

| ล่ม ที่ ๒ เดือน ๑๒ แรม ๑๕ ค่ำ ปี ขาล อัฐ ศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน ดิเซมเบอ วัน ที่ ๗ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๒๐ |
คำ ร้อง แล คำ ตัดสิน จีน ชาว เรือ ฉลอม กล่าว โทษ ขุน ด่าน
๏ วัน ๖ เดือน ๑๑ แรม ๙ ค่ำ ปี ขาน อัฐศก. จีน ซัง, จีน ฮุย, จีน หวก, จีน ตุน, จีน โม, จีน พัด, จีน เคา, จีน ซุย, จีน ยก, จีน เหง, จีน เจียน, จีน ยง, จีน เคน, ลูก ค้า ชาว เรือ ฉลอม ๑๓ คน, มา ร้อง ทุกข ต่อ ฯ พณ ฯ ที่ สมุหะพระกระลาโหม. ว่า ข้าพเจ้า จีน ซัง อยู่ บ้าน บาง ตภาน, จีน ยง, จีน หวก, จีน เคา, อยู่ บ้าน สวิ. จีน ซุย, จีน เคน อยู่ บ้าน หลัง สวง. จีน ฮุย, จีน ตุน, จีน โม, จีน พัด, จีน ยก, จีน เหง, จีน เจียน, เปน ลูก ค้า อยู่ กรุงเทพ ฯ. ไป มา ค้า ขาย ต้อง เสีย เงิน ให้ ขุน ด่าน บางกอก ใหญ่ ขา เข้า ตำลึง หนึ่ง, ขา ออก ตำลึง หนึ่ง, ได้ เสีย เงิน ไป เมื่อ เดือน ๖ ปี ขาน อัฐศก ครั้ง หนึ่ง แล้ว. บัด นี้ เรือ กลับ เข้า มา ภัก อยู่ บ้าน แหลม แม่ กลอง ท่าจีน โกรกกราก ๑๒ ลำ, ไม่ อาจ เข้า มา ใน ด่าน กลัว จะ ต้อง เสีย เงิน อีก. ข้าพเจ้า นายเรือ ๑๒ คน จึ่ง โดย สาน เรือ จีน ซัง เข้า มาร้อง, เมื่อ เรือ จีน ซัง มา ถึง ด่าน, ขุน ด่าน ก็ เรียก เอา เงิน ตำลึง หนึ่ง. การ ทั้ง นี้ ได้ ความ เดือด ร้อน นัก. แต่ ข้าพเจ้า ทั้งปวง เหน ว่า ด่าน เปน ที่ รักษา พระนคร จะ ขอ เสีย ให้ ขา เข้า สลึง ขา ออก สลึง, ภอ เปน กำลัง ราชการ, แล จะ ควร ประการ ใด แล้ว แต่ จะ โปรด.
๏ ใน ทัน ใด วัน เดียว นั้น, มี บัญชา ให้ หา ตัว ขุน ศรี สงคราม นาย ด่าน มา ถาม. ขุน ศรี สงคราม ให้ การ สาระภาพ ว่า, ข้าพเจ้า รับ ราชการ เปน ที่ ขุน ด่าน อยู่ ด่าน บางกอก ใหญ่. ณปี ขานอัฐศก นี้ โปรด ให้ ข้าพเจ้า ยก ด่าน ออก ไป ตั้ง อยู่ บาง บอน เรือ ลูก ค้า เข้า ออก ทาง คลอง บางกอก ใหญ่. ข้าพเจ้า ได้ เรียก ค่า ธรรมเนียม ด่าน, เรือ สอง เสา เรียก เงิน เข้า ตำ ลึง หนึ่ง ออก ตำลึง หนึ่ง. ถ้า เรือ เสา หนึ่ง เรียก เงิน เข้า กึ่ง ตำลึง บ้าง, หก สลึง บ้าง, บาท หนึ่ง บ้าง, ออก กึ่ง ตำลึง บ้าง, หก สลึง บ้าง, บาท หนึ่ง บ้าง, แล เมื่อ เดือน ๖ ปี ขาน อัฐศก, เรือ ลูก ค้า ไทย จีน เข้า ออก ค้า ขาย. ข้าพเจ้า ก็ ได้ เรียก เงิน ค่า ธรรมเนียม ลำ ละ ตำลึง บ้าง. แต่ จะเปน เรือ กี่ ลำ ข้าพเจ้า จำ หา ได้ ไม่. แล เมื่อ เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๒ ค่ำ, ข้าพเจ้า ได้ เรียก เงิน ค่า ธรรมเนียม. เรือ จีน ซัง ชาว บาง กทาน เข้า มา กรุงเทพ ฯ เรือ ๒ เสา เรียก เงิน ตำลึง หนึ่ง, แล ซึ่ง ข้าพเจ้า เรียก ค่า ธรรมเนียม ด่าน ดัง นี้, เหน ว่า ขุน ด่าน แต่ ก่อน ๆ เรียก เงิน ค่า ธรรมเนียม เรือ เข้า ออก กัน มา ดัง นี้, ข้าพเจ้า ได้ รับ พระ ราช ทาน เรียก ต่อ มา. ควร มิ ควร แล้ว แต่ จะ โปรด.
๏ วัน ๗ เดือน ๑๑ แรม ๑๐ ค่ำ ปี ขาน อัฐศก. พระยา ศรีสรราชภักดี ได้ นำ คำ ร้อง จีน มี ชื่อ คำ ให้ การ ขุน ด่าน, ขึ้น กราบ เรียน ฯ พัน ฯ ที่ สมุห พระกระลาโหม ทราบ แล้ว, มี บัญ ชา ว่า ขุน ด่าน เรียก เอา เงิน กับ เรือ ลูก ค้า ไทย จีน ขา เข้า ตำ ลึง หนึ่ง, ขา ออก ตำลึง หนึ่ง, เหลือ เกิน กับ การ ซึ่ง ขอ ร้อง กิน โดย ธรรมเนียม ด่าน ทำ ให้ ราษฎร ลูก ค้า ไท จีน ได้ ความ เดือด ร้อน ดัง นี้. ขุน ด่าน มี ความ ผิด เปน การ ช่อ ราษฎร ให้ เฆี่ยน ขุน ด่าน ๓๐ ที่ ให้ เขด หลาบ. เงิน ที่ ขุน ด่าน เรียก เอา เงิน แก่ จีน ซัง ลูก ค้า ไว้ ครั้ง นี้ ตำลึง หนึ่ง ให้ คืน ให้ กับ เจ้า ของ ไป. แต่ เงิน ซึ่ง เรียก แก่ เรือ ลูก ค้า แต่ เดือน ๖ นั้น ให้ ยก เสีย. เพราะ ว่า เมื่อ แรก จีน มิ ได้ มา ร้อง, การ ล่วง มา หลาย เดือน แล้ว, ถ้า ต่อ ไป เบื้อง น่า เรือ ลูก ค้า จะ เข้า ออก ให้ ขุน ด่าน ขอ กิน แต่ เพียง ฤๅ สลึง, ฤๅ จะ เปน สิ่ง ของ ที่ มี ใน ลำ เรือ มา ซื้อ ขาย, ให้ ขอ ภอ สมควร แก่ รา คา เพียง เฟือง ฤๅ สลึง. แต่ ด่าน บาง กอง ใหญ่ ตั้ง อยู่ ๒ ตำ บล, ให้ ขอ ร้อง กัน แต่ ด่าน เดียว. ถ้า ขอ ร้อง เกิน คำ ตัดสิน แล ขอ กิน ทั้ง สอง ตำบล, มี ผู้ มา ร้อง พิจารณา เปน สัตย จะ ตัด สิน ทำ โทษ จง นัก. เมื่อ บัญชา สั่ง นั้น, หลวง ชาตสุรินทร เสมียน ตรา กรม น่า ขุน เทพประชา นาย จำเนียน หมอบ อยู่ ด้วย.
เมือง ปรอศเซีย
๏ กฤสตศักราช ๑๗๐๑ คือ ๑๖๐ ปี มา แล้ว, เมือง ปรอศ เซีย แรก จะ มี เจ้า. แต่ เดิม ก็ เปน เมือง เล็ก น้อย ขึ้น แก่ เมือง เยอมะนี. ถึง ว่า เปน เจ้า แล้ว ก็ ยัง ต้อง ขึ้น แก่ เอมปี รอ เยอมะนี เหมือน เมือง เชียงใหม่ ที่ เปน เจ้า ก็ ยัง ต้อง ขึ้น แก่ กรุงเทพฯ. เจ้า แผ่นดิน ปรอศเซีย แรก นั้น ชื่อ เฟรศดิริก ที่ หนึ่ง. ได้ ครอง แผ่นดิน ๓๙ ปี. พลไพร่ ชาว เมือง นับ ได้ ๒๕๐ หมื่น. อาณา เขตร ไม่ เปน ภาคภูม แบ่ง เปน ส่วน ๆ ไป, ที่ นี่ บ้าง ที่ โน้น บ้าง จึ่ง ไม่ สู้ มี กำลัง มาก.
๏ ครั้น ถึง คฤสตศักราช ๑๗๔๐ เฟรศดิริก ที่ หนึ่ง ก็ ล่วง ไป. แม่ ทัพ คน หนึ่ง ได้ สมบัติ ชื่อ ว่า เฟรศดิริก ที่ สอง ท่าน ได้ สำแดง สติ ปัญญา เปน อัน มาก. เมือง ปรอศเซีย จึ่ง เกิด กำลัง ขึ้น กว่า ก่อน สอง เท่า. มี การ ศึก สาม ครั้ง ด้วย ออสเตรีย บ้าง, รูเซีย บ้าง, ฝรั่งเศศ บ้าง, ได้ แพ้ เขา บ้าง แต่ ได้ ชนะ มาก. ถึง คฤสตศักราช ๑๗๘๖ อาณา เขตร กว้าง ขวาง ออก ไป กว่า แต่ ก่อน สอง เท่า. คน อยู่ ใต้ ทง ปรอศเซีย ประ มาณ ได้ ๗๐๐ หมื่น. ใน ปี นั้น เฟรศดิริก ที่ สอง ก็ ล่วง ไป. ผู้ ที่ ได้ ครอง แผ่นดิน ต่อ มา นั้น เรา จำ หา ได้ ไม่.
๏ เมื่อ ถึง คฤสตศักราช ๑๗๙๔ เมือง ปรอศเซีย ได้ เมือง ขึ้น อีก คือ เมือง โปลันด์, เมือง โปลันด์ นั้น แบ่ง ออก เปน ๓ ส่วน ยก ให้ เปน เมือง ขึ้น แก่ เมือง ปรอศเซีย ส่วน หนึ่ง. มี ไพร่ พล เมือง ขึ้น อีก ๒๐๐ หมื่น. ไพร่ พล สำหรับ เมือง แต่ เดิม ๗๐๐ หมื่น รวม วัน เปน คน ๙๐๐ หมื่น.
๏ เมื่อ ถึง คฤสตศักราช ๑๘๐๐ เมือง ปรอศเซีย ได้ เมือง ขึ้น อีก, มี คน เติม ขึ้น อีก สัก ๖๔ หมื่น คน.
๏ เมื่อ ถึง คฤสตศักราช ๑๘๐๖ เมือง ปรอศเซีย ทำ ศึก กัน กับ เมือง ฝรั่งเศศ. เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเศศ คน นั้น ชื่อ เอม บีรอ นาโปเลียน ที่ หนึ่ง. รบ กัน ได้ ประมาณ ๖ ปี. ปรอศเซีย แพ้ เอมบีรอ มาก กำลัง ก็ เสื่อม ไป. แต่ เมื่อ ถึง คฤสตศักราช ๑๘๑๕ ได้ เข้า กัน กับ เมือง อังกฤษ รบ กัน กับ เอมบีรอ ฝรั่งเศศ อีก ได้ ไชย ชนะ จับ ตัว เอมบีรอ ฝรั่งเศศ ได้ ที่ ตำบล วัตตาลู. อังกฤษ เอา ตัว เอมบีรอ ไป จำ ไว้ ที่ เกาะ เซนต์เฮลินา,จน สิ้น พระ ชนม์ ใน กฤสตศักราช ๑๘๒๐. แต่ เมื่อ คฤสตศักราช ๑๘๑๕ นั้น, ครั้น สำเร็จ การ ศึก ฝรั่งเศศ แล้ว, เมือง อังกฤษ, เมือง
ฝรั่งเสศ, เมือง ปรอศเซีย, เมือง ออศเตรีย, เมือง เยอมะนี, เมือง สเปน, เมือง โรม, เมือง เหล่า นี้ ได้ ทำ สัญญา เปน ไม ตรี กัน แล้ว, ก็ แบ่ง ปัน อาณา เขตร ออก ใหม่ ให้ กัน เปน ส่วน ๆ ไป. เพราะ ว่า เอมบีรอ นาโปเลียน ได้ ทำ วุ่น วาย นัก. ครั้ง นั้น เมือง ปรอศเซีย ได้ เมือง ที่ เสีย ไป แก่ เอมบีรอ แต่ ก่อน นั้น, กลับ คืน มา ได้ เว้น ไว้ แต่ เมือง โปลันด์ แต่ ได้ เมือง อื่น เพิ่ม เติม มา อีก มาก กว่า ที่ ไม่ ได้ คืน ใน เมือง โปลันด์ นั้น. ฅรั้ง นั้น เมือง ออศเตรีย เปน ใหญ่ ใน กลาง ประเทศ ยูโรบ. เมือง ปรอศเซีย เปน เมือง น้อย แต่ เดี๋ยว นี้ เมือง ปรอศเซีย กลับ เปน เมือง ใหญ่ ออศเตรีย ถอย กำลัง ลง. ฝรั่งเสศ ก็ ไม่ อาจ สู้ เมือง ปรอศเซีย ๆ มี คน อยู่ ใต้ ธง ประมาณ ๓๐๐๐ หมื่น คน. ทหาร อยู่ ใน ระหว่าง ๕๐ หมื่น ๖๐ หมื่น คน, ได้ ฝึก สอน การ ศึก ดี นัก, เงิน หลวง ก็ มี บริบูรณ ไม่ ขัด สน ด้วย อะไรย. ฝูง ราษฎร ทั้งปวง ก็ ฉลาด มาก รู้ หนังสือ แทบ จะ ทุก คน. แล คน ทั้งปวง ก็ หมั่น ใน การ หา กิน หา ทรัพ สิ่ง สิน แต่ ล้วน แต่ คน ที่ หมั่น ๆ มาก.
การ ผู้ ร้าย วิ่ง ราว
๏ ข้าพเจ้า จีน เตง เปน ลูก จ้าง อยู่ ตลาด หลวง นาวา. ณวัน เดือน ๑๑ แรม ๒ ค่ำ ปีขาน เวลา บ่าย สี่ โมง, ข้าพเจ้า เดิน ขึ้น มา จะ มา เยี่ยม พี่ น้อง ที่ ตภาน เล็ก. มี ชาย ผู้ ร้าย ประมาณ หก เจ็ด คน นั่ง อยู่ ปาก ตรอก วัด โคก, เหน ข้าพเจ้า เดิน มา ก็ วิ่ง เข้า มา ชิง หมวก ฝรั่ง ของ ข้าพเจ้า ๆ วิ่ง หนี เข้า ไป ใน ตรอก วัด โคก. ข้าพเจ้า จะ วิ่ง ตาม พวก มัน ออก กัน ไว้. ข้าพเจ้า ก็ เลย ไป บ้าน พี่ น้อง ที่ ตภาน เหล็ก. ให้ พี่ น้อง สืบ ให้. เขา จึง ห้าม ข้าพเจ้า ว่า ที่ นี้ อย่า เดิน เลย เวลา เย็น ๆ ค่ำ ๆ ทาง ถนน ใหม่ นี้, อ้าย พวก มัน คอย วิ่ง ราว ขโมย เขา. คือ อ้าย มา สูง ลูก ยาย กล้อม เดี๋ยว นี้ มัน ลัก ทาษ เขา หนี ไป. อ้าย เผือก ลูก ตา เสือ ยาย กล้อม อาไศรย กิน อยู่ โรง ยาย ทรับ ใต้ หู้. ถึง เวลา เยน ๆ ค่ำ ๆ ออก เที่ยว หา กิน วิ่ง ราว ขโมย เขา อ้าย จีน คง คน หนึ่ง เปน เบา พระองค์ ปั้น จาง ติด อยู่ ตราง พระ ราช รอง เมือง มัน หนี ออก มา. อ้าย หรั่ง ลูก ยาย นิม เดิม เปน ข้า อยู่ หลวง สุวัน. อ้าย เหมน ทาษ ยาย ทรับ ใต้ หู้. อ้าย หงี่ ลูก นาง ปาน.
พงษาวดาร อังกฤษ ต่อ ไป
๏ ใน คฤสต ศักราช ๑๖๒๕ ปี, ชาลิซ์ ที่ หนึ่ง ได้ ครอง ราช สมบัติ เปน เจ้า แผ่นดิน สืบ มา, พระชนมายุ ได้ ๒๕ พรร ษา. อยู่ มา น้อย หนึ่ง ชาลิซ์ ได้รับ เฮนเรเอตา มาระยา, พระ น้อง นาง ของ เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ มา เปน พระเมหษี. ขุนนาง แล พลเมือง ทั้งปวง ไม่ สู้ ชอบใจ, เพราะ พระนาง นั้น นับถือ ศาสนา บาดหลวง มั่น คง นัก. อนึ่ง พวก ขุนนาง ใน ประเทศ อังกฤษ เคย ประชุม ปฤกษา ราชการ, แล เมื่อ ประชุม อยู่, พวก นั้น ได้ ชื่อ ว่า พวก พาเลเม็ต. ๆ กับ ชาลิซ์ เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ ปฤก ษา หา เหน พร้อม กัน ไม่. ชาลิซ์ จึ่ง ให้ ขุนนาง เหล่า นั้น เลิก กลับ ไป บ้าน เสีย, เปน ดัง นี้ หลายครั้ง หลายหน, ด้วย ขุนนาง เหล่า นั้น ไม่ใคร่ จะ เกรง กลัว ถือ ตัว ว่า เปน ใหญ่. พระเจ้า แผ่นดิน ทรง อย่างไร, พวก พาเลเม็นต์ นั้น มัก ขัดขวาง ไม่ใคร่ จะ ยอม. การ เหล่า นี้ ก็ กำเริบ ขึ้น ที ละน้อย ๆ, จน ขุนนาง แล ไพร่ พลเมือง แตก กัน เปน สอง ฝ่าย. ฝ่าย หนึ่ง เข้าข้าง พวก พาเลเม็ต. ฝ่าย หนึ่ง เปน ฝ่าย เจ้า แผ่นดิน แก่งแย่ง ไม่ เข้า กัน. ขยับ จะ เกิด ศึก ขึ้น ใน เมือง. เจ้า แผ่นดิน เหน จะ ปราบปราม ไม่ได้, ก็ พา พระราชบุตร สององค์ เสดจ ไป อยู่ เมือง หยือก.
๏ ครั้น คฤสต ศักราช ๑๖๔๒ ปี, ชาลิซ์ เจ้า แผ่นดิน เสดจ์ จาก เมือง หยือก ไป เมือง ฮอแลนด์. ขุนนาง ผู้ รักษา เมือง ฮอแลนด์ ก็ ปิด ประตูเมือง เสีย มิ ได้ออก มา รับเสดจ์. ชา ลิซ์ ทราบ แน่ ว่า ขุนนาง เหล่า นี้ เปน ขบถ, เสดจ ไป ตั้ง ค่าย มั่น อยู่ ที่ เมือง นัดติงแฮม. แล้ว ให้ ยก ธง ขึ้น ไว้ บน ยอดเขา แต่ ขัด สน เครื่อง สัตรา อาวุธ, เงิน ตรา ที่ จะ ซื้อ หา เครื่อง อาวุธ ก็ ขัด สน. พระ มเหษี จึ่ง เอา เครื่อง ประดับ ของ หลวง แล ของ พระองค์ ด้วย, ออก จำหน่าย, แล้ว ซื้อ เครื่อง อาวุธ ส่ง ไป ถวาย เจ้า แผ่นดิน. พวก ขบถ ก็ ยก ตาม ไป ได้ สู้ รบ กัน หลาย ครั้ง. แล ประเทศ อังกฤษ เกิด จุลาจล รบ พุ่ง กัน อยู่ ฉะ นี้ นาน ประมาณ หก ปี. พวก ขบถ นั้น ก็ คิด ต่าง กัน ออก เปน สอง หา ต้อง กัน ไม่. พวก หนึ่ง คิด จะ ให้ ชาลิซ์ กลับ มา เปน เจ้า แผ่นดิน, แต่ จะ ให้ ตัด อำนาจ ลง เสีย บ้าง เล็กน้อย. พวก หนึ่ง คิด จะ ไม่ ให้ มี เจ้า แผ่นดิน, จะ ให้ มี แต่ ขุนนาง ว่า การ แผ่นดิน. ผู้ ใหญ่ ใน พวก นี้ ชื่อ ออลี่เวอ ครัมเว็ล, ๆ นี้ ได้ เปน นาย ทัพใหญ่, รบ พุ่ง เคี่ยว เข็ญ กับ เจ้า แผ่นดิน. ๆ เสีย ที หนี ไป ประเทศ สกอดแลนด์, หวัง พระไทย ว่า พวก สกอดแลนด์ จะ ช่วย เปน กำลัง. พวก พาเลเม็นต์ ทราบ ว่า เจ้า แผ่นดิน หนี ไป พึ่ง พัก อยู่ ที่ เมือง สกอดแลนด์, จึ่ง ให้ คน ไป ว่า กล่าว ให้ ส่ง เจ้า แผ่นดิน มา แล้ว จะ คิด เงิน ให้. พวก สะ กอดแลนด์ ก็ ยอม ส่ง ให้. พวก พาเลเม็นต์ ได้ เจ้า แผ่นดิน มา คุม ไว้ นาน อยู่. จึ่ง ปฤกษา กัน จะ ทำ สัญญา ไมตรี ต่อ เจ้า แผ่นดิน, จะ ให้ เจ้า แผ่นดิน ปก ครอง อาณา ประชา ราษฎร ไป ดัง เก่า, แต่ จะ ให้ ลด อำนาถ ลง เสีย บ้าง. ออลี่เวอครัม เว็ล แม่ ทัพ ใหญ่ ไม่ ยอม, จึ่ง ให้ ทหาร ไป ล้อม ตึก ที่ ประชุม ปฤกษา กัน นั้น ไว้, มิ ให้ ขุนนาง เหล่า นั้น เข้า ไป ปฤกษา กัน ได้, ให้ เข้า ไป แต่ พรรค พวก ของ ตน. แล้ว ให้ คน พา เจ้า แผ่นดิน ไป คุม ไว้ ใน ที่ อื่น ให้ แน่น หนา. แกล้ง ทรมาร ให้ ได้ ความ ทุกข์ ร้อน ต่าง ๆ.
๏ ครั้น คฤสต ศักราช ๑๖๔๙ ปี, ออลี่เวอครัมเว็ล ให้ พา เจ้า แผ่นดิน มา ปฤกษา โทษ, ว่า ไม่ สัตย ซื่อ ต่อ แผ่นดิน. แกล้ง ใส่ ความ เอา เปล่า ๆ หลาย ข้อ. ชำระ อยู่ สาม วัน ก็ ไม่ ได้ จริง, ก็ ให้ เอา ไป ตัด ศีศะ เสีย. เมื่อ ชาลีซ์ สิ้น พระชนม์ นั้น, อายุ ได้ ๔๙ พรรษา, อยู่ ใน ราชสมบัติ ๒๕ ปี. มี พระ ราชบุตร สาม องค์, พระราช ธิดา สาม องค์. พระราชบุตร องค์ ใหญ่ สอง องค์ นั้น อยู่ ใน ประเทศ ฮอแลนด์. พระราช ธิดา องค์ น้อย อยู่ ใน ประเทศ ฝรั่งเสศ. พระราชบุตร ที่ สาม กับ พระ ราช ธิดา ที่ สอง อยู่ ประเทศ อังกฤษ. ฝ่าย พวก พาเลเม็นต์ ก็ ให้ ทำลาย รูป ชาลีซ์ เจ้า แผ่นดิน ที่ ทำ ไว้ ด้วย ทอง. แล้ว ประกาษ ว่า, ถ้า ใคร เรียก พระราช บุตร องค์ ใหญ่ ว่า ปริน ซะออฟเวล แล้ว, จะ เอา โทษ ถึง สิ้น ชีวิตร. แล้ว เบียด เบียน พวก ที่ ยัง สัตย ซื่อ ต่อ แผ่นดิน ด้วย เหตุ ต่าง ๆ. แต่ พวก สกอด แลนด์ ไม่ ยอม อยู่ ใต้ บังคับ บัญชา พวก พาเลเม็นต์. ยัง สัตย ซื่อ ต่อ แผ่นดิน อยู่, จึ่ง ให้ คน ไป เชิญ ชาลีซ์ ปรินซะออฟเวล มา เปน เจ้า แผ่นดิน สกอดแลนด์. ออลี่เวอครัมเว็ล ทราบ ว่า ปรินซะออฟเวล ได้ เปน เจ้า แผ่นดิน สกอดแลนด์, ก็ ยก ทัพ ไป จะ กำจัด เสีย. ฝ่าย ชาลี่ ปรินซออฟเวล เจ้า แผ่นดิน สกอด แลนด์ ยก ทหาร หมื่น สี่ พัน คน ไป ประเทศ อังกฤษ, . ด้วย ทรง พระดำริห์ เหน ว่า, พวก อังกฤษ คง จะ สมัก มา เข้า กับ พระองค์. ครั้น พระองค์ เสดจ์ ไป ถึง ประเทศ อังกฤษ, พวก อังกฤษ ไม่ ทราบ เหตุ ก็ ตกใจ กลัว. จึ่ง มิ ได้ คิด จะ เข้า เปน พรรค พวก ส่วน ออลี่เวอครัมเว็ล ยก ทหาร ไป ตาม ทาง, ได้ ทราบ ว่า ปริน ซืออฝเวลซิยก ทหาร ไป ประเทศอังกฤษ, ก็ รีบ ยก กลับ มา ล้อม กอง ทัพ ปรินซืออฝเวลซิ ไว้. ให้ ตี กระหนาบ เข้า ไป ทั้ง สี่ ด้าน. ทหาร ปรินซืออฝเวละ ต้าน ทาน ไม่ ไหว, ล้ม ตาย เปน อัน มาก. แต่ ปรินซืออฝเวลซิ หนี ไป ได้, มี ทหาร เหลือ ตาม เสดจ ไป สัก ห้าสิบ หกสิบ คน, ก็ ด้น ดั้น เร้น ซ่อน มา หลาย วัน. พวก นั้น ก็ ตาม ค้น หา. วัน หนึ่ง พระองค์ หนี ขึ้น ซ่อน อยู่ บล ต้น ไม้. พวก ที่ ตาม ไป พระองค์ เหน, บาง ที่ แปลง เปน ไพร่ ใช้ สอย ปลอม ไป แต่ องค์ เดียว, ก็ ลง เรือ ได้ หนี ไป ประ เทศ นอแมนเต.
๏ เมื่อ คฤสต ศักราช ๑๖๕๓ ปี, ออลี่เวอครัมเว็ล ไป ยัง ตึก ที่ ขุนนาง พวก พาเลเม็ ประชุม กัน อยู่ นั้น, ให้ ทหาร ยืน เรียง เคียง กัน เปน แถว สอง ข้าง ประตู ทุก ด้าน. ออลี่เวอ ครัมเว็ล ก็ เข้า ไป กล่าว คำ หยาบ ช้า ต่อ น่า ขุนนาง เหล่า นั้น, แล้ว ทำ สำคัญ ให้ ทหาร เข้า ไป, ขับ ไล่ ขุนนาง เหล่า นั้น ให้ ออก ไป เสีย มิ ให้ ประชุม กัน. แล้ว ลั่น กุญแจ ตึก นั้น เสีย, มิ ให้ เข้า ไป ประชุม กัน ได้, ก็ กลับ ไป ที่ อยู่ ของ ตน. ออลี่ เวอครัมเว็ล ก็ ได้ ว่า การ แผ่นดิน, ฯ ก็ สิทธิ์ ขาด อยู่ แก่ ออลี่ เวอครัมเว็ล ทั้ง สิ้น. ออลิเวอครัมเว็ล มี อำนาถ ยศศักดิ์ คล้าย คล้าย เจ้า แผ่นดิน. แต่ คน ทั้งปวง ไม่ สู้ ชอบ ใจ, ด้วย ยัง คิด สัตย์ ซื่อ ต่อ เจ้า แผ่นดิน อยู่. ออลี่เวอครัมเว็ล ทราบ อัช ฌาไสย คน เหล่า นั้น ก็ นึก เกรง อยู่, ไม่ ทราบ ว่า ใคร จะ คิด ร้าย ประการ ใด. อยู่ มา คฤสตศักราช ๑๖๕๘ ปี, ออลี่เวอ ครัมเว็ล ก็ ถึง อนิจกรรม. วิดเจ็น ครัมเว็ล ผู้ บุตร ได้ ว่า การ แผ่นดิน สืบ มา. แต่ ไม่ สู้ รัก ใคร่ ใน ยศ ศักดิ์ ก็ ละ ราชการ เสีย, กลับ ไป อยู่ บ้าน ของ ตน. กรุง ลอนดอน ก็ ไม่ มี ใคร่ เปน ใหญ่. ฝ่าย ขุนนาง พวก พาเลเม็นต์ ที่ ออลี่เวอครัมเว็ล ขับ ไล่ เสีย ใน ที่ ประชุม นั้น, เหน ว่า ใน กรุง ลอนดอน ไม่ มี ใคร เปน ใหญ่ แล้ว, ก็ พา กัน มา จะ เปน ใหญ่.
๏ ฝ่าย ราษฎร ทั้งปวง เหน ว่า พวก นั้น เปน คน โกง, ก็ พร้อม ใจ กัน เข้า เปน กอง ทัพ ใหญ่, ขับ ไล่ กำจัด พวก นั้น เสีย, มิ ให้ มา ตั้ง ตน เปน ใหญ่ ได้. แต่ ใน พวก ราษฎร นั้น มี นาย ทหาร ใหญ่ อยู่ สอง นาย. นาย หนึ่ง ชื่อ แล็มเบิด. นาย หนึ่ง ชื่อ มังค์, ต่าง คน ต่าง คิด อิจฉา กัน อยู่, เกรง ว่า ข้าง หนึ่ง จะ เปน ใหญ่ กว่า ตน. ฝ่าย มังค์ จึ่ง ไป เชิญ ชาลิช ซึ่ง หนี ไป อยู่ ใน ประเทศ นอแมนเดอ นั้น, ให้ กลับ มา เปน เจ้า แผ่นดิน. ชาลิช ก็ เสดจ์ กลับ มา ถึง กรุง ลอนดอน ใน เดือน เม, คฤศตศักราช ๑๖๖๐ ปี ชาว เมือง ทั้งปวง ก็ ต้อน รับ ด้วย ความ ยินดี เปน อัน มาก. เมื่อ ชาลิช เสดจ กลับ มา ได้ ราช สมบัติ ใน กรุง ลอนดอน, พระชนม์ ได้ ๓๐ พรรษา. แต่ พระองค์ หนี ไป เที่ยว ซุ่ม ซ่อน อยู่ ถึง ๑๖ ปี, จึ่ง ได้ กลับ มา ครอง ราช สมบัติ. พระองค์ มิ ได้ เอา พระไทย ใส่ ใน ราชกิจ คิด แต่ จะ เล่น เปน กังวล. ใน คฤศต ศักราช ๑๖๖๒ ปี, พระ องค์ รับ พระราช ธิดา ของ เจ้า แผ่น โปตุเกล มา เปน มเหษี. ใน คฤศตศักราช ๑๖๖๖ ปี, พระองค์ ยก ทัพ เรือ ไป ทำ สงคราม กับ ประเทศ ฮอแลนด์, ก็ ได้ ไชย ชำนะ แก่ ประเทศ ฮอแลนด์. แต่ พวก อังกฤษ ไม่ สู้ จะ ร่าเริง ยิน ดี ใน ไชย ชำนะ นั้น, ด้วย ครั้ง นั้น ใน กรุง ลอนดอน เกิด โรค ห่า ร้ายกาจ นัก. คน ตาย ด้วย โรค นั้น สัก เก้า หมื่น. แล้ว เกิด เพลิงใหญ่ ไหม้ ขึ้น ใน กรุง ลอนดอน สาม วัน สาม คืน. ไหม้ เรือน เสีย สัก ๓ หมื่น หลัง, เพราะ อันตราย เหล่า นี้ ชาว กรุง ลอนดอน ได้ ความ ทุกข์ ร้อน มาก มาย นัก. อยู่ มา น้อย หนึ่ง ขุนนาง ผู้ หนึ่ง ทูล ยุ ยง ให้ ชาลิช ขับไล่ ลอด แครเร็นดอน ขุนนาง ที่ ปฤกษา สัตย์ ซื่อ เสีย, แล้ว ชาลิช ทำ สัญญา ไมตรี กับ เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเศศ. คน อังกฤษ ทั้งปวง ทราบ ดัง นั้น, สำคัญ ว่า ชาลิช จะ กลับ ยอม เข้า เปน พวก โพป บาทหลวง. ก็ ขุ่น เคือง ชาลิช เจ้า แผ่นดิน แทบ จะ เกิด ขบถ ขึ้น. แต่ ขุ่น เคือง ไม่ เข้า กัน มา นาน, จน ถึง คฤศตศักราช ๑๖๘๕ ปี. ชาลิช เจ้า แผ่นดิน ก็ สิ้น พระชนม์ อายุ ได้ ๕๕ พรรษา, อยู่ ใน ราชสมบัติ ๒๕ ปี. ไม่ มี พระราช บุตร เกิด แต่ พระ มเหษี.
๏ คฤศต ศักราช ๑๖๘๕ ปี, เยม ที่ สอง ได้ เปน เจ้า แผ่น ดิน สืบ มา. เมื่อ เยม ได้ ราช สมบัติ, พระชนมายุ ได้ ๕๓ พรรษา. พระองค์ เลื่อม ใส เชื่อ ถือ ศาสนา ตาม บาทหลวง มั่นคง ไม่ โยก โคลง. จึ่ง แต่ง ราชทูต ส่ง ไป เมือง โรม, ขอ ทำ ไม ตรี กับ โพป บาทหลวง. ยอม ให้ แผ่นดิน อังกฤษ อยู่ ใต้ บังคับ โพป บาทหลวง. โพป บาทหลวง ก็ รับ ไมตรี ไว้, แต่ เหน ว่า จะ หัก หาร น้ำ ใจ คน เปน อัน มาก, ให้ กลับ นับถือ ศาสนา ตาม
๏ คลอง ขุดใหม่
๏ เราได้ยินข่าวว่า, คลอง ที่ พระ ภาษี สมบัติ บริบูรณ ขุด ให้ทะลุ ถึง แม่ น้ำ ท่าจีน นั้น เกือบ จะ แล้ว. ยัง จะ ต้อง ขุด อีก สัก ๒๐ เส้นเสศ จึ่ง จะ ทะลุ. เรา จึ่ง มี ความ ดีใจ. แต่ มี ความ ไม่ สบาย อยู่อย่าง หนึ่ง, เพราะ ได้ยิน ข่าว ว่า, ผู้ใหญ่ ที่ มี ๆ เงิน ไป เก็บ เอา ที่ เสีย หมด. คน ยาก คน จน อยาก จะ ได้ ที่ บ้าง ก็ ไม่ ได้. แต่ ก่อน เรา เข้าใจ ว่า, คลอง นั้น ขุด แล้ว คอเวอเมนต์ จะ ยอม ให้, คน ยาก จน ไป เซ้อ อยู่ เสีย เงิน ไร่ ละ เท่า นั้น ตาม ธรรมเนียม. เดี๋ยว นี้ ได้ยิน ข่าว ว่า ผู้ใหญ่ ที่ เก็บ เอา ที่ นั้น, ดู เหมือน จะ ไม่ ยอม ให้ มี ทาง ถนน รถ ตาม ริม คลอง นั้น. เขา ขุด คลอง เลก ๆ เปน ช่อง ให้ น้ำ ไหล เขา ออก ใน ท้อง นา. ทุก วัน นี้ คน จะ เดิน บก ก็ เดิน ยาก, เพราะ ว่า ไม่ มี ทาง. แต่ แรก เข้าใจ ว่า จะ มี ถนน หลวง, ภอ ที่ จะ ขี่ รถ ได้ ถึง แม่ น้ำ ท่าจีน. เหน ว่า จะ เปน คุณ เปน ประ โยชน์ แก่ กรุง เทพ ฯ มาก. คอเวอเมนต์ กรุง เทพ ฯ อ่อน กำลัง เสีย แล้ว ฤา. ที่ หมาย ไว้ แต่ ก่อน จะ บังคับ ให้ เหมือน ยัง ว่า ไม่ ได้ ฤา. มี คน ภา กัน ว่า คอเวอเมนต์ กรุง เทพ ฯ อ่อน ไป แล้ว. เพราะ ผู้ใหญ่ ที่ เปน สำคัญ แก่ ชรา ไป. ขอ คอเวอเมนต์ จง ตั้ง ใจ ให้ แข่ง แรง อย่า ให้ สม แก่ ใจ เขา เลย. คน ที่ อยู่ ใน ระหว่าง ๖๐ ปี ๗๐ ปี ไม่ ควร ที่ จะ เรียก ว่า เปน คน แก่. ไม่ ควร ที่ จะ อ่อน กำลัง.
ทาง หลวง ต่าง ๆ
๏ หนังสือ ที่ สุด ท้าย นี้ ได้ คัด ออก จาก หนังสือ ฝรั่งเสศ ที่ เรียก ว่า วัดเตอลอซี่ ออฟเนชัน. แปล เปน ภาษา ไทย ว่า หนัง สือ ของ มนเซียดีวัดเตล์, ว่า ด้วย กดหมาย สำรับ เมือง ต่อ เมือง. เรา ก็ คัด ข้อ นั้น หมาย ว่า ควร แก่ เวลา นี้, คง จะ มี คุณ มี ประโยชน แก่ กรุง เทพ ฯ.
๏ หนังสือ นั้น ว่า ที่ ทาง หลวง ต่าง ๆ, แล สพาน หลวง แล หลวง แล คลอง ทาง อะไร ๆ ที่ คน ไป มา ได้ โดย สดวก, คง มี คุณ มี ประโยชน แก่ บ้าน เมือง นั้น. ก็ ไม่ ควร ที่ คน จะ สงไสย ว่า จะ มี คุณ มี ประโยชน แก่ บ้าน เมือง ฤา ไม่. ทาง หลวง เช่น นั้น ให้ การ ค้า ขาย ใน ระหว่าง บ้าน นี้ บ้าน นั้น เมือง นี้ เมือง นั้น สดวก. แล สิน ค้า ทั้งปวง จึ่ง ถูก ลง, เปน ที่ กำหนด แน่ นอน ได้. พ่อค้า ทั้งปวง จึ่ง ขาย ของ ๆ เขา โดย ดี. แล คน นอก ประเทศ ต่าง ๆ มี น้ำใจ เข้า มา ซื้อ ขาย กัน กับ ชาว ประเทศ ที่ มี ทางหลวง มาก นั้น, จึ่ง เกิด ทรัพย์ ที่ บ้านเมือง นั้น มาก ทวี ขึ้น. เมือง ฝรั่งเสศ เมือง ฮอลันต์, ทุกวันนี้ มี ความศุข เพราะ ทาง แล คลอง มี มากมาย คน ไป มา สดวก นัก, ควร ที่ คอเวอแมนต์ ของ เมือง ใด ๆ จะ เอาใจใส่ ใน การ ที่ ทำ ทางหลวง เปน การ สำคัญ ใหญ่, ไม่ ควร ที่ คอเวอแมนต์ จะ ละเลย เฉย ใน การ จัดแจง ทาง ให้ คน ไป มา โดย สบาย ไม่ เปน อันตราย. เมือง ฝรั่งเสศ เปน เมือง เอาใจใส่ ใน การ ที่ มาก นัก, ได้ จัดแจง ให้ มี พวก ตระเวน เดินทาง เดิน รักษา ทาง ไว้ เพื่อ จะ ป้องกัน อันตราย แก่ ผู้ ที่ มี ธุระ ใน ทางหลวง. ควร ที่ ชาวบ้าน ชาวเมือง ทุกคน จะ ช่วย กัน เอา เปน ธุระ ใน การ ใหญ่ นี้. ครั้น เมื่อ การ ที่ จะ ทำ ทาง นั้น จะ ต้อง ลงทุน มาก เงิน หลวง ก็ หา ภอ ที่ จะ ใช้ ใน การ นั้น ไม่, ควร ที่ คอ เวอแมนต์ จะ บังคับ ให้ ราษฎร ทั้งปวง เข้า ใน การ นั้น ตาม มี ตาม จน. ที่ เมือง ฝรั่งเสศ ลาง ที่ ราษฎร ก็ บ่น ติเตียน คอเวอแมนต์ เพราะ คอเวอแมนต์ บังคับ ให้ เข้า ใน การ ทำ ทางหลวง, แต่ เมื่อ ทาง นั้น สำเร็จ แล้ว ก็ กลับ สรรเสริญ คอเวอแมนต์, เหน ว่า มี ประโยชน์ นัก, ดังนี้ ก็ เกิด บ่อย ๆ. เมื่อ ทางหลวง สำเร็จ แล้ว ก็ ต้อง มี ผู้ รักษา. แล เงิน ที่ จะ ให้ แก่ ผู้ รักษา นั้น ควร ที่ ราษฎร จะ ช่วย ใน การ นั้น. เพราะ ฉนี้ จึ่ง เกิด ธรรมเนียม ให้ คน เดิน ทางหลวง ฤา ข้าม ตภาน หลวง ต้อง เสีย เบี้ย ที่ อัง กฤษ เรียก ว่า โตล์ คน เดิน ท้าว เพียง อัฐ ฤา สอง อัฐ, คน ที่ ขี่ ม้า เสีย มาก ขึ้น หน่อย หนึ่ง. คน ที่ ขี่ รถ เสีย ตาม รถ ใหญ่ รถ น้อย, เปน ฉนี้ เพราะ ทาง นั้น เปน ประโยชน์ แก่ คน พวก นั้น, แล เงิน ที่ เก็บ นั้น จะ ได้ เปน ค่าจ้าง คน รักษา ทาง. ถ้า คอเวอแมนต์ เหน ควร ที่ จะ ยก ฝูง ราษฎร ทั้งปวง จะ ไม่ ให้ เสีย, ก็ คน นอก ประเทศ มี นายห้าง เปน ต้น, ถ้า คอเวอแมนต์ จะ เก็บ ค่าธรรมเนียม นั้น, ก็ หา ควร ที่ ผู้ ใด ๆ จะ ติเตียน ไม่.
๏ บาง ที่ มี ทาง ที่ คอเวอแมนต์ ไม่ ได้ ลงทุน เสีย อะไร ใน ทาง นั้น, ยัง มี คน เก็บ เงิน โตล์ ใน ทาง นั้น ยัง นี้ ก็ หา ควร ไม่. ลาง ที่ มี เจ้านาย เปน เจ้าของ ที่ ริม แม่น้ำ, องอาจ ตั้ง ธรรมเนียม เก็บ เงิน โตล์ ตาม อำเภอใจ, เจ้านาย นั้น ไม่ ได้ ลงทุน อะไร ใน แม่น้ำ นั้น ให้ เดิน คล่อง สบาย. ถ้า เปน เช่น นั้น ควร ที่ คอเวอแมนต์ จะ ห้าม เปน ธรรมเนียม ขัด ฃวาง.
อินตนาชันนาลอ. เพราะ ว่า ที่ แบ่ง แผ่นดิน ริม แม่ น้ำ ไหน ๆ เปน ของ คน นั้น บ้าง คน นี้ บ้าง, ก็ ไม่ ยอม ให้ เจ้า ของ นั้น มี อำนาถ ที่ จะ ห้าม คน เดิน. ทาง เมื่อ เขา เดิน นั้น เขา ไม่ ได้ ทำ ของ ตัว ให้ เสี่ย. มนุษย ทั้งปวง ทุก คน มี อำนาถ ควร แก่ การ ที่ จะ เดิน ไป ใน แม่ น้ำ ไม่ ต้อง เสี่ย ค่า ธรรมเนียม อะไร. ถึง กระนั้น ทุก วัน นี้ เมือง ทั้งปวง ก็ ย่อม มี ค่า ธรรมเนียม ที่ ปาก น้ำ บ้าง เล็ก น้อย. แต่ ที่ จริง หา ควร ที่ จะ เก็บ ไม่. เพราะ แม่ น้ำ นั้น เกิด เอง เปน ธรรมดา. เหมือน มหาสมุท ก็ เกิด เอง คน ก็ ไม่ ต้อง เสี่ย คอเวอแมนต์ ก็ ไม่ ได้ ลง ทุน ทำ. บาง ที เมือง ต่อ เมือง ก็ เทลาะ กัน เพราะ เก็บ ค่า ธรรมเนียม ที่ ปาก น้ำ เกิน สมควร. ธรรมเนียม ทุก วัน นี้ เมือง ทั้งปวง ได้ จัดแจง การ นี้ ตาม สัญญา ไมตรี กัน.
ข่าว ที่ กรุง เทพ ฯ
๏ การ ที่ เสดจ์ พระราชทาน พระ กะฐิน ใน กรุง เทพ ฯ ที่ หยุด ใน วัน เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ได้ ยิน ข่าว ว่า พระ ราชทาน รางวัล แก่ พระสงฆ์ ราชา คณะ พระครู คู่ สวด มาก กว่า มาก ปี ก่อน
๏ ท่าน เจ้า พระยา ศรีสุริวงษ ที่ สมุห พระ กระลาโหม ขึ้น ไป ฝ่าย เหนือ ทอด กฐิน ที่ กรุง เก่า บ้าง ที่ อื่น ๆ บ้าง
๏ อนึ่ง เรา ได้ ยิน ว่า เสา ใหญ่ พระ เมรุ นั้น ลอย หาย ไป ที่ ทาง ทเล ประมาณ ๔ ขวบ อาทิตย์ กว่า ๆ แล้ว ข่าว ว่า กับตัน เอม เปน นาย เรือ กลไฟ สยาม เอา เรือ กลไฟ จูง มา แทบ จะ ถึง หลัง เต่า แล้ว ภอ ฟื้น หมด ลง จะ เข้า มา ไม่ ได้ จึ่ง เอา เชือก ผูก เสา ใหญ่ เข้า แล้ว ทอด สมอ ไว้ กลับ เข้า มา หา ฟื้น ได้ แล้ว กลับ ออก ไป ก็ หา เหน ไม้ ไม่ เพราะ ลม เปน ลม ว่าว กล้า พัด ซัด ออก ไป น้ำ ก็ เชี่ยว นัก เที่ยว หา ก็ ไม่ ได้ แล้ว ก็ มี เรือ อื่น ไป เที่ยว ตาม หา ก็ ไม่ ได้ อยู่ มา สัก ๗ วัน ๘ วัน กับตัน รอส ชิบ อเมริกา ชื่อ คานีเอนมาเซ แลน เข้า มา ยัง ๒๐ ไมล์ จะ ถึง หลังเต่า เหน ไม้ นั้น ลอย อยู่ ก็ สำคัญ ว่า ดิน ถูก เรือ ก็ ตกใจ กลัว จะ โดน เกาะ โดน หิน กับตัน จึง ตก ใจ จึง เอา สาย หยั่ง น้ำ ดู เหน ว่า น้ำ ลึก ๒๐ วา เสศ จึง ค่อย ๆ แล่น เข้า ไป ดู เหน ว่า เปน ไม้ ใหญ่ ก็ บ่าย เรือ ไป เพื่อ จะ ไม่ ให้ โดน กับตัน ไม่ รู้ ว่า เปน ไม้ สำคัญ จึง ทิ้ง เสี่ย ไม่ เอา ใจ ใส่ มา ถึง กรุงเทพ ฯ จึ่ง รู้ ว่า ไม้ นั้น เปน สำคัญ ดู เหมือน จะ หา ยาก ถ้า หา ไม่ ได การ พระศพ จะ มิ เลื่อน ไป ฤๅ คน นอก ประเทศ เข้า ใจ ว่า การ พระศพ นั้น จะ สำเร็จ ใน เดือน มารช มี ขุนนาง หลาย เมือง จะ เข้า มา ช่วย การ พระศพ ด้วย ๚ะ
๏ อนึ่ง มี พวก เกรียง อยู่ ใน เขตร แดน พม่า ที่ ขึ้น แก่ อังกฤษ ถือ หนังสือ ขุนนาง อังกฤษ เข้า มา ถึง กงสุล อัง กฤษ ที่ กรุงเทพ ฯ เปน ใจ ความ ว่า พวก ไทย ไป ลัก เอา ช้าง ที่ บ้าน ของ พวก เกรียง เข้า มา ใน แดน ไทย ฃอ อำ นาถ กงสุล อังกฤษ ช่วย จัด แจง ให้ พวก คะโมย คืน ช้าง ให้ แก่ เขา ให้ ได้ ราคา ช้าง ตัว นั้น ประมาณ ๔๐๐ บาท
๏ อนึ่ง ได้ ยิน ว่า สมเด็จ เจ้าฟ้า จุฬาลงกรณ์ ได้ เสด็จ ไป เมือง เพชรบุรี เสด็จ ด้วย เรือ รบ จักร กลไฟ ไป เมื่อ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ครั้น ณวัน ขึ้น ๑๓ ค่ำ ก็ เสดกฯ กลับ ยัง กรุง เทพ ฯ
๏ อนึ่ง ได้ ยิน ข่าว ว่า เรือ กลไฟ สยาม ชื่อ อาไร หม้อ น้ำ แตก ที่ บ้านแหลม คน ก็ เจ็บ บ้าง เล็ก น้อย หา สู้ เปน อันตราย ไม่ คน หนึ่ง ตก น้ำ ลง ไป ว่าย น้ำ กลับ ขึ้น เรือ ได้ คน อื่น หลาย คน ก็ ถูก น้ำ ร้อน ลวก บ้าง เล็กน้อย แต่ ไม่ สู้ มาก ฃ่าว ว่า เครื่อง ที่ สำหรับ ดู น้ำ ร้อน จะ กล้า มาก สัก เท่าไร เครื่อง นั้น เสีย ไป เขา สำคัญ ว่า ยัง ดี อยู่ จึ่ง เร่ง ไฟ ขึ้น เกิน กำหนด ไป ม่อ น้ำ จึ่ง ได้ แตก ตั้ง แต่ แรก ใช้ เรือ กลไฟ ที่ กรุง เทพ ฯ เปน เก้า ปี มา แล้ว ไม่ ได้ เกิด เหตุ ร้าย อย่าง นี้ เลย เปน ความ ปลาด จริง แทบ จะ เปน อันตราย บ่อย ๆ แต่ ทว่า ไม่ เปน อินชะเนีย เหน ก็ กลัว จึ่ง ไม่ อาจ ให้ ไฟ กล้า เรือ สยาม จึ่ง ไม่ สู้ เดิน เรว เรา มี ความ หวัง ใจ ว่า อิงชะเนีย กลไฟ กรุง เทพฯ ต้อง ตรวจ ตรา ระวัง หม้อน้ำ แล เครื่อง สำหรับ ใช้ ใน การ นั้น
๏ อนึ่ง เรือ เจ้า พระยา กลับ มา แต่ เมือง สิงคโปร ณะ วัน พุทธ เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๔ ค่ำ เวลา เยน มา ถึง หลัง เต่า วัน อาทิตย แรม ๓ ค่ำ เวลา พลบ ค่ำ ข้าม หลัง เต่า ณวัน จันทร แรม ๔ ค่ำ ย่ำ รุ่ง ๓ นาที่ มา ถึง กรุง เทพ ฯ ๕ โมง เช้า มี ชาว ยุโรบ โดย สาร มา สาม คน ชื่อ ออนเนอเรล เบอ อา มาชัน หนึ่ง อาซิวุด เอศ ไคว เอะ คน หนึ่ง อีอีอังค์ ติยา คน หนึ่ง แล คน ต่าง ๆ นอก นั้น ๒๐ คน ๏ อนึ่ง เราได้ยิน ว่า คอเวอแมนต์ ได้ ซื้อ ปืนใหญ่ชื่อ เฮาวิศเซอ ๓๒ บอก สำหรับ ยิง ลูก แตก
๏ อนึ่ง กับตัน บาเรศ ของ เรือ ชิบ อะเมริกา ชื่อ วินค์ วาด เข้ามา ใน กรุง เทพ ฯ ๓ อาทิตย์ แล้ว กับตัน บา เรศ ได้ เปน ศิศย ใน สำนักนี้ อาจาริยใหญ่ ใน เมือง อเมริกา เวียน เปน ผู้ สำหรับ สั่ง สอน สาศนา แล้ว ได้ เปน เจ้า ของ เรือ แล่น ไป มา ไป ถึง เมือง ไหน ๆ ก็ เทศ สั่ง สอน ที่ นั้น เมื่อ วัน อาทิตย เดือน ๑๒ แรม ๓ ค่ำ ได้ รับ เชิญ เข้า ไป สั่ง สอน ที่ โบต อังกฤษ มา ถึง วัน อาทิตย แรม ๑๐ ค่ำ ได้ รับ เชิญ เข้า ไป สั่ง สอน อีก มี คน ชม ว่า เทศ ดี มาก คน ทั้ง ปวง ภอใจ ฟัง
๏ อนึ่ง ณวัน เสาร์ เดือน ๑๒ แรม ๒ ค่ำ มี งาน แห่ ชัก พระ ธาตุ เข้า ใน คลอง บางกอก ใหญ่ มี คน ปะมาณ ห้า พัน เปน ผู้ หญิง โดย มาก ขี่ เรือ ต่าง ๆ
๏ ข่าว มา แต่ ทาง เตลิแครฟ
๏ แต่ เมือง ลอนดอน เดือน ๑๑ ขึ้น ๗ ค่ำ, ข่าว ว่า การ ศึก ขบถ ที่ เมือง แกนเดีย เงียบ ลง แล้ว.
๏ ลอนดอน ขึ้น ๘ ค่ำ, ข่าว ว่า ฝูง ราษฎร ทั้ง ปวง ประชุม กัน ที่ เมือง คลัศโค ประเทศ ซกอศลันด์, เปน อัน มาก, ว่า กล่าว กัน, ว่า ควร ที่ คอเวอ.เมนต์ จะ ยอม ให้ เรา เข้า ใน การ ที่ จะ เลือก ขุนนาง ด้วย. ๏ ลอนดอน เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๐ ค่ำ การ ที่ เมือง ออศเตรีย ยก เมือง วินิเชีย, ขึ้น แก่ เมือง อิตาลี่ สำเร็จ แล้ว ใน วัน นั้น, ๏ ลอนดอน เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ชาว อิตาลี่ เข้า ไป อยู่ ใน เมือง วินิ.ช ใน วัน นั้น. อนึ่ง พวก ที่ อยู่ ใน ทิศ เทศ ที่ เข้า ด้วย คอนเกรศ ได้ การ ชนะ พวก ที่ เข้า ด้วย เปรศ เดนยอนต์ซัน, ที่ หัว เมือง โอไฮโอ แล หัว เมือง อินดิอานา, แล หัว เมือง ไอโฮวา.
๏ ปรินซออฟเวลซ เกือบ จะ เสดจ์, ไป เมือง เสนต์ บี เตอ ซเบิค เปน เมือง หลวง รูเชี่ย เพื่อ จะ ได้ ช่วย แต่ง การ บ้าว สาว น้อง เมีย ท่าน กับ ราชบุตร เจ้า เมือง รัศเชีย. ๏ ลอนดอน เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๓ ค่ำ ข่าว ว่า เมือง สะเปน ตั้ง ใจ ว่า เมื่อ พระ เจ้า ฝรั่ง เศศ จะ ซัก ทหาร ออก จาก เมือง โรม แล้ว, เรา จะ ขอ เข้า ด้วย เมือง ออศเตรีย จะ ช่วย อุปถัมภ์ เมือง โรม ให้ จง ได้.
๏ ลอนดอน เดือน ๑๑ แรม ๓ ค่ำ เซอ เฮนเร สะตอกซ์, จะ มา ยัง เมือง กาละกะตา จะ เปน เจ้า เมือง แทน เซอ วิเลียม มันสะฟิลด์ อนึ่ง เกิด ไฟ ไหม้ เมือง คิว เบก, ใน ประเทศ กานิดา เปน เมือง ขึ้น แก่ อังกฤษ เกิด ไฟ ไหม้ ใหญ่. ตึก เรือน เสีย ๒ พัน ๕ ร้อย หลัง จึ่ง มี คน ไม่มี บ้าน จะ อยู่ นับ หมื่น ๘ พัน คน.
หมาย การ นาย ห้าง
มิศเตอ มา เลิบ บียูเลียน แอน กำปะนี ขอ แจ้ง ความ แก่ ท่าน ทั้ง ปวง ว่า ได้ ตั้ง ที่ ขาย ของ ขึ้น ใหม่ ที่ เรือน ซึ่ง มิศเตอ เอฟ เปลก เอศไคว เอ อ อยู่ แต่ ก่อน ริม กงสุล พุตเกศ ข้าพเจ้า ได้ แยก ออก ขาย อิก แห่ง หนึ่ง แล ที่ เก่า ของ ข้าพเจ้า ก็ ยัง ขาย อยู่ มี ของ มา ใหม่ หลาย สิ่ง มา เมื่อ เรวๆ นี้ แทบ จะ ทุก สิ่ง ที่ ท่าน ทั้ง ปวง จะ ต้อง การ ซื้อ เชิญ ท่าน มา ชม ดู เถิด
๏ การ บันทุก กำปั้น เรือ ไป นอก
๏ เรือ ที่ มี ชื่อ ข้าง ท้าย นี้, ได้ รับ เช่า ตั้ง แต่ เดือน ๑๒ ขึ้น ๙ ค่ำ, คือ เมติลดา บาก ปรุศเซีย, จะ ไป นิงโป ใน กรุง หาบ ละ ๖๕ เซนต์, หลัง เต่า หาบ ละ ๖๐ เซนต์ ๏ กำไร บาก สยาม จะ ไป สิงคโปร์ ตอน ๘ ปอน สะเตอลิง, บันทุก ไม้ สัก.
๏ อาละเบิด สะกุเนอ ฮำเบิก จะ ไป ฮ่องกง, บันทุก เข้า ใน กรุง หาบ ละ ๔๕ เซนต์, ๏ เอดการ อดซี้ บาก ฮำเบิก, จะ บันทุก เข้า ไป ฮ่องกง, หาบ ละ ๔๕ เซนต์,
๏ โคนาด บาก อังกฤษ บันทุก เข้า, จะ ไป ฮ่องกง ใน กรุง หาบ ละ ๔๓ เซนต์. ๏ อิวิง คี่เลน บาก อังกฤษ จะ ไป เมือง ฮ่องกง บันทุก เข้า หาบ ละ ๔๐ เซนต์ ข้าง ใน, ๓๕ เซนต์ ข้าง นอก ๏ ดานิเอล มาซี่ซิป อะเมริกา จะ ไป นิ่งโป, บันทุก เข้า ข้าง ใน หาบ ละ ๕๑ เซนต์, ข้าง นอก หาบ ละ ๔๔ เซนต์
๏ เรือ ที่ มี ชื่อ ข้าง ท้าย นี้, ได้ แล่น ออก ขาก กรุง ฯ เทพ ฯ แต่ ใน เดือน ๑๒ ขึ้น ๘ ค่ำ. ๏ คือ โคลเดน ฟลีซี้ บันทุก เข้า ๖ พัน ๙๐ หาบ, ฝาง ๑๒๗ หาบ, หนัง สัตว ๖๗ หาบ, เมล็ด งา ๔๐๕ หาบ, ๏ นิว ยอก บันทุก เข้า ๗ พัน ๕๗๐ หาบ, ฝาง ๑๑๙ หาบ. ๏ ฮีรา บันทุกเข้า ๙ พัน ๑๑๙ หาบ ๏ อัปบัศฟอด บันทุก เข้า ๑๒ พัน ๓ ร้อย ๙๑ หาบ, ๏ ฝาง ๑๕๙ หาบ, พริกไทย ดำ ๔๒๕ หาบ. ไฟกา บันทุกเข้า ๕ พัน ๗ ร้อย ๒๐ หาบ, คัดติซาก บันทุกเข้า ๙ พัน ๕๐๐ ร้อย หาบ, ลาก บันทุก เข้า ๑๐ พัน ๔ ร้อย ๖๔ หาบ ฝาง ๒๐๐ หาบ เขาสัตว ๒๓ หาบ. อาลเบิต บันทุกเข้า ๔ พัน ๙ ร้อย ๖๐ หาบ, เอศการอส บันทุก เข้า ๔ พัน ๙ ร้อย หาบ,
๏ ไลอี่มุน บันทุก เข้า ๑๐ พัน หาบ.
๏ อาเมโซน บันทุก เข้า ๔ พัน ๖ ร้อย หาบ.
๏ เรือ มี ชื่อ ข้าง ท้าย นี้, ได้ บันทุก ปลา จะไป เมือง ปตา เวียได้ใช้ ใบไปแล้ว, คือ เรลเว ๑ ปรินเลียน ๑ ชิงฮวด ๑ อิไลยซี่ ๑.
๏ เรือ มี ชื่อใต้ นี้. ได้แล่นออกไปแล้ว จะไปเมือง สิงคโปร์, คือ เจ้าพยา บันทุก เข้า ๔ พัน ๒๕๑ หาบ น้ำ ตาล ทราย ๒๐๐ หาบ. เขาสัตว ๖๒ หาบ, เมล็ดงา ๒๙ หาบ,
๏ เมทิลดา บันทุก เข้า ๗ พัน หาบ.
ข่าวมาแต่ เมือง จีน
๏ ข่าวมาแต่เมืองจีน เดือน ๑๒ ขึ้น ๘ ค่ำว่า ดับเตอ แม็ก เตาบัน เปน เอเชน สำหรับ อีซเตออินเตียเตลีแครฟ กัมปะ นี มาถึงฮ่องกง แล้ว จะได้จัดแจง ทาง เตลิแครฟ ตั้ง แต่ ฮ่องกง ถึง เมือง กวางตุ้ง ก่อน แล้ว ตั้ง แต่กวางตุ้ง ถึง เมือง ปะกิ่ง ที่ ถลั่ง
๏ อนึ่ง กำปั่น รบ ฝรั่งเสศ จะไป เมือง ไกเรีย จะไป ชำระ ความ ที่ เขา ได้ ฆ่า พวก บาด หลวง ได้ ขึ้น ไป จน กะ ทั่ง เมือง แกงเฮา แล เมื่อไป ถึง เมือง นั้น ก็เหน พวก เมือง นั้น หนีไป เสีย หมด พวก ที่ เหลือ อยู่ ก็มิได้ ต่อ สู้ ประการใด ขุนนาง ผู้ หนึ่ง ที่ เขา จับ ไว้ บน กำปั่น ของ แอดมิรัล ก็ ได้ รับ ว่า เขา ฆ่า กัน จริง แลว่า ที่ เขา ฆ่า กัน นั้น ก็ สมควร แก่ พวก บาดหลวง พวก ฝรั่งเสศ ก็ไป เที่ยว หา ฃองใน เมือง ได้ เงิน สิบ เก้า หมื่น ฟรันค์ คิด เปน เงิน ไทย แอดมิแรห์ ได้ หนังสือ จาก เจ้าแผ่นดิน เมืองนั้น เชิญให้ขึ้นไป ถึง หัวเมือง จะได้คิดอ่าน เรื่องนั้น แอดมิรัลก็ไม่ขึ้นไป จึงเขียนหนังสือ ขึ้น ปว่า ข้อ หนึ่ง ให้ ทำโทษ ขุนนาง ผู้ใหญ่ สาม คน ที่ ได้ ฆ่า บาทหลวง ข้อ สอง ให้ ใช้ คน ที่ มี อำนาถ มา คิด อ่าน กัน ที่ กำปั่น แอดมิรัลด์ คน ผู้ ใช้ นั้น ก็ เอา หนังสือ ขึ้น ไป หนังสือ ตอบ ก็ ไม่มี มา แม่น้ำ ที่ จะ ขึ้น ไป หัว เมือง นั้น เจ้า แผ่นดิน ก็ ให้ ปิด ทนบ ไว้ เจ้า แผ่นดิน เมือง นั้น ตั้ง พระไทย ว่า จะ ต่อ สู้ ให้ จง ได้ ไม่ ยอม ตาม ใจ พวก ขุนนาง ที่ อยาก จะ ยอม แก่ ฝรั่งเสส
๏ อนึ่ง ไต กุน ใหม่ ไม่ อยาก จะ รบ ต่อ ไป แล การ รบ ข้าง ที่ เมือง ยี่ปุ่น ฝ่าย ใต้ ก็ หยุด เสีย แล้ว
ราคา สินค้า ฮ่อง กง
๏ เดือน ๑๒ ขึ้น ๘ ค่ำ, ราคา เข้า สาน ที่ ฮ่อง กง คือ เข้า บัง กล่า ๒ เหรียน ๒๕ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์, เข้า ราง กุ้ง เหรียน ๙๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๑๐ เซนต์. เข้า อา ระ กัน เหรียน ๘๕ เซนต์. แล ๒ เหรียน ๑๐ เซนต์, เข้า สยาม เหรียน ๘๐ เซนต์, แล ๒ เหรียน ๒๐ เซนต์, เข้า ไข่ ง่วน ๒ เหรียน แล ๒ เหรียน ๓๐ เซนต์.
๏ หมาก แห้ง ๒ เหรียน ๘๐ เซนต์, แล ๔ เหรียน ๖๐ เซนต์ แล ๔ เหรียน ๖๐ เซนต์,
๏ พริก ไท ดำ ๖ เหรียน ๔๐ เซนต์, แล ๖ เหรียน ๕๐ เซนต์
๏ ฝ้าย บัง กล่า หาบ ละ ๑๙ เหรียน แล ๒๒ เหรียน. ฝ้าย เซี่ยง ไฮ้ หาบ ละ ๒๓ เหรียน แล ๒๔ เหรียน, ฝ้าย เทียน สิน หาบ ละ ๒๑ เหรียน แล ๒๓ เหรียน ครึ่ง
๏ ตะ กั่ว อ่อน หาบ ละ ๖ เหรียน ๑๐ เซนต์ แล ๖ เหรียน ๖๐ เซนต์.
๏ ตะกั่ว เกรียบ หาบ ละ ๒๑ เหรียน แล ๒๑ เหรียน ๕๐ เซนต์.
๏ ปรอท หาบ ละ ๖๗ เหรียน แล ๖๘ เหรียน.
๏ ฝิ่น ปัต นา หิบ ละ ๖๐๗ เหรียน ครึ่ง ฝิ่น บี นา เรศ หิบ ละ ๖๐๐ เหรียน ฝิ่น มละวา หิบ ละ ๘๑๐ เหรียน.
ข่าว มา แต่ เมือง ฮ่องกง
๏ แต่ เดือน ๑๑ แรม ๘ ค่ำ ว่า แอดมิรัลด์ ฝรั่งเศศ ที่ จะ แล่น เรือ รบ ไป ที่ เมือง ไก เรีย ที่ ยู่ ฝ่าย เหนือ เมือง จีน จะ ผัด ไป เดือน ๕ เดือน ๖ เพราะ เปน ฤดู หนาว จะ ทำ ไม่ ถนัด ๏ อนึ่ง เรือ สกุเนอ อเมริกา ชื่อ เยนนิรัลเชอ นั้น แล่น เข้าไปใน ปาก น้ำ เมือง โกเรีย จะ เข้าไปซื้อ ขาย โดย ดี ใน เมือง หลวง คอเวอแมนต์ โกเรีย ก็ จับ เรือ แล้ว ผูก มัด กับ ตัน แล กะลาษี่ ทุก คน ผูกไว้กับ เสา กะโดง มี อังกฤษ ๒ คน โดย สาร ไป เขา จับ สอง คน นั้น ผูก มัด ไว้ ที่ ใน เรือ แล้ว เอา ไฟ เผา เรือ ดอก เสีย สิ้น หมาย ว่า จะ ปิด เสีย จะ ไม่ ให้ คน นอก ประเทศ เข้า ไป ใน บ้าน ใน เมือง ถ้า ทำ อย่าง นั้น ที่ ไหน จะ ปิด ไว้ ได้ เหมือน จะ กลับ เปิด เผย เสีย อีก ฝรังเสศ อังกฤษ อเมริกา ก็ คง จะ เข้าไปจนได้
๏ อนึ่ง พวก ขบถ เมือง จีน ที่ เรียก ว่า เนียนไฝ ก็ ขึ้น ไป อยู่ ที่ เมือง ซังตุง มาก มาย
๏ อนึ่ง เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๓ ค่ำ เกิด แผ่นดิน ไหว ที่ เมือง เซี่ยงไฮ้ ตึก เรือน บ้าน เมือง ก็ หาได้ เปน อันตราย ไม่
๏ อนึ่ง เดือน ๑๑ ขึ้น ๑๓ ค่ำ ๑๔ ค่ำ เกิด พายุห์ ที่ ฮ่อง กง เรือ ถาก สมอ ไป สอง ลำ สาม ลำ คน ตาย บ้าง ของ อื่น ก็ เสีย ไป มาก
๏ อนึ่ง เดือน ๑๑ แรม ๖ ค่ำ เกิด ไฟไหม้ ใหญ่ ที่ เมือง ฮ่องกง เสีย เรือน สองร้อย หลัง กว่า คน จะ ตาย บ้าง ฤๅ ไม่ ตาย นั้น หา ได้ แจ้ง มา ไม่
๏ อนึ่ง ข่าว ที่ มา แต่ เมือง ยี่ปุ่น ครั้ง ก่อน ว่า ไตกุน เมือง ยี่ปุ่น ถึง แก่ กรรม นั้น ก็ จริง ไมกาโด เมือง ยี่ปุ่น นั้น ยัง หา ได้ รับ ว่า สะ ทดสะบาซี่ ควร จะ แทน ไตกุน ฤๅ ไม่ แต่ สะทดซิ บาซี่ ยัง กำลัง ทำ ศึก ต่อ สู้ ไซซิน ได้ ไชยชำนะ สอง ครั้ง แล้ว
๏ อนึ่ง ชาว ยี่ปุ่น ทำ หนังสือ ดิกชนาเร เปน ภาษา อัง กฤษ แปล เปน ยี่ปุ่น เปน หนังสือ ใหญ่ เขา ขาย ใน สิบ วัน สิบ ห้า วัน หมด พัน เล่ม เพราะ ชาว ยี่ปุ่น อยาก เรียน ภา ษา อังกฤษ นัก อังกฤษ สรรเสิญ หนังสือ นั้น ว่า ดี นัก ชาว ยี่ปุ่น ก็ เปน คน ฉลาด ใน ภาษา
๏ ข่าว มา แต่ เมือง มะเกา
๏ ข่าว ว่า มี เจ้า เมือง มะเก่า ใหม่ ชื่อ โยซิมาเรีย ดีฮอต แตศ ปอนตีซี คอเวอแมนต์ พตุเกศ ได้ ตั้ง ท่าน เปน ราชทูต ปลีนิโปเตนซิ เอเร สำรับ กรุง เทพ ฯ สยาม แล เมือง จีน แล เมือง ยี่ปุ่น ทั้ง ๓ เมือง ท่าน มี หนังสือ ฝาก มา ถึง คอ เวอแมนต์ กรุง เทพ ฯ เปน ใจ ความ ว่า จะ เข้า มา เฝ้า พระ บาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ใน เรว ๆ นี้ ปราถนา ที่ ท่าน จะมา ทัน ถวาย พระเพลิง พระศพ สมเดจ พระปิ่นเกล้า เจ้าอยู่หัว ได้ ยิน ว่า ขุนนาง ต่าง ประเทศ จะมา เฝ้า ครั้ง นั้น หลาย คน
ราคา สินค้า กรุงเทพ
๏ เข้ากล้อง อย่าง ต่ำ เกวียนละ ๏ เข้ากล้อง อย่าง กลาง เกวียนละ ๓๘ บาท ๏ เข้าขาว อย่าง ดีเกวียน ละ ๕๒ บาท ๏ เข้า อย่าง ที่ ๔ เกวียน ละ ๕๙ บาท เข้า ขาว ที่ หนึ่ง เกวียน ๖๔ บาท ที่ ๒ เกวียน ละ ๖๒ บาท ๏ เข้าโรง ยี่จักร์ ที่ หนึ่ง หาบ ละ ๖ บาท ๏ เข้า เปลือก นา สวน เกวียน ๕๐ บาท นา เมือง เกวียน ละ ๓๓ บาท ๏ เมลด งา เกวียน ๑๐๐ บาท ฝ้าย ที่ มี เมต หาบละ ๙ บาท ๏ น้ำ ตาน ทราย ขาว อย่าง ที่ หนึ่ง หาบละ ๒๑ บาท ๒ สลึง ที่ ๒ หาบละ ๑๑ บาท ที่ ๓ หาบละ ๑๐ บาท ๏ น้ำตาน แดง หาบ ละ ๕ บาท ๒ สลึง ๏ พริกไทยดำ หาบ ละ ๙ บาท ๒ สลึง ๏ หนัง ควาย หาบ ละ ๑๐ บาท ๏ หนัง วัว หาบ ละ ๑๘ บาท
๏ หนัง เนื้อ หาบ ละ ๑๓ บาท ๏ เขาควาย ดำ หาบ ละ ๑๕ บาท ๒ สลึง ๏ เขา ควาย เผือก หาบ ละ ๒๙ บาท
๏ เขาเนื้อ หาบ ละ ๘ บาท ๏ กำยาน ที่ ๑ หาบ ละ ๑๘๐ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๘๐ บาท ๏ ตะกั่วเกรียบ ที่ ๑ หาบ ละ ๓๓ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๒๙ บาท ๏ ป่าน กลีบ ที่๑ หาบละ ๒๒ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๒๐ บาท ๏ รง หาบ ละ ๖๘ บาท
๏ ไหม โคราช หาบ ละ ๓๒๐ บาท ไหม ยวน หาบ ละ ๔๐๐ บาท ไหม เขมน หาบ ละ ๖๕๐ บาท ๏ ครั่ง ที่ ๑ หาบ ละ ๑๔ บาท ที่ ๒ หาบ ละ ๑๑ บาท ๏ เร่ว หาบ ละ ๕๔ บาท
๏ กระวาน หาบ ละ ๓๖๐ บาท ๏ ฝาง ๓ ดุ้น ๔ ดุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๓ บาท ที่ ๕ ดุ้น ๘ ดุ้น เปน หาบๆ ละ ๒ บาท ๓ สลึง ที่ ๗ ดุ้น ๘ ดุ้น ๙ ดุ้น เปน หาบ ๆ ละ ๒ บาท สลึง ๏ เมลด กระ เบา หาบ ละ บาท ๏ ไม้ ชิง ชัน ที่ หนึ่ง ๑๐๐ หาบ เปน ๒๐๐ บาท
๏ ไม้แดง ที่ หนึ่ง ๑๐๐ หาบ เปน ๒๕๐ บาท ที่ สอง ๑๐๐ หาบ เปน ๑๖๐ บาท ๏ ไม้ สัก ยก ละ ๙๐ บาท ๒ สลึง ๏ งา ช้าง ๔ กิ่ง เปน หาบ ๆ ละ ๓๖๐ บาท ๕ กิ่ง เปน หาบ ละ ๓๕๐ บาท ๖ กิ่ง เปน หาบ ๆ ละ ๓๔๐ บาท ๏ ปลา แห้ง หาบ ละ ๑๕ บาท ๒
๏ ปลา สลิด หาบ ละ ๑๓ บาท ๒ สลึง ๏ ปลิง ทะเล หาบ ละ กระ สอบ ๑๐๐ บ เปน ๘ บาท ๏ ทอง หนัก บาท หนึ่ง เปน เงิน ๑๖ บาท ๒ สลึง ๏ การ แลก เงิน เมือง สิงค์ โปร ได้ กำไร ร้อย ละ ๓ เหรียน ที่ ฮ่องกง ๑๐๐ หนึ่ง ได้ ๑๐๐ ถ้วน
| กำปั่น เข้า มา กรุง เทพ ฯ | |||||
| เข้า มา เมื่อ ไร | กำปั่น ชื่อ ไร | กับปิตัน ชื่อ ไร | กี่ ตอน | เรือ อไร | มา แต่ ไหน |
| เดือน ๑๒ ขึ้น ๙ ค่ำ | หิ่งห้อย | แฮนเซน | ๓๕๒ | บากสยาม | เซียงไฮ้ |
| เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๐ ค่ำ | กองกิรอ | คามีน | ๒๑๐ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๐ ค่ำ | โอเรศตี | ครู้ซ | ๒๐๐ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๐ ค่ำ | ดีบีเตอมัน | เนเออ | ๗๔๐ | บากปริมัน | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๐ ค่ำ | เตลิแครฟ | ไกลนอด | ๓๐๒ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๐ ค่ำ | วอละเตอ | โรเตอสปูน | ๒๓๗ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๐ ค่ำ | อิวันกิเลน | อาตาม | ๔๔๑ | บากอังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ ขึ้น ๑๑ ค่ำ | โกนาด | มากา | ๓๕๐ | บากอังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ค่ำ ๑ | ไซโมเนตตา | ฮอฟมัน | ๔๘๙ | บากดัชะ | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๒ แรม ค่ำ ๑ | โยซันสมิต | ฮีกิมัน | ๔๐๐ | บากปริมัน | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ค่ำ ๑ | เรศโซลูชัน | แมกเก | ๘๑๖ | ชิบสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ๒ ค่ำ | เวศตา | ไมเออ | ๓๐๐ | บากดัชะ | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๒ แรม ๔ ค่ำ | เจ้าพระยา | อรตัน | ๓๕๓ | กลไฟ สยาม | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๒ แรม ๖ ค่ำ | โดโรเทีย | โฮล์ซอฟ | ๔๘๔ | บากฮำเบิก | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ๖ ค่ำ | อัศวันซี | ต่ำซี่ | ๓๑๔ | บากสยาม | อ้ายมุ่ย |
| เดือน ๑๒ แรม ๖ ค่ำ | ฟอตุุน | เอกกลิสตอน | ๔๒๐ | บากสยาม | ฮองกง |
| ออกไปเมื่อไร | กำปั้น ออก จาก กรุงเทพ ฯ | จะไป ไหน | ||||
| เดือน ๑๒ ขึ้น | ๑๐ ค่ำ | เมติล่า | ยกกปตัน | ๒๖๐ | ปริกปรอศเชีย | สิงค์โปร |
| เดือน ๑๒ ขึ้น | ๑๐ ค่ำ | ไพ่กา | โลเวิศซิน | ๓๖๐ | บากฮำเบิก | ฮ่องกง |
| เดือน ๑๒ ขึ้น | ๑๑ ค่ำ | คติซาก | อระ | ๕๐๐ | ชิบ อังกฤษ | ฮ่องกง |
| เดือน ๑๒ ขึ้น | ๑๕ ค่ำ | ลาก | สะฮีลล์ซิ | ๔๔๓ | บากอังกฤษ | นิงโป |
| เดือน ๑๒ ขึ้น | ๑๕ ค่ำ | เซี่ยงไฮ้ | จีน | ๒๕๐ | บากดัชะ | ยาวา |
| เดือน ๑๒ แรม | ค่ำ ๑ | อิงฮวด | จีน | ๒๐๐ | บากดัชะ | ยาวา |
| เดือน ๑๒ แรม | ๒ ค่ำ | อาละเบิก | สะโรเตร | ๒๗๖ | สกุเนอฮำเบิก | ฮ่องกง |
| เดือน ๑๒ แรม | ๓ ค่ำ | เอดคารอคซี่ | เบนเตร | ๒๗๘ | บากฮำเบิก | ฮ่องกง |
| เดือน ๑๒ แรม | ๓ ค่ำ | เอลเชีย | ยอน | ๒๖๘ | บากอังกฤษ | ยาวา |
| เดือน ๑๒ แรม | ๕ ค่ำ | คำไว้ | บอศซึฟอต | ๒๕๗ | สกุเนอสยาม | สิงค์ โคล์น |
| เดือน ๐๒ แรม | ๕ ค่ำ | ไลอิ่มุน | เออวิง | ๔๒๕ | บาก อังกฤษ | ฮ่องกง |
| เดือน ๑๒ แรม | ๕ ค่ำ | มี่ตรา | มัตวิซี้ | ๓๑๔ | บาก อังกฤษ | นิงโป |
| เดือน ๑๒ แรม | ๕ ค่ำ | อาเมโซน | เบลสเทศ | ๒๑๙ | บาก บริมัน | ฮ่องกง |
| ๏ ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง ขึ้น เดือน อ้าย นี้ ๚ะ | ||||||||
| คำอังกฤษ | คำไทย | คำจีน | อาทิตย์ขึ้น กี่โมง | อาทิตย์ตก กี่โมง | อาทิตย์เที่ยง กี่โมง | จันทร์ก ขึ้น กี่ ทุ่ม | ||
| เดือนดีเซมเบอ | เดือน อ้าย | เดือน ๑๑ | ||||||
| วัน เสาร์ | ๘ ค่ำ | ขึ้น ค่ำ ๑ | ค่ำ ๑ | ย่ำรุ่ง ๒๑ นาที | ๕ โมง ๓๘ นาที | ย่ำ เที่ยง ๘ นาที | ทุ่ม | ๑๑ นาที |
| วัน อาทิตย์ | ๙ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๑ นาที | ๕ โมง ๓๘ นาที | ย่ำ เที่ยง ๗ นาที | ทุ่ม ๕๙ | นาที |
| วัน จันทร | ๑๐ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๒ นาที | ๕ โมง ๓๘ นาที | ย่ำ เที่ยง ๗ นาที | ๒ ทุ่ม | ๔๔ นาที |
| วัน อังคาร | ๑๑ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๒ นาที | ๕ โมง ๓๘ นาที | ย่ำ เที่ยง ๖ นาที | ๓ ทุ่ม | ๓๐ นาที |
| วัน พุทธ | ๑๒ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๒ นาที | ๕ โมง ๓๘ นาที | ย่ำ เที่ยง ๖ นาที | ๔ ทุ่ม | ๔๐ นาที |
| วัน พฤหัศ | ๑๓ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๒ นาที | ๕ โมง ๓๘ นาที | ย่ำ เที่ยง ๕ นาที | ๕ ทุ่ม | ๕๘ นาที |
| วัน ศุกร | ๑๔ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๒ นาที | ๕ โมง ๓๘ นาที | ย่ำ เที่ยง ๕ นาที | ๕ ทุ่ม | ๔๒ นาที |
| วัน เสาร์ | ๑๕ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ๒๒ นาที | ๕ โมง ๓๘ นาที | ย่ำ เที่ยง ๔ นาที | ||
| วัน อาทิตย์ | ๑๖ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๒ นาที | ๕ โมง ๓๘ นาที | ย่ำ เที่ยง ๔ นาที | ๗ ทุ่ม | ๒๐ นาที |
| วัน จันทร | ๑๗ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | ๑๐ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๓ นาที | ๕ โมง ๓๗ นาที | ย่ำ เที่ยง ๓ นาที | ๘ ทุ่ม | ๑๕ นาที |
| วัน อังคาร | ๑๘ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ย่ำ รุ่ง ๒๓ นาที | ๕ โมง ๓๗ นาที | ย่ำ เที่ยง ๓ นาที | ๙ ทุ่ม | ๑๕ นาที |
| วัน พุทธ | ๑๙ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ย่ำ รุ่ง ๒๓ นาที | ๕ โมง ๓๗ นาที | ย่ำ เที่ยง ๒ นาที | ๑๐ ทุ่ม | ๑๗ นาที |
| วัน พฤหัศ | ๒๐ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ย่ำ รุ่ง ๒๓ นาที | ๕ โมง ๓๗ นาที | ย่ำ เที่ยง ๒ นาที | ๑๑ ทุ่ม | ๒๕ นาที |
| วัน ศุกร | ๒๑ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ย่ำ รุ่ง ๒๓ นาที | ๕ โมง ๓๗ นาที | ย่ำ เที่ยง ๑ นาที | ||
| วัน เสาร์ | ๒๒ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | ย่ำ รุ่ง ๒๓ นาที | ๕ โมง ๓๗ นาที | ย่ำ เที่ยง ๑ นาที | ย่ำรุ่ง | ๕๔ นาที |
คน มา แต่ เมือง นคร
๏ ข่าว ว่า มี ไทยพาน หนึ่ง กลับ มา จาก เมือง นคร เดือน ๔ ข้าง แรม เขา ว่า ควร ที่ จะ เป็น เมือง งาม เพราะ ภูก็ ยาน ลาน ตึก เขา เป็น เมือง น่า จะ สนุกนิ์ สบาย แต่ ราษ ฎร ชาว เมือง ยาก จน มาก เพราะ ผู้ ใหญ่ ข่ม ขี่ เบียด เบียน ไช้ สอย กัก ฉ้อ ฉน กัน ก็ มาก ผู้ ที่ มี เงิน นั้น ก็ มี แต่ ขุนนาง เขา ว่า แร่ ดีบุก มี มาก บริบูรณ์ มี พวก จีน มา แต่ ฮ่องกง สัก ๒๐๐ คน มา ทำ แร่ ดีบุก การ ใช้ เงิน บาท ฤา สลึง ฤา เฟื้อง ก็ เป็น เงิน เหรียน ราษฎร ชาว เมือง นคร ไม่ เคย ใจ รับ ถ้า ตก ลง ส่วน หนึ่ง จะ ใช้ ได้ สาม ส่วน เขา รับ เงิน เหรียน ฝรัง เงิน ญี่ ปุ่น ใช้ ได้
๏ อนึ่ง ถ่านหิน ที่ เมือง จีน เขา ขุด ได้ ปี หนึ่ง ร้อย หมื่น ดอล์ คิด เป็น น้ำ หนัก เจ็ดร้อย เล่ม ซ้ง
น้ำ เหล้า
๏ อนึ่ง น้ำ เหล้า ที่ คน กิน เข้า ไป นั้น ไม่ได้ เจริญ เนื้อ หนัง เลย น้ำ เหล้า ที่ กิน ก็ ย่อม ไหล ระคน ปน กับ โลหิตร์ แล้ว ก็ ขึ้น ชุ่ม อยู่ ที่ สหมอง ศีร์ษะ ถ้า กิน มาก ๆ ลม หาย ใจ ออก มา ก็ เหม็น กลิ่น เหล้า เพราะ เหล้า ไม่ ได้ กลับ กลาย ไป ยัง คง เป็น เหล้า อยู่ โดย ปรกฎิ ถ้า กิน เหล้า มาก ลม หาย ใจ ออก มา จะ เอา ไฟ จุด เข้า ก็ จะ ติด ได้ แล้ว ไฟ ก็ วูบ ลง มา ติด เหื่อ ที่ กริ่ม ทราบ ออก มา ตาม เส้น ขน ทั่ว กาย เพราะ ว่า เหื่อ นั้น ก็ เป็น น้ำ เหล้า บางที เอา ไฟ เผา ตัว เข้า ก็ ไหม้ เพราะ แห้ง เป็น เชื้อ มี อยู่ ใน ตัว แล้ว อาไศรย เหตุ นี้ จึง รู้ แน่ ว่า เหล้า ที่ คน กิน เข้า ไป ไม่ได้ กลับ ไป เป็น อื่น ไม่ ได้ บำรุง กาย ให้ เจริญ ถ้า คน หนุ่ม ๆ กิน เหล้า อยู่ เป็น นิตย แล้ว สหมอง ศีร์ษะ เหมือน แช่ ชุ่ม อยู่ ใน เหล้า ไม่ เป็น ปรกฎิ ถึง ว่า เดิม จะ เป็น คน ฉลาด อยู่ ปัญญา ก็ คง จะ อ่อน ไป นี่ แล จึ่ง ว่า ไม่ควร จะ กิน เหล้า เลย เปน ฃอง แสลงใจ หนังสือ นี้ คัด ออก จาก หนังสือ ครู หมอใหญ่ ที่ เมือง นอก
รางวัล ๖ ตำลึง
๑ การ คะโมย แต่ ณเดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๑๒ ค่ำ, ยังหาได้ ตัว เปน แน่ ไม่. ขอ ให้ ท่าน สืบ เอา ตัว คะโมย นั้น ให้ ข้าพเจ้า ได้. ถ้า ได้ เปน แน่ แล้ว จะ ได้ รางวัล ๖ ตำลึง. คะโมย นั้น นั้น, คือ คะโมย เอา หนังสือ กฎหมาย ไทย บ้าง, สามก๊ก เล่ม ที่หนึ่ง บ้าง, ถ้า เห็น ผู้ ใด เที่ยว ขาย กฎหมาย แล สามก๊ก ถูก ๆ ก็ ควร จะ สืบ ถาม แต่ คน นั้น, ว่า ได้ เอา มา แต่ ไหน.
สามก๊ก ๏ สามก๊ก เล่ม ๒ ได้ ลง พิมพ์ แล้ว, ได้ ผูก เข้า เป็น เล่ม ไว้ บ้าง แล้ว . แต่ จะ จำหน่าย ได้ แต่ ที ละ น้อย ๆ, จะ จำหน่าย ให้ มาก ไม่ ได้ . ด้วย ลูกจ้าง ผู้ ที่ จะ ทำ เข้า เป็น เล่ม นั้น น้อย ตัว นัก .
ข่าว มา แต่ เมือง พม่า
๏ ว่า โรค โค กระบือ ที่ เมือง พม่า มี มาก ทุก ปี ๆ วัว สำหรับ ทำ นา ตาย หลาย พัน หลาย หมื่น ทุก ปี การ ที่ ทำ นา ก็ ขัด สน ตัว วัว หา ภอ ใช้ ไม่ มี ตำรา สำหรับ รักษา โรค วัว ใหม่ ๆ ทำ มา แต่ เมือง อังกฤษ มา ขาย แก่ ชาว บ้าน ดู เหมือน จะ มี คุณ อยู่ บ้าง
๏ ตำราน้ำขึ้นน้ำลง กำหนดที่กรุงเทพ ฯ เมื่อน้ำเอ่อ ๚ะ
๏ ธรรมเนียม อังกฤษ นับ วัน ตั้ง แต่ เวลา เที่ยง คืน วัน น่า, ไป จน เวลาเที่ยง วัน, เรียก ว่า เวลา เช้า. ตั้ง แต่ เที่ยง วัน จน ถึง เที่ยง คืน เรียก ว่า เวลา บ่าย. ทั้ง สอง นี้ เรียก วัน หนึ่ง, เป็น ๒๔ ชั่วโมง. น้ำขึ้น ที่ บางกอก ช้า กว่า ที่ ปากน้ำ ๒ ซื้อโมง ๔๕ นาที.
| เดือน อ้าย ข้าง ขึ้น | |||||
| วัน อะไร | กี่ ค่ำ | ขึ้น เมื่อ ไร | ลง เมื่อ ไร | ขึ้น บ่าย เมื่อ ไร | ลง บ่าย เมื่อ ไร |
| เดือน อ้าย | ข้าง ขึ้น | ||||
| วัน เสาร | ค่ำ หนึ่ง | ขึ้น ๑๐ ทุ่ม | ลง เช้า ๔ โมง ๔๕ นาที | ขึ้น บ่าย ๓ โมง | ลง ย่ำ ค่ำ |
| วัน อาทิตย์ | ๒ ค่ำ | ขึ้น ๑๑ ทุ่ม | ลง เช้า ๕ โมง ๔๕ นาที | ขึ้น บ่าย ๔ โมง | ลง ย่ำ ค่ำ ๔๕ นาที |
| วัน จันทร | ๓ ค่ำ | ขึ้น ย่ำ รุ่ง | ลง เช้า ๕ โมง ๓๐ นาที | ขึ้น บ่าย ๕ โมง | ลง ทุ่ม หนึ่ง |
| วัน อังคาร | ๔ ค่ำ | ขึ้น ย่ำ รุ่ง ๑๕ นาที | ลง ย่ำ เที่ยง | ขึ้น บ่าย ๕ โมง ๑๕ นาที | ลง ๒ ทุ่ม ๔๕ นาที |
| วัน พุทธ | ๕ ค่ำ | ขึ้น ย่ำ รุ่ง ๑๕ นาที | ลง ย่ำ เที่ยง ๓๐ นาที | ขึ้น ย่ำ ค่ำ ๓๐ นาที | ลง ๔ ทุ่ม ๔๕ นาที |
| วัน พฤหัศ | ๖ ค่ำ | ลง ย่ำ รุ่ง ๑๔ นาที | ขึ้น ย่ำ เที่ยง ๓๐ นาที | ขึ้น ๒ ทุ่ม ๓๐ นาที | ลง ๖ ทุ่ม |
| วัน ศุกร | ๗ ค่ำ | ลง ทุ่ม ๑ ขึ้น ย่ำ รุ่ง | ลง ย่ำ เที่ยง ๑๕ นาที | ขึ้น ๓ ทุ่ม | |
| วัน เสาร | ๘ ค่ำ | ลง ๑๐ ทุ่ม ขึ้น ย่ำ รุ่ง ๓๐ นาที | ลง ๔ ทุ่ม ๑๕ นาที | ขึ้น ๔ ทุ่ม ๑๕ นาที | |
| วัน อาทิตย | ๙ ค่ำ | ลง ย่ำ รุ่ง ขึ้น ๒ โมง ๔๕ | ลง บ่าย โมง ๓๐ นาที | ขึ้น ๕ ทุ่ม ๓๐ นาที | |
| วัน จันทร | ๑๐ ค่ำ | ลง ย่ำ รุ่ง ขึ้น เที่ยง | ลง บ่าย ๒ โมง ๑๕ นาที | ขึ้น ๕ ทุ่ม ๔๕ นาที | |
| วัน อังคาร | ๑๑ ค่ำ | ลง เช้า โมง ๑ ขึ้น บ่าย โมง ๓๐ นาที | ลง บ่าย ๓ โมง | ขึ้น ๖ ทุ่ม | |
| วัน พุทธ | ๑๒ ค่ำ | ขึ้น ๖ ทุ่ม ๔๕ นาที | ลง เช้า โมง หนึ่ง | ขึ้น บ่าย โมง ๑ | ลง บ่าย ๓ โมง ครึ่ง |
| วัน พฤหัศ | ๑๓ ค่ำ | ขึ้น ๗ ทุ่ม ๔๕ นาที | ลง เช้า ๒ โมง ๑๕ นาที | ขึ้น บ่าย ๒ โมง ๑๕ นาที | ลง บ่าย ๔ โมง |
| วัน ศุกร | ๑๔ ค่ำ | ขึ้น ๑๐ ทุ่ม ๑๕ นาที | ลง เช้า ๓ โมง | ขึ้น บ่าย ๓ โมง | ลง บ่าย ๔ โมง ๓๐ นาที |
| วัน เสา | ๑๕ ค่ำ | ขึ้น ๑๐ ทุ่ม ๔๕ นาที | ลง ๓ โมง ๓๐ นาที | ขึ้น บ่าย ๓ โมง | ลง บ่าย ๕ โมง |