

| เล่ม ที่ ๒ เดือน ๘ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ปี ขาน อัฐศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน ยูไล วัน ที่ ๒๗ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๑๑ |
๏ ว่า ด้วย สัตว ชื่อ ออตเตอ ๚ะ
๏ การ ที่ เขา เขียน ไว้ ว่า ด้วย เรื่อง ออตเตอ นั้น, มี เรื่อง ยืด ยาว มาก. มี ตัว คลาย ๆ กับ ตัว นาก แต่ โต กว่า.
๏ มี คน หนึ่ง ชื่อ มิศเตอ โยเลเฟแซนซำ, ได้ เขียน เรื่อง ว่า ด้วย ออตเตอ ที่ เมือง กาเนดา ว่า, ใน ป่า กาเนดา ที่ ไม่ มี คน อยู่ นั้น, ว่า ออตเตอ เปน สัตว ฉลาด ไม่ คี่ เกียจ. ถ้า มี พวก หลาย ตัว เข้า แล้ว, ก็ ช่วย กัน ทำ ที่ อยู่ ที่ อาไศรย ของ ตัว ได้. แล้ว ไม่ ได้ คุมเหง กัน เลย. ถ้า จะ ทำ ที่ อยู่ ใน หนอง น้ำ แล้ว, ก็ ไม่ ทำ ที่ น้ำ ฦก, ชอบ ทำ ที่ น้ำ ตื้น ภอ ว่าย ไป ได้. ครั้น ภบ ที่ ชอบ ใจ แล้ว ก็ เอา ดิน มา ทำ เปน ทำนบ. บาง ที ๔ เหลี่ยม บาง ที กลม, ตาม แต่ จะ เหน ว่า น้ำ จะ ไหล ไป ทาง ไหน. ถึง ว่า คน จะ ทำ ทำนบ ก็ สู้ ไม่ ได้. ขณะ จะ ทำ ทำนบ นั้น, เหน ว่า ต้น ไม้ ริม ฝั่ง เอน ไป ข้าง น้ำ, แล้ว ก็ ช่วย กัน กัด ให้ ต้น ไม้ หัก ลง ขวาง น้ำ ไว้. แล้ว ช่วย กัน กัด ต้น ไม้ เล็ก ๆ มา ปัก ลง. เมื่อ จะ ปัก นั้น เล่า ก็ ช่วย กัน หลาย ๆ ตัว, เกาะ โคน ไม้ ไว้ หลาย ตัว. แล้ว กด ลง ไป ใน ดิน ปัก เปน แถว ไป ได้. แล้ว คาบ ขน ดิน มา แต่ บน บก เขยียบ ย่ำ จน ดิน เหนียว ดี แล้ว ก็ คาบ ขน ลง มา. เอา ต้น ย่า แล กิ่ง ไม้ ขัด เข้า ตาม หลัก นั้น จึง เอา ดิน ถม. ถ้า ออตเตอ มาก ตั้ง แต่ ๒ ร้อย ๓ ร้อย ตัว แล้ว, ทำ ทำนบ ได้ ใหญ่ ตื่น ทำนบ กว้าง ๗ ฟิต ๘ ฟิต. หลัง ทำนบ กว้าง ประมาณ ๓ ฟิต. ทำนบ ด้าน ที่ จะ รับ น้ำ นั้น, ทำ ตื้น ทำนบ ให้ โต, แล้ว ลาด ขึ้น มา ด้าน หนึ่ง นั้น ปัก ไม้ ตรง ๆ. ทำนบ นั้น บาง ที ยาว ถึง ร้อย ฟิต ก็ มี บ้าง, โดย สูง เสมอ กัน ภอ กัน น้ำ ไว้ ได้. แล ที่ ออตเตอ ปิด ทำนบ ทำ ที่ อยู่ นั้น, บาง ที กว้าง ขวาง ประมาณ ๒ ร้อย ๓ ร้อย เอเกอ. เอเกอ หนึ่ง คิด เปน สิบ ไร่ เสศ นิด หน่อย. แล ออตเตอ นั้น ทำ ช่อง ไว้ ที่ กลาง ทำนบ ผ่อน แบ่ง น้ำ ให้ ไหล. ครั้น การ ทำนบ แล้ว นาก เล่า นั้น, ก็ เข้า เปน พวก ๆ กัน, พวก ละ ห้า ตัว หก ตัว บ้าง, จัด แจง ช่วย กัน ทำ ที่ อยู่ ชาย ฝั่ง. ที่ อยู่ ของ ออดเตอ นั้น ทำ เปน ชั้น ๒ ชั้น ก็ มี ๓ ชั้น ก็ มี. ที่ อยู่ นั้น กั้น เปน ห้อง ห้า ห้อง บ้าง หก ห้อง บ้าง, มี ฝา แล้ว ด้วย ไม้ แล ดิน เหมือน ที่ ทำ ทำนบ เหมือน กัน, หนา ๒ พืด บ้าง ๓ พืด บ้าง. ข้าง ใน นั้น ทำ เกลี้ยง เกลา ดี. ข้าง นอก นั้น ไม่ สู้ เกลี้ยง, มี ช่อง ขึ้น ตาม ชั้น ตลอด ถึง กัน ทุก ชั้น. ชั้น บน พ้น น้ำ ขึ้น มา มาก, มี ช่อง เข้า ออก ๒ ข้าง ๆ. ฝั่ง นั้น เพื่อ จะ ได้ ขึ้น บน บก. ช่อง ข้าง น้ำ นั้น สำ รับ จะ ออก ไป หา กิน ใต้ น้ำ แซง. ถึง เดือน เสบเตมเบอ แล้ว, ก็ เที่ยว หา เปลือก ไม้ แล ต้น ไม้ เล็ก ๆ, เอา มา ไว้ จะ ได้ กิน เมื่อ น่า หนาว. ครั้น ถึง น่า หนาว แล้ว ก็ ได้ กิน อา หาร ของ ตัว ที่ หา ตระเตรียม ไว้, ไม่ ได้ แย่ง กัน กิน เหมือน สัตว ทั้ง ปวง เลย. ถ้า น่า ร้อน แล้ว ตัว เมีย ก็ ออก ลูก, ตัว ผู้ ออก หา ผัก ย่า กิน. ตัว เมีย นั้น อยู่ กับ ลูก. ตัว ผู้ นั้น ก็ หมั่น มา เยี่ยม บ่อย ๆ. จน สิ้น ปี แล้ว, ก็ จัด แจง ช่วย กัน ส้อม แซม ที่ อยู่ ของ ตัว. ถ้า ได้ เหน คน มา ใกล้ ตัว ที่ เหน ก่อน ก็ เอา หาง ฟาด น้ำ ให้ เปน สำคัญ แล้ว, ภา กัน ดำ น้ำ หนี ไป. ถ้า ไม่ มี คน ฤๅ สัตว ไป ทำ อัน ตราย ก็ อยู่ ไป ได้ ๑๔ ปี ๒๐. ปี. ครั้น แก่ เข้า ก็ จัด แจง ทำ ที่ อยู่ ให้ กว้าง ขวาง ออก ไป อีก. เผื่อ ลูก เผื่อ หลาน ต่อ ๆ ไป. เหน ว่า เปน สัตว ฉลาด นัก.
คน ประกอบ มิ ใช่ กิตย์ อด นอน ๔ วัน เสศ
๏ ใน ประเทศ อเมริกัน, คน ทั้ง หลาย ที่ เมือง โปศเมา’ เพลา วัน หนึ่ง พูด กัน ว่า, ใน ร้อย ชั่วโมง ให้ เดิน ทาง ไป ไกล ได้ ร้อย ไมล์, ใคร จะ เดิน ไป ได้ ฤๅ ไม่. ผู้ หนึ่ง รับ ว่า เดิน ไป ได้. ก็ พนัน กัน เปน เงิน ๕๐๐ เหรียน. จึ่ง ให้ คน ผู้ รับ ว่า ได้ นั้น, มา ที่ ตึก ยาว ใหญ่ แล้ว วัด กำหนด ไว้ ใน ห้อง ว่า, เดิน ไป ได้ ๔๒ รอบ ห้อง แล้ว เปน ไมล์ หนึ่ง, ให้ คน นั้น เดิน ไป ภาย ใน ห้อง รอบ ห้อง. ผลัด กัน ระวัง ดู แล กำหนด นับ รอบ ไว้, ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน. เมื่อ คน นั้น เดิน ไป ได้ สัก ๓๐ ชั่วโมง, ก็ ง่วง เหงา หาว นอน เตม ที่ ท้อใจ อยาก จะ ยอม แพ้. ส่วน พวก ของ ตน พูด ว่า ไม่ เปน ไร แขงใจ เดิน ไป เถิด, แล เดิน ไป ได้ สัก ๗๐ ชั่วโมง, ก็ เวียน ศีศะ ล้ม ลง, แต่ ลุก ขึ้น เอง ได้, ทั้ง กาย ก็ เมื่อย ชา เปน เหน็บ. เพื่อน ของ เขา เข้า ประ คอง ให้ มี น้ำ ใจ เดิน ไป อีก. เมื่อ เดิน ไป ได้ สัก ๙๕ ชั่วโมง, ก็ ฝอย สติ ล้ม ลง สลบ ไป, ลุก ขึ้น เอง ไม่ ได้. พวก ของ ผู้ นั้น จึ่ง เอา น้ำ สุรา มา ประโชลม ศีศะ, แล ให้ น้ำ ชา กิน, แล นวด ฟั้น ก็ ได้ สติ ฟื้น ขึ้น. พวก ของ เขา ก็ พยุง แขน ทั้ง สอง ข้าง ให้ ลุก ขึ้น เดิน ไป อีก. ครั้น เดิน ไป ได้ ครบ ๑๐๐ ไมล์. คน ทั้งหลาย ก็ ตบ มือ หัว เราะ กัน สนัน ไป ว่า, ชะนะ แล้ว. คน ชะนะ นั้น จะ เดิน ไป อีก ก็ ไม่ ได้, ให้ วิง เวียน ศีศะ, ซุด ตัว ลง นั่ง นอน แทบ จะ ไม่ รู้ สึก สม ปะ ดี่. พวก เพื่อน จึ่ง หาม เอา ไป เรือน. เนื้อ ตัว ร้อน ราว กะ ไฟ ฟก บวม ไป ทั้ง กาย. สติ ฟี้อน ระส่ำ ระสาย คลั่ง เพ้อ ไป เหมือน บ้า. นอน ไม่ หลับ, ทุรน ทุราย ดู เหมือน จะ ตาย. หา หมอ มา รักษา เป่า ยา นัด ให้ ยา กิน, ประคบ กัน วุ่น วาย กลัว จะ ตาย. ต่อ หาย แล้ว, จึ่ง ออก ปาก ว่า, ใจ ริก ๆ เกือบ จะ ขาด ใจ อยู่ แล้ว. ถ้า เดิน ไป อีก สัก สอง สาม ชั่วโมง คง จะ ตาย เปน แท้. เฃด แล้ว ไม่ พนัน ต่อ ไป อีก เลย. ถึง ใคร จะ ให้ สัก เท่า ใด ๆ ก็ ไม่ ขัน พนัน เดิน เปน แน่.
๏ คน ที่ อด นอน อย่าง นี้ ไม่ ดี เลย. ผิด ธรรม เนียม มนุษย. ก็ ธรรมดา วิไสย มนุษย ทั้ง ปวง นั้น, ถึง เพลา พลบ ค่ำ แล้ว. จำ จะ ต้อง นอน ผ่อน รำงับ กาย. ครั้น อรุณ สาง สว่าง สาย แล้ว. ควร จะ ลุก ขึ้น ประ กอบ กิตย การ งาน อย่างไร อย่างหนึ่ง. ที่ เปน ประโยชน ของ ตน, แล ผู้ อื่น จึ่ง จะ ชอบ.
๏ อินชะติงต์ คือ การ ที่ สัตว รู้ โดย ธรรมดา
ของ ตัว ไม่ มี ใคร บอก นั้น ๚ะ
๏ สัตว เดียรัฉาน มี อินชะติงต์ มาก, ไม่ มี ปัญา ที่ จะ เปรียบ เทียบ คิด ข้าง น่า ข้าง หลัง. พระ ผู้ สร้าง ได้ สร้าง สัตว เดียรัฉาน ไว้, เพื่อ จะ ได้ ใช้ อินชะติงต์, ไม่ ต้อง การ ด้วย ปัญญา. แต่ พระเจ้า สร้าง มะนุษย์ ไว้ เพื่อ จะ ได้ ใช้ ปัญญา มาก, อินชะติงต์ นั้น ต้อง การ บ้าง เล็ก น้อย. เมื่อ ยัง เปน เด็ก อ่อน ๆ ก็ ต้อง การ อยู่ จึ่ง โปรด ให้, คือ ว่า รู้ ดูด นม ก็ เพราะ อินซะ ติงต์ เมื่อ จะ ล้ม ขะมัม ไป ฤๅ เซซวน ไป เอื้ยด มือ รับ ไว้, นี่ ก็ เปน อินซะติงต์. สัตว เดียรัจฉาน, มี ช้าง ม้า หมา ลิง นก ปลา เปน ต้น, ประกอบ ด้วย อินซะติงต์ มาก นัก. สำแดง การ อะไร ๆ ได้ ปลาด ๆ ก็ เพราะ อินซะติงต์ ไม่ ใช้ ปัญา.
๏ ที่นี้ จะ ว่า ด้วย เรื่อง อินซะติงต์ ให้ เหน เปน ตัว อย่าง. มี กับตัน เรือ อังกฤษ ลำ หนึ่ง แวะ เข้า ที่ เกาะ อาเซ็นชัน, จาก เมือง อังกฤษ ไป สัก สี่ พัน ไมล์ เสศ. เขา ซื้อ หมู เปด ไก ปลา เต่า, จะ เอา ไป กิน กลาง ทาง, แล้ว ก็ แล่น ไป เมือง อังกฤษ. ครั้น ถึง แล้ว เต่า ใหญ่ ยัง เหลือ อยู่ เต่า หนึ่ง. กับตัน นั้น จึ่ง จา ฤก วัน ขึ้น แรม เดือน ปี, ชื่อ เรือ แล ชื่อ ของ ตน เปน อัก ษร ไว้ ที่ หลัง เต่า แล้ว ปล่อย ไป. อยู่ มา ประ มาณ ปี หนึ่ง, กับตัน นั้น ไป แวะ ซื้อ อะไร ๆ แล เต่า ที่ เกาะ นั้น อีก, ก็ พบ เต่า ตัว นั้น ที่ ปล่อย ไป ที่ เมือง อังกฤษ, เหน อักษร จาฤก อยู่ ที่ หลัง ชัด มั่นคง จำ ได้ ไม่ สงไสย. ซึ่ง เต่า นั้น รู้ แห่ง ทาง กลับ ไป เกาะ นั้น ได้, เพราะ อินซะติงต์. แต่ มนุษย์ นั้น ต้อง มี ผู้ บอก เล่า จึ่ง จะ รู้. อินซะติงต์ กะ ปัญา ต่าง กัน อยู่ ฉนี้.
เมด เข้า โภช แทน ถ่าน หิน
๏ อนึ่ง เขา ทำ นา เข้า โพชน์ ที่ เมือง อะเมริกา มาก, สัก หก ปี เจ็ด ปี ก่อน แต่ นี้, มี เข้า โพชน์ มาก ขาย ถูก นัก, ไม่ สู้ มี ราคา. เขา จึ่ง เอา เมลด เข้า โพชน์ นั้น ใช้ เปน เชื้อ ไฟ ดี นัก. เมื่อ เวลา เข้า โพชน์ ถูก นัก, ถ้า จะ ขาย เปน ของ กิน นั้น ถูก ,ถ้า ขาย เปน เชื้อ ไฟ ได้ ราคา ดี กว่า. เขา ใส่ ไฟ ลอง ดู เข้า โพชน์ ข้าง หนึ่ง, ถ่าน ข้าง หนึ่ง, ร้อน สู้ ถ่าน ได.
ผล ตาน ใช้ แถน ถ่าน หิน
๏ อนึ่ง ที่ เมือง เม็กซิโก ฝ่าย เหนือ นั้น, เขา พบ ปะ ผล ไม้ อย่าง หนึ่ง เมื่อ เรว ๆ นี้. เมลด ผลไม้ นั้น หล่น เสมอ อยู่ ใต้ ต้น นั้น มาก, เขา เก็บ เอา ไป ใช้ ต่าง ถ่าน ดี, ไฟ ก็ ร้อน แรง, แล้ว ไม่ เหมน ด้วย. ต้น ไม้ นั้น อยู่ ใน พวก ตาล เกิด ใน ประเทศ นั้น มาก, ปี หนึ่ง ภอ จะ เกบ เอา เมลด มัน ทุก กำ ปั้น ได้ หลาย ลำ, แต่ เหน จะ สู้ ถ่าน ไม่ ได้ เพราะ น้อย จะ หมด ไป, ถ่าน นั้น ไม่ หมด.
๏ พงษาวดาร อังกฤษ ต่อ น่า ๑๑๒
๏ เอดเวิด เจ้า แผ่น ดิน, เมื่อ ขุน นาง ทั้ง ปวง เอา ใจ ออก หาก ทิ้ง พระองค์ เสีย แล้ว, พระองค์ ก็ เสดจ ไป เมือง เวลา, หวัง พระ ไทย จะ ได้ กอง ทับ ใน เมือง นั้น ก็ หา ได้ ไม่. จึง เสดจ์ ลง กำปั่น จะ ข้าม ไป เกาะ ไอยะแลน ก็ ขัด ลม. เสดจ์ ไป ไม่ ได้ กลับ มา ซุ่ม ซ่อน อยู่ ที่ วัด แห่ง หนึ่ง กับ คน สนิท สอง สาม คน. พระ มเหษี ทราบ ดัง นั้น สั่ง ให้ ตาม ค้น หา. จับ เจ้า แผ่น ดิน เอดเวิด กับ หูซะเปนเซอ ได้, สั่ง ให้ ประหาร หูซะเปนเซอ เสีย, แต่ เอด เวิด นั้น ให้ ขัง ไว้. พระ นาง จะ ให้ เอดเวิด ราช บุตร ว่า ราช กิจ แทน พระ ราช บิดา. เอดเวิก ราช บุตร ไม่ ยอม, แกล้ง บิด พลิ้ว ว่า พระ ราช บิดา มิ ได้ อนุญาต ให้. จะ รับ ว่า ราช การ แทน พระ องค์ นั้น ไม่ ควร. พระ มเหษี กับ ร็อกเจอ ม็อ๊ดติเมอ ให้ คน ไป ว่า กล่าว ข่ม ขี่ ขู่ เจ้า แผ่น ดิน เอดเวิด ให้ ยอม อนุญาต ราช สมบัติ ให้ เอดเวิด ราช บุตร. เจ้า แผ่น ดิน เอดเวิด ยอม อนุญาต ให้ ตาม แต่ จะ จัก แจง.
๏ เจ้า แผ่น ดิน เอดเวิด ที่ สอง ครอง ราช สมบัติ อยู่ ยี่สิบ ปี, ก็ ตอ้ง ถอด เสีย จาก เจ้า แผ่น ดิน, เสวย ทุกข์ โทมนัศ อยู่ ใน เรือน จำ มิ ได้ วาย. ถึง เอดเวิด ที่ สาม ได้ ครอง ราช สมบัติ, ราช การ บ้าน เมือง ก็ มิ ได้ สิทธิ์ ขาด แก่ พระองค์. สิทธิ์ ขาด อยู่ แก่ พระ ราช มารดา แล ร็อกเจอมอ็ดติเมอ. เอดเวิด ที่ ถอด นั้น พระ มเหษี มอบ ไว้ ให้ เอิลแลน เกซ เตอ ขุน นาง ดู แล กัก ขัง ไว้. เอิลแลน เกซ เตอ กตัญ ตอ เอดเวิด ลด ละ อาญา ผู้ คุม เสีย รักษา ไว้ ให้ เปน สุข. พระ มเหษี ทราบ ดั่ง นั้น กริ้ว คืน เอา มา มอบ ไว้ แก่ ขุนนาง สาม คน ให้ ผลัด เปลี่ยน เปน เวน กัน คุม คนละ เดือน ผู้ คุม คน หนึ่ง นั้น รักษา เอดเวิด ไว้, ไม่ กราก กรำ ให้ ได้ ความ ทุกข์. แต่ ผู้ คุม สอง คน นั้น ร้าย กาจ หยาบ ช้า ไม่ ปรานี, กราก กรำ จำ จอง ให้ ได้ ความ ทุกข์ ต่าง ๆ. บาง ที เวลา กลาง คืน หนาว นัก แกล้ง ให้ เดิน ไป เดิน มา. บาง ที จะ ให้ ปลง พระ มัศ สุ แกล้ง ไซ น้ำ มา แต่ บ่อ อันโสโครก ให้ ชุบ มัศสุ เอดเวิด ทรง พระ กันแสง น้ำ พระ เนตร ไหล ตรัส ว่า, อย่า ไซ น้ำ นั้น มา เลย, จะ เอา น้ำ เนตร อัน บริสุทธิ นี้ และ ชุบ มัศสุ. ผู้ คุม แกล้ง ทำ ทั้ง นี้, หวัง จะ ให้ เอดเวิด สิ้น พระ ชนม์ เสีย โดย พลัน, แต่ ยัง ไม่ ทัน พระ ไทย แห่ง พระ มเหษี ฯ, จึง ให้ คน ลอบ ไป ทำ ร้าย เอดเวิด ๆ ก็ ถึง ความ พิราไลย. ใน คฤศต ศักราช ๑๓๒๗ พระ ชนม์ ของ เอดเวิด ๔๓ พรรษา, มี พระ ราช บุตร สอง องค์ พระ ราช ธิดา สอง องค์.
๏ เมื่อ เอดเวิด ที่ สาม ได้ ราชา ภิเศก ครอง ราช สมบัติ นั้น พระ ชนมายุ ได้ ๑๕ พรรษา. ราช การ ก็ สิทธิ์ ขาด อยู่ แก่ พระ ราช มารดา แล ร็อดเจอม็อดติเมอ. ครั้น พระองค์ ทรง พระ เจริญ ขึ้น พระ ชนม์ ได้ ๑๘ พรรษา แล้ว, ทรง พระ ราช ดำริห์ เหน ว่า ราช การ บ้าน เมือง ก็ สิทธิ์ ขาด แก่ พระราช มารดา, แล ร็อดเจอ ม็อดติเมอ ขุนนาง นาน มา แล้ว, มิ ได้ สิทธิ ขาด อยู่ แก่ พระ องค์, ๆ จึ่ง คุม ทหาร ลอบ ไป จับ พระ ราช มารดา กับ รอ็ดเจอ มอ็ดติเมอ ได้, สั่ง ให้ ประหาร ชีวิตร รอ็ดเจอมอ็ดติเมอ เสีย. แต่ พระ ราช มารดา นั้น ให้ ขัง ไว้. แล้ว พระองค์ ทะนุบำรุง พระ นคร ให้ ราษฎร อยู่ เย็น เปน ศุข โดย ยุติธรรม. เอดเวิด เจ้า แผ่น ดิน พระองค์ นี้ กล้า หาร ใน การ สงคราม. อยู่ มา วัน หนึ่ง ทรง พระ จินตนา เหน ว่า พระเจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ, ซึ่ง เปน พระเจ้า ลุง ฃอง พระองค์ นั้น สวรรคต ล่วง ไป แล้ว, หา มี พระ ราช บุตร ไม่, พระเจ้า แผ่นดิน องค์ นี้, เปน แต่ เชื้อ พระ ญาติ พระ วงษ ห่าง ๆ ไม่ สนิท, พระองค์ เปน วงษ กระษัตร ฝรั่งเสศ สนิท ฝ่าย มารดา, จะ ใคร่ ได้ ราช สมบัติ ใน เมือง ฝรั่งเสศ. ก็ ตระ เตรียม ต่อ เรือ รบ แล เสบียง อาหาร อยู่ ถึง สอง ปี, จึ่ง พร้อม เสรจ์, เสดจ์ ยก ทับ เรือ ไป ประเทศ ฝรั่งเสศ, ได้ รบ กับ ทับ เรือ ฝรั่งเสศ. เอด เวิด ได้ ไชย ชำนะ ทับ เรือ, แล้ว ยก ทหาร ขึ้น บก เสดจ์ ไป ใน แดน ฝรั่งเสศ, เหน ท่วง ที จะ ไม่ ได้ การ ก็ ทำ หนังสือ สัญา กับ พระเจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ, แล้ว เลิก ทับ กลับ มา กรุงลอนดอน.
๏ ใน คฤศต ศักราช ๑๓๔๖ เอดเวิด กับ ราช บุตร องค์ ใหญ่ ยก ทับ เสดจ์ ไป เมือง นอแมนเด, ทหาร รบ นับ ได้ สาม หมื่น สอง พัน คน. ฝ่าย ฟิลิบ เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ ทราบ ดัง นั้น ก็ ยก ทับ ใหญ่ ไป ป้องกัน เมือง นอ.แมนเด. ครั้น เสดจ์ มา ถึง แม่ น้ำ เซม ทอด พระ เนตร เหน กอง ทับ อังกฤษ ตั้ง อยู่ ฝั่ง ตวัน ตก. จัด แจง ตัด ไม้ มา ไว้ จะ ซ่อม แซม ตะพาน เก่า ที่ เมือง ปอยซี่ ข้าม มา ฝั่ง ตวัน ออก. ขณะ เมื่อ เอดเวิด ให้ ทหาร ตัด ไม้ เครื่อง ตะพาน มา เตรียม ไว้ พร้อม เสรจ์ แล้ว, ทอด พระ เนตร เหน กอง ทับ ฝรั่งเสศ มา ฟาก ฝั่ง ตวัน ออก เปน อัน มาก, ประ มาณ สาม แสน. เอดเจิด เหน จะ ทำ ตะพาน ข้าม ไป ไม่ ได้, จึ่ง ยก กอง ทับ เลียบ ฝั่ง ขึ้น ไป ประ หนึ่ง จะ ข้าม ที่ อื่น, หวัง จะ พ่อ ให้ กอง ทับ ฝรั่งเสศ ยก เลียบ ฝั่ง ตวัน ออก ตาม ขึ้น ไป, จะ ได้ กลับ มา ทำ ตะพาน ข้าม ได้ โดย สดวก. ฟิลิบ เหน ดั่ง นั้น ก็ ยก ทับ เลียบ ฝั่ง ตวัน ออก ตาม ขึ้น ไป, จะ มิ ให้ กอง ทับ อัง กฤษ ข้าม มา ได้. เอดเวิด เหน กอง ทับ ฝรั่งเสศ ยก ตาม ไป ดั่ง นั้น, ก็ หวน กลับ รีบ มา ซ่อม แซม ตะพาน เมือง ปอยซี ข้าม ไป ฝั่ง ตวัน ออก ได้ เสดจ์ ล่วง ไป ถึง แม่ น้ำ ซอม. ตะพาน ข้าม ที่ นั่น หัก พัง เสีย ข้าม ไป ไม่ ได้. พระ เจ้า ฝรั่งเสศ ก็ ยก ทับ ตาม มา. เอดเวิด จึ่ง ตรัส ว่า,ใคร บอก ท่า ข้าม ให้ แล้ว จะ รางวัน. มี ชาว นา คน หนึ่ง แนะ นำ ท่า ข้าม ให้, เอดเวิด พระ ราช ทาน ทรัพย์ เปน รางวัน แก่ ชาว นา นั้น แล้ว, พา พล ทหาร ข้าม แม่ น้ำ ซอม ไป. ครั้น พระ เจ้า ฝรั่งเสศ เสดจ์ ตาม มา ถึง แม่ น้ำ นั้น ภอ เปน เวลา น้ำ ขึ้น ข้าม ไม่ ได้. ก็ เสดจ์ อ้อม ไป ข้าม ทาง อื่น. พระ เจ้า แผ่นดิน ทั้ง สอง ฝ่าย ดำเนิน พล ขันธ์ มา ประ เจอะ กัน เข้า กลาง แปลง, ได้ สู้ รบ กัน เปน สามารถ. พระ เจ้า อังกฤษ ได้ ไชย ชำนะ แล้ว เสดจ ไป ตี เมือง แคลิซ. แต่ ทรง เหน ว่า เมือง นั้น เปน เมือง ใหญ่, จะ หัก โหม เอา โดย สดวก ไม่ ได้ ก็ ล้อม ไว้. แล้ว สั่ง ให้ ทับ เรือ เข้า มา ทอด อยู่ ปาก อ่าว, มิ ให้ เรือ เข้า ออก ไป มา ค้า ขาย ได้, จะ ให้ ชาว เมือง ขัด เสบียง อาหาร. เจ้า เมือง แคลิซ เหน ฆ่า ศึก มา ล้อม เมือง อยู่ ดั่ง นั้น, เกรง ว่า เสบียง อาหาร จะ สั้น ไป เสีย เรว. จึ่ง คัด ผู้ หญิง แล คน แก่ แล เด็ก ออก เสีย จาก เมือง เจ็ด หมื่น คน, จะ มิ ให้ เปลือง อาหาร. เอดเวิด เหน คน ออก มา จาก เมือง นั้น อด อยาก นัก ก็ กรุณา, พระ ราช ทาน เงิน ตรา อาหาร แก่ คน เหล่า นั้น.
๏ แต่ เอดเวิด ล้อม เมือง แคลิซ อยู่ สิบ เอ็ด เดือน, เมือง แคลิซ สิ้น เสบียง อาหาร, ชาว เมือง รับ ประทาน แต่ เนื้อ ม้า แล เนื้อ สุนักข์. สัตว เหล่า นั้น หมด ไม่ มี กิน, เจ้า เมือง เหน เหลือ ทน, ไพร่ พล จะ อด ตาย เสีย หมด แล้ว, จึ่ง ขอ ทำ สัญา ไมตรี กับ เอดเวิด. ๆ จึ่ง ตรัส ว่า, ให้ เจ้า เมือง เอา เชือก ผูก ฅอ คน ดี มี สติ ปัญา ส่ง ออก มา ให้ เรา หก คน, เรา จึ่ง จะ รับ เปน ไมตรี. ถ้า มิ ฉนั้น แล้ว, ไม่ รับ เปน ไมตรี, จะ ล้าง เสีย ให้ สิ้น ทั้ง เมือง. ชาว เมือง ได้ ฟัง กระแส รับ สั่ง ดั่ง นั้น ตก ใจ เปน ทุกข์, ไม่ ทราบ ว่า จะ เปน ประการ ใด, พูด จา ซุบ ซิบ ปฤกษา กัน อยู่. ขณะ นั้น พ่อ ค้า คน หนึ่ง มี ทรัพย์ มาก รับ อาษา ยอม ให้ ส่ง ตัว ออก ไป. อีก ห้า คน เหน ดั่ง นั้น รับ อาษา จะ ออก ไป ด้วย เปน หก คน. เจ้า เมือง ส่ง หก คน นั้น ออก ไป ถวาย พระ เจ้า เอด เวิด ตาม สั่ง, พระ เจ้า เอดเวิด ทอด พระ เนตร เหน คน หก คน เอา เชือก ผูก คอ ออก มา ดัง นั้น, แกล้ง ทำ เปน กริ้ว ตรัส ว่า, ชาว เมือง นี้ ดื้อ ดึง นัก, ทำให้ เรา ได้ ความ ลำบาก อยู่ หลาย เดือน, สั่ง ให้ เอา ไป ประหาร ชีวิตร เสีย ทั้ง หก คน. ใน ทัน ใด นั้น พระ มเหษี ทราบ พระ อัชฌา ไสย, ถวาย บังคม ลง แทบ พระ บาท ทูล ขอ ชีวิตร หก คน นั้น ไว้. เอดเวิด ทรง พระ กรุณา โปรด พระ ราช ทาน หก คน นั้น ให้ พระ มเหษี, ฯ พา หก คน ไป แต่ง โตะ เลี้ยง ดู แล้ว ส่ง คืน ไป ใน เมือง. เอดเวิด ยก พล เสดจ์ เข้า เมือง ไล่ ฝรั่งเสศ ใน เมือง นั้น เสีย, ให้ พวก อังกฤษ อยู่ ใน เมือง.
๏ ครั้น คฤศต ศักราช ๑๓๕๐ ฟิลิบ เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ สวรรคต, ยอน พระ ราช บุตร ได้ ครอง ราช สมบัติ สืบ มา. ครั้ง นั้น ใน ประเทศ ยุรบ เกิด โรค ห่า ร้าย กาจ นัก. ชาว ยุรบ ล้ม ตาย เปน อัน มาก. ถึง กระนั้น สอง นคร ยัง รบ พุ่ง ติด พัน กัน อยู่ ไม่ วาย. ครั้น คฤศตศักราช ๑๓๕๖ ปรินซ ออกเวลาะ ราช บุตร องค์ ใหญ่ ของ พระเจ้า เอดเวิด, ยก ทหาร หมื่น สอง พัน เสดจ ไป ตี ประ เทศ ฝรั่งเสศ, เผา บ้าน เมือง เสีย หลาย ตำบล. เสดจ์ ล่วง มา ตั้ง ค่าย อยู่ ใกล้ เมือง ปอยเตียล์. ฝ่าย ยอน เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ ยก ทหาร หก หมื่น เสดจ์ มา ตั้ง ค่าย อยู่ ห่าง ค่าย อังกฤษ ๔๐ เส้น ถึง ทหาร ฝรั่งเสศ มาก กว่า ทหาร อังกฤษ หลาย เท่า ดัง นั้น, ปริน ซออกเวลาะ ทรง พระ ปัญา ปรีชา ฉลาด ใน กล ศึก ไม่ นึก พรั่น ใน คืน วัน นั้น, พระองค์ ให้ นาย ทหาร คุม ทหาร ธนู ไป ซุ่ม อยู่ หลัง ค่าย ฝรั่งเสศ คอย ตี แย้ง ให้ ห่วง หลัง. ครั้น เวลา รุ่ง เช้า ทั้ง สอง ฝ่าย ยก ทหาร ออก มา รบ กัน อยู่ นอก ค่าย. ทหาร กอง ซุ่ม ยิง ธนู เร้า ระดม มา ภาย หลัง. ทับ ฝรั่งเสศ ละล้า ละลัง เสีย กระบวน ก็ อัปราไชย. ทหาร อังกฤษ จับ ยอน เจ้า แผ่นดิน ฝรั่ง เสศ กับ พระ ราช โอรส องค์ น้อย ได้ พา มา ค่าย. ปรินซ ออกเวลาะ ทราบ ว่า ทหาร จับ ยอน ได้, ให้ ขุนนาง ไป เชิญ เสดจ์ มา พลับ พลา ของ พระองค์, ทรง ต้อน รับ คำนับ พระเจ้า ฝรั่งเสศ แล้ว สั่ง ให้ แต่ง โตะ เชิญ พระเจ้า ฝรั่งเสศ ให้ เสวย. พระองค์ ยืน คอย ดู แล เลื่อน เครื่อง เสวย, ประหนึ่ง บ๋อย สำหรับ เดิน โตะ ไม่ ถือ พระองค์. ครั้น พระเจ้า ฝรั่งเสศ เสวย แล้ว, ปรินซ ออกเวลาะ ถวาย สัญา ว่า, จะ งด เสีย ไม่ ทำ ศึก กับ ฝรั่งเสศ สัก สอง ปี. แล้ว เชิญ พระเจ้า ฝรั่งเสศ เสดจ์ มา นคร อังกฤษ กับ พระองค์. ครั้น ปรินซ ออกเวลาะ เสดจ์ มา ถึง พระ นคร แล้ว, จะ พา พระเจ้า ฝรั่งเสศ เสดจ ไป เฝ้า พระ ราช บิดา.
ว่า ด้วย แม่ ฆ่า ลูก
๏ เมื่อ ก่อน ล่วง ไป แล้ว หลาย ปี, มี ความ เรื่อง หนึ่ง ที่ เมือง นอควิช, มารดา ฆ่า บุตร หญิง ตาย ที่ ทุ่ง นา เวลา เช้า. มี ชาย ผู้ หนึ่ง เดิน ไป เที่ยว เล่น ตาม ทุ่ง นา เวลา เช้า วัน นั้น, เหลือบ แล ไป แต่ ไกล เหน ศพ เดก หญิง ทิ้ง อยู่. ก็ เดิน เชือน เข้า ไป ดู เหน คอ หอย เปน รอย มีด เจือก. จึ่ง กลับ มา บ้าน บอก เล่า ให้ นาย อำเภอ รู้. นาย อำเภอ แล คน ทั้งหลาย ก็ ไป ดู ปลาต จิตร คิด สงไสย ว่า, ชรอย แม่ จะ ฆ่า ลูก. คน หนึ่ง ก็ พูด กัน ว่า, เวลา เช้า วัน นี้ มี คน เหน หญิง เดก คน นั้น ไป ด้วย แม่ ที่ ทุ่ง นา เหตุ ไฉน จึ่ง ตาย เล่า. นาย อำเภอ ก็ หา ตัว แม่ ของ เดก ที่ ตาย นั้น มา ถาม ว่า, เจ้า ฆ่า ลูก ของ เจ้า จริง ฤๅ. หญิง นั้น ประฏิเสท ว่า ข้าพเจ้า มิ ได้ ฆ่า. คน ที่ เหน หญิง เดก ไป กับ แม่ ก็ ว่า, ข้า เหน ลูก ของ เจ้า ไป ด้วย เจ้า มิ ใช่ ฤๅ. แม่ ของ เดก นั้น แก้ ว่า, ลูก ของ ข้า ไป ด้วย ข้า ก็ จริง. แต่ ว่า ไป ถึง ทุ่ง นา บอก ข้า ว่า จะ ไป เกบ ดอก ไม้ ข้า ก็ คอย อยู่. เหน ไป ช้า นาน หนัก ข้า ก็ ไป ตาม พบ ตาย เสีย แล้ว. การ เปน เช่น นี้ ใคร ฆ่า ก็ ไม่ แจ้ง. นาย อำเภอ ก็ ใช้ คน ที่ เหน แม่ กับ ลูก ไป ด้วย กัน ที่ ทุ่ง นา, มา ที่ บ้าน ของ หญิง ขึ้น ไป บน เรือน ค้น คว้า ดู พบ มีด ยาว เล่ม หนึ่ง ใส่ ฝัก ไว้, แต่ มีด นั้น หญิง เชือด คอ ลูก แล้ว ใส่ ฝัก เกบ ไว้. เหน เลือด ติด ถอด ออก ล้าง เสีย. คน ที่ ค้น ก็ เอา มา ให้ นาย อำเภอ. ฯ. ชัก ออก จาก ฝัก พิจารณา ดู, เหน เส้น เลก ๆ ลเอียด หนัก ติด อยู่ ที่ สัน มีด หลาย เส้น. จะ ได้ รู้ เปน แน่ ว่า ผม ฤๅ ขน ก็ หา มิ ได้. ถ้า รู้ เปน แท้ แล้ว ว่า เส้น ผม คน ก็ จะ ว่า หญิง นั้น ฆ่า ลูก เอา ตัว มา ทำ โทษ. แล ให้ เอา มีด ผ่า ฝัก ออก เหน เลือด ติด อยู่ ก็ ยิ่ง มี ความ กิน แหนง. จึ่ง ถาม หญิง นั้น ว่า, เจ้า เอา มีด เล่ม นี้ เชือด คอ ลูก ฤๅ. หญิง ให้ การ ว่า, เมื่อ เช้า วัน นี้ ข้าพเจ้า ดัก กระต่าย ได้ ตัว หนึ่ง, ข้าพเจ้า เอา มีด เล่ม นี้ เชือด คอ มัน. ผู้ ชำระ ก็ เอา มีด กับ ฝัก นั้น ส่ง ไป ให้ ท่าน นัก ปราชญ ผู้ ใหญ่ ที่ เมือง ลอนดอน ชั้น สุด, ไม่ บอก ว่า เรื่อง ราว เปน อย่าง ไร, ด้วย กลัว ว่า ท่าน ผู้ ใหญ่ ที่ ส่อง ทด ลอง จะ ลำ เอียง. ท่าน ผู้ ใหญ่ ที่ เมือง ลอนดอน ก็ เอามิกโรส คบ, คือ กล้อง ให้ ของ ดู ใหญ่ นัก มา ส่อง พินิจ ดู เลือด แล ขน. ก็ รู้ ว่า เลือด ที่ ติด ฝัก มีด นั้น เปน เลือด คน จริง ๆ. ขน ที่ สัน มีด นั้น เปน ฃน กระรอก เที่ยง แท้. จึ่ง แจ้ง ความ มา ให้ ผู้ ตัดสีน ทราบ. ผู้ ตัดสีน ก็ ไม่ รู้ ที่ จะ ชำระ ประการใด. เพราะ ว่า เลือด นั้น เปน เลือด คน, ฃน นั้น เปน ขน กระรอก. ผู้ พิพากษา จึ่ง ไป สังเกต ดู ที่ ตัว เดก. ก็ เหน ว่า ผ้า หนัง ที่ ผูก คอ เดก ผู้ ตาย นั้น ทำ ด้วย หนัง กระรอก ขน จึ่ง ติด สัน พร้า. ก็ รู้ เปน แม่น มั่น ว่า แม่ นั้น ฆ่า ลูก จริง. จึ่ง เอา ตัว แม่ หญิง คน นั้น ไป ลง โทษ ตาม กดหมาย แผ่นดิน.
๏ ความ เรื่อง นี้ ว่า ท่าน ทั้งหลาย ผู้ พิพากษา จง ใคร่ ครวน ตฤก ตรา ให้ ลเอียด. อย่า หุน หัน พลัน แล่น จะ ได้ เปน คน ชอบ ธรรม. แล แสดง ว่า มิกโรสคบ มี คุณ ประโยชน์ เปน อัน มาก. ด้วย ว่า มิกโรสกบ หา มี ไม่ ที่ ไหน จะ รู้ จัก ชัด ว่า เปน เลือด คน แล ฃน กระรอก.
ว่า ด้วย เขียน หนังสือ ปลอม เปน เงิน
๏ เรื่อง หนึ่ง คนใช้ ของ นายห้าง ที่ เมือง คอนวินทคาเดน ชื่อ มิศเตอปาเกอ. มิศเตอ ปาเกอ เขียน หนังสือ อ้าง เอา ชื่อ ท่าน ผู้ อื่น ว่า, ท่าน ผู้ นั้น ใช้ ให้ ตน ถือ หนังสือ มา, เอา เงิน ที่ แบก คือ นาย คลัง ๓๐๐๐ เหรียน. นาย คลัง ก็ ให้ ได้ แล้ว รีบ หนี ลง กำ ปั่น ไป เมือง ออสเตร เลี่ย เมือง ไกล. ภาย หลัง นาย คลัง ไป ถาม ท่าน ผู้ นั้น ว่า, ท่าน ให้ มิศเตอปาเกอ ถือ หนังสือ มา เอา เงิน ๓๐๐๐ เหรียน ฤๅ. ท่าน ผู้ นั้น ว่า หามิได้. จึ่ง รู้ ว่า มิศเตอปาเกอ แต่ง หนังสือ เขียน เอา ชื่อ ท่าน ผู้ อื่น มา ว่า, ใช้ ตัว มา เอา เงิน นาย คลัง ก็ ไป บอก พวก โป ลิศ, กอง ตระเวน. กอง ตระเวน ก็ สืบ จะ จับ เอา ตัว. คน ทั้งหลาย ก็ รู้ ข่าว บอก ว่า, ลง กำ ปั่น ชื่อ นั้น ไป เมือง ออสเตรเลี่ย เสีย แล้ว. พวก โป ลีศ จึ่ง ไป ที่ ตึก นาย ช่าง ชัก รูป ถาม ว่า, รูป คน ชื่อ มิศเตอ ปาเกอ ได้ ชัก ไว้ บ้าง ฤๅ ไม่, นาย ช่าง บอก ว่า มี. จึ่ง ขอ เอา มา แล เขียน หนังสือ แจง ความ 'สรุจ. ฝาก รูป มิศเตอ ปาเกอ กับ หนังสือ นั้น ไป เรือ เมล คือ เรือ กล ไฟ. ให้ พวก โป ลิศ ที่ เมือง ออสเตรเลี่ย รู้ ว่า, คน ชื่อ นี้ รูป ร่าง อย่าง นี้ ลัก เอา เงิน ใน คลัง ๓๐๐๐ เหรียน, หนี ลง กำ ปั่น ชื่อ นี้ มา เมือง ออสเตร เลี่ย. ถ้า กำ ปั่น ชื่อ นั้น มา ถึง แล้ว, จง เอา รูป นี้ ไป เทียบ ดู คน ใน เรือ เหมือน ใคร, ให้ เร่ง จับ เอา ตัว คน นั้น ส่ง มา จะ ได้ ชำระ. ครั้น เรือ เมล ไป ถึง เมือง ออศ เตรเลี่ย, พวก โป ลีศ ได้ รูป คน นั้น, รู้ ความ ใน หนังสือ แล้ว, ก็ สืบ ข่าว เรือ ลำ นั้น คอย ถ้าอยู่. เรือ ลำนั้น มา ถึง, พวก โป ลิศ ก็ไป ลง เรือ เหน มิศเตอ ปาเกอ เหมือน กัน กะ รูป. ไต่ ถาม ผู้อื่น แม่น ยำ แน่ นอน. จึ่ง จับ เอา ตัว มิศเตอ ปาเกอ ส่ง คืน มา เมือง คอน วินทคา เคน, ชำระ ทำโทษ ตาม กดหมาย แผ่นดิน.
๏ เหตุ ฉนี้ แล จึ่ง ว่า นาย ช่าง ชัก รูป แล พวก โป ลิศ มี คุณ ต่อ บ้าน เมือง เปน อัน มาก, เพราะ คน ชั่ว ทั้งหลาย ได้ที่ ทำ ไม่ ดี ผิด ประเพณี บ้าน เมือง แล้ว. แม้น จะ หนี ไป ประเทศ ไกล ก็ ดี คง จับ เอา ตัว ได้หนี ไป ไม่ พ้น เลย.
๏ ตำรา แก้ ลง ราก
๏ เปน หนังสือ เรฟ อะเรนต์ ดอกเตอ แฮมเลน, ที่ เมือง คอนสะตันติโนเปล, ที่ เกิด ลง ราก สอง ปี มา แล้ว. ท่าน รักษา หลาย ร้อย หลาย พัน คน. ตำรา ของ ท่าน หมอ ที่ ประ เทศ ยูโรบ, ที่ มี ชื่อ เสียง ใหญ่ ได้ สรรเสิญ เปน อัน มาก.
๏ ข้อ หนึ่ง เมื่อ โรค ลง ราก ใกล้ เข้า, ควร ที่ ทุก ครอบ ครัว จะ ได้ จัดแจง ยา ไว้ พร้อม, เพื่อ จะ ได้ รักษา โรค ลง ราก เอง ไม่ ต้อง คอย หมอ มา, เพราะ โรค นั้น เร็ว นัก หมอ มา ไม่ ทัน.
๏ ข้อ ที่ สอง ถ้า จัดแจง ไว้ ทุก สิ่ง ทุกอย่าง, เพื่อ จะ ได้ รับ โรค ลง ราก ๆ มัก จะ ไม่ มา ถึง. ข้าพเจ้า นึก เหน ว่า โรค อื่น ที่ จะ ป้อง กัน ไม่ ให้ มา ง่าย เหมือน โรค ลง ราก ไม่ มี. ถ้า แม้น ผู้ ใด ใด ใน ครอบ ครัว, ไม่ นึก ว่า จะ กัน ตัว ของ ตัว, ไม่ ระวัง ของ แสลง, ถ้า เหน ว่า ตัว ลง ท้อง แต่ เปน มูล โค ไม่ เปน ปรกฎิ ก็ ไม่ ระวังตัว, ถ้า ถือ ใจ อย่าง นั้น ถือ ไม่ กลัว ดื้อ ดึง อยู่, ก็ โรค ลง ราก คง จะ มา จับ ตัว, แล เมื่อ จะ จับ นั้น, มัก จับ ใน เวลา กลาง คืน ที่ จะ ไป หา หมอ ก็ ยาก. ลาง ที จะ ไม่ ภบ หมอ, หมอ จะ ไป รักษา ไข้ เสีย ที่ อื่น. ถ้า ไม่ มี ยา พร้อม ที่ จะ รักษา ตัว เหน ว่า จะ เสีย ที.
๏ ข้อ ที่ สาม, ข้าพเจ้า พิจารณา ดู ละเอียด, ใน ร้อย คน ที่ เปน ลงราก เหตุ เพราะ อะไร, จึ่ง เหน ใน ร้อย คน นั้น เหน สาม ส่วน, เปน เพราะ ของ ที่ ไม่ ควร จะ กิน แล น้ำ เหล้า. อีก ส่วน หนึ่ง เพราะ ให้ เหื่อ แห้ง เร็ว กว่า ปรกฎิ. ข้าพเจ้า ไป รักษา คน มี กำลัง มาก คน หนึ่ง, ไม่ ได้ กิน ของ แสลง ไม่ ได้ ดื่ม น้ำ เหล้า, อยู่ ที่ ดี เปน ที่ สะอาด ไม่ใคร่ จะ มี โรค เลย, ก็ ได้ ความ ว่า ตัว เขา ได้ ทำ การ หนัก ๆ เหื่อ ออก โทรม ตัว, แล้ว ก็ เข้า นอน ที่ น่าต่าง, ลม พัด เข้า ทาง ช่อง นั้น ถูก ตัว สะบาย ผ่อย หลับ ไป, เหื่อ ก็ แห้ง เรว นัก. บัด เดี๋ยว ก็ จับ เปน ลง ราก. อีก คน หนึ่ง ก็ เปน ลง ราก เพราะ ว่า กิน น้ำ เอย็น มาก. เมื่อ กำลัง ตัว ร้อน แล กระหาย น้ำ. อนึ่ง การ เหน็ด เหนื่อย นัก, แล ความ สละวน แล การ ตก ใจ กลัว มัก เปน เหตุ ให้ เกิด ลง ราก. ถ้า ผู้ ใด พ้น เหตุ เหล่า นี้ ได้ ก็ จะ ไม่ เปน อันตราย ด้วย ลง ราก, ดุจ ไม่ เปน อันตราย ด้วย ดาว หาง เหมือน กัน.
๏ ข้อ ที่ ๔ ว่า, ด้วย อา การ แรก จับ เปน โรค ลง ราก นั้น. เมื่อ เกิด โรค ห่า ขึ้น ใน ที่ ใด, คน ทั้งปวง ใน ที่ นั้น มัก เปน ไม่ สะบาย ใน ท้อง มาก, ให้ เหียน ราก บ้าง, เสียด ท้อง แล ท้อง ลั่น บ้าง, แทบ จะ มี อาการ ดั่ง นี้ ทุก คน, ใน บ้าน ใน เมือง นั้น. ถ้า ผู้ ใด มี อา การ ดั่ง นี้ แล้ว, ให้ ผู้ นั้น เร่ง ระวัง ตัว แต่ ยัง ไม่ ถึง เวลา ที่ ควร จะ กิน ยา. แล เมื่อ แรก ลง ท้อง นั้น จะ ไม่ ปวด ท้อง ก็ ดี ไม่ ลง มาก ก็ ดี ก็ ควร จะ เข้า ใจ ว่า, อาการ ที่ เดิน หัว น่า แห่ง ลง ราก มา ถึง แล้ว. ถึง ว่า อาการ จะ ไม่ เหมือน ลงราก ไม่ คลื่น เหียน เจ็บ นิด น่อย, ก็ อย่า พ่อ ตัว ว่า จะ ไม่ เปน ลง ราก เปน อา การ นำ น่า แท้, ค่อย เฉย ๆ สัก หน่อย หนึ่ง, ให้ ลง ราก มี เวลา ที่ จะ จับ ให้ มั่น คง ได้, ให้ ว่า แก่ ตัว ว่า ตัว เรา สบาย ที่ ลง ท้อง นั้น บัด เดี๋ยว จะ หยุด, อีก สัก หน่อย ตัว ก็ จะ เสีย ตาย นัก เพราะ ไม่ ได้ กัน ตัว ไว้. ข้าพเจ้า ได้ เห็น คน ทำ อา การ ดั่ง นี้ หลาย คน นัก เปน เหมือน จะ ฆ่า ตัว ของ ตัว เสีย. แล ลาง ที่ การ แรก นั้น ราก ออก แล้ว จึ่ง ลง. ถ้า จับ เปน อา การ ประ การ ใด ไม่ ได้ รักษา เสีย แล้ว, โรค ก็ คง จะ ยึด หน่วง ไว้. มือ ตีน ก็ เอย็น ผิว หนัง เหี่ยว แห้ง ศรีคล้ำ เข้า, น่า ผาก แต่ แรก ดู เหมือน จะ ไม่ สละวน อะไร. ที่ หลัง ก็ กลับ เศร้า หมอง, ตัว ก็ ระส่ำ ระสาย กระหาย น้ำ นัก. เทพจร ก็ หาย แต่ ใน ใจ ก็ ยัง ไม่ คลั่ง ยัง สว่าง. การ ที่ เคย รักสาระพัด ทั้งปวง หาย ไป, ผู้ ที่ เจ็บ ถึง รู้ ว่า ตัว จะ ตาย ก็ ไม่ กลัว เลย ให้ เฉย ไป. ลาง ที่ ลง ท้อง มา ๒ วัน ๓ วัน, คน ก็ พ่อ ใจ คิด ว่า ไม่ เปน ไร แล้ว ก็ ซุด ลง เรว, หา หมอ ๆ มา ไม่ ทัน ตาย เสีย ก่อน.
๏ ข้าพเจ้า เคย รักษา ลง ราก เมื่อ คฤสตศักราช ๑๘๔๘ เปน คราว หนึ่ง, ๑๘๕๕ เปน คราว หนึ่ง, ยา ที่ ข้าพเจ้า ได้ ใช้ ใน ๒ คราว นั้น ได้ ชื่อ เสียง ใหญ่ ว่า ดี. เมื่อ คราว ที่ สอง นั้น ลง ราก ก็ จับ เอา เรว, แล้ว ก็ ร้าย กว่า แต่ ก่อน, ยา นั้น ก็ ไม่ เสีย ที, ก็ ไม่ เสีย ชื่อ เสียง ได้ ชื่อ ยิ่ง ดี ขึ้น. ยา นั้น คือ ลอเดนำ, คือ ฝิ่น แช่ กะเหล้า, กับ น้ำ การะบูน ส่วน หนึ่ง, ระคน ปน กัน กับ ติง เจอรูบาป, คือ โกฐ น้ำ เต้า แช่ เหล้า ส่วน หนึ่ง, ทั้ง สอง ส่วน นั้น ระคน ปน กัน. ผู้ ใหญ่ ให้ กิน มื้อ ละ ๓๐ อยด. เอา ยา นั้น อยด ลง ใน น้ำ ตาล กิน จะ ให้ อยด ลง. ถัด มา ๔ ชั่วโมง กิน อีก ๒๕ อยด, ถัด มา อีก ๔ ชั่วโมง ๒๐ อยด, ถัด มา ๔ ชั่วโมง กิน ๑๕ อยด, ถัด มา อีก ๔ โมง กิน อีก ๑๐ อยด, จึ่ง จะ ไม่ กลับ เปน อีก. ถ้า ไม่ ฟัง ให้ กิน ๓๕ อยด, ถ้า ยัง ไม่ ฟัง ให้ ๔๐ อยด, ไม่ ฟัง กิน ๖๐ อยด ทุก ที, ที่ ลง นั้น เมื่อ กำลัง ลง ถึง ว่า จะ กิน มาก ไป ก็ ไม่ เปน อัน ตราย. ถ้า ลง ฮยุก แล้ว ต้อง ระวัง, เรา ไม่ ได้ เหน คน ที่ ลง ท้อง ได้ กิน ยา นี้ แล้ว โรค ยัง ไม่ ฟัง. ถ้า รักษา อย่าง นี้ แต่ แรก เปน ลง คง จะ ฟัง ทุก คน. เรา ไม่ ได้ เหน ผู้ ใด ที่ กิน อย่า นั้น ไม่ ฟัง. ลาง ที คน ที่ ไม่ ได้ รักษา แต่ แรก, เลย ไป วัน หนึ่ง ๒ วัน กิน ยา นี้ ก็ ไม่ ฟัง. ถ้า เหน ไม่ ฟัง เรา ก็ เคย รักษา อย่าง นี้, คือ ให้ เอา น้ำ เข้า เชด ข้น ๆ เอา ที่ สอาด ๆ, เติม ถ้วย แก้ว อย่าง กลาง ใส่ น้ำ ลอเดนำ ๖๐ อยด ๗๐ อยด ระคน กัน กับ น้ำ เข้า นั้น, แล้ว เอา น้ำ เข้า นั้น สูบ ฉีด เข้า ไป โดย ทวาร หนัก. ลาง ที ก็ ต้อง ฉีด ๒ หน ๓ หน. ถ้า ไม่ ฟัง ก็ ให้ ทำ ไป อีก หลาย ๆ หน. ข้าพเจ้า ได้ รักษา คน หนึ่ง ทำ ๗ หน จึ่ง หาย. เมื่อ กำลัง ฉีด ยา นั้น, ให้ กิน ยา เรียก ว่า บี้แตเปร์จ๊อจอก มื้อ ละ หนัก ๑๐ เกรน กับ น้ำ ลอเดนำ แล น้ำ การะบูน บ้าง เลก น้อย. ถ้า ปลง ใจ จะ รักษา อย่าง ไร ก็ ให้ อุษาห รักษา อย่าง นั้น ต่อ ไป. จะ ยัก ย้าย อย่าง โน้น บ้าง อย่าง นี้ บ้าง ไม่ ได้. ถ้า ใจ ไม่ ยั่ง ยืน รักษา อย่าง โน้น บ้าง อย่าง นี้ บ้าง, คน ไข้ ก็ มัก เสีย ไป มาก.
๏ ข้อ ๒ ให้ เอา ผง เมล็จ พรรณ ผัก กาด เช่น ที่ นาย ห้าง ที่ มา ขาย ที่ กรุงเทพ ฯ. ถ้า ใหม่ ๆ ก็ แรง ดี. เอา แช่ น้ำ แล้ว เอา พอก ท้อง กว่า จะ แสบ ผิว หนัง จะ แดง.
๏ ข้อ ๓ ถึง คน เจ็บ นึก ว่า ตัว จะ ไม่ เปน ไร, ก็ ควร จะ นอน หงาย นิ่ง ที่ เดี่ยว. จึ่ง จะ รักษา ง่าย, เปรียบ เหมือน คน เมื่อ เข้า สู่ สง คราม นอน หงาย นิ่ง อยู่, ลูก ปืน ก็ ไม่ ใคร่ จะ ถูก. เมื่อ โรค ลง ราก มา จับ เปน ลง เช่น ว่า มา แล้ว นั้น, ถ้า รักษา ยา นี้ ก็ แทบ จะ หาย ทุก คน.
๏ ข้อ ๔ บาง ที่ ลง ราก ก็ มา จับ เอา เรว ลง ด้วย ราก ด้วย. บาง ที่ ก็ เปน ตะ คริว ปวด ท้อง นัก. ถ้า อย่าง นั้น ก็ ต้อง รักษา ด้วย ยา อย่าง อื่น ที่ จะ ว่า ต่อ ไป ข้าง น่า. พวก มิศชันนาเร คือ มิศเตอ ลอง คน หนึ่ง, มิศเตอ โตรบีช คน หนึ่ง, มิศเตอ วัตเบิล คน หนึ่ง, ได้ ลอง ดู ยา นั้น เปน หลาย คน นัก หนา, เหน พร้อมใจ กัน ว่า เปน ยา แก้ โรค ลง ราก ดี ยิ่ง. ยา นั้น คือ ลอเด นำ ส่วน หนึ่ง, ติงเจอแกบศิกัม, คือ พริก ชี้ ฟ้า แช่ น้ำ เหล้า ส่วน หนึ่ง, ติงเจอ ยินเชอ คือ ขิง แช่ น้ำ เหล้า ส่วน หนึ่ง, ติงเจอ เมล็จ์กาเดมัม, คือ กระวาน แช่ น้ำ เหล้า ส่วน หนึ่ง, ระคน กัน กิน มื้อ ละ ๓๐ อยด ๔๐ อยด. เอา น้ำ ท่า แสรก สัก ช้อน หนึ่ง. ถ้า โรค แรง ให้ กิน ให้ มาก กว่า นั้น ก็ ได้. ถ้า ราก ออก มา, ให้ เอา ยา ใส่ ไว้ ใน ช้อน ให้ พร้อม. ถ้า ราก ออก ภอ หยุด ราก ก็ กิน ยา อีก มื้อ หนึ่ง เรว ๆ, อย่า คอย ถ้า อะไร เลย. ข้าพเจ้า กับ พวก ข้าพเจ้า ได้ รักษา อย่าง นี้ หาย หลาย คน นัก หนา ไม่ ได้ เสีย เลย. ลาง ที ก็ ต้อง ให้ กิน ๓ มื้อ ๔ มื้อ กว่า จะ หยุด. พวก เรา เคย พอก ด้วย ผง เมล็ด พรรณ ผัก กาด ที่ ท้อง แล ท้อง น่อง ตาม ที่ เหน จะ ควร.
๏ ที่ ๕ เมื่อ อา การ ซุด ไป. กลิ่น ที่ คน ใช้ นั้น เหมน เทพ จร หาย พูด เสียง แห้ง ถ้า อย่าง นั้น ไม่ เหน มี ใคร รอด. ถ้า ไม่ มี กลิ่น, ผิว หนัง ก็ เขียว, มือ ท้าว เอเย็น, ผิว หนัง เหี่ยว แห้ง. ตา ทรุด ไป, เทพจร หาย, ถ้า อย่าง นั้น จะ ว่า ไม่ รอด ก็ ว่า ไม่ ถูก, รอด ได้ หลาย คน. เมื่อ กำลัง กิน ยา เช่น ว่า นี้ ก็ ให้ กิน น้ำ เหล้า. บะรันดี ช้อน ใหญ่ เตม ๆ ครึ่ง โมง ที หนึ่ง. อนึ่ง เอา ขวด ใส่ น้ำ ร้อน เอา ผ้า หุ้ม เอา วาง ไว้ ริม ตัว เอา ผ้า สักราด คลุม. อุสาห์ พอก ยา ผง เมล็ด พรรณ ผัก กาด, คน ที่ พยา บาล อุสาห์ เอา มือ ถู ตาม เนื้อ ตัว ต้น ขา แล หลัง, เพื่อ ว่า จะ ให้ ร้อน. ทำ ดัง นี้ สัก ชั่ว โมง ก็ เหน คุณ มาก.
๏ ข้อ ที่ ๖ เมื่อ คน โรค กำลัง ระหาย น้ำ นัก, ก็ อย่า ให้ กิน ตาม อำเภอ ใจ ให้ กิน มาก ไป โรค ก็ จะ กำเริบ. ควร ที่ จะ มี คน พยา บาล คอย ให้ กิน แต่ ที ละ ช้อน ๆ ปาก จะ ได้ ไม่ แห้ง. ลาง ที นำ คำอาะระบิก, คือ ยาง ที่ มา แต่ เมือง อรอบ อย่าง หนึ่ง ละลาย น้ำ ให้ กิน ที ละ ช้อน บ่อย ๆ ก็ ดี มี คุณ. แล คำเมอ ไมล์ แช่ น้ำ ร้อน, กิน ที ละ ช้อน ก็ จะ ดี.
๏ ข้อ ที่ ๗ เมื่อ อา การ ยัง ชั่ว แล้ว ก็ ควร ที่ กิน อา หาร, ๆ ที่ ควร จะ กิน นั้น คือ น้ำ เข้า แข็ง ขั้ว ยายมอม, แล ขนม ปั่ง ให้ ไหม้ แช่ น้ำ ให้ กิน แต่ น้ำ ที ละ เล็ก ละ น้อย. แล้ว ให้ กิน น้ำ คำเมอไมล์ เช่น ว่า มา แล้ว. ก่อน กิน อา หาร สำ รับ ที่ จะ ให้ ท้อง เกิด กำลัง ขึ้น ดี มาก.
๏ ข้อ ที่ ๘ คน ไข้ ที่ เปน โรค ลง ราก นั้น ครั้น ค่อย ยัง ชั่ว มัก เปน ไข้ ให้ ตัว ร้อน ไป หลาย ๆ วัน. อา การ นั้น ไม่ สู้ ต้อง กลัว รักษา ง่าย. ต้อง แต่ พยา บาล, รัก ษา ให้ ละเอียด อย่า ให้ กิน น้ำ มาก เกิน ไป. ถ้า เหน อ่อน กำลัง นัก, ให้ กิน น้ำ บะรัน ดี เจือ กับ น้ำ ท่า ๔ ชั่วโมง ๕ ชั่วโมง สัก ช้อน หนึ่ง. พวก เรา เหน ว่า มี ยา เช่น ว่า มา แล้ว นั้น พร้อม ทุก สิ่ง ทุก อย่าง, เหน ว่า จะ รัก ษา โรค นั้น ได้ ไม่ กลัว.
๏ ข้อ ที่ ๙ ที่ คน ถือ ว่า โรค ลง ราก ติด กัน, ถือ เช่น นั้น ไม่ จริง, ควร จะ ทิ้ง ที่ ถือ นั้น เสีย ที เดียว. พวก มิศชันาเร ที่ เมือง คอน สะ ติ โน บิ้ล นั้น เหน พร้อม ใจ กัน, ว่า ไม่ ติด ต่อ กัน เลย
เรื่อง ลงราก
๏ ที่ ประเทศ ยูโรบ นั้น หมอ ทั้งปวง ได้ ประชุม ปฤกษา กัน ว่า โรค ลง ราก นั้น จะ มา แต่ ไหน, แล้ว เหน พร้อม กัน ว่า โรค นั้น หา ได้ มา จาก เมือง เฮชเชอ ฦๅ ประเทศ อะเรเปีย, มา แต่ ประเทศ อินเดีย ที่ เปน อยู่ ไม่ ได้ ขาด. โรค นั้น เกิด ขึ้น ใน ประ เทศ ยูโรบ, เพราะ คน เที่ยว มา แต่ ประเทศ อินเดีย ใน กำปั่น ไฟ แล กำปั่น ใบ. แต่ เรือ ใบ แล เรือ กล ไฟ ใด ๆ ที่ รักษา สะอาด ลม พัด เข้า ได้ คล่อง ก็ ไม่ ได้ เกิด ลงราก เลย. พวก หมอ ทั้ง หลาย จึง พร้อม ใจ กัน ว่า, ควร จะ ไป ตรวจ ดู เรือ ที่ มา แต่ เมือง อินเดิย จะ เข้า ไป ใน ประเทศ ยูโรบ, แล้ว ตั้ง ดู ว่า ถ้า ไม่ มี โรค ติด เรือ มา ก็ ปล่อย ให้ เข้า ไป. ถ้า มี โรค ติด มา แล้ว ก็ กัก ไว้ ไม่ ให้ เข้า ไป ใน เขตร เมือง, กัก ไว้ ประมาณ ๔๐ วัน, กว่า จะ พ้น กำหนด, ท่าน จึง ให้ คน คอย ระวัง ดู แล คน ที่ โดยสาร เรือ กำปั่น มา แต่ เมือง อินเดิย, ให้ คน ไป คอย ดู อยู่ ที่ ทะเล แดง แล ทะเล เปอเซีย.
ลูกค้า เข้า เปลือก
๏ มี ข่าว ว่า ลูก ค้า เข้า เปลือก, แก่ โรง สี่ ไฟ ฝั่ง ตะวันออก ติ เตียนกัน. ลูก ค้า สำรับ โรง สี่ ไฟ ฝั่ง ตวัน ตก ขอ ลงพิมพ์ เปน ใจ ความ ว่า, ครั้น ถึง ณเดือน ยูไล วัน ที่ ๕ สักราช ๑๘๖๖ ปี, เวลา เช้า เสมยีร สีน ลง เรือ ซื้อ ไป เข้า เปลือก, ที่ น่า วัดราชา ธี วาศ ต่อ ได้ ให้ ราคา ๓๙ บาท ๒ สะลึง. ได้ เรือ เข้า ๘ ลำ ประมาณ เปน เข้า ๑๔๒ เกวียน ก็ ตกลง กัน, แล้ว นัด ให้ ไป ตวง ใน วัน นั้น. ครั้น พูด กัน เสรจ แล้ว เสมยิ่ว สิน ก็ ลง เรือ ไป, ใน ทัน ใด นั้น. นาย สอน เสมยีว มิศออต แมน ก็ ภาย เรือ มา ทาง นั้น. ชาว เรือ เข้า ทั้งหลาย ก็ หยิบ เอา ตั๋ว ที่ เสมยีร สีน ตี ราคา ให้ ไว้ นั้น, มา วาน นาย สอน อ่าน ได้ ความ ว่า ราคา ๓๙ บาท. ชาว เรือ เข้า ทั้งหลาย จึ่ง ได้ รู้ ว่า, เสมยีร สีน ตี ตั๋ว ให้ ไม่ จริง ไม่ เหมือน กับ ถ้อย คำ ที่ ต่อ ตาม กัน นั้น. ชาว เรือ เข้า จึ่ง เอา ตั๋ว มา คืน ให้ กับ เสมยีร สีน แล้ว, พูดจา ต่อ ว่า กัน เปน หลาย คำ. นาย สีน ก็ รับ เอา ตั๋ว ไว้ ใน ทัน ใด นั้น. ชาว เรือ เข้า ทั้งหลาย. จึ่ง เอา เข้า มา ขาย ให้ กับ นาย ดี๊ด นายกุหลาย เสมยีร มีศ มากวน, พวกณจ้า เข้า ทั้งหลาย สู้ ยอม ลด ราคา ให้ ๓๘ บาท สอง สลึง, ถูก กว่า ที่ เสมยีร สีน ตี ตั๋ว ไว้ ก่อน นั้น, เพราะ ว่า นาย ดี๊ด นาย กุหลาบ, เสมยีร นั้น เขา ต่อ ราคา เทาไร่ เขา ก็ ตี ตั๋ว ให้ เทา นั้น.
๏ ข้าพเจ้า ผู้ เปน เอดิตอร์, คิด เหน ว่า นายห้าง ผู้ เปน เจ้า ของ โรง สีไฟ นั้น, หา ได้ บัง คับ บัน ชา ให้ เสมียร ทำ การ ชั่ว เช่น นั้น ไม่. ถ้า เสมียร ได้ ทำ การ ชั่ว เช่น ว่า จริง ฉนี้ ไช้, คง เปน เพราะ ความ โลภ ของ เสมียร คน นั้น เอง.
กระจก เปน แบบ รูป ถ่าย
๏ พระ เพชรคีรี ศีสวัสดิ์ พระ ปลัด เมือง เพชรบุรี, ได้ กลับ ไป แล้ว แต่ วัน เดือน แปด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง, ได้ ยิน ว่า จะ กลับ มา ใน กรุง อีก ใน เดือน ๙ ข้าง ขึ้น. ท่าน พระ ปลัด ผู้ นี้ เปน คน ดี มี สะติ ปัญญา, ทั้ง ใจ รัก โอบ อ้อม กว้าง ขวาง ใน วงษ์ ญาติ ทั้ง สิ้น. เมื่อ ก่อน จะ ออก ไป เมือง เพชรบุรี ครั้ง นี้ ได้ หา ช่าง ถ่าย รูป ไป. ให้ ถ่าย รูป เจ้าคุณ แล คุณ ใน บ้าน สมเด็จ เจ้า พระยา องค์ น้อย. แต่ บันดา ที่ ยัง ไม่ ได้ ถ่าย รูป แต่ ก่อน นั้น ให้ ถ่าย ไว้ หมด. ครั้ง ก่อน ได้ ยิน ว่า ท่าน ให้ ถ่าย รูป เจ้า คุณ แล คุณ ใน บ้าน สมเด็จ เจ้าพระยา องค์ ใหญ่ แล้ว. เจ้า คุณ หรุ่น ที่ เรียก ว่า เจ้า คุณ น้อย ซึ่ง บัด นี้ ล่วง ไป แล้ว. ทุก วัน นี้ ผู้ ซึ่ง ยัง คิด ถึง ท่าน นั้น, ชวน กัน สรรเสิญ พระ ปลัด มาก ด้วย ได้ จัด แจง ถ่าย รูป ท่าน ไว้ แต่ ก่อน. คน ทั้งปวง จึ่ง ได้ รูป ไว้ เหน เปน ที่ ระลึก ไป ชั่ว กาล นาญ. แต่ ครั้ง นี้ ข้าพเจ้า เสีย ใจ นัก ด้วย ข้าพเจ้า ไป หา ผู้ ซึ่ง ถ่าย รูป, ขอ รูป เจ้า คุณ แล คุณ ใน บ้าน สมเด็จ องค์ น้อย, ที่ พระ ปลัด จัด แจง ให้ ถ่าย ไว้, ด้วย ปราฐนา จะ ใคร่ ได้ ไว้ อย่าง ละ รูป ๆ ช่าง ถ่าย รูป บอก ข้าพเจ้า ว่า พระ ปลัด เก็บ เอา กระจก ที่ เปน แบบ เดิม นั้น ไว้ เสีย. หา ให้ มา ไม่. ผู้ ถ่าย รูป ว่า แก่ ข้าพเจ้า ว่า, ถ้า พระ ปลัด มา เมื่อ ได จะ ฃอ เอา แบบ มา ถ่าย ให้. ข้าพเจ้า ไว้ ใจ ว่า พระ ปลัด จะ ไม่ ขัด ขวาง ความ ปราฐนา ของ ข้าพเจ้า เลย, คง จะ ให้ แบบ นั้น มา แก่ ช่าง ถ่าย รูป, เพื่อ จะ ให้ แต่ บันดา พี่ น้อง ได้ รูป, ซึ่ง กัน แล กัน ไว้ เปน ธรรมเนียม, ด้วย ไม่ ควร จะ หวง แหน. แล ท่าน คง จะ เหน ด้วย. .
๏ เสดจ์ กรมหมื่น บวรวิไชย ชาญ ทุก วัน นี้ กำลัง หัด เล่น กล ด้วย น้ำ ยา ต่าง ๆ เปน การ ประหลาด. ได้ จ้าง ให้ ล่าม มา แปล หนังสือ ตำรา ภาษา อังกฤษ ออก เปน ภาษา ไทย จะ ได้ เรียน ง่าย. ถ้า เมื่อ ท่าน เรียน สำเร็จ แล้ว, จะ ได้ สำแดง ก็ เหน จะ เปน การ ประหลาด มาก.
คน อายุ ถึง ๑๔๒ ปี
๏ ข่าว มา แต่ เมือง อเมริกา, วัน ศุกร์ เดือน เจ็ด แรมสิบ ค่ำ, มี คน ผู้ ชาย คน หนึ่ง ชาว อเมริกา, อยู่ ที่ หัว เมือง วิส คอนซิน ชื่อ เครต์, เกิด ใน คฤสต ศักราช ๑๗๒๕ ปี. ตาย ใน คฤสต ศักราช ๑๘๖๖ ปี, เมื่อ เดือน หก ขึ้น สาม ค่ำ, อา ยุ ได้ ๑๔๒ ปี ก็ เปน ปลาด นัก. คน ผู้นั้น อายุ ยืน มาก, ผิด คน ใน กาล ทุก วัน นี้ นัก. ที่ เมือง อเมริกา, คน มี อายุ ถึง ร้อย ปี ก็ มี น้อย หา ใคร่ จะ มี ไม่, ถึง มี อยู่ บ้าง ก็ ทำ อะไร ไม่ ได้, อ่อน เปลี้ย ไป ไม่มี แรง. แต่ คน ผู้ นั้น ได้ ยิน ว่า ยัง มี กำ ลัง วัง ชา เรี่ยว แรง มาก.
๏ มี ข่าว มา ใหม่ ว่า, มี ผู้ ชาย อีก คน หนึ่ง ชื่อ ว่า, เรฟาเรนด์ ดอกเตอนอก, อายุ ได้ เก้า สิบ สาม ปี ตาย ใน เรว ๆ นี้. คน นี้ ได้ เปน เปรสซิเดนต์, แห่ง สำนัก อาจาริย์ ใหญ่ ที่ หัว เมือง นิว ยอก. ท่าน ได้ เปน คน ดี มาก, คน ทั้งปวง สรรเสิญ. เมื่อ ท่าน มี อายุ ถึง เก้า สิบ ปี, ก็ อ่อน กำลัง ลง ที ละเล็ก ที ละน้อย จน ตาย. คน ใน ประเทศ อะเมริกา แล ยูโรป ที่ จะ มี อายุ ถึง แปด สิบ ปี ก็ น้อย ตัว คน,ใน พัน คน จะ มี อยู่ สัก คน หนึ่ง ก็ หา ยาก. ข้าพเจ้า พิจารณา ดู คน ใน ประเทศ ไทย, คน แก่ ๆ มี อายุ ยืน ๆ มี มาก กว่า ประเทศ อะเมริกา อีก.
๏ วัน นี้ ได้ พบ ลาว ผู้ ชาย บ้าน วังตะโก คน หนึ่ง, เขา ว่า อายุ ร้อย ปี เสศ ยัง เดิน ได้, แต่ หลัง โกง ค้อม ไป ข้าง น่า, เดิน เอา ศีศะ ไป ก่อน, พูด จา ยัง ดี ไม่ใคร่ จะ หลง ลืม.
๏ โรค ที่ เกิด เพราะ หนาว มาก กว่า เกิด เพราะ ร้อน, ที่ ประ เทศ อังกฤษ แล อะเมริกา ฝ่าย เหนือ นั้น มี หนาว มาก, หนาว นัก จน น้ำ แขง. โรค ห่า แล โรค ทรพิศม์ ที่ ติด กัน ได้, ก็ มัก เกิด ใน ฤดู หนาว. แต่ โรค บิด นั้น มัก เปน ใน ฤดู ร้อน, น่า หนาว ไม่ ใคร่ จะ เปน.
เรือ รบ อเมริกา
๏ ข้าพเจ้า มี ความ ยินดี ด้วย, ได้ ยิน ข่าว ว่า กำปั่น รบ อะเมริกา ชื่อ ซานันโด, เปน เรือ จักร ท้าย จะ เข้า มา ถึง ใน เรวๆ แล้ว ได้ ยิน ข่าว ว่า ไป ข้าง น่า จะ มี เรือ รบ อะเมริกา มา บ่อย ๆ, มา ฟัง การ ดู ที่ กรุง เทพ ฯ. แล ได้ ยิน ว่า ใน หก เดือน นี้ แอด มิรัลเบส์, ที่ เปน นาย กำปั่น รบ ใน เมือง อินเดีย จะ เข้า มา เยี่ยม คอเวอเมนต์ สยาม. จะ มา ใน กำปั่น ชื่อ หาดเฟิด เปน กำ ปั่น ของ แอดมิรัน. แล จะ มี เรือ รบ อื่น มา ด้อย หลาย ลำ. ข่าว นี้ เปน ข่าว ดี, เพราะ ว่า เรือ รบ เมือง อะเมริกา จะ เข้า มา บ่อย ๆ ก็ เปน การ สว่าง แก่ คอเวอเมนต์ สยาม. ด้วย จะ ให้ คอ เวอเมนต์ สยาม ทราบ ว่า เมือง อะเมริกัน ยัง มี อยู่.
๏ ณวัน อังคาร เดือน ๗ ขึ้น ๕ ค่ำ, พระยา อะภัย สงคราม ถึง อะสัญญกรรม, ท่าน เปน บุตร สมเดจ องค์ ใหญ่, เปน น้อง เจ้า คุณ ผู้ ใหญ่, แล เจ้า คุณ กรมท่า ต่าง มาร ดา กัน, อายุ ของ ท่าน ได้ ๔๔ ปี, เปน ที่ จาง วาง กรม อาษา ใหญ่ ตำ แหน่ง ใน พระ บวรราชวัง.
๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้, มา ออก หนังสือ พิมพ์ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ, ว่า ข้าพเจ้า ได้ เพชร มา ใหม่ ๆ มาก, ข้าพเจ้า ชื่อ เอ. ไฮมันดี เซน เร กัมปนี. อยู่ ที่ ห้าง สม เดจ องค์ ใหญ่.
บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้า ของ อู่ ใหม่
๏ อู่ แห่ง นี้ พึ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง พิ จารณ ดู อู่ ใหม่ นี้. คง จะ เหน ว่า เปน อู่ ดี กว่า อู่ ทั้งปวง ใน บุระ ประเทศ นี้. จะ ได้ แก้ เรือ ซ่อม แปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี. ที่ อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต แล คง จะ ให้ ยาว นั้น อีก. โดย กว้าง ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฤก ๑๕ ฟุต. ที่ อู่ มี ประตู เรียก ว่า ไกซัน, ถา จะ ปิด มิด ได้ โดย เรว. ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถึง ลำ แม่ น้ำโดย ยาว ๑๒๐ ฟุต. มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง แรง นัก, กำปั้น เล็กกำ ปั้น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน ทุก เวลาไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่อง จักร สำรับ ยก เสา กะโดง, แล ม่อน้ำ สำรับ กลไฟ แขง แรง นัก. อู่นั้น พร้อม ด้วย เครื่อง สูบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ. มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง. พร้อม ด้วย เครื่อง ใช้ ใน การ ทำ เรือ ใบ แล เรือ กล. แล การ นั้น มี นาย ที่ เปน ชาติ ยูรบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึ่ง ชำนาณ ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.
๏ แล ลูก จ้าง สำรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล วัมภู ทั้งนั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, ปราถนา ที่ จะ ให้ คน ทั้งหลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ มี ไม้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่นี้ มี จักร เลื่อย ไม้, เพื่อ จะ ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อ ใด ก็ ชัก ได้ โดย สดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.
๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่ จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น, เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือ ใบ เรือ กล ไฟ ฤา การ ใด ๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขาย ให้ ตาม ราคา ตลาด กรุง เทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะ มา จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤา ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อ ใด.
๏ อนึ่ง กบิตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น, ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึ่ง ออก ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง ฝาก ไป ถึง มิศเตอดับลิยู. เช. โรเบิดซัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง นั้น, บัด นี้ มิศเตอดับลิยู. เช. โรเบิดซัน เปน นาย กอง นั้น เปน เจ้า กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เกบ เงิน แต่ ผู้ เดียว.
ช่าง นาฬิกา
๏ ข้าพเจ้า มี ความ ปราถนา จะ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ ว่า, ข้า พเจ้า ตั้ง บ้าน อยู่ ที่ ถนน เจริญ กรุง, เปน ช่าง ทำ นาฬิกา พก ทำ นาฬิกา ใหญ่, แล นาฬิกา โกรนำมิเตอ. ถ้านาฬิกา อย่าง ไร เสีย ก็ แก้ ไข ได้ ทุก อย่าง. แล จะ ทำให้ แล้ว เรว แล ดี ด้วย, แล ทำ เขม เดิน เรือ ก็ ได้. ข้าพเจ้า มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ นี้ ชื่อ เอฟ. เอช. โวเอลกี.
๏ หนังสือ ที่ จะ ขาย ๚
๏ หนังสือ ดิกชะนาเร ภาษา อังกฤษ แปล เปน ไทย แปล ออก ใหม่ ๆ ใน เรว ๆ นี้ เปน หนังสือ ย่อม ๆ เปน อย่าง ดี ซึ่ง ผู้หนึ่ง ผู้ใด จะ เรียน ภาษา อังกฤษ แปล เปน ไทย ได้ เปน หนังสือ สำรับ ขาย มี อยุ ที่ บ้าน ข้าพเจ้า หมอ ปรัดเล แล ที่ บ้าน หมอ แมก ดัล เชิญ ท่าน ทั้งปวง มา ดู จะ ขาย ให้ ภอ สมควร
๏ ว่า ด้วย นก ยุง กับ กา ๚ะ
๏ ครั้น ถึง เวลา วัน หนึ่ง, ฝูง นก ทั้งปวง ได้ มา ประชุม พร้อม กัน ใน ที่ ตำบล แห่ง หนึ่ง, เพื่อ จะ เลือก ตั้ง นก หนึ่ง ขึ้น เปน เจ้า นาย แห่ง ตน. คิด ดัง นั้น แล้ว จึ่ง ตั้ง นก ยุง ขึ้น เปน เจ้า, นก ยุง ก็ ยก ปีก ขึ้น ด้วย ความ ดี ใจ, ฝ่าย กา เหน แล้ว ก็ โดด เข้า มา ว่า กับ นก ยุง ที่ เปน จ้าว นั้น ว่า, ท่าน เอ๋ย ฃอ ให้ ข้าพเจ้า ผู้ ทาษ ของ ท่าน ถาม ท่าน สัก คำ หนึ่ง เถิด. เดิม เรา ทั้งหลาย พร้อม ใจ กัน ตั้ง ท่าน ขึ้น เปน ใหญ่ แล้ว, มาท ว่า ภาย หลัง จะ มี นก ได ๆ มา คมเหง พวก เรา ตัว ท่าน จะ ช่วย ได้ ฤา. ส่วน นก ยุง มิ ได้ ตอบ ประการ ใด ก็ นิ่ง อยู่, ฝูง นก ทั้ง ปวง เหน ดัง นั้น จึ่ง ตั้ง นก อื่น ขึ้น เปน เจ้า แห่ง ตน. อัน ความ เปรียบ ข้อ นี้ เปน ใจ ความ ว่า การ ที่ งาม จะ สู้ ความ ดี ก็ มิ ได้.
ว่า ด้วย กา แล หม้อ น้ำ
๏ กา ตัว หนึ่ง, กระหาย น้ำ แทบ จะ ตาย อยู่ แล้ว, เหน หม้อ น้ำ ตั้ง อยู่ แต่ ไกล, ก็ บิน ไป เพื่อ จะ กิน น้ำ นั้น. ครั้น กา บิน ไป ถึง หม้อ น้ำ, ก็ เห็น น้ำ ที่ ใน หม้อ นั้น น้อย นัก. จะ ก้ม ลง กิน ก็ ไม่ ถึง. กา จึ่ง คิด ว่า จะ ทำ ยัง ไร ดี จึ่ง จะ กิน น้ำ ได้, จะ คิด อ่าน ทำ ให้ หม้อ น้ำ แตก ด้วย ประการ ใด ก็ ไม่ ได้. กา จึ่ง คาบ เอา หิน เล็ก น้อย ทิ้ง ลง ไป ๆ ใน หม้อ น้ำ นั้น, จน น้ำ สูง ขึ้น มา ถึง ปาก หม้อ, จน ปาก เอื้อม ลง ไป ดื่ม กิน น้ำ ได้. คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า, เมื่อ มี การ ยาก ลำบาก อย่า ได้ แพ้ แก่ การ, อุสาห์ เพียร ทำ ไป จง ได้.
ข่าว มา แต่ เมือง บังกล่า
๏ ที่ ประเทศ ฮินดูสะตาน เกิด เข้า แพง นัก, ฝูง ราษฎร ทั้งปวง หา กิน ยาก นัก ตาย มาก คน สูบ ผอม ตาย มาก กว่า มาก. เขา ว่า ไม่ ได้ เคย เหน คน เกิด ลำบาก มาก มาย เช่น นี้ เลย. ถ้า คอเวอเมนต์ อังกฤษ ไม่ เอา เปน ธุระ ช่วย สมเคราะห์ คน ยาก นั้น, ฝูง ราษฎร จะ ตาย สัก ครึ่ง หนึ่ง, เพราะ เข้า แพง คราว นี้. แล มี ข่าว มา ว่า เกิด ลงราก ที่ ประเทศ ฮินดูสถาน คน ตาย มาก นัก.
ข่าว มา แต่ ชลิลี่ ประเทศ ซอศ อะเมริกา
๏ ว่า ศึก ที่ เมือง ชลิลี่ กับ เมือง สเปน นั้น, ยัง กำเริบ นัก. เรือ รบ เมือง สะเปน ได้ ยิง เอา เมือง วัลปารายโซ, เปน เมือง ปาก น้ำ ใหญ่ แขวง เมือง ชลิลี่. ณเดือน ๕ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปากน้ำ นั้น ยับ เยิน ไป. ทรัพย์ สิ่ง ของ มาก มาก เสีย ไป. ของ นั้น เปน ฃอง อังกฤษ บ้าง, ฝรั่งเสศ บ้าง, ชาว ยูในติศเทศ บ้าง. เหล่า เมือง นั้น ไม่ ได้ เข้า ส่วน ใน สงคราม, ขุนนาง ที่ เมือง อัง กฤษ ก็ ติ เตียน การ รบ นั้น นัก. ดู เหมือน เมือง อังกฤษ แล ฝรั่งเสศ จะ ห้าม ปราม เมือง สะเปน ไม่ ให้ ทำ ต่อ ไป.
| กำปั่น เข้า กรุง เทพ ฯ | |||||
| เข้า มา เมื่อ ไร | กำปั่น ชื่อ ไร | กับปิตัน ชื่อ ไร | กี่ ตอน | เรือ อ ไร | มา แต่ ไหน |
| เดือน ๙ ขึ้น ๔ ค่ำ | ซาน ฮอป | แฮละแมน | ๔๓๒ | บากบริเมนต์ | สิงคโปร์ |
| เดือน ๙ ขึ้น ๗ ค่ำ | ออกคัส | บุก | ๔๑๒ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๙ ขึ้น ๘ ค่ำ | บีรมา | สวัดเกอ | ๓๘๐ | บากบริเมนต์ | ฮองกง |
| เดือน ๙ ขึ้น ๙ ค่ำ | อิมเปรกเนเบล | วอเรลันต์ | ๓๑๐ | กลไฟสยาม | ชายทะเล |
| เดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำ | ธีรา | บักโฮลต์ | ๕๗๓ | บรกสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำ | แซงคาย | จีน | ๒๓๐ | บากดัช | ชายทะเล |
| เดือน ๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ | คองกิรอ | เอมซี | ๒๐๐ | กลไฟสยาม | ชายทะเล |
| เดือน ๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ | จีน | สกุน อสยาม | สิ่งคโปร์ | ||
| ออก ไป เมื่อ ไร | กำปั่น ออก จาก กรุง เทพ ฯ | จะ ไป ไหน | |||
| เดือน ๙ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง | เจ้าพระยา | อรตัน | ๓๕๓ | กลไฟสยาม | สิงค์ โปร์ |
| เดือน ๙ ขึ้น ค่ำ ๑ | แฮบเชง | เตีย | ๓๔๒ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๙ ขึ้น ค่ำ ๑ | กวินออฟอิงลันด์ | ฮอฟะแมน | ๕๒๖ | ชิบสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๙ ขึ้น ๒ ค่ำ | ฟลอเรนสะ | ฮอนบรุก | ๒๘๘ | บากอังกฤษ | สิงค์ โปร์ |
| เดือน ๙ ขึ้น ๓ ค่ำ | ซีฟอถ | จีน | ๓๑๑ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๙ ขึ้น ๔ ค่ำ | โซวัดพีศ | มอเลอ | ๕๗๔ | ชิบสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๙ ขึ้น ๕ ค่ำ | แรบบิ๊ก | คาลอต | ๔๒๙ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำ | นัวฟุ่น | ยัง | ๒๘๐ | บาก สยาม | ชายทะเล |
| เดือน ๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ | เรศฮอท | หินซัน | ๒๘๙ | ชิบสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ | เมริวอศ | ไมศะเนอ | ๕๖๙ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๙ ขึ้น ๑๒ ค่ำ | นอสะแมน | ยัง | ๗๑๑ | ชิบสยาม | เนียงโป |
| เดือน ๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ | เสศเมเร | ครุศ | ๔๑๑ | บาก สยาม | ฮองกง |
ข่าว เมือง พะม่า
๏ ใจ ความ ว่า เทเลแกรฟ ที่ จัด แจง ไว้ ไป จาก เมือง มะแมน จะ ไป เมือง สิงคโปร มี ทาง และ เข้า ไป กรุง เทพ ฯ นั้น ชาว อังกฤษ ที่ รางกุ้ง ที่ มะแมน นั้น ก็ ดีใจ นัก เอา สรรเสิญ ว่า การ นั้น เปน การ ดี มาก เขา ว่า แต่ ก่อน พวกเรา คิด ว่า จะ ทำ เทเลแกรฟ ตาม ท้อง ทเล ไป จาก รางกุ้ง ไป ถึง สิงคโปร์ สาย เทเลแกรฟ คิด จัดแจง ไว้ ที่ เมือง อังกฤษ พร้อม แล้ว แทบ จะ ลง กำปั่น ภอ เกิด ศึก ขึ้น ที่ เมือง จีน การ สิ่ง อยุด ไป จึง ไม่ ได้ จับ ทำ เพราะ เห็น ว่า เปน การ หลงไหล ละเล่น เงิน เปล่า กว่า ดินแลน เหรียน แต่ บัดนี้ เริ่ม จับ การ ที่ ออก ปัญญา จริง ทาง เทเลแกรฟ ไป บก นั้น ทำ ง่าย ไม่ ต้อง ลงทุน มาก เดิน ไป เมื่อไร ก็ แก้ ง่าย พวก อังกฤษ ก็ พะม่า เมื่อ จะ พูด ถึง กรุงเทพ ฯ แล เมือง ปีนัง เมือง สิงคโปร พูด ด้วย ทาง เตลิแกรฟ จะ ดี ใจ นัก จึ่ง คิด อยาก จะ ให้ มีพิทย ริด แอน กัมปะนี ผู้ ที่ เอา เป็น ธุระ จัด แจง ทำ เตลิแกรฟ นั้น ปรารถนา จะ ให้ เจริญ อย่า ให้ มี อะไร ขัด ข้อง หนังสือ นี้ คัด ออก จาก จดหมาย เหตุ ชื่อ รางกังเกน
มี เมล มา ใหม่
๏ มี เมล มา ใหม่ ด้วย เรือ เจ้าพระยา ณวัน อาทิตย์ แรม สอง ค่ำ เดือน แปด จุล ศักราช ๑๒๒๘ ข่าว ว่า แต่ เมือง ประ เทศ ยุโรป แต่ เดือน แปด บูรพาษาฒ แรม สาม ค่ำ ว่า เมือง ปรุศเซีย กับ เมือง ออศเตรีย กำลัง รบ กัน นัก เมือง อิตา ลี เข้า ช่วย เมือง ปรุศเซีย ข่าว ว่า เมือง ออศเตรีย แพ้ ไซยชนะ หลาย ครั้ง แล้ว แล ข่าว ว่า เมือง ฝรั่งเศศ จะ ช่วย เมือง ออศเตรีย
| ๏ ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง แรม เดือน - ๘/๘ - นี้. ฯะ | |||||||
| คำ อังกฤษ | คำ ไทย | คำ จีน | อาทิตย์ ขึ้น กี่ โมง | อาทิตย์ ตก กี่ โมง | อาทิตย์ เที่ยง กี่ โมง | จันทร์ ขึ้น กี่ ทุ่ม | |
| เดือน ยูไลย | เดือน ๘ / ๘ | เดือน ๖ | |||||
| วัน เสาร์ | ๒๘ ค่ำ | แรม ค่ำ ๑ | ๑๖ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ทุ่ม ๑ ๑๗ นาที |
| วัน อาทิตย์ | ๒๙ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ๑๗ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ๒ ทุ่ม ๔ นาที |
| วัน จันทร | ๓๐ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ๑๘ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ๒ ทุ่ม ๔๙ นาที |
| วัน อังคาร | ๓๑ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ๑๙ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ๓ ทุ่ม ๓๘ นาที |
| เดือน ออกัศ | |||||||
| วัน พุทธ | ๑ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ๒๐ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๗ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ๔ ทุ่ม ๓๓ นาที |
| วัน พฤหัศ | ๒ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ๒๑ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๗ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ๕ ทุ่ม ๒๙ นาที |
| วัน ศุกร | ๓ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ๒๒ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๗ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | . . . . |
| วัน เสาร์ | ๔ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ๒๓ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๗ ทุ่ม ๒๕ นาที |
| วัน อาทิตย์ | ๕ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ๒๔ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๘ ทุ่ม ๒๔ นาที |
| วัน จันทร | ๖ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | ๒๕ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๙ ทุ่ม ๒๔ นาที |
| วัน อังคาร | ๗ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ๒๖ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๖ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๑๐ ทุ่ม ๒๑ นาที |
| วัน พุทธ | ๘ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ๒๗ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๕ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๕ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๑๑ ทุ่ม ๑๕ นาที |
| วัน พฤหัศ | ๙ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ๒๘ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๕ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๕ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | จันทร ตก |
| วัน ศุกร | ๑๐ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ๒๙ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๔๕ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๕ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๑๒ ทุ่ม ๑๑ นาที |
| วัน เสาร์ | ๑๑ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | เดือน ๗ ค่ำ ๑ | ๑๑ ทุ่ม ๔๕ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๕ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๑๒ ทุ่ม ๕๔ นาที |