BANGKOK RECORDER

BANGKOK RECORDER

เล่ม ที่ ๒ เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปี ขาน อัฐ ศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน เซบเตมเบอ วัน ที่ ๒๔ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๑๕

พวก หมอ ปฤกษา กัน ด้วย โรค ลงราก

๏ คัด ออก จาก จดหมายเหตุ ชื่อลิวันต์เฮรัลด์, เมื่อ ปี กลาย พวก หมอยา มา แต่ เมือง ต่าง ๆ, ใน ประเทศ ยูโรบ หลาย คน นัก หนา, ประชุม กัน ที่ เมือง คอนสตันติโนเปิ้ล. ที่ จำ พวก ชื่อ อินเตอแนชันแอลซันนิเตรี คอน เฟะแรนซิ, ได้ เลือก สรรค์ ให้ ไป ที่ นั่น, เพื่อ ประสงค์ จะ ได้ ปฤกษา กัน ด้วย ความ สี่ ข้อ, คือ โรค ลงราก เกิด มา ที่ ไหน ยังไร, แล มา อยู่ เปน สำรับ เมือง เหตุไร จึง ได้ ไป จาก เมือง นี้ ไป บังเกิด เมือง โน้น, แล เหตุ ไร จึง ได้ แผ่ สร้าน ไป ที่ ๆ ไม่ เคย เปน. เขา ปฤกษา กัน ด้วย เหตุ นี้ ทุก วัน ๆ เกือบ สอง เดือน, แล้ว เขียน เรื่อง ที่ ปฤกษา กัน เปน หนังสือ ใหญ่ ลง พิมพ์. เรื่อง นี้ เปน เรื่อง ที่ คัด ออก จาก หนังสือ ใหญ่ นั้น ว่า ความ แต่ ชั้น ๆ.

๏ ใน ข้อ ที่ หนึ่ง นั้น, หมอ ทั้ง ปวง พร้อม ใจ กัน ว่า, โรค ลงราก นั้น เดิม บังเกิด ที่ ประเทศ ฮินดูสตาน, บังเกิด ที่ นั่น กว่า ร้อย ปี แล้ว, ๆ ก็ หาย ไป. ครั้น นาน มา ถึง คฤสตศัก ราช ๑๘๑๗ ปี, โรค นั้น เกิด ขึ้น อีก ร้าย กาจ กว่า แต่ ก่อน นัก, แล้ว แผ่ ออก ไป แต่ ไม่ สู้ ไกล นัก. ครั้น ถึง คฤสตศักราช ๑๘๓๐ ปี ถึง ประเทศ ยูโรบ. แต่ ก่อน ใน ประเทศ นั้น ไม่ มี เลย, เปน โรค บังเกิด ขึ้น ใหม่ แล้ว ก็ ร้าย กาจ นัก. ตั้ง แต่ นั้น มา โรค ลงราก ก็ ข่ม ขี่ มนุษย์ หลาย แห่ง หลาย ตำบล แทบ จะ ทั่ว โลกย. มัก แผ่ ไป ตาม ทาง ที่ คน ไป มา มาก, ไม่ ว่า ทาง น้ำ ทาง บก. แล ไม่ ได้ ไป เรว ก่อน คน ไม่ ได้ ไป ช้า กว่า คน ไป พร้อม ๆ กับ คน. ถ้า มี ทาง รถไฟ ฤๅ ว่า เรือ กล ไฟ ที่ เดิน ทาง เรว, โรค ก็ ไป ตาม นั้น. เหตุ ดัง นี้ ผู้ ที่ ปฤกษา นั้น, เหน พร้อม กัน ว่า โรค นั้น มิ ได้ ไป ตาม ลม เลย. แล พร้อม ใจ กัน ว่า เมื่อ แผ่ ไป ถึง ประเทศ ยูโรบ ครั้ง ไร, ก็ มา จาก ประเทศ ฮินดูสตาน ทุก ครั้ง. ฮินดูสตาน เปน ที่ ให้ เกิด ที่ อาไศรย์ แห่ง โรค นั้น เปน แน่. ใน ที่ แม่ น้ำ กาละกะตา ใน ระหว่าง หุบ เขา ที่ เกิด แม่น้ำ นั้น, ลง ไป จน ถึง เมือง กาสะกะตา. เมือง กาสะกะตา ดุจ ป้อมใหญ่ ของ โรค ลงราก. ลาง ที ก็ เกิด ที่ เมือง บำไบ, แล เมือง มาตรัศ แล เมือง อาระคต, ที่ ประเทศ ฮินดูสถาน นั้น. ธรรมเนียม พวก ฮินดู เมื่อ ประชุม กัน เข้า เปน อัน มาก, ปราฐนา จะ ไหว้ พระ ชื่อ ยะคะนะอด, คน มา ประชุม กัน ใน ที่ นั้น เปน อัน มาก. ครั้ง นั้น โรค ลงราก ก็ มัก เกิด แก่ ชน เหล่า นั้น.

๏ พวก หมอ เหน พร้อม ใจ กัน ว่า, โรค ลงราก เดิม ที่ ไม่ ได้ เกิด ที่ อื่น, ที่ หลัง จึ่ง แผ่ ไป ใน ประเทศ ต่าง ๆ. ประ เทศ ฮินดูสถาน เปน ที่ อยู่ แห่ง โรค ลงราก ทุก บี้ ๆ. แต่ ก่อน เข้าใจ ว่า, โรค ลงราก จะ บังเกิด ใน พวก มะซำมัด, ที่ ไหว้ พระ ที่ เมือง เมกกา ที่ ตำบล เรียก เห็ดแยศ, พวก หมอ เหล่า นี้ ก็ ไม่ เหน ด้วย. ถึง ว่า โรค จะ บังเกิด ที่ พวก มะซำมัด ก็ จริง, แต่ ว่า มา แต่ อื่น พวก มะซำมัด ไม่ ได้ เปน ต้น เดิม บังเกิด โรค นั้น.

๏ ข้อ ที่ สอง พวก หมอ ปฤกษา กัน ว่า, โรค ลงราก แผ่ สร้าน ไป ด้วย เหตุไร, จึ่ง เหน พร้อม กัน ว่า การ ที่ แผ่ สร้าน ไป นั้น, ไป โดย ทาง ที่ คน ไป มา มาก. ลาง ที ก็ ตาม ขบวน ทัพ ไป. ที่ เมือง อะเมริกา นั้น, ครั้ง เมื่อ จะ บังเกิดโรค ก็ บังเกิด ที่ เมือง ปาก น้ำ ที่ เรือ ไป มา มาก เกิด ที่ นั่น ก่อน. แล้ว จึ่ง แผ่ สร้าน ออก จาก นั้น ตาม ทาง ที่ คน ไป มา มาก. เมื่อ ปี กลาย โรค นั้น ไป จาก เมือง เห็ดแยศ ๓ เดือน ครึ่ง ถึง ปารีด. ไป ตาม ทาง ที่ คน ไป, ไม่ ใคร่ จะ แวะ ออก จาก ทาง. ไป ถึง เมือง นั้น แล้ว เมือง นั้น เปน ลำดับ. แล เมื่อ เรือ มา ถึง เมือง ปาก น้ำ เข้า, คน บน เรือ ก็ ยัง ไม่ เปน โรค. ภอ เรือ จอด แล้ว ก็ บัง เกิด โรค นั้น ขึ้น, คน ที่ บน เรือ ก็ ภา กัน เปน แล้ว โรค ก็ แผ่ ไป ใน บ้าน ใน เมือง. เพราะ ว่า เรือ ลำ นั้น มา แต่ เมือง ที่ มี โรค ลงราก มาก. เหน ว่า พี้ชน แห่ง โรค บังเกิด อยู่ ใน คน ที่ โดย สาร ให้ เจ็บ อยู่ เล็ก ๆ น้อย ๆ แล้ว, แต่ ยัง ไม่ สู้ มา มาย, ต่อ เมื่อ เรือ จอด แล้ว จึ่ง เปน มาก ๆ. พวก หมอ ปฤกษา ตก ลง กัน ว่า, อาการ ที่ แผ่ สร้าน เปน ด้วย คน มา ที่มี่โรค. ถ้าคน จะไป ด้วย รถเดิน ทาง ช้า เรว ยังไร ๆ, โรค ก็ไป ช้าไป เรว พร้อม กับ คน.

๏ อนึ่ง พวก หมอ พิเคราะห์ ดู ว่า เมือง ใด มี หมาย ประกาศ ห้าม ว่า, ถ้า แล มี เรือ มา แต่ เมือง ที่ มี โรค นั้น, ก็ ให้ หมอ ไป พิจารณา ดู ว่า จะ มี เชื้อ โรค ติด มา บ้าง ฤา ไม่. ถ้า เหน ว่า มี แล้ว ก็ ห้าม ไม่ ให้ เข้า เมือง, ให้ จอด อยู่ นอก สี่ สิบ วัน จน เชื้อ แห่ง โรค จืด จาง ไป. เมือง ที่ ห้าม นั้น ก็ ไม่ เปน โรค, เหตุ ฉะ นั้น จึ่ง เข้า ใจ ว่า โรค นั้น บังเกิด เพราะ คน พา เอา เชื้อ มา.

๏ อนึ่ง พวก หมอ เหน ว่า, สัตว์ เดียรฉาน จะ พา เอา มา มิ ได้. แต่ เสื้อ ผ้า ที่ คน เปน โรค ใส่ อยู่ นั้น, อาจ ที่ จะ นำ โรค ไป ติด คน อื่น ได้. เหตุ ฉะ นี้ คน ซัก ผ้า ที่ เอา ผ้า ของ คน เปน โรค นั้น ไป ซัก ก็ มัก จะ เปน โรค ติด กัน. ลาง ที ผ้า ที่ คน เปน โรค ลง ราก เอา ใส่ หีบ ไว้ แล้ว ฝาก ไป เมือง ไกล, ก็ พา โรค ไป ถึง ไป บังเกิด ขึ้น ได้. ลาง ที ผ้า ที่ คน ลง ราก ไม่ ได้ ใช้, ผ้า นั้น ก็ เก็บ ไว้ แต่ ใน ห้อง. แม้น ว่า จะ เอา ผ้า ฝาก ไป เมือง ไกล, ผ้า นั้น ก็ จะ พา ให้ โรค ไป บังเกิด ขึ้น ได้ บ้าง. เหตุ ฉะ นี้ พวก หมอ เหน พร้อม ใจ กัน ว่า, ของ สิ่ง ใด ๆ คน ใช้ สอย ใน ที่ มี โรค ลง ราก, ของ สิ่ง นั้น จะ พา โรค ไป บังเกิด ที่ อื่น ได้. ของ ที่ เปน น่า กลัว มาก, คือ ศพ คน ที่ ตาย เพราะ โรค นั้น, เปน ที่ น่า กลัว ว่า จะ พา โรค ให้ ไป บังเกิด ที่ คน อื่น.

๏ อนึ่ง พวก หมอ เหน ว่า, ที่ ๆ คน ประชุม กัน มาก ๆ, เหมือน ที่ พวก ฮินดู ประชุม กัน ไหว้ พระ ยอก กะ นอก, แล พวก แขก ประชุม กัน ที่ เมือง เมกกา มาก ๆ, มัก เกิด โรค ลง ราก. โรค บังเกิด ขึ้น ใน ที่ ประชุม แล้ว, ครั้น ว่า ต่าง คน ต่าง กลับ มา บ้าน, โรค ก็ แผ่ สร้าน ทั่ว ไป มาก โดย เรว ตาม ทาง ที่ คน ไป.

๏ หนึ่ง พวก หมอ เหน พร้อม กัน ว่า, คน ที่ อยู่ ใน ที่ ๆ เคย เปน โรค นั้น ก็ อยู่ ได้ ไม่ ใคร่ จะ เปน โรค. ถ้า แล คน ที่ ไม่ เคย แล้ว โรค ก็ มัก ติด. เชื้อ โรค นั้น ท่า จะ ตาม ลม ไป ก็ ไป ได้ แต่ ใน ระหว่าง ห้า ศอก ฤา หก ศอก เท่า นั้น, จะ ไป ให้ ไกล อีก ไป ไม่ ได้, เว้น แต่ มี คน พา ไป ฤา เสื้อ ผ้า พา ไป จึ่ง จะ ไป ไกล ๆ ได้. ถ้า แล ของ โสโครก โสมม ใน คน ที่ เปน โรค นั้น ,ตก ลง ไป ใน ดิน, ถ้า เปน ดิน ทราย มี เชื้อ โรค อยู่ ใน ดิน นาน, ถ้า จะ เอา ไป ไว้ ที่ ใหม่, ดิน นั้น ก็ มัก พา โรค ไป. ถ้ [..]น ดิน เหนียว เชื้อ โรค ก็ ไม่ ใคร่ จะ เข้า ใน ดิน ได้ ๏ อนึ่ง พวกหมอ ปฤกษา กัน ว่า, เชื้อโรค นั้น เข้าไปใน ตัว คน แล้ว กี่วัน จะ เกิดโรค. พิจารณา เหน ว่า จะ บังเกิด เรว ใน ระหว่าง ๑๐ วัน ๑๔ วัน, ลาง ที่ ก็ เปนใน ๔ วัน ๕ วัน. ใน ที่ สุก ปลาย หนังสือ ของ หมอ นั้น ว่า, เหตุ ที่ ให้ เกิดโรค ลงราก แต่ เดิม นั้น ว่า ยัง มืด อยู่ ยัง หา รู้ แน่ ไม่, ควร ที่ จะ ไป ดู ใน ที่ กว้าง แม่ น้ำ กาละกะตา, ที่ บังเกิดโรค แต่เดิม นั้น, จึ่ง จะได้ รู้ ได้.


ว่า ด้วย อักษร อังกฤษ

๏ เดี๋ยว นี้ เรา จะ แต่ง คำ สอน ให้ รู้ ว่า, จะ เล่า อักษร อัง กฤษ นั้น จะ ออก ชื่อ ใช้อักษร อย่าง ไร. อัน ก, ข, อังกฤษ นั้น เขา เรียก ว่า เอ, บี, ซี, ตาม ภาษา เด็ก, เหมือน คำ พูด ว่า จะ เล่า เอ, บี, ซี, ได้ฤๅ, เหมือน ภาษาไทย ถาม ว่า เอง จะ เล่า ก, ข, ได้ ฤๅ. อนึ่ง เรา จะ เอา อักษร อังกฤษ ตัว หนึ่ง เขียน ไว้ ใน เบื้อง น่า, แล้ว จะ เขียน เปน อักษร ไทย ตาม อักษร อังกฤษ ไว้ เบื้อง หลัง, ทำ อย่าง นั้น ไป จน สิ้น อักษร อังกฤษ, ตาม ที่ เขา ลำดับ กัน ไว้นั้น. แต่ มี อักษร อังกฤษ หลาย ตัว ที่ จะ เขียน ใช้ ตาม สำเนียง อักษร ไทย ไม่ไก่, เพราะ สำเนียง อังกฤษ นั้น ไม่ ถูก กับ สำเนียง ไทย. เมื่อ เรา จะ เขียน อักษร เหล่า นี้, ก็ จะ เขียน ให้มี สำคัญ อย่าง นี้ * ติด ไป ด้วย. ที่ เขียน ไว้อย่าง นี้ คือ จะ ให้ รู้ ว่า, จะ ตาม สำเนียง อักษร ไทย ใน ตัว นั้น ที เดียว ไม่ได้, คน ที่ จะ เรียน รู้ ต้องไป หา คน ที่ พูด อังกฤษ ได้, เรียน ให้ รู้ แต่ ปาก เขา, ให้ ชำนิ ชำนาญเปน อัน ดี.

a เอ, b บี, c ซี, d ดี, e อี, f เอ๊ฟ*, g ชี*,
h เอ๊ชะ*, i ใอ, j เช*, k เก, l เอ๊ล*, m เอ๊ม,
n เอ๊น, o โอ, p ปี, q คิว*, r อาร*, s เอ๊ซ*, t ที,
u ยู, v ฟี*, w ดับลยู*, x เอ๊กซ*, y ไว, z ซี*

๏ ว่าด้วย เด็กจมน้ำ

๏ เด็ก คน หนึ่ง ลงไป อาบ น้ำ ใน แม่ น้ำ, ลง ไป ใน น้ำ ฦก อย่าง ไม่ ใคร่ จะ ถึง ดิน, เด็ก นั้น ตกใจ กลัว. ก็ ร้อง ขึ้น ด้วย เสียง เปน อัน ดัง เรียก ให้ คน ช่วย. มี คน หนึ่ง จะ มา ช่วย เด็ก มา ถึง เข้า แล้ว, จึ่ง ร้อง ว่า แก่ เด็ก นั้น ว่า เอง เปน คน โง่. เด็ก จึ่ง ว่า ท่าน จง ช่วย ข้า เสีย เดี๋ยว นี้ ก่อน จึง คอย ว่า ข้า.

๏ คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า, มี เวลา ณเพาะ ทำ ทุกสิ่ง.


พงษาการ อังกฤษ ต่อไป

๏ คฤศตศักราช ๑๔๗๑ ปี. เอดเวิด กลับ มา ตี กรุง ลอน ดอน ได้, จับ เฮนเร เจ้า แผ่นดิน ขัง ไว้ อีก. เอิลวอวิก ทราบ ดัง นั้น รีบ ยก มา จะ รบด้วย เอดเวิด, ๆ ก็ ยก ทหาร ไป ตั้ง ปะชิด กัน อยู่, ยัง หา ทัน ได้ รบ กัน ไม่. ใน ราตรี วัน นั้น ดุกออฟแคลเรนซ์ เอา ใจ ออก หาก ภา ทหาร หมื่น สองพัน คน หนี เอิลวอวิก มา เข้า กับ เอดเวิด พระ เชฐา. ครั้น รุ่ง เช้า ทั้ง สอง ฝ่าย ก็ ยก ทหาร ออก รบ กัน. เอิลวอวิก ถึง แก่ กรรม ใน ที่ รบ, พล ทหาร ก็ แตก พ่าย ไป. เอดเวิด ได้ ไชย ชนะ แล้ว ก็ กลับ เข้า กรุง ลอนดอน. ฝ่าย พระ นาง มาเกร็ต นั้น ทราบ ว่า, เอิลวอวิก กำจัด เอดเวิด เสีย ได้ แล้ว ถอด เฮนเร ออก ให้ เปน เจ้า แผ่นดิน, พระ นาง มี พระ ไทย ยินดี, พา พระ ราช โอรศ พระ ชนม์ ได้ ๑๘ พรรษา ลง เรือ เสด็จ มา ถึง ประเทศ อังกฤษ, ทราบ ว่า เอดเวิด กลับ มา ตี ได้ กรุง ลอนกอน จับ เฮนเร ขัง ไว้. เอิลวอวิก ยก มา ช่วย ก็ เสีย ทัพ สิ้น ชีวิตร ใน ที่ รบ. พระ นาง เสีย พระ ไทย จะ เสด็จ กลับ ไป ประเทศ ฝรั่งเศศ. ขณะ นั้น มี พวก แลนแกดซเตอ มาก ด้วย กัน มา รับ อาษา, ทูล ห้าม มิ ให้ พระ นาง เสด็จ กลับ ไป, เชิญ ให้ พระ นาง อยู่ จะ ได้ ช่วย เปน กำลัง รบ เอา สมบัติ คืน. พระ นาง ยั้ง อยู่ สอง สาม เดือน, ก็ ยก มา รบ กับ เอดเวิด พวก แลนแกดซเตอ พ่าย หนี ไป. เอดเวิด จับ พระ นาง มาเกร็ต กับ พระ โอรศ ได้. จึ่ง ทรง ถาม พระองค์ เจ้า นั้น ว่า, เหตุ ใด ท่าน จึ่ง องอาจ ยก ทหาร ล่วง เข้า มา รบ ถึง นี่. พระองค์ เจ้า ตอบ ว่า เรา มา หวัง จะ เอา สมบัติ ของ พระ ราช บิดา เรา คืน. เอดเวิด ได้ ทรง ฟัง ดัง นั้น กริ้ว นัก, ตบ เอา พระ ภัก ตร พระองค์ เจ้า. พระอนุชา ของ เอดเวิด เห็น ทรง พระ กริ้ว นัก ดัง นั้น เปน ที่ สำคัญ จะ ให้ ล้าง ชีวิตร เสีย, ก็ ชัก ดาบ ออก ประหาร พระ องค์ เจ้า นั้น สิ้น ชีพ อยู่ ที่ นั้น. เอดเวิด จึ่ง สั่ง ให้ จำ พระ นาง มาเกร็ต ขัง ไว้ มั่นคง, แต่ พวก แลนแกดซเตอ รบ พุ่ง เขี้ยว เข็น อยู่ กับ พวก ย็อก นาน ถึง ๑๘ ปี พวก แลนแกดซเตอ จึ่ง เสื่อม สงบ ไป, เจ้า แล ขุนนาง แล พล รบ สิ้น ชีพ เสีย ใน สงคราม นี้ มาก นัก. อยู่ มา ไม่ ช้า วัน เฮนเร ก็ ถึง ความ พิรา ไลย อยู่ ใน เรือน จำ. ฝ่าย เอดเวิด ปราบ ปราม พวก แลนแกด ซเตอ ได้ ไชย ชำนะ แล้ว. ยัง ขุ่น เคือง ดุกออฟแคลเรนซ์ อนุ ชา อยู่ ไม่ หาย, จึ่ง สั่ง ให้ จับ เอา เพื่อน ที่ สนิท ของ ดุกออฟแคล เรนซ์ มา ประหาร ชีวิตร เสีย มาก คนด้วย หา ความผิด มิได้. ดุก ออฟแคลเรนซ์ โกรธ กล่าว คำ อยาบ ช้า ต่อ เอดเวิด. ๆ สั่งให้ จับ ดุกออฟแคลเรนซ์ มา พิภากษา ตัด สีน, แล้ว ให้ ลงโทษ ถึง สิ้น ชีวิตร. ครั้น คฤศตศักราช ๑๔๘๓ ปี, เอดเวิด ที่ สี่ สวรรคต. พระชนม์ ๔๕ พรรษา, อยู่ ใน ราชสมบัติ ๒๓ ปี. มี พระราช บุตร ๒ องค์, พระราช ธิดา ๕ องค์.

๏ ฝ่าย พระ ราช บุตร องค์ ใหญ่, ทรง พระ นาม ว่า เอดเวิด นั้น. เมื่อ พระราช บิดา สวรรคต. พระองค์ ทรง เยา อยู่ พระชน มายุ ๑๓ พรรษา. อยู่ ใน ประเทศ เวละ กับ หลอดริเวอ ผู้ เปน พระ เจ้า ลุง. ฝ่าย ข้าง มารดา เปน พระ พี่ เลี้ยง ด้วย. ทรง ทราบ ว่า พระราช บิดา สรรคตแล้ว ก็ เสด็จ มา, ภบ ดุกออฟเกลาะ เสดซเตอ พระ เจ้า อา, ยก เปน ขบวน ทัพ เอก ไป รับ ใน รว่าง มรรคา. ดุกออฟเกลาะเสดซเตอ เข้า มา ถวาย บังคม แล้ว ทูล ว่า, ข้าพเจ้า มา รับ เสด็จ ไป ครอง กรุง ลอนดอน. แต่ สั่ง เปน การ ลับ ให้ จับ หลอดริเวอ พระ พี่ เลี้ยง ฆ่า เสีย. แล้ว ห้าม มิ ให้ ผู้ใด ผู้ หนึ่ง ที่ ตาม เสด็จ มา นั้น เข้า ใกล้ เอดเวิด ๆ. เหน ดัง นั้น ก็ ตก พระ ไทย. ดุกออฟเกลาะเสดซเตอ จึ่ง กราบ ทูล ว่า, การ ที่ ข้าพเจ้า ทำ ทั้ง นี้, หวัง จะ ทะนุ บำรุง พระองค์ ให้ ได้ ราช สมบัติ. แล้ว ภา เสด็จ มา. ฝ่าย มารดา ของ เอดเวิด ทราบ ว่า, ดุกออฟเกลาะเสดซเตอ จับ หลอดริเวอ ฆ่า เสีย แล้ว. พระ นาง ตก พระ ไทย ภา พระราช บุตร แล พระราช ธิดา หนี ไป ซ่อน อยู่ ใน วิหาร. ฝ่าย ดุกออฟเกลาะเสดซเตอ ภา เอดเวิด มา ถึง กรุง ลอนดอน แล้ว. ตั้ง ตน เปน พระ พี่ เลี้ยง, แล เปน ผู้ ว่า ราชการ แทน. จับ ขุนนาง ผู้ สัตย ซื่อ ต่อ แผ่นดิน ฆ่า เสีย มาก คน. แล้ว คิด กลอุบาย ปก ปิด โทษ ของ ตน, หวัง จะ ให้ คน ทั้งปวง นับ ถือ ว่า เปน ผู้ สัตย ซื่อ. จึ่ง สั่ง ให้ แต่ง การ ราช พิธี จะ ราชาภิเศก เอดเวิด. หวัง จะ ล่อ ให้ พระ อะนุชา ของ เอด เวิด มา หา ด้วย. จึ่ง ให้ ขุนนาง ไป ทูล พระ อะนุชา ว่า, จะ ราชา ภิเศก เอดเวิด เชิญ เสด็จ มา ให้ พร้อม ใน การ ราชพิธี ราชาภิเศก นี้. พระราช อะนุชา ก็ เสด็จ มา. ดุกออฟเกลาะเสดซเตอ ได้ เจ้า ทั้ง สอง องค์ ไว้ ใน เงื้อม มือ แล้ว. จึ่ง สั่ง เปน ความ ลับ แก่ คน สนิท ของ ตน ให้ ไป เที่ยว พูด โพนธนา ว่า, มารดา ของ เจ้า ทั้ง สอง องค์ นี้, พระ เจ้า แผ่นดิน มิ ได้ ชุบ เลี้ยง เปน พระ มเหษี. เจ้า ทั้ง สอง องค์ นี้ ไม้ ควร จะ ได้ ราช สมบัติ. แล้ว กล่าว สรรเสิญ ดุกออฟเกลาะเสดซเตอ ว่า ดี. ควร คน ทั้งปวง จะ ภากัน ไป เชิญ ให้ ดุกออฟเกลาะเสดซเตอ ครอง ราช สมบัติ. คน ทั้งปวง ได้ ฟัง ดัง นั้น, จะ นิ่งเสีย ก็ เกรง ดุกออฟเกลาะ เสดซเตอ. ขัด ไม่ ได้ ก็ ภา กัน ไป เชิญ ดุกออฟเกลาะเสดซเตอ ให้ รับ ราช สมบัติ. ดุกออฟเกลาะเสดซเตอ ตอบ เปน มารยา ว่า, ไม่ ต้อง การ, ราช สมบัตินี้ เปน ของ พระเจ้า ลูก เธอ.

๏ ฝ่าย ดุกออฟบะกิงแฮม เปน ผู้ ใหญ่ ร่วม คิด ใน การ นั้น จึ่ง ทูล ว่า, ราษฎร ทั้งปวง พร้อม ใจ ภากัน มา เชิญ ให้ พระองค์ รับ ราช สมบัติ. หวัง จะ ได้ ปกเกล้า ให้อยู่ เยน เปน ศุข. พระองค์ บัดเสีย ไม่ รับเชิญ ดัง นี้, ราษฎร ทั้งปวง จะ ระส่ำ ระสาย ไม่ เปน ปรกติ. ขอ พระองค์ ทรง พระ กรุณา โปรด รับ ครอง ราช สมบัติ ปก ป้อง ขอบ ขันธเสมา. ราษฎร จะ ได้ พึ่ง พระ บารมี. ดุกออฟเกลาะเสดซเตอ ทำ ท่วง ที เหมือน ขัด ไม่ ได้ จำ ใจ รับ เครื่อง ราชพิธี ราชาภิเศก ที่ แต่ง ไว้ เพื่อ เอดเวิด นั้น, ก็ แปร ไป เปน เครื่อง ราชาภิเศก ดุกออฟเกลาะเสดซเตอ. ๆ ได้ ราชาภิ เศก ใน คฤศตศักราช ๑๔๘๓ นี้. ทรง พระนาม ว่า ริดเจ็น ที่ สี่. แล้ว สั่ง ให้ ขัง เจ้า ทั้งสอง องค์ นั้น ไว้. แล้ว สั่ง เปน ความ ลับ ให้ ประหาร ชีวิตร เสีย. ใน ราตรี ผู้ รับ สั่ง เอา พระ เขนย บึก พระภักตร อุด พระ นาสิก ให้ แน่น, มิ ให้ ลม อัศสาสะประสาศ เดิน ได้. จน เจ้า ทั้งสอง องค์ นั้น สิ้น ชีพ. เอา ศพ ฝัง ไว้ ใต้ บัน ได ทิม ขัง นั้น. เอดเวิด ที่ ห้า อยู่ ใน ราช สมบัติ ๓ เดือน, ก็ สิ้น พระชนม์. ริดเจ็น เจ้า แผ่นดิน ทรง จัด แจง แต่ง, ตั้ง บันดา ขุนนาง ที่ มี ความ ชอบ ต่อ พระองค์ ใน ครั้ง นั้น, ให้ เลื่อน ที่ เปน ใหญ่ ขึ้น ไป ตาม ความ ชอบ. แต่ ดุกออฟบะกิงแฮม ซึ่ง เปน ผู้ แขงแรง ใน การ ที่ ให้ ริดเจ็น ได้ เปน เจ้า แผ่นดิน นั้น เหน ว่า, เพราะ ตัว เปน กำลัง ช่วย อุด หนุน. ริดเจ็น จึ่ง ได้ ราช สมบัติ. ซึ่ง ทรง ชุบ เลี้ยง แต่ เพียง นี้, หา สม แก่ ความ ชอบ ไม่. เสีย ใจ อยาก จะ ใคร่ ได้ ให้ ยิ่ง ขึ้น ไป กว่า นั้น อีก. แต่ พระเจ้า แผ่นดิน ทรง เหน ว่า, ดุกออฟบะกิงแฮม คน นี้ เปน คน โกง อยู่. จะ ชุบ เลี้ยง ให้ ถึง ขนาด นัก ไม่ ได้, เกลือก จะ เปน เหมือน เช่น เคย. พระองค์ จึ่ง มิ ได้ ตาม ใจ, ชุบ เลี้ยง ภอ สม ควร ไม่ ให้ เกิน นัก. ดุกออฟบะกิงแฮม ได้ ลาภยศ ไม่ สม คิด ก็ โกรธ. ไป คบ คิด เข้า กับ เพื่อน ว่า จะ ถอด ริดเจ็น เสีย จาก เจ้า แผ่นดิน, จะ ตั้ง เอิลออฟริชมัน เปน เจ้าแผ่นดิน. เอิล ออฟริชมัน ผู้ นี้ เปน เชื้อ พระ ญาติ พระวงษ ห่าง ๆ ของ พระเจ้า แผ่นดิน อังกฤษ ฝ่าย ข้าง พวก แลนแคดซเตอ. เมื่อ ครั้ง พวก แลนแคดซะเตอ รบ กับ พวก ย็อก นั้น. เชื้อ พระวงษ ของ พระ เจ้า แผ่นดิน ฝ่าย พวก แลนแคดซเตอ สิ้น สูญ ไป หมด. เหลือ แต่ เอิลออฟริชมัน ผู้ เดียว หนี ไป อยู่ ใน ประเทศ อื่น. ดุกออฟบะ กิงแฮม จึ่ง ให้ คน ไป แจ้ง ความ นั้น แก่ เฮนเร เอิลออฟริชมัน. แล้ว ให้ เฮนเร เอิลออฟริชมัน สัญญา ไว้ กับ อีลิซเอเบ็ต พระ ราช ธิดา ของ เอดเวิด ที่ สี่ ว่า, ถ้า ได้ ราช สมบัติ แล้ว จะ รับ มา เปน พระมเหษี. พวก แลนแคดซะเตอ กับ พวก ย็อก จะ ได้ พร้อม ใจ กัน เข้า เปน กำลัง. เฮนเร เอิลออฟริชมัน ก็ ได้ ทำ ตาม ความ คิด ดุกออฟบะกิงแฮม ทุก ประการ. พวก แลนแคดซเตอ กับ พวก ย็อก ทราบ ดัง นั้น, ต่าง คน ต่าง คอย จะ เข้า กับ เฮนเร เอิลออฟริชมัน อยู่ ทั้ง นั้น. แต่ ทหาร เมือง เวละช์ นั้น มา ตั้ง คอย ถ้า ดุกออฟบะกิงแฮม อยู่ ที่ แม่ น้ำ ซีเวิน. ส่วน ดุกออฟบะกิงแฮม ยก ไป ถึง แม่ น้ำ ซีเวิน ข้าม ไป ไม่ ได้ ก็ ช้า อยู่. พวก ทหาร เวละช์ คอย หาย ไป ไม่ เหน มา, สำคัญ ว่า ดุกออฟบะกิงแฮม จะ มี อันตราย. ชะรอย เจ้า แผ่นดิน จะ จับ ได้ จึ่ง หาย ไป. ก็ เลิก ภา กัน กลับ ไป เสีย ไม่ คอย อยู่. ครั้น ดุกออฟบะกิงแฮม ข้าม ไป ได้, ไม่ เหน กอง ทัพ มา คอย รับ อยู่ ก็ เสีย ใจ. หนี ไป ซ่อน อยู่ ที่ พวก พ้อง ของ ตน.

๏ ฝ่าย ริดเจิ้น ทราบ ว่า, ดุกออฟบะกิงแฮม เปน ขบถ หนี ไป เข้า กับ ฆ่าศึก, ก็ ยก ทหาร ตาม ไป จับ. จึ่ง ให้ ประกาศ ไป ว่า, ใคร แนะ นำ ตำแหน่ง ให้ จับ ดุกออฟบะกิงแฮม ได้ แล้ว, จะ พระ ราชทาน เงิน พัน ปอน ให้ เปน สิ่นบน. เจ้า สำนัก เหน แก่ เงิน สิ่นบน พัน ปอน. นำ จับ ตัว ดุกออฟบะกิงแฮม ได้. ให้ เอา ไป ประหาร ชีวิตร เสีย. พวก ขบถ ทราบ ดัง นั้น ก็ ภา กัน หนี ไป. ริดเจิ้น ก็ เสด็จ กลับ เข้า กรุง ลอนดอน ด้วย ความ ยินดี.

๏ ใน คฤศตศักราช ๑๔๘๔ พระ ราชบุตร องค์ เดียว ของ ริด เจิ้น ถึง ความ พิราไลย. พระเจ้า แผ่นดิน กับ พระมเหษี ทรง พระ กันแสง โทมนัศ เสีย พระ ไทย แทบ เสีย พระ สติ. ไม่ ช้า พระ มเหษี ก็ ทิวงคต. ฝ่าย ริดเจิ้น ทรง ทราบ ว่า, พวก แลนแคด ซะเตอ กับ พวก ยอก ร่วม คิด สนิท กัน เข้า จะ ชิง เอา ราช สมบัติ เฮนเรเอิล ออบริชมัน ฝ่าย พวก แลนแคดซะเตอ จะ เปน เจ้า แผ่น ดิน. อีลิซเอเบ็ต ฝ่าย พวก ยอก จะ เปน มเหษี, ทรง พระ ดำ ริห์ เหน ว่า, การ ศึก ครั้ง นี้ มี กำลัง เข้ม แขง อยู่.


อังกฤษ สรรเสริญ กรุงเทพ ฯ

๏ หนังสือ ใต้ นี้ ได้ คัด ออก จาก จดหมาย เหตุ มรแมน, เขาได้ ยินข่าว ว่า คอเวอแมนต สยาม ได้ สร้าง ตึก ที่ อ่างหิน ไว้ เปน ที่ ชาว ชาติ ยูโรบ จะ ไป ตาก ลม รักษา ตัว. เขา เหน ว่า เปน การ ดี มาก จึ่ง สรรเสริญ ว่า, ผู้ ใด ทุก วัน นี้ ไม่ ได้ ยิน ข่าว ถึง กรุง สยาม. คน ทั้งปวง ที่ ได้ ยิน ก็ เข้า ใจ ว่า คอเวอแมนต์ กรุง เทพ ฯ นั้น มี ใจ กว้าง ขวาง มาก, กว่า คอเวอแมนต์ ทั้งปวง ใน ทวีป อาเซีย ทั้ง สิ้น. แล คำ สรรเสริญ นั้น เขา ว่า กรุง เทพ ฯ มี ใจ โอบ อ้อม อารี ตาม สว่าง แห่ง ปัญญา ทวี ขึ้น ใน คอเวอแมนต์ ทุก วัน. ถ้า เรา จะ ว่า ควร ที่ คอเวอแมนต์ ทั้งปวง ใน ทวีป อาเซีย จะ เอา กรุง สยาม เปน แบบ อย่าง. ถ้า เรา จะ สรรเสริญ ว่า ดัง นี้, เหน จะ ไม่ เหลือ เกิน. ใน แผน ที่ ทั่ว โลกย์ ก็ มี แต่ กรุง เทพ ฯ สยาม แห่ง เดียว. เหตุ ฉนี้ ควร ที่ เรา จะ ปราถนา ให้ มี เมือง อื่น หลาย เมือง ที่ จะ ดี เหมือน กรุงเทพ ฯ, พวก เรา ที่ อยู่ เมือง พม่า ใกล้ กัน กับ กรุง เทพ ฯ อัน เปน แบบ อย่าง ดี นั้น, แล เมื่อ เราคิด ต่อ ไป ข้าง น่า จะ มี ทาง เตรแครฟ ชัก เมือง พม่า กับ กรุง เทพ ฯ ให้ ใกล้เคียง กัน เข้า, เรา ก็ ดี ใจ นัก, เรา กล่าว ดัง นี้ เพราะ ได้ อ่าน ใน จดหมาย เหตุ บางกอกริคอเดอ กรุง เทพ ฯ เปน ใจ ความ ว่า, คอเวอแมน กรุง เทพ ฯ ได้ สร้าง ตึก ที่ อ่าง หิน โดย ใน หลวง โปรด อนุญาต ให้, เพื่อ จะ ให้ ชาติ ยูโรบ ที่ ไม่ สบาย ได้ ไป อาไศรย อยู่ ที่ ตึก นั้น, ได้ รักษา ตัว รักษา ใจ ให้ สบาย. ความ ที่ ใน หลวง ทรง พระกรุณา แก่ ชาติ ยูโรบ ที่ เข้า มา พึ่ง พระ บารมี่ อาไศรย ค้า ขาย นั้น ไม่ ต้อง การ ให้ คน สรรเสริญ, ความ สรรเสริญ อยู่ ใน การ นั้น เอง.


๏ แผน ที่ โลกย์ ๚ะ

๏ บัด นี้ จะ แจ้ง ตำบล บ้าน เมือง แล หน ทาง เปน ที่ เรือ เดิน ไป มา ถึง ประเทศ บ้าน เมือง ทั้งหลาย นั้น ๆ, ลูก โลกย แผ่นดิน หมด ด้วย กัน ผ่า ออก ตาม ตั้ง กึ่ง กลาง เปน สอง ส่วน. ตวันออก ส่วน หนึ่ง, ตวันตก ส่วน หนึ่ง.

๏ ตวันออก นั้น มี ๓ ทวีป, ๆ ยูโรบ หนึ่ง, อาเซีย หนึ่ง, แอฟริกา หนึ่ง.

๏ ตวันตก นั้น มี ๒ ทวีป, ๆ อเมริกา เหนือ หนึ่ง, อเม ริกา ใต้ หนึ่ง, เปน ๕ ทวีป.

๏ ทวีป ยูโรบ มี ประเทศใหญ่ ๑๙, เรียก ชื่อ นอะระเว หนึ่ง สะวิดัน หนึ่ง, เดนมาก หนึ่ง, เยอมะนี หนึ่ง, ปรัศเซีย หนึ่ง, วิลันดา หนึ่ง, เบละจิอำ หนึ่ง, อังกฤษ หนึ่ง, ฝรั่งเสศ หนึ่ง, สะเปน หนึ่ง, โปตุเกศ หนึ่ง, สะวิศลันด์ หนึ่ง, อิตะลี่ หนึ่ง, ออศตะเรีย หนึ่ง, ตุระเกีย หนึ่ง, เฮเลน หนึ่ง, รูเซีย หนึ่ง, ไอสะแลนด์ หนึ่ง,

๏ ประเทศ เยมะนี. มี เมือง ประเทศ อื่น มา ขึ้น อีก ๕ ตำ บล, ชื่อ โบหิเมีย หนึ่ง, บะเรนเดนเบิก หนึ่ง, แฮนโนเวอ หนึ่ง วิกตำเบิก หนึ่ง, บะเวเรีย หนึ่ง.

๏ ประเทศ ปรุเซีย, มี เมือง ประเทศ อื่น มา ขึ้น อีก ตำบล หนึ่ง, ชื่อ โปลันด์.

๏ ประเทศ วิลันดา, มี เมือง ประเทศ อื่น มา ขึ้น อีก ๓ ตำ บล, ชื่อ บัตตาเวีย หนึ่ง, เกาะสุมัตตรา หนึ่ง, เกาะบอเนี่ยว หนึ่ง.

๏ ประเทศ อังกฤษ, มี หัว เมือง ใหญ่ ใน อาณาเขตร ๓ ตำ บล, ชื่อ สะกอตแลนด์ หนึ่ง, ไอะระแลนด์ หนึ่ง, เวลซ์ หนึ่ง. แล มี เมือง ประเทศ อื่น มา ขึ้น อีก ๒๐. ตำบล, ชื่อ ปริติศอะเมริ กา หนึ่ง, บาลีศ หนึ่ง, เกาะ เบีมยุดอ หนึ่ง, เกาะ เวศอินเดีย ๑ กิอันนะ หนึ่ง, เกาะ มอละตา หนึ่ง, ซิบรอเตอ หนึ่ง, อินเดีย หนึ่ง, เกาะ ลังกา หนึ่ง, พม่า หนึ่ง, เอเดน หนึ่ง, สิงคโปร์ ๑ ฮองกง พนึ่ง, เกบคะละนี่ หนึ่ง, เกาะ โมลี่เซีย หนึ่ง, เกาะ เซน ทะฮะลีนา หนึ่ง, เกาะ แอศเซนซัน หนึ่ง, เกาะ ออศตะเรเลีย หนึ่ง, เกาะ แวนดีเมนสแลนด์ หนึ่ง, เกาะ นูซีลันด์ หนึ่ง, เปน ๒๓ ตำบล.

๏ ประเทศ ฝรั่งเสศ, มี เมือง ประเทศ อื่น มา ขึ้น อีก ๕ ตำ บล, ชื่อ แอนยี่เรีย หนึ่ง, เกาะ บัวบน หนึ่ง, พันดิกเค หนึ่ง, ไซ่ง่อน หนึ่ง, เกาะ นุกะเลโสเนีย หนึ่ง.

๏ ประเทศ อิตะลี่, มี เมือง ประเทศ อื่น มา ขึ้น อีก ๕ ตำ บล, ชื่อ ซาระดีเนีย หนึ่ง, ซีสะเรีย หนึ่ง, โรม หนึ่ง, ทัศกะ เนีย หนึ่ง, วินัศ หนึ่ง.

๏ ประเทศ ออศทะเรีย, มี เมือง ประเทศ อื่น มา ขึ้น อีก ๒ ตำ บล, ชื่อ ฮันเกเรีย หนึ่ง, กะเลเซีย หนึ่ง.

๏ ประเทศ ตุระกี, มี เมือง ประเทศ อื่น มา ขึ้น อีก ๕ ตำบล ชื่อ มะละเดเวีย หนึ่ง, วะเลเซีย หนึ่ง, บุนเกเรีย หนึ่ง, อาละ บาเนีย หนึ่ง, มาเกโดเนีย หนึ่ง.

๏ ประเทศ รูเซีย, มี เมือง ประเทศ อื่น มา ขึ้น อีก ๓ ตำ บล, ชื่อ ลับลันด์ หนึ่ง, ฟีนลันด์ หนึ่ง, โปลันด์ หนึ่ง.

๏ ทวีบ อาเซีย มี ประเทศ ใหญ่ ๑๗ เรียก ชื่อ ไซบีเรีย ๑ เกตาตะเรีย หนึ่ง, พาซี หนึ่ง, ตุระเกีย หนึ่ง, อาราเบีย หนึ่ง, แอฝ แกนอิสทัน หนึ่ง, บีโลคิศทัน หนึ่ง, อินเดีย หนึ่ง, เกาะลังกา หนึ่ง, ทีเบ็ธ หนึ่ง, พม่า หนึ่ง, มอญ หนึ่ง, มาละยู หนึ่ง, ไทย หนึ่ง. ยวน หนึ่ง, จีน หนึ่ง, ญี่ปุ่น หนึ่ง.

๏ ทวีบ แอฟริกา มี ประเทศ ใหญ่ ๑๓ เรียก ชื่อ บาบะเร ๑ เสนนิคัมเบีย ๑ ไลบีเรีย ๑ ซาดัน ๑ คี่เนีย ๑ เกบ คะละนี่ ๑ แคบ เฟเรีย ๑ โมซามบิก ๑ ซันเควบา ๑ เอเดน ๑ อาบีซี เนีย ๑ นูเบีย ๑ อายฆุบโต ๑

๏ ทวีบ อะเมริกา เหนื้อ, มี ประเทศ ใหญ่ ๘ เรียก ชื่อ คริน ลันด์ หนึ่ง, บริติศอะเมริกา หนึ่ง, รูเซียน อเมริกา หนึ่ง, ยูไนติศ เทศ ๑ ๆ นี้ มี ๓๖ เมือง เข้า กัน เปน เมือง เดียว. เม็ก ซิโก หนึ่ง, ยุกะตัน หนึ่ง, บาลิศ หนึ่ง. อเมริกา กลาง หนึ่ง.

๏ ทวีบ อะเมริกา ใต้ มี ประเทศ ใหญ่ ๑๒, เรียก ชื่อ นูกะระ นาดะ หนึ่ง, อิควะดอ หนึ่ง, บีรู หนึ่ง, โบลิเวีย หนึ่ง. ชีลี ๑ ปะติโกเนีย หนึ่ง, อาคันตินรีพับลิก หนึ่ง, ยุระเคว หนึ่ง, ปาระ เคว หนึ่ง, บะราซิล หนึ่ง, กิอันนะ หนึ่ง, เวนซูอิละ หนึ่ง.

๏ ทวีบ แล ประเทศ ทั้งปวง เหล่า นี้, อยู่ ที่ มหาสมุท ทั้ง ๕, ๆ เปน ทาง กำ ปั่น ของ คน ทั้งหลาย ไป มา ค้า ขาย หา กัน อยู่ เนือง ๆ, ทั่ว พิ ภพ จบ ตลอด โลกย. ฝ่าย คน ทั้งหลาย ผู้ อยู่ ทวีบ อาเซีย จะ ไป ทวีบ ยูโรบ เดิน ทาง ตรง ตวันตก. ต้อง ข้าม อินเดีย โอเชี่ยน ไป ทาง ทเลแดง, ขึ้น บก หน่อย หนึ่ง, ลง เรือ ข้าม ทเล เมดิตะเรเนีย, ออก แอดแลนติกโอเชียน, ถึง ประ เทศ อังกฤษ แล ฝรั่งเสศ แล โปตุเกศ. ครั้น ถึง ประเทศ เหล่า นี้ แล้ว, จะ ไป ทวีบ อะเมริกา ต้อง ข้าม แอดแลนติก โอเชียน อีก, จึง ถึง ทวีบ อะเมริกา. ถ้า ไม่ ไป ทาง ทะเลแดง, ต้อง อ้อม แหลม ทวีบ แอฟริกา, เดิน ทาง แอดแลนติก โอเชียน ทิศ ใต้, ข้าม แอดแลนติก โอเชียน ตัด ตรง ไป ทิศ เหนื้อ ถึง ทวีบ อเมริกา. ฤๅ ไม่ อย่าง นั้น จะ ไป ทาง ตวันออก, ต้อง ข้าม เปซิฟิก โอเชียน ก็ ถึง ทวีบ อะเมริกา เหมือน กัน. เมื่อ เดิน ทาง ตวันออก ตวัน ตก ทั้ง สอง นี้ รอบ แล้ว, ก็ ได้ ไป รอบ โลกย รอบ หนึ่ง. เหตุ ฉนี้ จึ่ง รู้ เปน แน่ ว่า, โลกย นี้ กลม เหมือน ผล ส้มโอ เช่น นั้น.


๏ เรื่อง ยา คินิน ๚ะ

๏ ที่ นี้ จะ สำแดง เรื่อง ยา คินิน กิน แก้ ไข้ จับ นั้น โดย พิเศ ดาร. เดิม ยา คินิน นี้ เปน เปลือก ไม้ อย่าง หนึ่ง, เกิด แต่ ทวีป อะเมริกา ข้าง ทิศ ใต้ ใน ประเทศ ชื่อ ว่า พิริว อาไศรย. เหตุดัง นี้ เปลือก ไม้ นั้น บาง คน จึ่ง เรียก ว่า เปลือก ไม้ พิริว. ครั้น อยู่ มา ล่วง ไป ได้ ๒๐๐ ปี แล้ว, มี พญา คน หนึ่ง เปน เจ้า เมือง ลักซา เปน หัว เมือง อยู่ ใน ประเทศ พิริว นั้น, ได้ ยิน หมอ ชาว ป่า คน หนึ่ง กล่าว สรรเสิญ คุณ เปลือก ไม้ นั้น ว่า, เปน ยา แก้ ไข้ จับ สั่น ดี ยิ่ง นัก. ครั้น อยู่ มา มี มหา อุปราช องค์ หนึ่ง มี นาม ชื่อ ว่า ซิงกน, ได้ ครอง สมบัติ ใน เมือง พิริว นั้น. มเหษี แห่ง อุปราช ซิงกน นั้น ป่วย เปน ไข้ จับ สั่น,. เว้น วัน หนึ่ง จับ วัน หนึ่ง, มี กาย สูบ ผอม ยิ่ง นัก. แพทย ทั้ง หลาย รักษา เท่า ไร ก็ ไม่ หาย. เจ้า เมือง ลักซา แจ้ง ความ ดัง นั้น, จึ่ง กราบ ทูล แก่ มหา อุปราช, ให้ มเหษี รับ ประทาน ยา เปลือก ไม้ พิริว นั้น สอง ต. มเหษี ก็ รับ ประทาน เหตุ ว่า สิ้น สติ ปัญญา แพทย ทั้ง ปวง ใน เมือง นั้น แล้ว. ครั้น ได้ รับ ประทาน ยา นั้น เข้า, ไข้ จับ นั้น ก็ หาย ขาด ที เดียว. อาไศรย เหตุ ดัง นี้ เปลือก ไม้ พิริว นั้น, คน ทั้งปวง จึ่ง เล่า ฦๅ กัน ต่อ ๆ ไป โดย ลำดับ กราบ เท่า ถึง ทวีป ยูโรบ, จึ่ง ให้ เปลือก ไม้ นั้น ชื่อ ว่า ซิงกนนา. อาไศรย เสตุ ด้วย มหา อุปราช ทรง พระนาม ดัง นั้น. แต่ ก่อน นั้น ชาว เมือง ทั้ง ปวง ก็ เปน สอง ฝ่าย เหน ไม่ พร้อม กัน, พวก หนึ่ง สรรเสิญ เปลือก ซิงกนนา นั้น ว่า มี คุณ มาก แก้ ไข้ จับ ได้. แต่ พวก หนึ่ง ติเตียน ว่า ไม่ มี คุณ รักษา ไข้ จับ หา หาย ไม่. แต่ ทุก วัน นี้ คน ทั้ง สอง ฝ่าย นั้น, ก็ กลับ เหน คุณ ยา ว่า ดี จริง สรรเสิญ ด้วย กัน ทั้ง สอง ฝ่าย, ไม่ ใคร่ มี ผู้ ใด ติเตียน เลย.

๏ แล ต้น ไม้ ยา นั้น มี อยู่ สาม อย่าง คล้าย ๆ กัน, เปน ต้น สูง ประมาณ สาม วา บ้าง สี่ วา บ้าง ห้า วา บ้าง ลำ ต้น นั้น, โต หก กำ เปน กำนฏ. เกิด ขึ้น อยู่ ที่ ภู เขา ไม่ สู้ สูง นัก เปน อย่าง กลาง. เปลือก นั้น มี ศรี ต่าง ๆ กัน เปน สาม อย่าง, คือ ศรี แดง อ่อน อย่าง หนึ่ง, ศรี แดง นวล ๆ อย่าง หนึ่ง, ศรี เหลือง กร่ำ กรุ่น อย่าง หนึ่ง. เปลือก ไม้ ดัง กล่าว มา นี้ ใช้ เปน ยา ได้ เหมือน กัน.

๏ เดิม ยา คินีน นั้น คน เอา เปลือก ไม้ ทั้ง สาม มา ใส่ ใน น้ำ ท่า แล้ว, จึ่ง เอา น้ำ กรด กำมะถัน ใส่ เจือ ลง หน่อย หนึ่ง ภอ ให้ - ออก รศ เปรี้ยว แล้ว, เอา ไป ต้ม. ใน เปลือก ซิงกนนา นั้น มี ธาตุ หลาย อย่าง, ๆ หนึ่ง เรียก ว่า คินิย. เมื่อ ขณะ ต้ม เปลือก ซิงกนนา ใน น้ำ ท่า ที่ เปรี้ยว ด้วย น้ำ กรด กำมะถัน, ๆ ก็ เข้า ระ คน เจือ อยู่ ด้วย คินิย นั้น, แล ยา ทั้ง สอง สิ่ง นี้ มี รศ ระคน ปน เข้า ด้วย กัน เปน สิ่ง เดียว จึ่ง เรียก ว่า คินิน. แล ตำรา พวก หมอ ณเมือง เทศ ทำ ยา คินิน ที่ เปน ผงคลี ขาว ๆ นั้น, ว่า ละ เอียด ยืด ยาว ไป นัก. นี่ ข้าพเจ้า กล่าว โดย สังเขป ประสงค์ จะ ให้ เหน เปน ใจ ความ แต่ ละ น้อย. แล ยา คินิน นั้น เปน น้ำ กรด กำมะถัน ๑๐ ส่วน, ธาตุ คิเนีย ๘๐ ส่วน เสศ, น้ำ ท่า ๙ ส่วน เสศ, ทั้ง สาม สิ่ง ดัง เรา กล่าว มา นี้ ให้ ระคน เข้า ด้วย กัน, จึ่ง เรียก ว่า ยา คินิน.


โรง จักร ทำ น้ำตาล

๏ คำ เตือน สติ, ขอ คำนับ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ทั้งหลาย ซึ่ง ได้ อ่าน หนังสือ พิมพ์ จดหมาย เหตุ นี้, เพื่อ ว่า ท่าน จะ ได้ ทราบ ความ ใน เรื่อง ซึ่ง ข้าพเจ้า มี ความ สงไส ได้ คำนับ มา นี้, ท่าน จะ ได้ สำแดง ตอบ ความ ให้ ข้าพเจ้า แล ท่าน ผู้ อื่น ๆ ทราบ โดย ลเอียด เปน ความ แน่. ด้วย เดิม ได้ ทราบ ว่า ใน หลวง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ, รอง ทุน ให้ พระ ภาษี สมบัติ บริบูรณ์ จัด ซื้อ เครื่อง จักร กล ไฟ ทำ น้ำ ตาล ทราย อย่าง ใหญ่, มา ตั้ง ณ ตำบล บ้าน ดอน กระดี่ แขวง เมือง สาคร บุรี, ฝั่ง ตวัน ออก มา ช้า นาน แล้ว. แต่ ข้าพเจ้า คอย ฟัง ข่าว ดี ซึ่ง จะ มี ผล ประโยชน์ กับ แผ่น ดิน บ้าน เมือง ของ พระ เจ้า อยู่ หัว, แล แบบ อย่าง ธรรม เนียม ด้วย, ความ ท่าน คิด ประกอบ ด้วย สติ ปัญญา วิชา นา ๆ ประเทศ, จะ ได้ เปน ที่ อาไศรย สังเกต ของ ราษฎร ชาว ประเทศ สยาม, ซึ่ง คิด ทำ มา หา กิน โดย ความ อุษาห์ สุจริต ด้วย ความ คิด ของ ท่าน ผู้ มี ปัญญา อัน ประเสิฐ, เกิด ใหม่ ๆ เหมือน จะ ได้ ช่วย คิด จัด แจง แต่ง พระ ราช อณาเขตร, ให้ ใกล้ เคียง อย่าง ธรรมเนียม ประเทศ อื่น ๆ ใหญ่ ๆ, ซึ่ง มี ความ จำเริญ รุ่ง เรือง สุกใส ขึ้น ได้ โดย เรว ๆ นั้น. ท่าน ก็ จะ ได้ ความ ดี เปน ที่ สรร เสิญ ของ มนุษ, หา เวลา สุด มิได้. เหตุ ใด ท่าน จึ่ง มิ ได้ แจ้ง ข้อ ความ ให้ มี ใน จดหมาย เหตุ, จะ ได้ เปน ที่ สังเกต แห่ง โลกย์ ด้วย เปน การ ใหญ่ อย่าง หนึ่ง, เกิด ขึ้น ใหม่ ใน พระ ราช อนา เขตร. ควร จะ ประกาศ ให้ รู้ ทั่ว กัน, โดย ความ แน่ ก็ หา ไม่. ได้ แต่ ข่าว บอก เล่า กัน ต่อ ๆ มา, ว่า ต่าง ๆ ว่า ดี บ้าง ชั่ว บ้าง มี กำไร บ้าง ขาดทุน บ้าง, จะ เชื่อ ฟัง ฝ่าย ใด ก็ ไม่ แน่. แต่ ทราบ ว่า ปี แรก นั้น, ท่าน เจ้า ของ ไม่ ทำ เอง ยอม ให้ มิศ: ตอ ดี. บอนิโอ กัมปะนี่ นาย ห้าง อังกฤษ, เช่า ทำ น้ำ ตาล ก็ ขาด ทุน เปน อัน มาก. จะ เปน ด้วย เครื่อง จักร นั้น ขัด ขวาง ประการ ใด ฤา จะ เปน ด้อย อ้อย ไม่ สู้ ดี ใน ปี นั้น ไม่ ทราบ แท้. ใน ปี ที่ แล้ว มา นี้, ทราบ ว่า ท่าน เจ้า ของ ลง ทำ น้ำ ตาล เอง, จะ มี กำ ไร ฤา ขาด ทุน ประการ ใด ท่าน ก็ ไม่ ให้ ผู้ ใด รู้.

๏ ข้าพเจ้า จะ ใคร่ ทราบ ความ ให้ จริง ใจ นั้น, ใช่ ว่า จะ แย่ง ชิง กำไร ของ ท่าน ไป ฤา เอา เงิน ให้ ช่วย ขาด ทุน ด้วย ท่าน เมื่อ ไร. ถ้า ทราบ ว่า ท่าน คิด สำเร็จ การ ทำ ได้ ดี มี กำไร ก็ จะ พลอย ดีใจ ด้วย เพราะ เปน การ ใหญ่ พึ่ง จะ มี ขึ้น ใหม่ ๆ, เปน กุณ กับ แผ่น ดิน บ้าน เมือง ของ พระ เจ้า อยู่ หัว, ได้ รู้ ทั่ว ทั้ง พระ ราช อาณา จักร์. อนึ่ง ทราบ ว่า ท่าน เจ้า ของ โรง จักร์ กล ไฟ ทำ น้ำ ตาล นั้น, ได้ จ้าง กับตัน เอ. ฉุน ซึ่ง เปน ที่ ขุน จร เจน ทะ เล นั้น, เปน คู่ คิด ออก ไป เปน นาย การ ณะโรง จักร์, ตั้ง แต่ เดิม มา ช้า นาน แล้ว กับตัน เอ. ฉุน คน นี้, แต่ น้อย ๆ นั้น ทราบ ว่า ได้ ออก ไป เรียน วิชา การ แล ความ รู้ มา จาก ประเทศ ยูโรป ฯ นั้น เขา จะ ทำ การ สิ่ง ใด, เขา ก็ ไม่ ปิด บัง หวง แหน กัน เลย. ก็ ควร ที่ จะ อาไศรย กับตัน เอ. ฉุน, ให้ ทราบ เนื้อ ความ โดย ละเอียด ได้, จึง จะ ชอบ แต่ เปน คน เกิด ใน แผ่น ดิน สยาม, ลัคน แล โลหิตร ก็ จะ ไม่ ไกล กัน มาก, ถึง รู้ ดี ก็ คง คิด ปิด ความ ไว้ เพราะ ไม่ อยาก จะ ให้ ผู้ ใด ล่วง รู้ เหมือน ครู ที่ ดี ก็ จะ สอน ได้ แต่ วิชา ความ รู้ ซึ่ง จะ ดัด แปลง น้ำ ใจ ให้ แปลก ไป จาก กำเนิด เดิม ไม่ ได้ กระมัง. ภาย หลัง ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ว่า ใน หลวง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พรรณ หัว เจ้า ท่าน สะมุห พระ กลาโหม เปน ต้น รับ สั่ง, ให้ พระ ภาษี สมบัติ บริบูรณ์ เปน นาย การ ขุด คลอง ใหม่ ตั้ง แต่ วัด ปาก น้ำ, คลอง บาง กอก ใหญ่ ตลอด ไป ถึง โรง จักร์ กล ไฟ ทำ น้ำ ตาล. ฯ พณ ฯ สมุห พระ กลาโหม บัญชา ให้ กับตัน เอ. ฉุน เปน ผู้ ปัก กรุย คลอง แล ตรวจ ตรา ดู แล จัด แจง ใน การ ขุด คลอง, แทน พระ ภาษี สมบัติ บริบูรณ. การ นี้ ก็ ได้ ลง มือ ขุด มา ช้า นาน นัก หนา. ข้าพเจ้า เคย ไป หา ท่าน หมอ ปรัดเล ซึ่ง เปน เจ้า ของ จดหมาย เหตุ นี้ เนื่อง ๆ, ก็ ได้ ถาม ถึง การ โรง จักร์ กล ไฟ ทำ น้ำ ตาล, แล การ ขุด คลอง ใหม่ เพราะ จะ ใคร่ ทราบ ความ บ้าง. ท่าน หมอ ปรัดเล บอก ข้า พเจ้า ว่า ได้ แต่ ข่าว ที่ ฤา กัน ว่า, อย่าง นั้น อย่าง นี้ แล ไม่ มี ผู้ ใด รับ ว่า เหน เปน แน่. ท่าน ผู้ เปน เจ้า ของ แล [นาย การ] ก็ ไม่ ยอม บอก ให้ รู้. ข้าพเจ้า ถาม ว่า กับตัน เอ. ฉุน นั้น กับ ท่าน ไม่ ชอบ กัน ฤา, ท่าน หมอ ปรัดเล บอก ว่า ชอบ กัน เคย ไป มา บ่อย ๆ แต่ ถาม ก็ ไม่ ยอม ออก บอก ความ ให้ ทราบ.

๏ ข้าพเจ้ามีความ ปลาดใจ เหตุใด จึ่ง ชวน กัน ปิด ความ เสีย มด, ข้าพเจ้า จึ่ง เที่ยว สืบ ได้ ความ ว่า คลอง ใหม่ นั้น ขุด เข้า ไป ได้ กว่า ครึ่ง แล้ว, แต่ ข่าว ราษฎร ชาว สวน ชาว ไร่ ฦๅ กัน ว่า คลอง ใหม่ นั้น คด ไป คด มา หา ตรง ไม่, แกล้ง ให้ ถูก นา ถูก ไร่ อ้อย เปน อัน มาก. ข้าพเจ้า อยาก จะ ใคร่ เหน รู้ ดู ให้ ลเอียด จึ่ง ชวน เพื่อน ๒ คน ๓ คน ขึ้น เดิน บก, ตั้ง แต่ ปาก คลอง ขุด ใหม่ วัด ปาก น้ำ, ไป ตาม ลำ คลอง ขุด ใหม่ ฝั่ง เหนือ ประมาณ ทาง ๓๐๐ เส้น ก็ มด ลำ คลอง ที่ ขุด แล้ว. ข้าพเจ้า ต้อง ลุย น้ำ ข้าม ทุ่ง นา ไป อีก ประมาณ ๒๐๐ เส้น, จึ่ง ถึง ลำ คลอง ขุด ใหม่ ซึ่ง เขา ขุด เข้า มา จาก แม่ น้ำ นคร ไชย ศรี. ข้า พเจ้า ก็ เดิน ตาม คัน คลอง ไป, ต้อง ข้าม คลอง เล็ก ๆ หลาย แห่ง จึ่ง ไป ถึง โรง จักร์, ข้าพเจ้า เที่ยว ดู แล ถาม คน ซึ่ง อยู่ รักษา การ นั้น, ว่า ท่าน ผู้ เปน นาย การ อยู่ ฤๅ ไม่, เขา บอก ว่า มิศเตอ ตอมซัน แล มิศเตอ แอลลา อังกฤษ เปน นาย การ, ต้ม น้ำ ตาล นาย การ เครื่อง จักร์, อยู่ สอง คน ข้าพเจ้า ก็ ไป หา ไต่ ถาม ถึง การ ทำ น้ำ ตาล แล การ ที่ โรง จักร์, ก็ ไม่ ได้ ความ ประ การ ใด ให้ เปน แน่. แต่ ข้าพเจ้า ได้ เหน ที่ ทำ เล แล ท่วง ที่ นั้น, เรียบ ร้อย กว้าง ขวาง สม เปน ที่ สำหรับ การ ใหญ่. ข้าพเจ้า จึ่ง ไป หา กัปตัน เอ. ฉุน จะ ใคร่ ทราบ ว่า ทำ การ ทั้ง หมด นั้น, จะ สิ้น เงิน ตรา สัก เท่า ไร, แล ทำ น้ำ ตาล ปี แล้ว มา นี้, มี กำไร มาก อยู่ ฤๅ. กัปตัน เอ. ฉุน โครง ศีศะ บอก ข้าพเจ้า ว่า เหน จะ ไม่ มี กำไร, แต่ ทำ การ โรง จักร์ สิ้น เท่า ไร ก็ ไม่ บอก. ข้าพเจ้า พิจรณา เหน ว่า จะ ถาม ต่อ ไป ก็ จะ ไม่ ได้ ความ, ข้าพเจ้า จึ่ง ลา กลับ มา พิจรณา ตรึก ตรอง ก็ เหน เปน ความ ปลาด ใจ ด้วย การ ทำ โรง จักร์ กลไฟ ทำ น้ำ ตาล ก็ เปน การ ใหญ่. แล การ ขุด คลอง ใหม่ ก็ เปน การ ใหญ่, คง จะ ได้ เกิด ผล ประโยชน์ กับ แผ่น ดิน ของ พระ เจ้า อยู่ หัว ก็ เปน การ ดี, ควร ที่ จะ ลง ใน จด หมาย เหตุ ประกาษ ให้ ทราบ ไป ทั่ว กัน, ด้วย ท่าน ผู้ มี สติ ปัญ ญา ตั้ง ใจ คิด ให้ เกิด ผล ประโยชน์ แต่ แผ่น ดิน บ้าน เมือง, โดย ความ สุจริจ คิด ทำนุ บำ รุง ด้วย ความ ดี, ไม่ เหมือน ทำ ภาษี อา กร ทั้ง ปวง, ซึ่ง ผูก ขาด เงิน หลวง จะ ขาด ทุน มี กำไร ก็ ตาม แต่ สติ ปัญญา เจ้า ภาษี. คิด ทำ ได้ กำไร ดี ก็ จะ มี ผู้ อื่น ๆ แย่ง ชิง เอา ไป บวก เงิน หลวง ขึ้น ให้ เหลือ เกิน จน จะ ทำ ตาม พิกัด ท้อง ตรา ไม่ ได้. ก็ ควร ที่ ท่าน จะ คิด ปิด ความ ไว้ มิ ให้ ผู้ ใด ล่วง รู้.

๏ ข้าพเจ้า ได้ เที่ยว ดู ตาม ลำ คลอง ขุด ใหม่ ซึ่ง ราษฎร ฦๅ กัน ว่า คด มา คด ไป ให้ เข้า ไร่ เข้า นา ก็ เปน ความ นินทา ผิดๆ ไม่ จริง, เพราะ ข้าพเจ้า ได้.หน คลอง นั้น ขุด ตรง ดี หนัก, ท่าน ทั้งปวง จะ ใคร่ เหน ประจักษ์, ก็ เชิญ ให้ ไป เที่ยว เล่น ตาม สบาย ดู ที่ นา ที่ ไร่ เกิด ขึ้น ใหม่ ๆ ทั้ง สอง ฟาก คลอง เปน อัน มาก แต่ เหตุ ใด, ท่าน ผู้ เปน นาย การ จึ่ง ไม่ ลง พิมพ์ ประกาศ, ฤๅ ท่าน ผู้ เปน นาย การ ใหญ่ ไม่ อนุญาต ให้ ลง พิมพ์, ฤๅ ท่าน จะ คิด ปิด ความ ไว้ ท่าน จะ ได้ คิด การ ลับ ๆ สัก อย่าง หนึ่ง, ตาม ซึ่ง ท่าน ปราถนา เปน การ หา กิน ของ ท่าน อย่าง ไทย ๆ, ฤๅ ท่าน จะ รอ ไว้ ให้ แล้ว เสร์จ สำเร็จ ดี ท่าน จึ่ง จะ มี คำ ประกาศ. ข้าพเจ้า ว่า ความ ทั้ง นี้ ด้อย เปน ที่ สงไส ใน ใจ, อยาก จะ ใคร่ รู้ เหตุ การ แต่ ไม่ ชำนาญ เรื่อง ความ ตาม หนังสือ ไทย, จะ เลือ ขาด มาก น้อย ประ การ ใด ท่าน จง อาไภย แต่ ข้าพเจ้า เทิญ.


๏ คำ ติ คน โกง หลาย อย่าง

๏ มี มหาดเลก นาย หนึ่ง ชื่อ นาย เอี่ยม กรอก ๆ มิ ใจ ส่อ เสียด มัก อิจฉา ฤศยา คน อื่น ไม่ เลือก น่า ว่า ผู้ ใด ๆ เลย, เหน ใคร ทำ อะไร ที่ ไหน ก็ ไป สอด ดู, ควร จะ ขู่ ตะคอก เอา เงิน ได้ ก็ ขู่ เอา เงิน เสีย, เที่ยว ไป ตาม โรง ศาล โรง งาน ทุก แห่ง. มั่น เที่ยว สอด แนม แล่ หา เหตุ การ สารพัด. เก็บ เอา มา ขาย ทำ ของ กำนัน เทจ บ้าง จริง บ้าง. ประจบ ประแจง อ้อแอ้ ไป ตาม ใจ, ไม่ ใช่ การ เอา เปน การ. นาย กะรอก หา กิน ดัง นี้ มิ ได้ ขาด เปน คน ปาก คัน เหมือน บอน. เดิม นาย เอี่ยม ข่ม ขี่ ราช บัน ฑิตย์ คอย เก็บ เลก น้อย ต่าง ๆ, แล้ว ขู่ เอา เงิน กิน เสมอ มา. บัด นี้ นาย เอี่ยม กว้าง ขวาง มาก ขึ้น, ข่ม ขู่ ทั่ว ไป ทุก แห่ง, เขา ว่า เจ้า นาย ขุนนาง ข้า ราชการ เกลียด ชัง นาย เอี่ยม นัก, ไม่ มี ใคร ชอบ เลย.

๏ มี คน หา กิน คน หนึ่ง ชื่อ ตรุษ แต่ ได้ ยิน เขา เรียก ออก ชื่อ ว่า นาย พัน. ปาก พล่อย ๆ ก็ ไม่ เบา, หากิน ใน เชิง ความ ยุ ค่าง โน้น ข้าง นี้ ให้ เปน ความ, ยุ ให้ ทำ ฎีกา ถวาย นาย พัน บอก เขา ว่า, รับสั่ง ให้ เปน ผู้ ตรวจ ฎีกา ให้ เปน ผู้ ทำ ฎีกา เปน คน กำ กับ โรง ศาล. ใคร จะ ทำ ฎีกา ก็ ให้ มา ทำ ที่ นาย พัน, ทำ ที่ อื่น นาย พัน จะ ปรับ ไหม, เอา โทษ ทั้ง ผู้ ทำ แล เจ้า ของ. คน ที่ เคอะ ๆ ก็ กลัว นาย พัน. คน ฉลาด เขา ไม่ เชื่อ ไม่ กลัว หลอก แต่ คน โง่ ๆ, คน คน นี้ ไม่ ดี.

๏ อ้าย คน สูบฝิ่น คนหนึ่ง ชื่อ พระครูจอ ๆ ยุให้คน ทำ ฎี กา แล้วรับ แต่งให้, คนนี้ ก็ไม่ดี. มีคนโกง ๒ คน ชื่อ นาย ฉ่ำ ๑ ชื่อ นายจุ้ย ๑ . นาย ฉ่ำ เปน ครู นาย จุ้ย. คน สอง คน นี้ เที่ยว แส่ หา ถ้อย ความ กิน ตาม โรง ศาล เสมอ, ยุ ข้าง นี้ แยง ข้าง โน้น ให้เปน ความ กัน. แล้วเข้า รับ ว่า แทน ถือ ท้าย ถือ หาง ข้าง นี้ ข้าง โน้น, เสี้ยม สอน คู่ ความ ดัด แปลง สำนวน ยัก เยื้อง ไป ต่าง ๆ. แล้วให้ มี คำ ซัก ความ ยาว สาว ความ ยืด ไม่ ให้ แล้ว กัน. เหน ใคร ซื่อ ๆ เซ่อ ก็ ขู่ เอาเงิน กิน เสีย ทำ สินบนให้ ตระลาการ กิน บ้าง. ตั้ง เปน ความ ทั้ง ตา ปี ไม่ หา กิน อย่างอื่น เลย. ความ ของ ผู้อื่น ไม่ใช่ คะดี ของ ตัวแท้, ก็ เก็บ เอา มา ว่า มา ฟ้อง เนือง ๆ. มัก คี่ ช่อ ต่อ แหล พูดไม่มี จริง, คน สอง คนนี้ ทำให้ ตระลาการ ม่นหมอง ไม่เที่ยง ธรรม. คน เช่น นี้ ดู เหมือน เสี้ยน หนาม, เพราะ เปน คน มัก ก่อ ให้ เกิด ความ เปน นิตย์, ไม่ ควร ที่ใคร จะ คบ หา เชื่อ ฟัง ถ้อย คำ เขา เลย. สงสาร เอ๋ย แต่ คน จำ พวก นี้ ชั่งใจ บาบ จริง ๆ, ไม่ มี เมตา ปรานี ผู้ อื่น เลย รักษ แต่ ตัว เท่านั้น. เดี๋ยว นี้ คน สอง คน นั้น ก็ ยัง หา กิน อยู่ อย่าง นั้น นั่น เอง. ใคร อยาก รู้ จัก ตัว ก็ ไป คอย ดู ตาม โรง ศาล เถิด ไป ทุก วัน.

๏ มี หญิง หากิน ไม่ เหมือน คน ปรกติ ๓ คน แม่ ชื่อ ยาย มูล มี บุตร ๒ คน ชื่อ อี จุ้ย คน ๑ ชื่อ อี เปี๋ย คน ๑ . หญิง สาม คน นี้ ขี้ อวด ตัว ว่า เปน ญาติ พี่ น้อง กับ เจ้า นาย กับ ขุนนาง. เหน ท่าน ผู้ใด มี บุญ วาสนา มี เงิน ทอง มาก, ฤา เปน คน โปรด ก็ดี ก็ ลัก เอา นาม ชื่อ มา อ้าง พูด อวด เขา, ว่า เปน ญาติ สนิท ชิด ข้าง ฝ่าย บิดา ฝ่าย มารดา ของ ตัว, มัก ชักสื่อ ชาย หญิง ให้ เปน ชู้ สาว กัน ชักช้า เข้า บ่าว ท่าน ใน พระราชวัง บ้าง ค่าง นอก บ้าง, ให้ ทำ ชำเรา กัน ที่ โรง ของ ตัว บ้าง, ที่ อื่น บ้าง ได้ ค่า เชิง เดิน ทั้ง สอง ฝ่าย. ถ้า ไม่ได้ ก็ เคาะ เอา จน ได้. นักเลง เจ้าชู้ ไป หา มา สู่ เสมอ, แล้ว มัก เที่ยว ส่อ เสียด ยุ ยง คน ให้ โกรธ กัน นินทา ค่าง นี้ ให้ ค่าง โน้น ฟัง, นินทา ค่าง โน้น ให้ ค่าง นี้ ฟัง, แสน แง่ แสน งอน, ผัว มี อยู่ ก็ เล่น ชู้ ต่อ น่า ผัว, ผัว ต้อง กลัว อำนาฏ, หญิง เหล่า นี้ ไม่ ดี, ข้าพเจ้า เหน ว่า จะ ก่อ ให้ เกิด เพลิง ไหม้ ลาม ไป มาก. ข้าพเจ้า คิด จะ ดับ เพลิง ให้ หาย จึง ลง พิมพ์ ให้ รู้ ทั่ว กัน.

๏ คำ ที่ กล่าว โทษ ข้าง บน นี้, ไม่ใช่ คำ ของ คน ที่ โล เล มัก ยุ ความ. เปน คำ ของ พระยา ผู้ ใหญ่ เปน สำคัญ ควร ที่ จะ เชื่อ.


ข่าว กรุงเทพฯ

๏ ภรรยา ของ หมอ แคมเบอ กับ ภรรยา ของ บี่เลศเลว กง สุล ปรอดเชีย, กับ มิศเอเล็วด น้อง หญิง ของ ภรรยา กงสุง ปรอดเชีย, ออก จาก กรุง เทพ ฯ ณวัน พฤหัศ เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๔ ค่ำ, จะ ไป ตากลม ที่ อ้าง หิน ใน ตึก ที่ เจ้า พระยาศรีสุริยวงษ ที่ สมุห์ พระ กระลาโหม ท่าน สร้าง ไว้. อังกฤษ เรียก ชื่อ ตึก นั้น ว่า ซันนิเตเรียม, แปล เปน ภาษา ไทย ว่า เปน ที่ รักษา ตัว ให้ สบาย. ภรรยา หมอ แคมเบอ ไม่ สบาย หลาย ขวบ อา ทิตย์ มา แล้ว.

๏ หลวง วิสูทร สาคร ดิฐ ได้ ไป อยู่ ที่ ซันนิเตเรียม หลาย ขวบ อาทิตย์, พึ่ง กลับ มา สบาย หมด. เขา สรรเสิญ ว่า เปน ที่ สบาย มาก, ความ ไม่ สบาย ของ บุตร ภรรยา นั้น ก็ หาย เปน ปรกฎิ หมด. เขา ว่า ควร ที่ จะ เรียก ที่ นั่น ว่า เปน สนิเตเรียม แท้. แต่ ทว่า จะ ไป อยู่ หลาย คน ไม่ ได้, ด้วย ตึก มี อยู่ หลัง เดียวย. ควร ที่ จะ ให้ มี ขึ้น อีก หลัง หนึ่ง ให้ เท่า กัน. ข้าพ เจ้า คือ เอดิตอร์ เหน ควร ที่ ชาติ ยูโรบ แล อะเมริกา จะ คิด เรี่ยไร เงิน กัน ตาม พวก, ให้ คอเวอเมนต์ สร้าง ขึ้น อีก หลัง หนึ่ง, เพื่อ จะ ให้ คน อยู่ ได้ หลาย พวก พร้อม กัน, ไม่ แน่น กัน จะ ได้ เปน ที่ สบาย มาก. ลาง คน ที่ ไม่ สู้ เจ็บ ก็ อยาก จะ ไป อยู่ ให้ สบาย บาง จำ พวก อยาก จะ เปลี่ยน ที่ เพราะ อยู่ ใน บางกอก นาน ๆ ก็ รำคาน ไป, ด้วย ว่า เคย อยู่ ที่ เหน ภู เขา แล ทเล จึ่ง อยาก ไป เที่ยว เล่น บ้าง จะ ใคร่ สบาย ใจ.

๏ เรือ เจ้า พระยา เขา มา ณวัน เสาร์ แรม ๑๓ ค่ำ, มี คน โดย สาร มา ๔ คน, คือ ปรปเปศ อซไควเออ คน หนึ่ง, เรฟเรน อะบอรัง เปน พวก มิศนาเร บาดหลวง คน หนึ่ง, ตันคิมเจง เอซไควเออ กงสุล สยาม ที่ เมือง สิงคโปร์ คน หนึ่ง, แล เข้า เมื้องไทร์ คน หนึ่ง, คน อื่น ๆ นอก นั้น อีก ๓๐ คน.

๏ ข้าพเจ้า ผู้ เอดิตอร์ ได้ ยิน ข่าว ว่า, แต่ บันดา เมือง ลาว ที่ เปน เมือง ขึ้น แก่ กรุง อังวะ, มี เจ้าฟ้า ๓๗ องค์. เมือง ลาว ที่ อยู่ ใน แดน อังวะ ใกล้ แดน เชียง ใหม่ กว่า ทุก เมือง, ชื่อ เชียงตุง เนือง หนึ่ง, โมงมาย หนึ่ง, มายปู หนึ่ง, มายปั่น หนึ่ง. เรา ได้ ยิน ข่าว ว่า, เรฟเรน ด์ เอมิซ บิกสบี่ เปน พวก มิศชันนาเร อมริกา, ที่ เมือง มระแมน ได้ เข้า ใน เมือง ลาว ที่ ขึ้น แก่ เมือง อังวะ นั้น สำแดง คฤหศต์ สาศนา, ได้ ลูกสิศ มาก แล้ว. พึ่ง ได้ หนังสือเบิก ด่าน แต่ คอเวอแมนต์ กรุงเทพ ๚, ยอม ให้ เที่ยว ไป ตาม เมือง ลาว ที่ ขึ้น แก่ เชียงใหม่, สำแดง คฤสตศาสนา ตาม ที่ ชอบใจ. แต่ กำหนด ให้อยู่ ใน ที่ ตัว จะ อยุด แต่ เพียง ห้า วัน แล้ว ให้ ไป เสีย จาก เมือง นั้น.

๏ ณวัน เสาร์ เดือน ๙ ขึ้น ๑๓ ค่ำ, พวก มิชชันนาร อเม ริกา ที่ กรุงเทพ ฯ, ได้ ขึ้น กราบเรียน เจ้า พระยา ภูธราภัย ผู้ ว่า ที่ สมุห์นายก, แล นูล พระเจ้า เชียงใหม่ ขอ หนังสือ เบิก ด่าน เพื่อ จะ ให้ เรฟเรน ดีแมกกิลวาเร, แล เรฟเรน เยเวลซัน ผู้ เปน มิชชันนเร อเมริกา ที่ กรุงเทพ ฯ คน หนึ่ง, ที่ เมือง เพชรบุรี คน หนึ่ง, ทั้ง สอง คน นี้ ให้ ไป กับ ด้วย ครอบ ครัว ขึ้น ไป อยู่ ณะ เมือง เชียงใหม่, ให้ ตั้ง บ้านเรือน อยู่ ที่นั่น, ยอม ให้ สำแดง คฤสตสาสนา เหมือน เคย สำแดง ที่ กรุง เทพ ฯ แล เพชรบุรี.


๏ เจ้าฟ้าโกถาน ๚

๏ เราได้ยิน ข่าว ว่า ใน ที่ ศาลา ลูก ขุน ที่ สูง สุด ปฤกษา ด้วย เจ้า เมือง ลาว คน หนึ่ง ชื่อ เจ้าฟ้าโกถาน อยู่ โมงมาย เข้าใน การ ขบถ เมือง อังวะ หลาย ปี มา แล้ว เจ้าฟ้าโกถาน แพ้อังวะ พา ครอบ ครัว รี้ พล หนี มา ประ มาณ ๕๐๐๐ คน เข้า มา อาไศรย เมือง ที่ ขึ้น เชียงใหม่ เจ้า อังวะ ปราฐนา จะ จับ ตัว เจ้า ฟ้า นั้น ทำ โทษ คิดอุบาย ต่าง ๆ ล่าง ที่ ให้เอา สิ่ง ของ มา ถวาย พระเจ้า เชียงใหม่ เพื่อ ประสงค์ จะ ได้ ตัว เจ้า ฟ้าโกถาน พระเจ้า เชียงใหม่ ไม่ ยอม จึ่ง มี คำ ตอบ เจ้า อังวะ ไป ว่า เมือง เชียงใหม่ เปน ค่า ขอบ ขันธ์ เสมา กรุง เทพ ฯ ยัง ไม่ ได้ กราบ บัง คม ทูล พระเจ้า อยู่ หัว ให้ ทรง ทราบ ก่อน จะ ยอม ไม่ ได้ เจ้า ฟ้าโกถาน จึ่ง ให้ ราช บุตร คน หนึ่ง ชื่อ คุณ หลวง ลง มา ด้วย พระเจ้า เชียงใหม่ มา เฝ้า พระเจ้า อยู่ หัว ณกรุงเทพ ฯ ขอ พระ บารมี ปกเกล้า ฯ อย่า ได้ ส่ง เจ้า ฟ้าโกถาน กลับ ไป ยัง กรุง อังวะ การ นั้น ก็ ยัง กำลัง ปฤกษา ลูก ขุน อยู่ เหน ที่ คอเวอเมนต์ สยาม จะ ไม่ ส่ง ไป เรา ผู้ เอดิตอร์ ก็ เหน ว่า ไม่ ควร ที่ จะ ส่ง เจ้า ฟ้าโกถาน ไป แก่ กรุง อังวะ ด้วย เปน ผู้ แพ้ สง คราม หนี มา อาไศรย เชียงใหม่ การ ที่ ไม่ ปล่อย นั้น ถูก ต้อง ด้วย กฎหมาย เมือง ต่อ เมือง ที่ มี ใน ประเทศ ยูโรป แล อะเมริกา ที่ เมือง ทั้งปวง เหน ว่า เปน กฎ หมาย ที่ ควร ที่ คน ที่ เปน ค่า ศึก รบ กัน แพ้ แล้ว มา อา ไศรย ได้ แล ผู้ ที่ ชนะ นั้น จะ มา จับ ตัว ฤๅ จะ ให้ ส่ง ตัว ไป ก็ ไม่ ได้ เหมือน คนที่ เปน ผู้ใหญ่ ใน เมือง อะเมริกา คิด ขบถ แพ้ แล้ว จะ หนี มา อยู่ เมือง อังกฤษ ก็ อยู่ ได้ อัง กฤษ ก็ ไม่ ส่ง ถ้า แม้น เปน แต่ ความ ผู้ ร้าย ฆ่า ผู้ ฟัน คน หนี ไป อยู่ เมือง อื่น ๆ ก็ ไม่ พ้น กฎหมาย เมือง ต่อ เมือง ก็ ยอม ให้ จับ ได้ ถ้า แม้น คอเวอ แมนต์ สยาม ไม่ ส่ง เจ้า ฟ้า โกถาน เมือง ยูโรป ทั้ง ปวง จะ ศรรเสิญ ว่า เปน ความ ดี สัตย ธรรม


๏ พระพิเทศพานิช ๚

๏ อนึ่ง เรา ได้ ยิน ข่าว ว่า พระพิเทศพานิช สยาม วิชิตร ภักดี กงสุล กรุง เทพ ฯ ที่ เมือง สิงคโปร์ พวก เตลิแกรฟ กัมปะนี ที่ เมือง สิงคโปร์ นั้น ได้ ตั้ง พระ พิเทศ ให้ ไป จัด แจง บันดา เมือง มลายู ซึ่ง ขึ้น แก่ กรุงเทพ ฯ นั้น เพื่อ จะ ได้ จัดแจง ทำ ทาง เตลิแกรฟ ที่ จะ ไป จาก เมือง มรแมน ถึง เมือง สิงคโปร์ นั้น คอเวอแมนต์ กรุงเทพ ฯ ก็ เหน ชอบ ด้วย ได้ยิน ว่า พระ พิเทศ ก็ จะ ไป จัดแจง ใน เรว ๆ


การ ปล้น ของ หลวง

๏ มี ข่าว มา ว่า, ภาษี ไม้ ขอน สัก ที่ ตั้ง อยู่ แขวง เมือง ไชยนาถ บุรี ถูก โจร ลัก เอา เงิน หลวง ไป ๗๐ ชั่ง. แล ของ อื่น ๆ มาก หลาย สิ่ง. ขณะ เมื่อ ผู้ ร้าย จะ เข้า ไป เอา เงิน นั้น, อ้าย ผู้ ร้าย มัด เจ้า ภาษี กับ ทั้ง ภรรยา เสีย. แล ลูก จ้าง กับ เบ่า อยู่ ที่ นั้น, กลัว อำนาถ อ้าย ผู้ ร้าย หนี ไป เสีย หมด.


การ ปลง ศพ พระยา มนตรีสุริวงษ

๏ เดือน ๑๐ ขึ้น ๙ ค่ำ, ชัก ศพ พระยา มนตรีสุริวงษ แล พระยา อภัย สงคราม มา เข้า โรง ทึม, ที่ สนาม ริม วัด บุบผาราม พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ได้ เสด็จ มา รับ ศพ ด้วย. วัน พฤหัศ เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๑ ค่ำ เสด็จ มา พระราชทาน เพลิง. แล การ ศพ ครั้ง นั้น ท่าน เจ้า พระยา ศรีสุริวงษ ที่ สมุห พระกลาโหม เปน นาย การ, ได้ จัดแจง ทำ การ ประดับ ประดา ใน การ ศพ หลาย อย่าง ดู เรียบ ร้อย ดี, ทั้ง การ เล่น เหน ว่า จะ สนุกนิ์. แต่ ฝน ตก ทุก วัน ๆ การ จึ่ง เสีย ไป มาก. วัน ที่ ประทาน เพลิง นั้น ชาว ชาติ ยูโรป, แล อะเมริกา ทั้ง ชาย หญิง ได้ ทราบ ว่า ใน หลวง จะ เสด็จ มา ประทาน เพลิง, จึ่ง มา ประชุม กัน ใน ที่ นั้น คอย รับ เสด็จ แทบ จะ ทุกคน.



๏ คำ ขุน กลาง แก้ ๚

๏ ข้าพเจ้า ขุนกลาง กรมพระ นครบาล, ขอ แจ้ง ความ มา ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง ทราบ, ซึ่ง มี ผู้ มา ลงพิมพ์ กล่าว โทษ ข้าพเจ้า แต่ หนังสือ พิมพ์ ออก เมื่อ เดือน ๙ แรม ๑๔ ค่ำ, ว่า ข้าพเจ้า เปน ตระลาการ ชำระ ความ ผู้ ร้าย, ฆ่า พระดวง อยู่ วัด สังขจาย ตาย นั้น, เปนใจ ความ ว่า ข้าพเจ้า รับ สินบน ปล่อย อ้ายบ้าน อ้ายแดง ผู้ ร้าย ไป เที่ยว ล้วง เรือ, แล ย่อง เบา ลัก ผล ไม้ ของ สวน, ลอบ ตี ฟัน คน ดัง นี้, ความ เรื่อง นี้ ยัง ชำระ ค้าง อยู่. ได้ ตัว อ้าย ชั้น อาบ้าน อ้ายแดง อ้ายทัด มา พิจารณา, จะ เอา เปน สัจ ว่า ผู้ ใด เปน คน ลง มือ แทง พระดวง ตาย นั้น ยัง ไม่ ได้แน่. ด้วย คน ที่ ได้ รู้ เหน ใน ความ เรื่อง นี้ นั้น, จะ อยู่ ให้ ตระลาการ สืบ เปน พยาน, ก็ คิด กลัว เพื่อน ฝูง พรรค์ พวก ของ อ้าย ผู้ ร้าย จัก พญาบาท, จึ่ง หลบ เลื่อม ไป เสีย. จะ เอา พยาน มา สืบ ยัง ไม่ ได้, ความ จึ่ง ได้ ช้า ไป. ซึ่ง มี ผู้ มา ลง หนังสือ พิมพ์ กล่าว โทษ ข้าพเจ้า ว่า, รับ สิน บน ปล่อย ผู้ ร้าย นั้น, ข้าพเจ้า จัก กล่าว แก้ ว่า ไม่ ได้ รับ สินบน. ท่าน ผู้ ที่ ได้ ยิน ได้ ฟัง ก็ เชื่อ บ้าง ไม่ เชื่อ บ้าง. เมื่อ มี ผู้ ใด รู้ เหน เปน แน่ ว่า, ข้าพเจ้า รับ สินบน ขอ ท่าน จง มี ความ เจ็บ ร้อน ด้วย แผ่นดิน, ขอ ให้ ทำ เรื่อง ราว กล่าว โทษ ข้าพเจ้า ต่อ ท่าน ผู้ ใหญ่ ใน กรม พระ นครบาล, ฤๅ ทำ ฎีกา ทูล เกล้าฯ ถวาย จึ่ง จะ เปน คุณ แก่ คน เปน อัน มาก.


๏ คำ ถาม ขุน กลาง ๚

๏ ข้าพเจ้า เอดิตอร์ ขอ ตอบ คำ ขุนกลาง ตลาการ ที่ ท่าน แก้ ตัว นั้น ข้าพเจ้า ยัง สงไสย ท่าน ว่า ไม่ ได้ รับ สิน บน ปล่อย อ้ายแดง อ้ายบ้าน ถึง ท่าน ไม่ ได้ รับ เงิน จาก มือ คน ที่ เปน เพื่อน ฝูง พรรค พวก อ้ายแดง อ้าย บ้าน ก็ จริง แต่ ข้าพเจ้า จะ ขอ ถาม ว่า พวก ของ ท่าน ที่ เข้า ใน การ ชำระ นั้น ไม่ ได้ รับ เงิน ใน พรรค พวก อ้ายแดง อ้ายบ้าน บ้าง ฤๅ ถ้า เขา ได้ รับ เพราะ เหน แก่ การ นั้น เงิน นั้น ก็ เรียก ว่า เปน เงิน สินบน ตาม กฎหมาย ยูโรบ กฎหมาย ยุโรบ ไม่ ยอม ให้ ตลาการ รับ เงิน โจท ย์ จำเลย ฤๅ พวง พ้อง พี่ น้อง ฝ่าย โจท ย์ จำเลย เพราะ กฎหมาย เหน ว่า เงิน ที่ รับ เช่น นั้น เปน เงิน จะ บัง ตา ตลาการ ไม่ ให้ เหน ถนัด เที่ยง ตรง โดย ความ สัตย์ จริง ได้ แล ข้อ ที่ เขา ลง พิมพ์ ว่า ได้ รับ สิน บน อ้าย แดง อ้าย บ้าน นั้น เปน คำ กล่าว เทจ ไป ฦๅ ถึง เปน คำ เท็จ เช่น นั้น ข้าพเจ้า เหน ควร ที่ จะ มี ความ เจ็บ ร้อน ด้วย แผ่นดิน เพราะ คำ ที่ มี ใน คำ แก้ ของ ท่าน ว่า คน ที่ ได้ รู้ เหน ใน ความ เรื่อง นี้ นั้น จะ อยู่ ให้ สืบ พยาน ก็ คิด กลัว เพื่อน ฝูง พรรคพวก อ้าย ผู้ ร้าย จัก พยา บาท จึ่ง หลบ เลื่อม ไป เสีย จะ เอา พยาน มา สืบ ยัง ไม่ ได้ การ จึ่ง ได้ ช้า ไป คำ ที่ ท่าน แก้ เช่น นี้ เปน ที่ สำแดง ว่า การ ของ ตลาการ อ่อน ไป ดุจ เครื่อง นาลิกา ที่ หลวม หลุด เดิน ได้ บ้าง ไม่ ได้ บ้าง ไว้ ใจ ไม่ ได้ ไม่ มี อำนาถ ที่ จะ เรียก พยาน เพื่อน ฝูง ของ อ้าย ผู้ ร้าย ที่ จะ ต้อง มา เปน พยาน รู้ แล้ว ก็ หลบ ลี้ก ไป เสีย จับ ไม่ ได้ ก็ ควร ที่ ตลาการ จะ เรียก ให้ ได้ ถ้า ผู้ ต้อง เปน พยาน ไม่ มา ควร ที่ จะ ลง โทษ พยาน ให้ สาหัส ตาม กด หมาย ใน ประเทศ ยุโรบ อัน สัตย์ ธรรม์


การ บัน ทุก เรือ ไป นอก

๏ บาน ชี่ เรือ บัน ทุก ของ ออก จาก กรุง เทพ ฯ ตั้ง แต่ เดือน ๘ ขึ้น ๑๑ ค่ำ จน ถึง เดือน ๑๐ ขึ้น ๕ ค่ำ มี เรือ บัน ทุก ของ ออก ไป ๑๑ ลำ คือ เรือ บาก อังกฤษ แอฟไนติน เกลี้ บัน ทุก เข้า หมื่น ๘๐ หาบ จะ ไป เมือง ฮ่องกง

๏ ชิบ อังกฤษ ชื่อ คติซาก บัน ทุก เข้า ๙ พัน ๕๓๘ หาบ จะ ไป ฮ่องกา

๏ บาก บริ แมนต์ ชื่อ สคานหร ล้ะ บัน ทุก เข้า หมื่น นึ่ง พัน ๘๗ หาบ กับ ฝาง ๑๙๗ หาบ จะ ไป ฮ่องกง

๏ บาก สยาม ชื่อ โอเรศ ติศ บัน ทุก เข้า ๓ พัน ๑๙๘ หาบ ฝาง ๕๘๐ หาบ เมล็ด งา ๒๗๐ หาบ เข้า เปลือก ๓๐๐๐ หาบ จะ ไป ฮ่องกง

๏ ปาก สยาม ชื่อ เติลแกรฟ บัน ทุก เข้า ๔ พัน ๒๒๐ หาบ ฝาง ๒๐๐ หาบ เข้า เปลือก พัน ๒๕๐ หาบ จะ ไป ฮ่องกง

๏ ชิบ สยาม ชื่อ แกนตอน บัน ทุก เข้า หมื่น ๔ พัน ๔๔๐ หาบ ฝาง ๗๐๐๐ หาบ น้ำ ตาล ทราย ๘๘ หาบ หนัง สัตว์ ๒๓๐ หาบ เมล็ด งา ๕๐๐ หาบ เข้า เปลือก ๓๐๐ หาบ จะ ไป เมือง ฮ่องกง

๏ บริก สยาม ชื่อ อ้าย มุ่ย บัน ทุก เข้า ๑๗๑๕ หาบ ฝาง ๓๒ หาบ จะ ไป ฮ่องกง ๏ บากฮันโนเวอ ชื่อไชนีบรอนซี บันทุก เข้า หมื่น หนึ่ง ๓๘๒๖ หาบ ฝาง ๓๕๘ หาบ เมล็ด งา ๒๓๐ หาบ จะ ไป ฮ่องกง

๏ เรือ เจ้าพระยากลไฟ สยาม บันทุก เข้า ๔ พัน ๖๐๓ หาบ น้ำตานทราย ๕๘๒ หาบ หนังสัตว ๕๘ หาบ เมล็ด งา ๖๓ หาบ ไหม ๑๔ หาบ จะ ไป สิงคโปร์

๏ กลไฟ อังกฤษ ชื่อ ชิวลู บันทุก เข้า ๕๒๘ ฝาง ๑๕๐ หาบ เฃา ควาย ๓๐ หาบ จะ ไป สิงคโปร์

๏ บาก สยาม ชื่อ โคลเดนสตา บันทุก เข้า พัน ๒๐๐ หาบ ฝาง ๑๐๐ หาบ ตะกั่ว เตรียบ ๔๕ หาบ เข้า เปลือก ๕๐๐ หาบ จะ ไป เมือง สิงคโปร์

๏ นอก ๑๑ ลำนั้น มี อีก ๓ ลำ ได้ ลง ราคา กัน จะ บัน ทุก ของ คือ บาก อังกฤษ ชื่อ ซีลตอน เปน ราคา ๕๒ เซนต์ ครึ่ง บาก อังกฤษ ชื่อ เฟร ราคา หาบละ ๕๐ เซนต์ บาก อังกฤษ ชื่อ นอหำ หาบละ ๕๐ เซนต์


ราคา สินค้า ฮ่องกง

๏ เดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๑๕ ค่ำ ใน วัน นั้น, เข้า บัง กล่า ขาย เปน ราคา หาบ ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๕๕ เซนต์. เข้า ยะวา หาบ ละ ๔ เหรียน ๘๕ เซนต แล ๒ เหรียน ๓๐ เซนต. เข้า เมือง บันเล หาบ ละ เหรียน ๘๕ เซนต แล ๒ เหรียน ๓๐ เซนต. เข้า สยาม หาบ ละ เหรียน ๘๕ เซนต แล ๒ เหรียน ๓๐ เซนต. น้ำ ตาล ทราย ดี หาบ ๔ เหรียน ๕๐ เซนต แล ๔ เหรียน ๘๗ เซนต. น้ำ ตาล กลาง หาบ ๒ เหรียน ๘๑ เซนต แล ๓ เหรียน. ป่าน กลีบ หาบ ละ ๗ เหรียน ๒๕ เซนต แล ๗ เหรียน ๓๑ เซนต. กอพี หาบ ละ ๑๕ เหรียน ๘๑ เซนต. คราม หาบ ละ ๑๐๐ เปานด์:ปะ ๖๐ เหรียน. ฝิ่น มลวา หีบ ๘๘๐ เหรียน. ฝิ่น ปัดณใหม่ หีบ ละ ๖๙๐ เหรียน. ปิ่น เรด ใหม่ หีบ ละ ๖๖๕ เหรียน. ฝิ่น เตอเก หีบ ละ ๔๙๐ เหรียน.

๏ ฝ้าย เมือง กาลกะตา หาบ ๒๒ เหรียน แล ๒๕ เหรียน. ฝ้าย ยี่ปุ่น หาบ ละ ๒๕ เหรียน แล ๒๖ เหรียน. ฝ้าย นิ่งโป หาบ ละ ๒๔ เหรียน แล ๒๕ เหรียน. ฝ้าย เสี้ยงไฮ หาบ ละ ๒๓ เหรียน แล ๒๔ เหรียน. ฝ้าย เทียนสิน หาบ ๒๒ เหรียน แล ๒๓ เหรียน. การบูร หาบ ละ ๒๗ เหรียน ครึ่ง.

ราคาสินค้า กรุงเทพ ๏ เข้ากล้อง อย่าง ต่ำ เกวียนละ ๔๔ บาท ๏ เข้ากล้อง อย่าง กลาง เกวียนละ ๔๘ บาท ๏ เข้าขาว อย่าง ดี เกวียน ละ ๕๓ บาท ๏ เข้า อย่าง ที่ ๔ เกวียน ละ ๖๒ บาท เข้า ขาว ที่หนึ่ง เกวียน ๘๐ บาท ที่ ๒ เกวียน ๕๘ บาท ๏ เข้าโรงษี จักร ที่หนึ่ง หาบละ ๒ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบ ละ ๒ บาท สลึง ที่ ๓ หาบ ละ ๒ บาท เฟื้อง ๏ เข้าเปลือก นาสวน เกวียน ๔๗ บาท นา เมือง เกวียน ละ ๔๒ บาท ๏ เมตด งา เกวียน ละ ๙ บาท ๏ ฝ้ายไม่มี เมต หาบ ละ ๒๘ บาท ที่ มี เมต หาบละ บาท ๏ น้ำตานทราย ขาวอย่าง ที่หนึ่ง หาบละ ๑๒ บาท ที่ ๒ หาบละ ๑๑ บาท ๓ สลึง ที่ ๓ หาบละ ๑๐ สลึง เฟื้อง ๏ น้ำตานแดง ที่ หาบละ บาท ที่ หาบละ บาท

๏ พริกไทย ดำ หาบ ละ ๓๐ บาท ๏ หนังควาย หาบ ละ ๑๒ บาท ๏ หนังวัว หาบ ละ ๑๘ บาท ๏ เขาวัว หาบ ละ ๒๙ บาด

๏ เขาควาย หาบละ ๑๕ บาท ๒ สลึง ๏ กำยาน ที่ ๑ หาบละ ๑๘๐ บาท ที่ ๒ หาบละ ๗๐ บาท ๏ ตะกั่วเกรียบ ที่ ๑ หาบละ ๔๐ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๓๗ บาท ๏ ป่านกลีบ ที่ ๑ หาบละ ๒๒ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๒๓ บาท ๏ รง หาบ ละ ๖๕ บาท ๏ ไหมโคราช หาบละ ๓๒๐ บาท ไหม ยวร หาบ ละ ๘๐๐ บาท ไหม เขมน หาบละ ๖๕๐ บาท ๏ ครั้ง ที่ ๑ หาบละ ๑๔ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบละ ๑๓ บาท ๏ เร่ว หาบละ ๓๘ บาท ๏ กระวาน หาบละ ๒๕๐ บาท ๏ ฝาง ๓ ตุ้น ๔ ตุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๒ บาท สลึง ที่ ๕ ตุ้น ๘ ตุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๒ บาท เฟื้อง ที่ ๗ ตุ้น ๘ ตุ้น ๙ ตุ้น เปน หาบ ๆ ละ บาท สาม สลึง เฟื้อง ๏ เมตด กระเบา หาบละ ๒ บาท ๏ ไม้ ชิงชัน ที่ หนึ่ง ๑๐๐ หาบ เปน ๒๐๐ ที่ สอง หนัก ๑๐๐ หาบ เปน ๑๒๐ บาท ๏ ไม้แดง ที่ หนึ่ง ๑๐๐ หาบ เปน ๒๐๐ บาท ที่ ๒ หาบ ละ บาท ๏ ไม้สัก ยก ละ ๓๐ บาท ๏ งาช้าง ๔ อัน เปน หาบ ๆ ละ ๓๖๐ บาท ๕ อัน เปน หาบ ละ ๓๓๐ บาท ๖ อัน เปน หาบ ๆ ละ ๓๐๐ บาท ๏ ปลา แห้ง หาบละ ๑๕ บาท ปลา สลิด หาบ ละ ๓๐ บาท สลึง ๏ ปลิง ทะเล หาบละ ๘ บาท ๒ สลึง กระสอบ ๑๐๐ ใบ เปน ๘ บาท ทอง หนัก บาท หนึ่ง เปน เงิน ๑๗ บาท ๏ การ แลก เงิน เมือง สิงคไปร ได้ กำไร ร้อย ละ ๗ เหรี่ยน