BANGKOK RECORDER

BANGKOK RECORDER

เล่ม ที่ ๒ เดือน ๑๐ แรม ๑๔ ค่ำ ปี ขาน อัฐศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน เซบเตมเบอ วัน ที่ ๙ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๑๕

ปืน อะก่าง ใหม่ ที่ เรียก ว่า นีเดลคัน

๏ ใน การ ที่ ออศเตรีย แล ปรอศเซีย รบ กัน นั้น, เมือง ปรอศเซีย ได้ ชนะ เพราะ ปืน ใหม่ นี้. ปืน นั้น รวด เรว นัก, ยัด ดิน แล ลูก ทาง ก้น ปืน, ใน นาที เดียว ยิง ได้ สาม หน ๆ ละ หก นัด. เรื่อง ที่ เกิด ปืน ขึ้น ใหม่ นี้ เปน เรื่อง ปลาด, ควร ที่ จะ แจ้ง ความ ให้ ละเอียด. คน ที่ คิด ทำ ขึ้น ได้ ก่อน นั้น เปน นาย ทะ หาร อังกฤษ คน หนึ่ง, คิด ได้ หลาย ปี แล้ว เจ้า ของ นั้น เชื่อ ถือ ว่า ปืน ที่ คิด ทำ ขึ้น ได้ นั้น จะ เปน ดี กว่า ปืน อื่น. แต่ เจ้า เมือง แล คน ทั้งปวง ไม่ ใคร่ จะ เชื่อ. แรก คิด นั้น เจ้า ของ อยู่ เมือง คานิกา เปน นาย คุม ทหาร, ตั้ง อยู่ แห่ง หนึ่ง ไม่ มี การ งาน อะไร. เขา มี ปืน สำหรับ ตัว เปน ที่ นับ ถือ มาก เรียก ว่า ไร เฟื่อ. วัน หนึ่ง ไป เที่ยว ไล่ หมี ปืน นั้น พลัด ตก จาก มือ ถูก หิน เสีย ไป. นาย ทหาร จึง คิด อ่าน จะ ทำ ปืน อย่าง อื่น ขึ้น ให้ ดี แทน ปืน นั้น. เมื่อ กำลัง คิด อยู่ ดัง นั้น ก็ เกิด ปัญญา สว่าง. เหน ว่า จะ ทำ ปืน นิ:ดลคัน นั้น จะ ดี. เมื่อ คิด ได้ เปน แน่ ใจ แล้ว ก็ ลา ออก จาก ที่ นาย ทหาร ปราฐนา เพื่อ จะ คิด ทำ ปืน. จึง กลับ ไป เมือง อังกฤษ ไป สำแดง การ ที่ ตัว คิด ทำ ปืน ได้ นั้น ให้ ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ผู้ ว่า การ สงคราม ดู. ปราฐนา จะ ให้ รับ เอา ไว้ ใช้ ใน การ ทัพ อังกฤษ. ฝ่าย ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ฟัง ถ้อย คำ นาย ทหาร สรรเสิญ ถึง ปืน อย่าง นั้น, ก็ ไม่ ใคร่ จะ เชื่อ จึง บอก ให้ ไป หา ขุนนาง ผู้ ใหญ่ อื่น ๆ. ผู้ นั้น ฟัง ดู ก็ ไม่ แน่ ใจ ก็ บอก ให้ หา คน อื่น อีก. นาย ทหาร แต่ เที่ยว ไป หา ขุนนาง ต่อ ไป ดัง นี้ หลาย ขุนนาง ประมาณ ปี หนึ่ง ก็ ยิ่ง น้อย ใจ. ภาย หลัง ไป หา กอเวอแมนต์ อังกฤษ บอก ว่า ไม่ ต้อง การ, ด้วย มี ไรเฟิ้ล ชื่อ เอนฟิลด์ ดี แล้ว ดี กว่า นั้น ไม่ ต้อง การ. คน นั้น ออก จาก เมือง อังกฤษ ไป เมือง ปาริด เข้า หา เอมบีรอ ฝรั่งเศศ หมาย ว่า จะ ให้ ท่าน รับ. อยู่ มา เอมบีรอ โปรด ให้ คน นั้น เข้า เฝ้า. เอมบีรอ ฟัง ดู ละเอียด. เอมบีรอ รับสั่ง ว่า, เรา กลัว จะ ใช้ ไม่ ได้ จะ เสีย เร็ว จะ สู้ อย่าง เก่า ไม่ ได้, แล้ว เอมบีรอ ก็ ลุก ขึ้น สั่น กระดิ่ง เรียก พวก นาย ประตู ที่ เปน พนักงาน นำ คนเข้า เฝ้า. เปน บอก ว่า การ ของ คน นั้น สิ้น ธุระแล้ว, คนอื่น จะ มี การ สิ่งไร ก็ให้ เข้า มา ตาม ลำดับ ที ละ คน ๆ. เจ้า ของ ปืน ใหม่ นั้น ก็ คิด น้อยใจ, แต่ใจ ยัง เหน ว่า ไม่ ช้า ไม่ นาน คง จะ เปน การใหญ่. แล้ว ก็ จะ ไป เฝ้า เจ้า เมือง ฮอลันด์. ได้ ยิน ข่าว ว่า เจ้า แผ่นดิน ฮอลันด์ ประสงค์ จะให้ การ ปืน ดี ขึ้น. ได้ ยิน ว่า ครั้ง ก่อน มี คน ๆ หนึ่ง คิด การ อุด เรือ รบ ที่ ถูก ลูก ปืนใหญ่ ได้ เร็ว ไม่ให้ ทัน เรือ ล่ม. เจ้า เมือง ฮอลันด์ ได้ ชุบ เลี้ยง คน นั้น ดี. จึ่ง มี ความ หวัง ใจ ว่า เจ้า เมือง ฮอลันด์ จะ เชื่อ ถือ รับ ไว้. ครั้น มา ถึง เมือง ฮอลันด์ เข้า แล้ว. คน นั้น ก็ ยากจน เงิน ที่ ใช้ ก็ไม่มี แล เสื้อ เครื่อง แต่ง ตัว เก่า ลง, จะ ซื้อ ใหม่ ก็ ไม่ มี เงิน ไม่ อาจ เข้า หา เจ้า เมือง ฮอลันด์ ได้. ต้อง รอ คอย อยู่ เมื่อ คอย อยู่ ดัง นั้น ได้ ปะชาว เมือง ปรุศเซีย, เปน ผู้ช่วย กง สุล ปรุศเซีย ณเมือง ฮอลันด์. จึ่ง เล่า ความ ให้ คน นั้น ฟัง ทุก ประการ โดย ละเอียด ว่า, เรา เสีย เงิน ใน การ นี้ มา มาก กว่า มาก แล้ว, ไป หา คอเวอเมนต์ อังกฤษ ก็ ไม่ รับ เอมบีรอะ ฝรั่งเสศ ก็ ไม่ เชื่อ. แล้ว จึ่ง พูด ขึ้น ถึง การ ที่ จะ ทำ ปืน ใหม่ นั้น ว่า เหน จะมี ประโยชน ยังไร บ้าง. ผู้ ช่วย กงสุล ก็ คิด สงสาร มีใจ ปราฐนา จะ สม เคราะห์. แล้ว จึ่ง พา นาย ทหาร นั้น ไป หา ญาติ คน หนึ่ง ที่ เปน ขุนนาง ใน พวก คอเวอเมนต์. คราว นั้น เปน เคราะห์ ดี, กำลัง เมือง ปรุศเซีย จะ คิด ทำ ศึก แก่ เมือง ออสเตรีย จะ หา ปืน ที่ ดี ๆ. ขุนนาง สำหรับ เครื่อง สรรพยุทธ นั้น พิจารณา ดู ปืน ใหญ่ น้อย ที่ จะ ใช้ ใน การ ศึก เหน ว่า อย่าง ปืน ที่ คิด ทำ ใหม่ ของ นาย ทหาร นั้น ดี มาก, จึ่ง ให้ ทำ ตาม อย่าง นั้น. ให้ แล้ว เร็ว ลอง ดู เหน ว่า ดี นัก ชอบ ใจ, จึ่ง เอา เงิน มา ให้ คน นั้นเปน รางวัล มาก. คอเวอเมนต์ ปรุศเซีย โปรด ให้ ตั้ง อยู่ ที่ เมือง หลวง. เปน นาย สำหรับ ทำ ปืน นิเดรคัน เปน หลาย หมื่น กระบอก ปืน นั้น สำเร็จ ก่อน การ ศึก เมือง ปรุศเซีย กับ ออสเตรีย, เมือง ออสเตรีย หา รู้ ว่า มี ปืนใหม่ เช่น นั้น ไม่. เมือง ออศเตรีย มี แต่ ปืน อย่าง เก่า เมื่อ ยัง ไม่ เกิด การ สงคราม นั้น. เคานต์บิศมาก เปน ผู้ สำเร็จ ราชการ ฝ่าย ทหาร. ได้ บอก ไว้ หลาย ครั้ง ว่า เมือง ออศเตรีย จะ รบ กับ เรา ๆ คง จะ ชนะ ฝ่าย เดียว ใน เร็ว ๆ ไม่ ช้า นัก. พูด ดัง นี้ เพราะ เหน ว่า มี ปืน สำคัญ ยิง ได้ ถึง สี่ นัด, อย่าง เก่า ยิง ได้ แต่ นัด เดียว. ออศเตรีย ก็ เปน คน มี ปัญญา ฉลาดใน การ รบ พุ่ง แล้ว ก็ ล่ำ สัน โต ใหญ่ เหมือน กัน กับ ปรอศเซีย. ถ้า แล เมือง ปรอศเซีย ไม่ ได้ ปืน อย่าง ใหม่ นี้ เหน จะ ไม่ ชนะ, ถึง จะ ชนะ ก็ ช้า หลาย ปี ไป. เมื่อ ทหาร รบ กัน ครั้ง นั้น เมือง ปรอศเซีย มี ทหาร ๒๔ หมื่น คน. ฝ่าย ข้าง ออศเตรีย ก็ มีทหาร ๒๔ หมื่น คน. เมื่อ กำลัง รบ กับ เมือง ออศเตรีย นั้น สำแดง การ กล้า หาร มาก. เมื่อ เดิน ทัพ เปน ขบวน เข้าไป พร้อม กัน ทั้ง ๒๔ หมื่น คนแล ยิง ปืน บ้าง จะ เอา หอก ปลาย ปืน แทง บ้าง. เมื่อ กำลัง ออศเตรีย จะ เข้า มา แทง นั้น. เดิน มา ใน ๔ นาที ปรอศเซีย ยิง ปืน อย่าง ใหม่ ได้ ถึง ๒๔ นัด. ทัพ ออศเตรีย ตาย ลง ประมาณ สัก กึ่ง หนึ่ง อาไศรย เหตุ นี้, ทัพ ปรอศเซีย ได้ ชนะ ใหญ่ สำเร็จ ที่ เดียว.


เมล มา ก่อน

๏ มี เมล์มาใหม่ เล็ก น้อย มา ด้วย กล ไฟ อังกฤษ, ชื่อ ซี วูน มา ถึง ณเดือน ๙ แรม ค่ำ หนึ่ง. มี ข่าว มา ทาง เตลิแกรฟ แต่ เมือง ลอนดอน เดือน ๘ ที่ ๒ ขึ้น ๑๕ ค่ำ, ข่าว ว่า วัน นั้น เปน วัน ต้น ที่ ทัพ ออศเตรีย แล ปรอศเซีย จะ หยุด การ รบ กัน. ทัพเรือ เมือง ออศเตรีย แล เมือง อิตาลี่, ได้ รับ กัน ที่ ทะเล ชื่อ เอทรีแอติก, เรือ รบ ที่ หุ้ม เหล็ก ของ เมือง อิตาลี่นั้น เสีย ไป หลาย ลำ, ข่าว ว่า ไม่ แพ้ ไม่ ชนะ กัน ทั้ง ๒ ฝ่าย.

๏ ลอนดอน เดือน ๘ ที่ ๒ ขึ้น ๑๓ ค่ำ, ข่าว ว่า เมือง ออศเตรีย แล เมือง อิตาลี่ได้สัญญา กัน ว่า จะ หยุด การ รบ กัน ๘ วัน.

๏ อนึ่ง ข่าว มา แต่ เมือง อเมริกา ถึง ลอนดอน ว่า, เปรศ เดนต์ ยอนซัน กับ คอนเครศ ยัง ไม่ เข้ากัน, ขุน นาง ผู้ ใหญ่ ที่ เปน ผู้ ช่วย ราช การ ใน เปรศเดนต์ เรียกว่า แกบยีเนต นั้น เปน ๒ ฝ่าย เหน ด้วย เปรศเดนต์ บ้าง ไม่ เหน ด้วย บ้างแยก ออก จาก กัน.

๏ ลอนดอน เดือน ๘ ที่ ๒ ขึ้น ๑๕ ค่ำ. คอเวอเมนต์ อังกฤษ ตก ลง กัน ว่า จะ ช่วย อุปถัมภ์ ใน การ เครื่อง วิด น้ำ เข้า ใน นา เมือง บังกลา, จึงยอม ให้ พวก กัมปนี ที่ เมือง มาตราส ทำ เครื่อง สำรับ วิด เข้า ใน ท้อง นา ที่ เมือง บังกลา, ให้ ยืม เงิน ของ เคาเวอเมนต์ ๖ แสน เปาน์ สเตอลิง คิด เปน เงิน เหรี่ยน ๓๐๐ หมื่น เหรี่ยน, คอเวอเมนต์ อังกฤษ เหน ว่า, การ ที่ วิด น้ำ เข้า นา เปน การ สำ คัญ, ถ้า มี เครื่อง วิด น้ำ ที่ เกิด ขึ้น ใหม่ ๆ นั้น ถึง ฝน แล้ง เข้า ใน ท้อง นา ก็ ไม่ เสีย. เมื่อ ปีกลาย เข้า ที่ เมือง บังกลา ฝน แล้ง เข้า ใน ท้อง นา เสีย มาก เพราะ ไม่ มี เครื่อง จะ วิด น้ำ เข้า นา.


แม่ น้ำ ชื่อ ไนลี้

๏ มี อังกฤษ คน หนึ่ง, เขียน หนังสือ แต่ เมือง ไอกบโต ถึง ลอนดอน เมื่อ เดือน สี่, ว่า ด้วย แม่ น้ำ ใหญ่ ชื่อ ไนลี้ ที่ เมือง ไอกบโต. เปน ใจ ความ ว่า, แม่ น้ำ นั้น เปน ที่ ปลาด นัก, ไม่ มี ที่ แม่ น้ำ อื่น ทั่ว โลกย จะ สู้ ได้. เพราะ ว่า น้ำ ขึ้น ท่วม เปน คราว ๆ ฝน ก็ ไม่ ตก, ลำ แม่ น้ำ นั้น กว้าง ๔๐ เส้น บ้าง ๒๐ เส้น บ้าง ฤก มาก, มี น้ำ มาก. ฝน ก็ ไม่ ตก น้ำ ท่วม ฝั่ง ออก ไป ทั้ง สอง ข้าง ๓ ไมล์ บ้าง. ๒๕ ไม บ้าง. น้ำ ฤก ด้วย. คน ทั้งปวง ก็ สงไสย ว่า น้ำ นั้น มา แต่ ไหน ฝน ก็ ไม่ ตก. ลำ แม่ น้ำ นั้น ใน พัน ไมล์, ไม่ มี คลอง แยก แล น้ำ พุ ที่ จะ ไหล มา ใน สิบ พัน ไมล์ นั้น. แต่ ความ ปลาด นั้น เรา แก่ ได้. โดย มี ฝน ตก ที่ ปลาย น้ำ นั้น มาก มาย เปน คราว ๆ. ไหล ลง ไป จึง ท่วม แผ่นดิน เสมอ นั้น, คล้าย ๆ กัน กับ ลำ น้ำ เจ้า พระยา ที่ กรุงเทพ ฯ เมื่อ น้ำ ท่วม ใน เดือน ๑๒ นั้น, ก็ เปน เมื่อ สิ้น ฝน อยู่ แล้ว. แล ที่ น้ำ มาก นั้น เปน เพราะ ฝน ตก ที่ ปลาย น้ำ ประมาณ ๑๐ วัน ๑๕ วัน ก่อน นั้น.


ความ ที่ มี เมีย หลาย คน

๏ หนังสือ จดหมายเหตุ, มา แต่ บังกล่า บอก ข่าว มา ว่า, พวก พราหมณ ใน แขวง เมือง ฮินดูสถาน นั้น. เข้า กัน ประมาณ สองหมื่น พัน คน ลง ชื่อ ร่วม กัน. ขอ คอเวอเมนต์ อังกฤษ ให้ ตั้ง กดหมาย ห้าม มี เมีย สอง คน สาม คน ขึ้น ไป. เพราะ การ ที่ มี เมีย หลาย คน เกิด วุ่นวาย. เปน ความ ทุกข ความ ชั่ว ต่าง ๆ มาก มาย. พวก พราหมณ์ พิจารณา เหน ว่า ชาติ อังกฤษ มี ความ ศุข มาก กว่า คน ทั้งปวง ที่ มี เมีย หลาย คน, จึง ปราฐ นา จะ ให้ ตัด ธรรมเนียม ที่ มี เมีย หลาย คน ให้ ขาด. เหน อัง กฤษ จะ โปรด ช่วย พวก พราหมณ ให้ มี กดหมาย ห้าม การ มี เมีย หลาย คน

พงษาการ อังกฤษ ต่อไป

๏ ใน กฤศตศักราช ๑๔๒๘ ปี. ดุกออฟเบ็ดเฟีด แต่ง กอง ทัพ ใหญ่ ให้ เอิลออฟซอนซะบรี เปน นาย ทัพ. ยก ไป ตี เมือง โอลิ้นซ์, เปน เมือง ใหญ่ ขึ้น แก่ เมือง ฝรั่งเสศ. เอิลออฟซอนซ์ะบรี ยก ไป ล้อม เมือง นั้น ไว้ แน่นหนา. ฝ่าย พระ เจ้าแผ่นดิน ฝรั่งเสศ, แต่ง กอง ทัพ ยก ไป ช่วย ก็ เสีย ที่. เศร้าพระไทย นัก, เหน ว่า เมือง นั้น จะ เสีย แก่ ฆ่าศึก เปน แท้. ก็ อ้ำอึ้ง อยู่ มิ ได้ ตรัส ประการ ใด. ครั้ง นั้น มี หญิง สาว คน หนึ่ง ชื่อ โยแอนดี่อัก, เปน หญิง คอย ดู แล เลี้ยง คน ไป มา อาไศรย อยู่ ที่ ศาลา ช่อทาน. ได้ ยิน ข่าว ว่า พระเจ้า ฝรั่ง เสศ อยู่ ใน ที่ คับ แค้น ก็ เอนดู, คิด จะ ช่วย ประคับ ประคอง พระเจ้า ฝรั่งเสศ. จึ่ง ไป เรียน แก่ เจ้า เมือง หนึ่ง ว่า, พระเจ้า เสด็จ มา เข้า นิมิตร ของ ตน ให้ คิด อ่าน กำจัด พวก อังกฤษ เสีย. แล้ว ให้ ช่วย ทนุ บำรุง พระเจ้า ฝรั่งเสศ, ให้ ครอง ราชสมบัติ เปน ปรกติ ดัง เก่า. เจ้า เมือง ได้ ฟัง หญิง มา กราบ เรียน ดัง นั้น, ก็ นึก ว่า หญิง นี้ เสีย จิตร, มิ ได้ เชื่อ ฟัง เอา เปน ธุระ, หญิง นั้น ก็ ยิ่ง อ้อนวอน จะ ให้ ภา ไป เฝ้า. เจ้า เมือง เหน หญิง นั้น พูดจา เซ้า ซี้ ซ้ำซาก รำคาน ใจ, จึ่ง ให้ คน ภา ไป เฝ้า พระ เจ้า ฝรั่งเสศ. หญิง นั้น จึ่ง ถวาย บังคม ทูล ข้อ ความ นั้น แก่ พระเจ้า แผ่นดิน. ๆ ทรง พระ ดำริห์ เหน ว่า, ถ้อย คำ ของ หญิง นี้ แยบคาย อยู่ ชรอย จะ จริง. จึ่ง สั่ง ให้ จัด กอง ทัพ ให้ หญิง นั้น ยก ไป ช่วย เมือง โอลินซ์. โยแอนดี่อัก ยก ไป ได้ รบ กับ กอง ทัพ อังกฤษ, มี ไชยชนะ เปน หลาย ยก. ฝ่าย กอง ทัพ อังกฤษ ทราบ ว่า, หญิง ที่ เปน นาย ทัพ ยก ออก มา รบ นั้น. พระเจ้า สั่ง ให้ มา ช่วย เมือง โอลินซ์ นี้, ก็ นึก ขยาด ไม่ เต็ม ใจ รบ เกรง จะ เสีย ที. นาย ทัพ ใหญ่ ฝ่าย อังกฤษ นึก อิดใจ, ก็ เลิก ทัพ กลับ ไป. โยแอลดี่อัก ได้ ที่ ก็ นำ น่า ทหาร ยก ตาม ไป. ตี ได้ เมือง ขึ้น อังกฤษ หลาย หัว เมือง, เหน ได้ ที่ มี ไชย แล้ว. ก็ กลับ มา เฝ้า พระเจ้าแผ่นดิน. ถวาย บังคม ทูล ให้ ราชาภิเศก. พระเจ้า แผ่นดิน ก็ ยอม โดย โยแอนดี่อัก ทูล ครั้น ราชาภิเศก เสร็จ แล้ว. โยแอนดี่อัก ถวายบังคม ทูล ว่า, การ ที่ ข้าพเจ้า รับ ใช้ มา แต่ พระเจ้า นั้น สำเร็จ แล้ว, ข้าพเจ้า ขอ ถวาย บังคม ลา กลับ ไป อยู่ ดัง เก่า. พระเจ้า แผ่นดิน ไม่ ยอม ให้ ไป. ตั้ง โยแอนดี่อัก ไว้ ให้ เปน นาย ทหาร. โยแอนดี่อัก ได้ ยก ออก ไป ทำศึก กับ อังกฤษ ที่ เมือง หนึ่ง, ก็ เสีย ที แก่ ฆ่าศึก ล่า กลับ มา. ฆ่าศึก ไล่ ตาม ติด มา ใกล้ จะ ทัน. โยแอนดี้อัก กลับ สู้รบ อยู่, ทหาร ทั้งปวง ทิ้ง เสีย หนี เอา ตัว รอด. ทหาร อังกฤษ จับ โยแอนดี้อัก ได้, เอา ตัว ไป คลอก เสีย. ด้วย แค้น เคือง พยา บาท นัก ว่า เปน หญิง เข้า กับ ผี. แล้ว เลิก ทัพ กลับ ไป. อำ นาถ อังกฤษ ซึ่ง ปก ป้อง อยู่ ใน เขตรแดน ฝรั่งเสศ ที่ ตี ได้ ไว้ นั้น. ก็ เสื่อม ถอย ไป ที่ ละ น้อย. อำนาถ ฝรั่งเสศ ก็ มาก ขึ้น.

๏ เมื่อ คฤศตศักราช ๑๔๔๔ ปี, พระเจ้า แผ่นดิน ทั้งสอง ฝ่าย ทำ สัญญา ไมตรี ว่า, จะ ไม่ ทำ ศึก ต่อ กัน หก ปี. ฝ่าย เฮนเร เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ นั้น ทรง พระ เจริญ ขึ้น, พระชนม์ ถึง ยี่สิบ สี่ พรรษา แล้ว แต่ ยัง เฉื่อย เฉย อยู่, ไม่ ใคร่ จะ เอา พระไทย ใส่ ใน ราชกิจ. ผู้ สนิท ทูล อย่างไร, พระองค์ มัก ทรง โดย ผู้ นั้น. วัน หนึ่ง ขุนนาง ผู้ สนิท กราบทูล ว่า, จะ ให้ ส่ง ทูต ไป กล่าว เจ้า หญิง องค์ หนึ่ง พระนาม ว่า, มา เกร็ด. เปน เชื้อ วงษ พระ เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ มา เปน พระมเหษี่. เฮนเร เหน ชอบ ด้วย, ก็ ส่ง ทูต ไป กล่าว เจ้า หญิง นั้น มา เปน พระมเหษี่. สัญญา ไว้ เปน ความ ลับ ว่า จะ แบ่ง หัวเมือง ใน ประเทศ ฝรั่งเสศ ที่ พระ ราชบิ ดา ตี ได้ ไว้. เปน เมือง ขึ้น นั้น ให้ บิดา พระ นาง บ้าง. ธรรม เนียม ใน ประเทศ ยูโรบ นั้น. ถ้า เจ้า แผ่นดิน รับ พระมเหษี่ มา แต่ เมือง อื่น แล้ว, บิดา ของ พระมเหษี่ นั้น ต้อง ให้ เงิน ฤๅ หัว เมือง เปน ทุน แก่ พระ ธิดา. แต่ พระ นาง มา เกร็ด องค์ นี้ บิดา มิ ได้ ให้ สิ่ง ใด มา เปน ทุน. ครั้น พระ นาง มา เกร็ด ได้ มา เปน พระมเหษี่ แล้ว. พระ นาง จึง คิด อ่าน จะ แบ่ง หัว เมือง เหล่า นั้น ถวาย แก่ บิดา ตาม สัญญา. แต่ ขัด อยู่ ด้วย ดุกออก ย็อก ผู้ ดู แล ว่า กล่าว กำกับ หัว เมือง เหล่า นั้น, เปน ผู้ ซื่อ สัตย จะ ไม่ ยอม แบ่ง ให้. จึง ถอด ดุกออกย็อก เสีย. ตั้ง ผู้ อื่น ขึ้น ให้ กำกับ หัว เมือง เหล่า นั้น, แล้ว แบ่ง เมือง เหล่า นั้น ให้ แก่ บิดา พระมเหษี่ ตาม สัญญา ไว้.

๏ ใน คฤศตศักราช ๑๔๕๐. ปี. ประเทศ นอแมนเด เสีย แก่ ฝรั่งเสศ. กลับ เปน เมือง ขึ้น ฝรั่งเสศ อีก. ใน คฤศตศักราช ๑๔๕๔ ปี. เฮนเร เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ นั้น เสีย พระ สติ หา เปน ปรกติ ไม่. ขุนนาง ทั้งปวง จึง ปฤกษา กัน, เลือก ได้ ดุกออฟย็อก ให้ ว่า ราชการ แทน. ดุกออฟย็อก จึง ให้ จับ ดุกออฟสเมอเซ็ต, ผู้ ไม่ ซื่อ สัตย ต่อ แผ่นดิน จำ ขัง ไว้.

ไม่ นาน พระเจ้า แผ่นดิน ก็ ทรง พระ สติ เปน ปรกติ ดัง เก่า. สั่ง ให้ ถอด ดุกออฟสเมอเซ็ต จาก ทิมซัง, แล้ว ถอด ดุกออฟยือก เสีย จาก ที่ ว่า ราชการ แทน พระองค์. ดุกออฟ ยือก. ดุกออฟสเมอเซ็ต. ทั้งสอง ขุนนาง นี้ เคือง แค้น มุ่ง ร้าย ต่อ กัน นัก, ต่าง เกลี้ย กล่อม ส้องสุม พรรค พวก ไว้ คอย คุม เชิง กัน อยู่, ก็ เกิด วิวาท รบ กัน ขึ้น, ดุกออฟสเมอเซ็ต ถึง แก่ กรรม. ดุกออฟยือก ได้ ไชย ชนะ. ส่วน เฮนเร เจ้า แผ่นดิน นั้น อยู่ ข้าง ฝ่าย ดุกออฟสเมอเซ็ต, ต้อง อาวุธ หนี ไป ซุ่ม อยู่ ที่ เรือน ช่าง ฟอก หนัง. ดุกออฟยือก ตาม ไป ภบ, ถวาย บังคม ลง แทบ พระ บาท แล้ว เชิญ เสด็จ กลับ เข้า กรุง ลอนดอน. ดุก ออฟยือก เหน พระเจ้า แผ่นดิน ว่า ราชการ อ้อแอ้ ไม่ เปน ยุติธรรม, แล้ว คิด ว่า ตัว ก็ เปน เชื้อ วงษ เจ้า แผ่นดิน อยู่ บ้าง, ก็ กำเริบ ขึ้น, คิด จะ เอา ราชสมบัติ. ขุนนาง แล พล เมือง ทั้งปวง เหน ท่วง ที่ ดุกออฟยือก ดัง นั้น, ก็ ทิ้ง เสีย ไม่ เล่น ด้วย. ไป เขา เปน ฝ่าย พระเจ้า แผ่นดิน. ดุกออฟยือก เหน ดัง นั้น ก็ หนี ไป. แต่ เอิลวอวิก น้อง ภรรยา ดุกออฟยือก นั้น, เกลี้ยกล่อม ทหาร ไว้ ได้ สอง หมื่น ห้าพัน คน. ก็ ยก มา รบ เจ้า แผ่นดิน. พระเจ้า แผ่นดิน เสีย ที่ เอิลวอวิก จับ เจ้า แผ่นดิน ได้. แต่ พระมเหษี นั้น ภา พระ ราชโอรศ หนี ไป อยู่ ใน ประเทศ สกอตแลนด์. ดุกอะฟ ยือก ทราบ ว่า, เอิลวอวิก มี ไชย จับ เจ้า แผ่นดิน ได้, ก็ กลับ มา ยัง ประเทศ อังกฤษ. แล้ว แจ้ง ความ แก่ ขุนนาง ทั้งปวง ว่า, อยาก ได้ ราชสมบัติ. ขุนนาง ทั้งปวง ปฤกษา กัน เหน ว่า ไม่ ควร จะ ถอด เฮนเร เสีย จาก เจ้า แผ่นดิน. จึง สัญญา ไว้ ว่า, ถ้า เฮนเร เจ้า แผ่นดิน สวรรคต แล้ว, จะ ยก ราชสมบัติ ให้ แก่ ดุกออฟยือก ฤๅ แก่ บุตร แล นัดา ของ ดุกออกยือก. จะ ไม่ ให้ ราชสมบัติ แก่ ปรินซ์ออฟเวละ. ฝ่าย พระ นาง มาเกร็ต นั้น ตั้ง เกลี้ย กล่อม ได้ ทหาร สองหมื่น. ก็ ยก มา ยัง ประเทศ อังกฤษ. คิด จะ เอา สมบัติ คืน. ดุกออฟยือก จวน ตัว ไม่ ทัน รู้. จัด ทหาร ได้ ห้าพัน ยก ออก ไป รบ. ก็ เสีย ที่ ถึง แก่ กรรม ใน ที่ รบ. พระ นาง มาเกร็ต ให้ จับ ขุนนาง ประหาร ชีวิตร เสีย มาก คน. แล้ว ยก มา ยัง กรุง ลอนดอน. เอคเวิด บุตร ดุกออกยือก ยก ทหาร ออก ไป ต้านทาน รบ พุ่ง ได้ ไชย ชนะ. พระ นาง มาเกร็ต หนี ไป ประเทศ ทิศ เหนือ. เอตเวิด ก็ กลับ เข้า กรุง ลอนดอน, ขึ้น นั่ง บน พระ ที่ นั่ง, ขุนนาง ทั้งปวง ใน กรุง ก็ ภา กัน ถวาย บัง คม. เฮนเร เจ้า แผ่นดิน นั้น หนี ไป หา พระมเหษี ได้.

๏ คฤศตศักราช ๑๔๖๑ ปี. เอดเวิด บุตร ดุกออฟยือก ได้ เปน เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ พระ ชนมายุ ได้ ๑๙ พรรษา. เอดเวิด ได้ ราช สมบัติ แล้ว ไม่ นาน, พวก แลนแกดซเตอ ที่ เปน ฝ่าย เฮนเร เจ้า แผ่นดิน องค์นั้น, ได้ ประชุม ชวน กัน รบ พวก ยือก ซึ่ง เปน ฝ่าย เอดเวิด เจ้า แผ่นดิน องค์นี้. พวก แลนแกดซเตอ นั้น พ่าย หนี ไป. เฮนเร ทราบข่าว ดัง นั้น ก็ พาพระมเหษี กับโอรศ หนี ต่อไป อยู่ ใน ประเทศ สกอดแลนด์. เอดเวิด จึง ได้ราชาภิเศก, แล้ว สั่ง ให้ จับ พวก แลนแกดซเตอ ประหาร ชีวิตร เสีย มาก คน. แล้ว ตั้ง พวก ของ พระองค์ เปน ขุนนาง ผู้ใหญ่. ๆ พวก แลนแกดซเตอ นั้น ต้อง หนี ไป อยู่ ใน ประเทศ อื่น ๆ เปน อัน มาก, ได้ ความ ลำ บาก ยาก จน นัก, ต้อง ฃอ ทาน เขา เลี้ยงชีวิตร. ฝ่าย พระ นาง มาเกร็ต นั้น ไป ขอ กอง ทัพ ฝรั่งเสศ ยก มา จะ เอา ราชสมบัติ คืน. ก็ เสีย ทัพ หนีไปได้. แต่ เฮนเร นั้น เอิลวอวิก จับ ได้ จำ ขัง ไว้ แน่น หนา. เอดเวิด จึง ได้รับ ธิดา ของ ขุนนาง ผู้ หนึ่ง มา เปน พระมเหษี. แล้ว โปรด ชุบ เลี้ยง บิดา แล ญาติ พี่ น้อง ของ พระ นาง นั้น ให้ เปน ขุนนาง ผู้ใหญ่. แต่ เอิลวอวิก นั้น ไม่ ชอบ ใจ, เห็น ว่า ควร เอดเวิด จะไป กล่าว พระ ราชธิดา ของ เจ้า แผ่นดิน อื่น มา เปน พระมเหษี, จะ ได้ เปน พระ ราชไมตรี เรื่อง พระ เกรียติยศ, ทั้ง พระ อนุชา ของ เอดเวิด สอง องค์, ก็ โทม- นัศ ขัด แค้น คิด อิจฉา ว่า, เอดเวิด ชุบ เลี้ยง แต่ พรรค พวก ของ พระมเหษี.

๏ ใน คฤศตศักราช ๑๔๖๙ นี้. เอิลวอวิก กับ ดุกออฟ แคลเรนซ์ บุตร เขย ซึ่ง เปน อนุชา ของ เอดเวิด, เอา ใจ ออก หาก ไป เสีย ประเทศ ฝรั่งเสศ. ตั้ง เกลี้ย กล่อม พวก แลน แกดซเตอ ที่ กระจัด พรัด พราย อยู่ ใน ประเทศ ยูโรบ. ฝ่าย พระ นาง มาเกร็ต ทราบ ดัง นั้น ก็ พา พระ โอรศ มา หา เอิลวอวิก, ทำ ไมตรี กับ เอิลวอวิก. แล้ว กล่าว ธิดา น้อย ของ เอิลวอวิก มั่น ไว้ ให้ พระ ราช โอรศ, ทอด สนิท ผูก พันธ กัน ไว้ แน่น หนา แล้ว ปฤกษา กัน ว่า จะ ถอด เอดเวิด เสีย. จะ ให้ เอิลวอวิก ว่า ราชการ ไป กว่า พระ ราช โอรศ จะ จำเริญ ขึ้น. ครั้น ปฤกษา จัดแจง กัน เสร็จ แล้ว. เอิลวอวิก ก็ ยก กลับ มา ประเทศ อัง กฤษ. มี คน มา เข้า เปน พรรค พวก ด้วย มาก. ฝ่าย เอดเวิด ตก พระ ไทย ไม่ ทัน จัดแจง กอง ทัพ, ก็ ลง เรือ หนีไป ประ เทศ อื่น. เอิลวอวิก ก็ ยก เข้า ใน กรุง ลอนดอน, แล้ว ถอด เฮนเร ออก จาก เรือน จำ ให้ เปน เจ้า แผ่นดิน ดัง เก่า. ๚ะ


เตือน ผู้ สรรเสิญ นาย จิด


๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ ขอ ปลด เปลื้อง โทษ ที่ ไม่ ควร จะ มี แก่ พระมหา เนตร วัด โสมนัศ ฯะ วิหาร แล พระสงฆ์ องค์ หนึ่ง ที่ อยู่ วัด บุปผาราม มา จ้าง ถ่าย รูป ที่ แพ นาย จิต ข้อ หนึ่ง ว่า ที่ มี ผู้ มา สรรเสิญ นาย จิต ชัง ถ่าย รูป ว่า ใจ ดี นั้น ชอบ ถูก กับ กิริยา นาย จิต จริง ข้อ สอง ว่า ซึ่ง สรรเสิญ นาย จิต แต่ ยก โทษ พระ สงฆ์ บาง องค์ ไม่ ชอบ เพราะ กลับ จะ ให้ ผู้ ที่ ชอบ พ่อ กับ นาย จิต แตก ร้าว กับ นาย จิต ๆ ก็ ไม่ ชอบ ที่ เอา ชื่อ นาย จิต ไป ลง พิมพ์ ข้อ สาม ว่า ผู้ ที่ ไป ลง พิมพ์ นั้น ไช่ จะ สรรเสิญ นาย จิต ด้วย เหน ว่า นาย จิต มี ความ ดี นั้น หา ไม่ มุ่ง แต่ จะ กล่าว โทษ แล ปอง ที่ จะ ให้ ผู้ อื่น เสีย ชื่อ เท่านั้น ครั้น จะ ยก โทษ ผู้ อื่น ไม่ อ้าง เอา ชื่อ นาย จิต ด้วย ก็ เกรง จะ มี ความ ผิด มา ถึง ตัว จึ่ง ได้ อ้าง เอา ชื่อ นาย จิต ด้วย ข้อ ที่ สี่ ว่า ซึ่ง ว่า พระ วัด บุปผาราม มา จ้าง ถ่าย รูป เอา รูป ไป นาน แล้ว จึ่ง ได้ เงิน นั้น ข้าพ เจ้า ขอ แก้ ว่า เพราะ พระ พวก นี้ ห้าม ปราบ กัน ไม่ ให้ ใช้ เงิน แล ของ ซึ่ง เปน ของ ไม่ ควร แก่ สมณ จะ เปน เพราะ พระ องค์ นั้น จะ หา ผู้ ที่ เปน กัปปิยะการก ยัง ไม่ ได้ ต่อ เมื่อ มี ผู้ จะ มา รับ ใช้ สอย แทน จึ่ง ได้ บอก กับ เขา ให้ มา ชำระ ที่ แพ นาย จิต ตาม ราคา ข้อ นี้ ซึ่ง จะ ยก โทษ พระ สงฆ์ องค์ นั้น ไม่ ชอบ แต่ สรรเสิญ นาย จิต นั้น ชอบ จิง ซึ่ง ยก โทษ พระ ทับ วัด บวรนิเวศ นั้น เมื่อ เวลา ถ่าย รูป เปน พระสงฆ์ จึ่ง กลับ มา ไม่ ช้า นัน ก็ สึก เสีย จาก พระ จะ ไป อยู่ ที่ ไหน ก็ ไม่ ทราบ แต่ ไม่ ได้ ซื้อ กับ ซื้อ กลัน ข้า พเจ้า ไป ที่ แพ บอก นาย จิต ว่า เจ้า ของ รูป นี้ สึก เสีย แล้ว เหน จะ ไม่ มา เอา ฉัน ขอ ซื้อ เอา เถิด แต่ ราคา จะ ให้ เหมือน ราคา ที่ ซื้อ รูป ๆ หนึ่ง ครึ่ง เปน เงิน บาท หนึ่ง ข้า พเจ้า เหน นาย จิต นิ่ง อยู่ ข้าพเจ้า ก็ เกรง ใจ นาย จิต การ ก็ นิ่ง มา นาน ซึ่ง ท่าน จะ ยก โทษ นาย กลั่น เมื่อ เปน พระ ไป จ้าง ถ่าย รูป นั้น ว่า เปน การ ลวง ให้ นาย จิต เสีย น้ำ ยา เปล่า นั้น เหน จะ ไม่ ควร เพราะ เจตนา เดิม ไม่ ใช่ คิด จะ ลวง ข้าพเจ้า ได้ ทราบ อยู่ ว่า เมื่อ พระ ทับ ไป ถ่าย รูป มา แล้ว มี โจร ย่อง มา ลัก เกบ เอา เข้า ของ ไป เปน หลาย สิ่ง แต่ ผ้า กรอง พระ ทับ ก็ ไม่ มี จะ กรอง ต่อ หา ผ้า กรอง ได้ แล้ว จึ่ง สึก ก็ แต่ เมื่อ นาย กลั่น สึก แล้ว เขา จะ คิด อย่างไร ข้าพเจ้า ไม่อาจ ว่า ได้ ก็ จะ เปน เพราะ เขา หวัง ใจ ว่า ของ บาง สิ่ง ที่ ควร แก่ ค่า ถ่าย รูป มี อยู่ จึ่ง ไป จ้าง ถ่าย เมื่อ ของ หาย เสีย แล้ว สึก จาก พระ แล้ว ก็ ไม่มี สิ่ง ใด จี่ ไม่ ได้ มา เอา รูป ซึ่ง สรรเสิญ นาย จิด ว่า ใจดี ข้อ นี้ ชอบ ก็ แต่ ใจ ของ ผู้ ที่ จะ ไป ลง พิมพ์ นั้น ดู เหมือน จะ คิด ว่า หมู่ ธรรมยุติกา เขา สรรเสิญ กัน ว่า ดี นัก ก็ อยาก จะ ชี้ ให้ เขา เหน ว่า ก็ ไม่ ดี ที่เดียว ดอก แล้ว อยาก จะ ให้ คน เปน อัน มาก เสื่อมถอย เชื่อถือ ธรรม ยุติกา แล อยาก จะ เยาะเย้ย ผู้ สรรเสิญ ธรรมยุติกา

๏ ข้อ ห้า ว่า ซึ่ง ผู้ ขอ ลง พิมพ์ ว่า พระ มหา เนต มา ที่ แพ นาย จิด พูด อวด ตัว ว่า ชำนิชำนาญ ใน การ หนังสือ อังกฤษ คำ นี้ ดู เปน คน โกรธ กัน มา นาน หา ช่อง ที่ จะ ทำให้ ได้ ความ เจ็บใจ ได้ จึ่ง ได้ พลุ่ง ออก มา อย่าง นี้ ดู เหมือน พระสงฆ์ ทั้ง สาม รูป ที่ มี ชื่อ ค้าง ต้น หนังสือ นั้น ไม่ สู้ เปน ที่ มุ่งหมาย ของ ผู้ ที่ มา ลง พิมพ์ นัก ดอก พระ มหา เนต นี้ และ เปน ความประสงค์ ของ ผู้ ที่ มา ลง พิมพ์ จะ ให้ เสีย ชื่อ

๏ ข้อ หก ซึ่ง ว่า พระ มหา เนต วาน นาย จิด ให้ หา หนัง สือ ดิกชันนาเร นั้น จริง

๏ ข้อ เจด ซึ่ง ว่า นาย จิด ได้ ซื้อ หนังสือ มา ให้ พระ มหา เนต แล ว่า พระ มหา เนต ไม่ รับ ว่า สั่ง นั้น ก็ จริง แต่ ข้าพเจ้า จะ ขอ แจ้ง ความ สัตยจริง ให้ ถ้วนถี่ คือ พระ มหา เนต สั่ง ให้ นาย จิด หา หนังสือ ดิกชันนาเร เล่ม ใหญ่ แต่ เมื่อ เวลา พูด กัน จะ ไม่ ทัน จะ แจ้ง ครั้น หนังสือ สำ เร็จ แล้ว นาย จิด จัด ซื้อ หนังสือ ฝาก มา สอง เล่ม คือ ให้ แก่ ข้าพเจ้า เล่ม หนึ่ง พระ มหา เนต เล่ม หนึ่ง ครั้น พระ มหา เนต มา ที่ ตึก ข้าพเจ้า ๆ ก็ แจ้ง ความ ตาม สั่ง ของ นาย จิด พระ มหา เนต ก็ พูด ว่า ฉัน ไม่ ได้ สั่ง ครั้น แล้ว พระ มหา เนต กลับ บอก ว่า สั่ง จริง แต่ สั่ง ให้ หา หนัง สือ ดิกชันนาเร ชนิด ใหญ่ อย่าง นี้ ของ ข้าพเจ้า มี อยู่ แล้ว ข้าพเจ้า ผู้ รับ หนังสือ ฝาก ก็ ดีใจ นัก จึ่ง บอก พระ มหา เนต ว่า ท่าน อย่า วิตอ ข้าพเจ้า จะ รับ เอา หนังสือ นี้ แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ได้ แจ้ง ความ ไป ถึง นาย จิด ว่า หนังสือ นั้น พระ มหา เนต ไม่ รับ เอา ข้าพเจ้า ดีใจ ชอบใจ ข้าพเจ้า จะ ให้ เงิน แก่ ท่าน สอง เล่ม เปน เงิน ห้า บาท ที่ ซึ่ง ผู้ ลง พิมพ์ สรรเสิญ นาย จิด ว่า ใจ ดี ไม่ โกรธ ข้าพเจ้า จะ ฃอ ถาม ว่า นาย จิด จะ โกรธ พระมหา เนต ด้วย เรื่อง ใด ก็ ซึ่ง นาย จิด ใจ ดี นั้น ท่าน ก็ เปน คน ใจดี อยู่ เอง ไม่ ต้อง มี ผู้ สรรเสิญ เขา ก็ รู้ ทั่ว กัน บันดา ที่ ได้ คบ กับ นาย จิด ซึ่ง พระมหา เนต เปน คน พูด ง่าย ๆ ไม่ ถี่ ถ้วน นั้น เปน ความ ผิด ของ ท่าน จริง ถึงใจ เรา แล ครู อาจาริย ของ ท่าน พระ มหา เนต ก็ ไม่ ชอบ แต่ หา ควร จะ เอา ชื่อ เสียง แล นาม วัด มา ลง พิมพ์ ไม่ ท่าน ทำ การ ด้วยโทษ จะ ประทุษ ร้าย ใน ภาย ใน จิตร ของ ท่าน จริง ๆ ใคร จะ สรรเสิญ แน่ แต่ สัก คน เหน จะ ไม่ มี ถ้า ท่าน รู้ ว่า ได้ ทำ การ ผิด ไป แล้ว ให้ ไป ถุกะ โทษ เสีย จึ่ง จะ พ้น ความ ผิด หาไม่ จะ ก็ ให้ มา ลง หนังสือ พิมพ์ รับ ผิด เศีย ท่าน คง จะ ได้ ความ สุข ใจ เปน แน่ ถ้า ไม่ คืน คำ เสีย แล้ว ความ พิ นาด คง จะ มี แก่ ท่าน เปน แน่ ชั่ว ก็ ชัง ดี ก็ ชัง พระ เปน ไร เมื่อ จะ นับ ถือ ก็ นับ ถือ เมื่อ ไม่ นับ ถือ ใคร เขา จะ กด ฅอ ท่าน ให้ นับ ถือ เล่า อย่า ทำ ซ่อน ชื่อ ไป เลย เขา รู้ จัก ตัว แล้ว ท่าน จะ ทำให้ เขา ภาโล ว่า นาย จิด ชอบ แต่ เรา ผู้ เสีย เงิน ไป จะ เจ็บ ร้อน จึ่ง จะ ชอบ เพราะ ว่า ไม่ อยาก เสีย ก็ ต้อง จำ ใจ เสีย เพราะ เปน พวก เดียว กัน นี้ เรา ก็ ชอบ นัก หนังสือ นั้น อย่า ว่า เรา เจบ ร้อน แทน เลย ถึง ผู้ ใหญ่ ก็ ดู เหมือน จะ ขัดใจ ท่าน อยู่ หลาย คน เรา ก็ อยู่ วัด บวรนิเวศ เหมือน กัน เพราะ อาไศรย โทษ ที่ ยัง เปน ปุทุชน อยู่ ก็ มี ความ วัน ไหว บ้าง เรา ว่า ท่าน ยัง ยัง ไม่ สม แก่ ความ ผิด ของ ท่าน ท่าน เร่ง กลับ ใจ เสีย ใหม่ ลง พิมพ์ รับ ผิด เสีย จะ เปน ความ อับจัน มาก ทั้ง ผู้ ที่ ชัก ใจ อยู่ หลาย คน ก็ จะ กลับ ยิน ดี ไม่ คุม โทษ ท่าน เรา ผู้ มา แจ้ง ความ นี้ ชื่อ วันเนาไก เตือน สติ ท่าน ด้วย เอนตู

คำนายจิด


๏ ข้าพเจ้า ฃอ แจ้ง ความ มา ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ ด้วย ใน จดหมาเหตุ เดือน ๙ ขึ้น ๑๕ ค่ำ มี ความ ว่า ด้วย พระสงฆ์ วัด บุปผาราม วัด บวรนิเวศ วัด ชนะสงคราม วัด โสมนัศนิหาร ความ ๔ เรื่อง นี้ ข้าพเจ้า สืบ รู้ แล้ว ว่า นาย กุหลาบ บ้าน อยู่ ริม สามเสน เปน ผู้ มา ลง พิมพ์ นาย กุหลาบ เปน คนโฉด เฉา เบา ความ จริง ๆ หาได้ รู้ แน่ ไม่ ความ ๔ ข้อนั้นได้จริง แต่ เรื่อง พระ มหา พอน เรื่อง เดียว ข้าพเจ้าหาได้จ้างได้วานให้นาย กุหลาบ มา ลง หนังสือ พิมพ์ ไม่ เปน แต่ นาย กุหลาบ รับว่า จะ ช่วย ทวง หนังสือ พงษาวดาร ที่ พระ มหา พอน ยืม ข้าพเจ้า ไป นั้น มา ส่ง ให้ แก่ ข้าพเจ้า ส่วน ความ อีก สาม ข้อ ที่ ว่า ด้วย พระสงฆ์ วัด บบผาราม วัด บวรนิเวศ วัดโสมนัศวิหาร ทั้ง สาม วัด นั้นไม่ได้เกี่ยวค้าง สิ่งใด แก่ ข้าพเจ้า เลย นาย กุ ถาบ เปน คนไม่ ชอบ กับ พระมหา เนต วัดโสมนัศวิหาร เปน ต้น จึ่งได้มา ออก หนังสือ พิมพ์ เอา ชื่อ ข้าพเจ้า แล ท่าน ผู้ อื่น มา พลอย ลง ด้วย ๆ หมาย จะไม่ให้ ใคร ส่งไสย ซึ่ง นาย กุหลาบ มา กล่าว ความ ออก ชื่อ ท่าน ผิด ๆ ถูก ๆ ฉนี้ ข้าพเจ้า เหน ว่า จะ กลับ ได้ ความ อาย แก่ นาย กุหลาบ เอง เปน อัน มาก


คำ ตอบ ความ นาย จิด

๏ คำ ที่ สรรเสิญ นาย จิต ช่าง ถ่าย รูป กับ เตือน สติ พระสงฆ์ ที่ ประพฤติ การ ไม่ สม ควร มา ให้ ครั้ง ก่อน นั้น ก็ หมาย ว่า จะ ให้ เปน ประโยชน์ กับ สาศนา สยาม บ้าง แล ปราฐนาให้ท่าน ทั้งปวง ทราบ ว่า นาย จิต เปน คนใจ แน่นอน ดี มาก ๆ ท่าน ทั้ง หลาย จะ ได้ สรรเสิญ ด้วย การ สรรเสิญ นั้น กลับ เปน ที่ เคืองใจ แห่ง นาย จิด เพราะ ว่า นาย จิต เปน คน มี อาฌา คาระวะ สุภาพ จึ่ง ไม่ ชอบ คำ ที่ สรรเสิญ แล้ว ก็ โกรธ ผู้ ที่ สรรเสิญ ด้วย ฝ่าย พระสงฆ์ ที่ มี ชื่อ ใน หนังสือ พิมพ์ นั้น ก็ เหน จะ โกรธ ผู้ ลง พิมพ์ ด้วย เปน แน่ แต่ ว่า ท่าน ผู้ มี ปัญญา อัน มาก ท่าน จะ เหน ว่า เปน คุณ เปน โยชน บ้าง เพราะ ว่า ผู้ ใด ที่ มัก ง่าย ฤา มัก มี กิริยา ไม่ ตรง เปน ที่ จะ ให้ เขา ทั้ง หลาย บูชา นับ ถือ ทั้ก นั้น จะ ได้ ระฦก ถึง ตัว แล้ว จะ ได้ ตั้ง ตัว ให้ เปน การ สมควร ใน สมณ จึ่ง จะ ชอบ ไม่ ควร ที่ จะ โกรธ ผู้ ลง พิมพ์ เลย ถ้า การ ไม่ เปน ดัง นั้น ใคร เลย จะ กล้า ไป ติ เตียน ท่าน ถึง จะ มี ผู้ มา ติ เตียน เปน การ ไม่ จริง ก็ ไม่ ต้อง จะ ร้อน ใจ ด้วย ตัว ดี อยู่ แล้ว ไม่ มี ทุกข ถ้า พระสงฆ์ องค์ ใด โกรธ กับ ผู้ ลง พิมพ์ ก็ เหน ว่า พระองค์ นั้น จะ ไม่ อยู่ ใน ยุติธรรม จึ่ง ได้ โกรธ เพราะ คำ เหล่า นี้ ชอบ ที่ จะ ตั้ง ใจ เสีย ใหม่ ให้ เปน การ ดี บ้าง แล้ว จึ่ง จะ เหน เปน การ ดี ต่อ ภาย หลัง แล ท่าน พระ สงฆ์ ทั้งหลาย จะ โกรธ ว่า เอา ชื่อ วัด ทั้งนั้น ไป ลง พิมพ์ ท่าน กลัว ชื่อ วัด จะ เลีย ไป นั้น ข้อ นี้ ท่าน ทั้งหลาย อย่า วิตก เลย วัด ทั้งนั้น ก็ มี ชื่อ เปน วัด ดี แล พระ ที่ ท่าน ประนิบัติ เปน การ ดี ชื่อ ท่าน ก็ คง ดี อยู่ เหน ว่า ท่าน จะ ไม่ โกรธ เลย ด้วย ท่าน มี ปัญญา มาก อยู่ ประการ หนึ่ง เปน ธรรมดา แห่ง คน ที่ ปลุก คน นออ หลับ อยู่ ใน เรือน ที่ ไฟ ไม่ นั้น ว่า เขา กำลัง นอน สบาย อยู่ เขา กลับ จะ ปะเตะปะต่อย ด่า ว่า กับ ผู้ ที่ มา ปลุก เสีย อีก ต่อ รู้สึก ตัว ตื่น แล้ว จึ่ง ได้ เหน คุณ คน ปลุก บ้าง


ฟ้อง ตระการ ชำระ เลก

๏ ข้าพเจ้า วิตก นัก ด้วย การ ที่ ตระลาการ ชำระ เลก นั้น, ไม่ เหมือน แต่ก่อน. ตระลาการ เดี๋ยว นี้ ปราฐนา จะ หา ผล หา ประโยชน์ ให้ มาก ขึ้น ไป. ไม่ ทำ ตาม เรื่อง ตระลาการ, ไป เกาะ กุม พวก เจ้า หมู่ มูล นาย แต่ ลำพัง ใจ เอง. ไม่ ให้ สะมุบาญชี นำ เกาะ. ๆ มา ได้ ค่า เกาะ บ้าง ค่า เชิง ประกัน บ้าง ค่า ธรรมเนียม ทิม บ้าง. ร้อง ว่า ได้ ชำระ กับ สะมุบาญชี แล้ว, ก็ เรียก เอา ค่า เกาะ แล ค่า ธรรมเนียม. ก็ ไม่ เอา สะมุบาญชี สอบ ให้ แล้ว โดย เร็ว แกลง ละเลย เสีย, เพราะ เหน กับ เลก น้อย. ที่ ฎีกา หาย ไป ปี หนึ่ง สอง ปี บ้าง. ก็ ไม่ สอบสวน ให้ ละเอียด แกล่ง เกาะ เอา เข้า ไพร่ ไว้. ถ้า เสีย เงิน ให้ บ้าง ก็ สอบสวน ให้ โดย เร็ว. ข้าพเจ้า เหน ไม่ ควร, ถ้า ทำ หย่าง ตระลาการ เดี๋ยวนี้ ก็ ไม่ ควร จะ ตั้ง สะมุบาญชี ไว้ ให้ เปลือง เบี้ยหวัด ของ หลวง. ถ้า ให้ สะมุบาญชี นำ เกาะ เจ้า หมู่ ตาม ที่ ชำระ กัน ตาม เดิม, ก็ สะ บาย ไม่ ร้อนรน เลย. กับ อนึ่ง เลก ทะนาย สมทาษ ที่ ตาย บ้าง หนี บ้าง, เจ้า หมู่ มูล นาย จะ ขอ หัก บาญชี กรม พระ สุรัส วดี ก็ ไม่ หัก บาญชี ให้. ส่วน เลก ทะนาย สมทาษ ของ พวก กรม สุรัสวดี เอง. ก็ หัก บาญชี ให้. ข้าพเจ้า เหน การ เปน ดังนี้ ไม่ ควร. ถ้า หัก บาญชี ได้ ก็ หัก ได้ ด้วย กัน จึ่ง จะ ควร. ถ้า หัก บาญชี ไม่ ได้ ก็ หัก ไม่ ได้ ด้วย กัน จึ่ง จะ ควร. ข้าพเจ้า เหน การ ที่ ทำ อยู่ ทุก วัน นี้ ผิด กับ ธรรมเนียม เมือง นอก นัก. เปน พวก เขา พวก เรา ไป. ไม่ เปน เยี่ยง อย่าง เลย.

เจ้า ภาษี ฝ้าย แก้ ความ

๏ ข้าพเจ้า จีน ซอ จีน ฮวด ได้ ทราบ ความ ว่า, มี ผู้ ลง หนังสือ พิมพ์ ว่า ด้วย เรื่อง ภาษี ฝ้าย กล่าว โทษ ข้าพเจ้า, จีน ซอ จีน ฮวด จะ ขอ ว่า ให้ ท่าน ทราบ. ภาษี ฝ้าย เดิม จำนวล เงิน ภา ษี ปี ละ ๘๐๐ ชั่ง, ข้าพเจ้า จึ่ง ประมูล เงิน ทูล เกล้า ฯ ถวาย, ขึ้น อีก ๑๔๐ ชั่ง รวม เปน เงิน ปี ละ ๙๔๐ ชั่ง, จึ่ง โปรด เกล้า ฯ ให้ ข้าพเจ้า จีน ซอ จีน ฮวด รับ ทำ. ครั้น ข้าพเจ้า รับ ทำ ภาษี ฯ ขาด ทุน, ข้าพเจ้า จึ่ง ทำ เรื่อง ราว ส่ง คืน ฟ้อง ขาด ต่อ เจ้า จำ นวล. ภาย หลัง มี ผู้ มา ประมูล ขึ้น ถึง ๑๖๕ ชั่ง, รวม เงิน ปี ละ ๙๖๕ ชั่ง, กลับ สูง กว่า ที่ ข้าพเจ้า รับ ทำ อยู่ ๒๕ ชั่ง. เจ้า จำนวล จึ่ง นำ เรื่อง ราว ขึ้น กราบบังคม ทูล พระ กรุณา ให้ ทราบ ฝ่า ลออง ธุลี พระ บาท, จึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ เหน ว่า มี ผู้ มา ประมูล ขึ้น สูง กว่า เดิม ที่ ข้าพเจ้า รับ ทำ อยู่, จึ่ง ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ ตั้ง จีน คิด ผู้ เงิน สูง ไป รับ ทำ, ด้วย ทรง เหน ว่า ไม่ เสีย เปรียบ. ภาย หลัง มี ผู้ มา ลัก ลอบลง หนังสือ พิมพ์ ประจาน ข้าพเจ้า ทั้ง นี้, ถ้า คน ที่ มี ปัญญา น้อย ก็ จะ เหน ว่า ลง หนังสือ พิมพ์ ประจาน ข้าพเจ้า, ถ้า ท่าน ที่ มี ปัญญา มาก ท่าน ก็ จะ เหน ว่า ไม่ ได้ ประจาน ข้าพเจ้า จีน ซอ จีน ฮวด เลย, ด้วย บ้าน เมือง อัน นี้ ไม่ใช่ ของ ข้าพเจ้า เลย, แล ภาษี อากร ก็ ไม่ใช่ เปน ของ ข้าพเจ้า เลย. บ้าน เมือง แล ภาษี อากร ทั้งปวง นี้ เปน ของ พระพุทธเจ้าอยู่หัว ทั่ว ทั้ง สิ้น. ถ้า ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ จะ พระ ราช ทาน ภาษี อากร ให้ แก่ ผู้ ใด ทำ ผู้ นั้น ก็ ได้ รับ ทำ. กลับ มี ผู้ มา ลง หนังสือ พิมพ์ ประจาน ต่าง ๆ, แจ้ง อยู่ ใน หนังสือ พิมพ์ ใบ ก่อน นั้น แล้ว, ซึ่ง มา กล่าวโทษ ข้าพเจ้า ทั้ง นี้ ข้าพเจ้า จะได้มี ความ โกรธ นั้น หามิ ได เลย. แต่ นึก โกรธ อยู่ ว่า, ผู้ มา ลง หนังสือ พิมพ์ กล่าว โทษ ข้าพเจ้า เกี่ยว ข้อง อยู่, ดู เหมือน จะ บัง คับ พระเจ้าแผ่นดิน, ปัญญา ทั้ง นี้ เหน จะ เปน ปัญญา จีน ซุย, เปน ที่ ขุน สวามี ภักดิ ภูธร, ฯ เปน ข้าอยู่ ใน พระเจ้า น้อง ยา เธอ กรม หลวง วงษาธิ ราช สนิท อิจฉา ข้าพเจ้า. จีน ซุย คน นี้ กับ ข้าพเจ้า เปน คน โกรธ กัน มา นาน แล้ว, กับ จีน ฟัก จีน พุก จีน สือ จีน นิ่ม จีน ซัว หลาย ปัญญา, ไว้ เปน คน ปัญญา ฉลาด สำคัญ ว่า จะ ไม่มี ใคร รู้ ถึง. แต่ จีน ซุย รับ ทำ ภาษี พริก ไท อยู่ มี กำไร มาก ไม่ บวก ถวาย. พวก เจ้า ภาษี ทราบ แล้ว ให้ ทำ เรื่อง ราว ประมูล เงิน ทูล เกล้า ฯ ถวาย ขึ้น โดย เรว เถิด, เงิน จะ ได้ ขึ้น เข้า ท้อง พระ คลัง มาก ๆ, แล้ว จะ ได้ มี ความ ชอบ ด้วย. ข้าพเจ้า ก็ จะ คิด ด้วย เข้า หุ้น ส่วน กัน, ท่าน ทั้งปวง อย่า เหน แก่ หน้า กัน เลย, เหน แก่ พระ ราช ทรัพย์ ของ หลวง ดี กว่า. ข้าพเจ้า ว่า ทั้ง นี้, ด้วย เหน แก่ พระ ราช ทรัพย์ ของ หลวง . ถ้า เงิน หลวง ขึ้น มาก ๆ แล้ว ข้าพเจ้า ก็ ดี ใจ.


ภาษี ต่าง ๆ เปน ความ ขัน

๏ ภาษี อากร ใบ นี้. ขอ ให้ ท่าน ลง คน ละ เรื่อง เถิด.

๏ ภาษี อากร เดี๋ยว นี้ มี กำไร อยู่ หลาย ราย. แล จำ เกาะ คน นั้น จึง ทำ ได้. ภาษี ฝิ่น กำไร มาก นัก, แต่ เงิน หลวง ไม่ ค่อย จะ ขึ้น เลย. ภาษี โรง เหล้า กรุงเทพ ฯ ก็ มี กำไร มาก เงิน ก็ ไม่ ค่อย จะ ขึ้น. ภาษี ฟืน กรุงเทพ ฯ กำไร ก็ มาก นัก, ไม่ มี ใคร ชิง เลย กลัว นัก. ภาษี น้ำ ตาล หม้อ แล สำรวจ เมือง เพช รบุรี กำไร ก็ มาก นัก. ภาษี อากร รัง นก ก็ มี กำไร มาก ไม่ มี ใคร ชิง ทำ มา นาน. ภาษี น้ำ ตาล ทราย ก็ มี กำไร บ้าง ไม่ มาก. ภาษี หก สิ่ง นี้, ถ้า ได้ แย่ง ชิง ประมูล กัน เงิน หลวง คง ขึ้น ได้ ใน จำนวน ปี ขาร อัฐศก นี้ ถึง สาม สี่ พัน ชั่ง จริง ๆ. แต่ ไม่ ยิน ผู้ มี ชื่อ ว่า ชิง ยาก นัก. เขา คิด อ่าน หลาย หน แล้ว ได้ สำเร็จ เลย ไม่ มี โอกาส. ถ้า ใคร แย่ง ชิง ให้ เงิน หลวง ขึ้น ได้ เหน จะ มี ความ ชอบ. แต่ ภาษี ฝิ่น ภาษี โรง เล่า ภาษี น้ำ ตาล หม้อ สำรวจ เมือง เพชรบุรี สาม สิ่ง นี้ มี กำไร มาก นัก. เขา ว่า แย่ง ชิง ยาก นัก. คน ผู้ รับ ทำ แขง แรง นัก ชิง ไม่ ไหว เลย. แต่ เงิน หลวง ก็ ไม่ ขึ้น. แต่ จะ แขง แรง ด้วย อะไร ข้าพเจ้า ไม่ ทราบ. ภาษี เรือ ก็ มี กำไร ไม่ มาก นัก. ถ้า ครบ ปี เงิน หลวง เหน จะ ขึ้น ได้ อีก, แต่ ภาษี ฝิ่น ภาษี โรง เหล้า กรุงเทพ ฯ แล ภาษี น้ำ ตาล หม้อ สำรวจ เมือง เพชรบุรี, เขา ว่า ชิง แย่ง ยาก นัก. ถ้า ได้ ชิง ได้ แย่ง กัน ตาม อย่าง ธรรมเนียม เงิน หลวง ผู้ ใด ขึ้น มาก ก็ ได้ แก่ ผู้ แก่ นั้น รับ ทำ. แล้ว เหน เงิน หลวง จะ ขึ้น ได้ อีก มาก นัก. เขา ว่า แย่ง ชิง ไม่ สู้ ถนัด, จึง ไม่ มี ใคร ได้ รับ ทำ. จำ เกาะ ทำ ได้ แต่ สอง คน สาม คน เท่านั้น. พระ ภาษี คน หนึ่ง หลวง บริบูรณ สุรากร คน หนึ่ง, หลวง พิสาล สุพผล พานิช คน หนึ่ง, นอก นั้น ไม่ มี ใคร ได้ รับ ทำ เลย ซัน ๆ


รับ สิน ไถ่ ปล่อย ผู้ ร้าย

๏ อ้าย แดง ลูกศิษย์ พระ ปรานุกรม วัด สังขะจายา, ลัก บ้าน กับ นาฬิกา ของ พระดวง, ๆ จับ ตัวได้ ปล้ำ กัน, พระดวง หมาย จะ มัด เอา ตัว ด้วย เปน เวลา ค่ำ ประมาณ สอง ทุ่ม, จับ กัน ใน กระดี ที่ มืด. อ้ายแดง ถือ มีด สามหมุด มี คม อยู่. อ้าย แดง เอา มีด ที่ ถือ อยู่ นั้น, แทง เอา พระดวง ถูก ชาย โครง ข้าง ขวา. พระดวง ล้มลง ตาย อยู่ กับ ที่. ขุนกลาง เปน ตะลาการ ชำระ ผูก อ้ายแดง ๆ ก็ รับ เปน สัจ, ซัด อ้ายบ้าน ๆ ก็ เปน ลูกศิษย์ พระ ปรานุกรม. แล้ว จำ อ้ายแดง ไว้ ครบ ตาม อย่าง ผู้ ร้าย เปนสัจ. แต่ อ้ายบ้าน นั้น หา ชำระ ไถ่ ถาม ตาม อ้าย แดง ซัด ไม่. อ้าย แดง นั้น ว่า จะ ส่ง ขึ้น คุก ก็ หา ส่ง ไม่. ขุน กลาง รับ สิน บล พระ ปรานุกรม สาม สิบ ตำลึง. พระ ปรานุกรม ให้ เงิน กับ ขุน กลาง สั่ง หนึ่ง, ว่า เสรจ แล้ว จะ ให้ อีก สิบ ตำลึง. ขุน กลาง ก็ ถอด โซร้ คอ กุญแจ คอ แล ตรวน อ้ายแดง, แล้ว เอา อ้าย แดง ไว้ ที่ เรือน. ขุนกลาง ใส่ ไว้ แต่ วง แหวน เปล่า, ปล่อย อ้าย แดง ให้ เที่ยว ตาม สบาย. แต่ อ้ายบ้าน นั้น อยู่ ตีน เปล่า, อ้าย บ้าน บอก กับ ชาว บ้าน ว่า, พระ ปรานุกรม เสีย เงิน ให้ กับ ขุน กลาง ๑๐ ตำลึง, ผู้ คุม ห้า ตำ ลึง เสรจ แล้ว. ขุนกลาง ว่า ให้ รอ ไว้ พระยา บุรุษรัตนราชพัลลภ จะ มา ขอ, อ้าย แดง อ้าย บ้าน ก็ ไป อยู่ กับ พระ ปรานุกรม สี่ วัน ห้า วัน บ้าง, แล้ว ก็ ข้าม มา บ้าน ตระลาการ อยู่ วัน หนึ่ง บ้าง, กึ่ง วัน บ้าง. แล้ว ก็ ไป อยู่ วัด สังขจาย. อ้ายแดง ข้าม มา อยู่ บ้าน ตระลาการ ใส่ วงแหวน มา ไป อยู่ วัด เดิน ตีน เปล่า.

๏ ความ ที่ อ้าย แดง แทง พระดวง ตาย นั้น. แต่ ณวัน เดือน หก ข้าง แรม. พระ ปรานุกรม ก็ เปน ถึง พระ ภาชา,ขณะ หา ตั้ง อยู่ ใน สิกขาบท เพศพรมจรรย์ ไม่, ย่อม ประพฤติ์ เปน คาระ วาศ ส้อง สุม สม คบ แต่ นัก เลง เอา มา เลี้ยง เปน ลูก ศิษย์. อ้าย แดง อ้าย บ้าน กับ พวก อ้ายแดง อีก สอง คน เปน ๔ คน, ทั้ง อ้าย แดง ย่อม เที่ยว ลัก ผลไม้ ของ สวน แถบ วัดขจาย จน ตระทั่ง ถึง วัด ราชสิทธ อยู่ เปน นิจ มิ ได้ ขาด. กับ ย่อง เบา ล้วง เรือ ชาว เรือ ซึ่ง ล่อง เรือ ออก มา จาก คลอง บางกอก ใหญ่, แล จะ เข้า ไป ใน คลอง บางกอก ใหญ่, เวลา ค่ำ จอด นอน คอย น้ำ ใต้ ปาก คลอง วัด ราชสิทธ ออก มา, จน ถึง วัด โมลีโลกย์ ด้วย น้ำ ยัง ไม่ ขึ้น. อ้าย แดง อ้าย บ้าน กับ เพื่อน อ้าย แดง อีก สอง คน, ก็ ทำ เปน งม กุ้ง ท่อง น้ำ มา, ชาว เรือ ที่ จอด นอน หลับ ผ้า พรร นุ่ง ห่ม ห้อย อยู่ ใน ประทุน พร้า ซวาน วาง พ้อ ก็ ลัก เอา มา ขาย ได้ บาท บ้าง สอง สลึง บ้าง. อย่าง นี้ อยู่ เนือง ๆ, ความ อัน นี้ จะ เกิด ถึง สอง ครั้ง สาม ครั้ง. พระ ปรานุกรม รู้ เข้า ก็ อ้อนวอน ไกล่ เกี่ลย กับ ผู้ ที่ จะ ฟ้อง. เสีย เงิน ให้ ครั้ง หนึ่ง ห้า ตำลึง ครั้ง หนึ่ง เจ๊ด ตำลึง. เขา จะ ถวาย ฎีกา ถึง สอง ครั้ง. พระ ปรา นุกรม รู้ เข้า ก็ ไป เฝ้า สมเดจ พระเจ้า น้องยาเธอ เจ้า ฟ้า มหามาลา กับ พระยา บุรุษรัตนราชพัลลภ, ความ นั้น ก็ เงียบ ไป, จน กระ ทั่ง อ้ายแดง ลัก บ้าน กับ ภลิกา พระดวง ฯ จับ ตัว ได้. อ้ายแดง เอา มีด แทง เอา พระ ตาย, ความ จึ่ง ได้ ชำระ กัน ขุนกลาง รับ สินบน พระปรานุกรม ๓๐ ตำลึง, กับ อ้ายบ้าน อีก ๑๐ ตำลึง. ปล่อย อ้ายแดง อ้ายบ้าน ไป ให้ อยู่ อย่าง เดิม. อ้ายแดง อ้ายบ้าน ก็ จะ เที่ยว ลัก ผลไม้ ของ สวน, กับ ย่อง เบา ล้วง เรือ แล ลอบ ตี ฟัน คน ที่ ตีน ตพาน วัดสังขจาย, แล ตีน ตพาน วัดราชสิทธ อีก. อ้ายแดง อ้ายบ้าน มา ติด อยู่. ชาว บ้าน ชาว เรือ ค่อย ได้ ศุข บาง ปล่อย ให้ ไป อยู่ ที่ เดียว แล้ว. ถ้า มิ จริง อย่าง ว่า ให้ สืบ ชาว บ้าน วัดสังขาย จน ตลอด ถึง วัดราชสิทธ เถิด. ได้ ความ จริง ทั้ง นั้น. ขุนกลาง ปล่อย อ้ายแดง อ้ายบ้าน. ถ้า มิ จริง ให้ สืบ รัง วัด ตั้ง แต่ บ้าน ขุนกลาง ฟาก ตวันออก, จน ถึง ตีน ตพาน ช้าง ทำ ใหม่, ฟาก ตวัน ตก จน กระทั่ง ป้อม ท้าย สนม จน ถึง น่า ท่า วัด พระ เชตุพน


เอดิทอร์

๏ ข้าพเจ้า เอดีเตร์ เจ้า ของ จด หมาย เหตุ นี้ เหน ว่า, ความ ที่ รับ สิน บล ปล่อย ผู้ ร้าย อย่าง นี้ เปน ความ สำคัญ นัก. ถ้า จะ เปน จริง บ้าง เท็จ บ้าง, ก็ ย่อม เปน ความ น่า กลัว นัก. เพราะ มี ตระลาการ แล พระ ราชา คณะ ติด อยู่ ใน เรื่อง นั้น. ดู เหมือน การ ภิพาก ษา ตัด สิน ความ ใน กรุงเทพ ฯ นี้, แทบ จะ ไม่ เปน สัตย ธรรม เสีย แล้ว. เหมือน นา ฬิกา ที่ มี เครื่อง จักร ภาย ใน ไม่ แน่น หนา หลวม คลอน แคลน ไป, ถ้า ไข กุญแจ เข้า แล้ว ก็ เดิน ไป ได้ สัก ครู่ สัก ยาม แล้ว ก็ หยุด ไม่ เปน ที่ ไว้ ใจ ได้. ก็ เหน ควร ที่ คอเวอแมนต์ จะ ส้อม แปลง เสีย ใหม่ ให้ แน นอน มั่น คง. เมื่อ เกิด เหตุ ขึ้น เช่น นี้, ควร ที่ จะ สืบ พระ ยาน ให้ ได้ เท็จ จริง. มิ ใช่ ที่ เอดิเตร์ ปราฐนา จะ ให้ จับ คน นั้น คน นี้ ก่อน. เมื่อ ยัง ไม่ มี พระ ยาน ที่ น่า เชื้อ น่า พึ่ง นั้น หา มิ ได้


เรื่อง คลอง ขุด ใหม่

๏ คำนับ ยัง ท่าน ทั้ง หลาย ให้ ทราบ ด้วย. ข้าพเจ้า ได้ อ่าน หนังสือ ประกาศ ของ พ่อ ยิ้ม พระ ภาษี สมบัติ บริบูรณ มา นาน แล้ว, ว่า ด้วย เดิม ในหลวง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า. ยอม ให้ พระ ภาษี สมบัติ บริบูรณ. เปน ธุระ ใน การ ขุด คลอง ใหม่. ตั้ง แต่ วัด ปาก น้ำ ใน คลอง บางกอก ใหญ่ ไป ถึง แม่ น้ำ นครไชยศรี ใต้ โรง จักร กล ไฟ ทำ น้ำ ตาน. ข้าพเจ้า คิด เหน ว่า เปน การ แปลก ๆ, เกิด ขึ้น ใหม่ ๆ ไม่ เคย ได้ ยิน ได้ รู้ มา แต่ ก่อน เพราะ ว่า ขอ ปัญญา ท่าน ทั้ง หลาย ซึ่ง เหน พร้อม กัน มาก ๆ ว่า, จะ ยอม ให้ เก็บ ค่า คลอง กับ เรือ ลูก ค้า ไป มา แล นา ไร่ สวน. ยื้น ขวาง ลำ คลอง ขึ้น ไป สิบห้า เส้น ทั้ง สองฝั่ง. เอา มา รวม เปนค่า จ้าง ขุด คลอง สิบ ปี ดี ฤๅ จะ ตั้ง โรง หวย เก็บ เอา กำไร ใช้ ค่า จ้าง ขุด คลอง ดี. ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ว่า ท่าน ทั้ง หลาย เหน มาก ด้วย กัน ว่า, ให้ ออก หวย ดี ด้วย ไม่ เปน ที่ ข่ม ขี่ น้ำ ใจ ของ ราษฎร. จะ ได้ ทำ อาไร ๆ ตาม อำ เภอ น้ำ ใจ แก่ คลอง นั้น, เหมือน อย่าง เดิม ของ ประเทศ สยาม ที่ มี แบบ เหน อยู่ ทุก วัน นี้. เพราะ เหน ว่า ถ้า จะ ยอม ให้ เก็บ ค่า คลอง กับ ลูก ค้า ไป มา. บันทุก สิน ค้า ด้วย เรือ เล็ก ใหญ่ แล เกวียน ถึง สิบ ปี. ก็ ต้อง มี ผู้ ตรวด ตรา รักษา ลำ คลอง แล ทาง เกวียน ให้ เรียบ ร้อย เปน ธรรมเนียม ปรกฎิ. เรือ แล เกวียน ลูก ค้า จะ ไป มา ก็ ต้อง รักษา, ให้ มี ความ ศุข สบาย ไม่ ได้ ความ ขัด ขวาง เดือด ร้อน. จึง จะ มี คน ยอม เสีย ค่า เก็บ คลอง ให้ ไป ทาง นั้น, เพราะ มี คลอง อื่น ๆ ซึ่ง ไป ได้ ไม่ ต้อง เสีย อะไร ก็ หลาย คลอง. การ ซึ่ง ท่าน ทั้ง หลาย เหน ว่า ออก หวย ดี กว่า เก็บ ค่า คลอง ค่า ทาง แล ค่า ไร่ ค่า นา ค่า สวน นั้น, ก็ ต้อง ด้วย ปัญญา ความ คิด ของ ราษฎร ชาว ประ เทศ สยาม มา แต่ เดิม. อนึ่ง เหตุ ซึ่ง จะ ตั้ง ด่าน แล ผู้ รักษา ลำ คลอง แล ทาง เกวียน, แล ที่ ไร่ นา ที่ สวน ให้ เรียบ ร้อย เปน ธรรมเนียม โดย ยุติธรรม, ให้ ตลอด ลำ คลอง ขุด ใหม่ นั้น, จะ ได้ ผู้ ใด ไป รับ ฉลอง พระเดช พระคุณ ได้ การ ถึง สิบ ปี ก็ นาน นัก. ถ้า รักษา ธรรมเนียม ไว้ ได้ จน ถึง สิบ ปี ก็ จะ มี ความ เจริญ บริบูรณ ขึ้น กว่า นี้ หลาย ร้อย เท่า. เพราะ จะ ต้อง กำจัด สิ่ง อัน เปน อาสัจ อาธรรม ออก เสีย จาก ที่ นั้น จน สิ้น เชิง จึง จะ เปน ที่ เกิด ผล ประโยชน. แล งาม บ้าน งาม เมือง ของ พระเจ้า อยู่ หัว ได้, ก็ จะ ผิด ไป กว่า คลอง อื่น ๆ, ซึ่งได้เสีย พระ ราช ทรัพย แผ่นดิน ออก ไป ขุด, เหตุ ด้วย คลอง ใหม่ นี้ ต้อง เสีย พระราช ทรัพย แผ่นดิน ออก ไป ก่อน เหมือน กัน. แต่ จะ ได้ เก็บ เรือ ฤๅ ออก หวย เอา พระราช ทรัพย คืน ส่ง ยัง ท้อง พระคลัง นั้น ยังไม่ ทราบ. ข้าพเจ้าได้ทราบใน หมาย ประกาศ นั้นอ้าง ธรรมเนียม ประเทศ ใหญ่ ๆ อื่น ๆ. ข้าพเจ้า คิด ดีใจ ว่า จะ ได้เหน ความ เจริญ ขึ้น ใน แผ่นดิน ผิด กับ ที่ อื่น แห่ง หนึ่ง จะ ได้เปน แบบ ฉบับ แห่ง ตา ของ ชาว ประเทศ สยาม. ฦๅ จะ ได้ทำ ตาม กัน ขึ้น หลาย ๆ แห่ง. แต่ ความ ต้น ซึ่ง ประกาศ กับ กลาง ความ ก็ผิด กันไป. ข้าพเจ้า เปน ที่ สงไสย แต่ ทราบ ว่า ฯ พณ ฯ สมุห พระกลาโหม เปน ต้น รับ สั่ง, ท่าน เอาใจใส่ เอา ธุระใน การ ขุด คลอง ใหม่ นี้ เปน อัน มาก, ท่าน อุษาห สั่ง ออก ไป เมือง นอก ซื้อ เครื่อง จักร กล ไฟ ขุด คลอง มา ไว้สำหรับ รักษา มิให้ คลอง นั้น เสีย. แล ข้าพเจ้า ได้ ข่าว ราษฎร ฦๅ กัน ว่า คลอง นั้น ขุด ได้ กว่า ครึ่ง แล้ว, มี ความ สนุกนิ์ สนาน มาก ด้วย ขุนนาง เจ้สัว ราษฎร ชวน กัน ไป จับ จอง ที่ ไร่ ที่ นา ที่ สวน ทำ ขึ้น ใหม่ มาก กว่า มาก. ครั้น เมื่อ เดือน แปด บูรพาสาท ข้าง ขึ้น ข้าพเจ้า กับ เพื่อน สี่ ห้าคน ชวน กัน ไปใน คลอง ขุดใหม่ ครั้น แจว เรือ เข้าไป. ข้าพเจ้า ก็ เหน เปน ที่ เวทนา ด้วย ความ อันตราย กับ คลอง นั้น ก็ เกิด ตาม ขึ้น แล้ว. ข้าพเจ้า จึง ถาม พวก ชาว สวน ชาว นา ว่า ที่ สวน ที่ นา ของ ผู้ ใด, เขา ก็ บอก ข้าพเจ้า ได้ ความ ว่า เปน ที่ ของ ท่าน ขุนนาง แล เจสัว นั้น มาก กว่า ที่ ของ ราษฎร ชาว เมือง. เพราะ ท่าน ขุนนาง แล เจสัว นั้น มี อำนาถมาก ให้ บ่าว ไป ตั้ง โรง ริม คัน คลอง ทั้ง สอง ฟาก แล ชวน กัน ขุด ตัด ทำ ลาย คัน คลอง ปล่อย ให้ น้ำ เข้า ออก ใน นา. ครั้น น้ำ ฝน ตก บ่า ลง ใน คลอง โดย แรง, ไม่ มี ท่อ ไม่ รักษา น้ำ, ก็ ภา เอา ละออง ดิน ใน ท้อง นา แล ภัง ภา เอา ดิน คัน คะอง ลง ใน คลอง ทั้ง สิ้น เปน ช่อง กว้าง ๆ หลาย แห่ง จะ ขึ้น เดิน บน คัน คลอง ไม่ได้. เพราะ ต้อง ลุย น้ำ. ลางแห่ง ก็ ปลูก โรง นา คร่อม ลง มา ริม คลอง จน จะ ไม่ มี ถนน. ลาง เจ้า ของ ก็ ปลูก ต้น ไม้ ต้น ทองหลาง ห่าง ริม คลอง คืบ หนึ่ง ก็ มี. เพราะ ราษฎร ชาว ไทย ไม่ ลาย แก่ ความ ชั่ว ความ ผิด, คิด อยู่ แต่ ว่า มี เจ้านาย แขง แรง เปน ที่ พึ่ง. ใจ ก็ ดื้อดึงไม่ กลัวใคร จะ คิด ทำ อะไร ก็ ทำ ตาม อำเภอ ใจ ไม่ กลัวผิด. ไม่ คิด เกรง พระ ราชอาญา, ด้วย พระราช ทรัพย ของ หลวง ลง ทุน ขุด คลอง ให้ ราษฎร อาไศรย ทำ ไร่ นา สวน. แล เรือ เกวียน ไป มา ค้า ขาย ทาง บก ทาง คลอง ให้ ได้ โดย สดวก ด้วย กัน ทั้ง พระราช อาณา เขตร จึง จะ ชอบ ด้วย ราชการ แล ธรรมเนียม อัน เปน ยุติธรรม สํ รับ แผ่นดิน พระเจ้า อยู่ หัว อนึ่ง ขุนนาง ข้า ราชการ ทั้งปวง ซึ่ง ทรง พระ กรุณา ตั้ง แต่ง ไว้ ต่าง พระเนตร พระกรรณ ก็ เหน เฉย ๆ. ไม่ สู้ เอา เปน ธุระ ใน การ ทำนุ บำรุง บ้าน เมือง ของ พระเจ้า อยู่หัว. ฤๅ จะ รังเกียจ ว่า ธุระ ของ พระ ภาษี สมบัติ บริบูรณ, ฤๅ จะ กลัว ว่า ฯ พณ ฯ สมุหพระกลาโหม เปน ต้น รับ สั่ง. ถ้า จะ เปน เช่น นั้น. ข้าพเจ้า เหน ว่า ฯ พณ ฯ สมุหพระ กลาโหม. แล พระ ภาษี สมบัติ บริบูรณ, ก็ มี คน ใช้ ซึ่ง เปน คน มี สติ ปัญญา เปน หลาย คน. เหตุ ไร ท่าน จึ่ง ไม่ ให้ อำนาถ กับ ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง ให้ ว่า สิทธิ์ ขาด เปน เจ้า ของ คลอง สัก คน, พอ จะ ได้ รักษา ไว้ กว่า คลอง นั้น ขุด แล้ว. เมื่อ ตก ลง ว่า ออก หวย ฤๅ เก็บ ค่า คลอง จึ่ง ค่อย เปลี่ยน ธรรมเนียม เสีย ใหม่. ฤๅ จะ เปน ด้วย ท่าน ยัง ไม่ ทราบ ว่า เกิด ความ ทำลาย อย่าง ข้าพเจ้า ได้ เหน มา แล้ว กระมัง, ท่าน จึ่ง ยัง ไม่ ตั้ง ให้ ผู้ ใด ไป ดู แล ต่าง หู ตา ของ ท่าน. เพราะ ท่าน ก็ ประกอบ ด้วย ปัญญา แล อำ นาถ หา ขุนนาง เสมอ มิ ได้. ข้าพเจ้า ทราบ ว่า ท่าน คิด การ ทำนุ บำรุง แผ่นดิน พระเจ้า อยู่หัว แทบ ทุก หาย ใจ เข้า ออก, ถ้า ท่าน ทราบ แล้ว ที่ ไหน ท่าน จะ ยอม ให้ ชื่อ คลอง ของ ท่าน เสีย ไป เหมือน คลอง มหาสวัสดิ คลอง บาง บอน ได้. แต่ ความ ซึ่ง ข้าพ เจ้า ว่า มา นี้ เปน ความ สัตย จริง ของ ข้าพเจ้า ทุก ประการ. ท่าน ทั้ง หลาย จง ได้ ออก ไป ดู, ให้ รู้ เหน เปน พยาน ของ ข้าพเจ้า ด้วย.


เมล์ มา ใหม่

๏ เรือ เจ้าพระ ยา มา ถึง กรุง เทพ ฯ ณวัน เสาร์ เดือน ๔ แรม ๑๓ ค่ำ เอา เมล์ เมือง ยูโรป มา, มี หนังสือ จด หมาย เหตุ มา แต่ เมือง ลอน ดอน แต่ เดือน ๘ ที่ ๒ ขึ้น ๒ ค่ำ, แต่ เมือง นุยอก เดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๘ ค่ำ แต่ เมือง บัง กล่า. ณเดือน ๙ ขึ้น ๕ ค่ำ เมือง สิงค์ โปร เดือน ๙ แรม ค่ำ หนึ่ง. เมือง รางกุ้ง เดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๑๕ ค่ำ, เมือง มรแมน เดือน ๘ ขึ้น ๓ ค่ำ, เมือง ปีแนง เดือน ๘ ขึ้น ๒ ค่ำ, เมือง ฮ่อง กง เดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๑๕ ค่ำ, ข่าว มา แต่ ทาง เตลีแครฟ.

๏ เมือง ลอนดอน เดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๓ ค่ำ ข่าว ว่า, ข้อ สัญญา ที่ เมือง ออส เตรีย แล เมือง ปรอศเซีย. เปน ไมตรี กัน นั้น ยัง ปฤษา กัน อยู่, ฝ่าย เมือง ออสเตรีย ยอม สัญญา เปน ใจ ความ ว่า, จะ ให้ เมือง ปรอศเซีย จัด แจง เมือง เยอมนี เลก ๆ ทั้ง ปวง ตาม ที่ ชอบ ใจ. อนึ่ง เมือง อิตาลี ว่า แก่ เมือง ออศ เตรีย ว่า; ถ้า เมือง ออสเตรีย จะ ยก เมือง วินิเซีย, ให้ ขึ้น แก่ เมือง อิตาลี่ ๆ จะ หยุด การ ศึก ๕ ขวบ อาทิตย์. อนึ่ง เมือง ฟร ซิแลน ขอ ขึ้น แก่ เมือง ปรอศ เซีย.

๏ ข่าว มา แต่ เมือง นุยอด ทาง แอดแลน ติก เตลิแครฟ แต่ เดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๕ ค่ำ ใจ ความ ว่า, เมือง เติลซี่ ได้ กลับ มา เข้า ใน เมือง อยู่ ใน ติศ เทศ แล้ว. ผู้ ที่ ช่วย เปรศ เดน ว่า, ราช การ นั้น แยก ออก จาก กัน, ที่ ไม่ เข้า ด้วย กัน ก็ ลา ออก นอก ราช การ.

๏ ลอนดอน เดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๘ ค่ำ โรค ลง ราก ที่ เมือง ลอนดอน ค่อย ทุ เลา แล้ว.


ข่าว มา แต่ เมือง พม่า

๏ เมื่อ เดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๖ ค่ำ, ข่าว มา แต่ เมือง มัน ดา เล เมือง หลวง พม่า. ว่า พระ ราช บุตร เจ้า แผ่น ดิน พม่า ๒ องค์ คิด กัน จับ พระ เจ้า อา ผู้ ชื่อ ไอซีเมง สำเร็จ โทษ เสีย แล้ว, ราช บุตร ๒ องค์ นั้น, ก็ จับ ราช บุตร ผู้ ที่ ต่าง มารดา กัน สำเร็จ โทษ เสีย อีก ๒ องค์. แล้ว ฆ่า วูน วิ่ง ขุน นาง ใหญ่ อีก ๓ คน, ราช บุตร ผู้ ที่ ฆ่า นั้น ก็ หนี ไป ได้ แล้ว. ดู การ เหน จะ หยุด แต่ เพียง นี้, จะ ไม่ ได้ รบ พุ่ง กัน อีก. ชาว ประเทศ ยูโรป หา ได้ เปน อันตราย ด้วย การ ขบถ นี้ ไม่. การ ค้า ขาย ของ อังกฤษ แล พม่า ก็ ยัง เปน ปรกฎี อยู่. เจ้า แผ่นดิน พม่า มี ราช บุตร อยู่ ใน ระหว่าง ๓๐ องค์ ๔๐ องค์, แต่ ยัง เยาว อยู่ มาก ราช บุตร ที่ เจริญ ไว มี น้อย. เจ้า แผ่น ดิน พม่า เมื่อ ขึ้น เสวย ราช สมบัติ นั้น ใน เดือน ดีเซมเบอ คฤศ ศักราช ๑๘๕๒. น้อง ของ ท่าน มารดา เดียว กัน ชื่อ ไอซีเมง. ฝูง ราษฎร ทั้งปวง เข้าใจ ว่า, ถ้า สิ้น แผ่น ดิน ท่าน แล้ว, ไอซีเมง พระ ราช อนุชา คง จะ ได้ เสวย ราช สมบัติ สืบ ไป ตาม ธรรมเนียม กดหมาย แผ่น ดิน. แล เจ้า แผ่น ดิน พระชนม์ ได้ ๕๕ พรรษา, พระราช อนุชา พระ ชนม์ ๕๒ พรรษา. พระ ราช บุตร ทั้ง ๒ นั้น ก็ ควร แก่ เวลา ที่ จับ การ ชิง เอา สมบัติ, มิ ให้ พระเจ้า อา ได้, มิ ให้ ราช บุตร องค์ ใหญ่ ได้. แผ่น ดิน พม่า เคย เกิด เหตุ เช่น นั้น หลาย ชั่ว แล้ว, พระเจ้า แผ่น ดิน พม่า ไม่ ใคร่ จะ ได้ สวรรคต ใน ราช สมบัติ, มัก เกิด เหตุ จับ กุม ถอด เสีย จาก ราช สมบัติ. พระ ราช บิดา ของ เจ้า แผ่น ดิน พม่า องค์ นี้ ที่ ล่วง ไป แล้ว นั้น พระ นาม ธราวดี, ราช บุตร องค์ ใหญ่ ของ ท่าน ชิง เอา ราช สมบัติ ได้, ถอด พระ ราช บิดา เสีย จาก ราช สม บัติแล้ว จำไว้ จน สิ้น พระ ชนม์. พระ ราช บุตร องค์ นั้น ชื่อ ว่า พะงามเมง ท่าน เสวย ราชสมบัติ แทน พระ บิดา จน ถึง การ รบ กัน กับ อังกฤษ ครั้ง ก่อน, ใน ชะณะ รบ กัน นั้น พระอนุชา ธิราช ชื่อ เมง กุนเมง, ถอด พงาม เมง เจ้า แผ่น ดิน ผู้ เปน พระ เชษฐา จาก ราช สมบัติ, เอา จำไว้แล้ว ขึ้น เสวย ราช สมบัติ มา จน ถึง ทุก วัน นี้. เจ้า แผ่น ดิน องค์ นั้น ไม่ มี พระ ราช บุตร, เหตุ ที่ เกิด ใน เมือง หลวง พม่า ใน เรว ๆ นี้. ดู เหมือน พระ ธินั่ง เจ้า แผ่น ดิน พม่า หวั่นไหว ไป แล้ว. เกิด การ ขบถ เช่น นี้ เปน เหตุ นำ หน้า ที่ จะ เปลี่ยน แผ่น ดิน. เมื่อ ณวัน ก่อน ที่ เกิด วุ่นวาย นี้, คือ ลำดับ ที่ จะ ได้ ราช สมบัติ, ควร พระ อนุชา ของ ท่าน ที่ ชื่อ ไอสี่เมง ที่ สิ้น พระ ชนม์ ใน การ ขบถ นี้ เปน ที่ หนึ่ง. ราช บุตร องค์ ที่ ๑ ชื่อ มาลูนเมนทา อายุ ๒๕ พรรษา, ที่ เขา จับ ฆ่า เสีย นั้น ใน ลำดับ จะ ได้ ราช สมบัติ เปน ที่ ๒. ราช บุตร ที่ ๒ ชื่อ ทงเซ ต่าง มารดา กูน อายุ ๒๔ พรรษา, ที่ หนี ไป แล้ว ใน ลำดับ ที่ จะ ได้ ราช สม บัต เปน ที่ ๓. ราชบุตร ที่ ๓ ชื่อ เมนคูน อายุ ๒๓ พรรษา ต่าง มารดา กัน, ที่ หนี ไป แล้ว, ใน ลำดับ ที่ จะ ได้ สมบัติ เปน ที่ ๔. ราช บุตร องค์ ที่ ๔ ชื่อ เมกดารา อายุ ๒๒ พรรษา, ใน ลำ ดับ จะ ได้ ราช สมบัติ เปน ที่ ๕ ยัง อยู่ ใน เมือง หลวง. ราช บุตร องค์ ที่ ๕ ชื่อ เทตเมนตา อายุ ได้ ๒๑ พรรษา, เปน พระ ราช บุตร ที่ ๕ ลำดับ ใน ราช สมบัติ เปน ที่ ๖. พระ ราช บุตร ทั้ง ๕ องค์ นี้ ต่าง มารดา กัน ทั้ง นั้น. ธรรมเนียม พม่า ผู้ ใด จะ ชิง เอา ราช สมบัติ, ต้อง ทำลาย ผู้ ที่ จะ ได้ ขึ้น เสวย ราช สมบัติ ก่อน ตัว เสีย แล้ว ก็ หนี ไป ซุ่ม ซ่อน อยู่ ที่ ใด ที่ หนึ่ง, มั่ว สุม ได้ กำลัง มาก แล้ว ก็ กลับ เข้า มา ชิง เอา สมบัติ. ทง เซ ราช บุตร ที่ ๒, เมนคูน ราช บุตร ที่ ๓ ใน ๒ องค์ นี้, ผู้ ใด จะ ชิง เอา สมบัติ ก็ หา แน่ ไม่, เห็น ที่ เจ้า แผ่น ดิน พม่า องค์ นี้ เปน คน ดี เปน ที่ ชอบ ภอ กับ อังกฤษ มาก, แต่ เห็น ว่า ท่าน จะ ไม่ ได้ อยู่ ใน ราช สมบัติ นาน, จะ ต้อง ถอด จำ ไว้ ตาม ธรรม เนียม. พงามเมง เจ้า แผ่น ดิน องค์ ก่อน ก็ ยัง ต้อง จำ อยู่ จน ทุก วัน นี้, ยัง หา สิ้น พระ ชนม์ ไม่. ถ้า เมนกูนเมง เจ้า แผ่น ดิน องค์ นี้ ต้อง [........] จำ ลง อีก, ธรรมเนียม ต้อง สำเร็จ โทษ พงาม[....................] ก่อน เสีย, จะ เอา จำ ไว้ เปน ๒ องค์ ไม่[...............................] ก็ นิ่ง เฉย เสีย, ไม่ ได้ ช่วย จัด แจ[......................................] ใช่ ธุระ ของ คอเวอ เมนต์ อัง[..............................................] อาไศรย กับ อังกฤษ ๆ [......................................................] พึ่ง อาไศรย กำลัง อังกฤษ. ถ้า พึ่ง อาไศรย อยู่ ก็ จะ ไม่ เกิดการ นี้. การ ขบถ นั้น, ถ้า แล ถูก ต้อง ชาว อังกฤษ เข้า แต่ สักคน เดียว, อังกฤษ ก็ จะ ยก ทัพ โดย เรว ทีเดียว มา แก้แค้น แก่ ชาว พม่า.


หนังสือ บอก ของ นาย ห้าง

๏ นาย ห้าง ที่ เปน พวก กัมปนี. ชื่อ โดมะนิ, ริมีดี, มนตีนี คน หนึ่ง. กับ เอศวาดสมิค คน หนึ่ง. ตั้ง ชื่อ รวม กัน ว่า ริมีก สมิดแอน กัมปนี. ที่ ได้ ตั้ง ห้าง เมือง เชียงไช แห่ง หนึ่ง, แล เมือง โยโกซะมา แห่ง หนึ่ง. แล กรุงเทพ ฯ แห่ง หนึ่ง. แล กรุง ลอนดอน แห่ง หนึ่ง. ได้ ยอม เลิก กัน ใน วัน พฤหัศ เดือน ๙ แรม ๔ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๒๘ ปี. คฤศตศักราช ๑๘๖๖ ปี. ชื่อ พวก เรา ลง ชื่อ ที่ นี่ ชื่อ ริเม ดี มนตีนีแลอี, สมิด.

๏ อนึ่ง เพราะ พวก นาย ห้าง ได้ เลิก ตาม ที่ ได้ ว่าไว้ ข้าง บนนี้. ข้าพเจ้าผู้ชื่อในสุดท้ายนี้, ได้ รับ เอา เปน ธุระ ใน การ งาน สำหรับ ของ พวก กัมปนี นั้น. ที่ เรียก ว่า ริมิสมิด แอนกัมปนี ที่ได้ ตั้ง ห้าง เมือง เชียงไช. แล กรุงเทพ ฯ แล กรุง ลอนดอน นั้น, ข้าพเจ้า รับ เอา เปน ธุระ หมด, แล มิศเตอ ตี่, เอม, อัลลอยวิง นั้น เราได้ ตั้งไว้, เพื่อ จะ ทำ การ ใน นาย ห้าง นั้น แทน ตัว เรา, ชื่อ ของ เรา ริมีก ดีมัลตินี, ลงพิมพ์ ที่ กรุงเทพ ฯ ณเดือน ๙ แรม ๔ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๒๘ ปี. คฤศต ศักราช ๑๘๖๖ ปี.


บอก การ นาย ห้าง

๏ เพราะ หนังสือ ที่ได้ ลง พิมพ์ แต่ ข้าง บน นี้. คน ทั้ง ปวง ที่ พวก เรา มี ชื่อ ใน ข้าง ท้าย นี้ เปน นี่ อยู่ นั้น, ต้อง บอก บาญชี มา เพื่อ เรา จะ ชำระให้. แล บันดา คน ที่ เปน นี่ แก่ พวก เรา เชิญ มา ใช้ นี่, ใน ระหว่าง ตั้ง แต่ นี้ จน ถึง เดือน ๑๐ ขึ้น สี่ ค่ำ. ถ้า ไม่ ได้ มา ใช้ หนี้ นั้น, ข้าพเจ้า จะ ต้อง ให้ กงสุล ชำระ เสีย เอง. ข้าพเจ้า มี ชื่อ ริมีกสมิดแอนกัมปนี, ลง พิมพ์ ที่ กรุง เทพ ฯ ณวัน พฤหัศ เดือน ๙ แรม ๔ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๒๘ ปี. [..................]๘๖๖ ปี.


[.....]หนังสือ หลวง

[................................]หนังสือ พิมพ์ บางกอก รีคอเดอร์ ว่า, [..........................................]เดี่ยว ทำ ร้าย คน เดิน ทาง แล จีน ไทย ชาว ทำ ไร่ , แล อื่น ๆ กล่าว ใน หนังสือ พิมพ์ มาก นัก. จึ่ง โปรด ให้ มี ข้า หลวง ออก ไป, คิด อ่าน กับ พระยา ชล บุรานุรักษ, ติด ตาม สืบ จับ ตัว อ้าย แจ่ม ก็ หา ได้ ตัว ไม่. ได้ ตัว มารดา แล น้อง ผู้ หญิง ของ อ้าย แจ่ม มา เปน ตัว จำนำ ไว้. มี ผู้ อื่น รับ สิน บน จับ ตัว อ้าย แจ่ม ได้ มา แล้ว, ก็ ไม่ มี ใคร มา ยืน ยัน อ้าย แจ่ม, มี แต่ ผู้ หญิง คน หนึ่ง มา กล่าว โทษ ว่า อ้าย แจ่ม ขม ขืน ทำ ชำเรา ราย เดียว เท่า นั้น. นอก นั้น ก็ ไม่ มี ใคร มา ว่า กล่าว อะไร เลย. ก็ เช่น นี้ จะ ให้ เอา ตัว ไป จำ ไว้ ณ คุก ฤา จะ ให้ เอา ไป ฆ่า เสีย, ตาม หนังสือ พิมพ์ กล่าว โทษ อ้าย แจ่ม อย่าง นั้น ฤา. ให้ ลง หนังสือ พิมพ์ แจก กัน ต่อ ๆ ไป, ให้ มี ตัว ผู้ ที่ ถูก อ้าย แจ่ม ทำ ร้าย, คุมเหง กี่ ราย ๆ ให้ มา ร้อง เปน ตัว เปน ตน, จะ ได้ พิจารณ ต่อ ไป. ถ้า ไม่ มี ใคร มา ว่า กล่าว, มี แต่ เอา ความ เท็จ ความ ไม่ จริง, มา ว่า เขา ลับ หลัง อย่าง นี้, พวก โรง พิมพ์ ก็ จะ ลง พิมพ์ บ่น เพ้อ ร่ำ ไป.

๏ อีก เรื่อง หนึ่ง ใน หนังสือ พิมพ์, ว่า ให้ ประกาศ ให้ หญิง ชาย ทั้ง ปวง กวาด เรือน ล้าง เรือน ตาม ที่ อยู่ ของ ตัว ๆ ให้ สอาด อย่า ให้ โสโครก สมมม ต่าง ๆ, ว่า ดัง นี้ ก็ เหน ชอบ ด้วย ดี แล้ว. แต่ ที่ ว่า ต่อ ไป อีก ว่า, ถ้า ผู้ ใด ไม่ ทำ ตาม ประกาศ ให้ ปรับ ไหม เอา เปน พินัย หลวง เก็บ เงิน เข้า ท้อง พระคลัง. ข้อ นี้ นั้น จะ ให้ ใน หลวง เสดจ ไป ตรวจ เอง, ฤา จะ ให้ ท่าน เสนาบดี ไป ตรวจ. ถ้า จะ ให้ แต่ เจ้า พนักงาน ไป ตรวจ, ก็ คง จะ เกิด ความ วิวาท กัน มาก, เจ้า ของ บ้าน เจ้า ของ เรือน ก็ จะ เถียง ว่า, เจ้า พนักงาน แกล้ง เอา ของ โสโครก สมมม, มา ทิ้ง ไว้ ที่ บ้าน ที่ เรือน ข้าพเจ้า แล้ว มา จับ ข้าพเจ้า ไม่ ยอม. เมื่อ มี ความ วิวาท กัน ขึ้น เช่น นี้ แล้ว ใคร จะ ตัด สิน เล่า, จะ มี ผู้ ไป ให้ ลง หนังสือ พิมพ์, พวก โรง พิมพ์ ก็ จะ ลง พิมพ์ ไป อย่าง นั้น, จะ มิ วุ่น ไป ต่าง ๆ ฤา. จะ ทำ อย่าง ไร ให้ คิด ให้ ตลอด ก่อน, จะ ว่า เอา แต่ ง่าย ๆ นั้น ไม่ ชอบ เลย. ๚ะ


เอดิตอ ตอบ ความ

๏ หนังสือ หลวง ข้าง บน นี้ ดู เหมือน เข้าใจ ว่า เอดิ ตอ ของ จดหมายเหตุ ได้ ตั้ง ตัว เอง เปน ผู้ สำหรับ ใช้ สอย กอ เวอเมนต์ กรุงเทพ ฯ ข้าพเจ้า ไม่ นึก ว่า จะ ใช้ สอย ดอก นึก แต่ จะ ช่วย เตือน สติ ท่าน ผู้ ใหญ่ ผู้ มี ปัญญา ตาม ธรรม เนียม ประเทศ ยุโรบ แล อเมริกา ผู้ ใหญ่ ใน ประเทศ นั้น ชอบ ใจ ให้ คน ทั้งปวง ที่ ลง พิมพ์ เตือน สติ คอเวอแมนท์ ต่าง หู ต่าง ตา คอเวอแมนท์ ๆ ดู หนังสือ ที่ ลง พิมพ์ หลาย คน นั้น จึ่ง มีใจ สว่าง ขึ้น มี กำลัง ว่า ราชการ ให้ แขง แรง ดี กว่า ที่ ไม่ ลง พิมพ์ เตือน สติ ข้าพเจ้า ไม่ ได้ ถือ ตัว ว่า เปน คน ปัญญา มาก ดอก นึก ว่า พอ ที่ จะ ให้ เปน ประ โยชน แก่ กรุงเทพ ฯ เล็ก น้อย จึ่ง ได้ ลง พิมพ์ ขอ ใน หลวง อย่า ได้ ดู หมิ่น ดู ถูก การ ของ ข้าพเจ้า นี้ ความ ที่ ลง พิมพ์ นั้น นึก ว่า จะ จริง มาก แต่ ทว่า จำ เปน ที่ จะ มี ความ เท็จ บ้าง เล็ก น้อย แต่ หา ได้ แกล้ง ลง ไม่


รางวัล ๖ ตำลึง

๏ การกะ โมย แต่ ณเดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๑๒ ค่ำ ยัง หา ได้ ตัว เปน แน่ ไม่. ขอ ให้ ท่าน ทังปวง สืบ เอา ตัว คะโมย นั้น, ให้ ข้าพเจ้า ได้. ถ้า ได้ เปน แน่ แล้ว จะ ได้ รางวัล ๖ ตำลึง. คะโมย นั้น, คือ คโมย เอา หนังสือ กฎหมาย ไทย บ้าง, สามก๊ก เล่ม ที่ หนึ่ง บ้าง. ถ้า เห็น ผู้ ได้ เที่ยว ขาย กฎหมาย แล สามก๊ก ถูกๆ ก็ ควร จะ สืบถาม แต่ คน นั้น, ว่า ได้ เอา มา แต่ ไหน.


สาม ก๊ก

๏ สาม ก๊ก เล่ม ๒ ได้ ลง พิมพ์ แล้ว, ได้ ผูก เข้า เปน เล่ม ไว้ บ้าง แล้ว. แต่ จะ จำหน่าย ได้ แต่ ทีละ น้อยๆ จะ จำหน่าย ให้ มาก ไม่ ได้. ด้วย ลูกจ้าง ผู้ ที่ จะ ทำ เข้า เปน เล่ม นั้น น้อย ตัว นัก


กำปั่น เข้า กรุงเทพ ฯ
เข้ามาเมื่อไรกำปั่น ชื่อไรกับปิตันชื่อไรกี่ ตอนเรือ อะไรมาแต่ไหน
เดือน ๙ขึ้น ๑๒ ค่ำปริสลิอันต์เครตอน๓๑๖บริกสยามฮ่องกง
เดือน ๙ขึ้น ๑๓ ค่ำซรตันเบเล๔๖๐บากอังกฤษฮ่องกง
เดือน ๙ขึ้น ๑๓ ค่ำเอตวินเตอดิล์๕๗๓บากดัชฮ่องกง
เดือน ๙ขึ้น ๑๓ ค่ำโดโรเทียโคลลอฟ๔๕๔บาก ฮำเบิกฮ่องกง
เดือน ๙ขึ้น ๑๓ ค่ำไวกอนต์แกนนิงเบนรศ๕๓๑กลไฟสยามไซ่ง่อน
เดือน ๙ขึ้น ๑๕ ค่ำเสนท์ปอลไลเซอ๒๙๙บากสยามฮ่องกง
เดือน ๙แรม ค่ำ หนึ่งซี่วุนฮัปเปอ๔๐๖กลไฟอังกฤษสิงกโปร์
แรม๖ ค่ำแฟรคัมมิง๒๒๔สกุนเนอ อังกฤษเกบเซนต์ยม
แรม๗ ค่ำอิม:มานูเอลคันเดร๓๒๐บาก ฝรั่งเศศลิวอกุล
แรม๙ ค่ำฮอกบัวลัตกี๑๖๐บาก อเมริกาสิงค์โปร
แรม๑๑ ค่ำฟลอเรนซ์ฮรปรูก๒๕๘บาก อังกฤษสิงค์โปร
ออกไปเมื่อไรกำปั่น ออก จาก กรุงเทพ ฯจะไป ไหน
เดือน ๙ขึ้น ๘ ค่ำเจ้าพระยาอรตัน๓๕๓กลไฟ สยามสิงค์โปร์
๘ ค่ำคัตติซากอวร์๔๖๔ชิป อังกฤษฮ่องกง
๑๐ ค่ำโอเรศติครศชิ๓๘๐บากสยามฮ่องกง
๑๐ ค่ำอ้ายมุ่ยวิฟ๒๔๐บริก สยามฮ่องกง
๑๑ ค่ำไนติงเกลเบียก์๔๖๔ชิป อังกฤษฮ่องกง
แรม ๗ ค่ำแกนตันเฮมโซต๓๘๐ชิป สยามฮอก[..]
๑๐ ค่ำซี่วุนฮัปเปอ๔๐๖กลไฟ อังกฤษ[.........]

๏ การ ขาย ของ ขะ

๏ ข้าพเจ้า ที่ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ มี สิ่ง ฃอง ฝาก มา แต่ ประเทศ ยูโรป คือ แหวน ทอง คำ มี เพชร พลอย อย่าง ดี เขม ขัด ทอง คำ ประ ดับ ด้วย พลอย ทับ ทิม แล พลอย อื่น ๆ อย่าง ดี สาย สร้อย ทอง คำ แล เพชร ต่าง ๆ นาย ห้าง นั้น มี ชื่อว่า เยไอ มัน แล ดี เฮนรี่ แอน กัมปะนี อยู่ ที่ น่า บ้าน สมเดจ เจ้า พระยา องค์ ใหญ่


ช่าง นาฬิกา

๏ ข้าพเจ้า มี ความ ปราถนา จะ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทราบ ว่า, ข้า พเจ้า ตั้ง บ้าน อยู่ ที่ ถนน เจริญ กรุง, เปน ช่าง ทำ นาฬิกา พก ทำ นาฬิกา ใหญ่, แล นาฬิกา โทรนำเมิเตอ. ถ้านาฬิกา อย่าง ไร เสีย ก็ แก้ ไข ได้ทุก อย่าง. แล จะ ทำ ให้แล้ว เรว แล ดี ด้วย, แล ทำ เขม เดิน เรือ ก็ ได้. ข้าพเจ้า มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ นี้ ชื่อ เอฟ. เอช. ไวเอลกี.


๏ หนังสือ ที่ จะ ขาย

๏ หนังสือ ดิกชะนาเร ภาษา อังกฤษ แปล เปน ไทย แปล ออกใหม่ ๆ ใน เรว ๆ นี้ เปน หนังสือ ย่อม ๆ เปน อย่าง ดี ซึ่ง ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด จะ เรียน ภาษา อังกฤษ แปล เปนไทย ได้ เปน หนังสือ สำหรับ ขาย มี อยู่ ที่ บ้าน ข้าพเจ้า หมอ ปรัดเล แล ที่ บ้าน หมอ แมก ภัด เชิญ ท่าน ทั้งปวง มา ดู จะ ขายให้ พอ สมควร


๏ ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง ขึ้น เดือน ๑๐ นี้ ๚ะ
คำอังกฤษคำไทยคำจีนอาทิตย์ขึ้น กี่ โมงอาทิตย์ ตก กี่ โมงอาทิตย์ เที่ยง กี่ โมงจันทร์ ตก กี่ ทุ่ม
เดือน เสบเตมเบอเดือน ๑๐เดือน ๘
วัน จันทร์๑๐ ค่ำขึ้น ค่ำ ๑ขึ้น ค่ำ ๑๑๑ ทุ่ม ๕๕ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๕ นาทีย่ำ เที่ยงแล้ว ๓ นาทีทุ่มหนึ่ง
วัน อังคาร๑๑ ค่ำ๒ ค่ำ๒ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๖ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๔ นาทีย่ำ เที่ยง๓ นาทีทุ่ม หนึ่ง๔๙ นาที
วัน พุทธ๑๒ ค่ำ๓ ค่ำ๓ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๖ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๔ นาทีย่ำ เที่ยง๔ นาที๒ ทุ่ม๓๖ นาที
วัน พฤหัส๑๓ ค่ำ๔ ค่ำ๔ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๖ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๔ นาทีย่ำ เที่ยง๔ นาที๓ ทุ่ม๒๗ นาที
วัน ศุกร๑๔ ค่ำ๕ ค่ำ๕ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๗ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๓ นาทีย่ำ เที่ยง๔ นาที๔ ทุ่ม๑๓ นาที
วัน เสาร์๑๕ ค่ำ๖ ค่ำ๖ ค่ำทุ่ม ๕๗ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๓ นาทีย่ำ เที่ยง๕ นาที๕ ทุ่ม
วัน อาทิตย์๑๖ ค่ำ๗ ค่ำ๗ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๗ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๓ นาทีย่ำ เที่ยง๕ นาที๕ ทุ่ม๔๘ นาที
วัน จันทร๑๗ ค่ำ๘ ค่ำ๘ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๘ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๒ นาทีย่ำ เที่ยง๕ นาที
วัน อังคาร๑๘ ค่ำ๙ ค่ำ๙ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๘ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๒ นาทีย่ำ เที่ยง๖ นาที๗ ทุ่ม๒๕ นาที
วัน พุทธ๑๙ ค่ำ๑๐ ค่ำ๑๐ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๘ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๒ นาทีย่ำ เที่ยง๖ นาที๘ ทุ่ม๑๓ นาที
วัน พฤหัส๒๐ ค่ำ๑๑ ค่ำ๑๑ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๙ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๑ นาทีย่ำ เที่ยง๖ นาที๙ ทุ่ม
วัน ศุกร๒๑ ค่ำ๑๒ ค่ำ๑๒ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๙ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๑ นาทีย่ำ เที่ยง๗ นาที๙ ทุ่ม๕๗ นาที
วัน เสาร์๒๒ ค่ำ๑๓ ค่ำ๑๓ ค่ำ๑๑ ทุ่ม ๕๙ นาทีย่ำ ค่ำ แล้ว๑ นาทีย่ำ เที่ยง๗ นาที๑๐ ทุ่ม๓๓ นาที
วัน อาทิตย์.๒๓ ค่ำ๑๔ ค่ำ๑๔ ค่ำ๑๒ ทุ่มย่ำ ค่ำ แล้วย่ำ เที่ยง๗ นาที๑๑ ทุ่ม๒๓ นาที
[.............]๑๕ ค่ำ๑๕ ค่ำ๑๕ ค่ำ๑๒ ทุ่มย่ำ ค่ำ แล้วย่ำ เที่ยง๘ นาที