
| เล่ม ๑ แผ่น ๒ วัน พุฒ เดือน สิบ ขึ้น ค่ำ ๑ ปี มะเมีย จัตวาศก ๑๒๔๔ |
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทุก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำเร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แต่ บัด นี้ จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละคราว ๆ ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละหน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก สลึง คือ สิบ สอง ฉบับ
๏ ค่า บอก ถึง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลลั้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤๅ บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤๅ แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด เอา บันทัด ละ สลึง คราว แรก ถ้า ซ้ำ จะ คิด เอา บันทัด ละเฟือง ถ้า จะ ลง ความ ถึง ปี จะ คิด ราคา อย่าง หนึ่ง แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ บัดนี้ ผู้ ที่ จะ ซื้อ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย จะ ต้อง ไป รับ ที่ เสา ติงช้า บ้าน พ่อ เลก แห่ง หนึ่ง
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก วัน พุฒ แรก ข้าง ขึ้น ทุก เดือน เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย
๏ ตั้ง แต่ วันพุฒ เดือน เก้า ขึ้น สอง ค่ำ จน วัน พุฒ เดือน สิบ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง
๏ ณะวัน อาทิตย เดือน เก้า ขึ้น สิบ สาม ค่ำ เวลา บ่าย ใน หลวง เสด็จ ลง เรือ พระ ที่ นั่ง เก๋ง มี เรือ นำ หน้า แล ตาม เสด็จ หลาย ลำ ไป เยี่ยม สมเด็จ พระ ปราสาตร ครั้น ถึง เวลา ทุ่ม เศษ เสด็จ กลับ เข้า พระ บรม ราชวัง เมื่อ เรือ พระ ที่ นั่ง ออก จาก คลอง สมเด็จ ที่ กำ ปั่น ไฟ อุบล บุรทิศ ได้ จุด ดอก ไม้ ไฟ ถวาย ใน หลวง
๏ ตั้ง แต่ เดือน เก้า แรม ค่ำ หนึ่ง พวก เจ้า นาย ขุน นาง ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ ต่าง ๆ ได้ จัด การ เอา ดอก ไม้ ธูป เทียน ไป ถวาย เกรียม การ ฉลอง วัง ใหม่ แล ได้ มี การ สวด มนต์ เลี้ยง พระ มา ทุก วัน การ ฉลอง พระ ที่ นั่ง จักรี มหา ประสาท เปน การ ใหญ่ กระทำ เปน อัน เสร็จ แล้ว
๏ ณะวัน เสาร เดือน เก้า ขึ้น ห้า ค่ำ กรมใน พระ บวร ราช วัง สถาน มงคล เสด็จ ไป เที่ยว พระ ภาษ ชม ทเล ที่ ปาก น้ำ เจ้า พระยา เสด็จ กลับ ณะวัน จันทร ขึ้น เจ็ด ค่ำ ครึ่ง หนึ่ง ๏ ณะวัน เสาร เดือน เก้า ขึ้น สิบ เอ็ด ค่ำ เสด็จ ลง ไป อีก ครั้ง หนึ่ง แล กลับ เข้า พระบวร ราชวัง ณะวัน จันทร ขึ้น สิบ สาม ค่ำ
๏ ณะวัน เสาร เดือน แปด ปถมา สาธ แรม สิบ สี่ ค่ำ หม่อม เจ้า ปริศดาง ได้ เข้า เฝ้า สมเด็จ พระ นาง กวิ่น อังครีษ ที่ กรุง ลันดัน ได้ ถวาย ตรา แล พระ ราช สาร สมเด็จ พระ นาง กวิ่น ได้ โปรด อนุญาต ให้ ท่าน รับ ราช การ เปน ราช ทูต สยาม ตั้ง ว่า การ ใน กรุง ลันดัน แต่ นั้น ไป
๏ นาย ห้าง มิศเตอ ยุเลียน ได้ อยู่ ใน กรุง เทพ นาน หลาย ปี แล ได้ ตั้ง ห้าง เข้า หุ้น เข้า ส่วน ด้วย กัน กับ มิศเตอ แมลเธบ ได้ ข่าว ว่า ท่าน ถึง แก่ กรรม ที่ กรุง ปาริศ ที่ เมือง ฝรั่ง เศศ ณะวัน เสาร เดือน แปด ปถมา สาธ แรม เจ็ด ค่ำ
๏ มี ข่าว เลื่อง ลือ ว่า มิศเตอ กูลด์ จะ เลื่อน ที่ สูง ขึ้น เปน ผู้ ว่า การ กงซุน อังครีษ ที่ เมือง เชียง ใหม่
๏ ชาว นา เปน อัน มาก หลาย คน ว่า ต้น เข้า ทุก แห่ง ปี นี้ เปน อัน งาม นัก ดี กว่า ปี ก่อน เปน อัน มาก
๏ เรือ ลำ นี้ ได้ ใช้ ใบ จะ ออก ไป เมือง จีน เมื่อ ถึง เมือง เอมุง กับตัน อุลริช แจ้ง ความ ว่า ข้าง ปลาย ทาง ถูก ลม กล้า ทเล ร้าย ณะวัน เสาร เดือน แปด ปถมา สาธ แรม สิบ ห้า ค่ำ เมื่อ อยู่ เคียง เกาะ แจเปล ไอแลนด์ ถูก พะยุห ใหญ่ เสา หัก ใบ ขาด หลาย ใบ
๏ ณะวัน อังคาร เดือน เก้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง กำปั่น ไฟ อังครีษ ชื่อ แอลเบ ที่ มา ทอด ที่ เมือง ฮองกง มา จาก เมือง ไตวันฟู แจ้ง ความ ว่า ได้ ปะ กำปั่น สยาม ฟูเจ้า ณะ เวลา ค่ำ ณะวัน ประหัศบดี เดือน แปด ทุติยาสาธ ที่ กลาง ทเล เสา หัก แล้ว จึ่ง ได้ ลาก จูง กำปั่น ฟูเจ้า ไป ไว้ ที่ เมือง เอมุง ณะวัน ศุกร เวลา เช้า
๏ บัด นี้ การ รบ กัน ที่ เมือง อิยิบต์ ก็ ดู ชอบ กล ที่ แขก เมือง อิยิบต์ จะ คิด ต่อ สู้ รบ ชะนะ อังครีษ ดู แปลก ประหลาด หนัก พวก แขก คง รู้ เต็ม ใจ ว่า ถ้า สู้ รบ กับ ทัพ อังครีษ คง แพ้ เขา แน่ ที่ จะ ขืน สู้ เขา เปน การ กล้า เกิน ดี ไป คง เปน การ กล อย่าง หนึ่ง
๏ โรง สี ไฟ นี้ แรก พวก อะเมริกัน พวก หนึ่ง จัก ตั้ง ขึ้น แต่ คราว แรก นั้น ไม่ มี กำไร พวก แรก นั้น ล้ม โรง สี ไฟ นั้น ตก เปน ของ นาย ห้าง ออคัชติน เฮอก์ แอนโก เปน นาย ห้าง อะเมริกัน ตั้ง ค้า ขาย อยู่ ที่ เมือง ฮองกอง นาย ห้าง พวก นี้ ได้ ขาย โรง สี ไฟ นั้น แก่ ห้าง ปีกินแบก ทิศ แอน โก นาย ห้าง นี้ เปน พวก เยรแมน มา ตั้ง อยู่ ที่ กรุง เทพ นาน มา แล้ว ตั้ง แต่ แผ่น ดิน พระ บาท สมเด็จ พระ จอม เกล้า นาย ห้าง นี้ ได้ ทำ เข้า กล้อง เข้า ขาว ได้ กำไร งาม นัก ต่อ ที่ หลัง นาย ห้าง ปีกินแบก ทิศ แอนโก ได้ ขาย โรง สี ไฟ นี้ ให้ แก่ เจสัว มา หัว
๏ แรก พวก ฝรั่ง สอง คน คือ มิศเตอ เนลซอน แล มิศเตอ กอบกี่ ได้ สร้าง โรง สี ไฟ นี้ ถัด นั้น มา มิศเตอ เอลเตอ แล ห้าง ปีกินแบก ทิศ แอน โก ได้ ซื้อ โรง นี้ ไว้ ถัด นั้น มา ห้าง แขก ซุละแมนยิ ได้ ซื้อ โรง นี้ ไว้ ถัด นั้น มา แขก ไท คือ พ่อ หนู ได้ ซื้อ ไว้ บัด นี้ แขก พ่อ หนู ขาย ให้ แก่ จีน พระ สัวติวามดิฐ เปน เงิน สี่ ร้อย ชั่ง
๏ พวก จีน บาง คน มัก เข้า เปน พัก พวก ถ้า คน เข้า กัน เปน พัค พวก ช่วย กัน รักษา กดหมาย แผ่น ดิน บ้าน เมือง ให้ เลอียด ช่วย กัน ให้ เพื่อน ราษฎร อยู่ เย็น เปน ศุข ก็ จะ เปน คุณ เปน อัน มาก พวก เช่น นี้ ไม่ ต้อง ชุมนุม ใน ที่ ลับ ด้วย ว่า การ ของ เขา เปน แต่ การ ดี ทั้ง นั้น ไม่ ต้อง ปิด บัง ข้อ หนึ่ง ข้อ ใด ใน การ ที่ เขา ทำ นั้น ถ้า คน จะ เข้า เปน พัค พวก ทำ แต่ การ ลับ คิด ทำ ลาย กดหมาย แผ่น ดิน บ้าน เมือง แล เปน กำลัง ช่วย คน พาล ยุให้ มัน ทะเลาะ วิวาท กัน ฆ่า ฟัน กัน พัค พวก เช่น นี้ ควร จะ ห้าม อย่า ให้ มี ใน แผ่น ดิน บ้าน เมือง เลย ถ้า ขืน กระทำ ควร จะ เปน โทษ ลึก เพราะ เปน รัง ให้ เกิด ความ ร้าย แก่ แผ่น ดิน บ้าน เมือง แล แก่ ราษฎร ด้วย
๏ ใน เดือน ก่อน พวก อั้งยี่ อัน เปน พวก จีน พวก หนึ่ง ได้ เกิด ตี ฟัน พวก จีน ต่อ พวก จีน ด้วย กัน
๏ พวก ราษฎร ทั่ว ตะลอด พระ ราช อาณาเขตร เมื่อ ถูก เกณฑ์ ต้อง รับ ทำ ราชการ เปน เวร ๆ กัน ชาว นา ชาว สวน ต้อง เสีย ค่า นา ค่า ไร่ ค่า สวน ภาษี อากร สมพักสอน ที่ เสีย มา นี้ เปน กำลัง แก่ ราช การ แผ่น ดิน บ้าน เมือง เปน เงิน ขึ้น ท้อง พระ คลัง จำหน่าย เลี้ยง ใน หลวง แล เจ้า นาย ที่ ทำ ราชการ คน ที่ ทำ ราชการ นั้น เปน ธุระใหญ่ ฝ่าย เดียว คือ จัด การ บ้าน เมือง ป้อง กัน รักษา แผ่น ดิน บ้าน เมือง อย่า ให้ ฆ่าศึก มา เบียด เบียฬ ย่ำยี แผ่น ดิน บ้าน เมือง อย่าง หนึ่ง จัด การ บ้าน เมือง ให้ ราษฎร ทั้ง ปวง ทำ มา หา กิน ได้ คล่อง อย่า ให้ ผู้ ร้าย รังแก ตัด ประโยชน ของ คน ซื่อ สุจริต ใน การ เช่น นี้ คน ซื่อ ตะลอด แผ่น ดิน บ้าน เมือง ต้อง เต็ม ใจ ช่วย ใน หลวง ใน การ แผ่น ดิน บ้าน เมือง แล้ว แต่ จะ มี พระ บรม ราชอง การ สั่ง มา นั้น ถ้า ราษฎร ทั้ง สิ้น จะ เต็ม ใจ เลิก การ ชั่ว เพียร ประพฤติ์ การ ชอบ คน พาล มัน ทน ราษฎร ซื่อ ๆ ไม่ ได้ ถ้า ราษฎร จะ แขง ใจ พร้อม กัน ไม่ เล่น เบี้ย ไม่ กิน เล่า ไม่ สูบ ฝิ่น ไม่ เล่น การ พนัน กัน ผู้ ที่ มี โรง ร้าน พ่อ ให้ คน หลง เสีย เปรียบ นั้น จะ ตั้ง ตัว ไม่ ได้ ต้อง เลิก กัน เอง ถ้า แขง ใจ ไว้ ไม่ ซื้อ ของ แต่ โรง จำนำ โรง จำนำ ก็ ต้อง เลิก ตั้ง โรง ไม่ ติง ทาง นี้ ควร ราษฎร จะ ช่วย ใน หลวง เปน อัน หมาก เปน อัน แขง แรง คือ ว่า ให้ ต่าง คน ต่าง แขง ใจ เลิก ความ ชั่ว ทุก อย่าง เถิด ไม่ ช้า คน พาล ก็ จะ สูญ ไป เอง โจร ผู้ ร้าย ก็ จะ สิ้น เชิง ทน ข้า ราช การ แล ราษฎร อัน ซื่อ สุจริต ไม่ ได้ เพราะ พวก นี้ มี ใจ พร้อม กัน จะ รักษา แก่ กัน แล กัน ปราบ ให้ คน พาล ราบ ลง จง ได้
๏ ใน ทุก วัน นี้ คน เช่น นี้ ชุก ชุม ขึ้น นัก ราษฎร ใน ตำบล ต่าง ๆ มัก บ่น มัก ร้อง ว่า โจร ผู้ ร้าย เปน หมู่ ๆ มัก ถือ ปืน ถือ ดาบ ถือ อาวุธ ข่มเหง ลัก เข้า ของ เอา ไป เมื่อ โจร มา ถือ อาวุธ ครบ มือ ดั่ง นี้ หลาย คน ด้วย เจ้า ของ ทรัพย์ ไม่ รู้ ที่ จะ ทำ จะ สู้ ก็ เกรง กลัว เขา เพราะ จน ใจ จึ่ง ต้อง ยอม ให้ มัน เอา ของ ไป เงียบ ๆ เมื่อ ราษฎร กลัว ผู้ ร้าย ดั่ง นี้ โจร ผู้ ร้าย มัก มี ใจ กำเริบ อง อาจ กล้า ทำ ร้าย เปน อัน มาก บัด นี้ เพราะ คน ยาก จน มา ร้อง ทุกข์ ดั่ง นี้ หลาย ราย แล้ว พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น ภูธเรศ ธำรงค์ ศักดิ์ ได้ ตี พิมพ์ แจก หนังสือ หมาย ประ กาศ แจ้ง ความ ว่า จะ ประทาน รางวัล สินบน ถึง ห้า ชั่ง ให้ แก่ คน ที่ จะ สืบ จับ ตัว อ้าย ผู้ ร้าย ให้ ได้ ถ้า ผู้ สืบ ได้ ความ แน่ นอน ด้วย ผู้ ร้าย เช่น นี้ ประการ ใด แล้ว แต่ ไม่ มี กำลัง จะ จับ ผู้ ร้าย ได้ เชิญ ให้ ผู้ นั้น นำ เอา ความ ไป แจ้ง ต่อ เจ้า พนักงาน กรม พระ นคร บาล ฯ จะ อุส่าห์ ออก จับ เอา ตัว ผู้ ร้าย ปล้น ให้ จง ได้ เชิญ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง อ่าน คำ ประกาศ นั้น แล ให้ เต็ม ใจ ช่วย พวก กรม พระ นคร บาล ใน การ ที่ จะ ป้อง กัน รักษา ทั้ง ชีวิตร ทั้ง ทรัพย ของ ราษฎร ทั่ว พระ นคร ด้วย เทอญ ๚ะ
๏ ด้วย พระ เจ้า น้อง ยาเธอ กรม หมื่น ภูธเรศ ธำรงค์ ศักดิ์ ขอ ประกาศ แก่ ราษฎร ชาย หญิง ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า ด้วย ทุก วัน นี้ มี โจร ผู้ ร้าย ปล้น ชุก ชุม สืบ จับ อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น หลาย ราย ก็ ยัง หา ได้ ตัว ผู้ ร้าย หมด ไม่ อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น จึ่ง ได้ มี ใจ กำเริบ คบ พวก เพื่อน เที่ยว ปล้น อยู่ เนือง ๆ ถ้า ราษฎร ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด สืบ จับ ตัว อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น ได้ พิจารณา ได้ ความ จริง เรา จะ ให้ เงิน สินบน แก่ ผู้ นั้น ห้า ชั่ง ถึง มาท ว่า ตัว ผู้ รับ สินบน ที่ นำ จับ อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น จะ เกี่ยว ข้อง เปน พวก ผู้ ร้าย ปล้น อยู่ บ้าง ก็ จะ ยก ให้ เปน รางวัน ที่ นำ จับ ผู้ ร้าย ได้ แล เงิน สินบน ก็ จะ ให้ ห้า ชั่ง ตาม หนังสือ บน ฉบับ นี้ ถ้า ราษ ฎร ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด รู้ คำ ประกาศ นี้ แล้ว ก็ ให้ รีบ สืบ เสาะ จับ ตัว อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น ให้ จง ได้ ถ้า ผู้ รับ สินบน ไม่ มี กำลัง จะ จับ ผู้ ร้าย ไม่ ได้ สืบ ได้ ความ แน่ นอน ประการ ใด ก็ ให้ นำ เอา ความ มา แจ้ง ต่อ เจ้า พนักงาน กรม พระ นคร บาล ๆ จะ ออก ไป จับ ตัว ผู้ ร้าย ปล้น ให้ จง ได้ ประกาศ มา ณวัน พฤหัศ บดี เดือน เก้า ขึ้น สิบ ค่ำ ปี มะเมีย จัตวาศก ๑๒๔๔ ๚ะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน เก้า แรมสิบค่ำ ประมาณ สอง ยาม เศษ โจร ผู้ ร้าย เปน ฝูง ใหญ่ ถือ เครื่อง อาวุธ พร้อม ไป ปล้น แพ ที่ บาง ลำภู บน เขา ฦา กัน ว่า ผู้ ร้าย นั้น ดัก เอา เงิน ไป ได้ ประมาณ ส่อง ร้อย ชั่ง ถ้า เจ้า พนักงาน ไม่ จับ ผู้ ร้าย เช่น นี้ ได้ กรุง เทพ จะ ไม่ เปน ที่ อา ไศรย ของ คน ซื่อ ได้ คน ซื่อ จะ ต้อง หา ที่ พึ่ง ที่ อยู่ ที่ ทำ มา หา กิน อื่น
๏ ณวัน อังคาร เดือน สิบ แรม สิบ สาม ค่ำ ข้า ราช การ ทั้งปวง จะ ชุมนุม กัน ตาม ธรรมเนียม ถือ น้ำ ณะ วัด สรีรัตน สาศดาราม
พระชนม์ พรรษา
๏ ณวัน พฤหัศบดี เดือน สิบ ขึ้น เก้า ค่ำ ตาม สุริย โคจร จะ เปน วัน ใหญ่ ใน การ เฉลิม พระชนม์ พรรษา ทั้ง ชาว สยาม แล คน ต่าง ประเทศ ทั่ว ตลอด พระราช อะณาเขตร จะ ดี ใจ จุด โคม มี การ เล่น เปน ที่ ยินดี คำนับ ถวาย ใน หลวง ตาม เคย ๚ะ
อิงแลนด์
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ ขึ้น สิบ เอ็ด ค่ำ ผู้ ซึ่ง ได้ ฆ่า ลอด เฟรดริก กาเวนดิจะ ได้ มา ส่ง ตัว เอง แก่ เจ้า พนักงาน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ ขึ้น สิบ สอง ค่ำ ทหาร ที่ เปน ทหาร เฟื้อ รับ คำ สั่ง แล้ว ให้ งัน การ ๚ะ
๏ พวก ราดีกัล แล พวก กอนเซอวะติฟ ไม่ เหน ไม่ เข้า ด้วย ใน การ ซึ่ง จะ ให้ เบิก เงิน นั้น ๚ะ
๏ พวก กอมมิตี แซมเบอ ตะปูตี ซึ่ง ตั้ง ไว้ ให้ สืบ เรื่อง ความ ว่า ด้วย การ รักษา คลอง ซุเอซ นั้น ไม่ ยอม ให้ กู้ เงิน สำหรับ การ นั้น ๚ะ
๏ พวก ตุรกี จัด ทหาร เรือ รบ ทหาร บก สำหรับ จะ ใช้ ให้ ไป เมือง อิยิบต์ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม ค่ำ หนึ่ง การ ฝ่าย ราช ทูต อังครีษ แล ซุลตัน คนหลวง ตุรกี ไม่ สู้ สนัด เหมาะดี การ ชุมนุม ปฤกษา นั้น เปน อัน ช้า อยู่ ไม่ ได้ เดิน ราช ทูต รูเซีย รับ คำ สั่ง แต่ โคเวินแมนต์ รูเซีย ว่า อย่า เพ่อ ไป ที่ ชุมนุม ปฤกษา ราช การ กว่า มี คำ สั่ง มา ถึง ใหม่ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม สอง ค่ำ มี คำ แจ้ง ความ ว่า กอง ทัพ ตุรกี จะ รีบ ออก ไป ถึง เมือง อิยิบต์ ราช ทูต รูเซีย เข้า ใน การ ชุมนุม ปฤกษา ราช การ อีก แล้ว ๚ะ
๏ คลอง ซุเอซ มี ทหาร อังครีษ คุม รกษา อยู่ ๚ะ
๏ การ เตรียม ฝ่าย ทหาร เรือ รบ แล ทหาร รบ มี คำ สั่ง ห้าม แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม สาม ค่ำ ราช ทูต อังครีษ ได้ ส่ง หนังสือ หมาย ถึง คน หลวง ซุลตัน ให้ มี พระ บรมราช องการ สั่ง ให้ มี หมาย ประกาศ ว่า อราบี่ ปาชะ เปน คน กระบถ ถ้า ไม่ ประกาศ เช่น นี้ จะ ไม่ ยอม ให้ กอง ทัพ ตุรกี ขึ้น บก ที่ เมือง อิยิบต พวก ราช การ รับ ชุมนุม ปฤกษา ด้วย ราช การ อีก แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม เจ็ด ค่ำ พวก อังครีษ ได้ เอา เมือง ซุเอซ ไว้ แล้ว พวก อิยิบต มิ ได้ ต่อ สู้ แขก ที่ ค่าย ถอย หนี เมื่อ ทหาร อังครีษ รุก เข้า ไป กอง ทัพ หน้า ของ อะราบี่ ปาชะ เดิน เข้า ใกล้ เมือง รัมเล นะวัน เสาร เวลา บ่าย กำลัง รบ พุ่ง กัน กล้า หาญ เมื่อ ได้ ส่ง ข่าว โทรเลข ข้อ ความ นี้
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม แปด ค่ำ คราว ทัพ หน้า ของ อะราบี่ แล ทัพ อังครีษ ใกล้ รัมเล ได้ รบ พุ่ง กัน กล้า หาญ ทั้ง สอง ฝ่าย นั้น พวก แขก ของ ยะราบี่ ต้อง ถอย หนี ฝ่าย อังครีษ เสีย แต่ ผู้ คน น้อย ฝ่าย แขก ฆ่าศึก นั้น เสีย มาก ต่อ มาก เมื่อ ตี กัน แล้ว พวก อังคริษ ได้ เที่ยว ดู ท่า ทาง ครั้น สม ความ ปราถนา แล้ว จึ่ง ได้ กลับ
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม เก้า ค่ำ เว้น แต่ อังคริษ แล ฝรั่งเศศ พวก ชุม นุม ปรึกษา ราชการ เหน ดี ที่ จะ ช่วย กัน ป้อง กัน รักษา คลอง ซุเอซ หลาย ประเทศ ด้วย กัน ฝ่าย พวก อังคริษ จะ ยอม แต่ เพียง เปน การ พลาง
๏ มิศเตอ ดูเกล เปน เปรซเตนต์ แล ได้ จัด ผู้ ปรึกษา ราชการ ใหม่
๏ กรุง ลันดัน ทุติยาสาธ แรม สิบ ค่ำ พวก ขุนนาง ฝ่าย ราษฎร ไม่ เหน พร้อม กัน กับ พวก ขุนนาง ฝ่าย เจ้า ใน ข้อ เติม ใน เรื่อง ความ ค่า เช่า ที่ ค้าง ของ พวก ไอริชะ จึ่ง ขอ แก้ บ้าง
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม สิบเอ็ด ค่ำ เซติวาโย ได้ เฝ้า สมเด็จ พระนาง กวีน อังกฤษ วาน นี้ ก็ เปน อัน เชื่อ อยู่ แล้ว ว่า จะ ตั้ง ให้ เซติวาโย เปน ตำ แหน่ง เปน ที่ ตาม เดิม
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม สิบ สอง ค่ำ พระ ราชโอรส ที่ เจด ของ สมเด็จ พระ นาง กวีน อิงแลนด์ คือ ดูก ออฟ กอนอด เสด็จ จาก อิงแลนด แล้ว จะ ไป เมือง อะเลกซันเดรี่ย กอง ทัพ อังคริษ ลง กำปั่น เกือบ เสร็จ แล้ว
๏ ขุนนาง ฝ่าย เจ้า รับ ตั้ง ข้อ แก้ ซึ่ง ขุนนาง ฝ่าย ราษฎร ขอ ให้ ตั้ง ไว้ นั้น อัน ว่า ด้วย เงิน ค่า เช่า ค้าง ของ พวก ไอริชะ
๏ มี คำ ถาม แล้ว ท่าน ผู้ รอง ท่าน เสนาบดี ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ จึ่ง ตอบ ว่า คน หลวง ตุรกี ได้ สำแดง ความ ชอบ ที่ จะ ให้ แม่ ทัพ ทั้ง สอง ฝ่าย ทำ สัญญา กับ ประเทศ อิงแลนด
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม สิบ สาม ค่ำ อัคมหา เสนาบดี ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ที่ อิงแลนด์ ได้ ตอบ คำ ถาม นอก ราชการ ยัง มี การ ไป มา ถึง กับ อะราบี ปาซะ ๚ะ
๏ พวก ขุน นาง ฝ่าย ราษฎร อังคริษ ได้ ยอม ซึ่ง
มิศเตอ แกลดซะโตน ขอ ให้ เบิก เงิน นั้น ๚ะ
ดู ข่าว โทรเลข นอก ที่ หน้า เจด ต่อ ไป ๚ะ
๏ พงษาวดาร ๚ะ
๏ พระองค ครั้น แจ้งในพระ ราช สาร ที่ทูตา นุทูต พาน ทูล ถวาย นั้น ก็ ทรง พระยินดียิ่ง นัก จึ่ง มี พระ ราช โอง การ รับ สั่ง ให้ แต่ง พระ พุทธรูป ทั้ง พระธรรม พระสงฆ์ จัก ให้ไป ลังกา บุรี จึ่ง สั่ง ให้ เอา พระพุทธรูป [..]สิบองค อัน พระธรรม นั้น คือ พระสูตร พระวินัย พระ [..]เมัตถ์ พระธรรม สังคหะ ทั้ง พระธรรม เจด คำภีร ทั้ง [..] สิกขา พระ ปาฏิโมกข ให้ไป ครบ ครัน จึ่ง มี รับ สั่ง ให้พระ อุบาฬี เปน สังฆราชา กับ พระ สงฆ์ ร้อยเสศ [..] ให้ ตอบ บรรณา การ แล ราช สาร จึ่ง ให้เสนา ชื่อ พระ [.]น เปน อุปทูต พระ สุธรรม ไมตรี เปน ราชทูต หลวง ตาไทย เปน ตรี ทูต จึ่ง ให้ อำมาตย สาม คน นี้ ถือ พระ ราชสาร อัน พระ ราช สาร นั้น เขียน ใส่ ใน แผ่น ทอง แล้ว จึ่ง ตี ตรา มะหาโอง การ ประทับ หลัง นั้น คือ มหา ประสาท อุณาโลม นั้น ใช้ไป เมือง ลังกา อัน พระ ราช สาร [.]นั้น ใส่ กลัก งา แล้ว จึ่ง ใส่ ถุง แพร ทอง แล้ว จึ่ง ตี [.]ตรา พระ ราช สีห ประทับ ปาก ถุง ครั้น มี รับ สั่ง เสรจ [..]พ แล้ว ก็ เสด็จ เข้า ข้าง ใน จึ่ง ตี กลอง โยน ส่ง เสด็จ แล้ว จึ่ง ชัก ม่าน ทอง สอง ไข ปิด ม่าน แล้ว เสด็จ เข้า ข้าง ใน
๏ เจ้า พระยา ชำนาญ บริรักษ ฝ่าย กรม ท่า จึ่ง ออก มา จัด แจง ให้ อำมาตย ทั้ง สาม นั้น ถือ พระ ราชสาร แล้ว [..]ม เครื่อง บรรณา การ กับ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ [..]ง สำเภา แล้ว จึ่ง ให้ ฝรั่ง เสศ ผู้ มี ชื่อ คือ พระ วิสูตร [..]าคร คน หนึ่ง ขุน กรุง พานิช คน หนึ่ง โครส่าน คน หนึ่ง อัน ฝรั่งเสศ สาม คน นี้ ให้ เปน นาย สำเภา [..]ล นาย ใบ นาย ท้าย ให้ ไป ส่ง ราชทูต ให้ ถึง ลังกา ทั้ง ราชทูต ไทย ราช ทูต ลังกา ทั้ง ปวงเสรจ ก็ ใช้ ใบ ออก ไป ลังกา ครั้น ใช้ ใบ ไป ถึง กลาง ทะเล ใหญ่ เมื่อ [..] มี เหตุ ใหญ่ มา นั้น คือ เปน ศรี แดง ขึ้น มา แต่ ใน น้ำ ประมาณ เท่า เมด พริก เทษ สุก ครั้น ฝรั่ง เห็น ดั่ง นั้น ก็ พา กัน ร้อน รน ใจ ไป ด้วย กัน ทั้ง สิ้น ฝรั่ง จึ่ง ร้อง บอก [..]น แล้ว กระวน กระวาย วุ่น กัน ไป ทั้ง สำเภา ฝรั่ง จึ่ง บอก ว่า มี เหตุ ใหญ่ ที่ ใน ท้อง พระมหา สมุท บัด นี้ เรา ทั้งปวง จัก ถึง แก่ ความ ตาย ทั้ง สิ้น แล้ว ให้ เร่ง จัด แจง แต่ง ตัว ตาย เถิด ฝรั่ง ก็ จัด แจง แต่ง ตัว ไว้ จัก ตาย อัน เหล่า กะลาสี นั้น บ้าง ก็ ขึ้น รักษา เชือก ใบ บ้าง ก็ เอา กล้อง ส่อง ดู ลม ครั้น ฝรั่ง บอก เหตุ ดั่ง นั้น จึ่ง พระ อุบาฬี เปน ต้น กับ พระ สงฆ ทรง ศิล จึ่ง เชิญ เสด็จ เอา พระ พุทธเจ้า ห้าม สมุท ออก มา แล้ว จึ่ง ตั้ง ไว้ ที่ หน้า สำเภา แล้ว พระสงฆ ทั้ง ปวง จึ่ง นั่ง เปน อันดับ กัน มา ตาม ริม สำเภา แล้ว ก็ สวด พระ คาถา กัน ละลอก แล ลม ใหญ่ ให้ กันไภย มระณา อัน จัก มา ถึง ตัว ไม่ นาน ลม แดง นั้น ก็ พัด มา ดัง อื้อ อึง ครื้น เครง ไป ดัง เสียง ฟ้า แล้ว แดง ไป ทั่ว ท้อง พระ มหา สมุท ฝ่าย พระสงฆ ก็ สวดไป ทั้ง สิ้น จึ่ง ยุด เอา คุณ พระรัตนะ ไตรย เปน ที่ พึ่ง ครั้น ลม แดง นั้น พัด มา จัก ใกล้ ถึง สำเภา เข้า แล้ว ด้วย เดชะ อานุภาพ พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ อัน ลม แดง พะยุใหญ่ นั้น ก็ พัด แยก กัน ไป เปน สอง ฝ่าย ก็ มิได้ ถูก ต้อง สำเภา อัน สำเภา นั้น ก็ แล่น ไป ตาม ปรกติ จัก ได้ มี ไภย อัน ตราย สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด มา ต้อง พาน สำเภา นั้น ก็ หามิได้ ครั้น พะยุ ใหญ่ ลม แดง พัด ไป สิ้น แล้ว ฝรั่งเสศ ทั้ง ปวง จึ่ง สรรเสริญ คุณ พระ พุทธ พระธรรม พระสงฆ ทั้ง ปวง พระ อุบาลี เปน ต้น ฝรั่ง ทั้ง ปวง จึ่ง ถอด หมวก แล้ว ไหว้ พระสงฆ ไท ทั้ง สิ้น แล้ว ฝรั่งเสศ จึ่ง ดู แผน ที่ ตำรา เคย สังเกต ตาม เยี่ยง อย่าง ลม แดง ใหญ่ ที่ มี มา นั้น คือ เรียก ว่า ลมกาล ถ้า แล ผุด ขึ้น มา แต่ ใน น้ำ แล้ว พัด แดง ไป อย่าง นี้ อัน สำเภา ร้อย หนึ่ง ก็ มิ ได้ รอด จม ไป ทั้ง สิ้น อัน เรา ทั้ง ปวง นี้ ก็ รอด จาก ความ ตาย เพราะ คุณ พระสงฆ ไท ทั้ง สิ้น ครั้น ฝรั่งเสศ ว่า ดัง นั้น แล้ว ฝ่าย ราชทูต ไท ก็ จด หมาย เหตุ ที่ มี มา ฝ่าย ลังกา ก็ จด หมาย เหตุ ข้าง ฝรั่ง ก็ จด หมาย เหตุ ต่าง คน ต่าง ก็ จด หมาย เหตุ ด้วย กัน ทั้ง สิ้น ครั้น สำเภา แล่น เข้า ไป ถึง หน้า ท่า เมือง ลังกา แล้ว ราช ทูต ข้าง เมือง ลังกา จึ่ง ขึ้น ไป เฝ้า พระ เจ้า ลังกา แล้ว ทูล ความ ทั้ง ปวง กับ เหตุ ใหญ่ ที่ มี มา ใน กลาง ทะเล ทั้ง สิ้น ๚ะ
๏ อัน พระ เจ้า ลังกา ครั้น แจ้ง ความ ที่ เสนา ทูล ทั้ง สิ้น ก็ ทรง พระ ยินดี ปรีดา ชื่น ชม โสมนัส กับ พระ เจ้า กรุง ศรี อยุทธยา เปน ยิ่ง นัก พระ เจ้า ลังกา จึ่ง ให้ ปลูก อาราม แล วัด ใหญ่ น้อย เปน อัน มาก แล้ว จึ่ง ให้ ปลูก หอ รับ พระ ราช สาร แล้ว จึ่ง ให้ ตก แต่ง บ้าน เมือง แล หนทาง ที่ จัก :ชิญ พระ พุทธ พระธรรม พระสงฆ ขึ้น มา จึ่ง ให้ กั้น ราชวัด ฉัตร ธง แล้ว ให้ ปัก ดอก ไม้ ต่าง ๆ แล้ว ปู เสื่อ ตาม ทาง อัน บน เสื่อ นั้น ปู พรม บน พรม นั้น จึ่ง ปู ลาด ด้วย ผ้า ขาว แล้ว จึ่ง ป่าว ร้อง ให้ ชาว เมือง ทั้ง ปวง ทั้ง หญิง ชาย มา รับ เสด็จ พระ อัน ชาว เมือง ทั้ง ปวง ทั้ง หญิง ชาย ก็ เอา เข้า ตอก ดอก ไม้ แล เครื่อง บูชา ทั้ง ปวง มา แล้ว ก็ นั่ง อยู่ สอง ฟาก ริม ทาง ที่ พระ พุทธ พระธรรม พระ สงฆ จัก ขึ้น มา อัน องค พระ เจ้า ลังกา นั้น ก็ เสด็จ ลง มา รับ จึ่ง ตั้ง แห่ แหน ด้วย ปี่ ฆ้อง กลอง ไชย ทั้ง ปวง เปน อัน มาก ครั้น เชิญ :เสด็จ พระ ขึ้น มา แล้ว จึ่ง โปรย ปราย เข้า ตอก ดอก ไม้ บูชา ถวาย แล้ว จึ่ง ซัด สาด น้ำ หอม แล น้ำ ดอก ไม้ เทษ ทั้ง น้ำ กุหลาบ สอง ฟาก ทาง แล้ว แห่ ขึ้น ไป จน ถึง ที่ จึ่ง เชิญ พระ พุทธ รูป เข้า ไว้ ใน อาราม จึ่ง เชิญ พระ อุบาลี เปน ต้น ให้ พระสงฆ ทั้ง ปวง จึ่ง ขึ้น อยู่ บน วัด พระ เจ้า ลังกา จึ่ง ทำ การ สมโภช พระพิม ทั้ง เจค ราตรี แล้ว ถวาย เครื่อง ไทยทาน เปน อัน มาก แล้ว จึ่ง ทำนุ บำรุง เครื่อง ขบ ฉัน แล นิจภัต อยู่ อัตรา มิได้ ขาด แต่ บันดา พระญาติวงษ ลง มา มา จน อำมาตย แล ราษฎร ทั้งนั้น แต่ อายุศม ได้ สิบ ห้า ปี ขึ้น ไป จน ถึง ยี่ สิบ ปี บ้าง ก็ บวช เปน สาม เณร ที่ อายุศม ได้ ครบ ยี่ สิบ ปี ขึ้น ไป ก็ จน อุปสมบท เปน พระ ภิกขุ สงฆ แต่ พระ อุบาลี บวช ให้ นาน ทั้ง ภิกขุ แล สามเณร ทั้ง สิ้น ได้ ห้า พัน เสศ แล้ว ร่ำ เรียน เขียน อ่าน พระ อุบาลี จึ่ง บอก หนังสือ ให้ แล้ว สั่ง สอน ให้ อยู่ ใน โอวาท นั้น เปน อัน มาก อัน อุปทูต ราชทูต ไทย ครั้น เข้า เฝ้า พระ เจ้า ลังกา แล้ว ก็ กลับ มา กรุง ศรี อยุทธยา จึ่ง เข้า ไป กราบ ทูล ความ ที่ พระ อุบาลี ออก ไป บำรุง พระ ศาสนา ที่ เมือง ลังกา ทั้ง สิ้น แล้ว จึ่ง ทูล เหตุ ที่ มี มา ใน กลาง ทะเล ใหญ่ ทั้ง สิ้น อัน พระ บรม ราชา ครั้น อำมาตย ทูล ดัง นั้น ก็ มี พระไทย ศรัทธา แล้ว ก็ ชื่น ชม ยินดี ยิ่ง นัก อัน พระ อุบาลี นั้น ทำนุ บำรุง พระ ศาสนา ใน เมือง ลังกา นั้น อยู่ มา ช้า นาน ได้ สาม ปี แล้ว พระ องค์ ก็ ให้ เรียก กลับ มา ๚ะ
๏ อัน พระ บรม ราชา นั้น ทำนุ บำรุง พระ ที่ มี พุทธา นุภาพ นั้น มี อยู่ ใน วัง สาม องค์ วัด พระศรี สรรเพช องค์ หนึ่ง สมาธิ หน้า ตัก ศอก หนึ่ง ทำ ด้วย ทอง คำ หล่อ คือ พระ เอกาทธรฐ สร้าง อยู่ ใน วัง วัด พระ ศรี สรรเพช พระ พุทธสิหิง องค์ หนึ่ง หล่อ ด้วย นาค ชมภูนุฑ สมาธิ หน้า ตัก สี่ ศอก พระ นารายน์ ไป รบ ได้ มา แต่ เมือง เชียง ใหม่ อยู่ ใน วัง วัด พระ ศรี สรรเพ็ช พระ บรม ไตรภพ องค์ หนึ่ง ทำ ด้วย ทอง คำ หล่อ เปน พระ ทรง เครื่อง สมาธิ หน้า ตัก ศอก คืบ พระ มหาจักรพรรดิ์ สร้าง อยู่ ใน วัง วัด พระ ศรี สรรเพช ๚ะ
๏ อยู่ ใน วัง สาม องค์ อยู่ ใน กรุง นั้น คือ พระ รัตนะมหาธาตุ เจดีย องค์ หนึ่ง พระ องค์ เจ้า อู่ทอง สร้าง อยู่ ใน เมือง หน้า วัง พระ สยมภูวญาณ โมลี่ สมาธิ หน้า ตัก สิบ หก ศอก ทำ ด้วย ทอง เหลือง หล่อ อยู่ วัด สุมงคล บพิตร ใน เมือง ทิศ ใต้ วัง องค์ หนึ่ง พระ เจ้า อู่ ทอง สร้าง พระ คันธา นุราช เดิม นั้น อยู่ กรุง จีน ลอย น้ำ เข้า มา จึ่ง เชิญ เสด็จ ขึ้น ไว้ ใน วัด ธรรม มิ กราช เกน ขอ ฝน ให้ ตก ก็ ได้ สมาธิ หน้า ตัก ศอก หนึ่ง ได้ เมื่อ ครั้ง จุลศักราช ได้ ๙๗๙ ปี พระ ไตรยโลกนาถ เชิญ ไว้ อยู่ ใน เมือง ทิศ ตวัน ตก เฉียง ใต้ วัง อยู่ ใน เมือง ๓ องค์
๏ อัน นอก กรุง นั้น คือ พระ บรมไตรยโลกนาถ สมา ธิ หน้า ตัก สิบ ศอก ทำ ด้วย ทอง เหลือง หล่อ อยู่ วัด เจ้า พะแนงเชิง นอก เมือง ทิศ ใต้ พระ นะเรศ สร้าง พระ มหา ตาระเจดีย อยู่ วัด กุฎี ดาว นอก เมือง ทิศ ตวัน ออก พระ เอกาทธรฐ สร้าง พระ วัตนะ เจดีย อยู่ วัด เจ้า พระยา ไทย นอก เมือง ทิศ ตวัน ออก พระ ไตรยโลก นาถ สร้าง อยู่ นอก เมือง สาม องค์ ๚ะ
๏ พวก ลำ ทรง องค์ อุสเรน ราช มา ถึง หาด เหน คน บน สิงขร ทอด สมอ รอ รา ใน สาคร พล นิกร พร้อม กัน ทั้ง พัน ลำ เสด็จ เข้า ที่ สรง แล้ว ทรง เครื่อง อร่าม เรือง ล้วน จินดา เลขา ขำ ใส่ หมวก ดำ เสื้อ ดำ กางเกง ดำ แล้ว ลง ลำ เรือ ใช้ กับ ไพร่ พล พวก โยธี ตี กระเชียง เข้า เคียง เขา ทหาร เอา ถ่อ รับ อยู่ สับสน ฝ่าย ว่า องค์ อุสเรน เจน ประจน จึ่ง ภา พล ระยะ ตร ขึ้น หาด ชาย ภอ เหน องค์ พระอะไภย วิไลย โฉม งาม ประโลม แล เลิศ ดู เฉิด ฉาย อร่าม เรือง เครื่อง ประดับ สำหรับ กาย เหน ดี ร้าย กระษัตรา มา แต่ ไกล จึ่ง ตรัส ถาม ตาม ภาษา ฝรั่ง ว่า ท่าน ทั้ง นี้ ภา กัน มา แต่ ไหน เกิด วิบัติ ขัด ขวาง เปน อย่าง ไร จึ่ง อยู่ ใน เกาะ ขวาง กลาง คงคา ๚ะ
๏ พระอะไภย ได้ สดับ สุนทร ถาม จึ่ง ตอบ ตาม คำ ฝรั่ง ไม่ กังขา อัน ตัว เรา เจ้า บุรี รัตนา ผี เสื้อ ภา ลง มา ไว้ ใน สาคร แล้ว เล่า ความ ตาม หนี นาง ผี เสื้อ จน เสีย เรือ ขึ้น อาไศรย ใน สิงขร อัน ท้าว ไทย ธิดา พะงา งอน พล นิกร สาว สนม กรม ใน ละลอก ซัด พลัด พราย ต้อง ว่าย น้ำ ด้วย มืด ค่ำ มิ ได้ เหน ว่า เปน ไฉน ทั้ง บุตรา ข้า นี้ ก็ หาย ไป ยัง มิ ได้ รู้ เหน ว่า เปน ตาย ท่าน นี้ มี ธุระ อย่าง ไร เล่า คุม สำเภา พล เรือ มา เหลือ หลาย เรา ทั้ง นี้ ชีวิตร จะ วอด วาย ท่าน ผู้ นาย เภตรา จง ปรานี ขอ เดิร สาร ท่าน ภอ เข้า ถึง ฝั่ง จะ เซ ซัง หมาย มุ่ง ไป กรุง ศรี อัน พวก ข้า ถ้า การ ของ ท่าน มี ก็ ตาม ที แต่ จะ ใช้ ได้ เมตา ๚ะ
๏ อุสเรน รู้ แจ้ง ไม่ แดง จิตร เสีย ดาย มิตร แทบ ชีวัง จะ สังขา ชุด พระ องค์ ลง ที่ แท่น แผ่น ศิลา ชล นา หลั่ง ไหล พิไร ครวญ โอ้ สุวรรณ มาลี เจ้า พี่ เอ๋ย บุญ ไม่ เคย คู่ ครอง ประคอง สงวน จะ จัด แจง แต่ง งาน เปน การ จวน เออ ก็ ควร แล้ว ฤา นาง มา วาง วาย เสีย แรง พี่ ติด ตาม ทราม สวาสดิ์ ที่ มุ่ง มาท มิ ได้ สม อารมณ์ หมาย จะ กลับ ไป ลังกา ก็ ท่า จะ อาย จะ ตาม ตาย เสีย ให้ พ้น คน นินทา ยิ่ง โศก ศัลย์ กันแสง แล่น ทะเวศ ชลเนตร พรั่ง พราย ทั้ง ซ้าย ขวา จน ลม จับ วับ วาบ ใน วิญญา พระ ภักตรา เศร้า ซบ สลบ ไป ๚ะ
๏ ฝ่าย เง่า ฝรั่ง อยู่ พรั่ง พร้อม เข้า ห้อม ถ้อม เซง แซ่ แล้ว แก้ ไข เคียง ประคอง ร้อง เรียก น้ำ ดอก ไม้ มา ลูบ ไล้ สาระพางค ให้ ห่าง คลาย หอม ระรื่น ฟื้น องค์ ดำรง นั่ง หมอ ฝรั่ง ริน ยา มา ถวาย ที่ ร้อน เร่า เศร้า ศร้อย ค่อย สบาย คิด เสีย ดาย พระธิดา ยิ่ง อาวรณ์
อิงแลนด
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม สิบ สาม ค่ำ จะ ให้ พวก ปาเลี่ยแมนค จับ ว่า ราช การ จน เดือน เก้า ขึ้น สี่ ค่ำ แล้ว ให้ เลิก แต่ จะ ให้ จับ ชุมนุม อีกใน กลาง เดือน สิบ เอ็ด
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม สิบ สี่ ค่ำ พวก ชุมนุม ปรึกษา ราชการ ได้ ลง ชื่อ ไซน ราง หนังสือ สัญญา ให้ ประมวน ช่วย รักษา คลอง ซูเอซ ลอด ดะ พีริน ได้ ให้ เข้า สัญญา ว่า พวก อังคริษ มี อำนาถ ที่ จะ กระทำ การ รบ ถ้า เกิด เหตุ จำ เปน เมื่อ ไร
๏ ที่ เมือง อะเลกซันเดรี่ย การ เงียบ อยู่
๏ ใน ประเทศ ซิเรีย ได้ เกิด การ ยุให้ แขก เคือง พวก ที่ นับถือ พระ เยซู สาสนา
๏ ยั่งกุ้ง เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม สิบสี่ ค่ำ มี ข่าว ว่า การ กับ ราชทูต พะม่า เลิก แล้ว ไม่ เปน เรื่อง ราว มี รับ สั่ง ให้ ราชทูต พะม่า กลับ มา ยัง เมือง แมนเดเล กรุง ประเทศ พะม่า เขียน ร่าง หนังสือ สัญญา ซึ่ง พวก อังกฤษ จะ ให้ เขา ทำ นั้น มอบ ให้ ไว้ กับ ราชทูต แล้ว ถ้า ที่บอ ขุนหลวง พะม่า จะ ยิง ยอม ทำ ตาม อีก สัก สาม เดือน จะ ใช้ ราชทูต ไป จาก เมือง ยั่งกุ้ง ซึ่ง มิ ได้ ทำ หนังสือ สัญญา ให้ สำเร็จ นั้น เพราะ ข้อ สัญญา สาม ชนิด ข้อ หนึ่ง จะ ให้ ราชทูต มี ทหาร ภอ การ รักษา ตัว ตั้ง อยู่ ที่ กรุง พม่า ข้อ หนึ่ง ห้าม มิให้ มีเจ้า ภาษี ทุก ชนิด ทั้ง เจ้า ภาษี ต่าง ๆ ที่ ห้าม ไว้ แล้ว ใน หนังสือ สัญญา คราว ก่อน ๆ นั้น ข้อ หนึ่ง ห้าม มิ ให้ เรียก ภาษี ขา เข้า ขา ออก สัก อย่าง เว้น แต่ ที่ พิกัด ไว้ แล้ว ใน หนังสือ สัญญา พวก พะม่า ยอมให้ เลิก การ ถอด รอง เท้า ท่าน ไวซะรอย ผู้ ลำเร็จ ราชการ ที่ ประ เทศ อินเดีย อนุญาต ให้ พวก พะม่า ซื้อ ปืน ไรเฟล ห้า พัน กระบอก ทั้ง ลูก ปัดตัน กระบอก ละ ร้อย นัด
๏ กรุง ลันดัน เดือน แปด ทุติยาสาธ แรม สิบ ห้า ค่ำ แขก อะราบี่ ปาชะ กำลัง ทำ คู เนิน กั้น ด้วย รวด เร็ว พวก ทหาร เรือ รบ อังคริษ รับ พล รบ แขก ที่ มา ต่อ สู้ ที่ เมือง เมกซ จน พวก แขก แตก หนี
๏ กรุง ลันดัน เดือน เก้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง น้ำ จืด ที่ เคย ได้ ที่ เมือง อะเลกซันเดรี่ย ก็ เปน อัน น้อย ลง ไป เซอ คาเนต วุลซี่ แม่ ทัพ อังคริษ ถึง เมือง อะเลกซันเดรี่ย แล้ว
๏ กอง ทัพ ตุรกี ห้า พัน คน ที่ หมาย จะ ให้ ไป เมือง อะเลกซันเดรี่ย หา ได้ ไป เมือง นั้น ไม่ แต่ ได้ ขึ้น บก ที่ เมือง กรีต
๏ กรุง ลันดัน เดือน เก้า ขึ้น หก ค่ำ ทัพ กอง หน้า อัน อยู่ ใต้ บังคับ แม่ ทัพ เซอ คาเนด วุลซี่ ได้ ลง กำปั่น วาน นี้ เวลา เที่ยง เรือ เดิร ออก จะ ไป เมือง อบูกีร ใน เวลา บ่าย ได้ ยิน เสียง ปืน ตลอด ไป ข้าง คลอง มะมุดิเอ่
๏ ปาเลี่ยแมนต์ คือ ขุนนาง ฝ่าย ราษฎร เลิก กัน พลาง แล้ว
๏ กรุง ลันดัน เดือน เก้า ขึ้น เจ็ด ค่ำ กำปั่น ส่ง ทหาร เครื่อง อาวุธ แล เสบียง อาหาร มา จาก ประเทศ อินเดีย มา ถึง ท่า ที่ เรียก โปดเซด อัดมิรัล ซีโมร แม่ ทัพ กำปั่น รบ ได้ ห้าม การ ค้า ขาย ที่ คลอง ซุเอซ ไป พลาง พวก อังกฤษ ได้ เมือง โปดเซด เมือง กันตาระ แล เมือง อิซมาเลี่ย ได้ ด้วย ง่าย พวก แขก มิ ได้ ต่อ สู้
๏ กรุง ลันดัน เดือน เก้า ขึ้น แปด ค่ำ จับ การ ค้า ขาย อีก แล้ว ที่ คลอง ซุเอซ พวก อังกฤษ ได้ ตี แล ไล่ พวก แขก ฆ่าศึก ที่ เมือง จาลุฟ กอง ทัพ หน้า จับ ลง จาก กำปั่น ขึ้น บก ตี เมือง อิซมาเลี่ย จาลุฟ เปน ชื่อ เมือง แรก ที่ รถ ไฟ เคย หยุด เมื่อ ออก จาก ซุเอซ จะ ไป เมือง อิซมาเลี่ย ที่ จะ เปน พล รบ จาก อินเดีย ซึ่ง ได้ ต่อ สู้ พวก แขก ใน ครั้ง ว่า มา นี้
๏ กรุง ลันดัน เดือน เก้า ขึ้น สิบ ค่ำ น้ำ ได้ ลง นัก น้ำ ใน แม่ น้ำ ไนล์ สูง ขึ้น ทั้ง เรว ทั้ง มาก
๏ พวก ฆ่าศึก แขก ตั้ง แขง แรง อยู่ ที่ ประเทศ ติเอล กิเบอร์ เซอ คาเนตวุลซี่ แม่ ทัพ อังกฤษ จะ ออก ไป รบ เขา วัน นี้
๏ เมือง ติเอลกิเบอร์ เปน ชื่อ เมือง ที่ ภัก แรก แห่ง ทาง รถ ไฟ อัน ออก จาก เมือง อิซมาเลี่ย จะ ไป เมือง กายโร ฤา เมือง อาเลกซันเดรี่ย
๏ การ เดือด ร้อน ให้ แค้น คน ถือ พระเยซู สาศนา มาก ขึ้น ใน เมือง ซิเรีย
๏ กรุง ลันดัน เดือน เก้า ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ คลอง น้ำ จืด ขุด แล้ว
๏ ทัพ กอง หน้า ของ พวก แขก จับ ยิง ปืน บก สู้ กอง ทัพ อังกฤษ ที่ แบ่ง ไป อยู่ ที่ เมือง แรมเล
๏ กรุง ลันดัน เดือน เก้า ขึ้น สิบ สอง ค่ำ เซอ คาเนด วุลซี่ ตี ทำนบ น้ำ จืด ที่ กั้น มิ ให้ น้ำ จืด ไป ถึง เมือง อะเลกซัน เดรี่ย ไว้ แล้ว กอง ทัพ อัง คริษ ที่ เมือง แรมซี่ซ์ เพิ่ม เติม ทหาร มาก แล้ว จึ่ง ได้ ตี แขก ฆ่าศึก แตก แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน เก้า ขึ้น สิบ สาม ค่ำ มี ผู้ บอก ว่า กอง ทัพ แขก อะราบี่ เสี่ย ไม่ เปน เรื่อง แล้ว กอง ทัพ หน้า ของ เซอ คาเนต วุลซี่ แม่ ทัพ อังคริษ ยัง รุก เข้า ไป เสมอ ณะ ตำบล ต่าง ๆ ที่ พวก อังคริษ อยู่ การ สงบ ดี อยู่ ทุก แห่ง
๏ กรุง ลันดัน เดือน เก้า ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ คน หลวง ตุรกี ยอม ทำ สัญญา กับ แม่ ทัพ อังคริษ แล้ว แล ได้ ยอม จัด เรียก อะราบี่ เปน คน กระบถ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน เก้า ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ที่ เมือง แกฟรี่ดูร กอง ทัพ ของ แขก อะราบี่ คอย เพิ่ม เติม มาก ขึ้น พวก แขก ตั้ง ค่าย ที่ เมือง เมกช์ กอง ทัพ อังคริษ ที่ อะบูกีร มี ความ ลำบาก เพราะ ความ ร้อน หลาย คน เปน โรค ลม เพราะ แดด กล้า ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน เก้า แรม ค่ำ หนึ่ง พวก แขก ต่อ สู้ พวก อังคริษ ใกล้ เคียง เมือง ระซะซิน แต่ แพ้ อังคริษ เสีย พล รบ เปน อัน มาก พวก อังคริษ ได้ ปืน ใหญ่ สิบเอ็ด กระบอก แต่ เสีย คน ร้อย ยี่ สิบ คน ๚ะ
๏ กรุง ลันลัน เดือน เก้า แรม สอง ค่ำ พวก แขก ฆ่าศึก ตั้ง ค่าย อยู่ ที่ เมือง กะซะซิน แขก อะราบี่ อยู่ ที่ นั้น ด้วย พวก อังคริษ จัด กระบวน ทัพ ให้ ลง กำ ปั่น ที่ เมือง อิศมาเลี่ย แม่ กอง สอง นาย คือ เยนิรัล แฮมลี่ แล เยนิรัล อะลิซัน เปน ผู้ คุม กอง ทัพ นั้น ๚ะ
๏ ข้าง แรม เดือน เก้า เจ้า เชียง ใหม่ กับ เจ้า นาย ลาว หลาย คน ลง มา ถึง กรุง เทพ แล้ว พวก ลาว นี้ มา ใน เรือ หก สิบ ลำ เสศ นำ เครื่อง บรรณาการ มา ถวาย ช่วย การ ฉลอง พระ ที่ นั่ง ใหม่ จักรี มหา ปราสาท แล การ เฉลิม พระชนม์ พรรษา ด้วย ใน หลวง ได้ ทรง พระกรุณา โปรด ให้ เรือ กล ไฟ หลาย ลำ ขึ้น ไป รับ เจ้า เชียง ใหม่ ทั้ง พัค พวก แล จุง ลาก เรือ ลาว ลง มา ทุก ลำ แล ได้ โปรด จัด ที่ ให้ เจ้า เชียงใหม่ ทั้ง พัค พวก อา ไศรย อยู่ ริม วัด อรุณยาวาศ ๚ะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ๚ะ
๏ มี หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เป็น คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เป็น คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เป็น บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง คือ ๚ะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นก ยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม โยฮัน เป็น เรื่อง ใน พระ คำภีร์ พระ เยซู ศาสนา จันทะโครบ จินดามณี พระยา ฉัททัน ซุยถัง ตำรา ดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนา กับ นิราศ ภูเขา ทอง นก กระ จาบ เบญมาศ ทอง ปถม มาลา อัง กฤษ ปุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ช มงกุฎ พระ อไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคล ทิปนี แปล เป็น สุภาษิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณ วงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติ พระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษ สวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้า เงาะ สิบสอง เหลียม สุภาษิต ต่าง ๆ คือ ไตณิยาย ซงจี้ มงคลทิปนีแปล สุภาษิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาษิต สอน เด็ก สุภาษิต พระร่วง สุภาษิต โคลง สมุก จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ ๚ะ
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไท เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้งหลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ์ ฤๅ ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซื้อ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรง พิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด
เปน ที่ เรียน วิชา ต่าง ๆ
๏ ถ้า บิดา มารดา ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ ให้ ลูก ชาย ลูก หญิง เรียน ภา ษา ไท ภาษา ฝรั่ง ฤๅ วิชา ต่าง ๆ เพื่อ จะ เปน คน มี ปัญญา รู้ ความ ซึ่ง เรียบ ร้อย จะ ได้ เปน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ สม เปน พ่อ บ้าน แม่ บ้าน เปน กำลัง แก่ ราชการ แล แผ่นดิน บ้าน เมือง เชิญ มา ฝาก ไว้ กับ ครู แล ที่ ยูไนเวอซิตี้ สยาม บาง คอ แหลม ค่า สอน ค่า เลี้ยง จะ เรียก เอา แต่ พอ สม การ ถ้า จะ รู้ ความ ละเอียด เชิญ มา ถาม แต่ ครู ที่ บางคอแหลม เทอญ