BANGKOK RECORDER

BANGKOK RECORDER

เล่ม ที่ ๒ เดือน อ้าย แรม ๑๔ ค่ำ ปี ขาน อัฐ ศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน เยนยุเอริ วัน ที่ ๕ กรุษ ศักราช ๑๘๖๗, ใบ ที่ ๒๒

เรื่อง เกาะซันดาวิด บต ๓

๏ เจ้า คามิฮามิฮา ที่หนึ่ง, ถึง ท่าน ได้ ถือ รูป พระ จน สิ้น พระชนม์, ท่าน ได้ เปลี่ยน ธรรมเนียม สาศนา ที่ ถือ มา แต่ก่อนนั้น หลาย อย่าง. เมื่อ ท่าน ประชวร โรค ที่ เปน ที่ สุด ท่าน ก็ ไม่ ยอม ให้ ไพร่ พล เมือง ทำ การ, ฆ่า คน บูชา สำรับ ที่ จะ บำบัด โรค ของ ท่าน ตาม ธรรมเนียม แต่ บุราณ ที่ มี สืบ ๆ มา. แล้ว ก็ ได้ สั่ง ไว้ ว่า เมื่อ ตัว เรา ล่วง ไป แล้ว, อย่า ให้ คน ฆ่า มนุษย แล สัตว บูชา, เพื่อ ให้ ถึง วิญาณ ของ เรา ใน เบื้อง น่า นั้น เลย. เพราะ การ บูชา นั้น จะ เสีย เปล่า. แต่ ไพร่ พล เมือง เมื่อ เห็น เจ้า ชีวิตร ของ ตัว ล่วง ไป แล้ว, ก็ จับ สุนักข ฆ่า เสีย สาม ร้อย ตัว ใน วัน ทำ พระศพ. คน ทั้งปวง ก็ ร้อง ไห้ ร้อง คราง ตลอด หมู่ เกาะ, แล ได้ โกน ศรีสะ แล เอา ไฟ เผา ตัว ให้ พอง ให้ เจ็บ. แล้ว หัก น่า ฟัน ของ ตัว เสีย. แล้ว ทำ การ วุ่นวาย ต่าง ๆ นัก, แล ทำ การ ชั่ว หยาบ ช้า ต่าง ๆ. คะโมย กัน ฆ่า ฟัน กัน ตาม ธรรมเนียม ซึ่ง มี เมื่อ เจ้า แผ่นดิน ตาย.

๏ ไลโฮไลโฮ ราช บุตร ผู้ ใหญ่ ของ คามิฮา มิฮา ที่ หนึ่ง, ได้ ขึ้น ครอง แผ่นดิน ว่า การ สืบ ไป, อายุ ได้ ๒๒ ปี. เกอาฮู มา นิว เมีย ที่ สอง ของ คามิฮามิฮา. ที่ ท่าน ให้ ว่า การ แผ่น ดิน ด้วน กัน เมื่อ ยัง อยู่ นั้น, ไลโฮไลโฮ ได้ ตั้ง หญิง คน นั้น ไว้ เปน ที่ เจ้า พระยา กลาโหม, แต่ มารดา ของ ไลโฮไลโฮ นั้น ชื่อ เคียวปุวโอลาเน. ตั้งไว้ เหมือน ยัง ปลัด เจ้า พระยา กลาโหม. หญิง ทั้ง สอง คน นี้, ที่ หลัง ก็ เข้า รีต ใน คฤสตสาศนา, เปน เหมือน พระ มารดา เลี้ยง. ของ พวก ลูก ศิษย์ พระ เยซู ใน หมู่ เกาะ ซันดาวิศ.

๏ ไลโฮไลโฮ ได้ ขึ้น เสวย ราช ใน คฤสตศักราช ๑๘๑๙ คือ ๔๗ ปี มา แล้ว. ครั้น อยู่ มา สัก ปี หนึ่ง, ก็ เกิด เหตุ ใหญ่ ใน หมู่ เกาะ นั้น, ที่ ไม่ใคร่ จะ มี อย่าง ตั้ง แต่ แรก สร้าง โลกย์.

คือ เจ้า นาย แล ราษฎร ใน หมู่ เกาะ, ได้ ทำ ลาย รูป พระ ที่ ตัว เคย นับ ถือ มา แต่ บูราณ ใน ปี เดียว นั้น.

๏ ตั้ง แต่ นี้ จะ เล่า เรื่อง ที่ ได้ นำ เหตุ ใหญ่ นั้น เข้า มา. ชาว เกาะ นั้น. มี ธรรมเนียม ที่ เขา ถือ มา แต่ บูราณ เรียก ว่า ตาบู. เปน คู่ กัน กับ ธรรมเนียม ที่ ไหว้ รูป. สิล ตาบู นั้น, ให้ ถือ วัน หนึ่ง วัน ใด ว่า เปน วัน พระ. แล ถือ ที่ ต่าง ๆ ว่า เปน ที่ พระ ให้ ถือ รูป คน ต่าง ๆ ว่า เปน พระ. ถือ หลาย สิ่ง นัก หนา ว่า เปน บริสุทธ. ถ้า ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง หัก ทำลาย สิล นั้น, ก็ เปน โทษ ถึง ตาย. คน ทั้งปวง จึง ถือ สิล นั้น ครัด เคร่ง นัก. คน ทั้ง ปวง เหน ว่า เปน การ หนัก นัก, แทบ จะ แบก ไม่ ไหว. ใน ธรรม เนียม นั้น, ก็ ห้าม มิ ให้ ผัว กิน เข้า ร่วม ด้วย เมีย. ถ้า มิ ฟัง เปน โทษ ถึง ตาย. ห้าม ผู้ หญิง ไม่ ให้ กิน เนื้อ สัตว แล ลูก ไม้ แล ปลา หลาย อย่าง ที่ เปน ของ น่า กิน นัก. ห้าม ทั่ว ไป ไม่ ว่า หญิง ผู้ ดี แล คน ยาก. หญิง ผู้ ใหญ่ ที่ มี บันดา ศักดิ์ สูง ก็ ไม่ กลัว พวก พระ จะ มา ฆ่า ตัว เสีย ดอก, พวก พระ ได้ สั่ง สอน ให้ เจ้า นาย กลัว ว่า เมื่อ ยัง ไม่ ถึง ตาย. พวก ยักษ ก็ จะ มา ทำ อันตราย พิฤกษ พึง กลัว. เจ้า หญิง สงไส ข้อ ที่ พวก พระ สั่ง สอน นั้น, ใจ ก็ ไม่ เชื่อ ด้วย, เห็น พวก นอก ประเทศ เข้า มา กิน อะไร ทุก อย่าง ก็ ไม่ เปน อันตราย. เหน พวก นอก ประเทศ กิน เหล้า ก็ ได้ เมา ไป บ้าง, หาย เมา แล้ว ก็ ไม่ เปน อันตราย อะไร. ยักษ ก็ ไม่ ทำ เขา เลย จึง เกิด ใจ กล้า ว่า ไม่ ควร จะ ถือ สิล นั้น ต่อ ไป, เปน หนัก เสีย เปล่า ๆ. เจ้า หญิง ชื่อ เคียวปิโอลาเน. มารดา เจ้า แผ่นดิน เปน ผู้ แรก หัก ทำ ลาย ธรรมเนียม นั้น. ได้ กิน เข้า ด้วย ลูก ผู้ ชาย สุด ท้อง, เจ้า หญิง องค์ อื่น เหน, พิจารณา ดู เหน ว่า ไม่ เปน อันตราย เลย, ก็ ตาม. แต่ เจ้า แผ่นดิน ก็ ยัง กลัว อยู่, ไม่ ช้า ไม่ นาน ก็ ยอม ตาม, จึง มี รับสั่ง ให้ คน ทั้งปวง ถือ ตาม ชอบใจ จะ กิน ก็ ได้ ไม่ กิน ก็ ได้, จะ ไม่ เปน อะไร. คน ทั้งปวง จึง ทำ ตาม เจ้า แผ่นดิน ก็ มิ ได้ ถือ ธรรมเนียม นั้น ต่อ ไป. คิด เหน ว่า ของ ที่ เปน คู่ กัน กับ การ ที่ ไหว้ รูป นั้น ทำลาย ได้ ไม่ เปน อะไร, จะ ทำ ลาย รูป เสีย ก็ ไท้ ไม่ เปน อะไร เหมือน กัน. ฝ่าย เจ้าแผ่นดิน ก็ ยอม ให้ ทำ. คน ทั้งปวง ก็ เต็ม ใจ ชวน กัน ทำลาย รูป แล ที่ ไหว้ รูป เสีย สิ้น ใน หมู่ เกาะ นั้น โดย เร็ว ใน ปี เดียว. ผู้ ที่ เปน พระ ใหญ่ ชื่อ ฮีวาฮีวา, ก็ ลา เอา จาก ที่ พระ กลับ มา เข้า ใน การ ที่ ทำลาย รูป. คน ทั้งปวง เห็น พระ ผู้ ใหญ่ ทำ ดัง นั้น, พระ แล ชาว บ้าน ก็ เข้า ด้วย กัน ภา กัน ทำลาย รูป เสีย สิ้น. ครั้น ทำลาย รูป แล้ว ก็ จัดแจง ให้ มี วัน สมโภช ใหญ่ เพื่อ จะ ฉลอง การ นั้น. คน ทั้งปวง ก็ ชื่น ชม ด้วย เห็น ว่า การ ถือ ศาสนา นั้น เปน ที่ ข่มขี่ หนัก.

๏ ไม่ ช้า ไม่ นาน มี เจ้า ผู้ ใหญ่ คน หนึ่ง ไม่ ยอม ไม่ เข้า ด้วย ผู้ ทำลาย รูป. ชาว เมือง ที่ ยัง นับ ถือ รูป อยู่ บ้าง ก็ มา เข้า กัน. เกิด การ ศึก ขึ้น ใน เมือง นั้น. ทัพ เจ้า เมือง ไลโฮไลโฮ แล เจ้า นั้น ทั้ง สอง ฝ่าย, กระทำ ผจน กัน ที่ เกาะ ฮาวาย ฝ่าย ตวัน ตก. เจ้า องค์ นั้น ถูก อาวุธ ตาย. ทัพ ก็ เลิก ไป คน ก็ กลับ เข้า แก่ ไลโฮไลโฮ หมด. การ ที่ ทำ ลาย รูป นั้น ก็ แล่น ตลอด ทั่ว ไป, เจ้า ไลโฮไลโฮ ทำลาย ศาสนา นั้น เสีย. จะ ได้ ทำ ด้วย ปราถนา ศาสนา อื่น นั้น หา มิ ได้, ทำ เพื่อ ว่า จะ ให้ พ้น ศาสนา มิ ให้ มี ศาสนา ใด ๆ ที่ จะ ข่มขี่ เปน ใหญ่ กว่า ตัว. เจ้า หญิง ชื่อ เกอาฮี มานุ ก็ เห็น ว่า ศาสนา ที่ เคย ถือ เปน อัน ถือ เปล่า ๆ ก็ ทิ้ง เสีย, มิ ได้ นึก ว่า จะ ถือ ศาสนา อื่น ดอก. เมือง ซันดาวิศ นั้น ไม่ มี ศาสนา คน ก็ ดู เปน กระจัดกระจาย ไป, ดู เหมือน จะ ไม่ ยั่ง ยืน ได้. แต่ มี ผู้ ทรง ฤทธิ์ ที่ สุด ที่ เขา ไม่ รู้ จัก ท่าน ได้ รักษา เขา ไว้ ท่า พวก มิดชันนาเร อะเมริกา จะ มา ถึง. จะ ได้ บอก สาศนา ที่ ดี กว่า ศาสนา ที่ เขา ถือ อยู่ ก่อน นั้น นักหนา.

๏ รูป พระ ที่ พวก ซันดาวิศ ได้ เคย นับ ถือ นั้น เปน รูป ต่าง ๆ มี รูป อย่าง หนึ่ง เขา เรียก ว่า พระ พิศม์, รูป อย่าง หนึ่ง อังกฤษ เรียก วอล์กาโน, แปล ว่า เปน ผู้ จะ ให้ แผ่นดิน แยก ออก แล้ว ให้ บัง เกิด เพลิง ผุด ขึ้น จาก ดิน ทำลาย บ้าน เมือง ให้ ฉิบหาย. อีก อย่าง หนึ่ง เรียก พระ สงคราม, เปน พระ สำรับ ที่ ออก รบ ศึก. แล รูป พระ ทั้ง นี้ เขา แกะ ทำ ด้วย ไม้. ไม่ ได้ ทำ ด้วย เงิน ทอง แล หิน. รูป ก็ ไม่ สู้ ใหญ่ นัก, ลาง รูป ก็ โต เท่า ผู้ ใหญ่ บ้าง เท่า เด็ก บ้าง, ยก ไป ตั้ง ที่ ไหน ๆ ก็ ได้ ง่าย, เมื่อ จะ ไป ทัพ ยก ไป ด้วย ก็ มี. ลาง ที่ รูป พระ เล็ก ภอ ที่ จะ ใส่ กะเป๋า ป ด้วย ได้. เจ้า แผ่นดิน คามีฮามีฮา ที่ หนึ่ง เคย. เอา รูป พระ พิศม์เล็ก ๆ ใส่ในใต้หมอน เมื่อ จะ นอน เปน นิจ. รุป พระ พิศม์ นั้น คล้าย ๆ รูป ยักษ โต เท่า เด็ก ๑๓ ปี ๑๔ ปี. อ้า ปาก อยู่ มี ฟัน ใหญ่ น่า กลัว ที่ หลัง นั้น มี รู สำหรับ ใส่ พิศม์. รูป พระ สงคราม นั้น มี ตั้ง แต่ ศีศะ ลง มา เพียง ตะ มี ฟัน ใหญ่ ๆ มี ผม เหมือน ผม จุก, อ้า ปาก กว้าง ฟัน ใหญ่ น่า กลัว. รูป พระ เรียก ว่า คืบพี, เปน รูป คน ศีศะ เหมือน หัว ช้าง ซีก หนึ่ง. ปาก กว้าง ฟัน ใหญ่ น่า กลัว. รูป พระ อย่าง หนึ่ง มี ไม้ ยาว สัก ห้า ศอก หก ศอก ข้าง หนึ่ง เปน หัว ยักษ, รูป นี้ เมื่อ ไป ทำ ศึก ก็ ถือ เอา ไป ด้วย. ชาว ซันดาวิศ เข้า ใจ ว่า กัปตัน กุก ที่ เขา ฆ่า เสีย เมื่อ คฤสตศักราช ๑๗๗๙ เปน รูป นั้น. ชาว เกาะ ซันดาวิศ มี รูป พระ ที่ นับ ถือ หลาย อย่าง ก่อน พวก มิดชันนาเร อะเมริก ไป ถึง. แต่ ไม่ รู้ ว่า จะ เปน รูป อย่าง ไร เพราะ ไม่ มี ใคร บอก เล่า เมื่อ พวก มิชันนาเร ไป ถึง นั้น เขา ทำลาย เสีย หมด แล้ว จึ่ง หา ยาก.


การ ทำลาย รูป พระ

๏ เรา มี ความ ปราถนา เจ้า นาย ขุนนาง ทั้งปวง ใน กรุงเทพ ฯ มี พระ เจ้า อยู่ หัว เปน ต้น ให้ ท่าน ทั้งปวง ตฤก ตรอง ดู ใน การ ที่ จะ ทำลาย รูป พระ ตาม ที่ เอา ใจ ใส่ ตฤร ตรอง เลือก ตาม ที่ จะ สมควร สาสนา ที่ ไทย ถือ ทุก วัน นี้ เปน สาสนา สำหรับ ไหว้ รูป พระ รูป พระ ของ พุทธสาสนา แล รูป พระ ของ ซันดาวิศ นั้น ก็ ผิด กัน ก็ จริง แต่ เปน สาสนา ไหว้ รูป พระ เหมือน ที่ เกาะ ซันดาวิศ ก็ เปน สาสนา ไหว้ รูป พระ เหมือน กัน ใน ประเทศ ไทย ทำ รูป สมณะโคดม เพื่อ จะ ได้ คิด ถึง แล ไหว้ ว่า เปน ใหญ่ กว่า สรรพสัตว แล สิ่ง ของ ทั้งปวง ที่ เกาะ ซันดาวิศ เขา ไหว้ รูป เขา คิด ถึง ผู้ ที่ เขา ถือ ว่า เปน ใหญ่ ยิ่ง เหมือน กัน แต่ เขา ไม่ ได้ ถือ ว่า รูป นั้น เปน ใหญ่ เขา ถือ ว่า รูป นั้น เปน การ เปรียบ เทียบ เอา ผู้ ที่ เขา ถือ ว่า เปน ใหญ่ เหมือน ไทย ถือ รูป ว่า ไม่ ได้ เปน ใหญ่ เอง ดอก เปน เปรียบ เทียบ ผู้ ใหญ่ ที่ มี ใน บุราณ แต่ เท่านั้น รูป พระ ที่ ทำ ด้วย อิฐ ปูน ทอง เหลือง ทอง แดง เงิน แล ทอง คำ ก็ จะ ประเสริฐ กว่า รูป ที่ ทำ ด้วย ไม้ มิ ได้ เว้น ไว้ แต่ ของ ที่ เอา ผสม กัน ทำ รูป นั้น มี ราคา ผิด กัน มาก กว่า กัน ถ้า การ ที่ ไหว้ รูป ทำ ด้วย ไม้ เปน บาบ ไหว้ รูปที่ทำด้วย เงิน ทอง ก็ แปล บาป เหมือน กัน ถ้า การ ที่ ไหว้ รูป ทำ ด้วย เงิน ทอง เปน การ ดี การ ที่ ไหว้ รูป ทำ ด้วย ไม้ ก็ เปน การ ดี เหมือน กัน เรา เหน ว่า การ ที่ ไหว้ รูป ที่ เกาะ ซันดาวิส นั้น อาไศรย แก่ พระ เจ้า แผ่นดิน แล เจ้า นาย แต่ เท่านั้น ถ้า เจ้า แผ่นดิน แล เจ้า นาย เลิก เสีย เมื่อ ใด คน ทั้งปวง ก็ จะ ทำ ตาม ก็ ที่ กรุง เทพ ฯ นี้ ศาสนา ที่ ไหว้ รูป ก็ อาไศรย แก่ ผู้ ใหญ่ เหมือน กัน เหน ว่า พระ เจ้า แผ่นดิน สยาม แล เจ้า นาย เปน เสา ใหญ่ ที่ จะ คุ้ม สำรับ พุทธศาสนา ถ้า เลื่อน ออก จาก ที่ ไม่ ยอม เปน เสา คุ้ม อีก พุทธศาสนา ใน กรุงเทพ ฯ ก็ จะ ภังค์ ทำลาย เหมือน ที่ เกาะ ซันดาวิส นั้น ใช่ แต่ เท่านั้น ถ้า มี แต่ พระ เจ้า แผ่นดิน แล เจ้า พระยา กราลาโหม แล เจ้า พระยา ภูธราภัย เอา ใจ ออก หาก จาก พุทธศาสนา เพราะ เหน ไม่ ได้ เปน ประโยชนะ ใน ชาติ นี้ ก็ ดี ชาติ น่า ก็ ดี แล ป่าว ประกาศ ว่า เรา ทั้ง สาม จะ ไม่ เชื่อ ต่อ ไป ก็ เหน ว่า เจ้า นาย องค อื่น แล พระ สงฆ์ ฝูง ราษฎร ทั้งปวง คง จะ เข้า ด้วย กัน ถึง จะ ไม่มี รับสั่ง ให้ ตาม ก็ คง จะ ตาม เอง ใช่ แต่ เท่า นั้น แม้น พระ เจ้า แผ่นดิน องค์ เดียว เจ้า นาย ฝูง ราษฎร เหน ว่า ท่าน มี พระ ปัญญา หลัก แหลม คง จะ ไม่ ได้ ถือ ศาสนา ผิด ไป ถ้า ท่าน กลับ ใจ เสีย ใหม่ ยังไร ก็ ควร ที่ เรา จะ กลับ ตาม ถ้า ท่าน จะ มี แต่ หมาย ประกาศ ใจ ความ ว่า เรา ไม่ เหน มี คุณ ประโยชนะ ที่ เรา เคย ถือ รูป พระ เหน เปน การ เสีย เปล่า ๆ เรา จะ ไม่ ถือ ตาม แต่ ว่า จะ ไม่ บังคับ ให้ ผู้ ใด ๆ กลับ ใจ ตาม เรา ไม่ ดอก เรา จะ ยอม ให้ คน ทั้งปวง ถือ ศาสนา ตาม ที่ ตัว เหน สม ควร จะ ถือ ถ้า เกิด เหตุ แต่ เพียง นี้ เหน คน ทั้งปวง ก็ จะ ยอม ตาม พระ เจ้า กรุง สยาม ฯ เหมือน อย่าง ฝูง ราษฎร ทั้ง ปวง ที่ เกาะ ซันดาวิส ได้ ยอม ตาม เจ้า แผ่นดิน นั้น เมื่อ ท่าน กลับ ใจ เสีย ใหม่ ทำลาย พระ รูป ทั้งปวง นั้น ถึง การ ที่ ไหว้ รูป ใน กรุง เทพ ฯ เปน การ แขง แรง มี กำลัง มาก กว่า ที่ มี ใน เกาะ ซันดาวิส แต่ ก่อน นั้น พระ เจ้า แผ่นดิน สยาม ก็ ใหญ่ กว่า เจ้า แผ่นดิน ซันดาวิส มาก แล มี คน นับถือ มาก ยิ่ง กว่า เจ้า เมือง ซันดาวิส นัก ถ้า ราษฎร ชาว เมือง ซันดาวิส ได้ ตาง ไชฮ่ไชฮ่ ใน การ ที่ ทำลาย รูป พระ นั้น คน ทั้งปวง ใน ประเทศ ไทย คง จะ ตาม เจ้า แผ่นดิน สยาม มากกว่านั้นเท่าใด ข่าวใน เรื่อง เกาะ ซันดาวิศ นั้น ว่า เจ้าไถโฮไลโฮเปน แต่ยอมให้ เขา ทำลาย รูป พระ ตาม ที่ ชอบใจหาได้บังคับให้เขาทำไม่ คนทั้งปวงก็เข้าใน การ ที่ ทำลาย รูป นั้น ตาม ที่ ชอบใจ เพราะ เจ้า แผ่นดิน ยอม ก็เสรจ การ ที่ ทำลาย รูปในหมู่เกาะนั้น คน ทั้ง ปวง ก็ ทำตามโดย ลำพัง ของ ตัวไม่ได้กลัวว่า เจ้าแผ่นดิน จะทรงกริ้ว เข้าใจว่าท่านไม่ได้รับสั่งให้ทำ

๏ แต่ บัดนี้ เราเหน ว่า ถ้า พระ เจ้า กรุง เทพ ฯ จะ ยอมให้ราษฎรทั้งปวง ประพฤติ ตาม ที่ จะ เหน ชอบ ทุก คน เจ้า นาย ขุนนาง พวก พระ สงฆ์ แล พวก คฤหัฐ จะ ละ ทิ้ง พุทธสาศนา ไทย มาก ที่ ไม่ ละ ทิ้ง นั้น น้อย แต่เหน ว่า จะ เกิด วุ่น ววย น้อย พวกที่ไม่ทิ้ง นั้น จะ โกรธ ลาง ที ก็ จะ เกิด ศึก กัน เหมือน ที่ เกา เซันดาวิศ แต่ ฝ่าย ที่ ไม่ยอมทิ้ง พุทธสาศนาก็จะ เปรียบ เหมือน คน แก่ ชรา ที่ เปนโรค มาก อยู่ ด้วย ไม่ สู้ มี กำลัง จำ พวก ที่ จะ ทิ้ง การ ไหว้รูป นั้น จะ เปรียบ เหมือน คน หนุ่ม คน ท่า กลาง อายุ ที่ มี กำลัง มาก คง ได้ พระ พร ของ พระเจ้า เที่ยง แท้ ผู้ ทรง สรรพฤทธิ์ มา สรวมใส่ ตัว ด้วย การ รบ กัน นั้น จะ ได้ สำเร็จ เร็ว เหมือน ที่ เกาะ ซันดาวิศ

๏ เหตุดังนี้เราจำเปนเหนว่าพระเจ้าแผ่นดินสยาม ได้ ทรง พุทธสาศนา ด้วย พระองค์เอง เหน เปน การ รั[?] ใช้ น่า พิลุก พึง กลัว นัก เพราะ คน ทั้งปวง ท่าน ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย จะ ถือ สาศนา ตาม อย่าง ที่ ท่าน ถือ ถ้า ท่าน ไม่ ถือ พุทธสาศนา เขา ก็ จะ ถือ ตาม ท่าน ต่อ ไป เรา เหน เปน แน่ ว่า ทาง นั้น เปน ทาง ที่ กง นำ ไปซึ่ง ความ อัปยศ ใน ชาติ นี้ แล ชาติ น่า ตลอดไป เมื่อ เรา จะ ถึง วัน พิพากษา พวก มนุษย ทั้งปวง นั้น คง จะ ได้ เหน ว่า คน ใน คราว นี้ ที่ ได้ นั[?] ถือ พุทธสาศนา แล้ว เสียไป ใน วัน นั้น เขา จำ เปน โทษ เอา ท่าน ผู้ ใหญ่ ที่ ได้ นำไป นั่น


เรื่อง ตัด สินต่อไป

๏ เรื่อง หนึ่ง หมื่นชำนาญ ทำ ฎีกา ทูล เกล้า ฯ ถวาย กล่[?] โทษ หลวง พิพิทธ สมบัติ ตระลาการ, หลวง สวัดิบุรี เมือง, [..] อากรขุน จีนเซง ว่า, เดิม เดือน ห้า ปี ชวด ฉศก อ้าย จีนจิด ท[.] จีน อากรขุน, ลัก กระบือ ของ หมื่น ชำนาญ ไป สอง ตัว. ห[.] ชำนาญ มา บอก ให้ จีน อากร หุน ชำระ, จีน อากร หุน ผัด ว่า ๗ วัน ๘ วัน จะ ชำระ ให้. ครั้น เดือน ห้า เดือน หก ปี ชวด ฉศก. เวลา เยน หมื่น ชำนาญ ไม่ อยู่, อ้าย จีน จิต มา นั่ง อยู่ บน เรือน หมื่น ชำนาญ. รุ่ง ขึ้น อ้าย จีน จิต นำ หลวง สวัสดิ์ บุรี เมือง, จีน กิม ไป ค้น ยุ้ง เข้า หมื่น ชำนาญ ได้ น้ำ สุรา สอง ขวด, แล้ว จับ เอา ตัว หมื่น ชำนาญ กับ ภรรยา หมื่น ชำนาญ มา ส่ง โรง สุรา. แล้ว เก็บ เอา ทรัพย์ สิ่ง ของ หมื่น ชำนาญ มา ด้วย หลาย สิ่ง. แล้ว ลง เอา เงิน แต่ หมื่น ชำนาญ ๔ ชั่ง. หลวง พิพิธ สมบัติ ตระ ลาการ ชำระ ตัดสิน ให้ จีน อากร หุน จีน เซง คืน เงิน ให้ หมื่น ชำนาญ ชั่ง ห้า ตำลึง, แต่ สิ่ง ของ ที่ เก็บ ริบ เอา มา นั้น, จะ คืน ให้ หมื่น ชำนาญ ตาม เรื่อง ราว หมื่น ชำนาญ. หลวง สวัสดิ์ บุรี เมือง จีน อากร หุน จีน เซง ได้ ทำ ใบ ยอม ไว้ แก่ หลวง พิพิธ สมบัติ คล ฉบับ. แล้ว หา คืน สิ่ง ของ ให้ หมื่น ชำนาญ ตาม ยอม ไม่. ความ แจ้ง อยู่ ใน ฎีกา นั้น แล้ว. เจ้า พระยา ทิพากร วงษ มหา โก ษา ธิบดี ได้ ให้ ตระลาการ เอา ใบ ยอม ที่ หลวง พิพิธ สมบัติ, มา พิเคราะห์ ดู ใน ใบ ยอม มี ว่า จีน อากร หุน จีน เซง, ยอม คืน เงิน ให้ หมื่น ชำนาญ ชั่ง ห้า ตำลึง, แต่ สิ่ง ของ หมื่น ชำนาญ ที่ เก็บ ริบ เอา มา นั้น, หลวง สวัสดิ์ บุรี เมือง ยอม ชำระ คืน ให้. ได้ ความ ตาม ยอม ดังนี้, เจ้า พระยา ทิพากร วงษ มหา โกษา ธิบดี ได้ ตัดสิน ให้ หลวง สวัสดิ์ บุรี เมือง, ชำระ สิ่ง ของ คืน ให้ หมื่น ชำ นาญ ตาม ใบ ยอม ซึ่ง ทำ ไว้ ต่อ กัน. ได้ มี ตรา ออก ไป ถึง พระยา จันทบุรี, ให้ ชำระ เอา ของ คืน ให้ หมื่น ชำนาญ แล้ว ตาม ยอม.

๏ เรื่อง หนึ่ง จีน ฉอง ทำ ฎีกา ทูลเกล้าฯ ถวาย กล่าว โทษ จีน อากร หุน จีน เซง ใจ ความ ว่า, เดิม เดือน หก แรม เก้า ค่ำ ปี กุน เบญศก, เวลา เช้า จีน ฉอง ตื่น นอน ขึ้น เหน นาย แปลม กับ ไทย จีน ประมาณ เจ็ด แปด คน, ขึ้น มา บล เรือน จีน ฉอง. นาย น้อย ยก หัย กระเทียม สุรา หัย. จีน ฉอง ร้อง บอก กล่าว จีน ไท มี ชื่อ ชาว บ้าน ไว้, ว่า นาย น้อย เอา สุรา มา ฉ้อ จับ. แล้ว นาย แปลม นาย น้อย ไทย จีน เข้า จับ จีน ฉอง มัด มือ ไพล่ หลัง. จีน ฉอง ไม่ เหน กรมการ นาย อำเภอ มา ด้วย นาย แปลม, ๆ เอา ตัว จีน ฉอง กับ ภรรยา จีน ฉอง มา ส่ง ให้ นาย อากร เตา สุรา เมือง จัน ทบุรี. จีน อากร หุน ให้ จีน เนียว ตี่ เอา ตรวน จำ จีน ฉอง กับ ภรรยา จีน ฉอง ไว้ ที่ โรง เตา สุรา ได้ ประมาณ ๙ เดือน ๑๐ เดือน ก็ ไม่ มี กรมการ ผู้ ใด ชำระ. ว่า จีน ฉอง ลัก ต้ม กลั่น น้ำ สุรา เถื่อน ชาย. จีนฉง ภรรยา จีนฉอง ทน จำ ตรวน ไม่ได้, ขอ เสีย เงิน ให้ จีน อากร หุน จีน เซง, เปน เงิน ตรา ๓ ชั่ง ๒ ตำลึง กึ่ง แล้ว จีน ฉอง กลับ มา บ้าน ดู สิ่ง ของ ที่ โรง จีน ฉอง หาย ไป เกลือ สอง เกวียน เข้า เกวียน หนึ่ง, จะ เปน พวก นาย อากร ฤๅ ผู้ ใด เอา ไป จีน ฉอง ไม่ รู้. จีน ฉอง ไป ร้อง ให้ พระ แกลง ชำระ พระ แกลง ก็ ไม่ ชำระ, มี ความ หลาย ข้อ แจ้ง อยู่ ใน ฎีกา นั้น แล้ว โปรด เกล้า ฯ พระ ราชทาน ฎีกา ให้ พระยา พิพัทธ โกษา เปน ตระลา การ ชำระ. พระยา พิพัทธ โกษา เกาะ ได้ ตัว จีน อากร หุน จีน เซง มา ถาม, จีน อากร หุน จีน เซง ว่า ยอม ใช้ ทุน กัน เสีย แล้ว, ไม่ เกี่ยว ข้อง ร้อน ถึง ตระลาการ, ได้ ถาม โจท ก็ รับ ถูก ต้อง กัน. แล้ว กัน แต่ วัน เสาร์ เดือน ๑๒ แรม ค่ำ หนึ่ง ปี ฉลู สัปตศก.

๏ เรื่อง หนึ่ง จีน เอียง ทำ เรื่อง ราว ฎีกา ทูล เกล้า ฯ ถวาย, กล่าว โทษ หลวง สวัดิ์ บุรี เมือง กรมการ จีน อากร หุน จีน เซง หลง จู อยู่ นาย อิน ๕ ข้อ ฯ หนึ่ง ว่า, พวก นาย อากร ไป จับ น้ำ สุรา เก็บ เอา ผล พริก ไท ของ จีน เอียง ไป หนัก ๓๐ หาบ. คิด เปน ราคา เงิน สาม ชั่ง, ถาม จีน อากร หุน จีน เซง ไม่ รับ, จีน เอียง โจท อ้าง พยาน. ข้อ สอง พวก นาย อากร สุรา รื้อ เอา เรือน สาม หลัง ของ จีน เอียง ไป เปน ราคา เงิน ๑๗ ตำลึง กึ่ง. ถาม จีน อากร หุน จีน เซง ไม่ รับ. จีน เอียง อ้าง สืบ พยาน. ข้า สาม พวก นาย อากร ถอน เอา ค้าง พริก ไท ของ จีน เอียง ไป, สาม พัน ๓ ร้อย ค้าง, คิด เปน ราคา เงิน ๔ ชั่ง ๑๔ ตำลึง, ถาม จีน อากร หุน จีน เซง ให้ การ ไม่ รับ. จีน เอียง อ้าง สืบ พยาน. ข้อ ๔ พวก นาย อากร เก็บ ริบ เอา ทรัพย์ สิ่ง ของ จีน เอียง ไป หลาย สิ่ง, คิด เปน ราคา เงิน ๑๖ ตำลึง. หลวง สวัดิ์ บุรี เมือง กรมการ รับ ว่า, พวก หลง จู เก็บ เอา สิ่ง ของ ๆ จีน เอียง มา จะ ส่ง ให้ จีน อากร หุน ฤๅ ๆ จะ เอา ไป ข้าง ไหน, หลวง สวัดิ์ บุรี เมือง หา ได้ ทำ บาญชี ไว้ ไม่. ถาม จีน อากร หุน จีน เซง ไม่ รับ, จีน เอียง อ้าง สืบ พยาน. ข้อ ๕ จีน อากร หุน จะ ทำ ชำ เรา อำแดง จั่น น้อง จีน เอียง ไม่ ยอม. จีน อากร หุน เตะ อำแดง จั่น หลาย ที, ถูก ชาย โครง ที่ หนึ่ง, อำแดง จั่น จุก เสียด ขัด ยอก แล้ว เปน ไข้ ตาย. ถาม จีน อากร หุน ให้ การ ไม่ รับ, จีน เอียง อ้าง สืบ พยาน. เรื่อง นี้ โจท จำเลย ไม่ รับ จึง บังคับ ให้ โจท ต้อง นำ สืบ พยาน.

๏ เรื่อง หนึ่ง จีน เอง ทำ เรื่อง ราว ร้อง ทุกข กราบ เรียน เจ้า พระยา ทิพากร วงษ มหาโกษาธิบดี ใจ ความ ว่า, เดิม จีน ย้าง น้อง จีนอิน เปน เขย จิ๊ก เอ้ง เทลาะ วิวาท กัน. จีนย้าง เที่ยว พูด ว่า จะทำให้ จีน เอง ฉิบหาย. ณเดือน ๗ ขึ้น ๘ ค่ำ ปี กุน เบญศก จีนเอ้ง ไม่ อยู่, ฯ แต่ อำแดงเทย ภรรยา อำแดง อุน บุตร จีน คล้าย บุตร, จีนเอง อยู่ เฝ้า โรง. จีน ย้าง แบก กะบุง มี ผ้า ปืด มา ไว้ ที่ โรง จีน เอ้ง, แล้ว แขวง อิน พี่ ชาย ของ จีน ย้าง เปน คน ใช้ ของ จีน อากร หุน, กับ หลวง สวัสดิบุรี เมือง จีน หลง จู เลียน ก็ ภา กัน เข้า ล้อม ค้น โรง จีน อ้ง, ภบ ไห กระเทียม ใส่ สร่า สุรา ไห หนึ่ง, แป้ง สุรา พวง หนึ่ง. ภา กัน จับ เอา ตัว บุตร ภรรยา จีน เอ้ง ส่ง ให้ จีน อากร หุน ที่ โรง เตา สุรา. แล้ว ภา กัน เก็บ ริบ เอา ทรัพย์ สิ่ง ของ ๆ จีนเอ้ง ไป หลาย สิ่ง, คิด เปน ราคา เงิน สอง ชั่ง ๔ ตำลึง ๓ บาท. ไร่ พริก ไท ราคา เงิน ชั่ง ๑๐ ตำลึง รวม กัน เปน เงิน ๓ ชั่ง ๑๔ ตำลึง ๓ บาท. อำแดง อู๋ บุตร หญิง จีน เอ้ง อายุ ๑๖ ปี. จีน อากร หุน ข่ม ขืน ทำ ชำเรา, ถาม จีน อากร หุน ให้ การ ไม่ รับ, โจท จำเลย อ้าง สืบ พยาน ด้วย กัน ทั้ง สอง ฝ่าย. ความ สอง เรื่อง นี้, เจ้า พระยา ทิพากรวงษ มหาโกษาธิบดี, ได้ มี ตรา ตัดสิน แต่ง ให้ ข้าหลวง ออก ไป พร้อม ด้วย กรมการ สืบ เอา ความ จริง ก่อน. เมื่อ ได้ ความ จริง แล้ว จะ ตัดสิน ให้ ต่อ ภาย หลัง. ก็ ซึ่ง ผู้ ใด ว่า ตัดสิน ไม่ เปน ยุติธรรม ที่ ข้อ ไร, ก็ ให้ ทัก ท้วง เข้า มา เถิด.

๏ ความ เรื่อง จับ น้ำ สุรา นี้ เหน ว่า ยุ่ง วุ่น วาย นัก, จึง บังคับ ออก ไป ถึง ผู้ ว่า ราชการ เมือง. ถ้า ผู้ ใด รับ สินบน จะ นำ จับ น้ำ สุรา, ก็ ให้ นาย อากร พา ผู้ รับ สินบน มา หา ผู้ ว่า ราช การ เมือง ให้ ไล่ เลียง ดู ก่อน. ถ้า เหน ว่า ผู้ รับ สินบน นั้น มัน พูด จา มั่นคง อยู่, ก็ ให้ แต่ง กรมการ ไป จับ ด้วย พวก นาย อากร, ถ้า จับ ไม่ ได้, พิจารณา เปน สัตย ว่า เอา น้ำ สุรา ไป ใส่ เขา, ก็ ให้ ทำ โทษ แล ปรับ ไหม ผู้ รับ สินบน. ประการ หนึ่ง พิกัก น้ำ สุรา ก็ ได้ ห้าม ไป ว่า, อย่า ให้ ริบ ราชบาท เอา ทรัพย์ สิ่ง ของ ๆ เขา, แล้ว ห้าม มิ ให้ นาย อากร ปรับ ไหม เอา เอง, ให้ ส่ง เข้า มา ยัง เจ้า กระทรวง พระคลัง มหา สมบัติ ปรับ ไหม ให้ ตาม ท้อง ตรา. ตัดสิน ดัง นี้ ไม่ เปน ยุติธรรม ฤๅ.


หมา สืบ เสาะ จับ ขโมย

๏ มี ชาย คน หนึ่ง, จะ เข้า ไป ใน โรง ใหญ่ เปน ที่ ประชุม คน ทั้งปวง. เมื่อ จะ เข้า ประตู ใหญ่ นาย ประตู จึง ห้าม ว่า, อย่า เอา หมา เข้าไป เลย. ชาย หนุ่ม สั่ง ให้ หมา คอย อยู่ แต่ ข้าง นอก ครั้น เข้า ไป ได้ หน่อย หนึ่ง, ก็ คลำ ดู นาฬิกา พก ก็ หาย ทั้ง ตัว ทั้ง สาย. จึง กระซิบ แก่ นาย ประตู ว่า, นาฬิกา พก หาย ไป. ขอ ให้ หมา เข้า มา ใน โรง สัก หน่อย หนึ่ง เถิด. นาย ประตู ก็ ยอม ให้ เข้า มา. แล้ว เขา บอก หมา ว่า ดู นี่ แน่ นาฬิ กา ข้า หาย เจ้า เข้า ใจ ฤา ไม่. แล้ว บอก ว่า คะโมย อยู่ ใน นั้น แน่ ไป จับ เอา มา ให้ ข้า เถิด. หมา นั้น ก็ กะดิก หาง, แล้ว ก็ เที่ยว ไป ใน หมู่ คน. เที่ยว ดม กะเป๋า แล สาย นาฬิกา ทุก คน. แล้ว ก็ คาบ เอา ชาย เสื้อ ชาย หนุ่ม คน หนึ่ง. แล คน นั้น จะ สะลัด หมา ไป ก็ ไม่ ได้. เจ้า ของ หมา วิ่ง เข้า มา โดย เร็ว, แล้ว บอก พวก ที่ ยืน อยู่ นั้น ด้วย เรื่อง นาฬิกา ที่ หาย. แล้ว ก็ คลำ กะเป๋า ชาย หนุ่ม นั้น ได้ นาฬิกา หก ใบ ที่ คน นั้น ได้ ลัก มา. แล้ว ก็ คืน ให้ เจ้า ของ เสีย. แล้ว ให้ มา เลือก เอา นาฬิกา ของ ตัว ไว้ ด้วย ยินดี. การ ที่ จะ จับ คโมย ได้ อย่าง นี้, ถึง มาทว่า หมา ต้า หลาย คน ที่ มี ปัญญา ก็ จับ ไม่ ได้ เร็ว อย่าง นี้ เลย. แล้ว นาย หมา ก็ ไป ซื้อ เนื้อ วัว แล นม ให้ หมา นั้น กิน. ความ นี้ คัด จาก จดหมาย เหตุ ชื่อ โลเรนกอนตินิวซ์.


๏ แพะ แล กะจก

๏ เวลา วัน หนึ่ง หญิง ผู้ หนึ่ง จะ ไป สวด ได้ สั่ง สาว ใช้ ไว้ ว่า, ข้า ไป แล้ว จง ระวัง เรือน ให้ ดี. ถ้า เจ้า จะ ออก จาก เรือน จง บิด ประตู เสีย. ส่วน สาว ใช้ ได้ ล้าง เชต เรือน ดี แล้ว ออก ไป ที่ บ่อ น้ำ, แต่ หา ได้ บิด ประตู ไม่. แล้ว จึง ว่า นาย ของ เรา ก็ ระวัง นัก หา ต้อง การ ไม่, ใน ถนน ก็ ไม่ มี ใคร เดิน มา. แต่ เมื่อ เขา กำ ลัง พูด อยู่ ด้วย สาว ใช้ เพื่อน กัน, แพะ ตัว หนึ่ง เหน ประตู เบิด อยู่ ก็ เข้า ไป ใน ห้อง ของ นาย. ใน ห้อง นั้น มี กระจก ใหญ่ บาน หนึ่ง ตั้ง อยู่ ที่ ฝา เรือน. แพะ นั้น เหน รูป ตัว อยู่ ใน กระจก ก็ สำคัญ ว่า แพะ, ก็ ทำ ที จะ ขวิด เงา ที่ ใน กระจก ๆ ก็ ทำ ที จะ ขวิด เหมือน กัน, แพะ ยิ่ง มี ความ โกรธ โดด เข้า ขวิด เอา กระจก แตก เปน หลาย พัน ชิ้น. ขณะ นั้น สาว ใช้ กลับ มา ไล่ แพะ ให้ ออก จาก เรือน, ถึง ว่า จะ ทำ อย่าง นั้น ก็ ไม่ อาจ ที่ จะ ให้ กระจก ดี ขึ้น ได้. เมื่อ นาย กลับ มา บ้าน เหน ของ เสีย ไป ดังนั้น, ก็ ใช้ ให้ ผู้ หญิง ไป ทำ งาน ลำบาก สม แก่ ความ ผิด. ๑ คำ เปรียบ นี้ ใจ ความ ว่า คน ที่ ห้าม ไม่ ฟัง ก็ คง จะ ถึง โทษ.


พงษาวดาร อังกฤษ ต่อ ไป

๏ บาทหลวง โดย เรว นั้น ไม่ ได้. ถ้า จะ กด ขี่ ข่มเหง โดย อำนาภ ของ เยมซี้ เจ้า แผ่นดิน, ราษฎร ก็ จะ ร้อน รน แตก ตื่น ระส่ำ ระสาย วุ่น วาย นัก. จึ่ง ให้ รอ ไว้ ก่อน, จะ ค่อย ว่า กล่าว สั่ง สอน แต่ โดย ดี, ยัง มิ ให้ กลับ คืน มา โดย เรว.

๏ อนึ่ง ชาลิซ เจ้า แผ่นดิน ที่ ล่วง นั้น, มี พระราช บุตร อยู่ องค์ หนึ่ง, เกิด แต่ พระ ชายา เดิม. พระนาม ว่า ดุกออฟ เม็นม็อน. คน ทั้งปวง รักใคร่ นับ ถือ, ดุกออฟ เม็นม็อน ได้ พล ทหาร ประมาณ หก พัน คน. ก็ ยก มา จะ ชิง เอา ราชสม บัติ. เยมซี้ เจ้า แผ่นดิน จัด กอง ทัพ ให้ ออก ไป, ได้ รบ สู้ กับ ดุกออฟเม็นม็อน. ๆ เสีย ทัพ ขับ ม้า หนี ไป, ทหาร ม้า ก็ ขับ ม้า ไล่ ตาม ติด มา. ม้า ดุกออฟเม็นม็อน สิ้น กำลัง ลง. พวก ทหาร ม้า จับ ดุกออฟเม็นม็อน ได้, พา ไป ถวาย เจ้า แผ่นดิน. ดุก ออฟเม็นม็อน ทูล ขอ ชีวิตร, ก็ ไม่ ทรง พระ กรุณา โปรด. ทรง เห็น ว่า จะ ไว้ ชีวิตร, ก็ จะ คิด เปน เสี้ยน หนาม สืบ ไป. จึ่ง ให้ เอา ไป ประหาร ชีวิตร เสีย. แล้ว ให้ จับ บันดา ขุนนาง ซึ่ง เข้า กับ ดุกออฟเม็นม็อน ล้าง ชีวิตร เสีย มาก คน. เยมซี้ ครั้น ปราบ ปราม เสี้ยน หนาม แผ่นดิน เสรจ แล้ว, จึ่ง ทรง พระ ดำ ริห์ จะ ให้ ชาว ประเทศ อังกฤษ ที่ เปน สินย์ ถือ ศาสนา ตาม พวก โป เต้ตสตันต์ กลับ อ่อน น้อม ยอม อยู่ ใน โอวาท โพย บาทหลวง. คน ทั้งปวง ขุ่น เคือง คิด เอา ออก หาก. จึ่ง ขุนนาง มาก คน พร้อม ใจ กัน ส่ง ราชทูต ไป ทูล ความ แก่ ปรินซะออฟออเร็น, บุตุ เขย ของ เยมซี้ เจ้า แผ่นดิน ใจ ความ ว่า. เยมซี้ เจ้า แผ่นดิน จะ ให้ พวก โปรเต้ตซะตันต์ กลับ เปน พวก บาทหลวง. คน ทั้งปวง เดือด ร้อน นัก, เชิญ มา ช่วย กำจัด เยมซี้ เสีย. พวก โปรเต้ตซะ ตันต์ จะ ได้ อยู่ เปน สุข. ฝ่าย วินเลียม ปรินซะออฟออเร็น กับ พระ ชายา นั้น นับ ถือ ศาสนา ตาม โปรเต้กซะตันต์. ครั้น ทราบ ดั่ง นั้น วิเลียม ก็ จัด ทัพ เรือ ทัพ บก ยก มา ถึง ประเทศ อังกฤษ, ใน คฤสตศักราช ๑๖๘๘ ปี, ใน เดือน โนเว็มเบอ. ชาว ประเทศ อังกฤษ มาก ด้วย กัน มา เข้า กับ วิเลียม. เยมซี้ ทราบ ดัง นั้น ตก พระไทย. จึ่ง ส่ง พระ มเหษี กับ พระราชบุตร บุตรี ยัง ทรง พระ เยาว อยู่ ไป ประเทศ ฝรั่งเสศ. แล้ว พระองค์ เสดจ์ ตาม ไป ภาย หลัง. พวก ทหาร วิเลียม จับ เยมซี้ ได้, ส่ง ไป ถวาย วิ เลียม. แต่ วิเลียม นั้น ได้ ให้ สัญญา ไว้ แก่ พระชายา ว่า จะ ไม่ ทำร้าย เยมซี้ให้ สิ้น ชีวิตร. วิเลียม จึ่งให้ คุม ไว้, แต่ ไม่ให้ แน่นหนา, หวัง จะ ให้ เยมซี้ หนี. เยมซี้ ก็ หนีไป ประเทศ ฝรั่ง เสศได้. เยมซี้ เสวยราช ได้ ๓ ปี, มี พระราชธิดา สององค์ เกิด แต่ พระชายา เดิม. มี พระ ราชบุตร อีก องค์ หนึ่ง, มี พระ ราช ธิดา อีก องค์ หนึ่ง, เกิด แต่ พระ มเหษี ที่ สอง. วิเลียม ปริน ซะออฟออเร็น ก็ ได้ราชา ภิเศก เปน เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ. พระชน มายุ ๓๙ พรรษา. ฝ่าย เมรี่ พระมเหษี, มี พระไทย สัตย ซื่อ ต่อ พระราช สามี. แม้ พระนาง เปน พระราช ธิดา ของ เยมซี้ เจ้า แผ่นดิน ก่อน, ก็ แต่ ไม่ ถือ ยศศักดิ์. ยม ให้ พระราช สามี ว่า การ แผ่นดิน สิทธิ ขาด, มิได้ค้อน ติง ให้ ขุ่น เคือง.

๏ ฝ่าย เยมซี้หนีไป พึ่งพระเจ้าฝรั่งเสศ อยู่ สัก สองสามเดือน. พระ เจ้า ฝรั่งเสศ ก็ จัดแจง กอง ทัพ ทั้ง เงิน ตรา สะเบียง อาหาร, พระ ราชทาน ให้ เยมซี้ ยก ไป ประเทศ ไอยะแลนด์. ชาว ประเทศ ไอยะแลนด์ นั้น ถือ ศาสนา ตาม พวก บาดหลวง, ทราบ ว่า เยมซี้ เสดจ ไป, ก็ พากัน มา ต้อน รับ นับถือ เข้า เปน พรรค พวก ของ เยมซี้ ทั้ง สิ้น. วิเลียม ทราบ ดัง นั้น, ก็ จัด กองทัพ ทหาร ประมาณ หมื่น คน, ให้ ยก ไป กำจัด เยมซี้, ก็ ไม่ ได้ ไชยะชำ นะ. วิเลียม ทราบ ดัง นั้น ก็ เสดจ์ ยกพล โยธา ไป เปน อันมาก ได้รบ สู้ กับ เยมซี้ ๆ พ่ายแพ้ล่าไป เมือง ดับ ปลิน, เปน เมือง หลวง ของ ประเทศ ไอยะแลนด์. ลา ขุนนาง ใน เมือง นั้น เสดจ กลับ มา ประเทศ ฝรั่งเสศ, ได้พึ่ง พา อาไศรย พระเจ้า ฝรั่งเสศ อยู่ จน หา ชีวิตรไม่. ฝ่าย วิเลียม ได้ ไชย ชำนะแล้ว ปราบ ปราม ประเทศ ไอยะแลนด์ ให้ ราบ เรียบ แล้ว, เสดจ์ กลับ มา ประเทศ อังกฤษ, ไม่ นาน วิเลียม ยก ทหาร ไป ทำ ศึก กับ ฝรั่งเสศ. พระมเหษี อยู่ รักษา พระนคร. วิเลียม ก็ เสดจ ไป ๆ มา ๆ. พระนาง ก็ ว่า ราชการ แทน อยู่ ถึง สาม ปี, คน ทั้งปวง ก็ รักใคร่. ครั้น คฤสตศักราช ๑๖๙๔ ปี, พระนาง ทรง ประ ชวร เปน ไข้ ทรพิศม์ สิ้น พระชนม์. คน ทั้งปวง ร่ำไร รัก เปน อัน มาก. ฝ่าย ชาว ประเทศ อังกฤษ ที่ ถือ ศาสนา ตาม พวก บาด หลวง คิด จะ ทำ ร้าย วิเลียม อยู่ เนื่อง ๆ. แต่ ทำไม่ได้, ด้วย พวก อังกฤษ ที่ ถือ ศาสนา ตาม พวกโปรเต๊ตซะตันต์ นั้น มาก กว่า. คอย ป้องกัน อยู่.

๏ ใน คฤสตศักราช ๑๖๙๗ ปี, วิเลียม ทำ ไมตรี กับ เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ, ซึ่ง เปน ปฏิปักษ์ กัน มา แต่ ก่อน. แต่ ทำ ไมตรี แล้ว มา ไม่ นาน, วิเลียม คิด เข้า กับ เอมเปอเยอมะ นี่, จะ ยก ไป ทำ สงคราม กับ ฝรั่งเสศ อีก. ก็ จัดแจง กอง ทัพ. ขณะ เมื่อ วิเลียม เสดจ ไป ดู แล ซักแจง แต่ง กระบวน ทัพ อยู่นั้น, ม้า พระ ที่นั่ง พลาด ล้ม ลง, วิเลียม ตก จาก หลัง ม้า พระ ที่นั่ง, พระราก ขวัน หัก. ก็ เสดจ์ กลับ เข้า พระ ราชวัง. แพทย์ ก็ ประสาน พระ อัฐิ ให้ เรียบ เรียง ดี. เวลา ค่ำ วัน นั้น วิเลียม ทรง รถ เสดจ ไป ราชกิจ รถ สะเทือน, พระอัฐิ นั้น ก็ เคลื่อน ออก จาก กัน. แพทย สำคัญ ว่า ไม่ เปน ไร. ครั้น ล่วง ไป สัก ๑๕ วัน, ก็ ทรง พระ ประชวร ให้ พระกาย สั่น ดัง ไข้ จับ, อยู่ สี่ วัน วิเลียม ก็ สวรรคต. ไม่ มี พระราช โอรศ จะ สืบ สาย..

๏ ฝ่าย แอนนี พระราช ธิดา ของ เยมซี่ พระ น้อง นาง ที่ สอง ของ เมรี่ มเหษี, ได้ ครอง ราชสมบัติ เปน เจ้าแผ่นดิน สืบ มา. พระ สามี่ ของ แอนนี กวิน นั้น เปน พระ ราชบุตร ของ เจ้า แผ่นดิน เดนมาก. เมื่อ แอนนี ได้ เปน กวิน แล้ว, พระ สามี่ นั้น ได้ เปน แต่ นาย ทัพ ใหญ่, มิ ได้ เปน เจ้า แผ่นดิน. แอนนี้ มี พระ ราช โอรศ หลาย องค์. ทิวงคต เสีย แต่ ยัง ทรง พระเยาว อยู่. ขุนนาง พวก พาเลเม็นต์ เหน ว่า เจ้าแผ่นดิน ไม่ มี พระราช บุตร ๆ ตรี่, จึ่ง ประชุม ปฤกษา กัน, เทียบ พระ ราชวัง เธอ ไว้, จะ ได้ ให้ เปน เจ้า แผ่นดิน สืบ ไป. ให้ ทราบ ก่อน แต่ พระเจ้า แผ่นดิน ยัง ทรง พระชนม์ อยู่, ตาม ธรรมเนียม อังกฤษ. พวก พาเลเม็นต์ ปฤกษา ก็ แก่ง แย่ง ไม่ เหน ไม่ ร่วม กัน. พวก ที่ ถือ สาศนา ตาม บาท หลวง นั้น, จะ ให้ พระราชบุตร ของ เยมซี่ เกิด แต่ พระมเหษี, ที่ หนี ไป ประเทศ ฝรั่ง.สศ นั้น, กลับ มา เปน เจ้าแผ่นดิน. พวก ที่ ถือ สาศนา ตาม พวก โปรเต็ดซะตันต์นั้น, จะ ให้ เจ้า ใน เมือง แฮนโนเวอ, เปน เชื้อ วงศ ห่าง ๆ ของ พระ เจ้า แผ่นดิน อังกฤษ, มา เปน เจ้า แผ่นดิน สืบ ไป, เพราะ เจ้า ใน กระกูล นั้น ถือ สาศนา ตาม พวก โปรเต็ดซะตันต์ มั่น คง นัก.

๏ อนึ่ง ใน ประเทศ ยุรุบ นั้น, มี พระ เจ้า แผ่นดิน ครอบ ครอง อาณา เขตร เปน เอกราช อยู่ มาก นคร. ถ้า เหน นคร ใด มี กำลัง แขง แรง ขึ้น มาก, เกรง ว่า จะ ล่วง ลาม มา ย่ำ ยี, ก็ รวม กัน เข้า รบ ตัด รอน เสีย ให้ อ่อน กำลัง, มิ ให้ ล่วง มา รบ กวน ได้. ครั้ง นั้น พระ นคร ฝรั่งเสศ มี อำนาถ แขง แรง ขึ้น. แอนนี เจ้าแผ่นดิน อังกฤษ เกรง ว่า จะ บุกรุก ล่วง มา ถึง กรุง ลอน ดอน. จึ่ง รวม เข้า กับ เอมเปรอเยอมะนี ยก ไป ทำ ศึก อยู่ มิ ได้ หยุด หย่อน. ใน คฤสตศักราช ๑๗๐๘ ปี, ปรินซะยอก ของ เมื้อง เดนมาก, ซึ่ง เปน พระ สามี ของ แอนนี่ กวิน ถึง ความ พิราไลย. ใน คฤสตศักราช ๑๗๑๓ ปี, ประเทศ อังกฤษ กับ ประเทศ ฝรั่งเสศ, ทำ สัญญา ไมตรี มิ ได้ รบ พุ่ง กัน. ลุย เจ้า แผ่นดิน ฝรั่งเสศ สัญญา ว่า, จะ ถวาย หัว เมือง ขึ้น สอง สาม เมื้อง แก่ พระเจ้า อังกฤษ. อีก ข้อ หนึ่ง สัญญา ว่า, พระ องค์ จะ ไม่ เปน กำลัง ช่วย คิดอ่าน ให้ พระราชบุตร ของ เยมซึ้ นั้น, ยก มา รบ กวน ช่วง ชิง ราชสมบัติ. ใน คฤสตศักราช ๑๗๑๓ ปี, แอนนี่ ทรง พระ ประชวร นัก. พวก โปรเต็ตซะตันท์ ครั้ง นั้น มี กำลัง มาก, ให้ คน ไป ทูล เจ้า เมือง แฮนโนเวอ, ให้ รีบ เสด็จ ที่ เมือง ฮอแลนด์. แล้ว แต่ง กำปั่น ไป รับ มา เตรียม ไว้ ใน ประเทศ อังกฤษ , จะ ให้ เปน เจ้า แผ่นดิน. ครั้น จะ รอ ไว้ สิ้น พระชนม์ จึง ไป รับ มา, เกรง ว่า จะ ไม่ ทัน การ, จะ เกิด วุ่น วาย ขึ้น, ด้วย แก่งแย่ง กัน อยู่. คฤสตศักราช ๑๗๑๔ ปี, ใน เดือน ออคัส, แอนนี่ ก็ สวรรคต. พระชนมายุ ๕๐ พรรษา. อยู่ ใน ราช สมบัติ ๑๓ ปี.

๏ ใน แผ่นดิน แอนนี่ นั้น, ประเทศ สคอตแลนด์ กับ ประ เทศ อังกฤษ ก็ ยอม เข้า เปน เขตร แดน เดียว กัน, แต่ มี สัญญา ไว้ ว่า จะ ไม่ เลิก ถอน เพิ่ม เติม กดหมาย ที่ ชาว สกอตแลนด์ เคย ถือ มา อย่าง ไร, จะ ให้ คง อยู่ อย่าง นั้น ตาม เดิม. แต่ จะ ให้ ขุนนาง สกอตแลนด์ ๑๖ คน, มา ปฤกษา ราชการ กับ พวก พานล เม็นต์, แล จะ ให้ จัด เลือก พลเมือง ที่ ดี มี คน นับถือ มาก สี่ สิบห้า คน, ส่ง มา ปฤกษา ราช การ ใน ที่ เฮาซ์ออฟ กัมมัน.

๏ ใน คฤสตศักราช ๑๗๑๔ ปี. ยอด เจ้าเมือง แฮนโนเวอ ได้ ราชาภิเศก เปน เจ้าแผ่นดิน อังกฤษ, แต่ มี พวก หนึ่ง อยาก จะ ให้ พระราชบุตร ของ เยมซึ้ กลับ มา เปน เจ้าแผ่นดิน. พวก นั้น เรียก ว่า พวก โตรี่, พวก ที่ แก่ง แย่ง ไม่ เข้า กับ พวก โตรี่ นั้น เรียก ว่า พวก วิก, พวก วิก นั้น ซื่อ ตรง ต่อ ยอด เจ้า แผ่น ดิน. ใน คฤสตศักราช ๑๗๑๕ ปี, พวก โตรี่ มี อำนาจ ขึ้น ใน ประเทศ สกอตแลนด์, จึ่ง ประกาศ ว่า ให้ เยมซึ้ สตวด พระราช บุตร ของ เยมซึ้ กลับ มา เปน เจ้า แผ่นดิน สกอตแลนด์. เยมซึ้ สตวด ก็ เสด็จ มา, แต่ ยัง ถึง.

๏ ฝ่าย ยอด เจ้า แผ่นดิน ทราบ ดัง นั้น, ก็ ให้ ยก ทัพ ใหญ่ รีบ ไป ปราบ ปราม พวก โตรี่, ใน ประเทศ สกอตแลนด์. แล ใน แว่น แคว้น อังกฤษ, จับ ผู้ใหญ่ ใน พวก โตรี่ นั้น ฆ่า เสีย มาก คน, ขับ ไล่ ให้ ไป อยู่ ใน ประเทศ อื่น ๆ บ้าง.


ว่าปืนใหญ่ เปน อย่างใหม่ เรียก ว่า วุลวิชะ

๏ ปืนใหญ่ นั้น อังกฤษ พึ่ง ทำ แล้ว, กระบอก ไม่ สู้ใหญ่ นัก ภอ ที่เรือ ทำ ด้วย ไม้ บัน ทุก ได้ หลาย บอก. เขา ทำ เป้า เพื่อ จะ ลอง ปืน นั้น หนา ศอก หนึ่ง. เขา เอา เหล็ก ใส่ ข้าง น่า ไม้ หนา แปด นิ้ว อังกฤษ. ที่ ข้าง หลัง ไม้ เขา ใส่ เหล็ก หนา นิ้ว หนึ่ง. เป้า นั้น เปรียบ เหมือน กำปั่น ที่ หุ้ม เหล็ก ข้าง นอก ข้าง ใน หนา เช่น นั้น. เขา เอา ปืน วุลวิชไรเฟอส์, ปาก บอก กว้าง ๙ นิ้ว อังกฤษ, ยัด ดิน ทาง ก้น ปืน, ทำ ด้วย เหล็ก ดี มิใช่ เหล็ก หล่อ เหนียว ดี. ดิน หนัก ๔๓ ปอน ลูก ปืน หนัก ๒๕๐ ปอน. เขา ยิง เอา เป้า นั้น ลูก ปืน ตลอด ทลุ ได้ เลย ไป อีก ๒๐ พีต. เขา ยิง ที่ สอง ก็ ทลุ ไป เหมือน กัน ที่ จะ มี กำปั่น หนา ยิ่ง กว่า เป้า นั้น ไป อีก เหน จะ ไม่ มี. จึง เข้า ใจ ว่า เรือ รบ ที่ หุ้ม ด้วย เหล็ก หนา เช่น นั้น, ถ้า รบ กัน เหน จะ ทน ปืน เช่น นั้น ไม่ ได้. ถ้า มี ปืน อยู่ ที่ ป้อม ใด ๆ แล้ว จะ ยิง กำปั่น หนา เช่น นั้น กำปั่น คง จะ เสีย. แต่ ต้อง ยิง ให้ ตรง เหมือน อย่าง ยิง เป้า. ถ้า ยิง เฉลี่ยง ถาก ไป แล กะทบ ขึ้น ฤๅ กะทบ ลง ก็ ไม่ ตลอด ไป ได้. เขา เอา เป้า ตั้ง เฉลี่ยง ปาก บอก ปืน แล้ว ยิง ไป ก็ หา ตลอด ไม่ กิน เข้า ไป ใน เป้า ได้ ๑๒ นิ้ว เท่า นั้น. เหตุ ดัง นี้ จึง เข้าใจ ว่า ปืน เช่น นี้, ถ้า ยิง ใก้ ไม่ สู้ ไกล นัก ตรง ๆ คง จะ ทลุ กำปั่น ที่ หุ้ม เหล็ก หนา ที่ สุด. ปืน ใหญ่ กว่า ปืน ใหม่ นี้ ไม่ ต้อง การ อีก. เพราะ ปืน นี้ ได้ ชนะ กำปั่น รบ ทุก อย่าง. เมือง เรา ไม่ ต้อง ทำ เรือ หุ้ม เหล็ก ใช้. เรือ รบ ทำ ด้วย ไม้ ของ เรา มี มาก ภอ ที่ จะ ใช้ ได้. เรือ นั้น บัน ทุก ปืน ได้ หลาย ๑๐ กะบอก. เมื่อ จะ สู้ รบ กัน หัน เรือ เข้า ข้าง หนึ่ง, แล้ว ก็ จะ ยิง ปืน ราย ข้าง เรือ หลาย กะบอก ก็ จะ ได้ การ. จึง เรือ รบ ของ เรา หลาย ๑๐๐ ลำ นั้น ไม่ ต้อง เปลี่ยน ให้ เปน เรือ หุ้ม เหล็ก. แต่ ก่อน เรา เสียดาย นัก ด้วย คิด ว่า จะ ต้อง เปลี่ยน เรือ รบ หุ้ม เหล็ก ทั้ง นั้น ประดัก ประเดิด เสีย เงิน มาก. หนังสือ นี้ คัด ออก จาก จดหมาย เหตุ ลอนดอน. ชื่อ โตมซิ.


ข่าว ที่ กรุง เทพ ฯ

๏ เรา จำ เปน แจง ความ ว่า ด้วย ภรรยา หลวง วิสุทร สาคร ดิฐ ตาย ใน วัน พฤหัศ เดือน อ้าย แรม ๕ ค่ำ เวลา ทุ่ม หนึ่ง, อายุ ได้ ๓๗ ปี. ใน ความ ตาย นั้น ผัว ได้ เสีย ภรรยา เปน ที่ รัก เปน ใจ ดี มาก, ลูก ที่ ยัง อยู่ ๘ คน เสีย แม่ ผู้ เปน แม่ ดี, ภวกนอก ประเทศ ที่ มา อยู่ กรุง ฯ เสีย คน ที่ ได้ นับ เข้า ใน พวก ของ ตัว เปน คน น่ารัก เปน คน สำคัญ. การ ฝัง ศพ มี ใน วัน ศุกร เดือน อ้าย แรม ๖ ค่ำ บ่าย ๔ โมง. ขนะนั้น พวก อะเมริกัน แล ประ เทศ ยุโรบ ได้ ประชุม กัน มาก สวด ที่ นั่น พัก หนึ่ง, แล้ว ก็ ชัก ศพ ไป รง เรือ, มี เรือ ชาว ยุโรป แล อะเมริกา ไป ตาม ส่ง ศพ ประมาณ ๓๐ ลำ ไป แต่ ผู้ชาย ตาม ธรรมเนียม, ผู้ญิง ไม่ ได้ ไป. พระยา พิพัดโภษา กับ ขุนนาง อื่น ๆ อีก สอง สาม คน ได้ ไป ช่วย การ ฝัง ศพ ด้วย.


ลิวเตน นันต์แบก

๏ ได้ยิน ข่าว ว่า ลิวเตนนันต์ แบก, จะ ออก ไป ที่ แดน ไทย ต่อ แดน พม่า, จะ ไป วัด ดู ตั้งแต่ พระ เจดี่ สาม องค์ ตลอด ลง ไป ฝ่าย ใต้, ได้ ออก จาก กรุงเทพ ฯ ใน ๕ วัน ๖ วัน นี้.


เรือกลไฟ ชื่อ ย่าปั้น

๏ มี ข่าว มา ว่า, เรือกลไฟ ชื่อ ย่าปั้น, บันทุก ของ หนัก ๔๕๐ ตอน, จะ เดินทาง สิงคโปร์ มา กรุงเทพ ฯ, รับ ส่ง สิน ค้า แล คน โดยสาร เหมือน เรือ เจ้าพระยา. จะ มา ถึง กรุงเทพ ฯ เดือน ยี่ ขึ้น ๑๐ ค่ำ. ถ้า เหน ได้การ ดี ก็ จะ มี เรือกลไฟ อีก ลำ หนึ่ง, ชื่อ โมนา จะ คอย ผลัดเปลี่ยน กัน ๑๕ วัน ลำ หนึ่ง.


แจ้งความ

๏ มิศเตอ โยเซบฮละเฟน แอน กัมปินี่ ที่ เมือง ปาริต, ใน หลวง กรุงเทพ ฯ ได้ ตั้ง เปน เปน ที่ ขุน วัตถานุนุชิตร, สำหรับ ทำ เพชรพลอย เพื่อ ในหลวง. มิศ มาเลอบี ยุเลียน แอนกัมปินี เปน ผู้ ที่ มิศเตอ โยเซบฮละเฟน ได้ ตั้ง ไว้ เปน นายห้าง สำหรับ ขาย เพชรพลอย นั้น. ที่ กรุงเทพ ฯ ผู้อื่น ไม่ ยอม ให้ ขาย ของ ๆ เขา ที่ กรุงเทพ ฯ. ลง พิมพ์ ณ วัน เสาร์ เดือน อ้าย แรม ๑๔ ค่ำ.


ปฎีทิน เรียก ว่า บางกอก กาเลนเดอ

๏ เรา ขอ แจงความ แก่ คน ทั้งปวง ที่ เคย ซื้อ บางกอก กา เลนเดอ ว่า, เมื่อ กำลัง เก็บ พิมพ์ แทบ ถึง ครึ่ง หนึ่ง เหน ว่า มี ผิด ใหญ่, ด้วย ดิบจี่ ไทย แล อังกฤษ คลาด เยื้อง เกิน ไป, จึง เหน ควร ที่ จะ ตี เสีย ใหม่ จึง ต้อง ช้า ไป, ถึง เดือน เยนยุอารี คฤสตศักราช ๑๘๖๗ คือ เดือน ยี่ แรม ค่ำ หนึ่ง.

การเลหลังทุกเดือน

ข้าพเจ้า ขอ แจ้งความ มา ยัง ท่าน พ่อ ค้า แล ลูก ค้า ทั้ง หลาย ใน กรุง เทพ ฯ นี้ ด้วย ข้าพเจ้า แมค เคอไลมาติน แอนกัมปนี ได้แต่ง การ เลหลัง ทุก เดือน ให้ เปน สำรับ แก่ พ่อ ค้า แล ลูก ค้า ใน กรุง เทพ ฯ นี้ จะ ได้ ซื้อ ขาย กัน เปน การ ง่าย แต่ เปน เงิน สด การ เลหลัง นี้ ท่าน ทั้ง หลาย ก็ แจ้ง อยู่ เอง ด้วย การ นี้ ข้าพเจ้า ได้ คิด จะ ตั้ง ที่ ถนน ศาลเจ้าโรงเกือก ข้าพเจ้า จะ ตั้ง การ เลหลัง นี้ ตั้ง แต่ เดือน ฝรั่ง คือ เดือนมิถุนายน แต่ วัน ขึ้น ๖ ค่ำ ข้าง ฝรั่ง ก่อน ข้าพเจ้า จะ เลหลัง ข้าพเจ้า จึง จะ มี จดหมาย เปน ราย สิ่ง ของ ซึ่ง ข้าพเจ้า มี จะ เลหลัง นั้น ให้ ทราบ เสีย ก่อน สาม วัน แล้ว ข้า, พเ จ้า จะ ทำ ทั้ง ต้น เดือน ปลาย เดือน เสมอ อัต ตรา ทั้ง ชั่ว ปี หนังสือ เขียน เมื่อ วัน เสา ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เดือน อ้าย ถ้า ผู้ ใด จะ มี ของ ฝาก ให้ เลหลัง ก็ ข้าพเจ้า จะ รับ แต่ จะ ต้อง เสีย ให้ ค้า ธรรมเนียม ร้อย ละ ๒ สลึง


๏ ประ กาศ ด้วย น้ำ โซ ตะ

๏ ผู้ มี ชื่อ ใต้ นี้ ขอ แจ้ง แก่ ท่าน ทั้ง ปวง ทั้ง หญิง ทั้ง ชาย ที่ ใน กรุง เทพ ฯ ว่า พวก เรา ได้ ซื้อ เครื่อง ทำ น้ำ โซ ตะ แล น้ำ มนาว แต่ มิศ เตอ กะ ไล ไร แล ทำ น้ำ โซ ตะ แล น้ำ มนาว ที่ ห้าง ของ เรา ที่ ริม บ้าน กงสุล ฝรั่ง เสศ ลง พิมพ์ ณวัน พฤหัสบดี เดือน อ้าย ขึ้น ๑๓ ค่ำ ชื่อ พวก เรา นี้ ริ เม ดี แบ ติ นี


กำปั่น เข้า มา กรุง เทพ ฯ
เข้ามาเมื่อไรกำปั่นชื่อไรกัปตันชื่อไรกี่ตอนเรืออะไรมาแต่ไหน
เดือน อ้าย ขึ้น ๑๓ ค่ำออกัคโบริก๔๑๒บาก สยามสิงคโปร
เดือน อ้าย ขึ้น ๑๔ ค่ำวิรีนาคอยละคี่๕๖๕ชิบสยามสิงคโปร
เดือน อ้าย ขึ้น ๑๔ ค่ำไคลโอแครกคิละ๑๓๐สกูเนออังกฤษสิงคโปร
เดือน อ้าย ขึ้น ๑๕ ค่ำโคะละเดนสะทาโกลเชน๑๐๓บากสยามสิงคโปร
เดือน อ้าย แรม ค่ำ ๑อินเดียนวะยอยัง๕๖๑บากสยามเนาเภา
เดือน อ้าย แรม ๒ ค่ำเซนตูเรียนฮิกคินซ์๘๐๔บากอังกฤษฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๒ ค่ำวินสะโลฟอสเตอ๔๓๖บากอังกฤษฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๒ ค่ำพาเรคอนโฮเลเคศ๗๔๖ชิบสยามอ้ายมุ่ย
เดือน อ้าย แรม ๓ ค่ำอาคอบเดนบิคคอฟ๔๔๐บากบริเมนฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๗ ค่ำอิสะเตนซ์ตาเดอคาละเต๓๔๐บาก อังกฤษสิงคโปร
เดือน อ้าย แรม ๘ ค่ำมาคิคอนสำเมอฟี์๔๙๖บากอังกฤษฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๑๑ ค่ำซาลามันเดอเดศเลฟเชน๓๖๐บากปรอคเชี่ยสิงคโปร
เดือน อ้าย แรม ๑๓ ค่ำฮิวฟาเศศคิวยากบเชน๕๐๕บากอังกฤษฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๑๓ ค่ำเมทิละเดบิไรอำ๒๗๐บากปรอคเชี่ยสิงคโปร

ออกไปเมื่อไรกำปั่น ออก จาก กรุง เทพ ฯจะไป ไหน
เดือน อ้าย ขึ้น ๑๓ ค่ำยังคฤกตอมซัน๔๒๔ปากอังกฤษฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๒ ค่ำเวศตาไมเออ๕๐๐ปากดัชะฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๒ ค่ำเบงคาเลนไซ:อมสะตอม๒๑๘ปากดัชะฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๒ ค่ำเตลิแครฟครินต์๒๐๐ปากสยามฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๒ ค่ำฮงไทยัดเซน๔๐๐ปากสยามยาวา
เดือน อ้าย แรม ๓ ค่ำนอร์ฟูล์ยัง๓๐๐ปากสยามยาวา
เดือน อ้าย แรม ๓ ค่ำเซงควรมิลเนค๓๕๑ปากดัชะยาวา
เดือน อ้าย แรม ๔ ค่ำเอกสิเปรสตราฟต์๑๙๖บริกปรอตเชียยาวา
เดือน อ้าย แรม ๔ ค่ำครูเซอชิกคนิช์๗๐๐ปากสยามยาวา
เดือน อ้าย แรม ๔ ค่ำมักดาลินาสมิด๕๐๐ปากอำเบิกฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๕ ค่ำเจ้าพระยาออระตัน๓๕๓กลไฟสยามสิงคโปร
เดือน อ้าย แรม ๕ ค่ำเซนเลเลียฮอฟ๕๖๖ปากอำเบิกฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๕ ค่ำเจ้าฟาชิกสิ๓๐๔ปริกอังกฤษสิงคโปร
เดือน อ้าย แรม ๕ ค่ำโคไรเทียโคสะฮอฟ๔๓๔ปากอำเบิกฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๖ ค่ำอาลไบตรอสซามี๔๑๔ปากบริเมนฮองกง
เดือน อ้าย แรม ๖ ค่ำเอคมากกวากคิคิซ์๓๕๐ปากสยามสิงคโปร
เดือน อ้าย แรม ๗ ค่ำซีเซอสะอิงค์๒๓๙ปากอังกฤษสิงคโปร
เดือน อ้าย แรม ๗ ค่ำซับเซงสะเทละชิ์๒๕๐ปากสยามสิงคโปร
เดือน อ้าย แรม ๘ ค่ำอีกองกิรอคาไมเออ๒๐๐ปากสยามยาวา
เดือน อ้าย แรม ๑๒ ค่ำคาลววิลเฮลมะชอลิเลอ๓๑๒ปากปรอตเชียสิงคโปร
เดือน อ้าย แรม ๑๒ ค่ำไกลโอคาลิละ๑๓๐สะกูเนอังกฤษสิงคโปร

วัน บัง เกิด ท่าน เจ้า พระยา ศรีสุริวงษ์

๏ ได้ ยิน ข่าว ว่า เดือน อ้าย ขึ้น ๑๕ ค่ำ, แล แรม ค่ำ ๑ ๒ ค่ำ ๓ วัน นั้น, เปน วัน ที่ ฉลอง วัน บัง เกิด ของ ท่าน เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ์, อายุ ท่าน ถึง ทัน ปี่ ๕๔. เขา ฦา กัน ว่า เจ้านาย ขุนนาง นาย ห้าง ไพร่ พล เอา ของ มา ช่วย เปน อัน มาก. ปี่ ก่อน ไม่ ใคร่ จะ มี มาก ดัง นั้น. ใน หลวง ได้ ประ ทาน ของ ต่าง ๆ มาก มาย, นอก นั้น ได้ ประทาน ทอง คำ ปี้ ละ บาท เปน ๕๔ บาท แล ประทาน เงิน บาท เดือน ละ บาท ตั้ง แต่ เดือน กำเนิด จน [ป่าน?] มา. แล ได้ ประทาน อัฐ วัน ละ อัฐ ตั้ง แต่ วัน กำเนิด [จน?] ครบ เท่า วัน ใน อายุ ของ ท่าน.


บาซา พวก หญิง ประเทศ ยุโรบ แล อะเมริกา

๏ ใน วัน จันทร เดือน อ้าย แรม สอง ค่ำ, พวก หญิง ชาติ ยุโรบ แล อเมริกา ประชุม กัน ที่ โบศ โปรเตสตันต์, ตั้ง แต่ เวลา บ่าย สอง โมง จน พลบ ค่ำ ขาย ของ ที่ ปลาด ๆ, ที่ พวก หญิง ได้ เย็บ เขา ตั้ง ขาย เพื่อ จะ ได้ เงิน ช่วย หมอ แมกคิลเวรี่ ไป เมือง เชียง ใหม่ ไป ตั้ง บ้าน อยู่. ของ ที่ ขาย นั้น ได้ เงิน ประมาณ ๖๐๐ บาท เงิน ๖๐๐ บาท. นั้น เขา ให้ หมอ แมกคิลเวรี่ ทั้ง นั้น.


หมอ แมกคิลเวรี่ ไป เชียง ใหม่

๏ ณ วัน พฤหัศ เดือน อ้าย แรม ๑๒ ค่ำ, หมอ แมกคิล เวรี่ กับ ทั้ง ภรรยา แล บุตร ได้ ออก จาก กรุงเทพ ฯ จะ ขึ้น ไป เมือง เชียง ใหม่, จะ ไป ถึง ระแหง แล้ว ก็ จะ ขึ้น ช้าง เดิน บก ไป.


เรือ เจ้าพระยา

๏ เรือ เจ้าพระยา ออก จาก กรุงเทพ ฯ , ณวันพุธ เดือน อ้าย แรม ๔ ค่ำ , มี คน ชาติ ยุโรป โดยสาร ไป ๑๒ คน , คือ มิสเตอร์พิงค์ ๓ คน , มิสเตอร์กอนซัน หนึ่ง , มิสเตอร์สมิท หนึ่ง , มิสเตอร์ดิกกอร์ หนึ่ง , มิสเตอร์ เอวาวด์ หนึ่ง , มิสเตอร์บรัว หนึ่ง , มิสเตอร์ไฟ เธอ หนึ่ง , มิสเตอร์ แอกซอน หนึ่ง . มิสเตอร์ นักเกลน หนึ่ง , มิสเตอร์ เดน เนเต หนึ่ง , มิสเตอร์เรเบกซัน หนึ่ง , เป็น ๑๒ คน ด้วย กัน .


เรือใบชื่อ เจ้า ฟ้า

๏ ได้แล่น ออก จาก กรุงเทพ ฯ วัน พฤหัษ เดือน อ้าย แรม ห้า ค่ำ , จะไป เมือง สิงคโปร์ , มี ชาติ ยุโรป โดยสาร ไป สองคน , คือ ยา เอกกอซ เอคไกว หนึ่ง , มิสเตอร์ กากะเบอ หนึ่ง . มิสเตอร์กากะเบอ นั้น เปน ตำรวจ คุม มิสเตอร์ ซากด ไป เมือง สิงคโปร์ จะ ไป ชำระ ความ ที่ นั้น .


บาง กอกรีคอเดอ ภาษาอังกฤษ

๏ เรา เหน ว่า ควร ที่ จะแจ้ง ความ ให้คน ทั้งปวง รู้ ว่า บาง กอกรีคอเดอ ที่ เปน ภาษา อังกฤษ นั้น, เรา จะ หยุด เสีย เมื่อ ยก ที่ ปลาย ของ เล่ม ที่ ๒ จะ ออก แล้ว. เรา จะ หยุด เสีย เพราะ เหตุ ๓ ประการ, คือ ขาด ทุน มาก, ทรัพย์ ของเรา ไม่ พอ ที่ จะ ทน ได้ ประ การ หนึ่ง, เปน การ หนัก นัก ไม่ มี ใคร จะ ช่วย การ เปลือง เวลา มาก, ไม่ สู้ มี เวลา ที่ จะ สำแดง ศาสนา เปน การ ใหญ่ ของ เรา นั้น ประการ หนึ่ง. เมื่อ แรก ๑๒ เดือน แล้ว, เรา รับ การ เปน เอลดีตอร์ นั้น, เรา หมาย ว่า จะ ทำ แต่ ปี เดียว เมื่อ สิ้น ปี ฤา ยัง ไม่ สิ้น ปี, คง จะ มี คน อังกฤษ อะเมริกา มา รับ แทน แต่ บัดนี้ ไม่ เหน มี ใคร เต็มใจ อาจ มา รับ, เรา จึง จำ เปน บอก ให้คน ทั้งปวง เข้า ใจ ว่า, จะ ลง อีก ยก หนึ่ง แล้ว ก็ จะ หยุด เสีย กว่า จะ มี คน อื่น มา รับ เอา เปนธุระ.


๏ ปฏิทิน บอก โมง แล ทุ่ม ใน ข้าง ขึ้น เดือน ยี่ นี้ ๚ะ
คำอังกฤษคำไทยคำจีนอาทิตย์ขึ้น กี่โมงอาทิตย์ตก กี่โมงอาทิตย์เที่ยง กี่โมงจันทร์ขึ้น
เดือนยันยุอาเรเดือน ยี่เดือน ๑๒
วัน อาทิตย์๖ ค่ำขึ้น ค่ำ หนึ่งค่ำ หนึ่งย่ำรุ่ง ๒๓ นาที่๕ โมง ๓๗ นาที่๕ โมง ๕๔ นาที่
วัน จันทร์๗ ค่ำ๒ ค่ำ๒ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๓ นาที่๕ โมง ๓๗ นาที่๕ โมง ๕๔ นาที่ย่ำค่ำ ๔๖ นาที่
วัน อังคาร๘ ค่ำ๓ ค่ำ๓ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๓ นาที่๕ โมง ๓๗ นาที่๕ โมง ๕๓ นาที่๑ ทุ่ม ๓๖ นาที่
วัน พุทธ๙ ค่ำ๔ ค่ำ๔ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๓ นาที่๕ โมง ๓๗ นาที่๕ โมง ๕๓ นาที่๒ ทุ่ม ๒๗ นาที่
วัน พฤหัศ๑๐ ค่ำ๕ ค่ำ๕ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๓ นาที่๕ โมง ๓๗ นาที่๕ โมง ๕๒ นาที่๓ ทุ่ม ๑๙ นาที่
วัน ศุกร๑๑ ค่ำ๖ ค่ำ๖ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๓ นาที่๕ โมง ๓๗ นาที่๕ โมง ๕๒ นาที่๔ ทุ่ม ๙ นาที่
วัน เสาร์๑๒ ค่ำ๗ ค่ำ๗ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๒ นาที่๕ โมง ๓๘ นาที่๕ โมง ๕๒ นาที่๔ ทุ่ม ๕๖ นาที่
วัน อาทิตย์๑๓ ค่ำ๘ ค่ำ๘ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๒ นาที่๕ โมง ๓๘ นาที่๕ โมง ๕๑ นาที่๕ ทุ่ม ๔๑ นาที่
วัน จันทร์๑๔ ค่ำ๙ ค่ำ๙ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๒ นาที่๕ โมง ๓๘ นาที่๕ โมง ๕๑ นาที่
วัน อังคาร๑๕ ค่ำ๑๐ ค่ำ๑๐ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๒ นาที่๕ โมง ๓๘ นาที่๕ โมง ๕๐ นาที่๗ ทุ่ม ๑๙ นาที่
วัน พุทธ๑๖ ค่ำ๑๑ ค่ำ๑๑ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๒ นาที่๕ โมง ๓๘ นาที่๕ โมง ๕๐ นาที่๘ ทุ่ม ๓๔ นาที่
วัน พฤหัศ๑๗ ค่ำ๑๒ ค่ำ๑๒ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๒ นาที่๕ โมง ๓๘ นาที่๕ โมง ๕๐ นาที่๙ ทุ่ม ๑๑ นาที่
วัน ศุกร๑๘ ค่ำ๑๓ ค่ำ๑๓ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๑ นาที่๕ โมง ๓๙ นาที่๕ โมง ๔๙ นาที่๑๐ ทุ่ม ๑๓ นาที่
วัน เสาร์๑๙ ค่ำ๑๔ ค่ำ๑๔ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๑ นาที่๕ โมง ๓๙ นาที่๕ โมง ๔๙ นาที่๑๑ ทุ่ม ๑๖ นาที่
วัน อาทิตย์๒๐ ค่ำ๑๕ ค่ำ๑๕ ค่ำย่ำรุ่ง ๒๑ นาที่๕ โมง ๓๙ นาที่๕ โมง ๔๙ นาที่

พยุห์

๏ มี ข่าว มา แต่ เมือง สิงคไปร์ ว่า เรือ บาก ชื่อ เอม มิวอวิก มา ถึง เมือง สิงคไปร์ ถูก พยุห์ เสา กระโดง หัก หมด กัปตัน ไลเซอ บอก ข่าว ว่า ใน เมือง สิงคไปร์ เรือ ถูก พยุห์ นั้น เปน เสีย ต่าง ๆ เข้า มา ที่ เมือง สิงคไปร์ ๒๕ ลำ เพื่อ จะ ซ่อม แปลง เสีย ใหม่


บางกอกรีคอ เดอ เปน ภาษา ไทย

๏ ข้าพเจ้า ผู้ เปน เจ้า ของ จะ แจ้ง ความ แก่ ท่าน ทั้ง ปวง ที่ ได้ ซื้อ หนังสือ พิมพ์ ว่า คน ที่ ซื้อ หนังสือ บางกอก รีคอเดอ เปน ภาษา ไทย น้อย นัก ไม่ ถึง ๑๔๐ คน มี ผู้ รับ แต่ เพียง นั้น ขาด ทุน จะ ทำ ต่อ ไป ไม่ ได้ เมื่อ เล่ม ที่ สอง นี้ อีก สอง ยก จะ ครบ แล้ว ข้าพเจ้า จะ ต้อง ออก เสียก ว่า จะ มี คน สัก สาม ร้อย คน ขย ซื้อ เปน ปีจึ่ง จะ ทำ ได้ ต่อ ไป


เรื่อง แม สื่อ

๏ อนึ่ง ข้าพเจ้า ได้ ยิน ข่าว ลือ กัน ว่า ยังมี คน ๆ หนึ่ง ชื่อ ยาย แกม บ้าน อยู่ แขวง ถนน วัด มหรรณพาราม, คือ ถนน บ้าน ตะ นาว, แล ยาย แกม คน นี้ เปน คน เที่ยว ชัก เมีย ชัก ผัว อยู่ ทุก วัน, แล เที่ยว สืบ ไป ทุก บ้าน ทุก เรือน. ถ้า แม้น บ้าน ไหน ผัว ตาย เปน แม่ หม้าย, ก็ ไป ภา เอา ผู้ ชาย มา ให้ เปน ผัว แล้ว ก็ ได้ นาย น่า กิน ทุก ครั้ง, แล้ว ยาย แกม คน นี้ เปน คน กว้าง ด้วย, แล มี คน รู้ จัก มาก ด้วย แล ยาย แกม คน นี้ หา กิน ด้วย แม่ สื่อ ทั้ง ตา ปี, ไม่ ได้ หา กิน ด้วย สิ่ง อื่น เลย.


๏ ตำราน้ำขึ้นน้ำลง กำหนดที่กรุงเทพ ฯ เมื่อน้ำเอ่อ ๚ะ

๏ ธรรมเนียมอังกฤษนับวันตั้งแต่เวลาเที่ยงคืนวันน่า, ไปจนเวลาเที่ยงวัน, เรียกว่าเวลาเช้า. ตั้งแต่เที่ยงวันจนถึง เที่ยงคืน เรียกว่า เวลา บ่าย. ทั้งสองนี้เรียกวันหนึ่ง, เปน ๒๔ ชั่วโมง. น้ำขึ้นที่บางกอกช้ากว่าที่ปากน้ำ ๒ ชั่วโมง ๔๕ นาที.



เดือน ยี่ ข้าง ขึ้น
วัน อะไรกี่ ค่ำขึ้น เมื่อไรลง เมื่อไรขึ้น บ่าย เมื่อไรลง บ่าย เมื่อไร
เดือน ยี่ขึ้น
วัน อาทิตย์ค่ำ หนึ่งขึ้น ๘ ทุ่ม ๔๕ นาทีลง เช้า ๓ โมง ๔๕ นาทีขึ้น บ่าย ๒ โมง ๑๕ นาทีลง บ่าย ๕ โมง
วัน จันทร๒ ค่ำขึ้น ๙ ทุ่ม ๔๕ นาทีลง เช้า ๓ โมง ๔๕ นาทีขึ้น บ่าย ๓ โมง ๑๕ นาทีลง บ่าย ๕ โมง ๓๐ นาที
วัน อังคาร๓ ค่ำขึ้น ๑๐ ทุ่มลง เช้า ๔ โมง ๔๕ นาทีขึ้น บ่าย ๓ โมง ๓๐ นาทีลง ย่ำ ค่ำ ๓๐ นาที
วัน พุทธ๔ ค่ำขึ้น ๑๐ ทุ่ม ๓๐ นาทีลง เช้า ๔ โมง ๔๕ นาทีขึ้น บ่าย ๔ โมง ๑๕ นาทีลง ทุ่ม หนึ่ง ๓๐ นาที
วัน พฤหัส๕ ค่ำขึ้น ๑๐ ทุ่ม ๓๐ นาทีลง เช้า ๔ โมง ๓๐ นาทีขึ้น บ่าย ๔ โมงลง ๒ ทุ่ม ๑๕ นาที
วัน ศุกร๖ ค่ำขึ้น ๑๐ ทุ่ม ๓๐ นาทีลง เช้า ๔ โมง ๔๕ นาทีขึ้น บ่าย ๔ โมง ๔๐ นาทีลง ๓ ทุ่ม
วัน เสาร๗ ค่ำขึ้น ๑๐ ทุ่ม ๓๐ นาทีลง เช้า ๔ โมง ๓๐ นาทีขึ้น บ่าย ๕ โมง ๓๐ นาทีลง ๔ ทุ่ม
วัน อาทิตย๘ ค่ำขึ้น ๑๐ ทุ่ม ๓๐ นาทีลง เช้า ๔ โมง ๔๕ นาทีขึ้น ย่ำ ค่ำ ๔๕ นาทีลง ๕ ทุ่ม
วัน จันทร๙ ค่ำลง เช้า ๔ โมง ๓๐ นาทีขึ้น ทุ่ม หนึ่ง
วัน อังคาร๑๐ ค่ำลง เช้า ๓ โมง ๓๐ นาทีขึ้น ๒ ทุ่ม ๑๕ นาที
วัน พุทธ๑๑ ค่ำลง เช้า ๓ โมงขึ้น ๓ ทุ่ม ๓๐ นาที
วัน พฤหัส๑๒ ค่ำลง เช้า โมง หนึ่ง ๓๐ นาทีขึ้น ๕ ทุ่ม ๑๕ นาที
วัน ศุกร๑๓ ค่ำลง เช้า ๒ โมง
วัน เสาร๑๔ ค่ำขึ้น ๖ ทุ่ม ๒๐ นาทีลง เช้า ๒ โมง ๔๕ นาที
วัน อาทิตย๑๕ ค่ำขึ้น ๗ ทุ่ม ๕๐ลง เช้า ๓ โมง ๓๐ นาทีขึ้น ๒ โมง ๓๐ นาทีลง บ่าย ๓ โมง ๔๕ นาที