

| เล่ม ที่ ๒ เดือน อ้าย ขึ้น ๑๕ ค่ำ ปี ขาน อัฐศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน ดิเซมเบอ วัน ที่ ๒๒ กฤษ ศักราช ๑๘๖๖, ใบ ที่ ๒๑ |
ทาง หลวง ใน กรุง เทพ ฯ
๏ คอ.วอแมนต์กรุงเทพ ฯ ได้เดิน ก้าว ยาว ใน การ ที่ ทำ ทางหลวง, เพราะได้ ยอมให้ พวก อังกฤษ ทำ ทาง เตลิแครฟ ตลอด เมือง ที่ ขึ้น แก่ กรุงเทพ ฯ. แล จะ ให้ ทำ ทาง แวะ เข้า มาแต่เมือง ทวาย ถึง กรุง เทพ ฯ. เรา เหน ว่า ใน สาม ปี ข้าง น่า ทาง นั้น จะ สำเร็จ จะ เปน ประโยชน์ แก่ กรุงเทพ ฯ นัก. แต่ ทางนั้น คน เดิน ไป ก็ ไม่ ได้, รถ ก็ ไป ไม่ ได้ กรุงเทพ ฯ ทุก วัน นี้ ต้อง การ นัก แต่ ทาง ที่ คน เดิน ไป ได้ ขี่ ม้า ขี่ รถ ไป ได้. เพราะ ทาง เช่น นั้น ไม่ใคร่ จะ มี. กรุงเทพ ฯ ก็ ไม่ใคร่ จะ ส บาย เหมือน เช่น เมือง อื่น. แม่ น้ำ แล คลอง ทั้งปวง เปน ทาง หลวง ก็ จริง, ต้อง ใช้ ต่อ ไป ข้าง น่า โดย มาก. ทาง แต่ เท่า นี้ ก็ จะ ไม่ อิม ใจ ของ คน ที่ มี สว่าง แล กำลัง มาก ขึ้น, จะ อิม ใจ ด้วย ทาง เท่า นั้น มิ ได้. ถ้า กรุงเทพ ฯ อัน หนุ่ม ปรถนา จะ ได้ ชื่อ เสียง ใน ประเทศ ที่ มี สว่าง แล มี กำลัง มาก, จำ เปน ต้อง เอา ใจ ใส่ ใน การ ที่ จะ ทำ ทาง หลวง บน บก ให้ ดี ขึ้น. เรื่อง ไหน ๆ มี ทาง หลวง บน บก น้อย, เมือง นั้น มิ สำคัญ พยาน ว่า เมือง นั้น อยู่ ที่ มืด เปน เมือง ป่า. ถ้า มี ทาง หลวง มาก ๆ ขี่ ม้า ได้ ขี่ รถ ได้, เมือง นั้น ก็ อยู่ ใน สว่าง จริง, สว่าง นั้น อังกฤษ เรียก ว่า สิวิไลเซตเนซัล. เรา เหน ว่า กรุงเทพ ฯ ได้ ทำ ถนน ใหม่ ใน กรุงเทพ ฯ สาม แห่ง สี่ แห่ง แล้ว ควร จะ สรรเสิญ, แต่ ยัง น้อย นัก. ใน บาง กอก นี้ ที่ มี คน กว่า ๔๐ หมื่น คน ไม่ มี ถนน ที่ จะ ขี่ รถ ได้ กี่ มาก น้อย. ถนน เจริญ กรุง ก็ จะ ขี่ รถ ได้ บ้าง แต่ ประเดี๋ยว ก็ ถึง ตพาน ที่ จะ ข้าม ไป ไม่ ได้ ก็ ต้อง หยุด กลับ. แต่ก่อน นั้น ได้ ยิน ข่าว ว่า ถนน เจริญ กรุง จะ มี ทาง ต่อ ไป จน ถึง ปาก น้ำ ภอ ที่ จะ มี ตพาน ดี ขี่ รถ ได้. เหตุ ใด คอเวอแมนต์ จึง หยุด เสีย ไม่ ทำ ไป ให้ ตลอด เล่า. กรุง ใหญ่ นี้ ต้อง การ ถนน ขี่ รถ ได้ ไป หลาย แห่ง ใน ทิศ ต่าง ๆ, เพื่อ จะ ให้ คน ที่ อยู่ ใน กรุง, เจ้า นาย ขุนนาง ขี่ ม้า ขี่ รถ ไป สบาย ใจ, เหมือน ฮ่องกง สิงคโปร ปีแนง. คน ทั้งปวง จะ ไม่ จำ เปน ลง เรือ ทุก ที่. ถ้า ไป ทาง เรือ ได้ ตาม น้ำ ไป ก็ ไป สบาย, ลาง ที่ เมื่อ ไป ตาม น้ำ กลับ มา ก็ ทวน น้ำ, ยาก ลำบาก นัก. เรา อยาก จะ กล่าว คำ ซ้ำ, ว่า กรุงเทพ ฯ ฝั่ง ตวัน ตก ก็ ยัง เปน ป่า อยู่, ถนน ที่ จะ ขี่ รถ ไป ไม่ มี เลย. ต้อง การ ถนน เจริญ กรุง ฟาก ข้าง นี้ นัก. อย่า ให้ ผู้ ใด ว่า เจ้า ของ จดหมายเหตุ บ่น เก้อ นัก ใน การ นี้ เลย. อยาก ได้ สิ่ง ใด ๆ ที่ กรุงเทพ ฯ ก็ ต้อง บ่น เก้อ ไป. อัน นี้ เปน ธรรมดา เมือง ทั้งปวง มิใช่ จำ เกาะ กรุง เทพ ฯ. เหมือน ยัง แอตแลนติก เตลิแครฟ จดหมายเหตุ ก็ บ่น เก้อ ไป เปน ๑๐ ปี กว่า จึง แล้ว ลง ใน บัด เดี๋ยว นี้. แล ทาง ที่ จะ ไป จาก เมือง ฮ่องกง ถึง เมือง ฟรันซิสโก, จดหมายเหตุ ก็ บ่น ร่ำ ไป ถึง ๑๕ ปี แล้ว, ว่า จะ ให้ มี เรือ กลไฟ ใหญ่ ที่ เดิน เร็ว ให้ หลาย ๆ ลำ, ผลัด เปลี่ยน กัน กลับ ไป กลับ มา สำรับ คน ได้ โดยสาน ไป มา ให้ สบาย. เดี๋ยว นี้ ได้ ยิน ว่า การ นั้น ก็ เกือบ จะ สำเร็จ, อีก สัก ครึ่ง เดือน ก็ เหน จะ แล้ว.
๏ บัด นี้ เรา ก็ นึก เหน ว่า, เมือง ไทย ต้อง การ ทาง ไป จาก ระแหง ไป ถึง เชียงใหม่ ทาง ที่ จะ ลาก เกวียน ได้ สบาย. เดี๋ยว นี้ มี แต่ ทาง เดิน ด้วย ช้าง ๑๐ วัน ถึง, จะ บันทุก ของ หนัก ๆ ก็ ไม่ ได้. ถ้า จะ ไป ทาง แม่ น้ำ ก็ ช้า อ้อม ไป เดือน กว่า ๆ จึง จะ ถึง เชียงใหม่. ที่ แก่ง นั้น ก็ ยาก นัก ลาง ที ของ ก็ เสีย. เรา ได้ พูด ปฤกษา กัน กับ เจ้า เมือง ลาว คน หนึ่ง ถึง การ ที่ จะ ทำ ทาง จาก เมือง ระแหง ถึง เมือง เชียงใหม่. ท่าน ว่า ทำ ได้ ไม่ สู้ ยาก นัก. ถ้า เปน ความ จริง ดัง นั้น ก็ ควร ที่ คอเวอแมนต์ กรุงเทพ ฯ กับ เชียงใหม่ จะ เข้า กัน ลง ทุน ทำ ทาง นั้น. ควร ที่ จะ มี ทาง ให้ เชียงใหม่ กับ กรุงเทพ ฯ ใกล้ กัน เข้า. เมือง เชียงใหม่ เปน เมือง ขึ้น แก่ กรุงเทพ ฯ ห่าง กัน นัก. ห่าง กัน เหมือน ทุก วัน นี้ ไม่ เจริญ ได้. เรา จึง ขอ อ้อน วอน คอเวอแมนต์ กรุง เทพ ฯ ให้ เอา ใจ ใส่ ใน การ นี้, เพราะ เมือง ลาว เปน เมือง ใหญ่ คน ก็ มาก สินค้า ก็ มาก. ไม่ ควร ที่ จะ ไป มา หา กัน ลำ บาก เช่น ทุก วัน นี้ เลย.
เมือง อิน เดีย
๏ ได้รับ อาญา แต่ อิสิทอินเดีย กำปะนี ทั้ง นั้น. แล พวก อิสิทอินเดีย กำปะนี ได้ ครอบ ครอง รักษา บ้าน เมือง ตาม ธรรม เนียม กดหมาย บ้าน เมือง ที่ เปน เมือง ขึ้น นั้น ทุก ๆ เมือง, แล มิ ได้ ว่า ราชการ บังคับ บัญชา การ แผ่นดิน ตาม กดหมาย เมือง อังกฤษ เลย. เปน เหตุ ใด ได้ ทำ อย่าง นี้ มิ แจ้ง ใน หนังสือ ห้า ฉบับ, ซึ่ง มิศเตอ แอศชิ่งชัน ได้ แต่ง ไว้. ว่า ด้วย เหตุ การ พวก อังกฤษ ใน ประเทศ อินเดีย นั้น, แต่ พิจารณา ดู เหน ว่า เปน เพราะ สมเด็จ พระเจ้า แผ่นดิน เมือง อังกฤษ. เมื่อ ได้ ตั้ง เขา ไว้ เปน พวก อิสิทอินเดีย กำปะนี นั้น, ได้ พระ ราช ทาน อำนาถ ที่ จะ เอา เมือง ที่ มิ ได้ ถือ พระเยซู ศาสนา. ให้ เปน เมือง ขึ้น. แล ให้ ทำ หนังสือ สัญญา กับ ประเทศ อินเดีย ที่ มิ ได้ ถือ พระเยซู ศาสนา เหมือน กัน. จึ่ง พวก อังกฤษ เมื่อ เข้า มา ใน ประเทศ อินเดีย แล้ว ก็ มี เมือง ขึ้น, แล ได้ ทำ ราชการ รักษา บ้าน เมือง ตาม กดหมาย แล ตาม ศาสนา ทุก ๆ เมือง ที่ เปน เมือง ขึ้น. แล้ว พวก พ่อ ค้า ที่ เปน อิสิทอินเดีย กำปะนี นั้น ไม่ สอน เอง, ฤๅ ให้ ผู้อื่น มา สอน ชาว บ้าน ชาว เมือง ให้ รู้ พระเยซู ศาสนา[.] แล้ว มิ ให้ ผู้ ใด ที่ เปน ชาติ ยู โรบ อเมริกา ก็ ดี มา อยู่, เว้น แต่ เขา จะ ยอม ให้ มี หนังสือ สำรับ ตัว เปน ตั๋ว คู่ มือ จึ่ง จะ มา อยู่ ได้. แล้ว พวก อิสิทอิน เดีย กำปะนี ได้ บังคับ บัญชา การ แผ่นดิน ใน เมือง ขึ้น ตาม อย่าง ตาม ธรรมเนียม เดิม ประมาณ เจ็ดสิบ แปดสิบ ปี. แล้ว มี คน บาง คน ที่ เปน ชาติ อังกฤษ เข้า มา หวัง จะ ได้ สอน ชาว บ้าน ชาว เมือง ให้ รู้ จัก พระเยซู ศาสนา, เมื่อ แรก มา ตั้ง รับ เปน นาย งาน ดู การ, แล จะ สอน พระศาสนา อยู่ ข้าง จะ ลับ ๆ. แล พวก พ่อ ค้า อิสิทอินเดีย กำปะนี ทราบ เข้า แล้ว, คิด จะ ไล่ เสีย คน ที่ เปน ครู สอน ศาสนา จึ่ง รู้ ความ คิด ของ เขา. แล้ว จึ่ง ไป อยู่ เมือง สิรามบุรี อัน เปน เมือง เคียง กัน กับ เมือง กาละ กตา เปน เมือง ขึ้น เมือง เดนหมาก. แล มี ครู สอน พระเยซู สาศนา มา อยู่ ใน เมือง นั้น มาก ต่อ ภาย หลัง, ครั้ง คน ชาติ ที่ เปน ครู สอน พระเยซู ศาสนา ออก มา จะ อยู่ ที่ นั้น อิสิทอินเดีย กำปะนี่ ไม่ ยอม ให้ อยู่ เลย. ต้อง กลับ ออก เสีย ไป อยู่ เมือง พม่า แล เมือง อื่น ๆ บ้าง, ชาว เมือง อังกฤษ รู้ แล้ว ว่า พวก พ่อ ค้า อิสิทอินเดีย กำปะนี ได้ บังคับ บัญชา เมือง ที่ เปน เมือง ขึ้น ใน ประเทศ อินเดีย, ตาม ศาสนา ตาม ก.ฎ.หมาย เดิม เมือง เหล่า นั้น, จึง ได้ ความ เดือด :เนื้อ ร้อน ใจ นัก, จึง บ่น ถึง พระเจ้า แผ่นดิน เมือง อังกฤษ, แล ขุนนาง ผู้ ใหญ่ เมือง นั้น ฃอ ว่า อย่า ให้ อิสิทอินเดีย มี อำนาถ ค้า ขาย อีก ต่อ ไป ใน ประเทศ อินเดีย. แล้ว อย่า ให้ มี อำนาถ ที่ จะ ชัก ไว้ อย่า ให้ ผู้ ใด มา อยู่ มา สอน พระ สาศนา. เว้น แต่ เขา จะ ยอม เหน ชอบ ด้วย, เมื่อ พวก พ่อ ค้า แล ชาว เมือง อังกฤษ ได้ สู้ กัน กับ พวก อิสิท อินเดีย กำปะนี. ใน ข้อ นี้ หลาย ปี มา แล้ว พวก อิสิทอินเดีย กำปะนี ต้อง แพ้ เสีย, เมื่อ แพ้ แล้ว การ ค้า ขาย เกิด ขึ้น ยิ่ง กว่า แต่ ก่อน มาก กว่า มาก. ด้วย ว่า พวก พ่อ ค้า ขาย เมือง ใด ๆ ก็ มา ขาย โดย สดวก. แล้ว คน ชาติ ใด ๆ ถ้า เรียบ ร้อย แล้ว จะ มา อยู่ ก็ อยู่ ได้ หมด, เมื่อ อิสิทอินเดีย กำปะนี ต้อง แพ้ แล้ว, ดู เหมือน หนึ่ง คิด กลัว นัก ว่า ชาว เมือง ประเทศ อินเดีย จะ ทิ้ง สาศนา แล ธรรมเนียม เดิม ฃอง เขา. จึง ได้ ตั้ง โรง สอน มาก นัก. แล้ว ได้ เอา เงิน คลัง แผ่นดิน จ้าง ครู สอน ภาษา อังกฤษ แล การ วิชา ต่าง ๆ. ตาม ธรรมเนียม ประ เทศ ยูโรบ. แต่ ใน โรง สอน หนังสือ ที่ ได้ ตั้ง ขึ้น ทุก ๆ หัว เมือง นั้น, ห้าม เสีย ที เดียว ไม่ ให้ ผู้ ใด ที่ เปน ครู, ว่า อะไร สอน อะไร ใน การ ศาสนา. ครั้น สอน คน หนุ่ม ๆ ใน ประเทศ อินเดีย หลาย สิบ ปี มา แล้ว, แล้ว มี คน ปัญญา รู้ มาก ใน พวก ศิษย์ เหล่า นั้น, หา มี ใจ ซื่อ ตรง ต่อ พวก อังกฤษ ไม่ ถึง พวก อังกฤษ ได้ เลือก เอา คน ที่ เปน ศิษย์, ให้ เปน ขุนนาง บ้าง เปน หมอ ยา บ้าง. แล ให้ มี ที่ ตำแหน่ง อื่น ๆ ไป บ้าง ก็ ยัง หา สู้ เข้า กับ อังกฤษ ไม่, เขา ได้ เข้า กัน กับ พวก คิด ขบถ, จะ ไล่ พวก อังกฤษ จาก ประเทศ อินเดีย จะ ได ครอง บ้าน เมือง ของ เขา เอง อย่าง เดิม, แล การ วุ่น วาย คิด ขบถ ซึ่ง เกิด ขึ้น ใน คฤสตศักราช ๑๘๕๗ สิบแปด ปี นั้น, ดู เหมือน หนึ่ง เกิด ขึ้น เพราะ คน ที่ พวก อังกฤษ สอน ให้ มี ปัญญา ให้ รู้ จัก วิชา การ ต่าง ๆ ธรรมเนียม การ ครอง บ้าน เมือง ยิ่ง กว่า เหตุ การ อื่น ๆ เสีย หมด. แล การ สงบ การ วุ่น วาย สงบ ลง แล้ว, ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย, กับ นาง กษัตร เมือง อังกฤษ เหน ว่า ไว้ ใจ กับ อิสิทอินเดีย ต่อ ไป ไม่ ได้, จึง ไม่ ให้ อิสิท อินเดีย กำปะนี มี อำนาถ อีก ต่อ ไป. แล เมือง ขึ้น ต่าง ๆ ใน ประเทศ อินเดีย ที่ เปน เมือง ขึ้น กับ อิสิทอินเดีย กำปะนี นั้น ได้ เอา ไว้ เปน เมือง ขึ้น แก่ เมือง อังกฤษ สิ้น. ห้าม มิ ให้ เปน เมือง ขึ้น แก่ เมือง อิสิะอินเดีย กำปะนี อีก ต่อ ไป. เมื่อ อิสิทอิน เทีย กำปะนี มี อำนาถ มี ผู้ ใหญ่ ผู้ ดี เปน อัน มาก. ขอ เขา อย่า ครอง บ้าน เมือง ที่ เปน เมือง ขึ้น ตาม สาศนา อย่าง ธรรมเนียม เดิม ของ เขา ให้ เปลี่ยน แปลง เสีย ให้ ดี ขึ้น เถิด. แต่ ไม่ พึ่ง ถึง ได้ เปลี่ยน เสีย อยู่ บ้าง เล็ก น้อย, ที่ เปน สำคัญ นั้น ไม่ เปลี่ยน เสีย เลย. ตั้ง แต่ เวลา อิสิทอินเดีย กำปะนี ต้อง เลิก เสีย. แต่ ประเทศ อินเดีย เปน เมือง ขึ้น ตรง ๆ กับ เมือง อังกฤษ, ที่ เปน ธรรมเนียม กดหมาย เดิม ได้ เปลี่ยน แปลง เสีย มาก นัก. แล โรง สอน เด็ก สอน คน หนุ่ม ๆ มาก ขึ้น ทุก เมือง ที่ เปน ครู อาจาริย ไม่ ได้ ห้าม อะไร ใน การ สาศนา แล้ว, แล หนังสือ สัญญา ซึ่ง เมือง ขึ้น แล เมือง อื่น ๆ ได้ ทำ ไว้ แก่ พวก อิสิทอินเดีย กำปะนี นั้น ยัง คง อยู่. แล เมือง อังกฤษ ได้ รักษา หนังสือ สัญญา เหล่า นั้น. เมือง หนึ่ง ได้ ทำ ไว้ แก่ สม เด็จ พระนาง เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ เหมือน กัน ตั้งแต่ กฤสตศักราช ๑๘๕๘ ปี. อย่าง ธรรมเนียม คอเวอนแมนต์ อังกฤษ ต่อ พระ มหา ราชา เมือง ต่าง ๆ ใน ประเทศ อินเดีย, ที่ ได้ มา พึ่ง กับ เมือง อังกฤษ แต่ ยัง เปน เมือง ต่าง หาก คือ ดัง ว่า ให้ อำนาถ พระ มหา ราชา เหล่า นั้น มาก ขึ้น. แล สอน เขา ให้ รู้ ว่า จะ บัญชา ครอบ งำ ไพร่ พล เมือง อย่าง ไร จึ่ง จะ ให้ ดี ขึ้น, แล ไม่ ต้อง ขัด ขวาง ห้าม ปราม บัญชา ใน อาณา เขตร ของ เขา, สัก มาก น้อย ก็ ด้วย พระมหา ราชา เหล่า นั้น ที่ ได้ มา พึ่ง เมือง อังกฤษ, บ้าน เมือง ของ เขา จะ เจริญ ขึ้น ๆ หา ไม่. ก็ สุด แต่ ปัญญา ของ เขา แล ใจ ซื่อ สัตย ต่อ เมือง อังกฤษ, แล เพื่อ จะ ให้ อำนาถ พระมหา ราชา เหล่า นั้น ตั้ง มั่นคง ให้ เจริญ ยิ่ง ขึ้น ไป. แล ให้ มี น้ำ ใจ รักษา บ้าน เมือง โดย ยุติ ธรรม ให้ รุ่ง เรือง ขึ้น แล เมือง อังกฤษ ได้ ทำ หนังสือ สัญญา แก่ เขา ทุก ๆ เมือง. ใจ ความ ใน หนังสือ สัญญา คือ ดัง นี้, ว่า พระนาง เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ, มี น้ำ พระไทย ประสงค์ จะ ให้ พระมหา ราชา กับ ทั้ง เจ้า เมือง ฝ่าย ประเทศ อินเดีย ที่ ได้ ครอบ ครอง บ้าน เมือง ของ ตน. แล้ว มา พึ่ง กับ เมือง อังกฤษ, แล เพื่อ จะ ให้ พระ ราชวงษ สืบ กัน ไป เปน นิตย. ได้ สัญญา ไว้ ถ้า แม้น ว่า พระ มหา ราชา เหล่า นี้ ไม่ ได้ มี บุตร ของ ตัว เอง, ที่ จะ ได้ ขึ้น ครอบ ครอง เมือง แทน ตัว นั้น ไม่ ได้. เมือง อังกฤษ เขา ก็ จะ ยอม ให้ เลือก เอา บุตร ท่าน ผู้ ใด ตั้ง ขึ้น เปน พระมหา ราชา ตาม ชอบ ใจ ของ เขา, ท่าน ผู้ ที่ จะ ตั้ง ขึ้น นั้น จะ ได้ เปน ที่ นับ ถือ, เหมือน หนึ่ง เปน บุตร ของ พระมหา ราชาแท้ ๆ. แล้ว สมเด็จ พระ นาง เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ สัญญา ไว้ว่า, พระมหา ราชา เมือง เหล่า นั้น จะ ถือ หนังสือ สัญญา ซึ่ง ทำ ไว้ แก่ เมือง อังกฤษ ทุกประการ นาน เท่าใด, เมือง อังกฤษ จะช่วย ให้ เจริญ เมือง ของ เขา นาน เท่านั้น. เหตุ ซึ่ง คอเวอแมนต์ เมือง อัง กฤษ, ได้ ทำ หนังสือ สัญญา ไว้ กับ พระมหา ราชา ดัง นี้ ก็ เพราะ ว่า เปน ธรรมเนียม อย่าง โบราณ มา, ใน ประเทศ อินเดีย ถ้า ไม่มี ราชบุทร, จะ ยอม ให้ พระ มหา ราชา เลือก เอา ทำ ตาม ชอบ ใจ ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง, ได้ แทน ตัว แล้ว ให้ ผู้ นั้น เสวย ราช สมบัติ. แต่ เมื่อ ผู้ เปน ที่ ราชา นั้น ได้ รับ พระ ราชทาน อาญา แต่ เมือง ใหญ่, จะ เลือก เอา ผู้ ใด แทน ตัว มิ ได้, เว้น แต่ เมือง ใหญ่ นั้น จะ ยอม เหน ชอบ ด้วย จึ่ง จะ เลือก ได้. แต่ ก่อน ก่อน มา นั้น. พระมหา ราชา อัน ใหญ่ องค์ หนึ่ง, ที่ ได้ เสวย ราช สมบัติ ใน เมือง เดลฮี่ เปน ใหญ่ กว่า หมด, ใน ประเทศ อินเดีย. แล ครั้ง พระมหา ราชา นั้น เสีย เมือง กับ เมือง อังกฤษ แล้ว, พวก อังกฤษ จึ่ง เอา อย่าง ธรรมเนียม มหา ราชา องค์ ใหญ่ นี้ เปน อย่าง จะ ครอง ราช สมบัติ ทำ ตาม ธรรมเนียม แก่ ราชา อื่น ๆ ทั้ง หมด. จึ่ง ได้ ขัด ไว้ มิ ให้ ราชา หลาย เมือง, ที่ มิ ได้ มี พระราช บุตร ให้ เลือก เอา ผู้ ใด แทน ตัว. จึ่ง พระ ราช สมบัติ เมือง นั้น, จึ่ง ตก อยู่ แก่ เมือง อังกฤษ เมื่อ หลาย ๆ เมือง ตก เปน เมือง ขึ้น ดัง นี้ แล้ว. พระมหา ราชา ก็ พลอย กัน ตก ใจ ทั้ง หมด. คอเวอแมนต์ เมือง อังกฤษ จึ่ง ทำ หนัง สือ สัญญา, ตาม ที่ ว่า มา แล้ว. แล ทุก วัน นี้ เมือง ที่ มา พึ่ง แก่ อังกฤษ, ก็ เปน เมือง ขึ้น แก่ เขา อยู่ เอเย็น เปน สุข รุ่ง เรือง ขึ้น ทุก ปี้ ๆ เปน นิตย. อนึ่ง ธรรมเนียม คอเวอแมนต์ อังกฤษ ทุก วัน นี้, จะ ครอง เมือง ที่ เปน เมือง ขึ้น, ก็ ถอด เจ้า เมือง เดิม ออก เสีย กับ ทั้ง ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ทั้ง หมด. แล้ว ก็ ตั้ง ขุนนาง อังกฤษ คน หนึ่ง แทน. แล้ว ก็ เอา เจ้า เมือง เดิม กับ ขุนนาง ผู้ ใหญ่ บ้าง. เอา ไว้ ที่ เมือง อื่น ให้ กิน เบี้ย เลี้ยง ภอ ได้ อยู่ สบาย. แล้ว ก็ ได้ เลือก เอา บาง คน แต่ ใน ชาว หัว เมือง นั้น, ตั้ง เปน ข้า ราชการ ช่วย ใน การ แผ่นดิน. แต่ เปน ที่ ใหญ่ สำคัญ ก็ เปน คน อังกฤษ ทั้ง นั้น. แล้ว ก็ ได้ ตั้ง โรง สอน เด็ก แล คน หนุ่ม ใน เมือง นั้น มาก. ผู้ ใด มี ปัญญา ซื่อ ตรง ก็ เอา ผู้ นั้น เลี้ยง ไว้ เปน ขุนนาง. แล ทุก วัน นี้ คน ชาว เมือง อินเดีย เปน ขุนนาง เปน ครู อาจาริย, เปน ตระลาการ เปน คน ใช้ ใน ราชการ แผ่นดิน เปน อัน มาก. แล้ว ที่ เมือง ได้ มา พึ่ง แก่ เมือง อังกฤษ ได้ หนุน เข้า ไว้ ช่วย เจริญ ให้ ยิ่ง ขึ้น ไป. ไม่ สู้ อยาก ที่ จะ ให้ มี เมือง ขึ้น อีก ต่อ ไป. ชอบ จะ ให้ ทุก ๆ เมือง ครอง บ้าน เมือง ของ เขา เอง, ดี กว่า เปน เมือง ขึ้น แก่ เมือง อังกฤษ. แต่ ว่า ถ้า เจ้า เมือง ไม่ ใคร่ ครอง เมือง ให้ เปน ยุติธรรม, คง จะ แตก ตื่น ซน อยู่ เอง. บ้าน เมือง นั้น ไม่ เจริญ ได้ คง เสีย ไป อยู่ เอง. แล้ว ก็ ต้อง มา เปน เมือง ขึ้น แก่ เมือง อังกฤษ ฤๅ เปน เมือง ขึ้น. ด้วย ว่า เมือง อังกฤษ เปน เมือง ใหญ่ เรียบ ร้อย มาก สิ้น ความ แต่ เท่า นี้.
๏ คือ เมือง ที่ เปน เมือง ต่าง หาก ที่ ไม่ ได้ ขึ้น แก่ ใคร, เมือง เหล่า นี้ ทำ หนังสือ สัญญา แล ครอง เมือง ตาม ชอบ ใจ ก็ ได้ เหมือน อย่าง เมือง อังกฤษ เมือง ฝรั่งเสศ เมือง ไทย เปน ต้น. คือ เมือง ที่ ได้ มา ขอ พึ่ง บุญ เมือง อื่น. เพื่อ ว่า ถ้า จะ ทุกข ขัด ยาก ลำบาก, เมือง ใหญ่ ซึ่ง ได้ ยอม ให้ เขา มา พึ่ง บุญ นั้น จะ ได้ ช่วย แก้ ขัด แล กัน เสีย ไม่ ให้ เสีย เปรียบ แก่ เมือง อื่น. เมือง เหล่า นี้ ทำ หนังสือ สัญญา ตาม ชอบ ใจ ของ ตัว ก็ ได้, แต่ เคย ปฤกษา เมือง ที่ เปน ที่ พึ่ง เสีย ก่อน, คือ เมือง ซึ่ง ต้อง พึ่ง แก่ เมือง ใหญ่ แล้ว, ถ้า เกิด ศึก สงคราม ใน เมือง ใหญ่ นั้น ต้อง เกนท ทหาร ยก ทัพ มา ช่วย. แล้ว ถ้า เมือง อื่น ๆ มา สู้ รบ เมือง ที่ เปน สับสิดอิเวริสเทด นั้น. เมือง ใหญ่ อัน เปน ที่ พึ่ง ต้อง เกนท์ ทหาร ยก ทัพ มา ช่วย เมือง เหล่า นี้ ไม่ เคย ทำ หนังสือ สัญญา. เว้น แต่ จะ ปฤกษา กัน กับ เมือง อัน เปน ที่ พึ่ง เสีย ก่อน. คือ เมือง ซึ่ง ต้อง พึ่ง แก่ เมือง อื่น, แล ขอ อำนาถ เมือง ที่ เปน ที่ พึ่ง มา ช่วย ครอบ ครอง บ้าน เมือง แล เจ้า เมือง เหล่า นี้ นี้ ต้อง รับ สัญญา บัตร, แล จะ ทำ หนังสือ สัญญา ตาม ชอบ ใจ ก็ ไม่ ได้ เมือง เหล่า นี้ มัก เปน เมือง ขึ้น. แต่ ลาง ที่ ก็ ผิด กัน อยู่ บ้าง เล็ก น้อย.
ตัดสิน น้ำ สุรา
๏ ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ความ, ใน หนังสือ พิมพ์ ว่า ด้วย ตัด สิน ความ สุรา เมือง กลาโหม กรมท่า ไม่ เหมือน กัน. กดหมาย ต่าง กัน ฤๅ จึง ตัด สิน เช่น นี้, นี่ ความ เปน หลาย ประการ ได้ แจ้ง แล้ว. ซึ่ง กดหมาย เรื่อง น้ำ สุรา จะ ผิด กัน หามิได้. ท้อง ตรา ที่ บังคับ ไป ทุก หัว เมือง นั้น, แล คือ เปน กดหมาย ถูก กัน หมด. ว่า ถ้า ผู้ ใด ลัก ต้ม น้ำ สุรา ด้วย เข้า, ด้วย เผือก, ด้วย มัน, ทำน้ำตาล ซ่ม น้ำตาล กะแช่ น้ำ ยา อ้อย, แล รากไม้ เปลือก ไม้ ดอกไม้ ผลไม้ ใบไม้ ต่าง ๆ, แล แกลบ รำ สรรพ สิ่ง สำ ภาระ ทั้งปวง มา กระทำ แช่ ดอง เปน น้ำ เมา ซื้อ ขาย กัน ก็ ดี, แล ต้ม กลั่น เปน น้ำ สุรา แอบ ซื้อ ขาย แก่ กัน, ถ้า มิ ฟัง มี ผู้ รับ สิน บล จับ ได้, นาย อากร แล เจ้า จำ นวร พิจาระณา เปน สัตย, ให้ ลงโทษ ละเมิด ปรับ ไหม ใช้ เงิน อากร สาม วัน ตาม เงิน มาก แล น้อย. ความ ใน ท้องตรา อย่าง นี้ เปน กด หมาย อยู่. ซึ่ง ฯ พณ ฯ ที่ สมุห พระ กลาโหม, ตัด สิน ใน เมือง กลาโหม ของ ท่าน ว่า, ถ้า นาย อากร จับ ได้ แต่ น้ำ สุรา, ไม่ ได้ สร่า แล เครื่อง มือ ด้วย, ให้ ยก เลิก เสีย. นาย อากร จะ ปรับ ไหม เอา มิ ได้. ว่า ผู้ นำ จับ ยาก ได้ เงิน สิน บล, เอา น้ำ สุรา ไป ใส่ เขา. การ ซึ่ง ตัดสิน อย่าง นี้ ก็ เพราะ วาสนา ท่าน มาก. ท่าน เหน ยุติธรรม ยัง ไร, ท่าน ตัดสิน ไป ยัง นั้น. นาย อากร แล ผู้ ต้อง จับ ไม่ อาจ จะ ต่อ เถียง ท่าน ยัง ไร ได้.
๏ ข้าพเจ้า นี้ เหน ว่า ความ สุรา หัว เมือง ขึ้น ใน กรมท่า ส่ง เข้า มา แล้ว, ก็ ส่ง ไป ตาม กระทรวง พระคลัง มหาสมบัติ. ไม่ ได้ เอา ไว้ ชำระ แต่ สัก เรื่อง หนึ่ง, เมื่อ ตระลาการ พระคลัง มหาสมบัติ, รับ เอา ความ ไป ชำระ ไม่ เปน ที่ ชอบใจ แก่ ลูก ความ, ๆ ก็ ทำ ฎีกา ทูล เกล้า ฯ ถวาย. กล่าว โทษ ตระลาการ พระคลัง มหาสมบัติ. จึ่ง ได้ โปรด เกล้า ฯ พระ ราชทาน ฎีกา มา ให้ กรมท่า กลาง ชำระ ตาม เมือง ขึ้น. ข้าพเจ้า จะ ตัดสิน เอา อย่าง หัว เมือง ฝ่าย กลาโหม นั้น ก็ ไม่ ได้. ด้วย ความ ขัด อยู่ กับ ท้องตรา, กลัว นาย อากร จะ ไม่ ยอม ความ จะ ไม่ แล้ว กัน. จึ่ง ตัดสิน แต่ ว่า, ถ้า นาย อากร จับ น้ำ สุรา ได้, ไม่ ได้ สร่า แล เครื่อง มือ กะทะ แล้ว, ผู้ ต้อง จับ ต่อ เถียง ว่า มี ผู้ เอา น้ำ สุรา ไป ใส่, ถ้า ความ เปน ดั่ง นี้ ก็ ให้ กรมการ สืบ พยาน รังวัด ดู, เพราะ ได้ สืบ ทราบ อยู่ ว่า, ผู้ ที่ ต้ม กลั่น น้ำ สุรา มัก จะ ไป ทำ ที่ ใน ป่า, ได้ น้ำ สุรา แล้ว จึ่ง เอา เข้า มา เก็บ ซ่อน ไว้ ใน โรง ใน เรือน ของ ตัว, ทำ ดั่ง นี้ ก็ มี โดย มาก. จะ ตัดสิน ว่า ไม่ ได้ เครื่อง มือ ให้ ยก ความ เปน เลิก ไป เสีย นั้น ก็ ไม่ ชอบ. ข้าพเจ้า จึ่ง ตัด สิน ว่า, ถ้า นาย อากร จับ ได้ แต่ น้ำ สุรา ไม่ ได้ สร่า แล เครื่อง มือ, ก็ ให้ สืบ พยาน รังวัด ชาว บ้าน ใกล้ เคียง, ว่า ผู้ ซึ่ง ต้อง จับ น้ำ สุรา นั้น เคย ต้ม กลั่น น้ำ สุรา ขาย บ้าง ฤๅ ไม่. ถ้า ไม่ มี พยาน แล้ว ก็ เหน ว่า, ผู้ นำ จับ เอา น้ำ สุรา ไป ใส่ เขา เปน แน่. ถ้า มี พยาน หลาย คน ว่า, ได้ เคย ไป ซื้อ สุรา เถื่อน ที่ โรง ที่ เรือน นั้น กิน อยู่ เสมอ, ก็ เหน ว่า เจ้าของ โรง เจ้าของ เรือน นั้น, ลัก ต้ม กลั่น น้ำสุรา เถื่อน ขาย เปน แน่, เพราะ ต้ม มา ใน ป่า ได้. ถึง ไม่ ได้ เครื่อง มือ ก็ เอา เปน จริง, มี พยาน หลาย ปาก ยัง นี้ แล้ว, จะ เอา เปน จริง ไม่ ได้ ฦๅ. ถ้า ไม่ ได้ เครื่อง มือ แล สว่า ได้ แต่ น้ำ สุรา, สืบ พยาน ก็ ไม่ ได้ ความ จริง ว่า เปน คน ขาย สุรา เถื่อน, ก็ ให้ เลิก เสีย. นาย อากร จะ เอา ปรับ ไหม นั้น ไม่ ได้, ก็ ตัดสิน ดั่ง นี้ ไม่ เปน สัตย ธรรม ฦๅ. ๏ ข้อ ที่ ว่า นาย อากร ไป จับ น้ำ สุรา, แล้ว ริบ ราชบาท ทรัพย์ สิ่ง ของ เขา นั้น, ตระลาการ ตัดสิน ให้ เปน แต่ คืน ทรัพย สิ่ง ของ เขา ไป. นาย อากร ไม่ มี ผิด ไม่ ต้อง ปรับ ไหม ฦๅ. ความ ข้อ นี้ ขอ ตอบ ว่า, เมื่อ นาย อากร มา ขอ กรมการ ไป จับ น้ำ สุรา พา กัน ไป มาก ๆ ทั้ง สอง ฝ่าย, กรมการ แล พวก นาย อากร, ครั้น จับ ได้ น้ำ สุรา แล้ว, ก็ เข้า ใจ ว่า ผู้ ทำ น้ำ สุรา นั้น เปน คน ผิด, ก็ พา กัน เก็บ ริบ แยง ชิง ทรัพย สิ่ง ของ ไป, ก็ ได้ ตัดสิน ให้ คืน. ครั้น เจ้า ของ น้ำ สุรา ต่อ เถียง ว่า มี ผู้ เอา ไป ใส่, ตระลาการ สืบ พยาน ไม่ ได้ จริง ดั่ง ที่ กล่าว มา แล้ว, จึง ตัดสิน ให้ ปล่อย ผู้ ที่ ต้อง จับ แล คืน ของ ให้ เจ้าของ ไป. ครั้น จะ บังคับ ให้ ปรับ ไหม นาย อากร, ด้วย ท้อง ตรา บังคับ ก็ ไม่ มี. นาน อากร เขา ก็ คง จะ ไม่ ยอม ด้วย เขา ได้ น้ำ สุรา ไว้. วาษนา ข้าพเจ้า ชำระ ได้ ก็ แต่ เพียง เท่า นี้.
๏ ข้อ ซึ่ง ว่า จีน อากร หุน จับ น้ำ สุรา ได้ แล้ว, กวาด เอา ตัว มา ทั้ง ครัว เรือน, ถ้า มี เด็ก หญิง อายุ ๑๒ ปี ๑๓ ปี, จีน อากร หุน ก็ ข่มขืน ทำ ชำเรา. ตระลาการ ก็ ไม่ ตัดสิน ปรับ ไหม ให้ แก่ หญิง นั้น. ความ เรื่อง นี้ ข้าพเจ้า ได้ ชำระ แล้ว, เปน แต่ หญิง คน กลาง บอก แก่ บิดา หญิง ว่า, จีน อากร หุน ข่ม ขื้ม ทำ ชำเรา. ครั้น ซัก หา พยาน ว่า ผู้ ใด รู้ เหน แล ได้ ยิน เสียง ร้อง บ้าง ฦๅ ไม่. บิดา หญิง นั้น ก็ ว่า ไม่ มี พยาน. ครั้น ถาม จน อากร หุน, ๆ ก็ ไม่ รับ. ตระลาการ ไม่ รู้ ที่ จะ อาไศรย สิ่ง ไร, จึง เปรียบ เทียบ ให้ จีน อากร หุน ษาบาล ตัว, โจท จำ เลย ก็ ยอม พร้อม กัน. เรื่อง นี้ จีน อากร หุน ก็ ได้ ษาบาล ตัว แล้ว, ตัดสิน เลิก แล้ว กัน ไป.
๏ ยัง อีก สอง เรื่อง โจท ไม่ ยอม ให้ จีน อากร หุน ศาบาล ว่า มี พยาน รู้ เหน, ก็ ได้ มี ตรา แต่ง ให้ ข้าหลวง ไป พร้อม ด้วย กรม การ สืบ พยาน ที่ เมือง จันทบุรี, ก็ ยัง ไม่ กลับ เข้า มา, แล ความ ข่ม ขืน กัน ถึง ชำเรา ดั่ง นี้, ตระลาการ พิจารณา ก็ อาไศรย ได้แต่ พยาน. ถ้าไม่มี พยาน แล้ว จะ อาไศรย ได้ อีก อย่าง หนึ่ง ก็แต่ เพียง สระเว, คือชันสูต ดู บาท แผล เท่านั้น. ธรรมเนียมไทย จะ ชันสูต ดู บาทแผล ก็ ไม่เข้าใจ ไม่ เคย ชันสูต. ท่าน หมอ ปรัดเล เหน ว่า ชำระ ความ ไม่ เปน ธรรม. ถ้า มี ความ เกิด ขึ้น อีก ดั่ง นี้, จะ ขอ เชิญ ท่าน ไป ชันสูต แล้ว การ ก็ คง จะ ได้ ความ จริง, เพราะ ท่าน ครู หมอ ปรัดเล ได้ เคย ควัก เคย ล้วง อยู่. ข้อ ซึ่ง ว่า จีน พุก น้อง พระภาศรี, แล จีน หุน นาย อากร เข้า เดิน ข้าง ใน แล เดิน ขุนพินิจใจ, ตระลาการ จึงชำระ ความ ไม่ เปน ยุติธรรม ข้าง ช้า มา จน ทุก วัน นี้, ความ ข้อ นี้ ขอ ถาม ท่าน ครู หมอ ปรัดเล ว่า, ผู้ ใด มา กล่าว เอา ความ ที่ จะ ให้ เสีย ชื่อ เสียง มา พูด เล่น, แต่ ภอ ให้ เขา อาย เปล่า ๆ. ถ้า ผู้ ใด รู้ ว่า รับ สินบล แล้ว, ก็ ให้ ออก ตัว มา ว่า กล่าว จะ ชำระ ให้. ถ้า สงไส ใน ตัว ข้าพเจ้า ก็ ให้ ทำ เรื่อง ราว ฎีกา ทูลเกล้าฯ ถวาย จะ ได้ มี ตระลาการ ชำระ, แล ความ เรื่อง น้ำ สุรา เมือง จัน ทบุรี ผู้ ต้อง จับ ฟ้อง จีน อากร หุน หลาย เรื่อง โปรด เกล้า ให้ ชำระ ก็ ชำระ ไป, มี แจ้ง ใน นี้ แล้ว. จีน ซือ โจท ร้อง ถวาย ฎีกา กล่าว โทษ หลวง พิพิธสมบัติ ตระลาการ พระคลัง มหาสมบัติ. หลวง สวัดบุรี เมือง กรมการ เมือง จันทบุรี์, จีน อากร หุน, จีน เซง, จีน หลง จู เลียน ก็ พวก นาย อากร ใจ ความ ว่า, อ้าย จีน พิน ทาย จีน ซือ หนี ไป ๓ วัน, แล้ว นำ หลวง สวัดบุรี์ เมือง กรมการ. หลง จู เลียน ก็ จีน พรม กับ ไท จีน ประมาณ สามสิบ คน, ไป ล้อม โรง จีน ซือ ค้น ได้ น้ำ สุรา ใน หีบ ของ อ้าย จีน พิน, แล้ว จับ เอา ตัว จีน ซือ บุตรภรรยา จีน ซือ, มัด มือ เก็บ ริบ เอา ทรัพย์ สิ่ง ของ ไป ส่ง ให้ จีน อากร หุน, ภา อิบุน บุตร จีน ซือ ไป ไว้ ที่ เรือน สอง สาม คืน. จีน อากร หุน ทำ ชำเรา ข่ม ขืน อีบุน. จีน ซือ ต้อง เสีย เงิน ให้ จีน อากร หุน จีน เซง นายอากร ๙ ชั่ง ๑๘ ตำลึง กึ่ง. แล้ว ปล่อย ตัว จีน ซือ ไป. หลวง พิพิธสมบัติ ตระ ลาการ ก็ ไม่ เอา ตัว จีน อากร หุน จีน เซง ไว้ ชำระ, ปล่อย ตัว จีน อากร หุน จีน เซง ไป บ้าน เสีย. โปรด เกล้า ฯ พระราชทาน ฎีกา ให้ ชำระ ใน กรมท่า, ได้ ตัว หลวง สวัดบุรี์ เมือง จีน อากร หุน จีน เซง จีน พรม หลง จู เลียน ก็ มา ถาม, ให้ การ รับ บ้าง ไม่ รับ บ้าง แจ้ง อยู่ ใน คำ ให้ การ นั้น แล้ว. ตระลาการ นำ ความ ขึ้น กราบ เรียน พระยา ทิพากร วงษ มหาโกษา ธิบดี ตัดสิน. เจ้า พระยาทิพากรวงษ มหาโกษาธิบดี มี บัญชา ตัดสิน ว่า, จีน อา กร หุน จีน เซง จีน หลง จู เลียน ก็ จีน พรม, ลง เอา เงิน แก่ จีน ซื้อ เงิน ๙ ชั่ง ๑๔ ตำลึง. ค่า ทำ เนียม เสมียน ผู้ คุม เรียก เอา เงิน ๔ ตำลึง กึ่ง รวม เปน เงิน ๙ ชั่ง ๑๘ ตำลึง กึ่ง สิ่ง ของ ที่ นาย อากร คืน ให้ ยัง ไม่ ครบ, คิด เปน ราคา เงิน ๗ ตำลึง รวม กัน เปน เงิน ๑๐ ชั่ง ๕ ตำลึง กึ่ง นั้น ก็ ผิด อยู่, ด้วย ท้อง ตรา ก็ โปรด ออก ไป ว่า, ถ้า จับ น้ำ สุรา ได้ ก็ ให้ ส่ง ตัว ผู้ ต้อง จับ เข้า มา ให้ เจ้า พนักงาน พระคลัง มหาสมบัติ ปรับ ไหม. นาย อากร ก็ หา ทำ ดั่ง นั้น ไม่. นาย อากร ปรับ ไหม เอา เอง ตาม พละการ ของ ตัว. ต้อง ให้ นาย อากร คืน เงิน แล สิ่ง ของ ให้ แก่ จีน ซื้อ จง ครบ. แต่ ตัว อ้าย จีน พิน ทาย นั้น ผู้ คุม กรม การ จับ ตัว ได้ แล้ว, ทำ ให้ อ้าย จีน พิน หนี ไป ได้, ก็ ให้ ขุน วิเศษ ธานี ผู้ คุม ใช้ ค่า ตัว อ้าย จีน พิน ให้ แก่ จีน ซื้อ ผู้ นาย, ไป ตาม สาร กรมธรรม์. ความ เรื่อง นี้ ก็ ได้ คืน เงิน คืน ของ ให้ กัน เสรจ์ แล้ว. ข้อ ที่ กล่าว โทษ จีน อากร หุน ว่า ข่มขืน ทำ ชำ เรา บุตร จีน ซื้อ นั้น ถาม จีน ซื้อ ก็ ว่า ไม่ มี พยาน. ฝ่าย จีน อากร หุน ก็ ไม่ รับ เปน ความ ลับ ลี้ อยู่. จึง เปรียบ เทียบ ให้ จีน อา กร หุน สาบาล ตัว. ความ ข้อ นี้ เปน เลิก แล้ว กัน. ความ เรื่อง นี้ เปน สำเร็จ เดจ ขาด เลิก แล้ว แก่ กัน, แต่ ณวัน เสาร์ เดือน สาม ขึ้น หก ค่ำ ปี ฉลู สัปตศก.
จีน ลูก ค้า กับ เจ้า ภาษี เรือ
๏ ข้าพเจ้า จีน เอก จีน หัว, มา ขอ ออก หนังสือ พิมพ์, เดิม ข้าพเจ้า ได้ ยิน ราษฎร ฤา กัน ว่า ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ โปรด ให้ ยก ภาษี เรือ เร่ เรือ จร เสีย ให้ เก็บ แต่ เรือ ประจำ ท่า, ราษฎร ที่ ค้า ขาย เล็ก น้อย ก็ ภา กัน ยินดี, ยก มือ ขึ้น ถวาย บังคม แทบ จะ ทุก คน, ด้วย ได้ หา กิน เปน ศุข ยิ่ง กว่า แต่ ก่อน. บัด นี้ เจ้า ภาษี เรือ ทำ การ กด ขี่ คม เหง เหลือ เกิน ไป, ที่ แขวง กรุง เก่า, แล สุพรรณบุรี, เจ้า ภาษี เที่ยว เรียก เงิน, เรือ เร่ เรือ จร โดย มาก, ครั้น เรือ ข้าพเจ้า ไป ถึง เจ้า ภาษี จะ เรียก เงิน ภาษี, ข้าพเจ้า บอก ว่า เรือ ข้าพเจ้า เปน เรือ เที่ยว เร่ ขาย ไป ทุก แห่ง เจ้า ภาษี ก็ ไม่ ยอม, เจ้า ภาษี ว่า ไม่ เปน เรือ เร่ เรือ จร, ด้วย สิน ค้า บันทุก อยู่ ใน เรือ ไม่ ได้ ขน ขึ้น ขน ลง, ทั้ง ลูก เมีย ก็ อยู่ กิน หลับ นอน อยู่ ใน เรือ. ต้อง ที่ เรียก เปน เรือ ประจำ ท่า, แม้น ไม่ เสีย ให้ เจ้า ภาษี จะ เกาะ ตัว ไว้. ข้าพเจ้า จีน เอก ต้อง ยอม เสีย เงิน ให้ ตำลึง สอง สลึง, เงิน อัฐมาศ อีก สลึง ฟ้อง แก่ เจ้าภาษี แขวง กรุงเก่า. ข้าพเจ้า จีน หัวเรือ เร่. เจ้า ภา ษี แขวง สุพรรณบุรี เรียก เงิน ภาษี เรือ ว่า ขาย ผ้า ขาย ด้าย ขาย หมากพลู. เรือ สาม วา ศอก ต้อง ยอม เสีย เงิน ให้ สาม บาท สลึง เรียก อธิมาศ อีก สลึง หนึ่ง. เปน สาม บาท สอง สลึง, เจ้าภาษี เรือ ทำการ ไม่ เปน ธรรมเนียม แบบอย่าง ลง ได้, ยัก ย้าย หากิน ดังนี้, ทำให้ เกิด ความ วิวาท ลำบาก ยาก แก่ คน นัก. อย่างไร จะ เปน เรือ เร่, อย่างไร จะ เปน เรือ ประ จำท่า, ข้าพเจ้า ก็ ยัง ไม่ ทราบ พิกัด แน่ นอน.
คำ มหา พอน แก้ตัว เรื่อง นาย จิด
๏ ข้าพเจ้า พระ พอน มหา, ขอ เปลื้อง โทษ ตัว. เดิม ได้ ยืม หนังสือ พระราชพงษาวดาร มา จาก นาย จิด สอง เล่ม, ยัง ไม่ ได้ ส่ง ก็ มี เหตุ ขึ้น. คือ หลวง ไกรษรสินทพ ฟ้อง กล่าวโทษ ว่า, ข้าพเจ้า กับ พระสงฆ์ ใน วัด ชะนะสงคราม ตั้ง บ่อน เล่น เบี้ย กัน, ข้าพเจ้า ก็ มา ติด ชำระ อยู่ ณ ศาล กรม พระธรรมการ การ ชำระ นั้น กวดขัน นัก, [....]อ สิทธิ์ ศอก ผูก ยก หนึ่ง ก็ ไม่ สม ยัง คำ โจท หา โจท จึง นำ ชี้ พยาน. พระสงฆ์ สี่ คฤหัสถ์ สอง, กระลาการ ให้ พยาน สาบาล แล้ว ก็ ถาม. พระ กลิ่น พระ ท้วม กับ คฤหัสถ์ สอง, ซึ่ง เปน ภรรคพวก พี่น้อง ของ โจท ให้การ สม. พระสงฆ์ นอก นั้น เบิกความ ว่า ได้ยิน แต่ พระ กลิ่น พระ ท้วม ว่า, ขุน สี่ ประชานน เอา ตัว ข้าพเจ้า มา มอบ ไว้ กับ พระครู อมระ วี ไชย เจ้าคณะ กลาง, วัด พระเชตุพล พระครู อมระ วี ไชย เอา ตัว ข้าพเจ้า จำ ใส่ ขื่อ ไว้. ข้าพเจ้า จึง ประกัน เชิง ลาออก ได้. ข้าพเจ้า ก็ ไป เตือน กระลาการ ให้ เอา คำ ให้ การ คำพยาน ขึ้น กราบบังคมทูล กระลาการ ผัด ว่า ยัง ไม่ ได้ ช่อง, เริ่ม ชำระ แต่ เดือน สี่ ปี ชวด, จน เดือน หก ปี ฉลู กระลาการ ยัง หา ทูล ไม่. ข้าพเจ้า จึง ลา พระครู อมระวิ ไชย กลับ ไป วัด ชะนะสงคราม. ข้าพเจ้า ไป อยู่ วัด ชะนะสง คราม แล้ว. ครั้น ถึง เดือน สิบ สอง ปี ฉลู เสด็จ ทรง ทอด พระ กะถิน วัด ชะนะสงคราม, ข้าพเจ้า ลง ไป คอย จะ โมทนา กะถิน. พระธรรมรักษา ไล่ ข้าพเจ้า ขึ้น เสีย. ข้าพเจ้า จึง มา คิด ว่า ไม่ ได้รับ พระราชทาน นิตยะพัตร ผ้า ปี แล้ว, เหมือน ไม่ ได้ เปน ปะเรียน. ครั้น ณ วัน เดือน ยี่ ปี ฉลู, ข้าพเจ้า จึง ทูลลา หม่อมเจ้า พระสี่ละวะราลังการ พระปลัด ฉก ว่า จะ สึก. หม่อมเจ้า พระ สี่ละวะราลังการ, พระปลัด ฉก, ก็ อะนุญาต ให้ ข้าพเจ้า สึก ข้าพเจ้า จึง ได้ สึก, เมื่อ ข้าพเจ้า สึก นั้น. ครั้น ข้าพเจ้า สึก แล้ว จึง มา คิด ว่า, เมื่อ เปน พระ ความ ไม่ แพ้ กระลาการ กด ความ เสีย ไม่ ทูล ให้, ก็ เพราะ ไม่ มี เจ้านาย อุปะการะ, ข้าพเจ้า จึง เข้า ถวาย ตัว เปน ข้าสามิภักดิ์ ใน พระ เจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้า คักคะนง. ข้าพเจ้า รอ ฟัง ความ อยู่ สอง เดือน เสด ก็ หา มี ผู้ ใด ว่ากล่าว อย่างไร ไม่. ข้าพเจ้า มี ความ อาไลย ใน สมณะ เพด อยู่, ข้าพเจ้า ทราบ ว่า เปน เปรียน สึก แล้ว กลับ บอก อีก จะ อยู่ วัดหลวง ไม่ ได้. ข้าพเจ้า จึง ทูลลา ออก ไป บวด ณ หัวเมือง ชะเชิงเซา. ครั้น เดือน สิบ เอก แรม สอง ค่ำ มี หนังสือ รับสั่ง พระเจ้าลูกเธอ พระองค์เจ้า คักคะนง, ให้ ข้า ใน กรม ถือ ออก ไป ถึง ข้าพเจ้า. เปน ใจ ความ มี ผู้ ไป ลง หนังสือพิมพ์ ว่า, ข้าพเจ้า ยืม หนังสือ นาย จิด มา หา ส่ง ไม่, ข้าพเจ้า ก็ ร้อนใจ รีบ เข้ามา ซื้อ หนังสือ พระราชพงษาวะดาร ใช้ ให้ นาย จิด แล้ว, ข้าพเจ้า จะ ได้ ตั้งใจ ว่า จะ ช่อ หนังสือ สอง เล่ม ของ นาย จิด นั้น หามิได้, เปน แต่ ลืม ไป เปน ความจริง ของ ข้าพเจ้า ดัง นี้.
เรือ ไพรเวเทีย
๏ เรือ ที่ เรียกว่า ไพรเวเทียว คือ เรือ ที่ ใน การ ศึก คอเวอเมนต์ ยอม ให้ ไป ทำลาย เรือ กำปั่น ค้าขาย ของ ข้าศึก ที่ ใน มหาสมุทร ใน การ ศึก อเมริกา ที่ เลิก ประ มาณ ได้ ปี ครึ่ง มา แล้ว นั้น เปน เรือ ของ พวก ขบถ ที่ เมือง อเมริกา ฝ่าย ใต้ พวก ขบถ ยอม ให้ ไป จับ เรือ เมือง อเมริกา ฝ่าย เหนือ ใน สี่ ปี ที่ รบ กัน นั้น เรือ ไพรเวเทีย นั้น แต่ จับ กำปั่น ได้ ทรัพย์สิ่งของ ฝ่าย เหนือ พวก นายห้าง ที่ เมือง นิวยอก คิด ราคา ดู ถึง ๒๕๐ แสน เหรียญ ของ ที่ ทำ ลาย เสีย ทีเดียว คิด เปน ราคา ๒๐๐ แสน เหรียญ เรือ ไพร เวเทีย ที่ พวก ขบถ ใช้ ไป นั้น คือ เรือ กลไฟ ๓ - ๔ ลำ เรือ บาก ๕ ลำ เรือ ปริก ลำ หนึ่ง เรือ สกุเนอ ๕ ลำ ไพร เวเทีย ศิริ ด้วยกัน ก็ เปน ๒๕ ลำ
๏ เรือ ไพรเวเทีย จับ ทำลาย นั้น คือ เรือ กลไฟ ๔ ลำ เรือ ชิบ ๗๑ ลำ เรือ บาก ๗๔ ลำ เรือ สกุเนอ ๖๑ ลำ ศิริ ด้วยกัน เปน ๒๑๕ ลำ นับ รวม กัน เปน ๑๐ หมื่น ๓ พัน ๓๒ ตอน ๏ ใน ๒๕ ลำนั้น เรือไพรเวเทีย ชื่อ อาละบามา จับ ได้เรือ กลไฟ ๒ ลำ เรือชิบ ๓๔ ลำ เรือบาก ๒๒ ลำ เรือ บริก ๕ ลำ เรือ สกุเนอ ๖ ลำ คิดเปนราคาทั้งเรือทั้ง ของ บันทุกเรือ ๙๗ แสน เหรี่ยน
๏ เรือไพรเวเทีย ชื่อ ฟลอริดา จับ เรือ กลไฟได้ ลำ หนึ่ง เรือชิบ ๑๐ ลำ เรือบาก ๑๐ ลำ เรือ บริก ๘ ลำ เรือ สกุเนอ ๗ ลำ คิดราคา เรือ ทั้งของ บันทุกเรือหมด ด้วย กัน เปนเงิน ๕๕ แสน ๖ หมื่น ๔ พัน เหรี่ยน
๏ เรือไพรเวเทีย ชื่อ ชินันโดอา จับเรือชิบ ได้ ๑๐ ลำ เรือ บาก ๒๕ ลำ เรือ บริก ลำหนึ่ง เรือ สกุเนอ ๒ ลำ คิดราคาทั้ง เรือ ทั้ง ของ บันทุกได้ ๒๖ แสน ๘ หมื่น ๘ พัน เหรี่ยน
๏ ทุกวันนี้ คอเวอแมนต์ อเมริกา คิด ว่า ต้อง ให้ อัง กฤษใช้ของ ที่ เสีย นั้น เพราะ เมือง อังกฤษ ยอมให้เรือ นั้น มา จัดแจง ได้ เรือ ได้คน ได้ ปืน ได้กำลัง ที่ เมือง อังกฤษ อเมริกา ห้าม อังกฤษ ก็ไม่ ฟัง
ข่าว กรุงเทพ ฯ
๏ สมเด็จ เจ้าฟ้า จุลาลงกรณ์ ได้ เสด็จ ออก จาก กรุง เทพ ฯ เมื่อ ณ วันพุทธ เดือนอ้าย ขึ้น ๕ ค่ำ จะ เสด็จ ไป พระ ปฐมเจดี่ ในหลวง ได้ เสด็จ กลับ มา จาก พระ ปฐมเจดี่ เดือน อ้าย ขึ้น ค่ำหนึ่ง
๏ อนึ่ง มาดำ แมกฟาลันด์ ภรรยา ของ เรฟ เรนด์ เอช ซี แมก ฟาลันด์ เปน มิศซันนารี่ ที่ เมือง เพชรบุรี ได้ คลอด บุตร ผู้ชาย วัน เสาร์ เดือน ขึ้น ค่ำหนึ่ง ได้ คลอด บุตร ที่ บ้าน หมอ ปรัดเล
๏ อนึ่ง เดือนอ้าย ขึ้น สาม ค่ำ จักร สี่ เข้า ของ มิศเตอ สก็อต แอนกัมปนี ที่ คอก ควาย นั้น ขาย แก่ พระยา บุรุษ เปน เงิน เจ็ดร้อย ห้าสิบ ชั่ง
๏ อนึ่ง บางกอก กาเลนเดอ คือ ปฏิทิน สำหรับ บางกอก จะ ออก อีก เดือนอ้าย ข้าง แรม เปน เล่ม ที่ ๘ คือ ว่า ได้ ทำ ๘ ปี มา แล้ว ผู้ ใด ๆ ฤๅ นายห้าง ปราถนา จะ ลง ชื่อ แล ที่ ของ ตัว เชิญ มาให้ทัน เดือน อ้าย แรม ๕ ค่ำ จะ ลง ใน ปฏิทิน ไม่ เอา ราคา
๏ อนึ่ง ใน กรุงเทพ ฯ มี ตพาน เหลก แล้ว สอง แห่ง ยัง กำลัง ทำ อีก สอง แห่ง แห่ง ที่ ริม ป้อม ประ จามิตร แห่ง หนึ่ง ที่ ตพานหัน แห่ง หนึ่ง เหน ตพาน เหลก นั้น ดี กว่า ตพาน ที่ เคย มี นัก ตพานหัน เก่านั้น มี แต่ กะดาร สองแผ่น ม้า รถไปไม่ได้ ไปได้แต่คน กับ แพะ สุนักข์ เรา เคย เหน ตพาน นั้น สิบสาม กว่า คน เดิน ไป เดิน มา มาก มาย ไม่ อยุก ทั้ง กลาง วัน แล กลาง คืน ตพาน เหลก นี้ ผล ของ เมือง สยาม หนุมๆ ดี กว่า แต่ ก่อน นั้น ถ้า คอเวอแมนต์ จะ ให้อยู่ นาน ไม่ ให้ ส นิม กัด เรว ก็ ต้อง ทาสี น้ำมัน นอก
๏ อนึ่ง เรือ กลไฟ เปน เรือ รบ เมือง อังกฤษ ชื่อ เปอละ จอด ที่ หลัง เต่า ณวัน จันทร เดือน อ้าย ขึ้น สอง ค่ำ เรือ กรุงเทพ ฯ ได้ ลง ไป รับ กับตัน แล นาย รอง หลายคน ขึ้น มา ถึง กรุงเทพ ฯ ณวัน พุทธ ขึ้น ห้า ค่ำ ถึง วัน เสาร แปด ค่ำ โปรด เกล้า ให้ มี ลคอน ให้ ดู ที่ บ้าน กงสุล อังกฤษ เพื่อ จะ ให้ สบาย ใจ ด้วย ทรง ระฤก ถึง พระราช ไมตรี เรือ รบ นั้น มี จักร ท้าย ใหญ่ ถึง ๓๕๐ ตอน มี ปืน ใหญ่ ๑๗ บอก เอนซิน มี กำลัง เท่า ๔๐๐ ม้า คน ที่ บน เรือ ศริ ด้วย กัน สาม ร้อย คน มา แต่ เมือง สิงคโปร์ เจ็ด วัน ถึง หลัง เต่า แลน กลับ ไป ณวัน จันทร ขึ้น สิบ ค่ำ
๏ อนึ่ง เรือ รบ กลไฟ กรุงเทพ ฯ ชื่อ อิมเปรกเนเบอล์ กับตัน เรือ รบ อังกฤษ ได้ ขึ้น ไป ดู บน เรือ ทั่ว ไป สรรเสิญ ทุก สิ่ง ที่ ได้ เหน ว่า ดี มาก เมื่อ เหน ลูกเรือ เสื้อ ผ้า ขาว สอาด อยู่ใน บังคับ เรียบ ร้อย แล้ว เหน คน ที่ หัด ปืน ก็ เรว ว่อง ไว ก็ สรรเสิญ ว่า ดี เหมือน ยัง อังกฤษ ยาก ที่ จะ ภบ เรือ อังกฤษ ที่ เครื่อง สำรับ เรือ สอาด ผ่อง ใส เหมือน เรือ นั้น ยาก ที่ จะ ภบ ได้
การ ขาย ของ
๏ ใน วัน จันทร เดือน อ้าย แรม ๒ ค่ำ, ตั้ง แต่ บ่าย ๒ โมง จน ถึง ย่ำ ค่ำ, พวก ผู้ หญิง ประเทศ ยูโรบ แล อเมริกา จะ ขาย ของ ปลาด ๆ ที่ เขา เย็บ ไว้ ใน ๑๐ เดือน นี้ จะ ขาย ที่ ตึก สวด สำรับ พวก โปรเตสตันต์ ที่ คอก ควาย. เชิญ ท่าน ทั้ง ปวง มา ชม ดู ใน เวลา นั้น เถิด.
การเลหลังทุกเดือน
ข้าพเจ้า ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน พ่อ ค้า แล ลูก ค้า ทั้ง หลาย ใน กรุง เทพ ฯ นี้ ด้วย ข้าพเจ้า แมศ เตอ โลมาติน แอน กัมป นี ได้ แต่ง การ เลหลัง ทุก เดือน ให้ เปน สำหรับ แก่ พ่อค้า แล ลูก ค้า ใน กรุง เทพฯ นี้ จะ ได้ ซื้อ ขาย กัน เปน การ ง่าย แต่ เปน เงิน สก การ เลหลัง นี้ ท่าน ทั้ง หลาย ก็ แจ้ง อยู่ เอง ด้วย การ นี้ ข้าพเจ้า ได้ คิด จะ ตั้ง ที่ ถนน ศาลเจ้า โรง เกือก ข้าพเจ้า จะ ตั้ง การ เลหลัง นี้ ตั้งแต่ เดือน ฝรั่ง คือ เดือน ยันยูวาร แต่ วัน ขึ้น ๖ ค่ำ ข้าง ฝรั่ง ก่อน ข้าพเจ้า จะ เลหลัง ข้าพเจ้า จึ่ง จะ มี จดหมาย เปน ราย สิ่ง ของ ซึ่ง ข้าพเจ้า มี จะ เลหลัง นั้น ให้ ทราบ เสีย ก่อน สาม วัน แล้ว ข้า พเจ้า จะ ทำ ทั้ง ต้น เดือน ปลาย เดือน เสมอ อัต ตรา ทั้ง ชั่ว ปี หนังสือ เขียน เมื่อ วัน เสา ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เดือน อ้าย ถ้า ผู้ ใด จะ มี ของ ฝาก ให้ เลหลัง ก็ ข้าพเจ้า จะ รับ แต่ จะ ต้อง เสีย ให้ ค้า ธรรมเนียม ร้อย ละ ๒ ครึ่ง
๏ ประกาศ ด้วย น้ำ โซ ตะ
๏ ผู้ มี ชื่อ ใต้ นี้ ขอ แจ้ง แก่ ท่าน ทั้ง ปวง ทั้ง หญิง ทั้ง ชาย ที่ ใน กรุง เทพ ฯ ว่า พวก เรา ได้ ซื้อ เครื่อง ทำ น้ำ โซ ดะ แล น้ำ มนาว แต่ มิศ เตอ กะได โซ แล ทำ น้ำ โซ ดะ แล น้ำ มนาว ที่ ห้าง ของ เรา ที่ ริม บ้าน กง สุล ฝรั่ง เสศ ลง พิมพ์ ณ วัน พฤหัษบดี เดือน อ้าย ขึ้น ๑๓ ค่ำ ชื่อ พวน เรา มี รี เม ดี่ มน ติ นี
เรือ เจ้าพระยา มา ใหม่
๏ อนึ่ง เรือ เจ้า พระยา มา ถึง ณ วัน พุทธ เดือน อ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ, หา ได้ เอา เมล์ ประเทศ ยูโรบ มา ไม่. เพราะ ว่า เรือ ที่ สำรับ เมล์ มา แต่ ประเทศ ยูโรบ มา ไม่ ทัน, แต่ ได้ หนังสือ จดหมาย เหตุ เมือง สิงคโปร์ มา บ้าง, เมือง จีน บ้าง. ข่าว ที่ เมือง จีน ว่า เรือ รบ ฝรั่งเสศ เปน หลาย ลำ ที่ ขึ้น ไป ตี เมือง โกเวีย นั้น, จะ ไป ชำระ ความ ที่ คอเวอแมนต์ โกเวีย ฆ่า พวก มิดชันนาร บาท หลวง แต่ ครั้ง ก่อน. พวก โกเวีย ไม่ ยอม ให้ ฝรั่งเสศ เข้า ไป. แล้ว ได้ รบ กัน. โกเวีย ยิง พวก ฝรั่งเสศ ที่ เปน ตัว สำคัญ ตาย ๔๐ คน กว่า. ฝรั่งเสศ ยอม แพ้ ต้อง ถอย ออก ไป จอด เรือ รบ อยู่ ที่ เมือง ญี่ปุ่น ชื่อ โยโกฮามา จะ ส้อม แปลง เรือ รบ เสีย ใหม่, แล้ว จะ กลับ เข้า ไป รบ อีก.
๏ อนึ่ง อ้าย พวก สลัด ที่ ตี เรือ อะเมริกา ฆ่า กับตัน เสีย นั้น. เขา จับ ได้ ตัว พิจารณา เปน สัตย์ แล้ว จะ เอา เชือก ผูก คอ อ้าย สลัด เสีย ให้ ตาย.
ข่าว มา ใหม่ โดย ทาง เตลิแกรฟ
๏ ลอนดอน เดือน ๑๑ แรม ๕ ค่ำ, ข่าว ว่า พวก ขบถ ที่ เกาะ แกนเดีย ได้ พจน กัน รบ พุ่ง กัน อีก.
๏ ลอนดอน เดือน ๑๑ แรม ๗ ค่ำ, โพป ที่ เมือง โรม ได้ ตรัส ว่า, ถ้า เหตุ มี ขึ้น ควร เรา จะ เลิก จาก เมือง โรม ไป อยู่ ที่ อื่น เรา พร้อม ใจ จะ ไป. อนึ่ง ข่าว ว่า เมือง พาราเคว แล เมือง ปราซิล รบ กัน นั้น, เมือง ปราซิล ก็ แพ้.
๏ ลอนดอน เดือน ๑๑ แรม ๑๐ ค่ำ, ข่าว ว่า เอมปีรอ เจ้า รอศเซีย มี รับสั่ง ให้ จัดแจง ทัพ เรือ ทัพ บก ให้ เตม กำลัง.
๏ ลอนดอน เดือน ๑๑ แรม ๑๒ ค่ำ, ข่าว มา แต่ เมือง อะเมริกา ว่า, เมือง อะเมริกา จะ รับ เมือง เมกสิโก ไว้ อุปถัมภ์.
๏ ลอนดอน เดือน ๑๑ แรม ๑๔ ค่ำ, เอมปีรอ เมกซิมิเลียน. ได้ ทิ้ง ที่ ว่า ราชการ เมือง เมกสิโก เสีย แล้ว, กลับ ไป ยัง ประเทศ ยูโรป.
ข่าว มา ด้วย หนังสือ จดหมาย เหตุ
๏ หนังสือ จดหมายเหตุ มา แต่ เมือง อะเมริกา, ใจ ความ ว่า พวก ที่ เห็น ด้วย คอนเดรศ มี กำลัง มาก ขึ้น นัก. พวก ที่ เข้า ด้วย เปรสเดน นั้น เสื่อม กำลัง ลง จำ เปน ยอม แพ้ แก่ พวก คอนเดรศ. ทุก วัน นี้ เห็น ว่า จะ ยอม แพ้ แล้ว.
ข่าว มา แต่ เมือง พม่า
๏ การ ที่ เมือง พม่า รบ กัน เอง นั้น สิ้น แล้ว, เจ้า สอง องค์ ที่ คิด ขบถ นั้น ก็ ได้ ยอม แพ้ แล้ว หนี ไป อาไศรย อยู่ กับ พวก อังกฤษ ที่ เมือง รางกุ้ง. คอเวอแมนต์ อังกฤษ จัดแจง ให้ มี ที่ อยู่ แขง แรง. แต่ ให้ ทหาร ระวัง เฝ้า อยู่ มิ ให้ ไป ไหน ได้. ยัง หา รู้ แน่ ว่า พระเจ้า แผ่นดิน อังวะ จะ ทำ โทษ ประการ ใด, ความ ก็ ยัง หา แน่ ไม่, ราชทูต ฝ่าย อังกฤษ ได้ ขึ้น ไป ถึง กรุง อังวะ แล้ว. คอเวอแมนต์ อังกฤษ ว่า จะ ต้อง เปลี่ยน ข้อ ไมตรี ที่ ทำ ไว้ แต่ ก่อน, จะ ไม่ ยอม ตาม เก่า, พระเจ้า อังวะ จะ โปรด ยัง ไร ก็ ยัง ไม่ ทราบ. แต่ เรา แน่ ใจ ว่า ถ้า ไม่ ยอม เอา อังกฤษ เปน อุปถัมภ์. เมือง พม่า จะ ไม่ เจริญ ต่อ ไป. ถ้า ยอม พึ่ง อาไศรย แก่ อังกฤษ ก็ คง จะ ดี ขึ้น.
เมือง อะเมริกา
๏ ข่าว มา ว่า เมื่อ เดือน ยูไล, คือ เดือน แปด นี้ ชาว ประ เทศ ยุโรบ ข้าม ฟาก ไป อยู่ เมือง อะเมริกา ๖ หมื่น คน ใน เดือน เดียว ไป ถึง เมือง นุยอก, จะ ไป อาไศรย อยู่ ใน ประเทศ อะเม ริกา. ใน ๖ หมื่น คน นั้น ๓ หมื่น เปน ชาว อิงลันด์, แล ชาว สกอตลันด์ แล ชาว ไอยลันด์. เหตุ นี้ บอก ว่า ชาว ประ เทศ ยุโรบ ชอบ เมือง อะเมริกา มาก, หมาย ว่า จะ ได้ ความ ศุข ที่ นั้น มาก กว่า ได้ ที่ ใน ประเทศ ยุโรบ. ที่ เขา คิด ยัง นั้น เรา ก็ เหน ด้วย.
เมือง สิงคโปร์
๏ มี หนังสือ มา แต่ เมือง สิงคโปร์ ว่า, เรือ กล ไฟ เปน เรือ รบ เมือง อะเมริกา ชื่อ สินันโดฮา, กับตัน ชื่อ โค๊ตสโบโร ได้ มา ถึง เมือง บำไบ เดือน ๑๐ แรม ๔ ค่ำ, จะ ได้ มา ถึง เมือง สิงคโปร์ ต่อ ที่ หลัง ไม่ ช้า วัน. หนังสือ จดหมายเหตุ มา แต่ บำไบ ว่า, เรือ สินันโดฮา ได้ แล่น มา แต่ เมือง มัศกาศ. เมื่อ มา ถึง บำไบ ที่ ทอด สมอ แล้ว, ที่ ป้อม เมือง บำไบ ก็ ได้ ยิง ปืน สลูต รับ ๒๑ นัด. แล้ว ที่ เรือ รบ ก็ ยิง ปืน รับ ๒๑ นัด เหมือน กัน. ถัด มา ก็ ได้ ยิง สลูต สำหรับ กงสุล อะเมริกา ที่ ตั้ง อยู่ นั้น, ห้า นัด.
๏ เรือ รบ ชื่อ สินันโดฮา นั้น, มี ชื่อ เหมือน เรือ ไพรเว เทีย ที่ ได้ จับ เรือ ค้า ขาย ใน ประเทศ ฝ่าย เหนือ นั้น แต่ มิ ใช่ ลำ นั้น, เรือ ลำ นี้ ต่อ เมื่อ คฤสตศักราช ๑๘๖๓ ต่อ ที่ เมือง ฟิล เลเดลเฟีย. ข้าง ใน เรือ ปู ด้วย เหล็ก หนา, ข้าง นอก เปน ไม้, มี นาย ทหาร เลว ๒๐๐ คน. ปืน ใหญ่ ๙ บอก.
๏ ข่าว ประเทศ ยุโรบ มา โดย จด หมาย เหตุ
๏ จดหมายเหตุ ชื่อ โฮมนิวชิ. เดือน ๑๐ แรม ๔ ค่ำ บอก ว่า ปี นี้ ฝ้าย ที่ เมือง อะเมริกานั้น เสีย โดย มาก, ๏ อนึ่ง ที่ เมือง ลิเวอกูล์, มี สม โภช เลี้ยง โตะ กัน ใหญ่, เพื่อ จะ ได้ สรรเสิญ คน ที่ เปน สำคัญ ใน การ ทำ แอตแลนติก เตลิแกรฟ, ให้ สำเร็จ นั้น. ลอซตันเล ขุน นาง อังกฤษ ผู้ ว่า การ ต่าง ประ เทศ ได้ ไป ประชุม ที่ นั่น ด้วย, ๏ อนึ่ง พวก เมกสิโก ที่ เรียกว่า พวก ริบับลิก ที่ ขัด ขวาง เอมบีรอ เมก สมีเลียน นั้น, มี กำ ลัง ขึ้น, ๏ อนึ่ง เปรศสิเตนต์ ยอนซัน กลับ มา ยัง เมือง วัดซิงตัน แล้ว, มี คน ประชุม กัน สรรเสิญ มาก, ๏ อนึ่ง น้ำ ท่วม ที่ เมือง ฝรั่งเสศ ของ เสี่ย หัก ภัง ทำ ลาย มาก, ด้วย น้ำ ไหล มา แต่ ภูเขา ไหล เชี่ยว นัก, จึ่ง ทำ ลาย ตึก เรือน ให้ ภัง ได้.
๏ อนึ่ง โรค ลง ราก ที่ เมือง ลอนดอน ยัง คง อยู่ ลาง ที่ ก็ เหือด ไป ลาง ที่ กลับ เปน ขึ้น อิก.
๏ ข่าว มา โดย จดหมายเหตุโฮม ฮมนิวชี้ แต่ ลอนดอน เดือน ๑๑ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง, ความ ไมตรี ออศเตรีย กับ อิตาลิ ก็ ตก ลง กัน ได้ ประทับ ตรา แล้ว.
๏ อนึ่ง เมือง ปรอดเชีย ยัง กำลัง จัด แจง รับ เมือง ต่างๆ ที่ ขึ้น แก่ ตัว, ๏ อนึ่ง โรค ลง ราก ที่ เมือง ลอนดอน ทวี มาก ขึ้น
๏ อนึ่ง มเหษี เมกสมีเลียน เจ้า เมือง เมกสิโก, ไป เยี่ยม เอมบี รอ ฝรั่งเสศ แล โพบ ที่ เมือง โรม, เสีย จริต ไป ที่ นั้น. เอม บีรอ เมกสะมิเลียน บอก ความ ตาม ทาง แอตแลน ติก เตลิแกรฟ, ถึง มเหษี เปน ๔๗๘ คำ ต้อง เสีย เงิน ๕ พัน เรียญ, ตาม ค่า ธรรมเนียม เตลิแกรฟ, ๏ ข่าว มา แต่ เมือง โมบิล ประเทศ อา ละบามา. ๏ ฝ่าย ใต้ แขวง เมือง ยุไน ติศเทศ ว่า ณวัน อา ทิตย์ เดือน ๘ แรม ๗ ค่ำ, มี เกาะ ใหม่ ผุด ขึ้น ใน อ่าว ทะเล ใน วัน นั้น, สูง ๙๐ พืด คิด เปน ๑๕ เสศ, โดย ปริมณฑล พัน ๗ ร้อย พืด คิด เปน ๒ ร้อย ๖๑ วา, ๏ อนึ่ง ที่ เมือง รอดเชีย จับ คน ที่ คิด ขบถ ได้ ๓๔ คน, ตัด สิน ว่า เปน โทษ เข้า ใน การ ขบถ คิด จะ ฆ่า เอม บีรอ รัศเชีย เสีย.
ความ ไฟ ไหม้
๏ ณวัน จันทร เดือน อ้าย ขึ้น ๓ ค่ำ, เกิด ไฟไหม้ บ้าน ที่ ถนน เจริญ กรุง ที่ หลัง บ้าน มิศเตอบึกเอนแปก แอนกำปนี. แต่ ไหม้ ก็ ไม่ มาก.
๏ อนึ่ง ใน คืน วัน นั้น ที่ โรงยี่, พวก จีน หลัง บ้าน หลวง วิสุทธ สาคร ดิษฐ. พวก เดิน กระเวน คน หนึ่ง เหน เพลิง ติด หลัง คา โรง ยี่ นั้น, ก็ ร้อง ปลุก คน ขึ้น ให้ ดับ ไฟ ก็ ดับ ทัน. ได้ เหน ไม้ คีด ไฟ ฝรั่ง เปน กำมือ ๑ ห่อ อยู่ ใน กระศาด ฟาง หลาย ชั้น ไฟ ติด กระศาด ฟาง อยู่ ยัง หา ถึง ที่ ไม้ คีด ไฟ ไม่. ถ้า ไม่ ได้ ดับ อิก ประเดี๋ยว ก็ จะ ถึง ไม้ คีด ไฟ ก็ จะ ติด ไหม้ ขึ้น จะ ดับ ไม่ ได้. บ้าน นั้น ก็ จะ ไหม้ เสีย หมด จะ ติด ลาม ไป ถึง บ้าน มิศเตอ มากวั่น แอน กัมปนี, แล มิศเตอ กอด แอน กัมปนี. เพราะ ลม พัด เรื่อย ใน ขณะ นั้น. พวก กระเวน เดิน ยาม ดัง นั้น เปน คุณ ประโยชน์ แก่ บ้าน เมือง จริง.
หมอ นักปราช ชื่อ บัศเตียน
๏ หมอ บัศเตียน ที่ ได้ มา อยู่ ใน กรุงเทพ ฯ ๒ ปี ๓ ป แล้ว นั้น, ได้ ไป เที่ยว ที่ เมือง อัง กอ, ทุก วัน นี้ ก็ ยัง เที่ยว อยู่ ที่ ประเทศ จีน ฝ่าย ใต้. ตั้ง ใจ ว่า จะ เที่ยว ไป ฝ่าย เหนือ จน ถึง เมือง บิกิน. แล้ว จะ ขึ้น ไป ตาม น้ำ ชื่อ ไอมัว เข้า ไป ใน แดน เมือง รอดเซีย แล้ว ข้าม เมือง รอดเซีย ไป ถึง เมือง เยอ มะเน จะ ไป บ้าน เขา. กำลัง ธาตุ ทั้ง ๔ ของ ท่าน แขง แรง นัก, เที่ยว ไป ไหน ๆ ก็ ไม่ เปน ไร คน อื่น ก็ จะ ตาย ไป. ท่าน กิน อาหาร แต่ พอ ควร ไม่ มาก. แล้ว เหล้า ก็ ไม่ กิน, เรา เหน ว่า อาไศรย เหตุ นี้ จึง ไม่ ใคร่ จะ เปน โรค, ท่าน ได้ เที่ยว ตลอด ทวีบ อะเมริกา แล แอฟริกา แล้ว. เมื่อ ตลอด ทวีบ อาเซีย แล้ว ก็ จะ หยุด การ เที่ยว. แล้ว จะ เขียน เรื่อง ตาม ที่ ได้ เหน แล ได้ รู้ ใน โลกย.
หมอ เฮ้า
๏ หมอ เฮา กับ ภรรยา ได้ กลับ มา ยัง กรุงเทพ ฯ ณ วัน อาทิตย เดือน อ้าย ขึ้น ๘ ค่ำ ได้ ออก จาก เมือง อ่มริกา เดือน ๙ ขึ้น ๑๐ ค่ำ, มา ทาง คาลิฟอเนีย, แวะ ที่ เกาะ ซันดาวิศ แล้ว มา ถึง ฮ่องกง แล้ มา จาก ฮ่องกง ถึง กรุง เทพ ฯ ศริ เข้า ด้วย กัน เดิน ทาง มา ๑๑๘ วัน ทั้ง ผัว ทั้ง เมีย ก็ สบาย. ดู เหมือน จะ กลับ หนุ่ม ขึ้น อีก, เว้น ไว้ แต ผม แล หนวด ขาว เท่า นั้น, หมอ กลับ มา นี้ พวก เรา ก็ ดี ใจ นัก เหน ว่า ไทย ที่ รู้ จัก หมอ แต่ ก่อน ก็ ดี ใจ ด้วย.
ข่าว กงสล ฝรั่งเสศ
๏ อนึ่งว่าเกิดความ กะเทือน แล้ว, ได้ยิน ว่าเขา ฦๅ กัน มาก มาย ว่า ใน วัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น ๗ ค่ำ. มนเชีย ออ บาเร กงสุล ฝรั่งเสศ, ได้เข้าไป เฝ้า ในหลวง ที่ น่า พระที่นั่ง สุไทยสวรรย, องอาจ กล่าวโทษ ท่าน เจ้าพระยา ศรีสุริยวงษ, เปนใจ ความ ว่า, ถ้า จะ โปรด ให้ ท่าน อยู่ ที่ กลาโหม ต่อไป กรุง สยาม กับ ฝรั่งเสศ จะ อยู่ เปน ศุข ไม่ ได้, มิ หนำ ซ้ำ ว่า ควร ที่ จะ กด ลง ถวด เสีย. ถ้า ความ นี้ เปน ความ จริง ก็ ผิด อย่าง ธรรมเนียม ที่ เคย มี ใน ประเทศ ยูโรบ แต่ เดิม มา. ถึง มาทว่า จะ เปน ราชทูตใหญ่ จะ มา กล่าวโทษ, ผู้ ที่ เปน สำ เร็จ ราชการ แผ่นดิน เหมือน ยัง ท่าน ก็ ไม่ ได้. ที่ ประเทศ ยู โรบ ถึง ราชทูตใหญ่ ทำ องอาจ ดังนั้น, เทน ที่ อังกฤษ ฤๅ ฝรั่ง เสศ ฤๅ เมือง อื่น ก็ ดี, จะ ส่ง หนังสือ ที่ ราชทูต ถือ มา, คืน ให้, แล้วก็ จะ ไล่ เสีย. นี้ เปน แต่ กงสุล บันดาศักดิ์ ต่ำ กว่า ราชทูต มาก จะ ยอม ได้ ฤๅ. เรามี ความ หวังใจ ว่า คอ เวอแมนต์ กรุง เทพ ฯ จะ ไม่ ยอม ตาม ที่ กงสุล ฝรั่งเสศ ปราฐนา นั้น เลย. เปน การ อง อาจ แทบ จะ บังคับ ใน หลวง ให้ ตัด แขน ข้าง ขวา เสีย. ตั้ง แต่ ความ นั้น เกิด มา เรา ได้ ถาม หลาย คน นัก หนา ก็ ว่า เปน ความ จริง. ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ก็ ว่า เปน ความ จริง, คน ทั้ง ปวง เสียใจ นัก. ได้ ยิน ข่าว ว่า ใน หลวง ได้ โปรด ยก โทษ กงสุล ฝรั่ง เสศ เสีย แล้ว. ถ้า เปน ความ จริง ยก โทษ เสีย ง่าย ๆ ดัง นี้, ถ้า ฝรั่งเสศ ยก ทัพ มา ตี เมือง ฝ่าย ใต้ ได้ หมด, ก็ จะ ยก โทษ เสีย ง่าย ๆ ดั่ง นั้น ก็ ได้ เหมือน กัน.
ข่าว มา ทาง เติลแครฟ คัด ออก จาก จดหมาย
เหตุ สิงคโปร์
๏ ลอนตอน เดือน ๑๒ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง พวก คอนเครศ ได้ ชนะ พวก เปรศเดนต์ ใน การ ที่ เลือก ขุนนาง เปน การ ชนะใหญ่ นัน ตั้ง แต่ นี้ ไป เปรศเดนต์ ยอนซั้น จะ ไม่ มี กำลัง ที่ จะ ทำ วุ่น วาย ไป อีก ได้ ๏ ลอนดอน เดือน ๑๒ ขึ้น ค่ำ ๑ ข่าว ว่า ที่ ฦๅ กัน แต่ ก่อน ว่า เอมบีรอ เมงศมิเลียน ทิ้ง ราช สมบัติ นั้น ไม่ จริง แต่ ข่าว ว่า เมือง อะเมริกัน จะ ช่วย อุปถัมภ์ พวก รีปับ ลีก ที่ เมือง เมกสิโก นั้น เหน จะ เปน ความ จริง
๏ ลอนดอน เดือน ๑๒ ขึ้น ๕ ค่ำ ข่าว ว่า ที่ รบ ศึก กัน ที่ เมือง แกนเดีย นั้น สงบ แล้ว การ ศึก ทั้ง ๒ ฝ่าย นั้น ยอม หยุด พวก เมือง เตอเก ยอม แพ้ แก่ เมือง แกนเดีย แล้ว จะ เปน ไมตรี กัน อนึ่ง เรือ รบ ฝรั่งเศศ จะ ไป รับ ทหาร ฝรั่งเศศ แต่ เมือง โรม คืน ไป ยัง กรุง ฝรั่งเศศ
๏ อนึ่ง ความ นี่ ของ เมือง อะเมริกา ลดลง ใน เดือน ออกโตเบอ เดือน เดียว ถึง ๒๐๐ แสน เหรียน ถ้า ลดไป เร็ว ดัง นี้ ทุก เดือน ใน ๑๒ ปี ก็ จะ ใช้ นี่ นั้น หมด
๏ อนึ่ง เยนนิรัล เชอมัน ได้ ไป เมือง เมกสิโก แล้ว ดู เหมือน จะ ไป ช่วย พวก รีปับลิก ที่ เมือง เมกสิโก
ข่าว มา โดย จดหมาย เหตุ
๏ โรค โค กระบือ ที่ เมือง อังกฤษ ก็ สิ้น แล้ว อนึ่ง หมาย ประกาศ คอเวอแมนต์ ฝรั่งเศศ ว่า ทหาร ฝรั่งเศศ ที่ เมือง โรม จะ ออก จาก เมือง โรม ใน เดือน อ้าย ขึ้น ๘ ค่ำ
๏ อนึ่ง ทหาร ฝรั่งเศศ ที่ เมือง เมกสิโก เริ่ม จะ ออก จาก เมือง เมกสิโก แล้ว
๏ อนึ่ง ฝูง ราษฎร ที่ เมือง อังกฤษ ก็ ยัง ประชุม กัน มาก มาย ว่า กล่าว จะ ให้ คอเวอแมนต์ ยอม ให้ เข้า ใน การ ที่ เลือก ขุนนาง ให้ ได้
ราคา สินก้า ที่ เมือง เสี่ยงไฮ้
๏ เข้าสาร ขาว บังกล่า ราคา หาบ ละ เหรียน ๗๕ เซนต์ แล ๒ เหรียน ๖๐ เซนต์ เข้า กล้อง สยาม หา ได้ บอก ราคา ไม่
๏ น้ำ ตาล ทราย ขาว กวางตุ้ง หาบ ละ ๕ เหรียน ๘๐ เซนต์ แล ๘ เหรียน น้ำ ตาล ทราย แดง หาบ ๔ เหรียน ๓๕ เซนต์ แล ห้า เหรียน ๒๐ เซนต์ แล ๔ เหรียน ๕๐ เซนต์
๏ น้ำ ตาล แดง เมือง อ้ายมุ่ย หาบ ๓ เหรียน ๘๕ เซนต์
๏ ฝิ่น มละวา ใหม่ หีบ ๘๒๕ เหรียน อย่าง ปัตนา ใหม่ ใหม่ ๕๗๐ เหรียน แล ๖๙๕ เหรียน อย่าง ปีนาเรศ ๕๗๕ เหรียน
แอดแลนติก เตลิแกรฟ
๏ ทุก วัน นี้ แอดแลนติกเตลิแกรฟ มี ๒ สาย. สาย ที่ เสีย นั้น เขา ได้ จัดแจง ขึ้น ดี แล้ว, ใช้ ได้ ทั้ง ๒ สาย, เมื่อ จัดแจง สาย สาย ใหม่ ดี แล้ว ก็ ไป เกบ สาย เก่า ที่ เสีย จม อยู่ ใน สมุทร. เรือ แล่น ไป ไม่ ผิด ที่ ไป เอา ขึ้น มา ได้. เหน ว่า ไม่ มี อะไร ที่ จะ ลอย ขึ้น มา ให้ เหน เปน สำคัญ, เขา เกบ เอา ได้ ด้วย วิธี ดู ดาว ดวง พระ จันทร์. เมื่อ สาย ขาด นั้น อีก ปี หนึ่ง เขา กลับ ไป. เรือ แล่น ไป ถึง ที่ นั้น เขา เก็บ เอา ได้ เปน ความ ประหลาด จริง. ข่าว มา ว่า สาย เชือก ที่ จม อยู่ ใน มหา สมุทร ปี หนึ่ง นั้น ไม่ เสีย กลับ ดี กว่า แต่ ก่อน. อนึ่ง มี ข่าว ว่า พวก อะเมริกา จะ ทำ แอดแลนติก เตลิแครฟ อีก สาย หนึ่ง โดย เร็ว.
| กำปั่น เข้า มา กรุง เทพ ฯ | |||||
| เข้า มา เมื่อไร | กำปั่น ชื่อ ไร | กัปตัน ชื่อ ไร | กี่ ตอน | เรือ อะไร | มา แต่ ไหน |
| เดือน ๑๒ แรม ๙ ค่ำ | บังเกอฮิน | ดาวิศ | ๘๙๘ | ชิบอเมริกา | มะนิลา |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๓ ค่ำ | เซนลี่ | ลัศชอบ | ๓๑๒ | บากฮำเบิก | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๓ ค่ำ | มักเดลีนา | สมิด | ๕๐๐ | บากฮำเบิก | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๓ ค่ำ | เอกศเปรศ | ตราฟต์ | ๑๙๖ | บริกปรอศเชีย | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๓ ค่ำ | อัลบีทรอศ | แซมมี่ | ๔๑๔ | บาก บริเมน | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๓ ค่ำ | เคตเตรล | ฮาดิง | ๔๙๕ | บากอังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๓ ค่ำ | โคไลฮา | ดีซิลวา | ๕๔๒ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๔ ค่ำ | เซนเนตอร์ | ไวเซอซ | ๓๙๒ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๔ ค่ำ | ไฟลยิงพิศ | แซกช์ตรอฟ | ๒๙๕ | บากสยาม | อ้ายมุ่ย |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๕ ค่ำ | เบนคาเลน | ไฮเยมสตอน | ๒๘๐ | บริกดัชะ | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๕ ค่ำ | เบอลิงตอน | ไฮดี้ | ๔๙๕ | บากอังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๕ ค่ำ | เซนต์มันนัค | เอศ | ๒๑๐ | บากบริเมนท์ | สิงคโปร์ |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๕ ค่ำ | อาไลซิ | ชัก | ๒๐๐ | สกูเนอฮำเบิก | สิงคโปร์ |
| เดือน อ้าย ขึ้น ค่ำ ๑ | คาลวิลแฮม | หัดซอน | ๒๓๙ | บากปรอศเชีย | สิงค์ โปร |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๓ ค่ำ | เพอส์ | รอศ | ๑๗๕๐ | กลไฟ อังกฤษ | สิงคโปร์ |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๓ ค่ำ | ซีซาร์ | เลิก | ๓๖๖ | บากอังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๕ ค่ำ | คลิบโซ | กิง | ๕๖๖ | ชิบอเมริกา | ฮองกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๕ ค่ำ | แกตอร | เฮมซอต | ๙๗๖ | ชิบสยาม | ฮองกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๘ ค่ำ | แกนซึมน | วดซัน | ๔๖๔ | บากอังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๘ ค่ำ | อัตตีเวนเตอ | ดิลล์ | ๕๑๓ | บากดัชะ | ฮองกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๑๐ ค่ำ | นระฮำ | เฮนเตอซัน | ๓๓๓ | บาก อังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๑๑ ค่ำ | เดนมาก | เปราช์ | ๓๒๘ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๑๑ ค่ำ | เอนเตอไปรซ์ | ลำเฟล็ด | ๔๔๘ | บากสยาม | ฮองกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ | เจ้าพระยา | อรตัน | ๓๕๓ | กลไฟ สยาม | สิงคโปร์ |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ | อำมิกัส | ออลเชน | ๕๑๑ | บากอังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๑๒ ค่ำ | เอมบีรอ | ดัดเล | ๓๗๐ | บากอังกฤษ | ฮองกง |
| ออกไปเมื่อไร | กำปั่นออกจาก กรุงเทพ ฯ | จะไป ไหน | |||
| เดือน ๑๒ แรม ๑๐ ค่ำ | วิคราต์ | บาเรศ | ๗๙๒ | ชิบ อเมริกา | ฮองกง |
| เดือน ๑๒ แรม ๑๕ ค่ำ | เมิตกิวเร | จีน | ๑๖๘ | ปริกสยาม | ยวา |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๑ ค่ำ | เอมิวฮวิก | บาโซ | ๒๗๓ | บากอังกฤษ | บำเบ |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๕ ค่ำ | ซึงฮ้อย | ฮัดเชน | ๓๕๒ | บากสยาม | สิงคโปร |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๕ ค่ำ | กิมเซงฮง | จีน | ๒๑๓ | บริกสยาม | ชายทะเล |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๗ ค่ำ | เบิตเยอมัน | เมเยอ | ๗๔๐ | บากบริเมน | ฮองกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๗ ค่ำ | เอลวอย | ยัก.ชน | ๔๘๘ | บากสยาม | อาว ทเลไท |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๘ ค่ำ | คอนรัด | มอคัน | ๓๕๐ | บากอังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๙ ค่ำ | ธิวันเคเลน | ฮาดำขี้ | ๔๔๑ | บากอังกฤษ | ช่องกง |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๙ ค่ำ | ดีเบกิริม | นอกกทา | ๒๓๗ | บากดัชะ | ยาวา |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๑๐ ค่ำ | เฟอละ | รอตขี้ | ๑๗๖๐ | กลไฟรบ อังกฤษ | สิงคโปร |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๑๑ ค่ำ | ตีมาชี | รอศขี | ๑๐๓๑ | ชิบอเมริกา | นิงโป |
| เดือน อ้าย ขึ้น ๑๑ ค่ำ | เบสมิก | เคคี่มัน | ๔๐๐ | บาก บริมัน | ฮ่องกง |
| ๏ ปฎิทิน บอกโมง แล ทุ่ม ใน ข้าง แรม เดือน อ้าย นี้ ๚ะ | ||||||
| คำอังกฤษ | คำไทย | คำจีน | อาทิตย์ขึ้น กี่โมง | อาทิตย์ตก กี่โมง | อาทิตย์ เที่ยง กี่โมง | จันท์รึกขึ้น |
| เดือน ดีเซมเบอ | เดือน อ้าย | เดือน ๑๑ | ||||
| วัน อาทิตย ๒๓ ค่ำ | แรม ค่ำหนึ่ง | ๑๖ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๕ นาที | ๕ โมง ๓๔ นาที | ย่ำเที่ยง | ทุ่ม ๑ ๕๕ นาที |
| วัน จันทร์ ๒๔ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ๑๗ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๕ นาที | ๕ โมง ๓๔ นาที | ย่ำเที่ยง | ๒ ทุ่ม ๕๔ นาที |
| วัน อังคาร ๒๕ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ๑๘ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๕ นาที | ๕ โมง ๓๔ นาที | ย่ำเที่ยง | ๓ ทุ่ม ๕๑ นาที |
| วัน พุทธ ๒๖ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ๑๙ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๕ นาที | ๕ โมง ๓๔ นาที | ย่ำเที่ยง | ๔ ทุ่ม ๔๓ นาที |
| วัน พฤหัส ๒๗ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ๒๐ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๕ นาที | ๕ โมง ๓๔ นาที | ๕ โมง ๕๘ | ๕ ทุ่ม ๓๓ นาที |
| วัน ศุกร ๒๘ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ๒๑ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๕ นาที | ๕ โมง ๓๔ นาที | ๕ โมง ๕๘ นาที | |
| วัน เสาร์ ๒๙ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ๒๒ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๕ นาที | ๕ โมง ๓๕ นาที | ๕ โมง ๕๘ นาที | ๖ ทุ่ม ๕๖ นาที |
| วัน อาทิตย์ ๓๐ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ๒๓ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๕ นาที | ๕ โมง ๓๕ นาที | ๕ โมง ๕๘ นาที | ๗ ทุ่ม ๕๘ นาที |
| วัน จันทร ๓๑ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ๒๔ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๕ นาที | ๕ โมง ๓๕ นาที | ๕ โมง ๕๗ นาที | ๙ ทุ่ม ๑๙ นาที |
| เดือน ยันยุอาเร | ||||||
| วัน อังคาร ค่ำหนึ่ง | ๑๐ ค่ำ | ๒๕ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๔ นาที | ๕ โมง ๓๖ นาที | ๕ โมง ๕๗ นาที | ๙ ทุ่ม ๑๙ นาที |
| วัน พุทธ ๒ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ๒๖ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๔ นาที | ๕ โมง ๓๖ นาที | ๕ โมง ๕๗ นาที | ๑๐ ทุ่ม ๗ นาที |
| วัน พฤหัส ๓ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ๒๗ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๔ นาที | ๕ โมง ๓๖ นาที | ๕ โมง ๕๖ นาที | ๑๐ ทุ่ม ๕๕ นาที |
| วัน ศุกร ๔ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ๒๘ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๔ นาที | ๕ โมง ๓๖ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๑๑ ทุ่ม ๔๓ นาที |
| วัน เสาร ๕ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ๒๙ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๒๔ นาที | ๕ โมง ๓๖ นาที | ๕ โมง ๕๕ นาที | ๑๑ ทุ่ม ๔๕ นาที |
รางวัล ๖ ตำลึง
๏ การ คะโมย แต่ ณเดือน ๘ ที่ ๒ แรม ๑๒ ค่ำ, ยัง หา ได้ ตัว เปน แน่ ไม่. ขอ ให้ ท่าน สืบ เอา ตัว คะโมย นั้น ให้ ข้าพเจ้า ได้. ถ้า ได้ เปน แน่ แล้ว จะ ได้ รางวัล ๖ ตำลึง. คะโมย นั้น นั้น, คือ คะโมย เอา หนังสือ กฏหมาย ไทย บ้าง, สามก๊ก เล่ม ที่ หนึ่ง บ้าง, ถ้า เหน ผู้ ใด เที่ยว ขาย กฏหมาย แล สามก๊ก ถูก ๆ ก็ ควร จะ สืบ ถาม แต่ คน นั้น, ว่า ได้ เอา มา แต่ ไหน.
สามก๊ก
๏ สามก๊ก เล่ม ๒ ได้ ลง พิมพ์ แล้ว, ได้ ผูก เข้า เปน เล่ม ไว้ บ้าง แล้ว. แต่ จะ จำหน่าย ได้ แต่ ที ละ น้อยๆ, จะ จำหน่าย ให้ มาก ไม่ ได้. ด้วย ลูก จ้าง ผู้ ที่ จะ ทำ เข้า เปน เล่ม นั้น น้อย ตัว นัก.
หมาย การ นาย ห้าง
มิศเตอ มา เลิบ บียูเอม แอน กำปะนี ขอ แจ้ง ความ แก่ ท่าน ทั้ง ปวง ว่า ได้ ตั้ง ที่ ขาย ของ ขึ้น ใหม่ ที่ เรือน ซึ่ง มิศเตอ เอฟ แบลก แอก ไศร เคย อยู่ แต่ ก่อน ริม กงสุล ปุรเตศ ข้าพเจ้า ได้ แยก ออก ขาย อีก แห่ง หนึ่ง แล ที่ เก่า ของ ข้าพเจ้า ก็ ยัง ขาย อยู่ มี ของ มา ใหม่ หลาย สิ่ง มา เมื่อ เรวๆ นี้ แทบ จะ ทุก สิ่ง ที่ ท่าน ทั้ง ปวง จะ ต้อง การ ซื้อ เชิญ ท่าน มา ชม ดู เถิด
๏ ธรรมเนียม อังกฤษ นับ วัน ตั้ง แต่ เวลา เที่ยง คืน วัน น่า, ไป จน เวลา เที่ยง วัน, เรียก ว่า เวลา เช้า. ตั้ง แต่ เที่ยง วัน จน ถึง เที่ยง คืน เรียก ว่า เวลา บ่าย. ทั้ง สอง นี้ เรียก วัน หนึ่ง, เปน ๒๔ ชั่วโมง. น้ำขึ้น ที่ บางกอก ช้า กว่า ที่ ปากน้ำ ๒ ชั่วโมง ๔๕ นาที.
| เดือน อ้าย ข้าง แรม | |||||
| วัน อะไร | กี่ ค่ำ | ขึ้น เมื่อไร | ลง เมื่อไร | ขึ้น บ่าย เมื่อไร | ลง บ่าย เมื่อไร |
| เดือน อ้าย | ข้าง แรม | ||||
| วัน อาทิตย์ | ค่ำ หนึ่ง | ขึ้น ๙ ทุ่ม ๑๕ นาที | ลง เช้า ๓ โมง ๔๕ นาที | ขึ้น บ่าย ๓ โมง ๓๐ นาที | ลง ย่ำ ค่ำ ๔๕ นาที |
| วัน จันทร | ๒ ค่ำ | ขึ้น ๑๐ ทุ่ม ๓๐ นาที | ลง เช้า ๔ โมง ๑๕ นาที | ขึ้น บ่าย ๔ โมง ๓๐ นาที | ลง ทุ่ม หนึ่ง ๑๕ นาที |
| วัน อังคาร | ๓ ค่ำ | ขึ้น ๑๐ ทุ่ม ๓๐ นาที | ลง เช้า ๔ โมง ๓๐ นาที | ขึ้น บ่าย ๔ โมง ๔๕ นาที | ลง ๒ ทุ่ม |
| วัน พุทธ | ๔ ค่ำ | ขึ้น ๑๑ ทุ่ม ๓๐ นาที | ลง เช้า ๔ โมง ๓๐ นาที | ขึ้น บ่าย ๕ โมง ๓๐ นาที | ลง ๒ ทุ่ม ๔๕ นาที |
| วัน พฤหัศ | ๕ ค่ำ | ขึ้น ๑๑ ทุ่ม ๓๐ นาที | ลง เช้า ๕ โมง ๓๐ นาที | ขึ้น บ่าย ๕ โมง ๓๐ นาที | ลง ๓ ทุ่ม ๓๐ นาที |
| วัน ศุกร | ๖ ค่ำ | ขึ้น ๑๑ ทุ่ม ๓๐ นาที | ลง เช้า ๕ โมง ๔๕ นาที | ขึ้น ย่ำ ค่ำ | ลง ๔ ทุ่ม ๑๕ นาที |
| วัน เสาร | ๗ ค่ำ | ขึ้น ๑๑ ทุ่ม | ลง เช้า ๕ โมง ๓๐ นาที | ขึ้น ย่ำ ค่ำ ๓๐ นาที | ลง ๔ ทุ่ม ๓๐ นาที |
| วัน อาทิตย | ๘ ค่ำ | ขึ้น ๑๑ ทุ่ม ๓ นาที | ลง เช้า ๕ โมง | ขึ้น ๒ ทุ่ม | ลง ๖ ทุ่ม |
| วัน จันทร | ๙ ค่ำ | ขึ้น ย่ำรุ่ง | ลง ๕ ทุ่ม ๓๐ นาที | ขึ้น ๓ ทุ่ม ๓๐ นาที | |
| วัน อังคาร | ๑๐ ค่ำ | ขึ้น ๑๑ ทุ่ม ๑๕ นาที | ลง เช้า ๕ โมง ๔๕ นาที | ขึ้น ๕ ทุ่ม | |
| วัน พุทธ | ๑๑ ค่ำ | ขึ้น ย่ำรุ่ง | ลง ๖ ทุ่ม | ||
| วัน พฤหัศ | ๑๒ ค่ำ | ขึ้น เช้า ๒ โมง ๑๕ นาที | |||
| วัน ศุกร | ๑๓ ค่ำ | ขึ้น ทุ่ม หนึ่ง ๑๕ นาที | ลง เช้า ๓ โมง ๑๕ นาที | ||
| วัน เสา | ๑๔ ค่ำ | ขึ้น ๘ ทุ่ม | ลง เช้า ๔ โมง ๕๐ นาที | ||