ว่า ที่ ปากน้ำ เหน จะ ชัด กว่า. ที่ ปากน้ำ มี หลังเต่า ตื้น ขวาง ปาก
น้ำ อยู่, เรือ กิน น้ำ ฦก เข้า ยาก ออก ยาก, มัก เปน อันตราย
มาก, เสีย เวลา ที่ ต้อง คอย คราว น้ำ. มี ผู้ คิด จะ ให้ ขุด ร่อง
น้ำ ให้ โต ให้ ฦก ด้วย ดเรชชิงเมชั่น. ขน เอา ทราย ขึ้น กอง
เสีย ให้ เปน เกาะ ข้าง ดอน, ให้ ทาง น้ำ โปร่ง คลอง เหมือน แม่
น้ำ ไม่ ให้ มี ที่ ค้าง ที่ ขัด.
๏ มี พวก หนึ่ง คิด ว่า, นา กรุง เก่า ที่ เรียก ว่า อยุธยา,
แล ลพบุรี แล อ่าง ทอง, มาก มาย กวาง ขวาง นัก. น่า น้ำ น้ำ
ขัง อยู่ ตลอด เดือน ๑๐ เดือน ๑๑ เดือน ๑๒ เดือน ๑. น้ำ
เลี้ยง ต้น เข้า อยู่ จน เข้า สุก งาม ดี เตม ที่ แล้ว, แล้ว น้ำ จึง ลด
ภอ สม ควร กัน. ที่ น้ำ ลด ที ละ น้อย นั้น เขา เหน ว่า, เพราะ
น้ำ ไป ขัง อยู่ ที่ หลังเต่า, ไหล ไป ได้ ที ละน้อย. เมื่อ เวลา น้ำ ทเล
ลด ลง, จึง ชัก น้ำ รอ ช้า อยู่ ได้. เขา คเณ ว่า ถ้า ขุด หลัง
เต่า ให้ ฦก เสีย, กลัว น้ำ ทเล จะ จัก น้ำใหญ่ ให้ ลด ลง เรว ไป,
ท่วม อยู่ ไม่ ได้ ถึง สาม เดือน ,เข้า แขวง กรุง เก่า ลพบุรี แล อ่าง
ทอว จะ เสีย หมด. ปี ใด น้ำ น้อย ก็ เคย เกน กัน ขึ้น ปิด คลอง
ใหญ่ ๆ ไว้ด้วย พนบ. เมื่อ ปิดไว้ น้ำ ใน พนบ ก็ สูง กว่า น้ำ
นอก พนบ คืบ หนึ่ง บ้าง, ศอก หนึ่ง บ้าง. ถ้า เหน ว่า ล้น เหลือ
ไป ก็ ต้อง เบิด พนบ โรย ไข เสีย. การ ที่ ทำ พนบ ใน ปาก
คลองใหญ่ ๆ, เหน คุณ ชัด อยู่ ดังนี้ เถียง ไม่ ได้. ก็ ปาก
น้ำ นี้ เปน พนบใหญ่, ถ้า เบิด เสีย กลัว น้ำ จะ ลง เรว ไป, เมื่อ
ว่า ดัง นี้ ก็ มี ผู้ เหน ด้วย มาก.
๏ ก็ คลอง น้ำ เมือง เพชบุรี, ตั้ง แต่ บ้าน แลม ขึ้น ไป
จน ถึง ปาก คลอง บาง ครก, คด ไป ตวันตก แล ตวันออก ถึง
เก้า ทบ สิบ ทบ. เดิน ทาง เรือ พาย เรือ แจว ถึง ชั่วโมง เศส.
ถ้า จะ ขุดลัด ตัด ตรง เหนือ มา ใต้, เปน คลอง ใหญ่ ให้ เดิน
คล่อง, ก็ จะ ลัด ได้ ใกล้ ที่ เดียว, ทาง เดิน เพียง ๒๐ นาที
ก็ จะ ไป ตลอด. อนึ่ง ขึ้น ไป ข้าง บน แม่น้ำ ตื้น นั้น, ตั้ง แต่
วัด ท่า กะได ทอง ไป, ลำ น้ำ คดอ้อม. ถ้า จะ ขุด ลัด ที่ หลัง
วัด กะไดทอง แห่ง หนึ่ง, แล เหนือ วัด กะไดทอง ขึ้น ไป อีก
แห่ง หนึ่ง, ไป ออก วัด ขุนตรา ใต้ วัด น้อย นางมุก. ขุด แต่
ตื้น ๆ เปน ร่อง ภอ น้ำ เดิน ได้, แล้ว ปิด ทาง ลำ น้ำ เก่า เสีย,
น้ำ ก็ จะ กัด เดิน เทราะ ลง มา ได้ เรว. เปน เหมือน แม่ น้ำ
เดิม ไม่ ยาก เลย. แต่ ครั้น จะ ทำ เข้า ทาง ลำน้ำ เก่า ก็ ย่อม
มี บ้าน เรือน ตั้ง เรียง ราย ตลอด ไป, เขา ได้ อาไศย กิน น้ำ
แล ใช้ เรือ ล่อง แพ ไม้ไผ่ เปน สุข สบาย แก่ เขา อยู่. ถ้า ไป
ขุด แม่ น้ำ ใหม่ บิด ทาง เก่า เสีย, ก็ เปน ที่ ลำบาก แก่ เขา
เปน อัน มาก. ถึง เมื่อ คลอง ใหม่ เปน คลอง แล้ว, จะ เบิด
ทาง ให้ น้ำ เดิน ได้, น้ำ ก็ คง จะ เดิน อยู่ ตาม ทาง ตรง. ทาง
เก่า ก็ คง จะ ตื้น จะ เขิน เสีย ไป, จะ ไล่ จะ ต้อน ให้ เขา มา
ตั้ง ที่ แม่ น้ำ ลำ ใหม่, ลาง พวก ก็ จะ มา ได้, ลาง พวก ก็ จะ
มา ไม่ ได้. เพราะ ไร่ นา ของ เขา อยู่ ใกล้ บ้าน ใกล้ เรือน เขา
ต้อง อยู่. แต่ เมื่อ คิด ดู อีก อย่าง หนึ่ง, สิ่ง ใด ๆ ที่ ทำ ยัก
ย้าย ลง ใหม่, ก็ คง ให้ เปน คุณ เปน ประโยชน์ แก่ คน บาง
พวก, คง ให้ เสีย ผล เสีย ประโยชน์ ของ คน บาง พวก ทุก สิ่ง
ไป. ต้อง คิด เอา ผล ประโยชน์ ของ คน เปน อัน มาก, ฤๅ
ผล ประโยชน์ ที่ เปน สำคัญ มาก ขึ้น ว่า.
๏ ก็ ว่า ด้วย ลำ น้ำ เมือง เพชบุรี ที่ ข้าง บน นั้น เมื่อ
ขุด ยัก ย้าย อย่าง นี้. ผล ประโยชน์ ของ คน มาก แล น้อย ได้
แล เสีย เจือ จาน กัน อยู่. ก็ ประโยชน์ ที่ ว่า เดิน ได้ ตรง นั้น
จะ น้อย กว่า ดอก กระมัง, เพราะ ทาง อ้อม ไป น้อย ดอก ไม่
มาก นัก. แม่ น้ำ ก็ ตื้น น่า แล้ง เรือ ใหญ่ ก็ เดิน ไม่ ได้. น่า
น้ำ คน ที่ อยาก จะ ไป เรว, จะ ขึ้น เดิน บก ลัด ไป ก็ ไป ได้ ง่าย ไม่
ลำบาก ยาก นัก. แต่ ว่า ถึง จะ ขุด ลัด คด ๙ ศก ๑๐ ศก ใต้
วัด ปาก คลอง ลง มา จน ถึง บ้านแหลม นั้น, ถ้า คิด ถึง เดิน
ทาง คล่อง แล้ว เปน อัน น่า ทำ นัก หนา, เพราะ ที่ ดิน เหล่า
นั้น ก็ เปน แต่ ป่า, ไม่ เปน ไร่ นา ที่ สวน บ้าน เรือน ของ ผู้ ใด.
แต่ เมื่อ ปฤกษา คน เปน อัน มาก เข้า, ก็ ยัง ครั่น คร้าม กลัว
ว่า น้ำ จะ ลง เรว ไป, นา จะ ทำ ไม่ ได้, น้ำ จะ ไม่ ทัน เข้า นา
จะ ลง เสีย. ด้วย ว่า น้ำ ใน แม่ นั้น มา เปน หมู่ ๆ คราว ๆ.
ถ้า ทาง น้ำ คง อยู่ ตาม เดิม ไร่ นา จะ ดี หน่อย ชั่ว หน่อย, คน ก็
จะ บ่น เอา แต่ เคราะห์ ร้าย. ครั้น ยัก ย้าย ทาง น้ำ เปน อย่าง อื่น,
การ เสีย ท่วง ที ไป คน ก็ จะ โทษ เอา การ ที่ ยัก ทำ ลง ใหม่ เพราะ
การ ไร่ นา เปน การ ใหญ่. การ ไร ต่อ เหน เปน แท้ ว่า ทำ ลง
ไม่ กีด ขวาง แก่ การ ใหญ่ ๆ. เมื่อ ทำ ลง แล้ว อย่า ให้ เปน ที่
คน ทั้ง ปวง เสีย ใจ บ่น ไป ต่าง ๆ, จึ่ง ควร ทำ.
ข่าว มา แต่ หมู่ เกาะ เวศะอินตีเดี๋ย
๏ ข่าว ว่า เมือง เฮตี ที่ ใน หมู่ เกาะ นั้น, มี เรือ รบ อังกฤษ
ลำ หนึ่ง ชื่อ บูลดอก, มี ปืน ใหญ่ หก บอก. กับตัน ชื่อ ชาลิ เวก
ไป จอด อยู่ ที่ น่า เมือง. และ กับตัน นั้น เกิด ทะเลาะ กัน
กับ แม่ ทัพ ฝ่าย ขบถ ใน เมือง นั้น ที่ ชื่อ ซัละนาเว. ใน เดือน
สิบ สอง ขึ้น สี่ ค่ำ ก็ ได้ รบ กัน. กับตัน เวก ฝ่าย อังกฤษ มี เรือ รบ
ลำ เดียว, ฝ่าย ซัละนาเว มี เรือ รบ หลาย ลำ กับ ป้อม ด้วย. ได้ สู้ รบ
ยิง โต้ ตอบ กัน สิบ ชั่วโมง. เรือ กับตัน เวก วาง ปืน ยิง ระดม
เอา ป้อม เมือง เฮตี, ทหาร บน ป้อม ก็ สงบ อยู่ หา ยิง ปืน ตอบ
ลง มา ไม่. กับตัน เวก ก็ ยิง เอา เรือ ซัละนาเว แตก จม ลง สอง
ลำ. เรือ กับตัน เวก ก็ ติด ตื้น ถอย ออก มา หา ได้ ไม่. ซัละนาเว
เหน ได้ ที่ ก็ ให้ วาง ปืน ลง มา แต่ ป้อม ยิง ระดม เอา เรือ กับตัน
เวก. ๆ ได้ สู้ รบ อยู่ จน สิ้น กระสุน ดิน ดำ. กับตัน เวก จะ
ถอย เรือ ไป ก็ ไม่ ได้. ท่าน ได้ เสีย ไพร่ ตาย ใน ที่ รบ สาม
คน. ท่าน เหน สู้ รบ อยู่ เหลือ กำลัง, ก็ พา ไพร่ หนี ลง เรือ
โบต, แล้ว เอา เพลิง เผา กัมปั่น เสีย ปราฐนา จะ ไม่ ให้ ค่า ศึก ได้
กำปั่น ไป ไว้ ใช้ เปน กำลัง. กับตัน เวก ลง เรือ หนี ไป เกาะ อื่น
ที่ มี เมือง หนึ่ง, ชื่อ เยเมอิก เปน เมือง ขึ้น แก่ อังกฤษ. ครั้น
ยู่ มา มี เรือ รบ ฝ่าย อังกฤษ, ชื่อ คะลาเตีย แล่น มา ถึง เมือง
เฮตี, ยิง ปืน คำนับ ธง เมือง เฮตี. แล้ว มี หนังสือ ไป ถึง
เจ้าเมือง ฮตี, ให้ เจ้า เมือง คิด อ่าน จับ ซัละนาเว พวก ขบถ กับ
พัก พวก ส่ง ลง มา ยัง กำปั่น. ถ้า เจ้า เมือง เฮตี จับ ตัว ซัละนา
เว ไม่ ได้ ใน สิบ สอง ชั่วโมง เรา จะ ยิง ป้อม ของ ท่าน. มี เรือ
ฝรั่งเศศ ลำ หนึ่ง, นำ เอา ข่าว มา บอก ว่า เรา ได้ แล่น มา จาก
เมือง เฮตี นั้น, ยัง อีก สาม ชั่วโมง จะ ถึง กำหนฏ, ซึ่ง เขา
จะ ยิง เอา ป้อม เฮตี. แต่ ภาย หลัง จะ เปน ประ การ ใด ฃ่าว
ก็ ยัง เงียบ อยู่.
ฃ่าวมาแต่เมืองจีน ครั้ง ก่อน
๏ จดหมาย เหตุ ชื่อ โอเวอแลนด์ รีปอด ที่ เมือง ฮองกง. ลง
พิมพ์ ณวัน พฤหัสบดี เดือน สาม แรม ค่ำ หนึ่ง, ว่า ข่าว มา แต่ เมือง
จีน ฝ่าย เหนือ, ที่ มา ใน สิบ ห้า วัน ว่า, กอง ขบถ ฝ่าย เหนือ เมือง
จีน นั้น กำ เริบ ขึ้น. มี เรือ กล ไฟ แล่น มา จาก เมือง ฮันเกา
ณวัน อาทิตย์ เดือน สาม ขึ้น ห้า ค่ำ. เอา ข่าว มา ว่า พวก ขบถ
ยก มา ตั้ง อยู่ ใก้ล ประมาณ ทาง อีก สาม สิบ ไมล์ จะ ถึง เมือง
ฮันเกา. แม่ ทับ ใหญ่ คน หนึ่ง ไป เข้า ด้วย ฝ่าย ขบถ. เจ้าเมือง
ฮันเกา ตก ใจ, จึ่ง ไป ขอ แรง กงสุล ทั้ง ปวง ให้ ช่วย. เรือ รบ
อังกฤษ ลำ หนึ่ง, ชื่อ อัลเคอริน, ได้ ขึ้น ไป เพื่อ จะ ช่วย. เรือ รบ
ฝรั่งเสศ ลำ หนึ่ง ชื่อ ฟารัดพี ก็ เข้า ช่วย. ฝูง ราษฎร หนี มา พึ่ง
ฝรั่งเสศ อยู่ เปน อัน มาก.
๏ อนึ่ง เคาเวอเมนต์ เมือง จีน กำลัง ขุด คลอง ใหญ่ อีก แห่ง
หนึ่ง, มี คน สอง พัน คน กำลัง ขุด อยู่. คลอง นั้น ขุด ตั้ง แต่
เมือง ซึ้งเกี่ยง, ไป ถึง เมือง นันกิ่น, คง จะ ใช้ ได้ บ้าง ใน เดือน
หนึ่ง, แต่ จะ แล้ว ที เดียว ใน สอง ปี.
๏ อนึ่ง เคาเวอเมนต์ ที่ เมือง นันกิ่น, ได้ เลิก ภาษี
หูก แพร เสี่ย ใน ห้า ปี ไม่ เก็บ ภาษี หูก, จึ่ง มี คน ทอ แพร มาก ขึ้น
ที่ เมือง นันกิ่น, ใน หก เดือน มี เครื่อง ทอ แพร มาก ขึ้น กว่า
แต่ ก่อน ถึง เครื่อง ๒๕๐๐ และ เมือง ซึ้งเกี่ยง ก็ เกิด เครื่อง ทอ
หูก ขึ้น เปน อัน มาก.
ข่าวมาแต่เมืองจีน ใหม่
๏ คัด ออก จาก จดหมายเหตุ, เรียก ว่า ไชนะโอะวะแลนด์เวอ
ริปอต. ที่ได้ลง พิมพ์ ที่ เมือง ฮ่องกง เมื่อ เดือน ๔ ขึ้น ค่ำหนึ่ง
การ สลัด กำเริบ ขึ้น ตาม ชาย ทเล เมืองจีน มาก นัก. กำปั้น
ย่อม ๆ ที่ แล่น ออก จาก เมือง ฮ่องกง ไป ทาง ทวน ลม, ก็น่า
กลัว จะถูก เรือ สลัด ตีทุกลำ. บัด นี้ เปน ความ น่า กลัว นัก.
ถ้า เปน เรือ แล่น เร็ว ก็ จะ พ้น ได้ บ้าง, ถ้า มี เครื่อง อาวธแล ผู้
คน มาก ภอ ขะรบ พุ่ง ต้าน ทาน อ้าย สลัด ได้. เดี๋ยว นี้ พวก
สลัด กำลัง กล้า นัก, เข้า มา เที่ยว จน ใกล้เมือง ฮ่อง กง. ถ้า
แล เรือ สลัด แล่น มา ภบ เรือ ลูก ค้า เข้า แล้ว, ก็ ทิ้ง หม้อ มี อยา
อยู่ ใน หม้อ ด้วย, ยานั้น ติด ไฟ มี กลิ่น เหมน นัก ทิ้ง ลง ใน เรือ
ลูก ค้า, หม้อ แตก เปน ไฟ มี กลิ่น เหมน นัก, ลูกค้า ทน กลิ่น
อยา ไม่ ได้ ก็ ต้อง หนี ไป. ณวัน ๕ เดือน ๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำ, พวก
สลัด เข้า ไป ที่ อู่ ชื่อ แอเบอดิน ที่ เกาะ ฮ่องกง, ตี เอา เรือ ชาว
เมือง จีน หลาย ลำ, แต่มี เรือ รบ ลำหนึ่ง จอด อยู่ ใน อู่ นั้น จับ
สลัด ได้ หลาย คน. เมื่อ ณวัน ๖ เดือน ๔ แรม ค่ำ พวก สลัด เข้า
ไป ตี เรือ อังกฤษ ลำ หนึ่ง, จอด อยู่ นอก ปาก นำ ฮ่องกง หน่อยหนึ่ง
หมาย ว่า จะมี เงิน, แล ลูก เรือ กำลัง นอน ลับ อยู่. สลัด เข้า
จับ ตัว กับตัน มัดไว้, กับตัน ร้อง อึง ขึ้น ลูกเรือ ก็ ตื่น. มี
เรือ อังกฤษ ลำอื่น ก็ มา ช่วย ตี พวก สลัด, พวก สลัด เจบ ป่วย
ไป บ้าง, แต่ ตก น้ำ ตาย นั้น ห้า คน, สลัด ยอม แพ้.
๏ ครั้น วัน จันทร เดือน ๔ แรม ๔ ค่ำ, มี เรือ ปรีก เมือง ซเปน
แล่น ออก จาก ฮ่องกง ก็ ถูก เรือ สลัด, เมื่อ กำลัง รบ กัน เอา
ปืน ยิง เอา เรือ สลัด, อ้าย สลัด แล่น เรือ ตรง เข้า ใกล้
เรือ ซเปน, แล้ว ก็ โยน หม้อ เหมน ลง ใน ลำ เรือ. ลูก เรือ
ทน ยา เหมน ไม่ ได้ ก็ ภา กัน ทิ้ง เรือ เสีย หนี ไป. พวก สลัด
ก็ เอา เรือ นั้น แล่น ไป. ณวัน เดือน ๔ แรม ๕ ค่ำ เวลา เช้า มี เรือ
ฮำเบิก ลำ หนึ่ง, แล่น ไป ที่ เมือง มะเกา เอา ข่าว มา ว่า, เรือ ที่
สลัด ตี นั้น ก็ ยัง อยู่ นอก, เหน ยัง แล่น ไป แล่น มา มี ธง เมือง
ซเปน. เคาเวอเมนต์ ที่ เมือง ฮ่องกง จึง ให้ คน เอา เรือ แล่น
ไป จับ สลัด ใน เรือ นั้น. พวก สลัด เหน เรือรบ แล่น เข้า มา,
ก็ ทิ้ง เรือ เสีย หนี ไป. ครั้น อยู่ มา ณวัน ๗ เดือน ๔ แรม ๙ ค่ำ,
ก็ มี เรือ สกุเนอ ชื่อ จีน ๆ แล่น ออก จาก ปาก น้ำ เมืองจีน, ชื่อ ไล
อีมุน ถูก สลัด ตี เรือ ลูกเรือ ปืน หนี ขึ้น เสา กระโดง, คอย อยู่
จน อ้ายสลัด เก็บ เอาสิ่งของ ไป หมด, สลัด ก็ ทิ้ง เรือ ลำ นั้น
เสีย ลง เรือ แล่น ต่อ ไป. พวก ลูกเรือ จึง ได้ พา กัน ลง จาก
เสา กระโดง จัดแจง เรือ แล่น มา.
เมือง ฮันเกา
๏ มี หนังสือ จดหมาย เหตุ ที่ เมือง ฮันเกา, เมื่อ ณ เดือน สาม
แรม สามค่ำ, ว่า พวก ขบถ เชื้อ เนียน ไฟ, มา ล้อม รอบ เมือง
ฮันเกา แล้ว. ฤๅ ว่า เปน ทัพ ใหญ่. ที่ บน กำแพง เมือง ฮันเกา
นั้น, มี ธง ปัก เรียง กัน ไป รอบ กำแพง เมือง, ทหาร ที่ สำรับ
จะ รักษา บน กำแพง นั้น ดู เหมือน น้อย ไป. ประตูเมือง ก็ ปิด
มี ช่อง เล็ก ที่ ลับ ๆ เปน ที่ ลอด เข้า ลอด ออก ได้. คน นอก
เมือง หนี เข้า มา ใน เมือง โดย ช่อง นั้น ก็ มี. บาง ที คน ใน
เมือง ลอด หนี ออก ไป นอก เมือง โดย ช่อง นั้น ก็ มี.
ราคา สินค้า ฮ่องกง
๏ วัน ๕ เดือน ๔ ขึ้น ค่ำ, เข้า สาน ที่ เมือง ฮ่องกง ราคา
ก็ ยัง คง อยู่. แต่ เข้า ไซ่ง่อน ราคา ขึ้น หน่อย หนึ่ง, เข้า กำลัง
ขาย ดี คน อยาก ซื้อ มาก. ใน ๑๕ วัน นั้น ขาย ได้ หกหมื่นสี่พัน
สองร้อย หาบ. คือ เข้า ย่างกุ้ง สาม หมื่น ห้าพัน หาบ. เข้า
ไซ่ง่อน หมื่น สี่ พัน หาบ. เข้า บังกลา แปดพัน สองร้อย หาบ. เข้า
สยาม เจดพัน หาบ.
๏ ใน วัน เดือน ๔ ขึ้น ค่ำ นั้น, เข้า กำลัง ขาย ที่ เมือง
ฮ่องกง, เปน ราคา เข้า บังกล๋า หาบละ ๒ เหรียน ๘๐ เซนต,
แล ๓ เหรียน ๑๕ เซนต์. เข้ากล้อง สยาม หาบละ ๒ เหรียน
๖๕ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๗๕ เซนต์. เข้า อย่าง กลาง
หาบละ ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์, แล ๓ เหรียน ๕ เซนต์. เข้า
ขาว หาบละ ๓ เหรียน ๕ เซนต์, แล ๓ เหรียน ๑๕ เซนต์. เข้า
ไซ่ง่อน หาบละ ๓ เหรียน, แล ๓ เหรียน ๕ เซนต์. เข้า มนิลา
หาบละ ๓ เหรียน, แล ๓ หรียน ๒๕ เซนต์. เข้า กล้อง ย่างกุ้ง
หาบละ ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๘๕ เซนต์. เข้า
กล้อง อาระกัน หาบละ ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์, แล ๒ เรียน ๖๕
เซนต์.
๏ น้ำตานทราย นั้น มี น้อย ราคา ขึ้น หาบละ ๓๐ เซนต์, แล
๔๐ เซนต์ บ้าง. น้ำตานทราย ขาว ที่ หนึ่ง หาบละ ๙ เหรียน,
แล ๙ เหรียน ๒๐ เซนต์. ที่ ๒ หาบละ ๘ เหรียน ๖๐ เซนต์,
แล ๘ เหรียน ๘๐ เซนต์. ที่ ๓ หาบละ ๘ เหรียน แล ๘
หรียญ ๗๕ เซนต์. น้ำตานทรายแดง หาบละ ๕ เหรียน ๕๐
เซนต์, แล ๕ เหรียน ๘๐ เซนต์.
๏ ฝิ่นในวันนั้น ขาย อย่าง ปัดนา หีบละ ๗๑๗ เหรียน ครึ่ง.
ย่าง ปีนาเลด หีบละ ๖๗๐ เหรียน. อย่าง มละวา หาบละ ๘๓๕
เหรียน, แล ๘๔๕ เหรียน.
๏ ฝ้ายใน ๑๕ วัน นั้น, เข้า มา แต่ เมือง บำไบ ๑๕๐๐ เบล์.
เจ้า ฃอง ยัง ไม่ ขาย, ด้วย หมาย ว่า ตรุดจีน แล้ว ฝ้าย จะ มี รา
ขึ้น, ราคาก็ขึ้น แล้ว เบล์ เหรียน, แล เหรียน ครึ่ง เจ้า
[.]ง ก็ ยิ่ง ไม่ ขาย, ใน วัน นั้น ฝ้าย บังกล่า คง อยู่ ๒๒ เหรียน
[.]๐ เซนต์. แล ๒๕ เหรียน ฝ้าย บำไบ ๒๔ เหรียน, แล ๒๖
เหรียน ฝ้าย เมืองจีน ๒๖ เหรียน ๕๐ เซนต์. แล ๒๘ เหรียน
๕๐ เซนต์, ฝ้าย บังกล่า ยัง ค้าง อยู่ ประมาณ สอง หมื่น ห้า พัน
เบล์. เหน ว่า ฝ้าย บัง กล่า จะ ไม่ มา อีก, เพราะ เมือง
กาละกะตา ราคา ฝ้าย ขึ้น แล้ว คง จะ ไป ขาย ข้างโน้น.
๏ พริก ไทย ดำ หาบ ลา ๖ เหรียน ๔๐ เซนต์.
๏ ฝาง เมือง สยาม หาบ ละ ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์, แล
[..] เหรียน ๔๐ เซนต์.
๏ โปรง หาบ ละ ๗๕ เซนต์.
๏ หมากแห้ง หาบ ละ ๓ เหรียน ๓๐ เซนต์. แล ๔ เหรียน
๖๐ เซนต์.
ข่าว ที่ กรุงเทพ
๏ มี ข่าว มา ว่า, มี อ้าย ผู้ ร้าย ลอบ เอา เหลา ไม้ รวก แทง
หลวง ไม้ ตรี, เมื่อ กำลัง เข้า ไป ถ่าย อุจาระ ถูก ที่ ริม ทวาร หนัก.
ได้ ยิน ข่าว ว่า เจ็บ นัก น่า กลัว จะ ไม่ รอด.
๏ อนึ่ง ได้ ยิน ข่าว ว่า ภาษี เรือ นั้น, ทรง พระ กรุณา โปรด
เกล้า ฯ ให้ ยก เสีย, คือ เรือ ที่ บัน ทุก สิน ค้า ซึ่ง บัง เกิด ใน
แขวง เมือง สยาม เอา มา ฃาย ใน กรุงเทพ ฯ ก็ ไม่ ต้อง เสีย ภา
ษี เรือเลย. ที่ ท่าน ได้ โปรด ดั่ง นี้ คง จะ เปน คุณ ประโยชน
แก่ ราษฎร มาก, จะ ได้ ค้า ขาย สดวก กว่า แต่ ก่อน. ข่าว นั้น
เหน จะ เปน แน่.
๏ อนึง ได้ ยิน ข่าว ว่า, ณวัน เดือน ๕ ขึ้น เจ็ด ค่ำ พระ บาท
สมเด็จ พระ จอม เกล้า พระ พุทธเจ้า อยู่ หัว, จะ เสด็จ ไป ประภาศ
เมือง เพชร บุรี่ จะ เสดจ์ โดย ชล มารค, ด้วย พระ ธิ นั่ง กล ไฟ.
๏ หนังสือ ใบ นี้ ควร ที่ จะ ออก แต่ ต้น เดือน ๕ แต่ หา ได้
ออก ทัน ไม่, เพราะ ว่า ลูกจ้าง ไป เล่นตรุศ. แล ไป ราช
การ ถือ น้ำ, จึ่ง ได้ ช้า ไป. ข้าพเจ้า ขอ อภัย แก่ ท่าน ทั้งหลาย
ผู้ ที่ ซื้อ จดหมาย นี้ เถิด.
๏ เรือ เจ้าพระยา ออก จาก กรุงเทพ ฯ ณวัน เสรา เดือน ๕
ขึ่น ค่ำ หนึ่ง. แล เรือ เจ้า พระยา นั้น ได้ รอ ฟัง ข่าว ภาษี ฝิ่น
อยู่ ประมาณ ๑๑ วัน เกิน กำหนด ไป. ครั้น ได้ ทราบ ความ ว่า
ทรง พระกรุณา โปรดเกล้า ฯ ให้ พระภาษี สมบัติ บริบูณ เปน เจ้า
ภาษี ฝิ่น ต่อ ไป, เรือ เจ้าพระยา จึ่ง ออก ไป. นอก กดา นอป
ตุล รัต เซน โดย สาร ไป ด้วย, มี อังกฤษ คน หนึ่ง ชื่อ ทัมซัน
ไป ด้วย.
๏ ณวัน เดือน ๔ แรม ๔ ค่ำ พระ บาท สมเด็จ พระ จอม เกล้า
พระ พุทธ เจ้า อยู่ หัว, เสดจ์ ไป ประทาน เพลิง ศพ เจ้า คุณ น้อย.
ชาว ประ เทศ ยุโรป ประเทศ อเมกา, ได้ ประ ชุม กัน มาก หลาย
คน. เมื่อ ใน หลวง จะ เสดจ์ เข้า ประ ทาน เพลิง นั้น ทอด พระ
เนตร ดู ชาว ยุโรป แล อเมริ กา, แล้ว ทรง คำ นับ ทรง ตรัส ปรา
ไศรย แก่ เขา บ้าง. แล เมื่อ เสดจ์ ขึ้น จาก เรือ พระ ธิ นั่ง มี
ทหาร แห่ มา โดย ทาง สถล มารศ ประ มาณ ร้อย คน. หลวง อุ
ประ เทศ ทวย หาร เปน นาย พวก ทหาร. มี พวก เป่า แตร ประ
โคม มา สัก ๒๐ คน. มี ฝรั่ง เสศ ชื่อ อี. เซบิร เปน ครู. เขา เป่า
เพลง ฝรั่ง เสศ ไพ เราะห์. แล เมื่อ เสดจ์ กลับ นั้น ก็ มี หมู่
ทหาร แห่ นำ เสดจ์ ไป เหมือน กัน.
๏ สัก ๒๕ วัน แล้ว มี อ้าย ผู้ ร้าย เข้า ไป ใน เรือ สกุน เนอ
อัง กฤษ ชื่อ ไกล โอ จอด อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ ขโมย เอา นาฬิกา
เดิน เรือ ใบ หนึ่ง, ที่ ภาษา อังกฤษ เรียก ว่า โกร อม อี เตอ เมื่อ
กัปตัน กำลัง นอน หลับ อยู่ ดาษ ฟ้า. นาฬิกา ใบ นี้ เปน ใบ ที่
๔ ที่ ได้ หาย ไป จาก เรือ, ที่ มา จอด ใน กรุง เทพ ฯ, ใน เรว ๆ
นี้. ที่ หาย ไป ครั้ง ก่อน นั้น ๓ ใบ. ใน ๓ ใบ นั้น จับ อ้าย ผู้ ร้าย ที่ ลัก
ไป ได้ ๒ ใบ แล้ว, อ้าย ผู้ ร้าย ที่ จับ ได้ ครั้ง ก่อน นั้น เคาเวอ
เมนต์ สยาม หา ได้ ลง โทษ ไม่, ดู เหมือน เคาเวอเมนต์ สยาม
เหมือน เครื่อง จักร ควง ที่ เปน สำ คัญ สุด แล้ว, จึ่ง อ่อน ไป, ไม่
ใคร่ จะ ได้ การ.
๏ ได้ หนังสือ ฝาก มา แต่ มิศตอม ซัน ผู้ เปน ช่าง ชัก รูป ที่ ได้
ออก ไป จาก กรุงเทพ ฯ แต่ เดือน ๓ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง, เพื่อ จะ ไป,
พระนครวัด แขวง เมือง กำพูชา. ท่าน เขียน หนังสือ เมื่อ ณ วัน
พฤหัสบดี เดือน ๓ แรม ๘ ค่ำ. ใน วัน นั้น เขา ไป ถึง วัด สิน กำ
หนด จะ ถึง พระนครวัด อิก ๑๒ วัน. ท่าน ไป ชานัก ด้วย ไม่มี
ช้าง จะ หา จ้าง ไม่ได้, ถึง เหน ตัว ช้าง อยู่ จะ หา จ้าง เอา ก็ ไม่ได้
ท่าน ก็ ขี่ ม้า ไป บ้าง, ขี่ เกวียน วัว ไป บ้าง เดิน เท้า บ้าง, ลาง ที
นอน ใน ป่า ดง มี เสือ มาก, แต่ ไม่ได้ ทำ อันตราย แก่ เขา เลย.
ว่า ด้วย พวก สลัดตี เรือ สยาม
๏ ว่า ด้วย กำปั่น ที่ ชื่อ ไดมันสิติ, แปล ว่า ชื่อ เมือง เพชร,
ได้ ออก จาก เมือง ฮองกง เมื่อ ณ วัน เดือน สาม ขึ้น สิบ สาม ค่ำ,
เพลา สี่ โมง เช้า, เพื่อ จะ เข้า มา ยัง กรุง เทพ มหา นคร. วัน
นั้น ลม ตระวัน ออก เฉียง เหนือ พัด กล้า นัก. เมื่อ แล่น มา ถึง
เกาะ ฮองกง เข้า เกาะ นั้น บัง ลมๆ อับ ไป. ขณะ นั้น กัปตัน ได้
เหน เรือ สเภา จีน สอง ลำ แล่น ออก มา จาก อ่าว ฮองกง, แล่น
เลียบ ฝั่ง เลย กำปั่น ไป. กัปตัน เหน จึง ถาม ผู้ นำ ร่อง ว่า จะ เปน
เรือ อะไร. ผู้ นำ ร่อง บอก ว่า เปน เรือ ลูก ค้า เมือง ฮองกง จะ ไป
ค้า ขาย เมือง ไหหลำ. ภอ สม พัด จัด ขึ้น กำปั่น แล่น ใก้ล
สเภา เข้า ไป. กัปตัน จึง ปล่อย ผู้ นำ รอ่ง เสีย, เพราะ ไม่ ตอ้ง
การ ที่ จะ นำ ร่อง ต่อ ไป ค่าง น่า. ผู้ นำ รอ่ง ก็ ลง เรือ เล็ก ฃอง
เขา ไป. แต่ เมื่อ ผู้ นำ ร่อง จะ ไป ผู้ นำ ร่อง บอก แก่ กัปตัน ว่า,
ให้ คอย รวัง เรือ สเภา สอง ลำ นั้น, บาง ที เปน เรือ ค้า ขาย, บาง
ที่ จะ เปน เรือ สลัด ไป. กัปตัน ได้ แล่น กำปั่น เสียด เข้า ไป ดู
ท่วง ที เรือ สเภา สอง ลำ นั้น จะ ทำ เปน ประการ ใด, ก็ หา เหน
เหตุ การ สิ่ง ใด ไม่. เรือ สเภา นั้น มี ปืน ลำ ละ สอง กระบอก สาม
กระบอก. สเภา ลำ หนึ่ง ได้ มี เรือ ช่วง สอง ลำ สอง ลำ, แต่ ผู้
คน บน สเภา ทั้ง สอง ลำ นั้น ก็ ไม่ สู้ มาก. ครั้น กำปั่น แล่น
พ้น เกาะ ไป แล้ว, กัปตัน เหน เรือ สเภา แล่น อยู่ น่า กำปั่น อีก
สอง ลำ. แล ลำ เรือ นั้น โต ประมาณ เท่า กัน กับ เรือ ลำ กอ่น.
กัปตัน สำคัญ ว่า เปน เรือ ลูกค้า. กัปตัน แล่น ตรง มา, ครั้น
แล ไป ค่าง ชาย ทเล เหน เรือ สเภา หลาย ลำ. ครั้น แล่น มา อีก
ใก้ล จะ ทัน สเภา ลำ น่า, ก็ แล เหน คน ขึ้น ยืน อยู่ บน เสา ชี้ มือ
ถือ หม้อ เหมน อยู่. กัปตัน จึง รู้ ว่า เรือ สอง ลำ นั้น เปน พวก
สลัด. กับตัน ตั้ง สี่ศะเรือ ตาม ลม ไป, แล้ว กับตัน เรียก จุ้นจู่
มา บอก ว่า, เรือ สเภา สอง ลำ นั้น เปน เรือ สลัด. จุ้นจู๊ จึง บอก
ว่า เรา ไม่ มี เงิน แล ฝิ่น อะไร ดอก, มี แต่ หีบ แพร อยู่ สอง สาม
หีบ. ถ้า เรา จะ สู้รบ อ้าย สลัด ก็ เหน จะ สู้ ไม่ ได้ จะ ต้อง แล่น
หนี ไป. สเภา อ้าย สลัด ทั้ง สอง ลำ ก็ แล่น เสียด เข้า มา ใก้ล
แล้ว ก็ เอา ปืน ยิง ถูก คน ถือ ท้าย. ๆ เจบ เข้า, ก็ ทิ้ง ท้าย เสีย ห[..]
ลง ไป ใน ดาษ ฟ้า. กับตัน ได้ เรียก คนอื่น ให้ มา ถือ ท้าย อีก
ก็ ไม่ มี ใคร, คน หนี อ้าย สลัด ลง ใต้ ดาษ ฟ้า เสีย หมด. กับตั[.]
วิ่ง ไป ถือ ท้าย เอง. เรือ อ้าย สลัด เข้า ข้าง ต้น ลม, แล้ว ทิ้ง ห[.]
เหมน มา หลาย ลูก, แต่ หา ลง ใน กำปั่น ไม่. อ้าย สลัด ยิง
อีก ครั้ง หนึ่ง, รดม กัน ทั้ง สอง ลำ. ๆ หนึ่ง ยิง ด้วย ปืน ใหญ่, [..]
หนึ่ง เปน แต่ ปืน คาบ สิลา. เวลา นั้น เปน เวลา เที่ยง, ล[..]
เงียบ.
แล กำปั่น นั้น ได้ แล่น เร็ว กว่า เรือ สเภา มาก. แล เรือ สเภา
ข้าง ต้น ลม แล่น เสียด มา ทับ กำปั่น เข้า แล้ว, เอา หม้อ เหม[.]
โยน ลง ใน กำปั่น. กับตัน วิ่ง จะ เข้า ไป หยิบ หม้อ เหมน โยน
เสีย, หม้อ เหมน แตก ออก ลุก เปน ไฟ ไหม้ มือ แล น่า กับตัน
ก็ วิ่ง กลับ ไป ถือ ท้าย อีก. กับตัน นึก ว่า ถ้า ลม จัด ขึ้น เหน
แล่น หนี พ้น. อ้าย สลัด ได้ โยน หม้อ เหมน หลาย ครั้ง แต่
ตก ลง ใน ลำ กำปั่น ไม่. แล สเภา อ้าย สลัด ลำ หลัง นั้น ก็
ปืน มา แต่ ไม่ ถูก อะไร. อ้าย สลัด ลาก ปืน ใหญ่ มา ตั้ง น่า เรีอ
แล้ว ยิง มา กระสุน ปืน ถูก สี่ศะ กับตัน เซด ไป ไม่ สู้ ถนัด.
ตัน หนี ลง ไป ใต้ ดาษ ฟ้า. กับตัน ลง ไป ได้ ประมาณ สิบ เ[..]
พวก สลัด จึง ขึ้น กำปั่น ได้, ให้ คน ลง ไป คุม ตัว กับตัน ไว้ ส[..]
คน. นาย สลัด ถาม กับตัน ว่า เอา ฝิ่น แล เงิน ไว้ ไหน. กับ
บอก ว่า ไม่ รู้, ไม่ ใช่ การ ของ กับตัน, อ้าย สลัด ภา กัน ลง
ค้น สิ่ง ของ ขน เก็บ เอา ลง เรือ อยู่ ประมาณ สอง ชั่วโมง. น[.]
พวก สลัด พูด ภาษา อังกฤษ บอก กับตัน ว่า, จะ เอา นาฬิกา พก ก[..]
แผนที่ แล่น เรือ ของ กับตัน. อ้าย สลัด สั่ง กับตัน ว่า อย่า ให้ เ[..]
เรือ กลับ ไป ซองกง เลย. ถ้า ว่า จะ ไป ซองกง แล้ว จะ ทำ ลาย เ[..]
เสีย ให้ หมด, เพราะ เรา ไม่ อยาก ให้ ชาว เมือง ซองกง รู้ ว่า
สลัด ใก้ล ปาก อ่าว. แล้ว อ้าย สลัด ก็ ลง เรือ ไป. อ้าย สลัด
หมด แล้ว ลูกเรือ จึง มา หา กับตัน ๆ ใช้ ให้ ตัก น้ำ มา ให้ กับตัน
กับตัน เอา น้ำ ลูบ หน้า ค่อย สบาย ขึ้น. แล้ว กับตัน ขึ้น มา [..]
ปาก เรือ, เหน เชือก แล ใบ ยุ่ง เหมือน ถูก พยุห์. กับตัน สั่ง สรั่ง
ให้จัด แจง ใหม่ เพื่อ จะ ได้ แล่น ไป เรว. ลม พัด มา แต่ ตวัน
ออก เรื่อย ๆ. จุ้น จู๊ ว่า แก่ กับตัน อ่า, ควร ที่ เรา จะ กลับ ไป เมือง
ซ่องกง ก่อน, กับตัน ไม่ เหน ด้วย เพราะ นาย สลัด ว่า ไว้, ถ้า ขืน
จะ กลับ ไป ซ่องกง แล้ว จะ ทำ ลาย เรือ เสี่ย, จุ๊น จู๊ จึ่ง ยอม ให้
เล่น มา กรุงเทพ ฯ กับตัน จึ่ง แล่น ไป ตั้ง ใจ ว่า จะ แวะ เมือง
ไซ่ ง่อน หา หมอ รักษา ตัว เพราะ ใน เรือ ไม่ มี ยา. ตา ของ กับตัน ก็
[.]วม นัก ขึ้น ไม่ เหน อะไร ถึง สี่ วัน. แล้ว แล่น เรือ มา ได้ เก้า
[..] ถึง อ่าว ไซ่ง่อน, ภอ กับตัน สบาย ขึ้น เหน ว่า ไม่ ควร จะ แวะ
[.] เมือง ไซ่ง่อน. แล้ว กับตัน ก็ แล่น เลย มา จน ถึง หลัง เต้า.
ตั้ง แต่ วัน ออก จาก ซ่องกง มา นับ ได้ สิบ สี่ วัน ถึง กรุง เทพ ฯ.
๏ ของ ที่ สลัด ชิง ไป ได้ นั้น, คือ แพร ราคา หมื่น เหรียน.
แล เสื้อ ผ้า สิ่ง ของ ๆ ลูก เรือ แล กับตัน, กับ ทั้ง เสบียง อาหาร
เหลือ อยู่ แต่ เข้า กับ เกลือ บ้าง. กับตัน คะเน ว่า คน ที่ อยู่ ใน
เรือ สลัด นั้น ลำ ละ สี่ สิบ คน. กับตัน จะ ต่อ สู้ สลัด นั้น ไม่ ได้
ด้วย ลูก เรือ หนี ลง ใต้ ดาน ฟ้า เสีย หมด. ถ้า มี คน กล้า ก็ ภอ
จะ หนี พ้น ได้.
ผู้ ที่ จัด แจง เรื่อง นี้. ชื่อ อี ลิ่ว เปก เปน กับตัน เรือ ได้ มันสิติ.
ข่าว มา แต่ เมือง อเมริกา ใหม่
๏ ว่า คอนสติติวชัน แห่ง เมือง ยูไนติศเตษ บท ๑๓
ข้อ ที่ หนึ่ง ได้ เปลี่ยน แล้ว ทำ ใหม่ บท นั้น ใจ ความ ว่า การ
[..] ทาษ ฤา การ ได ๆ ที่ ผู้ ทำ ไม่ เตม ใจ จะ ทำ ถ้า ไม่ ได้
[..]ญา ไว้ ใน การ นั้น นาย จะ บัง คับ ให้ ทำ ไม่ ได้ เว้น ไว้
[...]ร ที่ ลง โทษ การ ที่ พิจรณา เปน สัตย์ ว่า เปน ผู้ ร้าย
[....]ถ้า เปน ดัง นั้น ผู้ ที่ เปน พนั กงาน ก็ ไช่ ให้ ผู้ เปน ไทย
[...]ไม่ อยาก ทำ นั้น ก็ บัง คับ ให้ ทำ ได้ นอก นั้น เปน ห้าม
[..]ไม่ บัง คับ นอก ใจ คน ได คน หนึ่ง ที่ อยู่ ใน แว่น แคว้น
[..]ของ ยูไนติศเตษ เลย ข้อ กฏหมาย กอนสติ ติวชัน ที่ ทำ
[..]นี้ ได้ ตั้ง มั่น คง ไว้ ณ วัน เดือน ยี่ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ตั้ง
[...]ไป คน ทาษ ที่ อยู่ ใน เมือง ยูไนติศเตษ ก็ พ้น จาก ทาษ
[.....]แต่ บท นี้ กอนเครศ ได้ ตั้ง ไว้ กว่า ปี แล้ว แต่ จะ เปน
[...]ง่าย แท้ ยัง ไม่ เบ่น ขึ้น ได้ เพราะ หัว เมือง ทั้ง ปวง ใน
[...]ส่วน ยัง ไม่ พร้อม กัน ตาม บท คอนสติวชัน นั้น ใน
[.....]น ยี่ นั้น หัว เมือง ทั้ง ปวง พร้อม ใจ กัน ว่า สอง ส่วน
ฅือ ๒๗ หัว เมือง เหน พร้อมใจ กัน ยัง อีก ๘ หัว เมือง ไม่
เหน ด้วย ถึง ใน ๙ หัว เมือง ไม่ เหน ด้วย จะ ว่า กล่าว ทัก
ทาน จะ ทำ อไร ก็ ไม่ ได้ ต้อง ยอม ตาม เหตุ นั้น ก็ เปน เหตุ
ใหญ่ คง จะ เปน ผล ประโยชน์ แก่ เมือง อเมริกา มาก นัก
การ ที่ ใช้ ทาษ อยู่ เมื่อ ก่อน นั้น ให้ เปน เสี้ยน หนาม
แก่ บ้าน เมือง ให้ เกิด ความ ทุกข์ ต่าง ๆ กว่า สามสิบ ปี มา
แล้ว เปน เหตุ ที่ การ สงคราม ใหญ่ ที่ พึ่ง แล้ว กัน ใน ปี นี้
อนึ่ง ผู้ ตาย ที่ พ้น จาก นาย ไป นั้น กว่า สี่ ล้าน คน เขา จะ
เปน ใหญ่ แก่ ตัว ทุก คน แล จะ หัก จะ เรียน วิชา ต่าง ๆ ก็
จะ ได้ เปน กำลัง แก่ บ้าน เมือง
ข่าว เมือง อังกฤษ
๏ เมือง ขึ้น แก่ อังกฤษ ชื่อ เยเมอิกา ที่ เกิด วุ่น วาย
ด้วย ขบถ นั้น ก็ ราบคาบ แล้ว แต่ ทว่า ยัง หา มี่ ความ ศุข
เปน แท้ ไม่ ด้วย เคาเอกเมนต์ อังกฤษ ไม่ พร้อมใจ กัน แตก
กัน เปน สอง ฝ่าย ฝ่าย หนึ่ง นั้น เหน ว่า เจ้า เมือง เยเมอิกา
นั้น ที่ ทำ การ ปราบ ขบถ นั้น เปน การ ร้าย แรง เหลือ เกิน
ไป จำ พวก หนึ่ง เหน ว่า ทำ เปน การ ดี เคาเอวเมนต์ จึ่ง
ใช้ ให้ ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ให้ ไป ถึง เมือง เยเมอิกา เพื่อ จะ ได้
ชำระ ความ นั้น
๏ อนึ่ง เหตุ ที่ เกิด ขึ้น ใน เมือง เฮตี นั้น ที่ เรา ได้
แสลง ไว้ ใน ใบ ก่อน นั้น ข่าว ว่า เรือ รบ อังกฤษ เขา ยิง เอา
ป้อม ทำลาย ลง แล้ว จะ มี เหตุ อไร ต่อ ไป อีก หา ทราบ ไม่
เมือง สเปน
๏ ข่าว มา ว่า เมือง สเปน มี ศึก เปน การ ขบถ ใหญ่
แต่ ข่าว ที่ มา ใหม่ ว่า การ ขบถ นั้น ราบ คาบ ลง แล้ว
บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้า ของ อู่ ใหม่
๏ อู่ แห่ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก
อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้ง หลาย, จง พิ
จารณ ดู อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เหน ว่า เปน อู่ ดี กว่า อู่ ทั้ง ปวง ใน บุระ
ประเทศ นี้. จะ ได้ แก้ เรือ ซ่อม แปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่
อู่ นิ้ ว ได้ ๓๐๐ ฟุต แล คง จะ ให้ ยาว กว่า นั้น อีก. โดย กว้าง
ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฦก ๑๕ ฟุต. ที่ ปาก อู่ มี ปะตู เรียก ว่า ไกซัน, ถ้า
จะ ปิด มิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปากอู่ ใน ดอก ไป นั้น, จด ถึง
ลำ แม่น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง
แรง นัก, กำปั้น เล็ก กำ ปั้น ใหญ่ จะ รอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน
ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จักร สำรับ ยก เสา
กะโดง, แล บ่อ น้ำ สำรับ กลไฟ แขง แรง นัก. อู่ นั้น พร้อม
ด้วย เครื่อง สูบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ. มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ
น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย
เครื่อง ใช้ ใน การ ทำ เรือ ใบ แล เรือ กล. แล การ นั้น มี นาย ที่
เปน ชาติ ยูรบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึง ชำนาญ
ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.
๏ แล ลูก จ้าง สำรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล
วัณฏ ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี แห่ง อู่
นั้น, ปราถนา ที่ จะ ให้ คน ทั้ง หลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ นี่
ไม้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อย ไม้, เพื่อ จะ
ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อ ใด
ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.
๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่
จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น,
เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือ ใบ เรือ กลไฟ ฤๅ
การ ใดๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล
เหล็ก แล ของ อื่นๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ฃาย ให้ ตาม ราคา
ตลาด กรุง เทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา
จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤๅ ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน
กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อใด.
๏ อนึ่ง กัปตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น
ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึง เอา
ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง
ฝาก ไป ถึง มิศเตอ ดับลิยู. เช. โรเบิตชัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง
นั้น, บัดนี้ มิศเตอ ดับลิยู. เช. โรเบิตชัน เปน นาย กอง นั้น
เปน เจ้า กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เก็บ เงิน แต่ ผู้ เดียว.
| กำปั่น เข้า กรุงเทพ ฯ | |||||
| เข้ามาเมือไร | กำปั่น ชื่อไร | กับปิตันชื่อไร | กี่ ตอน | เรือ อไร | มาแต่ไหน |
| เดือน ๔ ขึ้น ๑๔ ค่ำ | เรศโซลิวชัน | แมกเก | ๙๑๖ | ชิบ สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำ | อิ่ มิละ ยี่ | อัศเซนต์ | ๓๖๐ | บาก เติ้นมาก | ฮองกง |
| เดือน ๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำ | กิมซิงฮง | ซอสต์ | ๕๔๐ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำ | มอเร | ฮามซ์ | ๓๗๘ | บาก ฮัมเบิก | ฮองกง |
| เดือน ๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำ | เมริรอซ | ไมสะเน | ๕๖๙ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๔ ขึ้น ๑๕ ค่ำ | ซีมันซ์ ไบรด์ | รศ | ๓๑๔ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๔ แรม ค่ำ ๑ | ซฮุดติ่งสตาก | ๕๘๐ | ชิบ สยาม | ฮองกง | |
| เดือน ๔ แรม ๒ ค่ำ | เรเวนบวน | กุบเปอ | ๔๑๐ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๔ แรม ๔ ค่ำ | ลันซิลก | เดาคัล | ๘๘๘ | ชิบ อังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๔ แรม ๔ ค่ำ | บันลี่ | จีน | ๒๐๔ | ลักเคอสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๔ แรม ๔ ค่ำ | เจ้าพระยา | อรตัน | ๓๕๓ | กลไฟ สยาม | สิงคโปร |
| เดือน ๔ แรม ๑๔ ค่ำ | เลนนักซ์คัศเทล | ดับเบ | ๖๙๓ | ชิบ อังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๔ แรม ๑๔ ค่ำ | เอลลีดา | รันเบ | ๑๗๙ | บาก สวิเดน | ซัวเทา |
| กำปั่น ออก จาก กรุง เทพ ฯ | ||||||
| ออก เมื่อไร | กำปั่น ชื่อไร | กัปปิตัน ชื่อไร | คี่ ตอน | เรือ อะไร | จะ ไป ไหน | |
| เดือน ๔ | ขึ้น ๑๔ ค่ำ | ศัชโรวี่ | เคร | ๓๗๔ | บาก อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| . . . . | ขึ้น ๑๕ ค่ำ | นิกโอเลน | อาลมัน | ๓๑๙ | บาก ปรัสเซี่ย | ฮองกง |
| . . . . | แรม ค่ำ ๑ | วอรต์เบิก | เดอเมอ | ๓๐๘ | บาก บรีเมน | ฮองกง |
| . . . . | ๕ ค่ำ | อิมิสยี่ | อัดซัน | ๓๖๐ | บาก เดนมาก | สิงคโปร์ |
| . . . . | ๕ ค่ำ | อันนำ | ๑๕๐ | สกุนเนอ ฝรั่งเสศ | เมือง จีน | |
| . . . . | ๕ ค่ำ | ไอซิศ | ซัชลต์ | ๒๐๖ | บริก ปรัสเซี่ย | ฮองกง |
| . . . . | ๕ ค่ำ | กิ่มไซเลง | จีน | ๑๗๔ | สกุนเนอ สยาม | ยาวา |
| . . . . | ๖ ค่ำ | ไนเนน | แบลารด์ | ๖๒๔ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| . . . . | ๗ ค่ำ | ลอรา | เคอริศ | ๒๓๔ | บาก ฮำเบิก | ฮองกง |
| . . . . | ๗ ค่ำ | แกบซิ่งมูน | ลิ่วเตอ | ๔๖๖ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| . . . . | ๗ ค่ำ | โซไฟยาเอมี่เลีย | โฮเวอกลิฟ | ๒๙๔ | บาก ดัชะ | ฮองกง |
| . . . . | ๗ ค่ำ | วี่รินา | บิ้วลัศกี่ | ๖๐๐ | ชิบ สยาม | ฮองกง |
| . . . . | ๘ ค่ำ | ตี่วันตัด | ไมแนศต์ | ๔๐๓ | บาก ฮำเบิก | ฮองกง |
| . . . . | ๙ ค่ำ | อินคิเบิก | ปีเตอซัน | ๓๖๗ | บาก ปรัสเซี่ย | ฮองกง |
| . . . . | ๑๐ ค่ำ | ยังอิ่ง | จีน | ๑๙๐ | บาก สยาม | ปะตาเวีย |
| . . . . | ๑๒ ค่ำ | คาลาเตี่ย | เคอริศ | ๔๒๕ | บาก ฮำเบิก | ฮองกง |
| . . . . | ๑๔ ค่ำ | ไฮโน | บันนอ | ๓๖๗ | บาก ฮำเบิก | ฮองกง |
| . . . . | ๑๔ ค่ำ | รูดอลฟ์ | โอลริศ | ๒๑๐ | สกุนเนอ บรีเมน | สิงคโปร์ |
๏ การเลิกทาส ๚ะ
๏ ณวัน พุทร เดือน ๕ แรม ๔ คำ จะ มี การ
เลหลัง โดย ความ ตัดสิน ที่ กงสุลอเมริกัน ใน ความ
วิเลียมเบอดัน ต่อ สู้ เย เอช จันต์เลอ ที่ ได้ ตัด สิน
แต่ วัน พฤหัศบดี เดือน อ้าย ขึ้น ๑๑ ค่ำ นั้น แล้ว
แล ของ ที่ จะ ขาย นั้น คือ ตึก อัน งด งาม ที่ มิศเตอ
จันต์เลอ ได้ สร้าง ไว้ ตรง น่า โรง สีไฟ ที่ ชาว อเม
ริกา เหนือ คลองบาง น้ำชน ข้าม นั้น ใน ตึกนั้น มี
ห้อง ลิบหก ห้อง ทำ ด้วย ดี มั่น คง นัก เพราะ
หมาย จะ ให้ เจริญ ความศุข แก่ ผู้ อยู่ แล มี ของ
ประภาศ สำรับ ตึก พึ่ง มี มาใหม่ ๆ หลาย อย่าง แล
ที่ ใน ห้อง นั้น ไม่ เปน ที่ อับ ลม ๆ ก็ พัด เข้า มา
ได้ เอี่ยน สบาย ถ้า อยู่ บน ตึก แล้ว ถึง จะ แล มา
ดู เรือ ขึ้น ลอ่ง ตาม ลำแม่น้ำ ก็ ดู ได้ สบายนัก อนึ่ง
ที่ ชาน บ้าน เปน ทำเล กว้าง ขวาง มี ต้น ผลไม้ อย่าง
ดี ๆ เกิด ผล บริบูรณ์ มี เรืยน สำรับ ได้ ให้ คน
อาไศรย หลาย หลัง มี ตึก สำรับ อาบ น้ำ แล ตึก
ครัว แล ของ อื่น ดี ๆ หลาย สิ่ง
๏ อนึ่ง ใน วัน นั้น จะ ขาย เครื่องใช่ ใน ตึก
เปน ต้น ว่า โต็ะ ตู้ เตียง นอน ฟูกนอน เก้าอี่ สำ
หรับนอน เครื่อง โตะ ช้อนเงิน มีด ช่อม แล หนังสือ
อังกฤษ ต่าง ๆ กับ ทั้ง สิ่ง ของ เปน ที่ เจริญ ตา
ต่าง ๆ อนึ่ง บัญชี ของ ทั้ง ปวง นี้ จะ ขาย เลหลัง
นั้น จะ ทำ แล้ว ใน วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น ๑๐ คำ ทั้ง
แก่ วัน นั้น ไป ใคร ๆ ปรารถนา จะ ดู ให้ รู้ ราย สิ่ง
ของ นั้น ก็ ดู ได้
แก้ ความ ติ อู่ ใหม่
๏ มี คน ผู้ ใหญ่ คน หนึ่ง มา กล่าว แก่ ข้าพเจ้า ว่า, กลัว
คน ที่ ซื้อ จดหมายเหตุ จะ เนื่อ เสีย เพราะ ลงพิมพ์, ว่า ด้วย อู่
ให่ ทุก ครั้ง, และ อินซูเรน กำปะนี, และ การ ขาย เลหลัง.
ข้าพเจ้า ฃอ อวย พร มา ถึง ท่าน ทั้งหลาย, ด้วย ว่า การ ที่ เบื่อ
นั้น ก็ หา ควร ไม่. ถ้า ไม่ อยาก ดู ก็ อย่า ดู เลย. ด้วย ข้อ
ความ ที่ ลง พิมพ์ นั้น, เพราะ เจ้า ของ จ้าง ข้าพเจ้า ให้ ลง พิมพ์.
เงิน ค่า จ้าง แต่ ข้อ หนึ่ง ข้อ เดียว, ก็ มาก กว่า เงิน ค่า จดหมาย
เหตุ เล่ม หนึ่ง อีก. ด้วย เขา ปรารภ นา จะ ให้ คน ที่ เป็น ธุระ ด้วย
เรื่อง เหล่า นั้น รู้ ความ, แล ให้ คิด ถึง ทุก ครั้ง.
๏ อนึ่ง แต่ เดิม ข้าพเจ้า สัญญา ว่า ไว้, ว่า จะ ให้ มี จด
หมายเหตุ แปด น่า ทุก ครั้ง. แล้ว ได้ เพิ่ม เติม ลง อีก ๔ น่า,
เพื่อ จะ มี ที่ ลง พิมพ์ ได้, ว่า ด้วย อู่, และ อินซูเรน กำปะนี, แล
ของ ขาย เลหลัง, และ การ อื่น ๆ บ้าง, ก็ จะ มี มา จ้าง
ให้ ลง พิมพ์. ข้าพเจ้า จึง เข้า ใจ ว่า ทำ ที่ สัญญา ไว้ แก่ เดิม
นั้น ไม่ ได้ หัก เลย.
| ปฏิทิน บอกโมง แล ทุ่ม ใน ข้าง ขึ้น เดือน ๕ นี้ | |||||||
| คำอังกฤษ | คำไทย | คำ จีน | อาทิตย์ ขึ้น กี่ โมง | อาทิตย์ ตก กี่ โมง | อาทิตย์ เที่ยง กี่ โมง | จันทร์ตก กี่ทุ่ม | |
| มารช เดือน ๓ | เดือน ๕ | จีน ๒ | |||||
| วัน เสาร | ๑๗ ค่ำ | ขึ้น ค่ำ ๑ | ขึ้น ค่ำ ๑ | ย่ำ รุ่ง | ย่ำ ค่ำ | ๕ โมง ๕๒ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๔๑ นาที |
| วัน อาทิตย์ | ๑๘ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ย่ำ รุ่ง | ย่ำ ค่ำ | ๕ โมง ๕๒ นาที | ทุ่ม หนึ่ง ๔๐ นาที |
| วัน จันทร | ๑๙ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ย่ำ รุ่ง | ย่ำ ค่ำ | ๕ โมง ๕๒ นาที | ๒ ทุ่ม ๔๑ นาที |
| วัน อังคาร | ๒๐ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ย่ำ รุ่ง | ย่ำ ค่ำ | ๕ โมง ๕๓ นาที | ๓ ทุ่ม ๔๓ นาที |
| วัน พุทธ | ๒๑ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ย่ำ รุ่ง | ย่ำ ค่ำ | ๕ โมง ๕๓ นาที | ๔ ทุ่ม ๔๒ นาที |
| วัน พฤหัสบดี | ๒๒ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ย่ำ รุ่ง | ย่ำ ค่ำ | ๕ โมง ๕๓ นาที | ๕ ทุ่ม ๔๓ นาที |
| วัน ศุกร | ๒๓ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๙ นาที | ย่ำ ค่ำ ๑ นาที | ๕ โมง ๕๓ นาที | ๖ ทุ่ม ๓๖ นาที |
| วัน เสาร | ๒๔ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๙ นาที | ย่ำ ค่ำ ๑ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ๗ ทุ่ม ๒๘ นาที |
| วัน อาทิตย์ | ๒๕ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๙ นาที | ย่ำ ค่ำ ๑ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ๘ ทุ่ม ๑๙ นาที |
| วัน จันทร | ๒๖ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๘ นาที | ย่ำ ค่ำ ๒ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ๙ ทุ่ม ๖ นาที |
| วัน อังคาร | ๒๗ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๘ นาที | ย่ำ ค่ำ ๒ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๙ ทุ่ม ๕๐ นาที |
| วัน พุทธ | ๒๘ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๘ นาที | ย่ำ ค่ำ ๒ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๑๐ ทุ่ม ๓๒ นาที |
| วัน พฤหัสบดี | ๒๙ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๗ นาที | ย่ำ ค่ำ ๓ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๑๑ ทุ่ม ๑๓ นาที |
| วัน ศุกร | ๓๐ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๗ นาที | ย่ำ ค่ำ ๓ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๑๑ ทุ่ม ๕๙ นาที |
| วัน เสาร | ๓๑ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๖ นาที | ย่ำ ค่ำ ๔ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ขึ้น ย่ำ รุ่ง ๕๓ นาที |