BANGKOK RECORDER

BANGKOK RECORDER

เล่ม ที่ ๒ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปี ขาล อัฐศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน โนเวมเบอ วัน ที่ ๒๒ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๑๙

ว่าด้วยฝรั่งเสศอยู่ในกรุงเทพ ฯ

๏ มีหนังสือ พิมพ์, ใน จดหมายเหตุ อังกฤษ ชื่อ ไซนะ เติลแตรฟ, เปนใจ ความ ว่า, ได้ ยิน ข่าว ถึง พวก ฝรั่งเสศ ว่า, เข้ามา ตั้ง บ้าน เมือง ใกล้เข้า ๆ กับ แดน กรุงเทพ ฯ . บัดนี้ องค์อาจ อวด ว่า ได้ ที่ ๆ เมือง กระนั้น แล้ว. เรา จะ ได้ ขุด คลองใหญ่ให้ทะลุ ทะเล ตวัน ตก สำหรับ กำปั่น จะ แล่น ลัด เข้า ออก ตาม คลอง นั้น, เรา เหน ว่า เมือง ฝรั่งเสศ ที่ เปน ไมตรี กับ กรุงเทพ ฯ แล้ว, ที่ ว่า กล่าว ดัง นี้ เปน การ ไม่ ดี, ผิด ธรรมเนียม บ้าน เมือง. คน ทั้งปวง ที่ ได้ ฟัง ข่าว กรุงเทพ ฯ ใน สอง ปี มา แล้ว นี้, จะ ได้ รู้ จัก มนเชียโอบาเร กงสุล ฝรั่ง เสศที่กรุงเทพ ฯ, จำได้ว่ามนเชียโอบาเร ทำ การ วุ่นวาย ต่าง ๆ ที่ กรุงเทพ ฯ , แล้ว กลับ ไป ยัง เมือง ปาริด เมือง หลวง ฝรั่ง เสศ. คน ทั้งปวง ได้ ไว้ ใจ ว่า เอมปะรอ ฝรั่งเสศ จะ ถอด มนเชีย โอบาเร เสีย ไม่ ให้ มา เปน กงสุล ต่อ ไป. แต่ ยัง ไม่ ได้ ถอด มิ นำ ซ้ำ ให้ กลับ มา เปน กงสุล อีก ต่อ ไป. เรา เหน ว่า ถ้า แม้น คอเวอแมนต์ อังกฤษ ไม่ ได้ มี หนังสือ ถึง คอเวอแมนต์ ฝรั่ง เสศ ติ เรื่อง มนเชียโอบาเร ว่า ทำ การ ไม่ ดี, ไม่ ควร ที่ จะ ให้ เปน กงสุล ต่อ ไป นั้น, ก็ น่า กล่าว ว่า มนเชียโอบาเร ไม่ ชำ นาญ ถ้า กรุงเทพ ฯ ไม่ ยก ที่ ๆ เมือง กระนั้น ให้ ฝรั่งเสศ แล้ว, มน เชียโอบาเร ก็ จะ เรียก ทัพ ฝรั่งเสศ ที่ ไซง่อน ข้าม อ่าว ทะเล ไทย มา ตี เอา ให้ ได้. การ นี้ ฝรั่งเสศ จะ บิด บัง ไว้ ก็ ไม่ ได้, เพราะ คน ทั้งปวง เหน ชัด แล้ว, ว่า ฝรั่งเสศ กำลัง จัดแจง เพื่อ จะ ได้ บำรุง ไซง่อน ด้วย คิด ให้ ไทย เปน ธุระ. ใน การ เงิน ทอง แล เสบียง อาหาร สาระพัด. แต่ การ ที่ ฝรั่งเสศ ทำ ดัง นี้ เปน การ ผิด ธรรมเนียม บ้าน เมือง นัก เปน การ ไม่ ดี เลย. เหน ที คอเวอแมน อังกฤษ แล คอเวอแมนต์, ยูในติศเทศ จะ นิ่ง เฉย ให้ ฝรั่งเสศ มา คุมเหง ดัง นี้ ก็ ไม่ ได้. ไม่ ควร ที่ เมือง อังกฤษ ฤา เมือง อะเมริสา จะ ยอม ให้ ฝรั่งเสศ มา เปน นาย บังคับ ใน กรุงเทพ ฯ เหมือน ที่ ได้ เปน นาย บังคับ ที่ เมือง ญวน เลย.

เมือง อังกฤษ แล เมือง อเมริกา ทั้งสอง, กับ ด้วย พระบาท สมเด็จ พระจอมเกล้า เจ้า อยู่หัว ทั้ง สาม นี้ ได้ ช่วย กัน ชุบ กรุง เทพ ฯ ให้ ดีขึ้น กว่า แต่ก่อน นัก. แต่ ที่ จริง เมือง ที่กระ ฝรั่ง.สศ จะ มา เอา ดังนั้น ชาว อังกฤษ ได้ ซอ ไว้ ก่อน. กรุง เทพ ฯ . ได้ ยอม เพื่อ จะ ได้ ทำ คลอง ข้าม ทะเล ตวัน ออก ไป ทะ เล ตวัน ตก, ก็ ควร ที่ คอเวอแมนต์ จะ โปรด ชาว อังกฤษ ตาม ที่ ได้ สัญญา ไว้ นั้น. เหน เปน แน่ เมือง ไซ่ง่อน ที่ ขึ้น แก่ ฝรั่ง เสศ นั้น ขัด สน ด้วย เงิน ที่ จะ ใช้ บำรุง เมือง ไซ่ง่อน ไม่ ภอ, จึ่ง ยอม ให้ มนเชี่ยโอบาเร มา คิด อ่าน ที่ กรุง เทพ ฯ เพื่อ จะ ได้ ที่ ๆ เปน คุณ เปน ประโยชน เพื่อ จะ ได้ ไป บำรุง ไซ่ง่อน. แต่ เรา มี ความ ไว้ ใจ ว่า, มนเชี่ยโอบาเร จะ ไม่ ทำ อะไร ที่ จะ เปน ความ กัน กับ คอเวอแมนต์ ฝรั่งเสศ, แล คอเวอแมนต์ กรุง เทพ ฯ มนเชี่ยโอบาเร ได้ รู้ ว่า เอมบีรอ เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ จะ ไม่ โปรด การ อะไร ฯ ที่ เปน การ ข่ม ขี่ กรุง เทพ ฯ . แต่ เรา กลัว ว่า มนเชี่ยโอบาเร, เปน คน ใจ ไม่ สมควร ที่ จะ เปน กงสุล ที่ กรุง เทพ ฯ . เหน ที่ ว่า ขุนนาง ผู้ ว่า ราชการ ต่าง ประเทศ ที่ ปาริต นั้น, จะ ไม่ รู้ จัก มนเชี่ยโอบาเร ว่า เปน คน ใจ เร็ว มัก เกิด กวาม บ่อย ฯ . เหน ที่ ท่าน จะ ไม่ ได้ ยิน ข่าว ที่ มนเชี่ยโอบาเร ดู หมิ่น ดู ถูก เจ้านาย กรุง ฯ , แล แทบ จะ บังคับ คอเวอแมนต์ สยาม, เหน ว่า. ธรรมดา ฝรั่งเสศ ย่อม เปน คน มี อัชฌาไศรย สุภาพ พูดจา อ่อน หวาน. แต่ มนเชี่ยโอบาเร พูดจา ผิด คน ทั้งปวง นัก. มนเชี่ยโอบาเร เปน ชาติ ทหาร ได้ เรียน รู้ แต่ การ ทหาร. เหน ว่า ถ้า ได้ เรียน รู้ ใน ทาง ราชการ ก็ จะ ว่า ราชการ โดย ดี ด้วย. แต่ ราชการ แล การ ทหาร นั้น ผิด กัน ไม่ เหมือน กัน. เสียดาย ที่ คอเวอแมนต์ กรุง เทพ ฯ ไม่ ได้ มี หนังสือ ถึง คอเวอ แมนต ฝรั่งเสศ ว่า ให้ ชัด ว่า, ไม่ ชอบ มนเชี่ยโอบาเร เปน กงสุล ที่ กรุง เทพ ฯ . เรา มี ความ ไว้ ใจ ว่า มิศเตอนอก กงสุล อังกฤษ ที่ กรุง เทพ ฯ จะ มี หนังสือ บอก กล่าว ถึง ลอด ซทันเล ผู้ เปน ขุนนาง อังกฤษ ว่า การ ต่าง ประเทศ, ให้ ท่าน รู้ เลอียด ในเรื่องนี้. แลเหนว่า ลอดซตันเล คง จะเอาใจใส่โดย พลัน ตาม ที่ ท่าน เคย ทำ ราชการ ไม่ ผัด เพี้ยน ไป.

๏ เมื่อเขียน หนังสือ นี้ แล้ว พึ่ง ได้ เหน จดหมายเหตุ ฝรั่งเสศ ชื่อ คาลิกนานิ ตีที่ เมือง ปริก. เปนใจ ความ ว่า มีข่าวมา แต่ เมือง บางกอก เดือน ๘ ที่ ๒ ขึ้น ๒ ค่ำ, ว่าการ ที่ จะ ทำ คลอง ที่ เมือง กระ ตั้ง แต่ อ่าว ทะเล ไทย, ตลอด ทะเล ตวัน ตก, การ นั้น ได้ ยิน ขึ้น อีก. คอเวอเมนต์ กรุง เทพ ฯ กำ ลัง พูด จา ด้วย การ นั้น. ครั้ง ก่อน ชาติ อังกฤษ พวก หนึ่ง, มา ขอ คอเวอเมนต์ กรุง ฯ ให้ยอม ให้ ขุดคลองนั้น. แต่ คอเวอ เมนต์ ไม่ ยอม เพราะ เหน แก่ คำ บิชซับ ที่ เมือง ปาริต, ได้ เขียน หนังสือ มา ถึง คอเวอเมนต์ ว่า, ถ้า ยอม ให้อังกฤษ ขุด คลอง นั้น, ก็ คง เปน น่า กลัว ว่า จะแยก แผ่น ดิน ไทย ฝ่าย ใต้, ออก จาก แผ่น ดิน ฝ่าย เหนือ นั้น เปน ๒ ภาคย์. ส่วน ที่ ฝ่าย ใต้ นั้น อยู่ไกล จาก กรุง เทพ ฯ, แล อยู่ใกล้ กับ เมือง ที่ ขึ้น แก่ อังกฤษ. บัดนี้ ฝรั่งเสศ จำ พวก หนึ่ง, ทูล ใน หลวง เพื่อ จะ ได้ ที่ ๆ เมือง กระไว้ ใน อำนาถ ของ ฝรั่งเสศ. ฝ่าย ใน หลวง ภอ พระไทย ด้วย การ ที่ ขอ นั้น, เพราะ ทรง เหน ว่า ฝรั่งเสศ ไม่ เหมือน อังกฤษ. ฝรั่งเสศ ไม่ ต้อง ประสงค์ เอา แผน ดิน เปน เมือง ขึ้น แก่ ตัว เหมือน อังกฤษ, แต่ พวก อังกฤษ ยัง กำลัง ขอ ใน หลวง ยอม ให้ ขุด คลองที่ นั้น.

๏ อนึ่ง ที่ เมือง ไทย ฝ่าย เนื้อ นั้น ได้ เกิด ความ แล้ว. คือ เมือง เชียงใหม่ เมือง พม่า ว่า เปน เมือง ขึ้น แก่ พม่า. ฝ่าย ไทย ว่า เปน เมือง ขึ้น แก่ กรุง เทพ ฯ . ยัง หา ได้ ตกลง กัน ไม่. แต่ ข่าว ว่า เหน กรุง เทพ ฯ จะ ได้ ชนะ. แล มี ข่าว มา ว่า มน เซีย โอ บา เร กงสุล ฝรั่งเสศ, ได้ กลับ มา อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ แล้ว ได้ ถือ พระ ราชหรรถ์ เลขา ของ เอม ปืรอ นา โป เลียน, มา ถึง พระ เจ้า แผ่น ดิน สยาม. แล พวก ฝรั่งเสศ ที่ จะ ไป แม่ น้ำ แม่ กง เพื่อ จะ ได้ ทำ แผ่น ที่ ตลอด ถึง เมือง จีน, เขา มา ถึง กรุง เทพ ฯ แล้ว. ได้ หนังสือ คอเวอเมนต์ สยาม เบิก ทาง ให้ ขึ้น ไป ดู ตลอด แม่ กง จะ ได้ ไป โดย สดวก.

๏ กงสุล สำหรับ กรุง ที่ เมือง ลอน ชื่อ ติ เก เม ชัน, ได้ เหน หนังสือ ฝรั่งเสศ ที่ ข้าง บน นี้, เขา ลง พิมพ์ ที่ จด หมาย เหตุ ลอน ดอน เมื่อ ณเดือน ๙ แรม ๑๑ ค่ำ, ตี ว่า หนังสือ พวก ฝรั่ง เสศ ที่ ลงพิมพ์ นั้น ไม่ ควร ที่ จะ เชื่อ เปน ความ ไม่ จริง. เขา ตฤก ตรอง ลง เช่น นั้น, เพื่อ จะ เปน ความ อุบาย จะ ได้ พอ, ใจ คน ทั้งปวง ที่ ไม่ รู้จัก เมืองไทย, ไม่ รู้จัก คอเวอเมนต์ กรุง เทพ ฯ ฯ ชอบ ด้วย อังกฤษ มาก. หา สู้ ชอบ ด้วย ฝรั่งเสศ ไม่.


๏ เรื่อง ที่ ว่า ด้วย ม่าเรีย ที่ พวก บาด
หลวง ไหว้ นับถือ ว่า เปน พระ

๏ มี คน ที่ เมือง โรม เขียน หนังสือ ไป ลง พิมพ์ ที่ ลอนดอน หนังสือ เขียน เมื่อ ณ เดือน ๘ ที่ ๑ ขึ้น ๑๑ ค่ำ, จดหมายเหตุ นั้น เรียกว่า ฟอล์มอล์เคซศ. เปน ใจความ ว่า มี คน หนึ่ง ชื่อ ฟีลิกคะ แล น้อง ฟีลิกคะ แอนตะในโอ ดี่ไคเสบบี. อยู่ เมือง อิตาเล ภายใต้. เปน โจร ร้าย อาจ ที่ ทางหลวง คน เดิน ไป เดิน มา ลางที่ ก็ ยิง เอา, แล้ว ปล้น เอา ของ ไป. ฆ่า คน ตาย มาก. ใน เมือง ที่ ขึ้น แก่ โปบ สันตะปาปา, ที่ หลัง คอเวอเมนต์ ของ โพบ จับ ตัว ได้. พิจารณา เปน สัตย ว่า เปน โจร ฆ่า คน ตาย มาก. แต่ ฟีลิกศ ผู้ เปน พี่ ของ แอนตะในโอ นั้น, โพบ ก็ ยก โทษ เสีย เพราะ เหน ว่า ไม่ สู้ มี ผิด มาก. แต่ แอนตะในโอดี่ไค เสบบี ผู้น้อง นั้น ได้ ฆ่า คน ๑๑ คล ใน ระหว่าง ๒๓ ปี. ยอม รับ ว่า ได้ ฆ่า ๕ คน แต่ เท่านั้น, แต่ พิจารณา เหน ว่า ๑๑ คน จริง. มิ หนำ ซ้ำ ตัด เอา นม หญิงสาว คน หนึ่ง, แล้ว มี พยาน หลาย คน ว่า ฆ่า มารดา ของ ตัว ด้วย. ลา ขุนใหญ่ ลงโทษ จะ ให้ ตัด ศีศะ เสีย ที่ บ้าน ปราชื่อโน, บ้าน ที่ เขา ทำร้าย หน ที่ สุด นั้น, คือ ฆ่า คน ที่ ชื่อ ไปโตรปาโลนิ, เปน ผู้ เลี้ยง แกะ. แอนตะในโอ ต้อง จำ อยู่ ใน คุก. แล้ว สำแดง กิริยา รู้สึก ตัว ของ ตัว แล้ว รับ สารภาพ ลุกะโทศ แก่ บาดหลวง คน หนึ่ง, แล้ว ก็ อุส่าห์ ปรฏิบัติ อ้อนวอน แก่ พระ ชื่อ มาเรีย. ใน เดือน ที่ สำรับ ไหว้ มาเรีย, ไหว้ ทุก วัน ๆ เคร่งครัด นัก.

๏ ครั้น มา ถึง เวลา กลาง คืน กำหนด ที่ รุ่งขึ้น เขา จะ ตัด ศีศะ นั้น, เขา จึง บอก แก่ พากหลวง คน หนึ่ง ที่ เปน ครู ของ ตัว ว่า พระ มาโดนา คือ มาเรีย, ได้ สำแดง พระองค์ แก่ ตัว, แล ได้ รับ ขาพ ของ ข้าพเจ้า แล จะ ยก โทษ ข้าพเจ้า แล้ว, เพราะ เหน แก่ สารภาพ ของ ข้าพเจ้า, ที่ ข้าพเจ้า มี ความ สลดใจ นั้น แล้ว บอก ว่า ข้าพเจ้า จะ ไม่ เปน โทษ ตัด ศีศะ, จะ ได้ โปรด ให้ รอด ชีวิต จะ รับ ไว้ เปน ผู้ สำหรับ ที่ ปรนฏิบัติ พระ มาดันนา ต่อไป. ครั้น รุ่งเช้า ผู้ พนักงาน, มา อ่าน หนังสือ ตัดสิน ว่า จะ ให้ ตัด ศีศะ เสีย ใน วันนี้, ใน หนังสือ นั้น เปน ใจความ ว่า ใน วันนี้ โมง เท่า นั้น จะ ต้อง ตัด ศีศะ แอนตะในโอ, เพราะ มี โทษ ควร ที่ จะ ถึง ตาย แอนตะไนโอ ได้ฟังอ่านก็ไม่ สดุ้งเลย น่า ตา ชื่น บาน สบายใจ อยู่. เมื่อ จะ ไปสู่ที่ ฆ่า นั้น, แอนตะไนโอ เดิน ท้าว เปล่า ๆ ไม่ ได้ ใส่ รองเท้า ทำ เจียม ตัว. เมื่อ ขณะ เดินไป นั้นได้ บอก แก่ คน ว่า พระ มาโดนาคงโปรดช่วยชีวิตร เราไม่ให้ ตาย. เมื่อ ขึ้น ที่ แท่น ที่ เขา จะ ฆ่า นั้น, ก็ ได้ บอก กล่าว แก่ คน ทั้ง ปวง ว่า พระ มาทันนา ได้ โปรด เรา ๆ ไม่ ตาย, แล้ว ก็ ร้อง ขอโทษ ตัว แด่ คน ทั้ง ปวง แล้ว ว่า เรา ยังไม่ ลา ก่อน เพราะ เรา จะไม่ ตาย. คน ทั้ง ปวง ดู เหน ว่า จะ เปน คน บ้า, เพราะ กิริยา ก็ เหมือน บ้า.

๏ แล ธรรมเนียม เมือง นอก จะ ประหาร ชีวิตร คน โทษ นั้น, ต้อง มีไม้รอง คอ คนโทษ ไว้. มี มีดใหญ่ ติด ตรึง อยู่ กับ เหล็ก ที่ หนัก มี สาย ชัก ขึ้น ไว้ ข้าง บล, เมื่อ เวลา ที่ จะ ประหาร ชีวิตร คนโทษ, ก็ ชัก สาย เข้า มีดนั้น จึ่ง พลัด ลง มา ตัด คอ คนโทษ. ครั้ง เมื่อ จะ ฆ่ง แอนโตไนโอ, พนัก งาน ที่ ฆ่า เขา ก็ ได้ ลอง ชัก สาย มีด นั้น ดู เหน ว่า ไม่มี ที่ จะ ขัด ข้อง ดี แล้ว. เมื่อ ขณะ จะ ฆ่า แอนตะไนโอ คน ก็ ประชุม กัน คอย ดู อยู่ เปน อัน มาก. ครั้น แอนตะไนโอ วาง คอ ลง บน ไม้ แล้ว, พนัก งาน ก็ ชัก เชือก มีด นั้น พลัด ตก ลง มา ค้าง อยู่ หา ลง มา ถึง คอ ไม่, ห่าง เประมาณ สัก ๓ นิ้ว. ผู้ พนัก งาน ก็ ชัก อีก ครั้ง ที่ ๒ ก็ หยุด เพียง นั้น เหมือน กัน. คน ทั้ง ปวง เหน ดั่ง นั้น ก็ เข้าใจ ว่า พระมาดันนา โปรด แล้ว, ควร ที่ เรา จะ ยกโทษ เสีย. ก็ ภากัน ร้องก็ ว่า ให้ ยกโทษ เสีย เถิด ๆ. แล้ว ก็ ปล่อย คนโทษ นั้น คืนไป. ผู้ พนัก งาน จึ่ง มี หนังสือ ไป ถึง สันตปาปา, เล่า ความ นี้ ให้ สันตปาปา ทราบ. สันตปาปา ได้ ใช้ ขุน นาง ผู้ ใหญ่ มา สืบ สวน ฟัง เรื่อง ความ นั้น, ข่าว นั้น ก็ ยัง เงียบ อยู่ จะ ได้ เนื้อ ความ ประการ ใด หา ทราบ ไม่. แต่ ฝูง ราษฎร ฦๅ กัน ว่า เปน ความ อัศจรรย ที่ พระ มาดันนา ได้ โปรด แอนตะไนโอ, เขา ก็ คิด ผูก เปน บท กลอน ต่าง ๆ, สรรเสิญ พระ มาดันนา เพราะ ความ ที่ โปรด เอิกเกริก ไปใน เมืองโรม ที่ สันนปาปา อยู่. แล้ว เอา ผ้า มา เขียน รูป พระ มาดันนา ครั้ง มา เยี่ยม อันตะไนโอ ที่ ใน กุฎ, แล ครั้ง มา โปรด ที่ แท่น ที่ จะ ฆ่า นั้น ด้วย. ทุก วัน นี้ คน ทั้ง ปวง ที่ เมืองโรม ก็ ฦๅ กัน สรรเสิญ พระ มาดันนา มาก, ดู เหมือน สันตปาปา จะ เชื่อ ด้วย, เปน เหตุ ที่ จะ ให้ การ สรรเสิญ พระ มาดันนา มี กำลัง ทวี ขึ้น. แล้ว สันตปาปา ก็ จะ พลอย ได้ ลาภ ผล เพราะ เหตุ นั้น ด้วย. แต่ ที่ จริง เหน ว่า เปน ความ พ่อ ลวง ทั้ง นั้น, ไม่มี สำคัญ พยาน ที่ จะ ให้ เชื่อ ถือ ได้.


เรื่อง เกาะ วัน ดาวิด ต่อ ไป


๏ กับตัน กุก ชาติ อังกฤษ ที่ ปะ เกาะ ซันดาวิด ก่อน คน ทั้ง ปวง นั้น, เมื่อ มา ถึง เกาะ ฮาวาย หน ที่ ๒ คฤศตศักราช ๑๗๗๙ คือ ๘๗ ปี แล้ว, เกิด วุ่น วาย ชาว เกาะ นั้น จับ กับตัน กุก ฆ่า เสีย. เดือน เฟบยวา เร คือ เดือน ๓ ข้าง ไทย. เพราะ เหตุ นั้น กำปั่น อังกฤษ ไม่ อาจ แวะ เข้า ที่ เกาะ ซันดาวิด หลาย ปี.

๏ ครั้น มา ถึง คฤสตศักราช ๑๗๘๖ มี เรือ อังกฤษ ๒ ลำ แวะ เข้า ไป หา ของ กิน. กับตัน ชื่อ คน หนึ่ง, ชื่อ โปลัก คน หนึ่ง เปน นาย เรือ ๒ ลำ นั้น. ตั้ง แต่ นั้น มา เรือ อังกฤษ แล อเมริกา ก็ ไป มาก ขึ้น ๆ ทุก ปี ๆ. ครั้น อยู่ มา ๒ ปี ๓ ปี มี เรือ อังกฤษ ลำ หนึ่ง แวะ เข้า ไป เกา ฮาวาย, ชาว เกาะ ฆ่า ลูก เรือ กับตัน ปล้น เอา สิ่ง ของ หมด, เว้น ไว้ สอง คน ชื่อ ดาวิก คน หนึ่ง ชื่อ ยัง คน หนึ่ง. ของ ใน เรือ นั้น ชาว เกาะ เก็บ เอา เสีย หมด. คามิฮามิฮา เจ้า แผ่นดิน ใน เกาะ ก็ ไม่ เข้า ใน การ ปล้น นั้น. ท่าน ได้ เอา มิศเตอ ดาวิด แล มิศเตอ ยัง ชุบ เลี้ยง ไว้. ครั้น นาน มา จึ่ง ตั้ง ให้ คน สอง นั้น เปน ขุนนาง ขึ้น. เขา ได้ ภรรยา ที่ นั้น จน เกิด บุตร ด้วย กัน. หลาน ของ มิศเตอ ดาวิด ก็ เปน ภรรยา ของ เจ้า แผ่นดิน คามิชะมิฮา ที่ ๔ ได้ เปน มเหษี ใน คฤสตศักราช ๑๘๖๓. หลาน ของ มิศเตอ ยัง ได้ เปน นาง สนม ของ เจ้า แผ่นดิน. ใน ปี ที่ กับตัน กุก ไป เกาะ ซันดาวิด นั้น, มี คน หนึ่ง ชื่อ วัน คูเวอ เปน ชาติ ฮอลันด์ ไป ด้วย กัน. แต่ หา ได้ เปน อันตราย ไม่, กลับ มา ยัง เมือง อังกฤษ ได้. ครั้น มา ถึง คฤสตศักราช ๑๗๙๒ คอเวอแมนต์ อังกฤษ ใช้ วัน คูเวอ ให้ ไป ทำ แผน ที่ เที่ยว ดู ไป ทั่ว บ้าน เมือง. แล้ว ก็ ได้ แวะ เข้า ใน เกาะ ซันดาวิด ด้วย. เจ้า แผ่นดิน เกาะ ซันดาวิด ได้ รับ เขา โดย ดี, วัน คูเวอ เข้า ไป อยู่ นั่น หลาย เดือน. ถัด มา อีก ปี หนึ่ง ก็ แวะ ไป อีก, ถัด มา อีก ปี หนึ่ง ก็ แวะ ไป อีก สอง ครั้ง สาม ครั้ง, ใน คฤสตศักราช ๑๘๙๓ แล ๑๘๙๔ ปี. คน นั้น ได้ สั่ง สอน เจ้า แผ่นดิน เกาะ ซันดาวิด ด้วย การ ครอบ ครอง บ้าน เมือง. วัน คูเวอ พิจารณา เหน ว่า คน ใน เกาะ ซันดาวิด นั้น น้อย กว่า แต่ ก่อน, ถา ม จึ่ง รู้ ว่า คน น้อย ลง เพราะ เกิด ศึก สงคราม ฆ่า ฟัน กัน บ่อย บ่อย แล การ ประเพณี ก็ ปะปน กัน, แล การ กิน เหล้า เมา แล การ ที่ ฆ่า ฟัน ลูก อ่อน ตาย นั้น ก็ มี มาก. เรฟเออเรนวิเลี่ยม เอ ลิศ เปน ชาติอังกฤษไป อยู่ ใน เกาะ ซันดาวิด สัก ๔๐ ปี แล้ว, ได้ เขียน หนังสือ ว่า ด้วย ชาว เกาะ ซันดาวิด ฆ่า ลูก อ่อน ตาย นั้น. ท่าน ว่า คน ทั้งปวงในเกาะซันดาวิด เคย ฆ่า ลูก, เว้น แต่ เจ้า นายใหญ่, ถึงผัวเมีย กัน จะ เกิด ลูก ๘ คน ๑๐ คน เขา ก็ เอา เหลือ ไว้แต่ ๒ คน ๓ หน เท่านั้น. นอก กว่า นั้น ก็ ฆ่า เสีย หมด. แล เขา ได้ ฆ่า เสีย แต่ เดก อายุ ยังไม่ ทัน จะ ถึง ขวบ, การ ที่ ฆ่า นั้น มี หลาย อย่าง, ลาง ที ก็ บี๊ด ปาก จมูก ไม่ ให้ หาย ใจได้. ลาง ที จม น้ำ ตาย. ลาง ที เอา ลง ฝั่ง ดิน เสีย แต่ ยัง เปน ๆ. การ นี้ ก็ น่า สงสาร นัก. เรา พิจารณา เหน ว่า, แต่ ก่อน ทารก ที่ เกิด ใน เกาะ ซันดาวิด นั้น, แบ่ง เปน ๓ ส่วน เขา ฆ่า ตาย เสีย สัก ๒ ส่วน เหลือ อยู่ แต่ ส่วน เดียว. ลาง ที ผัว เมีย มี ลูก ด้วย กัน ๔ คน ก็ ฆ่า เสีย ๓ คน เอา ไว้ แต่ ตน เดียว. เขา ฆ่า ลูก เช่น นั้น เพราะ ว่า ขี้ เกียด รักษา ว่า ประดัก ประเดิด, เขา ชอบ ใจ เที่ยว. ถ้า มี ลูก หลาย คน ก็ เอา ไป ด้วย ไม่ ได้. ถ้า มี ลูก หลาย คน ก็ จำ เปน อุส่าห์ ทำ มา หา กิน, เขา ขี้ เกียด ทำ มาหา กิน. ลาง ที่ ลูก นั้น เจ็บ ป่วย ไป ก็ ขี้ เกียด รักษา ก็ เอา ไป ฆ่า เสีย ที่ เดียว. ลาง ที เอา ไป ฝั่ง ทั้ง เปน, ลาง ที่ ทารก ไม่ สบาย รบ กวน มารดา นัก เข้า, แม่ ก็ เอา ไป ฆ่า เสีย. ลาง ที ก็ ขุด หลุม ลง ใต้ ถุน เอา ลูก ลง ฝั่ง เสีย ก็ มี. นิ แล เปน ใจ ความ ที่ มิศเทอ วิเลียม เอลิศ ได้ เขียน ไว้ แล้ว ลง พิมพ์ ๔๐ บ แล้ว. ตั้ง แต่ พวก มิชันนาเร อะเมริกา ได้ เข้า ไป ตั้ง บ้าน อยู่ ที่ เกาะ ซันดาวิด คฤสตศักราช ๑๘๒๐ ปี นั้น, ธรรมเนียม ร้าย กาจ ที่ ฆ่า ลูก ก็ ค่อย อยุด มา จน ได้ สัก ๕ ปี, ก็ เลิก ที เดียว เพราะ เจ้า แผ่นดิน มี กดหมาย ห้าม คน ไม่ ให้ ทำ ต่อ ไป.

๏ เจ้า เมือง เกาะ ซันดาวิด, ครั้ง ก่อน นั้น คามิฮามิฮา ที่ หนึ่ง เปน คน ที่ ควร จะ สรรเสิญ ว่า เปน คน ใหญ่ ใน ชาติ ซันดา วิด เหมือน อาเลกซันดะโร แล นาโบเลียน เปน ใหญ่ ใน ชาติ ยูโรป. เพราะ ท่าน มี รูป ร่าง สูง โต, ใจ ก็ กว้าง ขวาง มาก กว่า คน อื่น ทั้งปวง, กิริยา ท่าน ก็ โอบ อ้อม อารี ไม่ ชอบ การ ศึก สงคราม, แต่ ต้อง จำเปน รบ บ่อย ๆ, เพราะ เกิด ศัตรู มา ตี บ้าน เมือง, แต่ พระเจ้า ผู้ ทรง สรรพฤทธิ ที่ ท่าน ไม่ รู้ จัก, ได้ สม เคราะห์ ให้ ชนะ แก่ บันดา ค่า ศึก, กว่า จะ ได้ หมู่ เกาะ ซันดา วิด เข้า ใน ใต้ ทง ของ ท่าน หมด. ใน คฤสตศักราช ๑๘๐๙ ปี, ใน ขณะ นั้น ท่าน เปน พระเจ้า เกาะ ซันดาวิด ทั้ง ๑๐ เกาะ. เจ้า คามิฮามิฮา ได้ ครอง เมือง มี พระไทย ประสงค์ เพื่อ จะ ให้ คน ทั้ง ปวงค้าขายโดย สดวก. วันคุวอ ชาติอังกฤษ ที่ได้มาอยู่ ที่ นั้น ครั้ง ก่อน นั้น, ก็ได้สั่ง สอน ใน การ ที่ จะ ครอบ ครอง บ้าน เมือง, จึ่ง ได้ เกิด สติปัญญา มากขึ้น กว่า แต่ ก่อน. ท่าน ก็ เข้าใจ ว่า แผ่นดิน ทั้งปวง เปน ของ ท่าน หมด. ท่าน ก็ แบ่ง แผ่น ดิน ออก ยก ให้ แก่ เจ้า นาย ที่ มี ความ ชอบ มาก ก็ ให้ มาก ที่ มี ความ ชอบ น้อย ก็ ให้ น้อย, ครั้น มี ศึก สงคราม เจ้า นาย เหล่า นั้น ต้อง เกนท์คน มา ช่วย ใน การ ศึก สงคราม, แล้ว ต้อง เรียก ส่วย อากร ตาม บรรดา ศักดิ์. ปลาย แผ่นดิน นั้น เกิด ความ ศุข กว่า แต่ ก่อน นัก. เมื่อ เรา คิด เห็น ว่า ท่าน ก็ เปน คน เกิด ใน ที่ มืด นัก, แต่ ก่อน บ้าน เมือง ก็ เกิด วุ่น วาย บ่อย ๆ, แตก ออก เปน ส่วน เลก ๆ น้อย ๆ รบพุ่ง ฆ่า ฟัน กัน, แล้ว ท่าน ก็ ได้ รวบ เอา เกาะ ทั้งปวง ได้ หมด, มา เปน ส่วน ของ ท่าน, เจ้า นาย ทั้ง นั้น ก็ ยอม ตาม เกิด ความ ศุข ขึ้น เรว ฉะ นั้น, ก็ เปน อัศจรรย์. เจ้า คามิฮามิฮา ที่ หนึ่ง ได้ ครอง แผ่นดิน จน ถึง คฤส ตศักราช ๑๘๑๙ คือ ๔๙ ปีแล้ว. ก็ ถึง แก่ กรรม อายุ ได้ ๖๖ ปี ก่อน พวก มิชันนารี อะเมริกา ไป ถึง สัก ๑๐ เดือน, แล้วไลโฮไลโฮ ราช บุตร ก็ ได้ ครอง เมือง ต่อไป.


เรื่อง อินเดีย ต่อ ไป ๚

๏ แต่เขาไม่ใคร่ จะ รักษา หนังสือ สัญญา ทาง พระ ราช ไมตรี, ด้วย นึก ว่า เมือง ของ เขา เปน ใหญ่ แล คน ก็ มาก ต่อ มาก อยู่. พระมหาราชา ใน เมือง เหล่า นั้น, จึ่ง คิด กัน รบ พุ่ง เมือง อังกฤษ แต่ แพ้ ทุก ที่ ทุก ครั้ง, เมือง ที่ ทำ ดัง นี้ ชื่อ เมือง อุเด เมือง หนึ่ง, เมือง บัญจะ เมือง เปน ต้น.

๏ อนึ่ง เมือง ใน ประเทศ อินเดีย ที่ มิ ได้ พึ่ง เมือง อังกฤษ, มี อยู่ บ้าง มี เมือง ชื่อ นิทาะริมภู เขา หิมะเลยยาน, ว่า ด้วย แผ่นดิน เมือง นี้ ก็ ใหญ่, แต่ ว่า คน ไม่ สู้ มาก นัก. ลาง คน ก็ ว่า เมือง นั้น มี ประมาณ ๕๖๐ หมื่น, ลาง บ้าง ก็ ว่า ไม่ เกิน ๓๐๐ หมื่น. ครั้น ดู เรื่อง นี้ ก็ ไม่ สู้ ผิด กับ เมือง ไทย. พระมหา ราชา เมือง นี้, ได้ ทำ หนังสือ สัญญา แก่ เจ้า เมือง อินเดีย, แรก ทำ หนังสือ สัญญา นั้น ไม่ สู้ จะ ถือ. แล้ว ก็ เกิด ความ จึ่ง ได้ สู้ รบ กัน. แต่ แพ้ อังกฤษ ทุก ที่ ทุก ครั้ง ไป, เจ้า เมือง อินเดีย ไม่ ใคร จะ เปน เมือง ขึ้น, ด้วย ว่า เมือง นั้น อยู่ ฝ่าย เหนือ เมือง อิน เดีย แล ต่อ แดน เมือง ที่เชต, เปน เมือง ขึ้น แก่ เมือง จิด ใน กฤสตศักราช ๑๘๕๐ ปี, พระมหาราชา เมือง นั้น ออก ไป ถึง เมือง อังกฤษ, ตั้ง แต่ นั้น มา ได้ รู้ เหน ว่า เมือง อังกฤษ ใหญ่ เท่าใด มี อำนาถ เท่าใด, ก็ ได้ รักษา ทาง พระราช ไมตรี, เมือง อังกฤษ, แล เมือง นิทาละ เจริญ ขึ้น ด้วย. ครั้น เกิด วุ่น วาย ใน เมือง อินเดีย, ใน กฤษ ศักราช ๑๔๕๗ ปี ๕๘ ปีนั้น, แล มี พระ มหาราชา คิด ขบถ หลาย แห่ง หลาย เมือง แล้ว. พระมหาราชา เมือง นิทาละ ได้ เกนท์ ทหาร, ยก ทัพ มา ช่วย เจ้า เมือง อินเดีย, สู้ รบ เอา พวก คิด ขบถ จน แพ้ เสีย หมด. และ ตั้ง แต่ นั้น มา เมือง นิทาละ กับ เมือง อังกฤษ เปน มิตร สหาย สนิท มา จน ทุก วัน นี้. เมือง อังกฤษ มี ราช ทูต อาไศรย อยู่ ใน เมือง นี้ เสมอ, แล เปน ที่ ปฤกษา กัน กับ พระมหาราชา.

๏ อนึ่ง ทุก วัน นี้ เมือง ฝรั่งเสศ ใน ประเทศ อินดูสถาน อยู่ บ้าง เลก น้อย, คือ เมือง ปอนติสเร ๑, สารเดนคร ๑, การิกุล ๑, แลมาเร ๑, แล เมือง พุตเกย มี เมือง ขึ้น อยู่ บ้าง ด้วย, คือ เมือง ดามัน หนึ่ง, เมือง ดิ้ว หนึ่ง, เมือง โกวา หนึ่ง, แล เมือง มากาลน ๑. เมือง เหล่า นี้ เปน แต่ เมือง เล็ก น้อย หา เปน สำคัญ ไม่, เปน ที่ อยู่ พวก พ่อ ค้า นาย ห้าง, เมือง เหล่า นั้น บ้าง, เมือง ปอนติสเร ซึ่ง ได้ ขึ้น แก่ เมือง ฝรั่งเสศ เปน เมือง สำคัญ, เพราะ ว่า ใหญ่ กว่า เมือง อื่น ๆ ทั้ง หมด, แต่ มี คน ใน เมือง นั้น ประมาณ ๔ หมื่น คน เท่า นั้น. แต่ ก่อน เมือง เดนมาก มี เมือง ขึ้น ใน ประเทศ อินดูสถาน เปน สอง เมือง, ๆ หนึ่ง ชื่อ สิรามบุรี, เคียง กัน กับ เมือง กาลกะตา. อีก เมือง ๑ ชื่อ ตรันอิบา เหนือ เกาะ ลังกา น่อย หนึ่ง, ไม่ สู้ จะ ไกล จาก เมือง มัดแรด. แต่ เมือง เดมหมาก ได้ ขาย เมือง สิรามบุรี, กับ เมือง ตรันกิบา ขาย ไว้ แก่ เมือง อังกฤษ เสีย แล้ว. อนึ่ง แต่ ก่อน ประมาณ สัก ๑๐๐ ปี มา แล้ว, เมือง ฝรั่งเสศ กับ เมือง อังกฤษ, พระมหาราชา ใน ประ เทศ อินดูสถาน, ได้ รบ สู้ ชิง เอา หลาย เมือง ให้ ขึ้น แก่ เมือง ฝรั่งเสศ อังกฤษ บ้าง. แล้ว ฝรั่งเสศ กับ พวก อังกฤษ ก็ รบ สู้ กัน ที่ นั่น เอง, หวัง จะ ใคร่ รู้ ว่า ข้าง ไหน จะ ใหญ่ กว่า กัน ใน ประเทศ อินเดีย, พวก ฝรั่งเสศ กับ เมือง ขึ้น ฝรั่งเสศ คิด จะ แย่ง เอา เมือง ที่ เปน เมือง ขึ้น, ของ เมือง อังกฤษ ให้ แก่ เมือง ฝรั่ง เสศ จน สิ้น. ฝ่าย พวก อังกฤษ ที่ เปน เมือง ขึ้น ของ เมือง อังกฤษ ได้ สู้ รบ แย่ง ชิง พวก ฝรั่งเสศ, ให้ พวก ขึ้น ฝรั่งเสศ กลับ มา ขึ้น แก่ อังกฤษ อีก เล่า. ได้ สู้ รบ กัน กลับ ไป กลับ มา อยู่ อย่าง นี้ ประมาณ สัก ๖๐ ปี ๗๐ ปี, จน พวก ฝรั่งเสศ เสีย เมือง เสีย อำนาถ เกือบ หมด, เหลือ อยู่ แต่ เมือง เล็ก น้อย, ตาม ที่ กล่าว มาแล้ว นั้น. พวก ฝรั่งเสศ แล อังกฤษ สู้ กัน มาก มาย นาน ไป นั้น, เปน ใน เมือง กานาติก, กับ เมือง ไมซัว ได้ สู้ กัน มาก, เมือง อื่น เปน แต่ สู้ กัน เล็ก น้อย.

๏ อนึ่ง ที่ นี้ จะ ว่า ทำ เนียม เมือง อังกฤษ มา เอา เมือง ขึ้น ยังไร บ้าง, แล เมื่อ เมือง ขึ้น ธรรม เนียม ครอบ ครอง เมือง ขึ้น ยังไร บ้าง. แต่ จะ ว่า โดย ย่อ ภอ รู้ เหตุ แล อย่าง ธรรม เนียม เท่า นั้น เอง. เมื่อ แรก พวก อังกฤษ มา ถึง เมือง สุรัศ, เมือง บำไบ เมือง กาสะกะตา เมือง มัดแรศ, แล เมือง อื่น อื่น ริม ทเล ไป ประเทศ อินเดีย นั้น, . เขา ได้ มา เปน ธุระ ใน การ ค้า ขาย เท่า นั้น เอง, ไม่ คิด เลย ว่า จะ เอา บ้าน เมือง ให้ เปน เมือง ขึ้น. เมื่อ เขา มา ค้า ขาย อยู่ ข้าง พระมหาราชา เมือง เหล่า นั้น, กับ ขุน นาง ผู้ใหญ่ ผู้ น้อย แล พ่อ ค้า ได้ ขัด ขวาง เขา บ้าง, ได้ ย่ำ ยี คุม เหง เขา บ้าง, เกาะ เอา เขา ไป ใส่ ตราง บ้าง ใส่ คุก บ้าง, ใส่ ใน หลุม ดิน ให้ ตาย เสีย บ้าง. พวก อังกฤษ ที่ เปน พ่อ ค้า นั้น ทน ไม่ ได้, จึ่ง คิด จะ แก้ แค้น, พระเจ้า แผ่นดิน เมือง อังกฤษ รู้ ว่า ประ เทศ อัน นั้น ทำ มิ ดี แล้ว, จึ่ง เคือง พระไทย ช่วย พวก พ่อ ค้า พา นิช ให้ สู้ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย, ใน ปะเทศ อินเดีย ที่ ได้ ทำ ร้าย ต่อ พวก พ่อ ค้า พานิช นั้น, เมื่อ แรก ได้ ทำ โทษ พระมหาราชา ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ใน ประเทศ นั้น, ได้ ทำ แต่ เบา บาง เอา ที่ ของ เขา แต่ เล็ก น้อย, แล ขอ ให้ ทำ ตาม หนังสือ สัญญา, ยอม ให้ มา อยู่ สบาย ไม่ ให้ ผู้ ใด คุม เหง เขา, แล้ว ให้ ค้า ขาย โดย สะดวก. แต่ พระมหาราชา กับ ขุน นาง กับ พ่อ ค้า หัว เมือง ทั้ง สี่ นั้น, ประมาท พวก อังกฤษ ไม่ ใคร่ จะ ทำ ตาม หนังสือ สัญญา, จึ่ง ได้ คุม เหง ทำ ร้าย ต่อ มวก อังกฤษ. ๆ ต้อง สู้ เขา อีก. แล เพราะ คน ใน ประ เทศ อินเดีย ก็ มาก อยู่, เมือง มาก ต่อ มาก เมือง เหล่า นั้น เปน เมือง ใหญ่ ด้วย, พวก พ่อ ค้า พานิช ใน เมือง อังกฤษ จึ่ง ได้ เข้า เปน พวก ใหญ่, หอ ให้ พระเจ้า แผ่นดิน มอบ ให้ เขา มี อาญา ค้า ขาย ใน เมือง อินเดีย แต่ พวก เดียว. พระเจ้า แผ่นดิน อังกฤษ จึ่ง ตั้ง เขา เปน พวก หนึ่ง มี ชื่อ ว่า อีสิท อินเดีย กำปะนี, แล พวก พ่อ ค้า พานิช มี ชื่อ ว่า อีสิท อินเดีย กำปะนี นั้น, ย่อม มี อาญา จะ เอา เมือง ขึ้น, และ ครอบ ครอง รักษา บ้าน เมือง ที่ เปน เมือง ขึ้น ด้วย, แล มี อำนาถ ทำ หนังสือ สัญญา ด้วย เมือง ไหน ๆ ที่ ไม่ ถือ ศาสนา พระเยซู เจ้า นั้น, พวก อีสิท อินเดีย กำปะนี รับ พระราช ทาน อำนาถ มาก มาย ดัง นี้ แล้ว, ได้ จ้าง ทหาร อังกฤษ เข้า มา รักษา ห้าง ซ่อง เขา, แล้ว ความ กระหานินทา การ คุม เหง ดู หมิ่น ดู ถูก, แล การ บิด พลิ้ว พ้อ ลวง เหมือน อย่าง แต่ ก่อน. แล พระ มหาราชา เมือง บังกลา ยอม ให้ เขา เอา ของ สิน ค้า เข้า มา ไม่ ต้อง เสีย ภาษี, แล้ว ได้ ซื้อ สิน ค้า ใน เมือง นั้น ได้ บันทุก ออก ไป ไม่ ต้อง เสีย ภาษี เหมือน กัน. มี ทหาร ขึ้น แล้ว ได้ ตั้ง ป้อม ใน เมือง กาลกะลา, แล ที่ เมือง อื่น ๆ บ้าง, แล้ว พระมหาราชา เมือง บังกลา ได้ ยอม ให้ ตั้ง โรง ทำ เงิน ตรา ใน เมือง กาลกะตา. พวก อังกฤษ จึ่ง ได้ มี ความ สบาย ค้า ขาย มี กำไร ประโยชน์ มาก นัก หนา. แต่ เขา อยู่ อย่าง นี้ มิ ให้ ผู้ ใด คิด กระทำ ร้าย อิจฉา เขา ได้. แล้ว ก็ เกิด วุ่น วาย ขึ้น อีก. พระมหาราชา ไม่ ใคร่ จะ ถือ ตาม หนังสือ สัญญา, จึ่ง เกิด ศึก สงคราม บ่อย ๆ จึ่ง รบ พุ่ง กัน อีก. แล้ว พวก อีสิท อินเดีย กำปะนี, เอา ทหาร อังกฤษ มา ช่วย อีก เปน อัน มาก, แล ได้ จ้าง คน ชาว เมือง เหล่า นั้น เปน ทหาร ช่วย เข้า ด้วย จึ่ง ได้ สู้ เอา, พระมหาราชา เจ้า เมือง เหล่า นั้น, ก็ ตี เอา บ้าน เมือง เขา บ้าง, ให้ เปน เมือง ขึ้น แห่ง ตน. เมื่อ เอา เมือง ขึ้น นั้น ได้ แล้ว, ไม่ ได้ ถอด เจ้า เมือง ที เดียว, ได้ เอา ไว้ ให้ ช่วย รักษา บ้าน เมือง, แต่ ที่ เจ้า เมือง เอา ไว้ ดัง นี้ ไม่ ใคร่ จะ ซื่อ ตรง ต่อ แผ่นดิน, คิด จะ ตี เอา บ้าน เมือง ของ ตัว คืน มา อีก เล่า. และ ได้ เกิด วุ่น วาย เพราะ การ ทั้ง นี้, พวก อีสิท อินเดีย กำปะนี ต้อง ถอด เสีย ที เดียว, และ ที่ ได้ เปน พระมหารา ชา ที่ ได้ เปน เจ้า เมือง และ ผู้ ใหญ่. เมื่อ ถอด เสีย แล้ว ได้ เอา ไว้ ใน เมือง หลวง บ้าง, ต่าง เมือง บ้าง ให้ มี เบี้ยเลี้ยง ภอ ได้ มี ความ สบาย. แล้ว พวก อีสิทอินเดีย กำปะนี, ได้ ครอง บ้าน เมือง, ที่ ได้ เปน เมือง ขึ้น เอง, แล ที่ ได้ เปน ขุนนาง ผู้ ใหญ่


การ บันทุก เรือ ไป นอก ๚ะ

๏ ทุก วัน นี้ ต้อง การ เรือ ที่ จะ บันทุก เข้า ไป ฮ่องกง. เรือ ที่ ลง พิมพ์ สุด ท้าย นี้, เขา ได้ เช่า แล้ว ตั้ง แต่ เดือน ๑๑ แรม ๒ ค่ำ ๏ คือ เรือ คะติซาก, จะ ไป เมือง ฮ่องกง หาบ ละ ๔๗ เซนต์ ครึ่ง, ถ้า จะ ไป เนียงโป หาบ ละ ๗๐ เซนต์, ๏ เรือ อีเลกตรา จะ ไป นิงโป หาบ ละ ๖๐ เซนต์ ๏ เรือ อะบัตโฟด จะ ไป เนียง โป หาบ ละ ๖๐ เซนต์ ๏ เรือ ลาค จะ ไป เนียงโป หาบ ละ ๖๐ เซนต์ ๏ เรือ มาดูรา จะ ไป เนียงโป หาบ ละ ๖๐ เซนต์ ๏ เรือ ไลยอิมูล จะ ไป ฮ่องกง หาบ ละ ๔๐ เซนต์, ๏ เรือ ที่ มี ชื่อ ลง พิมพ์ ข้าง ท้าย นี้, ได้ ออก จาก กรุงเทพ ตั้ง แต่ เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๕ ค่ำ, คือ บากซำเบิก ชื่อ มะติน, บันทุก เข้า สาน หมื่น พัน ๘๗๑ หาบ ๏ บากตัซะ ชื่อ ยาปารา, บันทุก เข้า สาน หมื่น ๘ พัน ๙๗ หาบ น้ำ ตาล ทราย ๙๙ หาบ ๏ บากซำเบิก ชื่อ เอศ มิราลด์, บันทุก เข้า สาน ๗ พัน ๓๐๐ หาบ, ฝาง ๑๕๐ หาบ ถั่ว เขียว ๕๐๐ หาบ ๏ บาก สยาม ชื่อ เซนต์เมรี, บันทุก กระ วาน ๖๙ หาบ หนัง สัตว ๓๐๒ หาบ, เข้า สาน ๕ พัน ๗๐ หาบ, เข้า เปลือก พัน ๙๘๗ หาบ, เขา เนื้อ ๑๑ หาบ ครึ่ง, ไม้ แดง ๑๔๕ หาบ, ถั่ว หาบ ครึ่ง, ป่าน กลีบ ๒๖ หาบ, ฝ้าย ๒๑๘ หาบ กะดาน ไม้ สัก หนา ๔ นิ้ว ๕ นิ้ว ๑๘ แผ่น. ๏ ชิบ อังกฤษ ชื่อ อิเล็กนรา, จะ ไป เมือง เนียงโป บันทุก พริกไทย ดำ ๔๙๔ หาบ, เข้า สาน หมื่น ๔ พัน ๖๖๔ หาบ, ฝาง ๖๗ หาบ.

๏ สกูเนอ อังกฤษ ชื่อ วัตเลเล, จะ ไป บำเบ บันทุก น้ำ ตาล ทราย ๓ พัน ๓๗๕ หาบ, ไหม หาบ หนึ่ง, กะดาน ไม้ สัก หนา ๔ นิ้ว ๕ นิ้ว ๕๘ แผ่น. ๏ เรือ กลไฟ สยาม ชื่อ เจ้า พระยา, จะ ไป เมือง สิงคโปร์ บันทุก กำยาน ๗๓ หาบ, เข้า สาน ๓ พัน ๕๗๑ หาบ, ครั่ง ๕๕ หาบ ถั่ว ๒๘๓ หาบ, เกลือ ๒๗๖ หาบ, ปลา เค็ม ๒๗๐ หาบ, งา ช้าง ๓ หาบ เสศ. ๏ บาก อังกฤษ ชื่อ ยอนแอนเมรี่, จะ ไป เมือง สิงคโปร์ บันทุก เข้า สาน ๒ พัน ๕๖๒ หาบ, ฝาง ๑๒๔ น้ำ ตาล ทราย ๑๖๔ หาบ. ๏ บาก สยาม ชื่อ ออกัส, บันทุก หนัง สัตว ๑๗๖ หาบ, เข้า สาน ๘ พัน ๓๑๓ หาบ, ฝาง ๓๓ หาบ, ถั่ว ๙๕ หาบ, ปลา เค็ม ๔๗ หาบ, กะดาน ไม้ สัก หนา ๔ นิ้ว ๕ นิ้ว ๙๙ แผ่น.


ว่า ด้วย หนู แล หมา จิ้งจอก แล ไข่

๏ หนู สอง ตัว เมื่อ เที่ยว หา อาหาร ไป ภบ ไข่ ใบ หนึ่ง, แล้ว ก็ มี ความ ดี ใจ นัก. เมื่อ ขณะ จะ แบ่ง ปั่น ส่วน กัน นั้น, ก็ แล เหน หมา จิ้งจอก มอง ออก มา จาก รก. หนู จึ่ง ว่า แก่ กัน ว่า, เรา จะ ทำ ยังไร ดี จึ่ง จะ เอา ไข่ ไป รัง เรา ได้. หนู ตัว หนึ่ง จึ่ง ว่า, เรา จะ ยก ไข่ ด้วย ขา น่า นั้น ก็ ช้า กว่า จะ เอา ไป ได้. ครั้น ว่า จะ กลิ้ง ไป เล่า ไข่ ก็ จะ แตก. ครั้น ได้ ปัญญา ขึ้น มา หนู ตัว หนึ่ง ก็ เอา ขา กอด ไข่ ไว้ ให้ แน่น, แล้ว ตัว หนึ่ง ก็ ลาก หาง ตัว นั้น ไป จน ถึง รัง ได้. คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า, ความ ฉลาด อินสติงต์ ของ สัตว เดียรฉาน ลางที ก็ เท่า กับ ความ ปัญญา ของ คน.


พงษาวดาร อังกฤษ ต่อไป

๏ จึ่ง พากัน ไป กราบทูล ให้ พระองค์ ทรง จัดแจง ผู้ ซึ่ง จะ ครอบ ครอง ราชสมบัติ ไว้, จะ ได้ ให้ ครอง ราช สมบัติ สืบไป ตาม ธรรมเนียม. อิลิซาเบ็ต ก็ อิดเอื้อน อยู่ ไม่ ใคร่ จะ จัดแจง

๏ อยู่ มา เมรี่ เจ้าแผ่นดิน สกอตแลนด์, รับ เจ้า องค์ หนึ่ง มา เปน ภัศดา. อยู่ ด้วย กัน ก็ หา เปน ศุข ไม่, ได้ พระ โอรศ องค์ หนึ่ง. พระชนม์ ได้ ๗ เดือน, ก็ บังเกิด อุปติเหตุ วัง ที่ อยู่ ของ ลอด ดานเล ก็ ทะลาย ลง, ด้วย คน แกล้ง ระเบิด เสีย ด้วย ดินปืน ลอด ดานเล ก็ สิ้น ชีพ อยู่ ที่ นั่น. ไม่ ช้า เมรี่ ก็ รับ ขุนนาง ผู้ หนึ่ง เปน คน ไม่ สู้ ดี มา เปน สามี. ขุนนาง ทั้งปวง ขุ่นเคือง คิด กัน ว่า, ชะรอย ขุนนาง ผู้ นี้ จะ ร่วม คิด กับ เมรี่ ฆ่า ลอด ดานเล เสีย. ก็ พร้อม ใจ กัน จะ ถอด เมรี่ เสีย จาก เจ้า แผ่นดิน, ก็ พา กัน ยก เข้า ตี สกอตแลนด์. เมรี่ เหน จะ ต่อ ต้าน มิ ได้ ก็ หนี ไป. พวก ขุนนาง ตาม จับ ได้, ให้ ลง พระนาม ว่า, จะ ถอด เสีย จาก เจ้า แผ่นดิน. จะ ให้ เจม พระ โอรศ เปน เจ้าแผ่นดิน สืบ ไป, แล ให้ ขุนนาง ผู้ หนึ่ง ชื่อ ลอด เมอะเร, เปน ผู้ สำเร็จ ราชการ, เปน พระ พี่เลี้ยง ด้วย. ให้ว่า ราชการ ไป กว่า เจม ที่ หก จะ เจริญ ขึ้น. ครั้น จัด การ นั้น เสร็จ แล้ว, ลอด เมอะเร พระ พี่ เลี้ยง ก็ จำ เมรี่ ขัง ไว้. ไม่ นาน เมรี่ ก็ หนี ไป, ได้ กอง ทัพ กลับ มา ตี ลอด เมอะเร. เมรี่ เสีย ทัพ หนี ไป ใน แดน อังกฤษ, แล้ว ให้ คน ใช้ ไป กราบ ทูล พระเจ้าแผ่นดิน อังกฤษ ว่า, ขุนนาง เมือง สกอตแลนด์ เปน ขบถ. เมรี่ เจ้าแผ่นดิน สกอตแลนด์ หนี มา พึ่ง พระบารมี.

๏ ฝ่าย อิลิซาเบ็ต ได้ ทรง ฟัง ดัง นั้น, เหน ได้ ที ก็ รับ ไว้. แล้ว ให้ ทหาร ไป ควบ คุม รักษา อยู่, ยัง ไม่ ให้ เมรี่ มา เฝ้า จะ ชำระ โทษ เมรี่ ที่ ฆ่า สามิ เสีย ก่อน จึ่ง จะ ให้ เข้า เฝ้า. แล้ว สั่ง ให้ พวก ขุนนาง เมือง สกอตแลนด์ มา ประชุม กัน จะ ชำระ โทษ เมรี่. พวก ขุนนาง สกอตแลนด์ ก็ มา ประชุม ชำระ ความ เรื่อง นั้น อยู่ หลาย เดือน, ก็ ไม่ ได้ ความ จริง ประการ ใด. อิลิซา เบ็ต ก็ ให้ ขัง เมรี่ ไว้ ก่อน, แต่ มิ ได้ ให้ ควบ คุม แน่น หนา. ผู้คน พวก พ้อง ยัง ไป สู่ มา หา ได้. อยู่ มา หน่อย หนึ่ง พวก อัง กฤษ ที่ นับ ถือ ศาสนา บาดหลวง มาก ด้วย กัน, ปฤกษา กัน จะ ถอด เมรี่ ออก ให้ เปน เจ้าแผ่นดิน อังกฤษ อิลิซาเบ็ต ทราบ จึ่ง สั่ง กำชับ ให้ ขัง เมรี่ ไว้ ให้ แน่น หนา, อย่า ให้ ใคร ไป สู่ หา พูด จา ได้ ขุนนาง ทั้งปวง กราบ ทูล จะ ให้ ประหาร ชีวิตร เมรี่ เสีย, พระองค์ ก็ มิ ได้ ยอม โดย ขุนนาง. อยู่ มา พวก ที่ คิด ว่า จะ ถอด เมรี่ ออก ให้ เปน เจ้า แผ่นดิน นั้น, คิด จะ แยก กัน ออก เปน สอง พวก, ๆ หนึ่ง จะ ไป จับ อิลิซาเบ็ต ประหาร ชีวิตร เสีย. พวก หนึ่ง จะ ไป ถอด เมรี่ ออก ให้ เปน เจ้า แผ่น ดิน. แล้ว เขียน หนังสือ ตาม ซึ่ง คิด กัน นั้น ลอบ ไป ให้ เมรี่. เมรี่ ก็ ได้ ทราบ ความ ใน หนังสือ นั้น. อิลิซาเบ็ต ทราบ ทรง เหน ว่า, เมรี่ เปน ขบถ คิด ประทุษร้าย ต่อ พระองค์ จริง, ก็ ให้ เอา ไป สำเร็จ โทษ เสีย.

๏ ฝ่าย เยม เจ้า แผ่นดิน สกอตแลนด์ ซึ่ง เปน พระโอรศ ของ เมรี่ นั้น, ทราบ ว่า พระเจ้า อังกฤษ ล้าง ชีวิตร พระ ชลนี เสีย ดั่ง นั้น, ก็ กริ้ว นัก, จะ ยก มา ทำ ศึก กับ เมือง อังกฤษ. ขุน นาง ทั้งปวง ทูล ทัดทาน มิ ให้ เปน ปฏิปักษ์ ต่อ กัน, จึ่ง สงบ อยู่ มิ ได้ ยก มา.

๏ ครั้น คฤสต ศักราช ๑๕๘๘ ปี, ฟิลิบ เจ้า แผ่นดิน สะเปน ยก พยุหโยธา มา จะ ทำ ศึก กับ อังกฤษ. แต่ ทัพ บก ทหาร ห้า หมื่น คน. ทัพ เรือ นั้น มาก นัก. ชาว อังกฤษ บราบ ข่าว ว่า จะ มี ศึก ใหญ่ มา ติด เมือง, ก็ สดุ้ง ตกใจ. อิลิซา เบ็ต ทราบ ดั่ง นั้น, ก็ ตระ เตรียม ทะแกล้ว ทะหาร เครื่อง สัตรา อาวุธ ไว้ รับ รอง ป้อง กัน เข้ม แขง มิ ได้ ย่อ ท้อ. ฝ่าย ทัพ เรือ มา ถึง, มิ ได้ รอ ถ้า ทัพ บก ยก เข้า ตี, ก็ เสีย เรือ เสีย พล เปน อัน มาก. ที่ เหลือ อยู่ ก็ ล่า กลับ ไป เมือง. พวก อังกฤษ มี ไชยชนะ ได้ กฤติยศ.

๏ ครั้น อยู่ มา มี ขุนนาง หนึ่ง ชื่อ เอิลออฟเอเซ็ก, อิลิซา เบ็ต โปรด ปราน มาก, จึ่ง พระ ราชทาน พระ ธรรมรง ไว้ แก่ เอิลออฟเอเซ็ก, แล้ว ตรัส สั่ง ว่า ถ้า ทำ ผิด พลั้ง เปน โทษ อย่าง ไร แล้ว, ให้ ส่ง ธรรมรง นี้ คืน มา ถวาย, จะ โปรด ยก ความ ผิด นั้น เสีย, มิ ได้ เอา โทษ. ตั้ง แต่ นั้น มา เอิลออฟเอเซ็ก มี ใจ กำเริบ ขึ้น มาก, ไม่ เกรง กลัว ผู้ ใด. อิลิซาเบ็ต เหน เอิลออฟเอเซ็ก กระด้าง กระเดื่อง นัก, ก็ ลด ศักดิ์นา เสีย จะ ให้ อ่อน ลง. เอิลออฟเอเซ็ก ได้ ความ อัปยศ โกรธ นัก, กล่าว คำ หยาบ ช้า ต่อ เจ้า แผ่นดิน, คิด เอา ใจ ออก หาก เปน เสี้ยน หนาม. อิลิซาเบ็ต สั่ง ให้ จับ มา คุม ไว้ ไต่ ถาม ได้ ความ ว่า, คิด ขบถ จริง. แต่ ยัง ทรง พระ กรุณา โปรด รอ ไว้ จะ ให้ ส่ง พระ ธรรมรง มา ถวาย, เปน หลาย วัน ก็ มิ ได้ เหน เอิลออฟเอ เซ็ก ส่ง ธรรมรง มา, จึ่ง มี พระ ราช หัตถ เลขา ส่ง ไป ให้ เจ้า พนักงาน เอา ไป ประหาร ชีวิตร เสีย.

๏ อยู่ มา ประมาณ สอง ปี, ภรรยา ของ ขุนนาง ผู้ หนึ่ง ป่วย หนัก ใกล้ จะ สิ้น ชีวิตร, ให้ คน ไป ทูล เชิญ เจ้า แผ่นดิน ให้ เสดจ์ มา ที่ อยู่ ของ ตน จะ ทูล ความ ลับ. อิลิซาเบ็ด เจ้า แผ่น ดิน ก็ เสดจ มา. ภรรยา ขุนนาง จึ่ง เอา ธรรมรง ถวาย แล้ว ทูล ว่า, เอิลออฟเอเซ็ก เมื่อ ต้อง โทษ อยู่ นั้น, ให้ ข้าพเจ้า เอา ธรรมรง นี้ ไป ถวาย ด้วย เปน ญาติ ของ ข้าพเจ้า. แต่ สามี ข้า พเจ้า นั้น เกลียด ชัง เอิลออฟเอเซ็ก นัก, ห้าม ข้าพเจ้า เสีย มิ ให้ เอา ธรรมรง นี้ ไป ถวาย. ขอ พระองค์ ทรง พระ กรุณา โปรด พระ ราชทาน โทษ เกล้า กระหม่อม ฉาน ใน ครั้ง นี้. อิลิซาเบ็ด ได้ ทรง ฟัง หญิง ทูล ดัง นั้น, ทรง พระ กริ้ว นัก, เอา พระหัตถ จับ มือ หญิง นั้น ฉุด กระชาก แล้ว ตรัส ว่า, พระเจ้า จะ โปรด เจ้า ก็ ตาม เถิด, แต่ เรา ไม่ โปรด เจ้า แล้ว. ก็ เสดจ รีบ กลับ มา พระ ราชวัง. แล้ว ทอด พระองค์ ลง ที่ พื้น ประทม นิ่ง. มิ ได้ สรง เสวย ก็ ทรง พระชวร. แพทย์ ทั้ง ประกอบ พระ โอสถ ถวาย ก็ ไม่ เสวย. ขุนนาง ทั้งปวง เหน พระอาการ นั้น หนัก ลง ก็ พา กัน เข้า ไป ทูล ถาม ว่า, พระองค์ จะ ทรง พระกรุณา ให้ พระ ราชวงษ เธอ องค์ ได เปน เจ้า แผ่นดิน สืบ ไป. อิลิซาเบ็ด จึ่ง ทำ สำคัญ ว่า, จะ ให้ เยม เจ้า แผ่นดิน สกอดแลนด์ เปน เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ สืบ ไป. อิลิซาเบ็ด เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ ก็ สวรรคต. ใน คฤสตศักราช ๑๖๐๓ ปี, ดำรง ราช สมบัติ อยู่ ๕๕ปี. พระชนมายุ ๗๐ พรรษา.

๏ จับ เดิม แต่ พระเจ้า แผ่นดิน อังกฤษ เปน ปถม สืบ ๆ มา ถึง อิลิซาเบ็ด เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ องค์ นี้, พระเจ้า แผ่นดิน องค์ ได จะ ได้ ทะนุ บำรุง พระ นคร ให้ รุ่ง เรือง บริบูรณ ขึ้น มาก, เสมอ อิลิซาเบ็ด ไม่ มี. อิลิซาเบ็ด ได้ ทะนุ บำรุง พระ นคร ไว้ ให้ ถาวร มาก นัก. แล้ว เปน ที่ รัก ใคร่ สรรเสิญ แห่ง ประชา ราษฎร เปน อัน มาก. ด้วย ประการ ดัง นี้ แล.

๏ ใน คฤสตศักราช ๑๖๐๓ ปี, เยม ที่ หก เจ้า แผ่นดิน สกอดแลนด์ ได้ ราชาภิเศก เปน เจ้าแผ่นดิน อังกฤษ, พระนามว่า, เยม ที่ หนึ่ง. ได้ ครอง ราชสมบัติ ทั้งสอง พระ นคร. อยู่ มา ไม่ นาน มี พวก หนึ่ง คิด จะ ถอด เยม เสีย จาก เจ้า แผ่นดิน, จะ ให เลเด อาระแบราสตวด เปน เชื้อพระวงษ ห่าง ๆ เปน เจ้า แผ่น ดิน. เยม ทรง ทราบ ดั่ง นั้น ก็ ให้ จับ ผู้ ใหญ่ ใน พวก นั้น ประ หาร ชีวิตร เสีย สาม คน. ขณะ เมื่อ เยม ได้ เปน เจ้า แผ่นดิน อัง กฤษ, คน ทั้งปวง ที่ นับ ถือ สาศนา บาทหลวง มี ความ ยินดี, คิด ว่า เยม จะ ได้ ช่วย อุปถัมภ์ สาศนา บาทหลวง. แต่ หา สม คิด ไม่, ด้วย เยม ถือ สาศนา พวก โปรเต๊ดซตัน, มิ ได้ เกื้อ กูล สาศนา บาทหลวง. เพราะ เหตุ ฉนี้ พวก บาทหลวง ขุ่น เคือง คิด จะ ทำ ร้าย เยม กับ ขุนนาง ที่ ปฤกษา ทั้งปวง ของ เยม. จึ่ง ลอบ ไป ขุด หลุม ไว้ ใต้ ตึก ที่ ประชุม ปฤกษา ราชการ, แล้ว เอา ดิน ปืน ใส่ ไว้ ใน หลุม นั้น ๓๖ ถัง. คิด ว่า ถ้า เยม เสดจ มา ปะชุม พร้อม ด้วย ขุนนาง แล้ว, จะ คลอก เสีย ด้วย ดิน ปืน นั้น ให้ สิ้น ชีพ. เยม ทรง ทราบ การ ที่ คน เหล่า นั้น คิด ทำ ร้าย ต่อ พระองค์, ก็ ให้ จับ ผู้ ใหญ่ ใน พวก นั้น ประหาร ชีวิตร เสีย. ครั้น เยม ปราบ ปราม เสี้ยน หนาม ราบ เรียบ แล้ว, ทวง พระ ดำริห์ จะ รวม ประเทศ สกอดแลนด์ กับ ประเทศ อังกฤษ, ให้ เปน เขตร แดน เดียว กัน. แต่ ไม่ สม ดัง พระไทย ประสงค์ ด้วย ชาว พระ นคร ทั้งสอง ไม่ ยอม เข้า แดน เดียว กัน. ใน คฤสต ศักราช ๑๖๑๓ ปี ปรินซ ออฟเวละ พระราช บุตร องค์ ใหญ่ ของ เยม ถึง ความ พิราไลย, พะชนม์ ได้ ๑๘ พรรษา. ครั้น อยู่ มา เยม ตรัส ประภาษ ว่า, จะ ส่ง ราชทูต ไป กล่าว พระราช ธิดา ของ เจ้า แผ่นดิน สเปน มา เปน พระ ชายา ของ ชาลิช พระราช บุตร ที่ สอง ของ พระองค์. ชาลิช ราชบุตร ทราบ กระแส พระ ราช โองการ ดั่ง นั้น, จึ่ง ทูล อ้อนวอน พระราช บิดา ว่า, จะ ขอ ไป ดู ให้ เหน ก่อน. พระราช บิดา ก็ โปรด อนุญาต ยอม ให้ ไป. ชาลิช ก็ เสดจ ไป โดย มรรคา เมือง ฝรั่งเสศ, ได้ ทอด พระเนตร เหน พระ ราชธิดา เจ้าแผ่นดิน ฝรั่งเสศ, ก็ ภอ พระไทย. แล้ว เสดจ ล่วง ไป ถึง เมือง สะเปน. ทอด พระเนตร พระราช ธิดา เจ้า แผ่นดิน สะเปน ไม่ ต้อง พระไทย. เสดจ กลับ มา ทูล พระราช บิดา, ให้ ทรง พระ กรุณา โปรด ส่ง ราชทูต ไป กล่าว พระราช ธิดา เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ. พระราช บิดา ก็ ผ่อน ให้ ตาม พระไทย, แต่ ยัง มิ ได้ ทรง จัด แจง การ นั้น ให้ สำเร็จ. เยม เจ้า แผ่นดิน ก็ ทรง พระประชวร เปน ไข้ จับ, สิ้น พระชนม์ ใน คฤสตศักราช ๑๖๒๕ ปี. พระชนม์ ๕๙ พรรษา, อยู่ ใน ราช สมบัติ ๒๒ ปี, มี พระราชบุตร ๒ องค์ พระ ราช ธิดา หนึ่ง องค์. ตั้ง แต่ แผ่นดิน เยม สืบ มา, เมือง อังกฤษ กับ เมือง สกอดแลนด์, พระเจ้า แผ่นดิน องค์ เดียว กัน.


คลอง ขุด ใหม่

๏ เราได้ยินว่า เรื่อง คลอง ขุด ใหม่ นั้น คอเวอเมนต์ กรุงเทพ ฯ ไม่ ยอมให้ตั้ง หวย เก็บเงิน ค่า คลอง นั้น เราจึ่งดีใจนัก แต่ ก่อน ภา กัน ว่า จะ ตั้ง หวย ที่ แขวง เมือง นครไชยศรี แห่ง หนึ่ง สาคร บุรี แห่ง หนึ่ง ข้าพเจ้า จึ่งไม่สบายใจ น้า เห็น ว่า พระ ภาษีสมบัติ คง จะ คิด อ่าน ชักชวน ให้คน ทั้งปวง ที่ ตั้ง อยู่ ที่ สบาย นั้นให้มา เล่น ด้วย ปราฐ นา จะ ได้ ทรัพย์ สมบัติ มาก ทวี ขึ้น เรว คง เปน เหตุ ที่ จะ ให้การ เล่น เบี้ย เล่น โป อัน เปน การ ร้าย อยู่ แล้ว ให้ ร้าย แรง ขึ้น กว่านั้น อีก ร้อย เท่า ให้ฝูง ราษฎร ทั้งปวง เมาไป ด้วย การ เล่น ให้เปน บ้า ใน การ นั้น ทุก วัน ทุก เดือน กว่า การ ดี ของ เขา จะ เสื่อม เสียไป หมด ทั้ง ทรัพย์ สิ่ง ของ บุตรภรรยา ก็ จะ ยับ เยินไป เรา จึ่ง เห็น ว่า การ เหมือน ยั่ง คอเวอเมนต์ กรุงเทพ ฯ ยอม ให้ พระ ภาษี สม บัติ บริ บูรณ์ ไป พ่อ ลวง ฝง ราษฎร ทั้งปวง โดย ความ ที่ นิมิตร ฝัน ว่า จะ ได้ ทรัพย์ ง่าย เรว เมื่อ กำลัง ฝัน อยู่ นั้น ก็ ยอม ให้ พระ ภาษี สมบัติ บริบูรณ์ ชิง เอา เสีย ตาม ที่ ชอบ ใจ ฤา จะ เปน ยัง คอเวอเมนต์ ยอมให้พระภาษี ไป ปลุก เรียก ภูต ผีศาจ มาก มาย มา ช่วย พ่อลวง ฝูงราษฎร เพื่อ จะ ได้ ชิง เอา เงิน ทอง ของ เขา ไม่ให้อะไร ตอบ แทน แก่ เขา เลย คืด เอา ตาม ฤทธิเดช กฎ หมาย หลวง ที่ คอเวอเมนต์ กรุงเทพ ฯ ไม่ ยอม นั้น เปน การ ดี นัก ควร ที่ จะ สรรเสิญ เปน สำคัญ พยาน ว่า กรุงเทพ ฯ อัน หนุ่ม ๆ ยัง กำลัง ดำ เนิร ใน ทาง ที่ จะ ให้เมือง ดี ขึ้น เรา มี ความ หวัง ใจ ว่า การ ดี ยัง นี้ จะ ไม่ หยุด กว่า จะ เปลี่ยน กฎ หมาย จะ ให้การ เล่น เบี้ย เล่น หวย ทุก อย่าง นับ เนื่อง เข้า ใน การ ขโมย ปล้น เหมือน กัน แล ทำ โทษ แก่ คน ที่ เล่น เบี้ย เล่น หวย จง สาหัส ดุจ โทษ โจร ผู้ ร้าย ควร ที่ จะ มี กฎหมาย ห้าม ดัง นี้ เพราะ เปน การ ร้ายใหญ่ จริง เปน เหตุ ที่ ให้เกิด การ ขะโมย การ ปล้นการ เสียใจ นัก ทุกวัน นี้ คอเวอเมนต์ จัด แจง ให้มี การ เล่น คน ทั้ง ปวง ก็ เห็น ว่า เปน การ ดี คน ทั้งปวง จึ่ง ไม่ มี ความ อาย อดสู กัน ถ้า คอเวอเมนต์ ห้าม ไม่ให้ ทำ แล้ว คน ดี ก็ จะ คิด อาย คิด กลัว เกรง แต่ เงิน ที่ ได้ เพราะ เล่น เบี้ย นั้น เหมือน ดุจ เนื้อ แล โลหิต ฝูง ราษฎร ทั้งปวง ให้ อ่อน กำลังไป แล เหมือน จะ ตัด แขน ข้าง หนึ่ง ฃา ข้าง หนึ่ง เพื่อ จะ บำ รุง แขน แล ขา ข้าง หนึ่ง เปน การ บ้า ทั้ง นั้น คอเวอแมนต์ ยอม แก่ ตัว ว่า ถ้า ไม่ ได้ เก็บ อากร บ่อน เบี้ย คน ทั้ง ปวง ก็ คง จะ เล่น เหมือน กัน เพราะ เขา ชอบ ใจ เล่น นัก คอ เวอแมนต์ จึ่ง เหน ควร จะ ตั้ง ที่ สำหรับ เล่น ที่ อื่น ๆ ทั้ง ปวง ให้ ห้าม เสีย เหน ว่า ดี กว่า ที่ จะ ยอม ให้ คน ทั้ง ปวง เล่น ใน บ้าน ของ ตัว ตาม อำเภอ ใจ ที่ คอเวอแมนต์ คิด ดัง นี้ ไม่ ถูก ไม่ เหน ด้วย เปน ความ อัปัญญา เหมือน การ ปล้น การ ขะโมย คอเวอแมนต์ เหน ว่า มี กำลัง มาก จะ ห้าม ปราม ไม่ ไหว ก็ ควร จะ ยอม ให้ มี ที่ ทาง บ้าน ช่อง ที่ จะ ขะโมย กัน ได้ แล จัด ให้ มี เจ้า ภาษี นาย อา กร เก็บ เงิน เพราะ การ ขะโมย แล ยอม ให้ เจ้า ภาษี มี อำนาถ ชัก ชวน คน ทั้ง ปวง ให้ อุส่าห์ ขะโมย กัน จึ่ง จะ ได้ เงิน หลวง มาก ที่ คอ เวอแมนต์ แก่ ตัว ว่า ไม่ มี กำลัง ที่ จะ จัด ให้ การ เล่น เบี้ย น้อย ลง ๆ ไม่ ได้ นั้น เปน ความ ไม่ จริง ถ้า เปน อย่าง นั้น จึ่ง ใช้ คอเวอแมนต์ กรุง ฯ เทพ ฯ อ่อน กว่า คอเวอแมนต์ ทั้ง ปวง ใน โลกย ที่ คอ เวอแมนต์ จะ แก่ ตัว ว่า จะ จัด ให้ การ ขะโมย การ ปล้น น้อย ลง ไม่ ได้ นั้น ก็ เปน ที่ สำแดง การ อัปัญญา เหมือน กัน อนึ่ง ผู้ ที่ ปฤกษา ราชการ บ้าน เมือง ลาง คน ว่า ให้ คอเวอแมนต์ มี กำลัง ขึ้น น้อย หนึ่ง ก่อน แล้ว จะ จัด แจง ห้าม การ เล่น เบี้ย เล่น หวย หมด ที เดียว มี คำ ตอบ ว่า คอเวอแมนต์ กำลัง หว่าน พืชน์ ความ อยาก จน แล การ ร้าย ต่าง ๆ โดย เล่น เบี้ย เล่น หวย อยู่ นั้น นาน ไป ข้าง น่า สัก เท่า ใด จึ่ง จะ เก็บ กำลัง ขึ้น เล่า


๏ คำ สรรเสริญ ตัดสิน ๚ะ

๏ ขอ สรรเสริญ ซึ่ง ความ ฯ พณ ฯ สมุหพระกระลา โหม ตัดสิน เรื่อง ความ นาย อากร เตา สุรา เมือง สมุทสง คราม ที่ เกิด ความ วิวาท ด้วย จับ สุรา เถื่อน พวก จีน บ้าน ดอนกระเบื้อง นั้น ท่าน ตัด สิน โดย ยุติธรรม เปน ที่ สุด ควร ที่ ลง พิมพ์ ฯจดหมาย เหตุ ไว้ เปน แบบ ต่อ ไป ใน แผ่นดิน สยาม แต่ ท่าน ผู้อื่น ๆ จะ ใช้ แบบ นี้ ฤา ไม่ นั้น ไม่ ทราบ มิ ได้ ข้าพเจ้า ขอ ลำ เลิก ความ เก่า ขึ้น เทียบ ให้ ท่าน ช่วย สรร เสิญ ความ ดี ความ ยุติธรรม ของ ฯ พณ ฯ ด้วย เดิม ฉบับ เดือน ใด จำ มิ ได้ ปี ชวด ฉ ศก จุล ศักราช ๑๒๒๖ คืน พก ซึ่ง เปน น้อง ต่าง มารดา กัน กับ พระภาษีสมบัติบริบูรณ ทำ เรื่อง ราว ประมูล เงิน หลวง ขึ้น แย่ง เอา อากร เตา สุรา เมือง จันทบุรีย แต่ง ให้ จีน เซ่ง เปน ตัว นาย อากร จีน หนู เปน หลงจู จีน พุก เปน นาย ประกัน ตั้ง ตึก อยู่ ณ กรุง ฯ เทพ ฯ ครั้น จีน เซ่ง จีน หนู ออก ไป ตั้ง โรง ต้ม น้ำ สุรา จำหน่าย ไม่ สู้ ช้า นาน นัก เหน ว่า ขาด ทุน เพราะ ประ มูล เงิน หลวง ขึ้น มาก นัก ก็ คิด อ่าน กัน ทำ การ คก ๆ โกง ๆ จีน หนู หลงจู ก็ คบ หา พรรค พวก ซึ่ง เปน คน โกง คน เก้ง คน ทิ้ง หลาย ซึ่ง หนี คุก ตราง คน หา หลัก มิ ได้ แล คน เจ้า ถ้อย หมอ ความ ไว้ เปน อัน มาก แล้ว ก็ ให้ ไป เที่ยว สืบ หา ชาว ราษฎร ไทย จีน ซึ่ง ตั้ง บ้าน เรือน ทำ มา หา กิน แล ทำ สวน ไร่ นา แล สวน พริก ไทย ทุก ๆ ตำบล แขวง เมือง จันทบุรีย ซึ่ง มี ทรัพย สิ่ง ของ ช้าง ม้า โค กระบือ แล สวน ไร่ นา ได้ ความ จริง แล้ว ก็ ไป บอก จีน หนู หลง จู ให้ ทราบ จีน หนู หลงจู ก็ หา สิ่ง ของ ต่าง ๆ ไป ให้ ท่าน ผู้ สำเร็จ ราชการ เมือง ท่าน ผู้ ช่วย ราชการ แล กรมการ ใหญ่ น้อย ทั้ง สิ้น แล หมั่น ไป ฝาก ตัว ให้ ท่าน ใช้ สอย มิ ได้ ขาด เพราะ จะ คิด ทำ การ ชั่ว ยาบ ช้า หา ผล ประโยชน์ เปน ของ ตัว ด้วย ความ โกง ๆ แล้ว ก็ ให้ พรรค พวก ไป ทำ น้ำ สุรา เถื่อน ใส่ ขวด บ้าง ให้ บ้าง เอา ไป ใส่ ใน บ้าน ไทย จีน เช่น ว่า มา แล้ว นั้น ได้ ดัง ปราฐนา ก็ ทำ เปน ไป รับ สิน บล นำ เอา พรรค พวก จีน หนู หลงจู ไป จับ น้ำ สุรา เถื่อน ที่ พวก ของ มัน ไป ใส่ ไว้ ก็ คง ได้ ทุก ครั้ง แล้ว มัน ก็ ริบ ภาษ กวาด เอา ทรัพย สิ่ง ของ ช้าง ม้า โค กระบือ ไทย จีน เจ้า ของ บ้าน ทั้ง ภรรยา บุตร ทาษ ใหญ่ เล็ก ชาย หญิง เอา ไป จน สิน ประมาณ สี่บ แปด สิบ เก้า ราย ราย หนึ่ง นั้น จีน เจ้า ของ บ้าน มี บุตร หญิง สาว สอง คน ครั้น มัน จับ ไป ถึง โรง เตา สุรา แล้ว มัน จับ จีน ผัว เมีย จำ ด้วย คือ คับ แล้ว อ้าย จีน หนู หลงจู บังอาจ จับ บุตร หญิง ทั้ง สอง คน เอา ไป บ้าน มัน แล้ว มัน ทำ ข่ม ขืน จน ถึง ชำ เรา แล ราษฎร ไทย จีน ซึ่ง ต้อง จับ น้ำ สุรา โดย เท็จ นั้น ได้ ความ เดือด ร้อน ไป ร้อง ทุกข์ ต่อ ท่าน ผู้ สำเร็จ ราชการ เมือง ท่าน ผู้ ช่วย ราช การ แล กรมการ ก็ ไม่ เอา ธุระ ไม่ ฟัง ถ่อย คำ เพราะ จีน หนู หลงจู เตา สุรา มัน เอา โค กระบือ ซึ่ง จับ มา ได้ นั้น ให้ เปน ของ กำนัน กับ ท่าน บ้าง บ่อย ๆ ภาย หลัง ทราบ ว่า พวก ไทย จีน ซึ่ง ต้อง จับ น้ำ สุรา โกง ๆ ของ จีน หนู สู้ทร มาน กาย เข้า มา ณ กรุง ฯ ร้อง ถวาย ฎีกา ใน หลวง ก็ ได้ ทรง ทราบ โปรด ให้ ฯ พณ ฯ มหา โกษา ธิบดี ตัด สิน ด้วย เปน หัว เมือง ขึ้น กรมท่า จีน พุก ก็ เข้า เดิน ใน แล พวก กระดาการ ศาล กรมท่า กลาง ความ ฎีกา ก็ ชัก ช้า มา จน ทุก วัน นี้ ยัง ไม่ เสจ ที่ เสจ ไป แล้ว นั้น ทราบ ว่า ฯ พณ ฯ มหา โก ษา ธิบดี ตัด สิน ให้ คืน สิ่ง ของ ซึ่ง จีน หนู ริบ เอา ไป เท่า นั้น จีน หนู ทำ การ ยาบ ช้า ถึง เพียง นี้ จะ มี ความ ผิด ฤา ไม่ ก็ ไม่ ทราบ ถ้า ไม่ มี ความ ผิด แล้ว เหตุ ใด จึ่ง ต้อง คืน ทรัพย สิ่ง ของ ให้ กับ ผู้ ต้อง จับ น้ำ สุรา เถื่อน ถ้า จะ ว่า ทำ ผิด พระราช กำหนด กดหมาย เหตุ ใด จึ่ง ไม่ ต้อง โทษ แล ปรับ ไหม ให้ ผู้ ชะนะ ก็ เปน ที่ ประลาด ใจ ด้วย กดหมาย สยาม ไม่ ใคร่ จะ เมื่อน กัน เพราะ ฯ พณ ฯ ส มุห พระ กระ ถา ไหม ตัด สิน ความ จับ น้ำ สุรา เถื่อน บ้าน ดรกระเบื้อง แขวง เมือง ราชบุรี้ย นั้น มี่ อยู่ จะ แจ้ง เหน แพ้ แล ชะนะ แต่ ยัง ได้ ว่า เปน ความ ประนอม ยอม กัน เอง เสีย บ้าง ข้า พเจ้า เปน คน มา จาก ทาง ไกล ไม่ คู้ สัน ทัด ทำเนียม แล กดหมาย ใน ประเทศ สยาม ฤา จะ เปน ด้วย ทำ เนียม หัว เมือง ฝ่าย ตวัน ออก กับ ฝ่าย ตวัน ตก ไม่ เหมือน กัน กระ มัง ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย ทราบ ทำเนียม อย่าง ไร เปน แน่ โปรด จด หมาย ลง พิมพ์ ตอบ ให้ ข้าพเจ้า ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า จะ แสดง กำเนิด ของ จีน หนู หลง จู โรง เตา สุรา เมือง จัน ท บุรี ย เมื่อ ปี ชวด ฉศก จะ ต้อง เรียก ว่า อ้าย จีน พัน ทาง เพราะ บิดา มัน เปน ไทย มารดา มัน เปน ยวน แต่ ตัว มัน ไว้ ผม แต่ง ตัว เปน จีน จะ เรียก ว่า อะไร ถ้า มัน แต่ง เปน ไทย เหน จะ ต้อง ด้วย ธรรมเนียม โบราณ ตาม เพศ บิดา ข้าพเจ้า ว่า มา ทั้ง นี้ เพราะ มี ความ ขัน ๆ อยู่ ใน ใจ ว่า เหตุ ไร คน ซึ่ง เปน คน อาศัย อาธรรม จึ่ง มี อำนา รถ ทำ ได้ ต่าง ๆ ไม่ มี โทษ มี ผิด ๆ กับ ประเทษ อื่น ๆ เปน อัน มาก ดู เหมือน อยาก ที่ จะ รักษา ตัว เพราะ ความ จริง ก็ ใช้ ไม่ ได้


๏ ข่าว กรุง เทพ ฯ ๚ะ

๏ พระ บาท สมเดจ พระจอมเกล้า พระเจ้า อยู่หัว เสดจ์ กลับ จาก เมือง พระพิศณุโลกย์, ณวัน พุทธ เดือน ๑๑ แรม ๑๔ ค่ำ, ข่าว มา แต่ เมือง พระพิศณุโลกย์, ว่า เข้า ใน ท้อง นา ฝ่าย เหนือ นั้น ดี นัก. แล น้ำ เหนือ นั้น ลด ลง ๒ วา แล้ว ยัง ภุก อยู่ อีก [.] วา, ใน หลวง ได้ แรก เสดจ์ พระราชทาน พระกะฐิน ณวัน ศุกร เดือน ๑๒ ขึ้น ๒ ค่ำ, เสดจ์ โดย ขบวน พยุหบาตรา มา วัด พระ เชตุพล, วัด ราชบุรณ์, วัด สุทัศน์, ขึ้น ๓ ค่ำ เสดจ วัด จักรวัดิ์ ราชาวาศ, วัด สัมพันธวงษ์, วัด ปะทุมคงคา, ขึ้น ๔ ค่ำ พระ เจ้า อยู่ หัว ทรง เรือ พระ ที่ นั่ง เสดจ โดย ชลมารค์ แห่ โดย กระบวน พยุหบาตรา เสดจ มา พระ ราชทาน พระกะฐิน วัด บางว้าใหญ่, วัด อะรุณ, วัด หงษาราม, วัด บพิตรภิมุข, ขึ้น ๕ ค่ำ เสดจ วัด โสมนัศวิหาร, วัด บรมนิวาศ, วัด มหาพฤฒาราม, ขึ้น ๖ ค่ำ เสดจ ไป คลอง บางกอกใหญ่. วัด หนัง, วัด นางนอง, วัด ราช โอรศ, วัด ราชสิทธ, ขึ้น ๗ ค่ำ วัด ปรยูรวงษ์, วัด บุบผาราม, วัด พยาญาติ, วัด อนงค์, ขึ้น ๘ ค่ำ วัด กัลญาณมิตร, วัด บางว้า น้อย, วัด สุวรรณาราม, ขึ้น ๙ ค่ำ วัด เครือวัน, แล้ว จะ เสดจ ไป ไหน อีก หา ทราบ ไม่, ขึ้น ๑๐ ค่ำ วัด ชิโนรสาราม, วัด โมลี่ โลกย์, วัด สังขจาย, ขึ้น ๑๒ ค่ำ วัด สเกษ, วัด สระประทุมวัน แล้ว เลิก การ พระ ราชทาน พระ กะฐิน. ข้าพเจ้า ได้ ใส่ จดหมาย เหตุ แต่ ที่ ทราบ, ที่ ไม่ ทราบ ว่า วัด ไหน อีก ก็ ไม่ รู้ ที่ จะ ว่า ได้.


๏ หนึ่ง ชื่อ ดับละยู เวอชินเอศ ไควเออ, ได้ โดยสาร เรือ เจ้า พระยา เข้า มา ถึง เดือน ๑๑ แรม ๑๓ ค่ำ. ท่าน ก็ ค่อย ยังชั่ว ขึ้น ได้ ยิน ว่า ท่าน จะ กลับ ไป ยัง เมือง สิงสโปร ตั้ง ห้าง อยู่ นั้น.


๏ เรา ได้ ยิน ว่า มิศเตอ ดาเนิเอล วินซอ, ชาติ ฟรั่ง เสศ เสมียร เจ้า พระยา ทิพากร วงษ ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ, ใน หลวง ได้ แต่ง ให้ นำ ของ ประลาด ๆ ที่ มี อยู่ ใน เมือง ไทย, เอา ไป ถึง เมือง ปาริต เพื่อ จะ ได้ สำแดง ของนั้น, ที่ สำแดง วัน ใหญ่ ใน เมือง ปาริต. แล ที่ นั้น เอมบีรอ ฝรั่ง เสศ ได้ จัด แจง ไว้ ใหญ่ โต งด งาม นัก, สำรับ ใคร ๆ ชาว บ้าน ชาว เมือง ทั้ง ปวง, ใน โลกย นี้ มี ของ สิ่ง ใดๆ เปน ประลาด แล้ว, ครั้น ถึง เดือน ห้า เดือน หก ฤๅ เดือน ๗ เดือน ๘ คน ก็ เอา ของ ประลาด มา สำ แดง ใน ที่ นั้น. เรา ได้ ยิน ว่า ใน หลวง ได้ จัด แจง ของ ประ ลาด ๆ หลาย สิ่ง นัก, ให้ มิศเตอ ดาเนิเอล วินซอ นำ ไป สำแดง ที่ นั้น. ข้าพเจ้า ทราบ ความ ว่า, คน ชาว ประเทศ ยุโรบ อยู่ ใน กรุง ฯ เทพ ฯ อยาก จะ ทราบ บ้าง, ว่า ของ สิ่ง ใด ที่ ใน หลวง ได้ ฝาก ไป. ถ้า ใน หลวง จะ โปรด ให้ เอา ชื่อ สิ่ง ของ นั้น ลง พิมพ์, คน ทั้ง ปวง ก็ จะ ชอบ พะ เดช พระคุณ นัก. ข้าพเจ้า จึ่ง อาจ ขอ ใน หลวง ได้ โปรด ประทาน ให้ ทราบ.


๏ ข่าว มา ทาง เตลิแกร์ฟ ๚ะ

๏ ลอนดอน เดือน ๑๐ แรม ๕ ค่ำ, เปรศเดน ยอนซัน, เจ้า เมือง ยูไน ทิศเทศ, ความ ที่ คน ทั้งปวง เคย นับ ถือ ท่าน นั้น เสื่อม น้อย ไป. คน ที่ อยู่ ฝ่าย คอนเตรศ นั้น มาก ขึ้น. อนึ่ง ฝ้าย ปลูก ใน แขวง เมือง ยูไนทิศเทศ ฝ่าย ใต้ นั้น เสีย ไป มาก. อนึ่ง น้ำ ท่วม ที่ ประเทศ ฝรั่งเศศ ของ เสีย มาก มาย.

๏ ลอนดอน เดือน ๑๐ แรม ๘ ค่ำ ข่าว ว่า, ที่ เกาะ แคน เดีย เปน เมือง ขึ้น แก่ เมือง รุ่ม, เกิด เปน ขบถ ได้ รบ กัน หลาย ครั้ง. อนึ่ง ไมตรี ออสเตรีย กับ เมือง อิตาลี่ ตี ประทับ ลง แล้ว.

๏ ลอนดอน เดือน ๑๐ แรม ๑๑ ค่ำ, ความ นี่ เมือง ยูไน ทิศเทศ ใน เดือน เสบเตมเบอ เดือน เดียว, ได้ ใช้ ๑๕๐ แสน เหรียน.

๏ ลอนดอน เดือน ๑๐ แรม ๑๒ ค่ำ, ข่าว ว่า เอมปีรอ แมคศิมิเลียน เจ้า เมือง เมกศิโก, ได้ ว่า ไว้ จะ ไม่ ละ เมือง เมก ศิโก เลย.

๏ ลอนดอน เดือน ๑๐ แรม ๑๔ ค่ำ ข่าว ว่า, บิศชับ ที่ เปน ครู ใหญ่ คฤสตศาสนา ที่ เมือง กาละกะตา ตกน้ำ ตาย, เมื่อ กำ ลัง เดิน ลง ตะพาน จะ ลง กำปั่น ไฟ ก็ ตก ลง ใน น้ำ ตาย.

๏ ลอนดอน เดือน ๑๐ แรม ๑๕ ค่ำ, ข่าว ว่า ที่ เมือง ลิศ แขวง เมือง อังกฤษ, ฝูง ราษฎร ทั้งปวง ประชุม กัน มาก มาย ว่า กล่าว คอเวอเมนต์ อังกฤษ, ต้อง ยอม ให้ ผู้ ชาย ทั้งปวง ชาว อังกฤษ อายุ ครบ ๒๑ ปี แล้ว ให้ เข้า ใน การ เลือก ขุนนาง ให้ ได้.

๏ อนึ่ง เมือง ฮะโนเวอ แล เมือง ฝรั่งฟต แล เมือง กัศเซน แล เมือง นัศซอ ก็ ขึ้น แก่ เมือง ปรอศเซีย เมื่อ วาน นี้.


๏ ข่าว มา ด้วย จดหมายเหตุ ต่างๆ ๚ะ

๏ เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๐ ค่ำ, ข่าว เมือง ฝรั่งเศศ ว่า ราช การ ที่ เมือง เมกศิโก, ก็ เกิด ความ รำคาญ ใจ นัก แก่ คอเวอเมนต์ ฝรั่งเศศ. คอเวอเมนต์ ฝรั่งเศศ จึง ใช้ ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ให้ ไป สืบ ดู ความ ที่ เมือง เมกศิโก.

๏ อนึ่ง โรค ลง ราก ที่ เมือง ปาริด ก็ อยุด แล้ว, แต่ เกิด ที่ เมือง มาเซล ขึ้น.

๏ อนึ่ง เกิด การ ศึก กัน, คือ เมือง ปาเวซิล กับ เมือง ปาเรเคว รบ กัน เดือน ๙ ที่ ๒ ขึ้น ๖ ค่ำ, เมือง ปาเรเคว ได้ ชนะ.


กำปั่น เข้า มา กรุงเทพ ฯ
เข้ามา เมื่อไรกำปั่น ชื่อไรกับบิตันชื่อไรกี่ ตอนเรือ อะไรมาแต่ไหน
เดือน ๑๑ แรม ๑๔ ค่ำวินด์วาร์ดบาเรศ๗๘๒ชิบอะเมริกาฮองกง
เดือน ๑๑ แรม ๑๕ ค่ำอิมเปรกเนเบิลวอลรันด์๓๑๐กล ไฟ สยามชาย ทเล
เดือน ๑๒ ขึ้น ค่ำ ๑มี่ติศนิกกอลซัน๖๑๓ชิบฮันโนเวอสิงคโปร์
เดือน ๑๒ ขึ้น ค่ำ ๑ดีการีนานักเกดา๒๓๕บากอังกฤษปตาเวีย
เดือน ๑๒ ขึ้น ค่ำ ๑นัวฟอล์ยัง๒๐๐บาก สยามไซ่ง่อน
เดือน ๑๒ ขึ้น ๒ ค่ำเอค์คารอศปรินดา๒๗๘บากฮันโนเวอมะเกา
เดือน ๑๒ ขึ้น ๓ ค่ำเซนต์ปอล์ไลเซอ๒๘๙บากสยามสิงคโปร์
เดือน ๑๒ ขึ้น ๓ ค่ำอะละเบิดสะโรเดอ๒๙๔สกูเนอชำเบิกฮองกง
เดือน ๑๓ ขึ้น ๖ ค่ำแอมเมโซนเบลซอด๒๑๘ปริกปรอศเชียฮองกง
ออกไปเมื่อไรกำปั่น ออก จาก กรุงเทพ ฯจะ ไป ไหน
เดือน ๑๒ ขึ้น ค่ำ ๑อิเลกตราเปดตรี๖๐๖ชิบ อังกฤษฮองกง
เดือน ๑๒ ขึ้น ๓ ค่ำโคล์เดนฟลิซิซิมซอน๒๖๐บาก อังกฤษฮองกง
เดือน ๑๒ ขึ้น ๕ ค่ำเจ้าพระยาอรตัน๓๕๓กลไฟสยามสิงคโปร์
เดือน ๑๒ ขึ้น ๖ ค่ำนิวยอกเมี่ยนนิท๓๖๘บากอังกฤษฮองกง
เดือน ๑๒ ขึ้น ๖ ค่ำเรลเวคอนเซบซัน๒๓๓ปริกสยามปตาเวีย
เดือน ๑๒ ขึ้น ๗ ค่ำฮีราบักโซลด์๕๗๓สกูเนอสยามฮองกง
เดือน ๑๒ ขึ้น ๗ ค่ำปริลเลียนต์เครตอน๑๒๐ปริกสยามปตาเวีย
เดือน ๑๒ ขึ้น ๙ ค่ำแอบบัดฟอศวินุศ๕๒๗บากอังกฤษนิงโป

เมือง ปารเชีย เสีย นาย ทัพ ๒๘๐ . คน ทหาร ๘ พัน คน , เสีย เครือง สาตราวุธ มาก มาย.

๏ อนึ่ง เอมปเรอ ฝรั่งเสศ มี หนังสือ หมาย ประกาศ แจก ถึง เมือง ทั้งปวง ใจ ความ ว่า , ที่ เมือง ปรอตเชีย ได้ ชนะ ได้ เปน ใหญ่ เรา ชอบ ใจ มิ ได้ มี ความ อิจฉา. ที่ เมือง เยอมะเนเลก ๆ หลาย เมือง ขึ้น กับ ปรอศเชีย นั้น เรา ก็ ชอบ ใจ. เรา เห็น ว่า คง จะ เกิด ความ สุข แก่ ประเทศ ยุโรป มาก กว่า แต่ ก่อน. ภึง กระ นั้น ควร ที่ เมือง เรา ก็ จะ ต้อง จัด แจง ให้ ทัพ บก ทัพ เรือ มี กำลัง ขึ้น , เพื่อ จะ ได้ รักษา เขตร แดน เมือง ของ เรา ไว้ ให้ มั่นคง. อย่า ให้ เมือง ได ๆ คิด สง ไสย กลัว การ ที่ เรา จะ ทำ นั้น.

๏ เดือน ๘ ที่ ๒ ขึ้น ๗ ค่ำ , พวก ที่ ขึ้น แก่ คอนเกรศ เมือง ยูในติศเทศ นั้น, ก็ กล่าว โทษ เปรศเดน ยอนซัน, ว่า มีใจ ออก หาก จาก เมือง คิด ขบถ เสีย แล้ว, เหน ที่ การ ของ ท่าน จะ ไม่ ยั่ง ยืน ได้.

๏ อนึ่ง ข่าว ว่า เอมบิรอ ฝรั้งเสศ ประชวร มาก. คอเวอ แมนต์ ฝรั้งเสศ ก็ กลัว ว่า จะ ไม่ อยู่ นาน.

๏ ลอนดอน เดือน ๘ ที่ ๒ ขึ้น ๑๔ ค่ำ ข่าว ว่า, เพราะ เอมปีรอ ฝรั้งเสศ ไม่ ได้ ออก ชื่อ เมือง อังกฤษ ใน หมาย ประกาศ นั้น, อังกฤษ จึ่ง สง ไสย นัก. อนึ่ง เอมบิรอ ฝรั้งเสศ จะ จัด ทหาร บก ทหาร เรือ ให้ ดี ขึ้น มาก กว่า แต่ ก่อน นัก.

๏ อนึ่ง ข่าว มา แต่ เมือง เมกซิโก ข่าว ไม่ ดี ว่า เมือง เมก ซิโก ดู เหมือน จะ เสีย ไป.

๏ อนึ่ง เอมบีรอ ฝรั่งเสศ เสดจ์ ไป ถึง ที่ ตำบล ไบอาริค, เพื่อ จะ ได้ รักษา พระโรค.

๏ อนึ่ง ข่าว มา แต่ เมือง เควเบก ว่า เกาะ แคนเดีย ที่ คิด ขบถ นั้น ก็ ยอม แพ้ แก่ เมือง รุ่ม แล้ว.

๏ ข่าว มา แต่ เมือง คานิดา ประเทศ ฝ่าย เหนือ อะเมริกา ที่ ขึ้น แก่ อังกฤษ, ว่า เจ้า เมือง คานิดา นั้น, กลัว พวก พีเนียน จะ มา ทำ อันตราย เมือง คานิดา, พวก พีเนียน นั้น คือ ชาว ไอยลันด์, ก็ ได้ ข้าม ฟาก ไป อยู่ ใน เมือง ยูไนติศเทศ เปน หลาย แสน คน. เขา คิด แค้น เมือง อังกฤษ นัก, เพราะ เข้า ใจ ว่า อังกฤษ ข่ม ขี่ มา หลาย สิบ ปี มา แล้ว, คอเวอแมนต์ คานิดา ไป ขอ ทหาร แต่ คอเวอแมนต์ อังกฤษ ๚ โปรด ให้ ทหาร ไป สอง กอง ข้าม ทเล ไป ช่วย.


๏ ข่าว มา แต่ เมือง จีน ฯะ

๏ มี ข่าว ว่า ที่ เมือง โฮน่า, มี หนังสือ ปิด ไว้ ที่ ประตู เมือง เปน ใจ ความ ว่า ควร ที่ พวก จีน จะ มี น้ำ ใจ เปน อัน หนึ่ง อัน เดียว กัน. คิด ว่า พื้น ชาติ ยุโรป มี อังกฤษ เปน ต้น, อย่า ให้ มี ใน เมือง จีน ต่อ ไป.

๏ อนึ่ง จีน ทหาร ของ เจ้า เมือง นันกิ่ ขะโมย ฃอง ๆ ราษฎร ทำ วุ่นวาย นัก, เจ้า ก็ ได้ จับ ตัว คน ผู้ เปน นาย การ ๕๔ คน นั้น ตัด ศีร์ษะ เสีย.

๏ อนึ่ง คอ มิศ ซันนา ชื่อ ปิ้น ชาติ จีน ไป เมือง อังกฤษ. แล เมือง ฝรั่งเศศ กลับ มา แล้ว, จะ ลง พิมพ์ เรื่อง ระยะ ทาง ที่ ตัว ได้ เที่ยว ไป ใน พื้น บ้าน พื้น เมือง อังกฤษ แล ฝรั่งเศศ. เขา ว่า จะ เปน เรื่อง น่า อ่าน นัก.

๏ อนึ่ง พวก สลัด ที่ ได้ ฆ่า กัปตัน เอาก, กำ ปั้น อะเมริกว ชื่อ คูปรา นั้น, ก็ ยัง หา ได้ จับ ไม่, แต่ จับ จีน ที่ สงไสย ไว้ ได้ หลาย คน แล้ว, ชำระ ดู ก็ ยัง หา เปน สัตย ไม่.

๏ อนึ่ง เกิด พยุ ที่ ชาย ทเล เมือง จีน, เรือ กำ ปั้น แตก หลาย ลำ.


๏ ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง แรม เดือน ๑๒ นี้ ๚ะ
คำอังกฤษคำไทยคำจีนอาทิตย์ขึ้น กี่โมงอาทิตย์ ตก กี่โมงอาทิตย์ เที่ยง กี่โมงจันทร์ ขึ้น กี่ ทุ่ม
เดือน โนเวมเบอเดือน ๑๒เดือน ๑๐
วัน ศุกร๒๓ ค่ำแรม ค่ำ ๑๑๖ ค่ำย่ำรุ่ง๑๘ นาที๕ โมง ๔๑ นาทีย่ำ เที่ยง๑๓ นาทีทุ่ม หนึ่ง๑๑ นาที
วัน เสาร์๒๔ ค่ำ๒ ค่ำ๑๗ ค่ำย่ำ รุ่ง๑๘ นาที๕ โมง ๔๑ นาทีย่ำ เที่ยง๑๓ นาที๒ ทุ่ม๑๒ นาที
วัน อาทิตย์๒๕ ค่ำ๓ ค่ำ๑๘ ค่ำย่ำ รุ่ง๑๙ นาที๕ โมง ๔๑ นาทีย่ำ เที่ยง๑๓ นาที๓ ทุ่ม๑๔ นาที
วัน จันทร๒๖ ค่ำ๔ ค่ำ๑๙ ค่ำย่ำ รุ่ง๒๐ นาที๕ โมง ๔๐ นาทีย่ำ เที่ยง๑๒ นาที๔ ทุ่ม๑๒ นาที
วัน อังคาร๒๗ ค่ำ๕ ค่ำ๒๐ ค่ำย่ำ รุ่ง๒๐ นาที๕ โมง ๔๐ นาทีย่ำ เที่ยง๑๒ นาที๕ ทุ่ม๗ นาที
วัน พุธ๒๘ ค่ำ๖ ค่ำ๒๑ ค่ำย่ำ รุ่ง๒๐ นาที๕ โมง ๔๐ นาทีย่ำ เที่ยง๑๒ นาที๕ ทุ่ม๕๙ นาที
วัน พฤหัศ๒๙ ค่ำ๗ ค่ำ๒๒ ค่ำย่ำ รุ่ง๒๐ นาที๕ โมง ๔๐ นาทีย่ำ เที่ยง๑๒ นาที
วัน ศุกร๓๐ ค่ำ๘ ค่ำ๒๓ ค่ำ๒๐ นาที๕ โมง ๔๐ นาทีย่ำ เที่ยง๑๑ นาที๗ ทุ่ม๓๕ นาที
เดือน ดีเซมเบอ
วัน เสาร์๑ ค่ำ๙ ค่ำ๒๔ ค่ำย่ำ รุ่ง๒๐ นาที๕ โมง ๔๐ นาทีย่ำ เที่ยง๑๑ นาที๘ ทุ่ม๑๖ นาที
วัน อาทิตย์๒ ค่ำ๑๐ ค่ำ๒๕ ค่ำย่ำ รุ่ง๒๐ นาที๕ โมง ๔๐ นาทีย่ำ เที่ยง๑๐ นาที๙ ทุ่ม๕๗ นาที
วัน จันทร๓ ค่ำ๑๑ ค่ำ๒๖ ค่ำย่ำ รุ่ง๒๑ นาที๕ โมง ๓๙ นาทีย่ำ เที่ยง๑๐ นาที๙ ทุ่ม๓๙ นาที
วัน อังคาร๔ ค่ำ๑๒ ค่ำ๒๗ ค่ำย่ำ รุ่ง๒๑ นาที๕ โมง ๓๙ นาทีย่ำ เที่ยง๑๐ นาที๑๐ ทุ่ม๒๓ นาที
วัน พุธ๕ ค่ำ๑๓ ค่ำ๒๘ ค่ำย่ำ รุ่ง๒๑ นาที๕ โมง ๓๙ นาทีย่ำ เที่ยง๙ นาที๑๑ ทุ่ม๕ นาที
วัน พฤหัศ๖ ค่ำ๑๔ ค่ำ๒๙ ค่ำย่ำ รุ่ง๒๑ นาที๕ โมง ๓๙ นาทีย่ำ เที่ยง๙ นาที๑๑ ทุ่ม๔๕ นาที
วัน ศุกร๗ ค่ำ๑๕ ค่ำ๓๐ ค่ำย่ำ รุ่ง๒๑ นาที๕ โมง ๓๙ นาทีย่ำ เที่ยง๙ นาที

๏ ข่าว มา แต่ เมือง ยี่ปุ่น ๚ะ

๏ ข่าว ว่า ไทคุน เจ้า เมือง ยี่ปุ่น ตาย, เมื่อ ณเดือน ๘ ข้าง แรม ผู้ ที่ ขึ้น แทน นั้น ชื่อ สตอดบาซี่, มี ใจ ชอบ ด้วย การ ค้า ขาย ต่าง ประเทศ ให้ สดวก, ภรรยา ของ เซอหรี ปั้ก เกิด ลูก ผู้ ชาย เดือน ๑๐ ขึ้น ๗ ค่ำ, ถัด มา ถึง เดือน ๑๐ แรม ๑๑ ค่ำ มี ข่าว ว่า, เกิด ความ วุ่นวาย เมือง ยี่ปุ่น กับ อังกฤษ, ชาว ยี่ปุ่น ก็ ดู หมิ่น ดู ถูก เซอหรี ปั้ก ต่าง ๆ, แล ได้ เอา หิน ขว้าง เอา ผู้ พนัก งาน ของ เซอหะรี ปั้ก ที่ เมือง ยะโด.


รางวัล ๖ ตำลึง

๏ การ คะโมย แต่ ณเดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๑๒ ค่ำ, ยัง หา ได้ ตัว เปน แน่ ไม่. ขอ ให้ ท่าน สืบ เอา ตัว คะโมย นั้น ให้ ข้าพเจ้า ได้. ถ้า ได้ เปน แน่ แล้ว จะ ได้ รางวัล ๖ ตำลึง. คะโมย นั้น นั้น, คือ คะโมย เอา หนังสือ กดหมาย ไทย บ้าง, สามก๊ก เล่ม ที่ หนึ่ง บ้าง, ถ้า เหน ผู้ ได เที่ยว ขาย กดหมาย แล สามก๊ก ถูก ๆ ก็ ควร จะ สืบ ถาม แต่ คน นั้น, ว่า ได้ เอา มา แต่ ไหน.


สามก๊ก

๏ สามก๊ก เล่ม ๒ ได้ ลง พิมพ์ แล้ว, ได้ ผูก เข้า เปน เล่ม ไว้ บ้าง แล้ว. แต่ จะ จำหน่าย ได้ แต่ ที่ ละ น้อย ๆ, จะ จำหน่าย ให้ มาก ไม่ ได้. ด้วย ลูกจ้าง ผู้ ที่ จะ ทำ เข้า เปน เล่ม นั้น น้อย ตัว นัก.


๏ ตำราน้ำ ขึ้น น้ำ ลง กำ หนด ที่ กรุง เทพ ฯ เมื่อ น้ำ เอ่อ ๚ะ

๏ ธรรมเนียม อังกฤษ นับ วัน ตั้ง แต่ เวลา เที่ยง คืน วัน น่า, ไป จน เวลา เที่ยง วัน, เรียก ว่า เวลา เช้า. ตั้ง แต่ เที่ยง วัน จน ถึง เที่ยง คืน เรียก ว่า เวลา บ่าย. ทั้ง สอง นี้ เรียก วัน หนึ่ง, เปน ๒๔ ชั่วโมง. น้ำ ขึ้น ที่ บางกอก ช้า กว่า ที่ ปาก น้ำ ๒ ชื่อ โมง ๔๕ นาที.



เดือน ๑๒ ข้าง แรม
วัน อะไรกี่ ค่ำขึ้น เมื่อไรลง เมื่อไรขึ้น บ่าย เมื่อไรลง บ่าย เมื่อไร
เดือน ๑๒ข้าง แรม
วัน ศุกรค่ำ หนึ่งขึ้น ๘ ทุ่ม ๔๕ นาทีลง ๓ โมง ๓๐ นาทีขึ้น บ่าย ๓ โมงลง ๕ โมง ๓๐ นาที
วัน เสาร๒ ค่ำขึ้น ๙ ทุ่ม ๓๐ นาทีลง ๔ โมง ๑๕ นาทีขึ้น บ่าย ๓ โมง ๓๐ นาทีลง ย่ำ ค่ำ
วัน อาทิตย์๓ ค่ำขึ้น ๑๐ ทุ่มลง ๕ โมงขึ้น บ่าย ๔ โมงลง ย่ำ ค่ำ ๓๐ นาที
วัน จันทร๔ ค่ำขึ้น ๑๐ ทุ่ม ๔๕ นาทีลง เช้า ๕ โมง ๑๕ นาทีขึ้น บ่าย ๔ โมง ๓๐ นาทีลง ทุ่ม หนึ่ง
วัน อังคาร๕ ค่ำขึ้น ๑๑ ทุ่ม ๔๕ นาทีลง ย่ำ เที่ยง ๓๐ นาทีขึ้น บ่าย ๕ โมง ๓๐ นาทีลง ทุ่ม หนึ่ง ๓๐ นาที
วัน พุทธ๖ ค่ำขึ้น ย่ำ รุ่ง ๓๐ นาทีลง บ่าย ๓๐ นาทีขึ้น ย่ำ ค่ำ ๓๐ นาทีลง ๒ ทุ่ม ๓๐ นาที
วัน พฤหัส๗ ค่ำขึ้น ย่ำ รุ่ง ๔๕ นาทีลง บ่าย โมง หนึ่งขึ้น ทุ่ม หนึ่ง ๑๓ นาทีลง ๓ ทุ่ม
วัน ศุกร๘ ค่ำขึ้น ย่ำ รุ่ง ๔๕ นาทีลง บ่าย โมง ครึ่งขึ้น ๔ ทุ่ม ๑๕ นาที
วัน เสาร๙ ค่ำขึ้น เช้า โมง หนึ่งลง บ่าย ๔๕ นาทีขึ้น ๕ ทุ่ม ๑๕ นาที
วัน อาทิตย๑๐ ค่ำขึ้น เช้า ๒ โมง ๔๕ นาทีลง บ่าย ๔ โมงขึ้น ๕ ทุ่ม ๑๓ นาที
วัน จันทร๑๑ ค่ำขึ้น เช้า ๓ โมง ๔๕ นาทีลง ย่ำ ค่ำขึ้น ๕ ทุ่ม ๔๕ นาที
วัน อังคาร๑๒ ค่ำขึ้น เช้า ๕ โมงลง ทุ่ม หนึ่งขึ้น
วัน พุทธ๑๓ ค่ำขึ้น ๗ ทุ่ม ครึ่งลง เช้า ๒ โมงขึ้น บ่าย ๓๐ นาทีลง บ่าย ๔ โมง
วัน พฤหัส๑๔ ค่ำขึ้น ๙ ทุ่ม ๓๕ นาทีลง เช้า ๒ โมง ๔๕ นาทีขึ้น บ่าย โมง หนึ่งลง บ่าย ๕ โมง
วัน ศุกร๑๕ ค่ำขึ้น ๙ ทุ่มลง เช้า ๓ โมง ๓๐ นาทีขึ้น บ่าย ๒ โมงลง บ่าย ๕ โมง ๓๐ นาที