BANGKOK RECORDER

BANGKOK RECORDER

เล่ม ๒ บางกอก เดือน เจ๗ด ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ปี ขาน อัฐ ศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน เม วัน ที่ ๒๙ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๗

๏ พงษาวดาร อังกฤษ บท ๙ ต่อ น่า ๖๓ ๚ะ


๏ ครั้น คฤสตศักราช ๑๑๕๓ เฮนเร ยก ทหาร เมือง นอแมน เดมา ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ เมือง วอลิงเฟิด แดน เมือง อังกฤษ. สตี แวน ก็ ยก ทหาร มา ตั้ง ค่าย ประชิ กัน อยู่ ที่ นั้น หลาย วัน, แต่ ยัง หา ได้ รบ พุ่ง กัน ไม่. ขุนนาง ทั้ง สอง ฝ่าย จึ่ง ปฤกษา กัน เหนว่า, ถ้า จะ เซี้ยวเข็ญ รบกวน กัน อยู่ ฉะนี้, อาณา ประ ชา ราษฎร จะ ร้อน รนนัก, ไม่ เปน อัน ทำนา หากิน, บ้าน เมือง ก็ จะ ไม่ เปนศุข. จึ่ง ทูล อ้อน วอน ทั้งสอง ฝ่าย ให้ เปน ไมตรี มิ ให้ รบพุ่ง กัน. ทั้งสองฝ่าย ก็ ยอม เปน ไมตรี ทำ หนัง สือ สัญญา ต่อ กัน. สตีแวน สัญญา ว่า, พระองค์ จะ ครอง ราช สมบัติ ไป กว่า จะสิ้น พระชนม์. ถ้า พระองค์ สิ้น พระชนม์ แล้ว, ราชสมบัติ กรุง อังกฤษ ให้ เปน สิทธิ์ แก่ เฮนเร, ไม่ ให้ เปน มรดก ตก เปน ของ พระราชบุตร, แล พระราชธิดา ของ พระ องค์ สืบ ไป. ครั้น สัญญา กัน แล้ว, เฮนเร ก็ กลับ มา เมือง นอ แมนเด, คฤสตศักราช ๑๑๕๔ สตีแวน สวรรคต.

๏ เฮนเร ก็ เสดจ์ ไป เมืองอังกฤษ, ขุนนาง แล พลเมืองก็ ยินดีมา ต้อน รับ, เชิญ เฮนเร ให้ ครอง ราชสมบัติ โดย สดวก, เพราะ เฮนเร ดี สุภาพ ไม่ อยาบ คาย, แล ประกอบ ด้วย สิลป สาตร์ วิชา การ ต่าง ๆ ทั้ง กิริยา อัชฌาไสย ก็ เปน ที่ ชอบ ใจ แห่ง คน เปน อัน มาก. ครั้น เฮนเร ได้ ราชาภิเศก แล้ว ก็ เอา พระไทยใส่ ใน ราชกิจ, จัดแจง ทะนุ บำรุง บ้าน เมือง, ตั้ง กดหมาย ให้ ราษฎร อยู่ เยน เปน ศุข, มิ ให้ เบียด เบียน ซึ่ง กัน แล กัน. อาณา ประชา ราษฎร อยู่ เยน เปนศุข, ตั้ง ทำ นา หากิน อยู่ เปน ปรกติ.

๏ ครั้ง นั้น ใน เกาะ อัยะแลนด์ มี พระเจ้า ครอง ราชสมบัติ อยู่ ห้านคร มิ ได้ ขึ้น แก่ กัน, แต่ เจ้าแผ่นดินเดอมะ เจ้านคร หนึ่ง ซึ่ง อยู่ ใน เกาะ อัยะแลนด์ นั้น, พ่าย แก่ ข้า ศึก มา พึ่ง พระเจ้า เฮนเร อยู่ ใน เมือง อังกฤษ. เฮนเร จึ่ง จัด แจงพลโยธา ทั้ง สะ เบี่ยง อาหาร, กับ ขุนนาง หนึ่ง ชื่อ เอ็นเปมปร๊ก คุม ทหาร อัง กฤษ ให้ พระเจ้าเดอมะ ยก ไป ตี ได้ เมือง คืน แล้ว, แต่ ยัง หา ภอไม่, กำเริบ โลภ จะ ใคร่ ได้ สมบัติ ทั้งสิ้น นคร นั้น ต่อ ไป อีก. จึ่ง ปฤกษา เอินเปมปรึก จะ ยก ไป ตี เมือง นั้น ๆ, เอินเปม ปรึก จึ่ง ให้ ทหาร ถือ หนังสือ บอก มา กราบ ทูล เฮนเร. เฮน เร ทรง ทราบ หนังสือ นั้น แล้ว, แต่ ยัง มิ ได้ ตอบ ประการ ใด. เอ็นเปมปรึก กับ เดอมะ ก็ ยก ทหาร ไป ตี เมือง นั้น ๆ ได้ ทั้ง สี่ เมือง. แล้ว เดอมะ ก็ ยก ธิดา ของ ตน ให้ เปน ภรรยา เอ็นเปม ปร๊ก. เดอมะ ก็ สิ้น พระชนม์ ใน ปี ถัด นั้น มา, สมบัติ นั้น ก็ ตก อยู่ แก่ เอ็นเปมปรึก ทั้งสิ้น. ฝ่าย พระเจ้าเฮนเร ทรง ทราบ ก็ มิ ได้ ภอ พระไทย ใน การ ซึ่ง เอ็นเปมปรึก กระทำ ดั่งนั้น. เอิน เปมปร๊ก ทราบ พระอัชฌาไสย, จึ่ง มา ทูล ถวาย เมือง อัยะแลนด์ แก่ เฮนเร. แต่นั้น มา เมือง อัยะแลนด์ ก็ ขึ้น แก่ เมือง อังกฤษ จน ถึง ทุก วัน นี้.

๏ ใน แผ่นดิน พระเจ้าเฮนเร เจ้าอังกฤษ, มี ผู้ หนึ่ง ชื่อ ทัมมัซาเบ๊กเก๊ด เปน บุตร ราษฎร, แต่ ราชการ ดี มี ความ ชอบ. พระเจ้า เฮนเร ภอ พระไทย โปรด ตั้ง ให้ เปน ขุนนาง ผู้ ใหญ่ สำเร็จ ราชการ ใน เมือง นั้น, ได้ กำกับ คลัง ด้วย. แล้ว มอบ เฮนเร ราชบุตร องค์ ใหญ่ ให้ ทัมมัซาเบ็กเก็ด ช่วย ดู แล ว่า กล่าว สั่ง สอน. เบ็กเก็ด นั้น จะ ไป ไหน แล้ว แต่ง ตัว นุ่ง ห่ม ราว กะ เจ้า, มี ผู้ คน ไป ด้วย เปน อัน มาก. กิริยา การ เจ้า แผ่นดิน นั้น ประหนึ่ง ว่า เบ็กเก็ด เปน เชื้อ ญาติ พระวงษ์ ของ พระ องค์. วัน หนึ่ง พระเจ้าเฮนเร ทรง ม้า พระที่นั่ง เสด็จ ประ ภาษ ไป โดย ถนน ภายใน พระนคร, เบ็กเก็ด ก็ ขี่ ม้า ตาม เสด็จ ไป ด้วย. เฮนเร ทอดพระเนตร เหน คน เข็ญ ใจ คน หนึ่ง นั่ง หนาว อยู่ แทบ ถนน, จึ่ง เบือน พระภักตร์ มา ตรัส ประ ภาษ แก่ เบ็ก เก็ด ว่า, คน ที่ นั่ง หนาว อยู่ นั่น, ถ้า ประทาน เสื้อ ผ้า ให้ เหน จะ ดี ใจ. เบ็กเก็ด กราบ ทูล ว่า, ถ้า พระองค์ ทรง พระ ราชทาน ให้ แล้ว จะ เปน บุญ เปน กุศล มาก. พระเจ้า เฮนเร ทรง พระสวณ ตรัส ว่า, ถ้า กระนั้น แล้ว เอาเสื้อ ของ ท่าน ที่ ห่ม มา นั่น แล ให้จึ่ง จะชอบ, เหน จะได้ กุศล มาก นัก. แล้ว ชัก ม้า พระที่นั่ง เข้า ทรง แย่ง เสื้อ เบ๊กเก๊ด, จะ เอา ไป พระ ราช ทาน แก่ คนนั้น, เบ๊กเก๊ด ไม่ ถวาย ฉุด เสื้อ ไว้. พระ เจ้าเฮนเร คร่า ไป. พระเจ้าเฮนเร กับ เบ๊กเก๊ด ต่าง แย่ง ยุด ฉุด คร่า กัน ไป มา อยู่ ฉะนี้, ด้วย ทรง พระกรุณาโปรด เบ๊กเก๊ด นัก. พระเจ้าเฮนเร ทรง แย่ง เอา เสื้อ อย่าง ดี สำหรับ เจ้า ทรง ที่ เบ๊กเก๊ด ห่ม มา ตาม เสด็จ นั้น ได้, เอา ไป พระราช ทาน ให้ คน เขญใจ นั้น, พระเจ้าเฮนเร ทรง อยอก เอิ้ลเบ๊กเก๊ด ภอ สบาย พระไทย แล้ว ก็ เสด็จ กลับ มา พระราชวัง.

๏ ครั้ง นั้น ใน ประเทศ อังกฤษ โพบบาดหลวง มี อำนาถ มาก, เจ้า แผ่นดิน เจ้า นาย ขุนนาง ราษฎร อยู่ ใน อำ นาถ โพบบาดหลวง ทั้ง สิ้น. ใน กิจการ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ถ้า โพบ บาดหลวง ไม่ เหน ด้วย คัด ง้าง อยู่ ไม่ ยอม ให้ ทำ. ถึง เปน เจ้าแผ่นดิน ก็ ทำ ไม่ ได้. ถ้า ขืน ทำ โดย อำเภอใจ ของ ตน แล้ว, โพบบาดหลวง ก็ จะ คัด ออก เสีย จาก ศาสนา, ไม่ มี ใคร นับ ถือ, เปน คน นอก ศาสนา. อัน ธรรมเนียม ผู้ ที่ ถือ ศาสนา บาดหลวง แล้ว, ต้อง อยู่ ใน อำนาถ โพบ บาดหลวง, จะ ทำ เลมิก ไป ตาม อำ เภอ ใจ ของ คน นั้น ไม่ ได้. เมื่อ เปน ดังนี้, ท่าน ผู้ มี อำ นาถ ใหญ่ ดั่ง เจ้าแผ่นดิน จะ ทำ สิ่ง ใด, ก็ อึด อัด ขัด ขวาง อยู่ ใน พระ ไทย, ไม่ ทำ ได้ ตาม อัชฌาสรัย. ด้วย เกรง โพบ บาดหลวง จะ ล่วง กล่าว. ถึง เจ้าแผ่นดินเฮนเร ก็ คับ พระ ไทย อยู่ ด้วย บาดหลวง. ภอ อาชิบิชับ แห่ง เมือง แคนเตอเบริ, เปน บาดหลวง ใหญ่ ใน ประเทศ อังกฤษ ถึง แก่ กรรม, เฮนเร ก็ ตั้ง เบ๊กเก๊ด เปน อาชิบิชับ, หวัง พระไทย ว่า เบ๊กเก๊ด จะ ไม่ แขง ขัด ให้ ขุ่น เคือง พระอัชฌาสัย, แล จะ ได้ ช่วย ว่า กล่าว บาดหลวง อื่น ๆ ใน เมือง นั้น. ฝ่าย เบ๊กเก๊ด ได้ เปน ใหญ่ ขึ้น ดัง นั้น, จิตร ใจ ก็ กลับ แปร ผัน ไป อย่าง อื่น, หา ยั่ง ยืน เปน ปรก ติ อย่าง เดิม ไม่. ถือ ลัทธิ เคร่ง ครัด, ปรนิบัติ ล้วน ป่วย การ เปล่า. นุ่ง ห่ม ผ้า อัน อยาบ, น้ำ ฉัน ก็ เจือ ด้วย รศ อัน ขื่น ขม, เฆี่ยน ตัว ให้ เปน ริ้ว รอย ด้วย เรี่ยว หนาม. ประ พฤติ ให้ ได้ ความ ลำ บาก กาย, หมาย ว่า เปน บุญ เปน กุศล. มิ ได้ ช่วย ว่า กล่าว ทัด ทาน พวก บาดหลวง, กลับ ยุ ยง เข้า ด้วย บาดหลวง ให้ มี กำลัง มาก ขึ้น กว่า แต่ ก่อน. ซึ่ง จะ กล่าว ไป ให้ พิศดาร ใน เรื่อง ความ ที่ พระเจ้าเฮนเร กับ ทัมมัซาเบ๊กเก๊ดทุ่ง เถียง คัด ง้าง กัน นั้น, ก็มี อยู่ หลาย ข้อ เหน จะ ยื้ด ยาว นัก แต่ เจ้าเฮนเร ขุ่น เคือง ทัมมัซาเบ๊กเก๊ด, มา ช้า นาน ถึง แปดปี, ทรง อด กลั้น เสีย มิได้ ออก พระโอษฐ์. วัน หนึ่ง ทรง พระ ดำ ริห ถึง ทัมมัซาเบ๊กเก๊ด, แล้ว กริ้ว กรัต ว่า, ไม่ มี ผู้ใด จะ ให้ เรา พ้น จาก ความ อาดูร เพราะ ทัมมัซาเบ๊กเก๊ด ได้ แล้ว ฤๅ.

๏ ขณะนั้น มี ขุนนาง สี่ คน เฝ้า อยู่ ที่ นั่น, ได้ ยิน กระแส พระ ราชโองการ ดังนั้น, ก็ เข้าใจ ว่า พระเจ้า แผ่นดิน นี้ เคือง พระไทย ใน ทัมมัซาเบ๊กเก๊ด นัก, ชะรอย พระองค์ จะ ให้ ล้าง ทัมมัซาเบ็ก เก็ด เสีย. จึ่ง พา กัน รีบ ไป เมือง แกนเตอบรึ, เข้า ไป ถึง ที่ อยู่ ของ ทัมมัซาเบ๊กเก๊ด, แล้ว ร้อง เรียก ให้ เบิดประตู รับ. คน เฝ้า ประ ตู เหน ดังนั้น ก็ ตกใจ กลัว ว่า จะ มา ทำ ร้าย ทัมมัซา เบ๊กเก๊ด. จึ่ง ไป บอก ทัมมัซาเบ๊กเก๊ด ให้ หนี ไป อยู่ ที่ วัด, หวัง ว่า จะ พ้น อันตราย. ขุนนาง ทั้ง สี่ นั้น ก็ ตาม ไป จับ ทัมมัซา เบ๊กเก๊ด ได้ ที่ วัด. ทัมมัซาเบ๊กเก๊ด ไม่ ยอม ไป. ทั้ง สี่ ขุน นาง ก็ ประหาร ทัมมัซา เบ๊กเก๊ด, ให้ ถึง ความ มรณา ที่ หน้า พระ แท่น นั้น. ฝ่าย พระเจ้า เฮนเร ได้ ทรง ทราบ ดัง นั้น ก็ เศร้า เสีย พระไทย, เสดจ์ เข้า ใน ที่ ประทม บิด พระ ทวาร เสีย มิ ให้ ใคร เข้า ไป ได้. ไม่ เสดจ์ ออก สวย ถึง สาม วัน. ใน วัน ที่ สี่ เสกจ์ ออก สั่ง ให้ ทำ อุโมง ฝั่ง ศพ ทัมมัซาเบ๊กเก๊ด, แล้ว ให้ ก่อ ตึก ใหญ่ กรวม อุโมง นั้น ไว้, ตบ แต่ง ให้ วิจิตร ด้วย เครื่อง ประดับ ต่าง ๆ อย่าง ดี เสรจ์ แล้ว. พระองค์ ก็ เสดจ์ ทรง พระ ดำเนิร ไป ด้วย พระบาท เปล่า. ถึง อุโมง ที่ ฝั่ง ศพ ทัมมัซาเบ๊กเก๊ด แล้ว, ทรง นั่ง จด พระชาณุ ทั้ง สอง ลง ตรง หน้า อุโมง คำ นับ ศพ ทัมมัซาเบ๊กเก๊ด. แล้ว ให้ ลง พระราช อาชา เฆี่ยน พระองค์, ด้วย หวัง พระไทย ว่า จะ ล้าง อธิกร โทษ อัน นั้น ให้ เสื่อม หาย. แล้ว เสดจ์ กลับ มา พระราชวัง, ทรง ทะนุ บำรุง พระนคร ให้อยู่ เยน เปน ปรกติ. ครั้น พระราชโอ รศ องค์ ใหญ่ ของ พระองค์ ทรง พระ เจริญ ชัน, พระชนมายุ ได้ ๑๕ พรรษา, สมเด็จ พระราชบิดา จึ่ง ราชา ภิเศก เผื่อ ไว้, แต่ ยัง หา ให้ ครอง ราชสมบัติ ไม่, ด้วย หวัง พระไทย ว่า, ถ้า พระองค์ สวรรคต แล้ว, พระราชโอรส จะ ได้ ราชสมบัติ โดย สดวก ไม่ มี ใคร ขัด ขวาง. ครั้น พระราชโอรส นั้น ได้ ราชา ภิ เศก แล้ว, มี พระไทย จะใคร่ ได้ ครอง ราชสมบัติ ใน ขณะ นั้น.

ดำริห์ จะใคร่ กำจัด พระราชบิดา เสีย, จึ่ง คบคิด กับ เจ้าแผ่น ดิน ฝรั่งเสศ แล เจ้าแผ่นดิน สะกอตแลนด์. ฝ่าย เจ้า แผ่นดิน ทั้ง สอง พระนคร นั้น, มี พระไทย อิจฉา พระนคร อังกฤษ อยู่, ด้วย กรุงอังกฤษ นั้น มั่งคั่ง บริบูรณ, ทั้งแกล้วทหาร ก็ มี กำลัง มาก. ทรง เหน ว่า ถ้า เมืองอังกฤษ เกิด รบ กัน ขึ้น เอง แล้ว, ก็ จะ ถอย กำลัง ลง, จึ่ง ร่วม คิด ด้วย. ฝ่าย พระเจ้าเฮนเร เหน ท่วง ที กิริยา พระราชโอรศ นั้น กระด้าง กระเดื่อง, หา เปน ปรกติ เหมือน อย่าง แต่ ก่อน ไม่, ไม่ สู้ จะ ยำ เกรง พระ องค์. จึ่ง ทรง พระกรุณา โปรด โอ วาท สั่ง สอน. พระราชโอรศ เคือง ขัด อัชฌาไสย, ไม่ ฟัง พระราช บัญชา. จึ่ง พา พระอนุชา สอง พระองค์ หนี ไป เมือง ฝรั่งเสศ. ฝ่าย พระมเหษี ผู้ ชนนี มาร ดา ก็ หนี ตาม พระโอรศ ทั้งสาม องค์ ไป ภาย หลัง. พระเจ้า เฮน เร ตาม จับ พระมเหษี ของ พระองค์ ได้, สั่ง ให้ ขัง ไว้ มั่น คง. ฝ่าย พระเจ้า ฝรั่งเสศ ก็ ยก มา ตี เมือง นอแมนเด. พระเจ้าสะ กอตแลนด์ ก็ ยก มา ตี เมือง อังกฤษ. เหล่า ขุน นาง อังกฤษ ซึ่ง เอา ใจ ออก หาก, ก็ เข้า ด้วย พระเจ้าสกอตแลนด์. แต่ พระ เจ้า เฮนเร นั้น ทรง พระปรีชา ฉลาด อาจ หาร นัก, ถึง ฆ่า ศึก มา ติด พระ นคร อยู่ แน่น หนา ดัง นี้ ก็ มิ ได้ ครั่น คร้าม. พระ เจ้า สกอตแลนด์ ตี ค่าย อังกฤษ ได้ ค่าย หนึ่ง, ก็ เข้า ตั้ง มั่น อยู่ ใน นั้น. มี นาย ทหาร อังกฤษ หนึ่ง คุม ทหาร สี่ ร้อย ลอบ เข้า ไป ใน ค่าย นั้น ได้, ไม่ มี ใคร เหน, เพราะ หมอก ลง มืด นัก. ฝ่าย พระเจ้า สกอตแลนด์ รำ กระบี่ เล่น อยู่ กับ ทหาร เจ็ดสิบ คน, ทอด พระเนตร ไป เหน ทหาร อังกฤษ เข้า มา มาก. จึ่ง เสด็จ ขึ้น ม้า พระที่นั่ง แล้ว ตรัส ไป ว่า, ใคร ดี มี ฝี มือ ก็ เร่ง เข้า มา, จะ ได้ เหน ดี กัน. แล้ว ก็ ขับ ม้า เข้า รบ กับ นาย ทหาร อังกฤษ เปน สามารถ, ม้า พระ ที่นั่ง ต้อง อาวุธ ตาย, พระเจ้า สกอตแลนด์ ก็ เสีย ที่ แตก กระจัด กระจาย. ทหาร อังกฤษ ก็ จับ พระเจ้า สกอต แลนด์ กับ พวกพล ได้ เปน อัน มาก.


เรื่อง คน ที่ เปน อิน"เนีย อัศจรรย์ ต่อ น่า ๒๔

๏ ทาง รถไฟ ที่ ยอด สติเวนซัน ทำ ที่ เมือง กิลลิงเวิด, สำ หรับ ลาก ถ่าน นั้น ก็ ใช้ ได้ หลาย ปี. ครั้ง นั้น คน อื่น หา ได้ คิด ทำ ทาง รถไฟ ให้ คน โดย สาร ไม่. คน ทั้ง ปวง มัก เรียก เครื่อง กล ไฟ นั้น ว่า บิลเล ผู้ เบ่า. อยู่ มา สัก ๕ ปี มี คน ๆ หนึ่ง ชื่อ เยมซี, เปน คน มั่ง มี มา หา ยอดสติเวนชันต์, มา พูด แก่ ยอด ด้วย จักรรถไฟ, พึ่ง เหน ว่า ยอด เปน คน มี ปัญญา จริง. เหน ว่า วิชา ที่ ทำ รถไฟ ลาก ถ่าน นั้น, จะขยาย ออก ไป ให้ เปน ผล เปน ประโยชน์ แก่ บ้าน เมือง ยิ่ง ขึ้น ไป มาก ก็ ได้.

๏ ครั้น คฤสตศักราช ๑๘๑๘ ปี, มิศเตอเยมซี้ ก็ ลง พิมพ์ สำแดง การ, ที่ จะ ทำ ทาง รถไฟ ลาก คน, ที่ จะ โดย สาร ไป เหน ว่า จะ เปน ประโยชน์ แก่ บ้าน เมือง นัก. ขณะนั้น มี อีก คน หนึ่ง ชื่อ เอดวาด์ปีซี, เปน คน มี ปัญญา มาก, คน สรรเสิญ ว่า คน นั้น รู้ ล่วง ไป ข้าง น่า ได้ ๑๐๐ ปี. คน นี้ ก็ เปน คน เหน ด้วย มิศเยมซี้, เตมใจ จะ ลง ทุน ทำ ทาง รถไฟ. มี คน มั่ง มี ประกอบ ไป ด้วย ปัญญา อีก ๒ คน, ชื่อ ริชาด์ซัน คน หนึ่ง, แบกเฮาซี้ หนึ่ง. แล อีก หลาย คน เข้า เปน พวก กำปะนี, เพื่อ จะ ได้ ช่วย กัน ทำ ทาง รถไฟ, ตาม อย่าง ที่ ยอดสติเวนต์ชัน ได้ ทำ ไว้, แต่ ทว่า จะ ให้ ดี กว่า นั้น อีก. ด้วย ปราถนา จะ ให้ คน โดย สาร ไป มา เร็ว. ทาง รถไฟ ที่ เขา ทำ แรก นั้น คือ ทาง ที่ ไป แต่ เมือง กาลิงตอน, ไป ถึง เมือง ซตอน ที่ ฝ่าย เหนือ เมือง อังกฤษ นั้น. เมื่อ เขา กำลัง ทำ รถไฟ นั้น, ชาว ราษฎร ก็ คิด เหน ว่า น่า หวัวเราะ. ภา กัน ดู หมิ่น ดู ถูก ทั้ง ไพร่ ทั้ง ผู้ ดี. บาง คน ก็ ลง พิมพ์ ดู หมิ่น ดู ถูก การ นั้น. ลาง คน ว่า รถไฟ นั้น ไป เร็ว นัก, เหน จะ ให้ เกิด อันตราย แล ไฟ จะ ไหม้ บ้าน ช่อง แล จะ ไป โดน ทับ คน ตาย, คน จะ วิ่ง หนี่ ไม่ ทัน. ลาง คน ว่า เมื่อ รถไฟ จะ ไป ตาม หน ทาง ที่ เข้า ไป ใน ทุ่ง นา, วัว ควาย จะ ตกใจ กลัว, จะ วิ่ง หนี่ ไป ไม่ เปน อัน กิน อัน อยู่. ทั้ง ไก่ เล่า ก็ จะ ตกใจ จะ ไม่ เปน อัน ไข่. ใน อา กาศ จะ บัง เกิด ลม จะ เปน พีศม์ เพราะ รถไฟ นั้น, นก จะ อา ไสย ไม่ ได้ จะ หนี่ ไป หมด. บ้าน ที่ อยู่ ริม ทาง นั้น จะ เกิด ไฟ ไหม้ บ่อย ๆ. ผัก หญ้า ที่ บ้าน ก็ จะ เหี่ยว แห้ง เสี่ย ไป หมด. แล คน ที่ จะ โดย สาร รถไฟ ไป นั้น, ก็ จะ เปน อันตราย ถึง ชีวิตร มาก มาย เนือง ๆ

๏ เมื่อ กำลัง ทำ การ อยู่ ครั้ง นั้น มี ผู้ มา ถาม ยอดสติเวน ชันต์ ว่า, รถไฟ จะ เดิน เร็ว ศัก กี่ มาก น้อย. ยอด บอก ว่า จะ ไป ใน โมง หนึ่ง ๑๒ ไมล์ ก็ ได้. คน ทั้ง ปวง ได้ ยิน ยอด ว่า ดัง นั้น ก็ หวัว เราะ นัก, เพราะ ดู เหมือน จะ เปน ความ หลง จริง. เขา ว่า ที่ ไหน รถไฟ จะ ไป ได้ โมง ๑๒ ไมล์. แล้ว เขา ก็ ลง พิมพ์ สำ แดง ให้ คน ทั้ง ปวง รู้ ทั่ว ไป, ตาม เรื่อง ที่ ยอดสติเวนชันต์ ได้ บอก นั้น. ชาว เมือง อังกฤษ เหน ว่า เปน การ หลง ไหล นัก. แต่ไม่ใช่ การ หลง ไหล เปน ความ จริง. ความ ที่ จริง แล้ว ก็ มัก มี ผู้ ขัด ขวาง เกะ กะ. ถ้า เปน ความ จริง แล้ว ก็ คง ชะนะ ต่อ ภาย หลัง.

๏ ทาง รถไฟ นั้น ก็ สำเร็จ ใน ระหว่าง กฤสตศักราช ๑๘๑๘ ปี แล ๑๘๒๔ ปี. ได้ การ ดี ไม่ เสีย. ครั้น ถึง คฤสต์ศักราช ๑๘๒๕, มี คน มั่ง มี อีก จำ พวก หนึ่ง หมาย ว่า จะ ทำ ทาง รถไฟ ที่ อื่น อีก ทาง หนึ่ง, คือ ทาง ที่ ไป จาก เมือง มันเจสเตอ ไป ถึง เมือง ลิเวอภูล์. เขา ทำ ไม่ ได้ เว้น ไว้ แต่ คอเวอนเมนต์ อัง กฤษ จะ ยอม. เขา จึ่ง ไป ขอ ให้ เคอเวอนเมนต์ ให้ ยอม ให้ ทำ. คอเวอนเมนต์ จึ่ง เรียก ยอดสติเวนชันต์ มา ปฤกษา การ ที่ จะ ทำ รถ ไฟ นั้น. ขณะ นั้น ยอดสติเวนชันต์ อายุ ได้ ๔๔ ปี. เปน คน รูปร่าง ดี มี อัชฌาไศรย น่า รัก. ยอด เข้า ไป หา คอเวอนเมนต์ ที่ ปาลีเมนต์. คือ เปน ที่ ประชุม ขุนนาง ว่า ราชการ. ยอดสติเวนชันต์ ไม่ เคย เข้า ไป ที่ ๆ สูง ๆ ดัง นั้น. ก็ คิด กลัว อยาก จะ หนี ให้ พ้น ก็ ไม่ เหน ที่ จะ พ้น ได้, จำ เปน อยู่ ให้ ตอบ คำ ที่ คอเวอนเมนต์ จะ ถาม. คอเวอนเมนต์ ถาม ยอด ว่า เจ้า เปน คน ต่าง ประเทศ ฤๅ. จึ่ง พูด ภาษา อังกฤษ ไม่ ชัด. เพราะ ว่า ยอด เปน ชาว อังกฤษ ฝ่าย เหนือ จึ่ง พูด ผิด กัน กับ ชาว เมือง ลอนดอน น่อย หนึ่ง. เมื่อ กำ ลัง ปฤกษา กัน บาง คน ก็ หัววเราะ ด้วย ไม่ น่า เชื่อ. บาง คน ก็ ว่า ปฤกษา เปน ความ บ้า แล้ว, คอเวอนเมนต์ ถาม ยอด ว่า, รถไฟ นั้น เดิน ได้ ถึง โมง ละ ๙ ไมล์ ๑๐ ไมล์, ถ้า ว่า วัว ไป ยืน ขวาง ทาง อยู่. มิ เปน อันตราย ฤๅ. ยอด ตอบ ว่า เหน วัว นั้น จะ เปน อันตราย จริง. คน ทั้งปวง จึ่ง หัววเราะ. ปฤกษา กัน ดัง นี้ อยู่ ช้า นาญ. คอเวอนเมนต์ เชื่อ ยอด, จึ่ง ยอม ให้ ทำ ทาง รถไฟ ไป จาก เมือง มันเจสเตอ ถึง เมือง ลิเวอภูล์.

๏ จำ พวก ที่ รับ ทำ ทาง นั้น, ก็ จ้าง ยอดสติเวลชันต์ เปน นาย การ ทาง นั้น, ยาว ประมาณ ๑๒ ไมล์. ทาง ๑๒ ไมล์ นั้น เปน ที่ ล่ม ตลอด ไป, ยาก ที่ จะ ให้ มั่น คง ได้. จึ่ง ช่วย กัน ทำ หลาย ร้อย คน, ลง ทุน มาก ทำ หลาย เดือน จึ่ง แล้ว. เปน การ ดี ยั่ง ยืน มั่ง คง อยู่ จน ทุก วัน นี้. ชื่อ เสียง ของ ยอดสติ เวนชันต์ เลื่อง ฦๅ ไป ทั่ว เมือง อังกฤษ, แล เมือง อื่น ๆ ก็ ได้ ยิน ชื่อ เสียง ยอดสติเวลชันต์, ก็ พลอย สรรเสิญ มาก. ฝรังเสศ แล เมือง อื่น ๆ ใน ประเทศ ยูโรบ, แล อเมริกา ก็ เอา อย่าง นั้น มา ทำ บ้าง. ใน ทุก วัน นี้ จึ่ง ได้ มี ทาง รถไฟ เปน อัน มาก ทั่ว

๏ ไป ใน ประเทษ ทั้งปวง แทบ จะ ทุก แห่ง. ยอดสติเวนชันต์ ใช่ จะ มี ความ เพราะ แต่ การ นั้น, แล้ว ได้ ทำ โคม อย่าง ใหม่ เรียก ว่า เสฟตีแลมบ์, เปน โคม สำหรับ เข้า ไป ใน บ่อ ถ่าน, เพราะว่า บ่อ ถ่าน มัก เกิด ลม ดุจ ดินปืน ได้ อาย ไฟ แล้ว, ก็ ลุก เปน ไฟ แตก ออก เหมือน ดิน ปืน, บ่อ ก็ พัง ทำ ลาย ลง เข้า ของ เสีย ไป, ผู้คน ก็ ตาย มาก. แต่ เมื่อ ใช้ โคม ของ ยอดสติเวนชันต์ ก็ ไม่ เปน อันตราย เลย.

๏ แล ยอดสติเวนชันต์ ได้ คิด ทำ ตะพาน ยาว สูง ข้าม แม่น้ำ ใหญ่, ที่ เมือง นิวแกสเตล, แล้ว ได้ ทำ ตะพาน ข้าม แม่น้ำ ใหญ่ อีก แห่ง หนึ่ง, แล้ว ไป ด้วย เหล็ก, ตะพาน เปน ปล่อง, คน แล รถ เดิน ตาม ปล่อง ข้าม แม่น้ำ ไป ได้. ยอดสติเวนชันต์ กับ ลูก ชื่อ โรเบิด, เจาะ ภูเขา เปน ช่อง ทำ ทาง เดินทาง ยาว มาก. เมื่อ กำลัง ขุด ภูเขา ทำ ทาง นั้น มี ทราย เหลวๆ มาก, น่ากลัว ภูเขา จะ พัง ทำลาย ลง. ยอด ต้อง ใช้ เอนซิน ๑๓ อัน สูบ ทราย ออก. ใน มินนิด หนึ่ง สูบ ได้ ทราย พัน สอง ร้อย สามสิบ แปด ถัง. การ นั้น ใช้ ม้า สอง ร้อย ตัว, คน พัน ๒๕๐ คน, ทำ ทั้ง กลางวัน กลางคืน ๙ เดือน จึ่ง สำเร็จ. ภูเขา นั้น เปน ทาง รถไฟ ได้ เปน การ ดี นัก.

๏ ถ้า จะ ว่า ด้วย ยอดติสเวนชันต์ กับ บุตร ได้ ทำ ทาง รถไฟ ไว้ ใน เมือง อังกฤษ นั้น, ก็ มี เรื่อง ยืดยาว ไป นัก. แต่ เท่านี้ ก็ ภอ ที่ จะ ว่า ยอดสติเวนชันต์ กับ ลูก ควร ที่ สรรเสิญ มาก, ควร ที่ จะ เอา เปน เยี่ยง อย่าง. คน ทั้ง สอง นั้น ก็ เปน ใหญ่ เพราะ หมั่น ใน การ งาน หมั่น คิด อ่าน ไม่ อยู่ เปล่า เลย. โรเบิดสติเวน ชันต์ เมื่อ เติบ ใหญ่ แล้ว. เจ้า เมือง อังกฤษ ก็ ให้ เปน ขุนนาง ใหญ่, ตั้ง ชื่อ ว่า เซอ โรเบิด สติเวนชัน. ฝ่าย ยอดสติเวนชันต์ ผู้ บิดา นั้น เจ้า เมือง อังกฤษ ตั้ง เปน เบลเซียน ไนต์. แต่ ยอด ไม่ เต็มใจ ใช้, ไม่อยาก ให้ คน เรียก ชื่อ นั้น.

๏ ยอดสติเวลชันต์, มี ใจ สมเคราห์ ผู้ชาย หนุ่ม ๆ ทั้งปวง ด้วย ปราฐนา จะ ให้ รู้ เหมือน ตัว, จึ่ง มี ลูก ศิษย์ มาก, ลูกศิษย์ เรียก ครู ว่า พ่อ ยอดสติเวลชันต์ๆ อยู่ เปน ศุข มี คน นับถือ มาก, จน คฤสศศักราช ๑๘๔๘ ปี, คือ ได้ ๑๘ ปี มา แล้ว นี้, ก็ เกิด โรก ที่ ปอด ไอ เปน เลือด ตาย ใน เดือน ออกัศ วัน ๑๒ อายุ ยอด สติเวนต์ชัน ได้ ๖๗ ปี.


ว่า ด้วย เรียน วิชา สำรับ แผ่นดิน ให้ โทษ

๏ ว่าด้วย ปลัดกรม โหร พระ บวรราชวัง ตัว ชื่อ สิง, ตั้ง บ้าน เรือน อยู่ ริม วัด โมลี่โลกย์. เดิม แย้ม มารดา กลีบ, มาร ดา ที่ เปน โทษ เรื่อง เสน่ห์ นั้น. แต่ ก่อน แย้ม ยัง ไม่ เปน โทษ, มา วาน ปลัดกรม สิง ดู ว่า เคราะห์ ดี ฤๅ ร้าย. ปลัดกรม สิง ทาย ว่า เคราะห์ ร้าย นัก. ครั้น แย้ม เปน โทษ ก็ ซัด ว่า ปะ ลัด กรม สิง ได้ ดู ว่า เคราะห์ ร้าย, แต่ ซึ่ง จะ ได้ ทำ เสน่ห์ แล รด น้ำ มนต์ ให้นั้น หา มิ ได้. พระยา อนุชิต ชาญ ไชย ให้ เกาะ เอา ตัว ปลัดกรม สิง ไป ขัง ทิม ไว้, ต้อง เสีย เงิน ให้ พระยา อนุ ชิตร ชาญ ไชย ประมาณ สัก ชั่ง หนึ่ง. จึ่ง ออก จาก ทิม ได้. แต่ เหน จะ ไม่ ทรง ทราบ. ปลัดกรม สิง ออก จาก ทิม ก็ เที่ยว พูด ว่า วิชา โหร นี้ ให้ โทษ นัก, ใคร ๆ อย่า เรียน เลย. ก็ การ โหร นี้ ในหลวง ก็ ต้อง การ อยู่. จึ่ง ตั้ง เปน เจ้า กรม ปลัด กรม ต่อ กัน มา. วิชา อัน นี้ คง จะ เสื่อม เสีย เปน แน่. เช่น นี้ ใน หลวง คิด อ่าน อย่า ให้ ปลัดสิง เสีย ใจ ได้. ของ สิ่ง นี้ จะ มี คุณ ต่อ แผ่นดิน ดอก กระมัง. แต่ บูราณ จึ่ง มี ต่อ ๆ มา. ถ้า จะ ว่า ด้วย ความ ผิด เล่า, ไม่ เหน จะ ผิด ด้วย ข้อ ใด, เหมือน กับ พูด กัน เล่น ผิด ฤๅ ถูก ก็ ไม่ รู้, ว่า ไป ตาม ตามภีร โหร.


๏ ข้าพเจ้า ผู้ เจ้า ของ จดหมาย เหตุ นี้, ไม่ เหน ด้วย การ โหร อย่าง ธรรมเนียม ใน เมือง ไท นี้ เลย. เหน ว่า เปน การ พ่อ ลวง ทั้ง นั้น. มิ ใช่ วิชา แท้ ๆ ไม่ ต้อง การ. วิชา สำรับ หมอ ดู เปน การ พ่อ ลวง, แต่ ก่อน นม นาน แล้ว, อังกฤษ นับ ถือ อยู่, แต่ บัด เดี๋ยว นี้ ไม่ นับ ถือ เลย.


ข่าว กรุง เทพ ฯ

๏ ว่า เมื่อ เร็ว ๆ นี้, มี คน เข้า ไป ลัก เงิน ใน ท้อง พระ คลัง หลวง ๕๓ ชั่ง. เขา ว่า การ นี้ เปน เพราะ ทหาร สำรับ เฝ้า ละ เมิน ไป. ได้ ยิน ว่า เมื่อ เงิน หาย นั้น ทหาร เฝ้า พระ คลัง อยู่ ก็ หลาย คน. บาง คน วา หาย คราว เดียว. บาง คน ว่า หาย ที ละ เล็ก ละ น้อย มา นาญ.


๏ ได้ ยิน ว่า มิศเตอ มากวลด์, ที่ เปน กงสุล สยาม ได้ ตั้ง ไว้ ใน เมือง ปรอเซี่ย, ได้ ฝาก เตเลแครฟ มา ให้ เจ้า พระยากระ ลาโหม สัมรับ หนึ่ง, มี สาย ลวด แล เครื่อง พร้อม. เครื่อง นั้น เปน ของ ดี นัก.

๏ มิศเตอ ทอม ซัน ที่ได้ไป เมือง เขมน มานั้น, ได้โดย สาน เรือ เจ้า พระยา ออก จาก กรุงเทพ ฯ ใน เร็ว ๆ นี้. เขา จะ ไป เมือง สิงคโปร์. ได้ ยิน ว่า จะรีบไป ยัง เมือง ลอนดอน, จะ ไป ทำ หนังสือ เรื่องพระ นคร วัด ที่ ชักรูป มา แล้ว นั้น. ที่ นั้น ดู เหมือน จะ นับ ใน การ ปลาด ๗ อย่าง ที่ มี ใน โลกย์. มิศเตอ ทอม ซัน ได้ ชัก รูป พระนคร วัด มา โดย ลำบาก นัก. การ ที่ เขา ทำได้ ดังนี้, ก็ ควร จะ มี ชื่อ เสียง ล่ำ ฤา ไป ใน ประเทศ ต่าง ๆ. เรา ก็ อยาก ให้ เปน ดัง นั้นด้วย.


ภาษี น้ำ มัน มะพร้าว

๏ หนังสือ ฝาก มา ให้ เจ้า ของ บางกอกรีคอเดอ, ว่า เมื่อ เรว ๆ นี้ น้ำมัน มะพร้าว ม่อ หนึ่ง หนัก ๒๐ ชั่ง เปน ราคา เงิน ๔ บาท, เดี๋ยว นี้ ม่อ หนึ่ง เขา ว่า หนัก ๒๐ ชั่ง ก็ ได้ น้ำหนัก แต่ ๑๙ ชั่ง เท่านั้น, ราคา ขึ้น ไป เปน ม่อ ละ ๕ บาท ๒ สลึง, แล ต้อง มี ตั๋ว ไป ด้วย, ดู คล้าย ๆ ตั๋ว ยา ฝิ่น, เขา ว่า ต้อง มี ตั๋ว เพราะ เจ้า สัว ขาย ได้ แต่ ผู้ เดียว, จะ เอา ราคา อย่าง ไร ก็ ได้. รา คา ดู เหมือน จะ ขึ้น ไป อิก. ท่าน เหน อย่าง ไร บ้าง. ของ ที่ ต้อง ใช้ เหมือน น้ำ มัน มะพร้าว นี้, ควร จะ เอา ภาษี แรง นัก อย่าง นี้ ฤา. จะ เอา ภาษี ของ อื่น ๆ ให้ แรง ไม่ ได้ ฤา. เฉภาะ ต้อง เก็บ ภาษี ของ ที่ เปน ของ คน ต้อง การ นัก ฤา.


คันชั่ง ถัง ทนาน ฉ้อ

๏ ข้าพเจ้า ต้อง ติ อิก ประการ หนึ่ง, คัน ชั่ง ที่ ชั่ง ของ ขาย ตาม ตลาด นั้น เปน คันชั่งโกง, พวก หมาต๋า ก็ไม่ จับ พวก ที่ ใช้ คัน ชั่ง โกง นั้น เลย, เพราะ พวก หมาต๋า เขา ว่า คัน ชั่ง นั้น เหมือน กัน หมด. ถ้า แล ใคร จะ ซื้อ สิ่ง ใด ก็ ต่อ เอา ตาม ใจ ไม่ ต้อง ชั่ง ก็ ได้. ถ้า อยาก จะ ชั่ง ก็ ให้ ซื้อ ตาม คัน ชั่ง จีน. ข้าพ เจ้า เหน ว่า การ นี้ เหมือน ซื้อ แมว ใน ถุง ไม่ ดี เลย. ข้าพเจ้า ซื้อ เข้า จีน ด้วย ถัง ข้าพเจ้า จีน ก็ ไม่ ยอม ให้ ข้าพเจ้า ซื้อ. ถัง ข้าพเจ้านั้น ก็ เปน ถัง ตี ตรา ดู เหมือน จะ เปน ตรา ผู้ มี อำนาถ ถัง ของ จีน ลูก ค้า นั้น หา เหน มี ตรา ตี ประ จำ ไม่. ถัง ที่ ตวง เข้า ขาย ทุก วัน นี้ เล่า ผู้ ขาย หนุน ก้น ถัง ให้ สูง ขึ้น ได้. ทนาน ตวง เข้า เล่า ก็ ทำ แต่ ปาก ทนาน ไว้ ให้ บาง ๆ ข้าง ใน พอก เสีย จน หนา. ทำ ไม คอเวอนแมนต์ ไม่ ใช้ คน ให้ เที่ยว ตรวจ ดู คัน ชั่ง ถัง ทนาน แล ปรับไหม คน ผู้ ใช้ คันชั่ง ถัง ทนาน คด โกง มาก มาก. เงิน ที่ ปรับ เขา ก็ จะ ได้ มาก ที เดียว. คอเวอนเมนต์ จะ จ้าง ข้าพเจ้า เปน ผู้ สำรับ ตรวจ ตรา ดูแล, คิด เงิน ค่า ปรับ ให้ เปน ค่า จ้าง ไม่ ได้ ฤๅ. ข้าพเจ้า ได้ เขียน เรื่อง ไว้ หลาย เรื่อง แล้ว จะ เอา มา ลง พิมพ์ ภาย หลัง อีก.


เรื่อง สลัด ปล้น เรือ ลูกค้า

๏ ข้าพเจ้าได้ทราบเหตุ จาก พวก ลูกค้า ปากใต้ชายทเล, เปนใจ ความว่า, ที่ ช่อง แสม สาน เข้า มา จน ถึง เกาะ สี่ชัง. ยัง มี อ้าย พวก จีน สลัด คอย สกัด ตี เรือ ลูกค้าทั้งปวง, ชุกชุม หนัก. ถ้า เรือ ลำ ใด มา จอด ขัด ลม อยู่ ที่ ช่อง แสม สาน ตั้ง แต่ ลำหนึ่ง สอง ลำ แล้ว, อ้าย พวก สลัด ก็ ลง เรือ เปด ลำ ละ สิบ ห้า คน บ้าง, ยี่ สิบ คน บ้าง, แต่ ลง อยู่ ใน ท้อง เรือ มี แต่ สอง คน แจว หัว แจว ท้าย มา ใกล้ เรือ ลูก ค้า เข้า แล้ว, ทำ อาการ เปน เรือ ค้าขาย บอก ขาย สิน ค้า, แลทำ เปน จะ ซื้อ สิน ค้า. ถ้า เหน ได้ ที่ แล้ว ก็ โดด ขึ้น บน เรือ, ไล่ ฟัน เจ้า ของ เรือโจน ลง น้ำ หนี ไป, แล้ว เกบ เอา ทรัพย์ สิ่ง ของ ไป บ้าง. บาง ที มี สิน ค้าใน เรือ เปน อัน มาก, แล้ว ถอย เอา ไป ทั้ง เรือ, เอา เข้า ไป ขาย ใน เมือง จันทบุรี. แต่ เจ้า เมือง กรม การ ก็ รู้ ว่า เปน พวก สลัด, มิ อาจทำ ประการ ใด แก่ อ้าย สลัด ได้, ด้วย ของ สำคัญ มัน มี, คือ ธง ช้าง เผือก แล หนังสือ สำรับ ลำ. ข้าพเจ้า คิด เหน ว่า, ถ้า คอเวอนเมนต์ จัด แจง กำปั่น ไฟ ไว้ ที่ หัว เมือง ชาย ทเล, สำ หรับ ปราบปราม อ้าย เหล่า ร้าย นี้ ได้, เหน ว่า จะ เปน คุณ เปน ประโยชน์ แก่ แผ่น ดิน โดย มาก. ด้วย ว่า ทาง นี้ ก็ เปน ทาง สินค้า, เปน ต้น ว่า พริกไทย ไม้ ดำ แล สิน ค้า อื่น ๆ ก็ หลาย อย่าง. เปน สิน ค้า ที่ จะ บัน ทุก ลง กำ ปั่น, ข้าพเจ้า เหน ว่า มา แต่ ทาง นี้ โดย มาก. ซึ่ง ข้าพเจ้า ว่า มา ทั้ง นี้ มิใช่ ที่ จะ สั่งสอน นั้น หา มิ ได้. ขอ รับ ประทาน โทษ ท่าน ผู้อ่าน ผู้ ฟัง เสีย เถิด.


นาย ด่าน ข่มเหง ชาวเรือ ลูกค้า

๏ ข้าพเจ้า เจ้า ของ จดหมายเหตุ, ได้ ยิน คน เปน อัน มาก พูด กัน บ่น ว่า, ด้วย เรื่อง นายด่าน ที่ คลอง บางกอกใหญ่ จะ แยก ไป บางหลวง. ใจ ความ ว่า คุม เหง ชาว เรือ ลูกค้า, เรียก เอา ค่า ธรรมเนียม ด่าน. ถ้า เปน เรือ น้ำ ตาน แล้ว ก็ เรียก เอา น้ำ ตาน ๒ ม่อ เข้า สาน กะโหลกใหญ่, ลำ ละ ๒ กะโหลก บ้าง, ๓ กะโหลก บ้าง. คราว น้ำ หนึ่ง นายด่าน ได้ น้ำตาน ถึง ๔๐ ม่ฮ ๕๐ ม่ฮ, เข้าสาน ประมาณ ๑๔ ถัง ๑๕ ถัง. นาย ด่าน เก็บ เอาไป ขาย เปน ประโยชน์ ตัว เอง, มิ ได้ ขอ กิน แต่ ภอ เปน กำ ลัง ราชการ. ถ้า ไม่ ยอม ให้ ก็ ทำ คุม เหง ลง มา อยิบ เอา ตาม อำเภอ ใจ บ้าง, แกล้ง รังแก มิ ให้ เรือ ไป บ้าง. ชาว เรือ ให้ น้อย ก็ ไม่ เอา, จะ เอา ให้ มาก ๆ. ถ้า ไม่ ให้ ตาม ใจ แล้ว ก็ ไม่ ให้ ถอย เรือ ออก. ชาว เรือ ก็ ต้อง ซื้อ รำ คาน ด้วย ว่า เดิน ตาม คราว น้ำ ขึ้น น้ำ ลง, มาก น้อย ก็ ต้อง เสีย ให้. ข้าพเจ้า เจ้า ของ จดหมายเหตุ ได้ ยิน คน โจท กัน ดัง นี้ มาก ก็ พลอย เสียใจ ไป, เหน ว่า จะ ไม่ เปน แต่ ด่าน นี้ ด่าน เดียว. ด่าน มี หลาย ตำ บล คง จะ เปน เช่น นี้ เหมือน กัน. แล ธรรมเนียม พิ กัด ด่าน จะ มี อยู่ บ้าง ฤๅ ประการ ใด, ควร ที่ กอ เวอเมนต์ ต้อง จัด แจง ให้ คน ทั้ง ปวง รู้, ก็ จะ ยอม เสีย ให้ โดย ดี ไม่ ต้อง วิ วาท กัน บ่อย ๆ. หา ไม่ ก็ จะ เงียบ ไป สัก หน่อย แล้ว ก็ จะ เปน อีก. เช่น นี้ ข้าพเจ้า เหน ว่า เปน การ ดี.


เรื่อง ศพ พระยาเพชรปาณี

๏ พระยาเพชรปาณี ข้า หลวง เดิม ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ฝ่าย กรม เมือง, เปน โรค กระสาย แล โรค บานทะโรค. ป่วย มา แต่ เดือน ยี่ ปี ฉลู สัปตศก, ประมาร ๓ เดือน กับ ๒๐ วัน. ๑ ณวันพุทธ เดือนหก แรม ๑๐ ค่ำ ถึง แก่ กรรม, บุตร ภรรยา ญาติ ได้ ไว้ ศพ ๑๓ วัน. ครั้น ณวันจันทร เดือน เจต ขึ้น เจต ค่ำ ชัก ศพ ไป เข้า เมร วัดสเกษ. ใน หลวง พระราชทาน เพลิง สำเร็จ แล้ว ใน วัน เดียว. พระยาเพชรปาณี นก คน นี้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ใน กรม เมือง, กับ ขุนทรงธรณีนุช ผู้ น้อง ก็ ไม่ มี ความ ผิด ใน แผ่นดิน เลย. ขอ ท่าน ทั้ง ปวง ได้ ทราบ.


เรือ กลไฟ

๏ เรา ได้ ยิน ว่า เรือ กล ไฟ ยอด จักรท้าย, มิศเตอ มะ เกลน ได้ ต่อ ไว้ เพื่อ จะ ขาย กับตัน ซะฮะนัน. ประเดี๋ยว นี้ จะ ขาย แก่ ผู้ ใด ๆ ที่ จะ ซื้อ, เปน เรือ สำหรับ แม่ น้ำ เจ้า พระยา, เดิน เร็ว. ผู้ ใด ต้อง การ เรือ ดี ไป มา สบาย เดิน เร็ว ก็ ควร จะ ซื้อ เรือ ลำ นี้. ถ้า ท่าน ผู้ ใด ปราฐนา จะ ดู แล้ว เชิญ ท่าน ไป ดู ที่ มิศมะเกลน ต่อ เรือ ที่ ตรง สำเหร่ ข้าม. เรือ ลำ นั้น ยาว ๗๐ ฟืด, ปาก กวาง ๑๓ ฟืด ท้อง เรือ ภุก ๖ ฟืด, แรง ๒๐ ม้า, เปน เอนซินโปรเปลลา. เมื่อ ขัน ทุก ของ ภอ ดี แล้ว, ข้าง หัว กิน น้ำ ๓ พืด ข้าง ท้าย กินน้ำ ๔ พืด. ถ้าผู้ ใด จะ ต้อง ถาม อิก ก็ ไป ถาม บน เรือ, จึ่ง จะ ได้ รู้ ความ ละเอียด.


๏ เอนซิน ๒ สำรับ จะ ขาย ๚ะ

มี เครื่อง จักร สำหรับ เรือ อยู่ สอง สำรับ แรง ๑๕ ม้า, มา ใน เรือ ชื่อ แฟเร, พึ่ง จะ มา ถึง. เขา ซื้อ มา เพื่อ จะ ได้ ต่อ เรือ กลไฟ สอง ลำ สำหรับ จะ ไป รับ เมล์ ที่ หลัง เต่า ทุก วัน ๆ แต่ เดี๋ยว นี้ ผู้ ที่ ซื้อ มา เหน ว่า การ ที่ รับ เมล์ น้อย ไป, จะ ไม่ ภอ คุ้ม ค่า เรือ จะ ขาด ทุน ไป. จึ่ง ได้ คิด จะ ขาย เสีย. ผู้ ใด จะ ซื้อ เชิญ ไป ดู ที่ มิศเตอ มะเกลน ที่ ต่อ เรือ นั้น, เครื่อง จักร สอง สำรับ นั้น ดี.


คำ เปรียป สิง โต หา เมีย

๏ สิง โต ตัว หนึ่ง เที่ยว อยู่ ใน ป่า เห็น ลูก สาว คน ตัด ฟื้น เข้า ก็ รัก เขา, อยาก จะ ได้ ไว้ เปน เมีย. สิง โต จึ่ง ไป ขอ แก่ บิดา หญิง. ๆ เหน ว่า, สิง โต เปน สัตว ใหญ่ ใน ป่า ก็ เกรง. จึ่ง บอก ว่า ท่าน มา ขอ ลูก เรา ๆ ก็ ดี ใจ. จะ ใคร่ ยอม ยก ให้ อยู่, แต่ กริ่ง ด้วย เขี้ยว เล็บ ของ ท่าน ถ้า ท่าน ยอม จะ ให้ เรา ตัด เขี้ยว เล็บ ท่าน แล้ว, เรา จะ ยอม ยก ลูก. สาว ให้ สิง โต มี ความ รัก กล้า, จึ่ง ยอม ให้ เขา ตัด เขี้ยว เล็บ ของ ตัว. ครั้น เขา ได้ ตัด เขี้ยว เล็บ เสีย สิ้น แล้ว, เขา ก็ ไล่ สิง โต เสีย จาก ป่า. ใจ ความ ว่า อย่า ให้ ความ อยาก ได้ กำเริบ ยิ่ง กว่า สติ ปัญญา


ว่า ด้วย หมา ใน กับ ลูก แกะ

๏ วัน หนึ่ง หมา ใน กับ ลูก แกะ ได้ มา กิน น้ำ แห่ง เดียว กัน. หมา ใน กิน อยู่ ที่ เหนือ น้ำ ลูก แกะ กิน อยู่ ข้าง ใต้ น้ำ. หมา ใน เหน ลูก แกะ อ้วน มี ความ อิจฉา, อยาก พาล ทะเลาะ จึ่ง ถลึง ตา แยก เขี้ยว. แล้ว จึ่ง ว่า ยัง ไร ทำ น้ำ ขุ่น มา เรา กิน ไม่ ได้. ลูก แกะ ตอบ ว่า เรา อยู่ ใต้ น้ำ จะ ทำ ให้ น้ำ ขุ่น กะ ไร ได้ หมา ใน จึ่ง ว่า, ถึง เอง ไม่ ได้ ทำ น้ำ ขุ่น ครั้ง นี้, ก็ แต่ ก่อน ได้ ๖ เดือน มา แล้ว, ได้ ยิน ข่าว ว่า เอง ได้ นิน ทา เรา. ลูก แกะ ว่า, ท่าน ว่า อย่าง นี้ ไม่ ถูก, เพราะ ว่า แต่ กอน ๖ เดือน มา นั้น, เรา ยัง หา เกิด ไม่. หมา ใน ยิ่ง โกรธ มาก ขึ้น, จึ่ง ร้อง ว่า แก่ แกะ ว่า, ถึง ตัว ไม่ ได้ นิน ทา เรา ก็ คง จะ เปน เพื่อน ฝูง แล ญาติ ของ เอง ที่ ได้ นิน ทา เรา. เอง อย่า แก่ ตัว ไป เลย. เรา ก็ หิว อยู่ แล้ว, ๆ หมา ใน โดด กัด คอ ลูก แกะ ฉีก เนื้อ กิน.

๏ ใจ ความ ว่า อย่า ได้ ข่ม ขี่ คน ที่ มี กำลัง น้อย กว่า ตน, เขา จะ เปรียบ เหมือน หมา ใน ใน คำ เปรียบ นี้.


๏ ว่า ด้วย หมา บ้าน แล หมา ใน ๚ะ

๏ เวลา กลาง คืน เดือน หงาย สว่าง หมา ใน ภบ หมา บ้าน เข้า ตัว หนึ่ง, ที่ เขา ได้ เลี้ยง ไว้ อ้วน พี ริม ป่า. สัตว ทั้ง สอง ได้ พูด จา ไถ่ ถาม กัน, ด้วย เรื่อง ระดู และ การ สะบาย ของ ตัว แล้ว. หมา ใน จึ่ง ว่า เปน อย่าง ไร, ดู ท่าน จึ่ง สะบาย นัก. แต่ เรา นี้ ต้อง เที่ยว หา กิน ได้ ความ ลำ บาก มาก, แล บาง ที ก็ ต้อง อด อยาก อาหาร, หมา บ้าน จึ่ง ว่า ถ้า แล ท่าน อยาก จะ ให้ สะบาย เหมือน เรา ก็ ต้อง ทำ ให้ เหมือน เรา. หมา ใน ว่า ๆ จะ ทำ ประ การ ใด. หมา บ้าน ตอบ ว่า เรา ต้อง เฝ้า เรือน, นาย เรา ๆ จึ่ง เลี้ยง ดู ให้ กิน นอน สะบาย. หมา ใน ว่า ข้า จะ ทำ อย่าง นั้น บ้าง เพราะ หา กิน ลำ บาก นัก. ถ้า แล ได้ อาหาร ดี กิน แล หลัง คา ร่ม สะบาย. ไม่ ต้อง กรำ ฝน ทน ลม อยู่ ใน ป่า ก็ จะ สะบาย, หมา บ้าน ว่า ถ้า กะ นั้น จง ตาม เรา มา. สัตว ทั้ง สอง เมื่อ วิ่ง มา ด้วย กัน หมา ใน เหน รอย ที่ คอ หมา บ้าน หมา ใน ถาม ว่า คอ ท่าน เปน รอย อะไร. หมา บ้าน ก็ อำพราง บอก เปล่า ดอก ไม่ ใช่ รอย อะไร. แต่ หมา ใน ก็ ซัก นัก เข้า. หมา บ้าน ว่า ท่าน จง รู้ เถิด มัน เปน รอย โซร. หมา ใน จึ่ง ว่า โซร่ นั้น เขา ผูก ท่าน ไว้ ฤ. หมา บ้าน ว่า กลาง วัน เขา เอา โซร่ ใส่ ไว้ กลาง คืน เขา แก้ ออก ให้ ไป เที่ยว ได้ ตาม สะบาย, แล นาย ข้า ได้ ให้ ของ เดน เหลือ กิน แก่ ข้า ทั้ง ลูก จ้าง ก็ ให้, แล นาย ได้ กอต วัด ข้า ด้วย, เหตุ ใด ท่าน ไม่ มา แก่ ข้า แล้ว ฤๅ. เพราะ หมา บ้าน เหน ว่า หมา ใน ถอย หลัง จะ กลับ ไป, หมา ใน จึ่ง ว่า ข้า ชอบ ใจ ท่าน นัก. ถ้า ต้อง ทำ เหมือน ท่าน ว่า เช่น นั้น, ของ กิน ดี ๆ เรา ไม่ เอา แล้ว. ถึง จะ ให้ เปน ใหญ่ เรา ก็ ไม่ เอา. ว่า แล้ว ก็ กลับ ไป. คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า เปน ไทย แก่ ตัว แล้ว, ถึง จะ ยาก จน เพียง ไร ก็ ยัง ดี กว่า เปน ทาษ.


ข่าว เมือง จีน

๏ คัด ออก จาก จดหมายเหตุ เมือง ฮองกง, เดือน ๖ แรม ๑๕ ค่ำ. พวก ขบถ ฝ่าย เหนือ เมือง จีน นั้น ก็ ยัง กำเริป อยู่. เมือง จีน ยก ทัพ ไป จะ ปราบ ปราม ให้ ราบ ก็ ไม่ ได้ การ, พวก ขบถ แต่ง กอง ทัพ พ่อ ทัพ เมือง หลวง ให้ ไล่ มา ไกล แล ้ว, ก็ แยก ทัพ ออก สะกัด หลัง ทัพ หลวง ล้อม เข้า ไว้. น่า กลัว ว่า ทัพ หลวง จะ เสีย ที่ จะ เปน อันตราย ใหญ่.

๏ เกิด เหตุ ที่ เมือง นิวชะวาง, ที่ กงสุล อะเมริกา ตั้ง อยู่. ลูก จ้าง ของ กงสุล เดิน ถนน อยู่. มี พวก จีน มา จับ ตัว เอา ไป จำ ไว้. กงสุล ได้ ยิน ดัง นั้น ก็ จัด แจง, ล่าม คน หนึ่ง, ผู้ ช่วย กงสุล คน หนึ่ง, เปน สาม คน ทั้ง กงสุล ถือ ปืน ชั้น อย่าง ที่ หมุน ได้, ไป ตาม ถึง ที่ เขา จำ ลูก จ้าง ไว้ นั้น. ภบ พวก จีน ๕. คน พร้อม ด้วย กระบี่ แล ปืน ไรแฟล์ ก็ สู้ กัน. กง สุล ถูก อาวุธ บ้าง เล็ก น้อย. ผู้ ช่วย กงสุล ถูก อาวุธ เจบ มาก. กงสุล จึง ไป เรียก กระลาสี อเมริกัน ๓๐ คน, ให้ มา ช่วย ยก ไป ตี ที่ จำ คน ไว้ นั้น, ได้ ชะนะ ฆ่า จีน ตาย หลายคน หนี ไป ได้ บ้าง จึง ถอด เอา ตัว ลูก จ้าง มา จาก ที่ จำ ได้. แล จีน ชาว บ้าน ชาว เมือง ก็ ตก ใจ, ตระ เตรียม ผู้ คน รักษา บ้าน เมือง, เวลา กลาง คืน เดิน ยาม กลัว ว่า จะ เกิด เหตุ ขึ้น.


๏ ราคาสินค้าเมืองฮ่องกง ๚ะ

๏ ณวัน เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ, เข้า สาน มี ราคา ขึ้น ไป เพราะ อากาศ ไม่ ปรกติ, ลม พัด มา แต่ ทิศ ตระวัน ออก แล ้ง ไม่ มี ฝน ทำ นา ไม่ ได้. ถ้า เปน ไป ดัง นี้ อีก สัก หน่อย หนึ่ง ราคา คง จะ ขึ้น ไป อีก. เข้า ที่ ยัง ค้าง อยู่ นั้น มี แต่ ๒ หมื่น หาบ. ขาย ใน ๑๕ วัน นั้น ได้ ๓ แสน หมื่น เก้า พัน ๘๐๐ หาบ, คือ เข้า ไซ่ง่อน ๔ หมื่น ๘ พัน ๓๐๐ หาบ. เข้า ราง กุ้ง แสน หก หมื่น หาบ, เข้า สยาม ๕ หมื่น ๗ พัน ๔ ร้อย หาบ. เข้า มะนิลา ๓ หมื่น ๓ ร้อย หาบ. เข้า บังกล่า ๒ หมื่น ๒ พัน ๘๐๐ หาบ.

๏ ราคา ใน เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำ นั้น, คือ เข้า บังกล่า สอง เหรียน ๖๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๘๕ เซนต์. เข้า กล้อง สยาม อย่าง ต่ำ หาบละ ๒ เหรียน ๔๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์. อย่าง กลาง ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๗๐ เซนต์, เข้า ขาว ๒ เหรียน ๘๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๙๐ เซนต์. เข้า ไซ่ง่อน สอง เหรียน ๗๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์. เข้า มะนิลา ต่าง ๆ ราคา ๒ เหรียน ๖๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์. เข้า กล้อง รางกุ้ง ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๖๕ เซนต์, เข้า กล้อง อาระชัน ๒ เหรียน ๔๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์.

๏ ฝ้ายใน ๑๕ วันนั้น, ฝ้าย บังกะลา เบล ๒๑. เหรียน ๕๐. เซนต์ แล ๒๑ เหรียน ๕๐. เซนต์. ฝ้าย เหนือ เมือง จีน มา ขาย ที่ ฮ่องกง มาก เปน ราคา เบล ๒๑ เหรียน ๕๐. เซนต์ แล ๒๒ เหรียน. ฝ้าย ทุก อย่าง ขาย ไม่ สู้ ดี. พ่อค้า ที่ ซื้อ ไว้ มาก ๆ หมาย ว่า จะไป ขาย เมือง อังกฤษ.

๏ ฝิ่น ใน เดือน ๖ ขึ้น ๑๕ ค่ำนั้น ราคา อย่าง ปั๊ตนาใหม่ หีบละ ๖๙๕ เหรียน, อย่าง เก่า ๗๐๕ เหรียน. อย่าง บีนา เรด ใหม่ หีบละ ๗๐๐ เหรียน, อย่าง เก่า ๖๘๐ เหรียน. อย่าง มละวา ๘๔๐ เหรียน.

๏ พริกไทดำ หาบละ ๖ เหรียน ๕๐. เซนต์.

๏ หมากแห้ง หาบละ ๗ เหรียน ๕๐. เซนต์ แล ๕ เหรียน ๕๐ เซนต์.

๏ ฝาง สยาม หาบละ ๒ เหรียน ๗๐. เซนต์ แล ๓ เหรียน ๑๐ เซนต์.

๏ เปลือกโปรง หาบละ ๖๕ เซนต์.


๏ มี ข่าว มา แต่ เมือง ฮ่องกง เดือน ๖ แรม ๑๔ ค่ำ. เข้า สาน ที่ เมือง ฮ่องกง ราคา ลง, เพราะ อา กาศ เปน ปรกติ ดี ขึ้น แล้ว. แล มี เรือ ลูก ค้า บันทุก เข้า ๆ มา ค้า ขาย มาก. ขาย ใน ๑๕ วัน นั้น ถึง ๒ แสน ๔ หมื่น ๒ พัน ๗๐๐ หาบ, ราคา เข้า ใน วัน แรม ๑๔ ค่ำ นั้น, คือ เข้า บังกล่า หาบละ ๒ เหรียน ๔๐. เซนต์ แล ๒ เหรียน ๗๐. เซนต์. เข้า กล้อง สยาม อย่าง ต่ำ หาบละ ๒ เหรียน ๒๐. เซนต์ แล ๒ เหรียน ๒๕ เซนต์. เข้า อย่าง กลาง หาบละ ๒ เหรียน ๔๐. เซนต์ แล ๒ เหรียน ๕๐. เซนต์. เข้า ขาว หาบละ ๒ เหรียน ๖๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๗๐. เซนต์.


๏ ข่าว ยิปุ่น ๚ะ

๏ เกิด ความ ร้าย ชาว ยิปุ่น กับ ฝรั่งเสศ. ฝรั่งเสศ โทษ คอเวอนเมนต์ยิปุ่น, เพราะ เขา ฟ้อง ว่า ชาว ยิปุ่น คน หนึ่ง ตี กลา สี ฝรั่งเสศ ตาย คน หนึ่ง. ข่าว ว่า กลาสี ฝรั่งเสศ เมา เหล้า ทำ วุ่นวาย นัก เหลือ ทน. ชาว ยิปุ่น จึง ตีฟัน กลาสี ฝรั่งเสศ ไม่ ได้ ตาย คา ที่ ไป สัก น่อย จึง ตาย. คอเวอนเมนต์ ยิปุ่น กลัว ฝรั่ง เสศ นัก. จึง จับ ตัว ผู้ ที่ เขา ฟ้อง ว่า เปน ผู้ ฆ่า ฟัน นั้น ลง โทษ โดย เรว, หา ทัน ได้ พิจารณา เปน สัตย ไม่ สั่ง ให้ ฆ่า เสีย. ที่ หลัง ได้ ความ จริง มิ ใช่ คน นั้น เปน คน อื่น. มี ชาว ยิปุ่น คน หนึ่ง ฟ้อง ว่า กงสุล ฝรังเสศ เร่ง ให้ คอเวอนเมนต์ ลง โทษ แก่ คน นั้น. คอเวอนเมนต์ กลัว ฝรังเสศ นัก จึ่ง ตาม. ฝ่าย กงสุล ฝรังเสศ ว่า เรา ไม่ ได้ เร่ง. จึ่ง เกิด ทะเลาะ กัน. ชาว ยิปุ่น ทั้ง ปวง แค้น ฝรังเสศ มาก. ชาว ยูรบ คิด สงสาร แก่ เมีย ผู้ ที่ คอ เวอนเมนต์ ทำ โทษ ตาย, จึ่ง เรี่ยไร เงิน กัน ให้ แก่ หญิง นั้น.

๏ อนึ่ง ที่ เจ้านาย เมือง ยิปุ่น รบ กัน เอง นั้น, ดู เหมือน จะ ราบคาบ ลง แล้ว.


ข่าว มา แต่ เมือง ซีฟู

๏ ข่าว ใน เรว ๆ นี้, ว่า มี คน ฆ่า มิศเตอ เอม,ซิ,มอริซัน เปน ขุนนาง อังกฤษ, เมือ กำ ลัง เดิน บก ไป จาก บีกิง จะ ไป ฮ่องกง. คน ที่ เขียน หนังสือ นี้ ก็ ยัง ไม่ แจ้ง ความ ถนัด, แต่ พวก จีน นั้น เขา เชื่อ.


ข่าว เมือง พม่า

๏ มา แต่ เมือง ร่างกุ้ง ว่า, เรือ กลไฟ ชื่อ สยาม ที่ เจ้า เมือง ภูเกจ์ เปน เจ้า ของ ซื้อ มา จาก เมือง นิเวอภูล์ ใหม่ ๆ นั้น, โดน หิน โสศรก แตก. ที่ แอลคอต ริฟ ทาง ที่ ออก จาก ร่างกุ้ง ไป กา ลกะตา, ณวัน พุทธ เดือน ๕ แรม ๑๑ ค่ำ, เรือ สยาม นั้น แล่น ออก ร่างกุ้ง เดือน ๕ แรม ๑๐ ค่ำ เหตุ ไร จึ่ง โดน หิน โสศรก นั้น, ก็ ไม่ รู้ เหน ว่า ประลาด นัก. ใน แผ่น ดิน ที่ เดิม ทเล มัน ก็ บอก แจ้ง ว่า ที่ ตรง นั้น จะ มี หิน, ควร ที่ กัปตัน จะ รู้. ถ้า เปน เรือ ใบ ต้อง ลม สลาตัน แล น้ำ ขึ้น เชี่ยว, นั่น แล เหน ว่า ยาก จะ ไป พ้น หิน ได้. บาง ที ก็ เปน อันตราย ไป บ้าง. ครั้น จะ ทอด สมอ ก็ ไม่ กิน สมอ เกา ไป, นั่น แล เหน ว่า จะ เสีย. เรือ กล ไฟ ไม่ ควร ที่ จะ เปน เหตุ ดัง นั้น, เพราะ เรือ ไฟ หัน กลับ ไป ได้, จะ หลีก ไป ทาง ไหน ก็ ได้, ข่าว คอเวอนเมนต์ อังกฤษ คง จะ สืบ ให้ ได้ ความ จง ได้. ข่าว ว่า กัปตัน แล กะลาษี เรือ นั้น รอด ทุก คน, โดย สาร เรือ ใบ ชื่อ เคาวอนด์ แกนนิง มา ถึง ราง กุ้ง แล้ว.


บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้า ของ อู่ ใหม่

๏ อู่ แห่ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง พิ จารณ ดู อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เหน ว่า เปน อู่ ดีกว่า อู่ ทั้งปวง ใน บุระ ประเทศ นี้. จะ ได้ แก้เรือ ซ่อมแปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่ อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต์ แล คง จะ ให้ ยาว นั้น อีก. โดย กว้าง ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฦก ๑๕ ฟุต. ที่ อู่ มี ปะตู เรียก ว่า ไกชัน, ถ้า จะ บิด มิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถึง ลำ แม่น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง แรง นัก, กำปั่น เล็ก กำ ปั่น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จักร สำรับ ยก เสา กะโดง, แล ม่อ น้ำ สำรับ กลไฟ แขง แรง นัก. อู่ นั้น พร้อม ด้วย เครื่อง สูบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ. มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย เครื่อง ใช้ ใน การ ทำ เรือ ใบ แล เรือ กล. แล การ นั้น มี นาย ที่ เปน ชาติ ยูรบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึ่ง ชำนาณ ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.

๏ แล ลูก จ้าง สำรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล วัมภู ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, ปราถนา ที่ จะ ให้ คน ทั้งหลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี ไม้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อย ไม้, เพื่อ จะ ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อ ใด ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.

๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่ จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น, เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือ ใบ เรือ กลไฟ ฤๅ การ ใด ๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขาย ให้ ตาม ราคา ตลาด กรุง เทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤๅ ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อใด.

๏ อนึ่ง กปิตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น, ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึ่ง ออก ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง ฝาก ไป ถึง มิศเตอ ดับลิยู. เช. โรเบิดซัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง นั้น, บัด นี้ มิศเตอ ดับลิยู. เช. โรเบิดซัน เปน นาย กอง นั้น เปน เจ้า กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เกบ เงิน แต่ ผู้ เดียว.

ความ แก้ ติ แขก เจ้า เซน

๏ ผู้ ที่ ไป กล่าวโทษ ว่า, คือ บุตร พระยา จุลา เปน ต้น กับ บันดา แขก ทั้งปวง ที่ ทำ เจ้าเซน, ว่า เล่น เบี้ย กิน หมี่ เสพสุ รา, ทำ ผิด ด้วย สาศนา. แขก นอก เขา ไม่ เข้า วัด ทำ บุญ ด้วย, ว่า แขก ต้อง ธรนี่สาร, สวด อ่าน ก็ ไม่ ถูก. ในหลวง ทรง ขัด เคือง พวก แขก. ความ อัน นี้ ไม่ จริง เลย สัก ข้อ หนึ่ง, ใน หลวง ไม่ ได้ ทรง ขัด เคือง อะไร ดอก. ที่ ว่า กิน หมี่ เสพสุรา นั้น, ก็ ไม่ ได้ กิน เหมือน กล่าว ความ ไม่ จริง เลย. พวก ที่ ไป ออก หนังสือพิมพ์ เปน คน ไม่ ดี, ไม่ รู้ จัก คุณ พระ แล คุณ บิดามาร ดา เลย. ไม่ ได้ อยู่ ใน สาศนา เจ้าเซน. พวก แขก เขา ไม่ นับ ถือ. เปน คน นอก สาศนา ไม่ ได้ อยู่ ใน ตื่น แขก. เปน คน อับปรี. ไม่ รู้ จัก พระ เจ้า.


เรือ กล ไฟ ชื่อ สยาม แตก

๏ ได้ ยิน ข่าว มา ใหม่, ใน วัน ขึ้น ๑๕ ค่ำ เดือน ๗ นี้, ว่า ก่ปั่น สยาม ที่ โดน หิน โสโครก แตก นั้น, เปน เพราะ กัปตัน กิน เหล้า เมา นัก, ประมาท ไป หา ระวัง เรือ ไม่, เรือ จึง ได้ แตก.


ราคา สิน ค้า กรุง เทพ ฯ

๏ เข้า กล้อง อย่าง ต่ำ เกวียน ละ ๔๖ บาท ๒ สลึง

๏ เข้า กล้อง อย่าง กล้อง เกวียน ละ ๕๑ บาท

๏ เข้า กล้อง อย่าง ดี เกวียน ละ ๕๖ บาท

๏ เข้า กล้อง สอาด เกวียน ๖๕ บาท

๏ เข้า ขาว เกวียน ละ ๗๗ บาท

๏ เข้า ขาว ทำ ที่ สี ไฟ หาบ ละ ๒ บาท สอง สลึง เฟื้อง

๏ เข้า เปลือก นา สวน เกวียน ละ ๕๑ บาท

๏ นา เมือง ๔๕ บาท

๏ น้ำ ตาล ทราย อย่าง เอก หาบ ละ ๑๒ บาท

๏ น้ำ ตาล ทราย ขาว ที่ หนึ่ง หาบ ละ ๑๑ บาท ๓ สลึง น้ำตาล ที่ ๒ หาบ ละ ๑๐ บาท ๓ สลึง เฟื้อง ที่ ๓ หาบ ละ ๑๐ บาท ๓ สลึง

๏ น้ำ ตาล ทราย แดง ที่ ๑ หาบ ละ ๗ บาท ที่ ๒ หาบละ หก บาท ๒ สลึง

๏ พริก ไทย ดำ หาบ ละ ๘ บาท สลึง

๏ หนัง ควาย หาบ ละ ๑๓ บาท

๏ หนัง วัว หาบ ละ ๑๕ บาท

๏ หนัง เนื้อ หาบ ละ ๘ บาท ๒ สลึง

๏ เขา ควาย ดำ หาบ ละ ๑๒ บาท ๒ สลึง

๏ เขา ควาย เผือก หาบ ละ ๒๘ บาท

๏ เขา กวาง หาบ ละ ๘ บาท

๏ กำยาน ที่ ๑ หาบ ละ ๒๔๐ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๑๓๕ บาท

๏ ตะกั่ว เกรียบ ที่ ๑ หาบละ ๓๘ บาท ที่ ๒ หาบละ ๓๗ บาท

๏ ป้าน กลีบ ที่ ๑ หาบ ละ ๒๒ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๒๐ บาท สองสลึง

๏ รง หาบ ละ ๕๕ บาท

๏ ไหม ไก ราช หาบ ละ ๒๓๕ บาท

๏ ไหม ยวร หาบ ละ ๘๐๐ บาท

๏ ไหม เขมร หาบ ละ ๖๔๐ บาท

๏ ครั่ง ที่ ๑ หาบ ละ ๑๖ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบละ ๑๔ บาท

๏ เร่ว หาบ ละ ๒๑๒ บาท

๏ กระวาน หาบ ละ ๓๒ บาท สลึง

๏ ฝาง ๓ ดุ้น ๔ ดุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๓ บาท ๒ สลึง ๔ ดุ้น ห้า ดุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๓ บาท เฟื้อง ๕ ดุ้น ๖ ดุ้น เปน หาบ ละ สาม บาท

๏ เมล็ด กระเบา หาบ ละ ๒ บาท ๒ สลึง

๏ งาช้าง ๔ อัน เปน หาบ ๆ ละ ๓๕๐ บาท ๕ อัน เปน หาบ ๆ หาบ ละ ๓๔๐ บาท ๖ อัน เปน หาบ ๆ ละ ๓๓๐ บาท ๗ อัน เปน หาบ ๆ ละ ๓๒๐ บาท ๑๘ อัน ๒๐ อัน เปน หาบ ๆ ละ ๒๕๕ บาท

๏ ปลา แห้ง หาบ ละ ๘ บาท

๏ ปลา ปลิด หาบ ละ ๕ บาท สลึง

๏ ไม้ สัก ยก ละ ๓๐ บาท ไม้ ชิงชัน ที่ หนึ่ง ๑๐๐ หาบ เปน เงิน ๒๐ บาท ที่ ๒ ร้อย หาบ เปน เงิน ๑๗๕ บาท ที่ ๓ หาบ ละ ๑๕๕ บาท ไม้ แดง ที่ หนึ่ง หะบ ละ ๒๔๐ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๑๕๐ บาท

๏ กระ สอบ ๑๐๐ ละ ๘ บาท

๏ ทอง ใบ หนัก บาท หนึ่ง เปน ๑๖ บาท

๏ การ แลก เงิน เมือง สิงคโปร์ เสมอ ตัว ที่ ฮ่องกง เสีย ร้อย ละ ๓ เหรียญ


กำปั่น เข้า กรุง เทพ ฯ
เข้ามา เมื่อไรกำปั่น ชื่อ ไรกับปิตัน ชื่อไรกี่ ตอนเรือ อะไรมาแต่ไหน
เดือน ๗ ขึ้น ค่ำ หนึ่งโสไฟร์จีน๒๔๑บากสยามบเตเวีย
เดือน ๗ ขึ้น ๑๐ ค่ำควิลอมเคชเชน๒๙๔บากเบลเยี่ยมฮ่องกง
เดือน ๗ ขึ้น ๑๒ ค่ำโยฮันนากศ์เตียนเซน๑๕๖บริก เดนมากฮ่องกง
เดือน ๗ ขึ้น ๑๒ ค่ำลอแรนซี่แฮมบรุก๒๕๘บากอังกฤษสิงคโปร์
เดือน ๗ ขึ้น ๑๓ ค่ำปรอตปี้ โรจีน๑๘๔บากสยามซิงโกรา
เดือน ๗ ขึ้น ๑๔ ค่ำเจ้าพระยาอรตัน๓๕๓กลไฟสยามซิงคโปร์
เดือน ๗ ขึ้น ๑๔ ค่ำที่มิดโปเมอมัน๒๑๖สกุนเนอ ปรุ้เมนหอยหลำ
เดือน ๗ ขึ้น ๑๔ ค่ำกิมซองไทม์ยัศเซน๓๗๖บากสยามบเตเวีย

กำปั่น ออก จาก กรุง เทพ ฯ
ออก เมื่อไรกำปั่น ชื่อไรกัปปิตัน ชื่อไรตี่ ทอนเรือ อะไรจะ ไป ไหน
เดือน ๖ แรม ๑๕ ค่ำเจ้าพระยาอรตัน๓๕๓กลไฟสยามสิงคโปร์
เดือน ๖ แรม ๑๕ ค่ำวอเทอลิลีเตส๑๔๐สกูเนออังกฤษสิงคโปร์
เดือน ๗ ขึ้น ๓ ค่ำเสเนเนตออิกเออซี๓๙๒บาก สยามฮ่องกง
เดือน ๗ ขึ้น ๓ ค่ำดัดรีนาแตนเนน๒๔๕บาก ปรุสเชียชายเทล
เดือน ๗ ขึ้น ๓ ค่ำซันเดชมเชน๗๒๐ชิป สยามฮ่องกง
เดือน ๗ ขึ้น ๓ ค่ำวัดวัลลีทำซิ๓๓๖บาก สามอายมุ่ย
เดือน ๗ ขึ้น ๗ ค่ำลิวตินบริกซิ๔๓๘บาก ดัชฮ่องกง
เดือน ๗ ขึ้น ๘ ค่ำมลไลก์ยอเคบเชน๖๔๔ชิป สยามฮ่องกง
เดือน ๗ ขึ้น ๑๐ ค่ำยักแมนบักเกตเต๑๑๕สกูเนอ อะเมริกาสิงคโปร์
เดือน ๗ ขึ้น ๑๐ ค่ำเซนต์ปละไลเซอ๓๒๑บาก สยามฮ่องกง

๏ ว่า ด้วย อึ่งอาง อยาก ได้ เจ้านาย ๚ะ


๏ ใน ครั้ง ก่อน อึ่งอาง แล คางคก ทั้งปวง, ได้ อาไศรย อยู่ ในสระ แล บ่อ ก็ เปน ที่ สบาย. วัน หนึ่ง ประชุม กัน เปน หมู่ ใหญ่ ร้อง เสียง ดัง, ขอ ให้ ยูประเตอ ส่ง เจ้า นาย ลง มา ดู แล ว่า กล่าว พวก อึ่งอ่าง ค้างคก ทั้งปวง. คำ ที่ เรียก ยูประเตอ นั้น พวก สัตว์ นับ ถือ ว่า พระ. ยูประเตอ ได้ ยิน ดังนั้น, ก็ เหน ว่า เปน น่า หัวเราะ, ก็ ทิ้ง ไม้ ค้อน ลง มา ใน น้ำ นั้น. แล้ว ว่า นิ แล เปน เจ้า ของ เอง. ขะณะ เมื่อ ไม้ ค้อน ตก ลง ใน น้ำ นั้น, ก็ มี เสียง ดัง, สัตว เลา นั้น ก็ พา กัน ตก ใจ, ต่าง ตัว ต่าง หนี ไป. ต่อ นาน ๆ ไป แล้ว ก็ พา กัน แอบ ดู นาย. ตัว ที่ กล้า ๆ ก็ เข้า มา ดู ใกล้ ๆ. นึก ว่า รูป ร่าง นาย จะ อย่าง ไร. เหน ว่า นาย ไม่ มี ชีวิตร ก็ โดด ขึ้น บ่น หลัง นาย, ภา กัน ดู ถูก นาย นัก. แล้ว จึ่ง ฝาก หนังสือ ขึ้น ไป, ถึง ยุ ปะ เตอ ว่า นาย เช่น นี้ ไม่ มี ชิ วิตร ข้าพ เจ้า ทั้ง ปวง ไม่ อยาก ได้. ขอ ท่าน จง ให้ เจ้า นาย ที่ มี กำลัง แขง แรง. ยุปะเตอ จึ่ง ฝาก นก ยาง ลง มา, แล้ว ยุปะเตอ ว่า นิ และ จึ่ง จะ ชอบ ใจ ท่าน ทั้ง หลาย แล้ว. ครั้น นก นั้น ลง มา ก็ จิก สัตว เล่า นั้น กิน โดย เรว. อึ้งอ่าง คางคก ก็ เกลียด ชัง นก มาก ขึ้น. จึง สั่ง เมอกิวรี ไป ถึง ยูปะเตอ ว่า, ขอ ให้ ยูปะเตอ ได้ โปรด คืน เอา นาย นั้น ไป เสีย. ยูปะเตอ ว่า แก่ เมอกิวรี ว่า, สัตวะ เล่า นั้น มัน อยาก ได้ เอง นิ ก็ เปน โทษ ของ มัน เอง.

๏ คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า, จง สู้ ทน ทรมาน ที่ เรา ได้ รู้ แล้ว, อย่า โลด ไป หา ทรมาน ที่ เรา ยัง ไม่ รู้ จัก.


ว่า ด้วย ม้า รบ กับ ฟา

๏ ม้า รบ ตัว หนึ่ง ที่ เขา ได้ แต่ง ด้วย เครื่อง รบ วิ่ง มา ตาม ทาง ทำ เสียง ดัง กอง สนั่น. ภบ ฟา ตัว หนึ่ง, เขา ปัน ทุก ของ เดิน สวน ทาง ลง มา, ม้า จึง ร้อง ให้ ฟา หลีก ว่า ถ้า ฟา ไม่ หลีก เรา จะ เยียบ ท่าน, ฟา ไม่ อยาก จะ ให้ ม้า โกรธ ก็ หลีก ทาง ให้. ภาย หลัง เข้า จับ ม้า ตัว นั้น ไป เพื่อ จะ รบ ทัพ. ม้า ถูก เจ็บ ใช้ ไม่ ได้ เขา จึง ไป ขาย ไว้ แก่ ชาว บ้าน นอก. เขา ถอด เครื่อง สำ รับ รบ ออก เสีย หมด. ครั้ง หนึ่ง ฟา ได้ เห็น เขา ใช้ ม้า เขน เกวียน นัก ม้า แทบ จะ ลาก ไม่ ได้. ฟา จึง เข้า ใจ ว่า ไม่ ควร ที่ จะ ริศยา สัตว ที่ กำ ลัง มี วาสนา, แล้ว จึง กลับ ดู หมิ่น ดู ถูก สัตว ที่ มี บุญ น้อย. ใจ ความ ว่า ความ หยิ่ง จำ เปน จะ หักล้ม.


ว่า ด้วย หมา กับ วัว

๏ มี หมา ตัว หนึ่ง นอน อยู่ ใน ราง สำหรับ ใส่ หญ้า ให้ วัว กิน เมื่อ วัว หิว นัก, จะ เข้า ไป กิน ย่า ก็ จะ คอย กัด วัว. ๆ จึง ว่า แก่ สุนักข์ ว่า, ท่าน เปน สัตว อะไร นี้ หวง อา หาร นัก ตัว จะ กิน เข้า ไป เอง ก็ กิน ไม่ ได้ แล้ว, ยัง กลับ มา หวง ผู้ อื่น ด้วย เล่า. ๏ การ ที่ ตระหนี่ เหนียว แน่น นั้น, คน ทั้งปวง จำ เปน เกลียด ชัง.


๏ ว่า ด้วย ปู แม่ ลูก ๚ะ

๏ ครั้ง หนึ่ง ปู แม่ ลูก ไต่ ไป, ตาม ชาย ทะเล. แม่ จึง ว่า แก่ ลูก ว่า, ทำ ไม เอง ไม่ เดิน ให้ ตรง เล่า เพราะ ว่า ขา เอง คด นัก ลูก ปู ว่า แม่ เอ๋ย. ถ้า ข้า เห็น แม่ เดิน ตรง แล้ว, จะ มี น้ำ ใจ เดิน ตรง บ้าง. ใจ ความ ใน คำ เปรียบ นี้ ว่า, ทำ ให้ เขา ดู อย่าง ก่อน ดี กว่า ว่า ให้ เขา ทำ.


ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง แรม เดือน ๗ นี้.
คำอังกฤษคำไทยคำจีนอาทิตย์ขึ้น กี่โมงอาทิตย์ตก กี่โมงอาทิตย์เที่ยง กี่โมงจันทร์ขึ้น กี่ทุ่ม
เดือน เมษเดือน ๗จีน เดือน ๔
วัน พุทธ๓๐ ค่ำแรม ค่ำ ๑๑๖ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๑ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว ๒ นาทีทุ่ม หนึ่ง ๒๕ นาที
วัน พฤหัส๓๑ ค่ำ๒ ค่ำ๑๗ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๑ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว ๒ นาที๒ ทุ่ม ๑๕ นาที
เดือน ยู ๖
วัน ศุกร ค่ำ ๑๓ ค่ำ๑๘ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๑ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว ๒ นาที๓ ทุ่ม ๓ นาที
วัน เสาร์๒ ค่ำ๔ ค่ำ๑๙ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๑ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว ๒ นาที๓ ทุ่ม ๔๙ นาที
วัน อาทิตย์๓ ค่ำ๕ ค่ำ๒๐ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๑ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว ๒ นาที๔ ทุ่ม ๓๕ นาที
วัน จันทร๔ ค่ำ๖ ค่ำ๒๑ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๑ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว ๒ นาที๕ ทุ่ม ๒๐ นาที
วัน อังคาร๕ ค่ำ๗ ค่ำ๒๒ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๑ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว ๒ นาที
วัน พุทธ๖ ค่ำ๘ ค่ำ๒๓ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๑ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว นาที ๑๖ ทุ่ม ๕๒ นาที
วัน พฤหัส๗ ค่ำ๙ ค่ำ๒๔ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๒ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว นาที ๑๗ ทุ่ม ๔๘ นาที
วัน ศุกร๘ ค่ำ๑๐ ค่ำ๒๕ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๒ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว นาที ๑๘ ทุ่ม ๔๖ นาที
วัน เสาร์๙ ค่ำ๑๑ ค่ำ๒๖ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๒ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว นาที ๑๙ ทุ่ม ๔๖ นาที
วัน อาทิตย๑๐ ค่ำ๑๒ ค่ำ๒๗ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๒ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว นาที ๑๑๐ ทุ่ม ๔๙ นาที
วัน จันทร๑๑ ค่ำ๑๓ ค่ำ๒๘ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๒ นาทีย่ำเที่ยง แล้ว นาที ๑๑๑ ทุ่ม ๕๒ นาที
วัน อังคาร๑๒ ค่ำ๑๔ ค่ำ๒๙ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาทีย่ำค่ำ แล้ว ๒๒ นาทีย่ำเที่ยง