

| เล่ม ที่ ๒๒ เดือน ๘ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ปี ขาน อัฐศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน ยูน วัน ที่ ๒๗ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๙ |
๏ พงษาวดาร อังกฤษ บท
๏ คฤสตศักราช ๑๑๙๙ ยอน พระราชอนุชา แห่ง ริดเจิ้น ได้ ครอง ราชสมบัติ เปน เจ้า แผ่นดิน สืบ มา. ยอน เจ้า แผ่นดินอัง กฤษ องค์ นี้ มิ ได้ ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม ประเพณี ร้าย กาจ, เบียด เบียน อาณาประชาราษฎร, ๆ มิ ได้ มี ความ ยิน ดี.
๏ อยู่ มาพระราชนัดา ของยอน เจ้าแผ่นดิน นั้น, พระนาม อา เฑอ อยู่ ใน เมือง ฝรั่งเสศ, เปน บุตร เขย ของ พีลิบ เจ้าแผ่นดิน ฝรั่งเสศ. คิดเหนว่า ตัว ก็ เปน บุตร เชฎา ของ ยอน เจ้า แผ่น ดิน, ควรจะ ได้ ราช สม บัติ ใน กรุง อังกฤษ บ้าง. จึ่ง ปฤก ษา กับ พีลิบ ๆ, ก็ เปน กำลัง ช่วย อุด หนุน, ก็ ยก ไป ตี เมือง ซึ่ง พระอัยะกี อยู่ นั้น จวน จะ ได้ อยู่ แล้ว. ยอน เจ้า แผ่น ดิน ทราบ ก็ รีบ ยก ทหาร มา, ตี กระ หนาบ ทับ อา เฑอ เข้า ไว้, ทับ อาเฑอ ก็ แตก ระส่ำระสาย, จับ อาเฑอ กับ พี่ นาง ของ อาเฑอ ได้. ยอน ก็ เสด็จ กลับ มา เมือง อัง กฤษ, สั่ง ให้ ประ หาร ชีวิตร อาเฑอ เสีย, แต่ พี่นาง ของ อาเฑอ นั้น ให้ จำ ขัง ไว้ มั่น คง. เจ้า พนักงาน มิ ได้ ประหาร ชีวิตร อาเฑอ ตาม สั่ง, ซ่อน อาเฑอ ไว้ มิ ให้ เจ้า แผ่นดิน ทราบ. ภาย หลัง ทรง ทราบ ก็ สั่ง ให้ เอา ตัว อาเฑอ, มา ประหาร ชีวิตร เสีย ด้วย พระหัตถ์ ของ พระองค์.
๏ ฝ่าย พีลิบ แต่ ลอบ มา ตี เมือง นอแมนเด, ได้ ที ละ เล็ก ที ละ น้อย, จน เมือง นอแมนเด มิ ได้ ขึ้น แก่ อัง กฤษ ถึง สาม ร้อย ปี มา แล้ว, ไป ขึ้น เสีย แก่ ฝรั่งเสศ ทั้ง สิ้น. ยอน เจ้า แผ่นดิน ขุ่น เคือง พระ ไทย อยู่, จึ่ง ปฤก ษา กับ ขุน นาง ทั้ง ปวง จะ ยก ไป ตี ฝรั่งเสศ. ขุน นาง ทั้ง ปวง ไม่ ยอม. ยอน จึ่ง ทำ สัญญา ไมตรี กับ เอม เปรอ เจ้า เมือง เยอมะนี่, หวัง จะ ให้เอมเปรอ เข้า ตี ด้าน หนึ่ง, พระ องค์ จะ เข้า ตี ด้าน หนึ่ง. พีลิบ ก็ จะ ละล้า ละลัง น้อย กำลัง ลง. ครั้น ทำ ไม ตรี เสรจ์ แล้ว, จึ่ง ปฤกษา กับ เอม เปรอ ๆ เหน ชอบ ด้วย, ก็ ยก ไป ตี ฝรั่งเสศ ข้าง ด้าน หนึ่ง. ยอน ก็ จ้าง ทหาร เมือง อื่น ยก เข้าตี ข้าง ด้าน หนึ่ง. เอบเปรอ รบ กับ พีลิบ ก็ อัประราไชย พ่าย แพ้ แก่ พีลิบ. ยอน ทราบ ว่า เอบเปรอ แพ้ แก่ พีลิบ แล้ว ก็ เสีย พระไทย. จึ่ง ทำ สัญญา ไมตรี กับ พีลิบ แล้ว, ก็ เลิก ทับ กลับ มา.
๏ ขณะ เมื่อ ยอน ไป ทำ ศึก อยู่ กับ ฝรั่ง เสศ นั้น, ขุน นาง ทั้งปวง ใน เมือง อัง กฤษ ปฤกษา พร้อม ใจ กัน, ทำ หนังสือ กด หมาย สำหรับ เจ้า แผ่นดิน ไว้ เปน หลาย ข้อ. ห้าม กัน ตัด รอน อำ นาถ เจ้า แผ่นดิน เสีย, มิ ให้ ข่มเหง เบียด เบียน ขุนนาง แล ราษฎร ได้ ตาม อำ นาถ. ครั้น ยอน เสด็จ มา ถึง แล้ว, ขุนนาง ทั้ง ปวง จึ่ง เข้า ไป ถวาย หนังสือ กด หมาย นั้น จะ ให้ ลง พระนาม. ยอน ไม่ ยอม ลง พระนาม ด้วย ขุนนาง ทั้งปวง, ๆ พา กัน เฉย เมย เสีย ไม่ มา เฝ้า ฟัง ข้อ ราชการ เหมือน แต่ ก่อน.
๏ ยอน เหน ขุนนาง ทั้งปวง ขุ่น เคือง, ไม่ มา รับ ราชการ ตาม ตำแหน่ง, จึ่ง ยอม ลง พระนาม ใน นัง สือ กดหมาย นั้น. หนังสือ กดหมาย นั้น เรียก ว่า แม็กนาชาตา, ได้ จำ ลอง สืบ ๆ มา มี อยู่ ใน หอ หลวง สำ รับ แผ่น ดิน มา จน ถึง ทุก วัน นี้.
๏ ครั้น ยอน ยอม ลง พระนาม แล้ว, ก็ ให้ นึก ขุ่น เคือง ขุน นาง อยู่ ไม่ รู้ วาย. จึ่ง ละ พระ นคร เสีย เสด็จ ไป อยู่ ที่ เกาะ แห่ง หนึ่ง, หวัง จะ ตริการ แก้ แค้น ขุนนาง ทั้งปวง. ขุน นาง ทั้งปวง มิ ได้ สง ไสย, เข้าใจ ว่า, พระองค์ เกียจ คร้าน ใน ราชกิจ, ก็ เสด็จ ไป เที่ยว ประ ภาษ ให้ สบาย พระไทย. ยอน จึ่ง จ้าง ทหาร เมือง อื่น ยก มา ตี เมือง อังกฤษ, หวัง จะ ให้ ขุน นาง ทั้ง ปวง เลิก ถอน กดหมาย นั้น เสีย.
๏ ขุนนาง ทั้งปวง ไม่ ทัน รู้ เหน จะ เสีย ที, จึ่ง ให้ ไป เชิญ ลุย ราช บุตร พีลิบ เมือง ฝรั่งเสศ ให้ ยก มา ช่วย, สัญญา ไว้ ว่า จะ ยก ราชสมบัติ เมือง อัง กฤษ ถวาย, ด้วย เหน ว่า พระ ชา ยา ของ ลุย นั้น เปน เชื้อ วงษ เมือง อังกฤษ, ลุย ก็ ยก มา ช่วย, ได้ รบ สู้ กับ ยอน. ยอน ก็ พ่าย แพ้ หนี ไป. ลุย กับ ขุนนาง อัง กฤษ ก็ ติด ตามไป, ตีได้ เมือง หลาย หวัว เมือง, จน ถึง เมืองโดเหว้อ. เจ้า เมือง โดเหว้อ นั้น ฝี มือ รบ พุ่ง เข้ม แขง นัก. ลุย รบ หัก เข้า ไป มิได้, จึ้ง สาบาล ว่า, ไม่ ได้ เมือง โดเหว้อ แล้ว ไม่ เสดจ์ กลับ, ถ้า รบ ได้ แล้ว ชาว เมือง ทังปวง จะ ผูก คอ แขวน เสีย หมด.
๏ ฝ่าย ขุนนาง อังกฤษ ทั้งปวง ปฤกษา กัน เหน ว่า, ถ้า จะ ให้ เจ้า ฝรั่งเสศ มา เปน เจ้า แผ่นดิน, ครอบ ครอง กรุง อังกฤษ นี้, เหน จะ ไม่ ควร, อาณา ประชา ราษฎร จะ หา เปน สุข ไม่. จึ่ง เอา ใจ ออก หาก จาก ลุย มา ยอม เข้า ด้วย ยอน อย่าง เดิม. เหตุ ฉะ นี้ ยอน จึ่ง ได้ ทหาร แล้ว ยก มา โดย สถลมารค ชาย ทเล, ที่ นั้น น้ำ ทเล ขึ้น แรง นัก, ก็ ขึ้น ท้วม เกวียน บันทุก สะเบียง อา หาร, แล เกวียน เครื่อง ทรง ให้ เสีย ไป สิ้น. ยอน ก็ เศว้า โสก เสีย พระไทย อาไลย ของ, ก็ ประชวน สิ้น พระชนม์ ใน คฤสต ศัก ราช ๑๒๑๖ ยอน อยู่ ใน ราชสมบัติ สิบ แปด ปี, พระ ชนมา ยุ ได้ สี่ สิบ เก้า พรรษา. พระมเหษี เดิม ที่ หย่า เสีย นั้น ไม่ มี โอรศ. พระมเหษี ที่ สอง มี พระราชบุตร สอง องค์. พระราชธิดา สาม องค์. ยอน พระองค์ นี้ มี ความ ชอบ ได้ ประ กอบ ไว้ ใน แผ่น ดิน, คือ ได้ ลง พระนาม ไว้ ใน หนังสือ กดหมาย สำหรับ เข้า แผ่น ดิน สิ่ง เดียว เท่านั้น, ได้ เปน แบบ แผน เยี่ยง อย่าง สืบ มา ถึง ทุก วัน นี้.
๏ คฤสตศักราช ๑๒๑๖ เฮนเร ที่ สาม ได้ ครอง ราชสม บัติ แทน พระราชบิดา สืบ มา, แต่ ยัง ทรง พระเยาว์ นัก. พระ ชนมายุ ได้ แปด พรรษา. เอินเปมปรึก พระพี่เลี้ยง เปน คน ดี ซื่อ สัตย ได้ ว่า ราชการ แทน เฮนเร.
๏ ฝ่าย ลุย ราชบุตร ฟีลิบ ฝรั่งเสศ, ก็ ยัง ตั้ง เกลี้ย กล่อม อยู่ ใน แดน อังกฤษ ได้ ผู้ คน บ้าง เล็ก น้อย, ไม่ใคร่ จะ มี ใคร เข้า ด้วย. เอินเปมปรึก ทราบ ดังนั้น, ก็ ยก ทหาร ไป กำ จัด ลุย, ได้ รบ สู้ กัน, ลุย เสีย ที่ ซอ ทำ ไมตรี กับ เอินเปมปรึก แล้ว ยก ทัน กลับ ไป. เอินเปมปรึก ว่า ราชการ เปน ยุติ ธรรม จน ถึง คฤสตศักราช ๑๒๑๙ ก็ สิ้น ชีพ ล่วง ไป. เฮอเบิดดิเบอ กับ บี เตอ ซึ่ง เปน บิชับ แห่ง เมือง วินเจดซะเตอ, ได้ ช่วย กัน ว่า ราช การ แทน เฮนเร สืบ มา, ถึง คฤสตศักราช ๑๒๒๓ เฮนเร ทรง เจริญ ขึ้น พระชนม์ ได้ สิบ หก พรรษา, ก็ เสดจ์ ออก ว่า ราชกิจ มิ ให้ ผู้ ใด ว่า แทน, เฮนเร ทรง ว่า ราชกิจ ก็ อ้อ แอ้ ไป. ขุน นาง อังกฤษ ที่มี ความ ชอบ ควร จะชุบ เลี้ยง ให้ เปน ใหญ่, ก็ ไม่ ชุบ เลี้ยง, ชุบ เลี้ยง คน ต่าง ประเทศ ให้ เปน ขุน นาง ผู้ ใหญ่. ถ้าโปรด ใคร ๆ แล้ว, เอา ทรัพย์ ใน พระ คลัง ออก พระราชทาน, จน ทรัพย์ ใน พระคลัง บก พร่อง ไป. ฃุนนาง ทั้งปวง ขุ่น เคือง คิด จะ ถอด เสีย.
๏ ครั้น คฦสตศักราชได้ ๑๒๕๘ ขุน นาง ทั้ง ปวง ประชุม พร้อม กัน ที่ เมือง ออกซะเพ็ด, ข่ม ขืน ให้ เฮนเร กับ เอดเวิด ราชโอรศ ทำ หนังสือ สัญญา ไว้ กับ ฃุนนาง ว่า, ให้ ขุนนาง ยี่ สิบ สี่ คน เปน ผู้ ดู แล ว่า กล่าว ราชการ, แล ตั้ง กดหมาย ตาม แต่ จะ ปฤกษา กัน. แล ให้ ขุนนาง ผู้ หนึ่ง ชื่อ ดิ มัด เฟิด, เปน ผู้ ใหญ่ ใน ขุนนาง เหล่า นั้น. ครั้น เอดเวิด ทรง วัฑฒนา เจริญ ขึ้น แล้ว, ก็ สำแดง สติ ปัญญา กล้า หาร ต่าง ๆ. ฝ่าย ขุนนาง ที่ สัก ซื่อ ต่อ แผ่น ดิน ก็ ยัง มี อยู่ มาก คน. เหน ขุนนาง ยี่ สิบ สี่ คน นั้น ข่ม เจ้า แผ่น ดิน ให้ อยู่ ใน อำนาถ ของ ตน. แล ประพฤติ การ อา สัตย์ อาธรรม ให้ ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน, ก็ เอา ใจ ออก หาก จาก ขุนนาง เหล่า นั้น กลับ เข้า ด้วย เฮนเร ดัง เก่า, เฮนเร จึ่ง มี กำลัง ขึ้น.
๏ ฝ่าย พระเจ้า เฮนเร กับ พระราช อนุชา, แล เอดเวิด ราช บุตร แล ราชนัดดา ก็ ยก ไป รบ ตี มัด เพ็ก, ทับ เฮนเร เสีย ที ก็ พ่าย แพ้ แก่ ขุนนาง, ตี มัด เพ็ด จับ เจ้า แผ่น ดิน แล เจ้า ทั้ง สาม องค์ ได้. จำ ขัง ไว้ แน่น หนา, ตี มัด เพ็ด ก็ กำเริบ มาก ขึ้น ยิ่ง กว่า แต่ ก่อน, จะ ทำ การ สิ่ง ใด ก็ แอบ อ้าง เอา พระนาม ว่า รับ สั่ง แล้ว ทำ เอา แต่ ตาม อำเภอ ใจ ของ ตน, เบียด เบียน ราษฎร ให้ ได้ ความ เดือด ร้อน ต่าง ๆ, ฝ่าย เอิลตลือดเสด สะเตอ ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ใน ขุนนาง ยี่ สิบ สี่ คน นั้น, เหน ดี มัด เพ็ด กระทำ การ ทุจริต อุบาย ช้า ทารุณ ต่าง ๆ ดัง นั้น, ก็ เอา ใจ ออก หาก คิด จะ ทำลาย ความ คิด ดี มัด เพ็ด เสีย. จะ มิ ให้ ดี มัด เพ็ด คิด ตั้ง ตัว ขึ้น เปน ใหญ่ ได้.
๏ ดี มัด เพ็ด เหน ขุนนาง บาง คน ขุ่น เคือง อยู่. จึ่ง ทำ เปน ปล่อย เอดเวิด เสีย จาก ที่ ขัง, เพื่อ จะ เอา ใจ ขุนนาง เหล่า นั้น. แต่ ให้ ทหาร คอย ดู แล รักษา อยู่ ประหนึ่ง จะ ให้ อยู่ คอย ตาม แห่ เสด็จ, หวัง จะ มิ ให้ เอดเวิด หนี ไป ได้. เอิลตลือด เสดสะเตอ ทราบ ว่า ดี มัด เพ็ด ปล่อย เอดเวิด แล้ว แต่ ยัง ให้ ทหาร คุม อยู่, คิด จะ ให้ เอดเวิด หนี. จึ่ง ใช้ ให้ คน สนิท นำ ม้า ฝี ท้าว เรว ม้า หนึ่ง ไป ถวาย เอดเวิด แล้ว ให้ ทูล ความ ลับ ว่า, ให้ เอดเวิด แกล้ง ทำ เปน ประชวร, คลาย ประชวร แล้ว ให้ ลา ดื่ มัดเฟิด ไป เที่ยว ประภาษ เอา อากาศ แล้ว ให้ เสดจ์ หนี มา, จะ ได้ คิด อ่าน ช่วย กัน กำ จัด ดื่มัดเพ็ด เสีย.
๏ เอดเวิด ได้ ทรง ฟัง ดั่ง นั้น ก็ ยิน ดี รับ ม้า ไว้, แล้ว แกล้ง ทำ เปน ประชวร. ครั้น หาย ประชวร แล้ว ไป ลา ดื่มัดเพ็ด จะ เสดจ์ ไป เอา อากาศ. ดื่มัดเพ็ด ไม่ วาง ใจ, จึ่ง ให้ ทหาร ม้า ตาม เสดจ์ ไป ด้วย เปน หลาย ม้า, จะ มิ ให้ เอดเวิด หนี ได้. เอด เวิด เมื่อ เสดจ์ ประภาษ อยู่ นั้น, คิด จะ หนี แต่ เกรง ทหาร ม้า จะ ไล่ ทัน. จึ่ง แกล้ง ให้ ทหาร ม้า นั้น ควบ แข่ง กัน จน ม้า นั้น อิด เหนื่อย อ่อน กำลัง. เหน จะ ไล่ ไม่ ทัน แล้ว, เอดเวิด ก็ ขับ ม้า หนี หน้า ทหาร ไป. ทหาร เหล่า นั้น ขับ ม้า ไล่ ตาม ก็ ไม่ ทัน, ด้วย ม้า ทหาร นั้น อ่อน กำลัง เสีย แล้ว.
๏ ครั้น เอดเวิด หนี ไป ได้. ขุนนาง ทั้งปวง ที่ สัตย์ ซื่อ ต่อ แผ่นดิน ทราบ ว่า เอดเวิด หนี มา ได้ แล้ว, ก็ ยินดี พา กัน มา เฝ้า. เอดเวิด ก็ ตรัส เกลี้ย กล่อม เอา ใจ ขุนนาง เหล่า นั้น ไว้ มิ ให้ ระส่ำ รสาย. ครั้น ได้ พวก พล มาก แล้ว ก็ ตระเตรียม จะ ยก ไป ปราบ ปราม ดื่มัดเพ็ด.
๏ ฝ่าย ดื่มัดเฟิด ครั้น ทราบ ว่า เอดเวิด หนี ไป. ก็ คิด เกรง อยู่. เหน ว่า เอดเวิด หนี ไป ครั้ง นี้, ที่ ไหน จะ นิ่ง อยู่, คง จะ คิด เกลี้ย กลอม พวก พล ยก มา รบ กวน เปน มั่น คง, คิด จะ ตัด กำลัง เอดเวิด เสีย มิ ให้ มา รบ กวน ได้, จึ่ง ข่ม ขืน เฮนเร เจ้า แผ่นดิน ให้ สั่ง ประกาศ ไป ว่า, เอดเวิด เปน กระบถ อย่า ให้ ใคร นับ ถือ เข้า ด้วย. แล้ว สั่ง ให้ ไซมน บุตร ผู้ ใหญ่ ของ ตน ยก กอง ทับ มา คอย ช่วย สกัด. เอดเวิด ครั้น ทราบ ว่า ไซมน ยก มา ช่วย บิดา, ก็ ยก ทหาร รีบ ไป ก้าว สกัด ตี กอง ทับ ไซมน แตก ฉาน หนี ไป. แล้ว เสดจ์ เลย ไป ปราบ ปราม ดื่มัดเพ็ด ฯ ครั้น เหน ธง เปน กระ บวน ทับ ยก มา แต่ ไกล, สำคัญ ว่า กอง ทับ ไซมน บุตร ของ ตน ยก มา ช่วย ก็ ดี ใจ, จึ่ง ให้ ม้า ใช้ เรว รีบ ออก ไป ดู, ก็ ทราบ แน่ ว่า เปน ทับ เอดเวิด, มิ ใช่ ทับ ไซมน ก็ ตก ใจ, จึ่ง จัดแจง กระบวน ทับ แกล้ง ให้ เฮนเร นำ หน้า ทหาร ยก ออก ไป รบ กับ เอดเวิด. ทหาร กอง หน้า ของ เอดเวิด ทะลวง มา จะ ทำ ร้าย เฮนเร. ฯ จึ่ง ร้อง ไป ว่า, เรา คือ เฮนเร เจ้า ฃอง ท่าน ทั้ง หลาย, ทหาร เหล่า นั้น ทราบ ว่า เจ้า ของ ตน ก็ รบ ป้อง กัน เฮนเร เข้า ไว้ ใน กอง ทับ เอดเวิด ได้.
๏ เอดเวิด ครั้น ทราบ ว่า พระราชบิดา เสดจ์ มา ได้ ก็ ดี พระ ไทย นัก. สั่ง ให้ โหม หัก หนัก เข้า ไป. ทับ ดีมัดเฟิด ต้าน ทาน มิได้, ก็ แตก กระจัด กระจาย ไป. ดีมัดเฟิด กับ บุตร ก็ ถึง แก่ ความ ตาย ใน ที่ รบ นั้น. เอดเวิด ได้ ไชยชำนะ แล้ว, ก็ ปราบ ปราม เสี้ยน หนาม แผ่นดิน ให้ ราบคาบ เรียบเรียง เปน ปรกติ แล้ว มอบ พระ นคร ไว้ แก่ พระราช บิดา. พระองค์ ก็ ถวาย บังคม ลา ยก ทหาร ไป ยัง ประเทศ แปะละสะติง.
๏ ด่าน บาง บอน ๚
๏ คน เดิน เรือ ค้า ขาย ทาง คลอง หัว กระบือ สรรเสิญ ว่า, หนังสือ พิมพ์ นี้ ดี จริง. ใน หลวง ได้ รู้ ว่า, คน ผู้ ร้าย มี อยู่ ที่ คลอง หัว กระบือ, ใน หลวง ได้ มี รับ สั่ง ให้ กรม พระ ตำรวจ์ จับ, เดี๋ยว นี้ คน ร้าย ก็ หาย ไป, คน ค้า ขาย ก็ ค่อย มี ความ สบาย มาก. แต่ นาน ไป ข้าง น่า จะ ยังไร ไม่ รู้, เหน ด่าน ไป ตั้ง ใหม่ ที่ บ้าน บาง บวน นั้น, จะ รักษา คน ร้าย ฦๅ ๆ จะ ตั้ง ทำ อะ ไร ไม่ รู้. เหน แต่ เรือ เจ๊ก บันทุก สินค้า มา, พวก ด่าน เรียก ให้ จอด เอา ของ ทุก ลำ, ถ้า ไม่ ให้ ก็ ไม่ ปล่อย ให้ มา, ชาว เรือ ต้อง เสีย ให้ ทุก ลำ, คิด ค่า ของ ที่ ด่าน เอา นั้น, เฟื้อง หนึ่ง บ้าง สลึง หนึ่ง บ้าง. เรือ มา แต่ เมือง แม่ กลอง ต้อง จอด ด่าน ถึง ๔ แห้ง, ด่าน เมือง แม่ กลอง หนึ่ง, ด่าน เมือง ท่าจีน หนึ่ง, กรุงเทพ ฯ สอง แห่ง, ต้อง เสีย ให้ ตาม ทุก แห่ง. ด่าน ที่ ตั้ง อยู่ บาง บอน ไม่ เหน มี คุณ สิ่ง ใด. ถ้า ไป อยู่ ที่ ปาก คลอง หัว กระ บือ ให้ พร้อม กัน กับ เจ้า ภาษี ก็ ดี ที เดียว. เพราะ ที่ นั้น ว่าง เปล่า ไม่ มี บ้าน คน. แล้ว เปน ที่ คน ร้าย ปล้น ตี เรือ ฆ่า คน ตาย บ่อย ๆ. แขวง เมือง สาคร บุรีย กับ กรุง เทพ ฯ ชน กัน ที่ นั้น, คน ลัก ควาย ก็ ข้าม ที่ นั้น. ถ้า มี บ้าน แล้ว คน ร้าย ที่ เคย ทำ ยัง แต่ ก่อน ก็ จะ หาย ไป.
๏ ผู้ ร้าย เมือง ชน ๚
๏ ที่ เมือง ชล บุรีย มี คน ร้าย อยู่ คน หนึ่ง ชื่อ อ้าย แจ่ม, มัน แขง แรง ดุ นัก ฆ่า คน ให้ ตาย ก็ หลาย คน. แล้ว เที่ยว แย่ง ชิง ฆ่า ฟัน คน ทุก วัน. พวก คน ทำ ไร่ จะ เดิน เอา ของ มา ซื้อ ขาย ที่ ตลาด เมือง ชลบุรี่ย์ ก็ กลัว นัก. อ้าย แจ่ม มี พวก อยู่ ศัก เก้า คน สิบ คน เท่า นั้น, คน ชาว บ้าน ก็ กลัว นัก. อ้าย แจ่ม จะ ต้อง การ เมีย เจ๊ก ทำ เมีย มัน บ้าง ก็ ได้. ตาม บ้าน ไร่ บ้าน ป่า นั้น. ถ้า เจ๊ก เหน อ้าย แจ่ม ๆ บอก ให้ ไป จาก โรง เจ๊ก ก็ ต้อง ออก จาก โรง ไป. อ้าย แจ่ม จะ ต้อง การ กิน เข้า ฤๅ ก็ ได้, คุม เหง ลูก เมีย เจ๊ก ก็ ได้. เมีย ลูก สาว จะ ไม่ ยอม ก็ กลัว อ้าย แจ่ม จะ ฆ่า ตาย, ต้อง ยอม ให้. ครั้น อ้าย แจ่ม ไป แล้ว, เจ๊ก จึ่ง กลับ ไป โรง อยู่ กับ ลูก เมีย. ทุก วัน นี้ ที่ เมือง ชล คน จะ เดิน เอา สิ่ง ของ ไป ค้า ขาย, ตาม บ้าน ไร่ บ้าน ป่า คน เดียว ก็ เดิน ไม่ ได้. กลัว อ้าย แจ่ม นัก. คน ที่ อ้าย แจ่ม ทำ ยับ เยิน ไป ร้อง ต่อ ท่าน เจ้า เมือง ชล ให้ จับ อ้าย แจ่ม, เจ้า เมือง ว่า แก่ แล้ว จับ ไม่ ได้. เจ๊ก ว่า ให้ เจ้า เมือง บอก กรมการ ไป จับ. เจ้า เมือง ว่า กรมการ ไม่ มี ใคร จะ จับ ได้. เจ้า เมือง กลับ ว่า ให้ เจ๊ก ให้ ไทย จับ อ้าย แจ่ม มา เถิด. ชาว บ้าน ได้ ยิน เจ้า เมือง ว่า ดัง นั้น แล้ว, จะ คิด อ่าน จับ ตัว อ้าย แจ่ม มา ส่ง เจ้า เมือง ก็ ได้. แต่ เจ้า เมือง กรมการ จะ ไม่ จำ ตรวน ไว้, จะ ปล่อย อ้าย แจ่ม เสีย. แต่ ก่อน ได้ เหน เจ้า เมือง เอา ตัว อ้าย แจ่ม มา ชำระ ความ บ่อย ๆ, เจ้า เมือง ก็ ไม่ ได้ จำ ไว้. ครั้น จะ จับ ให้ ก็ จะ ปล่อย เสีย อีก. เพราะ เจ้า เมือง กรมการ ไม่ เปน ธุระ จริง ๆ, เจ้า เมือง เข้า มา เที่ยว เล่า ให้ เขา ฟัง, ว่า ตัว เจ้า เมือง ก็ แก่ แล้ว, จะ ชำระ ให้ มัน ทำไม. อ้าย แจ่ม มัน จะ ทำ ยัง ไร ก็ ชั่ง มัน, เจ้า เมือง คิด ยัง นี้ ไม่ ดี.
๏ ติ เรื่อง ภาษี เกลือ ฯ
๏ เรื่อง ภาษี เกลือ คน ทำ นา เกลือ กับ คน ค้า เกลือ, ได้ ความ ลำ บาก นัก, เพราะ เจ้า ภาษี ตั้ง พิกัษ เอา เอง. ถ้า เรือ จะ ไป บันทุก เกลือ ที่ ตำบล ใด ให้ มี ใบ บอก เจ้า ภาษี, จึ่ง จะ ไป บันทุก ได้. เสมียร หลง จู เจ้า ภาษี ก็ ตั้ง ไป ไว้ ทุก แขวง ทุก อำ- เภอ. เรือ บันทุก เกลือ ล่อง มา ถึง ด่าน ภาษี แล้ว, บัง คับ ให้ ตวง ใหม่, เข้า มา ถึง กรุง แล้ว ให้ ตวง อีก. เที่ยว เรือ หนึ่ง เกลือ ต้อง ตวง ให้ เจ้า ภาษี ดู ถึง สาม แห่ง, แล้ว เรียก เอา ค่า ตวง ค่า ตั๋ว ค่า เผา ค่า ฎี ค่า ใบ บอก ให้ ไป ซื้อ เกลือ. คิด ดู เกลือ เกวียน หนึ่ง ตวง เสีย เงิน ให้ เจ้า ภาษี ถึง แปด บาท. เจ้า ภาษี ทำ ดัง นี้ ปราฐนา จะ ไม่ ให้ ผู้อื่น ค้า เกลือ ได้. เจ้า ภาษี จะ ได้ ฃาย คน เดียว. คน ฃาย เกลือ ได้ ความ ลำ บาก แล้ว ก็ ไม่ ไป ซื้อ เกลือ ฃาย, เพราะ เสีย เงิน มาก ไม่ มี กำไร. เจ้า ของ เกลือ ที่ ทำ นา ได้ เกลือ ไว้. จะ เอา บันทุก เรือ มา ฃาย ไป บอก เสมียร หลง จู ให้ ไป กำ กับ ตวง เกลือ ที่ ยุ้ง. เสมีบร หลง จู ก็ ไม่ ไป ว่า เจ้สัว ไม่ สั่ง. ต้อง มา อ้อนวอน เจ้สัว ถึง บางกอก, มา เปน หลาย วัน จึ่ง ได้ ไป เที่ยว หนึ่ง. ครั้น จะ ฃาย เกลือ ให้ เจ้า ภาษี ๆ, ก็ ให้ ราคา แต่ เกวียน ละ บาท บ้าง สอง บาท บ้าง. เกลือ เงิน ภาษี ก็ ได้ มาก กว่า คน ทำ ถึง เกวียน ละ หก บาท. แล้ว จะ เอา มา ซื้อ ฃาย ได้ ความ ลำ บาก ด้วย. ถ้า ฃาย ให้ เจ้า ภาษี แล้ว ภา ษี ก็ เอา ไม้วา ไป วัด ยุ้ง สูง ศอก กว้าง สี่ ศอก เปน เกวียน. ครั้น จะ เกี่ยง ให้ ตวง ก็ จะ เอา ถัง ใหญ่ ไป ตวง ซื้อ. ครั้น ขน มา ฃาย ก็ เอา ถัง สิบ แปด สิบ เจ็ด ทนาฬ ตวง ให้. ครั้น มา ถึง ด่าน ภาษี ๆ ก็ ตวง ตรวจ ดู อีก. ถ้า เกลือ ขาด ไม่ เตม ตาม ฎีกา ว่า ขะโมย เกลือ ฃาย, ไม่ บอก ภาษี. ๆ ก็ เรียก เอา เงิน เตม ตาม ฎีา. ถ้า เกลือ ตวง ได้ มาก กว่า ฎีกา ออก ไป, เจ้า ภาษี ก็ ริบ เอา เกลือ นั้น ไว้. เจ้า ภาษี ใช้ ถัง ไม่ เท่า กัน คิด ฉ้อ อยู่ เสมอ, คน ฃาย จะ ไป ฟ้อง ฤๅ ก็ กลัว จะ ต้อง ไป เปน ความ กับ เงิน จึ่ง ไม่ มี ผู้ ฟ้อง. คน ค้า เกลือ ไม่ ค้า ก็ มาก เพราะ เจ้า ภาษี ทำ ให้ ลำ บาก. ข้าพเจ้า เหน ว่า การ นาน ไป ข้าง หน้า, คน ทำ นา เกลือ คน ค้า เกลือ เลิก ไป หา อื่น กิน ไม่ ทำ นา เกลือ,ๆ ก็ จะ ได้ น้อย ไป. เจ้า ภาษี ก็ จะ ฟ้อง ขาด เงิน ภาษี ก็ น้อย ลง. ถ้า เจ้า ภาษี เบีด ให้ ซื้อ ฃาย โดย สดวก, กำ กับ ตวง แต่ ที่ ยุ้ง แห่ง เดียว แล้ว, จะ เอา ไป ซื้อ ฃาย ที่ ไหน ก็ อย่า ห้าม ปราม, เงิน ภาษี ก็ ลด ลง เรียก เอา แต่ เกวียน ละ สาม บาท สี่ บาทว คน ทำ นา เกลือ คน ค้า เกลือ มี กำไร. เกลือ ก็ มาก ขึ้น ทุก ปี. แต่ ปี กลาย นี้ เกลือ ฃาย ที่ นา ได้ เกวียน ละ สี่ บาท ห้า บาท, ยัง มี คน ทำ มาก. ปี นี้ เกลือ ฃาย ที่ นา ได้ เกวียน ละ บาท สอง บาท, แล้ว ซื้อ ฃาย ต้อง อยู่ ใน บังคับ เจ้า ภาษี เกลือ ก็ มี น้อย. เหน เจ้า ภาษี จะ ฟ้อง ขาด เปน แน่, ถ้า เจ้า ภาษี จะ เรียก เหมือน ภา ษี เข้า สาร ภาษี อื่น ๆ, เสีย ภาษี ให้ แล้ว เจ้า ของ จะ เอา ไป ซื้อ ฃาย ที่ ไหน ก็ ได้, ไม่ ห้าม เหมือน เกลือ, ๆ ก็ จะ มี มาก ขึ้น, ภา ษี จะ เรียก ได้ เงิน มาก. ภาษี ก็ แย่ง ชิง กัน เงิน หลวง ก็ จะ มาก ขึ้น ด้วย. เกลือ เสีย ภาษี แล้ว, เอา ไป ใส่ ปลา ใส่ กุ้ง, เจ้า ภาษี เกลือ เรียก เอา ภาษี เกลือ กับ คน ฃาย ปลา, ฃาย กุ้ง อีก. เปน ภาษี เกลือ เรียก สอง ครั้ง.
๏ ติ เรื่อง ปิด คลอง ๚
๏ ใน คลอง หัว กระบือ ข้าพเจ้าไป เที่ยว เหน คลอง ขุด ใหม่ ที่ ปลาย คลอง เตียน ดี, ไม่มีไม้รก ใน คลอง เรือ ไป มา ได้ ความ สบาย. แต่ คลอง เก่า ข้าง ตน คลอง นั้น, ชาว บ้าน เอา ไม้ ปิด คลอง ดัก กุ้ง หลาย แห่ง, เรือ ไป มา ติด ไม้ สระ คลอง ดัก กุ้ง ชาว เรือ จะ รื้อ, เจ้า ของ ที่ เอา ไม้ ทำ เปน เฝือก ดัก กุ้ง นั้น ไม่ ให้ รื้อ. ทะเลาะ กัน กับ คน บันทุก เกลือ ล่อง มา ตาม คลอง นั้น ทุก วัน. ข้าพเจ้า ทราบ ว่า คน เอา ไม้ สระ ปิด คลอง อย่าง นี้ ใน หลวง ห้าม คน ที่ ทำ นั้น ขัด รับสั่ง มี โทษ มาก.
๏ เรื่อง หนึ่ง, ที่ ตะภาน วัด ราชบุณะ มี คน อยู่ พวก หนึ่ง เปน ผู้ ร้าย. เรือ มา จอด อาไสย ตะภาน เปน เรือ มา แต่ หัว เมือง ส่ง ส่วย บ้าง, มา เปน ความ บ้าง. อ้าย ผู้ ร้าย ลง ไป ใน เรือ แย่ง เอา เงิน เอา ของ ไป แทบ ทุกวัน. ลาง ที่ ก็ แย่ง กลาง วัน บ้าง, กลาง คืน บ้าง. เจ้า ของ ไล่ ตาม ไป ถึง ตัน ตะภาน, ภบ บ่าว พระยา มหามนตรี นั่ง ยาม รักษา เรือ ไม้ ซุง อยู่ ที่ ตัน ตะภาน นั้น, ออก กั้น กาง ช่วย อ้าย ผู้ ร้าย. เจ้า ของ สู้ ไม่ ได้ ก็ กลับ ลง เรือ, แล้ว อ้าย ผู้ ร้าย ก็ ตาม เอา อิฐ มา ขว้าง ถูก หัว คน แตก. เรือ จอด ที่ ปลาย ตะภาน ไม่ ใคร่ จะ ได้. เจ้า ของ เหน ว่า บ่าว พระยา มหามนตรี จะ เปน ผู้ ร้าย รู้ จัก ตัว ผู้ ร้าย ด้วย หลาย คน. เจ้า ของ ถาม ชาว บ้าน ริม ตะภาน ว่า คน เล่า นี้ เปน บ่าว ท่าน ผู้ ใด. เขา บอก ว่า เปน บ่าว พระยา มหามนตรี บ้าง, พระ ราช ว รินทร์ บ้าง, พระ วิสทฺโธธามาตย์ บ้าง. คน เหล่า นี้ อยู่ ที่ ศา ลา. ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน, ร้อง เพลง เล่น เปน คำ หยาบ ทุก คืน. ใน บ้าน นาย ไม่ ใคร่ จะ อยู่ ๆ ที่ ศาลา ตะภาน นั้น มาก กว่า อยู่ บ้าน นาย, เพราะ นาย ไม่ ว่า อ้าย เหล่า นี้, จึ่ง เปน ผู้ ร้าย.
๏ ความ ร้าย ๔ เรื่อง ๕ เรื่อง ที่ ลง พิมพ์ ข้าง บน นี้, คน มี ชื่อ มา ให้ ข้าพเจ้า, ขอ ให้ ลง พิมพ์. มี คน เข้า กัน หลาย คน เปน พยาน ว่า เปน ความ จริง. เรา จึ่ง ว่า เหน ควร ที่ จะ ลง. ถ้า สืบ ดู ว่า เปน ความ ไม่ จริง แล้ว ใคร ๆ จะ มา แก่ ความ ก็ ได้.
ว่า ด้วย เรือ กลไฟ ชื่อ สยาม
๏ วัน พุทธ์ เดือน ๕ แรม ๑๑ ค่ำ ได้ ออก จาก เมือง แล่งวัน จะ ไป เมือง กาละกะตา, หม้อ น้ำ แล จักร ก็ ดี อยู่, กำปั่น นั้น แล่น ไป สะดวก. จน วัน ๕ เดือน ๕ แรม ๑๒ ค่ำ เมื่อ ชนะ นั้น กับตัน ยืน ถือ ท้าย อยู่, เรือ นั้น แล่นไป ห่าง เสา ไฟ ประมาน ไมล์หนึ่ง ก็ โดน โสโครก เข้า สอง สาม หน. กับตัน จึ่ง สั่ง ให้ เขา หยุด จักร, แล เมื่อ เขา หยุด จักร แล้ว, กำปั่น ขึ้น เกย แน่น อยู่ บน หิน. เมื่อ กับ ตัน สั่ง ให้ หยุด จักร นั้น, อินซะเนีย ก็ เปิด ควัน เสีย แล้ว ขึ้น มา บน ดาดฟ้า. อินซะเนีย ใหญ่ แล พวก ใส่ ไฟ นั้น ก็ ตาม กัน ขึ้น มา โดย เรว. เมื่อ เขา ขึ้น มา บน ดาด ฟ้า หมด แล้ว, กับ ตัน เดิน มา ข้าง ท้าย เรือ สั่ง ให้ หย่อน เรือ โบต ลง ใน น้ำ. อิน ซะเนีย สาม คน, ๆ ครัว คน หนึ่ง, แล คน โดย สาร สี่ คน ก็ ลง เรือ โบต ตี กระเชียง ไป รอบ ท้าย เรือ, กับตัน สั่ง ให้ บ่าย เรือ ตรง ไป ที่ เสา ไฟ. ครั้น ไป ใกล้ เสา ไฟ ประมาณ ครึ่ง ไมล์, เหน แต่ หิน แล ละลอก, ไฟ ที่ เสา นั้น ก็ สว่าง อยู่, พวก ที่ เข้า ไป นั้น เหน ว่า เข้า ไป ไม่ ได้ แล้ว ก็ กลับ มา ยัง กำ ปั่น. กับ ตัน จึ่ง บอก ว่า, จีน เอา เรือ โบต ไป ลำ หนึ่ง ไม่ ได้ บอก กัปตัน. พวก อินซะเนีย ยัง รอ เรือ โบต อยู่ ที่ ข้าง กำปั่น นั้น, จน เวลา สี่ โมง เช้า. แล้ว ก็ ออก เรือ ไป จะ ไป ขึ้น ที่ เสา ไฟ นั้น, ค่อย เลียบ อ้อม หนี ไป ขึ้น ที่ โรง ได้. จึ่ง ได้ พบ จีน ที่ เอา เรือ โบด มา แต่ เจ้า ของ โรง, บอก ว่า จีน เหล่า นั้น คลื่น ซัด เรือ เข้า มา ค้าง แห้ง อยู่ จีน จึ่ง ขึ้น ได้. ภอ พวก จีน ขึ้น ได้ แล้ว, มี คลื่น มา อีก ลูก หนึ่ง ซัด เรือ จีน ข้าม ไป ข้าง โน้น เรือ ก็ ลอย ไป. ได้ ยิน พวก จีน ว่า มี สิ่ง ของ แล เงิน ติด เรือ ไป มาก. เจ้า ของ เรือ จึ่ง ไป ตาม เรือ มา ได้ ขน สิ่ง ของ ขึ้น, แล เงิน ที่ อยู่ ใน เรือ นั้น หาย ไป มาก, เพราะ ว่า ปาก ถุง เปิด อยู่.
๏ แล้ว อินชะเนีย ว่า จะ จัดแจง ซ่อม แปลง เรือ โบด, แล้ว จะ ไป รับ คน ที่ ค้าง อยู่ ใน กำปั่น. เจ้า ของ โรง ห้าม ว่า อย่า ไป เลย คลื่น ลม มี มาก, คอย ให้ น้ำ ลง ก่อน. พวก เหล่า นั้น ไม่ ฟัง, ก็ จัด แจง ลง เรือ, คลื่น ซัด น้ำ เข้า มา ใน เรือ ครึ่ง ลำ. อินชะเนีย ทั้ง ๒ คน กับ กระลาสี ๕ คน, ก็ ลง ใน เรือ วิด น้ำ ไป สาม คน. แล้ว ไป ยัง กำปั่น. ถึง กำปั่น แล้ว, มิศเตอ สอบเฟือ บอก ว่า กับตัน กับ คน ครัว สอง คน, ลง แพ เล็ก ๆ ลอย ไป กลาง ทเล. ขณะ นั้น กระลาสี บน กำ ปั่น หลาย คน ต่าง ๆ โจน ลง ใน เรือ โบต จน เรือ เกือบ จะ ล่ม. คน ใน เรือ ห้าม ว่า อย่า ให้ ลง มา นัก เรือ จะ ล่ม, ให้ กลับ ขึ้น ไป บน กำ ปั่น เสีย ก่อน. คน ทั้งปวง ว่า กับตัน ขึ้น บก ได้ แล้ว ก็ ทิ้ง เขา เสีย ให้ ตาย ไม่ คิด ถึง เลย. เดี๋ยว นี้ เรา ได้ ลง เรือ แล้ว ไม่ ขึ้น ละ, แล้ว ก็ ออก เรือ จาก กำปั่น วิด น้ำไป พลาง, จน ถึง ฝั่ง ก็ ส่ง คน เหล่า นั้น ขึ้น บก ได้ หมด แล้ว, จึ่ง ลง เรือ รีบ ไป ตาม กับตัน ประ มาณ ทาง สี่ ไมล์ ห้า ไมล์. ภบ กับตัน เกาะ แพ ลอย กลาง ท เล แล้ว รับ ขึ้น บน เรือ โบต กลับ มา ยัง กำ ปั่น. กับ ตัน ขึ้น ไป บน กำปั่น เก็บ เอา เสื้อ หมวก กับ ดาบ ลง เรือ แล้ว, รับ คน ลง บน กำปั่น ลง เรือ มา หมด ส่ง ขึ้น ถึง ฝั่ง. กับตัน อยาก ไป กำปั่น อีก หน หนึ่ง, จึ่ง จัด แจง คน ลูกเรือ, อินซะเนีย แล เจ้า ของ โรง กับตัน ถึง กำปั่น แล้ว, ก็ เก็บ หีบ หนังสือ แล แผน ที่ กับ เงิน แล ปืน ห้า กระบอก แล้ว ก็ กลับ มา ฝั่ง. ภอ ถึง ฝั่ง เรือ โบต ล่ม ลง, หีบ หนังสือ หาย สอง หีบ, แล หีบ ก็ เปียก น้ำ เสีย ไป
เมือง เพชรบุรี เดือน เจด แรม แปด ค่ำ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ เปน เอดิเตอร์ ของ บางกอก ริคอเดอ, ได้ เขียน บท ต้น เรื่อง นี้ ณวัน แรม แปด ค่ำ. ที่ ข้าง ปลาย บท นั้น, ว่า ด้วย การ ไถ นา เมื่อ กำลัง แห้ง, เพื่อ ประสงค์ จะ ให้ การนั้น สำ เร็จ พร้อม เมื่อ คราว ที่ ฝน จะ ตก บริบูรณ์, ไม่ ต้อง ตะลี ตะลาน ไถ นา. เมื่อ คราว นั้น จะ มี แต่ การ คราด. แต่ ข้าพเจ้า เหน ว่า, คราด ที่ ไทย เคย ใช้ อยู่ นั้น, คราด กว่า จะ ได้ ก็ ช้า นัก เหน็ด เหนื่อย มาก, แล้ว ไม่ ดี ด้วย. คราด เมือง นอก มี ดี ๆ นัก, คราด เบา ก็ มี, คราด หนัก ก็ มี, อย่าง กลาง ก็ มี. อย่าง กลาง นั้น ควาย คู่ หนึ่ง, ฤๅ ว่า สอง คู่ ลาก ไป ได้ สบาย. ตัว คราด นั้น เปน ไม้ มี สัณฐาน เหมือน จั่ว เรือน, ยาว สาม ศอก สี่ ศอก. มี ไม้ ขวาง อยู่ กลาง อัน หนึ่ง ยาว สัก ศอก คืบ สำรับ ใส่ ลูก คราด. ลูก คราด นั้น เขา ทำ ด้วย เหล็ก เปน สี่ เหลี่ยม, โต เหลี่ยม ละ นิ้ว, ยาว พ้น ไม้ คราด ออก ไป หก นิ้ว บ้าง แปด นิ้ว บ้าง. เขา ใส่ ลูก คราด ราย ไป ตาม ยาว, ไม้ คราด ทั้ง สอง ข้าง แล ไม้ ขวาง กลาง. ไม่ มี ที่ มือ จับ, ไม่ ต้อง ยก ขยบ่ เหมือน คราด ไทย. บาง ที่ ดิน นั้น แขง คราด กิน ภุก ลง ไป ไม่ ได้, คน ผู้ คราด ขึ้น ยืน บน นั้น ให้ หนัก ลง, คราด ไข่ รอย เดียว ดิน ก็ เลอียด ดี, ไม่ ต้อง ซ้ำ อีก.
๏ อนึ่ง ถ้า ไถ ไว้ ก่อน สัก เดือน หนึ่ง ฤๅ กึ่ง เดือน ให้ ย่า นั้น เน่า แล้ว, สรรพ ย่า ทั้ง ปวง ก็ ขึ้น ไม่ ได้. เมื่อ คราด แล้ว จะ ดำ เข้า ฤๅ จะ หว่าน เข้า, เข้า นั้น จะ งาม ดี. ย่า นั้น จะ ไม่ ขึ้น ท่วม ทับ เข้า ได้ เลย. ที่ เมือง นอก เขา ไม่ ได้ ดำ เข้า สา ลี แล เข้า อื่น ๆ, เขา ไถ แล คราด ให้ ย่า หมด แล้ว, เขา จึ่ง หว่าน เข้า. ถ้า ย่า ไม่ หมด แล้ว, เขา ก็ รู้ ว่า เข้า จะ ไม่ งาม. ข้าพเจ้า เหน ว่า, ตก กล้า แล ดำ เข้า ดู ประดัก ประเดิด หา ต้อง การ ไม่. คน ที่ เคย หว่าน นั้น หว่าน วัน ละสิบ สิบ ห้า ไร่ ก็ ได้, หว่าน ไม่ ให้ หนา ไม่ ให้ บาง ก็ ได้ ตาม ชอบ ใจ. หว่าน แล้ว คราด กลบ เมลด เข้า อีก ที หนึ่ง, ดิน นั้น กลบ เข้า ลง ไว้ นก กิน ไม่ ได้.
๏ ข้าพเจ้า เหน ว่า ไทย หว่าน เข้า ก็ มี น้อย, เข้า ที่ หว่าน นั้น ก็ ไม่ สู้ งาม, เพราะ ไถ ไม่ ดี ย่า ขึ้น ทับ เข้า ได้, เข้า จึ่ง ไม่ งาม.
ข่าว มา ก่อน
๏ มี ข่าว มา โดย เรือ เจ้า พระยา ว่า, เมือง ปรอเชีย กับ เมือง ออศเตรีย เกิด ความ ทะเลาะ กัน, น่า กลัว ว่า จะ ถึง รบ กัน. เนโปเลียน เอมปิรอ เจ้า เมือง ฝรัง เสศ ก็ นิ่ง อยู่. มี อำนาถ ที่ จะ ห้าม ปราม แต่ ไม่ ทำ, ดู เหมือน จะ เข้า ด้วย ปรอเชีย. แล จะ ชัก ชวน เมือง อิตตาเลีย ให้ ตระเตรียม ให้ ช่วย ด้วย. ข่าว ว่า เมือง อิตตาเลีย ก็ ตระเตรียม ทัพ ใหญ่ ได้ สี่ แสน คน แล้ว, จะ ยก ไป ตี เมือง ออศเตรีย. เหตุ เพราะ ความ นี้ นาย ห้าง ใหญ่ เสีย หลาย ห้าง. การ ที่ จะ รบ กัน นั้น, เกิด อึกกะทึก กะเทือน ไป ตลอด มา ถึง เมือง บำไบ. นาย ห้าง ใหญ่ ๆ ที่ เมือง บำไบ ก็ เสีย ไป หลาย ห้าง แล้ว. เมือง โรม ที่ สันตปา ๆ เปน ใหญ่ นั้น ก็ ไม่ สบาย, กลัว ว่า ความ เกิด ใน ปราเทส ยูโรป นั้น, จะ เปน เหมือน เกิด พยุห์ ขึ้น ที่ มหา สมุท, คลื่น ละลอก ใหญ่ ๆ, ก็ จะ ซัด เข้า มา ถึง แผ่นดิน ท่าน, แล้ว ก็ จะ จม ลง เสีย ไป. ข่าว ฤา ว่า สันตปา ๆ ก็ หา ช่อง โอ่กาศ ที่ จะ หนี จาก อันตราย ได้.
๏ อนึ่ง โรค ลง ราก ดู เหมือน จะ แผ่ ทั่ว ใน ประเทศ อินเดีย, ประเทศ ยูโรป, แล ประเทศ อะเมริกา ใน ปี นี้. ข่าว ว่า ข้าม มหา สมุท ไป จาก เมือง ยอมะนิ ถึง เมือง นิวยอก แล้ว. โรค นั้น ติด คน เดิน เรือ ไป. อนึ่ง โรค โค กระบือ ที่ ตาย ห่า ใน เมือง อัง กฤษ นั้น ค่อย เหือด ไป.
๏ อนึ่ง เมือง ยูในติศเทศ นั้น, คอนเครศ เปน พวก ฃุนนาง ประชุม กัน ว่า ราชการ กับ เปรศิเดนต์, ก็ ไม่ เหน พร้อม ใจ กัน หลาย สิ่ง หลาย หย่าง, จึ่ง บังเกิด ความ ไม่ สบาย. โยน ว่า จะ เปน อันตราย ใหญ่. เพราะ คอนเครศ ทำ ก[...] ชาติ อาฟะริกา ที่ เปน ทาษ อยู่ แต่ ก่อน นั้น, ให้ เปน ชาว เมือง อะเมริกามี อำนาถ ที่ จะ เข้า ใน การ เลือก ฃุนนาง ได้, เหมือน ชาติ ขาว เหมือน กัน. แต่ เปรสิเดนต์ ไม่ เหน ด้วย,ไม่ ยอม ลง ชื่อ ใน กกหมาย ที่ คอนเฆรศ จะ ตั้ง ใหม่,พวก คอนเฆรศ จึ่งเสียใจ นัก.
๏ สกูเนอ ที่ จะ ขาย ๚
๏ สกูเนอ อังกฤษ ชื่อ เอริน บันทุก ของ ได้ ๔ พัน หาบ เรา ผู้ มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ นี้ จะ ขาย แก่ ผู้ ใด ใด ที่ ปราฐนา จะ ซื้อ เรือ ลำ นี้ แล่น เรว นัก ได้ ซ่อม แปลง เสีย ใหม่ใน เรว ๆ นี้ จะ แล่น ไป ใน ทเล เดี๋ยว นี้ ก็ ได้ ไม่ ต้อง ซ่อม แปลง ใหม่ แล ได้ หุ้ม ทอง เหลือง เมื่อ ปี กลาย จะ ใช้ ได้ อีก สอง ปี ไม่ ต้อง เสีย อะไร นัก เรือ นั้น นับ ได้ ๒๗๕ ตอน เปน เรือ ที่ ควร จะ ใช้ บัน ทุก ของ ต่าง ๆ ผู้ ใด ปราฐนา จะ รู้ ความ ด้วย เรือ นั้น อีก เชิญ ไป ถาม ซกอก แอน คัมปนี เถิด เขียน มา ณวัน พฤหัศ เดือน แปด แรม ค่ำ หนึ่ง
แผนโลกย์ ต่อ ไป
๏ ที นี้ จะ กล่าว เรื่อง แผน ที่ โลกย์ สืบ ไป, ต่อ น่า ๑๔ เล่ม สอง ที่ ได้ ว่า ไว้ แล้ว, ว่า พื้น แผ่น ดิน มี น้ำ ๓ ส่วน, ดิน ส่วน หนึ่ง. เปน ๔ ส่วน. น้ำ ที่ ท่าน เรียก ชื่อ ว่า ทะล ใหญ่ มี อยู่ ๕. แอตแลนติก โอเซียน หนึ่ง. เปซิฟิก โอ เซียน หนึ่ง, อินเดีย โอ เซียน หนึ่ง, อาตติก โอ เซียน หนึ่ง, แอนต์ อากติก โอ เซียน หนึ่ง. เปน ๕ ทเล เหล่า นี้ ติด เนื่อง กัน เปน อัน เดียว. แต่ ทว่า เรียก ชื่อ ต่าง ด้วย เปน ของ ยืด ยาว ไป.
๏ ทเล แอตแลนติก นั้น, อยู่ ท่า กลาง ประ เทศ ยุโรบ กับ ประ เทศ อะเมริกัน ยาว ประมาณ ๔๕๐๐ ไมล์, กว้าง อนุมาณ ๔๐๐๐ ไมล์
๏ ทเล เปซิฟิก นั้น, อยู่ ระหว่าง ประ เทศ อะเมริกัน กับ ประ เทศ จีน, ยาว ประมาณ หมื่น ไมล์, กว้าง อนุมาณ ๗๕๐๐ ไมล์.
๏ ทเล อินเดี่ย นั้น, อยู่ ประเทศ ฮิณทูส์ตาล ทิศ ใต้. ยาว ไม่ มี ประมาณ, กว้าง อนุมาณ ๔๐๐๐ ไมล์.
๏ ทเล อากติก นั้น, อยู่ ประ เทศ ยุโรบ แล อาเชี่ย ทิศ เหนือ. ยาว กว้าง หา ประมาณ มิ ได้.
๏ ทเล แอนต์ อากติก นั้น, อยู่ ทวีบ อะเมริกา ทิศ ใต้, ยาว กว้าง หา ประมาณ ไม่.
[................] นี้, กำหนด น้ำ ที่ ฦก มาก นั้น ก็ ยัง ไม่ แจ้ง, [................] ชื่อ ได้ หยั่ง น้ำ ที่ ท ล แอตแลนติก, ด้วย สาย ดิ่ง ยาว ๕ ไมล์ เสศ, แล้ว ยัง หา ถึง ดิน ไม่. ๕ ไมล์ เสศ นั้น คิด เปน ไทย ได้ ๒๐๓ เส้น เสศ.
๏ ลูกโลกย์ พื้น ปฐพี เหมือน ผล ซ่มโอ ตั้ง อยู่ เอน ๆ สัก น้อย. วัด โดยรอบ โต ได้ ๒๕๐๐๐ ไมล์, วัด ผ่ากลาง ตาม ตั้งหน้า ได้ ๘๐๐๐ ไมล์. ท่าน กำหนด ไว้ ตาม ขวาง รอบ ลูก โลกย นั้น, มี อยู่ ๕ ส่วน เรียก ชื่อ ว่า, ฟรีชิต โซน หนึ่ง, เทบ เปรต โซน หนึ่ง, ทอริต โซน หนึ่ง, เทบ เปรต โซน หนึ่ง, ฟรีชิต โซน หนึ่ง, เปน ๕.
๏ ฟรีชิตโซน นั้น, เปน ส่วน เหนือ ขวาง รอบ ลูกโลกย์. เทบเปรตโซน นั้น, เปน ส่วน เหนือ ค่อน มา กลาง ขวาง รอบ ลูก โลกย์. ทอริตโซน นั้น, เปน ส่วน ท่ากลาง ขวาง รอบ ลูกโลกย. เทบ เปรตโซน นั้น, เปน ส่วน ใต้ ค่อน มา กลาง ขวาง รอบ ลูก โลกย์, ฟรีชิตโซน นั้น, เปน ส่วน ใต้ ขวาง รอบ ลูกโลกย.
๏ โลกย์ นี้ ตั้ง อยู่ ไม่ ตรง, หมุน หัน เวียน ไป ทั้ง เอน ๆ อย่าง นั้น. รัศมี อาทิตย์ ส่อง มา ถูก ลูกโลกย์ ก็ ไม่ ตรง, ๆ แต่ ที่ ท่ากลาง ขวาง รอบ ลูกโลกย.
๏ เพราะ เหตุ นี้ คน ที่ ตั้ง บ้านเมือง อยู่ ที่ ฟรีชิตโซน ส่วน เหนือ ขวาง รอบ ลูกโลกย์ นั้น, ฤดู ที่ ประเทศ เมื้อง เหล่านั้น, จึ่ง หนาว มากกว่า ร้อน, ด้วย แสง อาทิตย์ ส่อง มา ต้อง ร่อน ๆ ไม่ กล้า. คน ที่ เกิด ประเทศ ส่วน เหนือ นั้น จึ่ง มี รูปกาย ขาว.
๏ คน ที่ ตั้ง บ้านเมือง อยู่ ส่วน เหนือ, ค่อน มา กลาง ขวาง รอบ ลูกโลกย์ นั้น, ฤดู ที่ ประเทศ เมื้อง เหล่านั้น, จึ่ง ปานกลาง ไม่ สู้ ร้อน, ไม่ สู้ หนาว. ด้วย แสง อาทิตย ส่อง มา ต้อง ไม่ ร้อน จัด. คน ที่ เกิด ประเทศ ส่วน เหนือ ค่อน มา กลาง นั้น, จึ่ง มี ผิวกาย ขาว บริสุทธ เหมือน อย่าง ชาวเมือง อังกฤษ, แล อเมริกัน เปน ต้น.
๏ คน ที่ ตั้ง บ้านเมือง อยู่ ที่ ทอริต โซน ส่วน ท่ากลาง ขวาง รอบ ลูกโลกย นั้น, ฤดู ที่ ประเทศ เมื้อง เหล่านั้น, จึ่ง ร้อน กล้า ยิ่ง กว่า ประเทศ อื่น ๆ ทั้งปวง, ด้วย แสง อาทิตย ส่อง มา ตรง ถูก ต้อง มาก. คน ที่ เกิด ประเทศ ส่วน ท่ากลาง นั้น, จึ่ง มี ผิว เนื้อ ดำนิล บ้าง, ดำแดง บ้าง, เหมือน ชาว อาฟริกา แล มาลยู เปน ต้น.
๏ คน ที่ ตั้ง บ้าน เมือง อยู่ ที่ เทบเปรตโซน ส่วน ใต้ ค่อน มา กลาง ขวาง รอบ ลูกโลก นั้น, ฤดู ที่ ประเทศ เมือง เหล่า นั้น จึ่ง ปาน กลาง ไม่ สู้ ร้อน ไม่ สู้ หนาว, ด้วย แสง อาทิตย ส่อง มา ต้อง ไม่ ร้อน จัด. คน ที่ เกิด ประเทศ ส่วน ใต้ ค่อน มา กลาง นั้น, จึ่ง มี ผิว เนื้อ ขาว หมด จด.
๏ คน ที่ ตั้ง บ้าน เมือง อยู่ ที่ ฟริตโซน ส่วน ใต้ ขวาง รอบ ลูก โลก ย นั้น, ฤดู ที่ ประเทศ เมือง เหล่า นั้น, จึ่ง หนาว มาก กว่า ร้อน. ด้วย แสง อาทิตย ส่อง มา ต้อง อ่อน ๆ ไม่ กล้า. คน ที่ เกิด ประเทศ ส่วน ใต้ นั้น, จึ่ง มี รูป ร่าง ขาว.
๏ ราคา สิน ค้า เมือง ฮ่องกง ๚ะ
๏ ณวัน เดือน ๗ แรม ค่ำ หนึ่ง เข้า นอก เข้า มา มาก นัก ใน ๑๕ วัน นั้น เข้า นอก เข้า มา มาก ถึง ๘ แสน หาบ ราคา เข้า ตก ลง ทุก วัน ๆ จน ถึง เดือน ๗ ขึ้น ๑๕ ค่ำ เหน ถูก นัก คน ผู้ ซื้อ ก็ เข้า มา มาก จะ ซื้อ เข้า ราคา จึ่ง ขึ้น ไป หาบ ละ ๓๐ เซนต์ ใน ๑๕ วัน นั้น ขาย เข้า ได้ ๓ แสน สอง พัน ๔๐๐ หาบ คือ เข้า ยางกุ้ง แสน ๔ หมื่น ๘ พัน ๓๐๐ หาบ เข้า สยาม ๘ หมื่น ๕ พัน ๗ ร้อย หาบ เข้า ไซ่ง่อน ๗ หมื่น ๘ พัน ๕๐๐ หาบ เข้า มะนิลา หมื่น ๕ พัน ๕ รอย หาบ เข้า บัตเล ๓ พัน ๕๐๐ หาบ
๏ เดือน ๗ แรม ค่ำ หนึ่ง เขา ขาย เปน ราคา เข้า บัง ก ล่า ๒ เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๒ เหรื่อน ๖๐ เซนต์ เข้า สยาม อย่าง ต่ำ ๒ เหรียน ๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๙๕ เซนต์ เข้า อย่าง กลาง ๒ เหรื่อน ๒๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๓๐ เซนต์ เข้า ขาว ๒ เหรียน ๓๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๔๐ เซนต์ เข้า ไซ่ง่อน ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๒๕ เซนต์ เข้า มะนิลา ต่าง ต่าง ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์ แล ๒ เหรื่อน ๔๐ เซนต์ เข้า กล้อง ย่างกุ้ง ๒ เหรียน แล ๒ เหรียน ๑๐ เซนต์ เข้า กล้อง อาระกัน เหรียน ๑ กับ ๘๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน
๏ เมือง นิ่งโป เข้า ขาย ดี เพราะ เข้า ที่ กำนด ว่า จะ เกิด ที่ เมือง ซั่งเกียง ก็ ขาด ไป เข้า ขาว สยาม ขาย หาบ ละ ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์ แล ๓ เหรี่ยว ๑๕ เซนต์ เข้า กล้อง สยาม ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์ ที่ เมือง มะเกา เข้า สยาม อย่าง ดี หาบ ละ ๒ เหรียน ๓๕ เซนต์ อย่าง กลาง ๒ เหรียน ๒๕ เซนต์ อย่าง ต่ำ ลง มา หน่อย ๒ เหรียน ๑๕ เซนต์ อย่าง ต่ำ ที่ สุด ๒ เหรียน ๑๐ เหรียน ๑๐ เซนต์ ที่ เมือง เซี่ยงใช้ เข้ากล้อง สยาม ๒ เหรียน แล ๒ เหรียน ๑๕ เซนต์ เข้าอย่าง คี่ ๒ เหรียน ๕๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์
๏ น้ำตาน ชาย ที่ เมือง ฮ่องกง ขาย มาก กว่า แต่ ก่อน ราคา จึ่ง ลง หน่อย เมื่อ เดือน ๗ แรม ค่ำ หนึ่ง ขาย เปน รา คา อย่าง ที่ หนึ่ง ๘ เหรียน ๘๐ เซนต์ แล ๙ เหรียน ถ้วน อย่าง ที่ สอง ๘ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๘ เหรียน ๗๕ เซนต์ อย่าง ที่ ๓ หาบ ละ ๘ เหรียน ถ้วน แล ๘ เหรียน ๒๕ เซนต์ น้ำ ตาน แดง หาบ ละ ๔ เหรียน ๗๕ เซนต์ แล ๕ เหรียน ๒๕ เซนต์ ที่ เมือง อ้ายมุย น้ำตาน ขาว หาบ ละ ๑๑ เหรียน ครึ่ง น้ำ ตาน แดง ๔ เหรียน ๑๐ เซนต์
๏ ฝ้าย ที่ เนือง ฮ่องกง ณเดือน ๗ แรม คำ หนึ่ง นั้น ขาย ฝ้าย ไม่ ใคร่ จะ ได้ ฝ้าย บังกล่า หาบ ละ ๑๖ เหรียน แล ๑๘ เหรียน ฝ้าย แทน ต์ ซิน นั้น หาบ ละ ๒๐ เหรียน แล ๒๑ เหรียน ฝ้าย เสี่ยงไฮ้ หาบ ละ ๒๐ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๒๑ เหตี่ยน ๕๐ เซนต์
๏ ฝ้าย นิ่ง โป หาบ ละ ๒๑ เหรียน แล ๒๒ เหรียน
๏ ฝิ่น ที่ เมือง ฮ่องกง วัน แรม ค่ำ หนึ่ง นั้น ราคา อย่าง ปัดนา ใหม่ หีบ ละ ๖๒๗ เหรียน ครึ่ง อย่าง เก่า หีบ ละ ๖๐๐ อย่าง บีนา เรด ใหม่ หีบ ละ ๖๒๕ เหรียน อย่าง เก่า ๕๘๐ เหรียน อย่าง มะละวา หีบ ละ ๗๕๐ เหรียน
๏ พริกไทย ดำ หาบ ละ ๖ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๖ เหรียน ๖๐ เซนต์
๏ หมาก แห้ง หาบ ละ ๓ เหรียน ๖๐ เซนต์ แล ๕ เหรียน
๏ ฝาง สยาม หาบ ละ ๒ เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์
๏ เปลือก ไปลง หาบ ละ ๗๕ เซนต์ แล ๘๕ เซนต์
๏ ที่ เมือง นิงโป พริกไทย หาบ ละ ๗ เหรียน ๖๐ เซนต์ แล ๗ เหรียน ๘๐ เซนต์
๏ ฝาง สยาม หาบ ละ ๓ เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๓ เหรียน ๒๐ เซนต์
๏ ที่ เมือง อ้ายมุ่ย พริกไทย ดำ หาบ ละ ๗ เหรียน
๏ ฝาง สยาม หาบ ละ ๓ เหรียน แล ๔ เหรียน ๕๐
๏ ที่ เมือง เซี่ยงไฮ้ พริกไทย ดำ หาบ ละ ๗ หรียน ๘๘ เซนต์ แล ๘ เหรียน ถ้วน
๏ ฝางสยาม ๒ เหรียน ๘๘ เซนต์ [..............]
๏ ข่าว กรุงเทพ ๚ะ
๏ เรือ กลไฟ เจ้า พระยา เข้า มา ถึง กรุง เทพ ฯ , เมื่อ ณวัน อาทิตย เดือน แปด ขึ้น ห้า ค่ำ, มา แต่ เมือง สิงคโปร์ สาม วัน กับ สิบ ชั่วโมง ก็ ถึง. มี เมล์ ยูโรป มา ด้วย เรือ เจ้า พระยา, มี หนังสือ จด หมาย เหตุ มา แต่ เมือง ลอนดอน, แต่ เดือน หก ขึ้น สิบสอง ค่ำ, แต่ เมือง อะเมริกา เดือน ห้า แรม สิบสอง ค่ำ. แต่ เมือง กาลกะตา เดือน เจ็ด ขึ้น สาม ค่ำ, แต่ เมือง ฮ่องกง เดือน เจ็ด แรม ค่ำ หนึ่ง, แต่ เมือง สิงคโปร์ เดือน เจ็ด แรม สิบเอด ค่ำ,
๏ ข่าว มา แต่ เมือง สิงคโปร์, ว่า มี เรือ จีน สิบห้า ลำ, ได้ ตก แต่ง ที่ เมือง สิงคโปร์, เพื่อ จะ ได้ แล่น ขึ้น ไป ใน อ่าว ทเล ไทย. เรือ นั้น พร้อม ด้วย ปืน กระ สุน ดิน ดำ, แล อาวุธ ต่าง ๆ. ใน เรว ๆ นั้น, ได้ แล่น ออก จาก เมือง สิงคโปร์. น่า กลัว จะ เปน เรือ สลัด, จะ ไป เที่ยว ตี เรือ ใน อ่าว ทเล ไทย. ได้ยิน ข่าว ว่า คอเวอเมนต์ สยาม ทราบ แล้ว, ได้ จัด แจง เรือ รบ ชื่อ อิมเปรกเนเบ้อล์, ไป ลาด กระเวน ใน อ่าว ทเล ไทย, ดู ว่า เรือ สลัด จะ มี บ้าง ฤๅ ไม่.
ไซเอน ฮอตเซี่ยน
๏ คน ชื่อ ไซ เอนด์ ฮอต เซี่ยน เปน ญาติของ เจ้า เมือง ไทร ได้ เข้า มา ณกรุง เทพ ฯ ใน เรว ๆ นี้. คน นั้น ได้ ทำ การ วุ่น วาย, ที่ เมือง ขึ้น แก่ อังกฤษ ต่อ แดน ไทย, ได้ ชื่อ เสียง ใหญ่ เพราะ เปน คน ทำ ร้าย. จะ เข้า มา ใน กรุง เทพ ฯ เพราะ เหตุ อะไร ก็ ไม่ แจ้ง. แต่ ดู เหมือน เจ้า เมือง ไทร จะ ส่ง เข้า มา ให้ ชำระ ความ. แล หนังสือ เรื่อง ราว ที่ ฟ้อง กัน ก็ ลง เข้า มา ถึง คอเวอเมนต์ สยาม แล้ว.
จดหมาย เหตุ กล้า
๏ อนึ่ง มี คน ใหญ่ ใน กรุง เทพ ฯ ได้ ชื่อ เสียง ว่า เปน คน ดี เปน ขุน นาง ว่า ฝ่าย กรมท่า, มา เยี่ยม ข้าพเจ้า ผู้ เปน เอดดีตอร์. ข้าพเจ้า ถาม ว่า ควร จะ ทำ อย่าง ไร, จึง จะ ให้ จด หมาย เหตุ ฝ่าย ไทย มี ประโยชน์ มาก ขึ้น แก่ บ้าน เมือง เล่า. ท่าน ก็ ตอบ โดย เรว ว่า, อย่า เกรง ใจ ผู้ ได, แต่ บัน ดา ความ ร้าย ที่ ได้ เห็น ได้ รู้ ให้ ออก ปรากฎ, อย่า กลัว. แล การ ดี ทั้งปวง ที่ ควร จะ สรรเสิญ ให้ สรรเสริญ ตาม ความ จริง. คน ทั้ง ปวง จะ ได้ นับ ถือ จะ ได้ เปน ประโยชน์ แก่ บ้าน เมือง มาก. เรา ได้ ยิน คำ ตอบ นั้น ก็ เห็น ประกอบ ด้วย ความ ปัญญา จริง. ควร ที่ จะ เอา ท่าน เปน ครู[...]ฃอ พระ ได้ ช่วย สง เคราห์, ให้ เรา มี ใจ กล้า จะ ประพฤติ ตาม ความ ปัญญา นั้น.
เรือ รบ ของ อเมริกา จะ เข้า มา ถึง กรุง
๏ อนึ่ง มิศเตอ เย. เอม. ฮูด เอศไควย์ เออ กง สุล อเมริกา, ได้ หนังสือ มา แต่ คอเวอเมนต์ อยู่ ใน ติศเทศ, บอก ว่า เรือ รบ ของ อยู่ ใน ติศเทศ ลำ หนึ่ง, ชื่อ ซีนันโดวา เปน เรือ กล ไฟ จักร ท้าย บัน ทุก ของ ได้ ๑๔๐๐ ตอน, คง จะ มา ถึง กรุง เทพ ใน สัก เดือน หนึ่ง. เรือ รบ นั้น มา เพื่อ จะ ได้ คำ นับ พระ บาทสม สมเดจ์ พระ จอม เกลา พระ เจ้า อยู่ หัว, แล จะ ดู การ ของ ชาว เมือง อะเมริกา, ที่ เข้า มา พึ่ง พระ บรมโพธิสมภาน. เรือ รบ ซี นันโดวา ลำ นี้, ไม่ ใช่ ลำ ที่ มี ชื่อ เหมือน กัน, ที่ ได้ ตี เรือ ค้า ฃาย เมือง อะเมริกา, ที่ มหาสมุทร์ ชื่อ เปซิฟิก โอเซียน, ยับ เยิน เสีย หลาย สิบ ลำ นั้น. เรือ ลำ นั้น ต่อ ที่ เมือง อังกฤษ, แล้ว ก็ จัด แจง ไว้ ที่ นั่น เพื่อ จะ เปน เรือ สลัด, ไป เที่ยว ตี เรือ ค้า ขาย เมือง อะเมริกา. เมื่อ สิ้น การ ตี เรือ นั้น ก็ กลับ มา ขาย ไว้ ที่ เมือง อังกฤษ.
กง สุล ฝรั่งเสศ
๏ อนึ่ง ข่าว ที่ ว่า มนเชีย ออ บา เร จะ กลับ มา ยัง กรุงเทพฯ เดือน แปด อุตราสาท ประมาณ แรม ห้า ค่ำ, แล้ว จะ ว่า ที่ กง สุล ฝรั่งเสศ ต่อ ไป นั้น เปน ความ แน่ แล้ว. เรา ก็ ไว้ ใจ ว่า, ท่าน กง สุล ทั้ง บันดา คน ทั้ง ปวง ที่ เปน ความ อะไร ๆ ด้วย ท่าน ครั้ง ก่อน นั้น, ได้ ปัญญา มาก ขึ้น ใน เวลา ระหว่าง ที่ ท่าน ไป ประ เทศยูโรป นั้น. แล ไว้ ใจ ว่า บันดา จักร ที่ มี ใน คอเวอนเมนต์ สยาม, ที่ มี ใน ที่ กง สุล ฝรั่งเศศ, ที่ มี ใน การ จดหมายเหตุ นั้น, จะ ได้ พร้อม ด้วย น้ำ มัน อัชฌาไศรย, แล ความ สัตย์ ซื่อ, เพื่อ ประสงค์ จะ ไม่ ได้ คัด เคือง จะ ไม่ ได้ วุ่น วาย ไป อีก. ฝ่าย พวก เรา ตั้ง ใจ ว่า จะ อุสาห์ ประพฤติ, เพื่อ จะ ไม่ ได้ เลง เอา การ ที่ แล้ว นั้น กลับ ก่อ ขึ้น อีก, เว้น ไว้ แต่ ที่ จะ จำ เปน ทำ, แล พวก เรา ไว้ ใจ ว่า, มนเชีย ออ บา เร แล คอเวอเมนต์ สยาม จะ ประพฤติ เหมือน กัน. เรา มี ความ หวังใจ ดังนี้, จึ่ง ดี ใจ เพราะ ท่าน จะกลับ มา อยู่ เปน กงสุล ฝรั่งเสศ ต่อไป. การ ที่ พวก ฝรั่งเสศ จะ ขึ้น ตาม แม่ น้ำ โขง ที่ เมือง เขมน นั้น, เรา ก็ ชอบ ใจ นัก, แล ปราฐนา จะช่วย สงเคราห์การ นั้น ตาม เรี่ยว แรง น้อย ของเรา
๏ หนังสือ ที่ จะ ขาย ๚
๏ หนังสือ ดิกซะนาเร ภาษา อังกฤษ แปล เปน ไทย แปล ออก ใหม่ ๆ ใน เรว ๆ นี้ เปน หนังสือ ย่อม ๆ เปน อย่าง ดี ซึ่ง ผู้หนึ่ง ผู้ใด จะ เรียน ภาษา อังกฤษ แปล เปนไทยได้ เปน หนังสือ สำหรับ ขาย มี อยู่ ที่ บ้าน ข้าพเจ้า หมอ ปรัดเล แล ที่ บ้าน หมอ แมก ดัล เชิญ ท่าน ทั้งปวง มา ดู จะ ขายให้ ภอ สมควร
ของ ที่ จะ ขาย มี ปลาด ต่าง ๆ
๏ มี ห้าง ขาย ของ ตั้ง ขึ้น ใหม่ อยู่ ที่ ใน บ้าน สมเดจ องค์ ใหญ่ แล สินค้า สำหรับ ขาย ที่ ใน ห้าง นั้น มี อยู่ หลาย อย่าง ล้วน แต่ สิ่ง ของ ที่ ปลาด, มา แต่ นอก มี ขวด ใส่ น้ำ ต่าง ๆ แล ของ เล่น ที่ อย่าง แปลก ๆ พึ่ง แรก จะ มี เข้า มา ของ ที่ ห้าง นั้น ปลาด กว่า ห้าง อื่น ๆ มาก เชิญ ท่าน ทั้งปวง มา ชม เล่น ข้าพเจ้า ผู้ เจ้า ของ ชื่อ เอ.ไอ มัน คน หนึ่ง กับ ดี่ เฮนเร คน หนึ่ง ได้ เข้า ส่วน กัน ใน การห้าง จะ ขาย ให้ ราคา เพียง อย่าง กลาง ภอ สมควร ไม่ ให้ แพง นัก
บางกอก ดอกกํปนี คือ เจ้า ของ อู่ ใหม่
๏ อู่ แห่ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง พิ จารณ ดู อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เหน ว่า เปน อู่ ดีกว่า อู่ ทั้งปวง ใน บุระ ประเทศ นี้. จะ ได้ แก้ เรือ ซ่อม แปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่ อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต แล คง จะ ให้ ยาว นั้น อีก. โดย กว้าง ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฤก ๑๕ ฟุต. ที่ อู่ มี ปะตู เรียก ว่า ไกชัน, ถ้า จะ ปิด มิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถึง ลำ แม่ น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง แรง นัก, กำปั่น เล็ก กำ ปั่น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จักร สำรับ ยก เสา กะโดง, แล ม่่อน้ำ สำรับ กลไฟ แขง แรง นัก. อู่ นั้น พร้อม ด้วย เครื่อง สุบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ. มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สุบ น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย เครื่อง ใช้ ใน การ ทำ เรือ ใบ แล เรือ กล. แล การ นั้น มี นาย ที่ เปน ชาติ ยุรบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึ่ง ชำนาญ ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.
๏ แล ลูก จ้าง สำรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล วัมภู ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๑ พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, ปราถนา ที่ จะ ให้ คน ทั้งหลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี ไม้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อยไม้, เพื่อ จะ ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อใด ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.
๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่ จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น, เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือ ใบ เรือ กล ไฟ ฤา การ ใด ๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขาย ให้ ตาม ราคา ตลาด กรุง เทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤา ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อ ใด.
๏ อนึ่ง กปิตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น, ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึ่ง ออก ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง ฝาก ไป ถึง มิศเตอ ดับลิยู. เซ. โรเบิดซัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง นั้น, บัด นี้ มิศเตอ ดับลิยู. เซ. โรเบิดซัน เปน นาย กอง นั้น เปน เจ้า กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เกบ เงิน แต่ ผู้ เดียว.
ช่าง นาฬิกา
๏ ข้าพเจ้า มี ความ ปราถนา จะ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ ว่า, ข้า พเจ้า ตั้ง บ้าน อยู่ ที่ ถนน เจริญ กรุง, เปน ช่าง ทำ นาฬิกา พก ทำ นาฬิกา ใหญ่, แล นาฬิกา โกรนำมิเตอ. ถ้า นาฬิกา อย่าง ไร เสีย ก็ แก้ ไข ได้ ทุก อย่าง. แล จะ ทำ ให้ แล้ว เรว แล ดี ด้วย, แล ทำ เขม เดิน เรือ ก็ ได้. ข้าพเจ้า มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ นี้ ชื่อ เอฟ. เอช. โวเอลกี.
| กำปั่น เข้า กรุงเทพ ฯ | |||||
| เข้ามาเมื่อไร | กำปั่น ชื่อไร | กับปิตันชื่อไร | กี่ ตอน | เรือ อะไร | มาแต่ไหน |
| เดือน ๗ แรม ๑๔ ค่ำ | เตลิแครฟ | จิ๋น | ๓๐๔ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๘ ขึ้น ๔ ค่ำ | ฮั่งฮ่อย | ปีเตอซัน | ๓๕๒ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๘ ขึ้น ๔ ค่ำ | เอนเตอไปรส์ | ซมเฟลต์ | ๔๔๘ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๘ ขึ้น ๔ ค่ำ | ไอรันดุก | จิ๋น | ๒๑๖ | บากสยาม | สิงคโปร์ |
| เดือน ๘ ขึ้น ๕ ค่ำ | เจ้าพระยา | ออรตัน | ๓๕๒ | กลไฟสยาม | สิงคโปร |
| เดือน ๘ ขึ้น ๗ ค่ำ | เซนต์เมรี่ | ครอศ | ๔๑๑ | บากสยาม | ฮ่องกง |
| เดือน ๘ ขึ้น ๑๒ ค่ำ | อีริน | บารัศ | ๑๙๔ | สกุเนอ อังกฤษ | สิงกโปร |
| กำปั่น ออก จาก กรุงเทพ ฯ | จะไป ไหน | ||||
| เดือน ๗ แรม ๑๔ ค่ำ | โยหะนา | คฤสเตียน | ๑๕๖ | ปริกดัช | ฮองกง |
| เดือน ๗ แรม ๑๕ ค่ำ | ดับแปล์ | ยัดเซล | ๘๕๐ | บากปรอศเซีย | ฮองกง |
| เดือน ๘ ขึ้น ๒ ค่ำ | ซีมันซิ | เมเคว | กลไฟฝรั่งเสศ | ซายทเล | |
| เดือน ๘ ขึ้น ๒ ค่ำ | ทีมิศ | บอร์เมอมัน | ๒๑๖ | สกุเนอเยรเมน | ฮองกง |
| เดือน ๘ ขึ้น ๓ ค่ำ | กองคีรอร์ | เอมซี | กลไฟสยาม | ชายทเล | |
| เดือน ๘ ขึ้น ๓ ค่ำ | มี่ดัก | เราศ | ๖๐๔ | บาก ฝรั่งเสศ | ฮองกง |
| เดือน ๘ ขึ้น ๕ ค่ำ | บันเล | จิ๋น | ๒๐๔ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๘ ขึ้น ๗ ค่ำ | ปรินเสศซีแรฟพี่ | โกเฟต์ | ๔๕๔ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๘ ขึ้น ๘ ค่ำ | ควิลลอม | เคตเซน | ๒๗๔ | บริกเบลเชียน | ฮองกง |
| เดือน ๘ ขึ้น ๙ ค่ำ | แฮบเป | ริกเซน | ๓๖๐ | บาก สยาม | เทียนซิ่น |
| เดือน ๘ ขึ้น ๑๐ ค่ำ | อิมเปรกเนเบล | วอลรั้นด์ | ๓๑๐ | กลไฟ สยาม | ชาย ทเล |
| เดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ | เจ้าพระยา | ออรตัน | ๓๕๓ | กลไฟสยาม | สิงคโปร |
| เดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ | ไวเคา แคนนิง | เบวรอศ | ๓๗๕ | กลไฟ สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๘ ขึ้น ๑๓ ค่ำ | เรือ ชื่อ ฮองกง | ฟริว เดอเบิก | ชิบ สยาม | ฮองกง | |
| เดือน ๘ ขึ้น ๑๕ ค่ำ | ฟริศ | ไซมันชี้ | ๑๘๘ | สกุเนอฮัมเบิก | ฮองกง |
ข่าวมาก่อน
๏ เรือรบฝรั่งเสศ, ชื่อ ซ. มันซี่, ออก จาก กรุงเทพ ณวัน พฤหัศ บดีเดือน ๘ ขึ้น ๑๒ ค่ำ. ว่า จะ ไป เมือง ฮอง. ที่ เข้า มา กรุงเทพ นั้น,มา เพื่อ จะ ขอ หนังสือ เบิกล่อง,จะ เดิน ทาง ขึ้น ตาม ลำแม่ น้ำ โขง. ก็ ได้ หนังสือ สม ความ ปราถนา แล้ว. พวก ฝรั่ง เสศ จะ ได้ ขึ้น ไป ตาม แม่ น้ำ ถึง เมือง ยังสิกัน แล เมือง ฮังเค้า, มี อยู่ ใน ประเทูศ จีน ต่อ แดน ลาว. จะ คิด ทำ แผน ที่ เมือง นั้น ให้ ละเอียด, แล้ว จะ จัด แจง ให้ สินค้า ใน เมือง โน้น ลง มา ถึง เมือง ไซ่ง่อน โดย สดวก. เรา เหน การ นั้น ก็ จะ เปน การ ดี ใหญ่ จะ เปน ประโยชน์ ในการ แผนที่ โลกย์, แล เปน ประโยชน์ ใน ก[.] ค้า ขาย ด้วย เปน อัน มาก.
๏ เรา นึก อยาก ให้ มี คน ที่ มี ปัญญา, ทำ เรื่อง แผน ที่ [...] ตาม ลัม แม่ น้ำ เจ้าพระยา, ถึง ปลาย น้ำ ที เดียว, จะ ได้ รู้ ชัด ว่า เมือง ที่ ปลาย น้ำ นั้น, อย่าง ไร, คน อย่าง ไร. เหตุ ไร พวก อังกฤษ ไม่ ได้ ทํา อย่าง ฝรั่งเสศ บ้าง. มี ข่าว มา แต่ เมือง พม่า, ว่า มี พวก อังกฤษ ขึ้นไป ตาม แม่นํ้า สอลเวน ใหญ่ นั้น. ได้ เรื่อง แผนที่ ดี นัก, แลได้ พบ คน พวก หนึ่ง, แต่ ก่อน ชาว ยูโรป ก็ ไม่ได้ เคย เหน. ถึง ว่า พวก อังกฤษ จะ ไม่ ขึ้นไป ตาม แม่ นํ้า เจ้าพระยา, ทําไม คอ เวอเนนท์ ไม่ จัด แจง, ให้คนฝ่าย ไทย ขึ้นไป บ้าง, จะได้ดู ให้ ได้ รู้ แผนที่ บ้าน เมือง ต่าง ๆ ให้ ชัด เจน. เดี๋ยว นี้ ไทย ก็ ไม่ รู้ ว่า บ้าน เมือง อย่างไร, แม่ นํ้า จะ คด ไป ตวันตก ตวัน ออก อย่าง ไร, ระยะทาง ประมาณ สัก เท่า ไร ก็ ไม่ รู้. ความโง่ เช่น นี้ ไม่ สม ควร เลย. เกิด เป็น เมือง ดี ขึ้น หลาย อย่าง ก็ ควร ที่ คอเวอ เนนท์ จะ รู้ จัก บ้าน เมือง ให้ ละเอียด.
ข่าวนาใหม่
๏ มีเมล์นาใหม่ มา ด้วยเรือ โอ เบอ อารัน บ้าง เล็ก น้อย มาถึง ณวัน อาทิตย์ เดือน ๔ ขึ้น ๑๒ คํ่า มี จดหมาย เหตุ มา แต่ เมือง คอนกอน เดือน ๖ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ใน หนังสือ จดหมาย เหตุ นั้น เปน ด้วย เรื่อง ที่ เมือง ปรอดเซียน กับ ออก เตรีย จะ รบ กัน ใจ ความ ว่า คง จะ รบ กัน แน่ เจ้า เมือง ฝรั่งเลศ ก็ ออก มา หา ปรากฎ ว่า จะ เข้า ด้วย ปรอดเซียน ได้ เมือง อิตาเลียน จะ เข้า ด้วย กัน กับ ฝรั่งเลศ เมือง ฝรั่งเลศ เมือง ปรอดเซียน เมือง อิตาเลียน ทั้ง ๓ เมือง นี้ จะ เข้า ด้วย กัน ช่วย กัน รบ ออกเตรีย ข่าว ว่า เจ้า เมือง รัสเซีย ได้ มี ราชสาส์น ไป ถึง เอนปรอ ฝรั่งเลศ ใจ ความ ว่า ถ้า เอนปรอ ฝรั่งเลศ จะ ยก ไป รบ เมือง ออกเตรีย แล้ว เจ้า เมือง รัสเซีย ก็ จะ ยก มา ช่วย เมือง ออกเตรีย รบ ฝรั่ง เลศ ให้ จงได้ เอนปรอ ฝรั่งเลศ จะ กลัว คำ นี้ ฤา ไม่ กลัว นั้น ก็ ไม่ ทราบ ถ้า เอนปรอ ไม่ กลัว แล้ว เห็น ปาร นี้ จะ รบ กัน ถึง สาหัส
| ปฎิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง แรม เดือน ๘ นี้. | |||||||
| คำอังกฤษ | คำไทย | คำจีน | อาทิตย์ขึ้น กี่ โมง | อาทิตย์ ตก กี่ โมง | อาทิตย์ เที่ยง กี่ โมง | จันทร์ ขึ้น กี่ทุ่ม | |
| เดือน ยูล | เดือน ๘ | เดือน ๕ | |||||
| วัน พฤหัศ | ๒๘ ค่ำ | แรม ค่ำ ๑ | ๑๕ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๓๗ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๓ นาที | ๕ โมง ๕๗ นาที | ทุ่ม หนึ่ง |
| วัน ศุกร | ๒๙ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ๑๖ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๒ นาที | ๕ โมง ๕๗ นาที | ทุ่ม ๔๗ นาที |
| วัน เสาร์ | ๓๐ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ๑๗ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาที | ค่ำ ย่ำ แล้ว ๒๒ นาที | ๕ โมง ๕๗ นาที | ๒ ทุ่ม ๓๕ นาที |
| ยูลไลย | |||||||
| วัน อาทิตย์ | ๑ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ๑๘ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๒ นาที | ๕ โมง ๕๗ นาที | ๓ ทุ่ม ๑๐ นาที |
| จันทร | ๒ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ๑๙ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๒ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๔ ทุ่ม ๕ นาที |
| อังคาร | ๓ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ๒๐ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๒ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๔ ทุ่ม ๕๐ นาที |
| พุทธ | ๔ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ๒๑ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๒ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๕ ทุ่ม ๓๙ นาที |
| พฤหัศ | ๕ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ๒๒ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๓๘ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๑ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | |
| ศุกร | ๖ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ๒๓ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๓๙ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๑ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๗ ทุ่ม ๓๔ นาที |
| เสาร์ | ๗ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | ๒๔ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๓๙ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๑ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๘ ทุ่ม ๓๔ นาที |
| อาทิตย | ๘ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ๒๕ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๐ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๐ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๙ ทุ่ม ๓๕ นาที |
| จันทร | ๙ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ๒๖ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๐ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๐ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๑๐ ทุ่ม ๓๖ นาที |
| อังคาร | ๑๐ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ๒๗ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๐ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๐ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๑๑ ทุ่ม ๓๖ นาที |
| พุทธ | ๑๑ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ๒๘ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๐ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๐ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ตก |
| พฤหัศ | ๑๒ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | ๒๙ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๐ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๒๐ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ย่ำ รุ่ง ๓๓ นาที |