

| เล่ม ที่ ๒ เดือน ๙ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ปี ขาน อัฐ ศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน ออคัศ วัน ที่ ๒๗ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๑๓ |
สรรเสริญ นาย จิต ช่าง ถ่าย รูป
๏ ได้ทราบ ความ ว่า นาย จิต ช่าง ถ่าย รูป เปน คน ใจ ดี ควร ที่ จะ สรรเสริญ บ้าง. ใจ ความ ว่า พระสงฆ์ องค์ หนึ่ง อยู่ วัด บุปผา ราม มา จ้าง ถ่าย รูป อย่าง กลาง เปน ราคา ๖ บาท ครั้น ถ่าย รูป แล้ว พระสงฆ์ องค์ นั้น ก็ เอา รูป ไป รูป หนึ่ง แต่ เงิน ค่า จ้าง ถ่าย รูป นั้น หา ได้ ให้ กับ นาย จิต ไม่ นาย จิต ก็ มิ ได้ ทวง การ ก็ นิ่ง นาน ประมาณ สัก สอง เดือน เศษ พระสงฆ์ องค์ นั้น รู้สึก มี ความ ละอาย ใจ จึง ได้ เอา เงิน ค่า รูป ฝาก เขา มา ให้ กับ นาย จิต ๆ ก็ ไม่ มี ความ โกรธ
๏ ข้อ ๒ ว่า ด้วย พระสงฆ์ อีก องค์ หนึ่ง ชื่อ พระ ทับ อยู่ วัด บวรนิเวศ มา จ้าง นาย จิต ถ่าย รูป เปน รูป อย่าง กลาง ราคา ๖ บาท ครั้น ถ่าย รูป แล้ว เงิน ค่า จ้าง ก็ ไม่ ให้ แต่ รูป ที่ ถ่าย นั้น ก็ ไม่ เอา ไป ดู เหมือน จะ พ้อ ถวง ลอก ให้ นาย จิต เสีย น้ำ ยา เปล่า ๆ
๏ ข้อ ที่ ๓ ว่า ด้วย พระสงฆ์ อีก องค์ หนึ่ง ชื่อ พระ มะหา พอน อยู่ วัด ชะนะ สงคราม เปน คน ชอบ อัชฌาไสย กับ นาย จิต แล้ว ก็ ยืม หนังสือ พิมพ์ พระราช พงษาวดาร กรุง เก่า ไป สอง เล่ม เอา ไป ได้ ประมาณ สิบ เดือน เศษ ก็ ไม่ เอา มา ส่ง เลย นิ่ง เฉย ที่ เดียว นาย จิต ก็ ได้ มี จดหมาย ไป เตือน พระ มหา พอน ก็ พูด แช เชือน หลบ หลีก เปน หลาย ครั้ง หลาย หน ของ นาย จิต เสีย ไป
๏ ข้อ ที่ ๔ ว่า ด้วย พระสงฆ์ อีก องค์ หนึ่ง ชื่อ พร มหา เนต อยู่ วัด โสมนัสวิหาร มา จ้าง นาย จิต ถ่าย รูป แล้ว พูด อวด ตัว ว่า ชำนิ ชำนาญ ใน ภาษา อังกฤษ แล รู้ หนังสือ อังกฤษ มาก มาย จึง ได้ วาน นาย จิต ไป ช่วย ซื้อ หนังสือ ดิกชันนา เร ที่ ท่าน หมอ ปรัดเล ให้ ฉบับ หนึ่ง ถ้า เปน ราคา เท่าไร ก็ ให้ นาย จิต ทด รอง ไป ก่อน ครั้น นาย จิต ได้ ซื้อ หนังสือ ดิกชันนา เร เล่ม หนึ่ง ฝาก ไป ให้ กับ พระ มหา เนต ๆ
ก็ กลับ คำ ว่า ไม่ ได้ สั่ง ให้ นาย จิด ซื้อ ดอก ก็ ไม่ รับ เอา หนังสือ ดิกชันนาเรไว้ ผู้ ที่ ถือ หนังสือ ไป ให้ นั้น ต้อง เสีย เงินใช้ แทน ค่า หนังสือ ดิกชันนาเร ความทั้ง ๔ ข้อ นี้ ควร ที่ นาย จิด จะ มี ความ เสี่ยใจ บ้าง แต่ ว่า นาย จิด ไม่ เสี่ยใจ เลย บันดา ที่ มา จ้างถ่าย รูป นั้น นาย จิด ก็ไม่เอา ราคา แพง นักเอาแต่ ภอ สม ควร แล จะ ขอ รูปต่าง ๆ ก็ได้ ให้ ไป บ้าง ตาม ที่ ชอบ อัธยาศรัย กัน
๏ ว่า ด้วย พระสงฆ์ไป เมือง มอญ ๚ะ
๏ มี ข่าว มา ว่า พระสงฆ์องค์ หนึ่ง, ชื่อ พระปลัดจุ อยู่วัด บวร มงคล, ทูล ลา พระเจ้า อยู่หัว กรุง สยาม. ไป เมือง มอระ แมน, แต่ ณเดือน อ้าย ปี ฉลู สัปตศก. ครั้น ถึง ณเดือน หก ปี ขาร อัฐศก, พระ ปลัด จุ จะ กลับ มา ก็ ไป ลา คอเวอเมน มอระ แมน, แล ท่าน กงสุล ผู้ ใหญ่ นั้น ก็ ฝาก หนังสือ ฉบับ หนึ่ง, กับ สิ่ง ของ ที่ มี ราคา มาก, ก็ อยู่ใน ห่อ หนังสือ ฉบับ นั้น ด้วย. แล้ว สั่ง พระปลัดจุ ให้นำ เอา หนังสือ นั้น, ไป มอบ กับ มิศเตอ นอก ที่ ท่าน เปน กงสุล อังกฤษ นั้น, แล ให้ มิศเตอนอก กงสุล อังกฤษ, นำ หนังสือ ไป ถวาย ต่อ คอเวอเมน สยาม. ครั้นณะ เดือน ๘ พระ ปลัด จุ ก็ กลับ มา จาก เมือง มะระแมน, ถึง กลาง ดง แขวง เมือง กาญจน บุรี, ก็ ป่วย เปน ไข้ ป่า ประมาณ เจ๊ด วัน ถึง แก่ มรณภาพ. ใน บ้าน เกรียง นั้น, มี สิศย์ สามเณร ๑ คฤหัสฐ ๓. แต่ เปน เด็ก ๆ ทั้ง ๔ คน, ก็ เก็บ เอา แต่ หนังสือ ฉบับ หนึ่ง, กับ ศิลา ขาว ศรี แก้ว แผ่น หนึ่ง, เปน อย่าง ย่อม ภอ ที่ จะ หาบ แล แบก มา ได้. กับ ต้น ไม้ สอง ต้นประหลาด, สูง ศอก หนึ่ง สอง ต้น, กับ ตัวอย่าง คือ ต้น โสก ดอก โสก ที่ ใส่ ถุง ตี ตรา จะ มา ถวาย ถุง หนึ่ง ที่ สิศย์ เก็บ มา ได้ แต่ ของ สาม อย่าง เท่านั้น, ยัง เหลือ อยู่ สิลา ศรี แก้ว ก้อน ใหญ่ เหลือ กำลัง ที่ จะ เอา มา ได้. คน ทั้ง ๔ คน โดย สาร เรือ เข้า มา ยัง กรุงเทพ ฯ. คน ทั้ง ๔ ที่ ถือ หนังสือ มา นั้น เปน เดก ไม่ ใคร่ จะ รู้ จัก ใคร เลย. ก็ เอา หนังสือ กับ สิ่ง ของ นั้น มา ทิ้ง นิ่ง ความ ไว้ ที่ วัด บวรมงคล. ยัง มี พระสงฆ์ องค์ หนึ่ง, เปน สิศ ของ พระปลัด จุ ที่ ตาย ชื่อ พระไท สำรับ สวด พระปริต ในหลวง อยู่ วัด บวรมงคล นั้น เอง, จึง ได้ นำ เอา หนังสือ ฉบับ นั้น มา ให้ แก่ มิศเตอนอก กงสุล อังกฤษ, ๆ อ่าน หนังสือ ได้ ความ ว่า สิ่ง ของ ใน ห่อ กะดาด นั้น, เปน ของ ฝาก มา ถวาย กับ คอเวอเมนต์ สยาม. ท่าน กงสุล อังกฤษ พูด ว่า จะ เอา ไป ถวาย เอง, ไม่ ต้อง พระ ไป. พระ ไท ก็ ลา กลับ มา วัด. ด้วย พระไท องค์ นี้ เปน คน ซื่อ ตรง ต่อ แผ่นดิน, โดย สุจริต เปน เที่ยง แท้
๏ หนังสือ บน นี้ เขา ขอ ให้ ลง พิม.
เปน ข้อ เล็กน้อย เปน ความ จริง ที่ ควร หนุ่ม ๆ จะ ได้ เอา ใจ ใส่ ข้อ เปน ๑๓ ข้อ
๏ ถ้า ผู้ ใด ไม่ ได้ กิน น้ำ เหล้า เลย จะ ไม่ เปน คน ขี้ เมา. นี่ แล เปน ความ ชัด.
๏ แล นี่ ก็ เปน ความ ชัด, ถ้า ข้าพเจ้า ไม่ กิน น้ำ เมา ข้าพเจ้า จะ ไม่ เข้า ใน การ ให้ บัง เกิด คน ขี้ เมา.
๏ แล นี่ ก็ เปน ความ ชัด, ถ้า ข้าพเจ้า ไม่ เข้า ด้วย คน ที่ กิน เหล้า, ข้าพเจ้า คง พ้น ความ พ่อ ลวง แล บ่วง แร้ว ต่าง ๆ ที่ มัก ดัก หนุ่ม ๆ ให้ เสีย.
๏ นี่ แล เปน ความ ชัด, ถ้า ข้าพเจ้า กิน เหล้า อยู่ บ่อย ๆ ก็ คง จะ เปน ขี้ เมา.
๏ นี่ แล เปน ความ ชัด, ว่า คน ขี้ เมา แต่ แรก ก็ กิน เล็ก น้อย ค่อย มาก ขึ้น ทุก ที ๆ.
๏ นี่ แล เปน ความ ชัด, การ ที่ กิน เหล้า แต่ น้อย ๆ นั้น เปน ต้น เหตุ ให้ เปน ที่ สั่ง สอน, ฃอง คน ขี้ เมา ทุก คน ให้ เรียน.
๏ นี่ แล เปน ความ ชัด, ถ้า การ ที่ กิน เหล้า แต่ หนิด หน่อย ไม่ มี แล้ว, คน ขี้ เมา ก็ ไม่ มี ด้วย.
๏ นี่ แล เปน ความ ชัด, ถ้า แล คน ขี้ เมา จะ ทิ้ง การ เมา, ต้อง ละ ทิ้ง สิ่ง ที่ ทำ ให้ เมา.
๏ นี่ แล เปน ความ ชัด, ถ้า คน ขี้ เมา จะ ทิ้ง การ เมา การ กิน เหล้า ก็ ไม่ มี.
๏ นี่ แล เปน ความ ชัด, ถ้า ข้าพเจ้า จะ ต้อง ทำ เยี่ยง หย่าง ให้ ดี, ข้า ก็ จะ ต้อง ทิ้ง การ กิน เหล้า.
๏ นี่ แล เปน ความ ชัด, ถ้าใคร ไม่ กิน เหล้า คง จะ ไม่ มี คน ขี้ เมา.
๏ นี่ แล เปน ความ ชัด, ว่า ถ้า คน ขึ้น กิน เหล้า เหมือน ทุก วัน นี้, การ ที่ เมา ก็ คง จะ กำเริบ ขึ้น.
๏ นี่ แล เปน ความ ชัด, ว่า คน ทั้ง หลาย ควร จะ ทิ้ง การ เมา, จึ่ง ภาย หลัง นี่ แล เปน ความ ชอบ. ข้าพเจ้า ควร จะ ชัก ชวน เพื่อน บ้าน, แล พี่ น้อง ให้ ละ การ ที่ กิน เหล้า แต่ น้อย ๆ นั้น, เพื่อ กิน เหล้า มาก จะ ได้ ไม่ มี. ความ นี้ คัด ออก จาก จดหมายเหตุ ชื่อ โลเรนกอนเตนิวซ์.
ว่า ด้วย เด็ก เลี้ยง แกะ แล หมาใน
๏ เด็ก เลี้ยง แกะ คนหนึ่ง เที่ยว เลี้ยง แกะ อยู่ ตาม ทุ่ง นา, เคย ร้อง เรียก พวก ชาว บ้าน ว่า, หมา ใน มา กิน แกะ แล้ว ๆ. แต่ หลอก ลวง เช่น นี้, ได้ สอง สาม หน มา แล้ว. พวก ชาว บ้าน ไม่ รู้ ว่า เด็ก หลอก, ก็ ชวน กัน ถือ เครื่อง สาตราวุธ ขวาน แล ไม้ ตระ บอง จะ มา ฆ่า หมา ใน เสีย. ครั้น มา ถึง ที่ เขา ไม่ ได้ เหน หมา ใน ก็ รู้ แน่ ว่า เด็ก นั้น หลอก. เขา จึ่ง ตั้ง ใจ ว่า ที หลัง จะ ไม่ เชื่อ เด็ก นั้น อีก เลย. ภาย หลัง วัน หนึ่ง หมา ใน เข้า มา จริง ๆ, เด็ก ร้อง เรียก ให้ เขา ช่วย ว่า หมา ใน มา ขบ แล้ว ๆ. ชาว บ้าน ก็ ไม่ ไป ช่วย. หมา ใน ก็ กิน แกะ เสีย สิ้น.
๏ คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า, คน ที่ มัก พูด ไม่ จริง แล้ว, ภาย หลัง ถึง ว่า จะ พูด จริง ก็ ไม่ มี ใคร เชื่อ.
ว่า ด้วย ลิง แล คน ตระหนี่
๏ มี คน ตระหนี่ เหนี่ยว แน่น เปน คน โลภ มี เงิน มาก นัก, ได้ เลี้ยง ลิง ไว้ ตัว หนึ่ง เปน เพื่อน ตัว. เวลา วัน หนึ่ง คน ที่ ตระ หนี่ นั้น หา ได้ อยู่ ไม่, ลิง ก็ เข้า ไป ค้น เอา เงิน มา ที่ ละ กำ มือๆ โปรย ทิ้ง ออก ไป ทาง น่า ต่าง, เกือบ หมด หิบ แล้ว. ชาว บ้าน นั้น เหน เงิน ทิ้ง ไว้ เช่น นั้น, ก็ วิ่ง รวม กัน แย่ง เอา เงิน ไป เสีย. ครั้น เจ้า ของ กลับ มา เหน ลิง เอา เงิน โปรย ทิ้ง ตาม น่า ต่าง ก็ เสีย ใจ นัก, คิด จะ ฆ่า ลิง ตัว นั้น เสีย. เพื่อน บ้าน คน หนึ่ง จึ่ง ห้าม เสีย ว่า, ท่าน เอ๋ย อย่า ทำ มัน เลย, ลิง นี้ เปน โง่ นัก อยู่ แล้ว ก็ จริง. แต่ ไม่ เท่า ความ โง่ ของ ท่าน ที่ กระ หนี่ เหนี่ยว, หลง เก็บ แต่ ทรัพย ไว้ ไม่ ได้ เอา ใช้ บ้าง เลย.
๏ คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า, คน ตระ หนี่ ก็ ชั่ว เหมือน คน คะโมย เหมือน กัน.
พงษาวดาร อังกฤษ ต่อไป
๏ ครั้น คฤศตศักราช ๑๓๙๕ บาด หลวง ยอนวิกกลิด ก็ ทำ ลาย ขันธ์ ล่วง ไป. ภาย หลัง มา เมื่อ คฤศตศักราช ๑๓๙๙ เฮน เรโบลิงบก ชิง เอา ราชสมบัติ ได้, ทรง พระนาม ว่า, เฮนเร ที่ สี่, ว่า การ แผ่นดิน สืบ มา. แต่ มี เจ้า อยู่ องค์ หนึ่ง ควร จะ ได้ ราชสมบัติ ก่อน เฮนเรโบลิงบก, นาม ว่า, เอตเมินม็อตติเมอ, อายุ ได้ ๗ ขวบ. เปน นัดา แห่ง เซฐภคินี ของ บิดา เฮนเร. เฮนเร เปน บุตร พระ อนุชา. เหตุ ดัง นั้น เอตเมินม็อตติเมอ จึง ควร จะ ได้ ราชสมบัติ ก่อน เฮนเร, ตาม ธรรมเนียม กระษัตร ใน กรุง ลอนดอน. เมื่อ เฮนเร ชิง ราชสมบัติ ได้แล้ว, สั่ง ให้ จับ เอตเมินม็อตติเมอ ซัง เสีย. จะละไว้ เกรง จะ เกิด เสี้ยน หนาม. เฮนเร นั้น ได้ ราชสมบัติ ด้วย การ คดโกง, ไม่ ได้ ด้วย สุจริต. ให้ หวาดหวั่น รำพึง คิด เกรง ไพรี อยู่ เสมอ, ไม่ เปน สุข. ใน คฤศตศักราช ๑๔๐๐ นี้. มี ขุนนาง หลาย คน ร่วม คิด กัน จะ จับ เฮนเร. มี ผู้ หนึ่ง ใน พวก นั้น ไม่ ซื่อ สัตย์, ลอบ มา ทูล ความ นั้น แก่ เฮนเร, ๆ สั่ง ให้ จับ ขุนนาง พวก ขบถ นั้น ประหาร ชีวิตร เสีย. เฮนเร เจ้า แผ่นดิน นั้น เมื่อ ยัง ไม่ ได้ ราช สมบัติ พระองค์ เปน ฝ่าย วิกกลิด. ครั้น พระองค์ ได้ ราชสมบัติ แล้ว กลับ นับ ถือ พวก บาดหลวง, เห็น ว่า พวก บาดหลวง มี กำ ลัง มาก, จะ ได้ ช่วย ป้องกัน รักษา พระองค์, ๆ จะ ได้ ครอง ราช สมบัติ เปน สุข มั่นคง. จึง สั่ง ให้ หมาย ประกาศ ว่า, ถ้า ใคร เข้า เปน พวก วิกกลิด, จะ ประหาร ชีวิตร เสีย. มี คน หนึ่ง ชื่อ วิเลียมซอเตอ, เปน คน เดิม ที่ เจ้า แผ่นดิน, ให้ คลอก เสีย ก่อน คน ที่ ต้อง ประหาร ชีวิตร เพราะ ถือ ศาสนา. ภาย หลัง นั้น มา เออล์ออฟนอตัมเบอแลนด์ ขุนนาง ผู้ ใหญ่, กับ เฮนเรเปอซี ผู้ บุตร, ซึ่ง ได้ ทำ ความ ชอบ ไว้ ต่อ พระเจ้า เฮนเร, ได้ ช่วย ประคับ ประคอง ให้ เฮนเร ได้ ราชสมบัติ. ทั้ง สอง ขุนนาง นั้น ไป ทำ ศึก กับ พวก สกอตแลนด์. ได้ ขุนนาง ดี ๆ มั่ง มี ทรัพย ไว้ เปน ชะเลย มาก กน. พระ เจ้า เฮนเร ทราบ ดัง นั้น แล้ว มี หนัง สือ ไป ห้าม ว่า, อย่า ให้ เออล์ออฟนอตัมเบอแลนด์ รับ ค่า ไถ่. ให้ เอา ตัว ขุนนาง ชะเลย นั้น ส่ง มา, ขุนนาง ทั้ง สอง นั้น ไม่ ได้ ค่า ไถ่ ก็ ขัดใจ. จึง คิด กับ พรรค พวก ว่า จะ ถอด เฮนเร เสีย จาก เจ้า แผ่นดิน. แล้ว จัดแจง ตระเตรียม พล ทหาร ไว้ เปน อัน มาก จะ ยก มา กรุง ลอนดอน. ภอ เออล์ออฟนอตัมเบอแลนด์ ป่วย ลง ยก มา ไม่ ได้. เฮนเรเปอซี่ จึ่ง ยก มา แต่ กอง ทัพ เดียว, พระ เจ้า เฮนเร กับ ราชบุตร องค์ ใหญ่, ยก ทหาร มา รบ สู้ กับ เฮนเร เปอซี่ เปน สามารถ. เฮนเรเปอซี่ ตาย ใน สนาม รบ, พวก พล ก็ แตก กระจัด กระจาย. พระเจ้าเฮนเร ได้ ไชย ชน แล้ว เสด็จ กลับ เข้า พระ นคร. เออล์ออฟนอตัมเบอแลนด์ ทราบ ว่า บุตร ถึง แก่ กรรม เสีย แล้ว, ก็ ให้ กอง ทัพ ที่ เตรียม ไว้ นั้น เลิก กลับ ไป เสีย. แล้ว มา เฝ้า พระเจ้า เฮนเร ทูล สารภาพ รับผิด ขอ โทษ, ทรง พระ กะรุณา โปรด ชุบ เลี้ยง, ให้ คง ที่ ขุนนาง อยู่ ดัง เก่า. แล้ว คิด เข้า กับ พวก ขบถ ยก มา ตี เจ้า แผ่นดิน อีก. เออลออฟ นอตัมเบอแลนด์ ก็ ถึง แก่ ความ ตาย ใน สงคราม. คฤศต ศักราช ๑๔๐๘ นี้. เฮนเร สิ้น เสี้ยน ศึก ครอง ราชสมบัติ เปน ปรกติ.
๏ ครั้ง นั้น เจ้า แผ่นดิน สะกอดแลนด์ อ่อน อ้อแอ้ ไม่ องอาจ, พระ ราชอนุชา ได้ เปน ใหญ่ ว่า ราชการ แทน, ดำริห์ จะ ประหาร ชีวิตร พระเจ้า ลูก เธอ เสีย. ถ้า พระเจ้า แผ่นดิน สวรรคต แล้ว, บุตร ของ ตน จะ ได้ ครอง ราชสมบัติ. แล้ว จับ พระเจ้า ลูก เธอ องค์ ใหญ่ จำ ตราก ไว้ ให้ อด อาหาร จน สิ้น พระชนม์. พระเจ้า แผ่น ดิน ทราบ ดัง นั้น, จึ่ง ส่ง เยม พระ ราชโอรส องค์ น้อย ไป เมือง ฝรั่งเสศ. เมื่อ เยม ไป ใน หนทาง, เรือ พวก อังกฤษ มา ภบ จับ เอา เยม ไป ถวาย เฮนเร, แต่ อายุ ได้ ๙ ขวบ. เฮนเร ภอ พระ ไทย ไม่ รับ ค่า ไถ่, เอา ไว้ เปน ชะเลย ไม่ ปล่อย ไป. เจ้า แผ่น ดิน สะกอดแลนด์ ทราบ ข่าว ดัง นั้น, ทรง พระทุข โทม นัศ โสกา ไลย ถึง พระ ราชโอรส จน สิ้น พระชนม์. พระ ราชอนุชา ได้ ครอง ราชสมบัติ สืบ มา. พระเจ้า อังกฤษ ได้ เยม โอรส เจ้า แผ่นดิน สะกอดแลน มา ไว้ ดี พระ ไทย นัก, จึ่ง จัด ครู ผู้ ดี ให้ สั่ง สอน, รู้ สิลปสาทร วิชา ขนบ ธรรมเนียม ต่าง ๆ. แต่ เยม ศึกษา เล่า เรียน วิชา อยู่ ใน กรุง ลอนดอน ถึง ๑๙ ปี. ไม่ ได้ กลับ ไป เมือง สกอดแลนด์. ครั้น เจ้า แผ่นดิน สกอดแลนด์ ถึง ความ พิราไลย แล้ว, เยม จึ่ง เสด็จ กลับ ไป, ได้ ครอง ราชสมบัติ เปน เจ้า แผ่นดิน สกอดแลนด์ สืบ มา. ฝ่าย เฮนเร พระ ราชบุตร องค์ ใหญ่ ของ พระเจ้า แผ่นดิน อังกฤษ นั้น, คบ หา สมาคม แต่ พวก พาล, ทำ การ อยาบ คาย เกะกะ นัก. แต่ หมั่น มัก ฝัก ใฝ่ อยู่ ใน การ สงคราม, ฝีมือ รบ ดี เข้มแขง กล้า หาร, การ นอก นั้น ไม่ เปน ผล. วัน หนึ่ง พวก ของ พระเจ้า ลูก เธอ องค์ ใหญ่ ไป ปล้น เขา. เจ้า ของ ทรัพย จับ ได้ ส่ง มา ให้ แก่ ซกอยนี่ ผู้ ตระลาการ ใหญ่ ชำระ. พระเจ้า ลูกเธอ ทราบ ดัง นั้น เสดจ มา ที่ โรง วินิจฉัย, ชัก กระบี่ ออก เงื้อ ง่า ขู่ ตระลาการ, จะ ให้ ปล่อย ผู้ ร้าย นั้น เสีย. ตระลาการ ไม่ ปล่อย. พระเจ้า ลูก เธอ กริ้ว นัก, จะ เข้า แย่ง เอา ตัว ผู้ ร้าย ปล่อย เสีย. ตระลาการ ก็ ภา กัน จับ พระเจ้า ลูก เธอ ไป ขัง ไว้, จะ ถวาย บังคม ทูล พระกรุณา ให้ ทรง ทราบ. พระเจ้า ลูก เธอ รับ ผิด จะ ไม่ ทำ เช่น นั้น สืบ ไป. ตระลาการ เหน พระเจ้า ลูก เธอ อ่อน น้อม ยอม สาระภาพ ผิด แล้ว ก็ ปล่อย ไป, มิ ได้ ถวาย บังคม ทูล ให้ ทรง ทราบ. ภาย หลัง มา ความ เรื่อง นี้ ทราบ ไป ถึง เฮนเร เจ้า แผ่นดิน, พระองค์ ทรง ยินดี นัก, ตรัส สรรเสิญ ว่า, พระเจ้า แผ่นดิน พระองค์ ใด, มี ตระลาการ ซื่อสัตย ตัดสิน ความ มิ ได้ เหน แก่ เจ้า นาย, แล มี พระ ราชบุตร ซึ่ง ได้ กระทำ ผิด, แล้ว ยอม รับ ผิด โดย ดี ตาม กดหมาย ดัง นี้, พระ เกรียติยศ แล ความ ศุข คง จะ เจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้น ไป ไม่ เสื่อม ทราม. เฮนเร พระเจ้า แผ่นดิน นั้น มัก ประชวน พระ โรค ให้ ชัก สยบ ไป บ่อย ๆ. ครั้น โรค นั้น กล้า ขึ้น, ก็ สวรรคต ใน คฤศตศักราช ๑๔๑๓ ปี. พระ ชนม์ ได้ ๔๖ พรรษา. อยู่ ใน ราชสมบัติ ๑๔ ปี. มี พระ ราชบุตร ๔ องค์ พระราชธิดา ๒ องค์. พระราช บุตร องค์ ใหญ่ ได้ เปน เจ้า แผ่นดิน สืบ มา, พระ นาม ว่า, เฮนเร ที่ ห้า. แล้ว สั่ง ให้ หา พวก ที่ เคย เล่น เปน พาล มา กับ พระองค์ แต่ ก่อน เข้า มา. แล้ว ตรัส ว่า, บัด นี้ เรา ได้ เปน เจ้า แผ่นดิน แล้ว ต้อง กลับ ใจ เสีย ใหม่, ไม่ ปฤติ ทุจริต ความ ชั่ว เหมือน แต่ ก่อน. อย่า ได้ มา หา เรา เลย. กว่า พวก เจ้า จะ กลับ ใจ เสีย ใหม่. ถ้า พวก เจ้า กลับ ใจ เสีย ใหม่ ไม่ เปน พาล แล้ว, จึ่ง กลับ มา หา เรา ๆ จะ ชุบ เลี้ยง ตาม ความ ชอบ. แล้ว พระองค์ ทนุ บำรุง บ้าน เมือง ให้ อยู่ เปน ศุข, ตั้ง อยู่ ใน กดหมาย สำหรับ พระเจ้า แผ่นดิน, มิ ได้ เบียด เบียน ราษฎร. แต่ กริ้ว พวก ยอนวิกลิด นัก, สั่ง ให้ สืบ เสาะ จับ เอา ตัว มา คลอก เสีย เปน อัน มาก. ครั้ง นั้น ใน ประเทศ ฝรั่งเสศ เกิด อยุก อยิก แทบ จะ รบ กัน ขึ้น ใน เมือง. ขุนนาง แล ราษฎร ก็ แตก กัน เปน สอง ฝ่าย, เพราะ เจ้า สอง องค์ ไม่ เข้า กัน, ต่าง ตั้ง บึ่ง ชิง แชง แข่ง ขู้ ไม่ ลง กัน. เฮนเร เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ ทราบ ดัง นั้น เหน ได้ ที่, ก็ รีบ ยก ทหาร ไป ตี ฝรั่งเสศ ได้ หลาย ตำบล. ฝ่าย ฝรั่งเสศ ก็ แก่ง แย่ง เกี่ยง กัน อยู่. ไม่ รู้ ว่า จะ ให้ ใคร เปน นาย ทัพ ยก ไป รบ กับ เฮนเร, จึ่ง ช้า อยู่ มิ ได้ แต่ง กอง ทัพ ออก ไป รบ. จน เฮนเร ตี ล่วง เข้า ไป ได้ อีก หลาย หัว เมือง. จึ่ง ได้ จัด กอง ทัพ ยก ออก ไป. เฮนเร เหน กอง ทัพ ฝรั่งเสศ ยก มา มาก นัก, ก็ จัด แจง ตรอด ตรา กอง ทัพ ของ พระองค์ ไว้ ให้ เข้ม แขง มั่น คง ไม่ ย่อ ท้อ. ด้วย พระองค์ นั้น แขง ศึก. ครั้น รุ่ง ขึ้น ก็ ยก ออก มา รบ กัน. เฮนเร ได้ ไชย ชนะ ฆ่า นาย ทัพ ใหญ่ ฝ่าย ฝรั่งเสศ เสีย. ได้ ขุน นาง ฝรั่งเสศ ไว้ เปน ชเลย มาก คน. แล้ว เสดจ กลับ มา กรุง ลอนดอน. แต่ ประเทศ ฝรั่งเสศ นั้น ยัง แก่ง แย่ง รบ กวน กัน อยู่ หา สงบ ไม่. พระ เจ้า แผ่น ดิน กับ พระ มเหษี ก็ พลัด ไป อยู่ ข้าง ฝ่าย หนึ่ง. พระ ราชโอศ องค์ ใหญ่ ก็ พลัด ไป อยู่ ข้าง ฝ่าย หนึ่ง, เกิด จลา จล รบ พุ่ง กัน อยู่ ฉนี้, พระ เจ้า แผ่น ดิน ก็ สิ้น อำนาจ ประหนึ่ง ตก อยู่ ใน เงื้อม มือ พวก ขบถ.
๏ ฝ่าย พระ เจ้า แผ่น ดิน อังกฤษ ทราบ ว่า ฝรั่ง.สศ เกิด จลา จล อยู่ ดัง นั้น, ก็ ยก ทัพ ไป ตี เมือง นอ แมน เด ได้ ทั้ง สิ้น. ฝ่าย พวก ที่ ได้ พระ เจ้า แผ่น ดิน ไว้ นั้น ทราบ ว่า, พระ เจ้า อังกฤษ ตี เมือง นอ แมน เด ได้, จึ่ง มา อ่อน น้อม ขอ ทำ หนังสือ สัญญา ไมตรี กับ พระ เจ้า อังกฤษ, ๆ ได้ รับ พระ ราช ธิดา ของ พระ เจ้า ฝรั่งเสศ มา เปน พระ มเหษี พวก นั้น จึ่ง ทำ หนังสือ สัญญา ว่า, ถ้า พระ เจ้า แผ่น ดิน ฝรั่ง เสศ สวรรคต แล้ว, จะ ขอ รับ ว่า ราช การ แผ่น ดิน สืบ ไป, กัน พระ ราช บุตร เสีย จะ ไม่ ให้ ได้ ราช สมบัติ. ครั้ง นั้น พระ เจ้า อังกฤษ ทรง พระ ประชวน หนัก อยู่ ใน ประเทศ ฝรั่งเสศ. ทรง เหน ว่า พระ ชน ของ พระ องค์ จะ ดำรง อยู่ ไม่ ได้ แล้ว, จึ่ง มอบ ราช โอรศ ของ พระ องค์ ยัง ทรง พระ เยา นัก, ไว้ แก่ ขุน นาง ผู้ หนึ่ง ชื่อ เอิล ออฟ วอ วิก ให้ เปน พระ พี่ เลี้ยง. แล้ว ตั้ง ขุน นาง ผู้ หนึ่ง ชื่อ ดุก ออฟ เบ็ด เฟ็ด ให้ อยู่ ดู แล รักษา ว่า กล่าว ใน หัว เมือง ฝรั่งเสศ, ซึ่ง พระ องค์ ตี ได้ ไว้ นั้น, สั่ง ห้าม ไม่ ให้ ปล่อย ขุน นาง ฝรั่งเสศ ซึ่ง เปน ชเลย เหล่า นั้น ไป. กว่า พระ ราช โอรศ ของ พระ องค์ จะ ทรง พระ จำเริญ ขึ้น. เฮนเร เจ้า แผ่น ดิน อังกฤษ สั่ง ดัง นั้น แล้ว ก็ สวรรคต ล่วง ไป ใน คฤศต ศักราช ๑๔๒๒ ปี. พระ ชน มา ยุ ๓๔ พรรษา. อยู่ ใน สมบัติ ๑๐ ปี. มี พระ ราช บุตร องค์ เดียว.
๏ ฝ่าย ดุก ออฟ เบ็ด เฟ็ด กับ เอิล ออบ วอ วิฟ ทั้ง สอง ขุน นาง นี้ ดี มี สติ ปัญญา มาก ซื่อ สัตย ต่อ แผ่น ดิน, ก็ จัด แจง บำรุง พระ นคร ให้ เปน สุข โดย ยุติ ธรรม. ภาย หลัง แต่ นั้น มา สัก สอง สาม เดือน, พระ เจ้า แผ่น ดิน ฝรั่งเสศ ก็ สวรรคต. พระ ราช บุตร องค์ ใหญ่ ก็ ตั้ง พระ องค์ เปน พระ เจ้า แผ่น ดิน อยู่ ใน พวก ฝรั่งเสศ ที่ ซื่อ สัตย ต่อ แผ่น ดิน.
แมนที่โลกย์ ต่อ น่า ๑๓๒
๏ แต่นี้ จะ กล่าว เทมปะเรดโซน ส่วน เหนือ, ค่อน มา กลาง ขวาง รอบ ลูก โลกย, ที่ ว่า ไม่ ร้อน ไม่ หนาว หนัก นั้น สืบ ไป. เทมปะเรดโซน ที่ ปาน กลาง นี้, มี สี่ ฤดู ๆ ละ สาม เดือน, ฤดู หนาว ๑ ฤดูใบไม้งอก ๑ ฤดู ร้อน ๑ ฤดูใบไม้หล่น หนึ่ง.
๏ เมื่อ ถึง ฤดู หนาว ซะโน ตก ที่ แผ่นดิน, เวลา ค่ำ คืน เยือก เยน หนาว จน น้ำ แขง บ้าง ก็ มี, แต่ ทว่า ไม่ เหมือน ที่ ฟริซิดโซน แถบ หนาว มาก. ดอก ไม้ ไม่ ใคร่ จะ มี, ใบ ไม้ ทั้ง ปวง มี ศรี ต่าง ๆ, แดง บ้าง เหลือง บ้าง. ผัก หญ้า ทั้ง หลาย ตาย หมด.
๏ ถึง ฤดู ใบไม้งอก เปน ฤดู สุขุม ไม่ ร้อน ไม่ หนาว, ชาว นา ชาว สวน ทั้ง หลาย, เกาะ ปลูก ผัก ฟัก แฟง แตง ต่าง ๆ เข้า โภช เข้า ฟ่าง เผือก มัน เทศ ไว้ จน ถึง น่า ใบ ไม้ หล่น. จึง ได้ หัก เข้า โภช ขุด มัน เทศ เก็บ ผสม ไว้ ใต้ ถุน, ใช้ ฤดู หนาว. แล คน ทั้ง หลาย ไป เที่ยว เล่น ไหน ๆ ก็ สะบาย. แล ไป เหน ใบ ไม้ เขียว สด งาม ดี, มี ดอก ดก ศรี ต่าง ๆ แทบ ทุก ต้น, หอม ฟุ้ง กระจาย จร. แต่ ไม่ ใคร่ จะ เหน ผล, ๆ เติบ โต ขึ้น ที่ ละ เล็ก ละ น้อย, จน แก่ สุก ไม่ มี อีก ใน ปี นั้น, ดู คล้าย ๆ กัน เหมือน ทุเรียน มังคุด ใน กรุงเทพ ฯ นี้.
๏ ถึง ฤดู ร้อน ๆ ไม่ จัด ร้อน อ่อน ๆ สัก สอง สาม เดือน เท่า นั้น. ต้น ฤดู ร้อน คน ทั้ง หลาย ไป ดาย หญ้า สวน, ทำ หญ้า สวน แล้ว เกี่ยว หญ้า ทุ่ง นา มา ไว้ ใน โรง, จะ ให้ สัตว กิน ยาม ฤดู หนาว. ด้วย ยาม ฤดู หนาว หญ้า ไม่ งอก สัตว หา กิน ยาก, ฤดู ร้อน นี้ เปน คราว เกี่ยว เกบ พืช พรรณ ทั้ง ปวง.
๏ ถึง ฤดู ใบ ไม้ หล่น ร่วง, เปน ฤดู สบาย ไม่ ร้อน ไม่ หนาว, ชาว นา ทั้ง หลาย ไป ไถ นา ให้ ดิน ราบ เสมอ แล้ว, โปรย หว่าน เมด เข้า สาลี ลง ที่ นา ทั่ว คราด กลบ เสีย, ไม่ ต้อง ทำ อะไร อีก, ด้วย นา เปน ที่ ดอน สูง อาไศรย น้ำ ฝน แล ซะโน. ถ้า เข้า ลัด ต้น ขึ้น มา ได้ สัก คืบ เสศ, ซะโน ปิด คลุม ต้น เข้า ไว้ ต้อง แสง อาทิตย, ก็ จะ ลาย ไป บ้าง แล ปิด บัง ต้น เข้า อยู่ จน สิ้น กาล หนาว. เช่า น่า ร้อน จึง ได้ เกี่ยว เก็บ เข้า สาลี มา ไว้ ใน ยุ้ง ฉาง.
๏ คน ทั้ง ปวง ผู้ อยู่ ประเทศ อังกฤษ, แล อะเมริกา ส่วน ไม่ สู้ ร้อน ไม่ สู้ หนาว นั้น, เปน คน ขยัน มาก ทำ การ แขง แรง, เป็น ช่าง ต่าง ๆ หลาย อย่าง มาก นัก, เหลือ จะ ร่ำ พรรณา จะ หา ประเทศ อื่น เปรียบ ไม่ ได้. เปน คน มี ความ เพียน มาก, หนาว ก็ ไม่ กลัว ร้อน ก็ ไม่ ถอย. มี แต่ คิด ประดิษฐ ทำ ของ ทั้ง ปวง ให้ แปลก ตา ขึ้น ทุก ปี้ ๆ, จำ หน่าย ที่ ประเทศ ของ ตน แล บันทุก กำปั่น ไป ขาย ประเทศ อื่น ๆ, มี จีน แล อินเดีย เปน ต้น. ไม่ เลือก ที่ ไม่ เลือก แดน ไป เที่ยว ขาย จบ ทุก ตำบล หน แห่ง. มาก ดุจ น้ำ แล ฝูง ปลา สัญจร ไป ใน ท้อง มหาสมุท, ประเทศ อังกฤษ แล อะเมริกา ทั้ง สอง นี้, เปน ที่ ประเสริฐ สุด เกิด ของ วิเสศ ต่าง ๆ, มี เพชร แก้ว แหวน เงิน ทอง แล สิ่ง ของ ทั้ง หลาย ปลาด มาก.
๏ ถ้า จะ ว่า โดย ที่ เขตร แดน, บันดา เมือง ตั้ง อยู่ ที่ เทม ปะเรตโซน แล้ว. เมือง อยู่ ใน ติศ เทศ อะเมริกา กับ อังกฤษ เปน เมือง เลิด, อยู่ ใน ติศ เทศ อะเมริกา ใหญ่ กว้าง ขวาง กว่า ประเทศ อังกฤษ เปน ไหน ๆ สัก ร้อย ส่วน. ประเทศ อังกฤษ เปน เกาะ ย่อม ๆ ไม่ สู้ ใหญ่ นัก, แต่ มี หัว เมือง ขึ้น มาก.
๏ ถ้า จะ กล่าว ด้วย อาหาร เครื่อง กิน ของ คน ทั้ง ปวง ที่ อยู่ เทมปะเรตโซน นี้, มี เนย นม ขนมปั้ง กับ เนื้อ สัตว แล ผล ไม้ ต่าง ๆ เปน อาหาร. จะ ได้ กิน เข้า เมด แกง เผด ร้อน เหมือน อย่าง ชาว ไทย นี้ ไม่ มี เลย, ชอบ กิน แต่ ของ หนาว ๆ เยน ๆ อย่าง นั้น.
๏ ทอริคโซน ส่วน ท่า กลาง ขวาง รอบ ลูก โลกย, ที่ แสดง ว่า แสง อาทิตย ส่อง มา ต้อง ตรง ร้อน จัด มาก นัก นั้น, มี สาม ฤดู ๆ ละ สี่ เดือน, ฤดู หนาว ๑ ฤดู ร้อน ๑ ฤดู ฝน, แถบ ร้อน มาก นี้ จะ กล่าว สั้น. ด้วย ว่า เหมือน กัน สยาม ประเทศ ๆ ก็ ตั้ง อยู่ ส่วน ทอริคโซน ๆ คน ทั้ง ปวง ทำ นา ทำ สวน ทำ ไร่, ได้ เข้า น้ำ ตาล ฝ้าย ผล ไม้ ต่าง ๆ บริบูรณ. เพราะ เปน ประเทศ แถบ ร้อน มาก, เมือง ทั้ง หลาย อื่น ๆ ที่ มี อยู่ แถบ ทอริคโซน นั้น, จง ทรับ ทราบ อย่าง เดียว กัน เทอญ.
ไพร่ หลวง ฟ้อง
๏ ข้าพเจ้า เอดิตอร์ ของ จดหมาย เหตุ. ได้ ทราบ ความ ที่ คน ทั้ง ปวง พูด กัน ชุก ชุม มาก. ด้วย เลก ไพร่ หลวง ที่ ขึ้น ใน กรม ต่าง, ๆ ว่า มี ความ ยาก ความ ลำบาก มาก มาย. จะ เท็จ จริง ประการ ใด นั้น, ข้าพเจ้า เอดิตอร์ ก็ ยัง ไม่ ตั้ง ใจ ลง เปน แน่ ได้. แต่ ได้ ยิน ข่าว ว่า ไพร่ หลวง ใน กรม ล้อม พระราชวัง นั้น, แต่ เดิม หมู่ ไพร่ หลวง ใน กรม ล้อม พระราช วัง, ปี หนึ่ง เข้า สาม เดือน, ถ้า ไม่ ได้ มา เข้า เดือน ปี หนึ่ง, ต้อง เสีย เงิน ให้ แก่ เจ้า หมู่, ปี หนึ่ง เปน เงิน ๔ ตำลึง เสส กึ่ง ตำลึง. เจ้า หมู่ นาย หมวด เอา เงิน ไว้ เปน ประโยชน ของ ตน, หา ได้ เปน เงิน หลวง ไม่. แล ไพร่ หลวง ที่ ตาย ไป แล้ว นั้น, เมื่อ มี ชีวิตร อยู่ ยัง มา เข้า เดือน อยู่ เงิน มิ ได้ ค้าง. ครั้น ตาย ไป แล้ว เจ้า หมู่ นาย หมวด ก็ ตั้ง บาญ ชี ว่า เงิน ค้าง อยู่ กับ ตัว ไพร่ หลวง ที่ ตาย. เหตุ ไฉน เจ้า หมู่ ไม่ เอา เงิน กับ คน ตาย. เจ้า หมู่ เกาะ เอา ลูก เมีย มา ใส่ ทิม จำ ตรวน เร่ง เอา เงิน. หมู่ ไพร่ หลวง ก็ ได้ ความ เดือด ร้อน มาก ขึ้น. ผู้ คุม ซ้ำ เร่ง เอา เงิน ค่า ทิม อีก. ไพร่ หลวง ยับ ลง ไป เปน หลาย ราย. เจ้า กรม สมุบาญชี ไม่ ได้ ชำระ, ว่า เงิน ค้าง นั้น จริง ฤๅ ไม่ จริง. เจ้า หมู่ กับ ผู้ คุม หา กิน ด้วย กัน, เอา ตัว ไป ใส่ ทิม ไว้ ทน ไม่ ได้ ก็ ต้อง เสีย เงิน ให้ กับ ผู้ คุม แล เจ้า หมู่ ก็ มี บ้าง. ไพร่ หลวง ที่ ไม่ มี เงิน ก็ ต้อง ขัง ทิม อยู่ บ้าง. อด อยาก ตาย คา ทิม บ้าง. ชั่ง กะไร ไม่ เอนดู กับ หมู่ ไพร่ หลวง เลย. แล หมู่ ไพร่ หลวง ครั้ง นี้ ก็ ไม่ มี ความ ดี สัก นิด หนึ่ง. ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระ ราชทาน แจก เงิน เดือน กับ หมู่ ไพร่ หลวง, คน หนึ่ง เปน เงิน ๕ สลึง. บาง คน ก็ ได้ บาง คน ก็ ไม่ ได้. เปน กรรม เวร สิ่ง ได ของ หมู่ ไพร่ หลวง ไม่ รู้ สิ้น รู้ สุด เลย. แล หมู่ ไพร่ หลวง ต้อง ปรับ หมาย ทั่ว คน ปี หนึ่ง เปน เงิน ๙ ตำลึง. ไพร่ หลวง ทน ไม่ ได้ ก็ หนี เข้า ป่า ไป ทิ้ง บ้าน เรือน ไว้ เปน หลาย ราย หลาย แห่ง. ไพร่ หลวง อื่น ๆ ถ้า เปน แพ้ ความ เขา จึ่ง จะ ต้อง ปรับ. เจ้า กรม ปลัด นั่ง ศาล สมุ บาญ ชี ก็ นิ่ง ความ ไว้, หา ร้อง เรียน ท่าน ผู้ ใหญ่ ไม่, ทิ้ง ความ อยาก ความ จน มา ให้ แก่ หมู่ ไพร่ หลวง จริง ๆ. ลาง ที หมู่ ไพร่ หลวง ต้อง คดี เขา เกาะ เอา ตัว ไว้, ให้ บุตร ภรรยา มา บอก แก่ นาย แล เจ้า กรม สมุ บาญชี ท่าน ผู้ ชำระ, ว่า เดือน นี้ ผัว ฉัน ต้อง คดี พ่อ ฉัน ต้อง คดี. เจ้า กรม แล ผู้ ชำระ พร้อม กัน ไม่ ฟัง กลับ ซ้ำ เอา เงิน ๖ บาท. ขุน ศาล ผู้ คุม ๆ เหง หมู่ ไพร่ หลวง นัก, หา มี ผู้ ได จะ เปน ธุระ ไม่, ความ ยาก ของ ไพร่ หลวง หา ที่ เปรียบ มิ ได้ แล้ว. เจ้า กรม สมุ บาญชี ปลัด นั่ง ศาล เอา ขุน หมื่น มา ตั้ง ให้ รับ เอา แต่ เงิน เบี้ย หวัด ไป, ไม่ ได้ มา ทำ ราชการ มี ความ สบาย มาก. ข้าพเจ้า เอติตอ ตั้ง ใจ ว่า ธรรม เนียม ชาว สยาม นี้, ผู้ ที่ มี กำลัง มาก คิด แต่ จะ ข่ม ขี่ คน ที่ มี กำลัง น้อย เพราะ จะ ให้ ผุ้ อื่น นับถือ ว่า ตัว มี กำลัง, ถือ เอา เปน ธรรมดา ไม่ รู้ หมด รู้ สิ้น เลย.
ฟ้อง บ่าว ผู้ใหญ่
๏ ความ ที่ เขาลง พิมพ์ ที่ ข้าง ท้าย นี้, ข้าพเจ้า เอติ์เตอร์ พิ จารณา เหน ว่า เปน ความ จริง มาก. เพราะ เบ่า ผู้ใหญ่ มัก ทำ การ เช่นนี้, แต่ ก่อน เกิด คะโมย ล้วง เรือ น้ำ ตาล ที่ น่า บ้าน ข้าพเจ้า ชาว เรือ บอก ว่า เปน เบ่า ผู้ใหญ่ ไม่ อาจ จับ ตัว ได้. แต่ ข้าพเจ้า เหน ว่า ท่าน ที่ เปน นาย นั้น ท่าน ก็ ไม่ รู้. เบ่า ก็ มี มาก จะ รัก ษา ให้ ดี ให้ ถี่ ถ้วน ไป ก็ ยาก. มี คน มา กล่าว โทษ ฉนี้ ข้าพเจ้า ได้ ลง พิมพ์ เตือน ปัญญา ท่าน ผู้ ใหญ่, ปราถนา จะ ให้ มี ความ สุข ด้วย กัน ทั่ว ไป บ้าน เมือง จะ ได้ มี ความ เจริญ.
๏ อ้าย แสง ขาว บ่าว เจ้า พระยา ภูธราภัย, สำนัก อยู่ สวน นาย หง คลอง บางกอก ใหญ่ ต้น ก๊ก. อ้าย เทียน พี่ อ้าย คำ น้อง บ่าว หม่อม เจ้า ฉอุ่ม สำนัก อ้าย แสง ขาว, อ้าย เทศ บ่าว พระ เทพผลู เปน บุตร เขย กำนัน ฟัก คลอง วัด ท่า พระ. อ้าย ต่าย เปน คน สูบ ยาฝิ่น สำนัก กิน อยู่ ๆ แก่ นาย อ้น บ่าว พระยา อัษดา เรื่องเดช จาง วาง กรม พระ ตำรวจ. อ้าย วัน เปน ทาส พระยา อัษดา เรื่อง เดช จาง วาง กรม พระ ตำรวจ. อ้าย พุ่ม บ่าว หลวง ประดิษ นิเวศ เจ้า กรม ช่าง ทหาร ใน, อยู่ บ้าน เสา หิน คลอง บางกอก ใหญ่. อ้าย โต เก บ่าว หลวง หัถกิจ โกศล จาง วาง ช่าง ขึ้น กรม วัง, เปน คน วิชา ดี ฟัน แทง ไม่ เข้า สำนัก อยู่ สวน ยาย เอี่ยม หลัง วัด ประดู่ คลอง บางกอก ใหญ่ ต้น ก๊ก. อ้าย พร้อม วัน บุตร นาย เกษ สำนัก สวน ยาย เหมือน. หลัง วัด ประดู่ คลอง บางกอก ใหญ่ ต้น ก๊ก. อ้าย สัง บ่าว พระ พิเรนทร์เทพ เจ้า กรม พระ ตำรวจ ใหญ่ ซ้าย บ้าน บาง ลำเจียก, เปน คน สูบ ยาฝิ่น คลอง บางกอก ใหญ่. อ้าย ท้วม ทาส นาย ติด ทาส อำแดง จั่น บ้าน หลัง วัด ประดู่ คลอง บางกอก ใหญ่. อ้าย พุ่ม ผิว บ่าว ขุน ท่อง วารี อยู่ สวน ขุน ท่อง วารี. คบ คิด กัน กระทำ โจร กำ ฉก ลัก ล้วง เรือ ย่อง เบา ขึ้น เรือน, ตั้ง แต่ ปาก คลอง บางกอก ใหญ่ ไป จน ถึง บาง ประทุน, บาง จาก, บาง เสา ธง, บาง เชือก หนัง, ตั้ง สูบ ฝิ่น กิน เหล้า กิน กันชา, กระทำ แก่ ชาว บ้าน ชาว สวน ร้อน นัก.
ความ ฟ้อง เจ้า ภาษี เรือ
๏ มีคน กล่าว โทษ เจ้า ภาษี เรือ ที่ ข้าง ท้าย นี้,ข้าพ.เจ้า ผู้ เอ ดิตอร์ หารู้แน่ว่า, จะ จริง ฤๅ จะ เท็จ แต่ เหน ว่า, น่า กลัว จะ เปน ความ จริง มาก. ถ้าไม่ จริง เชิญ ท่าน ลง พิมพ์ แก้ ความ เถิด.
๏ จด หมาย เหตุ ใน เดือน ๘ เดือน ๙ ว่า ด้วย เรือ ลูก ค้า ล่อง มา ประมาณ ๒ ร้อย ลำ สาม ร้อย ลำ: เจ้า ภาษี เรือ ตั้ง ร้าน เรียก ภาษี อยู่ ที่ เมือง ไช นาด. ทำ เหนือ ท้อง ตรา กัก ขัง เรือ ของ ข้าพ เจ้า ไว้. ให้ เสีย ภาษี เรือ เสีย ก่อน. ข้าพ เจ้า ทราบ อยู่ ใน ท้อง ตรา, ให้ เรียก แต่ เรือ ประจำ ท่า. ครั้น เรือ ลูก ค้า ตก มา ถึง กรุงเทพ ฯ พวก ลูก ค้า ก็ ภา กัน ไป ร้อง ที่ เจ้า ภาษี ๆ ที่ รู้ จัก ชอบ อัชฌา ไส, ก็ คืน เงิน ภาษี ให้. ที่ ไม่ รู้ จัก แล้ว ก็ หา คืน เงิน ให้ ไม่. ข้าพ เจ้า จะ ไป ฟ้อง โรง ศาล กรม ใด ๆ ก็ ดี, ก็ จะ ต้อง เสีย เงิน ออก ไป ก่อน, ท่าน ตระ ลาการ ก็ ดี, ก็ จะ เหน แก่ คน มี เงิน, ที่ ไหน จะ เหน แก่ คน จน ก็ จะ แกล้ง กด ความ เสีย. ความ ก็ จะ เนิ่น นาน ป่วย การ ซื้อขาย. ข้าพ เจ้า ได้ ความ เดือด ร้อน นัก. ข้าพ เจ้า จึ่ง ได้ มา ออก หนังสือ พิมพ์, ท่าน ทั้ง หลาย ก็ ดี อย่า เอา เยี่ยง อย่าง ยัง นี้ เลย.
ความ ฟ้อง เจ้า ภาษี หมู
๏ คือ จีน ตา เปน เจ้า ภาษี หมู จีน ตื่น ผู้ เก็บ เงิน ภาษี หมู กับ ราษฎร จีน ผู้ ขาย, ใน พิกัด ภาษี ตรา ตั้ง ท่าน ให้ เก็บ ภาษี หมู แต่ จีน ผู้ ฆ่า หมู ขาย สิบ สอง ชัก หนึ่ง. จีน ตา จีน ตื่น โลภ คิด ยัก ย้าย ถ่าย เท ปราถนา อยาก จะ ได้ เงิน ให้ มาก. คิด เก็บ ภา ษี หมู ตาม ใจ ของ ตัว เอง. ขิด เก็บ เอา เงิน กับ ผู้ ฆ่า หมู ขาย เปน ตัว ละ กึ่ง ตำลึง, จีน ผู้ ฆ่า หมู ขาย ๆ ขาด ทุน คิด เปน หุน เปน หลี ยู่ ยี่ เตม ที่ คน ซื้อ คน ขาย ยัก ย้าย เตม ที่, ข้าพ เจ้า เหน คน อยาก คน จน คิด ป่น ปี้ จู้ จี้ พิ รี้ พิ ไร, ดู เหมือน จะ ใคร่ คิด ผิด.
ความ คะโมย
๏ ข้าพเจ้า ขอ เล่า ความ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ ทั่ว กัน, จีน เดด ปลูก เรือน อยู่ ใน บ้าน หลวง อภัย คง คา, เวลา ยาม หนึ่ง บ้าง สี่ ทุ่ม บ้าง, จีน เดด ลง เรือ เล็ก ๆ เที่ยว ล้วง เรือ เที่ยว ลัก เข้า ของ ชาว แพ. ลาง เวลา ก็ ขึ้น บก เที่ยว ล้วง ตาม บ้าน ตึก ราษฎร, ไม่ ได้ ขาด เลย สัก วัน หนึ่ง. ได้เข้า ของ แล้ว มา ขาย ให้ ไว้ กับ อำแดง เอม มาร ดา, อำแดง เกษ บุตร. อำแดง เอม อำแดง เกษ เปน ที่ ไว้ ใจ ของ จีน เดด. แต่ สิ่ง ของ อยาบ ๆ นั้น อำแดง เอม เอา ไป ไว้ ที่ สวน อำแดง เอม, สวน นั้น อยู่ คลอง วัด ทอง นพคุณ. เปน ของ ดี ๆ อำแดง เอม เอา ไว้ จำ หน่าย ที่ บ้าน, บ้าน เรือน อำ แดง เอม อำ แดง เกษ อยู่ ศาล เจ้า พุท กง, จีน ไท ที่ อยู่ ใน แถว ตลาด น้อย นั้น. ทราป ทั่ว กัน ว่า อำแดง เอม อำแดง เกษ เปน สำนัก ของ จีน เดด.
๏ ความ ฟ้อง ขาด แปลก ประหลาด หู
๏ จีน ขอ จีน หวด บิดา ภรรยา กับ บุตร เขย, ไว้ ตัว เปน คน ฉลาด, ทำ เรื่อง ราว ฟ้อง ขาด ภาษี, จำ นวล ปี ขาล อัฐศก, เงิน อากร ๘๔๐ ชั่ง, บวก อธิกมาศ, เงิน ๗๘ ชั่ง หก ตำลึง ๑๐ สลึง เฟื้อง. รวม เงิน ๑๐๑๘ ชั่ง ๖ ตำลึง ๑๐ สลึง เฟื้อง. ด้วย ภาษี ฝ้าย ไม่ เหมือน ภาษี อื่น ๆ, ด้วย มร สุม เรือ ฝ้าย, ล่อง มา ณ กรุง เทพ ฯ ใน เดือน เจ็ด เดือน แปด ทัน มร สุม สำเภา กำปั่น บันทุก สิ้น เชิง เท่า นั้น, ต่อ ไป เดือน เก้า จน เดือน สี่ ใน แปด เดือน นี้, จะ เก็บ ของ เลก น้อย จะ ได้ เงิน เพียง ร้อย ชั่ง เท่า นั้น, เงิน จำนวล ภาษี เก็บ ได้ เนื้อ มาก ใน เดือน เจ็ด เดือน แปด เก็บ ขึ้น เกือบ หมด, แล้ว คิด ทำ เรื่อง ราว คืน ภาษี ออก ตัว, ทำ ได้ แต่ เดือน ๕ เดือน ๖ เดือน ๗ เดือน ๘ สี่ เดือน, เฉลี่ย ตาม เงิน หลวง เปน ราย เดือน ๆ หนึ่ง เปน เงิน ๗๘ ชั่ง ๖ ตำลึง ๑๐ สลึง เฟื้อง รวม สี่ เดือน เปน เงิน ๓๑๓ ชั่ง ๖ สลึง เท่า นั้น, คิด เอา เปรียบ ชั้น หนึ่ง แล้ว. ต่อ ไป อีก แปด เดือน เปน เงิน ๖๒๖ ชั่ง ๑๖ ตำลึง ๖ สลึง เฟื้อง. รับ ทำ ต่อ ไป ไม่ ได้ ต้อง ส่ง คืน แจ้ง อยู่ ใน เรื่อง ราว นั้น แล้ว, ภาย หลัง แต่ง จีน มี ชื่อ ประมูล ขึ้น อีก ๒๐. ชั่ง, รวม เงิน ๖๔๖ ชั่ง ๑๖ ตำลึง ๖ สลึง, จะ เลย ไป จน เดือน แปด ปี ใหม่ เปน ปี หนึ่ง, หมาย จะ ตัด เอา ฝ้าย มร สุม ใหม่ นั้น เอา เปรียบ อีก ชั้น หนึ่ง, คิด ทำ การ ดัง นี้ เข้า ใจ ว่า ท่าน เจ้า พนัก งาน จะ ไม่ รู้ เท่า ทัน, แล้ว ปี หนึ่ง เงิน หลวง ที่ เคย ผูก ๘๔๐. ชั่ง, หาย ไป ต่าง ไหน จึง ไม่ ครบ จำ นวล, ทำ อย่าง นี้ จะ เปน เอา เปรียบ ฤา หา ไม่ ๆ เหมือน อย่าง ภาษี ฝิ่น, ภาษี บ่อน เบี้ย, ภาษี เตา สุรา เดือน ดี เดือน ชั่ว, เงิน ขึ้น ลง ผิด กัน ก็ ไม่ มาก. เหมือน ภาษี ที่ เปน มรสุม เปน ฤดู เดือน ดี เดือน ชั่ว, เงิน ขึ้น ลง ผิด กัน บาท ละ เฟื้อง, ภาษี ราย นี้ ทำ ออก ตัว ได้ แล้ว, ไป วัน น่า เหมือน ภาษี อื่น ๆ ที่ มี เดือน ดี เดือน ชั่ว, เงิน ขึ้น ลง ผิด กัน บาท ละ เฟื้อง บ้าง. บาท ละ สะ หลึง บ้าง คน ทำ ก็ จะ เลือก ตัด เอา แต่ เดือน ดี ที่ เดือน ชั่ว ก็ จะ ทิ้ง เสีย, กล่าว ตาม ความ ที่ เขา ทำ มา มี อยู่ อย่าง นี้. ท่าน ผู้ ใด มี กตัญญู ต่อ แผ่น ดิน อยู่ อย่า เอา เยี่ยง อย่าง ต่อ ไป.
เมล์ มา ใหม่
๏ เรือ เจ้า พระยา เข้า มา ถึง กรุงเทพ ๚ ณวัน ศุกร เดือน ๙ ขึ้น ๖ ค่ำ เอา เมล์ ยุโรบ มา, มี หนังสือ จดหมายเหตุ มา แต่ ลอนดอน, แต่ เดือน แปด ที่ ๑ แรม ๓ ค่ำ, จดหมายเหตุ มา แต่ เมือง อะเมริกา แต่ เดือน ๘ ที่ ๑ ขึ้น ๔ ค่ำ, จดหมายเหตุ มา แต่ เมือง เซียงไฮ้ เดือน ๘ ที่ ๒ ขึ้น ๓ ค่ำ, จดหมายเหตุ มา แต่ เมือง ฮ่องกง แต่ เดือน ๘ ที่ ๒ แรม ค่ำ หนึ่ง, จดหมาย เหตุ มา แต่ เมือง บีแนง แร ๖ ค่ำ, จดหมายเหตุ มา แต่ เมือง สิงค์โปร์ เดือน ๙ ขึ้น ๖ ค่ำ, มี ข่าว มา ทาง เตลิแครฟ, แต่ เมือง ลอนดอน ลง มา ถึง ณเดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๒ ค่ำ, ชาว ยุโรบ คน หนึ่ง โดย สาร เรือ เจ้า พระยา เข้า มา ชื่อ มอเซีย ริเมิด มนเติน เปน ชาว ฝรั่งเสศ.
ทาง เตลิแครฟ เมือง ราง กุง กรุงเทพ ฯ สิงคโปร์
๏ เรา มี ความ ยิน ดี เพราะ มี ข่าว มา ใหม่ แต่ เมือง สิงค์ โปร์, เปน ใจ ความ ว่า จำ พวก ที่ จะ ทำ ทาง เตลิแครฟ นั้น, ได้ การ เจริญ ขึ้น ทุก วัน, เจ้า เมือง ยะโฮร์, แล รำเบา, แล สลังโกร์ เปน จ้าว เมือง ใน ประเทศ มลายู ได้ ยอม ทำ คำ สัญญา ให้ ทำ ทาง เตลิแครฟ ตลอด ทั้ง ๓ เมือง นั้น แล้ว. ยัง มี แต่ เมือง เดียว ที่ ยัง ไม่ ได้ ยอม ทำ สัญญา คือ.เมือง บีราก, ฤ นั้น อยู่ ริม เขตร แดน เมือง ไซร. เพราะ เกิด วุ่น วาย ด้วย รบ กัน ฤ ทะเลาะ กัน เอง การ ที่ จะ ทำ สัญญา จึง ช้า ไป หน่อย, แต่ เจ้า เมือง นั้น คง จะ ยอม ทำ เมื่อ ยอม แล้ว จำ พวก เต ลิแครฟ, ก็ จะ ลง มือ ทำ ทาง เตลิ แครฟ. มี ข่าว ว่า คอเวอแมนต์ อังกฤษ ยิน ดี นัก, ด้วย การ ที่ จะ ทำ ทาง เตลิแครฟ, ขอบ ใจ คอเวอแมนต์ สยาม ที่ ยอม ให้ ทำ ทาง เตลิแครฟ ตลอด อาณา เขตร, ว่า เปน การ สำแดง ใจ ดี ใจ ใหญ่. เพราะ มี ข่าว มา ใหม่ ดัง นี้ ข้าพเจ้า จึง มี ความ หวัง ใจ ว่าทาง เตลิแครฟ คง จะ สำเร็จใน๒ ปี, กับ ทาง เตลิแครฟ ที่ ต่อ ไป ถึง เมือง ปตาเวีย ด้วย. เมื่อ ทาง สำเร็จ แล้ว, พวก เรา จะ ได้ ความ สบาย นัก เพราะ วิชา ที่ จะ พูด ด้วย ไฟ ฟ้า, ถึง ประ เทศ อินเดีย, แล ประเทศ ยูโรป, แล ประเทศอะเมริกา แล้ว จะ เปน ประโยชน์ มากมาย แก่ กรุงเทพ ๚ ด้วย.
๏ ข่าว มา ทาง เตลิแครฟ
๏ ลอนดอน เดือน ๘ บุรพาสาท แรม ๘ ค่ำ, ข่าว ว่า เอ็มบีรอ ฝรั่งเสศ มี หนังสือ ไป ถึง, เมือง ปรอศเซียแล เมือง อิตาลี. เพื่อ จะ ห้าม ทั้งสอง เมือง นั้น ไม่ ให้ รบ เมือง ออศเตรีย. ให้ หยุด เสีย ก่อน. อนึ่ง ใน ขณะ ที่ ปรอศเซีย เข้า ประจน ทัพ, ออศ เตรีย ใน เมือง โบฮิเมีย นั้น, ได้ จับ ทหาร เมือง ออศเตรีย ได้, หมื่น หนึ่ง กับ สี่พัน คน แล ปืน ๑๑๖ กระบอก.
๏ ลอนดอน เดือน ๘ แรม ๙ ค่ำ,ข่าว ว่า ทัพ อิตาลี ที่ คาริ บอล ดี เปน แม่ ทัพ นั้น. ได้ ตี ทัพ ออศเตรีย ๆ ได้ ไชยชนะ. คาลี บอล์ดี ถูก อาวุธ. อนึ่ง ปรินเซศ เฮลิน เปน พระ ราชธิดา เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ, ได้ แต่ง การ วิวาห์ ใน วัน เดือน ๘ แรม ๘ ค่ำ,
๏ ลอนดอน เดือน ๘ แรม ๑๐ ค่ำ, คอเวอเมนต์ เมือง ปรอศ เซีย, ไม่ ยอม หยุด การ ศึก ตาม ที่ คอเวอเมนต์ ออศเตรีย ได้ ขอ นั้น.
๏ อนึ่ง หนังสือ เอมบีรอ ฝรั่งเสศ, ที่ มี ไป ห้าม การ ศึก เมือง ปรอศเซีย. แล เมือง ออศเตรีย นั้น ยัง ไม่ มี คำ ตอบ.
๏ อนึ่ง ที่ เมือง ออศเตรีย ยก เมือง วินิเซีย ให้ ฝรั่งเสศ นั้น, เมือง อิตาลี ไม่ ชอบ.
๏ อนึ่ง เมือง ปรอศเซีย ตี ทัพ เมือง ออศเตรีย ที่ เมือง บาเว เรีย เมือง ออศเตรีย ได้ ชนะ. อนึ่ง เรือ อังกฤษ ชื่อ เครศอีศ เติน. บันทุก สาย เตลิแครฟ ที่ จะ ข้าม มหาสมุทร นั้น แล่น ออก ไป แล้ว.
๏ อนึ่ง ข่าว มา แต่ เมือง คานิดา,ข่าว ว่า คอเวอเมนต์ คานิดา, จะ ต้อง คิด เอา ค่า ป่วย การ แก่ เมือง อยู่ ใน ติศเทศ, เพราะ พวก พีเนียน ที่ ไป ทำ ร้าย เมือง คานิดา นั้น, เปน ชาว อยู่ ใน ติศเทศ. อนึ่ง ทัพ อิตาลี ยก ไป เพื่อ จะ รบ ออศเตรีย อีก.
๏ ลอนดอน เดือน ๘ แรม ๑๒ ค่ำ, ทัพ ปรอศเซีย ก็ ไป ใน เมือง โบฮิเมีย อีก. ทัพ ออศเตรีย ลาด ทัพ ถอย มา.
๏ ลอนดอน เดือน ๘ แรม ๑๓ ค่ำ, เรือ อังกฤษ ชื่อ เครศ อีศเติน ได้ ลง มือ วาง สาย เตลิแครฟ ใน มหาสมุทร.
๏ ลอนดอน เดือน ๘ แรม ๑๔ ค่ำ, ข่าว ว่า เมือง ปรอศ เซีย ไม่ ยอม อยุด การ ศึก. อนึ่ง ทัพ ออศเตรีย นั้น จับ การ ที่ จะ ลาด ถอย มา จาก เมือง วินิเซีย.
๏ ลอนดอน เดือน ๘ แรม ๑๕ ค่ำ, ทัพ เรือ ฝรั่งเศศ ได้ ใช้ ใบ จะ ไป เมือง วินิเซีย.
๏ ลอนดอน เดือน ๘ อุตราสาท ขึ้น ๘ ค่ำ, ข่าว ว่า เมือง ปรอศเซีย ยอม อยุด การ ศึก ถึง ห้า วัน. ทัพ เมือง ปรอศเซีย เปน แต่ ล้อม เมือง เมล็คศ์ซะไว้.
๏ ลอนดอน เดือน ๘ ขึ้น ๙ ค่ำ, เมือง ออศเตรีย จะ อยุก การ ห้า วัน ตาม ปรอศเซีย, ใน ห้า วัน นั้น ออศเตรีย จำ เปน ให้ ตก ลง กัน. ว่า จะ ให้ กลับ มี ความ ศุข ให้ สำเร็จ ใน หา วัน ถ้า แม้น ไม่ ฟัง ก็ จะ กลับ รบ กัน อีก.
๏ ลอนดอน เดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ข่าว ว่า, เมือง ออศเตรีย แล เมือง ปรอศเซีย ปฤกษา ตก ลง กัน แล้ว. เมือง ออศเตรีย จะ ไม่ เข้า กับ เมือง เยอมะเน ต่าง ๆ ที่ รวม กัน นั้น.
๏ ลอนดอน เดือน ๘ แรม ๒ ค่ำ ข่าว ว่า, คำ สัญญา ที่ จะ อยุด ความ ศุส นั้น ได้ ลง ชื่อ, คอเวอเมนต์ ทั้งสอง ฝ่าย เปน สำคัญ. แล้ว จะ ให้ อยุด นาน เพียง ไร ก็ ไม่ ว่า. ทัพ ออศเตรีย ยัง ค้าง อยู่ ใน เมือง โบฮี่เมีย แล เมือง โมราเวีย.
๏ อนึ่ง สาย เตลิแครฟ แอนแลนติก นั้น วาง เสร็จ แล้ว. คราว นี้ ได้ การ ดี.
คอเวอเมนต์ อังกฤษ
จะ อุปถัมภ การ เตลิแครฟ
๏ ข้อ ที่ ปา ลิ เมนต์ ยัง ถาม อยู่ เดี๋ยว นี้ เปน ข้อ ที่ ทำ สาย เตลิแครฟ ตั้ง แต่ ประเทศ อิน เดีย จน ถึง เมือง อังกฤษ, คง จะ เปน ประโยชน์ ใหญ่ ยิ่ง อย่าง หนึ่ง, คือ ว่า พวก ใน ปา ลิ เมนต์ จะ ชวน คอเวอเมนต์อังกฤษ, จัด แจง ให้ มี เมลด์ ทุก ขวบ อาทิตย, ตั้ง แต่ เมือง อังกฤษ ถึง เมือง บำไบ, แล ให้ คอเวอเมนต์ โปรด ยอม อนุญาต, ให้ พวก กัมปะ นี่ ทำ สาย เตลิแครฟ ใน ที่ ทั้ง ปวง ตาม ชอบ ใจ เรา เหน ว่า ข่าว ที่ เขา ฝาก มา โดย ทาง สาย เตลิแครฟ จะ ดี ขึ้น, เพราะ กัมปะนี่ ต่าง ๆ จะ ได้ กำ ไร มาก ด้วย ทำ สาย เตลิแครฟ ขึ้น. ข้อ นี้ คัด ออก จา ยางกุ้งไทม์
ว่าด้วยเหาบน แม่ไก่แลลูกไก่ ด้วย
จง ยก ปีก ไก่ พิจารณา ดู ให้ ดี, เพราะ ว่า บาง ที เหา มัน กวน ไก่ นัก, ไก่ จะ ฟัก ก็ ไม่ ได้ ต้อง ทิ้ง รัง เสีย. ถ้า เปน เช่น นั้น เอา น้ำมัน ทา ใต้ ปีก ไก่. แม้น ว่า เปน ลูก ไก่ ให้ เอา น้ำมัน ทา ทั้ง ตัว. บางที เอา หีบ ใส่ ทราย แห้ง ให้ เตม, ปล่อย ไก่ ลง ไป ให้ คุ้ย ทราย ใน หีบ นั้น, ทราย เข้า แทรก ใน ขน ไก่ แล้ว เหา ก็ หนี หมด.
การ บันทุก เรือ ไป นอก
๏ บัดนี้ เรือ กำปั่น ต่าง ประเทศ นั้น, มี คน เช่า บันทุก สินค้า เสีย หมด, ยัง เหลือ อยู่ แต่ เรือ สยาม. ตั้ง แต่ เดือน แปด ที่ ๒ แรม ๑๕ ค่ำ นั้น, มี เรือ ต่าง ประเทศ บันทุก ของ ออก ไป จาก กรุงเทพฯ ๔ ลำ, คือ เรือ ชื่อ กีไซนี่ปลันซี่, บันทุก ใน กรุง เทพฯ เปน ราคา หาบ ละ ๔๕ เซนต์, บันทุก ที่ หลังเต่า หาบ ละ ๔๐ เซนต์นต์. เรือ ชื่อ โฟลเรลไนตินเกล์, บันทุก ใน กรุงเทพฯ แล หลังเต่า เหมา กัน หาบ ๔๕ เซนต์. เรือ ชื่อ อัศมิรัลวินเตอ, บันทุก ของ เหมา ทั้ง ใน ทั้ง นอก หาบ ๕๐ เซนต์. เรือ ชื่อ ซีลี บัน ทุก ของ เหมา ทั้ง ใน ทั้ง นอก หาบ ๔๕ เซนต์.
๏ เรือ ที่ มี ชื่อ ข้าง ท้าย นี้, ได้ แล่น ออก จาก กรุงเทพฯ ใน ๒๓ วัน นี้, คือ ชิบ สยาม ชื่อ ปาเวคอน จะ ไป เมือง อ้ายมุ่ย. บันทุก พริกไทย ดำ ๔๐๐ หาบ. เข้า สาน ๕๐๐ หาบ. ฝาง ๑๑๐๐ หาบ. น้ำตาน ซาย ๑๐๐๐ หาบ. เมล็ด งา ๒๐๐ หาบ. เข้าเปลือก ๖๐๐ หาบ. ถั่วเขียว ๑๐๐ หาบ. ปลาเคม ๒๐๐ หาบ. ปลิงทะเล ๖๐๐ หาบ. ฝ้าย ๒๐๐ หาบ.
๏ ชิบ สยาม ชื่อ เรศโซลูชัน. จะ ไป ห้องกง บันทุก เข้า สาน ๕๗๐๐ หาบ. ฝาง ๒๘๐๐ หาบ. เข้า เปลือก ๒๐๐๐ หาบ. ปลิงทะเล ๕๒๐ หาบ. ไม้ ชิงชัน ๖๑๐ หาบ. ไม้ สัก ๑๐๐๐ หาบ.
๏ ลักเคอ สยาม ชื่อ กิมฮองไทย จะ ไป ซองกง, บันทุก พริกไทย ดำ ๓๐๐ หาบ. เข้า สาน ๒๕๐๐ หาบ. เข้าเปลือก ๒๗๕ หาบ. ไม้ชิงชัน ๑๐๐๐ หาบ. กง เรือ ๑๐๐ อัน.
๏ บาก สยาม ชื่อ หิ่งห้อย จะ ไป เลี้ยงไช้, บันทุก พริก ไทย ดำ ๑๑๕๔ หาบ. เข้า สาน ๒๘๕ หาบ. ฝาง ๔๕๖ หาบ. น้ำตาน ทราย ๒๒๒๔ หาบ. ไม้ชิงชัน ๒๑๒๐ หาบ. ปลิงทะเล ๘๐๐ หาบ. อก เต่า ๒๕ หาบ.
๏ ปริก สยาม ชื่อ ปรอนนีโร จะ ไป เมือง ยวน, บันทุก เข้า สาน ๑๐๕๐ หาบ. ฝ้าย ๘๕๐ หาบ.
๏ บาก สยาม ชื่อ แคสเติ้ล. จะ ไป ฮองกง บันทุก พริก ไทย ดำ ๕๙๙ หาย. เข้า สาน ๓๖๓๓ หาบ. ฝาง ๘๘๕ หาบ. น้ำ ตาน ทราย ๖๑๖ หาบ. ย่าน ใบ ๔๘ หาบ. ปลิง ทะเล ๓๗๖ หาบ. ฝ้าย ๑๗๖ หาบ.
๏ บาก สยาม ชื่อ อินเดีย นวอเยอ จะ ไป ฮองกง. บันทุก พริก ไทย ดำ ๑๕๐๐ หาบ. เข้า สาน ๒๕๐๐ หาบ. ฝาง ๓๐๐ หาบ. เฃ้า เปลือก ๒๖๐๐ หาบ. ปลิง ทะเล ๑๕๐ หาบ.
๏ บาก สยาม ชื่อ เอนเตอไปรศึ จะ ไป ฮองกง. บันทุก เข้า สาน หมื่น ๑๘๐๕ หาบ. ฝาง ๒๒๕ หาบ. ถั่ว เขียว ๑๕๘ หาบ.
๏ สกุเนอ อังกฤษ. ชื่อ อิริน จะ ไป ฮองกง บันทุก เข้า สาน ๒๗๖๐ หาบ. เมล็ด งา ๙๐ หาบ. ย่าน ใบ ๖๙ หาบ. ฝ้าย ๑๒๐ หาบ.
๏ บาก สยาม ชื่อ เบนดิก จะ ไป ฮองกง. บันทุก หนัง ๕๐ หาบ. เขา ควาย ๓๕ หาบ. เข้า สาน ๗๔๒๖ หาบ. ฝาง ๒๗๐ หาบ. ตะกั่ว ตรียบ ๒๐ หาบ. ปลิง ทะเล ๑๒๕ หาบ. ฝ้าย ๓๘๗ หาบ. โป ลง ๙๗๐ หาบ.
๏ บาก บริเมน ชื่อ บริมา จะ ไป ฮองกง, บันทุก พริก ไทย ดำ ๖๓๔ หาบ, เข้า สาน ๔๔๘๕ หาบ, น้ำ ตาน ทราย ๕๐๐ หาบ. เข้า เปลือก ๒๕๐ หาบ, ถั่ว เขียว ๘๐ หาบ, ย่าน ใบ ๑๖ หาบ, ฝ้าย ๕๐๐ หาบ.
๏ ลักเกอ สยาม ชื่อ กิมซุนวัศ จะ ไป ฮองกง, บันทุก พริก ไทย ดำ ๓๑ หาบ, เข้า สาน ๔๔๙๕ หาบ, เมล็ด งา ๓๒ หาบ. เข้า เปลือก ๒๕๐ หาบ. ฝ้าย ๑๐๕ หาบ.
๏ บาก สยาม ชื่อ โกไลอา จะ ไป ฮองกง, บันทุก พริก ไทย ดำ ๙๘๔ หาบ, เข้า สาน ๖๓๓๗ หาบ, ฝาง ๑๓๘๘ หาบ, เข้า เปลือก ๑๒๕๙ หาบ, ไม้ ซิงชัน ๕๘๔ หาบ.
๏ เรือ เจ้า พระยา ไป หน ก่อน นั้น จะ ไป เมือง สิงคโปร์, บันทุก เขา ควาย ๑๕๐ หาบ. เข้า สาน ๓๘๑๕ หาบ, ครั่ง ๔๗๒ หาบ, น้ำ ตาน ทราย ๑๙๑๙ หาบ, เมล็ด งา ๓๘ หาบ, ไหม ๑๐ หาบ, ย่าน ใบ ๑๐ หาบ, ปลา เค็ม ๑๐๙ หาบ, พริก ไทย ดำ ๑๘๓ หาบ, หนัง ๑๘ หาบ, งาช้าง ๗ หาบ.
๏ สกุเนอ อังกฤษ ชื่อ ไกลโอ จะ ไป เมือง สิงคโปร์, บันทุก พริก ไทย ดำ ๓๕๐ หาบ, เข้าสาน ๒๑๖๓ หาบ, ฝาง ๒๕ หาบ,
๏ บริก สยาม ชื่อ เมิคควิรี่ จะ ไป เมือง สิงคโป, บันทุก เข้า สาน ๑๗๘๐ หาบ, น้ำ ตาน ทราย ๔๐๐ หาย, เมล็จ งา ๓๖ หาบ, ปลาเคม ๒๐ เกวียน.
๏ บาก สยาม ซื่อ ออคัศ จะ ไป สิงคโป, บันทุก เข้า สาน ๙๖๐๐ หาบ, ฝาง ๒๖๒ หาบ.
๏ สกูเนอ อังกฤษ ชื่อ วอศตะเลัล จะ ไป สิงคโป, บันทุก เข้า สาน ๒๕๗๘ หาบ.
๏ บาก สยาม ซื่อ ฮิรา จะ ไป สิงคโปร์, บันทุก พริก ไทย ดำ ๑๘๐๐ หาบ, ฝาง ๒๒๕ หาบ. ตะกั่ว เกรียบ ๑๐๘ หาบ.
ราคา สินค้า กรุงเทพ
๏ เข้ากล้อง อย่าง ต่ำ เกวียนละ ๔๙ บาท ๏ เข้า กล้อง อย่าง กลาง เกวียนละ ๕๖ บาท ๏ เข้าขาว อย่าง ดี เกวียน ละ ๖๐ บาท ๏ เข้า อย่าง ที่ ๔ เกวียน ละ ๖๕ บาท เข้า ขาว ที่หนึ่ง เกวียน ๘๐ บาท ที่ ๒ เกวียน ๗๕ บาท ๏ เข้าโรงษี่ จักร ที่ หนึ่ง หาบละ ๒ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบ ละ ๒ บาท สลึง ที่ ๓ หาบ ละ ๒ บาท เฟื้อง ๏ เข้า เปลือก นาสวน เกวียน ๕๑ บาท นา เมือง เกวียน ละ ๔๒ บาท ๏ เมลด งา เกวียน ละ ๙๖ บาท ๏ ฝ้าย ไม่มี เมต หาบ ละ ๒๕ บาท ที่ มี เมต หาบละ ๙ บาท ๏ น้ำตานทราย ขาวอย่าง ที่ หนึ่ง หาบละ ๑๒ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบละ ๑๑ บาท ๓ สลึง ที่ ๓ หาบละ ๑๐ ๒ สลึง พ่อง ๏ น้ำตานแดง ที่ ๑ หาบละ ๗ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๕ บาท ๏ พริกไทย ดำ หาบ ละ ๙ บาท ๏ หนังควาย หาบ ละ ๑๑ บาท ๏ หนังวัว หาบละ ๑๘ บาท ๏ เขาวัว หาบ ละ ๒๙ บาท
๏ เขาควาย หาบละ ๑๕ บาท ๒ สลึง ๏ กำยาน ที่ ๑ หาบละ ๑๘๐ บาท ที่ ๒ หาบละ ๗๐ บาท ๏ ตะกั่วเกรียบ ที่ ๑ หาบละ ๔๐ บาทที่ ๒ หาบ ละ ๓๗ บาท ๏ ป่านกลีบ ที่ ๑ หาบละ ๒๔ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๒๓ บาท ๏ รง หาบ ละ ๖๕ บาท ๏ ไหมโคราช หาบละ ๓๒๐ บาท ไหม ยวร หาบ ละ ๘๐๐ บาท ไหม เขมน หาบละ ๖๕๐ บาท ๏ ครั่ง ที่ ๑ หาบละ ๑๔ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบละ ๑๓ บาท ๏ เร่ว หาบละ ๓๘ บาท ๏ กระวาน หาบละ ๒๘๐ บาท ๏ ฝาง ๓ ดุ้น ๔ ดุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๒ บาท สลึง ที่ ๕ ดุ้น ๘ ดุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๒ บาท เฟื้อง ที่ ๗ ดุ้น ๘ ดุ้น ๙ ดุ้น เปน หาบ ๆ ละ บาท สาม สลึง เฟื้อง ๏ เมลด กระเบา หาบละ ๒ บาท ๏ ไม้ ชิง ชัน ที่ หนึ่ง ๑๐๐ หาบ เปน ๒๕๐ ที่ สอง หนัก ๑๐๐ หาบ เปน ๓๘๐ บาท ๏ ไม้แดง ที่หนึ่ง ๓๐๐ หาบ เปน ๒๐๐ บาท ที่ ๒ หาบ ละ บาท ๏ ไม้สัก ยก ละ ๑๐ บาท ๏ งา ช้าง ๔ อัน เปน หาบ ๆ ละ ๓๖๐ บาท ๕ อัน เปน หาบ ละ ๓๓๐ บาท ๖ อัน เปน หาบ ๆ ละ ๓๐๐ บาท ๏ ปลาแห้ง หาบละ ๑๕ บาท ปลาสดิก หาบ ละ ๑๐ บาท สลึง ๏ ปลิง ทะเล หาบละ ๙ บาท ๒ สลึง กระสอบ ๑๐๐ ใบ เปน ๘ บาท ทอง หนัก บาท หนึ่ง เปน เงิน ๑๗ บาท ๏ การ แลก เงิน เมือง สิงคโปร ได้ กำไร ร้อย ละ ๗ เหรียญ
๏ การ ขาย ของ ชะ
๏ ข้าพเจ้า ที่ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ มี สิ่ง ฃอง ฝาก มา แต่ ประเทศ ยูโรป คือ แหวน ทอง คำ มี เพชร พลอย อย่าง ดี เยน จี้ แหวน ทำ ประ ดับ ด้วย พลอย ทับ ทิม แล พลอย อืน ๆ อย่าง ดี ขาย สร้อย ทอง คำ แล เพชร ต่าง ๆ นาย ห้าง นั้น มี ชือ ว่า เอไอมัน แล ตี เฮนรี แอน กัมปะนี อยู่ ที น่า บ้าน สมเดจ เจ้า พระยา องค์ใหญ่
ช่าง นาฬิกา
๏ ข้าพเจ้า มี ความ ปราถนา จะ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ ว่า, ข้า พเจ้า ตั้ง บ้าน อยู่ ที ถนน เจริญ กรุง, เปน ช่าง ทำ นาฬิกา พก ทำ นาฬิกา ใหญ่, แล นาฬิกา โครนำมิเตอ. ถ้า นาฬิกา อย่าง ไร เสีย ก็ แก้ ไข ได้ทุก อย่าง. แล จะ ทำ ให้ แล้ว เรว แล ดี ด้วย
| กำปั่นเข้ากรุงเทพฯ | ||||||
| เข้ามาเมื่อไร | กำปั่นชื่อไร | กับปิตันชื่อไร | กี่ ตอน | เรืออะไร | มาแต่ไหน | |
| เดือน ๙ ขึ้น | ๖ ค่ำ | เจ้าพระยา | อรตัน | ๓๕๓ | กลไฟสยาม | สิงคโปร์ |
| เดือน ๙ | ๗ ค่ำ | อิงคิเบิก | ปีเตอเซน | ๓๔๕ | บาก ปรูเซีย | ฮองกง |
| เดือน ๙ | ๗ ค่ำ | คาโลตา | เยศเปอเซน | ๔๒๐ | บาก ฮำเบิค | สิงคโปร์ |
| ออกไปเมื่อไร | กำปั่นออกจากกรุงเทพฯ | จะไปไหน | ||||
| เดือน ๙ แรม | ๑๔ ค่ำ | ปรอสปีโร | จื่น | . . . | บริก สยาม | ชายทะเล |
| เดือน ๙ | ๑๕ ค่ำ | แคศเทล | ดอด กลิบ | ๓๗๕ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๙ | ๑๕ ค่ำ | วอเยอ | ยัง | ๕๐๐ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๙ ขึ้น | ๑ ค่ำ | เอนเตอไปรซ์ | ซัมเฟล | ๔๘๔ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน | ๑ ค่ำ | อีริน | สตัวอต | ๑๙๔ | สกูนเนอ อังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน | ๓ ค่ำ | เบนติก | แฮบแบก กอต | ๕๓๗ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน | ๕ ค่ำ | ออกัสด์ | บรุก | ๔๑๒ | บาก สยาม | สิงค์โปร์ |
| เดือน | ๕ ค่ำ | วอดเตอเลเล่ | เมเร | ๑๔๒ | สกูนเนอ อังกฤษ | สิงค์โปร์ |
| เดือน | ๙ ค่ำ | ปริมา | โฮฮิบเซอ | ๓๘๐ | บาก ปริมา | ฮองกง |
| เดือน | ๙ ค่ำ | กงสสวัด | เกอเตศ | ๒๐๙ | เรือ ลำเลียง | ฮองกง |
| เดือน | ๑๐ ค่ำ | ฮีรา | บักโฮลต์ | ๕๗๓ | สกูนเนอ สยาม | สิงค์โปร์ |
| เดือน | ๑๐ ค่ำ | โคไลฮา | ดะสีละวา | ๔๘๘ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน | ๑๑ ค่ำ | ซานฮอสติ | ซอละมัน | ๔๓๒ | บาก ปริมา | ฮองกง |
แล ทำ เขม เดิน เรือ ก็ ได้. ข้าพเจ้า มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ นี้ ชื่อ เอฟ. เอช. ไวเอลกี.
๏ หนังสือ ที่ จะ ขาย ๚ ๏ หนังสือ ดิกษะนาร ภาษา อังกฤษ แปล เปน ไทย แปล ออก ใหม่ ๆ ใน เรว ๆ นี้ เปน หนังสือ ย่อม ๆ เปน อย่าง ดี ซึ่ง ผู้ หนึ่ง ผู้ ได จะ เรียน ภาษา อังกฤษ แปล เปนไทย ได้ เปน หนังสือ สำหรับ ขาย มี อยู ที่ บ้าน ข้าพเจ้า หมอ ปรัตเลแล ที่ บ้าน หมอ แมก ดัด เชิญ ท่าน ทั้งปวง มา ดู จะ ขาย ให้ ภอ สมควร
ว่า ด้วย ชาว นา แล หมา ของ ตัว
๏ ปี หนึ่ง บังเกิด หนาว มาก, คน ทำ นา คน หนึ่ง ต้อง อยู่ ใน เรือน จะ ออก ไป เที่ยว หา กิน ไม่ ได้. จึง ต้อง ฆ่า แกะ ของ ตัว กิน หมด. เมื่อ แกะ หมด แล้ว ก็ ยัง หนาว อยู่อิก, ก็ ต้อง ฆ่า แพะ กิน หมด. ครั้น แพะ หมด แล้ว จะ ไป หา กิน ก็ ยัง ไม่ ได้, ก็ ต้อง ฆ่า วัว ที่ สำรับ ไถนา กิน ด้วย. ส่วน ฝูง หมา เห็น จึง ชวน เพื่อน กัน ว่า จะ หนี ไป เสีย เถิด. แต่ วัว เขา รัก เขา ยัง ฆ่า กิน เสีย หมด. ประเดี๋ยว จะ ถึง เคราะห็ ของ เรา. คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า, จง พิจารณา ดู เคราะห์ ของ ผู้ อื่น ด้วย.
ว่า ด้วย ไก่ แล ฬา แล สิงโต
๏ เมื่อ ฬา ตัว หนึ่ง แล ไก่ ตัว ผู้ ตัว หนึ่ง, กำลัง กิน อยู่ ใน นา, สิงโต เดิน มา ภบ ฬา เข้า, ก็ ปราถนา จะ กิน ฬา เสีย. เมื่อ สิงโต จะ กระโจน เข้า ไป กิน ฬา ไก่ ก็ ขัน ขึ้น. สิงโต ตกใจ วิ่ง หนี ไป โดย เรว. ฬา เห็น สิงโต วิ่ง ไป ก็ นึก ว่า สิงโต หนี ฬา, ๆ ก็ วิ่ง ไล่ สิงโต. แต่ สิงโต เหลียว มา เห็น ฬา ไล่, ก็ กระโดด ตะ ครุบ จับ ฬา ฉีก เนื้อ กิน เสีย. คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า, การ ที่ ประมาท หมิ่น แล เย่อ ยิ่ง, ก็ มัก พา ไป ถึง ความ ฉิบ หาย เรว.
| ๏ ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง แรม เดือน ๙ นี้ ฯะ | ||||||||
| ค่ำ อังกฤษ | ค่ำ ไทย | ค่ำ จีน | อาทิตย์ ขึ้น กี่ โมง | อาทิตย์ ตก กี่ โมง | อาทิตย์ เที่ยง กี่ โมง | จันทร์ ตก กี่ ทุ่ม | ||
| เดือน ออคัศ | เดือน ๙ | เดือน ๗ | ||||||
| วัน จันทร์ | ๒๗ ค่ำ | แรม ค่ำ ๑ | ๑๗ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๑ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๙ นาที | ๕ โมง | ๕๙ นาที | ๑ ทุ่ม ๓๒ นาที |
| วัน อังคาร | ๒๘ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ๑๘ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๑ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๘ นาที | ๕ โมง | ๕๙ นาที | ๒ ทุ่ม ๒๘ นาที |
| วัน พุทธ | ๒๙ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ๑๙ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๒ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๘ นาที | ย่ำ เที่ยง | นาที | ๓ ทุ่ม ๒๓ นาที |
| วัน พฤหัศ | ๓๐ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ๒๐ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๒ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๘ นาที | ย่ำ เที่ยง | นาที | ๔ ทุ่ม ๒๒ นาที |
| วัน ศุกร | ๓๑ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ๒๑ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๒ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๘ นาที | ย่ำ เที่ยง | นาที | ๕ ทุ่ม ๒๐ นาที |
| เดือน เสบเตมเบอ | ||||||||
| วัน เสาร์ | ๑ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ๒๒ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๓ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๗ นาที | ย่ำ เที่ยง | นาที | . . . . . |
| วัน อาทิตย์ | ๒ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ๒๓ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๓ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๗ นาที | ย่ำ เที่ยง | นาที | ๗ ทุ่ม ๑๗ นาที |
| วัน จันทร | ๓ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ๒๔ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๓ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๗ นาที | ย่ำ เที่ยง | นาที หนึ่ง | ๘ ทุ่ม ๑๓ นาที |
| วัน อังคาร | ๔ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ๒๕ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๖ นาที | ย่ำ เที่ยง | นาที หนึ่ง | ๙ ทุ่ม ๘ นาที |
| วัน พุทธ | ๕ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | ๒๖ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๖ นาที | ย่ำ เที่ยง | นาที หนึ่ง | ๙ ทุ่ม ๕๔ นาที |
| วัน พฤหัศ | ๖ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ๒๗ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๖ นาที | ย่ำ เที่ยง | ๒ นาที | ๑๐ ทุ่ม ๔๗ นาที |
| วัน ศุกร | ๗ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ๒๘ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๔ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๖ นาที | ย่ำ เที่ยง | ๒ นาที | ๑๑ ทุ่ม ๓๓ นาที |
| วัน เสาร์ | ๘ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ๒๙ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๕ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๕ นาที | ย่ำ เที่ยง | ๒ นาที | . . . . . |
| วัน อาทิตย์ | ๙ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ๓๐ ค่ำ | ๑๑ ทุ่ม ๕๕ นาที | ย่ำ ค่ำ แล้ว ๕ นาที | ย่ำ เที่ยง | ๓ นาที | ย่ำ รุ่ง แล้ว ๑๕ นาที |