BANGKOK RECORDER

BANGKOK RECORDER

เล่ม ที่ ๒ เดือน ๘ แรม สิบ ห้า ค่ำ ปี ขาน อัฐศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน ยูไล วัน ที่ ๑๒ กฤษศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๑๐

ตอบ ความ ผู้ ร้าย


๏ ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ความ ตาม หนังสือ พิมพ์ จดหมายเหตุ ฉบับ เมื่อ ณวัน เดือน แปด ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ปี ฃานอัฐศก, ว่า เรือหัว เมือง มา ส่ง ส่วย บ้าง, มา เปน ความ บ้าง, จอด อยู่ ที่ ตะภาน วัด ราชบุณะ. มี ผู้ ร้าย ลง ไป ใน เรือ แย่ง เงิน แย่ง ของ, กลางคืน บ้าง กลาง วัน บ้าง, แทบ จะ ทุก วัน เจ้าของ ไล่ ตาม ไป ถึง ต้น ตะภาน. ภบ บ่าว พระยา มหามนตรี นั่ง ยาม รักษา เรือ แล ไม้ ซุง อยู่ ที่ ต้น ตะภาน นั้น, ออก กั้น กาง ช่วย อ้าย ผู้ ร้าย. เจ้า ของ สู้ ไม่ ได้ ก็ กลับ ลง เรือ, แล้ว อ้าย ผู้ ร้าย ตาม คว้าง ถูก ศีศะ คนแตก. เรือ จอด ที่ ปลาย ตะภาน ไม่ ใคร่ จะได้. เจ้า ฃอง เหน ว่า ข่าว พระยา มหามนตรี เปน ผู้ ร้าย. รู้ จัก ตัว ผู้ ร้าย ด้วย หลาย คน. เจ้า ของ ถาม ชาว บ้าน ริม ตะภาน ว่า คน เหล่า นี้ เปน บ่าว ท่าน ผู้ ได. เขา บอก ว่า เปน บ่าว พระยา มหามนตรี บ้าง, เปน บ่าว พระราชวรินทร บ้าง, เปน บ่าว พระวิสุทธโยธามาตย์ บ้าง, คน เหล่า นี้ อยู่ ที่ ศาลา ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน, ใน บ้าน นาย ไม่ ใคร่ จะ อยู่ เพราะ นาย ไม่ ว่า อ้าย เหล่า นี้ จึง เปน ผู้ ร้าย.

๏ ข้าพเจ้าผู้ อยู่ บ้าน ริม ตะภาน วัดราชบุณะ, จะ ขอ ชี้ แจง แก้ ความ ที่ ว่า เล่น ง่าย ๆ ให้ฟัง. ว่า ที่ ตะภาน วัดราช บุณะ, คน อยู่ ที่ นั้น และ คน โดย สาร ข้าม ฟาก ไป มา เปนอัน มาก. ก็ มี ทะเลาะ ทุ่ม เถียง กัน บ้าง เลก น้อย, เปน ธรรมดา คน ไป มา มาก ก็ คง จะ มี ทุก แห่ง. คน ผู้ อยู่ ที่ นั้น และ คน ไป มา ก็ ย่อม จะ รู้ อยู่ ด้วย กัน. แต่ ข้อ ซึ่ง เจ้า ของ เรือ ไล่ ตาม ผู้ ร้าย ขึ้น ไป ถึง ต้น ตะภาน, ภบ บ่าว พระยา มหามนตรี นั่ง ยาม เฝ้า ไม้ ซุง แล เรือ อยู่ ที่ นั้น, เข้า กั้น กาง ช่วย อ้าย ผู้ ร้าย ความ ข้อ นี้ ข้าพเจ้า ไม่ รู้. ครั้น ได้ ดู หนังสือพิมพ์ แจ้ง ความ แล้ว, ก็ ได้ ไล่ เลียง ไถ่ ถาม หา ได้ ความ ไม่, เพราะ ไม่ มี ตัว โจท มา ยัง ยืน ว่า กล่าว ร้อง ฟ้อง. ข้อ ซึ่ง ว่า บ่าว พระยา มหามนตรี บ่าว พระราชวรินทร บ่าว พระวิสุทธโยธามาตย์ อยู่ ที่ ศาลา ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน ใน บ้าน นาย ไม่ ไคร่ จะ อยู่, เพราะ นาย ไม่ ว่า อ้าย เหล่า นี้ จึ่ง เปน ผู้ร้าย. ความ ข้อ นี้ ว่า กระทบกระทั้ง หา จริง ไม่, ด้วย วิไสย นาย เสีย เงิน ทอง ไป ช่วย บ่าว มา, ก็ ปราฐนา จะ ใช้ มิ ให้ ป่วย การ, ไม่ มี ผู้ ใด จะ อยาก ให้ บ่าว หลบ ลี้ ก ไป เปน พาส, ด้วย กลัว จะ เกิด ถ้อย ความ ขึ้น. เงิน ของ นาย ก็ จะ ต้อง พลอย เปน ภัพย์ ไป. ซึ่ง ผู้ ลง หนังสือ พิมพ์ ไม่ ตฤก ตรอง ว่า กล่าว ตามใจ นั้น หา จริง ไม่. ถ้า จริง เหมือน ดั่ง กล่าว ว่า มี ผู้ บอก เล่า. เขา ก็ เปน ตัว พยาน อยู่ แล้ว, เหตุ ไร จึ่ง ไม่ ไป ร้อง ฟ้อง นาย ให้ ตัน สิน ชำระ ว่า กล่าว ให้. ฤา สง ไสย ว่า นาย จะ เข้า กับ บ่าว คง จะ ไม่ ชำระ ตัน สิน โดย เที่ยง ธรรม์. ถ้า คิด ดัง นั้น โรง ศาล ของ ท่าน ก็ ยัง มี, ควร ที่ จะ ไป ว่า กล่าว ฟ้อง ร้อง ขึ้น. ถ้า เรา ขัดขืน บ่าว ไว้ ท่าน ผู้ ชำระ ไม่ ตันสิน ให้, พระเจ้า อยู่หัว ก็ ยัง เสดจ์ ออก รับ ฎีกา, ตัน สิน ศุข ทุกข์ ของ ราษฎร โดย ยุติ ธรรม เสมอ อยู่ แทบ ทุก วัน. เหตุ ไร จึ่ง ไม่ ทำ ไป ตาม เรื่อง. ฤา มี ความ รัง เกียจ สิ่ง ใด จึ่ง ต้อง ไป ลง หนังสือ พิมพ์. คล้าย หนังสือ ทิ้ง ทำ เล่น ง่าย ๆ. หนังสือ พิมพ์ มิ ใช่ เจ้า ฃอง แผ่นดิน ตัน สิน ให้, ก็ ไม่ ได้ ตาม ชอบใจ ของ ตัว. เรา เหน ว่า ผู้ ไป ลง หนังสือ พิมพ์. ความ ที่ ควร จะ ฟ้อง ได้ ไม่ ฟ้อง, ไป ลง เปน หนัง สือ พิมพ์ เหมือน ไม่ นับถือ แผ่นดิน. ถ้า ขืน จะ ลง พิมพ์ โต้ ตอบ กัน ไป มา, เขา จะ ว่า เปน หมา ลอบ กัด.


๏ ที่ ท่าน เจ้า ของ หนังสือ บท นี้, ถาม ว่า ทำไม ไม่ ไป ร้อง ฎีกา. ตอบ ว่า เหตุ มี หลาย อย่าง นัก, เปน ทาง ลำบาก ที เดียว. ลาง ที ความ นั้น กะทบ กะเทือน เจ้านาย ฃุนนาง. คน ที่ ร้อง ก็ เกรง บุญ อยู่ บ้าง เหน ว่า ตระลาการ ไม่ ใคร่ จะ เข้า กับ ไพร่, เหน แก่ ขุนนาง ด้วย กัน โดย มาก. ก็ ช่วย กัน แก้ไข ไป ต่างๆ. ลาง ที่ ถวาย ฎีกา แล้ว, ถ้า มี รับ สั่ง โปรด เกล้า ให้ ชำระ. ลาง ที ก็ ชำระ ช้า ไป หลาย ปี, ไม่ รู้ แล้ว ดัง นี้ โดย มาก. ลาง ที ชำระ ได้ ความ เท็จ จริง แล้ว, ก็ ไม่ กราบ บังคม ทูล ก็ มี. ลาง ที่ ผู้ ที่ จะ ทูล จะ เอา สินบล มาก ๆ, ไม่ ได้ ก็ ไม่ ใคร่ จะ ทูล. ลาง ที ผู้ ที่ ถูก พ้อง ก็ คิด พยาบาท คน ที่ ร้อง ฎีกา, คิด ทำร้าย ผู้ ที่ ร้อง ฎีกา นั้น ต่าง ๆ. ถ้า เปน พวก ลาว ก็ กลัว ว่า จะ ทำ ผี ปอบ เอา, เปน ลำบาก ต่าง ๆ. อย่าง นี้ คน ทั้งปวง จึ่ง คิด ว่า จะ สู้ นิ่ง เสีย ดี กว่า, สู้ ทน เอา. จึ่ง เหน ว่า ทาง ที่ ไป ร้อง ฎีกา นั้น ลำบาก นัก. ทาง ที่ มา ลง พิมพ์ ง่าย, ไม่ มี ใคร รู้. เว้น ไว้ แต่ เจ้าของ จดหมายเหตุ คน เดียว, แล ไม่ ต้อง เสีย เงิน ให้. ก็ ควร ที่ จะ โปรด ทาง นี้ โดย มาก. คน ที่ รู้ การ ร้าย ของ เขา ไม่ ได้ บอก, ดู เหมือน เปน ใจ เข้า ด้วย คน ร้าย, ไม่ ได้ นับถือ แผ่น ดิน, คน ที่ เหน ความ ผิด ร้าย ของ คน อื่น, กลัว พยาบาท เขา, ก็ ควร ที่ จะ ลง พิมพ์ ให้ จง ได้.


หนังสือ เอดิเตอ

๏ เดือน เจ็ด แรม สิบ สาม ค่ำ เมือง เพชรบุรี, ข้าพเจ้า จะ กลับ ไป กรุงเทพ ฯ ใน ค่ำ วัน นี้, เหน ควร ที่ จะ ตอบ หนังสือ ใน หลวง ที่ ได้ ลง พิมพ์ จด หมายเหตุ, เมื่อ เดือน ห้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี ฃาน, ว่า ด้วย การ ที่ จะ ขุด หลัง เต่า ที่ ปาก น้ำ เจ้า พระยา แห่ง หนึ่ง, ที่ ปาก อ่าว บ้าน แหลม แห่ง หนึ่ง, ที่ ลำ น้ำ เมือง เพชร บุรี แห่ง หนึ่ง. คอเวอเมนต์ สยาม กลัว ว่า ครั้น จะ ขุด ให้ ฤก น้ำ จะ ลง เรว ไป, นา จะ ทำ ไม่ ได้, น้ำ จะ ไม่ ทัน เข้า นา จะ ลง เสีย. ข้าพเจ้า พิเคราะห์ ดู ละเอียด แล้ว ไม่ เหน น่า จะ กลัว เลย. หลัง เต่า นั้น, จะ ว่า เปน พนบ ให้ น้ำ ค้าง อยู่ บน นั้น ไม่ ได้. เพราะ ว่า เมื่อ น้ำ ถ่วม นา นั้น, ก็ ถ่วม หลัง เต่า ทั่วไป ฦกสาม ศอก สี่ สอก, เมื่อ น้ำ ลด นั้น หลัง เต่า ก็ มิ ได้ เปน พนบ กั้น น้ำ ไว้ ได้ เลย, เพราะ ว่า หลัง เต่า นั้น อยู่ ใต้ น้ำ ฦก, น้ำ ไหล ออก เรว เหมือน จะ ไม่ มี หลัง เต่า. ถ้า น้ำ นั้น ไหล ไป ได้ แต่ ช่อง เดียว, หลัง เต่า นั้น เปน คัน สูง กั้น ปาก ช่อง นั้น ไว้ ทด น้ำ ให้ เข้า นา ได้, จะ เรียก ว่า หลัง เต่า นั้น เปน เหมือน พนบ ได้. หลัง เต่า นั้น ไม่ เปน อย่าง นั้น เลย. ที่ คอเวอเมนต์ เข้าใจ ว่า น้ำ ลด ลง ที่ ละ น้อย, เพราะ หลัง เต่า เปน พนบ กั้น น้ำ ไว้ นั้น, ข้าพเจ้า ไม่ เหน ด้วย. น้ำ ลด ลง ที่ ละ น้อย นั้น, เพราะ น้ำ ไหล มา แต่ เหนือ ค่อย น้อย ลง ๆ. น้ำ ทะเล นั้น หา ได้ หนุน อัด น้ำ ใน นา ไว้ ให้ ช้า อยู่ไม่. น้ำ ที่ ถ่วม อยู่ นั้น เปน เพราะ น้ำ ฝ่าย เหนือ อย่าง เดียว, หาใช่เพราะ หลัง เต่า เปน พนบ ไม่. ถ้า หลัง เต่า นั้น เมื่อ ถึง น่า น้ำ มาก แล้ว, สูง เปน คัน ขึ้น กว่า ปรกติ ตลอด ปาก อาว ข้าง นี้ ข้าง โน้น กัน น้ำ ไว้ ได้, จึ่ง จะ เปน ผนบ ได้. ถ้า ขุด หลัง เต่า เช่น นั้น เสีย, จึ่ง ควร จะ กลัว ว่า น้ำ ใน นา จะ แห้ง เรว. ความ นี้ มิ ใช่ ปัญญา ของ ข้าพเจ้า ผู้ เดียว, คน อัง กฤษ ก็ เหน ด้วย กัน ทั้ง นั้น. ที่ เมือง อาย ฆุบ โต แผ่น ดิน ราบ เสมอ เมือน เมือง นี้, น้ำ ก็ ท่วม เหมือน กัน. เขา ทำ ร่อง น้ำ ให้ ฦก ภอ ที่ กำ ปั่น เดิน ได้ สดวก, น้ำ ก็ ไม่ ลง เรว เข้า ใน นา ก็ ไม่ เสีย. ที่ แม่ น้ำ ใหญ่ ชื่อ มิชิชิปี้ ใน ประเทศ อะเมริกา, ที่ ปาก น้ำ นั้น เปน หลัง เต่า เหมือน ปาก น้ำ เจ้าพระยา, เขา ก็ ฃุด ให้ กำ ปั่น เดิน ได้ สดวก. นา นั้น ก็ ไม่ เสีย. เพราะ เหตุ ฉะ นี้ ข้าพเจ้า เหน ว่า, หา ควร ที่ คอเวอเมนต์ สยาม จะ ครั่น คร้าม กลัว ว่า นา จะ เสีย ไป ไม่. ควร ที่ จะ ลง มือ ขุด หลัง เต่า ให้ ฦก ภอ กำ ปั่น จะ เดิน เข้า ออก สบาย, ก็ จะ เปน ประโยชน์ แก่ กรุง เทพ ฯ มาก. ถึง ลำ น้ำ เพชรบุรี นั้น, ข้าพเจ้า เหน ด้วย ว่า น่า ที่ จะ ทำ ที่ ๙ คด ๑๐ คด นั้น ให้ ตรง, ไม่ ควร จะ กลัว ว่า นา จะ เสีย, แล เหน ว่า ดเรชชิงเมชิน มา ขุด ลำ น้ำ เพชรบุรี ที่ ตื้น ๆ นั้น, ให้ เปน ร่อง ภอ เรือ ลำเลียง น้ำ ตาล ขึ้น ล่อง ได้ สดวก, ปี ละ ครั้ง จะ ดี นัก. ถ้า ไม่ ขุด ทุก ปี, ทราย ก็ จะ ไหล มา เติม ร่อง ตื้น เสีย ดั่ง เก่า.


ดาว ปลาเนต ใหม่

๏ เมื่อ ก่อน คฤสตศักราช ๑๘๔๕ ปี นั้น, พวก นักปราช ที่ รู้ เลข ชำนิ ชำนาญ ใน อากาศ, รู้ วัด พระ อาทิตย์ พระจันทร์ แล ดวง ดาว ทั้ง ปวง ได้. พิจารณา ดู ดาว ปลาเหนต ที่ มี ชื่อ ว่า, ยูเรนัศ ดวง หนึ่ง, เหน ไม่ เปน ปรกติ, เดิน ซัด ไป ซัด มา ไม่ ตรง. ใน ปี นั้น นักปราช ฝรั่งเสศ ชื่อ ลิเวอเรีย, เปน คน ชำนิ ชำนาญ ใน การ คิด เลข แม่น ยำ นัก, ได้ พูดจา อยู่ ว่า, ดาว ปลาเนต ยูเรนัศ นั้น เดิน ไม่ เปน ปรกติ, เพราะ คง มี ดาว ปลา เนต ดวง อื่น อยู่ ไกล้ ดูด ไว้, จึ่ง เดิน ไม่ เปน ปรกติ. ถ้า ได้ กล้อง ใหญ่ ขึ้น อีก ส่อง ดู ก็ คง จะ เหน ใน ที่ ตรง นั้น. ภาย หลัง มา มี นักปราช คน หนึ่ง, เปน ชาติ เยอ มัน อยู่ เมือง เบอลิน ชื่อ ด็อกเตอ คาลลี้, ได้ กล้อง ใหญ่ ส่อง ไป ตรง ที่ ด็อกเตอ ลิเวอเรีย ได้ บอก ไว้, ได้ เหน ดาว ปลาเนต อีก ดวง หนึ่ง อยู่ ไกล้ ดาว ยูเร นัศ นั้น, ตาม ที่ ดอกเตอ ลิเวอเรีย ได้ บอก ไว้.

พงษาวดารอังกฤษ ต่อ น่า ๑๐๐


๏ ครั้น คฤสตศักราช ๑๒๗๒ เฮนเร ที่ สาม ก็ สิ้น พระ ชนม์, พระชนมายุ ของ พระองค์ ได้ ๖๔ พรรษา, อยู่ ใน ราช สมบัติ ๕๗ ปี. มี พระราชบุตร สอง องค์, พระราชธิดา สององค์. พระเจ้าเฮนเร ที่ สาม นี้, พระองค์ ได้ ดำรง อยู่ ใน ราชสมบัติ นาน ถึง ๕๗ ปี. แต่ ความศุข แล อำนาถ น้อย, เพราะ ไม่ กล้า หาร. ขุนนาง ทั้งปวง ไม่ สู้ ยำ เกรง, ว่า กล่าว กดขี่ ทำ การ โดย อำเภอใจ ของ ตน. ราชการ บ้าน เมือง ก็ แปร ผัน ฟั่น เฟือน ไป ไม่ เปน ปรกติ, บ้านเมือง จึง เกิด จุลา จล ต่าง ๆ.

๏ ขณะเมื่อ พระเจ้า เฮนเร สิ้น พระชนม์ นั้น, เอดเวิดราช บุตร อยู่ ใน ประเทศ แบะสะติง, ได้ ทราบ ว่า พระราชบิดา สวรร คต แล้ว, ก็ ยก ทับ กลับ ค่อย พัก พล แรม มา โดย สบาย พระ ไทย มิ ได้ เร่ง รีบ, ปี หนึ่ง กับ หก เดือน ถึง กรุง อังกฤษ. ก็ ได้ ราชาภิเศก ใน คฤสตศักราช ๑๒๗๔. เอดเวิด ครั้น ได้ ราชสม บัติ แล้ว ทรง ทนุบำรุง พระ นคร, แล ตั้ง กดหมาย ไว้ ให้ ราษ ฎร อยู่ เย็น เปน ศุข, มิ ให้ เบียด เบียน ซึ่ง กัน แล กัน, เปน ปรกติ แล้ว. ทรง พระราชดำริห์ จะ เสด็จ ไป ปราบ ปราม ประ เทศเวละ, ด้วย ใน แผ่น ดิน พระราชบิดา ของ พระองค์ นั้น, เจ้า แผ่นดิน ประเทศ เวละ, ยก ทหาร ลอบ มา ตี บ้านเล็ก เมือง น้อย ปลายเขตร์ ปลาย แดน อยู่ เนือง ๆ. เอดเวิด เจ้าแผ่นดิน ทรง พระ ดำริห์ ดัง นั้น แล้ว, ก็ สั่ง ให้ ตระเตรียม โยธา เสรจ์ เสดจ์ ยก ทหาร ไป ตั้ง อยู่ ใน แดน ประเทศ เวละ. ฝ่าย พระเจ้า ประเทศ เวละ ทราบ ดัง นั้น, ก็ ยก ทหาร ออก ต่อ ยุธ กับ เอดเวิด, ก็ เสีย ทัพ สิ้น ชีพ ใน ที่ รบ. แต่ พระ อนุชา ของ พระเจ้า ประเทศ เวละ นั้น, ทหาร เอดเวิด จับ ได้, เอดเวิด สั่ง ให้ ประหาร ชี วิตร เสีย. เชื้อ วงษ์ พระเจ้า ประเทศ เวละ ก็ ขาด สูญ สิ้น ใน ครั้ง นั้น, หามี สืบ มา ไม่. เอดเวิด จึ่ง ตรัส เปน ไนย แก่ พวก เวละ ว่า, จะยก เจ้า องค์หนึ่ง ซึ่ง ทรง ภาษา อังกฤษ ไม่ ได้, ให้ เปน เจ้า ประเทศ เวละ. พวก เวละ เหน ว่า ทรง ภาษา อังกฤษ ไม่ ได้, สำ คัญ ว่า เจ้า ของ ตน ก็ ยินดี ยอม โดย พระราชบัญชา. เอดเวิด ก็ ยก พระ ราช โอรศ ของ พระ องค์ ประสูต ได้ สอง สาม วัน, ขึ้น ให้ เปน เจ้า พวก เวละ. จับ เดิม แต่ นั้น มา พระราช โอรศ อง ใหญ่ แห่ง พระเจ้า แผ่นดิน อังกฤษ ได้ พระนาม ว่า, ปรินซะออฟเวละ, แปล ว่า เจ้า แห่ง ประเทศ เวละ, สืบ ๆ มา ถึง กาละทุกวัน นี้.

๏ เอดเวิด ได้ ประเทศ เวละ เปน เมือง ขึ้น, ดัง พระไทย ประ สงค์ แล้ว, ยัง ทรง พระ ดำริห์ จะใคร่ ได้ ประเทศ สะกอดแลนด์ สืบ ไป อีก. ครั้ง นั้น ภอ เจ้า แผ่นดิน สะกอดแลนด์ สิ้น พระชนม์ ลง, ไม่ มี ราชโอรศ. ขุนนาง ทั้งปวง จึ่ง ยก เจ้าหญิง องค์หนึ่ง เปน ราชนัดา, พระ ชันษา ได้ สาม ขวบ ขึ้น เปน เจ้า แผ่นดินสะกอด แลนด์. เอดเวิด เหน ช่อง ที่ จะคิด เอา ประเทศ สะกอดแลนด์, เปน เมือง ขึ้น. จึ่ง ทำ สัญญา ไมตรี มั่น หมาย ไว้ว่า, ถ้า เจ้า แผ่นดิน สะกอดแลนด์ ทรง พระเจริญ ขึ้น แล้ว, จะขอ ให้ เปน พระมเหษี แห่ง ปรินซะออกเวละ พระราชโอรศ ของ พระองค์. อยู่ มา เจ้า แผ่นดิน นั้น สิ้น พระชนม์ เสีย, แต่ ยัง ทรง พระเยาว์ อยู่. พระ ราชไมตรี นั้น ก็ เริด ร้าง ไป, ไม่ สม ดัง พระราช ประสงค์. ครั้ง นั้น เชื้อ วงษ์ พระเจ้า สะกอดแลนด์, ควร จะ ได้ ราช สมบัติ อยู สององค์, คือ ยอนแบนลิออ องค์ หนึ่ง, โรเบิดบรูช องค์ หนึ่ง. ขุน นาง ทั้งปวง ปฤกษา กัน ยัง แก่ง แย่ง อยู่ หา ตก ลง ไม่. จึ่ง ไป กราบ ทูล เอดเวิด ให้ ทรงพระกรุณา ช่วย ตัด สิน. เอดเวิด ได้ ที่ ก็ ยกเปน กระบวน ทัพ, เสดจ์ มา ยัง แดน ประเทศ สะกอด แลนด์, มี พระราชโองการ ตรัส แก่ ขุนนาง สะกอดแลน ว่า, ถ้า จะ ให้ พระองค์ ตัด สิน แล้ว, ให้ ขุน นาง ทั้งปวง มอบ หัวว์ เมือง แล ค่าย อัน เข้ม แขง ถวาย พระองค์ ก่อน, จึ่ง จะทรง ตัดสินให้. ขุนนาง สกอดแลนด์ ทั้งปวง, เกรง พระเดชานุภาพ เหน จะ ต้าน ทาน มิ ได้, ก็ ยอม ถวาย ค่าย แล หัวว์ เมือง อัน เข้ม แขง แก่ พระองค์. พระองค์ จึ่ง ทรง ตัด สิน ว่า, ราชสมบัติ นี้ ควร จะ ได้ แก่ ยอน แบนลิออ. ๆ ก็ ได้ ราชสมบัติเปน เจ้า แผ่นดิน สะ กอดแลนด์, มิ ได้ องอาจ แกล้ว กล้า, ทั้ง สติปัญญา ไม่ ลึก แหลม. เอดเวิด เหน ดัง นั้น, ก็ สำแดง พระ อา การ ปาน ประหนึ่ง ว่า, เมือง สกอดแลนด์ เปน เมือง ขึ้น ของ พระองค์, ทรง บังคับ บัญชา ว่า ราชการ บ้าง เล็ก น้อย. ฃุนนาง สะกอดแลนด์ ทั้งปวง ไม่ ยอม โดย พระราชบัญชา ของ เอดเวิด. เอดเวิด ทรง พระพิโรธ ยก เข้า ตี เมือง สะกอดแลนด์, จับยอน แบนลิออ ได้, ริบ เอา แต่ บันดา ของ สำคัญ สรรพ เกรื่อง ทรง, สำรับ เจ้า แผ่นดิน แล พระ ที่ นั่ง สำรับ ทรง นั่ง สวม มงกุฏ. แล้ว ตั้ง ขุนนาง อังกฤษ ให้ อยู่ รักษา เมือง สะกอดแลนด์ เสรจ์. เสดจ์ กลับ ยัง กรุง อังกฤษ. จึ่ง ให้ ยอน แบนลิออ สาบาล เสีย, มิ ให้ คิด กลับ ไป เปน เจ้า แผ่นดิน สะกอดแลนด์ อีก, จำ ขัง ไว้ ถึง สาม ปี ก็ ปล่อย ไป ใน ประเทศ อื่น, มิ ให้ คืน ไป ยัง ประเทศ สะกอดแลนด์. ขุน นาง สกอดแลนด์ผู้ หนึ่ง ชื่อ วิเลี้ยมวอเลซ, เปน ขุนนาง เล็ก น้อย มิใช่ ขุนนางผู้ใหญ่, มี กำลัง มาก กล้า หาร, คิด การ จะ ยัง เมือง สกอดแลนด์ ให้ พ้น อำนาจ อังกฤษ. เกลี้ย กล่อม พัก พวก ได้ มาก. ไป เที่ยว ตี หัว เมือง ใน ประเทศ สกอก แลนด์, ได้ ยอม เข้า ด้วย หลาย หัว เมือง, มี กำลัง มาก ขึ้น. ตั้ง แขง เมือง รบ สู้ เคี่ยว เข้น อยู่ กับ เมือง สกอดแลนด์ ถึง แปด ปี. วิเลี้ยมวอเลซ ทำ การ รบ พุ่ง เข้ม แขง นัก. ถ้า ขุนนาง สะกอดแลนด์ ทั้ง ปวง เปน ใจ ด้วย ช่วย ทำ การ, ก็ จะ กำจัด พวก อังกฤษ ที่ อยู่ รักษา เมือง นั้น เสีย ได้. ขุนนาง เหล่า นั้น หา เปน ใจ ด้วย ไม่. เหน ว่า วิเลี้ยมวอเลซ เปน แต่ ผู้ น้อย ทำ การ เกิน หน้า, อิจฉา กลัว วิเลี้ยมวอเลด จะ เปน ใหญ่, จึ่ง มิ ได้ ช่วย ทำ การ กำ จัด พวก อังกฤษ. ถึง ขุนนาง เหล่า นั้น ไม่ เล่น ด้วย, วิเลี้ยมวอเลซ ก็ มิ ได้ ย่อ หย่อน ท้อ ถอย, ยัง ทำ การ รบ พุ่ง กวด ขัน นัก. เพื่อน ของ วิเลี้ยมวอเลซ คน หนึ่ง รับ สิน บน, แนะ นำ ตำแหน่ง วิเลี้ยมวอเลซ ให้ แก่ ขุนนาง อังกฤษ. ๆ ไป จับ ตัว วิเลี้ยมวอเลซ ฆ่า เสีย.

๏ ฝ่าย ยอนแบนสิอล ไป สิ้น พระชนม์, อยู่ ใน ประเทศ ฝรั่ง เสศ. ใน คฤสตศักราช ๑๓๐๔ โรเบิดบรุซ บุตร แห่ง โรเบิด บรุซ, ได้ เปน ใหญ่ ใน สะกอดแลนด์, ขุนนาง ที่ สัตย์ ซื่อ ต่อ แผ่นดิน ก็ แต่ง การ ราชาภิเศก, ถวาย มงกุฎ สำรับ เจ้า แผ่นดิน. เอตเวิด ครั้น ทรง ทราบ ดั่ง นั้น ก็ ทรง พระพิโรธ นัก, จึ่ง ยก พยุห โยธา ทวย หาร เสด็จ มา ยัง เมือง สะกอดแลนด์, ทรง ยา บาล ว่า, ถ้า ไม่ ได้ เมือง สะกอดแลนด์ แล้ว ไม่ เสด็จ กลับ. จะ รบ เคี่ยว ศึก ไป กว่า จะ ได้ เมือง สะกอดแลนด์, อยู่ ใน อำ นาจ ของ พระองค์ จึ่ง จะ เสด็จ กลับ.

๏ ฝ่าย โรเบิดบรุซ ทราบ ว่า เอตเวิด ยก ทัพ หลวง มา, จะ ต้าน ทาน มิ ได้, ก็ ยก พล หนี ไป เที่ยว ซุ่ม ซ่อน อยู่. เอตเวิด เสด็จ ตาม ค้น หา โรเบิดบรุซ ก็ ไม่ พบ. แต่ เอตเวิด เสด็จ รอน แรม ตาม โรเบิดบรุซ อยู่ หลาย เดือน, ก็ ทรง พระประชวน หนัก. จึ่ง ตรัส สั่ง แก่ พระราชบุตร องค์ ใหญ่ ให้ คิด อ่าน ปราบ ปราม สะกอดแลนด์ สืบ ไป. โรค ของ พระองค์ กำเริบ หนัก ขึ้น. เอตเวิด ก็ สิ้น พระชนม์ ใน คฤสตศักราช ๑๓๐๗ พระชนมายุ ๗๕ พรรษา, อยู่ ใน ราชสมบัติ ๓๕ ปี. พระมเหษี เดิม มี พระ ราชบุตร ๔ องค์, พระราชธิดา ๑๑ องค์. พระมเหษี ที่ สอง มี พระราชบุตร ๒ องค์. คฤสตศักราช ๑๓๐๗ เอตเวิด ที่ สอง ได้ ราชสมบัติ สืบ มา, พระองค์ ก็ มิ ได้ ทรง ดำริห์ การ ที่ จะ เสด็จ ไป ปราบ ปราม สกอตแลนด์, ตาม สั่ง ของ พระราชบิดา, คบหา แต่คน พาล ไม่ เอา พระไทยใส่ ใน ราชกิจ. มี คนโปรด ของ พระองค์คน หนึ่ง ชื่อ แกวิซตัน, เช่น คน ต่าง ประเทศ, สนิท ชิด ชอบ พระอัชฌาไสย, เปน คน พาล ไม่ ซื่อ สัตย์ สุจ ริต. ขุนนาง ทั้งปวง เหณ แกวิซตัน โปรดปราน เปรื่อง นัก ไม่ เกรงใคร, พูดจา หยาบ หยาม เยาะเย้ย ฃุนนาง ผู้ใหญ่. ก็ พากัน กราบ ทูล กล่าวโทษ แกวิซตัน ต่าง ๆ จะ ให้ เขา ขับ ไล่ เสีย จาก นคร. เอตเวิด เหณ ขุนนาง ทั้งปวง ชิงชัง แก วิซตัน นัก, ก็ให้ ไป เสีย จาก เมือง หลวง, ตั้ง ให้ เปน ขุน นาง ผู้ใหญ่, อยู่ ใน เกาะ ไอยะแลนด์ ประมาณ ปี หนึ่ง ก็ สั่ง ให้ กลับ มา. ขุนนาง ทั้งปวง คิด พยาบาท แกวิซตัน อยู่ ไม่ หาย, ทราบ ว่า แกวิซตัน กลับ มา อยู่ ใน ประเทศ อังกฤษ อีก, ก็ ขุ่น เคือง พา กัน ยก ไป ตี เมือง ที่ แกวิซตัน มา อยู่ นั้น ได้, จับ แกวิซตัน ฆ่า เสีย. พระเจ้า เอตเวิด ทราบ ดังนั้น เสีย พระไทย กริ้ว ขุน นาง เหล่า นั้น นัก, จะ ใคร่ แก้ แค้น ขุนนาง เหล่า นั้น, แต่ เกรง อยู่. ฝ่าย โรเบิต บรูซ ค่อย กำ จัด พวก อังกฤษ ที่ อยู่ รัก ษา ประเทศ สกอตแลนด์ ที ละน้อย ๆ เกือบ จะสิ้น, ยัง เหลือ อยู่ สาม หวัว เมือง. เอตเวิด ครั้น ทราบ ดังนั้น สะดุ้ง พระไทย รีบ ยก ทหาร ไป ปราบ ปราม สกอตแลนด์, ก็ เสีย ที ล่า กลับ มา, ประเทศ สกอตแลนด์ ก็กลับ เปน ใหญ่ ไม่ ขึ้น แก่ ใคร แต่ นั้น มา. มี คน หนึ่ง ชื่อ หูซะเปนเซอ, เปน คน โปรด ของ เอตเวิด, ทรง พระกรุณา โปรด ชุบ เลี้ยง, ให้ มี ยศศักดิ์ แล สมบัติ ฟุ่ม เฟือย. ขุนนาง ทั้งปวง เกลียด ชัง อยู่ โดย มาก. ทั้ง พระมาเหษี ก็ ขุ่น เคือง ไม่ ภอ พระไทย. อยู่ มา เอตเวิด เข้า ฝรั่งเสศ ทุ่ม เถียง กัน, ด้วย เมือง ขึ้น อังกฤษ อยู่ ใน เขตร์แดน ฝรั่งเสศ. ส่วน พระมะเหษี ของ เอตเวิด นั้น, เปน พระน้อง นาง แห่ง พระเจ้า ฝรั่ง เสศ, ทูลลา เอตเวิด จะ เสด็จ ไป ห้าม พระเจ้า ฝรั่งเสศ เสีย มิ ให้ วิวาท กัน. ครั้น พระนาง เสดจ์ ไป ถึง ประเทศ ฝรั่งเสศ แล้ว, ก็ ตั้ง เกลี้ย กล่อม อยู่ ที่ นั่น. เหล่า ขุน นาง ที่ ขุ่น เคือง เอด เวิด แล พวก ที่ เอตเวิด ขับไล่ ไป เสีย นั้น, มา เข้า เกลี้ย กล่อม เปน อัน มาก. พระนาง จึง ตั้ง ร็อดเชอม็อดติเมอ ให้ เปน ขุน นาง ผู้ใหญ่ ที่ ปฤกษา. แล้ว พระนาง เสดจ์ ข้าม มา ประเทศ อังกฤษ. ขุนนาง ทั้งปวง ที่ ขุ่น เคือง หูซะ เปน เซอ อยู่, ก็ ละ เอตเวิด เสีย มา อยู่ ด้วย พระนาง.

๏ เรื่อง จับยาฝิ่น ๚ะ

๏ ข้าพเจ้า เอดิเตอ, เจ้า ของ จดหมายเหตุ ได้ ทราบ ความ ที่ ขุนไชย บริบาล นาย อำเภอ, เที่ยว เป่า ประกาศ แก่ ราษ ฎร ทั้งปวง เปนใจ ความ ว่า. พระเทพผลู เปน ผู้ รับ สั่ง พระบรมราช โองการ ใส่ เกล้า ฯ ทรง พระกรุณา โปรฎ เกล้า ฯ ด้วย ราย ผู้ ที่ ต้อง ซัด ต้อง จับ ด้วย โทษ สูบยา ฝิ่น ที่ การ เท็จ นั้น, ซึ่ง ผู้ คุม จับ เอา มา โดย ลำ พัง ใจ นั้น, บัด นี้ คืน เงิน ให้ ตาม ที่ ได้ ไว้ จาก ราษฎร แล้ว, ต้อง คืน ให้ นั้น ข้าพเจ้า มี ความ ยิน ดี เปน อัน มาก. เหน ว่า ราษฎร จะ ได้ ความ สุข สบาย ขึ้น ด้วย.

๏ อนึ่ง มิใช่ ที่ ข้าพเจ้า จะ ชอบ ใจ ใน คน สูบ ยาฝิ่น นั้น หา มิ ได้. แต่ ที่ คน สูบ ฝิ่น ติด แล้ว ต้อง โทษ นั้น ก็ เหน ว่า เปน การ ชอบ. แต่ ที่ ซัด ไป ว่า ผู้ นั้น ได้ สูบ ด้วย ผู้ นี้ ได้ สูบ ด้วย นั้น, เปน ข้า กับ เข้า ของ ผู้ ชำระ หา เปน ธรรม.

๏ อนึ่ง ใน การ เรว ๆ นี้, ข้าพเจ้า ได้ ยิน ท่าน ขุนนาง ที่ ไม่ เปน ธรรม, บ่น ว่า จดหมาย เหตุ เปน การ ไม่ ดี, ทำ ให้ ได้ ความ อย่าง นี้ อย่าง นั้น. แต่ ซึ่ง คน พูด ติ อย่าง นี้ ข้าพเจ้า เหน เปน แน่ ว่า, ผู้ ที่ ติ นั้น เปน คน ชอบ ใน การ อยาก จะ ข่ม ขี่ ผู้ อื่น หา รัก ตัว ผู้ อื่น เหมือน ตัว เอง ไม่, เปน การ บาป ไม่ มี ความ ดี เลย ผู้ นั้น.


การ รับเมล์ ฝาก เมล์

๏ มี หนังสือ มา แต่ ที่ รับ เมล์ ฝาก เมล์ ณกรุง ลอน ดอน หนังสือ ที่ มา แต่ ประเทศ อิน เดีย แล ประเทศ จีน. แล ที่ ฝาก ไป ถึง ประเทศ อิน เดีย แล ประเทศ จีน, ใน ปี คฤสต ศักราช ๑๘๖๔ นั้น, นับ ได้ ๓ ล้าน ๖ แสน ๓ หมื่น ๒ พัน ฉบับ. หนังสือ ที่ ฝาก ไป จาก เมือง อังกฤษ, ถึง เมือง ออสะเตรเลีย แล รับ มา แต่ เมือง ออสะ เตรเลีย เปน ๒ ล้าน ๒ แสน ๙ หมื่น. ๘ พัน ฉบับ. ที่ ฝาก ไป เมือง อยู่ ใน ติศเทศ, แล รับ มา เปน ๔ ล้าน ๖ แสน ๔ พัน ฉบับ, ถ้า จะ นับ หนังสือ ฝาก จาก เมือง อัง กฤษ ถึง เมือง นอก ประเทศ หมด ด้วย กัน ใน ปี นั้น, เปน ๒๘ ล้าน ฉบับ, หนังสือ พิมพ์ ต่าง ๆ ที่ ฝาก แล รับ เมล์ ใน ปี นั้น, ประ มาณ ได้ ๒๑ ล้าน ๔ แสน เล่ม, การ ที่ ฝาก หนังสือ เขยื่น แก่ ชาว ประเทศ อยู่ ใน แว่น แคว้น อิงแลนด์ แล ไอเอาแลนด์ แล สกอตุ แลนด์ แล เวละส์ ใน ปี นั้น เปน ๖ ร้อย ๗๙ ล้าน ฉบับ. คือ ใน อิงแลนด์ คนละ ๒๗ เล่ม ใน ลอน ดอน คน ๕๑ เล่ม. ใน สะกอตสันด์ คน ละ ๒๐ เล่ม ใน ไอเอาแลนด์ คน ละ ๙ เล่ม.


กำปั่นไฟ ที่ จะ เอา เมล์ ที่ ประเทศ
ยูโรป แล อะเมริกา มา ถึง เมือง จีน

๏ หนังสือ พิมพ์, เปน จดหมายเหตุ มา แต่ เมือง ซันฟรันซิศ โก. ว่า เรือ กลไฟ ที่ กำลัง ต่อ ที่ เมือง นิวยอก, เพื่อ จะ ได้ ชัก เมล์ ไป จาก เมือง ซันฟรันซิศโก ถึง เมือง ช่องกง, เมื่อ ต่อ สำ เรจ แล้ว, จะ เปน ใหญ่ กว่า เรือ นาย ห้าง ทั้งปวง. ใน เมือง ยูไน ติศเทศ, แล ใหญ่ กว่า เรือ ทำ ด้วย ไม้ ทั่ว ไป ทั้ง โลกย์. เรือ นั้น จะ แล้ว ๒ ลำ ใน ต้น ปี คฤสตศักราช ๑๘๖๗ คือ อีก ๕ เดือน. เรือ นั้น ปาก ๕๐ พีต, มี ดาดฟ้า ๓ ชั้น, ใน ลำ เรือ แบ่ง เปน ๔ ส่วน กั้น เปน ห้อง ๆ น้ำ ไหล เข้า ไป ตลอด กัน ไม่ ได้. บันทุก ของ ได้ ๕ พัน ตอน. ลง ทุน ลำ ละ กว่า ล้าน เหรียน. มี จักร ข้าง แล่น เรว จะ ไป จาก เมือง ซันฟรันซิศโก ถึง ซองกง, แล จะ คืน มา ยัง เมือง ซันฟรันซิศโก ทั้ง หยุด บ้าง ใน ๒ เดือน. ถ้า จะ ไป จาก ซองกง ถึง ซันฟรันซิศโก จะ ไป ได้ ใน ๒๑ วัน. เรือ ใบ เคย ไป ใน ๖๐ วัน แล ๖๕ วัน. เรือ นั้น ถ้า แล้ว เมื่อ ใด ก็ จะ รับ หนังสือ จดหมายเหตุ เมือง นิวยอก, มา ถึง ซองกง ใน ๓๕ วัน ก็ ได้. เดี๋ยว นี้ หนังสือ มา แต่ เมือง นิวยอก, ทาง โอเวอแลนด์ เปน สอง เดือน บ้าง, สอง เดือน ครึ่ง บ้าง. แล เหน ทาง นั้น แล้ว พวก อัง กฤษ ที่ อยู่ เมือง จีน, จะ กลับ ไป บ้าน ก็ จะ ไป ทาง นั้น โดย มาก. เพราะ จะ เปน ทาง สบาย ทาง เรว, เรือ นั้น จะ ไป โดย สบาย, จุ ได้ ลำ ละ ๕๐๐ ตอล์.


ของใหม่ ๆ พึ่ง เหน

๏ เปน ย่า หย่าง หนึ่ง, เรียก ว่า ย่า ให้ เกิด เปน โรค ไข้ สั่น หมอยา คน หนึ่ง ชื่อ ไอ. เอช. ซอลิศเบเร, อยู่ ที่ เมือง กลีฟ ลันด์, แขวง เมือง โอไฮโอ ประเทศ อเมริก, ได้ ภบ ย่า นั้น เปน เล๊ก นัก, จะ ดู ด้วย ตา เปล่า ไม่ เหน เลย, ต้อง ส่อง ดู ด้วย กล้อง จึง จะ เหน. หมอ ว่า ย่า นี้ ให้ บัง เกิด โรค ไข้ สั่น, ได้ ลอง ดู แล้ว เปน แน่ ใจ. ท่าน ว่า ย่า นั้น ย่อม เกิด ใน ที่ น้ำ ขัง อยู่ นาน ๆ. ครั้น ว่า น้ำ แห้ง แล้ว ก็ ให้ บังเกิด ขึ้น. ละออง ต้น ย่า นั้น เมื่อ ได้ น้ำ ค้าง ใน เวลา กลาง คืน ก็ ฟุ้ง ไป. ครั้น ว่า คน หายใจ เข้า ก็ ไป ตาม ลม หายใจ, คน ทราบ ซ่าน ไป ทั่ว ทั้ง กาย, จึ่ง บังเกิด โรค ไข้ จับ เพราะ เหตุ นั้น เอง. หมอ ว่า ธรรมดา ว่า ละออง นี้ ให้ บังเกิด โรค, ตาม ที่ หมอ ทั้งปวง ได้ เหน มา นม นาน แล้ว. คือ ว่า ที่ ๆ มี น้ำ ท่วม ขัง อยู่ นาน แล แห้ง ไป, ที่ นั้น มัก บังเกิด โรค ไข้ จับ. หมอ ทั้งปวง แต่ แรก เรียก เหตุ ที่ ให้ เกิด ไข้ จับ, เรียก ว่า ไมอาซัม. แต่ ก่อน ไม่ รู้ ว่า จะ เปน เหตุ อะไร แน่ ก็ ไม่ ได้ เหน, เขา ว่า เปน ลม อย่าง หนึ่ง บังเกิด เพราะ ย่า เน่า แห้ง ไป, จึ่ง มี ลม ออก จาก ที่ นั้น มี พิษม์ ให้ เกิด ไข้ จับ สั่น. หมอ คน นี้ ได้ เอา กล้อง ที่ ดู ของ เล็ก ให้ โต ขึ้น นั้น, สร่อง ดู ก็ เหน มี ย่า เช่น ว่า นั้น ทุก ที่. จึ่ง ลอง ขุด เอา ดิน ที่ มี ย่า เช่น นั้น ไป สอง หีบ สาม หีบ, เอา ไป ไว้ บ้าน ที่ ไม่มี โรค ไข้ จับ. เอา ไว้ ประมาณ สัก ๑๔ วัน, ก็ เกิด โรค ไข้ สั่น ขึ้น ใน บ้าน นั้น. หมอ ได้ ลอง ดู หลาย ครั้ง, ก็ ปลง ใจ เปน แน่ ว่า โรค ไข้ จับ เกิด เพราะ ย่า นั้น. ยัง หา รู้ ว่า จะ แก้ ลออง นั้น ด้วย อะไร ไม่. แต่ ว่า ได้ จับ เหตุ ที่ ให้ เกิด แล้ว ไม่ ช้า ไม่ นาญ คง จะ เสาะ หา อะไร ที่ จะ แก้ เหตุ นั้น ได้. ละ ออง นั้น จำเพาะ ขึ้น ใน กลาง คืน. ลาง แห่ง ก็ ฃึ้น ๓๐ ฟีด, ลาง แห่ง ก็ ๑๐๐ ฟีด. เหตุ ดัง นี้ คน ที่ นอน ตาก น้ำ ค้าง มัก เปน ไฃ้ จับ. ละออง นั้น เข้า ใน ปอด ทราบ ไป ทั่ว ตัว, เปน เหมือน หว่าน พืชน์ ทั้งปวง ก็ แผ่ มาก ไป. หนังสือ นี้ หมอ ลง พิมพ์ ที่ จดหมายเหตุ ที่ เมือง อะเมริกา. เรียก ว่า หนังสือ จดหมาย เหตุ ของ หมอ ยา ทั้งปวง ใน เมือง อะเมริกา.


การ ล้ม ลง

๏ ใน ประเทศ ยูโรบ มี นาย ห้าง นาย แบงค์ ก็ ล้ม ลง มาก เกิด ความ แตก ตื่น ทั่ว ไป, ใน ประเทศ ยูโรบ แล ประเทศ อิน เดีย. แบงค์ คือ ที่ เขา ฝาก เงิน ไว้ เปน หลาย ล้าน เหรยีน. แบงค์ ที่ ชื่อ โอ เวอ เอน เคอนี่ ได้ หยุด การ. เปน ความ ที่ เสีย ใหญ่ นัก.


การ ยิง เอา เอมบีรอ รอศ เซีย

๏ มี หนังสือ จดหมายเหตุ, มา แต่ เมือง เซนต์ ปี เตอส์เบิด เดือน ๖ ขึ้น ๓ ค่ำ เปน ใจ ความ ว่า, เอม บีรอ เมือง รอศ เซีย, ได้ ประพฤติ ดี เรียบ ร้อย นัก ทุกวัน ๆ. เวลา เช้า ๒ โมง ครึ่ง ก็ เสด จ์ด้วย ท้าว, ออก จาก วัง มี สุนัข หลาย ตัว ติด ตาม ไป ด้วย. เอมบีรอ ชำนาญ ใน การ ไล่ ยิง สัตว. เที่ยว เล่น ไป สัก ๒๐ นาที แล้ว กลับ เข้า วัง. อยู่ ใน วัง จน ถึง บ่าย ๒ โมง ครึ่ง, แล้ว ก็ ออก ขี่ รถ ไป เที่ยว ใน สวน หลวง, เปน ทาง เดิน ประ มาณ ๑๐ นาที. ก็ เสดจ์ ขึ้น รถ เที่ยว ไป ใน สวน สัก น้อย แล้ว ขึ้น รถ ไป อีก, อย่าง นี้ เปน ธรรมดา ทุก วัน ๆ. ลาง ที มเหษี แล พระราชบุตร ไป ด้วย กับ เอมบีรอ บ้าง. แต่ ณวัน เดือน ๖ ขึ้น ๒ ค่ำ เอมบีรอ เสดจ์ ไป องค์ เดียว, ถึง สวน หลวง บ่าย ประ มาณ ๓ โมง. เอมบีรอ ภบ เจ้า องค์ หนึ่ง ชื่อ ดิวค์กลูกเตนเบด กับ น้อง หญิง ของ เจ้า นั้น ชื่อ ปรินเชศมาเรียดิบด์. เอมบีรอ เดิน ด้วย กัน ที่ ใน สวน จน บ่าย ๔ โมง, แล้ว ก็ เสดจ์ กลับ เพื่อ จะ ขึ้น ราชรถ. มี นาย เวน คน หนึ่ง เอา เสื้อ ชั้น นอก ของ เอมบีรอ มา ช่วย ใส่ ให้ เอมบีรอ. ขณะเมื่อ เอมบีรอ ใส่ เสื้อ อยู่ นั้น, มี คน คนหนึ่ง, วิ่ง ออก มา จาก ที่ คน ประชุม ล้อม รอบ ราชรถ นั้น, ออก มา ยืน อยู่ ข้าง หลัง เอมบีรอ, แล้ว ชัก เอา ปืน แฝด สั้น ที่ ซ่อน ใน เสื้อ, ยก ขึ้น มุ่งหมาย จะ ยิง เอมบีรอ. มี ชาว บ้าน นอก อยู่ ที่ นั่น ชื่อ ออดซิปไอเวนอฟ, เหน ว่า คน นั้น จะ ยิง เอม บีรอ, ก็ เอา มือ ตบ ตรง สอก ผู้ ที่ จะ ยิง นั้น, ภอ ปืน ลั่น ไป พ้น ศีศะ เอมบีรอ. คน นั้น เปน คน ชาว บ้าน นอก เข้า มา อยู่ ใน กรุง เซนต์บีเตอซิเบิก ๓ ปี ๔ ปี ก่อน นั้น, เพื่อ จะ หัด ทำ หมวก เปน ช่าง หมวก ดี แล้ว, ก็ แต่ ยัง รับ จ้าง อยู่ ที่ ครู ของ เขา. มี เมีย คน หนึ่ง มี ลูก คน หนึ่ง หา กิน ลำบาก จน ถึง วัน นั้น. เอม บีรอ ได้ โปรด ตั้ง ให้ เปน ขุนนาง ผู้ ใหญ่, ให้ มี เงิน ทอง บริ บูรณ์, ให้ มี ชื่อ ว่า คำมิศเซรอฟ, ตาม ชื่อ วัน พระ นั้น. เพราะ เปน วัน พระ. เขา ซอ ให้ นาย ปล่อย เสีย จะ ไป เที่ยว เล่น. นาย ก็ ยอม, เขา หมาย ว่า จะ ไป สวด ที่ โรง สวด แห่ง หนึ่ง, ทาง นั้น ต้อง ข้าม น้ำ แขง ไป. ก็ เหน น้ำ แขง นั้น อ่อน จะ ข้าม ไม่ ได้, กลัว จะ ตก ลง ใน น้ำ. จึง กลับ เดิน เลย ไป ถึง ประตู สวน หลวง ที่ เขา ยยุด รถ คอย ถ้า เอมบีรอ นั้น. เหน มี คน ประชุม กัน ตาม ธรรมดา เพื่อ จะ ดู เอมบีรอ. คำมิศเซรอฟ ปราฐนา จะ ดู ด้วย, จึง เข้า ไป อยู่ น่า ราชรถ เหน มี คน คน หนึ่ง เปน คน อยาบ ๆ อยู่ ข้าง ลัง ตัว. คน นั้น อยาก จะ แซก เข้า ข้าง น่า คำมิศเซรอฟ, ๆ ไม่ ยอม ผลัก ไส ให้ ลง ไป ข้าง หลัง. เปน อย่าง นี้ ลาย หน กว่า เอม บีรอ เสดจ์ กลับ. คน นั้น แซก ออก มา ข่าง น่า ได้ ที่ มุ่ง หมาย จะ ยิง เอมบีรอ, คำมิศเซรอฟ ได้ ห้าม. เดช คุณ พระ เจ้า ปืน ก็ ไม่ ถูก เช่น ว่า มา แล้ว นั้น. เมื่อ ยิง แล้ว, คน นั้น จะ หนี ไป ก็ ไม่ ได้. คน ทั้ง ปวง ก็ จับ ตัว ไว้ ด้วย ใจ โกรธ มาก, อยาก จะ ฆ่า เสีย, ให้ ตาย ที เดียว.

๏ เมื่อ เอมบีรอ ได้ ยิน เสียง ปืน แล เสียง พวก กระเวน ร้อง ขึ้น เอมบีรอ สำคัญ ว่า จะ มี คน หนึ่ง ฆ่า ตัว กระมัง. ครั้น เหลียว มา ดู จึ่ง รู้ ว่า มี คน ยิง เอา พระองค์.

๏ เอมบีรอ จึ่ง รับสั่ง ไม่ ให้ คน ทั้ง ปวง แตก ตื่น ไป, แล้ว สั่ง ให้ คุม ตัว อ้าย คน ร้าย นั้น ไว้ ให้ มั่น คง. อ้าย ผู้ ร้าย ไม่ ได้ นึก กลัว กลับ ด่า เอมบีรอ ว่า ท่าน พ่อ ลวง ราษฎร ทั้ง ปวง, มิ ได้ ประพฤติ ตาม ที่ สัญญา ไว้. อ้าย คน ร้าย ร้อง เรียก คน ทั้ง ปวง ว่า, พี่ น้อง ทั้ง ปวง เหตุ ไร ไม่ ช่วย เรา, ใน การ ที่ รับ ทำ แทน คน ทั้ง ปวง เล่า. พวก โปลิศ ก็ คุม ตัว ไป ไว้ ใน ทิม. เอมบีรอ ก็ เสดจ ไป ถึง ที่ ตึก สวด, เข้า ไป สรรเสริญ พระเจ้า เพราะ ที่ ได้ โปรด ให้ พ้น การ ร้าย นั้น. ข่าว นั้น ก็ ฦๅ ไป เรว. เจ้า นาย ขุน นาง ราษฎร รู้ ความ ก็ ไป ประชุม กัน ใน วัง เปน อัน มาก, คอย เมื่อ เอมบีรอ เสดจ์. ครั้น เอมบีรอ มา ถึง เจ้า นาย ขุน นาง ราษฎร ก็ ชวน กัน สรรเสริญ เอมบีรอ ว่า, เรา ทั้ง หลาย ดี ใจ นัก เพราะ ท่าน ไม่ เปน อันตราย ด้วย อ้าย ผู้ ร้าย นั้น. เอมบีรอ รับ คำ สรร เสิญ ตอบ ว่า, เรา ชอบ ใจ นัก หนา, เรา ไม่ กลัว ว่า ผู้ ใด ที่ จะ ทำ ร้าย แก่ ตัว เรา, เพราะ หมาย ว่า พระเจ้า ผู้ ทรง ฤทธิ ที่ สุด, คง จะ ป้อง กัน ชีวิตร เรา ไว้, จน ถึง เวลา ที่ จะ เปน คุณ ประ โยชน์ แก่ เมือง ต่อ ไป มิ ได้ แล้ว, จึ่ง จะ ให้ เรา ตาย เมื่อ นั้น. เอม บีรอ เสวย กลาง วัน แล้ว, ก็ ไป สวด ที่ ตึก สวด พร้อม ด้วย มะเหษี แล ราชบุตร, ตั้ง ใจ สวด สรรเสริญ พระเจ้า. ออก จาก ตึก สวด เอมบีรอ สั่ง ให้ พา ตัว คำมิศเซรอฟ เข้า มา เฝ้า, ประเดี๋ยว หนึ่ง เขา นำ เข้า มา เฝ้า. เอมบีรอ กอด เอา ตัว คำมิศเซรอฟ ด้วย ความ รัก. แล้ว รับสั่ง ว่า, ตั้ง แต่ นี้ จะ ให้ เปน ขุน ใหญ่ ใน จำ พวก ขุน นาง ใหญ่. ใน ห้อง ที่ เอมบีรอ รับสั่ง คำมิศเซรอฟ นั้น, มี ขุน นาง ใหญ่ หลาย คน, ขุน นาง ใหญ่ ๆ นั้น ก็ รับ คำ ว่า ดี, ควร ที่ จะ โปรด คน ที่ ได้ ให้ ชีวิตร ของ เอมบีรอ รอด เช่น นั้น. ใน วัน นั้น เวลา สอง ทุ่ม ตี ระฆัง ใหญ่, ที่ โรง ทั้ง ปวง ใน เมือง เซนต์ ปี เตอซเบิก. เพื่อ จะ ให้ คน ประชุม กัน, สวด สรรเสริญ พระ เจ้า เพรา ความ รอด ใหญ่ นั้น. ชาว บ้าน ทุก แห่ง พร้อม ใจ ชวน กัน ตาม โคม ตาม ตะเกียง ที่ น่า ต่าง, แล ประตู บ้าน ทุก แห่ง. คน ทั้ง ปวง ชวน กัน ร้อง เพลง สรรเสริญ เปน ทำนอง เพลง สำหรับ เมือง, นาน ประมาณ สาม ทุ่ม เศศ แล้ว ก็ หยุด. รุ่ง ขึ้น เพลา ห้า โมง พร้อม อีก ครั้ง หนึ่ง. ได้ สรรเสิญ พระเจ้า ที่ ตึก สอน หนังสือ ทุก แห่ง. ฝ่าย ข้าง ใน วัง นั้น เอมบีรอ คอย รับ ขุนนาง, ที่ เข้า มา เฝ้า อวยพร สรรเสิญ, ตั้ง แต่ เช้า จน ค่ำ. ครั้น เวลา บ่าย สี่ โมง ก็ ประชุม กัน เปน อัน มาก ที่ ประตู สวน หลวง, ที่ อ้าย ผู้ ร้าย ยิง นั้น. กล่าว เปน เพลง สรรเสิญ พระเจ้า อิก. พลบ ค่ำ ก็ จุด ตะเกียง ทั่วไป ทั้งเมือง อิกที.

๏ ฝ่าย พวก โปลิศ จึ่ง สืบ สวน ว่า, อ้าย ผู้ ร้าย จะ มา แต่ ไหน. สืบ ดู ก็ ไม่ ได้ ความ, จึ่ง ชัก รูป อ้าย ผู้ ร้าย แจก ไป ทั่ว เมือง, ปราถนา เพื่อ จะ ให้ คน รู้ จัก ว่า อ้าย ผู้ ร้าย อยู่ ที่ นั้น ๆ, เปน พวก ผู้ ใด ๆ.

๏ มี หนังสือ จดหมาย เหตุ มา แต่ เมือง เซนต์ ปีเตอซี เบิก ว่า, สืบ พยาน นั้น ได้ ความ ว่า, อ้าย ผู้ ร้าย เปน คน รับ จ้าง คน ใน จำพวก ใหญ่ ๆ, ที่ โกรธ อยู่ กับ เอมบีรอ, จึ่ง ได้ จับ ตัว ไว้ หลาย คน, เพื่อ จะ ชำระ ความ.


๏ การ ยิง :เสนา บดี เมือง ปรอศเซีย ๚

๏ เดือน หก แรม แปด ค่ำ, เสนา บดี เอก ใน เมือง ปรอศ เซีย, ชื่อ เคานต์วันบิศมาก เดิน ออก มา จาก ที่ เฝ้า ตาม ถนน หลวง, ถึง ที่ แห่ง หนึ่ง, มี อ้าย ผู้ ร้าย เดิน ตาม มา ข้าง หลัง, ถือ ปืน สั้น ที่ หมุน ยิง ได้ หลาย นัด, ยิง เอา เสนาบดี คนนั้น สอง นัด หา ถูก ไม่. เคานต์วันบิศมาก เหลียว มา เหน ก็ ปล้ำ จับ ตัว คน ที่ ยิง นั้น ได้. เมื่อ กำลัง ปล้ำ กัน อยู่, อ้าย ผู้ ร้าย เอา ปืน ยิง ได้ อีก สาม นัด ก็ หา ถูก ไม่. แต่ ว่า ไฟ ดิน ปืน ไหม้ เสื้อ น่อย หนึ่ง, เพราะ ว่า อยู่ ชิด กัน นัก. พวก โปลิศ ก็ วิ่ง มา จับ ตัว อ้าย ผู้ ร้าย เอา ไป ใส่ คุก ไว้. อ้าย ผู้ ร้าย เอา มีด พับ สอง คม แทง คอ ตัว เอง ถึง เก้า ครั้ง. หมอ มา ดู แผล แล้ว ว่า ไม่ ตาย ดอก, เพราะ ไม่ ถูก สาย เลือด. แล้ว เขา เอา อ้าย ผู้ ร้าย ใส่ ไว้ ใน ที่ ไม่ ให้ ดิ้น ได้. ครั้น รุ่ง ขึ้น เวลา เช้า อ้าย ผู้ ร้าย นั้น ตาย. แม่ อ้าย ผู้ ร้าย ชื่อ มิศซี่คาไลต์, เปน เมีย ของ คน ที่ หนี ไป เมือง ลอน ดอน. ผัว เก่า นั้น เปน พ่อ ตัว ของ อ้าย ผู้ ร้าย. อ้าย ผู้ ร้าย นั้น อายุ ได้ ยี่สิบสอง ปี. มี ใจ เข้ม แขง กล้า หาญ. แต่ เพื่อน ของ เขา ก็ ไม่ รู้ ว่า เขา จะ เปน คน ดุ ร้าย ฆ่า คน. คน นั้น ได้ เรียน หนังสือ มาก ที่ เมือง โฮเฮมฮิ่ม, แล เพื่อน เหล่า นั้น จึ่ง คิด เหน ว่า, หัด หนังสือ มาก จึ่ง เปน คน เสีย จิตร เปน บ้า. ข่าว ว่า, อ้าย คน ร้าย นั้น, เมื่อ กำลัง หัด หนังสือ ก็ เปน คน ดี เรียบ ร้อย. เขา ได้ ไป เมือง อังกฤษ ด้วย. เมื่อ อยู่ เมือง อังกฤษ เปน ทหาร ยิง ปืน แม่น, ได้ รัง วัน เพราะ ยิง ปืน แม่น เปน หลาย หน.


ข่าว กรุง เทพ ฯ

๏ อนึ่ง มนเชียโอบาเร กงสุล ฝรังเสศ มา ถึง หลัง เตา ณวัน เสาร เดือน แปด แรม สาม ค่ำ มา ใน เรือ รพ กล ไฟ ชื่อ ซอสโม ของ ฝรังเสศ จุ ๑๗๐๐ ตอน ปืนใหญ่ ๑๐ บอก มา แต่ เมือง ไซ่ง่อน เรือ ซอส ไม่ได้ เอา เมล์ ใน ประเทศ ยุโรบ มา มี หนังสือ จดหมาย เหตุ ลอนดอน ลง พิมพ์ ณเดือน ๗ ขึ้น ๓ ค่ำ แล มี ข่าว มา ทาง เตลีแกรฟ ออก จาก เมือง ลอนดอน เดือน ๗ แรม ๖ ค่ำ ข่าว นั้น ใจ ความ ว่า การ ศึก เมือง ปรอศเซีย กับ เมือง ออสเทรีย คง จะ เปน แน่ ข่าว ทาง เตลีแกรฟ ที่ เมือง อะเมรีกา ใจ ความ ว่า เมือง อะเมรี กา สบาย อยู่ โดย มาก แต่ คอนเกรศ กับ เปรศเตนต์ ไม่ เข้า กัน ด้วย ความ ข้อ ใหญ่ ๒ ข้อ คือ ข้อ ที่ จะ ให้ คน ชาติ อาฟริกา ที่ ฝ่าย ใต้ นั้น เข้า ใน การ ที่ จะ เลือก ขุนนาง ต่าง ต่าง สำรับ เมือง ฝ่าย ใต้ นั้น เปรศเตนต์ ว่า ไม่ ควร ที่ จะ ยอม คอนเกรศ ว่า ควร นัก เพราะ เปน คน ช่วย การ ศึก ให้ ราบ คาบ ถ้า คน ดำ ไม่ ได้ ช่วย แล้ว คง ไม่ ชะนะ อนึ่ง คน ชาติ ดำ ก็ เปน มนุษย์ เหมือน ด้วย เรา คน ชาติ ดำ มี ปัญญา ดี เหมือน เรา ก็ มี ควร ที่ จะ เข้า ใน การ ครอง เมือง เหมือน กัน

๏ ข้อใหญ่ อีก ข้อ หนึ่ง คือ เปรศเตนต์ ปราฐนา จะ ให้ สิบ สาม หัว เมือง ที่ เปน ขบถ แต่ ก่อน นั้น ให้ กลับ เปน สนิท มา ว่า ราชการ ที่ คอนเกรศ เปน ปรกติ เหมือน แต่ ก่อน อยาก ให้ เข้า มา เรว ๆ อย่า ช้า วัน เลย ฝ่าย คอนเกรศ ไม่ เหน ด้วย ยัง มี ความ สงไสย อยู่ ว่า เขา ได้ ที่ คอนเกรศ แล้ว ก็ จะ คิด ทำ วุ่น วาย อีก เพราะ คน ฝ่าย ใต้ นั้น สาแดง อาการ เหมือน จะ โกรธ ฝ่าย เหนือ นัก ยัง กำลัง สรรเสิญ เปรศเตนเดวิ อยู่


มนเชย โอบาเร

๏ อนึ่ง เรา ได้ ยิน ว่า มนเชียโอบาเร กงสุล ฝรังเสศ ได้ ถือ ราช สาสน์ เปน ลาย พระหัตถ์ เอมบีรอ มา ถึง พระ เจ้า อยู่หัว ณกรุง สยาม ได้เชิญ พระ แสง กระบี่ องค์ หนึ่ง มา แต่ เอมบีรอ เพื่อ จะ ถวาย แล ได้ นำ กระบี่ สั้น ของ ราชบุตร องค์ ใหญ่ เอมบีรอ ฝาก มา ถวาย พระเจ้า ลูกยาเธอ สมเดจ เจ้า ฟ้าจุฬา ลงกรณ์ องค์ หนึ่ง


๏ อนึ่ง ณวัน ศุกร เดือน แปด ขึ้น ๕ ค่ำ พระเจ้า อยู่ หัว โปรด ให้ ประชุม ขุนนาง มากมาย เสดจ์ ออก รับ ของ ถวาย แต่ มื่อ มนเซี่ย โอบาเร


เรือ เจ้าพระยา กลับ

๏ เรือ เจ้า พระยา มา ถึง กรุงเทพ ฯ ณวัน อาทิตย์ เดือน แปด ขึ้น ๑๑ ค่ำ เวลา เช้า ออก จาก เมือง สิงคโปร ณวัน อังคาร เดือน แปด ขึ้น หก ค่ำ เวลา ค่ำ มา ถึง หลัง เต่า วัน เสาร ขึ้น ๑๐ ค่ำ เวลา บ่าย ได้ เมล ประเทศ ยูโรบ มา ด้วย


การ ตั้ง เปน ผัว เมีย กัน

๏ ณวัน พฤหัศ เดือน ๘ แรม ๘ ค่ำ กงสุล อะเมริกัน ได้ ตั้ง กับตัน ยอนสมิศ เปน ชาว เมือง ยูไน ตีศ เทศ, ให้ เปน ผัว ข้อง หญิง คน หนึ่ง ชื่อ มาบ เปน ชาว กรุง เทพ ตาม กฎ หมาย เมือง อยู่ ใน ติศ เทศ.


ความ ตาย

๏ ณวัน อัง คาร เดือน ๘ แรม ๖ ค่ำ มิศเตอ วิเลี่ยม เซน เร โก เมอ, เปน ชาว อัง กฤษ เปน เจ้า ของ บาง กอก โฮเตล เปน โรค บิด ตาย. เจ็บ อยู่ ๔ อาทิตย อายุ ๒๘ ปี. บิดา มารดา พี่ น้อง ยัง อยู่ ที่ เมือง อัง กฤษ.

๏ ณวัน อาทิตย เดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ มะดำ เซอ เปน พี่ ภรรยา ของ มิศเตอ เนลซัน อินชิเนีย ใน กรุงเทพ ฯ เปน โรค ท้อง มาร ตาย. โรค ติด มา แต่ เมือง บังกล่า, เปน หลาย เดือน. ผัว หญิง นั้น ตาย ที่ เมือง บังกะลา, ตาย ได้ ๒ ปี ๓ ปี แล้ว. มี ลูก ผู้ ชาย อยู่ สอง คน..

๏ ณวันอังคาร เดือน ๘ แรม ๑๓ ค่ำ, ลูก เลก ของ มิศเตอ เลศ เลอ กงสุล ปรอศเชี่ย ตาย เปนโรค หืด, อายุ ประมาณ ๘ เดือน.

๏ คน ฆ่า ฝรั่งเศศ ที่ เมือง กำภูชะ ๚ะ

๏ มี หนังสือ ฝาก มา แต่ เมือง สิงคโปร์ ว่า, ฝรั่ง เศศ คน หนึ่ง ที่ เปน เอเชนต์ สำรับ เรือ เมล ของ ฝรั่ง เศศ, เที่ยว ไป ที่ เมือง กำภูชา, ถูก อ้าย ผู้ ร้าย ฆ่า ตาย. น่า กลัว ว่า จะ เกิด วุ่นวาย แก่องค์ พระ นโรดม, ด้วย ท่าน เปน เจ้า ของ บ้าน เจ้า ของ เมือง, เพราะ ผู้ ร้าย นั้น ได้ ยิน ว่า เปน ชาว เขมร.


๏ กระลาษี หนี เรือ

๏ เรา ได้ ยิน ข่าว มา แต่ เมือง ปีนัง ว่า, กระลาษี เรือ กรุง เทพ ฯ, หนี กับ ตัน ไป จับ ได้ ตัว ที่ เมือง ปีนัง. กับตัน พา ตัว ไป หา ขุนนาง ผู้ ว่า การ ผู้ ร้าย. ขุนนาง อังกฤษ นั้น ก็ ว่า เรา จะ เอา เปน ธุระ ไม่ ได้. เพราะ ไม่ มี ข้อ ใน คำ สัญญา ซึ่ง กรุง สยาม กับ กรุงอังกฤษ ทำ ไว้, ที่ จะ ยอม ให้ เรา ตัดสิน.

๏ ความ นั้น เรือ สกุเนอ สยาม มา แต่ เมือง ตะกั่ว ป่า เปน เรือ ของ เจ้า เมือง ตะกั่ว ป่า มา จอด ที่ เมือง ปีนัง กับ ตัน ให้ เงิน แก่ กระลาษี ล่วง น่า ไป สอง เดือน กระลาษี ทำ การ สิบสาม วัน แล้ว ก็ หนี ไป กระลาษี คน หนึ่ง ฝรั่ง คน หนึ่ง เรือ สกุเนอ จะ อยู่ นาน ไม่ ได้ จำ เปน ไป เรว จึ่ง ไป ขอ หนังสือ ขุนนาง คน หนึ่ง ได้ แล้ว ก็ ตาม จับ กระลา ษี แล ฝรั่ง ได้ แล้ว ก็ พา ไป หา กระลาการ ผู้ ชำระ ผู้ ร้าย ท่าน ก็ ไม่ รับ เพราะ เหตุ ที่ ว่า มา แล้ว แล ข้อ สัญญา นั้น จะ ไม่ มี ที่ จะ ให้ อังกฤษ ชำระ ความ นั้น ไม่ มี จริง ฤา ถ้า ไม่ มี เรือ ฝ่าย สยาม ก็ เที่ยว ค้า ขาย ที่ เมือง ขึ้น แก่ อังกฤษ ที่ ไหน ๆ ก็ น่า กลัว ว่า จะ เกิด เหตุ การ ต่าง ๆ จะ ชำระ ไป ไม่ ได้ เรือ สยาม ก็ เสีย เปล่า ๆ ถ้า แม้น พวก กระลาษี รู้ ว่า ชำระ ไม่ ได้ ก็ จะ กำเริบ ใน การ เช่น นั้น นัก ก็ ควร ที่ รอเวอนแมนต์ สยาม จะ พิจรณา ใน ข้อ ใหญ่ นี้ โดย เรว ๚ะ


วัน กำเนิด เมือง อะเมริกา

๏ ณ วัน พุทธ์ เดือน ๘ แรม ๗ ค่ำ, เปน วัน เกิด เมือง ยูไน ติศเตศ ๙๐ ปี แล้ว. พวก ชาว อเมริกา ได้ ประชุม กันที่ เย. เอม. ฮุดเอศไควเอ, กง สุล อะเมริกา, กิน โต๊ะ พูดจา สรรเสิญ บ้าน เมือง ของเรา. บาง จำพวก อะเมริกา ก็ เที่ยว ขึ้น ไป กรุงเก่า ใน วัน นั้น. ชาว เมือง อะเมริกา ที่ อยู่ เมือง เพชร บุรี ประชุม กัน ที่ นั้น, กิน โต๊ะ ด้วย กัน, สรรเสิญ บ้าน เมือง เหมือน กัน.

๏ เรื่อง แข่ง เรือ ๚

๏ ณวัน ศุกร เดือน แปด, ได้ แข่ง เรือ ใบ กัน ห้า ลำ ที่ เมือง สมุทร ปราการ. คือ เรือ ชื่อ ลอระ ของ หลวง วิสุทรสาครดิฐ ลำ หนึ่ง. เรือ ของ กรมหมื่น บวรวิชัยชาญ ลำ หนึ่ง. เรือ ชื่อ มัศคีโต ของ มิศเตอ บาโล ลำ หนึ่ง. เรือ ชื่อ ปลันเชอ เปน เรือ มิศ กาเตอ ลำหนึ่ง. เรือ ชื่อ โฟม ของ มิศเตอ สะกอต ลำ หนึ่ง. เรือ ลำหนึ่ง ชื่อ เฮลีนา, เปน เรือ ของ มิศเตอ เอศเตอ ฟีน ลำหนึ่ง, เขา ไม่ ให้ แข่ง, ด้วย ว่า เรือ นั้น เปน เรือ ดี แล่น เรว นัก. พวก ที่ แข่ง เรือ นั้น, ได้ ออก เรือ แข่ง กัน เวลา เที่ยง, ลม เปน ตะเภา พัด อ่อน ๆ น้ำ ลง ด้วย. แข่ง กัน ลง ไป ตั้งแต่ ป้อม ไป ถึง ปาก อ่าว. มา สัก หน่อย หนึ่ง, เรือ มิศ กาเตอ แล่น เรว กว่า ขึ้น น่า เรือ ทั้งปวง, ก็ แล่น มา น่า เสมอ อยู่, ไป ถึง เรือ ทุ่น ที่ มี ทง แดง ทอด อยู่ ปาก อ่าว, พอ เพลา บ่าย โมง หนึ่ง กับ สิบห้า นาที. อีก สิบ นาที เรือ กรมหมื่น บวรวิชัยชาญ กับ เรือ มิศเตอ บาโล จึ่ง มา ถึง ทุ่น. เรือ มิศเตอ สกอต มา หลัง ที เดียว ล่ม ลง, พวก ฝรั่ง สี่ คน, มะลายู หก คน, พา กัน เกาะ ปลาย เสา กระโดง อยู่, เพราะ ว่า เรือ จม ลง ไป นั่ง ดิน อยู่, เสา กระโดง นั้น ปลาย พ้น น้ำ อยู่ สัก สอก หนึ่ง, คน จึ่ง เกาะ อยู่ ได้ ถึง สิบ คน. เรือ กงสุล อังกฤษ กับ กำปั่น ไฟ, ก็ พา กัน มา ช่วย เอา คน ขึ้น เรือ ได้ หมด. แล พวก ที่ แข่ง เรือ กัน นั้น, เหน ว่า พยุห์ ตั้ง ก็ เลิก พา กัน กลับ มา.


๏ เมือง ฮ่องกง ๚ะ

๏ เดือน แปด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง, จดหมาย เหตุ ชื่อ โอเวอ แลนด์ รีปอต. มี ข่าว มา แต่ เมือง ยี่ ปุ่น ว่า, เจ้า แผ่นดิน ยี่ ปุ่น มี หมาย ประกาศ, เปน ใจ ความ ว่า ตั้ง แต่ นี้ ไป, ชาว เมือง ยี่ ปุ่น ปราฐนา จะ ไป เที่ยว ใน นา ๆ ประเทศ, เพื่อ ประสงค์ จะ เรียน รู้ ศิลปสาตร ต่าง ๆ ก็ ดี, ฤๅ จะ ไป เที่ยว ค้า ขาย ก็ ดี, คอเวอแมนต์ ยี่ ปุ่น จะ ให้ มี หนังสือ เบิก ล่อง ให้ ไป ตาม ปราฐนา ไม่ ห้าม, ไม่ ขัด ขวาง ใคร จะ ไป ก็ ไป ได้. หมาย ประกาศ นี้ ออก ใน เรว ๆ นี้. ยัง ไม่ ได้ ข่าว ว่า พวก ยี่ ปุ่น จะ ดี ใจ เพราะ หมาย ประกาศ นี้ เท่า ไร, แต่ ข้าพเจ้า คิด เหน ว่า ชาว ยี่ ปุ่น จะ ดี ใจ มาก. เพราะ เขา มี ใจ ร้อน รน อยาก จะ รู้ ศิลปสาตร วิชา ต่าง ต่าง. หมาย ประกาศ นี้ เปน สำคัญ พยาน ว่า, คอเวอแมนต์ ยี่ปุ่น ดีขึ้น กว่า แต่ ก่อน มาก. ชาว เมือง ยี่ปุ่น เปน คน ฉลาด มาก. ถ้า ได้ เหน ของ ประลาด แล้ว ก็ ทำ เหมือน ตัว อย่าง ได้. ชาว ยี่ปุ่น ได้ ออก เที่ยว ได้ แล้ว ก็ คง จะ ได้ รู้ มาก ขึ้น เรว. แล้ว จะ ได้ กลับ มา เมือง ยี่ปุ่น, ก็ จะ เปน ผล เปน ประโยชน์ แก่ เมือง ยี่ปุ่น มาก.

๏ อนึ่ง ความ ทะเลาะ ที่ เจ้า เมือง ยี่ปุ่น, แล เจ้า องค์ หนึ่ง ชื่อ โชเชี่ยว นั้น, ยัง ไม่ ดับ เปรียบ เหมือน ถ่าน เพลิง อุ่น เท่า กลบ อยู่. ข่าว ว่า โชเชี่ยว ไม่ รับ ข้อ สัญญา ที่ เจ้า เมือง ยี่ปุ่น จะ ให้ ดี กัน. เมื่อ โชเชี่ยว ไม่ รับ สัญญา แล้ว, คน ทั้ง ปวง ก็ เหน ว่า จะ เกิด รบ กัน ขึ้น เอง. เจ้า อีก องค์ หนึ่ง ชื่อ สัดสุมา, ข่าว ว่า จะ เข้า ด้วย ฝ่าย โชเชี่ยว.


๏ ข่าว เมือง จีน ๚ะ

๏ การ ที่ พวก ขบถ ใน เมือง จีน นั้น เงียบ ไป แล้ว, แล การ ที่ พวก อังกฤษ จับ พวก สลัด นั้น, ได้ การ มาก เหน ไม่ ช้า ไม่ นาน พวก สลัด ก็ จะ หาย ไป.

๏ อนึ่ง โรง ทำ เงิน เหรียน ที่ เมือง ฮ่องกง สำเร็จ แล้ว, ได้ ทำ เงิน เหรียน อยู่ ทุก วัน นี้. แต่ ทำ ไม่ สู้ เรว นัก, เพราะ เปน การ ใหม่ ปะดัก ปะเดิด นัก. เครื่อง ทำ หัก ไป บ้าง ต้อง ซ่อม แปลง ไป ใหม่ ถึง แล้ว ช้า ไป. ทุก วัน นี้ ทำ เงิน เหรียน ได้ ประ มาณ วัน ละ หมื่น เหรียน. เงิน นั้น งาม กว่า เงิน เหรียน เก่า, พวก จีน อยาก ได้ เงิน ใหม่ นัก แย่ง กัน เปลี่ยน ซื้อ.


๏ ราคา สินค้า ฮ่องกง ๚ะ

๏ ณวัน พุฤหัศ เดือน แปด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เข้า สาน ใน ๑๕ วัน นั้น ราคา ลด ลง หาบ ละ ๕ เซนต์ บ้าง ๑๐ เซนต์ บ้าง เหน ราคา จะ ไม่ ขึ้น อีก กว่า เข้า ที่ สะสม ไว้ ที่ ฮ่องกง นั้น จะ ขาย ออก เสีย มาก แล้ว ใน ๑๕ วัน นั้น ขาย เข้า สาน ได้ สอง แสน ๓ หมื่น ๖ พัน ๕๐๐ หาบ คือ เข้า รางกุ้ง ๘ หมื่น ร้อย หาบ เข้า ไซ่ง่อน ๘ หมื่น ๓ พัน ๘๐๐ หาบ เข้า สยาม ๕ หมื่น ๗ พัน ๖๐๐ หาบ เข้า มะนิลา ๕ พัน หาบ ราคา ใน วัน พุฤหัศ เดือน แปด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง นั้น เข้า บังกล่า หาบ ๒ เหรียน ๓๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์ เข้า สยาม อย่าง ต่ำ หาบ ละ เหรียน ๙๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน อย่าง กลาง หาบ ละ สองเหรียน ๑๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๑๕ เซนต์ เข้า ขาว หาบ ละ ๒ เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๒ เรียน ๓๕ เซนต์ เข้าไซง่อน หาบละ ๒ เหรียน ๑๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๑๕ เซนต์ เข้า มะนิ ลาต่าง ๆ หาบละ ๒ เหรียน ๑๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๓๕ เซนต์ เข้ากล้อง รางกุ้ง หาบละ เหรียน ๙๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน เข้า กล้อง อาระกัน หาบละ เหรียน ๙๕ เซนต์ แล เหรียน ๙๐ เซนต์

๏ น้ำตาน ทราย ที่ เมือง ฮ่องกง ฃาย ดี ใน ๑๕ วัน นั้น ขาย ภอ ประมาณ น้ำตาน ขาว ขายได้ ๖ พัน ๗๐๐ หาบ น้ำตาน มะนิลา ๓ พัน ๕๐๐ หาบ น้ำตาน กรวด พัน ๕๐๐ หาบ ราคา ใน วัน พุทธ์ นั้น น้ำตาน ที่ หนึ่ง หาบละ ๘ เหรียน ๘๐ เซนต์ แล ๙ เหรียน ที่ ๒ หาบละ ๘ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๘ เหรียน ๗๕ เซนต์ ที่ ๓ หาบละ ๘ เหรียน แล ๘ เหรียน ๒๕ เซนต์ น้ำตานแดง หาบละ ๔ เหรียน ๘๐ เซนต์ แล ๕ เหรียน ๓๐ เซนต์

๏ ฝิ่น ใน วัน พุทธ์ นั้น ราคา อย่าง ปัด นา ใหม่ หีบละ ๕ ร้อย ๖๕ เหรียน อย่าง เก่า ๕ ร้อย ๕๕ เหรียน อย่าง ปี่นา เรดใหม่หีบละ ๕ ร้อย ๖๐ เหรียน เก่า หีบละ ๕ ร้อย ๔๕ เหรียน อย่าง มะละวา หีบละ ๗ ร้อย ๑๐ เหรียน

๏ ฝ้าย ฃาย ไม่ สู้ ดี เพราะ ข่าว มา แต่ ประเทส ยูโรบ ทำให้ การ ขาย ฝ้าย นั้น ฃาย ไม่ ได้ ราคา ฝ้าย ที่ ยัง ค้าง อยู่ นั้น ฝ้าย เซี่ยงไฮ้ เบล้ ๑๘ เหรียน แล ๑๙ เหรียน ครึ่ง ฝ้าย เทียนสิน เบล้ ๑๗ เหรียน แล ๑๙ เหรียน ฝ้าย นิ่งโป เบล้ ๒๐ เหรียน แล ๒๑ เหรียน ครึ่ง ฝ้าย บังกล่า เบล้ ๑๖ เหรียน แล ๑๘ เหรียน


บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้า ของ อู่ใหม่

๏ อู่ แห้ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง พิ จารณ ดู อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เหน ว่า เปน อู่ ดี กว่า อู่ ทั้งปวง ใน บุระ ประเทส นี้. จะ ได้ แก้ เรือ ซ่อม แปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่ อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต แล คง จะ ให้ ยาว นั้น อีก. โดย กว้าง ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฤก ๑๕ ฟุต. ที่ อู่ มี ปะตู เรียก ว่า ไกซัน, ถา จะ บิด มิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถึง ลำ แม่น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง แรง นัก, มั่น เล็ก กำ ปั่น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จักร สำรับ ยก เสา กะโดง, แล บ่อ น้ำ สำรับ กลไฟ แขง แรง นัก. อู่ นั้น พร้อม ด้วย เครื่อง สูบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ. มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย เครื่อง ใช้ ใน การ ทำ เรือ ใบ แล เรือ กล. แล การ นั้น มี นาย ที่ เปน ชาติ ยูรบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึง ชำนาญ ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.

๏ แล ลูก จ้าง สำรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล วัมภู ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, ปราถนา ที่ จะ ให้ คน ทั้งหลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี ไม้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อย ไม้, เพื่อ จะ ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อใด ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.

๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่ จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น, เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือ ใบ เรือ กล ไฟ ฤา การ ได ๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขาย ให้ ตาม ราคา ตลาด กรุง เทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะมา จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤา ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อ ได.

๏ อนึ่ง กัปตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น, ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึง ออก ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บัรดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง ฝาก ไป ถึง มิสเตอร์. เอ. โรเบิดซัน ว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง นั้น, บัด นี้ มิสเตอร์. เอ. โรเบิดซัน เปน นาย กอง นั้น เปน เจ้า กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เก็บ เงิน แต่ ผู้ เดียว.


กำปั่น เข้า กรุง เทพ ฯ
เข้ามาเมื่อไรกำปั่น ชื่อ ไรกับบีตัน ชื่อไรกี่ ตอนเรือ อะไรมาแต่ไหน
เดือน ๙ แรม ๓ ค่ำคัศโมดูพู่เรเต๑๗๐๐เรือรบกลไฟฝรั่งเศศไซง่อน
เดือน ๙ แรม ๕ ค่ำวอเตอ เลเลเตศ๑๔๐สกุเนอ อังกฤษสิงค์โปร์
เดือน ๙ แรม ๕ ค่ำวิรินาบิ้วลัศกี่๕๖๕ชิบสยามฮองกง
เดือน ๙ แรม ๑๐ ค่ำเจ้าพระยาออวตัน๓๕๓กลไฟสยามสิงค์โปร์
ออกไปเมื่อไรกำปั่น ออก จาก กรุง เทพ ฯจะไป ไหน
เดือน ๙ แรม ๒ ค่ำเอมิเดากลัดวู ลฟ์๓๓๓บาก สยามฮองกง
เดือน ๙ แรม ๓ ค่ำเรศโซลูตี้ยู เซม๘๖๐ชิบสยามฮองกง
เดือน ๙ แรม ๔. ค่ำฮองกงฟรีเดนเบิก๖๕๗ชิบสยามฮองกง
เดือน ๙ แรม ๕ ค่ำคัศโมดูพูเรเต๑๗๐๐เรือรบกลไฟฝรั่งเศศไช่ง่อน
เดือน ๙ แรม ๕ ค่ำไฟลอิ่งฟิ๊ดซักตรอฟ๒๐๕บาก สยามนิงโป
เดือน ๙ แรม ๕ ค่ำเสนต์ ยอดดาวิศ๓๙๕บาก สยามฮองกง
เดือน ๙ แรม ๖ ค่ำแฟเรคอบคิ๒๓๑สกุเนออังกฤษฮองกง
เดือน ๙ แรม ๗ ค่ำเอมอย๓๓๐บาก สยามสิงค์โปร
เดือน ๙ แรม ๘ ค่ำเดนมาดเปรา ซิ๓๒๘บาก สยามฮองกง
เดือน ๙ แรม ๑๑ ค่ำมิตีออปีติรเซน๓๙๔บาก สยามฮองกง

ช่าง นาฬิกา

๏ ข้าพเจ้า มี ความ ปราถนา จะ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ ว่า, ข้า พเจ้า ตั้ง บ้าน อยู่ ที่ ถนน เจริญ กรุง, เปน ช่าง ทำ นาฬิกา พก ทำ นาฬิกา ใหญ่, แล นาฬิกา โทรนำมิเตอ. ถ้า นาฬิกา อย่าง ไร เสีย ก็ แก้ไข ได้ทุก อย่าง. แล จะ ทำ ให้แล้ว เรว แล ดี ด้วย, แล ทำ เขม เดิน เรือ ก็ ได้. ข้าพเจ้า มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ นี้ ชื่อ เอฟ. เอช. โลเอลกี.


๏ หนังสือ ที่ จะ ขาย ๚

๏ หนังสือ ดิกชะนะเร ภาษา อังกฤษ แปล เปน ไทย แปล ออกใหม่ ๆ ใน เรว ๆ นี้ เปน หนังสือ ย่อม ๆ เปน อย่าง ดี ซึ่ง ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด จะ เรียน ภาษา อังกฤษ แปล เป็นไทยได้ เป็น หนังสือ สำหรับ ขาย มี อยู่ ที่ บ้าน ข้าพเจ้า หมอ ปรัดเล แล ที่ บ้าน หมอ แบก ก็ ดี เชิญ ท่าน ทั้งปวง มา ดู จะ ขาย ให้ ภอ สมควร


ของที่จะขายมีปลาดต่าง ๆ

๏ มี ห้าง ขาย ของ ตั้ง ขึ้น ใหม่ อยู่ ที่ ใน บ้าน สมเดจ องค์ ใหญ่ แล สินค้า สำรับ ขาย ที่ ใน ห้าง นั้น มี อยู่ หลาย อย่าง ล้วน แต่ สิ่ง ของ ที่ ปลาด, มา แต่ นอก มี ขวด ใส่ น้ำ ต่าง ๆ แล ของ เล่น ที่ อย่าง แปลก ๆ พึ่ง แรก จะ มี เข้า มา ของ ที่ ห้าง นั้น ปลาด กว่า ห้าง อื่น ๆ มาก เชิญ ท่าน ทั้ง ปวง มา ชม เล่น ข้าพเจ้า ผู้ เจ้าของ ชื่อ เอ.ไอ มัน คน หนึ่ง กับ คี เฮนเร คน หนึ่ง ได้ เข้า ส่วน กัน ใน การ ห้าง จะ ขาย ให้ ราคา เพียง อย่าง กลาง ภอ สมควร ไม่ให้ แพง นัก


๏ ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง ขึ้น เดือน ๘-๘ นี้ ฯะ
ค่ำ อังกฤษค่ำ ไทยค่ำ จีนอาทิตย์ ขึ้น กี่ โมงอาทิตย์ ตก กี่ โมงอาทิตย์ เที่ยง กี่ โมงจันทร์ ขึ้น กี่ ทุ่ม
เดือน ยูไลยเดือน ๘/๘เดือน ๖
วัน ศุกร ๑๓ ค่ำขึ้น ค่ำ ๑ขึ้น ค่ำ ๑๑๑ ทุ่ม ๔๑ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๙ นาที๕ โมง ๕๕ นาทีทุ่ม ๑ ๒๒ นาที
วัน เสาร์ ๑๔ ค่ำ๒ ค่ำ๒ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๑ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๙ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๒ ทุ่ม ๑๗ นาที
วัน อาทิตย์ ๑๕ ค่ำ๓ ค่ำ๓ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๑ นาทีค่ำ ย่ำ แล้ว ๑๙ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๓ ทุ่ม ๒ นาที
วัน จันทร ๑๖ ค่ำ๔ ค่ำ๔ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๑ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๙ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๓ ทุ่ม ๔๖ นาที
วัน อังคาร ๑๗ ค่ำ๕ ค่ำ๕ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๑ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๙ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๔ ทุ่ม ๔๐ นาที
วัน พุทธ ๑๘ ค่ำ๖ ค่ำ๖ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๒ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๘ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๕ ทุ่ม ๑๙ นาที
วัน พฤหัส ๑๙ ค่ำ๗ ค่ำ๗ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๒ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๘ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๖ ทุ่ม ๓ นาที
วัน ศุกร ๒๐ ค่ำ๘ ค่ำ๘ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๒ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๘ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๖ ทุ่ม ๕๑ นาที
วัน เสาร์ ๒๑ ค่ำ๙ ค่ำ๙ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๒ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๘ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๗ ทุ่ม ๓๙ นาที
วัน อาทิตย์ ๒๒ ค่ำ๑๐ ค่ำ๑๐ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๒ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๘ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๘ ทุ่ม ๒๗ นาที
วัน จันทร ๒๓ ค่ำ๑๑ ค่ำ๑๑ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๗ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๙ ทุ่ม ๑๖ นาที
วัน อังคาร ๒๔ ค่ำ๑๒ ค่ำ๑๒ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๗ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๑๐ ทุ่ม ๕ นาที
วัน พุทธ ๒๕ ค่ำ๑๓ ค่ำ๑๓ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๗ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๑๐ ทุ่ม ๕๓ นาที
วัน พฤหัส ๒๖ ค่ำ๑๔ ค่ำ๑๔ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๗ นาที๕ โมง ๕๕ นาที๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาที
วัน ศุกร ๒๗ ค่ำ๑๕ ค่ำ๑๕ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๗ นาที๕ โมง ๕๕ นาที. . . . .