

| เล่ม ที่ ๒ เดือน ๓ ขึ้น ๑๒ ค่ำ ปี ขาน อัฐ ศก จุลศักราช ๑๒๒๘ เดือน เฟบยูเอรี วัน ที่ ๑๖ กฤษ ศักราช ๑๘๖๗, ใบ ที่ ๒๔ |
เรือ รบ อะเมริกา
๏ เรา ได้ ว่า ไว้ แต่ ยก ก่อน ว่า, ด้วย เรือ ชื่อ สินันโดวา, เปน เรือ รบ อะเมริกา มา ถึง หลัง เต่า แต่ เดือน ๒ ขึ้น ๙ ค่ำ, ณวัน ๔ เดือน ๒ ขึ้น ๑๑ ค่ำ. กัปตัน ชื่อ โคลซ์เบอโร กับ นาย รอง ๑๐ คน กว่า. โดย สาร เรือ กล ไฟ หลวง มา ถึง กรุง เทพ ฯ เวลา กลางคืน. กัปตัน โคลซ์เบอโร กับ นาย รอง ไป ภัก อยู่ ที่ กงสุล อะเมริกา บ้าง, บอเยียว กัมปะนี บ้าง, หมอ ดิน บ้าง, มิศเตอ เคอเว อินชะเนีย อะเมริกา บ้าง, อยู่ ใน โฮเตล์ บ้าง, เขา ได้ เที่ยว ไป ดู อะไร ๆ เล่น ทุกวัน, ถึง วัน อาทิตย์ แล้ว ก็ มา ประชุม กัน ที่ ตึก สวด, ที่ เรียก ชื่อ โปรเตศตัน จับ:ปล์, ที่ ไม่ ได้ ไป ประ ชุม กัน ฟัง เทศ ก็ มี บ้าง.
๏ ถึง วัน ๒ เดือน ๒ แรม ค่ำ หนึ่ง เวลา เช้า, เย. เอม. ฮูด กงสุล อะเมริกา, ก็ นำ กัปตัน โคลซ์เบอโร กับ นาย รอง ทั้ง ปวง ไป เที่ยว เล่น สระ ประทุมวัน. พวก ชาว อะเมริกา ที่ อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ นี้, กับ ทั้ง ลูก เมีย ก็ ไป ด้วย ประมาณ ๒๐ คน. แล้ว จัด แจง เข้า เช้า ที่ สระ ประทุมวัน, คอย อยู่ จน บ่าย โมง หนึ่ง ก็ กิน เข้า อีก ที หนึ่ง ที่ นั้น. กงสุล อะเมริกา จัดแจง ให้ กิน เข้า ที่ นั้น พร้อม กัน เพื่อ จะ ได้ พูด จา รู้ จัก กัน, เพราะ แต่ ก่อน มา ไม่ รู้ จัก กัน. ถึง มา แต่ เมือง อะเมริกา ด้วย กัน ก็ ไม่ รู้ จัก กัน. มา กิน เข้า ด้วย กัน ๒ หน, พูด จา กัน หลาย ชั่วโมง จึ่ง ได้ รู้ จัก กัน, กิน เข้า บ่าย แล้ว ก็ กลับ ไป บ้าน.
๏ ถึง เวลา เอเย็น ใน หลวง ก็ ยอม ให้ กัปตัน โคลซ์เบอเรอ กับ นาย รอง เข้า ไป เฝ้า. ได้ ยิน กัปตัน โคลซ์เบอเรอ กับ นาย รอง ทั้งปวง ว่า, เปน ความ สนุกนิ์ นัก ที่ ใน พระบรม มหา ราช วัง. ใน หลวง ได้ โปรด ให้ ดู อะไร เล่น มาก. เวลา ดึก วัน นั้น นาย รอง พวก นั้น, ก็ โดย สาร เรือ กล ไฟ หลวง ออก ไป ยัง กำปั้น นอก ที่ หลัง เต่า เปลี่ยน กัน แล้ว, ก็ รับ เอา กัปตัน ยอดอีเบล์แนบ เปน นาย เรือ รบ ที่ ๒ กับ ด้วย นาย รอง อีก ๘ คน ๑๐ คน มา ถึง กรุง เทพ ฯ ณวัน ๓ ฯร ๒ ค่ำ. ณวัน แรม ๓ ค่ำ ๔ ค่ำ ๕ ค่ำ กับตัน ทั้ง ๒ คน ก็ เที่ยว ไป ใน กรุงเทพ ฯ ดู พระ เมรุ บ้าง, ดู ช้าง หลวง บ้าง, ไป ดู วัด บ้าง, ไป หลาย แห่ง นักหนา แล้ว เที่ยว ไป เยี่ยม พวก อะเมริกา ทุก บ้าน. วัน พฤหัสบดี แรม ๔ ค่ำ, กับตัน โคลซ์เบอโร กับ กองสุล อะเมริกา ก็ มา กินโต๊ะ กลาง วัน ที่ บ้าน ข้าพเจ้า วัน ศุกร แรม ๕ ค่ำ, กับตัน เบล์แนบ ก็ มา กินโต๊ะ กลาง วัน ด้วย, กับตัน โคลซ์เบอโร ได้ เชิญ พวก อะเมริกา ให้ ไป ชม เรือ รบ สินันโดวา ด้วย กัน, ใน วัน เสาร์ เวลา เช้า พวก อะเมริ กา ก็ โดย สาร ไป ด้วย เรือ กล ไฟ หลวง. นัด กัน ว่า จะ ไป ช้า โมง หนึ่ง ให้ พร้อม ใน เวลา นั้น, พวก อเมริกา ที่ ไป ด้วย ครั้ง นั้น นับ ได้ ๒๑ คน, ที่ ไม่ ไป ก็ หลาย คน เพราะ ไม่ สบาย ก็ มี, เพราะ ไม่ เปล่า ก็ มี, เพราะ จะ ละ การ ไม่ ได้ ก็ มี. ครั้น คน พร้อม แล้ว ก็ ชวน กัน ลง เรือ ไฟ. ขณะ นั้น เรือ ไฟ ก็ ยัง หา ได้ ติด ไฟ ไม่, เพราะ ไม่ มี ใคร สั่ง ใคร บอก ว่า จะ พร้อม กัน เมื่อ ไร จะ ไป กัน เมื่อ ไร แน่. เมื่อ คน ลง พร้อม แล้ว, สั่ง ให้ ไป เขา ก็ บอก ว่า ยัง ไป ไม่ ได้ ยัง ไม่ มี ไฟ ต้อง อยู่ จน เวลา ๒ โมง เช้า จึง ได้ ไป. ด้วย ความ สบาย สนุกนิ์, กิน เข้า เช้า บน เรือ พร้อม กัน. กับ เข้า ของ กิน นั้น, ต่าง คน ต่าง ก็ หา เตรียม ไป กิน ด้วย กัน ทุก คน, จึง มี เข้า ของ กิน บริบูรณ มาก. กำลัง ไป นั้น ก็ พูดจา กัน; ต่าง คน ต่าง ก็ ถาม ถึง บ้าน แล บิดา มารดา ญาติ์ พี่ น้อง, ได้ รู้ จัก กัน แล้ว พูด ถึง การ สงคราม ที่ มี ใน เมือง อะเมริกา, แล เหตุ การ ใหญ่ ๆ ซึ่ง บังเกิด แล้ว ใน เมือง อะเมริกา. พวก อะเมริกา ที่ ใน กรุง เทพ ฯ ได้ เห็น คน ที่ เข้า ใน การ รบ, ช่วย ใน การ นั้น ก็ มี ใจ ผูกพันธ รัก ใคร่ คน นั้น นัก. ๏ ครั้น บ่าย ครึ่ง โมง ก็ ถึง เรือ รบ, เมื่อ เกือบ จะ ถึง ก็ มี เรือ กะเชียง ๔ ลำ ใหญ่ ๆ ทา ศรี ต่าง ๆ มา รับ. เรือ ที่ ทา ศรี ขาว เปน เรือ สำหรับ กับตัน โคลซ์ เบอโร, ท่าน ก็ ได้ พา กอง สุล อะเมริกา กับ ทั้ง ภรรยา กองสุล, กับ ภรรยา พวก อะเมริกา ลง เรือ ด้วย กัน. เรือ อีก ๓ ลำ นั้น ก็ มา รับ นาย รอง แล พวก อะเมริกา ที่ เหลือ นั้น ไป ขึ้น บน เรือรบ. นาย รอง ที่ เรือ รบ นั้น, ก็ จัดแจง ใส่ เสื้อ เครื่อง บศ สำหรับ ตัว ก็ พร้อมทุกคน, เขื้อ จะได้รับ กับตัน แล พวก อะเมริกา ตาม ธรรม เนียม. ทหาร บนเรือ ก็ ใส่ เสื้อ สอาด ทุก คน. เครื่อง สารพัด ทั้งปวง ในเรือ ก็ งด งาม อัน ยิ่ง. เมื่อ พวก เรา ขึ้น ไป ถึง เรือ เยียบ ดาดฟ้า, ก็ เข้าใจ ว่า นี่แล เปน แผ่น ดิน ของ เรา, เรือ รบ นี้ เปน ของ เรา, ๆ เข้าส่วน ด้วย กัน กับ ทหาร ในเรือ เปน ของ พวก เรา, ทั้ง เรือ ทั้ง นาย ทั้ง ทหาร ได้ รบ กัน ใน การ ศึก นั้น ได้ ชัยชนะ ใหญ่, จึ่ง เกิด ใจ รัก เมือง เรา มาก ขึ้น. แล้ว กับ ตัน โคลซ์เบอโร ให้ นาย รอง พา พวก เรา ไป ดู ใน ลำ เรือ, ดาด ฟ้า ชั้น บน ชั้น ล่าง แล ห้อง สำหรับ นาย เรือ ทุก คน. กับตัน แล นาย รอง ก็ เอา รูป ของ ลูก เมีย ญาติ พี่ น้อง, ที่ ชัก มา แต่ บ้าน นั้น เอา มา ให้ ดู. คน หนุ่ม ๆ ก็ เอารูป บิดามารดา มา ให้ ดู ด้วย. รูป ชัก แทบ จะ เหมือน ได้ เหน ตัว จริง ๆ. แล้ว ก็ ขึ้น บน ดาด ฟ้า ชั้น บน, กับตัน โคลซ์เบอโร ก็ สั่ง ให้ จัด ปืน ใหญ่ บอก หนึ่ง, ชื่อ ดัลเครน ยิง ลูก แตก, พร้อม แล้ว กับตัน ก็ ให้ พวก เรา ขึ้น ยืน ดู อยู่ บน ดาดฟ้า ท้าย เรือ เปน ที่ สูง, เพื่อ จะ ได้ เหน ถนัด. แล้ว ก็ สั่ง ให้ ยิง ปืน. ๆ นั้น หนา นัก เสียง จึ่ง ไม่ สู้ ดัง, ลูก ปืน ไป สัก ๔ ไมล์ ๕ ไมล์ ก็ ได้ ยิน เสียง ลูก ปืน แตก มี ควัน ไฟ, ลูก ปืน เช่น นั้น เมื่อ ยิง ไป ใน เมือง แล ป้อม, ก็ แตก เกิด ไฟ ไหม้. แล ทาง ๕ ไมล์ นั้น ประมาณ ๒๐๐ เส้น. ครั้น ยิง แล้ว ก็ ลาก ปืน กลับ มา ไว้ ที่ เก่า, จึ่ง เชิญ ให้ พวก เรา กิน โต๊ะ บน ดาดฟ้า ชั้น บน. มี ผ้า ดาด กัน แดด. ครั้น พวก เรา นั่ง ลง แล้ว, พวก นาย รอง เหล่า นั้น, ก็ มา เปน บ๋อย คอย เลี้ยง ดู. การ ที่ ทำ นั้น มิ ใช่ นาย เรือ บังคับ ให้ ทำ, เขา ทำ เอง ด้วย มี ใจ รัก ใคร่ นับถือ กัน. กิน โต๊ะ แล้ว นาย รอง พวก นั้น จึ่ง ได้ กิน โต๊ะ ที่ ๒, มี ของ กิน อร่อย มากมาย. แต่ น้ำ บรั่นดี ฤๅ น้ำ เหล้า ที่ เข้ม ก็ ไม่ มี. ได้ ยิน กับตัน ว่า ไม่ ยอม ให้ คน ใน ลำ เรือ กิน, แต่ กับตัน นึก เหน ว่า พวก อะเมริกา ที่ กรุงเทพฯ จะ กิน บ้าง, จึ่ง จัดแจง น้ำ องุ่น อ่อน ๆ ส่ง ให้ กิน, ก็ ไม่ ใคร่ จะ มี ใคร รับ กิน เลย.
๏ เวลา บ่าย สัก ๔ โมง พวก เรา ก็ ลา กับตัน, แล นายรอง จะ มา เรือ, กับตัน กับ นาย รอง ยืน อยู่ บน ดาดฟ้า เอา ผ้า เชด หน้า เช่น ผ้า ขาว โบก ๆ เปน สำคัญ. บอก ว่า ให้ สบาย มี ความ ศุข ต่อ ไป ข้าง น่า. พวก อะเม ริกา กรุง เทพ ฯ เอา ผ้า ขาว โบก รับ. แล้ว พวก เรา ก็ ลง เรือ กะเชียง มา เรือ กล ไฟ หลวง. ขึ้น ยืน อยู่ บน ดาดฟ้า ท้าย เรือ. พวก เรือ รบ กับ ตัน แล นาย รอง ก็ ขึ้น อยู่ บน ดาดฟ้า ที่ สูง, แล้ว เอา ผ้า โบก กัน ทั้ง ๒ ฝ่าย, แล้ว พวก เรา ก็ ให้ พร ตาม ธรรมเนียม ว่า หิบ ๆ โฮรา ๓ หน. ที่ บน เรือ รบ กับตัน แล นาย รอง ก็ ให้ พร ว่า หิบ ๆ โฮรา ๓ หน. แล้ว กับตัน ก็ ให้ ลูก เรือ ขึ้น ยืน บน เพลา ใบ ทั้ง ๓ เสา. คน ประมาณ ๑๐๐ คน ร้อง ให้ พร ว่า หิบ ๆ โฮรา ๓ หน ดัง นี้ เข้า ใจ ว่า ให้ พร อัน ยิ่ง ที่ สุก. แล้ว พวก เรา ก็ ดี ใจ นัก แล้ว เรือ เรา ก็ กลับ เข้า มา, เรือ รบ ก็ จัด แจง ไป. ใน ขณะ นั้น จะ ไป เมือง ฮองกง แต่ จะ แวะ เมือง ไซ่ ง่อน ก่อน, ใน ๔ วัน จะ ถึง ไซ่ง่อน, จะ ไป เอา ถ่าน ที่ นั้น, จอก อยู่ ที่ นั้น สัก ๓ วัน ๔ วัน จะ ไป ฮองกง.
๏ เรือ กล ไฟ สยาม เมื่อ แล่น มา ถึง ปาก น้ำ เวลา สัก ทุ่ม หนึ่ง, จอก อยู่ ที่ นั้น. แทบ จะ ถึง ๒ ชั่วโมง นาย เรือ ให้ คน ไป หา ฟื้น, พวก เรา ก็ เสีย ดาย เวลา นัก, พวก เรา จึง ไป เช่า เรือ กล ไฟ อังกฤษ, ตาลง กัน ว่า ให้ ๖๐ เรียน, นาย เรือ หลวง ตก ใจ ก็ ห้าม ไว้ ว่า อย่า เลย, เรา จะ นำ ไป ให้ ถึง โดย เรว, ไฟ ก็ ดับ นาย ก็ ให้ ก่อ ใหม่ เรว, เรา ก็ ถึง กงสุล อะเมริกา ประมาณ ๖ ทุ่ม.
กรุงเทพ เทียบ เมือง พม่า
๏ จด หมาย เหตุ รางกุ้ง แตม, ได้ เปรียบ เทียบ เมือง พม่า กับ กรุง สยาม เปน ใจ ความ ว่า, คน ทั้ง ปวง ได้ รู้ แล้ว ว่า กรุง สยาม ไม่ ได้ เสีย แผ่น ดิน แก่ เมือง อื่น. เพราะ ได้ ยอม เปน ไม ตรี กัน กับ เมือง อังกฤษ แล เมือง อเมริกา. แล ฝรั่งเสศ แล, พุตุเกต, แล เมือง เดน หมาก, แล เมือง ฮันเสีย อัด ดิด สเตด แล เมือง ดัชะ, แต่ พม่า ได้ เสีย ที่ แผ่น ดิน มาก, เพราะ ไม่ ยอม เปน ไม ตรี กัน กับ เมือง อื่น ที่ เปน ใหญ่ กว่า ตัว. ได้ เสีย เมือง อา ซำ แล เมือง อาระกัน, แล เมือง มระแมน, แล เมือง เญี่ย แล เมือง ทวาย, แล เมือง มะเคว. ใน คฤสตศักราช ๑๘๕๒ เสีย เมือง มตะบาน, เมือง ตะแลม คือ เมือง ปี่คิว ทั้ง หมด แล บัน ดา เมือง เหล่า นี้, แต่ ก่อน ไม่ ได้ ขึ้น แก่ เมือง อื่น เปน เมือง ใหญ่ แก่ ตัว. อยู่ มา เจ้า เมือง พม่า ก็ ตี เอา ไว้ เปน เมือง ขึ้น แก่ ตัว ที หลัง ก็ จำ เปน เสีย ที ละ เมือง ๆ ขึ้น แก่ อังกฤษ. ใคร จะ เซอะซะ ไม่ เข้า ใจ ว่า, พม่า ไม่ ได้ เสีย เมือง ขึ้น เพราะ ไม่ เปน ตรี กัน แก่ อังกฤษ เล่า. ถ้า ได้ เปน ไม รี กัน ก็ ไม่ ต้อง เสีย เดียว นี้ เมือง อังกฤษ, ก็ มา ถึง เมือง เม่า, มี ใจ จะ เปน ชอบ สนิท กัน, ฃอ เมือง พม่า ให้ ยอม พูด ตก ลง กัน เปน ไม ตรี กัน จึ่ง จะ มี ความ ศุข ทั้ง ๒ ฝ่าย. ตก ลง กัน แล้ว, จะ เฃียน หนังสือ นั้น ลง เปน พยาน เพื่อ จะ ให้ ยั่ง ยืน เปน นิตย. แต่ ใน หลวง เมือง พม่า ไม่ ยอม เปน ไม่ ตรี กัน ด้วย เมือง อังกฤษ, เพราะ มี ที่ ปฤกษา มาก มาย ที่ มี ลิ้น ลื่น ไป, ไม่ คิด การ ที่ จะ บำ รุง เมือง พม่า แท้ ๆ, คิด แต่ ที่ จะ ขุด รื้อ ราก แผ่น ดิน ให้ ภังค์.
๏ เจ้า ที่ อยาก จะ ขึ้น เสวย ราช สม บัติ ใน เมือง พม่า มี ใน ระ หว่าง ๑๕ แล ๓๐ องค์. ใน หลวง จะ ระวัง เจ้า เหล่า นั้น, เหน จะ ไม่ ได้ ไม่ มี อำนาจ ที่ จะ ทำ ให้ สำ เร็จ. ถ้า ท่าน ยอม ให้ เปน ไม ตรี อัน ดี ซื่อ สัตย กับ อังกฤษ, เมือง อังกฤษ ก็ คง จะ รักษา เจ้า องค์ นั้น ไว้ ให้ ดี, ไม่ ทำ อันตราย ที่ เมือง พม่า ได้ เลย. ถึง จะ มี เจ้า ร้อย องค์ ที่ เมือง พม่า, เหมือน ที่ บังกล่าว ๑๐ ปี แล้ว นั้น เมือง อังกฤษ อาจ ให้ ราบ ลง หมด.
๏ เหตุ ไฉน เมือง สยาม ที่ มี กำลัง น้อย, ทุก วัน นี้ แต่ มี ความ ศุข เจริญ มาก. แล เมือง พม่า ที่ แต่ ก่อน มี กำลัง มาก ทุก วัน นี้ ก็ เสื่อม ลง ๆ เล่า. เมือง ทั้ง ๒ เมือง ผิด กัน ดัง นี้, เพราะ เมือง สยาม, ยอม รับ ว่า มี กำลัง น้อย จึง ได้ พึ่ง อาไศรย แก่ เมือง ใหญ่ ต่าง ๆ ยอม เปน ไม ตรี กัน ด้วย เมือง นั้น. ถ้า อัง กฤษ ปราฐนา จะ ทำ สงคราม กับ กรุงเทพ ฯ มา ตี ชิง เอา เมือง, ฝรั่งเสศ แล เมือง ยูไน ติศ เทศ คง จะ ห้าม ไว้. เมือง อังกฤษ คง จะ รอ ไว้ หลาย เดือน ไม่ อาจ ลง มือ ทำ. ฤๅ ถ้า เมือง ยูไน ติศ เทศ จะ มา ตี กรุงเทพ ฯ ฝรั่งเสศ แล อังกฤษ คง จะ อุสาห์ เพื่อ จะ ได้ ห้าม.
๏ การ ที่ เมือง เปน ไม ตรี กัน ดัง นี้ ก็ เปน ประ โยช ทั้ง ๒ ฝ่าย. ๆ ที่ มี กำลัง น้อย ได้ ชู กำลัง ขึ้น เพราะ เมือง ใหญ่ เปน ไม ตรี กัน. เมื่อ เมือง ใหญ่ เมือง น้อย อยู่ ใกล้ เคียง กัน ถ้า ไม่ มี ไม ตรี กัน ก็ จะ เกิด วุ่น วาย บ่อย ๆ. เมือง น้อย ก็ จะ เสื่อม ไป ดัง นี้ เปน ตาม ทำ ธรรมดา. ถ้า เปน ข้อ ไม ตรี กัน เมือง เล็ก คา จะ ดี ขึ้น พร้อม ด้วย เมือง ใหญ่.
๏ ที่ ต้อง การ ใน เมือง พม่า ทุก วัน นี้, คือ จะ ให้ เจ้า แผ่น ดิน พม่า เปน เจ้า แผ่น ดิน แท้ ๆ ไม่ ให้ เปน พ่อ ค้า ด้วย. ต้อง การ ให้ ใน หลวง พม่า ดู เรื่อง ราว เจ้า เมือง อื่น ๆ. ถ้า เหน เจ้า เมือง อื่น ที่ เปน เจ้า แผ่น ดิน แท้ ๆ, ยอม เปน พ่อค้า ด้วย เมื่อ ใด เมือง พม่า ควร จะ เอา เยี่ยง อย่าง เขา เมื่อ นั้น.
๏ ครั้ง ก่อน เมือง อังกฤษ, แล ฝรั่งเสศ เปน ศึก กับ เมือง จีน เพราะ เมือง จีน ยอม เปน พ่ค้าด้วย. เมือง จีน จำ ยอม แพ้ ถ้า เมือง พม่า ประพฤติ ดั่ง นี้ ต่อ ไป อีก หน่อย จำ เปน ยอม แพ้ เมือง อังกฤษ. ที่ เมือง พม่า จะ ยอม เปน ไมตรี กัน กับ เมือง อัง กฤษ ฤๅ จะ รบ กัน, เสีย คน ใน สง คราม เปน นัก เปนหนา แล้ว ต้อง ยอม แพ้ ข้าง ไหน จะ ดี กว่า กัน. เรา ยัง ไว้ ใจ ได้ ว่า เจ้า เมือง พม่า, จะ ได้ ตฤกตรอง ใน การ ที่ จะ เปน ไมตรี กัน กับ เมือง อังกฤษ. แล ไม่ ช้า ไม่ นาน จะ ยอม ทำ ข้อ สัญญา กัน ใหม่, ด้วย ใจ กว้าง ขวาง โอบ อ้อม อา รี. ถ้า ท่าน ปราฐนา จะ รักษา ชี วิตร ชาว เมือง พม่า, ปราฐนา จะ รักษา ความ ศุข ให้ เจริญ ใน ระ หว่าง เมือง ต่อ เมือง ทั้ง ๒ ฝ่าย, ก็ ให้ การ ค้า ขาย สดวก ให้ ฝูง ราษฎร ทั้งปวง เกิด ความ ศุข ขึ้น, คราว นี้ ก็ เปน เวลา ที่ ควร จะ ทำ การ ดี ต่าง ๆ นั้น ให้ สำเร็จ.
รถ ไฟ เมือง พม่า
๏ ยาง กุง แตม ที่ ลง พิมพ์ เดือน อ้าย แรม ๑๑ ค่ำ นั้น ว่า, คอเวอแมต์ อังกฤษ ได้ ยอม แล้ว. ว่า จะ จ้าง คน ไป วัด ดู ที่ จะ ทำ ทาง รถ ไฟ, ไป จาก เมือง ราง กุ้ง ไป ถึง เมือง บิ คิว. ไป จาก เมือง บิ คิว ขึ้น ไป ฝ่าย เหนือ ถึง แม่ น้ำ ส ตัง, ไป จาก ที่ นั้น ถึง แดน เมือง พม่า ขึ้น อังกฤษ, ฝ่าย เนื้อ ที่ สุด การ ที่ วัด นั้น, จะ แล้ว ใน ปี นี้. ถ้า เจ้า แผ่น ดิน พม่า ยอม ก็ จะ วัด ตัง แต่ เมือง พม่า ตลอด ถึง แดน เมือง จีน.
ข่าว มา แต่ ราง กุ้ง
๏ เดือน อ้าย ขึ้น ๘ ค่ำ, เปน ใจ ความ ว่า ปี นี้ เข้า ที่ เมือง อาระกัน ดี เปน แท้, จะ มี เข้า มาก บริ บูรณ ทั่ว ใน แว่น แคว้น นั้น. ปี นี้ ไม่ มี น้ำ ท่วม เกิน ประมาณ ไม่ ได้ เกิด เหตุ อะไร ที่ จะ ให้ เข้า เสีย. ที่ ต้น ปี ใน เดือน ๗ เดือน ๘ เกิด โรค โค กระบี่ ตาย. เว้น ไว้ แต่ นั้น, ปี นี้ ชาว นา มี ความ ศุข มาก เกิด เข้า บริ บูรณ. เฃ้า ปี ก่อน เกือบ จะ หมด ที เดียว. เข้า ปี ก่อน ขาย ดี ชาว นา ได้ เงิน มาก.
ข่าว มา แต่ เมือง มะระแมง
๏ เดือน อ้าย แรม ๑๔ ค่ำ, ข่าว ว่า เกิด เข้า แพง ที่ เมือง ซีลอน คือ เกาะ ลังกา, ฝูง ราษฎร ก็ มา ประชุม กัน ทำ วุ่นวาย ที่ เมือง คอล แล เมือง โคลำโบ, น่า กลัว ว่า จะ เปน อัน ตราย มาก. อังกฤษ ต้อง เรียก ทัพ ออก มา ห้ามปราม การ วุ่นวาย จึ่ง อยุด. คอ เวอเมนต์ จึ่ง จัดแจง เรี่ย ราย เงิน. พวก อังกฤษ ที่ มั่ง มี บันดา ตั้ง อยู่ ที่ เกาะ ซีลอน, เอา เงิน ซื้อ เข้า ให้ ทาน แก่ พวก คน ยาก คน จน, จัดแจง เพื่อ จะ จำหน่าย เข้า แก่ คน ทั้งปวง ตาม ที่ จะ ต้องการ ทุก วัน. เกิด เข้า แพง คราว นี้ เพราะ ว่า ใน เดือน ๕ เดือน ๖ เข้า ที่ มา ขาย ที่ เมือง ซีลอน นั้น น้อย กว่า แต่ ก่อน นัก. แต่ ก่อน ก็ เคย มี เดือน ละ ๓ แสน หาบ, แต่ ปี นี้ เดือน ละ ๖ หมื่น หาบ. ครั้น มา ถึง เดือน ๘ เดือน ๙ เข้า มา ขาย ที่ นั้น มาก เกือบ จะ ถึง เดือน ละ ๓ แสน หมื่น หาบ, แต่ เดือน ๑๐ เข้า ก็ ขาด ไป อีก, มี แต่ เดือน ละ แสน ๘ หมื่น หาบ. ครั้น ถึง เดือน ๑๑ เข้า แพง นัก ขึ้น, คอเวอเมนต์ อังกฤษ จึ่ง สั่ง ให้ ซื้อ เข้า มา แต่ นอก, ภอ ที่ ทหาร แล คน โรค คน โทษ แล คน อื่น, ที่ อยู่ ใน คอ วอเมนต์ จะ ภอกิน ได้ ๓ เดือน, นอก นั้น คอเวอเมนต์ ไม่ ได้ ซื้อ เข้า จำหน่าย, หมาย ว่า เปน การ ที่ พ่อ ค้า แล ฝูง ราษฎร ทั้งปวง จะ ซื้อ ได้ เอง. ตั้งแต่ นั้น มา การ ที่ เข้า แพง นั้น ก็ ค่อย ยัง ชั่ว ขึ้น.
คำสัญญา ที่ อังกฤษ ปราฐนา จะ ทำ แก่ พม่า
๏ ข่าว ว่า เคอเลอเนลแฟเออ ราชทูต อังกฤษ ที่ ได้ ขึ้น ไป เมือง หลวง พม่า, เพื่อ จะ ได้ ทำ ซอสัญญา ใหม่ ด้วย คอเวอ เมนต์ พม่า, ทำ ก็ ไม่ สำเร็จ ป่วย การ ไป, เจ้า แผ่น ดิน พม่า ไม่ ยอม, คำ สัญญา ที่ คอเวอเมนต์ อังกฤษ จะ ทำ นั้น, จะ ให้ การ ค้า ขาย ทั้ง ๒ ฝ่าย สดวก ขึ้น. เรา คือ พวก อังกฤษ ที่ เมือง พม่า, ก็ คิด เสีย ดาย เพราะ เจ้า เมือง พม่า, ไม่ ยอม การ ที่ สม ควร จะ ทำ นั้น. เหตุ ไร ที่ ท่าน เจ้า เมือง ไม่ ยอม ก็ หา ทราบ ไม่ ดู ประลาด นัก. ชาว เมือง ทั้งปวง เมื่อ ได้ ยิน ข่าว ว่า ไม่ ยอม นั้น จะ ไม่ เหน ชอบ ด้วย. เจ้า เมือง อื่น ทั้งปวง ก็ ปราฐนา จะ เปิด การ ค้า ขาย ให้ ดี ขึ้น. แต่ เจ้า เมือง พม่า ไม่ คิด จะ เปิด ออก อิก คิด แต่ จะ ปิด ไว้, ด้วย หมาย ว่า การ ที่ เก็บ ภาษี ตาม ธรรม เนียม เก่า จะ ได้ เงิน มาก กว่า ที่ อย่าง ใหม่. เหน ที่ เมือง พม่า คราว นี้ ได้ เสีย ที ใหญ่ ๆ. จริง
ข่าว มา ทาง เตลิแกรฟ
๏ ลอน ดอน เดือน อ้าย ขึ้น ๕ ค่ำ ข่าว ว่า, คอเวอเมนต์ อัง กฤษ. กำลัง จับ พวก ขบถ ที่ เรียก ว่า พีเนียน เมือง ดับลิน ประ
เทศ ไอย ลันด์.
๏ ลอนดอน เดือน อ้าย ขึ้น ๖ ค่ำ. ข่าว ว่า เกิด เหตุ ที่ บ่อ ถ่าน เมือง อังกฤษ, ตำบล บ้าน สะเลไฟ ติด ลม ที่ นั้น แตก ภังค์ คน ตาย กว่า ๓๐๐ คน. ๏ อนึ่ง ทับ ฝรั่งเสศ ออก จาก เมือง โรม เมื่อ ขึ้น ๕ ค่ำ แล้ว. ๏ อนึ่ง ข่าว ว่า ทัพ ฝรั่งเสศ จะ จัด แจง ใหม่ ให้ มี กำลัง มาก กว่า แต่ ก่อน, กว่า จะ มี ทหาร ๑๒ แสน ๕ หมื่น คน. ๏ ลอนดอน เดือน อ้าย ขึ้น ๑๐ ค่ำ ข่าว มา แต่ เมือง อเมริกา ว่า, เปรศิเดนต์ ยอนซัน ได้ ว่า ไว้ ว่า พวก พีเนียน ที่ คิด แค้น เมือง อังกฤษ, ดู เหมือน จะ ทำ การ ขบถ ใหญ่, จะ เข้า ไป ตี เมือง คานิดา, ๏ อนึ่ง คอนเครศ ใหม่ ได้ ประชุม กัน แล้ว. แล ได้ ทำ กดหมาย ให้ พวก ชาติ อัฟริกา, ซึ่ง อยู่ ริม วัดชิงตัน นั้น ให้ เข้า ใน การ เลือก ขุนนาง ได้ เหมือน คน ชาติ ขาว. ๏ อนึ่ง คอนเครศ ไม่ เข้า ด้วย เปรศเดนต์ ยอนซัน เลย. กำลัง ชวน กัน โกรธ เปรศเดนต์ ยอนซัน นัก. อนึ่ง คอนเครศ ตกลง กัน ว่า จะ ให้ เมือง ฝ่าย ใต้ ที่ แต่ ก่อน เปน ขบถ, จะ ได้ ครอบงำ ไว้ ตาม อย่าง ที่ เปน เตรีโตเร ก่อน, ยัง หา ยอม เปน สะเตศ ก่อน ไม่.
๏ ลอนดอน เดือน อ้าย ขึ้น ๑๑ ค่ำ ข่าว ว่า มิศเตอ ชิวอาคะ ขุนนาง ใหญ่ ที่ เมือง ยูในติศเตศ, ได้ ว่า ไว้ ว่า, เมือง อะเมริก ไม่ อยาก จะ ตี ได้ ชนะ เมือง เมกศิโก, แล ไม่ อยาก จะ ซื้อ ด้วย ปราฐนา แต่ จะ ให้ เมือง เมกศิโก, พ้น ผู้ ครอบครอง มา แต่ ต่างประเทศ. อนึ่ง ข่าว ว่า อังกฤษ ตั้ง แอดมิรัล กับ เตละ เปน แม่ ทัพ เรือ สำหรับ อยู่ เมือง อินเดีย แล เมือง จีน.
๏ ลอนดอน เดือน อ้าย ขึ้น ๑๔ ค่ำ ข่าว ว่า เมกศมิเลียน เอม บีรอ เมือง เมกศิโก จะ ไม่ ทิ้ง เมือง เมกศิโก, จะ ต้อง อยู่ ที่ นั้น. อนึ่ง คอนเครศ เมือง อยู่ ใน ติศเตศ, ได้ ทำ กดหมาย ห้าม หัว เมือง ทั้ง ปวง ที่ ได้ เข้า ใน การ ขบถ ครั้ง ก่อน, ซึ่ง ยัง ไม่ ยอม ตาม คอนเครศ, ห้าม ไม่ เข้า ราชการ ใน คอนเครศ เลย กว่า จะ กลับ ใจ เสีย ใหม่ ยอม ตาม คอนเครศ. อนึ่ง คอนเครต เครา นี้ มี กำลัง มาก กว่า ครั้ง ก่อน นัก, เปรศเดนต์ จะ ห้าม ปราม มิ ได้.
ข่าว มา แต่ เมือง ปรอศเชีย
๏ ว่า ผู้ ที่ แรก คิด ปืน อย่าง ใหม่ ของ เมือง ปรอศเชีย, ที่ เรียก ว่า นิเดลิคัน นั้น, ผู้ แรก คิด ชื่อ เซะ อัว ไดรซิ, ได้ คิด ปืน อย่าง ใหม่ ดี ขึ้น กว่า แต่ ก่อน อีก, คิด เปน หลาย อย่าง. อย่าง หนึ่ง เบากว่า นิเดลคัน ๓ เปาน์, ยิง ถูก คน ได้ ๔๕๑ วา, ยิง ได้ ๘ นัด ใน นา ที เดียว. อีก อย่าง หนึ่ง เรียก ว่า ไรเฟน ยิง ถูก คน ได้ ไกล ๖๕๐ วา. กระสุน ปืน นั้น ถ้า ยิง ไป ถูก สิ่ง ใด เข้า ก็ แตก ออก ไป เปน ๘ กระสุน, ถูก ที่ ไหน ก็ เกิด อันตราย มาก. ยิง ถูก ที่ ไว้ ดิน ๆ นั้น ก็ จะ แตก ไป. ปืน อย่าง นี้ คน ก็ ถือ ได้ ไม่ สู้ หนัก นัก.
๏ ข่าว มา แต่ เมือง ออศ เตรีย
๏ ข่าว ว่า เมือง ออศ เตรีย พร้อม ใจ กัน ว่า, จะ ใช้ ราช ทูต ออก ไป ทำ ราช ไม ตรี กัน กับ เมือง ต่าง ๆ, ใน ทวีป อา เชีย ได้ ตั้ง แอศมิรัล เตกคิทอบ, ให้ เปน ราช ทูต ใหญ่, ได้ สั่ง ให้ จัด แจง เรือ รบ เรียก ว่า ฟริกเคต ลำ หนึ่ง. แล เรือ รบ อีก ลำ หนึ่ง เรียก ว่า คอรเวต ๒ ลำ ด้วย กัน. จะ แล่น จาก เมือง ออศ เตรีย ใน เดือน ๓ ปี ขาน อัฐศก. ข่าว ว่า เอมบีรอ เมือง ออศ เตรีย จะ ฝาก เครื่อง ราชบรรณา การ มา ถึง พระ เจ้า แผ่น ดิน สยาม. แล เจ้า แผ่น ดิน ญี่ปุ่น เปน ของ มี ราคา มาก. แล้ว จะ มี รูป เอม บี รอ, ทำ ด้วย หิน มา ถวาย ใน หลวง กรุงสยาม รูป หนึ่ง. ถวา เจ้า เมือง ญี่ปุ่น รูป หนึ่ง. แล จะ มี หนังสือ ใหญ่ เปน หลาย เล่ม มี ราคา มาก ทั้ง รูป ภาพ เก็บ มา แต่ ใน หลวง เอมบี รอ. แล้ว จะ มี รูป มเหษี, แล รูป ลูกหลาน เอมบีรอ มา ถวาย ด้วย. แล จะ มี ของ ที่ เกิด ใน เมือง ออศเตรีย ที่ เปน สำคัญ มา ถวาย ด้วย.
ข่าว มา แต่ เมือง กะละฟอเนีย
๏ ว่า กำปั่น กล ไฟ เมือง อะเมริกา เปน ใหญ่, ชื่อ โคละรา โด้ ออก จาก เมือง ซันปรันซีสะโก จะ ไป เมือง ญี่ปุ่น แล ฮองกง, จะ มี เดือน ละ ลำ ๆ ใหญ่ จุ ของ ได้ ๔๐๐๐ ตอน เปน ทาง ใหม่ ที่ คน จะ โดย สาร ไป, จาก เมือง นิวยอก ถึง เมือง ปะนะมา เมือง ญี่ปุ่น เมือง ฮองกง, เปน ทาง ที่ จะ ไป เรว กว่า ทาง เก่า ได้ ๑๕ วัน. เรือ จะ ออก จาก เมือง ฮองกง เพื่อ จะ ไป นิวยอก ทุก เดือน. ทาง เก่านั้น, คือ ไป จาก เมือง นิวยอก ไป เมือง ลิเว ภู ไป ลอนดอน, ไป จาก ลอนดอน ถึง เมือง มะเซล, ไป จาก เมือง มะเซล ไป ถึง เมือง ไอคุบโต ถึง เมือง บำไบ แล ซีลอน, แล เมือง ปีแนง แล เมือง สิ่ง กโปร แล ฮองกง.
ข่าว มา แต่ เมือง จีน
๏ ว่า, ขุนนาง จีน ผู้ สำเร็จ ราชการ ใหญ่ ฝ่าย ต่าง ประเทศ. ขุนนาง คน นั้น ชื่อ ไล, มี หนังสือ ถึง กงสุล ต่าง ประเทศ ที่ เมือง จีน ทุก คน. ใจ ความ ว่า คอเวอแมนต์ จีน ได้ ห้าม ชาว เมือง จีน ทั้งปวง, ที่ เคย ได้ ลง พิมพ์ อังกฤษ ติเตียน ขุนนาง ใน เมือง จีน, ว่า ให้ จับ ตัว คน นั้น ให้ ได้. เพราะ คง จะ เปน ชาว เมือง จีน เปน คน ไม่ มี ชื่อ เปน คน เท็จ, เปน คน ที่ เก็บ เอา ความ ไม่ จริง มา ลง พิมพ์ ใส่ โทษ ขุนนาง จีน เปล่า ๆ. หนังสือ นี้ ไม่ ได้ ห้าม การ ลง พิมพ์ ติ ขุนนาง ที่ ควร จะ ติ. ห้าม แต่ คน ที่ แกล้ง เก็บ ความ เท็จ ลง พิมพ์. ขอ ให้ กงสุล อังกฤษ เมือง จีน, บอก เจ้า ของ พิมพ์ ชื่อ นอด ไชนะ เฮรัลด์ ที่ เซี่ยงไฮ้, แล เจ้า ของ พิมพ์ อื่น ต่าง ๆ ที่ เปน เช่น นั้น, เพื่อ เขา จะ ได้ รู้ หมาย ประ กาศ เจ้า เมือง จีน, แล กงสุล อื่น ทั้งปวง ก็ ได้ รับ หนังสือ ห้าง นี้ ทุก คน.
๏ เจ้า ของ หนังสือ นอด ไชนะ เฮรอล จึ่ง ลง พิมพ์ ณะ เดือน อ้าย แรม ๑๔ ค่ำ, ใจ ความ ว่า, เรา กำลัง ท่วม ด้วย ยศถาศักดิ์ แล ความ เสีย ใจ ด้วย เพราะ ปาก กา ของ เรา อัน เปน ที่ ต่ำ, ได้ เขียน หนังสือ ที่ เจ้า นาย องค์ ใหญ่ ใน เมือง จีน ภอ พระไทย ทอด พระเนตร ดู, แล ให้ เกิด ความ คิด ใน ใจ เจ้า องค์ นั้น แล ขุน นาง ทั้งปวง ที่ เปน ขุนนาง รอง ท่าน. แต่ ข้าพเจ้า แบก ความ ทุกข์ มาก นัก จน ตัว ข้าพเจ้า กด ลง ถึง ผง คลี ดิน, เพราะ เรา องค์ อาจ ติ เตียน เจ้า แล ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ใน แผ่นดิน จีน นั้น. เจ้า แล ขุนนาง เหล่า นั้น มี ยศถา ศักดิ์ อัน ใหญ่ ยิ่ง, จำ เปน ประ ตัก ประเดิด ถ่อม ใจ ลง ติ ข้าพเจ้า, เพราะ ข้าพเจ้า ได้ ลง พิมพ์ เปน ภาษา จีน ติ เตียน ขุนนาง เมือง จีน เปน คำ เท็จ, เปน คำ ไม่ ควร จะ ติ นั้น. ที่ คอเวอแมนต์ เมือง จีน ถ่อม ใจ ลง ห้าม ข้าพ เจ้า ขอบ คุณ แล้ว, เพราะ ข้าพเจ้า ได้ รู้ สึก ว่า ตัว ข้าพเจ้า ผิด แล้ว, แล ข้าพเจ้า เปน ทุกข์ นัก เพราะ ความ ผิด นั้น. ถึง ข้า พเจ้า เปน ชาว อังกฤษ ไม่ ใช่ จีน, ไม่ ใช่ คน ที่ ไม่ มี ชื่อ ที่ เขา ว่า นั้น, ถึง กระนั้น ข้าพเจ้า จำ กลัว ความ พิโรธ ของ คอเวอแมนต์ เมือง จีน, แล ข้าพเจ้า จะ ขอ ยก โทษ เสีย เพราะ ตัว ข้าพเจ้า เปน คน ต่ำ หินชาติ. ที่ คอเวอแมนต์ เมือง จีน คิด ผิด ไป ว่า, คน ที่ ลง พิมพ์ ติ ขุนนาง เมือง จีน นั้น จะ เปน ชาติ จีน, ความ ที่ คิด ผิด ไป นั้น จะ เอา มา แก้ โทษ ของ ข้าพเจ้า มิ ได้. เพราะ ข้าพเจ้า เปน เจ้าของ พิมพ์ ที่ เปน ภาษา จีน แล เจ้าของ พิมพ์ ที่ เปนภาษา อังกฤษ ทั้งสองฝ่าย. เมื่อ คอเวอแมนต์ จีน อ่าน หนังสือ ที่ เปน ภาษา อังกฤษ, คง มี ผู้ ล่าม ส่ง ภาษา เข้าใจ ได้เหมือน ที่ เปน ภาษาจีน. แต่ ที่ จริง หนังสือ จดหมาย เหตุ ทั้งสอง ฝ่าย นี้ เปน ของ ชาติ อัง กฤษ. ถ้า คอเวอแมนต์ จีน จะ ตัดสิ์น ความ ที่ ลงพิมพ์ เปล่า ๆ นั้น, ต้อง ตัดสิน ตาม กดหมาย อังกฤษ.
๏ เรา มีความ สบายใจ เพราะ หมาย ประกาศ คอเวอแมนต์ จีน ยอม ให้ เรา ลงพิมพ์ ติ ขุนนาง จีน ตาม ที่ สม ควร จะ ติ, แต่ เสีย ดาย ที่ คอเวอแมนต์ จีน ไม่ ได้ บอก ว่า, ยังไร จะ ควร ยัง ไร จะ ไม่ ควร. ที่ ควร นั้น ต้น เปน ยังไร, ปลาย เปน ยัง ไร, ไป ถึง ไหน จะ ควร, จะ ไม่ ควร เพียงไหน. ต้น ปลาย ความ ควร จะ อยู่ ที่ ไหน, เมือง ทั้งปวง ก็ ไม่ เหน พร้อมใจ กัน. เมือง จีน คง เหน อย่าง หนึ่ง, ฝรั่งเสศ คง เหน อย่าง หนึ่ง. อังกฤษ คง เหน อย่าง หนึ่ง, ไม่ เหมือน กัน ทั้งสาม เมือง. ฝ่าย อังกฤษ คอเวอแมนต์ คง จะ สรรเสิญ หนังสือ พิมพ์, ที่ ติ ผู้ พิพาก ษา รับ สินบล, ฤา ผู้ ที่ เปน แม่ ทัพ ที่ ข่ม ขี่ ทหาร ต่าง ๆ, เพื่อ จะ ได้ เงิน ของ เขา เอา ไว้ เปน ของ ตัว, ฤา ผู้ ที่ เก็บ ภาษี เกิน พิกัด แล รับ สินบล ต่าง ๆ. ฤา ผู้ ที่ เปน เจ้า เมือง มีเงิน เดือน ภอ ที่ จะ เลี้ยง บุตรภรรยา ด้วย ดี แต่ เท่านั้น, แต่ เมื่อ กำลัง เปน เจ้า เมือง ก็ กลับ เปน คน มั่ง มี เรว เปน อัษจรรย์. หนังสือ จดหมาย เหตุ ที่ จะ แจ้ง ความ ฉ้อ ใด ๆ, ใน พวก ขุนนาง ก็ จะ ได้ ที่ สรรเสิญ ฝ่าย อังกฤษ. เรา ปราฐนา จะ รู้ ว่า คอเวอแมนต์ จีน จะ สรรเสิญ จดหมายเหตุ เช่น ว่า มา นี้ ฤา ไม่. เรา ยอม ว่า หนังสือ จดหมายเหตุ เปน เครื่อง ที่ ให้ คอเวอแมนต์ ที่ ไม่ อาไศรย ความ สัตย์ มี ความ ไม่ สบายใจ ต่าง ๆ. แล เมื่อ หนังสือ จด หมายเหตุ เกิด ขึ้น ใหม่ ๆ นม นาน แล้ว นั้น, คอเวอแมนต์ ทั้ง ปวง ที่ ประเทศ ยูโรบ ทำ กดหมาย ห้าม ปราม หนังสือ พิมพ์ หนัก หนา, กลัว จะ เปน อันตราย แก่ คอเวอแมนต์. แต่ ครั้น อยู่ มา มี สว่าง ขึ้น ใน ใจ คน ทั้งปวง กลับ เข้าใจ ว่า, คอเวอแมนต์ ทั้งปวง เปน สำหรับ ที่ จะ บำรุง ฝูง ราษฎร, ใช่ ว่า ราษฎร สำหรับ จะ บำรุง คอเวอแมนต์. เหตุ ฉนี้ คน ทั้งปวง จึง เข้าใจ ว่า, หนังสือ จดหมาย เหตุ เปน เครื่อง สำหรับ ฝูง ราษฎร ส่อง ดู คอเวอแมนต์ แล ขุนนาง ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน คอเวอแมนต. เจ้า เมือง จีน ได้ ชื่อ ว่า เปน บิดา ของ ราษฎร ทั้งปวง. ขุนนาง ทั้งปวง ก็ ต่าง พระ เนตร เพื่อ จะ ได้ ช่วย เจ้า เมือง ดู ฝูงราษฎร ให้อยู่ เป็น ศุข. เหตุ ฉะนี้ สม ควร ที่ เจ้า เมืองจีน, จะ ได้ ชอบ ใจ พวกเรา ที่ ลงพิมพ์ ติ ขุนนาง ทั้งปวง ที่ ได้ ทำ อาสัต อาธรรม ให้ ฝูงราษฎร เดือดร้อน นั้น. แล เมื่อ ข้าพเจ้า จะ ยอม รับ ด้วย ใจ ถ่อม ลง ตาม ที่ สมควร, แล้ว ว่า หนังสือ จดหมายเหตุ ต่าง ๆ จำ เปน มี ความ ผิด บ้าง, เรา จะ ต้อง ทำ หนังสือ จดหมายเหตุ ต่อ ไป, แล ลางที จะ มี ความ ติ เตียนถูก ต้อง ขุนนาง ผู้ใหญ่ผู้ น้อย บ้าง เหมือน แต่ ก่อน ตาม ที่ สม ควร, แต่ จะ ไม่ แกล้ง ติ เปล่า ๆ เลย.
๏ กฎหมาย อังกฤษ ใจความ ว่า, ถ้า ไม่ ได้ แกล้ง เก็บ ความ เท็จ แล ใจ ไม่ ดุ ไม่ ร้าย ไม่ โกรษ แก่ คน ที่ ได้ ลง พิมพ์ ตินั้น, จะ โทษ เอา ก็ ไม่ ได้.
ราคา สินค้า เมือง ฮองกง
๏ เดือน ยี่ ขึ้น ๑๐ ค่ำ เข้า ใน เดือน อ้าย ฃาย ไม่ ใคร่ จะ ดี ครั้น ถึง ต้น เดือน ยี่ ราคา ค่อย ดี ขึ้น เพราะ เขา ต้องการ เอา ไป ขาย ที่ เมียา ยี่ปุน ที่ เข้า แพง ราคา ใน วัน ขึ้น ๑๕ ค่ำ นั้น แรง ขึ้น เขา รางกุ้ง หาบ ละ เหรี่ยน ๗๐ เซนต์ แล ๒ เหริ์น ๙๕ เซนต์ เข้า อาระกัน หาบละ เหรี่ยน ๗๕ เซนต์ แล ๒ เหรี่ยน ๑๕ เซนต์ เข้า สยาม หาบละ เหรี่ยน ๗๐ เซนต์ แล ๒ เหรี่ยน ๑๕ เซนต์ เข้า ไซ่ง่อน หาบละเหรี่ยน ๗๕ เซนต์ แล ๒ เหริ์น ๒๕ เซนต์ ๏ พริกไทย ขาว หาบละ ๑๐ เหรี่ยน ๕๐ เซนต์ แล ๑๑ เหรี่ยน พริกไทย ดำ หาบละ ๖ เหรี่ยน ๕๐ เซนต์ แล ๖ เหรี่ยน ๘๐ เซนต์ ๏ หมาก แห้ง หาบละ สอง เหรี่ยน ๘๐ เซนต์ แล ๔ เหรี่ยน ๖๐ เซนต์ ๏ ตกั่ว เกรียบ หาบละ ๒๑ เหรี่ยน แล ๒๒ เหรี่ยน ๕๐ เซนต์ ตกั่ว นม หาบ ละ ๖ เหรี่ยน ๑๐ เซนต์ แล ๖ เหรี่ยน ๖๐ เซนต์ ๏ เหล็ก วิลาต หาบ ละ ๖ เหรี่ยน ๒๕ เซนต์ แล ๗ เหรี่ยน ๕๐ เซนต์ ๏ ปรอต หาบ ละ ๖๗ เหรี่ยน แล ๖๘ เหรี่ยน
พวก ขบถ เมือง จีน
๏ ข่าว ว่า พวก ขบถ ที่ เรียก ว่า เนียนไฟ, กลับ เข้า มา ใน แขวง ซางเฮา แล้ว. เข้า มา ได้ หมื่น คน อยู่ ที่ ตำบล ซอง ไป ไกล จาก เมือง ซางเฮา ใน ระ หว่าง ๓๕ ไมล์, ฤๅ ๔๐ ไมล์. ทหาร ของ มนเซี่ย คิ่วเควละ ได้ ออก ไป รับ แล้ว, เห็น คราว นี้ จะ ได้ ชนะ พวก ขบถ ง่าย, ขุน นาง เมือง จีน มี ความ ไว้ ใจ มั่น คง.
ฝูง ราษฎร หนี ออก จาก พวก ขบถ, มา เข้า เมือง ชางเซา มาก ทุก วัน ๆ. เมื่อ กำลัง ลง พิมพ์ จด หมาย เหตุ นี้, มี ข่าว มา แต่ เมือง ซอง ไป ว่า. พวก ขบถ เหน จะ ต้าน ทาน มิ ได้ ก็ หนี ไป เสีย แล้ว.
เรือ เจ้าพระยา
๏ มา ถึง กรุงเทพ ฯ ณวัน อังคาร เดือน ๓ ขึ้น ๒ ค่ำ ชาติ ยูโรป โดย สาร มา มิศ.เตอ ลิศเต ๑ มิศเตอ ออดแมน ๑ มิศเตอ รอเบอ ๑ มะคำรอเบอ ๑ กับตัน เฮ บอกอศ ๑ มะคำเฮบอกอศ ๑
๏ ข่าว มา ว่า เรือ กรุงเทพ ฯ ซื้อ ฮอก ลำ หนึ่ง เสีย ที่ ทะเล ริม เกาะ บอเนียว ฝ่าย เหนือ. กับตัน แล ลูก เรือ ตาย หลาย คน เว้น ไว้ แต่ ต้น หน คน หนึ่ง ลูก เรือ ๓ คน.
๏ เรือใบ มา แต่ เมือง ซอง กง มี ข่าว ว่า, เกิด เหตุ ที่ เมือง ซ่องกง. วัน พฤหัส เดือน ยี่ ขึ้น ๑๒ ค่ำ เรือ สำรับ ไว้ ดิน ปืน มี ดิน มาก ของ เมือง บริเมน ติด ไฟ แตก, แล เรือ รป ของ บริเบน ชื่อ ทีมิศ อยู่ ใกล้ กัน ก็ พลอย แตก ด้วย. คน ชาติ ยูโรป ตาย ๑๖ คน จีน ๓. คน. ขณะ นั้น กับตัน เรือ รบ ไม่, อยู่ ไป อยู่ ลำ อื่น จึ่ง รอด ตัว. เสียง ดิน ปืน แตก นั้น ดัง นัก แผ่น ดิน กะเทือน ตึก ไว้ แก้ว สำรับ ใส่ น่า ต่าง ตึก แตก ไป.
ข่าว ที่ กรุง เทพ ฯ
๏ เดือน ๓ ขึ้น ๗ ค่ำ เรือ กลไฟ ชื่อ ยะ ปั่น มา ถึง กรุง เทพ ฯ เรือ นั้น จะ เดิน ทาง สิงค์ โปร กับ กรุง เทพ ฯ เหมือน เรือ เจ้า พยา. ชาว อังกฤษ ทั้ง ปวง ที่ ไป เปน พระ ยาน ใน การ ที่ ชำระ ความ มิศเตอ สกอด, ที่ เมือง สิงค์ โปร ก็ โดย สาร เรือ นั้น กลับ มา แล้ว. ข่าว ว่า มิศกอศ แพ้ คอเวอแมนต์ อังกฤษ. ศาล ที่ เมือง สิงค์ โปร พิ ษารณา เปน สัตย ว่า, มิศตอ สกอศ เปน คน แกล้ง ให้ สกุ เนอ อิริน จม น้ำ, เพื่อ จะ ได้ เงิน อินชูเรนซี้ แล้ว ตัด สิน กับ ตัน เรือ อิริน เปน โทษ ด้วย รับ จ้าง มิศเตอ สกอศ, ให้ สกุเนอ อิริน จม น้ำ. ต้น หน คน หนึ่ง ก็ เปน โทษ ด้วย. ข่าว ว่า มิศ เตอ สกอศ แล กับ ตัน นั้น ต้อง ขับ ไล่ ไป อยู่ เมือง อื่น, เปน เมือง สำรับ คน โทษ อยู่ ใช้ ให้ ทำ ราช การ ไป อยู่ จน สิ้น ชีวิตร. ต้นหน นั้น ต้อง ขับ ไล่ ไป อยู่ เมือง อื่น. ที่ สำรับ คน โทษ ๕ ปี แล้ว จะ ให้ พ้น โทษ.
ชาว ตาย
๏ ณวัน เดือน ยี่ แรม หก ค่ำ กรม หมื่นอุดม รัตนราสีสิ้นพระ ชนม์ จะ เปนโรค อะไร เรา ก็ หา ทราบ ไม่, ณเดือน ๓ ขึ้น ๔ ค่ำ พระยาจุลาถึง อาสัญกัม.
ตัดสิน ความ กงสุลฝรังเศศ แล หมอ ปรัดเล
๏ ณวัน เสาร์ เดือน ยี่ แรม ๑๓ ค่ำ, กงสุล อะเมริกา ฟังพยาน ความ กงสุล ฝรังเศศ กับ ข้าพเจ้า, มี ๓ คน เปนผู้ ช่วย ตัด สิน คือ หมอชัน ๑. หมอเฮา ๑ มิศเตอกอเวอินซะเนีย ที่ โรง ยี่ ไฟ อะ เมริกา ๑. เมื่อ แรก จะ ฟัง คำ พยาน นั้น. ฝ่าย จำเลย ก็ เข้า ใจ ว่า, อย่าง กด หมาย อะเมริกา จะ ให้ ผู้ โจท ย สา บาน ตัว ก่อน ว่า คำ ที่ จด หมาย เหตุ, ที่ ได้ ลง พิมพ์ ว่า ด้วย กง สุล ฝรังเศศ นั้น เปน คำ เท็จ, แล คำ นั้น จะ ให้ ชื่อ ของ ท่าน เสีย ไป ยัง ไร. แต่ กงสุลอะเมริกา ผู้ พิ พาก ษา ว่า, ไม่ ต้อง การ ให้ โจท ย พูด ฤา มีพยาน อะ ไร ๆ ก่อน. ควร ที่ ผู้ จำ เลย จะ แก้ ตัว เสีย ก่อน. ผู้ จำ เลย จึ่ง ต้อง ยอม ตาม ให้ การ เปน ใจ ความ ว่า, คำ ที่ ลง พิมพ์ ว่า ด้วย กง สุล ฝรังเศศ นั้น, เปน คำ ที่ กด หมาย อัง กฤษ, กด หมาย อะเมริกา ไม่ เรียก ว่า, เปน คำ ผิด ธรรมเนียม จด หมาย เหตุ. เพราะ กด หมาย นั้น ยอม ให้ เจ้า ของ จด หมาย เหตุ ติ การ ขุน นาง ทั้ง ปวง ได้, เพื่อ จะ ได้ เปน ประโยชน แก่ บ้าน เมือง, ถ้า ไม่ ได้ แกล้ง ติลง พิมพ์ เปน คำ เท็จ, แล ไม่ ได้ คิด อิจ ฉา ไม่ โกรธ ผู้ โจท ย นั้น, กด หมาย ยอม ให้ ลง พิมพ์ ได้, จะ โทษ เอา ก็ ไม่ ได้. ผู้ จำ เลย ก็ คัด เอา กด หมาย อังกฤษ, แล กด หมาย อะเมริ กา ออก มา สำ แดง ให้, ผู้ พิ พาก ษา แล คน ทั้ง ปวง ฟัง ให้ เข้า ใจ ว่า, ธรรม เนียม กด หมาย เปน ดัง นั้น จริง. แล้ว จำ เลย ก็ แก้ ตัว ว่า, ไม่ มี ใจ อิจฉา ฤๅษยา แล ไม่ ได้ เปน อะริโกรธ กัน กับ กงสุลฝรังเศศ. เมื่อ ท่าน กลับ มา จาก เมือง ฝรังเศศ ผู้ จำ เลย ก็ ได้ ลง พิมพ์ เซอ เชิญ ท่าน ว่า, กลับ มา อยู่ ใน กรุงเทพ ฯ เปน สุข เถิด. นั่น เปน เดือน แปด ที่ หนึ่ง. ตั้ง แต่ นั้น มา ถึง ได้ ยิน ข่าว บ่อย ๆ, ว่า กง สุล ฝรังเศศ กับ คอ เวอแมนต์ กรุงเทพ ฯ ทำ การ ไม่ สบาย กัน ต่าง ๆ นา ๆ, ก็ ไม่ ได้ ลง พิมพ์ ติ การ กง สุล เพราะ ได้ ตั้ง ใจ ไว้ ว่า, จะ ไม่ ให้ เสีย ไมตรี กัน กับ ท่าน. ครั้น มา ถึง เดือน ๑๑ ข้าง ขึ้น ใน หนัง สือ จด หมาย เหตุ มา แต่ เมือง ลอน ดอน, ได้ ติ กงสุล ฝรังเศศ ต่าง ๆ. มี ผู้ เปน สำคัญ บอก ว่า, เขา ฝาก หนังสือ นั้น มา เพื่อ จะ ให้ ลง พิมพ์ บาง กอก ริคอเดอ, ควร ที่ จะ ลง จะ เปน คุณ เปน ประโยชน แก่ กรุงเทพ ฯ เรา จึ่ง ยอม ลง พิมพ์, ด้วย ใจ ไม่ อยาก ติ, เพราะ เหน แก่ กรุงเทพ ฯ จึ่ง จำ ใจ ลง. ตั้ง แต่ นั้น มา ถึง เดือน อ้าย ขึ้น ก็ ไม่ ได้ ลง พิมพ์, ติ เอา กงสุล ฝรังเสศ สัก คำ เดียว, ถึง ได้ ยิน ข่าว ว่า คอเวอ เมศต์ กรุงเทพ ฯ เปน ทุก ต่าง ๆ เพราะ คำ กงสุล ฝรังเสศ ก็ หา ได้ ลง พิมพ์ ติ การ นั้น ไม่. ครั้น ถึง เดือน อ้าย ขึ้น ๘ ค่ำ, คน ทั้งปวง เปน อันมาก ฦๅ กัน ว่า เกิด วุ่นวาย ที่ น่า พระที่นั่ง สุธัยสวรรย, เรา พิจารณา ดู จะ จริง ฤๅ ไม่ ก็ เหน ว่า มี สำคัญ พยาน เหน ว่า เปน ความ, จริง จึ่ง อาจ ลง พิมพ์. นึก ว่า ถ้า ไม่ ได้ ลง พิมพ์ คน ทั้งปวง ก็ จะ ว่า คี่ขลาด ไม่ ตาม ธรรมเนียม จดหมายเหตุ, ไม่ รัก กรุงเทพ ฯ แท้ ๆ. จึ่ง ลง พิมพ์ ตาม ที่ เขา ฦๅ กัน เปน อันมาก. ใน หนังสือ ที่ ลง พิมพ์ นั้น, หา ได้ ว่า คำ ที่ เรา ลง พิมพ์ นั้น เปน การ จริง ไม่. ได้ ว่า แต่ เพียง นี้ ว่า ดู เหมือน จะ เปน คำ จริง มาก, ว่า แต่ เท่านั้น. อยู่ สัก ๘ วัน. เมื่อ ได้ ยิน ว่า คอเวอเมนต์ กรุงเทพ ฯ แจ้ง ความ ว่า คำ ที่ ลง พิมพ์ ใน หนังสือ บางกอก ริคอเดอ ว่า, กงสุล ฝรั่ง เสศ ทูล ขอ ให้ ถอด ท่าน เจ้าพระยา ศรี สุริ วงษ จาก ที่ สมุห พระก ลาโหม นั้น เปน คำ ไม่ จริง, เปน แต่ กงสุล ทูล ขอ เปลี่ยน ท่าน เจ้า พระยา กลาโหม, ออก จาก เปน คำ มิชชันเนอ ใหญ่ ใน หนังสือ สัญญา เมือง เขมน กรุงเทพ ฯ. เรา พิจารณา การ นั้น เหน จะ ผิด จริง, จึ่ง เขียน หนังสือ ไป ถึง กงสุล ฝรังเสศ ยอม รับ ว่า เหน จะ เปน ความ ลง พิมพ์ ผิด ไป แต่ หา ได้ แกล้ง ลง ผิด ไม่. จึ่ง ว่า ต่อ ไป ว่า ท่าน กงสุล เหน ข้อ ใด อื่น ไม่ จริง, เรา เต็ม ใจ จะ ลง พิมพ์ แก้ ตาม ใจ ท่าน.
๏ เรา ผู้ จำเลย แก่ ตัว เปน ใจ ความ มา เพียง นี้, ผู้ พิ พากษา จึ่ง ว่า, ถ้า จำเลย จะ เรียก พยาน ใด ๆ มา แก้ ตัว ก็ ควร ที่ จะ เรียก เดี๋ยว นี้. เรา ผู้ จำเลย จึ่ง บอก ว่า มี พยาน ๒ คน ๓ คน ที่ จะ ให้ การ ว่า, เกิด วุ่นวาย เพราะ กงสุล ฝรังเสศ ใน วัน นั้น, น่า พระที่นั่ง สุธัยสวรรย จริง. ตั้งแต่ วัน นั้น มา ประตู ก็ ปิด เสีย, คน ชาติ ยูโรป ที่ เคย เข้า ไป โดย สดวก ก็ เข้า ไป ไม่ ได้. เรา เรียก พยาน มา ให้ การ ดัง นี้, เพราะ นึก เหน ว่า กงสุล ฝรัง เสศ จะ ไม่ ยอม รับ ว่า เกิด วุ่นวาย เพราะ ตัว ท่าน ใน วัน นั้น. เรา จึ่ง เรียก เยนเร อาลบาศเตอ เอศไควเออ เปน ที่ ๒ ใน กงสุล อังกฤษ สาบาน ตัว แล้ว, ถาม ท่าน ว่า, ท่าน รู้ อะไร ถึง การ นั้น บ้าง. ท่าน ตอบเปนใจ ความ ว่า, วัน ก่อน เหตุ นั้น ได้ เข้า ไป ทาง ประตู นั้น สบาย ไม่ ได้ บีด ถัด วัน นั้น มา, ได้ พา นาย เรือ รบ คน จะ เข้า ไป ดู ช้างเผือก แล อะไร ๆ เล่น ใน ที่ นั้น, เหน ประตู บีด มิด อยู่ ขอ ให้ เบิด ก็ ไม่ มี ใคร รับ. ถาม ว่า เหตุ อะไร จึ่ง บิด. ท่าน ตอบว่า ไม่ มี ใคร บอก เงียบ ที เดียว. แล้ว พบ เสมียน ตรา บอก ว่า เข้า ไป ทาง นั้น ไม่ ได้. จึ่ง อ้อนวอน ให้ พา เข้า ไป ให้ ได้. เสมียน ตรา จึ่ง พา ไป ประตู อื่น ที่ ไม่ ได้ เคย เข้า ไป. จึ่ง ถาม เสมียน ตรา ว่า ประตู บีด เพราะ เหตุ อะไร ฦๅ. ตอบ ว่า ได้ ถาม แต่ ท่าน หา ได้ บอก เหตุ ไม่. มิศเตอ อาสะบาด ให้ การ แล้ว ปล่อย เสีย.
๏ จึ่ง เรียก พระ ราช รอง เมือง เปน ที่ ๒, ผู้ โจท ย จำเลย ไม่ ติด ใจ ให้ สาบาน ตาม ธรรมเนียม ไทย, ขณะ นั้น ผู้ จำเลย ก็ บอก ว่า พระ ราช รอง เมือง คน นี้, ไม่ ได้ อยู่ ใน พวก เจ้า นาย ขุน นาง ที่ บางกอก รี่คอเดอ ได้ เลง เอา ครั้ง ก่อน นั้น, ว่า จะ เปน พยาน ใน การ ที่ กงสุล ฝรั่งเสศ ทำ วุ่นวาย นั้น. แล้ว ถาม พระ ราช รอง เมือง ว่า, ท่าน ได้ รู้ อะไร ใน การ ที่ กงสุล ฝรั่งเสศ ทำ วุ่นวาย ที่ น่า พระที่นั่ง สุรัย สวรรย บ้าง ฦๅ. เมื่อ ท่าน ยัง หา ได้ ตอบ ไม่, กงสุล ฝรั่งเสศ ก็ ยอม รับ เปน ใจ ความ ว่า, เรา ได้ เกิด ลำ บาก วุ่นวาย ต่าง ๆ เพราะ คอเวอเมนต์ กรุงเทพ ฯ มากมาย. จึ่ง ถาม ว่า ได้ ความ ลำบาก วุ่นวาย ใน วัน นั้น ฦๅ. ท่าน ก็ ยอม รับ ว่า เกิด จริง, เกิด เพราะ เรา ขอ ให้ เปลี่ยน ท่าน เจ้า พระยา กลา โหม ออก จาก ที่ คำ มิชชันเนอ ใหญ่ ใน การ ไมตรี เมือง เขมน.
๏ แล้ว ก็ เรียก พยาน ที่ ๓ ชื่อ เสมียน ตรา ผู้ โจท ย จำเลย ไม่ ติด ใจ สาบาล ตาม ธรรมเนียม ไทย. ถาม เสมียน ตรา ว่า ท่าน พา มิศเตอ อาละบาดเตอ เข้า ไป ใน พระ บรม มหา ราช วัง ใน วัน นั้น, ตาม ประตู ที่ ชาติ ยุโรป เคย เข้า ไป ฦๅ ไม่. ท่าน ตอบ ว่า เรา ได้ นำ อัคม ไป เข้า ทาง ประตู วิเสศ ไชยศรี. ถาม ว่า ประ ตู นั้น เปน ประตู ชาติ ยุโรป เคย เข้า ไป ฦๅ. ท่าน ตอบ ว่า หลาย ปี แล้ว, คน ชาติ ยุโรป ไม่ เคย เข้า ไป ทาง ประตู นี้. จึ่ง ถาม ท่าน ว่า เหตุไร ไม่ ได้ พา มิศเตอ อาละบาดเตอ เข้า ไป ทาง ประตู ที่ ชาติ ยุโรป เคย เข้า ไป. ท่าน ตอบ ว่า เพราะ นาย ประตู ไม่ ยอม ให้ เข้า ไป. ถาม ว่า ทำไม เขา บีด ประตู ไม่ ให้ ชาติ ยุโรป เข้า ไป เล่า. ท่าน ตอบ ว่า ไม่ รู้, ถาม ว่า นาย ประตู ไม่ ได้ บอก เหตุ ฤๅ, ท่าน ตอบ ว่า ไม่ ได้ บอก เสมียน ตรา ให้ การ แต่ เท่า นี้ ก็ ให้ ปล่อย เสีย.
๏ แล้ว เรียก พยาน ที่ ๔ ชื่อ, ดับยู. ซี. พืชเซอ, ได้ สา บาน ตัว ว่า จะ พูด ตอบ ตาม ความ จริง. ถาม ว่า ทุก วัน นี้ เจ้า ได้ รับ จ้าง ใน โรง พิมพ์ หลวง ฤๅ. เขา ตอบ ว่า ได้ รับ จ้าง. ถาม ว่า เจ้า เคย เข้า ไป ทำ การ ใน โรง พิมพ์ นั้น ทุก วัน ฤๅ. เขา ตอบ ว่า เคย เข้า ไป ทุก วัน. ถาม ว่า ตั้ง แต่ วัน ที่ เกิด วุ่นวาย นั้น, เจ้า เข้า ไป โดย สดวก ฤๅ ลำบาก. เขา ตอบ ว่า ข้าพเจ้า ไม่ ได้ ลำบาก ถาม ว่า เจ้า ไม่ ได้ บอก คน อื่น ว่า เรา จะ เข้า ไป ที่ โรง พิมพ์ โดย สดวก มิ ได้ อีก ฤๅ. เขา ตอบ ว่า ไม่ ได้ บอก. ถาม ว่า เจ้า ไม่ ได้ รู้ ว่า ประตู นั้น บึก ไม่ ให้ ชาติ ยูโรป เข้า ไป ฤๅ. เขา ตอบ ว่า ไม่ ได้ รู้, แต่ ได้ ยิน เขา ว่า บึก เสีย แล้ว. ถาม ว่า เขา ได้ บอก เหตุ เพราะ ที่ ได้ บึก ฤๅ. เขา ว่า ไม่ ได้ บอก. ถาม ว่า เปน ผู้ ได้ บอก เจ้า ว่า ประ ตู นั้น บึก เสีย แล้ว. เขา บิดพลิ้ว ไป ไม่ ตอบ. ถาม เขา ว่า เจ้า ไม่ ได้ รู้ ฤๅ, ว่า มนเซีย โอเบรีย เกิด วุ่นวาย กับ ใน หลวง ใน วัน นั้น ฤๅ. เขา ตอบ ว่า ได้ แต่ หนังสือ บางกอก รีคอเดอ บอก, แล คับตัน อระตัน ใน เรือ กลไฟ เจ้า พระยา บอก ให้ รู้. ถาม เขา ว่า ประตู ใน หลวง นั้น ยัง กำลัง บิด อยู่ ฤๅ. เขา ตอบ ว่า ข้าพเจ้า ไม่ ได้ เห็น บึก. ให้ การ แต่ เพียง นี้ แล้ว ปล่อย เสีย.
๏ กงสุล อะเมริกา จึง ว่า ถึง เวลา ที่ ควร จะ เลิก การ พิพาก ษา, จะ นัด ไป ถึง วัน อังคาร เดือน ๓ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง, แล้ว จะ มา ประ ชุม กัน อีก เวลา เช้า ๔ โมง, ใน ระหว่าง ๔ โมง จน บ่าย ๒ โมง จ ตัดสิน ความ นั้น ให้ แล้ว, ๆ จะ แจ้ง ให้ ปรากฏ ว่า ผู้ ใด ๆ จะ มา ฟัง ดู ก็ มา ได้, ผู้ โจทย์ จำเลย ถึง จะ ไม่ มา ก็ ได้ แล้ว ก็ เลิก กัน.
๏ เมื่อ ถึง วัน อังคาร เดือน ๓ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง, ผู้ ช่วย กงสุล ก็ ประชุม กัน ที่ กงสุล ตาม นัด กัน, แล้ว ตัดสิน ตาม คำ พยาน ที่ ให้ การ ครั้ง ก่อน, เพราะ จำเลย ไม่ ได้ เรียก พยาน ที่ ได้ ยิน เอง ได้ เห็น เอง, ใน เวลา ที่ เกิด วุ่นวาย นั้น, จึง ตัดสิน ให้ จำเลย เสีย เงิน ๑๐๐ เรียน แก่ ผู้ โจทย์, แล ให้ จำเลย เสีย ค่า ธรรม เนียม ต่าง ๆ เปน เงิน ๑๐๗ เรียน ๗๕ เซนต์. ศรี ด้วย กัน เปน เงิน ๒๐๗ เหรียญ ๗๕ เซนต์. จำเลย หา พยาน เฉพาะ จะ ให้ ปรากฏ ว่า ได้ เกิด วุ่นวาย ใน วัน นั้น เพราะ กงสุล ฝรั่งเศส จริง. ตั้ง แต่ นั้น ประตู ริม พระที่นั่ง สุธัย สวรรย จึง ได้ บึก, ไม่ ให้ คน ชาติ ยู โรป เข้า ไป. เพราะ จำเลย นึก เห็น ว่า ถ้า มี พยาน สืบ ได้ ความ แต่ เพียง นั้น, ผู้ พิพากษา คง พิจารณา เห็น เปน แน่นอน, ว่า คำ ที่ ลง พิมพ์ นั้น เปน คำ จริง มาก, ภอ ที่ จะ ให้ จำเลย ได้ ชนะ กงสุล ฝรั่งเศส ได้, ไม่ ต้อง การ ด้วย พยาน อีก ต่อ ไป.
๏ ผู้ จำเลย ไม่ได้เรียก พยาน ที่ ได้ยิน แก่ หู ที่ ได้ รู้ แก่ ตา, เพราะ เหน แก่ แผ่นดิน กลัว จะ เกิด วุ่นวาย ต่าง ๆ มากมาย ไป. แล จะ เปน อันตราย แก่ พยาน นั้น ด้วย, จึง ตั้ง ใจ ว่า ถึง จะ แพ้ กงสุล ลง, เรา จะ ยอม เสีย เงิน ๑๕๐๐ เหรียน ตาม ที่ กงสุล จะ เอา แต่ เดิม.
๏ เราผู้ จำเลย ลง พิมพ์ เปน ภาษาไทย ครั้งนี้ ด้วย ปราฐนา จะ ให้ ท่าน ทั้งปวง ที่ ได้ อ่าน หนังสือ จด หมาย เหตุ นี้, พิจารณา ข้อ ความ ตาม ปัญญา ของ ตัว ว่า ข้าง ไหน ควร จะ แพ้ ข้าง ไหน ควร จะ ชนะ ๏ เรา ได้ ยิน ข่าว ว่า กงสุล ฝรั่งเสศ ชอบ ใจ ด้วย กงสุล อเมริกา ตัดสิน ให้ ได้ ชนะ. แล ท่าน กงสุล ฝรั่งเสศ จึง ว่า เพราะ เรา ไม่ ต้อง การ เงิน ร้อย เหรียน ที่ ปรับ หมาย นั้น, เรา จะ ยก ให้ แก่ผู้ จำเลย, เพราะ ท่าน ผู้ จำเลย เปน คน ยาก จน มี ครอบ ครัว ใหญ่. ข้าพเจ้าผู้ จำเลย เหน ไม่ ควร ที่ จะ รับ เงิน ที่ กง สุล ฝรั่งเสศ ยก ให้ นั้น, เพราะ เปน เงิน ที่ เรา เหน ว่า ไม่ ควร ที่ กงสุล จะ ได้. ถ้า เรา ได้ รับ ไว้ แล้ว, ดู เหมือน จะ เปน การ ยอม รับ ว่า, การ ที่ ตัดสิน นั้น ถูก ต้อง กดหมาย แล ธรรมเนียม จดหมายเหตุ ที่ เมือง อะเมริกา อยู่ แล้ว. แต่ ที่ จริง เรา เหน ว่า ผิด กดหมาย ผิด ธรรม เนียม นั้น หลาย อย่าง นัก.
๏ อนึ่ง ผู้ พิพากษา ความ ทั้ง สี่ คน นั้น, ก็ คิด เมตา เรา ผู้ จำเลอย ด้วย, จึง พร้อม ใจ กัน จะ ยก ค่า ฤชา เสีย ๕๙ เหรียน, จะ เอา แต่ ๔๘ เหรียน ๗๕ เซนต์.
๏ ผู้ จำเลย เหน ว่า ไม่ ควร จะ รับ. ครั้น รับ เข้า คน ทั้ง ปวง ก็ จะ เข้า ใจ ว่า, ยอม แพ้ ความ แก่ กงสุล ฝรั่งเสศ.
การ บรม ศพ
ณวัน อาทิตย เดือน ๓ ขึ้น ๖ ค่ำ, คืน วัน นั้น ชัก พระ สพ ลง มา ลอย อยู่ ที่ น่า พระ ราช วัง เดิม, เพราะ เปน ที่ ประสูตร องค์ ท่าน, แล้ว มี การ เล่น ต่าง ๆ. ณวัน จันทร ขึ้น ๗ ค่ำ, เวลา เช้า ๕ โมง เสศ, ชัก พระ สพ ไป เข้า พระ เมรุ. มี กำหนด ว่า วัน ๑๓ ค่ำ จะ ถวาย พระ เพลิง วัน ๑๕ ค่ำ จะ เลิก การ.
แอตแลนติก เติลลิแครฟ
๏ ฃ่าว มา แต่ เมือง อะเมริกา ว่า, แอตแลนติก เติลลิแครฟ ได้ การ ดี นัก. เขา บอก ข่าว ตาม ทาง นั้น ดี นัก เปน แม่น ยำ. เจ้า ของ ทาง นั้น ไว้ ใจ ได้, วา การ นั้น คง จะ ดี ขึ้น, แล จะ ขอ เกอเวอเมนต์ อังกฤษ ยอม ให้ กัมปะนี นั้น, ให้ ใช้ เงิน ใน การ นั้น, ใน ระ หว่าง ๒๐ แสน แล ๕๐ แสน เงิน สะเตอลิง, เงิน สเตอลิง อัน หนึ่ง ประมาณ สัก ๕ เหรียน เมกสิกิน. ถ้า คอเวอ เมนต์ อังกฤษ ยอม ดัง นั้น, เขา คง จะ ทำ ทาง อื่น, ค่า ธรรมเนียม ที่ จะ บอก ข่าว ใน ทาง นั้น จะ น้อย ลง ครึ่ง หนึ่ง. ตั้ง แต่ เดือน ๘ แรม ค่ำ หนึ่ง จน ถึง เดือน ๑๐ ขึ้น ๑๒ ค่ำ, กัมปะนี นั้น ได้ กำไร ๔๖.๐๔๘ เปาน์ สเตอลิง, คิด เปน เงิน เหรียน ประมาณ ๒ แสน ๓๐ เหรียน. กำไร นี้ ได้ ใน ๕๕ วัน เท่า นั้น, คือ วัน ละ ๔ พัน ๕๕๐ เหรียน.
ผี พุ่ง ไต้
๏ ข่าว มา แต่ เมือง เคอรากี ว่า เมื่อ เดือน ๑๒ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง คืน วัน นั้น มี ผี พุ่งไต้ ตั้ง แต่ ดึก ตลอด รุ่ง มี่ มาก กว่า มาก นัก ทั่ว บ้าน ทั่ว เมือง แสง สว่าง ไป ทั้ง อากาศ ภอ ที่ จะ อ่าน หนังสือ ได้ สว่าง ยิ่ง กว่า แสง เดือน ลาง ที เปน เหมือน สาย ฟ้า แลบ แปลบปลาบ ไป ใน อากาศ ติดๆ กัน ไป ไม่ มี ระหว่าง หยุด แต่ ไม่ มี เสียง ร้อง ถึง กระนั้น คน ก็ ตื่น ตกใจ กลัว นัก ลาง คน ก็ คิด ว่า ถึง วัน ที่ จะ สิ้น โลกย เข้า แล้ว ลาง คน ก็ คิด กลัว จน สลบ ไป ลาง คน ก็ กลัว ก็ คุก เข่า ลง อ้อน วอน พระเจ้า กลัว ว่า จะ ถึง วัน ที่ พิพากษา โลกย แล้ว คน เปน อัน มาก ก็ วิ่ง เข้า ไป ซ่อน ตัว ใน ห้อง ปราฐนา ได้ มืด กลัว จะ พบ พระภักตร์ พระเจ้า ๆ จะ มา สำแดง ไม่ อาจ เหน ได้ ครั้น ใกล้ รุ่ง ก็ หยุด คน ทั้งปวง ก็ เที่ยว ไป ดู ว่า จะ เกิด เหตุ ยังไร บ้าง ก็ ไม่ เหน อะไร หนังสือ จดหมาย เหตุ ชื่อ ไมฟัสแลก ที่ เมือง อื่น บอก ว่า ใน คืน วัน นั้น เกิด ผี พุ่งไต้ ตั้ง แต่ ๖ ทุ่ม จน รุ่ง อา การ นั้น ก็ สว่าง เหมือน ดอกไม้ ไฟ ที่ แขก นัก รุตา ทำ บ่อย ๆ ให้ มาก ๆ แล หนังสือ จดหมายเหตุ ชื่อ เซน แตรล อินเดียแตม บอก ว่า เกิด เหตุ เช่น ว่า มา นี้ ที่ นั้น ด้วย ใน คืน วัน นั้น พร้อม กัน เหตุ นี้ เกิด ตาม ที่ นักปราช ได้ คิด ไว้ ก่อน คิด ได้ เพราะ แผ่นดิน ลอบ หมุน ไป ถึง ที่ ๆ เกิด ดัง นี้ เสมอ แผ่นดิน จะ ถึง ที่ นั่น เมื่อ ได นักปราช ก็ คิด ได้ เหมือน ที่ คิด สุข จันทร์
น้ำ มัน ดิน
๏ ใน คฤทส ศักราช ๑๘๖๕ เขา เก็บ ได้ น้ำ มัน ดิน ที่ เมือง อะเมริกา, ได้ ถึง ๒๑ แสน ๘ หมื่น ๕ พัน ๙๐๐. คือ วัน ละ ๖ พัน ๕ ร้อย บาเรลๆ หนึ่ง จุ น้ำ ได้ ประมาร ๘ ถัง เสศ. ใน คฤตส ศักราช ๑๘๖๖ เขา เก็บ ได้ วัน ละ หมื่น บาเรล. น้ำ มัน มาก เขา ใช้ ใน เมือง ยูในติศเทศ สัก ครึ่ง หนึ่ง, เอา ไป ขาย เมือง ต่าง ๆ สัก ครึ่ง หนึ่ง.
๏ ข่าว มา แต่ เมือง ยี่ปุ่น
๏ เดือน อ้าย แรม ๙ ค่ำ เซอ หริ ปั๊ก ซี่ ขี่ ม้า ไป เที่ยว ที่ ตำ บล ไซ นาคาวา, พวก ชาว ยี่ ปุ่น เรียก ว่า ยาโกนิน ติด ตาม ไป ด้วย เปน พวก สำ รับ เซอ หริ ปั๊ก ๆ. ขี่ ม้า ไป ก็ พบ ทหาร ยี่ ปุ่น คน ๑ มา ยืน ต่อ น่า ชัก กระบี่ ออก ห้าม เซอห ริปั๊ก ไม่ ให้ ไป. เซอ หริ ปั๊ก จึ่ง สั่ง ให้ พวก ยา โก นิน ที่ ตาม ไป นั้น, ไป จับ ทหาร ยี่ปุ่น ไว้. เขา ไม่ อาจ ทำ ทหาร คน นั้น ก็ กลับ หนี ไป. เซอ หริ ปั๊ก ก็ ควบ ม้า ติด ตาม จะ ไป จับ เอง, มี นาย ทหาร คน หนึ่ง ของ เซอ หริ ปั๊ก ติด ตาม เซอ หริ ปั๊ก ไป ด้วย เพื่อ จะ จับ ทหาร ยี่ ปุ่น ทหาร ยี่ ปุ่น เหน เซอ หริ ปั๊ก ควบ ม้า มา ก็ วิ่ง หนี เตม กำ ลัง, บัด เดี๋ยว หนึ่ง, เซอ หริ ก็ มา ถึง จับ ตัว สั่ง ให้ พวก ยาโกนิน ถอด กระ บี่ ออก เสีย จาก คน นั้น. มี ๒ เล่ม ทหาร นั้น ก็ ยอม ปล้ำ กัน แต่ สู้ พวก ยาโกนิน ไม่ ได้. ยาโกนิน ก็ จับ ตัว ไว้ นำ มา ให้ เซอ หา ริ ปั๊ก ๆ ก็ พา ไป ถึง ที่ เซอ หริ ปั๊ก ว่า ราช การ ฝ่าย อังกฤษ. แล้ว คอเวอแมนต์ ยี่ ปุ่น ก็ ใช้ คน มา รับ เอา คน โทษ นั้น, จะ ทำ โทษ ตาม ที่ สม ควร.
๏ อนึ่ง ข่าว ว่า การ ศึก กัน เอง ที่ เมือง ยี่ ปุ่น ก็ เสรจ์ แล้ว ผู้ ที่ ได้ ตั้ง ขึ้น เปน ไต กุน ใหม่ ชื่อ สะตศบาซิ, ได้ ประ ชุม ผู้ ว่า ราช การ. ผู้ ใหญ่ ทั้ง ปวง เพื่อ จะ ให้ ปฤกษา การ แผ่น ดิน ยี่ ปุ่น ข่าว ว่า ได้ ปฤกษา กัน แล้ว พร้อม ใจ กัน ว่า, จะ รัก ษา ทาง พระราช ไม ตรี ที่ ทำ ไว้ แก่ ต่าง ประเทศ โดย ดี. ท่าน สตศบาซิ ดู เหมือน จะ เตม ใจ, จะ ให้ การ ค้า ขาย ที่ เมือง ยี่ ปุ่น นั้น สดวก ดี ขึ้น, แล ชอบ ใจ จะ ให้ ชาว ยี่ ปุ่น รู้ วิ ชา แล ภาษา ประเทศ ยู โรป มาก ขึ้น. มี สำ คัญ พยาน มาก หลาย อย่าง, ว่า คอเวอแมน ยี่ ปุ่น ชอบ ด้วย คน ต่าง ประเทศ มาก กว่า แต่ ก่อน เปน แท้.
๏ อนึ่ง ที่ เมือง ยะ โต แขวง เมือง ยี่ ปุ่น เกิด ไฟ ไหม้ หลาย ครั้ง, กลาง คืน วัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น ๗ ค่ำ เกิด ไฟ ไหม้ ใหญ่ บ้าน ที่ ติด กัน ประมาณ ๔ ไมล์ ตึก เรือน ไหม้ เสีย หมด. เหน จะ เปน เพราะ คน ทิ้ง ไฟ. ที่ ไฟ ไหม้ ใหญ่ ที่ เมือง โยโกหะมา ครั้ง ก่อน นั้น, เดี๋ยว นี้ ชาว บ้าน กำ ลัง ทำ เรือน ทำ ตึก เรว ขึ้น.
| ๏ ปฎิทิน บอกโมง แล ทุ่ม ใน ข้าง ขึ้น ๑๒ ค่ำ เดือน ๓ นี้ จน ถึง แรม ๑๑ ค่ำ ๚ะ | |||||||
| คำอังกฤษ | คำไทย | คำจีน | อาทิตย์ ขึ้น กี่โมง | อาทิตย์ ตก กี่โมง | อาทิตย์ เที่ยง กี่โมง | จันทร์ ตก | |
| เตื้น เฟบยุเอรี่ | เดือน ๓ | เดือน ๑ | |||||
| วัน เสาร | ๑๖ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๓ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๕ โมง ๔๕ นาที | ๑๐ ทุ่ม |
| วัน อาทิตย | ๑๗ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ๑๒ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๓ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๕ โมง ๔๕ นาที | ๑๐ ทุ่ม ๕๔ นาที |
| วัน จันทร์ | ๑๘ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ๑๓ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๒ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๕ โมง ๔๕ นาที | ๑๑ ทุ่ม ๕๘ นาที |
| วัน อังคาร | ๑๙ ค่ำ | ๑๕ ค่ำ | ๑๔ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๒ นาที | ๕ โมง ๔๘ นาที | ๕ โมง ๔๕ นาที | ขึ้น |
| วัน พุทธ | ๒๐ ค่ำ | แรม ค่ำ หนึ่ง | ๑๕ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๑ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ทุ่ม หนึ่ง ๔๗ นาที |
| วัน พฤหัศ | ๒๑ ค่ำ | ๒ ค่ำ | ๑๖ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๑ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ๒ ทุ่ม ๓๗ นาที |
| วัน ศุก | ๒๒ ค่ำ | ๓ ค่ำ | ๑๗ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๑ นาที | ๕ โมง ๔๙ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ๓ ทุ่ม ๒๘ นาที |
| วัน เสาร | ๒๓ ค่ำ | ๔ ค่ำ | ๑๘ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๐ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ๔ ทุ่ม ๑๘ นาที |
| วัน อาทิตย | ๒๔ ค่ำ | ๕ ค่ำ | ๑๙ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๐ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ๕ ทุ่ม ๖ นาที |
| วัน จันทร์ | ๒๕ ค่ำ | ๖ ค่ำ | ๒๐ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๑๐ นาที | ๕ โมง ๕๐ นาที | ๕ โมง ๔๖ นาที | ๕ ทุ่ม ๕๕ นาที |
| วัน อังคาร | ๒๖ ค่ำ | ๗ ค่ำ | ๒๑ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๙ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | |
| วัน พุทธ | ๒๗ ค่ำ | ๘ ค่ำ | ๒๒ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๙ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๗ ทุ่ม ๓๐ นาที |
| วัน พฤหัศ | ๒๘ ค่ำ | ๙ ค่ำ | ๒๓ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๙ นาที | ๕ โมง ๕๑ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๘ ทุ่ม ๑๗ นาที |
| วัน ศุกร | เดือน มาช ค่ำ ๑ | ๑๐ ค่ำ | ๒๔ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๘ นาที | ๕ โมง ๕๒ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๙ ทุ่ม ๕ นาที |
| วัน เสาร | ๒ ค่ำ | ๑๑ ค่ำ | ๒๕ ค่ำ | ย่ำรุ่ง ๘ นาที | ๕ โมง ๕๒ นาที | ๕ โมง ๔๗ นาที | ๙ ทุ่ม ๕๑ นาที |
เมือง จีน
๏ ระดูหนาว ปี้ นี้, ที่ ฝ่าย เหนือ เมือง จีน ก็ สบาย มาก ว่า ธรรมดา ไม่ สู้ หนาว. ๏ อนึ่ง เกิด ไฟ ไหม้ ที่ เมือง ฟูเจา, เรือน ตึก เสีย ประมาณ ๔๐๐ หลัง. แล เกิด ไฟ ไหม้ ใหญ่ ที่ เมือง เทียน สิน ด้วย. ๏ อนึ่ง ที่ เมือง ฟูเจา เกิด การ วุ่นวาย ใหญ่, เพราะ นาย ทัพ ให้ จับ นักปราช คน หนึ่ง, ให้ เฆี่ยน ต่อ หน้า คน ทั้งปวง ๆ เสีย ใจ นัก จะ ทำ การ ก็ คิด แค้น.
ตำรา ปฏิทิน แล ตำรา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง
๏ ข้าพเจ้า หมาย จะ ทำ ตำรา ปฏิทิน แล ตำรา บอก น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ใน ปี้ เถาะ นพศก ตลอด ปี้. จะ ทำ เปน ภาษา ไทย ตาม มี เหมือน อย่าง ใน จดหมาย เหตุ มา. แล้ว จะ ทำ เปน เล่ม ใหญ่ คล้าย ปฏิทิน อังกฤษ ถ้า ได้ ๒๐๐ คน ลง ชื่อ ว่า จะ ซื้อ จะ ขาย เล่ม ละ ๓ บาท. ถ้า ได้ ๔๐๐ คน จะ ซื้อ, จะ ขาย เล่ม ละ กึ่ง ตำ ลึง. ถ้า ผู้ ได จะ ซื้อ ขอ ให้ มา ลง ชื่อ โดย เรว, จะ ได้ รู้ ว่า พอ จะ ทำ ได้ ฤๅ ไม่ ได้.
จดหมาย เหตุ บางกอก รีคอเดอ
๏ จดหมายเหตุ ใบ นี้ เปน ที่ สุด เล่ม ๒, จะ ไม่ ทำ ต่อ ไป อีก, เพราะ ขาด ทุน มาก เปน การ ลำบากใจ เรา เหลือ ทน. ข้า พเจ้า เหน ว่า คอเวอเมนต์ ไทย ไม่ สู้ ชอบ ใน การ ที่ ลง พิมพ์ จด หมายเหตุ. ถ้า คอเวอเมนต์ ชอบ แล โปรด การ นี้, เหมือน ที่ คอเวอเมนต์ อะเมริกา ได้ โปรด การ ลง พิมพ์ จดหมายเหตุ นั้น, เหน ที่ คน ทั้งปวง จะ ภอใจ ซื้อ, คง เปน ประโยชน์ แก่ บ้าน เมือง มาก, เมื่อ เรา แรก ทำ คอเวอเมนต์ กรุงเทพฯ ก็ ชอบ, คน ทั้ง ปวง จึง ดีใจ รับ จะ เอา จดหมายเหตุ, แล ได้ สรรเสิญ ว่า มี คุณ มี ประโยชน์ แก่ บ้านเมือง หลาย อย่าง นัก. แล คน ซื้อ ก็ มาก ทวี ขึ้น ทุก เดือน. ข้าพเจ้า จึง ดีใจ ด้วย ใจ รัก กรุงเทพฯ ปราถนา แต่ ที่ จะ ให้ กรุงเทพฯ ดี ขึ้น ทุก อย่าง. ที่ ข้าพเจ้า จะ ทำ ไม่ ได้ ต่อ ไป ก็ เสียใจ ไป. ตั้งแต่ นี้ จะ ลา ท่าน ทั้งปวง ออก จาก ที่ เอ ดิตอร์ ฃอ ให้ ท่าน ทั้งหลาย อยู่ เปน สุข เถิด.
| กำปั่น เข้ามากรุงเทพ ฯ | |||||
| เข้ามาเมื่อไร | กำปั่น ชื่อไร | กับปิตันชื่อไร | กี่ ตอน | เรือ อะไร | มาแต่ไหน |
| เดือน ยี่ แรม ๒ ค่ำ | มาละวี่ดัล | โฮเกอ | ๕๖๐ | ชิบฮำเบิก | ฮองกง |
| เดือน ยี่ แรม ๔ ค่ำ | ฟรอซบี่โร | จีน | ๒๓๖ | บริกสยาม | ไซ่ง่อน |
| เดือน ยี่ แรม ๘ ค่ำ | สะเฮเรไวน์ | ไทย | ๑๕๐ | กลไฟสยาม | ชายทเล |
| เดือน ยี่ แรม ๙ ค่ำ | มี่ริเดียน | เรเนอตะ | ๒๙๔ | สกุเนอสยาม | ฮองกง |
| เดือน ยี่ แรม ๙ ค่ำ | โซตะพีด | มัลเลอ | ๕๗๕ | ชิบสยาม | ฮองกง |
| เดือน ยี่ แรม ๑๐ ค่ำ | เซนต์ยอด | ดาวิก | ๒๑๖ | บาก สยาม | อ้าย มุ่ย |
| เดือน ยี่ แรม ๑๐ ค่ำ | ไทวัด | ลิวอิด | ๕๗๖ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ยี่ แรม ๑๑ ค่ำ | ไทลง | ดิมซิไก | ๔๗๒ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ยี่ แรม ๑๑ ค่ำ | กรอศปาริต | บีเตอะซัน | ๖๐๔ | ชิบ สยาม | ฮองกง |
| เดือน ยี่ แรม ๑๒ ค่ำ | เพงเควน | วิเซอเล | ๓๓๕ | บริก แฮมเบิก | สิ่งคโปร์ |
| เดือน ๓ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง | เจ้าพระยา | อรตัน | ๓๕๓ | กลไฟ สยาม | สิงคโปร์ |
| เดือน ๓ ขึ้น ๔ ค่ำ | มี่ตีอร | เปดเตอซัน | ๓๙๖ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๓ ขึ้น ๕ ค่ำ | รูบิกอน | โฮเซียซัน | ๑๙๘ | สกุเนอ อังกฤษ | อ้ายมุ่ย |
| เดือน ๓ ขึ้น ๖ ค่ำ | ปี่โรศ ออฟ แอลมา | ริดชาด์ | ๕๕๗ | ชิป อังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๓ ขึ้น ๗ ค่ำ | ยะปั่น | ชัดฟิลด์ | ๓๖๘ | กล ไฟ อังกฤษ | สิ่งคโปร์ |
| เดือน ๓ ขึ้น ๗ ค่ำ | เยม ซี่ รัต เชล์ | คฤศพีด | ๗๖๘ | ชิบ อังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๓ ขึ้น ๗ ค่ำ | หับเซง | สตา | ๓๗๔ | บาก สยาม | สิงคโปร์ |
| เดือน ๓ ขึ้น ๘ ค่ำ | ไวคอนต์ คันนิง | คอดลิบ | ๕๓๒ | กล ไฟ สยาม | ไซ่ง่อน |
| เดือน ๓ ขึ้น ๙ ค่ำ | เซนต์ แมรี่ | ครอศ | ๓๘๐ | บาก สยาม | ฮองกง |
| เดือน ๓ ขึ้น ๙ ค่ำ | เวรี่ตัศ | คาเร | ๖๗๒ | ชิบ อังกฤษ | ฮองกง |
| เดือน ๓ ขึ้น ๙ ค่ำ | มูลไลต์ | ยอร์เคอเซน | ๖๔๗ | ชิบ สยาม | ฮองกง |
ค่า หนังสือ จด หมาย เหตุ
๏ ค่า หนังสือ จดหมายเหตุ ยัง ค้าง อยู่. ใน ๑๐ วัน นี้ ข้า พเจ้า จะ ให้ มิศเตอ เกรแฮม ซึ่ง เปน ผู้ ช่วย การ ของ ข้าพเจ้า ไป ทวง. ขอ ท่าน ทั้งหลาย ที่ ยัง ไม่ ได้ ใช้ เงิน ค่า จดหมาย เหตุ จง ให้ เงิน มา แก่ มิศเตอ เกรแฮม เถิด.
สาม ก๊ก เล่ม ๓
ข้าพเจ้า ขอ แจ้ง ความ แก่ ท่าน ผู้ ที่ ต้องการ หนังสือ สามก๊ก, ว่า สาม ก๊ก เล่ม ๓ นี้, ช้า ไป กว่า ทุก เล่ม นั้น, เพราะ เหตุ หลาย อย่าง. เหตุ ใหญ่ คือ ว่า เพราะ เงิน น้อย ไป, ใน เล่ม ๓ นั้น แล้ว ๓ ส่วน, ยัง สัก ส่วน เดียว. ตั้งแต่ นี้ ไป จะ เร่ง ให้ เรว ได้ เพราะ การ อื่น ใน โรง พิม ไม่ สู้ จะ มี.
หมาย การ นาย ห้าง
มิสเตอร์ บา เล็บ ปียูเลียน แอนกำปะนี ขอ แจ้ง ความ แก่ ท่าน ทั้ง ปวง ว่า ได้ ตั้ง ที่ ขาย ของ ขึ้น ใหม่ ที่ เรือน ซึ่ง มิสเตอร์ เอฟ เปลก เอศ ไคว เตอ อยู่ แต่ ก่อน ริม กงสุล พรเทศ ข้าพเจ้า ได้ แยก ออก ขาย อีก แห่ง หนึ่ง แล ที่ เก่า ของ ข้าพเจ้า ก็ ยัง ขาย อยู่ มี ของ มา ใหม่ หลาย สิ่ง มา เมื่อ เร็ว ๆ นี้ แทบ จะ ทุก สิ่ง ที่ ท่าน ทั้ง ปวง จะ ต้อง การ ขอ เชิญ ท่าน มา ชม ดู เถิด