BANGKOK RECORDER

BANGKOK RECORDER

เล่ม ที่ ๒ เดือน ๘ แรม สิบ ห้า ค่ำ ปี ขาน อัฐศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน ออคัศ วัน ที่ ๑๑ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๑๒

การ จัด แจง ใน กรุง เทพ เพื่อ จะ แก้ โรค ลง ราก


๏ ใน จดหมายเหตุ ที่ ออก หน หลัง นั้น, มี ข้อ ใหญ่ ว่า ด้วย อาการ โรค ลง ราก แล การ รักษา โรค นั้น. เรา ลง ข้อ ใหญ่ นั้น เพราะ เหน จะ มี คุณ มี ประโยชน์ แก่ บ้าน เมือง มาก. เรา คิด กลัว ว่า โรค นั้น จะ มา ถึง กรุง เทพ ฯ ปี นี้ ฤา ปี น่า. ถ้า แม้น มา ถึง ยัง ไม่ ได้ จัด แจง บ้าน เมือง ไว้ ดี ๆ ก็ จะ เปน อัน ตราย มาก. เรา ยัง อ้อน วอน ถึง พระเจ้า เพื่อ จะ ไม่ ยอม ให้ โรค นั้น มา ถึง ได้. แต่ ยัง หา รู้ ว่า จะ โปรด ฤา ไม่ โปรด. แต่ เหน ควร ที่ จะ จัด แจง ไว้ เหมือน ได้ รู้ แน่ ว่า, คง จะ มา ถึง, เหมือน เรา อ้อนวอน พระ เพื่อ จะ รักษา ลูก เมีย ไว้, จะ ให้ อยู่ เปน สุข, ก็ ควร ที่ จะ อุสาห์ พาก เพียร ใน การ ที่ หา สุข ต่าง ๆ ด้วย จึ่ง จะ ถูก. เรา เหน ว่า ควร ที่ ขุนนาง ทั้งปวง ใน กรุง เทพ ฯ, จะ ได้ ป้อง กัน รักษา กรุง เทพ ฯ ไว้ เพื่อ จะ ไม่ ให้ โรค นั้น ทำลาย ชีวิตร คน มาก. เรา ได้ ยิน ข่าว ว่า โรค ลง ราก บัง เกิด อยู่ ใน ประเทศ อินดูสต่าน บังคล่า มาก. เมล์ ที่ มา หน หลัง บอก ว่า ถึง เมือง ปตาเวีย. เพราะ โรค นั้น มัก มา ทาง เรือ มาก. เหน ว่า มี เรือ สยาม ค้า ขาย ที่ เมือง ปตาเวีย น่า กลัว ว่า จะ พา เอา โรค นั้น มา ด้วย.

๏ ที่ ประเทศ ยูโรบ แล อเมริกา ทุก วัน นี้, ก็ รู้ เปน แน่ ว่า โรค ลง ราก อาไศรย โสโครก มาก. ถ้า บ้าน เรือน ไหน ๆ ไม่ สอาด โดย มาก โรค นั้น ก็ กำเริบ นัก. ถ้า บ้าน เมือง ไหน สอาด โรค นั้น ก็ จับ ได้ น้อย ตัว คน. เรา จึ่ง ปราฐนา จะ ให้ ท่าน เสนา บดี ใน กรุง เทพ ฯ, จัด แจง ดู ทั่ว ไป ใน บ้าน ใน เมือง ว่า ที่ ไหน เกิด โสโครก มาก, ควร จะ ทำ ยัง ไร จะ ล้าง โสโครก ออก ให้ ได้ ทุก วัน ๆ. เรา เหน หลาย แห่ง, ที่ น้ำ ขึ้น ไม่ ถ้วม ถึง โส โครก ยัง ค้าง อยู่ โสโครก ก็ กล้า ขึ้น ทุก วัน ๆ. ถ้า มี โรค มา ถึง แล้ว ที่ นั้น ก็ จะ เปน ที่ บำรุง โรค ลง ราก แท้. ที่ บ้าน พุต เกจ ล่าง ริม บ้าน พวก มิศซันนาเร, เกิด โสโครก เพราะ น้ำ โสโครก ไหล มา แต่ ถนน เจริญ กรุง, ไม่ใคร่ จะ ออก ได้ ค้าง อยู่ ที่ นั้น. คน เกิด ไข้พิศม์ ที่ บ้าน มิศชันนาเร นั้น, พวก อเมริกา ตาย คน หนึ่ง, ที่ บ้าน พุตเกจ เมีย กัปตัน ชาติ ยุโรบ ตาย คน หนึ่ง, เปน ไข้ แทบ ตาย อีก สอง คน สาม คน แต่ รอด ได้. หมอ แคม เบล ผู้ รักษา จึ่ง ว่า ไข้ นั้น เกิด เพราะ โสโครก, ที่ ค้าง อยู่ หลัง บ้าน พุตเกจ. กงสุล พุตเกจ กับ หมอ ดิน เรี่ย ราย เงิน ขุด คลอง นั้น ออก ให้ คล่อง, ภอ ที่ น้ำ ขึ้น ก็ ไป ได้ ล้าง ออก เสีย ทุก วัน ๆ, จึ่ง ไม่ ต้อง กลัว ต่อ ไป.

๏ โสโครก เช่น ว่า นี้ ก็ มี มาก ใน กรุงเทพ ฯ ก็ ควร ที่ จะ ขุด คลอง ให้ น้ำ ไหล เข้า ไหล ออก ได้. ถ้า ไม่ ทำ น่า กลัว ว่า จะ เกิด ไข้ ลง ราก นัก. ถึง จะ ไม่ เปน ลง ราก ก็ จะ เปน ไข้ บิด บ้าง ไข้ พิศม์ บ้าง. กรุงเทพ ฯ เปน ที่ จะ ล้าง ด้วย น้ำ สดวก ไม่ ต้อง ลง ทุน มาก, เพราะ น้ำ ขึ้น น้ำ ลง มี ทุก วัน ๆ ทั่ว ไป. คน อยู่ ริม แม่ น้ำ ริม คลอง ก็ มาก. ถึง ไม่ ได้ อยู่ ริม คลอง ก็ ภอ ที่ จะ ทำ คลอง เล็ก ๆ ให้ ถึง บ้าน ได้. น้ำ ก็ จะ ไหล ขึ้น ไหล ออก ได้ แทบ จะ ทุก วัน, เหน ว่า ควร ที่ คอเวอเมนต์ จะ บังคับ ให้ คน ทำ การ นั้น อย่า ให้ โสโครก ค้าง อยู่ ที่ บ้าน เลย.

๏ แต่ เรา เหน ว่า ฝูง ราษฎร ทั้งปวง เกียจ คร้าน นัก. ไม่ อยาก ทำ ให้ ที่ บ้าน ของ ตัว สอาด, เขา ชอบ อาบ น้ำ ทุก วัน ให้ ตัว สอาด ก็ จริง, ถ้า ไม่ อาบ ทน ไม่ ได้. แต่ เขา อาจ ทน โส โครก ใน บ้าน ใน ที่ นอน ใน ที่ มุ้ง หมอน ใน ใต้ ถุน หนัก นัก เหลือ ที่ จะ เปรียบ เทียบ, เขา ทน ได้ ว่า ชั่ง มัน เปน ไร. ฝูง ราษฎร ภอ ที่ จะ ทำ คลอง เล็ก ๆ ไข ให้ น้ำ ไหล ออก จาก ใต้ ถุน. ถ้า เข้า กัน หลาย บ้าน เอา แรง กัน ทำ ก็ ได้. ไม่ ต้อง ลง ทุน มาก.

๏ บัด นี้ ข้าพเจ้า ปราฐนา จะ ชัก ชวน ให้, คอเวอเมนต์ มี หมาย ประกาศ ถึง ทุก บ้าน ทุก เรือน ให้ เจ้า บ้าน ทั้งปวง ชำระ ใน บ้าน ใน ที่ นอน ใต้ ถุน ทุก แห่ง ให้ ดี, ให้ รักษา ไว้ อย่า ให้ บังเกิด โสโครก อีก ได้. ถ้า แม้น ไม่ ฟัง ให้ ปรับ ไหม ตาม ที่ สม ควร, สินไหม นั้น ให้ เข้า ใน ท้อง พระคลัง, นิ แล เปน การ ที่ คอเวอ เมนต์ กรุงเทพ ๚ ควร จะ เอา เปน ธุระ โดย เรว, จะ เปน คุณ เปน ประโยชน์ แก่ กรุง เทพ ฯ มาก. ที่ ประเทศ ยูโรบ แล อเมริกา มี กดหมาย ให้คน ทั้งปวง ทำ เย่า เรือน บ้าน ให้ สอาด, ถ้า ไม่ ฟัง ก็ เปน โทษ ตาม กดหมาย, กดหมาย เช่น นั้น ก็ ควร เพราะ ว่า, กรุง ใหญ่ มี คน ประชุม มาก, อยู่ แน่น กัน จำ เปน เกิด โสโครก. ถ้า ไม่ ได้ ไข ออก แล้ว เปน ไข้ นัก. ถ้า จะ ทิ้ง ไว้ ให้ คน ทำ ตาม อำเภอ ใจ ก็ คง จะ ไม่ ชำระ เลย. ใน ปี นี้ ได้ข่าว ว่า บ้าน เมือง ใหญ่ ๆ, ที่ ประเทศ ยูโรบ แล อเมริกา, จัด แจง บ้าน เมือง ให้ สอาด ดี ไม่ ให้ เกิด โสโครก ได้. ขอ ให้ คอเวอเมนต์ กรุงเทพ ฯ เอา นั้น เปน อย่าง, จึ่ง จะ ได้ ชื่อ เสียง ดี ขึ้น นัก. แล้ว จะ ได้ ให้ รอด ชีวิตร คน มาก กว่า มาก.


๏ หนังสือ คัด ออก จาก หนังสือ จด หมาย
เหตุ หมอยา ที่ เมือง อะเมริกา

๏ ข้อ ที่ ๑ ว่า ชาว บ้าน ทุก ครัว, เปรียบ ความ เหมือน เปน นี่ แก่ ตัว, เปน นี่ แก่ ครอบ ครัว ของ ตัว, แล เปน นี่ แก่ เพื่อน บ้าน ของ ตัว, ใน การ ที่ จะ รักษา ตัว รักษา บ้าน, ตั้ง แต่ ชั้น บน จน ใต้ ถุน, ตั้ง แต่ ปะตู บ้าน ไป จน สิ้น ที่ อัน เปน เขตร ฃอง ตัว. อย่า ให้ เปน ที่ จะ บำรุง ให้ เกิด โรค ลง ราก ได้ เลย. ควร ที่ ชาว บ้าน ทุก บ้าน จะ กวาด ชำระ ให้ หมด จด ใน จัง หวัด ของ ตัว.

๏ ข้อ ที่ ๒ ทุก คน ที่ เปน ขุนนาง มี อำนาถ ที่ บ้าน เมือง ใด ใด, ควร ที่ จะ เข้า ใจ ว่า เปน ธุระ ของ ตัว ตาม ที่ ได้ สัญญา ไว้ ใน ตำแหน่ง นั้น ว่า จะ ได้ รักษา ที่ ตำแหน่ง, เพื่อ จะ ได้ เปน ประโยชน์ แก่ บ้าน เมือง. ควร ที่ ขุนนาง ทุก ตัว คน จะ ดู แล สิ่ง เปน โสโครก ค้าง อยู่ ไม่ ไหล ออก ทุก วัน, ควร ที่ จะ บังคับ ให้ คน ชำระ ที่ เช่น นั้น เสีย ให้ เรว, ก่อน โรค ลง ราก ยัง ไม่ มา ถึง ถ้า ผัด ไป จน มา ถึง เข้า แล้ว แล จะ ชำระ โรค ก็ จะ เกิด กำเริบ ขึ้น.

๏ ข้อ ที่ ๓ ที่ ใน เมือง อเมริกา นั้น, ควร จะ ชำระ ใน เดือน สาม เดือน สี่ เมื่อ ยัง ไม่ ร้อน นัก. ถ้า ผัด ไป จน ฤตู ร้อน แล้ว. ก็ ลง มือ ทำ จะ เกิด ไมแอซ่ ขึ้น. ไมแอซ่ นั้น จะ เกิด โรค ต่าง ๆ มากมาย.

๏ ข้าพเจ้า ผู้ เปน เอดิตอร์ ของ จดหมาย เหตุ, เหน ว่า คำ ที่ พวก หมอ อะเมริกา ว่า นี้ เปน คำ ดี มาก. เรา เหน ว่า เวลา นี้ เปน เวลา ฝน ตก มาก ควร จะ ชำระ บ้าน เมือง, เพราะ เมื่อ เวลา ฝน ตก มาก ฝน ก็ ล้าง ซะ ไมแอซำ ออก เสีย. ไม่ ใคร่ จะ ขึ้น ได้. เพราะว่า ไมแอซำ นั้น, มัก เกิด เมื่อ ต้น ฤดู แล้ง, ด้วย ว่า ของ เน่า ของ โสโครก แห้ง ลง.


ข่าว พระ

๏ ข้าพเจ้า คำนับ มา ยัง ท่าน ผู้ จด หมาย เหตุ, ด้วย ข้าพเจ้า แจ้ง ว่า มี พระ ชื่อ ตาด, เปน หมอ วิเสศ แต่ ปาก, ข้าพเจ้า เหน อยู่ ว่า ผิด จริต สงฆ์ ทั้งหลาย, เข้า มา อยู่ บ้าน ตั้ง แต่ เดือน สาม จน เดือน แปด อุตราสาห, ที่ บ้าน นั้น จะ มี การ บวช นาค, พระ นั้น นึก ละ อาย จึ่ง ไป อยู่ วัด ละมุด ข้าง บ้าน, ต้น เดือน แปด บุร พาสาท ขึ้น ค่ำ หนึ่ง. ก็ กลับ มา อยู่ แต่ ว่า มา รักษา ไข้ ก็ อยู่ จน ทุก วัน นี้, แต่ ทรัพย์ สิ่ง ของ นั้น ก็ มอบ ให้ สีกา เก็บ อยู่ เรือน. แต่ เหน พระ ชื่อ ตาด นั้น คง จะ เปน ด้วง แอน เปน ชัด ที่ เดียว ถ้า จะ สืบ แล้ว ให้ ได้ จริง หมด ทั้ง นั้น. ขอ ท่าน จง จด หมาย เหตุ ให้ จง ได้, แต่ บ้าน เรือน อยู่ เฉลียง บาง โพ ข้าม ฝั่ง ตะ วัน ตก, ข้าง เหนือ วัด ละมุด ประ มาณ เส้น หนึ่ง, ขอ ท่าน จง ลง หนังสือ ประ กาศ เถิด.


๏ ว่า ด้วย หมา จิ้ง จอก หาง ด้วน ๚ะ

๏ เดิม นั้น มี หมา จิ้ง จอก ตัว หนึ่ง, ได้ เที่ยว ไป หา อาหาร กิน. ตัว ติด แร้ว เข้า ดิ้น ไป มา หาง ก็ ขาด แล้ว หนี ไป. ภบ เพื่อน เข้า ก็ ขาย นัก ไม่ อยาก จะ อยู่, เขา คิด ว่า ตาย เสีย จะ ดี เพราะ เอา หาง มา ติด เข้า ไม่ ได้ แล้ว, จำ เปน ต้อง ทำ ตาม ปัญญา เรา. จึ่ง เรียก หมา จิ้ง จอก เหล่า นั้น มา แล้ว จึ่ง ว่า เรา ทั้งหลาย ชวน กัน ตัด หาง เสีย ให้ หมด ด้วย กัน เถิด จึ่ง จะ ดี. หาง นี้ จะ เอา ไว้ ต้อง การ อะไร ไม่ ดี ดู น่า เกลียด น่า ชัง, เปน ฃอง หนัก ตัว เปล่า ๆ, ดู ประหลาด ใจ ด้วย ตัว เรา ต้อง ทน ธระ มาน เพราะ หาง นาญ มา แล้ว, แต่ ท่าน ทั้งหลาย ยัง หา รู้ ไม่ ว่า ตัด หาง เสีย แล้ว จะ สบาย ยัง ไร. ฝ่าย ตัว ข้าพเจ้า ได้ ตัด หาง เสีย บัด นี้, มี ความ สบาย ยิ่ง นัก. เพื่อน เอ๋ย จง ฟัง คำ เรา ว่า เถิด, จง จัด แจง หา ช่อง โอกาส ที่ จะ ตัด หาง เสีย ให้ หมด ด้วย กัน. หมา จิ้ง จอก ตัว หนึ่ง รู้ ว่า หมา ตัว นั้น คิด แร้ว หาง จึ่ง ได้ ด้วน, แล้ว จึ่ง ว่า ถ้า เรา เปน เหมือน ท่าน เรา จึ่ง จะ ตัด หาง บ้าง ให้ เหมือน กับ ท่าน. คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า ได้ เชื้อ ฟัง ถ้อย คำ ของ คน ที่ จะ หลอก ให้ ทำ ได้ ดี แก่ ตัว เอง.


พงษาวดาร อังกฤษ ต่อไป


๏ ปรินซออฟเวล จึ่ง สั่ง ให้ แต่ง ม้า พระ ที่ นั่ง อย่าง ดี, สี สังข์ พร้อม ด้วย เครื่อง ประดับ สำหรับ กระษัตร เสรจ์ มา เทียบ ไว้, แล้ว เชิญ พระเจ้า ฝรั่งเสศ ให้ สง ทรง เครื่อง ราชกระษัตร พิเสศ, เสดา มา ทรง อัศวราช ไป ข้าง หน้า ส่วน พระองค์ นั้น, ทรง ม้า เล็ก เลว ตาม เสดจ์ พระเจ้า ฝรั่งเสศ เสดจ์ ไป เฝ้า พระ ราช บิดา. ฝ่าย เอดเวิต พระเจ้า แผ่นดิน อังกฤษ ทรง ทราบ ว่า, ปรินซออฟ เวละ ราชโอรศ มี ไชย ชำนะ, จับ ยอน เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ ได้ พา มา เฝ้า, ทรง พระ โสมนัศ ปรีดา ภิรม เสดจ์ ออก มา คอย ชม พระโอรศ. ทอด พระเนตร เหน พระเจ้า ฝรั่งเสศ กับ ปรินซออฟเวละ ราชโอรศ เข้า มา เฝ้า, ก็ เสดจ์ จาก ราชาอาศน์ ไป ต้อน รับ ด้วย ปรีดา, ตรัส โอภาษ ปราไสย มิให้ พระเจ้า ฝรั่งเสศ เศร้า พระ ไทย. สั่ง ให้ แต่ง โต๊ะ ถวาย แล้ว พระราชทาน รังวัน ให้ พระเจ้า ฝรั่งเสศ อยู่ เปน ศุข สำราญ. เอดเวิต จึ่ง สัญญา ว่า, จะ เอา ค่า ไถ่. ถ้า ได้ ค่า ไถ่ แล้ว จะ ปล่อย ไป. ถึง ยัง ไม่ ได้ ค่า ไถ่ ครบ, ให้ ส่ง ขุนนาง ฝรั่งเสศ สี่ สิบ คน มา ไว้ เปน ตัว จำนำ. แล้ว พระองค์ ส่ง ยอน เจ้า แผ่นดิน ไป ยัง กรุง ฝรั่งเสศ. ครั้น ยอน เสดจ์ ไป ถึง กรุง ฝรั่งเสศ แล้ว จะ ทำ ตาม สัญญา, พระ ราชบุตร ซึ่ง ว่า ราชการ แทน พระองค์ อยู่ นั้น ไม่ ยอม. ยอน เกรง จะ เสีย สัตย์ เสดจ์ กลับ มา, สิ้น พระชนม์ อยู่ ใน เมือง อัง กฤษ, ใน คฤศต ศักราช ๑๓๖๔. อยู่ มา คฤศต ศักราช ๑๓๗๖ ปรินซออฟเวละ ก็ สิ้น ชีพ ล่วง ไป. ชาว พระ นคร โศก เศร้า อาไลย ถึง พระองค์ เปน อัน มาก. เมื่อ ปริน ซออฟเวละ ทิวงคต นั้น, พระชนม์ ได้ ๔๗ พรรษา. พระราช บิดา เสีย พระไทย โศก เศร้า ถึง พระราช บุตร มิ ได้ วาย. ก็ ทรง พระ ประชวร สวรรคต ใน คฤศต ศักราช ๑๓๗๗ พรชนมายุ ๖๕ พรรษา. อยู่ ใน ราช สมบัติ ๕๑ ปี. มี พระ ราชบุตร ๕ องค์, พระราช ธิดา ๔ องค์.

๏ คฤศต ศักราช ๑๓๗๗ พระราชโอรศ ของ ปรินซออฟเวล พระชนมายุ ๑๑ พรรษา, ได้ ราชาภิเสก ครอง กรุง ลอนดอน, ทรง พระนาม ริดเจิน ที่ สอง, ราชการ สิทธิ์ ขาด อยู่ แก่ พระ เจ้าอา ทั้ง ๓ องค์, ดุกออฟแลน แกซเตอ องค์หนึ่ง, ดุกออฟยอร์ก องค์หนึ่ง, ดุกออฟกล๊อคเสซตอ องค์หนึ่ง, สาม องค์ นี้ ช่วย กัน ว่า ราช การ แทน ริดเจิน เจ้า แผ่นดิน มา หลาย ปี. เมื่อ คฤศต ศักราช ๑๓๘๑ มี หมาย ประกาศ ให้ ราษฎร ทั้งปวง ที่ มี อา ยุ ๑๕ ปี ขึ้น ไป เสีย ส่วย คน ละ สิลึง, ราษฎร ทั้งปวง พา กัน เคือง ขุ่น วุ่น วาย นัก, ประชุม พูด จา ปฤกษา กัน อยู่ เปน หมู่ ๆ มี ผู้ นำ หน้า ผู้ หนึ่ง ชื่อ วัดไทเลล, พา พวก พ้อง เที่ยว ประกาศ ไป ว่า, พระเจ้า แผ่นดิน เบียด เบียน ให้ ราษฎร ร้อน ใจ อยู่ ท่วน หน้า. ใคร อยาก ได้ ความ เย็น ใจ แล้ว มา เข้า ด้วย เรา, ๆ จะ พา ไป ร้อง ทุกข์. คน ทั้งปวง บิดา ประชุม กัน อยู่ ใน ที่ นั้น ๆ, ก็ ดี ใจ เข้า กับ วัดไทเลล. ๆ ได้ พรรค พวก มาก ประมาณ สาม แสน คน, แล้ว ยก ไป กรุง ลอนดอน. ครั้ง นั้น พระเจ้า อา ทั้ง สาม องค์ หา อยู่ ไม่. พวก ขบถ บอก เข้า ไป ว่า, วัดไทเลล พา พวก พล มา เฝ้า, เชิญ พระเจ้า แผ่นดิน เสด็จ ออก มา, จะ ได้ ทูล ข้อ ราชการ บ้าน เมือง. เจ้า แผ่นดิน ตอบ ออก ไป ว่า, พรุ่ง นี้ ให้ วัดไทเลล พา กัน ไป ที่ ฝั่ง แม่ น้ำ เทม, จะ เสด็จ ไป ให้ เฝ้า ที่ นั่น. ครั้น รุ่ง ขึ้น ริดเจิ้น เจ้า แผ่นดิน ทรง เรือ พระ ที่ นั่ง เสด็จ ไป, มี ขุนนาง ตาม เสด็จ ไป ไม่ มาก. พวก ขบถ เหน เรือ พระ ที่ นั่ง มา, ก็ เกรียว กราว โห่ ร้อง ขึ้น อื้อ อึง, ประหนึ่ง จะ กรู กัน มา ทำ ร้าย แก่ พระเจ้า แผ่นดิน. ๆ เหน ดัง นั้น ก็ เสด็จ กลับ เสีย ไม่ ให้ เฝ้า พวก ขบถ ยิ่ง โกรธ กำเริบ หนัก ขึ้น, ตี บ้าน ขุนนาง ระ มา ตาม ทาง จน ถึง กรุง ลอนดอน, ทำ ลาย ล้าง ตึก กว้าน ร้าน เรือน เสีย หลาย หลัง. ริดเจิ้น ทราบ ดัง นั้น เสด็จ ออก ไป ให้ วัดไทเลล เฝ้า. วัดไทเลล ทำ ท่วง ที หยาบคาย, ขุนนาง ผู้ หนึ่ง เหน ดัง นั้น ฟัน ด้วย กระบี่ ต้อง วัดไทเลล ตาย ต่อ หน้า พระ ที่ นั่ง. พวก ขบถ เหล่า นั้น ตก ใจ. ริดเจิ้น จึ่ง ขับ ม้า ออก ไป ประกาศ ว่า, ท่าน ทั้งหลาย เอ๋ย อย่า เสีย ใจ เลย, ว่า ผู้ นำ น่า ของ ท่าน ตาย เสีย ไม่ มี ใคร นำ น่า, เรา จะ เปน ผู้ นำ น่า ท่าน ทั้งหลาย. ตรัส ดัง นั้น แล้ว เสด็จ ออก น่า พวก ขบถ, พวก ขบถ ตาม เสด็จ ออก ไป นอก เมือง. ขุนนาง ทั้งปวง ตก ใจ สำคัญ ว่า, พวก ขบถ จับ เจ้า แผ่นดิน ไป, ยก ทะหาร รีบ ตาม ไป โดย พลัน. พวก ขบถ เหน ทะหาร ตาม มา มาก ตก ใจ, กราบ ลง ทูล อ้อนวอน ขอ โทษ. ริดเจิ้น ทรง พระ กรุณา โปรด สั่ง ให้ กลับ. พวก ขบถ พา กัน กลับ ไป ถิ่น ถาน บ้าน เรือน ของ ตน. พระองค์ ก็ เสด็จ กลับ เข้า พระราชวัง มหา ชน ทั้งปวง สรรเสริญ ริดเจิ้น ว่า, ทรง พระ ปัญญา ยิ่ง ยง, ควร ครอบ ครอง กรุง ลอนดอน. ภาย หลัง มา ริดเจิ้น เพลิด เพลิน ใน การ เล่น, ไม่ เอา พระไทย ใส่ ใน ราช กิจ. ครั้ง นั้น คุก ออฟ แลนแกซเตอ พระเจ้าอา องค์ ใหญ่ ไป ทำ ศึก อยู่ เมือง อื่น. คุก ออฟ ขล๊อตเสซเตอ พระเจ้าอา องค์ น้อย คบคิด กับ ขุนนาง อื่น, ข่มขืน ให้ วิดเจิ้น ทำ หนังสือสัญญา, มอบ ราชการ ให้ แก่ ขุนนาง สิบสี่ คน. วิดเจิ้น ขัด ไม่ ได้ ก็ ยอม ทำ ตาม. คุก ออฟ ขล๊อด เสซเตอ ได้ โอกาส ดั่งนั้น แล้ว, แกล้ง พาล ฆ่า ขุนนาง ที่ สัตย ซื่อ สนิท ของ พระเจ้าแผ่นดิน เสีย หลาย คน, จน ชั้น พระพี่เลี้ยง ก็ ฆ่า เสีย ด้วย. วิดเจิ้น เจ้าแผ่นดิน แต่ ยอม อยู่ ใน อำนาจ ของ คุก ออฟ ขล๊อตเสซเตอ ถึง ปี หนึ่ง กับ หก เดือน, ให้ ขุ่น ข้อง หมอง พระไทย อยู่ เปน นิตย์. อยู่ มา วัน หนึ่ง วิดเจิ้น คุม ทะหาร ลอบ ไป จับ คุก ออฟ ขล๊อตเสซเตอ ได้, จำ ส่ง ไป ขัง ไว้ ณะ เมือง แคลิซ, แล้ว ประกาศ ให้ ขุนนาง ทั้งปวง มา ประชุม พร้อมกัน ณะ กรุง ลอนดอน, จะ ปฤกษา โทษ คุก ออฟ ขล๊อต เสซเตอ. แล้ว สั่ง ให้ เจ้าเมือง แคลิซ คุมตัว คุก ออฟ ขล๊อต เสซเตอ ส่ง มา จะ ปฤกษา โทษ. เจ้าเมือง แคลิซ บอก ตอบ มา ว่า, คุก ออฟ ขล๊อตเสซเตอ ถึงแก่กรรม เสีย แล้ว. ขุน นาง ทั้งปวง ประชุม พร้อมกัน อยู่ นั้น ต่าง คน ต่าง นึก สงไสย ว่า, ชรอย พระเจ้าแผ่นดิน จะ สั่ง เปน ความลับ ให้ ฆ่า เสีย. แล้ว ต้น การ ประชุม นั้น ก็ เลิก. ขุนนาง ทั้งปวง ก็ กลับ ไป บ้านเรือน ฃอง

๏ คฤศศักราช ๑๓๙๙ คุก ออฟ แลนแกซเตอ ถึงแก่ พิราไล. วิดเจิ้น เก็บ เอา ทรัพย์มรดก มา เปน ของหลวง สิ้น. บุตร ของ คุก ออฟ แลนแกซเตอ องค์ หนึ่ง, นาม เฮนเร โบลิงบก อยู่ ใน ประ เทศ ฝรั่งเสศ ทราบข่าว ดั่งนั้น, คิด จะ เอา มรดก ของ บิดา คืน, จัดแจง เรือรบ ข้าม มา ประเทศ อังกฤษ. ครั้งนั้น วิดเจิ้น เสดจ์ ไป ปราบปราม พวก ขบถ อยู่ ใน เกาะ ไอยะแลนด์. คุกออฟย็อค อยู่ รักษา พระนคร. เฮนเร โบลิงบก ครั้น ข้าม มา ถึง ประเทศ อังกฤษ แล้ว, คิด กับ ขุนนาง อื่น ว่า จะ ชิง เอา ราชสมบัติ. คุก ออฟ ย๊อค ทราบ ดั่งนั้น, ยก ทะหาร ไป กำจัด เฮนเร โบลิงบก. ๆ จึง ทูล แก่ คุก ออฟ ย๊อค ว่า, ข้าพเจ้า มา ทั้งนี้ ใช่ จะ ชิง เอา ราช สมบัติ นั้น หามิได้, ข้าพเจ้า มา จะ ว่ากล่าว เอา มรดก ของ บิดา คืน. คุก ออฟ ย๊อค เหน จริง ด้วย ก็ เชื่อฟัง, กลับ เข้า กับ เฮนเร โบลิงบก. วิดเจิ้น ปราบปราม พวก ขบถ ให้ สงบ เงียบ เปน ปรกติ แล้ว เสดจ์ กลับ มา, ทราบ ว่า คุก ออฟย็อค ไป เข้า กับ เฮนเร โบลิงบก เสีย แล้ว, ก็ เสียพระไทย เสดจ์ ไป ซุ่ม ซ่อน อยู่, ด้วย ทรง เหน ว่า, ขุนนาง ที่ สัตย์ซื่อ ต่อ แผ่นดิน ถ้า ทราบ ว่า พระองค์ เสดจ์ กลับ มา แล้ว, คง จะ พากัน มา เฝ้า พระองค์. เฮนเรโปลิงบก ทราบ ว่า ริกเจิ้น กลับ มา เที่ยว ซุ่ม ซ่อน อยู่, คิด จะ พ่อ จับ ริกเจิ้น, จึง สั่ง ให้ ขุนนาง ไป ทูล ริกเจิ้น ว่า, เฮนเรโปลิงบก ยก มา ครั้ง นี้ จะ มา ขอ เอา มรดก ของ บิดา คืน, ไม่ มา ชิง เอา ราชสมบัติ. เชิญ เสด็จมา สนทนา กัน เถิด, อย่า เสด็จ ไป เที่ยว ซุ่ม ซ่อน อยู่ ให้ ลำบาก พระองค์ เลย. ริกเจิ้น ได้ ทรง ฟัง ขุนนาง มา กราบ ทูล ดัง นั้น สำคัญ ว่า จริง, ก็ เสด็จ ไป. เฮนเรโปลิงบก เหน ได้ ที่ แล้ว จับ ริก เจิ้น พา ไป จำ ขัง ไว้ ใน กรุง ลอนดอน, แล้ว ข่ม ขืน บังคับ ให้ ริกเจิ้น ลง พระนาม ใน หนังสือ สัญญา ถอด พระองค์ เสีย จาก เจ้า แผ่นดิน. ริกเจิ้น ขัด ไม่ ได้, ก็ ลง พระนาม ไว้ ใน หนังสือ สัญญา นั้น. อยู่ มา ภาย หลัง เฮนเรโปลิงบก ทรง เห็น ว่า, ริก เจิ้น ยัง มี พระชนม์ อยู่, ที่ ไหน พระองค์ จะ ครอง ราชสมบัติ เปน ศุข, จึง ให้ คน ลอบ ไป ประหาร ชีวิตร ริกเจิ้น เสีย ใน เรือน จำ. ริกเจิ้น เจ้า แผ่นดิน สิ้น พระชนม์ ชีพ ใน คฤศตศักราช ๑๔๐๐ พระ ชนมายุ ๓๕ พรรษา. อยู่ ใน ราช สมบัติ ๒๔ ปี. ไม่ มี พระ ราชโอรส.

๏ ใน แผ่นดิน ริกเจิ้น นี้, มี บาทหลวง คน หนึ่ง ชื่อ ยอน วิก กลิต, ได้ เทศนา สั่งสอน ให้ คน ทั้งปวง รู้ ว่า โพป ทำ ล่วง เกิน แล ติ เตียน บาทหลวง อื่น ๆ, ว่า เทศนา สั่ง สอน ให้ ผิด จาก คำ ที่ พระเยซู ตรัส บัญญัติ, เอา ตาม ใจ ของ คน. ถือ ว่า ไม่ มี ใคร รู้. คำ ที่ โพป บาทหลวง ทั้งปวง สั่ง สอน นั้น, จะ ถือ เอา เปน แบบ อย่าง มั่นคง นั้น ไม่ ได้. ด้วย เปน บัญญัติ ของ มนุษย์ มิ ใช่ บัญญัติ ของ พระเจ้า. จะ ถือ เอา แบบ แผน เยี่ยง อย่าง มั่น คง ได้ แต่ บัญญัติ ของ พระเจ้า. โพป บาทหลวง ทราบ ว่า ยอน วิกกลิด เที่ยว พูด จา สั่ง สอน ดัง นั้น, สั่ง ให้ จับ ยอน วิก กลิก เสีย. แล้ว ให้ บิชับ แห่ง กรุง ลอนดอน คาดโทษ. แต่ ขวาง อยู่ ด้วย ดุกออฟแลน แกซเตอ แล ขุนนาง หลาย คน, นับ ถือ เชื่อ ฟัง ยอน วิกกลิก, คอย ป้อง กัน อยู่ มิ ให้ ทำ อันตราย แก่ ยอน วิกกลิก ได้. ยอน วิกกลิก จึง ไม่ เปน อันตราย. ครั้ง นั้น คำ โอวาท ศาสนา แห่ง พระเจ้า เขียน ไว้ เปน ภาษา ละติง, จะ เข้าใจ ได้ แต่ พวก บาทหลวง. คฤหัฐ์ ชาว บ้าน ไม่ รู้ ไม่ เข้าใจ. พวก บาทหลวง ก็ หวง ห้าม เสีย ไม่ ให้ แปล เปน ภาษา อื่น. แต่ บาทหลวง ยอน วิกกลิด นั้น เห็น ว่า, ศาสนา คำ สั่งสอน ของ พระ เจ้า เขียน เปน ภาษา ละติง ไว้ ฉนี้, ยาก ที่ บุค คน จะ รู้, ทั้ง พวก บาทหลวง ก็ หวง กัน ห้าม มิ ให้ แปล ออก เปน ภาษา ชาวเมือง นั้น ๆ


แผนที่โลกย์ ต่อ ไป


๏ แต่ นี้ จะ แสดง พื้น ประฐพี, แผน ที่โลกย ต่อ น่า ๑๐๔ สืบไป . ที่ ฟริซิกโซน ส่วน เหนือนั้น, ปี หนึ่ง มี สอง ฤดู ๆ หนาว มาก ๙ เดือน, ฤดู หนาว น้อย ๓ เดือน. เมือง ครีน ลันต์แล เมือง ลับลันด์ เปน ต้น. เมือง เหล่า นี้ หนาว เตม ที่ จน น้ำพื้น บน ค่น แฃง เปน ไฃ คน เดิน ได้. ฝน อยู่ บน อากาศ กลาย เปน ซะโน ตก ลง ทั้ง คืน แล วัน, ปิด ทับ เย่า เรือน เกลื่อน กลาด แผ่น ดิน. ใบ ไม้ ไม่ มี ร่วง หล่น หมด งอก ขึ้น ไม่ ได้. ต้น ผัก หญ้า ตาย เหลือ อยู่ แต่ เง่า ราก เท่านั้น. ซะโน ตก แทบ ทั้ง ปี, แต่ ว่า บาง ที่ มาก บ้าง ที่ น้อย, คน หา กิน ก็ ลำ บาก หนัก. ลาง แห่ง ซะโน ตก ที่ ดิน หนา สอก หนึ่ง สอง สอก สาม สอก ก็ มี. ซะโน นั้น ขาว เบา ตก ลง มา ใหม่ ๆ ก็ อ่อน คล้าย นุ่น แล สำลี ไม่ ละลาย: คน เอื่ยบ ก็ จม ลง ถึง ดิน. ซะโน ปลิว ลง มา ปึก กั้น หน ทาง ที่ คน เดิน แล ทาง รถ เสีย. คน ต้อง ฃุด คุ้ย ออก ให้ พ้น หน ทาง รถ, ๆ จึ่ง จะ เลื่อน ไป ได้. เมื่อ ตก ลง มา อยู่ นาน ยุป แน่น เข้า แล้ว, คน เดิน เอื่ยบ ย่ำ ก็ ไม่ จม. ถ้า ลม พัด มา กล้า ซะโน ที่ ตก ลง มา ก็ รวม เข้า หา กัน เปน กอง ใหญ่ สูง ราว กะ ภู เฃา. เพลา เช้า คน ตื่น นอน ลุก ขึ้น, เปิด ประตู จะ ออก ไป นอก ไม่ ใคร จะ ได้. ต้อง ออก ไป ตาม ช่อง ที่ กำ บัง ลม, เอา จอบ เสียม ขุด ออก เสีย. จึ่ง เผย ประตู มี หน ทาง เดิน ออก ไป ภาย นอก ได้. จะ ทำ นา ทำ สวน ก็ ไม่ ได้. ผลไม้ โภชนาหาร ก็ กัน ดาร ขัด สน. ต้อง กิน เนื้อ สัตว ต่าง ๆ เปน อา หาร.

๏ คน ชาว เมือง เหล่า นั้น, เอา หนัง สัตว ที่ ขน ละเอียด อ่อน มี หมี สุนักข์ จิ้ง จอก กวาง เปน ต้น, มา ใช้ ทำ เสื้อ กาง เกง หมวก ถุงมือ แล เสื้อ ปู นอน, แล ทำ หลัง คา ฝา เรือน ก็ มี. สัตว ที่ เกิด แถบ หนาว นี้ มี ขน ก็ มาก, แล ละ เอียด อุ่น ด้วย. ถ้า ไม่ อย่าง นั้น วัน หนาว ไม่ ได้ คง ตาย เปน แน่. บาง แห่ง คน ชาว เมือง นั้น, ช่วย กัน ขุด หลุม ให้ กว้าง แล้ว, เอา หนัง สัตว ทำ หลัง คา ราก หญ้า มา กัน ปิด. ทำ เปน เหมือน ฝา หลาย ห้อง. อยู่ ห้อง ละ ๕๐ คน บ้าง ๑๐๐ คน บ้าง ๑๕๐ คน บ้าง กัน หนาว. คน อยู่ ที่ แถบ หนาว เช่น กล่าว มา นี้ โง่ ทั้ง นั้น. หนังสือ ก็ ไม่ รู้, วิชา การ ช่าง เหลก ช่าง ไม้ ก็ ไม่ เปน, ดู เหมือน ถือ กัน ว่า, มี หนัง สัตว พอ กัน เยน หา กิน พอ อิ่ม ท้อง แล้ว ก็ เปน สุข สบาย มาก ฉนั้น. เมื่อ แรก ชาว อัง กฤษ แล่น กำ ปั่น เข้า ไป จะ สั่ง สอน พวก เมือง นั้น, คน ทั้ง หลาย เหน ใบ กำปั่น, ตกใจ สำ คัญ ว่า ปีก นก ใหญ่, ปลาดใจ ตื่น กัน มา ดู มาก. ชาว อัง กฤษ ได้ สั่ง สอน คน ทั้งปวง ก็ รู้ หนังสือ แล วิชา การ บ้าง, จึง ค่อย สมบุลย ขึ้น. แต่ ไม่ เหมือน ประเทศ เมือง อื่น ๆ, ด้วย เปน เมือง หนาว มาก หนัก.

๏ คน ที่ อยู่ เมือง ลับลันด์ เหล่า นั้น, กิน เนื้อ แล นม กวาง เปน อาหาร, เมื่อ ไป เที่ยว ก็ ขึ้น ขี่ กวาง ใช้ ต่าง ม้า เอา ขน กวาง ทำ เสื้อ ใส่ กัน หนาว, คลาย ขน แกะ. หนัง ก็ ทำ เปน เกือก แล เสื้อ ปู นอน, ทำ เปน กาว, แล ทำ เครื่อง ใช้ ต่าง ๆ. กระ ดูก ทำ มีด ทำ ช้อน ทำ เขม. เอน ตาก แห้ง แล้ว ทำ เชือก แล ด้าย เย็บ ผ้า. เนื้อ กับ เปลว ทำ แกง. ลิ้น แห้ง แล้ว ขาย ให้ คน ที่ อยู่ แถบ ไม่ สู้ ร้อน ราคา แพง. คน ทั้งหลาย ไป เที่ยว ใช้ กวาง ลาก ซะเล เลื่อน บน ซะโน. ซะเล นั้น คล้าย รูป เรือ เปด วิ่ง เร็ว ไป, ไกล ได้ วัน ละ หลาย ๑๐๐ เส้น. คน ทั้งปวง นับ ถือ กวาง เปน สัตว ใช้ มี ประโยชน มาก. คน ไร มี กวาง หลาย เปน คน มั่ง มี, ถ้า ไม่ มี กวาง แล้ว เปน คน จน หนัก.

๏ คน ที่ อยู่ เมือง แถบ หนาว นั้น, ใช้ สุนักข์ ลาก ซะเล ก็ มาก, คน หนึ่ง มี สุนักข์ ถึง ๑๐ ตัว, แล้ว ไป ไหน ๆ ก็ ได้ โดย สะ บาย, ด้วย ไว้ ใจ สุนักข์ ว่า ไม่ใคร่ จะ หลง ทาง. เมื่อ หนาว มาก เจ้า ของ สุนักข์ ไป เที่ยว, ซะโน ก็ ตก ลม ก็ พัด แรง, ซะโน ปลิว เข้า หา กัน กั้น ทาง เสีย. ไม่ ใคร่ จะ เหน อะ ไร แทบ จะ มา บาน ไม่ ถูก, แต่ สุนักข์ เดิน ไป ได้ ไม่ หลง ลืม เลย.

๏ เจ้า เมือง ทั้งปวง ส่วน เหนือ หนาว มาก นั้น, กิน เนื้อ แล เปลว หมี เปน อาหาร. ได้ มา ตัว หนึ่ง กิน หลาย อา ทิตย กว่า จะ หมด. หมี ที่ แถบ หนาว นั้น เนื้อ ก็ ดี มี ราคา แพง มาก, คน ทั้ง หลาย พอใจ กิน เนื้อ หมี อย่าง นั้น, เปน ประเพณี บ้าน เมือง ของ คน ที่ อยู่ ประเทศ หนาว. ด้วย กัน ดาร ผลไม้ ผัก ไม่ มี จะ กิน ที่ มหา สมุท ข้าง เหนือ มี น้ำ แขง, ลอย ไป มา ได้ ใน ทเล หลาย แห่ง เหมือน เกาะ มี หมี เผือก ใหญ่, ขน ขาว อยู่ ที่ เกาะ นั้น. ลาง ที ว่าย น้ำ ไป เกาะ โน้น เกาะ นี้ บ้าง. หมี นี้ เปน สัตว ทน หนาว ยิ่ง กว่า สัตว ทั้งปวง, แม้น จะ หนาว สัก เท่า ใด ๆ ก็ ทน ได้.


ของ ต่าง ๆ เหนี่ยว เท่า ใด


๏ เหล็ก ที่ มี มาก แล มนุษย์ ต้อง การ มาก นั้น, เหนี่ยว กว่า ของ ที่ เกิด ด้วย แร่ หมด. เมื่อ ทำ ให้ เปน เหล็ก กล้า แล้ว, ถ้า โต กระเบียด เดียว ก็ จะ ยก ของ หนัก ๆ ได้ ประมาณ ถึง ๗๐ หาบ ไม่ หัก. ถ้า เปน เหล็ก กล้า อ่อน หน่อย, ยก ของ หนัก ได้ ประมาณ ๖๐ หาบ. เหล็ก ลวด โต กระเบียด หนึ่ง, ยก ของ หนัก ได้ ประมาณ ๕๐ หาบ. เหล็ก แท่ง โต กระเบียด หนึ่ง, ยก ของ ได้ ๔๐ หาบ. เหล็ก หล่อ โต กระเบียด หนึ่ง, ยก ของ หนัก ได้ ประมาณ ตั้ง แต่ ๒๕ หาบ ลง มา, ๙ หาบ ขึ้น ไป.

๏ ลวด ทองแดง โต กระเบียด หนึ่ง ยก ของ หนัก ได้ ๓๐ หาบ. ลวด เงิน โต กระเบียด หนึ่ง, ยก ของ หนัก ได้ ๑๖ หาบ ครึ่ง. ลวด ทองคำ โต กระเบียด หนึ่ง, ยก ของ หนัก ได้ ๑๗ หาบ. ลวด ตะกั่ว เกรียบ โต กระเบียด หนึ่ง, ยก ของ หนัก ได้ ประมาณ หาบ หนึ่ง กับ ๒๕ ชั่ง. ลวด สัง กะ สี หลอม, ยก ของ หนัก ได้ หาบ หนึ่ง กับ ๓๐ ชั่ง. ลวด สัง กะ สี แผ่น, ยก ของ หนัก ได้ ๗ หาบ เสศ. ลวด ตะกั่ว นม เปน แท่ง, ยก ของ หนัก ได้ ประมาณ ๔๐ ชั่ง. ตะกั่ว ที่ ชุบ ให้ เหนี่ยว ขึ้น, ยก ของ ได้ หาบ หนึ่ง กับ ๔๕ ชั่ง. ลวด เหล็ก กับ เชือก ป่าน โต เท่า กัน. ลวด เหล็ก เหนี่ยว กว่า เชือก นั้น ๑๐ เท่า. เชือก ป่าน ใหญ่ ประมาณ นิ้ว ใหญ่ เต็ม ๆ, ยก ของ หนัก ประมาณ ๒ ตอนส์ ครึ่ง ไม่ ขาด, คิด เปน ๒๓ หาบ เสศ. แต่ ที่ จะ ใช้ เชือก นั้น จะ ใช้ ให้ หนัก เต็ม ที่ ตาม ที่ ประมาณ นั้น ไม่ ได้, จะ ไว้ ใจ ไม่ ได้ ให้ ใช้ แต่ ครึ่ง ที่ ประมาณ ไว้ นั้น. ถ้า เชือก โต ครึ่ง นิ้ว, ยก ของ หนัก ได้ ประมาณ ๖ หาบ. ถ้า โต กระเบียด หนึ่ง, ยก ของ หนัก ได้ หาบ ครึ่ง.


๏ ทาง เตลิ แกรฟ สิงค โปร์

๏ หนังสือ นี้ คัด ออก จาก จด หมาย เหตุ, ยาง กุ้ง แตม ว่า พวก อังกฤษ ที่ เมือง พม่า, จะ ได้ ดี ใจ หนัก หนา เพราะ พระ บาท สมเดจ์ พระเจ้า อยู่ หัว ณ กรุง สยาม ได้ ยอม ให้, ดับลียู, เอช, รีด เอศ ไคว เออ, ที่ เปน ขุนนาง เมือง สิงค์ โปร์, ให้ ทำ ทาง เตลิ แกรฟ, ใน เขตร แดน กรุง สยาม ตลอด ถึง สิงค์ โปร์. ข่าว นี้ ไป ถึง เมือง พม่า, โดย หนังสือ บาง กอก ริคอ เดอ พวก เรา ได้ ลง พิมพ์ หลาย ครั้ง แล้ว, ว่า ด้วย การ นี้. พวก ของ เรา รู้ ทุก คน ว่า คอเวอเมนต์ สยาม คง จะ ยอม, การ ที่ จะ ให้ เมือง พม่า แล เมือง บังกล่า แล ประเทศ ยูโรบ, ติด เนื่อง กัน อยู่ กับ กรุงเทพ ฯ นั้น. คอเวอเมนต์ สยาม คง จะ ชอบ ใจ ใน การ เตลิแครฟ. โปรด ดัง นี้ สม กับ ข่าว ที่ ฦๅ กัน ว่า, พระเจ้า แผ่น ดิน สยาม นี้, มี พระไทย โอบ อ้อม อารี มาก. ท่าน จะ ไม่ ยอม เข้า ด้วย การ ที่ น่า จะ เสีย น่า จะ ไม่ สำเรจ์. ท่าน จะ ไม่ ยอม สัญญา ใน การ ใด ๆ ที่ เปน การ จะ ไม่ สำเรจ์ ได้. ท่าน ยอม ลง หนังสือ สัญญา, แต่ การ ที่ เห็น ว่า จะ สำเรจ์ ได้ แต่ เท่านั้น. ท่าน ก็ ไม่ ยอม ใน การ รักษา สาย เตลิแครฟ. ไม่ ยอม ว่า, ถ้า สาย เตลิแครฟ เสีย เมื่อไร, ควเวอเมนต์ สยาม จะ รับ ช่วย สังซอม แปลง ท่าน ไม่ ได้ สัญญา ดัง นี้. พระเจ้า แผ่นดิน สยาม ยอม ให้ คน อังกฤษ, ทำ ทาง เตลิแครฟ ใน ประเทศ สยาม ตาม ที่ ชอบ ใจ, คอเวอเมนต์ สยาม จะ ช่วย รักษา ทนุบำรุง การ งาน ของ อังกฤษ ผู้ เจ้า ของ นั้น, เหมือน ได้ ทนุบำรุง การ งาน ของ ชาว สยาม เหมือน กัน. การ ที่ โปรด เกล้า ฯ เพียง นี้ ก็ เหน ว่า ดี อยู่ แล้ว, ไม่ ควร ที่ พวก เรา ชาว อังกฤษ จะ รบ กวน ยัก ย้าย ทูล ขอ อย่าง อื่น ๆ ต่อ ไป อีก ใน การ นี้. เรา นึก เหน ว่า พระเจ้า แผ่นดิน สยาม จะ ต้อง พระ ประสงค์ เข้า ส่วน ใน การ ที่ จะ ใช้ ทาง เตลิแครฟ นั้น บ้าง, แล้ว จะ ต้อง ให้ ผู้ รักษา ทาง เตลิแครฟ นั้น ทำ สัญญา ว่า เมื่อ พระเจ้า แผ่นดิน สยาม, จะ ต้อง การ ใช้ ทาง นั้น เมื่อใด, ก็ ต้อง ยอม ให้ ใช้ ตาม ที่ จะ ต้อง การ พวก เรา เหน ว่า ทาง เตลิแครฟ นั้น, ถ้า ไป จาก เมือง มระแมน ตรง ลง ไป ถึง เมือง ปาก น้ำ ชื่อ อำเชิด, ไป จาก อำเชิด ไป ถึง เมือง เยี่ย ออก จาก เมือง เยี่ย ไป เมือง ทวาย, ออก จาก เมือง ทวาย ไป เมือง เมอเกว, เมือง เหล่า นี้ ขึ้น แก่ อังกฤษ, ทาง เตลิแครฟ ตลอด เมือง เหล่า นี้ คง จะ ได้ กำไร มาก. ทาง ตั้ง แต่ เมือง ทวาย เข้า มา ถึง กรุง เทพ เปน ทาง ยาว ๘๐ ไมล์. ถ้า จะ วาง สาย เตลิ แครฟ ให้ มา ตาม ชาย ทะเล แถบ ตวัน ออก เมือง มลายู, เหน ว่า เคาเวอแมนต์ สยาม จะ ชอบ ด้วย, จะ ได้ เปน ประโยชน์ แก่ กรุง เทพ ฯ มาก กว่า แถบ ชาย ทะเล ตวัน ตก.

๏ จำ พวก ใด ๆ ที่ จะ ลง มือ ทำ สาย เตลิแครฟ ใน ทาง นี้ ก็ จะ ไว้ ใจ ได้ มั่น คง ว่า, คอเวอเมนต์ สยาม, แล เคาเวอแมน อังกฤษ คง จะ ช่วย สมเคราะห์ ตาม สม ควร. การ ที่ อังกฤษ จะ ทำ เตลิแครฟ นอก จาก อาณาเชตร นั้น, จำ เปน ให้ จำพวก กัม ปะนี เอา เปน ธุระ เอง. ที่ จะ ให้ คอเวอเมนต์ อังกฤษ เอา เปน ธุระ ก็ หา ควร ไม่. เรา เหน ว่า พวก อังกฤษ ที่ เข้า ทุน กัน นั้น ไม่ ควร ที่ จะ กลัว ขาด ทุน ใน การ เตลิแครฟ นี้. ครั้ง ก่อน คน ท เปน เศรษฐี มี เงิน มาก, เข้า ทุน กัน คิด ทำ ทาง เตลิแครฟ ใน ท้อง ทะเล, ตั้ง แต่ เมือง รางกุง มา สิงคโปร์ ก็ ขาด ทุน นัก, เสีย เงิน เปล่า ๆ ที่ เดียว ลง ทุน หลาย แสน เหรียน, การ เช่น นั้น ก็ ควร ที่ จะ เข็ด นัก. แต่ การ ที่ จะ ทำ ทาง เตลิแครฟ ทาง บก นั้น ก็ ไม่ เหมือน เลย. เปน ทาง น่า เชื่อ ว่า จะ ได้ เงิน เปน ประโยชน์, แล จะ ให้ กรุง สยาม ที่ เปน ไมตรี กัน กับ เมือง อังกฤษ, ให้ ชิด กัน เข้า กับ เมือง เรา จะ เปน ประโยชน์ อย่าง ดี นัก. เรา มี ความ ปราฐนา จะ ให้ การ ดี นี้ ให้ กัมปะนี รับ เอา เปน ธุระ ลง มือ ทำ ให้ แล้ว เรว.


ข่าว เมือง บังกล่า

๏ ใจ ความ ว่า เข้า แพง ที่ เมือง โอริดซา, ยัง กำลัง แพง นัก. แต่ ว่า มี ฝน มา มาก แล้ว ไม่ ช้า ไม่ นาน ก็ จะ มี ผัก มี เข้า ภอ หา กิน. คอเวอเมนต์ อังกฤษ ได้ เบิก เงิน ประมาณ สอง แสน เหรียน, เพื่อ จะ ซื้อ เข้า แจก จ่าย ให้ แก่ ราษฎร ที่ ขัด สน. ถึง กระนั้น เข้า ก็ ยัง แพง อยู่.

๏ ข่าว มา แต่ เมือง กาละกะตา ว่า, คน อยาก คน จน ซูบ ผอม เจ็บ ป่วย เพราะ อด เข้า, ภา กัน เข้า มา ที่ เมือง กาละกะตา มาก. คอเวอเมนต์ ที่ เมือง กาละกะตา ก็ ได้ ทำ โรง ใหญ่ ๆ, ไว้ หลาย แห่ง สำหรับ ที่ จะ รับ คน ยาก คน จน ให้ อาไศรย์.

๏ อนึ่ง ความ ร้อน ที่ เมือง มาดรัส ร้อน มาก นัก, จน ชั้น นก เขา จับ อยู่ บน ต้น ไม้, เวลา กลาง วัน ก็ ทน ร้อน ไม่ ได้, ผลัด ตก ลง มา ตาย เปน อัน มาก. คน ภา กัน ไป จับ เอา มา กิน. ที่ เมือง เซอรำโป แล เมือง กาละกะตา ก็ ร้อน นัก, เครื่อง วัด ร้อน, คือ เทอมอมอิเตอ ปรอด ปี นี้ ก็ ขึ้น ถึง ร้อย สอง ดีคริ ใน ปี นี้. ก็ แต่ ปี กลาย นี้ ปรอด ขึ้น ๙๔ ดีคริ เท่า นั้น. ปี กลาย ใน เดือน ๕ เดือน ๖ มี ฝน ๒๑ นิ้ว กึ่ง. ปี นี้ มี ฝน ๑๐ นิ้ว เท่า นั้น. ถึง มี ฝน มา, ร้อน ก็ ไม่ คลาย ลง ได้. เมื่อ ฝน ตก ถ้า แล หยุด แล้ว ไอ ดิน ก็ ขึ้น มา มาก นัก, ภา ให้ ร้อน หนัก ขึ้น แทบ จะ เหมือน ไอ น้ำ เดือด. คน ผู้ ใหญ่ ๆ นึก ไป ว่า, แต่ ก่อน ๆ มา ก็ ไม่ เหย มี ร้อน เช่น นี้. ใน คฤศต ศักราช ๑๘๔๒ ก็ ร้อน มาก แต่ สู้ ปี นี้ ไม่ ได้. แต่ ร้อน อยู่ นั้น หลาย ขวบ อาทิตย์ มา แล้ว ยัง ไม่ ยัง ชั่ว. เมฆ ที่ มา แต่ ทะ เล ควร ที่ จะ บำรุง ให้ ร้อน คลาย, เมฆ ก็ ไม่ อยู่. ยัง เกิด ลม พัด กล้า เปน คราว ๆ. ร้อน ก็ ยัง ร้อน อยู่, ฟ้า ร้อง แผ่น ดิน ไหว ร้อน ก็ ไม่ ถอย. เมื่อ ฝน ตก ร้อน ออก มา จาก ดิน มาก ขึ้น. นก กา ที่ เมือง กาลกะตา จับ กิ่ง ไม่ อยู่, ดู เหมือน ปาก ยาว ไป ดู หิว โหย นัก. นก ใหญ่ อย่าง หนึ่ง ที่ เคย มี ใน เดือน ๕ เดือน ๖ ก็ หนี ไป ทน ร้อน ไม่ ได้. คน ที่ หาบ ของ ไป มา ใน เมือง ก็ เดิน โซร เซร ไป. ม้า ทน ร้อน ไม่ ได้ นอน ตาย อยู่ ตาม ถนน เมือง กาลกะตา หลาย ตัว. ต้น ตาล ต้น มะพร้าว ใบ เหี่ยว แห้ง ไป. ร้อน อ้าว ที่ เมือง กาลกะตา เต็ม ที, ลม อับ ทุก วัน ๆ. แดด กล้า สร่อง ลง ไป ใน แม่ น้ำ, แล้ว กระเดน ขึ้น บน เมือง กล้า นัก, สร่อง มา ถึง ที่ ของ โสโครก ค้าง อยู่, ภา ให้ ไอ โส โครก ขึ้น. สิ่ง ของ ทั้ง ปวง มนุษย์ แล สัตว เดียรฉาน, แล ต้น ไม้ ก็ เปน ทุกข ด้วย ร้อน นัก. หนังสือ ข้าง บน นี้, ได้ คัด ออก จาก จดหมาย เหตุ ชื่อ เฟรนด์ ออฟ อินเดีย.


เสมียร สิน แก้ ความ

๏ ข้าพเจ้า เสมียร สิน ให้ การ ว่า, ณวัน เดือน ยูไล ๕ ค่ำ ข้าพเจ้า ลง เรือ ไป ซื้อ เข้า เปลือก ที่ น่า วัด ราชาธิวาศ, คือ นาย พึ่ง นาย อ่ำ นาย ใจ นาย ดี, ประมาณ เข้า ห้าสิบ หกสิบ เกวียน, เปน ราคา ๓๙ บาท ๒ สลึง, แล้ว ข้าพเจ้า ก็ เลย ซื้อ ต่อ ขึ้น ไป. ครั้น ข้าพเจ้า กลับ ล่อง ลง มา, นาย พึ่ง นาย อ่ำ นาย ใจ นาย ดี ขอ คืน ตั๋ว ให้ กับ ข้าพเจ้า, ว่า จะ ขอ งด ไว้ สักวัน สอง วัน ขอ ฟัง รา คา ก่อน, แล้ว จะ ขาย ให้ กับ ข้าพเจ้า ตาม ราคา ท้อง น้ำ. ครั้น รุ่ง ขึ้น สอง วัน ข้าพเจ้า ลง เรือ ไป ซื้อ เข้า, เพลา เช้า นาย พึ่ง นาย อ่ำ นาย ใจ นาย ดี เรียก ข้าพเจ้า เข้า ไป ที่ เรือ, บอก ยอม ขาย เข้า ให้ กับ ข้าพเจ้า ตาม ราคา เดิม เปน ๓๙ บาท ๒ สลึง. เรือ เข้า ก็ ได้ ล่อง ลง มา ตวง ที่ โรง สี ไฟ ตะวัน ตก, ของ นาย ห้าง บึก กิน แปก แอน กำปนี. แต่ ข้อ ที่ ผู้ มี ชื่อ เอา ชื่อ ของ ข้าพเจ้า มา ลง หนังสือ พิมพ์ กล่าว โทษ ข้าพเจ้า, ข้อ หนึ่ง ว่า เจ้า เข้า วาน นาย สอน ดู ตั๋ว ของ ข้าพเจ้า ที่ เรือ เข้า คืน ตั๋ว ให้ ข้าพเจ้า, รา คา ๓๙ บาท นั้น หา จริง ไม่. แต่ นาย สอน ได้ ไป สืบ ราคา เข้า ได้ เหน ตั๋ว ของ ข้าพเจ้า แต่ ๓๙ บาท สอง สลึง เท่า นั้น. ข้อ ที่ สอง ว่า ข้าพเจ้า ไป ซื้อ ต่อ ราคา ๓๙ บาท ๒ สลึง, คิด ตั๋ว ให้ แต่ ๓๙ บาท. เจ้า เข้า เอา ตั๋ว มา คืน กับ ข้าพเจ้า. ข้อ นี้ เท็จ หา จริง ไม่. ตั๋ว ที่ เจ้า เข้า ขอ คืน นายสอน ก็ เหน เปน พญาน ว่า ตั๋ว ราคา ๓๘ บาท ๒ สลึง เท่า นั้น. ข้อ ที่ สาม ว่า เจ้า เข้า เอา ตั๋ว มา คืน กับ ข้าพเจ้า, เอา เข้า ไป ขาย ให้ กับ นาย คิด นาย กุ ลาบ แปด ลำ เปน เข้า ๑๔๒ เกวียน เท็จ หา จริง ไม่. เจ้า เข้า ที่ คืน ตั๋ว นั้น กลับ เอา เข้า มา ขาย ให้ กับ ข้าพเจ้า, ทั้ง ตาม ที่ เขา ญสัญญา กับ ข้าพเจ้า เมื่อ คืน ตั๋ว ขอ ท่าน เอา ตัว ที่ ผู้ เอา ชื่อ ของ ข้าพเจ้า ลง หนังสือ กล่าว ข้าพเจ้า, กับ นาย สอน พญาน มา เบิก ความ. ควร มิ ควร ได้ โปรด.


เสมียน สอน เปน พญาณ

๏ ด้วย ข้าพเจ้า เสมียน สอน อวยพร กราบ ท้าว มา ถึง นาย ห้าง ให้ ทราบ ด้วย ท่าน ทั้ง สอง อ้าง ตัว ข้าพเจ้า มา เปน พญาน นั้น ตัว ข้าพเจ้า จะ ขอ ให้ การ ตาม รู้ เหน ได้ ยิน ใจ ความ ว่า เดิม ณวัน เดือน แปด ขึ้น แรม กี่ ค่ำ จำ มิ ได้ ศักราช ๑๒๒๘ ปีขาล อัฐศก ใน เวลา เช้า วัน นั้น ข้าพเจ้า ลง รื่อ ไป ดู ราคา เข้า ที่ น่า วัด ราชาธิวาศ จึ่ง เหน เสมียน สิน ที่ รา คา รื่อ เข้า อยู่ ข้าพเจ้า ก็ จอด เข้า ไป ดู เหน ราคา ที่ ห่อ เข้า ของ เสมือน สิน ที่ ใน รื่อ นั้น หลาย ห่อ อยู่ เสมียร สิน จึ่ง ถาม ข้าพเจ้า ว่า จะ มา ดู ราคา ฤา ข้าพเจ้า จึ่ง รับ ว่า จะ มา ดู ราคา จะ ได้ ไป แจ้ง ความ กับ นาย ห้าง ของ ข้าพเจ้า บ้าง จึ่ง แล เหน ราคา ที่ ห่อ เข้า ของ เสมียน สิน ซื้อ ไว้ นั้น หลาย ห่อ แต่ ราคา ๓๘ บาท สลึง อยู่ ประมาณ ครู่ หนึ่ง นาย เทศ เจ้า เข้า เรียก ข้าพเจ้า ไป ข้าง ท้าย รื่อ เข้า ลำ หนึ่ง ถาม ข้าพเจ้า ว่า เมื่อ ไร จะ ซื้อ เข้า ข้าพเจ้า จึ่ง บอก ว่า ยัง ไม่ รู้ เลย จะ ลง ไป หา นาย ห้าง ฟัง ดู ก่อน ใน ทัน ใด นั้น นาย พึ่ง เจ้า เข้า เดิน ถือ หนังสือ ตั๋ว ราคา เข้า ของ เสมียน สิน ซื้อ ไว้ นั้น ฉัน ก็ ขอ ดู ตั๋ว ราคา เข้า เหน จริง ว่า ร่า คา ๓๘ บาท ๒ สลึง แน่ แล้ว เสมียน สิน ก็ ขึ้น ไป ซื้อ เข้า ข้าง บน ประมาณ ครู่ หนึ่ง ข้าพเจ้า ก็ กลับ มา บ้าน รับ ประทาน อาหาร ที่ เรือน ข้าพเจ้า สัก ครู่ หนึ่ง เสมียน สิน กลับ ลง มา ต่อ ว่า ข้าพเจ้า ว่า ยัง ไร เจ้า เข้า กลับ มา คืน ตั๋ว ฉัน เสีย หมด ข้าพเจ้า จึ่ง ตอบ คำ ว่า กับ เสมียน สิน ว่า ฉัน ยัง ไม่ ซื้อ ดอก ฉัน ไป ฟัง ราคา เจ้า ข้า มัน ตก ใจ หมาย ว่า ฉัน จะ ซื้อ เข้า ฉัน ก็ บอก ว่า ยัง ไม่ ซื้อ ดอก ครั้น อยู่ มา จึ่ง รู้ ว่า เจ้า เข้า มัน กลับ ไป ตวง ให้ โรง สี ไฟ ฝั่ง ตะวัน ตก แต่ ราคา ๓๘ บาท ๒ สลึง ยัง เดิม ขอ ท่าน จง แจ้ คำ ให้ การ ที่ ข้าพเจ้า ได้ รู้ เหน ได้ ยิน แต่ เท่า นี้ นอก จาก นั้น ไม่ ทราบ เลย


โจร ขโมย ผู้ ร้าย จก ลัก หนังสือ ใน โรงพิมพ์

๏ วัน พุธ เดือน ๘/๘ อุตราสาธ แรม ๑๒ ค่ำ เวลา เช้า มืด มี ผู้ ร้าย เข้า ไป ใน โรง พิมพ์ หัก กุญแจ ตู้ หนังสือ คะโมย กดหมาย ไทย เอา ไป หลาย จบ คง จะ เปน คน อยู่ ใน พวก ลูก จ้าง สำรับ โรง พิมพ์ จะ เปน ผู้ ใด ข้าพเจ้า หา รู้ ไม่ เหน คน ที่ คะโมย นั้น เมื่อ จะ ไป ขาย แก่ คน อื่น คง จะ ขาย ถูก กว่า ที่ โรง พิมพ์ ราคา ที่ ขาย ใน โรง พิมพ์ ทุก วัน นี้ กดหมาย จบ หนึ่ง สอง เล่ม เปน เงิน ๑๓ บาท สลึง ลาง ที จะ คะโมย เอา พงษาวดาร ด้วย ราคา พงษาวดาร ที่ โรง พิมพ์ จบ หนึ่ง เปน รา คา ๑๐ บาท สอง สลึง ลาง ที่ จะ คะโมย เอา ดิก ชนา เร เล็ก ๆ ด้วย ราคา ดิก ชนา เร นั้น เล่ม ละ ๔๐ สลึง เพราะ ว่า หนังสือ เหล่า นี้ อยู่ ใน ตู้ เดียว กัน ถ้า ผู้ ใด ๆ จับ ตัว ผู้ ร้าย ฤๅ จะ ชี้ ตัว ให้ เรา จับ ได้ เรา จะ ให้ รางวัล ผู้ จับ ๖ ตำลึง แล ชื่อ ผู้ ที่ จะ บอก ตัว ย้าย ผู้ ร้าย นั้น เรา ก็ จะ ปิด ไว้ ไม่ ให้ ใคร ๆ รู้

๏ เปน หนังสือ สัญญา ของ ออ กิ เต เจ้า ของ จด หมาย นี้


ข่าว มา ทาง เตลิแกรฟ

๏ มา แต่ เมือง ลอนดอน เมื่อ เดือน ๗ แรม ๔ ค่ำ, พวก พีเนียน ใน เมือง อะเมริกา, ที่ คิด ร้าย เมือง คานิดา ที่ ขึ้น เมือง อังกฤษ นั้น, ได้ ข้าม แม่ น้ำ ใน อาคะรา ที่ เอา ป้อม ใหญ่ ชื่อ อี รี ใน เขตร เมือง คานิดา, ทัพ คานิดา มา รับ ตี พวก พีเนียน, พวก พีเนียน ก็ แตก.

๏ ลอน ดอน เดือน ๗ แรม หก ค่ำ ข่าว ว่า, เมือง ออสเตรีย แล เมือง ปรอศเชีย นั้น, ราช ทูต ปฤก ษา กัน จะ มิ ให้ มี การ สง คราม, ปฤก ษา ไม่ ตก ลง กัน, ราช ทูต เมือง ออสเตรีย ก็ กลับ คืน ไป บ้าน, ราช ทูต เมือง ปรอลเชีย ก็ กลับ ไป บ้าน.

๏ ลอนดอน เดือน แปด ขึ้น ๓ ค่ำ ข่าว ว่า, พวก พีเนียน ที่ เมือง คานิดา ก็ แตก กระ จาย ไป. เปรสเดนต์ ยอนซัน ให้ มี หมาย ประ กาศ ออก, จะ ให้ จับ ตัว พวก พีเนียน ที่ เปน ใหญ่, ใน แขวง เมือง อยู่ ใน ทิศ เทศ ให้ ได้. ได้ จับ ผู้ เปน สำ คัญ ได้ หลาย คน. อนึ่ง เมือง ปรอศเซีย คิด เอา ตัว ออก จาก เมือง ยอมะเน หลาย หัว เมือง, ที่ แต่ ก่อน เข้า อา ไศรย แก่ กัน, จะ ไม่ ทำ การ ด้วย กัน อีก. เมือง ยอมะเน เล่านั้น จึ่ง เข้า ด้วย เมือง ออศเตรีย.

๏ ลอน ดอน เดือน แปด ขึ้น ๔ ค่ำ ข่าว ว่า, ขุน นาง ใหญ่ ว่า ราช การ ใน ลอน ดอน ขอ ลา ออก จาก ราช การ, เพราะ จะ ทำ ตาม ที่ ปราฐนา นั้น ไม่ ได้. อนึ่ง เมือง ปรอศเซีย แล เมือง อิตาลี่ เข้า กัน แล้ว. จึ่ง ประกาศ ให้ คน ทั้ง ปวง รู้ ว่า จะ รบ เมือง ออศเตรีย. ปรอศเซีย ได้ ตั้ง แรก รบ กัน, กับ พวก ออศ เตรีย ใน วัน นั้น, ปรอศเซีย ได้ ชนะ ใหญ่.

๏ ลอน ดอน เดือน แปด ขึ้น ๖ ค่ำ ข่าว ว่า, พวก ปรอด เชีย เข้า ใน แดน เมือง แซกโซนี่ ทั้ง ๓ ด้าน. แล้ว เข้า ไป ตั้ง ทัพ อยู่ เมือง เฮศซี่ แล เมือง แฮนโนเวอ. ทัพ เมือง แซกโซ นี่ ที่ แต่ ก่อน ขึ้น อยู่ กับ ปรอศเซีย, หนี ไป เข้า ด้วย ออศเตรีย

๏ ลอน ดอน เดือน แปด ขึ้น ๙ ค่ำ ข่าว ว่า, ทัพ เมือง อิ ตาลี่ ยก ไป ข้าม แม่ น้ำ มินเซียว, เข้า แดน เมือง ออศเตรีย ได้ รบ กัน กับ ทัพ ออศเตรีย. ที่ เมือง วิโรนา เปน การ รบ ใหญ่ ทัพ อิตาลี่ แพ้ แก่ ทัพ ออศเตรีย เสีย คน ทั้ง สอง ฝ่าย ตาย มาก.

๏ ลอน ดอน เดือน แปด ขึ้น ๑๓ ค่ำ ข่าว ว่า, ทัพ อิตาลี่ แล ทัพ ออศเตรีย ได้ รบ กัน อีก ครั้ง หนึ่ง, ที่ เมือง วิ โร นา, ทัพ อิตาลี่ แพ้ ออศเตรีย หนี ไป. ข้าม แม่ น้ำ มินเซียว กลับ คืน มา. อนึ่ง ทัพ ปรอศเซีย รบ กัน กับ ทัพ ออศเตรีย ที่ เมือง กาลิ เซีย ก็ แพ้ ออศเตรีย.

๏ ลอน ดอน เดือน แปด ขึ้น ๑๔ ค่ำ ข่าว ว่า, กวิน วิกโต เรีย, ยอม ให้ ขุน นาง ผู้ ใหญ่ ออก จาก ที่ ราช การ. อนึ่ง คารี่ บอล์ เปน แม่ ทัพ อิตาลี่. เมือง อิตาลี่ รบ กับ พวก ออศเตรีย ได้ ชนะ, ที่ เมือง ไทโรล์. ทัพ ปรอศเซีย รบ กับ ออศเตรีย ที่ เมือง โบฮีเมีย, ปรอศเซีย เสีย ที่ แตก กระจัด กระ จาย กัน ไป.

๏ ลอน ดอน เดือน แปด ขึ้น ๑๕ ค่ำ ข่าว ว่า, กวิน วิกโต เรีย ได้ เรียก ลอด เดอ เบ, มา ตั้ง เปน ผู้ ว่า ราชการ เอิล ยอน รัค เซล ลอด เดอ เบ รับ เปน ธุระ.

๏ ลอน ดอน เดือน แปด แรม ค่ำ หนึ่ง ข่าว ว่า, ลอด เดอ เบ เลือก หา คน ที่ จะ ทำ ราช การ ด้วย กัน ก็ ยาก, ไม่ ใคร่ จะ มี ใคร ทำ ราช การ ด้วย. ท่าน ได้ เอา บุตร ผู้ ใหญ่ ชื่อ ลอด สะตันเล มา ตั้ง เปน ขุน นาง ว่า ราชการ ต่าง ประเทศ. อนึ่ง ทัพ ปรอด เซีย รบ กัน กับ ออศเตรีย, ที่ เมือง โบฮิเมีย เปน ครั้ง ที่ ๒ ปรอศ เซีย เสีย ที่, ต้อง ทิ้ง คน ที่ ถูก อาวุธ เจ็บ ลำบาก แล คน ที่ ตาย ใน กลาง ศึก, ไม่ ทัน เก็บ ศพ ฝั่ง แตก หนี ออศเตรีย ไป เมือง ปรอศเชีย, ขอ งด การ ศึก สัก หน่อย แก่ ออศเตรีย, ๆ ไม่ ยอม.

๏ ลอน ดอน เดือน แปด แรม ๒ ค่ำ ข่าว ว่า, ทัพ ปรอศเชีย กับ ทัพ ออศเตรีย, รบ กัน อีก ที่ เมือง โบฮิเมีย เปน ครั้ง ที่ ๓ ทัพ ปรอศเชีย ได้ ชนะ.

๏ ลอน ดอน เดือน แปด แรม แปด ค่ำ ข่าว ว่า, การ รบ กัน หยุด แล้ว. เมือง ออศเตรีย ยก เมือง วินิเชีย ให้ แก่ เมือง อิตาลี. เมือง ออศเตรีย รับ เอม บีรอ ฝรั่งเสศ, ให้ เปน ผู้ จัด แจง การ ศึก หยุด ให้ กลับ เปน ศุข ด้วย กัน. เอม บีรอ จึง มี หมาย ประ กาศ ฝาก ไป ถึง เมือง ปรอศเชีย แล เมือง อิตาลี, ที่ เข้า กัน นั้น ให้ หยุด การ ศึก เสีย เถิด อย่า ให้ รบ เมือง ออศเตรีย ต่อ ไป.

ราคา สินค้า ฮ่องกง


๏ ณวัน พฤหัส บดี เดือน ๘ ขึ้น ๑๕ ค่ำ, ใน ๑๕ วัน เข้า ที่ ฮองกง ราคา ขึ้น หาบ ละ ๒๕ เซนต์ บ้าง, แล ๓๐ เซนต์ บ้าง, แล้ว ราคา ก็ ลด ลง ๕ เซนต์ บ้าง. ๑๐ เซนต์ บ้าง, เดี๋ยว นี้ รู้ แน่ ว่า เข้า ที่ ปลูก ใหม่ ใน ท้องนา เสีย บ้าง, แต่ จะ เสีย มาก น้อย เท่า ใด ก็ ยัง ไม่ ทราบ. ขาย ใน สอง ขวบ อาทิตย์ นั้น สอง แสน ๘ หมื่น ๖ พัน ร้อย หาบ. คือ เข้า รางกุง แสน ๒ หมื่น ๒ พัน ๗ ร้อย. เข้า ไซ่ง่อน ๘ หมื่น ๘ พัน ๕๐๐ ห้าบ. เข้า สยาม ๖ หมื่น ๓ พัน ๙๐๐ หาบ, เข้า กัมพุช หมื่น กับ พัน หาบ, ราคา เข้า บังกล่า ๒ เหรียน ๓๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์. เข้า สยาม อย่าง ต่ำ ๒ เหรียน ๑๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์ ที่ อย่าง กลาง ๒ เหรียน ๒๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๓๕ เซนต์, ที่ อย่าง ขาว ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์, เข้า ขาว ไซ่ง่อน ๒ เหรียน ๓๕ เซนต์. เข้า มนิลา ต่าง ๆ ราคา ๒ เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์. เข้า กล้อง ราง กุ้ง หาบ ละ ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๒๕ เซนต์. เข้า กล้อง อาระกัน หาบ ละ ๒ เหรียน ๑๐ เซนต์. แล ๒ เหรียน ๑๕ เซนต์.

๏ น้ำ ตาน ทราย ใน แรม ๑๕ ค่ำ นั้น เปน ราคา น้ำ ตาน ขาว ที่ หนึ่ง หาบ ละ ๘ เหรียน ๕๐ เซนต์, แล ๘ เหรียน ๗๐ เซนต์, ที่ ๒ หาย ละ ๘ เหรียญ ถ้วน แล ๘ เหรียญ ๓๐ เซนต์, ที่ ๓ ห้าบ ละ ๗ เหรียญ ๕๐ เซนต์แล ๗ เหรียญ ๘๐ เซนต์. น้ำ ตาน แดง ๔ เหรียญ ๗๐ เซนต์แล ๕ เหรียญ ถ้วน.

๏ ฝิ่น อย่าง ปัดนา ใหม่ หีบ ละ ๕๗๕ เหรียญ, อย่าง เก่า ๕๗๐ เหรียญ. อย่าง บีนารด ใหม่ หีบ ละ ๕๕๐ เหรียญ, อย่าง เก่า ๕๒๐ เหรียญ. อย่าง มะละวา หีบ ละ ๓๕๐ เหรียญ,

๏ ฝ้าย ราคา คง อยู่, ฝ้าย บังก ล่า หาบ ละ ๑๘ เหรียญ แล ๒๐ เหรียญ ครึ่ง. ฝ้าย เทียน สิน หาบ ละ ๒๑ เหรียญ แล ๒๒ เหรียญ. ฝ้าย เสี้ยง ไฮ หาบ ละ ๒๑ เหรียญ แล ๒๒ เหรียญ. ฝ้าย นิง โป หาบ ละ ๒๒ เหรียญ แล ๒๔ เหรียญ.

เรือ เจ้า พระยา ออก จาก กรุง ฯ
เดือน แปด ที่ สอง แรม หก ค่ำ


๏ คราว นี้ เรือ เจ้า พระยา หยุด อยู่ ได้ ๔ วัน ได้ ไป เรว, เพราะ มี ราช การ, คอเวอเมน สยาม ฝาก หนังสือ ไป นอก เปน การ ร้อน. ปราฐนา จะ ให้ ทัน เรือ เมล์ ที่ จะ ไป ประเทศ ยูโรบ. แล้ว ให้ เรือ เจ้าพระยา คอย อยู่ ที่ เมือง สิงคโปร์, กว่า เมล์ ยูโรบ จะ มา ถึง. เรือ เจ้าพระยา คราว นี้ จึง จะ กลับ มา ช้า ไป กว่า กำ หนด แต่ ก่อน สัก ๔ วัน, ควร จะ กลับ มา ถึง กรุง เทพ ฯ เดือน ๙ ขึ้น ๑๑ ค่ำ,

๏ ซี. ดับลิยู เวอชิน เอศไควเออ กับ ลูก เมีย โดย สาร เรือ เจ้า พระยา จะ ไป อยู่ เมือง สิงคโปร์, จะ ไป รักษา ตัว เปน ฝี ใน ปอด, หมาย ว่า จะ รักษา ตัว ที่ เมือง สิงคโปร์ ดี กว่า ที่ กรุง เทพ ฯ. เรา ผู้ ชาว เมือง อเมริกา ด้วย กัน ก็ ได้ ลา ท่าน ที่ เปน กงสุล อยู่ ก่อน บน กำปั้น เจ้า พระยา ใน เวลา เช้า ที่ จะ ล่อง ไป นั้น, มี ใจ สัง เวท ท่าน. ด้วย เขา ผอม อ่อน กำลัง ไป. เรา มี ใจ ปราฐนา จะ ให้ หาย โรค, ตาม ที่ ท่าน หมาย ว่า จะ หาย ใน เมือง สิงคโปร์.

๏ มิศเตอ เวอชิน ได้ ฝาก ธุระ ของ ท่าน ไว้ แก่ ดับลิยู. เอช. ฮัมอิลตัน, เรา ได้ ยิน ข่าว ว่า มิศเตอ เวอชิน, ถึง ว่า หาย ดี ก็ ไม่ กลับ มา ทำ การ ที่ กรุง เทพ ฯ อีก แล้ว. มิศเตอ เวอชิน แอน กัมปะนี ได้ ขาย ของ ๆ พวก ท่าน เปน เลหลัง หมด แล้ว, ใน เดือน แปด ที่ สอง ขึ้น สอง ค่ำ. ขาย ถูก นัก หมด ด้วย กัน เปน เงิน ประมาณ สี่ พัน เหรียญ. เรือ บาก ซื้อ ฟาก ที่ ได้ เปน ของ มิศเตอ เวอชิน แอน กัมปะนี ด้วย, ขาย เปน เลหลัง ใน วันศุกร เดือนแปดขึ้น ๑๕ ค่ำ, ขาย เปน สามพัน หก ร้อย เหรียน, ถูก นัก ควร จะ ขาย สอง เท่า.


ความ ศุข ใน กรุงเทพ ฯ

๏ ทุก วัน นี้ กรุง เทพ มี ความ ศุข อยู่ ใน เมือง ทั่ว ไป, แล มี ความ ศุข ด้วย เมือง นอก ทั้งปวงด้วย. เรา ได้ ยิน ความ ทะเลาะ กัน เหมือน จะ เกิด เหตุ ใหญ่, แต่ ว่า ประเดี๋ยว ก็ เลิก ไป, ดุจ เมฆ ตั้ง ขึ้น จะมี พยุห์ ใหญ่ แล้ว ก็ เลิก ไป. ลาง ที มี เสียง ดุจ ฟ้า ร้อง แต่ ที่ ไกล, แต่ทว่า เหตุ เหล่า นี้ เปน ที่ จะ ให้ ลม อากาศ ของ เรา ไม่ อับ ให้ สบาย ขึ้น. เรา ได้ ยิน ใน เรว นี้ ๆ ด้วย ความ ข่ม ขี่ ว่า จะ ให้ เมือง สยาม เกิด ศึก ด้วย เมือง อื่น, แต่ เรา นึก เหน ว่า, อาการ ที่ ข่ม ขี่ ดัง นี้ เหมือน กับ อาการ ที่ คน ราก ดี ขม ออก เสีย. ถ้า จะ รักษา ให้ หาย ดี ขม ก็ ชอบ ที่ จะ กิน น้ำ อุ่น ๆ ให้ เตม ท้อง จึง จะ ชำระ ดี ขม ที่ ใน ท้อง นั้น ออก ได้. อาการ นั้น ไม่ ควร จะ รักษา ด้วย ตำรา อะไร ที่ ลง พิมพ์ จดหมาย เหตุ เลย.


๏ อนึ่ง เอดิตอ ของ จด หมาย เหตุ, ที่ เมือง ซิราโป, เมือง ปีแนง, แล เมือง รางกุง, แล เมือง มะแมน, แล เมือง สิงค โปร, ได้ อ่าน บาง กอก ริคอเดอ ว่าท่าน พระ ยา มนตรี สุริวงษ ถึง อสัญญกรรม แล้ว, ก็ มี ใจ คิด สังเวท ถึง ลูก เมีย ท่าน แล พวก พี่ น้อง แล คอเวอเมนต กรุงเทพ


๏ อนึ่ง เรา มี หนังสือ ฝาก มา แต่ เมือง สิงค์ โปร เมล์ หน หลัง นั้น ว่า, ทาง เตลิแครพ ที่ จะ ทำ ตั้ง แต่ รางกุ้ง แวะ มา กรุงเทพ ฯ แล้ว แยก ไป สิงคโปร พวก นั้น, มี ความ หวัง ใจ ดี ขึ้น ทุก วัน. เหน ว่า ไม่ ช้า นัก ก็ จะ ลง มือ ทำ. คอเวอเมนต์ ที่ เมือง ปตาเวีย ซึ่ง ขึ้น แก่ เมือง เนดเทอ แลนด์, เหน ชอบ ด้วย. คง จะ ช่วย ให้ การ นั้น สำ เรจ เตม กำ ลัง ของ ตัว. แล ได้ ยิน ข่าว ว่า, มี หนัง สือ มา แต่ คอเวอเมนต์ อัง กฤษ ว่า ผู้ ใหญ่ ใน เมือง อังกฤษ ชอบ ใน การ นี้ เปน อัน มาก, เรา ปราฐนา จะ ให้ สม แก่ ข่าว อัน ดี นี้, ให้ ทาง นั้น แล้ว ใน ๒ ปี ให้ ได้, กรุงเทพ ฯ จึง จะ เลื่อน ขึ้น สูง กว่า แต่ ก่อน มาก.


บางกอก ดอกกำปนี คือ เจ้า ของ อู่ ใหม่

๏ อู่ แห่ง นี้ เพิ่ง ทำ แล้ว, พร้อม ใจ จะ รับ เรือ ใหญ่ น้อย ทุก อย่าง. เชิญ ให้ ท่าน เจ้า ของ เรือ, แล นาย เรือ ทั้งหลาย, จง พิ จารณา ดู อู่ ใหญ่ นี้. คง จะ เหน ว่า เปน อู่ ดี กว่า อู่ ทั้งปวง ใน พระ ประเทศ นี้ จะ ได้ แก้ เรือ ซ่อม แปลง เสีย ใหม่ โดย สดวก ดี ที่ อู่ นั้น ยาว ได้ ๓๐๐ ฟุต แล คง จะ ได้ ยาว นั้น อีก โดย กว้าง ได้ ๑๐๐ ฟุต, ฦก ๑๕ ฟุต ที่ อู่ มี ปะตู เรียก ว่า ไกซัน, กา ระปิด มิด ได้ โดย เรว ที่ นอก ปาก อู่ ใน ออก ไป นั้น, จด ถึง ลำ แม่น้ำ โดย ยาว ๑๒๐ ฟุต มี เขื่อน สอง ฟาก กว้าง ขวาง แขง แรง นัก, กำปั่น เล็ก กำปั่น ใหญ่ จะ จอด อาไศรย อยู่ ปาก อู่ ได้ ใน ทุก เวลา ไม่ เปน อันตราย เลย. แล มี เครื่องจักร สำรับ ยก เสา กะโดง, แล บ่อน้ำ สำรับ กลไฟ แขง แรง นัก อู่ นั้น พร้อม ด้วย เครื่องสูบ ไป ด้วย กำลัง กลไฟ มี แรง มาก เพื่อ จะ ได้ สูบ น้ำ ให้ ออก ได้ โดย เร็ว ได้, ไม่ ว่า น้ำ ขึ้น น้ำ ลง พร้อม ด้วย เครื่องใช้ ใน การ ทำ เรือใบ แล เรือกล แล การ นั้น มี นาย ที่ เปน ชาติ ยูรบ, ได้ เคย ทำ การ เช่น นั้น หลาย ปี, จึง ชำนาณ ใน การ เหล่า นี้ ทุก อย่าง.

๏ แล ลูก จ้าง สำรับ อู่ นั้น เปน คน เลือก มา แต่ ฮ่องกง แล ปัก ทั้ง นั้น, เปน คน ชำนาญ ใน การ นั้น. ๏ พวก กำปะนีแห่งอู่ นั้น, ปราถนา ที่ จะ ให้ คน ทั้ง หลาย พิเคราะห์ ดู ว่า, อู่ นี้ ตั้ง อยู่ ที่ นี้ ได้ สัก บริบูรณ แล ถูก ด้วย. ๏ อนึ่ง อู่ นี้ มี จักร เลื่อน ไม้,ฯ เพื่อ จะ ได้ การ เร็ว. หมอน ที่ รอง เรือ สูง สี่ ฟุต, แล จะ ชัก ออก เมื่อ ได ก ก็ ชัก ได้ โดย สะดวก, ไม่ ต้อง เสีย อะไร ใน การ เปลี่ยน หมอน นั้น.

๏ อนึ่ง พวก กำปะนี แห่ง อู่ นั้น, จะ รับ ธุระ คิด ใน การ ที่ จะ ต้อง ลง ทุน ซ่อม แปลง เรือ, แล จะ รับ เหมา เอา การ นั้น, เรือ ไม้ ก็ ดี เรือ เหล็ก ก็ ดี, แล จะ รับ ต่อ เรือ ใบ เรือ กล ไฟ ฤๅ การ ใด ๆ ที่ ใน การ ช่าง ต่อ เรือ ซ่อม แปลง เรือ. ๏ ไม้ แล


กำปั่น เข้า กรุงเทพ ฯ
เข้ามาเมื่อไรกำปั่น ชื่อไรกับปิตันชื่อไรกี่ ตอนเรือ อะไรมาแต่ไหน
เดือน ๙ ขึ้น๑๕ ค่ำเองบี่จีน๒๘๐บากสยามกะหลาปา
เดือน ๙ แรม๗ ค่ำไนเตนเกลบีเอด๔๖๔ชิบ อังกฤษสิงคโปร์
เดือน ๙ แรม๑๐ ค่ำซี่. ปรอนตี์เมลเลอ๔๐๐บาก ฮำเบิคสิงค์โปร์
เดือน ๙ แรม๑๐ ค่ำชิลลี่โร๔๔๑บากอังกฤษสิงค์ โปร์
เดือน ๙ แรม๑๑ ค่ำอ้ายมอยฮอสิมัน๒๖๕บริก สยามชายทะเล ไท
ออกไป เมื่อไรกำปั่น ออก จาก กรุงเทพ ฯจะไป ไหน
เดือน ๙ ขึ้น๑๕ ค่ำเจ้าไชบอโร๔๖๒ชิบสยามฮองกง
เดือน ๙ ขึ้น๑๕ ค่ำคัมเมดโมเวอ๕๐๗ชิบสยามฮองกง
เดือน ๙ ขึ้น๑๕ ค่ำคอนเตศมอลเลอ๓๙๖ชิบสยามฮองกง
เดือน ๙ แรม๒ ค่ำโอเซียน กวีนตำซัน๕๒๑ชิบสยามฮองกง
เดือน ๙๔ ค่ำฟอรตูนเอกคลีตน๔๔๘บาก สยามชายทะเล ไท
เดือน ๙๕ ค่ำภาเรคอนโฮลิน เควศ๗๓๖ชิบ สยามอ้าม มุ่ย
เดือน ๙๖ ค่ำเรศโซลชันมักเก๙๑๖ชิบ สยามฮองกง
เดือน ๙๖ ค่ำกิม ฮอง ไตเฮศเซล๓๑๖บาก สยามฮองกง
เดือน ๙๗ ค่ำเจ้าพระยาอรตัน๓๕๓กลไฟสยามสิงค์ โปร์
เดือน ๙๙ ค่ำไกลโวกากิล๑๓๖สกูนเนอ อังกฤษสิงค์ โปร์
เดือน ๙๑๒ ค่ำซิง ฮอยบีเตอซำ๓๔๒บากสยามเซี่ยงไฮ้

เหล็ก แล ของ อื่น ๆ ที่ จะ ต้อง ซื้อ นั้น, เรา จะ ขาย ให้ ตาม ราคา ตลาด กรุง เทพ นี้. ๏ อนึ่ง เรือ ทั้งหลาย ที่ จะ เข้า อู่ นั้น, จะมา จอด ที่ ทุ่น แห่ง กำปะนี ฤๅ ที่ เขื่อน นอก อู่ นั้น, ไม่ ต้อง เสีย เงิน กว่า ผู้ ที่ เปน นาย การ จะ สั่ง ให้ เลื่อน ออก จาก ที่ นั้น เมื่อใด.

๏ อนึ่ง กปิตัน แห่ง เรือ ทั้งหลาย, เมื่อ จะ ออก จาก อู่ นั้น, ต้อง เขียน ชื่อ ตัว ลง ที่ บาญชี แห่ง นาย อู่ นั้น เสีย ก่อน จึง ออก ได้. ๏ อนึ่ง แต่ บันดา หนังสือ, ที่ จะ ฝาก มา ถึง อู่ นั้น, ต้อง ฝาก ไป ถึง มิศเตอกันลียู. เอ. โรเบิดซัน กว่า จะ ได้ เปลี่ยน อย่าง นั้น, บัด นี้ มิศเตอ กันลี ยู. เอ. โรเบิดซัน เปน นาย กอง นั้น เปน ผู้ จั กระทรวง ใน การ ที่ จะ ใช้ เงิน เกบ เงิน แต่ ผู้ เดียว.


ช่าง นาฬิกา

๏ ข้าพเจ้า มี ความ ปราถนา จะ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ ว่า, ข้า พเจ้า ตั้ง บ้าน อยู่ ที่ ถนน เจริญ กรุง, เปน ช่าง ทำ นาฬิกา พก พ. นาฬิกาใหญ่, แล นาฬิกาโทรนำนำเตอ. ถ้านาฬิกา อย่าง ไร เสีย ก็ แก้ ไข ได้ทุก อย่าง. และ จะ ทำ ให้แล้ว เรว แล ดี ด้วย, แล ทำ เขม เดิน เรือ ก็ได้. ข้าพเจ้า มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ นี้ ชื่อ เอฟ. เอช. ไวเอลกี้.


๏ หนังสือ ที่ จะ ขาย ๚

๏ หนังสือ ดิกชะนะเร ภาษา อังกฤษ แปล เปน ไทย แปล ออกใหม่ ๆ ใน เรว ๆ นี้ เปน หนังสือ ย่อม ๆ เปน อย่าง ดี ซึ่ง ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด จะ เรียน ภาษา อังกฤษ แปล เปนไทย ได้ เป็น หนังสือ สำหรับ ขาย มี อยู่ ที่ บ้าน ข้าพเจ้า หมอ บรัดเลย แล ที่ บ้าน หมอ แบก กัด เชิญ ท่าน ทั้งปวง มา ดู จะ ขายให้ พอ สมควร


๏ ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง ขึ้น เดือน ๙ นี้ ฯะ
ค่ำ อังกฤษค่ำ ไทยค่ำ จีนอาทิตย์ ขึ้น กี่ โมงอาทิตย์ ตก กี่ โมงอาทิตย์ เที่ยง กี่ โมงจันทร์ ตก กี่ ทุ่ม
เดือน ออคัศเดือน ๙เดือน ๗
วัน อาทิตย์ ๑๒ ค่ำขึ้น ๑ ค่ำขึ้น ๒ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๖ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๔ นาที๕ โมง ๕๖ นาที๑ ทุ่ม ๓๘ นาที
วัน จันทร์ ๑๓ ค่ำ๒ ค่ำ๓ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๖ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๔ นาที๕ โมง ๕๖ นาที๒ ทุ่ม ๒๑ นาที
วัน อังคาร ๑๔ ค่ำ๓ ค่ำ๔ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๖ นาทีค่ำ ย่ำ แล้ว ๑๔ นาที๕ โมง ๕๖ นาที๓ ทุ่ม ๔ นาที
วัน พุทธ ๑๕ ค่ำ๔ ค่ำ๕ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๗ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๓ นาที๕ โมง ๕๖ นาที๓ ทุ่ม ๕๗ นาที
วัน พฤหัส ๑๖ ค่ำ๕ ค่ำ๖ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๗ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๓ นาที๕ โมง ๕๗ นาที๔ ทุ่ม ๔๔ นาที
วัน ศุกร ๑๗ ค่ำ๖ ค่ำ๗ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๘ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๒ นาที๕ โมง ๕๗ นาที๕ ทุ่ม ๓๓ นาที
วัน เสาร์ ๑๘ ค่ำ๗ ค่ำ๘ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๘ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๒ นาที๕ โมง ๕๗ นาที. . .
วัน อาทิตย์ ๑๙ ค่ำ๘ ค่ำ๙ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๘ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๒ นาที๕ โมง ๕๘ นาที๗ ทุ่ม ๘ นาที
วัน จันทร ๒๐ ค่ำ๙ ค่ำ๑๐ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๙ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๑ นาที๕ โมง ๕๗ นาที๗ ทุ่ม ๕๗ นาที
วัน อังคาร ๒๑ ค่ำ๑๐ ค่ำ๑๑ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๙ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๑ นาที๕ โมง ๕๘ นาที๘ ทุ่ม ๔๕ นาที
วัน พุทธ ๒๒ ค่ำ๑๑ ค่ำ๑๒ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๔๙ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๑ นาที๕ โมง ๕๘ นาที๙ ทุ่ม ๓๔ นาที
วัน พฤหัส ๒๓ ค่ำ๑๒ ค่ำ๑๓ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๐ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๐ นาที๕ โมง ๕๘ นาที๑๐ ทุ่ม ๒๓ นาที
วัน ศุกร ๒๔ ค่ำ๑๓ ค่ำ๑๔ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๐ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๐ นาที๕ โมง ๕๘ นาที๑๑ ทุ่ม ๑๑ นาที
วัน เสาร์ ๒๕ ค่ำ๑๔ ค่ำ๑๕ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๐ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๑๐ นาที๕ โมง ๕๘ นาที๑๑ ทุ่ม ๕๗ นาที
วัน อาทิตย์ ๒๖ ค่ำ๑๕ ค่ำ๑๖ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๑ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว ๙ นาที๕ โมง ๕๘ นาที. . .

การ เช่า เรือ

๏ บัด นี้ มี เรือ นอก ที่ ยัง ไม่ ได้ เช่า กี่ ไม่ มี เลย ใน กรุง เทพ. ค่า จ้าง เอา สิน คาล ง เรือ ไป ถึง เมือง ฮ่องกง, ถ้า ของ นัก หาบ หนึ่ง ต้อง เสีย ค่า จ้าง หาบ ละ ๔๐ เซนต์ แล ๔๕ เซนต์. ถ้า ไป ถึง สิงค์โปร ค่า จ้าง หาบ ละ ๒๕ เซนต์ แล ๓๐ เซนต์. กำปั่น ที่ บันทุก สิน ค้า ไป ใน เรวๆ นี้, คือ ชิบ อังกฤษ คัดเตซาก ประทุก เข้า หมื่น ๒ พัน หาบ, ค่า จ้าง ที่ ประทุก ใน บางกอก หาบ ละ ๔๕ เซนต์, ถ้า บันทุก ที่ หลัง เต่า แต่ หาบ ละ ๔๐ เซนต์.

๏ ปริเมน บาก สกานหกด บันทุก เข้า จะ ไป เมือง ฮ่อง กง ที่ บันทุก ใน บางกอก หาบ ละ ๔๕ เซนต์, ที่ บันทุก หลัง เต่า หาบ ละ ๔๐ เซนต์.

๏ สกุนเนอ อังกฤษ ชื่อ ไกลโอ บันทุก สินค้า ๒๗๐๐ หาบ จะ ไป เมือง สิงค์โปร ค่า เช่า หมด ด้วย กัน ๗๐๐ เหรียน.

๏ สกุนเนอ อังกฤษ ชื่อ วัดเตอเลอ, บันทุก สิน ค้า จะ ไป เมือง สิงค์โปร ค่า จ้าง หาบ ละ ๒๕ เซนต์.


๏ กำปั่น ที่ มี ชื่อ ที่ ข้าง ท้าย นี้ เจ้า ของ กำปั่น ได้ บัน ทุก เอง, คือ บาก สยาม ชื่อ หับเชง บันทุก เข้า ๒๓๑ หาบ ฝาง ๖๘๕ หาบ, น้ำตาน ทราย ๖๘๐ หาบ, เขา เปลือก ๔๒๕ หาบ.

๏ ชิบ สยาม ชื่อ กวีนออฟอิงคันด์, บันทุก เข้า หมื่น ๓๖๖ หาบ.

๏ บาก สยาม ชื่อ ซีฟอก บันทุก เข้า ๙๒๓๐ หาบ, ฝาง ๘๖๒ หาบ, น้ำตาน ทราย ๘๒๓ หาบ, พริกไทย ดำ ๕๙๙ หาบ ตะกั่ว เตรี ยบ ๑๓๒ หาบ, เข้า เปลือก ๕๖๗ หาบ.

๏ ชิบ สยาม ชื่อ ไซยัดฟีศ บันทุก เข้า ๔๕๒๔ หาบ, ฝาง พัน หาบ, เมลด งา ๒๐๐ หาบ.

๏ บาก สยาม ชื่อ รับบิต บันทุก ฝาง ๑๗๒๑ หาบ, น้ำตาน ทราย พัน ๑๗๖ หาบ, พริก 'ทย ดำ ๓๗๐ หาบ, เมลด งา ๓๘๐ หาบ, เข้า เปลือก ร้อย ๕๐ หาบ.

๏ ชิบ สยาม ชื่อ เรซิฮอสิ บันทุก เข้า ๓๖๘๗ หาบ, ฝาง ๑๐๐๕ หาบ, พริกไทย ดำ ๔๙๓ หาบ, เข้า ร้อย ๖๒ หาบ.

๏ สกุนเนอ สยาม เมริรอส, บันทุก เข้า ๗๕๐ หาบ, ฝาง ๓๓ หาบ, หนัง วอ ๕๗ หาบ.

๏ บาก สยาม เสตเมรี บันทุก เข้า ๘๖๗๓ หาบ, ฝาง ๑๗๙ หาบ, เขา ควาย ร้อย ๔ หาบ.

๏ ชิป สยาม ชื่อ เจ้าไซ บันทุก เข้า ๒ พัน ๘๗๖ หาบ ฝาง ๒๒๘๐ หาบ, น้ำตาน ทราย ๕๐๐ หาบ, พริกไทย ดำ ๕๒๕ หาบ, เขา ควาย ๔๐ หาบ, เข้า เปลือก ๑๓๗๔ หาบ.

๏ ชิป สยาม ชื่อ คอเมต บันทุก ฝาง ๒๔๙๑ หาบ, น้ำ ตาน ทราย ๓๕๒๐ หาบ, เข้า เปลือก พัน ๔๑๖ หาบ.

๏ ชิป สยาม ชื่อ คอนเตศ บันทุก เข้า ๑๓๕๐ หาบ, ฝาง ๑๔๓๙ หาบ, น้ำตานทราย ๑๓๐๕ หาบ, เข้าเปลือก ๑๘๐๐ หาบ.

๏ เรือ กลไฟ สยาม เจ้าพระยา บันทุก เข้า ๕๔๒๒ หาบ, น้ำตาน ทราย ๓๕๕ หาบ, เขา ขวาย ๘๕ หาบ, ไหม ๑๖ หาบ.


ราคา สินค้า กรุงเทพ

๏ เข้ากล้อง อย่าง ต่ำ เกวียนละ ๔๔ บาท ๏ เข้ากล้อง อย่าง กลาง เกวียนละ ๔๘ บาท ๏ เข้าขาว อย่าง ดี เกวียน ละ ๕๐ บาท ๏ เข้า อย่าง ที่ ๔ เกวียน ละ ๖๒ บาท เข้า ขาว ที่ หนึ่ง เกวียน ๗๗ บาท ที่ ๒ เกวียน ๗๕ บาท ๏ เข้าโรงยี่ จักร ที่ หนึ่ง หาบละ ๖ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบ ละ ๖ บาท สลึง ที่ ๓ หาบ ละ ๖ บาท เฟื้อง ๏ เข้า เปลือก นาสวน เกวียน ๕๓ บาท นาเมือง เกวียน ละ ๓๘ บาท ๏ เมลด งา เกวียน ละ ร้อย ๓๐ บาท ๏ ฝ้าย ไม่มี เมต หาบ ละ ๒๕ บาท สลึง ที่ มี เมต หาบละ ๘ บาท ๏ น้ำตานทราย ขาวอย่าง ที่ หนึ่ง หาบ ละ ๑๒ บาท ที่ ๒ หาบละ ๑๑ บาท ที่ ๓ ๏ น้ำตานแดง ที่ ๑ หาบละ ๗ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบ ละ ๖ บาท ๒ สลึง ๏ พริก ไทย ดำ หาบ ละ ๘ บาท ๓ สลึง ๏ หนังควาย หาบ ละ ๑๑ บาท ๏ หนังวัว หาบละ ๑๗ บาท ๏ เขาควาย หาบละ ๑๔ บาท ๒ สลึง ๏ กำยาน ที่ ๏ หาบละ ๑๘๐ บาท ที่ ๒ หาบละ ๑๔๐ บาท ๏ ตะกั่วเกรียบ ที่ ๏ หาบละ ๓๘ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๓๖ บาท ๏ ป่านกลีบ ที่ ๏ หาบละ ๑๘ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบ ละ ๑๘ บาท ๒ สลึง ๏ รง หาบ ละ ๖๒ บาท ๏ ไหมโคราช หาบละ ๓๐๐ บาท ไหม ยวร หาบ ละ ๔๐๐ บาท ไหม เขมน หาบละ ๗๐๐ บาท ๏ ครั้ง ที่ ๏ หาบละ ๑๔ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบละ ๑๒ บาท ๏ เร่ว หาบ ละ ๓๘ บาท ๏ กระวาน หาบละ ๒๒๕ บาท ๏ ฝาง ๓ ดุ้น ๔ ดุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๒ บาท สลึง ที่ ๕ ดุ้น ๘ ดุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๒ บาท เฟื้อง ที่ ๗ ดุ้น ๘ ดุ้น ๙ ดุ้น เปน หาบ ๆ ละ บาท สาม สลึง เฟื้อง ๏ เมลด กระเบา หาบละ ๒ บาท ๏ ไม้ชิงชัน ที่ หนึ่ง ๓๐๐ หาบ เปน ๒๕๐ ที่ สอง หนัก ๑๐๐ หาบ เปน ๑๘๐ บาท ๏ ไม้แดง ที่ หนึ่ง ๑๐๐ หาบ เปน ๒๐๐ บาท ที่ ๒ หาบ ฤะ บาท ๏ ไม้สัก ยก ฤะ ๓๐ บาท ๏ งาช้าง ๔ อัน เปน หาบ ๆ ฤะ ๓๕๐ บาท ๕ อัน เปน หาบละ ๓๔๐ บาท ๖ อัน เปน หาบ ๆ ฤะ ๓๓๐ บาท ๗ อัน เปน หาบ ๆ ฤะ ๓๒๐ บาท ๏ ปลาแห้ง หาบละ ๘ บาท ปลาสลิด หาบ ฤะ ๕ บาท สลึง ๏ ปลิง ทะเล หาบละ ๑๐ บาท ๒ สลึง กระสอบ ๑๐๐ ใบ เปน ๘ บาท ทอง หนัก บาท หนึ่ง เปน เงิน ๓๗ บาท ๏ การ แลก เงิน เมือง สิงคโปร ได้ กำไร ร้อย ฤะ ๘ เหรียน


๏ พระเจ้าเชียงใหม่มาถึง

๏ พระเจ้า เชียงใหม่ ลง มา กรุงเทพ ฯ ณ เดือน ๘ อุตรยสาท แรม ๑๓ ค่ำ แล เดิน ทาง มา ประมาณ เดือน เศษ จึ่ง ถึง. ธรรมเนียม พระเจ้า เชียงใหม่ นั้น ต้อง ลง มา เฝ้า ใต้ฝ่าลออง ธุลี พระบาท ทูล เกล้า ถวาย เครื่อง ราช บรณา การ สาม ปี ลง มา ครั้ง หนึ่ง ได้ ยิน ข่าว ว่า ที่ ฦา ว่า ด้วย เรื่อง พระเจ้า เชียงใหม่ เอาใจ ออก หาก จาก กรุงเทพ ฯ จะ ไป เข้า ด้วย เมือง พม่า นั้น เปน ความ ไม่ จริง ท่าน ก็ ยัง สวามิภักดิ ต่อ พระเจ้า อยู่หัว ใน กรุง เทพ ฯ อยู่ ข้าพเจ้า ก็ พลอย ยิน ดี ด้วย

การ ศึก ที่ ประเทศ ยูโรป


๏ ข่าว มา ทาง เตเลแครฟ, ใน เรว ที่ สุด คือ เดือน แปด บุระพาสาท แรม ๘ ค่ำ, ดู เหมือน ดาว ประกายพฤกษ ที่ จะ นำ กลาง วัน อัน ประกอบ ด้วย ความ ศุข สบาย, ออก จาก มืด แล พยุห์ น่า กลัว. เพราะ ข่าว นั้น บอก ว่า เมือง ออสเตรีย ยอม ยก เมือง วินีเซีย ให้ แก่ เมือง อิตาลี, ได้ ขอ อำนาจ เอมปัร่อ เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ ให้ หยุด การ ศึก. เอมปัร่อ ได้ รับ เอา เปน ธุระ, แล มี หมาย ประกาศ ห้าม อิตาลี กับ เมือง ปรุศเชีย, อย่า ให้ รบ ออสเตรีย ต่อ ไป, แต่ เรา ได้ ไว้ ใจ ข่าว มา แต่ ก่อน ดู เหมือน จะ เปน ดาว ประกายพฤกษ แต่ ประ เดี๋ยว ก็ ดับ ไป, เหมือน ที่ คน เรียก ว่า ผี พุ่ง ไต้, เรา จึ่ง ไม่ ใคร่ ไว้ ใจ ดาว ดวง ใหม่ ที่ ขึ้น เดี๋ยว นี้. ถึง กระนั้น เรา ก็ มี ความ ไว้ ใจ บ้าง ว่า, กระบี่ ที่ โถด ออก จาก ฝัก เปน หลาย หมื่น หลาย แสน เล่ม นั้น, ก็ ได้ กลับ เข้า ฝัก เสีย แล้ว, แล ปืน ใหญ่ ยิ่ง ที่ มี กำลัง มาก กว่า แต่ ก่อน นั้น, ที่ ได้ ฆ่า ให้ คน ตาย เปน พัน เปน แสน นั้น, ได้ เงียบ เปน ศุข แล้ว. มี ความ ข้อ หนึ่ง, ดู เหมือน จะ เปน แน่ ว่า, เมือง ปรอศเซีย ได้ ถอย กำลัง ลงแล้ว.. เมือง เยอมะเน ทั้งปวง ที่ อยู่ ริม กัน นั้น, จะ ไม่ ต้อง กลัว ความ โอหัง ของ พวก ปรอศเซีย เหมือน แต่ ก่อน อีก แล้ว. มี ความ อีก ข้อ หนึ่ง, ดู ใกล้จะ มา ถึง, คือ ว่า เมือง เยอมะเน ทั้งปวง ที่ เปน เมือง เล็ก เล็ก น้อย ๆ, ก็ จะ รวบ รวม เข้า กัน เปน เมือง ริพับลิก, ฤๅ ตั้ง เปน เมือง ตาม อย่าง อังกฤษ, ที่ เรียก ลิมมิตเตด มอน อาเก. ที่ จะ มี กำลัง ยั่ง ยืน มั่น คง, ภอ ที่ จะ เปน เมือง เอก เปน เมือง ที่ จะ ให้ เจริญ ความ ศุข ใน ปราเทศ ยูโรบ, บันดา เมือง เยอ มะนี่ เหล่า นั้น ที่ เปน เมือง เล็ก ๆ, ไม่ ได้ ขึ้น แก่ เมือง ใด. มี เจ้า แผ่นดิน ใส่ มงกุฏ กว่า ๓๒ องค์, จำ เปน มี สาเหตุ ที่ จะ ให้ เกิด วิวาท กัน เนือง ๆ. เปรียบ เหมือน เรือน ที่ มุง จาก ย่อม เปน เชื้อ ไฟ. ถ้า เกิด ไฟ ขึ้น แต่ สักหน่อย ก็ จะ ให้ มาก ไป ได้. เรา มี ความ ปราฐนา จะ ให้ เมือง เยอมะนี่ เหล่า นั้น, รื้อ ทำ เสีย ใหม่. ให้ รวม เข้า เปน เมือง เดียว กัน, เหมือน เมือง ยูไน ติษเทศ ๓๖ หัว เมือง เข้า ด้วย กัน. เปน เมือง เดียว จึ่ง ได้ มี กำลัง มาก. เรา เหน ว่า ถ้า เมือง ยะมะนี่ ทั้งปวง เมื่อ จะ เข้า กัน เช่น นั้น, คง จะ มี ความ ศุข ที่ กลาง ประเทศ ยูโรบ ยั่ง ยืน, ไม่ ต้อง อาไศรย เมือง ฝรั่งเสศ เพื่อ จะ ให้ เกิด ความ ศุข. ต่อ ไป อีก เล่ว.


ฃอ เงิน ราคา จด หมายเหตุ

๏ หนังสือ เอดิตอ คำนับ มา ยัง ท่าน ทั้งปวง, ที่ ได้ รับ จด หมาย เหตุ ด้วย ข้าพเจ้า, อยาก จะ รับ ประทาน เงิน ค่า จด หมาย เหตุ เล่ม หนึ่ง ที่ ยัง ค้าง อยู่ บ้าง. กับ ทั้ง เล่ม ที่ ๒ นี้ ก็ จะ ต้อง รับ ประทาน เงิน มา ใช้ ใน การ พิมพ์. เพราะ ว่า ย่าง เข้า มา ถึง กลาง ปี, คิด เปน หนังสือ ครึ่ง เล่ม แล้ว. เมื่อ ไป จน ถึง ยก ๑๕ ถ้า ว่า ยัง ไม่ ได้ ใช้ เงิน ค่า หนังสือ แล้ว, ก็ จะ ต้อง คิด เอา เล่ม ละ ๖ บาท ตาม ที่ ได้ ว่า ไว้ แต่ เดิม เมื่อ จะ ตี เล่ม ที่ ๒ นี้.

๏ อนึ่ง สาม ก๊ก เล่ม สอง ตี พิมพ์ แล้ว, แต่ ยัง หา ได้ ผูก เข้า เปน เล่ม ไม้, จะ เร่ง ทำ ใน ๒๐ วัน จึ่ง จะ จำหน่าย ได้ บ้าง.

๏ อนึ่ง จด หมาย เหตุ ยก นี้ ช้า, พ้น กำหนด ไป เพราะ ลูก จ้าง ที่ เปน สำ คัญ นั้น เจ็บ ไป, ข้าพเจ้า ขอ โทษ ท่าน ทั้งหลาย เสีย อีก ครั้ง หนึ่ง เถิด.


๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้, มา ออก หนังสือ พิมพ์ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ, ว่า ข้าพเจ้า มี เพชร มา ไม่ ๆ มาก, ข้าพเจ้า ชื่อ เอ. ไอมันดีเฮน กัมปนี. อยู่ ที่ ห้าง สมเดจ งค์ ใหญ่.