

| เล่ม ที่ ๒ เดือน ๑๐ แรม ๑๕ ค่ำ ปี ขาน อัฐศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน ออโทเบอ วัน ที่ ๙ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๑๖ |
การ วิชา ใหม่
๏ พึ่ง เกิด วิชา ใหญ่ ขึ้น ใหม่ ๆ อัน จะ มี ประโยชน แก่ มนุษย์ โลกย์, คือ ว่า มี คน ๆ หนึ่ง ชื่อ มิสเตอ เคล เปน ชาว อัง กฤษ, คิด การ กัน ดินปืน จุด ไฟ ไม่ ไหม้ ได้, ดินปืน นั้น ก็ ไม่ เสีย ใช้ ได้ ดี เหมือน แต่ ก่อน. การ นี้ คิด มา ๑๕ ปี จึง สำ เรจ ความ ปราฐนา. แต่ เดิม นั้น มี คน คิด ทำ ดินปืน ขึ้น ก็ เปน วิชา ใหญ่. เพราะ วิชา นั้น การ รบ กัน ด้วย ศร ธนู น่าไม้, ก็ เปลี่ยน เสีย หมด เอา ปืน ยัด ดิน ใช้ แทน. พวก แขก มหมีด เปน ผู้ ใช้, ดินปืน ใน การ รบ ก่อน คน ทั้งปวง. แต่ วิชา ที่ เกิด ขึ้น ใหม่ นี้ เปน วิชา ใหญ่ อัศจรรย์ กว่า นั้น มาก. คน ทั้ง ปวง เคย เข้าใจ กัน ว่า, ไฟ กับ ดินปืน อยู่ ใกล้ชิด กัน ไม่ ได้. แต่ วิชา ใหม่ นี้ ให้ อยู่ ใกล้ กัน ได้. ถ้า จะ เอา ไต้ จุด ไฟ ใส่ ใน ถัง ดินปืน ก็ ได้ ไม่ ไหม้. เขา ทำ ดังนี้ เขา เอา แก้ว ยัง ใช้ กัน ทุก วัน นี้ เผา ไฟ ให้ ละลาย ดู ขาว แล้ว, จุ่ม ลง ใน น้ำ เอี่ยน เอา ขึ้น มา ก็ อ่อน เหมือน ดินสอพอง, แล้ว ทำ ให้ เปน ผง เอา ลง ระคน ปน ด้วย ดินปืน. ถ้า ปราฐนา จะ ไม่ ให้ ดิน แตก แต่ ไฟ ไหม้ ดิน ได้ บ้าง เล็กน้อย ไม่ สู้ แรง, ก็ ให้ เอา แก้ว ที่ เปน ผง ๒ ส่วน ดินปืน ส่วน หนึ่ง, เอา ไฟ จด จะ ไหม้ แต่ ช้า ๆ เหมือน ดิน อ่อน อ่อน ที่ สุก ทีเดียว แล้ว ก็ ไม่ แตก ด้วย. ถ้า เอา ผง แก้ว ๓ ส่วน ดินปืน ส่วน ๑ ปน กัน, ดินปืน นั้น แทบ จะ ไม่ ไหม้ ได้. ไหม้ ได้ นิดหน่อย. เอา แก้ว ๔ ส่วน ดินปืน ส่วน ๑ ไม่ ไหม้ ได้ เหมือน หิน, ใช้ แต่ เท่า นี้ ก็ เปน เครื่อง ดับ ไฟ ได้ จึง ว่า วิชา นี้ เปน วิชา ใหญ่ เปน อัศจรรย์ นัก. ไม่ มี วิชา อื่น จะ เปรียบ เทียบ ได้.
๏ มี คำ ถาม ว่า ทำ ดัง นี้ ดิน ปืน จะ มิ เสีย, จะ ใช้ ได้ ฤๅ.
๏ คำ ตอบ ว่า ใช้ ได้ ไม่ เสีย เลย. นี้ แล ที่ ตรง นี้ เปน อัศจรรย. เมื่อ กำลัง ระคน ปน กัน อยู่ กับ ผง แก้ว นั้น ไฟ ไม่ ติด. ครั้น เอา ผง แก้ว, ออก แล้ว ก็ ใช้ ได้ เหมือน ดินปืน เปน ปรกฎิ. เมื่อ จะ เอา ดินปืน ใช้ ให้ เอา แร่ง ถัก ด้วย ลวด ทอง แดง เสอียด แต่ ภอ ให้ ผง ลอด ลง ได้, แต่ อย่า ให้ ดิน ปืน ลอด ไป ได้. ร่อน เอา ผง แก้ว ออก เสีย แล้ว ดิน ปืน นั้น ก็ ดี เหมือน แต่ ก่อน. เอา ไฟ จุด เข้า ก็ แตก ออก เรว. วิชา นี้ จะ มี คุณ มี ประโยชน มาก หลาย อย่าง. ถ้า จะ เอา ดิน ปืน ไว้ ที่ ไหน ๆ ก็ ไม่ ต้อง กลัว ไฟ ธรรมดา แล ไฟ ฟ้า. แก้ว ผง นั้น แก้ ชื้น ก็ ได้. ดี นัก ไม่ ต้อง กลัว ดิน ปืน จะ ชื้น ด้วย ไว ฟ้า ไว ฝน. ลาง ที่ ดิน ปืน เอา ไว้ ด้วย กัน มาก. ๆ แล คน ไป ทำ ให้ สะ เทือน ดิน ต่อ ดิน กะทบ กะทั่ง กัน เข้า, ก็ เปน เพลิง ลุก ไหม้ ก็ มี เกิด ไฟ ขึ้น เอง ดังนี้. ถ้า มี ผง แก้ว ปน อยู่ ด้วย แล้ว ไม่ เกิด ไฟ เอง เลย จะ ทำ ให้ สะ เทือน ยัง ไร ก็ ไม่ เกิด ไฟ ขึ้น ได้. ทุก วัน นี้ การ ที่ จะ รักษา ดิน ปืน ไว้, ต้อง ทำ ที่ ไว้ ให้ แน่น หนา มิ ให้ สะเทือน, แล้ว หุ้ม ด้วย ของ ที่ ไฟ จะ ไม่ ถูก ได้. แล ประตู ที่ จะ เข้า ไป, ที่ ห้อง ไว้ ดิน นั้น ก็ ต้อง ระวัง ระไว รักษา กวจ ขันธ นัก. ตั้ง แต่ นี้ ไป เมื่อ วิชา นี้ ปรากฏ ขึ้น แล้ว, ใช้ ได้ ทั่ว จะ ไม่ ต้อง ระ วัง รักษา เลย, จะ นอน อยู่ บน ถัง ดิน ปืน ก็ ได้, เหมือน กับ นอน อยู่ บน กระ สอบ น้ำ ตาล ทราย. คน ฟัง เพียง นี้ ก็ ยัง จะ สง ไสย อยู่ จะ ยัง หา เชื่อ ไม่. การ อัน นี้ ผู้ ใหญ่ ที่ เมือง อังกฤษ ได้ ทำ ลอง ดู แล้ว. เซน นี รัล ถี ฟรอย เปน ขุน นาง สำหรับ ดู ปืน ใหญ่ ที่ เมือง อัง กฤษ, ได้ จัด แจง ลอง ดู ดิน ปืน ที่ มี ผง แก้ว ระ คน ปน กัน, มิศ เตอ เคล ได้ จัด แจง ดิน ปืน มาก, ประ มาณ ได้ ๕ หมื่น เปาน์. มี คน ผู้ ใหญ่ ประชุม กัน คอย ดู มาก. ใน เมือง อัง กฤษ ที่ ตำ บล มา เด โล่, ที่ มี ป้อม ชื่อ เปด ป้อม ๑ คน ทั้งปวง คอย ดู อยู่ แต่ ห่าง ๆ ด้วย ยัง ไม่ วาง ใจ เดิม มิศเคลเอา. ไฟ ฟ้า จุด ดิน ปืน ๆ ก็ ไม่ แตก. แล้ว เรียก ให้ คน เข้า ไป ใน โรง ดิน ให้ ดู ใก้ล ๆ. คน ก็ เข้า ไป ดู ใก้ล ๆ มิศเตอเคล, เอา ไฟ จุด ถัง ที่ เติม ด้วย ดิน ปืน นั้น, ถัง ได้ ไหม้ ดิน ปืน ข้าง ใน ถัง ไม่ ติด ก็ เหมือน ยัง ดิน ท่ เหมือน กัน. เหตุ ฉะ นี้, จึง ควร จะ สรรเสริญ วิชา นี้ ว่า เปน ใหญ่ ยิ่ง, คง จะ มี คุณ ประ โยชน แก่ มนุษย์. ดุจ สัตว ราย ทั้ง ปวง ที่ มี ใจ อ่อน จะ กลับ เสีย ใหม่ ไม่ ทำ ร้าย อีก. แล สิง โต ทั้ง ปวง จะ นอน สบาย ด้วย ลูก แกะ ตาม คำ ผู้ ทำ นาย, ได้ ว่า ไว้ ใน พระ คัม ภีร์ ไบ เบิล์ นั้น. หนังสือ ข้าง บน นี้ คัด ออก จาก หนังสือ ราง กุง แตม, ที่ ได้ ลง พิมพ ณเดือน ๙ ขึ้น ๑๑ ค่ำ.
ปืน ไร เฟล
๏ ข่าว มา ว่า อังกฤษ ได้ คิด ทำ ปืน ไร เฟล ใหม่ ดี ขึ้น กว่า แต่ ก่อน, อังกฤษ ได้ ยิน ว่า ทัพ พวก ปรุศ เชีย ได้ การ ใหญ่ เพราะ ปืน ชื่อ นิ เดล คัน นั้น, เหน ว่า ถ้า จะ นิ่ง เฉย ไป จะ สู้ ปรุศ เชีย ไม่ ได้, จึ่ง ทำ ปืน ดี ยิ่ง กว่า นั้น อีก, ชื่อ ซันในเดอ เอนฟีล์ด์ ไรเฟล. ยิง ได้ นาที หนึ่ง ถึง ๑๕ นัด, ปืน นิเดลคัน ของ ปรุศ เชีย นั้น นาที เดียว ยิง ได้ แต่ ๘ นัด. อย่าง ทำ ใหม่ นี้ ไม่ ต้อง ประดัก ประเดิด ใส่ ชะนวน ทอง แดง เลย, ใส่ แต่ สตัน เข้า ไป ใน ก้น ปืน แล้ว ก็ หัน ควง มา บิด, เขม ถูก เข้า ก็ เปน ไฟ ได้, ปืน นั้น ก็ ลั่น ออก ไป ไม่ ต้อง ทำ อะไร ที่ ปาก กระบอก ปืน, เขา ลอง ปืน ไร เฟล ใหม่ นั้น, ที่ ป้อม หลวง อังกฤษ สำรับ ไว้ เครื่อง อาวุธ ที่ เมือง วูล วิก มี ขุน นาง เปน พะ นักงาน ดู หลาย คน. เขา วาง ปืน ลง แล้ว ยิง บ้าว ไกล ๑๓๙ วา, ใน นาที เดียว ถูก บ้าว ๓๐ หน, ใจ ดำ บ้าว ที่ หมาย นั้น โต ประมาณ ๒ นิ้ว, จึ่ง ว่า ไรเฟล ที่ ทำ ใหม่ นี้ ดี กว่า แต่ ก่อน เท่า หนึ่ง, แต่ ก่อน ยิง ได้ แต่ ๘ นัด, ครั้ง นี้ ยิง ได้ ถึง ๑๕ นัด, แต่ ก่อน ก็ หา สู้ แม่น ยำ ไม่, ครั้ง นี้ แม่น ยำ ที่ เดียว.
แอดแลนติก เตลิแกรฟ
๏ แอดแลนติก เตลิแกรฟ นั้น, ได้ วาง สาย ลง ใน มหา สมุท แล้ว, แต่ เดือน ๘ ที่ ๒ แรม ค่ำ หนึ่ง. เจ้า เมือง คานิดา มี หนังสือ มา ทาง สาย เตลิแกรฟ, ข้าม มหา สมุท มา ถึง เอิล ออฟ คารนาระวัล ที่ เมือง ลอนดอน. ใจ ความ ว่า ข้าพเจ้า จะ ให้ กวีน รู้ ว่า ทาง เตลิแกรฟ นั้น สำเรศ แล้ว, เปน ที่ จะ ให้ บัง เกิด ความ สุข แล กำลัง แก่ เมือง อังกฤษ มาก, กวีน วิกโต เรีย ได้ ตรัส คำ ตาม เตลิแกรฟ ถึง เปรศเดน ยอน ซัน เจ้า เมือง ยู ใน ติสเตศ. เปรศเดน ยอน ซัน ได้ ตอบ คำ กวีน. แล เจ้า เมือง ที่ เกาะ วันภูเวอ ที่ อยู่ ฝ่าย ตวัน ตก, ทวีป อเมริกา เหนือ, มี คำ พูด ถึง เจ้า เมือง ลอนดอน, มา ทาง เตลิแกรฟ บก, ใน แผ่น ดิน ทวีป อเมริกา, ตลอด มา ถึง ที่ เตลิแกรฟ แอดแลนติก รับ ข้าม มหา สมุทร ต่อ มา จน ถึง เกาะ อังกฤษ, คำนับ เปน ใจ ความ ว่า, เมือง วันภูเวอ อยู่ ห่าง เมือง ลอนดอน ๘ พัน ไมล์, ซอ อวยพร มา ถึง เมือง อังกฤษ เปน มารดา ของ เรา, ขอ ให้ มารดา เจริญ ๆ. เจ้า เมือง ลอนดอน จึ่ง ตอบ ใน วัน นั้น, ว่า เมือง อิง ลันด์ เปน มาร ดา ของ พวก เรา นั้น, ได้ อวย พร มา ถึง ลูก ชาย เล็ก ๆ ของ มารดา, คือ เมือง วันภูเวอ นั้น ให้ ลูก อยู่ เปน ศุข, ให้ เจริญ ความ ศุก แก่ ครอบ ครัว ของ เรา. ลอด แมเออ แห่ง ลอนดอน, แล ลอก แมเออ แห่ง นุ ยอก, พูด คำนับ กัน ตาม สาย เตลิแครฟ. ลอด แม เออ เมือง ลอนดอน ว่า ซอ ให้ การ ค้า ขาย ของ เมือง อังกฤษ, แล เมือง อเมริ กา เจริญ ขึ้น นัก, แล ซอ ให้ ความ ศุข แล ความ เจริญ ผูก มัด เมือง ทั้ง ๒ ฝ่าย ไว้ เปน เหมือน เมือง อัน เดียว กัน. ลอก แมเออ เมือง นุ ยอก จึ่ง มี คำ ตอบ ว่า, ปัญญา ของ มานุษย์ ที่ พระ เจ้า ได้ โปรด ประทาน, แล ให้ สำเรจ นั้น ได้ ผูก ทวีป ยู โรบ แล อะ เมริ กา นั้น สนิท กัน แล้ว. ซอ ให้ สาย เตลิ่ แครฟ นั้น เปน ที่ จะ ให้ เกิด ความ ศุข แก่ บันดา เมือง ทั้ง ปวง, แล ให้ บัง เกิด ความ สัตย ธรรม แก่ พล เมือง ทั่ว ไป ใน โลกย์. อนึ่ง สาย เตลิ แครฟ นั้น ดี่ ยิ่ง กว่า ที่ ทำ แต่ ครั้ง ก่อน, ใน ชั่ว ณา ที หนึ่ง ใช้ คำ อัง กฤษ ได้ ๖ คำ รว ซรว กว่า แต่ ก่อน โมง หนึ่ง ได้ ๓๖๐ คำ. การ นั้น คง จัก แจง ให้ ดี่ ขึ้น กว่า แต่ ก่อน, จะ ให้ มี เครื่อง ใช้ ให้ เรว ขึ้น อีก. ถ้า แล้ว ลง ก็ จะ เรว ยิ่ง กว่า นั้น ๓ เท่า, คือ โมง ละ ๑๘ คำ. ผู้ ฝาก ข่าว ไป จาก เมือง ลอน ดอน ไป ถึง เจ้า ของ จด หมาย เหตุ, ชื่อ นุ ยอก เซอ รัลด์, ได้ บอก ว่า, คำ ที่ เจ้า แผ่น ดิน ปรอศ เซีย ได้ ตรัส ราช การ แก่ คอ เวอ เมนต์ ปรอศ เซีย, ได้ ฝาก ไป ตาม ทาง เตลิ แครฟ ถึง เมือง นุ ยอก, เปน คำ ยาว ก็ ไป ถึง เมือง นุ ยอก ใน วัน นั้น, ต้อง เสีย ค่า ธรรม เนียม ปน เงิน ๕๐๐๐ เหรียน.
ว่าด้วย ฟ้า แล เจ้า ซอง
๏ วัน หนึ่ง ฟ้า เดิน อยู่ ตาม ถนน หลวง, แล้ว กระโดด วิ่ง ลง ถนน ที่ จะ ไป ถึง เหว. เจ้า ของ เหน ฟ้า วิ่ง ไป ดัง นั้น ก็ วิ่ง ไล่ ตาม ฟ้า ก็ เกือบ จะ ตก เหว อยู่ แล้ว. เจ้า ของ ฉวย หาง ฟ้า ได้ ทัน ก็ ฉุด หาง ฟ้า ไว้. ส่วน ฟ้า นั้น มี แรง มาก กว่า เจ้า ของ, ๆ นึก กลัว ว่า ตัว จะ พลอย ตก ลง ใน เหว ด้วย. เจ้า ของ จึ่ง ว่า เอง จะ เปน นาย ได้ ก็ เปน เถิด, ว่า แล้ว ก็ ปล่อย หาง ฟ้า เสีย. ฟ้า ก็ ตก เหว ตาย. ๏ คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า การ ที่ ถือ ตัว ใจ กระด้าง นั้น, คง จะ นำ ไป ถึง แก่ ความ ตาย.
พงษาวดาร อังกฤษ ต่อไป
๏ จำ จะ ตริ การ ตัด รอน เสีย ให้ อ่อน กำลัง. จึ่ง ตรัส สั่ง จะ ให้ ไป รับ อิลิซเอเบ็ต มา เปน มเหษี, หวัง จะ ตัด ความ คิด พวก แลนแกดซเตอ กับ พวก ยอด เสีย มิ ให้ คิด การ สืบ ไป ได้. ฝ่าย ขุนนาง ที่ คิด จะ เข้า กับ เฮนเร เอิล ออฝ ริชมัน, ก็ ให้ คน ไป แจ้ง ความ แก่ เฮนเร เอิล ออบ ริชมัน, ให้ รีบ ยก มา. อย่า ให้ ริดเจิ้น สม ความ คิด ได้. เฮนเร เอิล ออบ ริชมัน จัด ทหาร ได้ สาม พัน คน, รีบ ยก มา ถึง ประเทศ อังกฤษ, มี ผู้ มา เข้า เปน พรรค พวก มาก ด้วย กัน. ริดเจิ้น ทราบ ดังนั้น ยก ทหาร ไป จะ รบ ด้วย เฮนเร เอิล ออบ ริชมัน, ภอ เข้า ไป จะ รบ ทหาร ก็ ทิ้ง เสีย, ไป เข้า เปน ทหาร เฮนเร เอิล ออบ ริชมัน เสีย มาก คน. ริดเจิ้น เหน ดังนั้น กริ้ว นัก, ตรง ออก ไป จะ ฟัน เฮนเร เอิล ออฝ ริชมัน. ทหาร เอิล ออฝ ริชมัน ก็ เข้า กลุ้ม รุม ทุบ ตี ริดเจิ้น, ๆ ก็ สิ้น พระชนมชีพ อยู่ ที่ นั่น. ทหาร ทั้งปวง เหน ริดเจิ้น สิ้น ชีพ แล้ว ก็ ยินดี พา กัน โห่ ร้อง ขึ้น ว่า, ขอ ให้ เฮนเร มี พระชนมายุ ดำรง อยู่ สิ้น กาล นาน. การ รบ นั้น ก็ สงบ อยู่ มิ ได้ รบ กัน สืบ ไป. เซอ วิเลี่ยม ซะ แตน เหละ บิดา เลี้ยง ของ เฮนเร, ถอด เอา มงกุฎ สำหรับ เจ้า แผ่นดิน จาก พระเสียน ริดเจิ้น มา สวม ลง ใน พระเสียน เฮนเร. พระ ศพ ริดเจิ้น นั้น ไม่ มี ใคร นับ ถือ, ยก พาด บน หลัง ม้า แล้ว เอา ไป ฝั่ง เสีย เหมือน ศพ คน โทษ. พระชนม์ ๓๕ พรรษา, อยู่ ใน ราช สมบัติ ๒ ปี.
๏ เมื่อ เฮนเร เอิล ออบ ริชมัน ได้ ราช สมบัติ, พระชน มายุ ได้ ๓๐ พรรษา, แต่ ยัง มิ ได้ รับ นาง อิลิซเอเบ็ต มา เปน พระ มเหษี ตาม ซึ่ง ได้ สัญญา ไว้. ด้วย เคือง พวก ยอด อยู่ แต่ ครั้ง ก่อน ๆ มา. อนึ่ง จะ รับ มา ก่อน การ ราชาภิเศก ก็ เกรง เกลือก คน ทั้งปวง จะ คระหา ว่า, เพราะ นาง อิลิซเอเบ็ต พระองค์ จึ่ง ได้ เปน เจ้า แผ่นดิน. ทรง ดำริห์ ฉนี้ แล้ว, สั่ง ให้ แต่ง การ ราชาภิเศก ครั้น ราชาภิเศก เสร็จ แล้ว, จึ่ง ได้ รับ นาง อิลิซเอเบ็ต มา เปน พระ มเหษี, แต่ มิ ได้ โปรด ปราน ให้ มี อำนาถ มาก นัก. พวก ยอด จึ่ง ขุ่น เคือง คิด ขบถ รบ กวน อยู่ บ่อย ๆ. อยู่ มา พวก ยอด คิด กล อุบาย, แต่ง ชาย หนุ่ม คน หนึ่ง รูป ร่าง หมด จด, ชื่อ แลมเบิต ซิมเนล, ให้ ปลอม เปน เอิล วอวิก ซึ่ง เปน เจ้า ฝ่าย กระกูล พวก ยอด ที่ เฮนเร ให้ จำ ขัง ไว้ นั้น, ไป ประเทศ ไอยะ แลนด์, หวัง จะ ให้ ชาว ไอยะแลนด์ นับ ถือ. แลมเบิดซิมเนล ปลอม เปน เจ้าไป เที่ยว เล่า ใน ประเทศ ไอยะแลนด์ ว่า, ตัว เปน เอิลวอวิก. ชาว ไอยะแลนด์ สำคัญ ว่า จริง ก็นับถือ ยก ย่อง ว่า เปน กระษัตร, กฤติศัพท์นั้น เล่า ฦๅ มา ถึง กรุง ลอนดอน. เฮน เร เจ้าแผ่นดิน อังกฤษ ทราบดัง นั้น, ก็ให้ เอา เอิลวอวิก ออก กระเวน ไป รอบ กรุง ลอนดอน. ชาว กรุง ลอนดอน ทั้งปวง ได้ เหน ดัง นั้น ก็ ทราบ แน่ ว่า, ข่าว ที่ เล่า ฦๅ นั้น มิใช่ เอิลวอวิก จริง, เปน คน ปลอม. แต่ ชาว ประเทศ ไอยะแลนด์นั้น ยัง สำ คัญ ว่า จริง, ก็ เข้า เปน พรรค พวก ของ แลมเบิดซิมเนล, ๆ ได้ พล รบ แปดพัน คน, ก็ ยก มา ประเทศ อังกฤษ. ใน กฤษ ศักราช ๑๔๘๗ ปี, เฮนเร เจ้า แผ่นดิน ยก ไป ต่อ รบ, ทับ แลมเบิดซิมเนล พ่าย ไป, จับ แลมเบิดซิมเนล กับ บาทหลวง ผู้ เปน ครู ได้, ให้ จำ บาทหลวง ไว้. แต่ แลมเบิกซิมเนล นั้น ให้ เปน คน สำรับ ล้าง ครัว ไฟ ของ ท่าน.
๏ ใน คฤศตศักราช ๑๔๙๓ ปี. พวก ยอก จัด ชาย หนุ่ม อีก คน หนึ่ง, ชื่อ เปอกินวอเบ็ก รูป พรรณ สะสวย คล้าย เจ้า ที่ ริตเจิ้น ให้ ประหาร เสีย ลับๆ ใน ทิม ขัง นั้น, ให้ ปลอม เปนเจ้า ไป แจ้ง ความ แก่ คน ทั้งปวง ว่า, ตัว เปน เจ้า พวก ยอก ที่ ริตเจิ้น สั่ง เปน ความ ลับ ให้ ประหาร ชีวิตร เสีย ใน ทิม ขัง นั้น. ผู้ รับ สั่ง เอนดู ปล่อย เสีย มิ ได้ ทำ ตาม สั่ง, ก็ ซุ่ม ซ่อน รักษา ชีวิตร รอด มา ถึง เพียง นี้. คน ทั้งปวง เหน รูป ทรง งด งาม ก็ เหน จริง ด้วย นับ ถือ. เปอกินวอเบ็ก ไป ประเทศ เบอเก็นดี่, เจ้า แผ่นดิน เบอเก็นดี่ นั้น เปน ผู้ หญิง, เปน อา ของ เจ้า ที่ ต้อง ประ หาร ชีวิตร เสีย ใน ทิม ขัง นั้น ด้วย. เปอ กินวอเบ๊า เข้า ไป เฝ้า เจ้า แผ่นดิน นั้น, ทูล ความ ให้ ทรง ทราบ ว่า เปน พระ ราชนัดา, ขอ ให้ ทรง พระ กรุณา ช่วย อุด หนุน เปน กำลัง. เจ้า ประเทศ นั้น เดิม ทำ เปน ไม่ เชื่อ, แล้ว รับ ว่า เปน นัดา จริง. ข่าว นี้ ฦๅมา ถึง ประเทศ อังกฤษ, ชาว ประเทศ อังกฤษ มาก ด้วย กัน ได้ ไป ดู เจ้า ปลอม. เฮนเร เจ้าแผ่นดิน ทราบ ดัง นั้น, ให้ หา คน ทั้งสอง ที่ ประหาร เจ้า สอง องค์ เสีย นั้น, มา ซัก ถาม ได้ ความ จริง ว่า เจ้า สอง องค์ นั้น สิ้น ชีพ แน่ แล้ว. จึง ให้ ประกาศ ความ เรื่อง นั้น, คน ทั้งปวง หา ใคร่ จะ เชื่อ ไม่, หลง เชื่อ ว่า เจ้า องค์ นั้น ยัง อยู่ จริง. เฮนเร จึง ให้ คน สอดแนม สอง คน ไป สอดแนม ดู ใน ประเทศ เบอเก็นดี่, ให้ ทำ ที่ เหมือน จะ เข้า เปน พรรคพวก ด้วย. แล้ว ให้ ดู ขุนนาง อังกฤษ ใคร จะ เข้า เปน พวกพ้อง บ้าง ให้ จด ชื่อ ไว้. ก็ ได้ ตัว ขุนนาง ที่ เอา ใจ ออก หาก มาก คน. ให้ จับ ขุนนาง เหล่า นั้น ประหาร ชีวิตร เสีย ใน วัน เดียว กัน. เพราะ ฉะนั้น จึ่ง ไม่มี ใคร เข้า กับ เปอกินวอเบ็ก, ๆ จึ่ง ไป ประเทศ สกอตแลนด์, ทูล ความ นั้น แก่ เจ้าแผ่นดิน สกอตแลนด์ ๆ ก็ ทรง เชื่อ, จึ่ง ประทาน บุตรี ของ ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ให้ เปน ภรรยา แก่ เปอกินวอเบ็ก, แล้ว รับ ว่า จะ ช่วย เปน กำลัง. เจ้า แผ่นดิน สะกอตแลนด์ ก็ ตระเตรียม กอง ทัพ จะ ยก ไป ตี ประเทศ อังกฤษ. ฝ่าย เฮนเร ทรง ทราบ ก็ ส่ง ราชทูต ไป ทำ ไมตรี กับ เจ้า แผ่นดิน สาอดะแลนด์, ตัก ศึก เสีย มิ ให้ ยก มา. เหตุ ฉะนี้ เปอกินวอเบ็ก ก็ ลา เจ้าแผ่นดิน สกอตแลนด์ ไป ประเทศ ไอยะ เลนด์, พัก อยู่ ที่ นั่น หน่อย หนึ่ง ก็ ยก พล ข้าม ไป ประเทศ อังกฤษ. เฮนเร ก็ แต่ง กอง ทัพ ออก ไป ต่อ สู้, เปอกินวอเบ็ก เหน จะ ต้าน ทาน มิ ได้. ก็ ละ ทหาร เสีย หนี ไป อยู่ ที่ วัด. เฮนเร ให้ คน ไป บอก ให้ ออก มา เฝ้า โดย ดี, จึ่ง จะ ไม่ ประหาร ชีวิตร. เปอกินวอเบ็ก ก็ มา เฝ้า. เฮนเร ให้ จับ จำ ขัง ไว้. อยู่ มา ไม่ นาน เปอกินวอ เบ็ก กับ เอิลวอวิก ที่ ติด อยู่ ขิม เดียว กัน คิด จะ หนี. เฮนเร ทราบ กริ้ว นัก, ให้ เอา ตัว เปอกินวอเบ็ก ไป เอา เชือก ผูก รัด ฅอ เสีย ให้ ตาย. แต่ เอิลวอวิก นั้น ให้ ตัด ศีศะ เสีย. ใน คฤศ ศักราช ๑๕๐๐ เฮนเร ส่ง พระราช ธิดา องค์ ใหญ่ ไป เปน พระ มเหษี เจ้า แผ่นดิน สกอตแลนด์. ใน คฤศตศักราช ๑๕๐๑ เฮน เร ขอ พระราชธิดา เจ้า แผ่นดิน สะเปน มา ให้ แก่ ปรินซ์ ออกเวลซ์ พระราชบุตร องค์ ใหญ่ ของ พระองค์. อยู่ มา สัก ปี หนึ่ง ปรินซ์ ออกเวลซ์ ถึง แก่ ความ พิลาไลย, เฮนเร จึ่ง ยก เจ้า หญิง นั้น ให้ แก่ พระราชบุตร ที่ สอง รอง ลง มา, มิ ให้ เจ้า หญิง นั้น กลับ ไป.
๏ ใน คฤศตศักราช ๑๕๐๙ เฮนเร ก็ สวรรคต พระชนม์ ๕๔ พรรษา, อยู่ใน ราชสมบัติ ๒๔ ปี. มี พระราชบุตร สอง องค์, พระราชธิดา สอง องค์. พระราชบุตร ที่ สอง พระชนม์ ๑๙ พรรษา ได้ ราชา ภิเษก เปน เจ้า แผ่นดิน สืบ มา, พระนาม ว่า เฮนเร ที่ แปด, ประชา ชน ชาว พระ นคร นั้น มี ความ ยินดี นัก เพราะ เฮนเร เจ้า แผ่นดิน องค์ นี้ เข้า อยู่ ทั้ง สอง ฝ่าย. พระราช บิดา นั้น เปน ฝ่าย แลนแกดซเตอ. พระราช มารดา นั้น เปน ฝ่าย ยอก. พระองค์ เปน เจ้า ทั้ง สอง ฝ่าย ดัง นี้, ชาว พระนคร จึ่ง ยินตื่น พร้อม เพรียง กัน. เฮนเร เจ้า แผ่นดิน นั้น เอา ทรัพย์ ที่ พระราช บิดา ส่ำ สม ไว้ นั้น ไป เสีย ด้วย การ เล่น ต่าง ๆ เปน อัน มาก. มี บาดหลวง คน หนึ่ง ชื่อ คาทะแนลวุลเซะ, เฮนเร โปรด ปราน มาก. เปน ที่ เชื่อ ฟัง แต่ ทว่า บาดหลวง นั้น มิ ได้ ว่า กล่าว ตัก เตือน ตาม สม ควร, เฮนเร ทรง เล่น อะไร บาด หลวง ก็ ตาม เสด็จ, ไม่ ขัด ขวาง ให้ เคือง อัชฌาไสย.
๏ ใน คฤศตศักราช ๑๕๑๓ ปี, เจ้า แผ่นดิน สะเปน พระราช บิดา พระมเหษี ของ เฮนเร, ชวน ให้ เฮนเร ไป ตี ประเทศ ฝรั่งเสศ. เฮนเร ก็ ยก ไป ตี ได้ หัว เมือง ฝรั่งเสศ สอง สาม เมือง. เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ กับ เฮนเร ก็ ทำ ไมตรี ต่อ กัน, แล้ว เจ้า แผ่น ดิน ฝรั่งเสศ สัญญา ว่า, จะ รับ พระน้อง นาง ของ เฮนเร ไป เปน มเหษี. เฮนเร ก็ เสดจ กลับ มา กรุง ลอนดอน, จัก แจง ทรัพย์ สิ่ง ของ ให้ สม ควร แก่ ยศ ศักดิ์, แล้ว ส่ง พระ น้อง นาง เธอ ไป เปน พระ มเหษี ของ พระเจ้า ฝรั่งเสศ, ด้วย ยศ ศักดิ์ บริวาร เปน อัน มาก, ตาม ซึ่ง ได้ สัญญา ไว้ นั้น. อยู่ มา ไม่ นาน พระเจ้า ฝรั่งเสศ ก็ สิ้น พระชนม์ ชีพ ล่วง ไป. พระนาง เจ้า ก็ กลับ มา กรุง ลอนดอน. แต่ นั้น มา ไม่ ช้า เจ้า แผ่นดิน สะ เปน ก็ ทิวงคต ล่วง ไป, พระราชนัดา ได้ ราช สมบัติ สืบ มา, ได้ เปน เอบเปรอเยอมนี่ ด้วย, พระนาม ว่า ชาลิชที่ ๕. เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ พระนม ว่า, แฟรนซิด ที่ ๑. เจ้า แผ่นดิน ทั้ง สาม พระ นคร นี้ พระชนมายุ คราว ๆ กัน, คิด อิจฉา กัน แล กัน อยู่ เนือง ๆ.
๏ ใน คฤศตศักราช ๑๕๒๐. เฮนเร เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ กับ แฟรนซิด เจ้า แผ่นดิน ฝรั่ง เสศ, นัด ประชุม ทำ ไมตรี กัน ที่ เมือง แคลิซ เปน เมือง ขึ้น ของ อังกฤษ. เจ้า แผ่นดิน ทั้ง สอง ฝ่าย ก็ พา ข้าว แล ขุนนาง แล โยธาทหาร มาก กว่า มาก นัก, เสดจ มา ประชุม พร้อม ที่ เมือง แคลิซ, ทำ สัญญา ไมตรี แล้ว เสดจ แรม อยู่ ที่ นั้น ๑๕ วัน ก็ เสดจ กลับ พระ นคร. ฝ่าย เจ้า แผ่นดิน เอบเปรอเยอมนี่ ทราบ ดัง นั้น, ก็ เสดจ มา เยี่ยม เยียน เฮน เร ยัง กรุง ลอนดอน. ใน คฤศตศักราช ๑๕๒๑ เฮนเร แต่ง หนังสือ ฉะบับ หนึ่ง, เปน หนังสือ ติเตียน มาตินลูเตอ, ซึ่ง เปน ผู้ ใหญ่ ใน พวก โปรเต็ดซะตัน ใน เมือง เยอมนี่. มาตินลูเตอ คน นี้ ไม่ ชอบ กะ พวก บาดหลวง. ติ เตียน บาดหลวง, เหน ว่า พวก บาดหลวง เหล่า นั้น หลง ผิด ไป เสีย มาก แล้ว, จึ่ง แต่ง หนังสือ แจก, แล สั่ง สอน ให้ คน ทั้ง ปวง กลับ ใจ เสีย ใหม่, ประพฤดิ์ ให้ ถูก ต้อง ตาม คำ สั่ง สอน ของ พระเจ้า. ครั้น แต่ง แล้ว เสรจ์, เฮนเร ก็ ส่ง หนังสือ นั้น ไป ถวาย โพบ บาดหลวง ใหญ่ ใน เมือง โรม ฉะบับ หนึ่ง.
ข่าว เมือง พะ ม่า
๏ มี หนังสือ มา แต่ เมือง มัณดา เล เมือง หลวง พะ ม่า แต่ ณเดือน ๙ อุตราสาท แรม ๔ ค่ำ, ว่า ด้วย เหตุ ที่ ให้ เกิด ขบถ ฆ่า ฟัน กัน ครั้งนั้น. มี ผู้ใหญ่ ที่ เปน สำคัญ จะ ไว้ ใจ ได้ กล่าว ตอบ ว่า ประมาณ ได้ ๖ เดือนแล้ว, ว่า มี รับสั่ง เจ้า อังวะ ให้ ทำ บาญชี สำ มะโน ครัว, ว่า เจ้า นาย องค์ ใหญ่ องค์ น้อย ทั้งปวง นั้น จะ มี เลก สัก เท่าไร. เจ้า นาย ทั้งปวง จึ่ง มี ความ ฤศยา กัน กลัว ว่า องค์ นั้น องค์ นี้ จะ ได้ เปน ใหญ่. เจ้า ชื้อ มิง คูน เมง ธา เปน ราชบุตร ที่ ๓ อายุ ได้ ๒๓ ปี, ปราฐ นา จะ เปน ใหญ่ กว่า เจ้า ทั้งปวง, จึ่ง ชัก ชวน เกลี้ย กล่อม ไพร่ พล เมือง, ให้ เข้า มา เปน พรวค พวก มี กำลัง ขึ้น. มี ขุน นาง ผู้ใหญ่ คน หนึ่ง ชื่อ ว่า เลาง ชี เมง งี่, เปน อนุชา พระ มหา อุปราช นึก ว่า เมง คูน มิง ธา จะ คิด ขบถ, จึ่ง บอก ความ แก่ ไอ สิ เมง ผู้ เปน ที่ พระ มหา อุปราช, เปน พระ อนุชา ธิราช กรุง อังวะ. พระ มหา อุปราช ไม่ เชื่อ กลับ หัวเราะ แล้ว ว่า, ไม่ ภอ ที่ จะ กลัว เลย. เมง คูน มิง ธา เปน เด็ก จะ คิด ทำ การ ใหญ่ อย่าง นั้น เหน ไม่ ได้. พระ มหา อุปราช ไม่ ได้ ทูล พระเจ้า อังวะ ละ เลย ไป เสีย. ฝ่าย มิง คูน เมง ธา ก็ มี กำลัง ขึ้น มี ผู้ คน มาก.
๏ ครั้น ถึง วัน ที่ จะ สมโภช พระ ราช บุตรี องค์ ใหญ่ วัน นั้น มี ละคอน ใน พระ ราช วัง, อัน สร้าง ไว้ ภาย นอก พระ นคร เปน เวลา กลาง คืน. เมง คูน เมง ธา รู้ ว่า มหา อุปราช จะ มา อยู่ ที่ นั้น ด้วย, จึ่ง ส้อง สุม ผู้ คน ตระ เตรียม ไว้ เพื่อ จะ ทำ การ ขบถ. แต่ มหา อุปราช หา ได้ มา ไม่, การ นั้น ก็ ไม่ สม คเณ ก็ เลิก ไป.
๏ ฝ่าย เลาง ชี เมง งี่ เปน กรม ใหญ่ ก็ รู้ เหตุ ว่า, มิง คูน เมง ธา เตรียม การ ไว้ ใน วัน นั้น แต่ หา สม คิด ไม่, จึ่ง ทูล มหา อุปราช, ๆ ก็ เชื่อ แล้ว มหา อุปราช ทูล แก่ พระเจ้า อังวะ ๆ ไม่ ใคร่ จะ เชื่อ มหา อุปราช, ทูล อีก หลาย ครั้ง พระเจ้า อังวะ ก็ เชื่อ. จึ่ง มี รับ สั่ง ว่า แต่ บันดา พระ ราชบุตร์ ทุก ๆ องค์ ให้ มี คน ติด ตาม แต่ ๖ คน. แล้ว ห้าม มิ ให้ ถือ เครื่อง สาตราวุธ เปน อัน ขาด. หนึ่ง ห้าม มิ ให้ พูด จา กัน กับ คน ที่ ฤา กัน ว่า, ได้ เข้า กับ มิง คูน เมง ธา. เพราะ เหตุ นี้ มิง คูน เมง ธา ราชบุตร์ แล ทง เช ผู้ น้อง เหน ว่า การ ทราบ ถึง เจ้า อังวะ แล้ว, ก็ ควร ที่ จะ ลง มือ ทำ จะ ช้า ไป ไม่ ได้. ใน เวล า สอง วัน ๓ วัน ราช บุตร ใช้ ชิง วุล ผู้ เปน ลุง, ลอบ เอา เพลิง จุด บ้าน ของ คน ๆ หนึ่ง ที่ อยู่ ใน พวก ขบถ เข้า, แล บ้าน นั้น อยู่ ริม พระ ราชวัง ภาย นอก พระ นคร. ทำ อุบาย ปราถนา จะ ให้ คน ใน วัง ตกใจ, เปิด ประ ตู ออก แล้ว, คน นอกวัง ที่ เปน พวก ของ ตัว จะ วิ่ง เข้า มา ช่วย ดับ ไฟ. ครั้น เพลิง ติด ขึ้น แล้ว ราชบุตร ทั้ง ๒ กับ ไพร พล, ถือ กระ บี่ ครบ มือ เข้า ไป ใน ประ ตู พระ ราช วัง ด้าน ใต้ ถึง ที่ มหาอุปราช อยู่, กำ ลัง ออก ขุน นาง มี ขุนนาง ผู้ใหญ่ เฝ้า อยู่ ๓ คน, มหาอุปราช เหน คน เข้า มา มาก ก็ ตก พระไทย กลัว ลุก ขึ้น จะ หนี ไป. เมงคูน ราช บุตร องค์ ใหญ่ ฟัน ด้วย กระ บี่ ถูก พระ เพลา มหา อุปราช ล้ม ลง. แล้ว ก็ ฟัน ซ้ำ อีก ที หนึ่ง. มหา อุปราช ร้อง ว่า เรา อยู่ ใน มือ ของ เจ้า แล้ว จะ ตาย เสีย ครั้ง นี้. แต่ เจ้า อย่า ทำ อัน ตราย แก่ น้อง เรา เลย, เมงคูน ก็ ฟัน ลง ชื่อ เลาง ซี่ เมงงี่, ผู้ เปน อนุชา พระ มหา อุปราช ล้มลง ตาย กับ ที่. ขุน นาง ชื่อ ปกันวุนยี่ หนี ขึ้น รั้ว เข้า ไป ใน พระ ราช วัง ชั้น ที่ สอง. มี คน อื่น ถูก อา วุธ ตาย บ้าง. การ เพียง นี้ ก็ แล้ว ใน ๓ นา ฑี. พวก ขบท ทำลาย ประ ตู เข้า ไป ใน พระ ราช วัง ที่ ๒ แล้ว, ก็ เข้า ไป ใน พระ ราช วัง ชั้น ที่ ๓ จับ ทหาร ที่ เฝ้า ประตู เก็บ เอา เครื่อง สาตรา อาวุธ เสีย หมด. ราช บุตร์ ทั้ง ๒ องค์ ก็ เข้าไป, ใน พระ ราช วัง ชั้น ที่ ๓ ถึง ที่ พระ เจ้าอังวะ อยู่, ราช บุตร องค์ ที่ ๒ เข้าไป ก่อน เข้าไป เฝ้า เจ้า อังวะ แล้ว กราบ ทูล ว่า โอั พระ บิดา, บัด นี้ มี พวก ขบถ เข้า มา ใน พระ ราช วัง แล้ว, เชิญ พระ องค์ มา นี่, มี ขุน นาง คน หนึ่ง ชื่อ ทุงดวยโบ เฝ้า อยู่ ที่ นั่น. ทุงดวยโบ จึ่ง ว่า แก่ ราช บุตร ว่า, เจ้า เปน ตัว ศัตรู เอง. แล้ว ลุก ขึ้น ถอด กระบี่ จะ ฟัน ราช บุตร เสีย. พระ เจ้า อัง วะ ตรัส ขอ โทษ ว่า อย่า ฟัน เลย, เรา ขอ งด ไว้ กอน. ขณะ นั้น ภอ เมงคูน ราช บุตร ผู้ พี่ เข้า มา ทัน, พร้อมด้วย ไพร่ พล เปน อัน มาก, ก็ ฟัน ทุงดวยโบ ขุน นาง ล้ม ลง. มี ขุน นาง อีก คน หนึ่ง ชื่อ กิง วุน, เหน เมง งน จะ ฟัน พระ เจ้า อังวะ ก็ เข้า จับ มือ เมงคูน ไว้. ไพร พล ที่ เข้า มา ด้วย เมงคูน ก็ ฟัน ซิง วุน ขุน นาง ตาย. ใน ขณะ นั้น ก็ เกิด วุ่น วาย นัก หนา. พระ เจ้า อัง วะ ตก พระ ไทย กลัว หนี ไป ได้. ราช บุตร ทั้ง ๒ องค์ นั้น ตี ลง มา ถึง ด้าน เหนือ พระ ราช วัง แล้ว ออก มา ชั้น นอก. เยนังยง ขุน นาง ฝ่าย ทหาร, จึ่ง สั่ง ให้ ทหาร ที่ รัก ษา ประตู ประจุ ปืน ให้ พร้อม. คน เล่า นั้น ก็ ประ จุ ปืน ไว้ พร้อม กัน. เมงคูน ราช บุตร ผู้ พี่ นั้น วิ่ง เข้า ไป โดย เรว แล้ว ร้อง ว่า, ให้ ทหาร ที่ ประจุ ขึ้น ไว้ นั้น วาง ปืน เสีย ทหาร เล่า นั้น ก็ ชวน กัน วาง ปืน เสีย สิ้น. ราช บุตร ทั้ง ๒ องค์ นั้น ก็ ออก มา จาก พระ ราช วัง. โดย ประตู ที่ เข้า ไป, แล้ว ราช บุตร ทั้ง ๒ องค์ กับ รีพล, ก็ วิ่ง เข้า ไป ที่ ประตู เมือง ด้าน เหนือ ประตู เข้า ก็ ปิด เสีย, แต่ เมื่อ พระ เจ้า อัง วะ หนี เข้า ไป ได้ ใน เมือง แล้ว.
๏ แต่ เดิม นั้น เมงคุน ราช บุตร, ได้ สั่ง ไว้ แก่ ขุน นาง คน หนึ่ง ว่า ให้ คอย ระวัง, พระ เจ้า อังวะ ไว้ อย่า ให้ หนี ไป ได้. ขุน นาง คน นั้น มี กระบี่ สั้น เหน็บ ซ่อน อยู่ ที่ ผ้า ขาด พุง, คน นั้น ยก พระ เจ้า อังวะ ออก จาก พระ ราช วัง ใหม่, ที่ นอก เมือง นั้น, พา หนี มา ภอ พบ ม้า เข้า ตัว หนึ่ง, ก็ ให้ เจ้า อังวะ ทรง ม้า มา, แล้ว นำ เสดจ์ เข้า ไป ใน เมือง แล้ว. ก็ ปิด ประตู เมือง เสีย. ประเดี๋ยว หนึ่ง, ภอ เข้า เมงคุน มา ถึง ประตู เมือง, ชั้น นอก เข้า เบิก ประตู ไม่ ได้ จึง เอา ปืน ใหญ่ ยิง เพื่อ จะ ทำ ลาย เสีย. ฝ่าย ทหาร พระ มหา อุปราช, พระ เจ้า อา ที่ สิ้น พระ ชนม์ แล้ว นั้น, ก็ มา พร้อม กัน เข้า ไล่ รบ เมงคุน, กับ พรรค พวก หนี ออก จาก เมือง ไป คืน วัน นั้น. ใน กรุง อังวะ คืน นั้น ตื่น ตก ใจ กัน น่า พิฦกษ พึง กลัว. ราษฎร แตก กัน เปน ๒ ฝ่าย ที่ เข้า เปน พวก ขบถ ก็ มี, ที่ เข้า ด้วย เจ้า อังวะ ช่วย รบ พุ่ง พวก ขบถ ก็ มี. ครั้ง นั้น ชาว เมือง ตื่น ตก ใจ ไป ทั้ง นั้น. ตั้ง เปน พวก ๆ กัน อยู่ เวลา ประมาณ ๘ ทุ่ม, เมงคุน เมงธาราช บุตร เห็น เหลือ กำ ลัง ก็ หนี ไป แต่ องค์ เดี่ยว, พวก พ้อง ก็ หา รู้ ไม่, ลง กำ ปั่น ไฟ. ลำ หนึ่ง ที่ ซึ่ง ไว้ กลับ ไป วัง ของ ตัว, ด้วย ปราฐ นา จะ ไป ตระ เตรียม ริ้ พล ของ ตัว แล้ว, จะ ได้ ยก กลับ มา ทำ การ สืบ ไป, ทหาร ที่ ทิ้ง ไว้ ที่ กรุง อังวะ นั้น, ก็ มอบ ไว้ แก่ ซึ่งวุน ขุน นาง ผู้ เปน ลุง ให้ ตั้ง ทัพ อยู่ แทบ เมือง อังวะ.
ข่าว เมือง พม่า ต่อ ไป อีก
๏ จดหมาย เหตุ ราง กุ้ง แต่ม ออก เดือน ๙ ขึ้น ๑๔ ค่ำ มี ข่าว มา แต่ เมือง อังวะ ทาง เตลิ แครฟ, ถึง ราง กุ้ง ว่า พระ เจ้า อังวะ ยัง กำ ลัง ตาม หา ตัว ราชบุตร, ที่ คิด ขบถ ทั้ง ๒ องค์ ที่ ได้ ลง เรือ กล ไฟ หนี ไป นั้น. ยัง หา ได้ ตัว ไม่. ที่ เมือง มัน ดา เล นั้น เดี๋ยว นี้ ก็ เปน ปรกฎี อยู่. เจ้า อังวะ รับ สั่ง ให้ ไป เก็บ ส่วย แล อากร ตาม เดิม. ทัพ หลวง พระ เจ้า อังวะ ยก มา ตั้ง ตำบล ทราเลน. ข่าว มา ทาง เตลิแครฟ มี แต่ เท่า นี้, เอดีตอร์ ราง กุ้ง แตม จึง กล่าว ว่า, ข่าว ที่ ว่า มา ทาง เตลิแครฟ ครั้ง นี้ ดี, จะ ให้ เกิด ชื่นใจ สบาย ไม่ ควร ที่ จะ สงไสย เลย. ไม่ ช้า วัน เข้า ทั้ง ๒ องค์ ที่ คิด ขบถ นั้น จะ ต้อง จับ, แล จะ เปน โทษ ตาม กด หมาย พระเจ้า แล กด หมาย มนุษย์. ถ้า เจ้า ทั้ง ๒ เข้า มา ใน แดน อัง กฤษ ๆ ก็ คง จะ จับ จะ พ้น ไม่ ได้. ด้วย พวก เรา ถือ ว่า ราช บุตร ทั้ง ๒ นั้น เปน โทษ เพราะ แกล้ง ฆ่า ผู้ คน ตาย, หมาย ว่า จะ หนี พ้น ความ สัตย. ถ้า เปน ขบถ ได้ สู้ รบ กัน ทั้ง ๒ ฝ่าย ตาม ธรรม เนียม การ รบ แม้น แพ้ ลง มา พึ่ง อาไศรย เขตร แดน เรา, คอ เวอเมนต์ ของ เรา จำ เปน รักษา ไว้, ตาม กด หมาย เมือง ต่อ เมือง. แต่ ราช บุตร ทั้ง ๒ นั้น เปน คน แกล้ง ฆ่า ผู้ คน ตาย ถ้า เรา จับ ได้ จะ รักษา ไว้ กว่า พระเจ้า อังวะ จะ เวียก. พวก เรา ปราฐ นา อย่า ให้ เหตุ นี้ เข้า มา ใน แดน ของ เรา เลย. เรา อยาก จะ ให้ ทัพ หลวง เจ้า อังวะ, ไป ตาม จับ เอา ที่ ใน เขตร แดน ของ พระ เจ้า อังวะ เอง, ก็ เหน คง จะ ได้ ตัว เรว. เหตุ ที่ เกิด เหล่า นี้ ควร ที่ จะ ให้ เจ้า อังวะ มี พระ ไทย, เปน ราช ไม ตรี อาไศรย แก่ คอ เวอเมนต์ ของ เรา, ยอม ให้ มี อังกฤษ เปน ที่ ขุน นาง ใน เมือง หลวง คน หนึ่ง, ต้อง มี ผู้ ช่วย ขุน นาง อังกฤษ นั้น คน หนึ่ง ตั้ง ไว้ เปน ผู้ ปฤกษา ราช การ, คอเวอเมนต์ พม่า จะ ได้ อาไศรย ปฤก ษา ด้วย คน นั้น. ปฤก ษา ยังไร ให้ คอเวอเมนต์ พม่า เอา ใจ ใส่ โดย ดี โดย สม ควร, ใน การ ครอบ ครอง เมือง แล บัน ดา การ ค้า ขาย แล การ เมือง ต่อ เมือง.
๏ เดือน ข้าง น่า ท่าน ผู้ เปน คัมมิชชัน เนอ ผู้ ใหญ่ ของ เรา จะ ได้ ขึ้น ไป เฝ้า พระ เจ้า อังวะ, เหน ว่า เปน คราว ดี, ที่ เจ้า อังวะ จะ ไม่ แขง พระ ไทย เพราะ เปน การ ทุกข, ที่ บัง เกิด ขึ้น แก่ ท่าน, ด้วย พระ อนุชา ของ ท่าน ที่ เปน มหา อุปราช, แล พระ ราช บุตร ๓ องค์ สิ้น พระชนม์ ใน การ ขบถ นั้น. เหน ว่า พระ เจ้า อังวะ แล เจ้า นาย ขุน นาง ทั้ง ปวง, จะ ปราฐนา อยาก จะ เปน ราช ไม ตรี ด้วย อังกฤษ สนิท กว่า แต่ ก่อน. ท่าน เกอโลเนล์ แฟอาร์ ที่ เปน คัม มิชชัน เนอ ใหญ่ เปน คน รู้ จัก พวก พม่า มา นาน แล้ว. เปน คน คุ้น เคย กัน เคย ทำ การ มา ด้วย กัน แล้ว, มี ใจ รักษ ใคร่ เจ้า อังวะ แล ราษฎร ทั้งปวง ด้วย, มี ปัญญา มาก. เหน ที่ เจ้า เมือง อังวะ จะ เอา พระ ไทย ใส่, ใน การ ที่ ท่าน จะ ปฤกษา จะ เกิด ความ ศุข แก่ เมือง พม่า, แล เมือง พม่า ที่ ขึ้น แก่ อังกฤษ ด้วย.
ข่าว มา แต่ เมือง พม่า อีก
๏ ความ ว่า ด้วย กัปตัน เบินแอนกัมปะนี, เปน ความ กัน กับ มองไคนิ, แล ที่ตีฟินเล แอนกัมปะนี. ได้ ตัดสิน ความ ที่ เมือง มระแมน เดือน ๙ ข้าง แรม. มองไคนิ, ที่ตีฟินเล แอนกัม ปะนี ได้ ชนะ. แต่ ข่าว ว่า กับตัน เบิล แอนกัมปะนี ไม่ ยอม แพ้ จะ ให้ ตัดสิน เสีย ใหม่ ที่ เมือง กาละกตา.
๏ ข่าว ว่า ลูเตนนันต์แบศ เปน อินซะเนีย หลวง ฝ่าย อัง กฤษ. ปลาย ฤดู ฝน นี้ จะ เข้า มา ถึง กรุงเทพ ฯ เพื่อ จะ ได้ ขอ คอ.วอแมน กรุงเทพ ฯ ช่วย สง.เคราะห์ จัด แจง ผู้ คน แล ช้าง กับ สิ่ง อื่น ที่ ต้อง การ ใน นั้น, จะ ได้ ไป จับ การ ปั้น เขตร แดน ตั้ง แต่ แม่น้ำ ปากจัน ไป จน ถึง พระเจดี่ สาม องค์.
ใช้ พิศ เปน ด้วย เหตุ อะไร
๏ ลำดับ นี้ ข้าพเจ้า หมอ ปรัดเล, จะ สำแดง ซึ่ง เหตุ ที่ ให้ บังเกิด ไข้ จับ สั่น, แล ไข้ พิศ, ไข้ ป่า นั้น โดย สังเขป. แล ไข้ ทั้ง สาม อย่าง นี้ เหตุ ที่ บังเกิด นั้น สิ่ง เดียว กัน. เหตุ ที่ บังเกิด นั้น คือ ใบ ไม้ แล ว่าน ยา ทั้งหลาย,มี ใบ อัน หล่น ลง แล้ว แล เน่า ส่ำสม อยู่, เมื่อ ฝน ลง แล้ว แล แห้ง ไป หลาย ครั้ง หลาย หน. ครั้น มา ภาย หลัง ฝน ตก มาก ลง ๆ, พิศ ว่าน แล ยา ทั้งปวง ที่ ส่ำสม เน่า อยู่ นั้น, ก็ ฟุ้ง ขึ้น ระคน เจือ ไป ด้วย ลม, เมื่อ คน เข้า ไป ใน ป่า ครั้น ถูก ต้อง พิศ ว่าน ยา ทั้งหลาย นั้น, ก็ ให้ คน เปน ไข้ มี อาการ ต่าง ๆ. ถ้า ถูก อาย นั้น น้อย ก็ ให้ เปน ไข้ สั่น น้อย. ถ้า ถูก ต้อง อาย พิศ มาก ก็ ให้ จับ สั่น มาก, จับ ทุก วัน, บาง ที่ ให้ จับ วันละ สอง หน. ถ้า อาย พิศ มาก ขึ้น ยิ่ง กว่า นั้น, ก็ ให้ จับ ซึม ไป ไม่ รู้ สมประดี มิ ใคร่ จะ ถอย เลย. วัน หนึ่ง จะ มี ตัว สำเรา ลง ประมาณ สัก โมง หนึ่ง เท่านั้น, แล้ว ก็ กลับ จับ มี พิศ กล้า ขึ้น ดัง เก่า, จน ถึง เพลา ที่ เคย ถอย นั้น, ก็ ถอย ลง น่อย หนึ่ง. แต่ เปน ดัง กล่าว มา นี้, บาง คน ครั้น ถึง กำหนด ๕ วัน ก็ ถอย, บาง คน ก็ ตาย. บาง ที ถึง ๗ วัน ถอย, บาง ทิ ๗ วัน ตาย. บาง ที ๙ วัน ถอย, บาง ที ๙ วัน ตาย. บาง ที ๑๑ วัน ถอย, บาง ที ๑๑ วัน ตาย. บาง ที ๑๕ วัน ถอย, บาง ที่ ๑๕ วัน ตาย. บาง ที ๑๙ วัน ถอย, บาง ที่ ๑๙ วัน ตาย. บาง ที ๒๑ วัน ถอย, บาง ที ๒๑ วัน ตาย. แล พิศ ที่ บังเกิด แต่ อาย ว่าน แล ยา อัน เน่า ดัง กล่าว มา นี้,อังกฤษ เรียก ว่า คอย โนมีอัศะมา, แปล เปน ไทย ว่า, อาย พิศ ยา บังเกิด แต่ ทุ่ง แล ป่า, ถ้า ฝน ตก นัก น้ำ ทั่วม กะด ไป มาก. พิศ คอยโนมีอัศมา ก็ มิ ใคร่ จะ บังเกิด, ด้วย เหตุ ว่า น้ำ ฝน นั้น ชำระ ล้าง เสีย. ถ้า ฝน แล้ง ดิน แห้ง นัก ก็ มิ ใคร่ จะ เกิด, เหตุ ว่า อาย พิศ ว่าน ยา นั้น มิ ได้ พุ้ง ขึ้น. แต่ ที่ เมือง ไท นี้ มี แผ่น ดิน ราบ ประกอบ ไป ด้วย คลอง บาง เล็ก น้อย มาก, มี น้ำ ทเล ไหล ขึ้น ลง วัน ละ สอง เวลา. เมื่อ น้ำ ขึ้น ไหล เข้า ไป ใน คลอง เล็ก น้อย ดิน เปียก อาย พิศ ใบ ไม้, แล หญ้า ทั้ง ปวง ที่ หล่น ลง เน่า อยู่ นั้น, ก็ พุ้ง ขึ้น มาก, จึ่ง ให้ บังเกิด เปน ไข้ พิศ, แล ไข้ จับ ต่าง ๆ, ถ้า ระดู แล้ง ไม่ มี บ่อ แล คลอง เล็ก น้อย, น้ำ ไม่ ท่วม แล้ว, อาย พิศ ของ ทั้ง ปวง ที่ เน่า ไม่ มี แล้ว, ความ เจ็บ ไข้ ก็ ไม่ ใคร่ จะ บัง เกิด ได้. แต่ ที่ เมือง นอก นั้น มี บึง แล หนอง ที่ มี หญ้า รก ชัด นั้น เปน หลาย แห่ง. เมื่อ ระดู หนาว นั้น, ถึง คน จะ ไป อยู่ ที่ นั้น, ก็ มิ ได้ เปน ไข้ พิศ, ครั้น ถึง ระดู ร้อน เข้า, หญ้า แล ของ ที่ เน่า ทั้ง ปวง ก็ บังเกิด เปน อาย พิศ ขึ้น. ถ้า คน ไป อยู่ ที่ ริม บึง แล ที่ ริม หนอง นั้น, ก็ บังเกิด เปน ไข้ พิศ ถึง แก่ ความ ตาย เปน อัน มาก. ถ้า บึง แล หนอง นั้น คน ขุด ไข ให้ น้ำ ที่ เน่า นั้น ไหล ออก หมด แล้ว, มิ ให้ ค้าง อยู่ ได้, ที่ อัน นั้น ก็ กลับ เปน ที่ ดี, ถึง คน จะ อยู่ ที่ นั้น, ก็ ไม่ เจ็บ ป่วย ไข้ เหมือน แต่ ก่อน. ที่ ดัง กล่าว มา นี้, ที่ เมือง นอก นั้น ก็ มี เปน หลาย แห่ง. ประการ หนึ่ง, ถ้า น้ำ เค็ม ที่ ทเล กับ น้ำ จืด ใน บึง แล หนอง ระคน ปน กัน เข้า แล้ว, ก็ ให้ เกิด เปน พิศ กล้า มาก กว่า ที่ มี แต่ น้ำ จืด. อนึ่ง คอยโนมีอัศมา พิศ ที่ เกิด ใน ดง ดิบ ใน ระดู ร้อน เมื่อ แรก ฝน ตก ลง นั้น, เพราะ แสง แดด มิ ใคร่ จะ ส่อง ถึง ใบ ไม้ แล ว่าน ยา ทั้ง ปวง นั้น, ก็ เน่า ไป กลับ เปน พิศ ขึ้น มาก. ถ้า แสง แดด ส่อง ถึง ใน ดง นั้น แห้ง แล้ว, ก็ มิ ใคร่ จะ มี พิศ เพราะ เหตุ ว่า พิศ นั้น ขึ้น ตาม แสง แดด หาย ไป.
ข่าว มา แต่ เมือง จีน
๏ มี ข่าว ว่า, อังกฤษ จับ นาย พวก สลัด ได้ ๗ คน ลง โทษ ถึง ตาย. อนึ่ง จีน คน หนึ่ง ชื่อ วงควี่พุก เปน โทษ ฆ่า หญิง ชาติ ยูโรบ แม่ ลูก, หญิง นั้น ชื่อ ไมเออซี่ กับ ลูก. พิจารณา เปน สัตย์ ให้ ผูก จีน ผู้ ฆ่า นั้น แขวน ไว้ จน ตาย. อนึ่ง จีน อีก คน หนึ่ง ชื่อ เจ๊กอาตาย เปน นาย พวก สลัด อัน สำคัญ. เขา จับ ตัว ได้ แล้ว คง จะ ลง โทษ ถึง ตาย. ๏ อนึ่ง รือ รบ ฝ่าย อังกฤษ หลาย ลำ, ก็ ยัง เที่ยว หา พวก สลัด ได้ การ ดี มาก.
๏ อนึ่ง เรือรบ อะเมริกาลำ หนึ่ง, ชื่อ วาชิวเซ็ง ได้เข้าไป จับคน ร้าย ที่ เมือง นิ่วชะวัง. จับ คน ร้าย ที่ ทำ ร้าย แก่ กงสุล อะเมริกัน จับ ได้ ๓๕ คน, ฝาก ไว้ แก่ คอเวอ.เมนต์ เมือง จีน, จะ รอ คอย ให้ คอเวอเมนต์ เมือง จีน จับ เอง ก็ ไม่ได้, จึง เข้าไป จับ เอง. คอเวอเมนต์ เมือง จีน ก็ อ่อน กำลัง นัก.
๏ อนึ่ง มี ข่าว ว่า เรือ รบ ชื่อ วาชิวเซ็ง นั้น, จะ ไป ชำระ ความ ที่ เกิด ที่ ตำบล ทุง เจ้าภู. จีน ชาว บ้าน นั้น ได้ ทำร้าย แก่ มิชันนาเร อะเมริกา, ที่ ได้ เข้าไป อยู่ ถึง ห้า ปี แล้ว. เขา ไม่ ได้ ทำ คุมเหง ชาว บ้าน นั้น เลย. พวก จีน ไป ทำ คุมเหง หัก เสว หิน ที่ ป่า ช้า ของ มิชันนาเร.
๏ อนึ่ง พวก มิชันนาเร ชาติ ยุโรบ, แล อะเมริกา ที่ เข้า ไป สั่ง สอน ศาสนา ที่ เมือง จีน ชาย ๑๑๑ คน, ผู้ หญิง ๙๓ คน, ศรี รวม กัน ชาย หญิง ๒๐๔ คน. ชาติ จีน ที่ เปน ศิษย์ ช่วย สั่ง สอน ศาสนา นั้น เปน ๒๐๖ คน. จีน ที่ เข้ารีด ใน คฤศตศักราช ๑๘๖๕ นี้, คือ ปี กลาย นี้ นับ ได้ ๒๘๒ คน. จีน ที่ เปน ลูก ศิษย์ ของ เปรอเตสตันต์ มิชันนาเร, ยัง อยู่ ๓๑๔๒ คน.
ราคา สินค้า ฮองกง
๏ เดือน แปด ที่ สอง แรม ๑๔ ค่ำ เข้า บังกล่า หาบ ละ ๒ เหรียน ๓๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์ เข้า รางกุ้ง แล อาระกัน หาบ ละ เหรียน ๗๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๑๐ เซน เข้า กรุงเทพ ฯ แล ไซ่ง่อน หาบ ละ เหรียน ๘๐ เซนต์ แล สอง เหรียน ๕ เซนต์ เข้า มนิล่า หาบ ละ ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์ ๏ มาก แห้ง หาบ ละ ๓ เหรียน ๗๐ เซนต์ แล ๔ เหรียน ๏ พริก ไท หาบ ละ ๖ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๖ เหรียน ๗๕ เซนต์ ๏ ฝ้าย บังก ล่า หาบ ละ ๒๒ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๒๕ เหรียน ฝ้าย เซี่ยงไฮ้ หาบ ละ ๒๔ เหรียน แล ๒๕ เหรียน ๕๐ เซนต์ ฝ้าย นิ่งโป หาบ ละ ๒๒ ๕๐ เซนต์ แล ๒๗ เหรียน ฝ้าย เทียน สิน หาบ ละ ๒๓ เหรียน แล ๒๔ เหรียน ๕๐ เซนต์ ๏ ตะกั่ว นม หาบ ละ ๖ เหรียน แล ๖ เหรียน ๖๐ เซนต์ ตะกั่ว เกรียบ หาบ ๒๓ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๒๒ เหรียน ๕๐ เซนต์ ๏ ปร๊อท หาบ ละ ๖๗ เหรียน แล ๖๗ เหรียน ๕๐ เซนต์ เหล็ก ฟาก เล็ก ๆ สำหรับ ทำ เหล็ก ตะปู หาบ ละ ๓ เหรียน ๒๕ เซนต์ แล ๓ เหรียน ๔๐ เซนต์ เหล็ก ฟาก อย่าง ใหญ่ แบน แล กลม หาบ ละ ๓ เหรียน แล ๓ เหรียน ๒๕ เซนต์ เหล็กฟากที่ สำรับ ทำ ปลอกถัง หาบละ 4 เหรียน แล 4 เหรียน ๒๐ เซนต์ ลวด เล็ก หาบละ ๗ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๘ เหรียน ๗๕ เซนต์ ๏ ฝิ่น อย่าง บั๊ตนา ใหม่ หีบ ละ ๕๘๐ เหรียน บั๊ตนา เก่า หาบละ ๕๖๐ เหรียน บีนาเรซ ใหม่ หาบละ ๕๘๐ เหรียน บีนาเรซ เก่า หาบละ ๕๐๐ เหรียน ฝิ่น มละวา หีบ ละ ๘๒๐ เหรียน ฝิ่น บาไลตา หีบละ ๘๒๐ เหรียน ฝิ่น เตอเก หีบละ ๔๘๐ เหรียน แล ๔๘๕ เหรียน
ราคา สินค้า กรุงเทพ
๏ เข้า กล้อง อย่าง ต่ำ เกวียนละ ๔๐ บาท ๏ เข้ากล้อง อย่าง กลาง เกวียนละ ๔๕ บาท ๏ เข้าขาว อย่าง ดี เกวียน ละ ๔๘ บาท ๏ เข้า อย่าง ที่ ๔ เกวียน ละ ๕๗ บาท เข้า ขาว ที่ หนึ่ง เกวียน ๗๐ บาท ที่ ๒ เกวียน ๖๓ บาท ๏ เข้าโรงสี จักร ที่ หนึ่ง หาบละ ๒ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบ ละ ๒ บาท สลึง ที่ ๓ หาบ ละ ๒ บาท เฟื้อง ๏ เข้าเปลือก นา สวน เกวียน ๔๔ บาท นา เมือง เกวียน ละ ๓๔ บาท ๏ เมล็ด งา เกวียน ละ ๘๕ บาท ๏ ฝ้าย ไม่มี เมต หาบ ละ ๒๘ บาท ที่ มี เมต หาบละ ๘ บาท ๏ น้ำตานทราย ขาวอย่าง ที่ หนึ่ง หาบละ ๑๒ บาท ที่ ๒ หาบละ ๑๐ บาท ๓ สลึง ที่ ๓ หาบละ ๘ บาท สลึง ๏ น้ำตาน แดง ที่ ๏ พริกไทย ดำ หาบ ละ ๘ บาท ๏ หนังควาย หาบ ละ ๑๒ บาท ๏ หนังวัว หาบ ละ ๑๘ บาท ๏ เขาวัว หาบ ละ ๑๘ บาท
๏ เฃาควาย หาบละ ๑๕ บาท ๒ สลึง ๏ กำยาน ที่ ๑ หาบละ ๑๘๐ บาท ที่ ๒ หาบละ ๖๕ บาท ๏ ตะกั่วเกรียบ ที่ ๑ หาบละ ๔๐ บาท ที่ ๒ หาบละ ๓๗ บาท ๏ ป่าน กลีบ ที่ ๑ หาบละ ๒๒ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๒๐ บาท ๏ รง หาบ ละ ๗๑ บาท ๏ ไหม โคราช หาบละ ๓๐๐ บาท ไหม บวร หาบ ละ ๘๐๐ บาท ไหม เขมน หาบละ ๖๕๐ บาท ๏ ครั่ง ที่ ๑ หาบละ ๑๔ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบละ ๑๕ บาท ๏ เร่ว หาบละ ๓๗ บาท ๏ กระวาน หาบละ ๓๒๕ บาท ๏ ฝาง ๓ คุ้น 4 คุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๒ บาท สลึง ที่ ๕ คุ้น ๖ คุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๒ บาท เฟื้อง ที่ ๗ คุ้น ๘ คุ้น ๙ คุ้น เปน หาบ ๆ ละ บาท สาม สลึง เฟื้อง ๏ เมต กระเบา หาบละ ๒ บาท ๏ ไม้ ชิงชัน ที่ หนึ่ง ๓๐๐ หาบ เปน ๑๐๐ ๏ ไม้แดง ที่ หนึ่ง ๑๐๐ หาบ เปน สอง ๕๐ บาท ที่ ๑๐๐ หาบ เปน ๑๒๐ บาท ๏ ไม้ ศัก ยก ละ ๑๐ บาท ๏ งา ช้าง ๕ อัน เปน หาบ ๆ ละ ๓๖๐ บาท ๕ อัน เปน หาบ ละ ๓๓๐ บาท ๖ อัน เปน หาบ ๆ ละ ๓๐๐ บาท ๏ ปลา แห้ง หาบ ละ ๑๒ บาท ปลา สลิด หาบ ละ ๓๐ บาท สลึง ๏ ปลิง ทะเล หาบ ละ ๙ บาท ๒ สลึง กระ สอบ ๑๐๐ ใบ เปน ๘ บาท ๏ ทอง หนัก บาท หนึ่ง เปน เงิน ๑๗ บาท ๏ การ แลก เงิน เมือง สิงค์ โปร ได้ กำไร ร้อย ละ ๗ เหรียน
ข่าว มา ทาง เตลี่แคลฟ
๏ ข่าว ที่ เมือง ลอนดอน ณเดือน เก้า ขึ้น ๑๔ ค่ำ. ข้อ สัญ ญาไมตรี เมือง ปรอศเซีย กับ เมือง อิตาลี,ด้วย ออสเตรีย ได้ ลง ชื่อ ประทับ ตรา ณวัน เสาร เดือน เก้า ขึ้น ๑๔ ค่ำ. อนึ่ง เมือง ออส เตรีย ได้ ยก เมือง วินีเซีย ให้ แก่ เมือง อิตาลี, เมือง วินีเซีย นั้น มี ผู้ คน กว่า ๒๐๐ หมื่น.
๏ ข่าว ที่ เมือง ลอนดอน เดือน ๙ แรม ๒ ค่ำ, ความ ที่ มี ใน เมือง ยูไนทิศเตศ ต่อ เมือง เมกศิโก นั้น หนัก ขึ้น, ไมตรี เมือง ปรอศเซีย กับ ออสเตรีย นั้น, ได้ เปลี่ยน กัน สำเรจ์ แล้ว. อนึ่ง ที่ เมือง เบอมิงซำ เขตร เมือง ลอนดอน นั้น, ไพร่ พล เมือง ประ ชุม กัน ว่า กล่าว จะ ให้ คอเวอเมนต์ อังกฤษ นั้น, เปลี่ยน กดหมาย ต่าง ๆ ที่ หนัก ๆ ให้ เบา ลง, ตาม ที่ ราษฎร จะ เหน ดี พร้อม กัน.
๏ ข่าว ที่ ลอนดอน ณเดือน ๙ ที่ ๒ ขึ้น ๑๓ ค่ำ, ว่า เอมปิรอ เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ, มี พระ ราช สาศน์ ถึง คอเวอ เมนต์ ปรอศ เซีย, ว่า เดี๋ยว นี้ เมือง ปรอศเซีย ได้ ความ สุข มี กำลัง ใหญ่ ขึ้น แล้ว, ควร ที่ จะ ยก เมือง ที่ แต่ ก่อน คฤศ ศักราช ๑๘๑๔ อยู่ ใน แดน ฝรั่งเสศ นั้น, ควร ที่ เมือง ปรอศเซีย จะ ยก ให้ แก่ เมือง ฝรั่งเสศ อีก, คอเวอเมนต์ ปรอศเซีย ปฤกษา กัน อยู่ ๔ วัน ๕ วัน, แล้ว ก็ ไม่ ยอม ยก ให้ แก่ เมือง อังกฤษ แล เมือง อื่น ๆ ทั้ง ปวง, ก็ เหน ว่า ไม่ ควร ที่ คอเวอเมนต์ ฝรั่งเสศ จะ ขอ อย่าง นั้น. ฝ่าย เอมปิรอ เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ กลัว ว่า จะ เกิด วุ่นวาย ก็ ไม่ อาจ จะ ขอ ต่อ ไป, จึง นิ่ง เสีย ไม่ ได้ ว่า อะไร อีก.
ผู้ สำเรจ ราชการ ใหม่ ที่ ลอนดอน
๏ คือ เอิล ออฟ เดอบี เปน ผู้ ใหญ่, ผู้ ที่ ว่า ราชการ ฝ่าย ต่าง ประเทศ ชื่อ ลอร์ด สตันเล. ผู้ ที่ ว่า ฝ่าย การ ศึก ชื่อ เชนนิ รัลบีส์. ผู้ ที่ เปน เลอด์ ไซซันสะลอ ชื่อ ลอด เชเอมฟอด. ผู้ ที่ ว่า สารพัด คลัง หลวง, ชื่อ แรต์ออนเนอเบล, บีดิศเรเอเล. ผู้ ที่ ว่า ฝ่าย เมือง อินเดีย ชื่อ เอล แกรนเบน. ผู้ ที่ ว่า ฝ่าย เมือง ขึ้น อังกฤษ ชื่อ เอิลคานาวัน. ผู้ ที่ ว่า ฝ่าย ไอะระลันด์, ชื่อ ลอด ยอนมันเนอซิ. ผู้ ที่ ว่า ฝ่าย การ เมือง อังกฤษ ใน แขวง ลอนดอน, ชื่อ ไรตออนะเอ เบลเอศวล ปุละ, ผู้ ว่า ราชการ เรือ รบ, ชื่อ เซอเช บั๊กอิ่งตัน. ผู้ ว่า ฝ่าย การค้า ขาย, ชื่อ เซอสตับ เพดนอรถ์ โกด. ผู้ ว่า ฝ่าย กดหมาย คน อยาก คน จน, ชื่อ มิศเตอคาด อนฮาเดช, ศรี ด้วย กัน เปน ๑๒ คน.
หนังสือ บอกให้ท่านทั้งปวงทราบ
๏ ด้วย ท่าน มิศเตอนอก จะ ขาย เรือ ยอช ลำ หนึ่ง, เรือ ลำ นี้ ลง ทุน ทำ สิ้น เงิน ๓๐๐๐ เหรียน. จะ ขาย เอา ราคา แต่ ๑๖๐๐ เหรียน, เรือ นี้ หุ้ม ทองแดง ใหม่ มี เครื่อง ใช้ ใน การ เรือ พร้อม, มี ใบ สอง สำหรับ ใช้ เมื้อ แข่ง สำหรับ หนึ่ง, เมื้อ ไป เที่ยว สำหรับ หนึ่ง. เรือ ลำ นี้ แข่ง ชะนะ ทุก ที่, เดิน ดี นัก ไม้แพ้ใคร เลย. จะ แบ่ง ราคา เปน ๓๒ ส่วน ให้ ท่าน ผู้ จะ ซื้อ ลง ชื่อ ให้ท่วน ๓๒ คน, ถ้า ผู้ ได จะ เอา ส่วน มาก ให้ บอก มิศ แบกมัน ให้ จด บาญชี่ไว้. ถ้า ได้ ครบ ๓๒ ส่วร แล้ว, จะ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ผู้ เข้า ส่วน ทิ้ง ลูก ขาด, ถ้า ผู้ ได ทิ้ง ลูกขาด ได้ แต้ม มาก เรือ ก็ เปน ของ ผู้ นั้น.
การ บันทุก เรือ ไป นอก
๏ ก่อน เรือ เจ้า พระยา เข้า มา มี เรือ สาม ลำ รับจ้าง บัน ทุก ของ เรือ ชื่อ เอด์วินเตอ รับ จ้าง บัน ทุก ใน นอก เหมา กัน หาบละ ๕๐ เซนต์ จะ ไป เมือง ฮองกง
๏ เรือ ชื่อ ปีเตอ รับ ใน หาบ ละ ๔๕ เซนต์ นอก หาบ ละ ๔๐ เซนต์ จะ ไป ฮองกง
๏ เรือ ชื่อ วัตตะเลเด บัน ทุก น้ำ ตานทราย ใน หาบละ ๘๕ เซนต์ จะ ไป เมือง บำไบ
๏ สิน ค้า ขาย ที่ เมือง สิงค์ โปร์ ดี เรือ ที่ จะ เข้า ก็ ไม่ มี ถ้า มี ก็ จะ ไป หาบล่ะ ๓๕ เซนต์ ๔๐ เซนต์
๏ เรือ ที่ ชื่อ ข้าง ท้าย นี้ ได้ ใช้ ใบ ไป ฮองกง ตั้ง แต่ เดือน ๑๐ ขึ้น ๔ ค่ำ คือ ไวคอนต์แคนนิ่ง บัน ทุก พริกไท ดำ ๑๓๕๒ หาบ เข้าส่าน ๖๕๓๗ หาบ ปลิง ทเล พัน ๖๒ หาบ ป่านกลิ่น ๓๒๗ หาบ ฝ้าย ๔๓๐ หาบ
๏ เรือ กินไชเชง บันทุก เข้าส่าน ๓๒๑ หาบ เม็ดงา ๔๒๕ หาบ ถั่ว ๑๐๘ หาบ ปลิง ทเล ๑๖๑ หาบ ฝ้าย ๑๘ หาบ
๏ เรือ ชื่อ อิงคี่เบิก บันทุก เข้าส่าน ๖๖๑๗ หาบ น้ำ ทานทราย ๓๐๐ หาบ
๏ เรือ ชื่อ ไซลี่ บันทุก เข้า ๑๖๐๐ หาบ
๏ เรือ ชื่อ ไดโรเทีย บันทุก เข้าส่าน ๙๔๕๕ หาบ
๏ เรือ ชื่อ คาโลตา บันทุก เข้าส่าน ๖๕๓๔ หาบ
๏ เรือ ชื่อ แฟรี บันทุก เข้าส่าน ๖๐๐๐ หาบ
๏ เรือ ชื่อ เอคี่วินเตอ บันทุก เข้าส่าน ๓๘๐๐ หาบ ฝาง ๘๐ หาบ ฝ้าย ๘๒ หาบ
๏ เรือ ที่ มิได้นี้ ได้ชักใบไป สิงค์ โปร์ คือ เรือ วีรี่นา บันทุก เข้าส่าน หมื่นพัน ๘๒๖ หาบ ฝาง ๕๕๙ หาบ เม็ดงา ๕๒๒ หาบ ถั่ว ๘๕ หาบ ฝ้าย ๘๒๒ หาบ ไม้ สัก ๔๒ แผ่น ใหญ่ หนา
๏ เรือ เจ้า พระยา บันทุก เขาสัตว์ ๑๑ หาบ เข้าสาร ๕๒๗๕ หาบ น้ำตานทราย ๑๔๙ หาบ เมล็ดงา ๕๘๖ หาบ ปลาเคม ๓๖๐ หาบ หัวหอม ๒๘ หาบ
๏ เรือ ชื่อ เซนต์ปอละ บันทุก หนัง สัตว์ ๑๙๓ หาบ เข้าส่าน ๔๕๔๑ หาบ ฝาง ๑๐๖ หาบ น้ำตานทราย ๘๘ หาบ เมล็ด งา ๗๔๔ หาบ ปลิง ทเล ๘๕ หาบ
๏ เรือ ชื่อ ควนซุน บันทุก เข้าส่าน ๑๒๑๗ หาบ เข้า เปลือก ๔๗๔ หาบ หัวหอม ๓๐ หาบ
วิ วาท กัน
๏ มี ข่าว ฦา ว่า ณวัน อาทิตย เดือน ๑๐ แรม ๑๓ ค่ำ เกิด วิ วาท กัน ที่ ถนน เจริญ กรุง, เอสกะไดโร เปน ชาติ พุตเกร์, กับ เอสมิด เปน ชาติ ปรุเฆน, ได้ ทะเลาะ กัน มา หลาย วัน เพราะ เงิน เหรียน หนึ่ง กับ ๗๕ เซนต์, ที่ เอสกะไดโร ว่า เอสมิด เปน หนี้ แก่ ตัว, เอสมิด ว่า ไม่ ควร จะ ให้ ไม่ เปน สัตย. มา ถึง วัน อาทิตย แรม ๑๓ ค่ำ นั้น, เอสมิด เดิน ผ่าน น่า บ้าน เอ สกะไดโร ๆ ก็ ร้อง เรียก เอ สมิศ ให้ แวะ เข้า มา แล้ว, เถียง กัน ด้วย เรื่อง เงิน ติด กัน ต่าง ทะเลาะ กัน, เอสกะไดโร จึง ขยิบ เอา ปืน สั้น สำรับ คู่ มือ ยิ่ง เอา เอสมิด นัด หนึ่ง แล้ว, หัน ควง ปืน ยิง ซ้ำ อีก นัด หนึ่ง เปน ๒ นัด ถูก ต้น ขา เอสมิด ทั้ง ๒ นัด, เปน บาด แผล รัก ษา อยาก แต่ เหน จะ ไม่ ถึง ชีวิตร. ได้ ยิน ว่า กง สุล พุต เกจ จับ เอ สกะได โร จำ ไว้ แล้ว.
ข่าว มา แต่ เมือง ลอนดอน
๏ ลอศตันเล ผู้ เปน ขุนนาง ฝ่าย ต่าง ประเทศ, เหน ชอบ ด้วย การ ที่ จะ ให้ เมือง สิงคโปร, แล เมือง บีแนง เมือง มลกา ให้ ตั้ง เปน เคราน์ คอลเน เหมือน ยัง เมือง กาละกะตา. เหน ที่ การ นั้น จะ สำเร็จ โดย เร็ว, จะ เปน คุณ เปน ประโยชนะ แก่ เมือง งคโปร หลาย อย่าง.
๏ คำ หัด พูด ภาษา อังกฤษ บท ต้น ๚ะ
๏ เชิญ ท่าน มา ข้าง ใน, ปลี่ซิ วอก อิน. ๏ ฉัน จะ เข้า ไป ขอรับ, ไอ วิล ไอ แซงก์ ยู. ๏ เชิญ ท่าน นั่ง ที่ เก้าอี้, ปลี่ซิ บี่ ซิเตฟด ต์ อิน เอ แจ เออ. ๏ ท่าน สบาย ฤๅ, อาร์ ยู เวลล์.
๏ ฉัน สบาย อยู่ ขอรับ, ไควต์ เวลล์ ไอ แซงก์ ยู. ๏ ลูก เมีย ของ ท่าน สบาย ฤๅ, อาร์ ยู เออ ไวฟ แอนด์ ชิละเดรน เวลล์.
๏ เมีย ฉัน ไม่ สบาย, ไม ไวฟ อิศ นอต เวลล์. ๏ เมีย ท่าน เปน โรค อย่างไร, วัด อิ ศ ดี่ แมดเตอ ออฟ ยู เออ ไวฟ. ๏ เมีย ฉัน กิน เข้า ไม่ ได้, ชี แฮศ โน แอ ภิ ไต ติ ฟอร์ ฟูต. ๏ เมีย ท่าน ไม่ สบาย นาน เท่าใด, เฮา ลอง แฮศ ชี บิน เอลิง. ๏ เขา ไม่ ได้ สบาย ศัก เดือน หนึ่ง, ชี แฮศ นอต บิน เวลล์ ฟอร์ ดิ ลาศต์ มันท์. ๏ เชิญ ท่าน กิน น้ำ ชา, ปลี่ซิ เตก เอ กับ ออฟ ตี่. ๏ ฉัน จะ รับประทาน ขอรับ, ไอ วิล อิฟ ยู ปลี่ซิ.
๏ ท่าน จะ เอา น้ำตาล ใส่ น้ำ ชา ด้วย ฤๅ, วิล ยู เตก ซูคา อิน ยูเออ ตี่. ๏ ขอรับ ฉัน จะ เอา, เยศ เซอ อิฟ ยู ปลี่ซิ.
๏ ท่าน จะ เอา บูรี่ ฤๅ, วิล ยู แฮฟ เอ ซิคา. ๏ ไม่ เอา ขอรับ, โน ไอ แซงก์ ยู. ๏ จะ เอา หมาก กิน บ้าง ฤๅ, วิล ยู เตก ซัม บีเดิ้ล. ๏ ฉัน ไม่ เคย กิน หมาก, ไอ แอม นอต แอกกัศตัมด์ ตู ยู ซิ อิด. ๏ ท่าน อายุ กี่ ปี, เฮา โอลด์ อาร์ ยู. ๏ ฉัน อายุ ได้ ๕๔ ปี, ไอ แอม ติ ฟอร์ พี ยี เออ ซิ โอลด์.
๏ ท่าน มา อยู่ บางกอก ได้ กี่ ปี, เฮา ลอง แฮฟ ยู ลิฟ์ด์ อิน บางกอก. ๏ ฉัน อยู่ ที่ นี่ ได้ ๑๐ ปี แล้ว, ไอ แฮฟด์ ลิฟ์ด์ ฮี เออ เต้น ยี่ เออ ซิ์. ๏ ท่าน มี ลูก กี่ คน, เฮา เน นิ ชิละเดรน แฮฟ ยู. ๏ ฉัน มี ลูก ชาย คน หนึ่ง, แล ลูก หญิง คน หนึ่ง, ไอ แฮฟ วัน ซัน, แอนด์ วัน ดอเทอ.
มงกุฎ สำหรับ กระษัตร มี ราคา เท่าใด
๏ มงกุฎ สำหรับ ทรง ของ กวินวิกโตเรีย. มงกุฎ นั้น ประดับ ด้วย เพชร ใหญ่ โดย รอบ ขอบ มงกุฎ ๒๐ เม็ด. เพชร ๒๐ เม็ด นั้น ราคา ๑๕ หมื่น เหรียน. ที่ ยอด มงกุฎ นั้น ประดับ ด้วย เพชร ใหญ่ ยิ่ง อีก ๒ เม็ด, ราคา ๒ หมื่น เหรียน. ประดับ ที่ มุม มงกุฎ อีก ๕๔ เม็ด แต่ เปน เม็ด ย่อม ๆ, ทั้ง ๕๔ เม็ด เปน ราคา ๒๓ หมื่น เหรียน. มี รูป กางเขน ๔ รูป ประดับ อยู่ กับ มงกุฎ. รูป กาง เขน นั้น ล้วน ประดับ ด้วย เพชร แล แก้ว มุกดา. แต่ ราคา เพชร แล แก้ว, ที่ ประดับ ไว้ กางเขน หมด ด้วย กัน ๓๘ หมื่น เหรียน. ราคา พลอย เพชร ที่ ประดับ มงกุฎ เปน ๘๒ หมื่น เหรียน.
บอก การ ของ นาย ห้าง
๏ เพราะ หนังสือ ที่ ได้ ลง พิมพ์ แต่ ข้าง บล นี้. คน ทั้งปวง ที่ พวก เรา มี ชื่อ ใน ข้าง ท้าย นี้ เปน ที่ อยู่ นั้น, ต้อง บอก บาญชี มา เพื่อ เรา จะ ชำระ ให้. แล บันดา คน ที่ เปน หนี้ แก่ พวก เรา เชิญ มา ใช้ หนี้, ใน ระหว่าง ตั้ง แต่ นี้ จน ถึง เดือน ๑๐ ขึ้น ๔ ค่ำ. ถ้า ไม่ ได้ มา ใช้ หนี้ นั้น, ข้าพเจ้า จะ ต้อง ให้ กงสุล ชำระ เสีย เอง. ข้าพเจ้า มี ชื่อ ริบิกสมิด แอน กัมปนี, ลง พิมพ์ ที่ กรุง เทพ ฯ ณวัน พฤหัศ เดือน ๙ แรม ๔ ค่ำ, จุลศักราช ๑๒๒๘ ปี. คฤศตศักราช ๑๘๖๖ ปี.
หนังสือ บอก ของ นาย ห้าง
๏ นาย ห้าง ที่ เปน เปน พวก กัมปนี. ชื่อ โดมะนี, รีมิดี, มนตีนี คน หนึ่ง. กับ เอศวาด สมิด คน หนึ่ง. ตั้ง ชื่อ รวม กัน ว่า ริบิก สมิด แอน กัมปนี, ที่ ได้ ตั้ง ห้าง เมือง เซี่ยงไฮ แห่ง หนึ่ง, แล เมือง โยโกฮะมา แห่ง หนึ่ง. แล กรุงเทพ ฯ แห่ง หนึ่ง. แล กรุง ลอนดอน แห่ง หนึ่ง. ได้ ยอม เลิก กัน ใน วัน พฤหัศ เดือน ๙ แรม ๔ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๒๙ ปี. คฤศต ศักราช ๑๘๖๖ ปี. ชื่อ พวก เรา ลง ชื่อ ที่ นี้ ชื่อ ริเบดี มนที นี้ แล อี, สมิด.
| กำปั่น เข้า กรุงเทพ ฯ | |||||
| เข้า มา เมื่อ ไร | กำปั่น ชื่อ ไร | กับปิตัน ชื่อ ไร | กี่ ตอน | เรือ อะไร | มาแต่ไหน |
| เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๓ ค่ำ | เฮงวัก | จีน | ๒๕๐ | บาก ดัช | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๐ แรม ๑ ค่ำ | ชีวูน | หับเปอ | ๔๐๖ | กล ไฟ อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๐ แรม ๑ ค่ำ | อีไลเซ | ยอน | ๒๔๘ | บาก อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๐ แรม ๒ ค่ำ | เจ้า พรรยา | อรตัน | ๓๕๓ | กลไฟ สยาม | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๐ แรม ๔ ค่ำ | ยอน แอน เมรี่ | เคียร | ๑๙๐ | บาก อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๐ แรม ๙ ค่ำ | วอลเทอ เลเล | เมอเร | ๑๔๐ | สกุนเนอ อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| ออก ไป เมื่อ ไร | กำปั่น ออก จาก กรุงเทพ ฯ | จะ ไป ไหน | |||
| เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๒ ค่ำ | ดาโลตา | เยศเปอเซน | ๔๒๐ | บาก ฮำเบิก | ฮองกง |
| เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๓ ค่ำ | แฟร | คำมิง | ๒๗๙ | สกุนเนอ อังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ | เอดีวิน เตอ | คี่ล | ๕๑๓ | บาก ดัช | ฮองกง |
| เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๕ ค่ำ | ควนซูน | จีน | ๒๘๘ | บาก สยาม | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๐ แรม ๕ ค่ำ | ซี่ สหอดตั้น | เบเล | ๔๐๖ | บาก อังกฤษ | ฮ่องกง |
| เดือน ๑๐ แรม ๗ ค่ำ | เจ้า พรรยา | อรตัน | ๓๕๓ | กล ไฟ สยาม | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๐ แรม ๗ ค่ำ | โฟล เรนศ์ | ฮอนบรุก | ๓๔๑ | บาก อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๐ แรม ๘ ค่ำ | คอศตาริกา | เมาลิน | ๓๔๐ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
๏ อนึ่ง เพราะ พวก นาย ห้าง ได้:ลิก ตาม ที่ ได้ ว่า ไว้ ข้าง บน นี้. ข้าพเจ้า ผู้ ชื่อ สุด ท้าย นี้, ได้ รับ เอา เปน ธุระ ใน การ งาน สำรับ ของ พวก กัมปนี นั้น. ที่ เรียก ว่า ริมีส มิก แอน กัม ปนี ที่ ได้ ตั้ง ห้าง เมือง เซี่ยงไฮ. แล กรุง เทพ ฯ แล กรุง ลอน ดอน นั้น, ข้าพเจ้า รับ เอา เปน ธุระ หมด, แล มิสเตอร์ ตี. เอม. อัลลอยวิง นั้น เรา ได้ ตั้ง ไว้, เพื่อ จะ ทำ การ ใน นาย ห้าง นั้น แทน ตัว เรา, ชื่อ ของ เรา ริมีกสมิก ตีมัศตินี. ลง พิมพ์ ที่ กรุง เทพ ฯ ณ เดือน ๙ แรม ๔ ค่ำ. จุลศักราช ๑๒๓๘ ปี. คฤศต ศักราช ๑๘๖๖ ปี.
๏ การ ขาย ของ ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ที่ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ มี สิ่ง ของ ฝาก มา แต่ ประเทษ ยุโรป คือ แหวน ทอง คำ มี เพชร พลอย อย่าง ดี เขม ขัด ทอง คำ ประ กับ ด้วย พลอย ทับ ทิม แล พลอย อื่น ๆ อย่าง ดี ขาย สร้อย ทอง คำ แล เพชร ต่าง ๆ นาย ห้าง นั้น มี ชื่อ ว่า เอไอ ม้น แล ตี่ เฮนรี่ แอน กัมปะนี อยู่ ที่ น่า บ้าน สมเดจ เจ้า พระยา องค์ ใหญ่
เพชร ใน แก่น จันทน์
๏ ข้า พเจ้า ผู้ มี ชื่อ จีน กัง เขียน เปน ที่ หลวง ประเทศ แพทยา โอสถ เจ้า กรม หมอ จีน ได้ ซื้อ จันทน์ เทศ มา ทำ ยา ผ่า ได้ เพชร อยู่ ใน แก่น จันทน์ จ้าง ช่าง เพชร ทำ เปน หัว แหวน อยู่ คง เผา ไฟ ไม่ ไหม้ ท่าน ผู้ ได้ จะ ซื้อ เชิญ ท่าน มา ที่ บ้าน ข้าพ เจ้า อยู่ ที่ สาม เพง น่า โรง กงสี ที่ มี เสา หงส์ ยี่ ห้อ ทอง ชุน ตึ้ง มี เพชร จันทน์ ขาย
| ๏ ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง ขึ้น เดือน ๑๐ นี้ ๚ะ | ||||||||
| ค่ำอังกฤษ | ค่ำไทย | ค่ำจีน | อาทิตย์ขึ้น กี่โมง | อาทิตย์ตก กี่โมง | อาทิตย์เที่ยง กี่โมง | จันทร์ตก กี่ ทุ่ม | ||
| เดือน ออกโตเบอ | เดือน ๑๑ | เดือน ๙ | ||||||
| วัน พุทธ | ๑๐ ค่ำ | ขึ้น ค่ำ ๑ | ค่ำ ๑ | ย่ำรุ่ง ๖ นาที | ๕ โมง ๕๔ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๒ นาที | ทุ่ม หนึ่ง | ๑๙ นาที |
| วัน พฤหัส | ๑๑ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๗ นาที | ๕ โมง ๕๓ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๓ นาที | ๒ ทุ่ม | ๖ นาที |
| วัน ศุกร | ๑๒ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๗ นาที | ๕ โมง ๕๓ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๓ นาที | ๒ ทุ่ม | ๕๕ นาที |
| วัน เสาร์ | ๑๓ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๗ นาที | ๕ โมง ๕๓ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๓ นาที | ๓ ทุ่ม | ๔๒ นาที |
| วัน อาทิตย์ | ๑๔ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๘ นาที | ๕ โมง ๕๒ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๓ นาที | ๔ ทุ่ม | ๒๙ นาที |
| วัน จันทร | ๑๕ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๘ นาที | ๕ โมง ๕๒ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๔ นาที | ๕ ทุ่ม | ๑๗ นาที |
| วัน อังคาร | ๑๖ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๘ นาที | ๕ โมง ๕๒ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๔ นาที | ||
| วัน พุทธ | ๑๗ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๙ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๔ นาที | ๖ ทุ่ม | ๕๒ นาที |
| วัน พฤหัส | ๑๘ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๙ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๔ นาที | ๗ ทุ่ม | ๓๙ นาที |
| วัน ศุกร | ๑๙ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๙ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๔ นาที | ๘ ทุ่ม | ๒๔ นาที |
| วัน เสาร์ | ๒๐ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๐ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๕ นาที | ๙ ทุ่ม | ๑๐ นาที |
| วัน อาทิตย์ | ๒๑ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๐ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๕ นาที | ๙ ทุ่ม | ๕๘ นาที |
| วัน จันทร | ๒๒ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๐ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๕ นาที | ๑๐ ทุ่ม | ๕๕ นาที |
| วัน อังคาร | ๒๓ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๑ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๕ นาที | ๑๑ ทุ่ม | ๕๕ นาที |
| วัน พุทธ | ๒๔ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๑ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ย่ำเที่ยง ๑๕ นาที | ||