BANGKOK RECORDER


BANGKOK RECORDER

เล่ม ๒ บางกอก เดือน หก ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ปี ขาน อัฐ ศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน เอปริล วัน ที่ ๒๙ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๕

ธรรมเนียม ตั้ง กงสุล

๏ ที่ เรียก ว่า กงสุล นั้น, เปน ชื่อ ตั้ง แห่ง คน พวก หนึ่ง
ที่ เคย มีใน เมืองโรม แต่ โบราณ โน้น. ลาง คน ที่ ตั้ง ไว้ เปน
กงสุล, เปน แต่ ตระลาการ สำรับ จะ ชำระ ความ ตัดสีน เท่า นั้น
เอง. ลาง บ้าง ก็ เปน เหมือน หนึ่ง เจ้า เมือง ที่ มี อำนารถ ว่า
การ แผ่นดิน ก็ ได้. แล ที่ เดิม โน้น เมื่อ เมืองโรม เปน เมือง
ใหญ่, พวกโรม จะ ตี เอา เมือง ไหน เปน เมือง ขึ้น, ฤๅ จะ ออก
ไป อยู่ เมือง ไหน, ถ้า มี การ ค้า ขาย มาก แล มี คน ชาติโรม มา
อยู่ ที่ นั้น มาก มาย แล้ว, ก็ เจ้า เมืองโรม เคย ตั้ง ให้ มี กงสุล ที่
นั้น ที่ จะ ว่า การ เมือง ที่ เปน เมือง ขึ้น บ้าง, แล เปน ตระลา
การ ชว่ย ชำระ ความ แล ดู การ ค้า ขาย บ้าง, แล ธรรมเนียม นี้
ก็ แผ่ ทั่วไปใน เมือง ยูโรบ แลใน เมือง อื่น ๆ บ้าง ด้วย. แต่
ทุก วัน นี้ คน ซึ่ง เปน กงสุล ก็ เปน ธุระ แต่ใน การ ค้า ขาย มาก,
แล ใน การ อื่น ๆ อยู่ บ้าง, ตาม ซึ่ง เจ้า แผ่นดิน เจ้าเมือง ผู้ ที่ ได้
ตั้ง ตัวไว้ จะ กำหนด ให้ เปน ธุระ. ที่ เปน กงสุล ทุก วัน นี้ มี สาม
อย่าง ๆ หนึ่ง เรียก ว่า กงสุล เย็นรัล, อย่าง หนึ่ง เรียกว่า กงสุล
อย่าง หนึ่ง เรียก ว่า ไวซกงสุล. ก็ มี อิก อย่าง หนึ่ง ที่ เปน ต่ำ
กว่า นี้, ที่ เรียก ว่า กอมเบอซาลเอเชืน, แต่ ที่ เปน พวก นี้ ก็ มี
แต่ นอ้ย, แล เคย อยู่ ใน บ้าน เมือง ที่ มี กำปั่น เข้า ออก, แล การ
ค้า ขาย แต่ นอ้ย.

๏ ที่ เปน กงสุลเย็น รัลนั้น, มี กงสุล แล มี ไวซ กงสุล
อยู่ ใน บังคับ ของ ตัว แล้ว พนักงาน ของ เขา ก็ มาก อยู่ ก็ คล้าย
คล้าย กับ ผู้ ที่ เปน ราชทูต.

๏ ที่ เปน กงสุล นั้น ลาง ที มี ไวซ กงสุล อยู่ ใน บังคับ ของ
ตัว. ลาง ที่ ก็ มี กอมเบอชาลเอเชื่น อยู่ ใน บังคับ ของ ตัว เหมือน
กัน, ลาง ที ก็ ไม่ มี เลย.

● ที่ เปน ไวซ กงสุล นั้น, มัก เปน ผู้ ชว่ย แห่ง คน ที่ เปน
กงสุล เย็นรัล แล กงสุล. ลาง ที ก็ ไม่ ได้ เปน ผู้ ชว่ย แห่ง ใคร
เลย. ลาง ที่ เปน ที่ ว่า การ พลาง แทน กงสุล. ด้วย คน ที่ ว่า
การ พลาง แทน กงสุล นั้น, ลาง ที่ ก็ มี ชื่อ ตั้ง ว่า เดบยุติ กงสุล
เดบยุติ นั้น แปล ว่า ปลัด, ลาง ที่ ตั้ง ชื่อ ว่า แอกติง กงสุล. ทั้ง
สอง พวก นี้, คือ ว่า คน ที่ ว่า การ ที่ มิ ได้ มี หนังสือ ตรา ตั้ง อัน
มา แต่ เจ้า แผ่นดิน เจ้า เมือง, มี แต่ ตรา ซึ่ง ผู้ เปน กงสุล ฤา ราช
ทูต ได้ ตั้ง ให้ มี. ลาง ที่ ที่ เปน ไวซ กงสุล นั้น มิ ได้ มี ตรา ตั้ง
มา แต่ เจ้า แผ่นดิน เจ้า เมือง. แต่ ถึง พวก เหล่า นี้ มิ ได้ มี ตราตั้ง
มา แต่ เจ้า แผ่นดิน เจ้าเมือง, ยัง ว่า การ เหมือน กงสุล ก็ ได้, จน
ถึง เวลา จะ มี คน มา เข้า ที่, อัน มี ตรา ตั้ง มา แต่ เจ้า แผ่นดิน
เจ้า เมือง. ก็ ด้วย ธรรมเนียม ที่ จะ ตั้ง ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง เปน กงสุล ก็
เปน ดัง นี้, ลาง ที่ เจ้าแผ่นดิน เจ้าเมือง จะ ขอ ให้ คน ที่ ท่าน รู้ จัก
เอง ให้ รับ เปน กงสุล. ถ้า จะ ยอม รับ ก็ จะ ให้ มี หนังสือ ตรา
ตั้ง ให้ เปน กงสุล. ลาง ที่ พวก ขุน นาง ได้ เข้า กัน ทำ หนังสือ
ขอ ให้ คน นี้ คน นั้น เปน กงสุล. ถ้า เจ้าแผ่นดิน เจ้าเมือง เหน ชอบ
แล้ว ก็ จะ ตั้ง ผู้ นั้น ให้ เปน. ลาง ที่ พวก พ่อ ค้า แล คน อื่น ๆ
ทำ หนังสือ ขอ เหมือน กัน. ถ้า เหน ชอบ ก็ จะ ตั้ง เหมือน กัน.
แล ธรรมเนียม ที่ จะ ตั้ง ไวซ กงสุล ก็ เหมือน กัน ด้วย. แต่ทว่า
เมื่อ จะ ตั้ง ไวซ กงสุล นั้น, ใน ที่ อัน ใด ที่ แต่ ก่อน ไม่ เคย มี, ที่
เปน กงสุล เย็นรัล, แล กงสุล ก็ เคย ขอ เสีย ก่อน. ถ้า แล รู้
จัก ใคร ผู้ ใด ที่ เหน ควร จะ เปน, ก็ มัก ขอ ให้ ตั้ง ผู้ นั้น ขึ้น.
แต่ ตาม ธรรมเนียม กฎหมาย เมือง อเมริกา, ใคร ๆ ท เปริสไซ
เด้น ได้ ตั้ง ไว้ เปน กงสุล เย็นรัล ก็ ดี, เปน กงสุล ก็ ดี, ไวซ กง
สุล ก็ ดี, จะ รับ ประทาน หนังสือ ตรา ตั้ง สำหรับ ตัว ก่อน กว่า ได้
หา คน ที่ เปน มั่ง มี อัน เปน คน น่า เชื่อ น่า ไว้ ใจ, มา รับ เปน
นาย ประกัน เสีย ก่อน ก็ มิ ได้. ครั้น มี ผู้ มา รับ เปน นาย ประกัน
แล้ว จึ่ง ได้ รับ หนังสือ ตรา ตั้ง ว่า การ ได้. ลาง คน ต้อง มี นาย
ประกัน รับ ตัว ถึง พัน เหรียน, ลาง คน ถึง หมื่น เหรียน. แต่ ว่า
จะ เปน มาก ฤา น้อย, ก็ สุด แต่ การ ค้า ขาย ใน เมือง ที่ ตัว จะ มา
ว่า การ กงสุล นั้น จะ มาก ฤา น้อย, ฤา ว่า อำนารถ ของ ตัว จะ
มาก ฤๅ น้อย, ก็ ด้วย อำนารถ กงสุล จะ มาก จะ น้อย ก็ สุด แต่
กฎหมาย แล หนังสือ สัญญา จะ กำหนด. แล เมื่อ รับ หนังสือ ตรา
ตั้ง ออก ไป ถึง ที่ ถึง เมือง, ซึ่ง ตัว จะ เปน กงสุล นั้น, ต้อง เอา
หนังสือ ตรา ตั้ง ของ ตัว ให้ เจ้า พนักงาน เมือง นั้น ดู. แล้ว ขอ
หนังสือ ที่ เรียก ว่า เอกซิกวาเตอ, คือ หนังสือ ยอม ให้ เข้า ที่ ว่า
การ กงสุล ที่ นั้น. ถ้า แม้น ว่า เจ้า แผ่นดิน เจ้า พนักงาน จะ โปรด
ให้ มี แล้ว จึง ว่า การ กงสุล ได้. ถ้า มิ ได้ โปรด ให้ มี หนังสือ เอก
ซิกวาเตอ, ถึง จะ มี หนังสือ ตรา ตั้ง จะ เข้า ที่ ว่า การ กงสุล ก็
ไม่ ได้.

๏ คำ นี้ ที่ ว่า ด้วย ธรรมเนียม ตั้ง กงสุล เปน แต่ คำ ย่อ ๆ
ภอ สังเขป ภอ เข้าใจ ใน เรื่อง ความ หน่อย หนึ่ง เท่า นั้น.

๏ หนังสือ มิศเตอ ชันดเลร์, มา ถึง ท่าน เจ้า พระยา พระคลัง
เสนา บดี ซึ่ง ได้ ว่า การ ฝ่าย ต่าง ประเทศ, ด้วย ว่า ณ วาน ซืน นี้
เมื่อ ข้าพเจ้า ได้ อยู่ ที่ โรง ศาล รับสั่ง, ที่ ปาก คลอง ผดุง กรุง
เกษม นั้น. กับตัน บุศ กับ หม่อม ราโชทัย ผู้ ตระลาการ ชำระ ความ
ฝ่าย ไทย ซึ่ง ส่ง มา แต่ คน ต่าง ประเทศ ได้ บอก ว่า, ท่าน เจ้า
คุณ อยาก จะ รู้ จัก ธรรมเนียม การ ตั้ง กงสุล, แล ไวซ กงสุล
กับตัน บุศ ได้ คัด เอา ข้อ บาง ข้อ ออก จาก หนังสือ กฎหมาย อังกฤษ
ซึ่ง ว่า ด้วย การ ตั้ง ไวซ กงสุล นั้น, แล หม่อม ราโชทัย ขอ ให้
ข้าพเจ้า ช่วย แปล ออก เปน ภาษา ไทย. แต่ ข้อ ที่ คัด ออก นั้น
ก็ น้อย นัก, แล วัน นั้น ไม่ มี ว่าง เปล่า ที่ จะ แปล ออก ให้ ถ้วน
ถี่ เลย. ก็ ด้วย เรื่อง นี้ เหน ว่า ท่าน เจ้าคุณ แล ผู้ ใหญ่ ฝ่าย ไทย
ควร จะ ทราบ รู้, ด้วย ธรรมเนียม กงสุล, แล ธรรมเนียม ที่ จะ
ตั้ง กงสุล ให้ ถ้วน ถี่, เพราะ ว่า บัด นี้ พวก ไทย ก็ มี กำปั่น มาก
แล้ว, แล ได้ ออก ไป ถึง เมือง จีน แล เมือง อื่น, แล กำปั่น จะ
ออก ไป ถึง เมือง ไหน, ก็ ควร จะ ตั้ง กงสุล ไว้ ที่ เมือง นั้น, แต่ จะ ตั้ง
กงสุล ไว้ เมื่อ ยัง ไม่ มี กำหนด กฎหมาย, กำหนด ธุระ แล อาญา
ของ เขา, ก็ จะ ยาก อยู่. ควร เจ้า พนักงาน ฝ่าย ไทย จะ คิด อ่าน
กัน ตั้ง กฎหมาย ไว้ ใน เมือง นี้ สำหรับ พวก กงสุล, แล หา ควร ที่
จะ นอน ใจ ช้า ไป ใน การ นี้ ไม่, ซึ่ง จะ จัด แจง ตั้ง กฎหมาย สำ
รับ กงสุล ฝ่าย ไทย ก็ เหน จะ ไม่ สู้ ยาก, ด้วย ว่า กฎหมาย เมือง
อังกฤษ เมือง อเมริกา สำหรับ พวก กงสุล ก็ มี อยู่ แล้ว. แล้ว ก็ มี
แต่ จะ คัด ออก บ้าง เว้น เสีย บ้าง, เปลี่ยน แปลง เสีย บ้าง เติม
เข้า บ้าง, แล้ว ก็ ให้ ตั้ง ไว้ ให้ สม กับ เมือง นี้. ถ้า แม้น ว่า
เจ้า คุณ เหน ชอบ จะ ให้ ข้าพเจ้า ชว่ย ใน การ นี้, ฤๅ การ อื่น ๆ
ข้าพเจ้า จะ ชว่ย ตาม ปัญญา กำลัง ของ ตัว.

๏ หนังสือ มา ณวัน เสา เดือน สี่ ขึ้น ห้า ค่ำ ปี กุญ เบญ ศก


การ ที่ ที้ง ธง ไป อาไศรย ธง อื่น

๏ เรื่อง ที่ อยู่ ข้าง ท้าย นี้ คัด ออก จาก หนังสือ อินตะนาชัน
นัลลอ, เปรียบ เปน คำ ไทย ว่า กฎหมาย ที่ อยู่ ใน ระหว่าง เมือง
ต่อ เมือง, ผู้ ที่ ตัด ความ เรื่อง นี้ เปน คน ชำนาญ ใน เรื่อง
อินตะนาชัน นัลลอ. เรา ผู้ เปน เจ้า ของ จดหมายเหตุ นี้, ได้
เอา เรื่อง นั้น มา ว่า ให้ เหน เปน สำคัญ นี้, เพราะ จะ ให้
คน ทั้งปวง ที่ อาไศรย ร่ม ธง ไทย. ได้ พิจารณา ดู ด้วย
ได้ ยิน ข่าว ว่า คน หลาย คน ที่ เปน ชาว สยาม, เข้า รีด เปน
พวก บาทหลวง ฝรั่งเสศ, เขา เข้าใจ ว่า ไม่ ได้ อยู่ ใน ร่ม ธง
สยาม แล้ว, เพราะ บาทหลวง ฝรั่งเสศ ได้ รับ ไว้ เปน ลูกศิษย,
ได้ เข้า อยู่ ใน ร่ม ธง ฝรั่งเสศ แล้ว. ฯ คน พวก นั้น มัก ถือ ตัว ว่า
ตัว เปน ชาว ฝรั่งเสศ, ไม่ ควร ที่ จะ ต้อง เสีย ภาษี. เมื่อ เจ้า ภา
ษี จะ เก็บ ภาษี แก่ คน พวก นี้, คน พวก นี้ ก็ ขัด ขวาง เนือง ๆ
ลาง ที ก็ เอา ธง ฝรั่งเสศ ปัก ไว้ ที่ ท้าย เรือ, คน ทั้งปวง เหน
ก็ เข้าใจ ว่า เปน คน ฝรั่ง เสศ. ผู้ ที่ ประพฤติ์ เช่น นี้, ถ้า
ตฤกตรอง โดย ปัญญา สัก นิด หน่อย ก็ จะ เหน ว่า, ทำ เช่น นี้ ไม่
ดี ที เดียว, ดู เหมือน จะ ให้ บ้าน เมือง ก็ จะ แยก ย้าย เปน
หลาย ฝ่าย. คือ พวก ที่ ถือ สาสนา ฝรั่งเสศ ก็ จะ ถือ ตัว ว่า เปน
พวก ฝรั่งเสศ. คน ที่ เข้า รีด เปน พวก โปรเตสตัน ก็ จะ เข้า
ใจ ว่า เปน อังกฤษ บ้าง, เปน อะเมริกา บ้าง ตาม ครู. เหมือน
ที่ เมือง พม่า, พวก อะเมริกา ไป สั่งสอน สาสนา ได้ ลูกศิษย
กว่า หมื่น คน. ถ้า ครู สั่งสอน สาสนา ใหม่ เปน ชาว เมือง ใด
ลูกศิษย จะ พลอย เปน คน ชาว เมือง นั้น ตาม ครู ได้, ก็ เ
ที่ จะ เข้าใจ, ว่า หมื่น คน ที่ พม่า นั้น เปน ชาว อะเมริกา เหมื
ครู เสีย แล้ว. แต่ คน หมื่น คน นั้น ไม่ ได้ ถือ ตัว ดัง นั้น เลย
ถึง ครู ก็ ไม่ ยอม ให้ ถือ ตัว เช่น นั้น, เพราะ เปน การ ที่ จ
แยก ย้าย ให้ คน ใน บ้าน เมือง เปน สอง ฝ่าย ไม่ ชอบ เลย.


๏ ลักษณ: บังคับ กงสุล สัปเยก ๚ะ

๏ ลักษณะ กงสุล, พนักงาน ของ เขา อำนารถ ของ เข
การ ที่ จะ ว่า กล่าว ให้ เข้า ร่ม ธง.

๏ ใน หนังสือ กฎหมาย ที่ เรียก ว่า อินเตอนาชันลอ, ซึ่ง
มิศเตอวีตัน ได้ แต่งไว้ ใน บท สอง ข้อ ๔ น่า ๒๑๕ นั้น, มี
ความ ว่า กฎหมาย ต่าง ๆ ซึ่ง มี อยู่ ใน เมือง ใด ๆ จะ ใช้ ไป
นอก เขตร แดน บ้าน เมือง ที่ ได้ ตั้ง กฎหมาย นั้น ขึ้น ก็ ได้, แต่
จะ ใช้ ไป ใน เขตร แดน บ้าน เมือง อื่น ๆ นั้น, ก็ เปน แต่
ตาม จะ มี หนังสือ ยอม กัน. แล หนังสือ ยอม ให้ ใช้ กฎหมาย
ไป ใน เมือง ใด ที่ เมือง อื่น ๆ ก็ เรียก ว่า หนังสือ สัญญา. ฝ่าย
กงสุล แล คน ที่ เรียก ว่า คัมเมอแซลเอเชนนั้น, มี อำนารถ
บังคับ คน ที่ อยู่ ใน ใต้ ร่มธง ด้วย กัน กับ ตัว, แต่ ใน บ้าน เมือง
ที่ ตัว อยู่ เท่านั้น. พนักงาน แล อำนารถ ของ กงสุล จะ มาก
จะ น้อย ประการ ใด, ก็ ตาม แต่ ข้อ ความ ที่ มี อยู่ ใน หนังสือ
สัญญา ซึ่ง ทำ กัน ไว้.

๏ ตาม ธรรมเนียม บ้าน เมือง ที่ เรียก ว่า กฤษเตียนเนชัน,
คือ เมือง ที่ ถือ สาศนา พระเยซู นั้น, ผู้ ที่ เปน กงสุล มี พนักงาน มี
อำนารถ แต่ เพียง นี้, คือ ว่า จะ ชำระ ตัดสิน ความ ใน เหตุการ
ที่ เกิด ขึ้น กับ พ่อค้า แล ลูกเรือ แล คน อื่น ๆ, ที่ อยู่ ใน ร่ม ธง
ด้วย กัน กับ ตัว, ซึ่ง มิ ได้ เปน ความ มหันตะโทษ. แล ต้อง รับ
หนังสือ พี่ใน [..] ไว้ [.....................] ทั้ง หนังสือ สัญญา, และ
หนังสือ อื่น ๆ อัน เปน สำคัญ ซึ่ง ต้อง ทำ ต่อ หน้า กงสุล. แล้ว
ต้อง เปน ธุระ ชำระ หนี้ สิน ผู้ ที่ ตาย ลง, แล รับ ทรัพย เข้า ของ
ขา ไว้, ตาม หนังสือ [...] แล หนังสือ กฎหมาย ฝ่าย บ้าน
เมือง ของ ตัว.

๏ พนักงาน แล อำนารถ ของ กงสุล, ฝ่าย เมือง ที่ ถือ
สาศนา พระเยซู, ที่ อาไส อยู่ ใน เมือง อะเคีย เมือง บาบะเร
แล เมือง อื่น ๆ ที่ ถือ สาศนา แขกมะฮามัด นั้น, คือ ว่า จะ
ชำระ ตัดสิน เรื่อง ความ ตาม ที่ ว่า มา แล้ว นั้น, แล ความ มะ
หันตโทษ ได้ ทุกอย่าง. ขุนนาง กระลาการ ใน เมือง เหล่า นั้น
จะ เปน ธุระ ด้วย เร่ง ความ อัน ใด, ที่ เกิด ขึ้น แก่ คน ซึ่ง
อยู่ ใน ร่มธง ด้วย กัน กับ กงสุล นั้น ไม่ ได้. แต่ ใน เมือง ที่
ถือ สาศนา แขกมะฮามัด เหล่า นี้, ถ้า ผู้ เปน ความ เหน ว่า
ความ ที่ กงสุล ตัดสิน ไม่ ชอบ. ความ นั้น เปน ข้อ สำคัญ จะ
ขอ ให้ ส่ง ความ มา ยัง โรงสาล บ้าน เมือง ของ ตัว, อัน เปน
โรง สาล ใหญ่ กว่า โรง ศาล กงสุล ก็ ได้. แล อำนารถ กงสุล
ใน เมือง เหล่า นั้น ก็ คล้าย ๆ กัน กับ ผู้ ที่ เปน กระลาการ ฝ่าย โป
ลิศ. คือ ว่า ที่ ทำ โทษ แล ปรับ ไหม ไม่ สู้ ฦก จำ ไว้ ไม่ สู้ นาน
แต่ ที่ เปน โทษ ใหญ่ นั้น กงสุล ต้อง สืบ พยาน เอา หนังสือ พยาน
แล คน โทษ, ส่ง ไป ถึง โรง ศาล ฝ่าย บ้าน เมือง ของ กงสุล ให้
ตัด สิ้น.

๏ ใน หนังสือ อินเตอนาชันนลอ ของ ดอกเตอ ฟีลมอร์ เล่ม ๒ ส่วน
ที่ ๗ บท ๑ ข้อ ๒๒๕ น่า ๒๓๙ นั้น, ก็ มี ข้อ ความ เหมือน กัน
แล้ว ใน หนังสือ อินเตอชันนลอ ของ ดอกเตอ ฟีลมอร์, มี ข้อ ความ ว่า
ด้วย ลักษณะ กงสุล อีก ต่อ ไป ดัง นี้. ว่า ข้อ ความ ที่ เปน สำ
คัน ใน ลักษณะ ผู้ ที่ เปน กงสุล ทุก วัน นี้, มี ๒ ข้อ ดัง นี้, ว่า
กฎหมาย ที่ กำหนด พนักงาน แล อำ นา รถ กงสุล, ที่ ว่า ไว้ อยู่ ใน
เมือง ที่ ถือ สาศนา พระเยซู นั้น อย่าง หนึ่ง. แล กฎหมาย ที่
กำหนด พนักงาน แล อำนารถ กงสุล, ที่ อาไศรย อยู่ ใน เมือง ต่าง ๆ
ที่ ถือ สาศนา แขก มะฮามัด อย่าง หนึ่ง, เปน ๒ อย่าง ด้วย กัน.
แล ใน หนังสือ อินเตอนาชันนลอ ของ ดอกเตอ ฟีลมอร์, บท ๕
น่า ๒๗๑ กับ ทั้ง ข้อ ๒๗๘ น่า ๒๗๔ นั้น, มี ข้อ หนึ่ง ขัด
ออก มา แต่ หนังสือ สัญญา ซึ่ง เมือง อังกฤษ, ทำ ไว้ กับ เมือง
จีน เมื่อ กฤษศักราช ๑๘๔๒, ๑๘๔๓. กำหนด ให้ รู้ ว่า พนัก
งาน ของ กงสุล เปน อย่าง ไร. แล ได้ แก้ไข ให้ รู้ ว่า กงสุล จะ
ต้อง ทำ การ ที่ เปน ธุระ ของ ตัว อย่าง ไร. แล ข้อ ที่ ๑๓ ใน
หนังสือ สัญญา นั้น, ได้ ยอม ให้ ผู้ ที่ เปน กงสุล นั้น มี อำ นารถ
มาก, แล้ว ก็ ต้อง ไช่ อาซากระลาการ แล อาชา เจ้าเมือง ด้วย.
ข้าพเจ้า ก็ เหน ว่า กงสุล ที่ มา อยู่ ใน กรุง สยาม นี้, มี อำ นารถ
มาก เหมือน กงสุล ที่ อยู่ เมือง จีน, แล้ว ถึง กรุง สยาม ก็ ได้
ยอม ให้ มี อำ นารถ มาก กว่า กงสุล ที่ อยู่ ทาม เมือง, ที่ ถือ
สาศนา พระเยซู. กงสุล ที่ ตั้ง อยู่ ใน กรุง สยาม ไม่ มี อาชา ที่
จะ ขัด ขวาง กฎหมาย บ้าน เมือง ไทย.

๏ ที่ ว่า มา แล้ว นั้น เปน แต่ คำ ยอ ๆ ภอ ให้ รู้ ว่า พนักงาร
แล อำนารถ กงสุล ที่ มา ตั้ง อยู่ นากรง เทพ ฯ เปน อย่าง ไร บ้าง,
แล อำนารถ ซึ่ง เขา มี อยู่ นั้น, ได้ เกิด มา แต่ ไหน. แล บัตร
นี้ มี แต่ จะ สืบ ดู ให้ รู้ ว่า, กงสุล มี อำนารถ จะ ว่า กล่าว ให้ คน
ชาติ อื่น เข้า ร่ม ธง บ้าน เมือง ของ ตน จะ ได้ ฤา ไม่ ได้. ถ้า ทำ
ได้ ก็ เปน ไคร บ้าง ที่ กงสุล ว่า กล่าว ให้ เข้า ได้, ก็ โดย ข้อ ความ
นี้ รู้ ได้ ง่าย, ตาม หนังสือ สอนเนชัน ซอ แวดเตล, มี ข้อ หนึ่ง
ดัง นี้ ว่า, เมือง ใด ๆ ถ้า เจ้า แผ่นดิน เหน ชอบ จะ ว่า กล่าว ให้
คน ชาติ อื่น เข้า ร่ม ธง เปน ชาว บ้าน ชาว เมือง ของ ตน ก็ ทำ ได้.
แล้ว คน ที่ รับ เข้า ไว้ เปน ชาว บ้าน ดั่ง นี้, ก็ เหมือน คน ที่ เกิด
ใน บ้าน เมือง นั้น. การ ว่า กล่าว ให้ เข้า ร่มธง นั้น เรียก ว่า แนด
ยุราลไอเซซัน, ที่ จะ ใค่ร รู้ ใน กรุง เทพ ฯ คือ นี้ ว่า เปน ใค่ร
บ้าง ที่ จะ พึ่ง ร่ม ธง เมือง นั้น ๆ ได้, กงสุล อังกฤษ ได้ รับ ผู้
ใด ๆ ให้ เข้า ร่ม ธง เมือง อังกฤษ, ที่ มี พยาน เปน แน่ ว่า ตัว
เคย อาไศรย อยู่ ตาม เวลา กำหนฏ ที่ เมือง แห่ง ใด แห่ง หนึ่ง, อัน
เปน เมือง ขึ้น กับ เมือง อังกฤษ. เหมือน หนึ่ง เมือง ฮองกง,
เมือง สิงคโปร์, เมือง เกาะหมาก, ฤๅ ปริศติศอินเดีย, แต่ คน ที่
รับ เข้า ร่ม ธง ดั่ง นี้ เปน แต่ คน ชาว อาเซีย. ก็ ด้วย พวก ฝรั่ง
เสศ เขา ก็ มี แต่ เมือง ไสรงอน, แล เมือง ปอนดิเจริ, แล เมือง
บูรปอน ที่ จะ ให้ คน มา อาไศรย, แล้ว ให้ เข้า ร่ม ธง ตาม ที่ ว่า
มา แล้ว นั้น. ก็ ด้วย คน ที่ เปน ชาว บางกอก ฤๅ ชาว บ้าน ชาว
เมือง สยาม, กงสุล จะ ว่า กล่าว ให้ เข้า ร่ม ธง ไม่ ได้. ข้าพเจ้า
ได้ ตรวด ดู ใน หนังสือ เหน ว่า ทำ ไม่ ได้, เปน การ ผิด หนังสือ
ลอเนชัน. อนึ่ง ด้วย คน ทิ้ง สาสนา ที่ ตัว เคย ถือ มา แต่ ก่อน,
แล้ว มา เข้ารีด สาสนา อื่น จะ เอา การ นั้น เปน เหตุ ที่ จะ เอา ตัว
ให้ ออก เสีย จาก ร่ม ธง ที่ ตัว เคย อยู่ ให้ เข้า ร่ม ธง อื่น นั้น ไม่
ได้. แต่ ว่า ถ้า เขา มี ช่อง ที่ จะ ออก ไป อยู่ ที่ เมือง อื่น, อัน เปน
เมือง ที่ ตัว จะ อยู่ สบาย กว่า แต่ ก่อน. ครั้น อยู่ ใน เมือง นั้น
ตาม เวลา กำหนด, จะ ขอ เข้า ร่ม ธง เปน คน ชาว เมือง นั้น ก็
ได้. แต่ เมื่อ ตัว ยัง อยู่ ใน บ้าน เมือง ของ ตน เอง, จะ เอา ตัว
ออก เสีย จาก บังคับ เจ้าแผ่นดิน ของตน, มา เข้า ร่ม ธง เมือง ต่าง
ประเทศ ตาม ชอบใจ ของ ตัว ไม่ ได้. ผู้ ที่ เปน กงสุล แล ผู้ เปน
ราชทูต, หา มี อำนาจ ที่ จะ ว่า กล่าว ให้ เขา เข้า ร่ม ธง ของตน ได้ ไม่.

๏ เรื่อง ความ นี้ มี อยู่ ใน หนังสือ ลอเนชัน ของ มิศเตอวิเตล
น่า ๑๗๒ กับ น่า ๔๑๐. แล้ว ก็ มี ใน หนังสือ ของ ดอกเตอ
พีลมอร์ เล่ม ต้น บท ๑๗ ข้อ ๓๖๓ น่า ๓๔๘. อนึ่ง ใน หนังสือ
ลอเนชัน ของ มิศเตอ ไวลดแมน เล่ม ๒ น่า ๔๒ มี ข้อ หนึ่ง ว่า
ด้วย ลักชณ ชาติมนุษ, เลง เอา ธรรมเนียม คน ที่ รับ ใช้ ที่ ห้าง
ของ พวก ยูโรบเบียน, ที่ ได้ ตั้ง ไว้ ใน ทิศ ตวัน ออก คือ เมือง
อาเซีย, ด้วย คน ที่ รับ ใช้ ใน ห้าง เล่า นี้ ที่ เคย เรียก ว่า แฟก
โตรี เขา รับ ใช้ พวก ไหน, เขา ถือ ว่า อยู่ ไพ ร่ม ธง พวก นั้น.
แต่ ห้าง เหล่า นี้ ซึ่ง พวก ยูโรบเบียน เคย มี มา แต่ ก่อน ๆ นั้น,
เกือบ จะ ไม่ มี แล้ว, แล ธรรมเนียม กดหมาย สำรับ ห้าง เหล่า
นี้ใช้ไม่ได้แล้ว. แล บัดนี้ จะ รับ ไคร ๆ ตาม ที่ เขา จะ มา ขอ ที่
เข้า ใน ร่ม ธง ตาม ธรรมเนียม แต่ ก่อน ๆ นั้น ไม่ ได้แล้ว.

๏ อนึ่ง ตาม หนังสือ ที่ ว่า มา แล้ว นั้น, ผู้ ที่ เปน กงสุล ณ[.]
กรุง เทพ ฯ มี อำนารถ มาก. แต่ ถึง กระนั้น หา มี อำนารถ ที่ จะ
ว่า กล่าว ให้, ไคร ๆ ที่ จะ มา ขอ เข้า ร่ม ธง ไม่ได้, รับ ได้ แต่
คน เหล่า นั้น ซึ่ง เคย อยู่ ใน บ้าน ใน เมือง, อัน เปน เมือง ขึ้น
ตาม กดหมาย เมือง ของ กงสุล.


๏ การ ที่ ว่า ด้วย นาตูรัลไลเซซัน, คือ การ ที่ เปลี่ยน ภาษา [..]
ธง ไป อาไศรย ร่ม ธง อื่น นั้น, เรา ได้ ยิน ข่าว ใน เรว ๆ นี้, หรือ
มิชันเนรี บาดหลวง ฝรั่งเสศ ถือ ว่า, เอมป็รอ เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ คง
ได้ โปรด บันดา คน ที่ เข้า รีด บาทหลาง ฝรั่งเสศ, เอมป็รอ ท่าน
ป้อง กัน ไว้ ไม่ ให้ เปน อัน ตราย เพราะ อำนารถ เมือง ใด ๆ. เหตุ ให้
ฉะนี้ มิชันนาเร บาดหลวง ฝรั่งเสศ, จึง ว่า คน เข้า รีด นั้น ควร
จะ พึ่ง พา อาไศรย กงสุล ฝรั่งเสศ. คำ สั่ง เช่น นี้ เหน ควร แล ถ้า
เวลา ที่ เกิด ความ เบียด เบียน, พวก ที่ เข้า รีด เปน กฤศเตียน จะ
ด้วย เรื่อง การ สาศนา. ถ้า เปน ความ สุข ไม่ ได้ เกิด ความ,
เบียด เบียน ด้วย เรื่อง สาศนา แล้ว, ก็ หา ควร ที่ จะ อาไศรย ธง
เมือง นอก ไม่. แล คำ สัญญา ทาง พระ ราช ไมตรี ยอม ให้ คน
ทั้งปวง ถือ สาศนา ตาม ที่ ชอบ ใจ ไม่ ได้ ขัด ขวาง เลย, ไม่ ควร
ที่ จะ ถือ ว่า เข้า ร่ม ธง เมือง นอก ด้วย, เหน ว่า จะ เกิน สัญญา
ไป. คน ที่ เข้า รีด เปน กฤศเตียน จำ เปน อยู่ ใต้ กดหมาย สำรับ
เมือง ที่ ตัว เกิด นั้น, แล จะ ทิ้ง ธง สำรับ เมือง ของ ตัว เสีย ไป
อาไศรย ธง อื่น ไม่ ได้ เปน อัน ขาด. เหมือน ผู้ ที่ กำลัง ถือ พุทธ
สาศนา ฤา สาศนา แขก มะหัมมัด, จะ ทิ้ง ธง เมือง ของ ตัว อา
ไศรย ธง อื่น ก็ ไม่ ได้ เหมือน กัน, ผู้ ที่ เปน ครู กฤศเตียน บาด
หลวง นั้น, ควร ที่ จะ ระฤก ถึง คำ ผู้ใหญ่ สูง ว่า, “ ของ ๆ ไคซา
จง ถวาย แก่ ไคซา เถิด. ” คำ นั้น เปน ใจ ความ อย่างไร ควร
ที่ จะ ประพฤติ์ อย่าง นั้น.


๏ ข่าว เมือง จีน ๚ะ
ว่า ด้วย กำปั่น ชื่อ โอปะซำ

๏ ใน เรว ๆ นี้ มี กำปั่น ชื่อ โอปะซำ เปน เรือ รบ อังกฤษ.
นาย เรือ ชื่อ รู ตนเนคเซคยอน, ใน อาทิตย์ เดียว เที่ยว จับ สำ
[.]าสลัดได้ ๑๖ ลำ. จับ จีน สลัด ได้ ๔๐ คน. ปืน
[.] ๕๓ บอก. พวก กอง จับ เผา ชุมรุม อ้าย จีน สลัด ที่ ตั้ง
แหลม ปั๊กซุย เสีย สิ้น, แล้ว ปล่อย คน โทษ ที่ สลัด จำ ไว้
[.] ๒๗ คน.

๏ ได้ ยิน ข่าว กำปั่น โอปะชำ ว่า, ณวัน เสาร์ เดือน ๔ แรม
ค่ำ. รูเตนเนด เซดยอน ได้ ขอ แก่ แอศมะรัล ว่า จะ ไป เที่ยว
ตาม จับ สลัด, แอศมะรัล ก็ ยอม ให้ ไป. ขณะ นั้น รู
แนศยอน ก็ ยัง ไม่ ได้ ข่าว สลัด. ภอ ติด ไฟ เข้า, มี จีน
[.] นาย ห้าง มา บอก ข่าว ว่า, มี สลัด ตั้ง อยู่ ที่ แหลม ปั๊กซุย
[.....] รูเตนเนด ยอน จึง ออก เรือ ตรง ไป แหลม ปั๊กซุย, ภบ
[..]ม สลัด ตั้ง อยู่ ที่ ปาก คลอง เลก ๆ น่า ชุมรุม มี ป้อม ๆ หนึ่ง.
[..]สำ รับ ป้อม สาม บอก, ปืน หนัก ๕๕ ปอน, ทิ้ง ลูก
[..]๒๔ ปอน. น่า ป้อม มี เรือ สลัด ทอด อยู่ ๑๕ ลำ, มี
[..]ทุก ลำ ทั้ง ๑๕ ลำ, รวม ปืน ๔๓ บอก, คน ๒๐๐
[.......]เรือ อังกฤษ มี คน ๑๗ คน ปืน ๓ บอก. เมื่อ กำ
[.]ภบ กัน, เรือ สลัด ทอด ชิด ๆ กัน หัน โห เรือ ออก นอก
[.]ยู่ ข้าง น่า ป้อม. กำปั่น แล่น ขวาง เข้า ไป. เมื่อ ข้าง เรือ กำ
[.]น ตรง น่า เรือ สลัด, พวก สลัด จะ วาง ปืน ก็ ไม่ ถนัด ด้วย
[.]น สลัด มี แต่ ข้าง ๆ เรือ, น่า เรือ หา มี ปืน ไม่. กำปั่น แล่น
[.]ย ไป แล้ว เลี้ยว ลง ข้าง ๆ ป้อม, ก็ ว่าง ปืน ยิง ระดม เอา
[.]อม สลัด. พวก จีน ใน เรือ จะ ยิง ปืน ใน เรือ ช่วย ก็ ไม่ ทัน,
[.]น สลัด บน ป้อม ก็ ภา กัน ทิ้ง ป้อม เสีย แตก หนี ไป. จีน ใน
[.]รือ ก็ พา กัน ทิ้ง สำเภา เสีย หนี ขึ้น บก ไป สิ้น. รูเตนเนด เซด
[.]อน, กับ พวก ลูก เรือ, ก็ ขึ้น บก ติด ตาม อ้าย จีน สลัด ไป.
พวก ลูก เรือ อังกฤษ ที่ อยู่ ข้าง หลัง, ก็ ขึ้น ซั้น บน สำเภา เอา
ไฟ เผา สำเภา จีน สลัด. ดิน ปืน ใน เรือ ลูก ซิ้น แตก ถูก อัง
กฤษ คน หนึ่ง ป่วย ลำ บาก. เดก คน หนึ่ง ที่ ตาม ไป ด้วย กระ
โดด น้ำ ลง เสีย ทัน หา เปน อันตราย ไม่. คน ที่ ถูก ดิน ปืน
นั้น คน ว่าย น้ำ ไม่ เปน, วิ่ง หนี ไป มา แต่ บน สำเภา จึง ถูก ดิน
ปืน, แล้ว พวก ทหาร อังกฤษ คน หนึ่ง ภบ สำเภา จีน สลัด ที่
ลาก ขึ้น ไว้ บล บก ลำ หนึ่ง ก็ เอา ไฟ จุด เผา เข้า. หม้อ ดิน ปืน
บน สำเภา แตก ถูก ทหาร อังกฤษ ป่วย อีก คน หนึ่ง. ขณะ เมื่อ
พวก อังกฤษ ติด ตาม สลัด อยู่ นั้น, มี เรือ สำเภา จีน หลาย ลำ
เปน เรือ รบ กับ เรือ กำปั่น รบ อังกฤษ ลำ หนึ่ง. มา ถึง แหลม
ปักซุย เช้า, คนพวก นั้น มา เพื่อ จะ ช่วย กัน จับ สลัด, ด้วย
แต่ ก่อน พวก นี้ ได้มา สู้ รบ พวก สลัด หลาย ครั้ง, ก็ แพ้
สลัด ไป ทุก ครั้ง. ๆ นี้ จึง ได้ จัด แจง เรือ สำเภา รบ แล ผู้ คน มา
มาก, ก็ หา ทัน ได้ รบ สลัด ไม่ ด้วย สลัด แตก ไป แล้ว, ก็
เก็บ เอา แต่ สิ่ง ของ ๆ สลัว ไว้. แล้ว เกณฑ์ คน ประมาณ
พัน หนึ่ง, ไป ช่วย ติด ตาม สลัด จับ อ้าย สลัด ได้ มาก. รู
เตนเนตเชดยอน ก็ ให้ ปืน สลัด แก่ จีน พวก นั้น หลาย บอก. เรือ
สำเภา สลัด ที่ เหลือ อยู่ นั้น ก็ ยก ให้ ไป หลาย ลำ. แล้ว รู เตน
เนตเชดยอน ก็ กลับ ยัง เมือง เก่า. แต่ บันดา คน ที่ รบ สู้ สลัด
เจบบ่วย นั้น ก็ ฝาก ไป เมือง ฮ่องกง.ครั้น ณวัน อังคาร ลูรู เตน
เนตเชดยอน, ก็ แล่น ไป ตาม ชายฝั่ง ข้าง ตระวันตก พบ เรือ
สำเภา สลัด อีก ลำ หนึ่ง, ที่ ตำ บล ฮายนำ. สำเภา สลัด ยาว
กว่า เรือ อังกฤษ ประมาณ ๓๐ พุต. มี ปืน สำหรับ ลำ ๘ บอก.
แล สำเภา นั้น โต กว่า กำปั่น. ถ้า จะยก เอา กำปั่น ขึ้น ซ้อน ไว้
บน สำเภา ดู เหมือน จะ ได้. ลูรูเตนเนตเชดยอน ครั้น เห็น สำ
เภา เข้า, ก็ เข้า ใจ ว่า เรือ สำเภา ลำ นี้ แล เขา บอก ข่าว ว่า
เปน เรือ สลัด, เที่ยว ตี เรือ ลูก ค้า ก็ แวะ กำปั่น เข้า ไป ถาม
ดู. สำเภา ครั้น เห็น กำปั่น มา ก็ ทอด สมอ อยู่. จีน บน สำ
เภา นั้น มี หนังสือ สำหรับ ลำ มา ด้วย เพื่อ จะ แก้ ตัว ได้. แต่ เจ้า
ของ เดิม ของ เรือ สำเภา นั้น มา ใน กำปั่น ด้วย อังกฤษ, ก็ จำ
ได้ ว่า เปน เรือ ของ ตัว, ให้ จีน พวก นั้น เช่า ไป ค้า ขาย. จีน
ที่ เช่า ไป ก็ หา เอา ไป ค้า ขาย ไม่, เอา ไป เที่ยว ตี เรือ เปน
สลัด ไป, หา เอา เรือ มา ส่ง ไม่. จีน พวก สลัด เห็น เจ้าของ เรือ
มา ด้วย ใน ลำ อังกฤษ, มิ รู้ ที่ จะ แก้ ตัว ได้, ก็ ยอม แพ้ รับ ว่า
เปน สลัด เที่ยว ตี เรือ จริง. แล้ว จีน สลัด กับ พัก พวก ก็ พา
กัน ขึ้น มา หา นา อังกฤษ บล กำปั่น, นาย อังกฤษ จึง เอา จีน
เหล่า นั้น ไป ให้ แก่ คอเวอแมนต์ เมือง จีน, เห็น ว่า คอเวอแมนต์
เมือง จีน จะ ทำ โทษ แก่ จีน พวก นั้น ถึง สิ้น ชีวิตร. ความ เรื่อง
นี้ คัด ออก จาก จดหมาย เหตุ เรียกว่า คอวแลนริปอด ณะเดือน ๔
แรม ๑๕ ค่ำ.


ทาง รถไฟ ที่ เมือง มนิลา

๏ มี คน เขียน หนังสือ มา แต่ เมือง ฮ่อง กง, เปน ใจความ
ว่า คงจะ มี ทาง รถไฟ ที่ เมือง มนิลา โดย เร็ว, ได้ จัด แจง จะ
ลง มือ ทำ แล้ว, จะ จ้าง อินชะเนีย อังกฤษ คน หนึ่ง, เปน นาย
ช่าง นั้น กำ ลัง จัด แจง ทำ ทาง อยู่. ทาง นั้น ตั้ง แต่ เมือง มนิ
ลา ตรง ทิศ ตระวันออก, จน ตลิด เกาะมะเกา ถึง ฝั่ง มหาสมุทร์
เรียกว่า เปสิฟิก. เหน ว่า การ นั้น จะ เปน ประโยชน์ แก่ เมือง
มาเกา มาก. ดิน เกาะ มะเกา อุดม ดี ให้ บัง เกิด สินค้า มาก
กว่า มาก, แต่ ทาง ที่ จะขน สินค้า มา นั้น ลำ บาก ไม่ มี คลอง
เดิน, ถ้า มี ทาง รถไฟ แล้ว ก็ จะ ขน ของ ง่าย.


ว่าด้วย การ ตีชิง กำปั่น

๏ กำปั่น ลำหนึ่ง ชื่อ ฮองกง เปน กำปั่น ของ ฝรั่งเสศ สำหรับ
พวก ทำ งาน ได้ โดย สาร ไป เมือง อเมริกา. เมื่อ ออก จาก เมือง
ว่าปู จะ ไป เกาะ ฮะวันนา ใน เร็ว ๆ นี้, พวก จีน ที่ โดย สาร กำปั่น
นั้น ได้ ที, ก็ ตี ชิง เอา กำปั่น ฆ่า กับตัน เสีย. พวก ลูกเรือ กะลาสี
๗ คน ก็ ต้อง อยู่ ใน อำนาจ จีน เล่า นั้น. ความ เรื่อง นี้ กงสุล
ฝรั่งเสศ เมือง มะเกา เอาไป แจ้ง แก่ กงสุล ฝรั่งเสศใน เมืองว่าปู.
กงสุล มะเกา รู้ ความ เพราะ กะลาสี ลง เรือ โบต หนี มา ได้ สิบ คน,
มา ถึง บ้าน กงสุล ฝรั่งเสศ เมือง มะเกา วัน พฤหัศ เวลา สาม โมง
บ่าย, เล่า ความ ว่า, กำปั่น ชื่อ ฮองกง ที่ ออก จาก แม่ น้ำ นั้น ใน
เร็ว ๆ นี้, มี พวก จีน โดย สาร ลง เรือ ๓๖๐ คน, กับตัน ชื่อ
กับตัน ดูแวล์. การ ที่ จะ ทำ ให้ พวก โดย สาร โกรธ ก็ หา มิ ไม่.
เขา ได้ พร้อม ใจ กัน ตีชิง กำปั่น ณวัน พุทธ, ฆ่า กับตัน เสีย ที
เดียว ด้วย ขวาน, พวก ลูกเรือ หนี เข้า ไป ใน ห้อง ข้าง ท้าย เรือ,
แล ได้ รบ ต้านทาน พวก จีน, จน ดิน ปืน หมด. พวก จีน ลวง
ให้ ออก มา จาก ห้อง ว่า จะ ยอม แพ้ แล้ว. จีน วิ่ง เข้า ไป เก็บ เอา
เครื่อง สาตราวุธ ได้ กลับ สู้ รบ อีก. กะลาสี ลูก เรือ จะ สู้ รบ
พวก จีน เหลือ กำลัง, ก็ ย่อน เรือ โบต ลง น้ำ ได้ แล้ว ก็ ภา กัน
ลง เรือ โบต หนี มา, เหลือ อยู่ แต่ คน ที่ ถูก อาวุธ ป่วย เจ็บ อยู่,
ลูก เรือ ห้า คน รอง กับตัน สอง คน เปน ๗ คน. กงสุล ฝรั่งเสศ ก็
ไป หา เจ้า เมือง มะเกา, เพื่อ จะ ขอ เรือ กำปั่น รบ ไป ติด ตาม
จีน พวก นั้น, ก็ หา ได้ กำปั่น รบ ไม่ กำปั่น รบ ไม่ มี. เจ้า เมือง,
มะเกา ว่า, ถ้า กงสุล หา เรือ รบ ได้ แล้ว เจ้า เมือง มะเกา จะ จัด
แจง ทหาร ให้, จะ ได้ ไป เที่ยว ติด ตาม. กงสุล ฝรั่งเสศ ก็ หา
กำปั่น ไม่ ได้. กงสุล ฝรั่งเสศ เมือง มะเกา จึง ลง กำปั่น มา เมือง
ว่าปู แจ้ง ความ แก่ เอมภีซีสะนี่ ๆ จึง ไป หา แอดมะรันกิง, จึง
ได้ ความ สัญญา ว่า, แอดมะรัลกิง จะ ให้ กำปั่น รบ ตาม จับ พว[.]
จีน โดย เร็ว, เรื่อง นี้ คัด ออก จาก จดหมายเหตุ เมือง มะเกา
เรียก ว่า โอเวอแลนริปอต ณเดือน ๔ แรม ๑๕ ค่ำ.


๏ ว่า ด้วย พวก สลัด ตี ชิง เรือ ๚

๏ ณวัน เสาร์ เดือน ๔ แรม ๙ ค่ำ เวลา เช้า, กำปั่น ชิ[.]
สยาม ที่ ชื่อ กองกะเรอ ได้ ถอน สมอ ใช้ ใบ ออก จาก ฮองกง,
เข้ามา ยัง กรุง เทพ ฯ. มี กำปั่น ฮัมเบิก ลำ หนึ่ง ชื่อ ยอเซน
กำปั่น ปริก ลำ หนึ่ง ชื่อ นอวีเช่น แล่น มา พร้อม กัน, ครั้น เ[..]
บ่าย ๒ โมง ก็ ใช้ ใบ มา ถึง เกาะ ลัดโกรน เช้า. กับตัน เหน เ
แล่น อยู่ แทบ ฝั่ง เหมือน เรือ ลอดเจอ ที่ ออก มา จาก อ้าว ฮอ
วัน เดียว กัน, มี คน ถือ หม้อเหมน ขึ้น อยู่ บน เสา น่า, แ[..]
ตัด ตรง หัว เรือ ออก มา ก็ เข้า ใจ ว่า เปน สลัด แน่. จึง สั่ง
ลูกเรือ ตระเตรียม การ ที่ จะ สู้ รบ กัน, เรือ สลัด แล่น เลย
แล้ว ไป ขวาง ลำ สกัด ทาง อยู่, ปราฐนา จะ ยิง ปืน แคม เรือ
ถนัด. แล พวก สลัด นั้น เอา ผ้า แดง คาด เอว, แล โพก ศีศ
ครั้ง นั้น อ้าย สลัด ยิง ปืน ใหญ่ น้อย ระดม เอา กำปั่น เปน อัน มาก[?]
กับตัน บ่าย กำปั่น ไป ข้าง ฝ่าย ทร้าย, แล้ว ยิง ปืน ใหญ่ ไป หลา
นัด. คน ถือ ท้าย กำปั่น ถูก ปืน คน หนึ่ง ก็ ทิ้ง ท้าย เสีย, เรื[.]
กำปั่น ก็ ไม่ แล่น ไป ได้. เพราะ ลม ไม่ กิน ใบ. เรือ สลั[..]
แล่น เข้า ท้าย เรือ กำปั่น ได้, เอา หม้อ เหมน โยน ลง ข้าง ท้าย
พวก กำปั่น ก็ หนี มา เสีย กลาง ลำ. สลัด ผูก เรือ เข้า กับ ท้า[..]
กำปั่น, สลัด มี สัก สาม สิบ คน ปีน กำปั่น ขึ้น มา ได้, ก็ แท
ฟัน พวก กำปั่น, ๆ ก็ สู้ รบ พวก สลัด เข้ม แขง, เพราะ ได้ อ[..]
ไศรย แอบ บัง เรือ โบด ที่ มี อยู่ บน กำปั่น, รอ บัง กัน ลูก ปืน
สลัด ยิง ได้ บ้าง. ครั้น ลม จัด เข้า กำปั่น ก็ แล่น ไป, พวก
กำปั่น ก็ ตัด ฟัน เชือก เรือ สลัด ที่ ผูก กำปั่น อยู่ นั้น. เรือ สลัด ก็
ถอย ไป. พวก กำปั่น รบ สู้ แขง แรง ไล่ ฆ่า ฟัน สลัด. ๆ สู้ ไม่
ได้ ก็ ทิ้ง เครื่อง สาตราวุธ ไว้ โดด น้ำ หนี ไป. เรือ สลัด อีก ลำ
หนึ่ง ก็ แล่น เชียด เข้า มา ใกล้ กำปั่น, พวก กำปั่น จึง ยิง ปืน
ใหญ่ ถูก หัว เรือ สลัด แตก, เรือ สลัด ทั้ง สอง ลำ ก็ แล่น หนี
ไป เกาะ ลักโกรนี่. พวก กำปั่น ถูก ปืน ตาย คน หนึ่ง. จีน บน
กำปั่น ถูก อาวุธ ลำบาก แปด คน, คน ไทย คน หนึ่ง. กัปตัน
ก็ ไม่ รู้ จัก อ้าย สลัด ว่า จะ เปน พวก ไหน. มี จีน ที่ มา ใน กำ
ปั้น คน หนึ่ง เปน คน รู้ จัก จำ ตัว อ้าย สลัด ได้, ว่า อ้าย จีน ที่
เปน พวก สลัด คน หนึ่ง เคย มา เปน คน ครัว กำปั่น นี้. เดี๋ยว นี้
ไป เปน พวก สลัด.


๏ เตลิแครฟ สยาม ๚ะ

๏ ว่า เคาเวอแมนต์ สยาม ได้ ยอม ให้, ดับลิยูเอช
รีด อนด์ กุมปนี, ทำ ทาง เตลิแครฟ ใน เขตร แดน กรุง สยาม,
คือ ทาง ร่างกุ้ง ไป สิงคโปร์ ทาง พนึ่ง, แล ทาง ที่ จะ แวะ ออก
จาก ทาง ใหญ่ นั้น มา ถึง กรุง เทพ ฯ ทาง หนึ่ง. เคาเวอนแมนต์
สยาม ได้ ยอม ทำ สัญญา ไว้, แก่ มิศเตอ ริด แอนค์ กุมปะนี่ เปน ๗
ข้อ ด้วย กัน. แล ข้อ แก้ ไข ต่าง ๆ ใน เรื่อง ความ นั้น ๘ ข้อ.
ข้อ ที่ ๕ ใน คำ สัญญา มี ใจ ความ ว่า, พวก กุมปะนี่ ต้อง ทำ ทาง
เตลิแครฟ ให้ แล้ว ใน ๓ ปี, นับ ตั้ง แต่ วัน เคาเวอนแมนต์ อัง
กฤษ รับ ไว้ ว่า จะ ตาม. ถ้า ทาง นั้น ไม่ แล้ว ใน ๓ ปี คำ สัญญา
เปน ใช้ ได้ ต้อง เลิก เสีย. แต่ ทว่า อังกฤษ คง จะ รับ ทำ สัญญา
แล จะ ทำ ทาง นั้น ให้ แล้ว ทัน ใน กำหนด เพราะ เปน การ สำคัญ
นัก. จะ เปน ประโยชน์ แก่ กรุง สยาม แล กรุง อังกฤษ ทั้ง สอง
ฝ่าย มาก นัก. เมื่อ มี คำ สั่ง ใน กรุง ลอนดอน ก็ จะ รู้ ถึง กรุง
สยาม ใน วัน เดียว. กรุง สยาม จะ สั่ง ถึง ลอนดอน ก็ จะ รู้ เรว
เหมือน กัน. ได้ ยิน ว่า การ ที่ จะ ทำ ทาง เตลิแครฟ นั้น, ถ้า
หน ทาง นั้น จะ ต้อง ทำ เข้า ไป ใน ที่ เขตร แดน เมือง ใด แต่ บันดา
ที่ เปน เมือง ขึ้น แก่ กรุง เทพ ฯ กุมปะนี่ ต้อง ไป ขอ แก่ เจ้า เมือง
นั้น ก่อน. ถ้า เมือง นั้น ๆ ยอม ให้ จึง ทำ ได้. ข้าพเจ้า เหน ว่า
หัว เมือง ทั้ง ปวง ก็ ไม่ อาจ ที่ จะ ขัด ได้, ด้วย อำนารถ เคาเวอน
แมนต์ สยาม, คง จะ ยอม ให้ กุมปะนี่ ทำ ทาง ตาม ปราฐนา, แล
หัว เมือง ทั้ง ปวง ก็ คง เหน ว่า จะ เปน ประโยชน์ แก่ ตัว ด้วย. มิศ
เตอ ริด ได้ เอา หนังสือ สัญญา ที่ เคาเวอนแมนต์ สยาม ได้ ประทับ
ตรา แล้ว นั้น ไป ฝาก เมือง อังกฤษ, หนังสือ นั้น สำรับ ไว้ ที่ เมือง
อังกฤษ ฉบับ หนึ่ง, แล้ว เคาเวอนแมนต์ อังกฤษ จะ ประทับ ตรา
ของ เคาเวอนแมนต์ อังกฤษ ฝาก มา ให้ กรุง สยาม เปน สำคัญ ฉบับ
หนึ่ง, แล้ว จึง จะ ได้ ลง มือ ทำ ทาง เตลิแครฟ ตาม สัญญา.
ใน สาม ปี ล่วง ไป แล้ว นั้น คง จะ มี ทาง เตลิแครฟ ข้าม มหาสมุทร
ไป ถึง เมือง อะเมริกา, แล พวก เรา จะ ได้ พูด ถึง ญาติ พี่ น้อง
ได้ เรว, วัน หนึ่ง สอง วัน ก็ จะ ถึง, ก็ จะ เปน เหตุ ใหญ่ อัษจรรย์
จริง, เปรียบ เหมือน จะ ชัก เมือง อะเมริกา กับ กรุง สยาม ให้
ใกล้ กัน ภอ. ที่ จะ พูด กัน.


๏ ข่าว กรุงเทพ ฯ ๚ะ

๏ เรือ รบ สยาม ชื่อ อิมเปรคเนเบอล์, ได้ ออก จาก กรุง
เทพ ฯ ณวัน พุท ขึ้น ๑๑ ค่ำ, จะ ไป เมือง สิงคโปร์. ดับละยู.
เอช. รีดเอไศควยเออ โดยสาน ไป ด้วย. ได้ ยิน ข่าว เรือ ลำ นั้น จะ
ไป รับ เมล์ แทน เรือ เจ้าพระยา, เพราะ เรือ เจ้าพระยา เข้า อู่,
ต้อง สร้อม แปลง ใหม่, จะ ต้อง อยู่ กี่ วัน กี่ เดือน หา ทราบ ไม่,
เรือ อิมเปรคเนเบอล์ จะ เอา เมล์ กลับ มา ยัง กรุง เทพ ฯ, .ประ
มาณใน วัน เดือน หก แรม ๑๐ ค่ำ. เหตุ เพราะ เรือ เจ้า พรายะ
ขาด ไป เดือน หนึ่ง เมล์ ขาด ไป, จึ่ง ไม่มี ข่าว ใหม่, ต้อง คอย
เสือ เอมเบรกเนเบอล์ กลับ มา, จะ ได้ ข่าว ใหม่ มา อีก.


๏ เหตุ ไฟ ไหม้ ๚

๏ ณวัน อาทิตย เดือน หก ขึ้น [?] ค่ำ, เวลา ค่ำ ประมาณ ยาม
เสศ เกิด เพลิง ไหม้ เรือน ประมาณ ยี่สิบ หลัง ที่ บ้านเสื่อ. ได้
ยิน ว่า เกิด เพลิง ขึ้น ที่ บ้าน พระยา ทิพย์ ก่อน, เพราะ ท่าน ถือ
ไต้ เข้า ไป ใน ห้อง นอน ของ นาย ที่ เจ็บ อยู่, เพลิง ติด มุ้ง ขึ้น
ไม่ ทัน รู้ ตัว, ประ เดี๋ยว ใจ ไหม้ ถึง หลัง คา เรือน. ไหม้ ครั้ง
นั้น คน ไม่ ได้ ตาย ด้วย ไฟ. เรือน ที่ ไฟ ไหม้ นั้น, ได้ ยิน ว่า
เปน เรือน ฝา กระดาน มาก. นี่ แล ก็ เปน เหตุ ที่ จะ ให้
คน ทั้งปวง ระวัง ไฟ อย่า ให้ ตะเกียง ฤา บุหรี่ ใกล้ มุ้ง ได้. ถ้า
แม้น ว่า ลม พัด มา ก็ จะ ติด มุ้ง เข้า, เพราะ ว่า น่า นี้ เปน น่า
แล้ง, ลม พัด กล้า หลัง คา จาก แห้ง กรอบ ไฟ ติด ง่าย ๆ นัก.
ประการ หนึ่ง เมื่อ จะ นอน, อย่า จุด ไต้ ตาม ตะเกียง ใกล้ มุ้ง.
ครั้น ว่า นอน หลับ ไป แล้ว, ลม จะ พัด มุ้ง ปลิว มา ถูก ไฟ, ๆ
ก็ จะ ไหม้ มุ้ง ขึ้น, กว่า จะ รู้ ตัว ตื่น ขึ้น มา ก็ จะ ดับ ไม่ ทัน.
นี่ เปน ความ เตือน สะติ.


งาน บ่าว สาว

๏ วันพฤหัศบดี ขึ้น ๑๒ ค่ำ เวลา ย่ำ ค่ำ แล้ว, มี การ ขัน
มาก ที่ บ้าน กับ เตน ยอน บุค, ที่ เปน ที่ หลวง วิสูทธิสาครดิฐ.
เจ้า บ้าว ชื่อ เยซิ่นแคม เบอล์ ชาว เมือง นิวยอก ปน นาย สีนค้า ขา เข้า
ขา ออก. เจ้าสาว ชื่อ เมริเครก เปน ชาวเมือง เอดินอินเบิก.
เรฟเวอเวนด์วิเลียมดีน เปนพวก มิศชันนาเร, ที่คอกควายได้เปน
ประทาน แล้ว ว่า กล่าว สวด ให้ เปนผัว เมีย กัน. มี ชาว ต่าง
ประเทศ ประชุม กัน ๔๔ คน เปน พยาน. ใน ๔๔ นั้น มีพวก
กงสุล อยู่ด้วย ตั้ง เปน ผัว เมีย กัน แล้ว ก็ เลี้ยง โต๊ะ กิน โต๊ะ ด้วย
กัน. มี ผู้ สรรเสริญ ว่า ของ เลี้ยง โต๊ะ นั้น บริบูรณ์ ด้วย ของ กิน
ต่าง ๆ อย่าง ดี. เจ้าคุณ ผู้ ใหญ่ ได้ โปรด ให้ พวก แตร ไป
ช่วย ด้วย. ที่ บ้าน นั้น ตกแต่ง ประดับ ไป ด้วย พวง ดอกไม้
กิ่ง ไม้ ต่าง ศรี. แล มี ธง ปัก ทำ บ้าน ดู งาม นัก. ครั้น เลี้ยง
โต๊ะ เสรจ แล้ว, ต่าง ก็ เต้น รำ เล่น เปนที่ สบาย จน เวล ดึก
ประมาณ ๒ ยาม เสศ จึ่ง เลิก.


๏ อนึ่ง ว่า เย. เอม.ฮุด เอศไควเออ กงสุล อะเมริกา ได้
ยก ครอบ ครัว จาก บ้าน ที่ เปน บ้าน หมอ จันด์เล แต่ ก่อน
มา อยู่ ตึก มิศเตอ ปิกเกนแปภ แอน กัมปะนี

๏ อนึ่ง มิศเตอ ตีมิลเลอ แล มิศเฑอรี่ กลาก ได้ ออก จาก
กรุง เทพ ฯ ณวัน เสาร์ ขึ้น เจ็ด ค่ำ โดย สาร เรือใบ จะ ไป
เมือง ฮ่องกง


ว่า ด้วย หลัง วัง พระเจ้า น้อง ยา เธอ
กรมหลวง วงษา


๏ อนึ่ง พระเจ้า น้อง ยา เธอ กรมหลวง วงษา ธิราชสนิท
ได้ สร้าง ถนน ตั้ง แต่ น่า พระ ราช วัง เดิม ไป ถึง วัดใหม่ พิ
เรนทร์ แล้ว มี ตลาด นั่ง ร้าน ขาย ของ ด้วย อนึ่ง ถนน
จด คลอง ไหน จะ ทำ ตภาน ข้าม คลอง นั้น ด้วย. แต่ จะ ออก
ขาย ของ ณวัน เดือน หก แรม สี่ ค่ำ แต่ ค่า เช่า โรง ร้าน มิ
ได้ เก็บ เอา แก่ ผู้ ที่ มา นั่ง ขาย ของ นั้น เลย

๏ อนึ่ง ตั้ง แต่ มุม กำแบง หลัง วัง ตลอด ลง ไป ใน วัดโม
ลี่โลกย์ พระยา มณเฑียรบาล เปน ผู้ รับ ก่อ ข้าพเจ้า ดีใจ
เพราะ มี ตลาด ใหม่ ริม บ้าน ได้ จัดแจง ไว้ ดี แล้ว.


ราคา สินค้า กรุงเทพ

๏ เข้ากล้อง อย่าง ดี เกวียนละ ๕๘ บาท

๏ เข้ากล้อง อย่าง กลาง เกวียนละ ๕๐ บาท

๏ เข้าขาว อย่าง ดี เกวียนละ ๖๒ บาท

๏ เข้า โรงษีจักร หาบ ละ ๒ บาท ๓ สลึง แล ๒ บาท ๓

สลึงเฟื้อง

๏ น้ำตานทราย ขาวอย่าง ที่หนึ่ง หาบละ ๑๑ บาท
๓ สลึง ที่ ๒ หาบละ ๑๐ บาท ๓ สลึง ที่ ๓ หาบ
ถะ หาบละ ๙ บาท ๒ สลึง

๏ น้ำตานแดง ที่ ๑ หาบละ ๘ บาท ที่ ๒ หาบละ ๖ บาท

๏ พริกไทยดำ หาบละ ๙ บาท สลึง

๏ หนังควาย หาบละ ๑๐ บาท

๏ หนังวัว หาบละ ๑๕ บาท

๏ เขาควาย หาบละ ๑๑ บาท ๒ สลึง

๏ กำยาน ที่ ๑ หาบละ ๒๑๐ บาท ที่ ๒ หาบละ ๑๑๕ บาท

๏ ตะกั่วเกรียบ ที่ ๑ หาบละ ๕๐ บาท ที่ ๒ หาบละ ๓๘ บาท

๏ บ้านกลับ ที่ ๑ หาบละ ๒๒ บาท ที่ ๒ หาบละ ๒๑ บาท

๏ รงหาบละ ๕๕ บาท

๏ ไหมโคราช หาบละ ๒๘๕ บาท ไหม ยาว หาบ
ถะ ๘๗๐ บาท ไหมเขมร หาบละ ๖๓๐ บาท

๏ ครั้ง ที่ ๑ หาบละ ๑๕ บาท ที่ ๒ หาบละ ๑๔ บาท

๏ เร่ว หาบละ ๒๓๐ บาท

๏ กระวาน หาบละ ๒๗ บาท

๏ ฝาง ๓ ต้น ๔ ต้น เปนหาบ ๆ ละ ๓ บาท ๒ สลึง
ที่ ๕ ต้น ๖ ต้น เปนหาบ ๆ ละ ๒ บาทเฟื้อง ที่ ๗ ต้น
๘ ต้น ๙ ต้น เปนหาบ ๆ ละ ๒ บาท

๏ ขี้ผึ้ง หาบละ ๙๕ บาท

๏ เมล็ดกระเบา หาบละ ๒ บาท ๓ สลึง

๏ งาช้าง อย่าง ที่ ๔ อัน ๕ อัน เปนหาบ ๆ ละ ๓๔๐
บาท อย่าง ที่ ๘ อัน ๗ อัน เปนหาบ ๆ ละ ๓๓๓ บาท
อย่าง ที่ ๘ อัน ๙ อัน เปนหาบ ๆ ละ ๓๑๕ บาท

๏ ไม้สัก ยกละ ๑๐ บาท

๏ ไม้ชิงชัน ที่ ๑ ร้อย หาบ เปน ๒๕๐ บาท อย่าง
ที่ ๒ หาบละ ๙๕ บาท

๏ ไม้มะเกลือ ที่ ๑ ร้อย หาบ เปน เงิน ๒๐๐ บาท ที่ ๒
ร้อย หาบ เปน เงิน ๑๗๐ บาท

๏ กระสอบ ๑๐๐ เปน เงิน ๘ บาท

๏ ทองใบ นัก บาท ๑ เปน ราคา เงิน ๑๗ บาท

๏ การ แลก เงิน เมือง สิงคโปร์ เสีย ร้อย ละ เหรียญ ที่
เมือง ฮ่องกง เสีย ๑๐๐ ละ ๓ เหรียญ

บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้า ของ อู่ ใหม่

๏ อู่ แห้ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก
อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง พิ
จารณ ดู อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เห็น ว่า เปน อู่ ดีกว่า อู่ ทั้งปวง ใน บุระ
ประเทศ นี้. จะ ได้ แก้เรือ ซ่อมแปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่
อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต, แล คง จะ ให้ ยาว นั้น อีก. โดย กว้าง
ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฦก ๑๕ ฟุต. ที่ อู่ มี ปะตู เรียกว่า ไกซัน, ถ้า
จะ ปิด มิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถึง
ลำ แม่น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง
แรง นัก, กำปั่น เล็ก กำ ปั่น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน
ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จักร สำหรับ ยก เสา
กะโดง, แล หม้อน้ำ สำหรับ กลไฟ แขง แรง นัก. อู่ นั้น พร้อม
ด้วย เครื่อง สูบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ. มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ
น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย
เครื่อง ใช้ ใน การ ทำ เรือใบ แล เรือ กล. แล การ นั้น มี นาย ที่
เปน ชาติ ยูรบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึ่ง ชำนาณ
ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.

๏ แล ลูก จ้าง สำหรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล
วัมภู ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี แห่ง อู่
นั้น, ปราถนา ที่ จะให้ คน ทั้งหลาย พิเคราะห ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี
ไม้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อยไม้, เพื่อจะ
ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อใด
ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.

๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่
จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น,
เรือไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือใบ เรือ กล ไฟ ฤๅ
การ ใด ๆ ที่ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล
เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขาย ให้ ตาม ราคา
ตลาด กรุงเทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา
จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤๅ ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน
กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อใด.

๏ อนึ่ง กปิตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น,
ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึง ออก
ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง
ฝาก ไป ถึง มิศเตอดับลิยู. เซ. โรเบิตซัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง
นั้น, บัด นี้มิศเตอดับลิยู. เซ. โรเบิตซัน เปน นาย กอง นั้น
เปน เจ้า กระทรวงใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เกบ เงิน แต่ ผู้ เดียว.


ข่าว คนร้าย เมืองณครไชยศรี

๏ มีข่าว มา จาก เมือง ณคร ไชยศรี, เปนใจ ความ ว่า,
ทุก วัน นี้ ราษฎร ชาวบ้าน ชาววัด ชาวเรือไม่ มี ความ ศุข, เพราะ
เกิด คน ขึ้น อีก จำพวก หนึ่ง. คือ อ้ายจัน, ภรรยา ชื่อ อีทับ,
ลูก ชื่อ อีนิ่ม, บ้าน อยู่ ศีศะทำนบ แขวง เมือง นครไชยศรี
เปน คน สุบยาฝิ่น ติด. แล้ว มี พวก เพื่อน หลาย คน, คุม กัน
ทำ อันตราย แก่ ชาวบ้าน ชาวเรือ อยู่ เนื่อง ๆ. ครั้ง หนึ่ง เอา ไฟ
จุด เผา โรงกงษีโป, เพราะ ขอ เงิน แก่ ขุนพัด ไม่ให้. ครั้ง
หนึ่งไป ขอ เงิน พระ ๆ ไม่ให้ ก็ ด่า พระให้. ยัง มี ชื่อ อยู่
อีก หลาย คน. อ้ายเหล่าร้าย นี้, คือ อ้ายจัน เสีย จักษุ ข้าง ซ้าย.
เปน เพื่อน ของ อ้ายจัน สุบฝิ่น ด้วย อ้ายจัน. อ้ายเบี้ย เปน นัก
เลง ปล้น เรือ แล หาบ คอน คน เดิน ทาง เปลี่ยว. อ้าย ท้วม ๑
อ้ายกัก ๑ อ้ายแฉ่ง ๑ อ้ายหลิ่ว ๑ อ้ายฉาย ๑ อ้ายขาว ๑ อ้ายตือ ๑ .
ครั้ง หนึ่ง อ้ายตือ เข้า ปล้น ตี ชิง นายบุด, เอา เครื่อง ทองเหลือง
ทองขาว ไป หลาย สิ่ง, แล้ว เอา มีด ฟัน เอา ผู้หญิง ที่ เฝ้า โรง
เช่า แค่ง สับ ฟัน ยับ ทั้งตัว เมื่อ เร็ว ๆ. อีหนู เปน คน สุบยาฝิ่น
ตำบล บ้าน อยู่ โรงเหลก, หนึ่ง อ้ายนาม อีหว่าง ๑ อ้าย คน เหล่า นี้
อ้าย จัน มี ภรรยา ที่ ออก ชื่อ ข้าง ต้น นั้น เปน นาย ก๊ก.

๏ อนึ่ง ที่ วัด เขา เรียก ว่า อ้อม น้อย อ้อม ใหญ่, ข้าพเจ้า
เที่ยว ไป ดู ใน โบศ แล วิหาร เหน มี แต่ แกน ครั่ง เปล่า ๆ บ้าง,
ทอง หาย ไป บ้าง, เช่น นี้ มี สัก ๕๐ เสศ. ครั้น ชาว บ้าน
สืบ รู้ ว่า อ้าย เหล่า นี้ ทำ ความ ชั่ว แล้ว, จะ ฟ้อง หา กล่าว โทษ
ต่อ เจ้าเมือง กรมการ ก็ กล่าว ว่า จะ เอา ไฟ เผา เรือน บ้าง. คิด
กลัว ไภย ไป ต่าง ๆ เช่น นี้, ความ จึง นิ่ง อยู่ ไม่ อึง. บัด
นี้ ข้าพเจ้า เหน มี ช่อง ด้วย ว่า, มี กล้อง สำหรับ ส่อง ของ ไกล ให้
เหน ใกล้. ข้าพเจ้า จึง ได้ เอาใจใส่ อยาก จะ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ส่อง
กล้อง นี้ ให้ เหน ชัด ว่า เปน ความ จริง, เช่น กับ อ้าย เหล่าร้าย ที่
ศีศะกระบือ. ถ้า ไม่ มี จดหมายเหตุ นี้ แล้ว ไหน เลย ท่าน ผู้ใหญ่
จะ ได้ ทราบ, เพราะ เหตุ ที่ ว่า ราษฎร ที่ รู้ ว่า คน ร้าย, ทำ
การ ไม่ ชอบ ใน แผ่นดิน ซึ่ง ต้อง ห้าม แล้ว. ก็ เข้าใจ กัน เสีย
ว่า มิ ใช่ การ ของ ตน, ซึ่ง จะ ไป ว่า กล่าว ให้ เหน เทจ แล จริง,
ป่วย การ ทำ กิน เช่น นี้ ก็ มี โดย มาก. ที่ ข้าพเจ้า บอก ชื่อ อ้าย คน
ชั่ว มา ข้าง ต้น หนังสือ มา นี้ ให้ ท่าน ทราบ, ถ้า จะ ไป มา ทาง
นั้น จะ ได้ ระวัง ให้ จง มาก.

๏ ข้าพเจ้า ผู้ แต่ง หนังสือ นี้, มี ความ ยิน ดี ด้วย พระ
เจ้า แผ่นดิน, ด้วย เอา พระ ไทย ใส่ ฝูง ราษฎร เปน อัน มาก กว่า
แต่ ก่อน. ด้วย ทรง เหน ว่า ราษฎร ทุกวันนี้ มี ความ คับ แค้น
เปน อัน มาก, เพราะ ผู้ ที่ จะ ต่าง พระเนตร พระกรรณ นั้น หา สู้
จะ มี ใจ ปรับ ทุกข ให้ ศุข ไม่. จึ่ง ได้ ทรง พระกรุณา โปรดเกล้า ฯ
ให้ มี ช่อง ร้อง ถวาย ฎีกา ขุนศาล กระลาการ ได้, ไม่ ต้อง ตี
กลอง เหมือน ก่อน ๆ. ข้าพเจ้า เหน เปน แน่ ว่า ทรง รัก ไพร่ เปน
อัน ยิ่ง. ข้าพเจ้า ขอ ให้ ท่าน ทรง พระชนมมายุ ยืนนาน กว่า ร้อย
ปี ขึ้น ไป.


อ้าย ผู้ ร้าย ราย นี้, ข้าพเจ้า เจ้าของ จดหมาย เหตุ ได้ บอก ตาม
ที่ ได้ ยิน, พิจารณา เหน ว่า คง จะ มี ความ จริง โดย มาก. ขอ
คอเวอนเมนต์ สืบ สวน พิจารณา ดู ก่อน ว่า, การ นั้น จะ เทจ จริง
ประการ ใด. ถ้า เปน การ จริง ก็ ควร ที่ จะ จับ ตัว มา ทำ โทษ
ตาม โทษานุโทษ. ถ้า เปน การ ไม่ จริง ก็ จะ ได้ เหน ชัด ว่า ไม่
จริง, ใช่ ข้าพเจ้า จะ ให้ คอเวอนเมน จับ ตัว คน เหล่า นั้น มา ทำ
โทษ ที่ เดียว. ข้าพเจ้า ว่า ทั้ง นี้ ว่า ตาม รู้ ตาม ได้ ยิน.


เปน คำ สั่ง สอน ชั้น ๆ ซั้น ๆ

๏ ผู้ ที่ ไม่ ได้ เปน ประโยชน์ แก่ โลกย์ เมื่อ กำลัง เปน อยู่,
คง จะ เปน ประโยชน์ เมื่อ ล่วง ไป แล้ว เพราะ จะ ไม่ ได้ รก โลกย์.

๏ อนึ่ง ทาง ที่ จะ ประพฤติ การ ชอบ แก่ คน ทั้งปวง นั้น, ก็
เปน ทาง ดี กว่า ทาง อื่น ที่ จะ หา ความ ศุข ใส่ ตัว. ถ้า ผู้ ใด จะ ประ
สงค์ ความ ดี แก่ ตัว, ก็ ต้อง โปรย ความ ดี ให้ คน อื่น จึ่ง จะ
ได้ แท้.

๏ ที่ คน ดี ทั้งปวง จะ สรรเสริญ ตัว, ก็ ไม่ ภอ การ. ให้ เข้า
ใจ ว่า, ถ้า คน ชั่ว ไม่ ได้ ด่า ตัว ๆ ก็ ไม่ เปน คน ดี แท้, เพราะ คน
ดี จริง มัก มี คน ชั่ว ติ เตียน แล ด่า ด้วย.

๏ อนึ่ง มี่ คำ สุภาสิต พาราณสี่ ว่า, บันดา ความ ถุง เถียง
กัน นั้น, ปะตู ที่ จะ ให้ กลับ ดี กัน นั้น ให้ เปิด อยู่ อย่า ปิด เลย.
คำ สุภาสิต นี้ จุ ความ สั่ง สอน ดี มาก.

๏ เรื่อง นี้ คน เล่า ฦๅ กัน มา นัก แล้ว, มี เจ้า อังกฤษ คน
หนึ่ง ที่ ได้ ถือ ตัว ว่า มี แรง มาก แล มวย คล่อง. วัน หนึ่ง เจ้า
อังกฤษ ไป กิน โตะ ที่ บ้าน เพื่อน กัน, ได้ ยิน คำ เขา เล่า ว่า มี
คน ชาว สวน คน หนึ่ง อยู่ บ้าน, ชื่อ นั้น เปน คน มี กำลัง เรี่ยว
แรง มาก. เจ้า อังกฤษ ก็ จด หมาย ชื่อ คน ตำบล บ้าน ไว้ เปน
สำคัญ. ครั้น รุ่ง เช้า ขึ้น ก็ ขี่ ม้า ตรง ไป บ้าน ชาย คน นั้น, ไป
พบ กำลัง ขุด ดิน อยู่. เจ้า ก็ โดด ลง จาก ม้า ถอด ถุง มือ ออก
แล้ว, จึง ว่า, เรา ได้ ยิน คน สรรเสริญ ท่าน ว่า ท่าน เปน คน มี กำ
ลัง ทั้ง ฝี มือ มวย ปล้ำ คล่อง, เรา กับ ท่าน ลอง ปล้ำ ดู กำลัง กัน
ดู สัก หน่อย ใคร จะ ดี กว่า กัน. คน ที่ ทำงาน ก็ มิ ได้ ตอบ ประ
การ ใด นั่ง นิ่ง ตา ชำเลือง ดู เจ้า อยู่. เหน เจ้า เผลอ แล้ว ก็ โดด
เข้า ปล้ำ จับ ตัว เจ้า เอา โยน ข้าม ออก ไป นอก รั้ว. เจ้า ตก ใจ
ขวัญ หาย บัด เดี๋ยว หนึ่ง รู้ สึก ตัว, เจ้า จึง ร้อง ว่า ท่าน ได้ สง
เคราะห์ ข้า ด้วย อีก. ฝ่าย คน ทำ สวน ตอบ ว่า ยัง ไม่ ภอ ฦๅ.
เจ้า จึง ตอบ ว่า ภอ ตัว เรา แล้ว, แต่ ขอ ช่วย โยน ม้า ของ ข้า ออก
มา ให้ ข้า ต่าง นอก ด้วย เถิด.


ว่าด้วย กา แล สุนักข์ จิงจอก

๏ กา ตัว หนึ่ง ไป คะโมย เอา เนย แขง มา แต่ เรือน แห่ง หนึ่ง,
แล้ว ก็ บิน มา จับ กิ่ง ไม้ เพื่อ จะ กิน ตาม สะบาย. แต่ สุนัก
จิ้งจอก ตัว หนึ่ง ได้ เหน เข้า, ก็ วิ่ง มา นั่ง อยู่ ภาย ใต้ ต้น ไม้,
คิด อ่าน จะ เอา เนย แขง กิน ให้ ได้. สุนักข์ จิ้งจอก จึง ว่า แก่
กา ว่า, ตัว ท่าน ก็ งาม ยิ่ง นัก, แล ขน ท่าน ก็ เกลี้ยง มี ศรี งาม
นัก, แล กิริยา ของ ท่าน ก็ ดี ด้วย. แต่ เสียง ของ ท่าน ข้า ยัง
ไม่ ได้ ยิน. ถ้า ว่า เสียง ท่าน เหมือน ยัง รูบ ท่าน ก็ เหน จะ เพราะ
นัก. กา ได้ ยิน ดังนั้น ก็ มี น้ำ ใจ เย่อ ยิ่ง ขึ้น, ขยับ ตัว ไป มา
แล้ว ก็ อ้า ปาก ขึ้น เพื่อ จะ ร้อง, เนย แขง นั้น ก็ หลุด จาก ปาก
ตก ลง ไป. สุนัก จิงจอก ก็ คาบ เอา เนย แขง ได้ แล้ว นึก
หวัวเราะ ด้วย ความ ฉลาด ของ ตัว ความ โง่ ของ กา.

๏ คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า อย่า ให้ เอา ถ้อย คำ แก่ คน ยอ.

๏ ครั้น ถึง รดู หนาว, เพลา เช้า มี ชาว บ้าน นอก คน หนึ่ง
เดิน ไป ภบ งู ที่ โคน ไม้. งู นั้น หนาว นัก เกือบ จะ ตาย. ได้ เหน
ดัง นั้น, ก็ มี ความ เมตา. จึง ยก เอา งู นั้น มา กอด เข้า ไว้. แล้ว
ภา ไป ยัง บ้าน ของ ตน. เอา งู วาง ไว้ ริม กอง ไฟ เพื่อ จะ ให้ งู
นั้น หาย หนาว. ครั้น งู นั้น ค่อย คลาย หนาว ฟื้น ขึ้น มา, ก็
ได้ บุตร ภรรยา แห่ง ชาย หนาว ว่า จะ กัด เอา. ชาย ผัว เห็น ดัง
นั้น, ก็ ฉับ เอา เหล๊ก นา ตี งู นั้น ก็ ตาย.

๏ คำ สัง สอน ข้อ นี้ เปน ใจ ความ ว่า, ธรรมดา คน ที่ ไม่ รู้
จัก คุณ, กลับ หัก เอา ความ ร้าย ตอบ คุณ.


๏ มี สอง สิ่ง ที่ ทำ ให้ คน ไม่ ได้ ความ ชอบ. ที หนึ่ง เพราะ
คน ไม่ รู้ จัก เขา. ที่ สอง เพราะ คน รู้ จัก เขา แล้ว,

๏ ท่าน ทั้ง ปวง จง พิจารณา ดู ความ ที่ ชั่ว ที่ ดี ของ ตัว, แต่
ชาติ ภูม บิดา มารดา ของ ตัว ที่ ชั่ว ดี นั้น, ท่าน อย่า ได้ คิด
ถึง เลย. คำ นี้ เปน คำ ปราญ พก แขก.

๏ ข่าว มา จาก เมือง บำใบ ว่า, มี คน ว่า เจ้า เมือง มะแซก
เสีย แล้ว. ชาว มะแซก เปน ขบถ วุนวาย หมด.


๏ ข่าว ว่า เมือง ปิริว, แล เมือง ชะลี, เกิด ศึก รบ กัน
กับ เมือง สะเปน, พวก ข่าว ทวีบ อะเมริกา ข้าง ให้, จะ เข้า
ช่วย เมือง ปิริว เมือง ชะลี ด้วย.


๏ พระ นคร วัด ๚ะ

๏ มิศเตอเย. ตอมซัน เปน ชั่ง ชัก รูป แล มิศเตอชีเถน

เนดี ได้ มา จาก พระ นคร วัด ถึง กรุง เทพ ฯ ณวัน เดือน หก ขึ้น
๓ ค่ำ, มิศเตอ ตอมซัน ได้ ชัก รูป พระ นคร วัด มา ๔๐. แผ่น เปน
รูป ดี เหน ชัด นัก. แทบ เหมือน ได้ เหน วัด แก่ ตา เหมือน กัน.
แล วัด นั้น เปน ที่ อัศจรรย์ น่า พิศวง แล้ว ไป ด้วย หิน สิลา เสา แล
พื้น หลังคา ก็ เปน หิน ทั้ง นั้น, ไม่ เหน มี ปูน แล เหล็ก ไม้ สิ่ง
ใด เลย. เหน ที่ ข่าว ประเทศ ยูรบ หลาย หน จะ อยาก ไป ดู,


กำปั่น เข้า กรุง เทพ ฯ
เข้ามา เมื่อไรกำปั่น ชื่อไรกับปิตัน ชื่อไรกี่ ตอนเรือ อะไรมาแต่ไหน
เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำตะเวศปัศตะ๕๔๑ชิป ปรุเซี่ยฮองกง
เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำวอเตอลีเละเตศ๑๔๐สกูเนอ อังกฤษสิงคโปร์
เดือน ๖ ขึ้น ๕ ค่ำเกนลิโวตลิวอิเรมซี๖๓๑บาก ดัชะปะเตเวี่ย
เดือน ๖ ขึ้น ๖ ค่ำเซนต์ปอลตำซัน๓๔๐บากสยามสิงคโปร์
เดือน ๖ ขึ้น ๙ ค่ำแยกมัดบ้าเอตเก๑๑๕บริก อะเมริกาสิงคโปร์
เดือน ๖ ขึ้น ๑๑ ค่ำนิวยอกโนเนอนิก๕๕๖บากอังกฤษฮองกง
เดือน ๖ ขึ้น ๑๒ ค่ำมี่เตียอร์ปีเตอเซน๓๙๔บากสยามฮองกง
เดือน ๖ ขึ้น ๑๒ ค่ำฟะเรนต์ชิพไคตด์๔๘๐บากสยามฮองกง
กำปั่น ออก จาก กรุง เทพ ฯ
ออก เมื่อไรกำปั่น ชื่อไรกับปิตัน ชื่อไรกี่ ตอนเรือ อะไรจะ ไป ไหน
เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำมอเร่ฮามสะ๓๗๘บาก แฮมเบิกฮองกง
เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำไอรันวิตก์จิ่น๒๕๐บากสยามปะเตี่ยเวี่ย
เดือน ๖ ขึ้น ๖ ค่ำเอล์ลิตารันเบิก๑๗๘บาก สะวิเดนฮองกง
เดือน ๖ ขึ้น ๙ ค่ำออกัศต์บรอก๔๑๒บาก สยามฮองกง
เดือน ๖ ขึ้น ๑๐ ค่ำฮีราบักโฮถะคอ๕๗๓บาก สยามฮองกง
เดือน ๖ ขึ้น ๑๓ ค่ำเลนนักแกสเตนคับเบ๖๙๓ชิบอังกฤษฮองกง
เดือน ๖ ขึ้น ๑๒ ค่ำอิมเปรกเนเบล์วอลรนต์๓๑๐กลไฟ เรือ รบ สยามสิงคโปร์


ไป อ่าน หนังสือ ที่ นั่น, ด้วย ว่า มี หนังสือ บุราณ อ่าน ไม่ ออก หนึ่ง
ชาว ยูรบ อยาก จะ ดู ว่า คน บูราณ ที่ เปน ผู้ ทำ นั้น เปน ผู้ ใด แน่.
อยาก จะ พิจารณา ดู ว่า ผู้ สร้าง จะ เปน ชาติ ไร มา แต่ ไหน สร้าง
ขึ้น เมื่อไร, จะ ชำรุด ลบเลือน ไป เมื่อไร. เปน ของ ประหลาด นัก
ควร ที่ เคาเวอเมนต์ สยาม จะ รักษา ที่ ตรง นั้น ไว้, อย่า ให้ ตก ไป
เปน ของ ใคร ได้, ด้วย เปน ของ สำคัญ นัก, เคาเวอเมนต์ ต้อง
คอย ห้าม ไม่ ให้ ผู้ ใด ไป ขุด ไป รื้อ ไป ทำ ให้ เปน อันตราย. ชาว
ประเทศ ยูโรบ แล อเมริกา, ได้ เห็น อักษร บุราณ ที่ มิคิเตอ ตอน
ชั้น จำลอง มา นั้น ก็ อ่าน ไม่ ออก, แล้ว หา ครู ทั้งปวง อ่าน ก็ อ่าน
หา ออกไม่. แล คน ทั้งปวง เหน ว่า ใน หลวง จะ ทรง ได้. ข้าพเจ้า
ทั้งปวง อยาก ทราบ ความ ใน หนังสือ ว่า, จะ เปน เรื่องราว อย่างไร.

๏ แต่ ก่อน ได้ ฦๅ กัน ว่า, ใน หลวง จะ รื้อ พระ นคร วัด มา
ไว้ ใน กรุงเทพ ฯ, ฤๅ จะ ให้ ช่าง ไป ถ่าย อย่าง แล เอา อย่าง นั้น
มา สร้าง ขึ้น ใน กรุงเทพ ฯ บ้าง. คน ทั้งปวง ที่ ไป ดู เห็น ว่า ไม่
ควร ที่ จะ รื้อ เลย, ควร จะ รักษา ไว้ แล จะ ซ่อม แปลง ขึ้น อีก ก็
ง่าย. ถ้า รื้อ มา ก็ จะ เสีย เปล่า ๆ, จะ ทำ ขึ้น เห็น ว่า จะ ลำ
บาก นัก, อย่าง จะ เสีย ไป ด้วย, หิน ก็ จะ หัก แตก ทำลาย เสีย,
คน ทั้งปวง ทั่ว โลกย์ ที่ ได้ ยิน ข่าว นี้ จะ เสีย ดาย นัก.


๏ ข้าพเจ้า ของ จดหมาย เหตุ ขอ สัญญา ไว้ แก่ ท่าน
ทั้งปวง ที่ ได้ ซื้อ จดหมาย เหตุ ด้วย ข้าพเจ้า ออก หนังสือ ใน
กลาง เดือน แล วัน สิน เดือน เหมือน ที่ ได้ ว่า ไว้ แต่ ก่อน นั้น
ไม่ ทัน ตั้ง แต่ นี้ ไป ข้าพเจ้า จะ หา ข่าว ตั้ง แต่ วัน ขึ้น ค่ำ
หนึ่ง จน วัน ขึ้น ๑๕ ค่ำ ครบ กำหนด แล้ว ก็ จะ เก็บ ความ ลง
พิมพ์ ศัก วัน หนึ่ง สอง วัน กว่า จะ เสร็จ การ นั้น ออก หนังสือ
ครั้ง หนึ่ง แล้ว หา ข่าว ตั้ง แต่ วัน แรม ค่ำ หนึ่ง จน วัน สิน
เดือน เก็บ ความ ลง พิมพ์ สัก วัน หนึ่ง สอง วัน ออก อีก ครั้ง
หนึ่ง แต่ เรื่อง ความ นั้น ฯ ว่า แต่ ต้น เดือน จน กลาง เดือน
แต่ แรม ค่ำ หนึ่ง จน สิ้น เดือน ให้ เสมอ ไม่ ให้ เกิน ไม่ ให้ ขาด


ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง แรม เดือน ๖ นี้
คำ อังกฤษคำ ไทยคำ จีนอาทิตย์ ขึ้น กี่ โมงอาทิตย์ ตก กี่ โมงอาทิตย์ เที่ยง กี่ โมงจันทร์ ตก กี่ ทุ่ม
เอปวริล์ เดือน ๕เดือน ๖ ขึ้นจีน เดือน ๓
วัน จันทร๓๐ ค่ำแรม ค่ำ ๑๑๖ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๗ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๓ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๓ นาทีทุ่ม หนึ่ง ๕๓ นาที
เดือน เม ๖
วัน อังคาร๑ ค่ำ๒ ค่ำ๑๗ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๖ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๔ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๓ นาที๒ ทุ่ม ๔๑ นาที
วัน พุทธ๒ ค่ำ๓ ค่ำ๑๘ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๖ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๔ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๓ นาที๓ ทุ่ม ๒๘ นาที
วัน พฤหัสบดี๓ ค่ำ๔ ค่ำ๑๙ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๖ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๔ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๓ นาที๔ ทุ่ม ๑๗ นาที
วัน ศุกร๔ ค่ำ๕ ค่ำ๒๐ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๕ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๕ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๓ นาที๕ ทุ่ม ๕. นาที
วัน เสาร์๕ ค่ำ๖ ค่ำ๒๑ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๕ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๕ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๔ นาที๕ ทุ่ม ๕๑ นาที
วัน อาทิตย๖ ค่ำ๗ ค่ำ๒๒ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๕ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๕ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๔ นาที๖ ทุ่ม ๓๙ นาที
วัน จันทร๗ ค่ำ๘ ค่ำ๒๓ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๕ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๕ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๔ นาที๖ ทุ่ม ๒๔ นาที
วัน อังคาร๘ ค่ำ๙ ค่ำ๒๔ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๔ นาที๗ ทุ่ม ๒๔ นาที
วัน พุทธ๙ ค่ำ๑๐ ค่ำ๒๕ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๔ นาที๘ ทุ่ม ๒๔ นาที
วัน พฤหัสบดี๑๐ ค่ำ๑๑ ค่ำ๒๖ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๔ นาที๙ ทุ่ม ๑๑ นาที
วัน ศุกร๑๑ ค่ำ๑๒ ค่ำ๒๗ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๔ นาที๑๐ ทุ่ม ๒ นาที
วัน เสาร์๑๒ ค่ำ๑๓ ค่ำ๒๘ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๗ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๔ นาที๑๑ ทุ่ม ๓๐ นาที
วัน อาทิตย๑๓ ค่ำ๑๔ ค่ำ๒๙ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๗ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๔ นาทีย่ำ รุ่ง แล้ว ๓ นาที
วัน จันทร๑๔ ค่ำ๑๕ ค่ำ๓๐ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๗ นาทีย่ำ เที่ยง แล้ว ๔ นาทีย่ำ รุ่ง แล้ว ๖ นาที