BANGKOK RECORDER

BANGKOK RECORDER

เล่ม ที่ ๒ เดือน ๑๑ แรม ๑๔ ค่ำ ปี ขาน อัฐ ศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน โนเวมเบอ วัน ที่ ๗ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๑๙

เมือง ปรอศเซีย

๏ ใน คฤสต ศักราช ๑๘๖๔ นี้ ปรอศเซีย มี แผ่น ดิน, นับ สะแกวเออไมล์ ๑๐ หมื่น ๘ พัน ๒๑๒ สะแกวเออไมล์ นั้น, คือ เปน ๔ เหลี่ยม ๔ ด้าน ๆ ละ ไมล์. มี คน นับ ได้ ๑๙๓ แสน ๔ พัน ๘๔๔ คน. เปน ชาติ เยอมัน โดย มาก, ที่ ไม่ เปน เยอมัน นับ ได้ ๒๕ แสน ๔๑๗๙ คน. เงิน หลวง สำรับ แผ่นดิน ไม่ ใคร่ จะ ขัด สน มี บริบูรณ. ควเวอ แมนต์ ปรอศเซีย เรียบ ร้อย มั่น คง เปน ที่ สรรเสริญ มาก. ทหาร ก็ มาก ประมาณ ๗ แสน คน, แล้ว ก็ ฝึก สะเอียด ดี มาก. คฤสตศักราช ๑๘๖๕ นี้ มี เรือ รบ กล ไฟ ๓๗ ลำ เรือ ใบ เปน เรือ รบ นั้น ๘ ลำ, เรือ กะเชียง ๔๐ ลำ, ศริ ด้วย กัน เปน เรือ รบ ๘๕ ลำ. แต่ ทุก วัน นี้ คง จะ มาก กว่า นั้น นัก.

๏ เจ้าแผ่นดิน ปรอศเซีย ชื่อ วิเลียม ที่ หนึ่ง, เกิด เมื่อ คฤสตศักราช ๑๗๙๗ ปี จึง อายุ ได้ ๗๘ ปี. ได้ ขึ้น เสวยราช คฤสตศักราช ๑๘๖๑ นี้ คือ ๕ ปี แล้ว. เมือง ปรศ.เซีย รบ กัน กับ เมือง ออศเตรีย ใน เรว ๆ นี้, ได้ ชะนะ ใหญ่ ได้ เมือง เยอ มะนี เปน เมือง ขึ้น หลาย เมือง, มี กำลัง มาก ขึ้น กว่า แต่ ก่อน นัก, ภอ ที่ จะ ไม่ ต้อง กลัว เอม บีรอ เจ้า แผ่นดิน ฝรั่ง เสศ อีก.


เมือง ออศเตรีย

๏ ใน คฤสตศักราช ๑๘๖๔ นี้ มี แผ่นดิน สะแกวเออไมล์ ๒๓ หมื่น ๖ พัน ๓๑๑. มี คน เปน ชาว เมือง ออศเตรีย นั้น นับ ได้ ๓๖๗ แสน ๔ หมื่น ๕ พัน คน. เปน ชาติ เยอมัน แปด สิบ สอง แสน คน, นอก นั้น เปน ชาติ ต่าง ๆ. เมือง ออศเตรีย ใน ปี นั้น มี ทหาร นับ กว่า กว่า ๕ แสน คน. เรือ กำปั่น กล ไฟ ๓๙ ลำ เปน เรือ รบ เรือ ใบ เปน เรือ รบ ๒๐ ลำ. คอเวอแมนต์ เมือง ออศเตรีย มะนาเก เจ้า แผ่นดิน เรียก ว่า เอมปีรอ. มี เมือง ขึ้น แก่ เอม บีรอ ๑๙ เมือง, แต่ เมือง ออศเตรีย นั้น ขัด สน ด้วย เงิน เปน นี่ เมื้อง อื่น นัก, นี่ ถึง ๑๒ พัน ๑๐๒ แสน เหรียน. แต่ เดี๋ยว นี้ ได้ แพ้ แก่ เมื้อง ปรอศเซี่ย แล้ว, คง จะ เปน นี่ มาก กว่า นั้น หลาย ๑๐ แสน เหรียน. แล เมื่อ ที่ ขึ้น แก่ เมื้อง ออศ เตรีย แต่ ก่อน นั้น เดี๋ยว นี้ ก็ ขึ้น แก่ เมื้อง ปรอศเซี่ย มาก, เมื้อง ออศเตรีย ถอย กำลัง กว่า แต่ ก่อน นัก. เอมบีรอ เจ้า แผ่นดิน ออศเตวีย ชื่อ ฟะแรนซิด โยเรบ ที่ หนึ่ง, บังเกิด เมื่อ คฤสตศัก ราช พัน แปด ร้อย ๓๐ เดือน ฮอคัศ, อายุ ท่วน ๓๖ ปี๋. ได้ ขึ้น เสวยราช คฤสตศักราช ๑๘๔๘ ปี๋, เดือน ดีเซมเบอ อยู่ ใน ราช สมบัติ ได้ สิบ ๘ ปี๋ แล้ว.


เมือง อิ ตาเล

๏ มี่ แผ่น ดิน นับ โดย สแคเว ออ ไมล์ ได้ ๙๘๗๘๔. ใน คฤษศักราช ๑๘๖๔ มี่ คน นับ ได้ ๒๑๗ แสน ๓๗๑๐ คน. มี่ ทหาร นับ ได้ ๔ แสน คน. เรือ กล ไฟ ที่ เปน เรือ รบ ๙๘ ลำ. ปืน สำ รับ เรือ รบ นั้น ๒๑๖๐ บอก. เรือ ใบ ๑๗ ลำ มี่ ปืน ใหญ่ ๒๗๙ บอก, ศริ เรือ รบ ด้วย กัน ๑๑๕ ลำ, ปืน ใหญ่ ๒๔๓๙ บอก. เมื้อง อิ ตาเล เปน นี่ เมื้อง อื่น ๘ พัน แสน เหรี่ยน, เจ้า แผ่น ดิน อิ ตาเล ชื่อ วิกตอร์ อื่มันยูเอล ที่ ๒ เกิด คฤษ ศักราช ๑๘๒๐ เดือน มาช, ขึ้น เสวย ราช สมบัติ เมื้อง ซาร์ คิ่นเนี่ย เมื่อ คฤษ ศักราช ๑๘๔๙ ปี๋. ขึ้น เสวย ราช ใน เมื้อง อิ ตาเล ใน ศักราช ๑๘๖๑ เดือน มาช.


เมือง เยอมัน คอนเฟด อีเรชัน

๏ ใน คฤษ ศักราช ๑๘๖๔ ปี๋, มี่ ๓๙ เมื้อง เข้า ด้วย กัน เปน เมื้อง เดียว จึ่ง เรียก ว่า คอนเฟด อีเรชัน, ๆ แปล เปน ภาษา ไทย ว่า, หลาย คน ฤๅ หลาย เมื้อง เข้า เปน พวก ฤๅ เปน เมื้อง เดียว กัน. แผ่น ดิน เมื้อง เยอมัน คอนเฟด อีเรชัน นั้น, มี่ แผ่น ดิน สแควเออไมล์ ๑๔๒๘๖๗. ใน คฤษ ศักราช ๑๘๖๔ นั้น, นับ คน ได้ ๔๖๐ แสน คน, ทหาน ประมาณ ๗ แสน คน. ใน ปี นั้น เมือง ออสเตรีย มี คน เข้า ใน เยอมัน คันเฟดดี่เรชัน ๑๒๙ แสน, เมือง ปรอศเซีย มี คน เข้า ๑๔๗ แสน คน. คน ที่ ชาว เมือง คอน เฟด ดี่เรชัน นอก นั้น ได้ ๑๙๐ แสน คน. ทหาร นับ ๓ แสน คน. ผู้ ที่ เปน เปรศเดน เยอมันเฟดดี่เรชัน, คือ พระเจ้า เมือง ออสเตรีย, แต่ เดี๋ยว นี้ เมือง ออสเตรีย ได้ แพ้ แก่ เมือง ปรอศเซีย ใน สงคราม ที่ มี ใน เรว ๆ นี้,จึ่ง เจ้า เมือง ไม่ ได้ เปน เปรศเดนต์ เยอมัน คอน เฟดดี่เรชัน. เยอมัน คอนเฟดดี่เรชัน นั้น ขึ้น แก่ เมือง ปรอศ เซีย หมด.


แผนที่โลกย์

๏ บัด นี้ จะ กล่าว ด้วย แผน ที่ โลกย์ ต่อ น่า ๑๗๙ ประ เทศ ยูไนติศเทศ อะเมริกา โต ใหญ่ กว้างขวาง นัก. ถ้า ประมาณ โดย สะแควไมล์ ได้ สองร้อย เก้าสิบหก หมื่น สาม พัน หกร้อย หก สิบ หก สะแควไมล์, สะแควไมล์ นั้น คือ ยาว ไมล์ หนึ่ง, กว้าง ไมล์ หนึ่ง. แล คน ที่ อยู่ ใน ประเทศ ยูไนติศเทศ นั้น, ประ มาณ สาม พัน หมื่น คน. ใน สยาม ประเทศ นี้ ประมาณ ๑๘ หมื่น ๘ พัน สะแควไมล์. คน ใน ประเทศ สยาม ประมาณ หก ร้อยหมื่น คน. ประเทศ ยูไนติศเทศ อะเมริกา กับ ประเทศ สยาม นี้, ประเทศ อะเมริกา ใหญ่ กว่า ๑๖ ส่วน.

๏ ก็ ใน ประเทศ ยูไนติศเทศ อะเมริกา มี แร่ ต่าง ๆ หลาย อย่าง หนัก, หัว เมือง ริม ภูเขา อาลิเคนี่ ตำบล หนึ่ง, ชื่อ พิศ เบิก มี แร่ เหล็ก แล ถ่าน หิน มาก. คน ขุด เอา แร่ เหล็ก ไป ถลุง ทำ จักร ทำ เรือ ทำ เรือน แร่ ไม่ รู้ สิ้น สุด เลย. แร่ ดีบุก ก็ มี มาก หลาย แห่ง, จะ แจ้ง แต่ หัว เมือง หนึ่ง ชื่อ วิศกอนซัน มี แร่ ดีบุก ที่ นั้น มาก ที่ กว้าง ยาว หลาย ร้อย เส้น. คน ขุด เอา ไป ขาย แล ทำ เครื่อง ใช้ สอย ก็ มาก ไม่ หมด. หัว เมือง ของ ยูไนติศเทศ ริม ทเล เปซี่ฟิก แห่ง หนึ่ง, คือ กาลีฟอเนีย มี แร่ ทอง คำ มาก กว่า มาก, คน ทั้งปวง ไป ขุด ร่อน ทอง คำ ขาย หลาย ร้อย คน. ขุด อยู่ เสมอ ทุก ปี มิ ได้ ขาด. ลาง คน ได้ เนื้อ ทอง คำ วัน ละ ๑๖ ๑๗ เหรียน ก็ มี. แร่ ทอง คำ ที่ เหล่า นั้น จะ ได้ สูญ สิ้น ไป หา มิ ได้. ขุด ร่อน ที่ ใด ก็ ได้ ที่ นั้น. แร่ ตำบล นี้ มี อยู่ ใน หิน แล ดิน เปน ทอง คำ อย่าง ดี เนื้อ สุก ใส อ่อน นิ่ม. คน ทั้งปวง เอา มา ขาย ให้ คน ทั้งหลาย ๆ ซื้อ ไป ทำ รูป ภัณฑ์ ขาย แล ใช้ สอย อื่น ๆ บ้าง มาก นัก.

๏ แลมี แร่ ถ่าน หิน มาก มี อยู่ ใน ภูเขา ทั่ว ทุก หัว เมือง, จะ ขุด บ่อ ขุด หลุม ที่ ไหน ก็ ได้ ถ่าน หิน ที่ นั้น. ปี หนึ่ง มี คน ขุด ถ่าน หิน ขาย ประมาณ ถึง ๑๕ หมื่น พัน ๓๐๐ คน. ใน ปี หนึ่ง ขุด ได้ ถ่าน หิน ๓ ร้อย ๗๙ หมื่น ๖ พัน ๘ ร้ยย ต่อน. ขาย ได้ เงิน ๘ ร้อย ๓๔ หมื่น ๗ พัน ๖ ร้อย เหรี่ย น. แล คน ชาว เมือง อะเมริกัน นั้น, ได้ ขาย ถ่าน หิน ไป ใน เมือง ต่าง ๆ ที่ ไม่ มี ถ่าน หิน ใช้, คือ เมือง จีน เมือง ไทย เมือง พะม่า เปน ต้น.

๏ อนึ่ง ประเทศ ยูไนติศเทศ นั้น, มี แม่ น้ำ ใหญ่ อยู่ หลาย แห่ง, คือ แม่ น้ำ ชื่อ เซนลอเรน ๑ คอเนดติกะ ๑ โปโต มัก ๑ สัดกวี่หะนา ๑ โอไฮโอ ๑ มิสุรี่ ๑ โคโลราโด ๑ โคลำ เบีย ๑ มิศสิบเป ๑ แต่ แม่ น้ำ มิศสิบเป นั้น เปน แม่ น้ำ ใหญ่ ยาว กว่า แม่ น้ำ ทั้งปวง, แม่ น้ำ มิศสิบเป นั้น, ถ้า จะ ว่า โดย ยาว ได้ ๓ พัน ๒๐๐ ไมล์. แม่ น้ำ เหล่า นี้ เปน แม่ น้ำ ใหญ่ มี กำ ปั่น ไป มา เสมอ

๏ อนึ่ง ประเทศ ยูไนติศเทศ มี ทาง รถ ไฟ, ที่ อังกฤษ เรียก ว่า เรลโรด, มาก กว่า ประเทศ อื่น ๆ, จะ ไป ทิศ ไหน ๆ ก็ ดี จะ ไป โดย รถ ไฟ ก็ ได้, แต่ บันดา ทาง รถ ไฟ ที่ มี อยู่ ใน ประเทศ ยูไนติศเทศ, ถ้า จะ เอา ต่อ ติด กัน เข้า ทุก ๆ ทาง, เปน หน ทาง ยาว ประมาณ ๕ หมื่น ไมล์, การ ที่ ทำ ทาง รถ ไฟ ขึ้น นั้น, ยาว ไมล์ หนึ่ง สิ้น เงิน ถึง ๔ หมื่น เหรียน.

๏ ถ้า จะ ว่า ด้วย คลอง ที่ คน ขุด นั้น, คลอง ที่ มี อยู่ ใน ประเทศ ยูไนติศเทศ ก็ มี บ้าง แต่ ไม่ สู้ มาก นัก, ถ้า จะ ต่อ ติด กัน เข้า ก็ จะ ยาว สัก ๖ พัน ไมล์.

๏ ภูเขา ที่ เปน เทือก แถว ยาว มี อยู่ หลาย แห่ง, ชื่อ รอก กี่ เมานเตน ๑ อลิเกนี่ เมานเตน ๑ กรีน เมานเตน ๑ แซวค เมาน เตน ๑ แต่ ภูเขา ใหญ่ นั้น, คือ รอกกี่ เมานเตน, เปน เทือก แถว ยาว ประมาณ พัน ไมล์, ถ้า จะ วัด เชิง เขา โดย กว้าง ๓ ร้อย ไมล์, สูง หมื่น สอง พัน ฟื้ต.


๏ ตำรา ไก่ ไข่ ๚ะ

๏ มี ข่าว มา ว่า, ถ้า ให้ แม่ ไก่ กิน น้ำมัน หมู แล แป้ง เข้า โภช, ไก่ ก็ จะ ไข่ เสมอ ไม่ หยุด. ไก่ นั้น ถ้า จะ เปรียบ เหมือน เครื่อง จักระ, ถ้า หมั่น ใส่ น้ำมัน ก็ เดิน คล่อง นัก.


พงษาการ อังกฤษ ต่อไป

๏ เอดวิด ได้ ทรง ฟัง ดังนั้น ก็ เสีย พระไทย, ทรง พระ อนุสร คำนึง ถึง พี่ นาง เธอ ทั้งสอง องค์ เปน กำลัง. แต่ หาก เกรง ดุกออฟนอตำเบอแลนด์, จึง ทำ หนังสือ เวน ราชสมบัติ ไว้ ว่า, ถ้า พระองค์ สวรรคาไลย แล้ว, ราชสมบัติ ทั้งปวง ใน แผ่นดิน อังกฤษ ให้ แก่ นาง เลเดเยนเกร. ให้ นาง เลเดเยนเกร เปน เจ้า แผ่นดิน สืบ ไป. อยู่ มา ไม่ นาน เอดวิด ก็ สิ้น พระชน ใน กฤศตศักราช ๑๕๕๓ ปี, อายุ ได้ ๑๖ พรรษา. อยู่ ใน ราช สมบัติ ๗ ปี.

๏ ฝ่าย ดุกออฟนอตำเบอแลนด์, ครั้น เอดวิด สิ้น พระชนม แล้ว, ก็ ไป วัง ที่ อยู่ ของ เลเดเยนเกร, ถวาย บังคม แล้ว ทูล เชิญ ให้ เปน เจ้า แผ่นดิน. เลเดเยนเกร ไม่ ภอ ใจ, จึง ว่า ให้ พระ พี่ นาง เธอ ทั้งสอง พระองค์ เปน เจ้า แผ่นดิน เถิด, อย่า ให้ ข้าพเจ้า เปน เจ้าแผ่นดิน เลย. ดุกออฟนอตำเบอแลน โกรธ ว่า กล่าว ขู่ รู่. เลเดเยนเกร เกรง ก็ ยอม ให้ ประกาศ ว่า เปน เจ้า แผ่นดิน. ภอ เจ้า หญิง เมรี่ พี่ นาง เธอ เสดจ์ มา. ราษ ฎร ทั้งปวง ก็ พา กัน ร้อง ขึ้น ว่า, เจ้า แผ่นดิน เสดจ มา แล้ว. เลเดเยนเกร เหน ดังนั้น ก็ ดี ใจ กลับ ไป ที่ อยู่ ของ ตน. เมรี่ เจ้า แผ่นดิน ก็ ให้ จับ ดุกออฟนอตำเบอแลนด์ ทั้ง บุตร แล เลเดเยน เกร สะไพ้ จำ ขัง ไว้. เมื่อ เมรี่ ได้ เปน เจ้า แผ่นดิน นั้น, พระ ชนมายุ ได้ ๓๗ พรรษา. ดุ ร้าย นัก ไม่ ใคร่ จะ เอา ใจ ไพร่ พล ทั้งปวง, นับ ถือ ศาสนา บาทหลวง, จึง จัด แจง เปลี่ยน ผลัด ดัก แปลง หนังสือ ที่ พระราช บิดา, แล เอดวิด เจ้า แผ่นดิน ได้ แก้ ไข้ ไว้ นั้น. ให้ กลับ ถูก ต้อง ตาม หนังสือ ของ พวก บาท หลวง อย่าง เดิม, สั่ง ให้ สวด แล ไหว้ รูป ตาม ลัทธิ บาทหลวง. แล้ว ทรง ถาปนา การ ทะนุ บำรุง ตก แต่ง อาวาศ บาทหลวง ให้ รุ่ง เรือง ขึ้น. ครั้ง นั้น พวก โปรเต็กซตัน พา กัน หนี ไป อยู่ ใน ประเทศ อื่น ๆ เปน อัน มาก. แต่ ทัมมัดซแครนเมอ นั้น ไม่ หนี. เมรี่ ให้ จับ ทัมมัดซแครนเมอ เอา ตัว มา จะ ให้ ประหาร ชีวิตร เสีย, มี ผู้ ทูล ขอ โทษ ทรง พระกรุณา โปรด ให้ จำ ขัง ไว้ มิ ได้ ประหาร ชีวิตร เสีย.

๏ ใน คฤศตศักราช ๑๕๕๔ นี้, เมรี่ ทำ หนังสือ สัญญา ว่า จะ รับ พี ลิบ บุตร เจ้า แผ่นดิน เมือง สเปน มา เปน พระ ภัศดา. ขุนนาง แล ราษฎร ไม่ เตม ใจ, ทราบ ว่า พี ลิบ นี้ เบียด เบียน เกี่ยร เชิญ พวก โปรเต๊ตซตัน นัก, มี พวก หนึ่ง คิด จะ ถอด เมร เสีย จาก เจ้าแผ่นดิน. ผู้ ใหญ่ ใน พวก นั้น ชื่อ เซอทัมมัดเยน แหว๊ด พวก นั้น คิด จะ ถอด เมรี่ เสีย, แล้ว จะ ยก เลเดเยน เกร ที่ ต้อง จำ อยู่ นั้น ให้ เปน เจ้าแผ่นดิน. แต่ ผู้ ใหญ่ ไม่ พอรับ ใจ ด้วย การ นั้น จึ่ง ไม่ สำเร็จ. เมื่อ เมรี่ ทราบ ดัง นั้น รี้กว นัก, สั่ง ให้ เอา เลเดเยนเกร ไป ประหาร ชีวิตร เสีย.

๏ ฝ่าย พีลิบ ก็ เสดจ์ มา ทำ การ มงคล กับ เมรี่ เจ้าแผ่นดิน อังกฤษ, ทั้ง สอง องค์ ได้ เบียด เบียน ข่มเหง พวก โปรเต๊ตซ ตัน หนัก ขึ้น กว่า ก่อน, แต่ เมรี่ ให้ จับ พวก โปรเต๊ตซตัน คลอก ด้วย ไฟ, ปี หนึ่ง ๆ ประมาณ ร้อย คน. ส่วน ทัมมัดซ แครนเมอ ที่ ต้อง จำ อยู่ นั้น, เมรี่ ให้ คน ไป พูด จา ดู ว่า, ถ้า ทัมมัดซแครนเมอ สารภาพ รับ ผิด ยอม ว่า โพบ เปนใหญ่, ใน การ สาสนาแล้ว, จะ ไว้ ชีวิตร ให้ อยู่ ช่วยกัน ทำนุ บำรุง แผ่นดิน ถ้า ทัมมัดซแครนเมอ ยัง ดึง ดื้อ ถือ สาสนา เปน พวก โปรเต๊ตซตัน อยู่, จะ ประหาร ชีวิตร เสีย. ผู้ รับสั่ง ไป กล่าว กับ ทัมมัดซแครน เมอ ดัง นั้น, ทัมมัดซแครนเมอ รัก ชีวิตร อยู่, ก็ ยอม ลง ชื่อ ใน หนัง สือ สารภาพ รับ ผิด ต่อ โพบ. เมรี่ ทราบ ดัง นั้น แล้ว จึ่ง ตรัส ว่า, ซึ่ง ทัมมัดซแครนเมอ ลง ชื่อ ไว้ เท่า นั้น, จะ เชื่อ ฟัง เอา เปน คำ มั่น สัญญา มั่น คง ยัง ไม่ ได้ ก่อน. ถ้า จะ ให้ เปน สำคัญ มั่น คง แล้ว, ให้ ทัมมัดซแครนเมอ ไป ที่ วัด ประกาศ ตัว ต่อ น่า มหาชน ว่า, ข้าพเจ้า ถือ สาสนา เปน พวก โปรเต๊ตซตัน นั้น หลง ผิด ไป. บัด นี้ ข้าพเจ้า จะ ละ ทิ้ง เสีย ไม่ ถือ อย่าง นั้น แล้ว จะ ถือ ตาม สาสนา บาทหลวง นับ ว่า โพบ เปน ใหญ่ ไปกว่า จะ หา ชี วิทร ไม่. ถ้า ทัมมัดซเมอแครน ประกาศ ตัว ได้ ดัง นี้, จึ่ง จะ เหน จริง ด้วย. ทัมมัดซแครนเมอ ก็ ยอม ให้ คุม ไป ที่ วัด, แล้ว ประกาศ เสีย อย่าง อื่น ว่า, ซึ่ง ข้าพเจ้า ลง ชื่อ ไว้ ใน หนัง สือ นั้น เปน ความ ผิด หนักหนา. ข้าพเจ้า ขอ ถือ สาสนา เปน พวก โปรเต๊ตซตัน ไป กว่า จะ สิ้น ชีวิตร. ผู้ รับ สั่ง ฟัง ทัมมัดซแครน เมอ ประกาศ เสีย อย่าง อื่น ไม่ ประกาศ ตาม รับสั่ง, ก็ คุม ไป ที่ คลอก คน แล้ว กอง เพลิง ขื้น จะ คลอก เสีย. ทัมมัดซแครน เมอ ก็ ยื่น มือ ข้าง หนึ่ง เข้า ใน กอง เพลิง แล้ว ว่า, มือ ข้าง นี้ ทำ ผิด เขียน หนังสือ ลง ชื่อ, จน มือ ข้าง นั้น ไหม้ มิ ได้ สำ แดง อาการ ร้อน รน, จน สิ้น ใจ อยู่ ใน กอง เพลิง.

๏ ใน คฤศตศักราช ๑๕๕๕ ปี้, พีลิบ อยู่ ใน กรุง ลอนดอน เบื่อ หน่าย ไม่ สบาย พระไทย, ก็ เสดจ์ ไป อยู่ ใน ประเทศ ฟะ แลนด์เดอ. เมรี่ เสีย พระไทย โศก เศร้า ถึง พระ สามี นัก, ส่ง พระราชหัดถ เลขา ไป เชิญ ให้ เสดจ์ กลับ อยู่ เนือง ๆ. ฟีลิบ ไม่ เอา พระไทย ใส่, มิ ได้ ตอบ ประการ ใด. เมรี่ ก็ ยิ่ง ทรง พระ โสกา ดูร ตรอม พระไทย อยู่ เปน นิตย์, ทรง พระดำริห์ หา อุบาย แต่ ใน การ ที่ จะ ให้ พระ สามี นั้น กลับ มา. จึ่ง ให้ มี ภา ษี่ อากร อะไร ๆ มาก ขึ้น, ได้ เงิน มาก แล้ว จะ ได้ ส่ง ไป ให้ พี ลิบ, ๆ ก็ จะ ชอบ พระไทย, เหน แก่ เงิน จะ ได้ เสดจ์ มา. เมื่อ เมรี่ เจ้า แผ่นดิน ให้ มี ภาษี่ อากร มาก ขึ้น ดัง นี้, ราษฎร ทั้งปวง ได้ ความ เดือด ร้อน นัก.

๏ ใน คฤศตศักราช ๑๕๕๔ ปี, ซาลิช์ เอมเปรอ ใน เมือง ยอเมะนี่, ลา ออก เสีย จาก ราช สมบัติ, มอบ ราช สมบัติ ให้ แก่ พี ลิบ ผู้ บุตร. ฝ่าย พีลิบ ได้ เปน เจ้า แผ่นดิน เยอเมะนี่ แล้ว, ก็ ยก ทหาร ไป ตี ฝรั่งเสศ. เมรี่ ทราบ ว่า พีลิบ เสดจ์ ไป ทำศึก อยู่ กับ ฝรั่งเสศ จึ่ง ปฤกษา ขุนนาง จะ ให้ ยก ไป ช่วย พีลิบ. ขุนนาง ทั้งปวง เหน ว่า เมือง ฝรั่งเสศ กับ เมือง อังกฤษ เปน ไมตรี กัน อยู่, ก็ ทูล ขัด เสีย ไม่ ยอม ไป ช่วย พีลิบ. ฝ่าย พี ลิบ ตี ฝรั่งเสศ เหน จะ เอา ไชย ชำนะ ไม่ ได้, ก็ เสดจ์ มา เมือง อัง กฤษ, แล้ว ตรัส ตัด รอน แก่ เมรี่ ว่า, ถ้า ไม่ ให้ กอง ทัพ อัง กฤษ ไป ช่วย ตี ฝรั่งเสศ แล้ว, จะ ไม่ เสดจ มา เมือง อังกฤษ อีก เลย. เมรี่ เหน พีลิบ ตรัส ตัด รอน ดัง นั้น ด้วย ความ อา ไลย พระ ราช สามี. ก็ สู้ อ้อน วอน ขุนนาง อีก, ขุนนาง ทั้ง ปวง ไม่ ยอม. เมรี่ ก็ ทรง พระ โทมนัศ เสีย พระไทย นัก. ขุน นาง ทั้งปวง เหน เมรี่ ราชินี่ พระบาท เธอ ทรง พระอาดูร เศร้า หมอง ไม่ ผ่อง ไสย, ก็ ยอม ยก ไป ช่วย พีลิบ ตี ฝรั่งเสศ.

๏ ฝ่าย เมรี่ ทรง พระดำริห์ ปรารพ แต่ จะ ล้าง พวก โปรเต็ด ซตัน เสีย ให้ สิ้น เชิง. มิ ได้ เอา พระไทย ใส่ ใน การ ที่ จะ ปก ปั๊ก รักษา อาณา เขตร. ฝรั่งเสศ เหน อังกฤษ ผิด สัญญา, เสีย ทาง ไมตรี ยก มา ช่วย พีลิบ, ก็ ขุ่น เคือง ยก มา ตี เมือง แค ลิซ อังกฤษ ที่ ได้ ไว้ เปน เมือง ขึ้น นั้น ได้. ใน คฤศตศักราช ๑๕๕๘ ปี, เมรี่ เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ ทรง พระ ประชวร สิ้น พระ ชนม, อยู่ ใน ราช สมบัติ ๖ ปี. พระชนมายุ ๔๓ พรรษา. ราษ ฎร ทั้งปวง ไม่ มี ใคร เสียดาย เพราะ ดุ ร้าย นัก.

๏ ฝ่าย อีลิซาเบ็ด พระ น้อง นาง ต่าง พระชลนี่ ของ เมรี่ เจ้า แผ่นดิน, ได้ ราชา ภิเศก ครอง ราช สมบัติ สืบ มา. คน ทั้งปวง มี ความ ยินดี รัก ใคร่ เปน อัน มาก. เจ้า แผ่นดิน องค์ นี้ ถือ สาศนา ฝ่าย โปรเต็กซตัน, ทรง ชัก แจง แก้ หนังสือ สวดนั้น ให้ ถูก ต้อง ตาม แบบ อย่าง, ที่ พระราช บิดา แล เอต เวด พระราช อนุชา ได้ เปลี่ยน ผลัด ตัด แปลง ไว้นั้น. ฝ่าย พี ลิบ ทราบ ว่า เมรี่ สวรรคต แล้ว, ก็ ส่ง ราชทูต มา กล่าว อีลิซาเบ็ต. ๆ ไม่ ยอม แล้ว ตรัส ว่า, จะ ปก ครอง รักษา ราชสมบัติ อยู่ ผู้ เดียว จะ ไม่มี สามี่. อีลิซาเบ็ต เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ องค์นี้ ทรง พระ ปัญญา ปรีชา ฉลาด, ได้ ทะนุ บำรุง พระนคร ให้ มั่ง คั่ง บริบูรณ ขื้น กว่า ก่อน มาก. ทรัพย์ ใน พระคลัง ที่ จับ จ่าย ใช้ สอย บก พร่อง มา แต่ แผ่นดิน ก่อน ๆ, ก็ ได้ เพิ่ม เติม ให้ มาก ขึ้น, แล ได้ ป่าว ประกาศ เก็บ เงิน ที่ ได้ ปน กับ ทองแดง, ฤา ปน กับ สิ่ง อื่น ๆ ใช้ สอย อยู่ นั้น, เอา มา หลอม เลี่ยง ไล่ ให้ หมด มลทิน แล้ว, เอา แต่ เนื้อ เงิน อัน บริสุทธิ์ ทำ เปน เงิน ตรา ใช้ สอย, แล ได้ ต่อ กำปั่น ไว้ มาก ลำ. แล ได้ สร้าง เครื่อง สาศ ตรา อาวุธ ต่าง ๆ, แล ดิน ดำ ก็ ได้ จัด แจง ไว้ สำหรับ ยุทธ์ เปน อัน มาก. ขุนนาง ที่ ปฤกษา นั้น ก็ เลือก ตัด จัด เอา แต่ ที่ ดี มี สติ ปัญญา สัตย์ ซื่อ มั่น คง. พระองค์ ได้ ตระ เตรียม การ ทั้ง นี้ ไว้ สำหรับ จะ ได้ ป้อง กัน รักษา พระ นคร, ทั้ง ราษฎร ก็ ให้ อยู่ เย็น เปน ศุข. การ ทำนา ค้า ขาย ก็ มาก ขึ้น, ราษฎร ทั้ง ปวง ก็ พา กัน สรรเสริญ พระ ปัญญา บารมี.

๏ ฝ่าย เมรี เจ้า หญิง เมือง สะกอตแลนด์, ที่ ขุนนาง ส่ง หนี เอต เวด เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ ไป ฝาก ไว้ เมือง ฝรั่งเศศ, ก็ ได้ เปน มะหยี่ ของ เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเศศ. ครั้น พระเจ้า แผ่น ดิน สิ้น พระชนม์ แล้ว, พระนาง เมรี่ ก็ เสด็จ กลับ มา อยู่ เมือง สะกอตแลนด์, ได้ ทราบ กฤติศัพท์ สรรเสริญ อีลิซาเบ็ต เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ ดัง นั้น, พระนาง จึง ตรัส กับ ขุนนาง ว่า, พระ องค์ ก็ เปน เชื้อ วงษ์ ห่าง ๆ ของ เจ้า อังกฤษ, ถึง กระนั้น ก็ ยัง ควร จะ ได้ ราช สมบัติ ใน กรุง ลอนดอน อยู่. แต่ อีลิซาเบ็ต นั้น ไม่ ควร จะ ได้ ราชสมบัติ เลย. เพราะ มารดา เปน โทษ. แต่ เมรี่ ตรัส ประภาษ กับ ขุนนาง อยู่ เนือง ๆ. ฝ่าย อีลิซาเบ็ต ทราบ ดัง นั้น ก็ เคือง พระไทย, ชัง เมรี่ เจ้า แผ่นดิน สะกอตแลน นัก. ใน คฤศตศักราช ๑๕๖๓ นี้, อีลิซาเบ็ต ประชวร เปน ไข้ ทรพิศม์. ครั้น พระองค์ หาย ประชวร แล้ว, ขุนนาง ทั้ง ปวง เหน อีลิซาเบ็ต พระราช บุตร บุตรี ที่ จะ ได้ ครอง ราชสมบัติ สืบ ไป, ถ้า หา พระชนม์ ไม่, ก็ จะ เกิด รบ พุ่ง ช่วง ชิง สมบัติ กัน. บ้าน เมือง ก็ จะ ไม่ เปน ศุข.


เรื่อง อิน เดีย ซึ่ง ขึ้น แก่ อังกฤษ

๏ ว่า ด้วย เมือง ต่าง ๆ ซึ่ง อยู่ ใน ประเทษ อิน เดีย, ซึ่ง เกี่ยว ข้อง กับ เมือง อังกฤษ มาก ต่อ มาก, แล เมือง ที่ มี หนัง สือ สัญญา, ทำ ไว้ กับ เมือง อังกฤษ ๒๐๐ กว่า, แล เมือง ต่าง ๆ ที่ ทำ หนังสือ สัญญา นั้น, ลาง เมือง ก็ เปน เมือง ใหญ่ ลาง เมือง ก็ เปน เมือง เล็ก น้อย, ด้วย คน ที่ อาไศรย อยู่ ที่ เมือง เหล่านั้น, ไม่ น้อย กว่า ๒๐. พัน หมื่น. ครั้น จะ กล่าว เรื่อง ราว เมือง ต่าง ๆ นั้น ให้ รู้ ว่า, ลาง เมือง เปน เมือง ขึ้น อย่าง ไร, ลาง เมือง เปน แต่ มา พึ่ง บุญ อย่าง ไร, แล มี หนังสือ สัญญา ต่อ กัน แล กัน อย่าง ไร บ้าง, ก็ จะ เปน เรื่อง ราว ยืดยาว นัก. จึง คัด เอา แต่ ข้อ บาง ข้อ แต่ หนังสือ ห้า ฉะ บับ, ซึ่ง คอ เวอ, เมนต์ เมือง อิน เดีย ได้ ให้ มิศ เตอ แอก อิ ชัน, เรียบ เรียง ตี พิมพ์ ไว้ นั้น. เมือง เหล่านั้น ที่ เปน เมือง ขึ้น บ้าง. เมือง มา พึ่ง แก่ เมือง อังกฤษ, ใน ประเทษ อิน เดีย นั้น แบ่ง เปน สาม อย่าง, อย่าง ที่ ๑ เปน เมือง ไน แซ่ม, แล เมือง ไฮ เดอะ บาน เปน เมือง หลวง แห่ง เมือง นั้น. จำ นวร คน ใน เมือง มี ประมาณ โกฏิ หก แสน หก หมื่น หก พัน. เมือง เหล่า นี้ ซึ่ง เจ้า แผ่น ดิน เมือง นั้น มา พึ่ง เมือง อังกฤษ, แล ได้ ทำ หนังสือ สัญญา ยอม จะ ช่วย อังกฤษ, แล ตาม หนังสือ สัญญา ซึ่ง ทำ ไว้ นั้น. จะ ทำ หนังสือ สัญญา แก่ เมือง ไหน ๆ ไม่ ได้ เว้น, แต่ เมือง อังกฤษ รู้ แล เหน ชอบ ด้วย จึง ทำ ได้. ถ้า เกิด วุ่น วาย คิด ขบถ ก็ ดี เกิด ตัว เฮี้ย ก็ ดี เจ้า เมือง ระ งับ มิ ได้ แล้ว, เข้า เมือง อิน เดีย ต้อง ยก ทหาร มา ช่วย ให้ ระ งับ ให้ ได้. แล ใน เมือง หลวง ของ เมือง นั้น, มี ราช ทูต อังกฤษ มา อยู่ ที่ เมือง หลวง เสมอ, ทั้ง แม่ ทัพ นาย ทหาร เปน คน อังกฤษ มาก. เจ้า เมือง อิน เดีย มี ทหาร ใน เมือง นั้น. ที่ เปน ทหาร เดิน ท้าว ก็ ดี ขี่ ม้า ก็ ดี, ปืน ใหญ่ ก็ ดี ทหาร ๓ อย่าง นี้, ประมาณ สัก ๘ พัน คน. ทหาร เหล่า นี้ เจ้า แผ่น ดิน เมือง ไน แซ่ม, ต้อง เสีย ค่า เบี้ย เลี้ยง นอก จาก ทหาร ๘ พัน นี้, เจ้า เมือง ไน แซ่ม มี ทหาร อื่น ๆ ที่ อยู่ ใน บัง คับ ของ ตัว เปน อัน มาก. ถ้า แล จะ เกิด ศึก สง คราม ใน เมือง ใด ๆ, ที่ เปน เมือง ขึ้น เมือง อิน เดีย, แล เจ้า เมือง อิน เดีย มี คำ สั่ง ออก มา, ให้ ยก ทัพ มา ช่วย ก็ ต้อง มา. เมือง ไน แซ่ม นี้ ได้ มา พึ่ง กับ เมือง อังกฤษ, เพราะ ว่า แต่ ก่อน โน้น เมือง ฝรั่งเสศ คิด จะ มา ชิง เอา บ้าน นั้น บ้าน นี้ อยู่ บ่อย ๆ, จะ รัก ษา อาณา เขตร อยู่ ไม่ ใคร่ จะได้. ครั้น แปล เรื่อง ราว เมือง นี้ ให้ ละเอียด เดือน หนึ่ง ก็ ไม่ แล้ว. คัด เอา แต่ ข้อ ความ ตาม หนังสือ สัญญา, ซึ่ง พระ เจ้าแผ่น ดิน เมืองใน แซม นั้น, ใน กฤสตศักราช ๑๘๕๓ ปี, เมืองใน แซม ยัง เปน อินดิเปนเดนต์สเตต, ที่ มิ ได้ เปน เมือง ขึ้น, แต่ ถึง กระ นั้น ต้อง พึ่ง อยู่ บ้าง กับ เมือง อังกฤษ. แล ถ้า เกิดเหตุอันใดซึ่ง เจ้า เมือง อินเดีย, เหน ควร ที่ สั่ง เจ้า เมือง นั้น ยก ทับ มา ช่วย, ก็ ต้อง มา ขัด ไม่ ได้.

๏ อนึ่ง ยัง มี อีก เมือง หนึ่ง ชื่อ เมือง เควาลิอา, ลาง ที่ เรียกว่า เมือง สินลิอา, เมือง นี้ ตั้ง อยู่ ระหว่าง กลาง เมือง ฮิน ดู สถาน เหนือ เมืองใน แซม นั้น. เมือง เควาลิอา เล็ก กว่า เมือง ไทย น้อย หนึ่ง. ไพร่ บ้าน พล เมือง นี้ ประมาณ ๒๕๐ หมื่น คน ๆ แต่ ก่อน โน้น เมือง นี้ ได้ ยาก กลำ บาก นัก หนา. รบ สู้ กับ เมือง ที่ ต่อ กัน หลาย แห่ง หลาย ครั้ง, บ้าง ที ก็ ชำ นะ บ้าง บ้าง ก็ แพ้ บ้าง, บ้าน เมือง ไม่ เรียบ ร้อยวุ่น วาย หลาย อย่าง นัก หนา. ที่ เปน เจ้า เปน ขุน นาง เสนา บดี ผู้ ใหญ่, แตก ร้าว กัน คิด ขบถ ชิง เอา สมบัติ ทำ อย่าง นี้ หลาย ครั้ง. ลาง หัว เมือง เขา มา ตี เอา นั้น ก็ กลับ ไป ตี เอาได้ บ้าง. ก็ เปน ดัง นี้ จน ถึง พวก อังกฤษ, ก็ เข้า มา ตั้ง เปน กำ ลัง อยู่ใน เมือง อินเดีย แล้ว. พระเจ้า แผ่น ดิน เมือง นี้ ได้ ขอ พึ่ง กำ ลัง อังกฤษ, เพื่อ จะ มิให้ เมือง ต่อ ๆ กัน มา ชิง เอา บ้าน เมือง ต่อ ไป ได้. แล้ว ก็ ได้ รับ ราชทูต อังกฤษ มา อยู่ เมือง หลวง เสมอ. แล้ว ก็ มี ทหาร รับ แต่ เจ้า เมือง อินเดีย มา อยู่ เสมอ. แต่ เดี๋ยว นี้ มาก สัก เท่าใด หา แจง ไม่, ตาม หนังสือ สัญญา ที่ ทำ ไว้ กับ เจ้า เมือง อีนเดีย.

๏ ใน กฤษสก ราช ๑๘๖๐ ปี, เจ้า แผ่น ดิน ต้อง เสีย ค่า เบี้ย เลี้ยง ทหาร อังกฤษ. ที่ มา อยู่ ใน เมือง นั้น เปน เงิน ปี ละ ๑๖ หมื่น รู เบี้ย. แล้ว ตาม หนังสือ สัญญา ซึ่ง เจ้า แผ่น ดิน นั้น ได้ทำไว้ แก่ เจ้า เมือง อินเดีย, ได้ สัญญา ไว้ว่า จะ ไม่ เลี้ยง ทหาร ของ ตัว เกิน หมื่น พัน สาม ร้อย หก สิบ หก คน. ครั้น เกิด วุ่น วาย ใน เมือง อินเดีย, ใน กฤษศักราช ๑๘๕๗ ปี ๕๘ ปี นั้น เจ้า เมือง หลาย ๆ เมือง เข้า กัน คิด ขบถ, แล เมือง นี้ หา ได้.เข้า กับ พวก คิด ขบถ ไม่. แต่ ได้ เข้า ช่วย พวก อังกฤษ สู้ รบ พวก ขบถ จน แพ้ หมด แล้ว. เพราะ การ นี้ เจ้า เมือง อินเดีย จึง ได้ โปรด เมือง นี้ มาก, จึ่ง ชุบเลี้ยงให้ เจริญ ดี ถึง มา พึ่ง เมือง อังกฤษ, แล้ว ก็ เปน เหมือน หนึ่ง อินดีเปน เดนต์สะเตต ที่ ไม่ ได้ เปน เมือง ขึ้น เลย.

๏ อนึ่ง ยัง อีก เมือง หนึ่ง ชื่อ ขาดสะเมีย อยู่ ฝ่าย เหนือ เมือง อินเดีย ที่ ภู เขา แถว นี้ เรียก ว่า เขา หิม เลยหย่าน. แต่ ก่อน เมือง นี้ ก็ ไม่ เรียบ ร้อย. ก็ วุ่น วาย หลาย อย่าง นัก หนา รบ สู่ กัน เอง บ้าง หัว เมือง ต่อ หัว เมือง บ้าง, สู้ กับ เมือง ที่ ต่อ กัน บ้าง เปน ดั่ง นี้ จน ถึง พวก อังกฤษ, แผ่ อำนาถ มา ถึง เมือง ขาดส เมีย รับ แล้ว เข้า ก็ ได้ สู้ กับ อังกฤษ บ้าง, แล ครั้ง สมเดจ์ พระมหาราชา ถึง อนิจกรรม ลง แล้ว นั้น, มี พระ มหาราชา ตั้ง ขึ้น ใหม่ ชื่อ ว่า โกลาบ สิงห์ ๆ ได้ มา ขอ ทำ หนังสือ สัญญา, กับ เจ้า เมือง อิน เดีย พึ่ง กำ ลัง เมือง อังกฤษ. ตั้ง แต่ นั้น มา เมือง นั้น ก็ เรียบ ร้อย ขึ้น. เมือง ฃาดเมีย นี้ มี หัว เมือง ขึ้น หลาย ๆ เมือง ก็ มี. คน ใน เมือง นั้น ไม่ ใคร่ จะ ผิด กัน กับ คน เมือง ไทย. เมือง นี้ ต้อง รับ ทหาร เมือง อังกฤษ. ฤา ไม่ รับ มิ ได้ แจ้ง ตาม หนังสือ สัญญา พระ มหาราชา เมือง นั้น. ต้อง ถวาย เครื่อง ปรร ณาการ แก่ เจ้า เมือง อินเดีย, คือ ผ้า อย่าง ดี ตัว หนึ่ง. แพะ สิบ สอง ตัว อย่าง ดี ที่ เอา ขน ทำ ผ้า ห่ม นั้น. แล ผ้า ห่ม ที่ ทำ ด้วย ขน แพะ อย่าง ดี นั้น, สาน คู่ ๑ ทุก ๆ ปี เปน นิตย์. แล้ว เจ้า เมือง อิน เดีย ได้ ทำ หนังสือ สัญญา ไว้ ว่า, ช่วย รักษา เขตร แดน ให้ คง อยู่ มิ ให้ เมือง ใด มา ชิง เอา บ้าน ได้. แล้ว พระ มหา ราชา ได้ สัญญา ไว้ กับ เจ้า เมือง อิน เดีย ว่า, จะ ไม่ เอา คน ชาติ ยู โรย ชาติ อะเม ริกา มา เปน คน ใช้ ใน การ แผ่น ดิน, เว้น แต่ เจ้า เมือง อิน เดีย ทราบ ยอม ด้วย. บัด นี้ อังกฤษ มา รับ ใช้ ใน เมือง นั้น มาก เปน ที่ ช่วย ใน การ แผ่น ดิน. แล เปน เพราะ ได้ พึ่ง กับ เมือง อังกฤษ. แล คน เมือง อังกฤษ มา รับ ใช้ เมือง นั้น, จึ่ง อยู่ เอเย็น เปน ศุข แล แขง แรง ด้วย.

๏ อนึ่ง ยัง มี เมือง อื่น หลาย ๆ เมือง ใน ประเทศ อิน เดีย ที่ ได้ พึ่ง แก่ เมือง อังกฤษ, เหมือน อย่าง เมือง ไน แซม เมือง เควลิอา เมือง ขาดสะเมีย สาม เมือง นี้ แล้ว, ก็ ได้ เจริญ ดี ขึ้น เพราะ หนังสือ สัญญา ที่ ทำ ไว้ แก่ อังกฤษ. แล บังคับ บัญชา ไพร่ ฟ้า พลเมือง เหน กับ หนังสือ สัญญา นั้น, แล รักษา ทาง พระ ราช ไม ตรี่ กัน กับ เมือง อังกฤษ. แต่ ไม่ ต้อง ว่า ด้วย เมือง อื่น ๆ ด้วย สาม เมือง นี้ ภอ เปน อย่าง เปน เหตุ การ นั้น. แต่ ก่อน มี หลาย ๆ เมือง ที่ มา พึ่ง เมือง อัง กฤษ, เหมือน อย่าง สาม เมือง นี้ แล้ว ก็ เจริญ ขึ้น มี อยู่ บ้าง.


๏ การ สูบ ยา แดง ฯะ

๏ มี คน ชาว เมือง ฝรั่ง เสศ ชื่อ มน เซีย ย อล เส, ได้ พิจาร ณา โดย เล เอียด เหน ว่า, การ ที่ สูบ ยา แดง นั้น, มัก ให้ เกิด เปน ใจ บ้า. ชาว เมือง ฝรั่ง เสศ เมื่อ สูบ ยา แดง น้อย ก็ เปน บ้า น้อย, เมื่อ สูบ กล้อง สูบ บู่ หรี่ มาก ขึ้น, ก็ มี คน ใจ บ้า มาก ขึ้น. เปน เพราะ สมอง ศีศะ อ่อน ไป, แล เพราะ ไข ข้อ ใน กระดูก สัน หลัง เหลว ไป ด้วย.


๏ แร่ ทอง แล ตกั่ว นม ฯะ

๏ ข่าว มา ว่า ที่ เมือง ยูไนติศ เทศ แขวง เมือง นอ ริค คอ, ได้ ภบ แร่ ทอง แล ตกั่ว นม ปน กัน อยู่, เขา ขุด ใน สอง ชั่วโมง ได้ ทอง คิด เปน ราคา เงิน ๕ พัน ๔ ร้อย เหรียน.

๏ อนึ่ง ที่ เมือง กา ละ ฟอ เนีย, เขา ได้ แร่ น้ำ ประสาน ทอง ดี มาก, เขา ขุด ได้ วัน หนึ่ง ประมาณ ได้ น้ำ หนัก ๖๗ หาบ. ที่ เมือง กา ะ ละ ฟอ เนีย นั้น, เปน อันจรรย ได้ ของ ประเสริฐ มาก มาย นัก แทบ จะ ทุก อย่าง.


๏ เมือง นิว ยอก ๚ะ

๏ คอ เวอ เมนต์ ที่ เมือง นิว ยอก ได้ ตั้ง กด หมาย ใหม่, เพื่อ จะ ได้ ห้าม คน ที่ กิน เหล้า ไม่ ให้ ซื้อ ได้. กด หมาย นั้น ได้ จัด เลือก คน ดี ๆ หลาย คน, เรียก ว่า โบ เว ด ออฟ เอก ไซ, คือ จำพวก ที่ จัด เอา ค่า ธรรมเนียม ของ ที่ กิน ใน เมือง จำพวก นั้น. กด หมาย ใหม่ นั้น ห้าม ใน วัน อาทิตย์, แล วัน ที่ จัด เลือก ตั้ง ขุนนาง, ไม่ ให้ ใคร ๆ ขาย เหล้า ที่ ใกล้ เคียง ที่ ประ ชุม, ใน วัน อาทิตย์ ก็ ดี, ฤา ใน วัน เลือก ขุนนาง ก็ ดี. อำนาจ ที่ จะ ยอม ให้ ขาย เหล้า, แล ไม่ ยอม ให้ ขาย นั้น ก็ สิทธิ์ ขาด อยู่ แก่ คน จำพวก นั้น. แต่ คน จำ พวก นั้น ต้อง ตาม กด หาย. กด หมาย ห้าม ไม่ ให้ ขาย เหล้า แก่ เข่า ฤา ลูก จ้าง, เว้น ไว้ แต่ นาย จ้าง จะ ยอม, แล ห้าม ไม่ ให้ ขาย เหล้า แก่ คน ที่ อายุ ยัง ไม่ ถึง ๑๘ ปี, เว้น ไว้ แต่ บิดา มารดา ฤา ผู้ ที่ ชุบ เลี้ยง จะ ยอม. แล ห้าม ไม่ ให้ ขาย เหล้า แก่ คน ที่ กิน เหล้า แล้ว มัก เมา, ฤา แก่ เมีย เขา ฤา ผัว เขา ฤา ลูก เขา. ถ้า ผัว แล เมีย แล ลูก จะ มา ขอ ไม่ ให้ ขาย, จำพวก นั้น จำ เปน ตาม เขา ขอ. ที่ ขาย เหล้า ทุก แห่ง นั้น, ต้อง ปิด เสีย ตั้ง แต่ เวลา ๒ ยาม ไป จน เวลา รุ่ง เช้า, นี้ เปน การ ห้าม ทุก วัน ๆ. แต่ วัน อาทิตย์ นั้น ห้าม ไม่ ให้ ขาย เลย. อนึ่ง ผู้ ใด ขาย เชื่อ ไป แก่ ใคร ๆ ก็ ดี, แล้ว จะ บังคับ ทวง เงิน แก่ ผู้ ซื้อ ไม่ ได้. ผู้ ใด กิน เหล้า เมา ไป ก็ มี โทษ ปรับ หมาย ถึง ๑๐ เหรียน.


๏ มะนิลา ๚ะ

๏ ข่าว มา แต่ เมือง มะนิลา ว่า, คอเวอเมนต์ จับ จีน หลาย คน, เพราะ ว่า จีน ได้ จ้าง บล คน ให้ ทำ การ ชั่ว ผิด กดหมาย, แล จีน เหล่า นั้น ได้ ออก เงิน มากมาย, เพื่อ จะ ได้ จ้าง เจ้าเมือง เก่า ที่ ถึง แก่ กรรม เสีย แล้ว นั้น. เจ้า เมือง คน เก่า จะ ได้ รับ เงิน นั้น ไว้ ฤา ไม่ ได้ รับ ก็ ไม่ มี แจ้ง ใน หนังสือ พิมพ์. แต่ เจ้า เมือง ใหม่ คน นี้ เปน คน ดี มาก ไม่ รับ สินบล เลย, ได้ จับ คน ที่ เที่ยว บล บาล ให้ คน ทั้งปวง ทำ ผิด กดหมาย. ๑ ถ้า แม้น จะ จับ คน ทั้งปวง ที่ ใน กรุง เทพ ฯ ที่ เที่ยว บล บาล เพื่อ จะ ให้ หัน ความ สัตย์ ความ จริง ให้ ออก จาก ที่, เอา ความ คด โกง ไว้ แทน, จะ มี สัก กี่ คน. ถ้า จับ ได้ ทุก คน ใคร จะ นับ ได้.


เจ้า พระยา มา ใหม่

๏ เรือ เจ้าพระยา มา ถึง กรุง เทพ ฯ ณ วัน อังคาร เดือน ๑๑ แรม ๑๓ ค่ำ, เอา เมล มา ใหม่. มี หนังสือ จดหมาย เหตุ มา แต่ ลอนดอน ณ เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๓ ค่ำ, มา แต่ เมือง อะเมริกา เดือน ๙ แรม ๑๑ ค่ำ, มา แต่ เมือง บังกล่า เดือน ๑๑ ขึ้น ๒ ค่ำ, มา แต่ เมือง รางกุ้ง เดือน ๑๑ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง, มา แต่ เมือง มระแมน เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๐ ค่ำ, มา แต่ เมือง ปีแนง เดือน ๑๑ แรม ค่ำ หนึ่ง, มา แต่ ฮองกง เดือน ๑๑ ขึ้น ๖ ค่ำ, มา แต่ สิงคโปร์ เดือน ๑๑ แรม ๖ ค่ำ, มา แต่ เมือง เซี่ยงไฮ เดือน ๑๐ แรม ๑๒ ค่ำ, มา ทาง เตลิแครฟ มา แต่ ลอนดอน มา เดือน ๑๑ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง.


๏ หนังสือ จดหมาย ลอนดอน ๚ะ

๏ เปน ใจ ความ ว่า, เมือง ปรอศเซีย ได้ เปน ใหญ่ เรว ขึ้น นัก, ถึง เมือง ฝรั่ง เศศ แทบ จะ สู้ ไม่ ได้. เมือง ออศเตรีย นั้น ถอย กำลัง ลง มาก. เมือง อิตาลี่ ใหญ่ ดี ขึ้น กว่า แต่ ก่อน มาก. ที่ ใน เมือง อิตาลี่ นั้น, พวก กฤสเตียน ที่ เรียก ว่า โปรติศตันต์ จะ ได้ ความ ศุข เจริญ ขึ้น กว่า แต่ ก่อน. แล ที่ เมือง ปรอศเซีย นั้น เปน กฤส เตียน โปร ติ ตันต์ ทั้ง นั้น. แต่ เมือง ออส เตรีย เปน พวก บาด หลวง ทั้ง นั้น, จึ่ง เข้า ใจ ว่า สง คราม ที่ เกิด ขึ้น ไม่ ใน เรว ๆ นี้, พวก โปร ติ สตันต์ ได้ ที่ กว้าง ขวาง มาก, พวก บาด หลวง คับ แคบ ไป.

๏ อนึ่ง โรก ลง ราก ที่ เมือง อัง กฤษ, แล ฝรั่ง เสศ ก็ ยัง หมาก อยู่, แต่ ว่า น้อย กว่า แต่ ก่อน บ้าง โรก โค กระ บือ นั้น, เหือด ลง แทบ จะ หมด.


๏ เมือง อเม ริกา

๏ อนึ่ง หนังสือ มา แต่ เมือง ยะ เมริกา ใจ ความ ว่า คน ทั้ง ปวง ที่ จะ เลือก เจ้า นาย ขุน นาง นั้น, แบ่ง ออก เปน ๒ จำ พวก คือ พวก ที่ เข้า ด้วย คอน เครศ พวก หนึ่ง, คน ที่ เข้า ด้วย เปรศิ เดนต์ พวก หนึ่ง. คน ที่ เข้า ด้วย คอน เครศ นั้น ไม่ ยอม ให้ ๑๓ หัว เมือง ที่ เปน ขบถ แต่ ก่อน, เข้า ได้ ที่ คอน เครศ ว่า ราช การ กว่า จะ ทำ คำ สัญญา ยอม ให้ ชาติ อาฟริกา คน ดำ นั้น, เข้า ใน การ เลือก ขุน นาง. ฝ่าย พวก ที่ เข้า ด้วย เปรศิ เดนต์ นั้น, จะ ให้ หัว เมือง ที่ เปน ขบถ, เข้า ใน คอน เครศ ที่ เดียว ไม่ ต้อง คอย อะ ไร เลย เพราะ คน จำ พวก นี้ เหน ว่า ไม่ ควน ที่ คน ชาติ ดำ นั้น จะ เข้า ใน การ เลือก ขุน นาง เลย, เหน ว่า เปน ชาติ ต่ำ. ฝ่าย พวก คอน เครศ เหน ว่า ไม่ เปน คน ชาติ ต่ำ, ถ้า ได้ ฝึก ฝน ให้ รู้ ก็ จะ เปน คน ดี เหมือน คน ชาติ ขาว เหมือน กัน. ก็ กลัว ว่า ถ้า พวก เปรศิ เดนต์ ได้ เปน ใหญ่ ขึ้น แล้ว, ก็ คง จะ ข่ม ขี่ คน ชาติ ดำ ให้ อยู่ ใน อำนาถ เหมือน แต่ ก่อน. ข่าว ว่า ทั้ง ๒ ฝ่าย นั้น ร้อน รน มาก ขึ้น นัก. เปรศิ เดนต์ ก็ เที่ยว ไป พูด จา ปลอบ โยน คน ทั้ง ปวง, แต่ เที่ยว ไป ดั่ง นี้ หลาย วัน มิ่ ริ พล ไป ด้วย มาก. ถึง บ้าน ไต้ เมือง ไต้ เข้า แล้ว, ชาว บ้าน ชาว เมือง ก็ ออก มา หา เปรศิ เดนต์ ๆ. ได้ พูด จา ปลอบ คน ทั้ง ปวง. คน ก็ สรรเสิญ บ้าง คน ดู หมิน ดู ถูก บ้าง. คน ที่ ไม่ ชอบ ใจ ก็ ทำ สำคัญ ตาม ภา ษา เปน ที่ ดู ถูก เปรศิ เดนต์, พวก ที่ เข้า ด้วย เปรศิ เดนต์ ก็ ร้อง สรรเสิญ ดัง. แต่ พวก ที่ นิน ทา นั้น มาก กว่า พวก สรรเสิญ. ใน เดือน ออก โท เบอ แล เดือน โน เวม เบอ นี้, เปน เวลา สำ รับ เลือก ขุน นาง ที่ หัว เมือง ทั้ง ปวง. คน ที่ เข้า ด้วย เปรศิ เดนต์ อยาก จะ ให้ ขุน นาง ที่ จะ เลือก ใหม่ ๆ นั้น, อยู่ ฝ่าย เปรศิ เดนต์ คน ที่ เข้า ด้วย คอน เครศ, ก็ อยาก จะ ให้ ขุน นาง ที่ เลือก ไม้ นี้. เข้า ด้วย คอน เครศ. เหตุ ดั่ง นี้ คน ชาว บ้าน ชาว เมือง จึ่ง ร้อน รน นัก.


ข่าว เมือง พะ ม่า

๏ ข่าว มา แต่ เมือง พม่า เปนใจ ความ ว่า, ราชบุตร เจ้า อังวะ ที่ คิด ขบถ นั้น ยัง จับ ตัว หา ได้ ไม่, ดู เหมือน จะ มี กำลัง ขึ้น, แล้ว ยก รี้พล มา ตั้ง ใก้ล เข้า ๆ กับ กรุง อังวะ, น่า กลัว ว่า จะ ทำ จลาจล ตี เอา เมือง อังวะ แตก. พวก อังกฤษ ก็ นิ่ง เฉย อยู่ ไม่ ได้ ช่วย ข้าง ใคร, คอเวอเมนต์ อังกฤษ ได้ ห้าม ปราม ชาว อังกฤษ ไม่ ให้ เข้า ไป ใน เขตร แดน พะม่า, กลัว ว่า จะ ปะ ปน กัน กับ พะม่า กลัว จะ เปน ความ กัน. อังกฤษ ว่า จะ ไม่ เอา เปน ธุระ ใน การ ที่ จะ ปราบ ปราม ขบถ, เว้น ไว้ แต่ เจ้า อังวะ จะ ยอม ทำ ไมตรี ใหม่, ถึง ว่า เจ้า สอง องค์ นั้น จะ ตี กรุง อังวะ ได้, ก็ ดู เหมือน จะ ไม่ มี ความ สบาย. พวก พะม่า ทั้งหลาย ก็ จะ ไม่ ได้ ความ ศุข, เว้น ไว้ แต่ ยอม พึ่ง อังกฤษ.


เจ้า ไวสิรอย เมือง ไอกุบโต

๏ เรา ได้ ยิน ข่าว มา แต่ เมือง ไอกุบโต ว่า ไวสิรอย คือ เจ้า เมือง ไอกุบโต ได้ เลิก การ ที่ มี เมีย หลาย คน ใน ครอบ ครัว ของ ท่าน เพราะ ท่าน เหน ว่า เปน การ ไม่ ดี เปน การ ชั่ว เปน ที่ คน อื่น ดู อย่าง จะ ประพฤติ ตาม ก็ จะ เปน การ อัปยศ แก่ บ้าน เมือง เรา เหน ว่า ไวสิรอย ประพฤติ นั้น ดี ควร ที่ จะ สรรเสิญ มาก เพราะ ที่ เมือง ไอกุบโต นั้น เปน ธรรมเนียม มา หลาย ร้อย ปี แล้ว ธรรมเนียม นั้น คือ เจ้า นาย ให้ มี เมีย มาก เปน การ อัปยศ แก่ บ้าน เมือง ๆ จึ่ง หา ได้ เจริญ ดี ไม่ เหน ตั้ง แต่ นี้ ไป คน อื่น ก็ จะ เอา อย่าง ใหม่ คือ อย่าง ที่ มี เมีย คน เดียว เมือง ไอกุบโต จึ่ง จะ ดี ขึ้น เร็ว เรา ปราถนา อยาก ให้ ใน หลวง ที่ กรุง เทพ ฯ นี้ เอา เปน อย่าง ด้วย เพราะ การ ที่ มี พระ สนม หลาย ๑๐ หลาย ๑๐๐ นั้น เปน การ ทับ ถม เมือง สยาม เหมือน ต้น หญ้า ขึ้น ทับ ต้น เข้า ใน นา ต้น เข้า ไม่ งอก งาม บริบุรณ ได้ ด้วย ว่า เชื้อ ดิน นั้น รวม กัน เข้า บำรุง ต้น หญ้า ให้ งอก มาก ขึ้น เพราะ อย่าง ใน หลวง ทั้ง สอง พระองค เจ้านาย ขุนนาง ทั้งปวง จึ่ง เอา ธรรมเนียม นั้น เปน อย่าง จึ่ง ได้ เลี้ยง ภรรยา มาก ตาม มั่งมี ธรรม เนียม นั้น เปน ที่ ให้ บังเกิด ความ อัปยศ ใน กรุงสยาม มี ความ ชั่ว หลาย อย่าง นัก เปรียบ เหมือน แวม ไป ปะ คือ สัตว อย่าง หนึ่ง ที่ มี เรื่อง แต่ บูราณ ว่า ดูด เอา โลหิตร เจ้า นาย ขุนนาง ไพร พล ทั้งปวง ใน กลาง คืน ให้ อ่อน กำลัง ลง นัก ให้ ความ ดี ของ คอเวอแมนต นั้น เสื่อม ลง ทุก อย่าง โอโอ๋ ปราถนา อยาก ให้ ท่าน ใน หลวง ได้ รู้ ได้ เหน ด้วย ถ้า ท่าน ได้ เหน ด้วย แล้ว ท่าน คง จะ รื้อ ธรรม:เนียม ใน พระ บรมมหาราชวัง เสีย ถ้า ท่าน ได้ รื้อ เสีย แต่ เพียง นั้น ก็ เปน เหตุ เหมือน อย่าง ทุบ ตี ธรรมเนียม นั้น ให้ ตาย บันดา เจ้า นาย ขุนนาง ทั้งปวง เหน แล้ว คง จะ เอา เปน อย่าง แล เมือง สยาม จะ ได้ ความ สุข มาก ขึ้น


ในหลวง เสดจ์ ประภาษ เมือง พระพิศณุโลกย

๏ พระบาท สมเดจ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่หัว เสดจ ด้วย พระ ชินั่ง กล ไฟ ขึ้น ไป เมือง พระพิศณุโลกย์, ณวัน พฤหัศ เดือน ๑๑ แรม ค่ำ หนึ่ง. แล เมือง พระพิศณุโลกย์ นั้น แต่ ก่อน ก็ เปน ราชธานี่ ใหญ่. เรื่อง ราว ว่า ด้วย เมือง พระพิศณุโลกย์ นั้น, น่า อ่าน น่า คิด ถึง เรื่อง นั้น น่า อยาก จะ รู้ ให้ เลอียด, ใน ๑๐๐ ปี ไม่ ได้ ยิน ว่า พระเจ้า อยู่ หัว กรุง สยาม จะ เสดจ ขึ้น ไป ประภาศ เช่น นั้น. ข้าพเจ้า เหน ว่า เปน การ ใหญ่ แก่ ไพร่ พล เมือง ชาว พระพิศณุโลกย์ เขา คง จะ มี ความ ยินดี, ว่า พระเจ้าอยู่หัว แผ่น ดิน ของ ตัว เสดจ ขึ้น มา ถึง แล้ว. แล เสดจ ด้วย พระชินั่ง กล ไฟ ฤดู นี้ มี น้ำ ท่วม ฝั่ง จึง เสดจ ไป ถึง ได้, เปน คุณ เปน ประโยชน์ แก่ ชาว เมือง พระพิศณุโลกย เพราะ เรือ กล ไฟ. ถ้า ไม่ มี เรือ กล ไฟ แล้ว เหน พระเจ้า อยู่หัว จะ เสดจ ไป ไม่ ถึง, แล ได้ เสดจ ไป ประภาษ ตาม บ้าน เมือง หลาย แห่ง นั้น, ก็ เพราะ ว่า มี เรือ กล ไฟ, แต่ ก่อน มา พระเจ้า อยู่หัว กรุง สยาม ไม่ ได้ เสดจ ไป ประภาษ ได้ ดัง นี้ เพราะ ว่า ยัง หา มี เรือ กล ไฟ ไม่. เรือ กล ไฟ ลำ เดิม ของ กรุง เทพ ฯ ได้ ต่อ แล้ว, เมื่อ คฤสต ศักราช ๑๘๕๕ เดือน เสบเตมเบอ, วัน ๒๕ ที่ ท่าน เจ้า พระศรีสุริวงษ ที่ สมุห์พระกลาโหม จัด แจง ให้ ลง น้ำ ใน วัน นั้น. ท่าน เจ้า พระ ยาศรีสุริยวงษ ได้ เย เอ ซิ จันเลอ เซศไควเออ, เปน ครู บอก การ ที่ จะ ทำ กล ไฟ นั้น จน สำเร็จ.


๏ เจ้าพระยาศรีสุริยวงษ กลับ มา แต่ เมืองราชบุรี

๏ ณวัน พฤหัศ เดือน ๑๑ แรม ค่ำ หนึ่ง เวลา เช้า, ท่าน กลับ มา ถึง, ท่าน เอา ข่าว มา ว่า, นา ที่ แขวง เมือง ราชบุรี ใน ปี นี้ เข้า ก็ งาม นัก, หลาย ปี มา แล้ว เข้า ใน ท้องนา แขวง เมือง ราชบุรี ไม่ งาม เหมือน ปี นี้ เลย.


ไฟ แคศ

๏ ณวัน ศุกร เดือน ๑๑ แรม ๒ ค่ำ เวลา ๒ ทุม เสศ มิศเตอ สกอต แอนกำปะนี, ได้ สำแดง ไฟแคศ ที่ โรงยี่ เข้าใหม่ ไฟ แคศ นั้น. ดี งาม นัก แสง สว่าง ชอบ ตา คนนัก, ไม่ ต้อง ใช้ น้ำ มัน ประ พรม, มี โคม แก้ว เปน รูป ช้าง ปัก ไว้ ตรง น่า ต่าง ส่องไฟ ออก มา น่า โรง ยี่ งาม นัก. เขา เอา อัก ษร เปน ต้น พระ นาม ใน หลวง ใส่ ที่ น่า ต่าง, คน ทั้งปวง ได้อ่าน ดู เหน ชัด งาม นัก. เรา มี ความ ปราฐนา ให้ ไฟแคศนี้ ได้ ใช้, ที่ โรงยี่ จักรกล ไฟ ทุกแห่ง, แล ที่ กง สุล, แล ที่ นาย ห้าง ใหญ่ ทุก แห่ง. แล ใน พระบรมมหา ราชวัง, แล จวน ท่าน ผู้ใหญ่ ที่ เปน สำ คัญ.


เรือ รบ กลไฟ กรุง เทพ ฯ

๏ เรือ รบ กนไฟ ของ ใน หลวง ชื่อ เซอ เรเวน, กับตัน ชื่อ คำ แหง สาร เดช, ได้แล่น ออก จาก กรุง เทพ ฯ ณวัน พุทธ เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำ จะ ไป ส่ง พวก ยวน ที่ เรือ เสีย, ให้ ไป ถึง เมืองยวน. เรา เหน การ นี้ แล เปน การ ที่ จะ ให้ บำรุง ความ ไม ตรี กัน. เมือง ยวน กับ กรุง เทพ ฯ จะ สมัคสมาน เปน ไม่ตรี กัน ต่อ ไป. เรา ได้ ยิน ว่า, เรือ เซอเรเวน นั้น เมื่อ กลับ มา จะ เที่ยว กระ เวณ ตาม อ่าว ทะ เล ไทย.


อินชะเนี่ย ชาติ ดัชะ

๏ เรา ได้ ยิน ข่าว ว่า, มี อินชะเนี่ย ชาติ ดัชะ มา ถึง กรุง เทพ ฯ แล้ว คอเวอแมนต์ กรุง เทพฯ ได้ จ้าง ที่ เมือง สิงคโปร์, ให้ มา ทำ การ ซิวิล อินชะเนี่ย, คือ การ สำรับ จะ ทำ ทาง แล ทำ แผน ที่ บ้าน เมือง ให้ รู้ แน่ เปน ต้น ว่า แม่ น้ำ จะ คด อ้อม ไป ตวัน ตก ตวัน ออก ยังไร. แล บ้าน เมือง จะ ใกล้ ไกล กัน เพียงไร ให้ แน่ นอน. การ นั้น ไม่ เปน การ เดา การ ประมาณ เลย, เปน การ วัด ดู มั่นคง แน่ นอน. เรา ได้ ยิน ข่าว ดัง นี้ ก็ ดี ใจ นัก, เหน เปน การ ควร ที่ คอเวอแมนต จะ ทำ, ถึง จะ ลง ทุล หลาย สิบ หมื่น, ก็ ไม่ ควร จะ เสีย ดาย เงิน, ด้วย ว่า จะ เปน คุณ อัน ใหญ่ แก่ บ้าน เมือง, เพราะ ว่า กรุง สยาม แผนที่ ๆ จะ แน่ นอน ไม่ ใคร่ จะ มี เลย, เว้น ไว้ แต่ พวก โปรเตศตันต์ ได้ ทำ, นอก นั้น บ้าน เมือง ก็ เหมือน ห้อง คน ตา มืด จะ รู้ แต่ เพียง ว่า ที่ นี้ เปน ที่ ของ เรา. แต่ ว่า จะ เปน อะไร แน่ ก็ ไม่ รู้. ตา ก็ ไม่ เหน เมื่อ จะ ไป จาก ห้อง นี้ ไป ห้อง โน้น ก็ ไม่ รู้. แต่ ทุก วัน นี้ ใน หลวง ทรง พระดำริห์ ว่า, ควร ที่ จะ รู้ ว่า บ้าน เมือง แผนที่ จะ เปน อย่าง ไร แน่. แล้ว ก็ ได้ เสด็จ ไป ได้ ทรง วัด แดด สอบ สวน ดู หลาย แห่ง. แต่ ที่ คอเวอแมนต จะ ให้ ใน หลวง ไป วัด แดด ดู อีก หลาย แห่ง เหน จะ ไม่ ได้. ควร ที่ ท่าน จะ อยู่ ใน กรุงเทพ ฯ ที่ หัว จ้าง คน อื่น ไป แทน. ได้ ยิน ว่า คอเวอแมนต จะ ให้ อินซะเนีย คน นี้ ไป วัด ดู แม่ น้ำ แม่ โกง ก่อน, ไม่ ได้ ไป ด้วย กัน กับ อินซะเนีย พวก ฝรั่งเสศ ดอก. อินซะเนีย พวก ฝรั่ง เสศ ได้ หนังสือ คอเวอแมนต กรุงเทพ ฯ เบิก ด่าน นั้น เขา ไป ก่อน แล้ว พวก นี้ จะ ไป ต่าง หาก. เรา ปราถนา จะ ให้ อินซะ เนีย วัด ดู ทาง ที่ จะ ทำ ใหม่ ฟาก ฝั่ง ตวัน ตก กรุงเทพ ฯ ตั้ง แต่ หลัง วัด บางว้าใหญ่, ฤา หลัง วัด อารุณ ตลอด ถึง เมือง สมุทร ปราการ. กรุงเทพ ฯ ตวัน ตก ไม่ ใคร่ จะ มี ทาง หลวง เลย. มี แต่ ทาง เล็ก ๆ น้อย ๆ คับ แคบ นัก, คน ที่ ฟาก ตวัน ตก มี คน มั่ง มี ก็ มาก ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ก็ มี มาก. แต่ ทาง หลวง ที่ สมควร ผู้ ใหญ่ ไม่มี เลย. ดู เหมือน คอเวอแมนต จะ ทิ้ง กรุง เทพ ฯ ตวัน ตก เสีย แล้ว ดู ไม่ ควร เลย. เหมือน กับ เมือง ลอนดอน ที่ มี แม่ น้ำ อยู่ กลาง, ถ้า จะ บำรุง อยู่ แต่ ฝั่ง หนึ่ง ๆ จะ ทิ้ง เฉย เสีย ที่ เดียว ก็ ไม่ ควร, คอเวอแมนต ลอนดอน เหน ว่า แม่ น้ำ กว้าง นัก จึง ทำ อุโมง ใต้ น้ำ ให้ คน เดิน มา ใต้ น้ำ ได้ โดย สบาย เพื่อ จะ ให้ คน ไป มา หา กัน ได้ โดย สดวก ทั้ง สอง ฝ่าย. แล ทาง กรุง เทพ ฯ ฝั่ง ตวัน ตก ทุก วัน นี้ คด เคี้ยว คับแคบ นัก. คน เดิน ก็ ต้อง เดิน ตาม กัน ไป ที่ ละ คน ๆ, ลาง ที ก็ เดิน ไป ใน ทรอก บ้าน ทรอก ตึก, แล้ว อ้อม ค้อม วง เวียน ไป. ลาง ที ทาง เดิน นั้น ไป ตรง เล้า หมู เข้า ก็ ต้อง อ้อม วง เล้า หมู ไป. แล ที่ คลอง เล็ก ๆ น้อย ๆ ก็ มี ตะพาน ไม้ ลำ เดียว บ้าง กระดาน สอง แผ่น บ้าง ต้อง เดิน ไต่ ไป ตาม นั้น. ที่ จะ ไล่ ม้า ให้ ข้าม ตะพาน ไป ม้า ก็ ข้าม ไม่ ได้. คน แล แพะ จะ เดิน ได้ เท่า นั้น. อนึ่ง ถนน เจริญ กรุง ที่ ใน หลวง ได้ ทรง จัดแจง ขึ้น นั้น, ตั้ง แต่ ปาก คลอง ผดุง ฝั่ง ใต้ ลง ไป จน ถึง บาง คอแหลม, ก็ ห่าง ไกล ฝั่ง แม่ น้ำ ออก ไป, บ้าน เรือน ตึก ห้าง ที่ ตั้ง อยู่ ริม ฝั่ง น้ำ ปิด บัง ถนน เสีย หมด. คน มา เรือ ไม่ รู้ ว่า ถนน อยู่ ที่ ไหน จะ แวะ จอด เรือ เดิน ขึ้น ไป ที่ ถนน ก็ ไม่ ใคร่ จะ มี ท่า ขึ้น ลง. เรา ปราถนา จะ ให้ อินซะเนีย คน นั้น จัดแจง, ให้ มี ถนน แยก ลง มา จาก ถนน เจริญ กรุง ลง มา ถึง ฝั่ง น้ำ สัก สาม แห่ง สี่ แห่ง, จะ ได้ เปน ถ้า ขึ้น ลง ได้ โดย สดวก จะ เปน คุณ เปน ประโยชน์ แก่ กรุงเทพ ฯ มาก. อนึ่ง อินชะเนีย คน นั้น ได้ เข้า มา ด้วย เรือ บากสยาม ชื่อฮีราถึง เมื่อ เดือน ๑๑ แรม ๓ ค่ำ มี คน เปน ผู้ ช่วย การ อินชะเนีย นั้น มา ด้วย สอง คน.


ครู แมกคิลวะเร

๏ เรฟอเรนต์ ตาเนเอลแมกคิลวะเร, ทั้ง บุตร ภรรยา มา จาก เมือง เพชรบุรี, ถึง ณวัน พุทธ เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำ, ได้ ลา บ้าน ที่ เมือง เพชร อพยบ มา เพื่อ จะ ได้ ไป ตั้ง บ้าน อยู่ ณเมือง เชียงใหม่. ท่าน จะ อยู่ ที่ กรุงเทพ ฯ จน ถึง เดือน อ้าย ข้าง แรม, แล้ว ก็ จะ ขึ้น ไป ณเมือง เชียงใหม่.


โรง จักร สี เข้า

๏ เรา ได้ ยิน ข่าว ว่า โรง จักร สี เข้า ใน กรุง เทพ ฯ ทั้ง สาม แห่ง ที่ ได้ ใช้ สี เข้า ใน ๘ เดือน ที่ ล่วง ไป แล้ว นั้น, ได้ สี เข้า ประมาณ วัน ละ ๔ พัน ๕๐๐ หาบ เสมอ, เดือน หนึ่ง คิด เปน เข้า ๑๓ หมื่น ๕ พัน หาบ. รวม กัน ทั้ง ๘ เดือน เปน เข้า ๑๐๘ หมื่น หาบ. แล สี เข้า ที่ ตาม ธรรมเนียม ไทย สี นั้น โรง หนึ่ง จะ สี ก็ ได้ เพียง วันละ ๒๕ หาบ. จึง เหน ว่า โรง สี จักร สาม แห่ง นั้น มี กำลัง เสมอ ๓๘๐ โรง อย่าง ไทย, แล เข้า ที่ โรง จักร สี ทั้ง สาม แห่ง นั้น, มี ราคา มาก กว่า เข้า ที่ สี ด้วย มือ.

๏ หนึ่งโรง สี จักร ใหม่ ที่ มิศเตอ สกอตแอนกำปนี ที่ ได้ สร้าง ขึ้น นั้น, ก็ เกือบ จะ ใช้ ได้. เมื่อ แล้ว คง จะ ได้ สี เข้า วัน ละ พัน ๕๐๐ หาบ. ศรี่ ด้วย กัน กับ ๔ พัน ๕๐๐ หาบ นั้น. ที่ สาม โรง สี นั้น, เปน เข้า วัน ละ ๖ พัน หาบ. เดือน หนึ่ง คิด รวม เปน เข้า ๑๘ หมื่น หาบ. การ นี้ มิ ควร เปน การ ใหญ่ ฤา ไม่ ควร ที่ จะ สรรเสิญ ว่า ได้ การ ดี ฤา. ประมาณ ได้ ๒ ปี มา แล้ว การ นี้ ดู เหมือน จะ ไม่ ดี, มี ผู้ ใหญ่ ดู หมิ่น ว่า เปน การ เสีย เปล่า ๆ.


นาย กอก ตระเวน

๏ กับตันเอศ เซ บิ เอมซี่ เปน นาย กอง ตระเวน ใหญ่ ทั้ง ลูก เมีย ทั้ง หมอ สมิท แล ภรรยา จะ ไป อ่าง หิน จะ ไป ตาก ลม หาย เหนื่อย จะ ไป อยู่ ที่ ตึก ซันนิเตเรี่ยม ที่ เจ้า พระยา ศรีสุริวงษ ได้ สร้าง ไว้ เพื่อ จะ ให้ ชาติ ยุโรบ อะเมริก ไป ภัง อาไศรย ให้ สบาย เปน คุณ ใหญ่ พวก ชาติ ยุโรบ แล อะเมริกา ภา กัน ขอบใจ ใน หลวง แล ท่าน เจ้า พระยา ศรีสุริวงษ นัก


ร้อง ประกาศ

๏ หนังสือ นี้ เปน ที่ ให้ คน ทั้งปวง รู้, ว่า หนังสือ ร้อง ประ กาศ ที่ ลง พิมพ์ ปางกอก รีกอเดอ ณวัน พุทธ เดือน ๑๑ แรม ๑๕ ค่ำ นั้น, ที่ ได้ ว่า นาง อิน ที่ แต่ ก่อน เปน เมีย ของ จงเลี้ยง, ที่ จง เลียง เรียก ว่า เยเน, แม่ ไล่ เมีย ของ อานัลดโกล ฝรั่งเสศ เปน คน ทำ ขนมปัง ขาย นั้น, ได้ เปน แม่สื่อ ชักสื่อ นาง อิน ให้ เปน เมีย ของ มิศเตอ ฟีดเซอ ชาติ อังกฤษ, คำ นั้น เปน ความ ไม่ จริง ข้าพเจ้า อานัลดโกล จึง ไป ฟ้อง จงเลี้ยง แก่ กงสุล อังกฤษ, ว่า จง เลี้ยง สประมาท ข้าพเจ้า ไม่ จริง. ข้าพเจ้า จะ เอา เงิน ทำขวัญ ๒๐๐ เหรียน. กงสุล อังกฤษ ได้ ตัดสิน ความ เรื่อง นี้ ณ วันจันทร เดือน ๑๑ แรม ๕ ค่ำ, พิจารณา เปน สัตย, กงสุล ตัดสิน ให้ จง เลี้ยง เสีย เงิน ทำขวัญ ให้ แก่ แม่ ไล่ ๑๐๐ เหรียน. กงสุล ได้ ยอม ให้ ข้าพเจ้า ลง พิมพ์ แก้ ความ ที่ จงเลี้ยง, คน ทำ ขนม คั้ง อยู่ ถนน เจริญกรุง.


เรื่อง เกาะ ซันดาวิด

๏ คัด ออก จาก หนังสือ ที่ ตกแต่ง ใหม่, ทำ โดย เรบเออ เรนต์ อาระแอนเดอซัน, เปน ผู้สำเร็จการ พวก มิดชันนาเร ที่ มี ชื่อ ว่า เอ บี ซี เอฟ เอม โบอาต. มิศเตอ แอนเดอซัน ได้ ไป เที่ยว ดู ใน เกาะ ซันดาวิด นั้น, รู้ แน่นอน แล้ว ก็ ลง พิมพ์ เปน หนังสือ ใหญ่.

๏ ว่า ประมาณ ได้ ๘๙ ปี มา แล้ว คน ชาติ ยุโรบ ไม่ มี ใคร รู้ ใคร เหน เกาะ นั้น เลย จนถึง กฤสต์ศักราช ๑๗๗๘ ปี, คือ ๘๘ ปี มา แล้ว, มี คน ชาติ อังกฤษ ชื่อ กับตัน เยมซิกุก, แล่น เรือ ไป ถึง หมู่เกาะ นั้น, เปน คน ชาติ ยุโรบ ที่ ได้ เหน ก่อน. จึง เรียก ชื่อ ว่า หมู่เกาะ ซันดาวิก, แต่ คน ชาวเกาะ นั้น เขา เรียก หมู่ นั้น, ชื่อ เกาะ เฮไวอี่. มี ๑๐ เกาะ ด้วยกัน อยู่ ใกล้กัน. ชื่อ เฮไวอี่ เปน เกาะ ใหญ่ กว่า เกาะ ทั้งปวง, ชื่อ เมาอี่ ๑ เคฮูลาวี ๑ เลนาย ๑ โมโลกา ๑ โอเอฮู ๑ เคาอี่ ๑ เนยอี่เฮา ๑ เคาลา ๑ โมโลไก้นี่ ๑ เปน ๑๐ เกาะ ด้วยกัน. ถ้า จะ แบง แผ่นดิน ใน เกาะ นั้น ออก เปน ส่วน ๆ ละ ๔ เหลี่ยม ๆ ละ ไมล์, ก็ มี แผ่นดิน ใน หมู่เกาะ เชน นั้น ๖ พัน ๕๐ ส่วน นั้น. หมู่เกาะ นั้น อยู่ ใน มหา สมุทร เปสิฟิกโอเชียน และ ทิศท์ อยู่ ฝ่าย เหนือ ๑๙ แล ๒๒ ดีครี ลันจิทูต์ ฝ่าย ตะวันตก จาก เมือง ครีนวิศ ใน ระวาง ๑๕๔ แล ร้อย ๑๖๐ ดีครี. อยู่ ไกล จาก เมือง กวางตุ้ง ๔๘๐๐ ไมล์, ไกล จาก เมืองพนามา ๔๘๐๐ ไมล์อยู่ที่ ตรง กลาง ทาง ไป จาก เมือง พนา มา ไป ถึง กวาง ตุ้ง.

๏ มี สำคัญ พยาน ว่า แต่ ก่อน นม นาญ เกาะ นั้น, ผุด ขึ้น เพราะ แรง ไฟ ที่ มี อยู่ ใน ไต้มหา สมุท. ทุก วัน นี้ มี ไฟ ผุด ขึ้น ที่ เกาะ เฮไว อี่บ่อย ๆ. เมื่อ ไฟ ผุด ขึ้น แล้ว ดิน แล หิน ก็ ละ ลาย ผุด ออก จาก ภู เขา ที เกาะ นั้น, ไหล ลง ไป ถูก น้ำ ใน ทะเล, น้ำ ก็ เดือด แล้ว หิน ก็ แขง ไป. เกาะ เหล่า นั้น ภุด ขึ้น มา นาน แล้ว จึ่ง มี ดิน. หิน นั้น ก็ อ่อน กลับ เปน ดิน ดีอุดม. มี ต้น ไม้ สูง ใน ภู เขา ทั้ง ปวง. ใน หุบ เขา นั้น ชอบ เกิด อ้อย เกิด ขึ้น เอง เปน ต้น ใหญ่. อยู่ มา ใน เรว ๆ นี้ มี คน ทำ ไร อ้อย ทำ น้ำ ตาล ขาย ได้ การ ดี มาก. ก่อน อังกฤษ ได้ พบ ปะ ก็ ไม่ รู้ จัก ทำ น้ำ ตาล. เมื่อ มี อังกฤษ เปน ครู ก็ ทำ น้ำ ตาล ดี ขึ้น. แต่ เดิม คน เล่า นั้น เขา เลี้ยง ชีวิตร, ด้วย มัน อย่าง หนึ่ง เขา เรียก ว่า ทาโร คล้าย ๆ เผือก. แต่ ก่อน นั้น เขา ไม่ รู้ จัก ทำ เขา เลี้ยง ชีวิตร ด้วย มัน. มี มัน เทศ หวาน เหมือน มัน เทศ ที่ มี อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ. มี สาเก มพร้าว กล้วย,มี ราก ท้าว ไย่ ม่อม. ของ เหล่า นี้ เกิด ขึ้น เอง เปน สำ รับ แผน ดิน นั้น. ที่ หลัง ชาว บ้าน เมือง นั้น เอา ของ อื่น มา ปลูก มาก หลาย อย่าง, คือ ส้ม ต่าง ๆ, ต้น องุ่น, สปรศ, แตง ต่าง ๆ, ถั่ว, หัว หอม, ผัก เหลือง, ก้า หล่ำ. ของ เล่า นี้ เขา เอา ปลูก ได้ การ ดี มาก. เมื่อ แรก พบ ปะ เกาะ นั้น ได้ พบ เหน สัตว จัตุ บาท เพียง ๓ อย่าง เท่านั้น,คือ หมู อย่าง หนึ่ง จิ้ง จก อย่าง หนึ่ง, สัตว คล้าย หมู เล็ก กวา หนู อย่าง หนึ่ง. สัตว ร้าย ไม่ มี, เว้น ไว้ แต่ มแลง ปอง. งู ร้าย ก็ ไม่ มี ไม่ มี สัตว ไว้ ที่ จะ กัด คน. ที่ หลัง ชาว บ้าน เมือง นั้น, ซื้อ ม้า แพะ แกะ วัว. มา จาก เมือง กาลิฟอ เนีย, สัตว เล่า นี้ มี มาก ใน กฤส ต์ ศักราช ๑๘๒๓ ปี. ตัว แกะ นั้น เจริญ ที่ บน ภู เขา. ที่ ห้วย เขา ก็ ไม่ ชอบ แก่ ฝูง แกะ เพราะ ว่า อากาศ ร้อน.

๏ นก หา กิน บน แผ่น ดิน มี น้อย, มี แต่ นก เค้า แมว แล นก กาลิ่ง ศีร แดง เหลือง,แล นก กระลาง, นก กระลาง นั้น. ขน มี ราคา มาก, เจ้านาย เอา มา ตก แตง เปน หมวก แล เกราะ กัน อาวุธ.

๏ อากาศ เกาะ ซันดาวิศ นั้น สบาย มาก ไม่ ร้อน ไม่ หนาว. ทอง ฟ้า ผ่อง ใส หลาย วัน ก็ ไม่ ใคร จะ มี เมฆ. ลม อากาศ นั้น ให้ เกิด กำลัง ใน ตัว ใจ สบาย. ดวง พระ จันทร กลาง คืน ก็ สว่าง มาก ไม่ มี ที่ อื่น ใน โลกย ที่ จะ เปรียบ ได้. ฝน ตก ก็ ไม่ มาก นัก, ฟ้า ร้อง ก็ ไม่ น่า กลัว. ฟ้า เลบ ก็ ไม่ เปน อันตราย. ลม พยุ กล้า ก็ไม่เหนมี. ดูที่ เกาะ นั้น เปน ที่ สบาย มาก, ชอบ แก่ ชีวิตร มนุษย ๆ อายุ ยืน. ปี หนึ่ง มี ฝน ตก ใน ๔๐ วัน, นอก นั้น ก็ ไม่ มี ฝน. เมฆ ใน ฟ้า ปี หนึ่ง มี ๕๓ วัน, นอก กว่า นั้น อา กาศ ก็ ผ่อง ใส. เครื่อง ที่ วัด ร้อน ชื่อ เทอมอมอิเตอ นั้น, ร้อน ที่ สุด ปรอด ขึ้น ถึง ๘๘ เท่านั้น. หนาว ที่ สุด ลง ๕๔ ดิครี่ เท่านั้น. อย่าง กลาง ที่ เปน โดย มาก ๗๕ ดิครี่. ลม เปน อุตรา อยู่ เสมอ ๙ เดือน. ใน สาม เดือน นั้น ลม ไม่ ยัง ยืน ยอม พัด มา แต่ ทิศ ต่าง ๆ.

๏ ใน คฤสตศักราช ๑๗๗๘ ปี เวลา ที่ กับ ตันคุก ได้ ไป ภบ ปะ เกาะ นั้น. มี ผู้ คน ชาว บ้าน อยู่ ประมาณ สัก ๔๐ หมื่น คน. แต่ เมื่อ ครั้น มา ถึง คฤสตศักราช ๑๘๒๐ ปี, เวลา ที่ พวก มิศ ซันนาเรอะเมริกัน ไป ถึง, เขา เดา ประมาณ คน ชาว บ้าน ชาว เมือง ว่า ๑๕ หมื่น แต่ เท่า นั้น. เขา เที่ยว ไป ดู เหน ว่า แต่ ก่อน จะ มี คน มาก กว่า นั้น. คน น้อย ลง เพราะ เกิด ฆ่า ฟัน กัน แตก แยก กัน เปน พวก ๆ, ไม่ ใคร่ จะ สมัก สมาน กัน, แล้ว ก็ ทำ การ ชั่ว มาก. เกาะ นั้น มี เจ้า เมือง มาก ล้วน แต่ ถือ ตัว ว่า เปน ใหญ่, ไม่ อาไศรย แก่ กัน เปน ศึก ศัตรู กัน แทบ จะ ทุก เวลา. เจ้า ที่ เปน ใหญ่ กว่า เจ้า อื่น ชื่อ คามิฮามิฮา. ที่ หลัง ก็ มี กำ ลัง มาก ขึ้น, ไม่ ช้า ไม่ นาน เมือง อื่น ๆ ก็ มา ขึ้น หมด.

๏ ชาว เกาะ ซันดาวิด คน นัก ปราช ทั้งปวง เหน ที่ จะ เปน ชาติ มาลายู, น่า ตา ผิว หนัง ก็ เหมือน กัน. คำ ใน ภาษา เขา พูด นั้น เหมือน ภาษา มาลายู มาก.

๏ เขา มี เรื่อง ราว เล่า ให้ กัน ฟัง เปน พงษาวดาร กล่าว ถึง เจ้า เมือง ต่อ ๆ กัน มา ว่า มี ๗๐ องค์ จึง นึก เหน ว่า, เกาะ ซันดาวิด นั้น จะ เปน เมือง มา กว่า พัน ปี.


ราคา สินค้า ฮ่องกง

๏ เดือน ๑๑ ขึ้น ๒ ค่ำ ราคา เข้า ถอย ลง บ้าง แต่ การ ที่ ขาย เข้า นั้น ยัง ซื้อ ขาย กัน มาก เข้า ไซง่อน แล เข้า กรุงเทพ ฯ มาก เข้า อย่าง อื่น ๆ ก็ หมด ไป เข้า ไซ่ ง่อน กรุง เทพ ฯ หาบละ ๒ เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๔๐ เซนต์ ถัด มา อีก ๔ วัน ๕ วัน ขึ้น หาบ ๓๕ เซนต์

๏ ฝ้าย. มี เรือ มา แต่ เมือง กาละกะตา เอา ฝ้าย มา ขาย มาก จึง มี ฝ้าย ที่ ฮ่องกง มาก เหลือ ที่ จะ ต้อง การ แล้ว อีก สัก หน่อย ฝ้าย ที่ เกิด เมือง จีน ฝ่าย เหนือ คง จะ เข้า มา มาก เพราะ ปี นี้ ฝ้าย ดี บริบูรณ ราคา ฝ้าย ที่ เมือง ฮ่อง กง จึ๋ง ถอย ลง หาบละ ๒ เหรียน ฤา ๓ เหรียน ใน วัน ขึ้น หก ค่ำ นั้น ขายได้ เปน ราคา ฝ้าย บังกก่า หาบละ ๑๘ เหรียน แล ๒๒ เหรียน ฝ้าย เทียนสิน หาบละ ๑๘ เหรียน แล ๒๓ เหรียน ฝ้าย เซี่ยงไฮ้ หาบละ ๒๓ เหรียน แล ๒๓ เหรียน ๕๐ เซนต์

๏ เหล็กฟาก สำรับ ทำ เหล็ก ตปู หาบละ ๓ เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๓ เหรียน ๓๗ เซนต์ เหล็กฟาก สำหรับ ทำ ปลอก ถัง หาบละ ๓ เหรียน ๓๕ เซนต์ เหล็ก ฟาก อย่าง ใหญ่ แบน บ้าง กลม บ้าง หาบละ ๒ เหรียน ๗๐ เซนต์ แล ๓ เหรียน ถ้วน

๏ ตกั่วนม หาบละ ๖ เหรียน ๓๐ เซนต์ แล ๖ เหรียน ๕๕ เซนต์ กากกั้ว เกรียน หาบละ ๒๐ เหรียน แล ๒๓ เหรียน เหล็กกล้า หาบละ ๓ เหรียน ๗๕ เซนต์ แล ๕ เหรียน

๏ ปรอท หาบละ ๖๗ เหรียน แล ๖๘ เหรียน

๏ พริกไทย ดำ หาบ ๖ เหรียน ๔๐ เซนต์ แล ๖ เหรียน ๖๐ เซนต์

๏ หมาก หาบละ ๒ เหรียน ๕๐ เซนต์ แล ๔ เหรียน

๏ ฝิ่น อย่าง ปัตนาใหม่ หีบ ละ ๕๕๐ เหรียน แล ๕๖๕ เหรียน อย่าง ปัตนา เก่า ๕๖๐ อย่าง บีนาเรศ หีบละ ๕๖๗ เหรียนครึ่ง อย่าง มลวา หีบ ๗๕๐ เหรียน ฝิ่น เถื่อน หาบละ ๔๘๐ เหรียน


กำปั่น เข้า กรุงเทพ ฯ
เข้า มา เมื่อ ไรกำปั่น ชื่อ ไรกัปตัน ชื่อ ไรกี่ ตอนเรือ อ ไรมา แต่ ไหน
เดือน ๑๑ ขึ้น ๙ ค่ำฮองกงจีน๒๐๐บาก สยามชาย ทเล
เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๐ ค่ำปารา มัตตาจีน๒๐๐บาก ดัชะสิงคโปร์
เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๑ ค่ำเอม เตา กลั๊ดวูลฟ๓๓๓บาก สยามฮองกง
เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๒ ค่ำลากชิลล์๔๔๔บาก อังกฤษฮองกง
เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๓ ค่ำนิว ยอกเนียน นัก๕๓๖บาก อังกฤษฮองกง
เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๔ ค่ำกัต ติ ชากวระ๕๐๐ชิบ อังกฤษฮองกง
เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำคอง กี รอเอม ซิกลไฟ สยามชาย ทเล
เดือน ๑๑ แรม ๒ ค่ำยูปิ เตอคอน เซ ฟ ซัน๑๐๙บริก สยามไซ่ง่อน
เดือน ๑๑ แรม ๓ ค่ำเซง กองมิ ลัซ๒๗๕บาก ฮำเบิกสิงคโปร์
เดือน ๑๑ แรม ๓ ค่ำเอ นิว อวิกบา ไซ๒๗๓บาก อังกฤษสิงคโปร์
เดือน ๑๑ แรม ๓ ค่ำฮี ราบัก โฮ ลด์๕๗๓บาก สยามสิงคโปร์
เดือน ๑๑ แรม ๕ ค่ำศิ ไรบัก ชะ ไฟ ต๒๕๑สกุ เนอ สยามฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำอ้าย ม่วยวัก๒๖๓ปรีย สยามฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำเม ติน ตายา รับ ซิน๒๖๐ปรีย ปรุส เซียฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำไท กอร์ลิว เอ็ด ซิน๓๖๐บาก ฮำเบิกฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำยัง ค ฤกตอม ซัน๔๒๔บาก อังกฤษฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำตี มา เรรยศ๑๐๓๑ชิบ อะ เม ริ กาฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำบี่ กุ ลามัด ทิว๓๑๔บาก อังกฤษซัว เถา
เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำเค เอศ ฮุตเค อ ดิ ซ๒๐๘ลัก เคอ สยามฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๘ ค่ำไล มูลเออ ไว บะ๔๒๕บาก อังกฤษซิ เซ ต เยน ซะ
เดือน ๑๑ แรม ๙ ค่ำเน อ บัต ตา๓๐๐บาก อังกฤษสิงคโปร์
เดือน ๑๑ แรม ๙ ค่ำเก เอม ไทยัค เซน๔๐๐บาก สยามฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๑๒ ค่ำเจ้า พระ ยาอร ตัน๓๕๓กล ไฟ สยามสิงคโปร์

ออกไปเมื่อไรกำปั่น ออก จาก กรุง เทพ ฯจะไป ไหน
เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๑ ค่ำอิสตีฟิลด์วัด๔๓๔บาก อังกฤษฮองกง
เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๓ ค่ำเจ้าพระยาอรตัน๓๕๓กลไฟสยามสิงคโปร์
เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำยอน แอน เมริคืเร๑๘๐บาก อังกฤษสิงคโปร์
เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำมาระติลเซา๓๖๘บากฮำเบิกฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๑ ค่ำวอเทอ เลเลมาเร๓๘๖สกุเนออังกฤษบำเบ
เดือน ๑๑ แรม ๑ ค่ำออกัสบุก๔๓๒บากสยามสิงคโปร์
เดือน ๑๑ แรม ๓ ค่ำยาบี้ราเลเวลสเตนซ๗๐๐บากดัชฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๙ ค่ำเอศมิรัลด์คริวซิ๕๐๐บากฮำเบิกฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๑๒ ค่ำเซนต์เมรี่จื่น๒๓๐บากสยามฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๑๓ ค่ำอิม ปรกเนเบิลวอรันต์๓๓๐กลไฟสยามชายทะเล

๏ ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง แรม เดือน ๑๒ นี้ ๚ะ
ค่ำ อังกฤษค่ำ ไทยค่ำ จีนอาทิตย์ ขึ้น กี่ โมงอาทิตย์ ตก กี่ โมงอาทิตย์ เที่ยง กี่ โมงจันทร์ ขึ้น กี่ ทุ่ม
เดือน โนเวมเบอเดือน ๑๒เดือน ๑๐
วัน พฤหัศ๘ ค่ำขึ้น ค่ำ ๑๑ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๕ นาที๕ โมง ๔๕ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๕ นาทีย่ำ ค่ำ ๔๐ นาที
วัน ศุกร๙ ค่ำ๒ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๖ นาที๕ โมง ๔๔ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๕ นาทีทุ่ม หนึ่ง ๓๘ นาที
วัน เสาร์๑๐ ค่ำ๓ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๖ นาที๕ โมง ๔๔ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๕ นาที๒ ทุ่ม ๒๖ นาที
วัน อาทิตย์๑๑ ค่ำ๔ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๖ นาที๕ โมง ๔๔ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๕ นาที๓ ทุ่ม ๑๔ นาที
วัน จันทร๑๒ ค่ำ๕ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๖ นาที๕ โมง ๔๔ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๕ นาที๔ ทุ่ม ๑๔ นาที
วัน อังคาร๑๓ ค่ำ๖ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๗ นาที๕ โมง ๔๓ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๕ นาที๔ ทุ่ม ๕๖ นาที
วัน พุทธ๑๔ ค่ำ๗ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๗ นาที๕ โมง ๔๓ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๕ นาที๕ ทุ่ม ๓๒ นาที
วัน พฤหัศ๑๕ ค่ำ๘ ค่ำ๑๗ นาที๕ โมง ๔๓ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๕ นาที
วัน ศุกร๑๖ ค่ำ๙ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๗ นาที๕ โมง ๔๓ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๔ นาที๖ ทุ่ม นาทีหนึ่ง
วัน เสาร์๑๗ ค่ำ๑๐๑๐ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๘ นาที๕ โมง ๔๒ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๔ นาที๖ ทุ่ม ๕๖ นาที
วัน อาทิตย์๑๘ ค่ำ๑๑๑๑ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๘ นาที๕ โมง ๔๒ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๔ นาที๘ ทุ่ม ๓๗ นาที
วัน จันทร๑๙ ค่ำ๑๒๑๒ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๘ นาที๕ โมง ๔๒ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๔ นาที๙ ทุ่ม ๓๐ นาที
วัน อังคาร๒๐ ค่ำ๑๓๑๓ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๘ นาที๕ โมง ๔๒ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๔ นาที๑๐ ทุ่ม ๓๕ นาที
วัน พุทธ๒๑ ค่ำ๑๔๑๔ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๙ นาที๕ โมง ๔๑ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๓ นาที๑๑ ทุ่ม ๓๗ นาที
วัน พฤหัศ๒๒ ค่ำ๑๕๑๕ ค่ำย่ำ รุ่ง ๑๙ นาที๕ โมง ๔๑ นาทีย่ำ เที่ยง ๑๓ นาที

เพชรในแก่นจันทน์

๏ ข้าพเจ้าผู้ มี ชื่อ จีน กัง เขียน เปน ที่ หลวง ประเทศ แพทยาโอสถ เจ้า กรม หมอ จีน ได้ ซื้อ จันทน์เทศ มา ทำ ยา ผ่า ได้ เพชร อยู่ ใน แก่นจันทน์ จ้าง ช่าง เพชร ทำ เปน หัวแหวน อยู่ คง เผา ไฟ ไม่ ไหม้ ท่าน ผู้ ได้ จะ ซื้อ เชิญ ท่าน มา ที่ บ้าน ข้าพ เจ้า อยู่ ที่ สาม เพง น่า โรง กงษี ที่ มี เสาธง ยี่ห้อ ทอง ชุน ติ่ง มี เพชร จันทน์ ขาย


ข่าว พม่า ใหม่

๏ ว่า ราชบุตร สอง องค ที่ คิด ขบถ ณเมือง พม่า นั้น, ได้ ลง มา ถึง เมือง รางกุ้ง. ข่าว ว่า พวก อังกฤษ คุม ตัว ไว้ ไม่ ยอม ให้ ไป ไหน คอย ฟัง รับสั่ง เจ้า อังวะ.


สามก๊ก

๏ สามก๊ก เล่ม ๒ ได้ ลง พิมพ์ แล้ว, ได้ ผูก เข้า เปน เล่ม ไว้ บ้าง แล้ว. แต่ จะ จำหน่าย ได้ แต่ ที่ ละ น้อย ๆ, จะ จำหน่าย ให้ มาก ไม่ ได้. ด้วย ลูก จ้าง ผู้ ที่ จะ ทำ เข้า เปน เล่ม นั้น น้อย ตัว นัก.


๏ ตำราน้ำขึ้นน้ำลง กำหนด ที่ กรุง เทพ ฯ เมื่อ น้ำเอ่อ ๚ะ

๏ ธรรมเนียม อังกฤษ นับ วัน ตั้ง แต่ เวลา เที่ยง คืน วัน น่า, ไป จน เวลา เที่ยง วัน, เรียก ว่า เวลา เช้า. ตั้ง แต่ เที่ยง วัน จน

ถึง เที่ยง คืน เรียก ว่า .วลา บ่าย. ทั้ง สอง นี้ เรียก วัน หนึ่ง, เปน ๒๔ ชั่วโมง.


เดือน ๑๒ ข้าง ขึ้น
วัน อะไรกี่ ค่ำขึ้น เมื่อไรลง เมื่อไรขึ้น บ่าย เมื่อไรลง บ่าย เมื่อไร
วัน พฤหัศค่ำ หนึ่ง๙ ทุ่ม ๑๕ นาทีเช้า ๓ โมง ๑๕ นาทีขึ้น ๔ โมง ๓๐ นาทีลง ๕ โมง
วัน ศุกร๒ ค่ำ๙ ทุ่ม ๓๐ นาทีเช้า ๔ โมงขึ้น ๓ โมงลง ๕ โมง ๓๐ นาที
วัน เสาร๓ ค่ำ๑๐ ทุ่มเช้า ๔ โมง ๔๕ นาทีขึ้น ๔ โมงลง ย่ำ ค่ำ
วัน อาทิตย์๔ ค่ำ๑๑ ทุ่มลง ๕ โมง เช้าขึ้น ๔ โมง ๓๐ นาทีลง ย่ำ ค่ำ ๔๕ นาที
วัน จันทร๕ ค่ำย่ำ รุ่งลง เที่ยง วันขึ้น ๕ โมง ๑๕ นาทีลง ทุ่ม หนึ่ง
วัน อังคาร๖ ค่ำโมง หนึ่งลง ย่ำ เที่ยง ๓๐ นาทีขึ้น ย่ำ ค่ำลง ทุ่ม หนึ่ง ๓๐ นาที
วัน พุทธ๗ ค่ำโมง หนึ่งลง บ่าย โมง หนึ่งขึ้น ย่ำ รุ่ง ๑๕ นาทีลง ๓ ทุ่ม ๓๐ นาที
วัน พฤหัศ๘ ค่ำโมง หนึ่ง ๓๐ นาทีลง บ่าย โมง ๓๐ นาทีขึ้น ๒ ทุ่ม ๔๕ นาทีน้ำ ตาย
วัน ศุกร๙ ค่ำ๒ โมงลง บ่าย ๒ โมง ๓๐ นาทีขึ้น ๔ ทุ่มน้ำ ตาย
วัน เสาร๑๐ ค่ำ๙ ทุ่มขึ้น ๓ โมง ๓๐ นาทีน้ำ ตาย
วัน อาทิตย์๑๑ ค่ำ๑๑ ทุ่มขึ้น ๔ โมง เช้า ๑๕ นาทีลง บ่าย ๓ โมง ๑๕ นาทีขึ้น ๕ ทุ่ม ๓๐ นาที
วัน จันทร๑๒ ค่ำ๒ ยาม ๓๐ นาทีลง ย่ำ รุ่ง ๓๐ นาทีขึ้น บ่าย ๓ โมง ๔๕
วัน อังคาร๑๓ ค่ำ๗ ทุ่มลง ย่ำ รุ่ง ๔๕ นาทีขึ้น บ่าย ๓๐ นาที
วัน พุทธ๑๔ ค่ำ๗ ทุ่ม ๓๐ นาทีลง เก้า โมง ๑๕ นาทีขึ้น บ่าย โมง หนึ่งลง บ่าย ๕ โมง
วัน พฤหัศ๑๕ ค่ำ๑๐ ทุ่มลง ๒ โมง เช้า ๓๐ นาทีขึ้น บ่าย โมง ๓๐ นาทีลง บ่าย ๕ โมง ๑๕ นาที