BANGKOK RECORDER

BANGKOK RECORDER

เล่ม ๒ บางกอก เดือน หก แรม สิบ ห้า ค่ำ ปี ขาล อัฐศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน เม วัน ที่ ๑๕ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๖

๏ พงษาวดาร อังกฤษ บท ๘ ต่อ น่า ๓๗ ๚ะ

๏ ครั้น สาม วัน ลว่ง ไป, ขุน นาง จึ่ง ให้ เด็ก คน หนึ่ง เข้า ไป กราบ ลง ที่ พระบาท แล้ว ทูล ว่า กำปั่น วิเลียม แตก, วิเลียม กับ คน เปน อัน มาก ถึง แก่ กรรม เสีย แล้ว. เฮนเร ได้ ทรง ฟัง ดั่ง นั้น เสีย พระ ไทย สลบ. แต่ นั้น มา เฮนเร โศก เศร้า, มิ ได้ สบาย พระ ไทย, ด้วย มิ ได้ สม ประสงค์ ดั่ง พระองค์ ดำหริห ไว้. แต่ พระองค์ มี พระ ธิดา หนึ่ง นาม เมทินดา, เปน มเหษี เจ้า เมือง เยอมะนี่. เจ้า เมือง เยอมะนี่ สิ้น พระชนม์, ใน กฤศ ศักราช ๑๑๒๕. พระ นาง เมทินดา ก็ กลับ มา อยู่ เมือง นอแมนเด. เฮนเร จึ่ง เสด็จ ไป ให้ ขุน นาง เมือง นอแมนเด, ทำ สัตย สาบาล ไว้ แก่ พระ นาง เมทินดา ราช ธิดา ของ พระองค์. คฤศ ศักราช ๑๑๓๕ เฮนเร สิ้น พระ ชนม์ ใน เมือง นอแมนเด, ขุน นาง ทั้งปวง เชิญ พระ ศพ ไป ฝัง ไว้ ใน เมือง อังกฤษ.

๏ คฤศต สักราช ๑๑๓๖ บุตร ของ พระน้อง นาง ของ เฮนเร หนึ่ง ชื่อ สะตีแวน, เฮนเร รักษ ใคร่ โปรด ให้ ไป กิน หัว เมือง หนึ่ง. ครั้น ทราบ ว่า เฮนเร สิ้น พระ ชนม์ แล้ว, มิ ได้ คิด ถึง คุณ แล คำ ที่ ตน ได้ สาบาล ไว้ แก่ เฮนเร, ก็ ยก ทหาร รีบ มา ชิง เอา ริ เมือง อังกฤษ ได้. ด้วย สะตีแวน คน นี้ เปน คน รูป งาม, ทั้ง จต กิริยา อัชฌาไสย ก็ ดี, เปน ที่ รักษ ใคร่ แห่ง คน เปน อัน มาก, จึ่ง ได้ ราช สมบัติ โดย สดวก, ไม่ มี ใคร ขัด ขวาง. แต่ พระ นาง เมทินดา นั้น ยัง อยู่ ใน เมือง นอแมนเด. ฝ่าย เจ้า แผ่น ดิน สะกอตแลนก์ เปน พระ มาตุลา, แห่ง พระ นาง เมทินดา, ยก ทับ มา หวัง จะ ชิง เอา เมือง อังกฤษ คืน ให้ แก่ พระนาง เมทินดา. สะตีแวน ทราบ ว่า สะกอตแลนด์ ยก ทัพ มา, จึ่ง คิด อ่าน เกลี้ยกล่อม เจ้า เมือง สะกอตแลนด์ ให้ เข้า ด้วย. แล้ว ยก หัว เมือง สี่ หัว เมือง ฝ่าย เหนือ ประเทศ อังกฤษ ให้ แก่ เจ้า แผ่น ดิน สะกอตแลนด์, จึ่ง สงบ อยู่ ไม่ มี ศึก. แต่ นั้น มา พระ นาง เมทินดา แสวง หา ช่อง หา โอกาศ ซึ่ง จะ ยก ไป ตี เมือง อังกฤษ, อยู่ นาน ประมาณ สาม ปี.

๏ เมื่อ คฤๅศ ศักราช ๑๑๓๙ ขุน นาง ผู้ใหญ่ ใน เมือง อังกฤษ หลาย ตำแหน่ง, ขุ่น เคือง แก่ เจ้า แผ่นดิน สะตีแวน คิด เอาใจ ออก หาก. ฝ่าย พระ นาง เมทินดา อยู่ ณเมือง นอแมนเค ทราบ ดั่ง นั้น, เหน ว่า ได้ ที่ แล้ว ก็ เกน ทหาร ยก มา เมือง อัง กฤษ, กับ พระ อนุชา หนึ่ง แต่ ต่าง มารดา ชื่อ เอิ์ลเกลาะเสดสะ เตอ, เข้าไป ประทับ อยู่ ณ บ้าน ขุน นาง เหล่า นั้น. บ้าน ขุนนาง ผู้ใหญ่ ๆใน ประเทศ อังกฤษ นั้น, โตใหญ่ กว้าง ขวาง มั่น คง. มี กำแพง ป้อม ค่าย คู สำหรับ ป้อง กัน รบ สู้ สัตรู แน่นหนา มัก ตั้ง อยู่ ที่ ภูเขา, แล มี ตึก สูง ใหญ่หลาย ชั้น, มี ห้อง สำรับ พัก ทหาร, แล ห้อง ช่าง เหลก ช่างไม้แล ช่าง ต่าง ๆ, มีผู้คน พึ่ง พา อาไศรย ทำ เรือก สวน ไร่ นา อยู่ใน ที่ ขุน นาง เหล่า นั้น มาก หลาย ร้อย คน. คน เหล่า นั้น มิ ได้ เปน บ่าว ไพร่ ใช้ สอย, แต่ เขา สัญญา ไว้ว่า, ถ้า มี ศึกมา รบ กวน ให้ เข้า มา อยู่ ใน บ้าน ทั้งสิ้น, จะ ได้ ช่วย กัน สู้ รบ. มี บุตร ขุน นาง ที่ อยาก ศึกษา ใน การ ทหาร, มา ศึกษา หัด ปรื๋อ อยู่ ที่ นั้น หลาย ๆ คน. ขุน นาง เหล่า นั้น มี ผู้ คน บ้าน ช่อง แน่น หนา ดั่ง นี้, พระ นาง เมทินดา จึ่ง เข้าไป ประทับ อยู่ ใน บ้าน ขุน นาง เหล่า นั้น ได้, แล ขุน นาง เหล่า นั้น, ได้ รบ สู้ กัน กับ ขุน นาง ฝ่าย ข้าง สะตีแวน. ถ้า บ้าน นั้น แพ้ แล้ว, พระ นาง ก็ ยกไป ช่วย รบ อยู่ ใน บ้าน โน้น ต่อ ๆ ไป. แต่ ขุน นาง ใน เมือง อังกฤษ ตั้ง รบ กัน อยู่ ดั่ง นี้ หลาย ปี, จน คฤษต ศักราช ๑๑๔๑ เอิ์ลเกลาะ เสดสะเตอ เปน แม่ ทับใหญ่ ฝ่าย พระ นาง เมทินดา ยก มา ตั้ง อยู่ ตรง เมือง ลินกัน. ฝ่าย สะตีแวน ก็ ยก ทหาร มา สู้ รบ กัน เปน สามารถ. ทหาร สะตีแวน สู้ รบ เหลือ กำลัง ก็ ล่าทับ หนี ไป. แต่ สะตีแวน ยัง สู้ อยู่ ผู้ เดียว, ไม่ ทัน ถอย หนี ทหาร เอิ์ลเกลาะ เสดสะเตอ ก็ กรุ กัน เข้าไป ล้อม จับ สะตีแวน. สะตีแวน ถือ ขวานใหญ่, คม สอง ข้าง สู้ ฟัน ทหาร เอิ์ลเกลาะ เสดสะเตอ จน ขวาน หัก, ยัง แต่ พระ แสง ดาบ พระแสง ดาบ ก็ หัก, สะตีแวน สิ้น อาวุธ แล้ว, ทหาร เอิ์ลเกลาะ เสดสะเตอ จึ่ง จับ ได้. ฝ่าย พระ นาง เมทินดา ครั้น จับ สะตีแวน ได้แล้ว, ก็ เสดจ์ เข้าไป ใน เมือง ลอนดอน. ขุน นาง แล ราษฎร ทั้งปวง ก็ ยินดี, เชิญ พระ นาง เมทินดา ขึ้น เป็น ควีน, คือ เปน นาง เจ้า แผ่นดิน ครองกรุง ลอนดอน. แต่ ยัง มิได้ตั้ง การ พิธี ราชา ภิเศก ถวาย มงกุฎ สำรับ เจ้าแผ่นดิน. ควีน นั้น มิได้ ตั้ง อยู่ ใน ธรรมเนียม กำเริบ พระไทย, เบียน เบียด ราช ฎร ให้ ได้ ความ เดือด ร้อน. เจ้า เมือง สะกอตแลนด์ เสดจ์ มา ตัก เตือน ห้าม ปราม ก็ มิ ฟัง. เอิ้ลเกลาะเสดสะเตอ พระ อนุชา ทูล เตือน พระ สติ ก็ ไม่ ฟัง. ยัง ประพฤติ การ เช่น นั้น อยู่. ขุนนาง แล ราษฎร ร้อน เดือด นัก, ก็ ภา กัน กำเริบ ขึ้น, ไม่ ยอม ให้ ควีน ครอง ราชสมบัติ. ควีน เหน จะ ปราบปราม มิ ได้ ก็ เสดจ์ หนี ไป. เอิ้ลเกลาะ เสดสะเตอ ก็ หนี ตาม ควีน ไป ภาย หลัง. ทหาร ของ สะตีแวน พบ จับ เอิ้ลเกลาะ เสดสะเตอ ได้ ทั้ง สอง ฝ่าย, ต่าง จับ คน สำคัญ ไว้ ได้ ด้วย กัน, จึ่ง ปล่อย ให้ ไป โดย สดวก ด้วย กัน. ฝ่าย ข้าง เอิ้ลเกลาะ เสดสะเตอ ก็ ปล่อย สะตีแวน ไป. ฝ่าย ข้าง สะตีแวน ก็ ปล่อย เอิ้ลเกลาะ เสดสะเตอ ไป. เอิ์ลเกลาะ เสดสะ เตอ ก็ ไป เมือง นอแมนเด, หวัง จะ พา เฮนเร, ซึ่ง เปน บุตร องค์ ใหญ่ ของ พระ นาง เมทินดา มา ยัง ประเทศ อังกฤษ. ฝ่าย สะตี แวน ก็ รีบ ตาม พระ นาง เมทินดา ไป ใกล้ จะ ทัน, พระ นาง เม ทินดา นั้น เหน จะ หนี สะตีแวน ไป ไม่ พ้น, จึ่ง ทำ เปน ตาย, ให้ คน หาม ไป เหมือน ศพ, หนี เข้า ใน เมือง ออกสะเพ็ด ได้. สะตี แวน ตาม ไป ล้อม เมือง นั้น ไว้, แล้ว สาบาล ว่า, จะ ล้อม ไว้ กว่า จะ จับ พระ นาง เมทินดา ได้. แต่ สะตีแวน ล้อม เมือง ออกสะเพ็ด ไว้. ประ มาณ สาม เดือน ชาว เมือง ขัด สะเบียง อา หาร. แต่ ครั้ง นั้น เปน ฤดู หนาว, ที่ เมือง ออกสะเพ็ด นั้น หน่าว นัก, น้ำ ใน แม่ น้ำ นั้น แขง คน เดิน ข้าม ไป ได้. หิมมะ ก็ ตก ลง มาก, พื้น แผ่น ดิน ขาว ไป ด้วย หิมมะ. พระ นาง เมทินดา เหน ชาว เมือง ขัด สะเบียง อาหาร นัก, จะ พัก อยู่ ใน เมือง นั้น มิ ได้, คิด จะ หนี ไป, จึ่ง ทระเครื่อง ชาว ล้วน กับ ทหาร รักษา องค์ สาม คน, ให้ นุงห่ม ผ้า เสื้อ ขาว ล้วน คล้าย หิมมะ หวัง จะ มิ ให้ ไคร สังเกต. แล้ว ก็ หนี ออก จาก เมือง นั้น, ข้าม แม่ น้ำ ไป ได้ สอง ร้อย สี่ สิบ เส้น. แล้ว ขึ้น ม้า หนี ไป ถึง เมือง วอลิง เพ็ก. พบ เอิลเกลาะ เสดสะเตอ พระ อนุชา พา เฮน เร ซึ่ง เปน พระโอรศ องค์ ใหญ่ ของ พระนาง. พระ ชนมายุ ได้ ๑๑ ปี มา แต่ เมือง นอแมนเด. พระ นาง มี พระ ไทย ยินดี นัก. ครั้น กฤศ สักราช ๑๑๔๗ เบิ้ลเกลาะ เสด สะเตอ ทิวง คต ล่วงไป. พระ นาง .

เมทินดา ไม่ เหน ใคร ที่ จะ วาง พระ ไทย ได้ ใน การ ศึก, ก็ ท้อ ถอย มิ ได้ คิด ทำ ศึก สืบไป. จึ่ง ไว้ ธุระ แก่ เฮนเร โรส ตาม แต่ เฮนเร จะ คิด อ่าน. เฮนเร กับ พระ นาง เมทินดา ชน นี้ ก็ กลับ มา ยัง เมือง นอ เมน ต.


เรื่อง คน ที่ เปน อินชะเนีย ที่ เปน อัษจรรย์
ต่อน่า ๔๐ นั้น

๏ ยอดสติเวนชัน ได้ เมีย เมื่อ ฤษตศักราช ๑๘๐๒ อายุ ย่าง คราว นั้นได้ ๒๑ ปี. หญิง ที่ ได้ เปน เมีย นั้น ชื่อ ฟันเนเฮน เดอ ซัน, ทั้ง บ้าน อยู่ ที่ วินลิงตันแถว ไกลจาก เมือง นิวแกนะตล หกไมส์. พี่ หญิง ของ ฟันเน ได้ ผัว มี วาสนา มาก กว่า ยอดสตี เวนซัน. เมื่อ ยอด ตั้ง บ้าน อยู่ แล้ว ทำมา หา กิน ด้วย เย็บ เกือก ที่ ขาด ๆ แล้ว ทำ เปน หุ่น รูป เกือก ขึ้น, คน ทั้งปวง สรรเสริญ ว่า ดิ. ยอดจึ่ง ได้ การ มาก. อยู่ มา วัน หนึ่ง เกิดไฟ ไหม้ ที่ บ้าน ยอด, ชาว บ้าน มา ช่วย ดับ ได้, แต่ ของ เครื่อง เรือน ก็ เสีย มาก ด้วย, น้ำ ที่ เขา เท ดับ ไฟ นั้น. นาฬิกาไข กุญ แจ ๘ วัน ก็ เสีย ไป. ยอด เปน คน จน จะ จ้าง คน แก้ นาฬิ กา ก็ ไม่ มี สิ่งใด จะ ให้ ค่า จ้าง, จึ่ง คิด อ่าน ลอง แก้ ดู เอง ก็ แก้ ได้. ชาว บ้าน ทั้ง ปวง เหน ว่า ดี, ก็ พา กัน เอา นาฬิกา ที่ เสีย มา จ้าง แก้. ก็ แก้นาฬิกาได้มาก, คน ทั้งปวง จึ่ง เรียก ว่า เปน หมอ แก้ นาฬิกา.

๏ ครั้น คฤสตศักราช ๑๘๐๓ ปี. เดือน ดีเซมเบอ วัน ๑๖ เกิด ลูกผู้ชาย. บิดา ของ ยอด นั้น ชื่อ โรเบิด, ยอด จึ่ง ให้ชื่อ ลูก ชื่อ ว่า โรเบิด สะติเวนชัน ตาม ปู่. หา ได้ นึก ในใจว่า ลูก จะ เปน ขุนนาง ใหญ่ ใน เมืองอังกฤษ. แล เปน คน มี คุณ แก่ โลก มาก ไม่. ยอดสติเวนชัน เปน คน เคย เมตา สัตว เดียร ฉาน มาก, ครั้น เกิด ลูก ใจ ก็ รักษ ลูก เตม กำ ลัง, ก็ เกิดความ สุข สบาย อยู่ มา ปี กว่า ๆ เมีย ก็ ตาย. เปน ความ ทุกขใหญ่ นัก เพราะ ภรรยา ที่ ตาย นั้น เปน คน ดี มาก รักษ มาก. ลูก เปน กำพร้า อยู่ ยอด ก็ ยิ่ง สงสาร. แต่ ยอด เปน คน ใจ ใหญ่ เข้ม แขง, จึ่ง ตั้ง ใจ ไว้ ว่า จะ เลี้ยง ลูก คน นั้น ให้ ดี.

๏ ครั้น ค่อย สบาย ขึ้น แล้ว ภอ มี หนังสือ เชิญ ยอด ให้ ไป เมือง สักอคแลนด์, ให้เปน นาย การ เครื่อง จักร ที่ ตำบล มน โตรส. ยอด ก็ ฝาก ลูก ตัวไว้แก่ คน ที่ไว้ใจ ได้, แล้ว เดิน ท้าวไป ทาง ยาว ลำ บาก, ของ เครื่อง มือ ก็ ต้อง แบก ไป เอง เพราะ เงิน ไม่ ภอ ที่ จะ จ้าง ม้า ฤา รถ ม้า. คน นี้ แล เปน ผู้ ที่ ให้ บังเกิด ทาง รถไฟ ก่อน, ที่ มี ใน ประ.เบศ ยุโรป และ อะเมริ กา แทบ จะ ทุก บ้าน. ทาง รถไฟ นั้น ไป ได้ เร็ว โมง ละ ๓๐ ไมล์ บ้าง, ได้ ๖๐ ไมล์ ก็ มี. ยอด สตีเวนซัน เดินทาง ไป ถึง ที่ เครื่องจักร ททำ บล มนโตร์ส, ทำการ อยู่ ที่ นั้น ได้ ๑๒ เดือน, ได้ เงิน ค่าจ้าง เหลือ กิน เหลือ ค่าจ้าง แม่นม, เปน เงิน ๑๔๐ เหรียน. สิ้น ปี แล้ว ยอด ปราฐนา จะ แก้ เครื่อง จักร ใหม่ เหน ว่า จะ ดี ขึ้น. เจ้าของ เครื่องจักร ไม่ เหน ด้วย, ยอด ก็ เสียใจ ไป ไม่ อยาก จะ รับจ้าง ทำการ ที่ นั้น ต่อไป. คิด ถึง ลูก, อยาก จะ ไป หา ลูก จึง ลา มา. เดิน ท้าว มา วัน หนึ่ง เหนื่อย จึง เข้าไป เมาะ ที่ ปะตู บ้าน แห่ง หนึ่ง, ขอ อาไศรย นอน. เหน ชาวบ้าน ไม่ รับ, จึง ขอ นอน ที่ โรง นอก, เจ้าบ้าน ไม่ ใคร่ จะ รับ. ภรรยา เจ้าบ้าน พิจารณา ดู เหน ก็ เมตา, จึง อ้อน วอน ผัว จน ผัว ยอม ให้ ยก เข้าไป ใน ห้อง นั่ง ผิง ไฟ. แล้ว ก็ จัดแจง สิ่งของ ให้ กิน พูดจา ด้วย กัน สบาย. ครั้น เมื่อ เว ลา เช้า ยอด เอา เงิน ให้ เจ้าของ บ้าน เปน ค่า กิน ค่า นอน. ฝ่าย เจ้าของ บ้าน ก็ ไม่ รับ, เจ้าของ บ้าน ว่า ถ้า จะ ไป ให้ หมั่น คิดถึง เรา ไว้ แต่ เท่านั้น.

๏ อยู่ มา หลาย ปี ยอด สตีเวนซัน มี ธุระ ไป ที่ บ้าน นั้น ก็ แวะ เข้าไป หา, ด้วย ว่า คิด ถึง บุน คุณ เขา. เข้า บ้าน ก็ อัษ จรรย์ ใจ เมื่อ ได้ยิน ว่า เปน คน มี ชื่อ เสียง ใหญ่ มี เงิน ทอง มาก.

๏ เมื่อ ยอด สตีเวนซัน กลับ ไป บ้าน ครั้ง ก่อน นั้น, เดิน ด้วย ท้าว. ครั้น ถึง บ้าน ก็ รู้ ข่าว ว่า บิดา ถูก น้ำ ร้อน ลวก ตา ทั้ง สอง ข้าง จน บอด ไป. แต่ ลูก ของ ตัว ที่ ได้ ฝาก ไว้ ใน บ้าน นั้น ยัง ดี อยู่. บิดา เสีย ตา ทำการ ไม่ ได้ ต้อง เปน หนี้ หลาย แห่ง. ยอด เปน คน นับถือ บิดา นัก ก็ เอา เงิน ๗๕ เหรียน จาก ๑๔๐ เหรียน ไป ใช้ หนี้ ของ บิดา, แล้ว เอา บิดา มารดา ของ ตัว ที่ เปน คน แก่ เอา ไป เลี้ยงดู รักษา ไว้ ที่ บ้าน ของ ตัว, ไม่ ให้ ลำบาก ด้วย กิน อยู่ เลย,

๏ ยอด สตีซัน ค่อย มั่ง มี เจริญ ทีล ะ น้อย ๆ ถึง คฤสตศักร ราช ๑๘๐๗ ทูก เกณฑ์ ราชการ ทัพ, ยอด จ้าง คน แทน ตัว เสีย. เงิน ค่า จ้าง จน เงิน หมด. แล้ว อุส่าห์ ทำ กิน ก็ หา ได้ โดย ยาก. แล้ว คิด ว่า จะ ไป อยู่ เสีย เมือง อะเมริกา, ด้วย กลัว ว่า เมือง อังกฤษ จะ ไม่ มี ใคร นับถือ ตัว, เพราะ ธรรมเนียม อังกฤษ นั้น, ถ้า คน ใด ไม่ ได้ เรียน ศิลปสาตร ต่อ ครู แล้ว ก็ ไม่ นับ ถือ กัน. ยอด ก็ ไม่ มี ครู เปน คน สั่ง สอน ตัว เอง.

๏ ถัด มา ได้ ๒ ปี ๓ ปี เกิด เหตุ ใน บ้าน ยอด, เพราะ ว่า น้ำ ท่วม บ่อ ถ่าน เครื่อง สูบ น้ำ เก่านั้น ก็ ใช้ ไม่ ได้. ยอด จึง คิด ทำ เครื่อง สูบ ขึ้น ใหม่ ใช้ ได้ การ มาก สูบ น้ำ ใน บ่อ จน แห้ง. เจ้า ของ บ่อ ให้ รางวัน แก่ ยอด ประมาณ ได้ ๖๐ เหรียน, เงิน ค่าจ้าง อิด ตาง หาก. ชื่อ เสียง ยอด ฦๅ เลื่อง ไป ด้วย เครื่อง จักร เครื่อง สูบ. แล เครื่อง จักร ของ ใคร ๆ เสีย ก็ ต้อง หา ยอด ไป แก้ แล ยอด ก็ คิด การ ทำ เครื่อง ต่าง ๆ ปลาด ขึ้น ใหม่ ๆ, ทำ ทั้ง เครื่อง ไกว เปล ลูก อ่อน, มารดา ไม่ ต้อง ไกว เปล ลำบาก. แล้ว เปน ช่าง ตัด เสื้อ ตัด กาง เกง ก็ ดี, แก้ นาฬิกาพก ตั้ง ก็ ได้, เวลา ว่าง การ ใหญ่ ๆ แล้ว ก็ ทำ การเล็ก ๆ น้อย ๆ ไป ไม่ ได้ อยู่ เปล่า เลย. อุส่าห์ หัก อ่าน หนังสือ เขียน หนังสือ คิดเลข ไม่ มี ครู ที่ จะ สั่ง สอน.

๏ ใน ระหว่าง คฤสตศักราช ๑๘๐๘ ปี กับ ๑๘๑๒ ปี นั้น ยอด ก็ หา เงิน ได้, แต่ เหลือ กิน เหลือ รักษา ลูก แล้ว ก็ เกบ ไว้ ได้ ๕๐๐ เหรียน. ยอด อายุ ได้ ๓๑ ปี ก็ ได้ ตั้ง เปน อินซ เนีย ที่ บ่อ ขุด ถ่าน ได้ ค่า จ้าง ปี ละ ๕๐๐ เหรียน.

๏ ยอดสะติเวนชัน ตั้งใจ ว่า จะ ให้ โรเบิด ลูกชาย นั้น, ให้ มี ครู สอน วิชา ต่าง ๆ ให้ เปน คน รู้ มาก. จึง จัด แจง ให้ โรเบิด ผู้ ลูก ไป อยู่ ใน สำ นัก นิ์ อาจารย์ ใน เมืองนิวแคษเตล. โรเบิด เปน คน หมั่น อ่าน หมั่น เรียน จน รู้ หนังสือ ดี ขึ้น, ชอบ ใจ ครู แล บิดา นัก. โรเบิด โต ขึ้น รู้ วิชา หลาย อย่าง, กลับ ได้ เปน ครู สอน บิดา ๆ ก็ ดี ใจ ด้วย, ได้ รู้ วิชา มาก ขึ้น เพราะ ลูก สอน ให้.

๏ เดิม เมื่อ ยอดสะติเวนชัน จะ คิด อ่าน ทำ ทาง รถ ไฟ ขึ้น นั้น, คือ บ้าน ที่ ยอด เกิด ก็ มี ทาง เขน ถ่าน, แต่ ทาง นั้น ราง สำ รับ จะ รอง จักร รถ ยัง เปน ราง ไม้ อยู่. รถ ที่ เขน นั้น ก็ ยัง เปน รถ ม้า อยู่. ยอด คิด อ่าน จะ ทำ ราง เหล็ก รอง จักร รถ แล ให้ มี รถ ไฟ ด้วย ก็ คิด ว่า จะ ทำ ได้. ถึง คฤสตศักราช ๑๘๑๓ ยอดสติเวนซัน คิด อ่าน ทำ รถ ไฟ ขึ้น เปน ต้น, แล ได้ ยืม เงิน ของ ลอดเรเวนเวิด มา ใช้ ใน การ นั้น. ครั้ง ก่อน นั้น มี คน ๆ หนึ่ง, ชื่อ ริดชาดตรีวิทึก คิด ทำ เครื่อง รถ ไฟ สำ รับ ไป เที่ยว เล่น ใน ถนน ต่าง ๆ, ริดชาดตรีวิทึก คน นี้ เปน คน ดี ทำ รถไฟ ได้, ใน คฤสตศักราช ๑๘๐๒ ก่อน ยอดสติเวนซัน ๑๑ ปี. แต่ การ นั้น เปน แต่ การ เที่ยว เล่น จะ ประทุก ของ หนัก ๆ ไม่ ได้. ยอด จึง ได้คิด ทำ ให้ ดี ขึ้น ต่อ ไป, ทำ เปน เครื่อง ใหญ่ จะ หลาก ของ หนัก ๆ ก็ ได้, ตั้ง ไว้ ที่ บ้าน กิลิงเวิด เปน ทาง สำรับ เขน ถ่าน ออก จาก บ่อ ไป เมือง. ถึง คฤสตศักราช ๑๘๑๓ ปี, ตั้ง ชื่อ เครื่อง จักร นั้น ว่า ไมลอด, เพราะ คิด ถึง บุน คุณ ของ ลอดเรเนเวิด ผู้ ที่ ให้ ยืม เงิน ทำ การ นั้น.

๏ ยอดสติเวนซัน เปน คน ฉลาด ใน การ ที่ ยัก ย้าย, ให้ สิ่ง ของ ทั้งปวง ดี ขึ้น กว่า ตัว อย่าง.

๏ แลบัญญา ทั้งปวง เหล่า นี้, เกิด เพราะ พระเจ้า ประทาน โปรด ให้ แก่ คน ทั้งปวง ให้ ช่วย กัน คิด สืบๆ ไป, เหมือน ว่า มี ผู้ คิด ทำ การ ไว้ แต่ เพียง นั้น, ก็ คง จะ มี คน คิด ทำ ต่อ ไป ให้ ดี ยิ่ง กว่า คน ที่ ทำ ก่อน แล้ว, ก็ คง จะ มี คน อื่น คิด ทำ ต่อ ไป ให้ ดี ขึ้น กว่า เก่า ทุก ที่ ๆ ไม่ รู้ สุด รู้ สิ้น จน ทุก วัน นี้, เปน ธรรมดา.


กดหมาย สำรับ กงสุล


๏ เปน หนังสือ ฝาก ถึง เจ้า ของ บางกอกริคอเดอ ว่า, เรื่อง ความ ที่ ว่า ด้วย กงสุล ที่ มี ใน หนังสือ พิมพ์, ออก เมื่อ วันพฤ หัศ เดือน ๖ ขึ้น ๑๒ ค่ำ นั้น, ว่า เปน ความ ดี ควร จะ ให้ คน ทั้งปวง รู้ กดหมาย สำรับ บังคับ กงสุล, แต่ ยัง หาหมด ความ ไม่. ยัง อีก ข้อ หนึ่ง ที่ ควร จะ ลง พิมพ์ ใน ครั้ง นี้, คือ ข้อ ความ ที่ คัด ออก จาก กดหมาย อินเตอนาชันนาลอ. ที่ มิศเตอ วิ ตัน ได้ เขียน ไว้ ว่า ด้วย กงสุล ใด ๆ ที่ ประพฤติการ ผิต, ไม่ ชอบ ด้วย ธรรมเนียม คอเวอเมนต์ เมือง ที่ ตั้ง อยู่ นั้น. ลาง ที ก็ ทำ วุ่น วาย ต่าง ๆ ให้ เกิด ความ เนื่อง ๆ. กดหมาย ชื่อ อิน เตอนาชันนาลอ, มี อำนาถ จะ ให้ คอเวอเมนต์ นั้น ไล่ เสีย ให้ พ้น เมือง ได้. ข้อ ความ ที่ คัด ออก จาก อินเตอนาชันนาลอ นั้น.

๏ คือ ว่า กงสุล ทั้งปวง ไม่ เหมือน ทูต, ถึง กงสุล ทั้งปวง มี ธรรม เนียม ที่ จะ ให้ บ้าน เมือง ทั้งปวง นับ ถือ อยู่ ตาม ยศศัก, ที่ จะ เข้าใจ ว่า ควร เมือง ทั้งปวง จะ นับ ถือ ตัว, แล โปรด ให้ อยู่ ที่ สูง เหมือน ราชทูต นั้น ไม่ ได้. ไม่ มี เมือง ใด ๆ ที่ จะ ต้อง จำ เปน รับ กงสุล, เว้น ไว้ แต่ ที่ เหน ชอบ ด้วย. ถ้า ได้ รับ ให้ มา ตั้ง แล้ว, ก็ ควร ที่ จะ โปรด ให้ อยู่ สบาย, กว่า กง สุล จะ ได้ ทำ ผิด สิ่ง ได สิ่ง หนึ่ง ที่ ควร จะ เปน โทษ. การ ที่ จะ รับ เอา กงสุล ไว้นั้นเปน ธุระ ของ เจ้า เมือง. เมือ จะรับ นั้น ต้อง มี หนังสือ เรียก ว่า เอกซิกวาเตอ. ถ้า กงสุล ได ๆ ประ พฤติ ผิด กดหมาย เมือง ที่ ตั้ง อยู่ นั้น, เจ้าเมือง มีอำนาถ ที่ จะ เรียก เอา หนังสือ เอกซิกวาเตอ คืน ได้, แล ลง โทษ ตาม กด หมาย เมือง ที่ เขา ตั้ง อยู่ นั้น, ฤา จะ ไล่ ให้ ไป เสีย ก็ ได้ ตาม ที่ คอเวอเมนต์ ที่ กงสุล ได้ ขัด ขวาง นั้น จะ เหน ชอบ.

๏ ควร ที่ คอเวอเมนต์ สยาม จะ รับ เอา ข้อ นี้ เปน แบบ อย่าง, เพราะ เปน แบบ อย่าง ทั่ว ไป ได้ ใน เมือง ใหญ่ น้อย ทั้งปวง. อัง กฤษ ฤา อเมริกา ฝรั่งเสศ ก็ ต้อง ประพฤติ ตาม กดหมาย นี้. ถ้า กงสุล เมือง ได ๆ ประพฤติ ผิด กดหมาย กรุงเทพ ฯ คอเวอเมนต์ จะ คืน เอา หนังสือ เอกซิกวาเตอ ก็ ได้. เจ้า เมือง ที่ เปน เจ้าของ กง สุล นั้น จะ ติ เตียน ก็ ไม่ ได้, ฤา จะ ก่อ เหตุ ก่อ ความ สิ่ง ได สิ่ง หนึ่ง ก็ ไม่ ได้. กดหมาย นี้ ไม่ ยอม ให้ เมือง ใหญ่ ข่มขี่ เมือง เล็ก. ถึง กงสุล ฝรั่งเสศ จะ มา ทำ การ ผิด กดหมาย แล ขนบ ธรรมเนียม ไทย, ทำ ให้ คอเวอเมนต์ ได้ ความ เคือง ใจ ต่าง ๆ, ถึง ว่า กรุงเทพ ฯ จะ เล็ก เมือง ฝรั่งเสศ โต ก็ ไม่ ควร ที่ ไทย จะ เกรง. จะ ควร คืน เอา หนังสือ เอกซิกวาเตอ เสีย ไม่ ให้ เปน กงสุล ต่อ ไป, เมือง ทั้งปวง คง จะ เหน ชอบ ด้วย.


กดหมาย อินเตอนาชันนาลอ

๏ ทุก วัน นี้ กรุง สยาม เปน ไม้ ตรี ด้วย เมือง ใหญ่ ฝ่าย ตวัน ตก หลาย เมือง, ควร ที่ คอเวอเมนต์ สยาม จะ รู้ จัก กดหมาย สำหรับ เมือง ต่อ เมือง. ถ้า ไม่ รู้ ความ ก็ จะ แพ้ แก่ เขา จะ เสีย เปล่า ๆ เพราะ ว่า ไม่ รู้. ถ้า เกิด ความ ขึ้น คอเวอเมนต์ จะ ต้อง เที่ยว ถาม กงสุล ข้าง โน้น ข้าง นี้ ไม่ ควร เลย, ชอบ ที่ จะ ให้ รู้ ไว้ ให้ เลอียด. เปรียบ ดุจ คน ที่ จะ สู้ สงคราม, ถ้า ไม่ หัด ให้ รู้ ใน ทาง ปืน เสือ ก่อน ก็ สู้ เขา ไม่ ได้. สง คราม ที่ เคย เปน เมือง ต่อ เมือง มี ๒ อย่าง, อย่าง หนึ่ง รบ ด้วย ปืน, อย่าง หนึ่ง รบ ด้วย กดหมาย. เดี๋ยว นี้ คอเวอเมนต์ สยา ต้องการ หัด ให้ รู้ กดหมาย อินเตอนาชันนาลอ แปล เปน ภาษา ไทย ให้ จบ. ครั้ง นี้ มี คน ใน กรุง เทพ ที่ ชำ นาญ ใน การ แปล เปน ไทย. เหตุ ไร คอ เวอเมนต์ ไม่ จ้าง ให้ แปล. หนังสือ กดหมาย อินเตอนาชันนาลอ ที่ มิศเตอบีเลมอ, ได้ แต่ง ไว้ นั้น เปน ๔ เล่มใหญ่, ได้ ยิน ว่ามี คนที่ จะ รับ แปล เล่ม ละ พัน เหรียน. อิก อย่าง หนึ่ง เปน เล่ม ใหญ่ ที่ มิศเตอวีตอน ได้ แต่ง ไว้, ได้ ยิน ว่า เขา จะ แปล เล่ม นั้น เปนราคา ๒ พัน ๕ ร้อย เหรียน. ถ้า แปล ออก เปน ไทย เลอียด ดี แล้ว, ก็ จะเปน ประโยชน์ แก่ เมือง ไทย หลาย แสน เหรียน. คอเวอเมนต์ เสีย ดาย เงิน ค่า จ้าง ฤๅ. เปรียบ เหมือน จะ สู้ ศึก มา เสีย ดาย กระสุน ดินดำ, เปน ความ ไม่ สมควร เลย. คอเวอเมนต์เมือง จีน ได้ จ้าง คน แปล กดหมาย นั้น แล้ว. เรือรบ ลำ เดียว ไทย ลง ทุนทำ เปน ๕ หมื่น ๖ หมื่น เหรียน ก็ ไม่ เสีย ดาย กดหมาย จะ มี ประโยชน์ แก่ เมือง มาก กว่าเรือ รพ หลาย เท่า


๏ กงสุล สยาม ๚ะ

๏ คอเวอนเมนต์ สยาม ได้ ตั้ง กงสุล ไว้ ที่ เมือง นอก หลาย แห่ง คือ เมือง ลอนดอน, เมือง ปาริต, เมือง ไว้เอนนิ ที่ เมือง หลวง ออศเตีย, เมือง ลิศบอน เปน เมือง หลวง พุตเกต, เมือง ราง กุ้ง, เมือง ปีแนง, เมือง สิงคโปร์, เมือง ปะตาเวีย, ฮ่องกง แล ที่ เมือง อื่น ๆ. แต่ ยัง ไม่ มี กดหมาย ที่ สำหรับ เปน แบบ อย่าง แห่ง กงสุล เล่า นั้น, ไม่ มี อย่าง ที่ จะ ชำระ ความ เมื่อ เกิด ขึ้น. ควร ที่ คอเวอนเมนต์ สยาม จะ จัด แจง กดหมาย ให้ ทั่วไป. กงสุล ฝ่าย สยาม ที่ ตั้ง อยู่ ใน เมืองทั้งปวง, จะ ได้ ใช้ ทั่วไป เปน อย่าง เดียว กัน. คน ที่เปน กงสุล สยาม ที่ เมือง นอก ก็ ไม่ มี อย่าง จึง ทำ การ ไม่ ถูก ต้อง กัน. ที่ จะ ให้ เปน ไป ดังนั้น ก็ ไม่ สม ควร แก่ กรุง เทพ ฯ ที่ มี เกรียตยศ ดี ขึ้น มาก แล้ว. ที่ จะ ทำ การ กงสุล ดัง นั้น เปรียบ เหมือน พ่อ ค้า, ที่ ไม่ มี ทุน ไม่ มี ทั้ง แบบ อย่าง ที่ จะ ค้า ขาย ต่อ ไป. กงสุล สยาม ที่ ทำ การ ครั้ง นี้ ก็ ไม่ สู้ เกิด ความ อะไร ดอก แต่ น่า กลัว การ ภาย น่า จะ มี ขึ้น จะ เกิด ความ อัปยศ แก่ กรุง เทพ ฯ มาก มาย. การ ที่ ตั้ง กงสุล เล่า นั้น แต่ เพียง นี้ ก็ ควร อยู่ แล้ว. ตั้ง แต่ นี้ ไป ข้าง น่า ก็ ควร ที่ จะ ให้ มี กดหมาย บัง คับ สั่ง สอน เขา ให้ จง ได้, เปรียบ เหมือน จะ ตั้ง สำนักนิ์ อาจารย์ ให้ สั่ง สอน. กลบุตร ให้ รู้ ศิลป สาตร ไม่ มี แบบ อย่าง ก็ หา ควร ไม่.


คน โดยสาน เรือ นาโปเลี่ยนกันนิวาโร คิด ขบถ

๏ ณเดือน ๔ ขึ้น ๗ ค่ำ มี กำปั่น ซนี่ ชื่อ เนโปเลี่ยน กัน นิวาโร, ออก จาก เมือง มเกา, มี ชาว เมือง จีน ๖๖๓ คน โดยสาร จะ ไป รับ จ้าง เมือง นอก ชื่อ กันเลอเล. มี ลูก เรือ ๔๐ คน. เรือบัน ทุก สินค้า ๔๐๐ ตอน. ใน สินค้า มี หีบ ประทัด จีน ๘๐๐๐ หีบ. วัน นั้น ตันหน บอก กับตัน ว่า, จีน ที่ เปน พ่อ ครัว จะเอา ยาพิศ ใส่ ลง ใน ที่ ชา ที่ กับตัน กับ ตันหน กิน. กับตัน ได้ ยิน ดัง นั้น, จึง ให้ ล่าม สืบ ว่า จะ ทำ แน่ฤาไม่. สืบ แล้ว ได้ ตัว ๔ คน. จึง ให้ มัด ตัว ไว้ กับ เสากระโดง แล้ว ตี ด้วย ไม้ กล้อง จีน. เมื่อ กำลัง ตี อยู่ นั้น ได้ ความ ว่า จีน ๒๐๐ คน, สัญญา กัน ว่า จะ คิด การ ตี ชิง ฆ่า กับตัน แล้ว จะเอา เรือ ไป. กับตัน ชำระ จับ เอา ตัว นาย ได้, ใส่ โซ่รมัด ตัว ไว้. ยัง อีก หก คน ก็ จับ ได้ เอา ตัว ขัง เข้า ไว้ ใน ห้อง. ครั้น รุ่ง เช้า ขึ้น, กับตัน ไข ออก หมาย ว่า จะ ชำระ ความ. เมื่อ ชำระดู มี พยาน ว่า คน ๖ คน นั้น ไม่ ได้ เข้า แก่ คน พวก นั้น, แล ไม่ ได้ สัญญา กัน จึง ปล่อย เสีย. ครั้น ถึง เวลา บ่าย ๔ โมง, ผู้ ล่าม มา บอก แก่ ตัน หน ว่า, ได้ ยิน เขา กระซิบ กัน อยู่ ว่า เวลา ๕ โมง เอเย็น, จะ พร้อม กัน ตี ชิง เอา เรือ. ขณะ นั้น มี จีน ๕๐ คน ที่ อยู่ บน ดาด ฟ้า มา รับ ของ กิน, จะ เอา ไป ให้ คน ที่ อยู่ ใต้ ดาดฟ้า กิน. กับตัน ถาม คน ๕๐ คน นั้น ว่า ความ ผิด จริง ฤา ไม่ จริง. จีน เหล่า นั้น บอก ว่า ไม่ จริง. กับตัน จึง ยอม ให้ คน เหล่า นั้น รับ ของ กิน ไป ส่ง ให้ คน ที่ ใต้ ดาดฟ้า. ขณะ นั้น กะลาสี ทั้งปวง หา ได้ พร้อม กัน ไม่, ทำ การ อยู่ ข้าง โนน บ้าง ข้าง นี้ บ้าง มีกะ ลาสี ยืน ถือ กะบี่ อยู่ บน ดาดฟ้า ๔ คน คอย ระวัง จีน. ที่ ได้ สาร อยู่ ที่ กลาง กำปั่น อีก ๒ คน, อยู่ ใต้ ดาดฟ้า ๒ คน. กับ ตัน ก็ จัด แจง ปิด ช่อง ดาดฟ้า, ใส่ กุนแจ เสีย ไม่ ให้ จีน เหล่า นั้น ขึ้น มา ได้. ภอ เวลา บ่าย ๕ โมง ๑๕ นาที, พวก จีน โห่ ร้อง ขึ้น แล้ว, ก็ ตี กะลาสี ที่ กำกับ อยู่ ใต้ ดาดฟ้า ชิง เอา อาวุธ แล้ว, ก็ เกรียว กราว ขึ้น มา ตาม ช่อง ได้. กับตัน เหน ก็ หยิบ ปืน แขนเสื้อ แล ดาบ ส่ง ให้ แก่ กะลาสี ภา กัน ปิด ช่อง ดาดฟ้า เสีย. แต่ พวก โดย สาร ขึ้น มา ได้ เสีย ก่อน นั้น สัก ๕๐ คน. พวก กับตัน จับ ตัว จีน ได้ เอา ตรวน ใส่ เสีย, ที่ ไม่ ยอม ให้ จับ โดย ดี ก็ มา ฆ่า เสีย บ้าง. พวก กะลาสี ชวน กัน ระวัง ไม่ ให้ จีน พวก นั้น ขึ้น มา บน ดาดฟ้า ได้. กับตัน จึง ห้าม กะลาสี ไม่ ให้ ยิง ปืน อีก, แล้ว ร้อง บอก แก่ พวก โดย สาร ที่ อยู่ ใต้ ดาดฟ้า นั้น ว่า, จง ยอม แพ้ เสีย เถิด. พวก โดย สาร ก็ ตอบ ว่า เรา ไม่ ยอม, เรา จะ ตี ชิง เอา กำปั่น ให้ จง ได้.

ขณะ นั้น กับตัน ได้ยิน เสียง คน ข้าง ล้าง ร้อง ไฟ ไหม้ แล้ว, เหน ควัน ไฟ พลุ่ง ขึ้น มา ตาม ช่อง หลาย แห่ง. กับตัน สั่ง ให้ จัด แจง สูป น้ำ ดับ ไฟ, เอา ปล่อง สูป ลอด รู ลง ไป ปราฐนา จะ สูป น้ำ ลง ไป ดับ ไฟ. พวก จีน ฟัน เอา คน จัด แจง สูป นั้น ถูก ข้อมือ ขาด, อยู่ ประมาณ ๒๐ นาที ก็ ตาย. แล พวก จีน คิด อ่าน เอา ไฟ จุด นั้น, เพราะ จะ ให้ พวก กะลาสี ลง ไป ดับ ไฟ จะ ได้ จับ ฆ่า เสีย. กับตัน ร้อง บอก ว่า ให้ ยอม แพ้ เสีย เถิด, พวก นั้น ก็ ว่า ไม่ ยอม. ไฟ ก็ ลุก ขึ้น เร็ว นัก. กับตัน สั่ง ให้ คน ครัว จัด แจง ขนมปัง แล น้ำ ลง เรือ โบต, เพราะ จะ เอา ไป กิน กลาง ทาง. คน ครัว ก็ จัด แจง เอา ขนมปัง ๒ ถัง แล น้ำ ลง เรือ โบต, เมื่อ กำ ลัง หย่อน เรือ โบต ลง น้ำ เชือก ขาด เรือ คว่ำ คน ครัว จม น้ำ ตาย. กับตัน สั่ง ให้ เอา เรือ ลง อีก ลำ หนึ่ง, เชือก ก็ ขาด เรือ ล่ม ไป อีก ลำ หนึ่ง. หย่อน เรือ ที่ ๓ ลง ได้, พวก กะลาสี โดด ลง เรือ ลอย ออก จาก กำปั่น, ไฟ ก็ ไหม้ ขึ้น ตลอด หัว ท้าย. คน เหลือ อยู่ บน กำปั่น นั้น, คือ กับตัน รอง กับตัน จุ้นจู๊ , หมอ อังกฤษ ล่าม กับ บ๋อย แล กะ ลาสี คน หนึ่ง, ก็ พา กัน โดด น้ำ ไป จะ ไป เกาะ เรือ ที่ ล่ม ก็ จม น้ำ ตาย. เหลือ แต่ กับตัน รอง กับตัน จุ้นจู๊ กะลาสี เกาะ เรือ ได้, ร้อง เรียก คน เรือ โบต ให้ ช่วย, กะลาสี ก็ แวะ เรือ เข้า รับ ช่วย กัน วิด น้ำ เรือ โบต ลำ นั้น, ได้ คน ลง ๑๕ คน กะเชียง สอง เล่ม. ลำ ใหญ่ มี กะเชียง ๓ เล่ม. แล้ว ลำ ใหญ่ ก็ โยง เรือ ลำ เลก ไป. สิ้น หน ทาง ไมล์ หนึ่ง ไฟ ก็ ไหม้ เสา กระโดง ล้ม ลง. อีก โมง หนึ่ง ไฟ ก็ ถึง หีบ ประทัด ๘๐๐๐ หีบ นั้น, ประทัด แตก ออก ดัง เสียง ดุจ ปืน ใหญ่, เรือ กำ ปั่น ก็ ทำลาย ออก. ครั้น รุ่ง ขึ้น เวลา ๔ โมง เช้า กำ ปั่น ก็ จม ลง. พวก กับตัน ไป ได้ ๒ วัน อด เข้า อด น้ำ, แล้ว ไป ปะ กำปั่น บาก ฮำเบิก ชื่อ มะดี เรีย เข้า, เขา ได้ รับ กับตัน ขึ้น บล กำปั่น แล่น มา ถึง เมือง ไซ่ง่อน, เดิน มา ๑๗ ค่ำ. แล เขา ได้ ส่ง พวก กับตัน ขึ้น บน เรือ กำปั่น รบ ฝรั่งเสศ, แล้ว ก็ โดย สาร กำปั่น ไฟ ออก จาก ไซ่ง่อน มา เมือง ฮ่องกง. จีน ที่ คิด ขบถ นั้น จะ ได้ รอด บ้าง มิ รอด หา รู้ ไม่, เหน จะ ไม่ ได้ รอด เลย.


ข่าว มา แต่ เมือง ฝรั่ง เสศ

๏ มี ข่าว ว่า มนเซียคีรม ผู้ ที่ เชิญ รูป ราชทูต กรุง สยาม เมื่อ ครั้ง เข้า ไป เฝ้า เอมปีรอ ฝรั่งเสศ, ได้ เขียน ไว้ เปน รูป ใหญ่ เท่า ตัว ทุก ๆ คน. รูป นั้น ก็ พึ่ง แล้ว ลง. มนเซียคิรม จึ่ง เอา รูป ราชทูต ออก สำแดง, ให้ คน ทั้งปวง ดู ใน ห้อง ที่ สำหรับ สำแดง รูป ต่าง ๆ. แล ห้อง นั้น, เปน ที่ สำหรับ เขา สำแดง รูป ต่าง ๆ ให้ คน ดู ปี ละ หน. ครั้น ชาว เมือง ฝารังเสศ ได้ ดู รูป ราชทูต ที่ เขียน แล้ว, ชวน กัน สรรเสริญ มนเซียคิรม ว่า เขียน ดี ไม่ มี ผิด รูป ราชทูต เลย. ถึง ว่า เขียน รูป เมื่อ ขณะ มอบ เฝ้า เอม บี รอ นั้น, ก็ เขียน ยาก นัก, แต่ มนเซียคิรม เขียน ชัด ดี มิ ได้ เพี้ยน ผิด แต่ สัก สิ่ง อัน. แล รูป บุตร ของ ท่าน ราชทูต คน นึง นั้น เขา ว่า งด งาม นัก, คน ทั้งปวง ดู ชวน กัน ชมเชย เปน อัน มาก. แล ชะนะ เมื่อ ราชทูต อยู่ ที่ ปาริต นั้น, มนเซียคิรม ยัง กำ ลัง ร่าง รูป ราชทูต อยู่. ราชทูต ชอบ ใจ จึ่ง ขอ ให้ มนเซียคิรม เขียน รูป ให้ แบบ ๑ จะ เอา เข้า มา ทูล เกล้า ฯ ถวาย. มนเซียคิรม จึ่ง ได้ ถ่าย ลง เปน รูป อย่อม ๆ แบบ หนึ่ง. รูป นั้น ก็ พึ่ง จะ แล้ว ลง. มนเซียคิรม ได้ เอา ออก สำแดง ใน วัน นั้น ด้วย. คน ทั้งปวง สรรเสริญ ว่า ดี, แต่ ไม่ สู้ รูป ใหญ่ ได้. เสีย ดาย ด้วย มนเซียคิรม ไม่ เขียน ให้ โต ใหญ่ ตาม เดิม. ถึง ว่า เปน อย่าง เล็ก คน ทั้ง ปวง ที่ ปาริต ก็ ชอบ ใจ ดู นัก. ถ้า แล ว่า รูป นั้น เข้า มา ถึง กรุง สยาม แล้ว, ชาว ประเทศ สยาม คง จะ ตื่น กัน มา ชม รูป เหมือน ที่ ปาริต. เมื่อ มนเซียคิรม จะ เข้า มา เฝ้า ขอ อย่า ให้ เปน อัน ตราย ด้วย ช้าง เผือก, คน ที่ ปาริต พูด เล่น อย่าง นี้ เหน ว่า กรุง สยาม นี้ ช้าง เผือก เปน ใหญ่ น่า กลัว.


๏ กงสุล อังกฤษ ๚ะ

๏ เดือน ๔ ขึ้น ๕ ค่ำ ใน วัน นั้น, มิศเตอโอะละตะ ได้ ถาม ขุนนาง รอง ฝ่าย ต่าง ประเทศ ว่า, มิศเตอ กงสุล อังกฤษ ที่ อยู่ ณะกรุง สยาม กลับ มา จาก มละแมน แล้ว ฤา ยัง, เหตุ ไฉน มิศ เตอนอก จึ่ง ละ ทิ้ง ที่ กงสุล สยาม เสีย ดัง นั้น. มิศเตอนอก ได้ ฝาก ธุระ ไว้ แก่ ผู้ ใด ไข้าง ฤา. ฝ่าย มิศเตอเลยาด์ ได้ ตอบ ว่า, มิศเตอนอก กงสุลอังกฤษ ที่ กรุง สยาม นั้น, ได้ กลับ ไป ถึง ที่ กงสุล แล้ว. มิศเตอนอก ได้ ไป ที่ มละแมน นั้น เพราะ เปน ราช การใหญ่ แห่ง อังกฤษ, เคาเวอนแมนต์อังกฤษ ก็ เหน ชอบ ด้วย เมื่อ มิศเตอนอก จะ ออก ไป มละแมน นั้น ก็ ได้ ฝาก การ กงสุล ไว้ แก่ รอง กงสุล คน หนึ่ง ที่ รู้ จัก การ กรงสุล ละเอียด เคย อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ มา นาน,เปน คน สม ควร ที่ จะ รับ ฝาก การใหญ่ ไว้ ใจ ได้.

๏ ขาว มา ทาง เตลิแกรฟ ๚ะ

๏ ข่าว มา แต่ เมือง ลอนดอน ใน วัน เดือน ๕ ขึ้น ๕ ค่ำ ว่า เอมบีรอ ฝรั่งเสศ ได้ ตั้งใจ แน่ แล้ว ว่า จะ เลิก ทัพ ฝรั่งเสศ มา จาก เมือง เมกซิโก ใน ๒๐ เดือน.

๏ ข่าว มา แต่ เมือง บำไบ ณเดือน ๕ ขึ้น ๗ ค่ำ ว่า, ชาว อังกฤษ ที่ เปน ซะเลย ใน เมือง แอบเบวิเนีย นั้น, เจ้าเมือง แอบเบซิเนีย ชื่อ ตี่โอโดอะ ได้ ปล่อย เสีย แล้ว. เจ้า เมือง แอบ เบซิเนีย ได้ รับ ราชทูต อังกฤษ ชื่อ มิศเตอรัศซำ ด้วย ยศถาศักดิ์ ใหญ่. เมือง แอบเบซิเนีย นั้น ตั้ง อยู่ ที่ ทวีบ แอฟริกา ตรง ทิศ ตวัน ตก แห่ง เมือง บำไบ ออก ไป ,แต่ ก่อน มี ชื่อ เรียก ว่า อายติ โอเปีย คน ชาว เมือง นั้น เปน คน ดำ โดย มาก. ที่ ประเทศ แอบ เบซิเนีย นั้น, ถ้า จะ แบ่ง ออก เปน ถ้อน ๆ ๔ เหลี่ยม ๆ แต่ เหลี่ยม ละไมล์ นั้น, ก็ คิด เปน ๓ แสน ถ้อน. ใหญ่ กว่า เกาะ อังกฤษ แทบ จะ สอง เท่า, ภาษา ที่ เขา พูด นั้น เปน ภาษา อะหรอบ บ้าง ภาษา เห็ยราย บ้าง, ภาษา อาฟริกา บ้าง.


ข่าว มาแต่ เมืองลอนดอน ทาง เมล์

๏ ชาว ไอรแลันด์ แทบ จะเกิด ขบถใหญ่, ด้วย พวกฟี เนียน คือ พวก ที่ สัญญา กัน ว่า จะ ไม่ อยู่ ใต้ บังคับ อังกฤษ. อัง กฤษ รู้ ทัน ก็ จับ ผู้ หวัว์น่า หลาย คน. แต่ มิศเตอตีเวน ที่ เปน ผู้ใหญ่ ใน พวก นั้น หนี ไป ได้, หนี ไป อยู่ กับ ฝรั่งเสศ ก่อน แล้ว ก็ ไป อยู่ เมือง อะเมริกา. พวก พีเนียน ที่ เมือง อังกฤษ ดู เหมือน จะ ราบ ลง แล้ว, แต่ พวก ไอยระลันด์ที่ ข้าม ฝาก ไป อยู่ เมือง อะเมริกา เคย ไป ทุก ปี ๆ ละ หลาย พัน คน, ศริเข้า ด้วย กัน จะ ถึง ร้อย หมื่น คน. ใน ร้อย หมื่น คน นั้น, ที่ เข้า เปน ไอรระ ลันด พีเนียน ก็ มาก. คิดโกรธ อังกฤษ นัก.เขา อยาก จะ ให้ คอเวอน แมนต์ อะเมริกา ยอม รับ ว่า ควร ที่ จะตั้ง เปน เมือง รบ กับ เมือง อังกฤษ ได้. แต่ คอเวอนแมนต์อยู่ ใน ติศเทศไม่ ยอม เลย. จึ่ง กลับ ว่า ถ้า แม้น จะ จัด แจง ยก ทัพ ไป รบ เมือง คานิดา ที่ ขึ้น แก่ อังกฤษ นั้น, คอเวอนแมนต์ อะเมริกา จะ จับ ตัว ลง โทษ ให้ จง ได้. ถึง กะนั้น เขา ก็ ยัง ทำ วุ่น วายอยู่ ต่าง ๆ ให้ ชาว คานิดา นั้น แตก ตื่น กลัว พวก พีเนียน นั้น จะ เข้า มา รบ จริง. แต่ ข่าว ว่า พวก พีเนียน จะ ทำ การ ไม่ สำเร็จ, เพราะ คอเวอนแมนต์ ไม่ ยอม ทำ การ ใน แว่น แคว้น เมือง ยูในทิศเทศ.


๏ อนึ่ง โรกโค กระบือในเมือง อังกฤษ นั้น ยัง กำเริบ มาก, คอเวอแมนต์ อังกฤษ จึ่ง ตั้ง กดหมาย, ให้ เจ้า ของ วัว ที่ เปน โรค นั้น, เมื่อ แรก โรค จับ ตัว ได้ ก็ ฆา ตัว นั้น ฝัง ทั้ง หมด ใน ดิน ฤก หก ฟิต ต้อง ใส่ ปูน ขาว ด้วย, เพื่อ จะ กัน ไม่ ให้ โรค แผ่ มาก ไป, กระบือ ที่ ตาย นั้น คอเวอแมนต์ ต้อง คิด เงิน ให้ คึ่ง หนึ่ง, เจ้าของ เสีย คึ่ง หนึ่ง. วัว ที่ อยู่ ปน กัน กับ วัว ที่ เปน โรค กดหมาย ว่า ฆา เสีย ด้วย เพราะ ว่า อยู่ ด้วย กัน, ก็ คง จะ ติด กัน. หมาย ประกาศ นั้น ตั้ง อยู่ ได้ จน สิน เดือน ๕ แล้ว จะ เลิก เสีย ดู ว่า จะ ตั้ง การ ต่อ ไป อีก ฤๅ ไม่.

๏ อนึ่ง เกิด ศึก ที่ ทวีป อะเมริกา ฝ่าย ใต้, คือ เมือง บเร สินล์ กับ เมือง ปะราเกว. รบ กัน ครั้ง หนึ่ง คน ทั้ง สอง ฝ่าย ตาย มาก ก็ ไม่ แพ้ ไม่ ชนะ กัน. เมือง ชิลลี่ กับ เมือง สะเปน กำ ลัง รบ กัน. เมือง อยู่ ใน ติศ เทศ เปน สุข เจริญ อยู่ มาก. แต่ ผู้ ที่ เปน นาย ฝ่าย ขบท ครั้ง ก่อน นั้น, เปรศซิเดนต์ ยก โทษ เสีย ทุก วัน นี้ แต่ ใน ใจ คน เหล่า นั้น หลาย คน, กำลัง โกรธ คอเวอ แมนต์ อะ เมริกา, เพราะ ได้ ปล่อย ทาษ เสีย หมด. ถ้า มี กำลัง ภอ ที่ จะ ทำ ได้ เห็น จะ คิด ขบท อีก.

๏ อนึ่ง มเหษี เจ้า เมือง ฝรั่งเศศ คน เก่า อายุ ประมาณ ได้ ๘๔ ปี ถึง แก่ กรรม ใน เดือน ๕ ขึ้น ๘ ค่ำ.

๏ ใน เมือง ปรอดเซี่ย กับ เมือง ออศเตีย ขัดใจ กัน มาก ขึ้น แทบ จะ รบ กัน. ปรอดเซี่ย อยาก จะ ได้ เยี่ยระมัน หลาย เมือง ให้ ขึ้น แก่ ตัว, ออศเตีย ก็ ไม่ ยอม. ปรอดเซี่ย คิด ว่า เรา มี กำ ลัง มาก แก่ ออศเตีย จะ ข่ม ขี่ ให้ ยอม ให้ ได้, นาน ไป ใหน ว่า ออศเตีย จะ ยอม. ออศเตีย ก็ ไม่ ยอม, จึ่ง ตระเตรียม กอง ทัพ จะ ไป รบ ปรอดเซี่ย ๆ เห็น ดัง นั้น, ดู เหมือน จะ ไม่ เตม ใจ รบ ที่ จะ ยอม กัน แต่ หา เปน แน่ ไม่.


ข่าว กรุงเทพ

๏ รือ เจ้าพระ ยา มา ถึง กรุงเทพ ฯ ณวัน อังคาร เดือน หก แรม เก้า ค่ำ, ได้ ออก จาก สิงค์ โบร์ แต่ วัน พฤหัศ เดือน หก แรม ๔ ค่ำ เวลา เย็น มา ได้ สดวก ไม่ ลำ บาก ด้วย สิ่ง ใด้. ชาว ประเทศ ยูโรป โดย สาร มา ๓ คน คือ มิศเซศ วอน หญิง คน หนึ่ง, กับ ลูก คน หนึ่ง. แล มิศ เตอ ลาว์ นุ ดี คน หนึ่ง. แล มิศเตอ ซี วี หนึ่ง นอก นั้น มี อีก ๒๐ คน เปน แขก บ้าง จีน บ้าง.

๏ อนึ่งเรือ กลไฟ ชื่อ ไวเคานต์ แคน นิง มา ถึง กรุงเทพ ฯ ณวัน สุกร แรม ๕ ค่ำ มา แต่ ไซ่ง่อน. ชาว ยูโรป โดย สาร มา สอง คน คือ กัปตัน เฮ เบอกอะสะตะ แล ภรรยา กัปตัน.


ว่า ด้วย เรือ รบ กลไฟ สยาม ชื่อ อิมเปรกเมเบอ

ได้ กลับ มา แต่ เมือง สิงคโปร์, ณวัน พฤหัส เดือน ๖ แรม ๑๑ ค่ำ เวลา บ่าย ๔ โมง ออก จาก เมือง สิงคโปร์ วัน เสาร์ เดือน ๖ ขึ้น ๖ ค่ำ เวลา บ่าย ๓ โมง มา ถึง หลัง เต่า วัน ๑๑ ค่ำ เวลา เช้า สี่ โมง. เมื่อ ไป เมือง สิงคโปร์ นั้น ๕ วัน ครึ่ง ถึง. ได้ ยิง ปืน สลุต ธง อังกฤษ ที่ ป้อม ชื่อ แอมมิ่ง ๒๑ นัด, แล้ว ที่ ป้อม ก็ ยิง สลุต รับ ๒๑ นั้น. ขณะ นั้น เขา ได้ ชัก ธง สยาม แล ธง อังกฤษ ขึ้น ที่ ป้อม พร้อม กัน. ข่าว มา ว่า คน ผู้ ใหญ่ ใน เมือง สิงคโปร์ ได้ สรรเสริญ เรือ อิมเปรกเนเบอ ว่า เปน เรือ สำแดง ฝี มือ แล รุ่ง เรือง แห่ง สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม, แล เปน ที่ บอก ปัญญา ของ พระบาท สมเด็จ พระปิ่นเกล้า พระเจ้า อยู่ หัว นั้น ด้วย, เพราะ เรือ นั้น เขา ต่อ ตาม แบบ ของ หลวง ประทาน จึ่ง ดี นัก. เขา ภา กัน สรรเสริญ คน สำรับ เรือ ว่า เสื้อ ผ้า ก็ สอาด แล ประพฤติ์ ดี ด้วย, เมื่อ ยิง ปืน สลุต นั้น, ฟัง เสียง ปืน ที่ ยิง เสมอ อยู่ ไม่ ช้า ไม่ เรว ไป กว่า กัน ภอ ได้ ระยะ กัน ทั้ง ๒๑ นัด. กัปตัน วอลรันด์ ได้ ไป เยี่ยม เรือ รบ อังกฤษ ชื่อ โกเกต ที่ จอด อยู่ น่า เมือง สิงค โปร์, นาย ทหาร ได้ รับ ไว้ ตาม ที่ สม ควร เปน นาย เรือ กรุง เทพ ฯ. เรือ อิมเปรกเนเบอ เดิน โมง ละ ๗ ไมล์ บ้าง ๑๐ บ้าง.


๏ แต่ง การ มงคล ๚ะ

๏ วัน พฤหัส ๖ ขึ้น ๔ ค่ำ ได้ แต่ง การ มงคล ที่ วัง พระเจ้า ลูกยาเธอ กรม หมื่น มเหศวร ศิววิลาส เปน การ ใหญ่. ผู้ ชาย หม่อม เจ้า เดช พระหน่อ ใน พระเจ้า ลูกยาเธอ กรม หมื่น มเหศวร ศิววิลาส, ผู้ หญิง หม่อม เจ้า แก้วกัลยา พระหน่อ ใน พระเจ้า ลูกยาเธอ กรม หมื่น วิศณุนาถนิภาธร, หม่อม เจ้า ชาย อายุ ๒๓ ปี หม่อม เจ้า หญิง อายุ ๑๗ ปี.


ข่าว คน ร้าย ที่ ถนน เจริญกรุง

๏ ข่าว อ้าย ผู้ร้าย เกิด ขึ้น ที่ ถนน เจริญกรุง, มี ข่าว มา จาก ถนน เจริญกรุง เปน ใจ ความ ว่า, เกิด ผู้ร้าย ขึ้น จำพวก หนึ่ง, เที่ยว ปล้น สดม ชก ตี ชิง วิ่ง ราว ฝูง ราษฎร อยู่ เนือง ๆ มิได้ ขาด. แต่ อ้าย เหล่า ร้าย กำเริบ เพราะ เหตุ ว่า มี ที่ พึ่ง แขง แรง นัก, จึ่ง ได้ ทำ อันตราย ฝูง ราษฎร อยู่ เปน นิจ. ครั้น ชาว บ้าน ที่ ได้ เหน รู้จัก ตัว, จะ ออก ช่วย ก็ กลัว อ้าย เหล่า ร้าย จะ ทำ อันตราย แก่ ตน. ใช่ เหตุผล ที่ จะ เอา มือ ไป ยัก หีบ, ป่วยการ ทำมาหากิน. ถ้า คอเวอเมนต์ อยาก จะ ใคร่ รู้, ขอ ให้ สืบ ตาม ชาวบ้าน ก็ จะ ได้ รู้ เปน แน่. คือ เวลา วัน หนึ่ง ยาย เร่ย เดิน มา ถึง น่า บ้าน อ้าย เหล่า ร้าย, มี ผู้ร้าย มา ชุด ลาก รวบ ริบ เอา ทรัพย์ สิ่งของ ใน พกห่อ, มิอาจ จะ สู้ ได้ ก็ ได้ รู้จัก ตัว. แล้ว เวลา กลางคืน เข้า ย่องเบา ริบ เอา ทรัพย์ สิ่ง สิน เงินทอง, แล เข้าของ ทั้งปวง จน หมด.

๏ ณ วัน อทิตย เดือน หก แรม เจ็ด ค่ำ เวลา สาม โมง, จีน โภ คน หนึ่ง นุ่ง ผ้าม่วง เดิน มา ตรง ปาก กรอก วัด สามจีน, อ้าย เหล่า ร้าย ปะ จีน โภ นุ่ง ผ้าม่วง มา, ตรง เข้า ปะ เตะ ต่อย เยื้อ เอา ผ้า ที่ นุ่ง ผลัด เอา ผ้าขาวม้า ไว้ ให้. คือ อ้าย เหล่า ร้าย พวก เหล่า นี้ เอง. คือ อ้าย ยอด เปน คน สูบ ยา ฝิ่น ภรรยา ชื่อ อี ดำ, ตั้ง บ้าน อยู่ ที่ กรอก หมู ริม ศาลา พระ ศรี่ คงยศ. มั่ว สุม คบ หา กัน กับ อ้าย ผู้ร้าย, คือ อ้าย เณร อ่ำ ๑ อ้าย ทับ ๑ อ้าย อ้าว ๑ อ้าย เม่น ลูก จีน ๑ อ้าย หมา ลูก จีน ๑ อ้าย พุก ไว้ ผม เปน จีน ๑ อ้าย ม่วง ๑ อ้าย เขียว ๑ อ้าย ปั้น ๑ อ้าย หนู สลัด ๑. อ้าย พวก เหล่า นี้ เปน คน มี ฝีมือ ปล้น ได้ แล้ว, มา ร่วม สูบ ยา ฝิ่น ที่ บ้าน อ้าย ยอด ด้วย กัน. ถ้า แม้น คอเวอเมนต์ จะ ละ ไว้, อ้าย เหล่า ร้าย ก็ จะ มึ ใจ กำเริบ ขึ้น มาก.


๏ ข้า เหน ถนน ที่ วัด บุผาราม หัก พัง ไป มาก หลาย แห่ง เพราะ เด็ก ลูก สิษ วัด บ้าง ชาวบ้าน บ้าง, วัน ละ ๒๐ คน ๓๐ คน, ชวน กัน งัด อิฐ แล สิลา, ที่ กัน ทาง ถนน ออก เสีย, ฤๅ ขุด ลง ไป จับ เอา ตัว จิ้งหรีด ไป เล่น, จน ถนน หลวง จะ ยับเยิน เสีย หมด. แล้ว ถนน เปน ที่ อาไศรย เดิน ด้วย กัน ทั้งนั้น, มี ผู้ มา ขุด มา รื้อ เสีย ทุก วัน ๆ ดังนี้, กว่า จะ สิ้น น่า จิ้งหรีด, เหน ถนน จะ ยับเยิน หัก ภัง มาก นัก.


๏ ณ วัน อังคาน เดือน ๖ แรม ๒ ค่ำ พระ กัลยา ภักดี กรมท่า ขวา ใน พระ บวรราชวัง ภา แขก พวก ชาติ ซุ่นหนี่ ไป สวด ที่ พระ บรมศพ ใน พระบวรราชวัง คน ประมาณ สี่สิบ เศศ ได้ สวด แล้ว แต่ ณ วัน ขึ้น สอง ค่ำ เดือน เจ็ด นี้ ก็ เปน วัน แขก ตั้ง เจ้าเซน แต่ การ บัดนี้ ในหลวง ทรง ขัดเคือง พวก แขก ด้วย แขก เล่น เบี้ย กิน หมี่ เสพ สุรา ไม่ ได้ ร่ำเรียน รู้ ภาษา แขก เหมือน คน ป่า เข้า วัด สวด อ่าน ใน การ ภาษา ก็ ผิด ใน ศาสนา แต่ แขก ผู้ ถือ ศาสนา เจ้าเซน แล แขก ถือ ศาสนา วัด เตกี่ย ที่ เป็น วัด หลวง คน หลวง ได้ รับ พระราช ทาน เบี้ย วัด แล ได้ ของ ได้ เงิน พระราชทาน ทุก ปี เป็น ที่ ประชุม คน แขก นอก ได้ ทำบุญ ด้วย แต่ แขก นอก เดี๋ยวนี้ ก็ ติเตียน คน แขก ใน กรุงฯ ถึง บุตร พระยา จุฬา แน่น ตัน ว่า ทำ ผิด ด้วย ศาสนา เล่น เบี้ย กิน หมี่ เสพ สุรา ไม่ ได้ รู้ ภา ษา แขก นอก ที่ ออก กระจัดกระจาย มิได้ เข้า วัด ด้วย นัก กดา อับดร ขุ่น นั้น ก็ จะ หลีก ไป เมือง นอก แล้ว เพราะ แขก ทั้งนี้ ถือ ครู แขก มา แต่ เมือง พม่า เมือง ทวาย อยู่ วัด สำนัก นี้ พวก เจ้าเซน ก็ แต่ วัด แขก ซึ่ง ในหลวง พระราช ทาน ของ ทั้งนี้ ก็ เป็น ธรรมเนียม ในหลวง ทรง ตั้ง ผู้รักษา ศาสนา ก็ เดี๋ยวนี้ ผู้ ทั้งนั้น ก็ ตั้ง ทำ ตามอำเภอ ของ ตัว เทศนา สวด อ่าน กัน ก็ ไม่ ถูก ผู้อ่าน ผู้ฟัง ก็ เลอะเทอะ ไม่ เข้าใจ กัน ในหลวง ทรง ชัก เคือง ด้วย คน ทั้งนั้น ว่า แขก ต้อง ธรณีสาร ก็ แต่ การ เดี๋ยวนี้ พวก แขก กับ พวก แขก ก็ วิวาท กัน ดู เหมือน จะ เกิด วิวาท ครั้ง หลัง โดยมาก


ราคา สินค้า เมือง ฮ่องกง

๏ เดือน หก ขึ้น ค่ำ หนึ่ง, ใน ๑๕ วัน นั้น, มี เรือ บันทุก เข้าๆ มา มาก ราคา จึง ถอย ลง หาบ ละ ๑๐ เซนต์ บ้าง ๑๕ เซนต์ บ้าง. ผู้ซื้อ เหน ราคา เข้า ลง ก็ จะ เข้ามา แย่ง กัน ซื้อ, ราคา จึง กลับ ขึ้น ไป ดัง เก่า. ขาย ใน ๑๕ นั้น ๒ แสน ๔ หมื่น ๖๗๐๐ หาบ คือ : เข้า ไซ่ง่อน, แสน หนึ่ง กับ ๔ พัน ๔๐๐ หาบ. เข้า สยาม ๘ หมื่น ๕ พัน ๑๐๐ หาบ. เข้า ย่างกุ้ง ๗ หมื่น ๖ พัน ๔๐๐ หาบ. เข้า มนิลา หมื่น ๘ พัน ๘๐๐ หาบ. เข้า บัง กะลา ๒ พัน หาบ.

๏ ราคา เข้า ใน วัน เดือน หก ขึ้น ค่ำ หนึ่ง นั้น, คือ เข้า บังกะลา ๒ เหรียญ ๖๐ เซนต์ แล ๒ เหรียญ ๗๐ เซนต์. เข้า กล้อง สยาม ๒ เหรียญ ๒๕ เซนต์ แล ๒ เหรียญ ๓๐ เซนต์. เข้า สยาม อย่าง กลาง ๒ เหรียญ ๔๕ เซนต์ แล ๒ เหรียญ ๕๕ เซนต์. เข้า ขาว สยาม หาบ ละ ๒ เหรียญ ๗๕ เซนต์ แล ๓ เหรียญ ๘๐ เซนต์. เข้า ไซ่ง่อน ๒ เหรียญ ๔๕ เซนต์ แล ๒ เหรียญ ๕๐ เซนต์, เข้ามะนิลา ต่าง ๆ หาบละ ๒ เหรียน ๔๕ เซนต์ และ ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์. เข้า กล้อง อย่าง ร่าง ๒ เหรียน ๓๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๔๐ เซนต์. เข้า กล้อง อารากัน ๒ เหรียน ๑๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๒๕ เซนต์.

๏ น้ำตาลทรายใน ๑๕ วัน นั้น, ราคา ลง หาบละ ๒๐ เซนต์ บ้าง ๓๐ เซนต์ บ้าง. น้ำตาล ขาวใหม่ ก็ เข้า มา มาก. น้ำ ตาล แกง ที่ ควร จะ เข้า ใน ระหว่าง ๖ อาทิตย ข้างน่า ก็จะมาก. น้ำ ตาล ทราย ที่ เมือง อ่องกง ใน ๑๕ วัน ขายได้ ๔ พัน ๒๐๐ หาบ. ราคา ใน วัน เดือน หก ขึ้น ค่ำ หนึ่ง นั้น, คือ น้ำตาลขาว ที่ ๑ หาบละ ๙ เหรียน แล ๙ เหรียน ๒๐ เซนต์. ที่ ๒ หาบละ ๘ เหรียน ๗๐ เซนต์ แล ๘ เหรียน ๘๐ เซนต์. ที่ ๓ หาบละ ๘ เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๘ เหรียน ๕๐ เซนต์. น้ำตาล แดง ๕ เหรียน ๔๐ เซนต์ แล ๕ เหรียน ถ้วน.

๏ ฝ้าย เมลด ฝรั่งเสศ แล เมลด อังกฤษ ที่ มา ใน ๒๐ วัน นั้น, มี ข่าว ว่า ฝ้าย ที่ เมือง ฝรั่งเสศ แล เมือง อังกฤษ มี ราคา ขึ้น. ราคา ฝ้าย ที่ ฮ่องกง จึ่ง ขึ้น มี คน อยาก ซื้อ มาก, ได้ ขาย ใน ๑๕ วัน นั้น ๘๐๐๐ เบล์. ฝ้าย บังกลา ราคา เบล์ ๒๐ เหรียน แล ๒๑ เหรียน ๗๕ เซนต์. ขาย ๒๐๐๐ เบล์ เปน ราคา เบล์ ๒๒ เหรียน แล ๒๔ เหรียน. ฝ้าย เมือง จีน ขายได้ ๕ พัน ๕ พัน เบล์ เปน ราคา ๒๕ เหรียน แล ๒๗ เหรียน ๕๐ เซนต์. ใน ๗ วัน นั้น ก็ เงียบ อยู่ ไม่ ใคร่ ซื้อ ขาย กัน.

๏ ฝิ่น ใน วัน เดือน ๖ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง นั้น, ราคา ฝิ่น อย่าง ปัดนา ใหม่ หีบละ ๗๓๐ เหรียน. อย่าง ปัดนา เก่า หีบละ ๗๔๐ เหรียน. อย่าง บีนาเรศ ใหม่ หีบละ ๗ ร้อย ๕ เหรียน. อย่าง เก่า หีบละ ๖๙๐ เหรียน. อย่าง มลวา หีบ ละ ๘๔๐ เหรียน.

๏ พริกไทยดำ หาบ ละ ๖ เหรียน ๔๐ เซนต์ แล ๖ เหรียน ๕๐ เซนต์.

๏ หมาก แห้ง หาบ ละ ๓ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๔ เหรียน ๕๐ เซนต์.

๏ ฝาง สยาม หาบละ ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๗๐ เซนต์. เปลือก โป ลง หาบ ละ ๗๐ เซนต์ แล ๘๕ เซนต์.

บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้าของ อู่ ใหม่

๏ อู่ แห้ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อมใจ จะ รับ เรือใหญ่ น้อย ทุก อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง พิ การณ ต่อใหม่ นี้. คง จะ เหน ว่า เปน อู่ ดี กว่า อู่ ทั้งปวง ใน พระ ประเทศ นี้. จะ ได้ แก้เรือ ซ่อม แปลง เสียใหม่โดย สดวก ดี. ที่ อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต, แล คง จะให้ ยาว นั้น อีก. โดย กว้าง ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฤก ๑๕ ฟุต. ที่อู่มี ประตู เรียกว่า ไกซัน, ถ้า จะบิดมิดได้โดย เรว. ที่ นอก ปากอู่ใน ออกไปนั้น, จด ถึง ลำแม่น้ำโดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง แรง นัก, กำปั้น เล็ก กำปั้น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ได้ใน ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จักร สำรับ ยกเสา กะโดง, แล บ่อ น้ำ สำรับ กลไฟ แขง แรง นัก. อู่ นั้น พร้อม ด้วย เครื่อง สูบ ไปด้วย กำลัง กลไฟ. มีแรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็วได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย เครื่องใช้ ใน การ ทำเรือใบแล เรือ กล. แล การ นั้น มี นาย ที่ เปน ชาติ ยูรบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึง ชำนาณ ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.

๏ แล ลูก จ้าง สำรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล วั่มภู ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี แห่งอู่ นั้น, ปราถนา ที่ จะให้ คน ทั้งหลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี ไม้ สัก บริบูรณ แลถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่นี้ มี จักร เลื่อย ไม้, เพื่อจะ ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อใด ก็ ชักได้โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไรใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.

๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่ จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับเหมา เอา การ นั้น, เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อเรือใบ เรือ กล ไฟ ทุก การ ใด ๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขายให้ ตาม ราคา ตลาด กรุงเทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤๅ ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่งให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อ ใด.

๏ อนึ่ง กปิตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น, ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึง ออก ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง ฝาก ไป ถึง มิสเตอดับลยู. เช. โรเบิตซัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง นั้น, [....] มิสเตอร์ดับลยู. เช. โรเบิตซัน เปน นาย ก่อง นั้น เปน เจ้า พนักงาน ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เกบ เงิน แต่ ผู้ เดียว.

ความ มิศเตอเบอน กับ คน ใน ป่า เชียงใหม่ เซลาะกัน

๏ ใน ปาลีเมนต์ ที่ เมือง ลอนดอน, คือ ที่ ประชุม ขุนนาง ทั้งปวง ที่ ว่า ราชการ นั้น, มี ขุนนาง คน หนึ่ง ชื่อ เคอโลเนล ไซกิศ ได้ ว่า ไว้ ว่า, จะ ขอ ลอก หนังสือ ที่ มิศเตอ นอก กงสุล กรุงเทพ. ได้ เขียน ฝาก มา ถึง ที่ ขุนนาง สำหรับ การ ต่าง ประ เทศ, แล ขอ ลอก หนังสือ ที่ ขุนนาง ว่า การ ต่าง ปราเทศ ได้ ตอบ กงสุล กรุงเทพ, ด้วยการ กัปตันเบอน เปน ชาว อังกฤษ, ผู้ เปน คู่ ความ ที่ ไม่ ลุงยี่ ป่า เชียงใหม่ นั้น, ข่าว ที่ มา ใหม่ ก็ ก็ ว่า เพียง นั้น, เหน ว่า หนังสือ ฝาก ใน ความ นั้น ทั้งสอง ฝ่าย คง จะ ปรากฎ ออก.


ข่าว มา แต่ เมือง จีน

๏ ว่า ทัพ หลวง ที่ เมือง ห้างเก้า, ได้ ตี พวก ขบถ ที่ เรียก ว่า เนียนไฟ นั้น, ให้ ขจัด ขจาย ไป หมด. พวก ขบถ ถูก อา วุธ ตาย มาก. คอเวอเมนต์ เมือง จีน ได้ เกณฑ์ พวก ทหาร ยก ทัพ บก ไป ฝ่าย เหนือ ๘๐๐๐ คน, จะ ไป ตี พวก ขบถ ที่ ตำ บล เมาเดน. แล คอเวอเมนต์ ได้ เอา เงิน หลวง ออก ล่อ พวก ขบถ, ว่า แก่ พวก ขบถ ว่า ท่า แล คน ทั้งปวง จะ มา อยู่ ด้วย เรา, ๆ จะ ให้ มี ยศศักดิ แล ให้ เงิน เปน ราง วัน ด้วย. แต่ จะ ได้ การ ฤา ไม่ ได้ การ นั้น ข่าว ก็ ไม่ ได้ ว่า . แม่ ทัพ ฝ่าย คอ เวอเมนต์ เมือง จีน ชื่อ ซันไกลิน สิ้นชีพ ตาย ลงแล้ว, ลูก ผู้ชาย ขึ้น เปน แม่ ทัพ ทหาร ม้า ฝ่าย เหนือ.

๏ อนึ่ง พวก อังกฤษ ที่ เมือง จีน ยัง กำลัง จัด แจง จะ ทำ ทาง เตลิแครฟ, ไป แต่ เมือง ปะกิ่ง ฝ่าย ทิศ ตวันตก ตรง ไป ประเทศ ยูโรป. ทาง นั้น เปน ทาง บอก ข่าว กัน ด้วย ธง, ไม่ ใช่ ทาง ไฟฟ้า. มิศแกรนต์ ชาว อังกฤษ รับ เอา เปน ธุระ. เซอร เตอ เฟิดแรค์คอก เปน ขุนนาง ใหญ่ ฝ่าย อังกฤษ ใน เมือง ปะกิ่ง, ได้ เอาใจ ใส่ ใน การ นั้น ด้วย, จะ ช่วย ว่า กล่าว คอเวอเมนต์ เมือง จีน อย่า ให้ ได้ ขัด ขวาง, การ นั้น เหน ว่า ไม่ ช้า ไม่ นาน ก็ จะ สำเรจ.


๏ เจ้า ของ จดหมาย เหตุ คำนับ มา ถึง ท่าน ทั้งปวง, ที่ ได้ ซื้อ จดหมาย เหตุ, ด้วย ข้าพเจ้า ปราถนา จะ ให้ ท่าน ทั้งปวง ช่วย หา ผู้ ที่ จะ ซื้อ จดหมาย เหตุ ต่อ ไป. เพราะ ว่า ผู้ ที่ รับ จดหมาย อยู่ เดี๋ยว นี้ น้อย นัก ได้ แต่ ๑๕๐ คน เท่า นั้น. เงิน ราคา ที่ ผู้ ซื้อ นั้น จะ ไม่ ภอ ลง ทุน ใช้ ใน การ หนังสือ จดหมาย เหตุ ขอ ให้ ท่าน ทั้งปวง อุส่าห์ เตือน ใจ คน อื่นให้ ซื้อ ได้ ห้า คน ข้าพเจ้า จะ ให้ เปน รางวัล จดหมาย จบ หนึ่ง เหมือน อย่าง ก่อน ต่อ ไป แม้น จดหมายเหตุ นี้ คุณ แก่ ตัว เปน ประโยชน์ แก่ เมือง, มิ ควร ที่ เรา ท่าร ทั้งปวง จะ ให้ การ นี้ แต่ โต ใหญ่ ไป ฤๅ.

๏ อนึ่ง ผู้ ที่ ซื้อ จดหมายเหตุ เล่ม ต้น นั้น, ที่ ยัง ไม่ ได้ ใช้ เงิน ขอ ท่าน ทั้งปวง เอา เงิน มา ให้ เถิด, เพราะ ยัง ค้าง อยู่ กว่า ๕๐. ข้าพเจ้า จะ ไม่ บอก ชื่อ ว่า ผู้ นั้น ๆ ดอก, เพราะ คน ทั้งปวง ก็ รู้ เอง.

๏ อนึ่ง คน ที่ ได้ ซื้อ เล่ม ที่ ๒ นี้ ได้ ให้ เงิน แล้ว บ้าง ยัง ไม่ ได้ ให้ บ้าง. ที่ ได้ แล้ว สัก ส่วน หนึ่ง ที่ ยัง ไม่ ได้ ให้ สัก ๓ ส่วน, ผู้ ที่ ยัง ไม่ ได้ ให้ นั้น, ขอ ท่าน เอา เงิน มา ช่วย ใน การ นี้ เถิด, เพราะ เงิน ข้าพเจ้า ขัด สน นัก อยู่.

๏ อนึ่ง หนังสือ สาม ก๊ก เล่ม ที่ ๑ แล้ว ได้ สัก ๓ เดือน แล้ว ข้าพเจ้า ได้ ลง พิมพ์ บอก หลาย ครั้ง แล้ว, ผู้ ที่ ลง ชื่อ ว่า จะ เอา จบ หนึ่ง ได้ สัญญา ไว้ แต่ เดิม ว่า เมื่อ แล้ว เล่ม หนึ่ง จะ มา เอา จะ


กำปั่น เข้า กรุงเทพ ฯ
เข้ามา เมื่อไรกำปั่น ชื่อไรกัปตัน ชื่อไรกี่ ตอนเรือ อะไรมาแต่ไหน
เดือน ๖ แรม ๑๓ ค่ำเบนดิกมลล์ลอ๕๗๗ปากสยามอายมุย
เดือน ๖ แรม ๔ ค่ำเปนควินสะโตเลศะ๑๙๗สกุเนอสามสิงคโปร์
เดือน ๖ แรม ๕ ค่ำไวเกอน์แกนิงสะแฮนนั้น๕๗๕กลไฟสยามไซ่ง่อน
เดือน ๖ แรม ๘ ค่ำเอมิดอกแลสะไบน์รต๓๓๓ปากสยามฮองกง
เดือน ๖ แรม ๙ ค่ำเจ้าพระยาอรตัน๓๕๓กลไฟสยามสิงคโปร์
เดือน ๖ แรม ๑๐ ค่ำเอาตมากวาดเซินไซด์๓๐๑ปากสยามสิงคโปร์
เดือน ๖ แรม ๑๑ ค่ำอินเปรเนเบอวอลวัลด์๓๑๐กลไฟสยามสิงคโปร์
เดือน ๖ แรม ๑๑ ค่ำแฟรีคอบคิ์๓๓๐สกุเนออังกฤษลอนดอน
เดือน ๖ แรม ๑๔ ค่ำไฟรฮันเซน๑๘๓ปากนาเวฮองกง
เดือน ๖ แรม ๑๔ ค่ำแอมเมโซนเบิลล์เตค์๒๑๓บริกเบริเมนฮองกง
เดือน ๖ แรม ๑๔ ค่ำคิมชงฮงจิ่น๒๑๓บริกสยามปะเตเวีย
กำปั่น ออก จาก กรุงเทพ ฯ
ออก เมื่อไรกำปั่น ชื่อไรกัปตัน ชื่อไรกี่ ตอนเรือ อะไรจะ ไป ไหน
เดือน ๖ ขึ้น ๑๓ ค่ำเย.ซี. บ๊อซมิเคกริก๒๙๒ริกยำเยิกฮองกง
เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำอายมุยแฮนลิแมน๒๖๒บริกสยามซาทเทล
เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำรบปิต๕๙สกุเนออังกฤษจันทร์บุรี
เดือน ๖ แรม ค่ำหนึ่งเอ, เอม, ลอเรนซเทลอ๖๐๖ชิปอะเมริกาฮองกง
เดือน ๖ แรม ๓ ค่ำซี่, ยาเคบเซนปิเตอเซน๒๕๐ปากปรัศเชียฮองกง
เดือน ๖ แรม ๔ ค่ำแอดมาวาทซัน๕๔๓ปากอังกฤษฮองกง
เดือน ๖ แรม ๙ ค่ำเมไรยะเตดเตนเชล๓๐๑ปาก สยามฮองกง
เดือน ๖ แรม ๑๐ ค่ำสตึ๋งสะตา๕๘๐ชิปสยามฮองกง
เดือน ๖ แรม ๑๓ ค่ำไทฮัดลิวิวิศ๖๕๔ปากสามฮองกง

ให้ เงิน ราคา ตำลึง หนึ่ง, เพื่อ จะ ช่วย การ พิมพ์ สามก๊ก เปน การ ใหญ่. เหตุ ดัง นั้น ข้าพเจ้า จึง ขาย ถูก เพราะ ว่า ท่าน มา ช่วย. ที่ คน ไม่ ได้ ลงชื่อ ก็ ไป ได้ นับ เข้า ด้วย คน. ที่ ไม่ จ่าย นี้ ขาย เล่ม ละ ห้า บาท แพง กว่า กัน จบ หนึ่ง สี่ บาท. คือว่า คน ที่ ลงชื่อ จบ หนึ่ง เป็น สี่ ตำลึง. คน ที่ ไม่ ได้ ลงชื่อ จบ หนึ่ง เป็น ห้า ตำลึง. แต่ คน ที่ ลงชื่อ นั้น ก็ มา เอา ไป สัก ส่วน หนึ่ง, ที่ ไม่ ได้ มา เอา สัก ๓ ส่วน. ข้าพเจ้า กลัว ว่า คน ทำ หนังสือ สามก๊ก มาก, เงิน ที่ ช่วย การ นั้น จะ ได้ น้อย นัก. ขอ ท่าน ทั้งปวง ที่ ได้ สัญญา ไว้ ว่า จะ ซื้อ นั้น, ให้ มา เอา เล่ม หนึ่ง ไป, จะ ได้ เปน การ อุด หนุน การ ใหญ่ นั้น. สามก๊ก เล่ม ที่ ๒ ก็ ได้ ทำ กว่า ครึ่ง หนึ่ง การ ช้า ไป เพราะ เงิน ไม่ พอ ไม่ อาจ เร็ว ไป ได้.

๏ จดหมายเหตุ เล่ม ที่ หนึ่ง ได้ มา เข้า เปน เล่ม ดี แล้ว, มี สารบาล บอก ต้นความ ว่า จะ ขึ้น ที่ น่า ใดๆ ชี้แจง ไว้ ละเอียด นัก. ถ้า ท่าน ผู้ ใด ปราฐนา จะ ซื้อ ก็ เชิญ มา ดู ตาม ชอบใจ ราคา, เล่ม ละ หก บาท เป็น หนังสือ สำหรับ เตือน ให้ ระภา ถึง การ ขาง หลัง ได้ แผ่น ขำ, มี เรื่อง หลาย เรื่อง ที่ ควร จะ เอา ไว้ อ่าน ต่อ ไป ภาย หน้า


ว่า ด้วย หมี แกล้ง ผึ้ง

๏ หมี ตัว หนึ่ง, โดด ตะ กาย ข้าม รั้ว ไป จะ กิน รัง ผึ้ง, แล้ว เอา เท้า ตะ กาย รัง ผึ้ง เข้า จะ เอา มา กิน, ผึ้ง ก็ ต่อย ตา บอด จะ หนา หนี. ๆ รำคาญ ใจ, เอา เท้า ตะ กาย เกา หน้า ของ ตัว จน หน้า ตา ฉีก ยับ ไป ด้วย เล็บ. ใจ ความ ว่า อย่า ทำ ให้ สัตว์ เล็ก ๆ ที่ มี พวก มาก เคือง ไป.


ว่า ด้วย นก พิราบ กระ หาย น้ำ

๏ กา ตัว หนึ่ง เป็น ยาม ร้อน กล้า, นก พิราบ กระ หาย น้ำ นัก, เห็น กระจก เงา ที่ ติด ฝา เรือน. สำคัญ ว่า น้ำ, บิน ผวา ลง จะ กิน วัน โดน กระจก เข้า ปีก หัก ตก ลง. คน เดิน ทาง พบ เข้า ก็ จับ เอา ตัว นั้น ไป. คำ นี้ ใจ ความ ว่า ใคร ระวัง ตัว. ถ้า ไม่ ได้ ระวัง กาย ระวัง จะ จับ ตัว เอง.


ปฏิทิน บอกโมง แล ทุ่มใน ข้าง ขึ้น เดือน ๗ นี้.
คำอังกฤษคำไทยคำจีนอาทิตย์ขึ้น กี่โมงอาทิตย์ตก กี่โมงอาทิตย์เที่ยง กี่โมงจันทร์ตก กี่ทุ่ม
เดือนเม ๕เดือน ๗จีน เดือน ๔
วันอังคาร๑๕ ค่ำขึ้น ค่ำ ๑ขึ้น ค่ำ ๑๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๑๗ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๔ นาทีทุ่มหนึ่ง ๙ นาที
วันพุธ๑๖ ค่ำ๒ ค่ำ๒ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๒ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๑๘ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๔ นาที๒ ทุ่ม ๑๓ นาที
วัน พฤหัสบดี๑๗ ค่ำ๓ ค่ำ๓ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๒ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๑๘ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๔ นาที๓ ทุ่ม ๑๒ นาที
วันศุกร๑๘ ค่ำ๔ ค่ำ๔ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๒ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๑๘ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๔ นาที๔ ทุ่ม ๘ นาที
วัน เสาร๑๙ ค่ำ๕ ค่ำ๕ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๒ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๑๘ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๔ นาที๕ ทุ่ม
วัน อาทิตย์๒๐ ค่ำ๖ ค่ำ๖ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๑ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๑๘ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๔ นาที๕ ทุ่ม ๔๖ นาที
วัน จันทร์๒๑ ค่ำ๗ ค่ำ๗ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๑ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๑๘ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๔ นาที
วัน อังคาร๒๒ ค่ำ๘ ค่ำ๘ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๑ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๑๙ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๓ นาที๗ ทุ่ม
วัน พุธ๒๓ ค่ำ๙ ค่ำ๙ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๑ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๑๙ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๓ นาที๗ ทุ่ม ๕๔ นาที
วัน พฤหัสบดี๒๔ ค่ำ๑๐ ค่ำ๑๐ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๐ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๐ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๓ นาที๘ ทุ่ม ๕๐ นาที
วัน ศุกร๒๕ ค่ำ๑๑ ค่ำ๑๑ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๐ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๐ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๓ นาที๙ ทุ่ม ๒๖ นาที
วัน เสาร๒๖ ค่ำ๑๒ ค่ำ๑๒ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๐ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๐ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๓ นาที๑๐ ทุ่ม ๑๓ นาที
วัน อาทิตย์๒๗ ค่ำ๑๓ ค่ำ๑๓ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๐ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๐ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๓ นาที๑๑ ทุ่ม นาที หนึ่ง
วัน จันทร์๒๘ ค่ำ๑๔ ค่ำ๑๔ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๙ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๑ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๓ นาที๑๑ ทุ่ม นาที่ หนึ่ง
วัน อังคาร๒๙ ค่ำ๑๕ ค่ำ๑๕ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๙ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๑ นาทีย่ำเที่ยงแล้ว ๒ นาที