
| เล่ม ๑ แผ่น ๖ วัน พุฒ เดือน ยี่ ขึ้น ๒ ค่ำ ปี มะเมีย จัตวาศก ๑๒๔๔ |
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง พระ มหา กรุณา โปรด เกล้า ฯ เลื่อน ยศ เจ้า นคร เชียงใหม่ เปน พระเจ้า อินทร วิชยานนท์ พหล เทพย ภักดี ศรี โยคนางค ราชวงษา ธิปไตย มะโหดร พิไสย ธุระสิทธิ ธาดา ประเทศ ราชา นุภาวะ บริหาร ภูบาล บพิตร สถิตย ณชิยางค์ ราชวงษ พระเจ้า นคร เชียงใหม่ ประ เทศ ราช ฝ่าย ลาว นาม นี้ จารึก ลง ใน แผ่น สุพรรณ บัตร พระ ราชทาน กับ พระเจ้า เชียงใหม่ ณวัน จันทร์ เดือน สิบสอง แรม เก้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๕ ๚ะ
๏ ณวัน อาทิตย เดือน อ้าย ขึ้น เจ็ด ค่ำ พระเจ้า เชียง ใหม่ เข้า เฝ้า พระ กรุณา ถวาย บังคม ลา กลับ ขึ้น ไป เมือง นคร เชียงใหม่ พร้อม ด้วย แสน ท้าว พระยา ลาว ที่ เปน บริวาร ของ ท่าน ๚ะ
๏ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง พระ มหา กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ พระยา สํภากร ( พุ่ม ) ขึ้น ไป เปน ข้าหลวง ชำระ ความ ต่าง ประเทศ ที่ เมือง นคร เชียง ใหม่ เปลี่ยน พระยา ราช เสนา ลง มา พระเจ้า เชียง ใหม่ ได้ ออก จาก กรุง เทพ กลับ ไป เมือง เชียงใหม่ แต่ ณวัน อังคาร เดือน อ้าย แรม ค่ำ ๑ จุลศักราช ๑๒๔๕
๏ วัน อาทิตย เดือน อ้าย แรม เจ็ด ค่ำ วัง หลวง ได้ เสด็จ ไป เที่ยว ข้าง ฝั่ง ทะเล ฝ่าย ตะวัน ออก เที่ยว ชม ฝั่ง ทเล แล เอา อากาศ ด้วย เสด็จ กลับ เข้า พระ บรม ราชวัง เดือน อ้าย แรม หก ค่ำ ๚ะ
๏ วัน เสาร์ เดือน สิบสอง แรม สิบสี่ ค่ำ พระองค์ เจ้า น้อง ยา เธอ กรม หมื่น ภูธเรศ ธำรงค์ ศักดิ์ เสด็จ ถึง ปาก น้ำ เวลา บ่าย ๗ โมง ๕๕ มินิต รุ่ง ขึ้น อีก วัน หนึ่ง เสด็จ กลับ กรุง เทพ เวลา สาม ทุ่ม ๚ะ
๏ สมเด็จ เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ เจ้า พระยา ที่ สมุห กระลาโหม เจ้า พระยา ภานุวงษ มหาโกษา ธิบดี แล พระยา ประพา กรวงษ ถึง ปาก น้ำ เวลา บ่าย ๕ โมง ยี่สิบ มินิต ณวัน จันทร์ เดือน อ้าย ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เวลา เช้า โมง หนึ่ง ท่าน ทั้งหลาย นี้ ต่าง ท่าน ต่าง นาย ไป ใน เรือ ไฟ ของ ท่าน เอง ๚ะ
๏ ได้ คัด ลอก เรื่อง ดาว หาง ของ แอดยุแตนต์ กุหลาบ ซึ่ง ตั้ง ไว้ ใน โรง เอกซะฮิบิเช่อน ณ ท้อง สนาม หลวง มา ลง พิมพ์ ไว้ ให้ ปรากฎ ว่า คน ชาว สยาม ตั้ง แต่ โบราณ ถึง ปัจุบัน นี้ ได้ หมาย ซึ่ง เหน มี ดาว หาง ๔ ครั้ง ถึง ครั้ง นี้ ๚ะ
๏ กรุง ทวาราวดี ศรีอยุทธยา ตั้ง แต่ สร้าง จน เสีย กรุง ได้ ๔๑๗ ปี ได้ หมาย ว่า มี ดาว หาง ครั้ง หนึ่ง เมื่อ จุลศัก ราช ๑๑๑๙ ปี ฉลู นพศก ใน แผ่นดิน สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว บรม โกฎ ซึ่ง เปน พระเจ้า แผ่นดิน ที่ ๓๒ ใน กรุง เก่า ๚ะ
๏ ใน แผ่นดิน พระเจ้า กรุง ธนบุรี ได้ หมาย มี ดาว หาง ครั้ง หนึ่ง ขึ้น ทิศ ทักษิณ เมื่อ จุลศักราช ๑๑๓๓ ปี ฉลู เอกศก ๚ะ
๏ ใน แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระ พุทธ เลิศ หล้า นภา โดย รัชกาล ที่ ๒ ใน กรุง เทพ ฯ มี ดาว หาง สอง ครั้ง ดาว หาง ครั้ง ที่ ๑ ขึ้น ทิศ ตะวัน ตก เฉียง ใต้ เมื่อ ณวัน ๑๐ ค่ำ ปี มะเมีย โทศก จุลศักราช ๑๑๗๒ เปน ปี ที่ ๒ ใน รัชกาล แผ่นดิน ที่ ๒ ปรากฏ อยู่ ๒๐ วัน ก็ สูญ หาย ไป ดาว หาง ครั้ง ที่ ๒ ขึ้น ทิศ พะยับ หาง ไป ทิศ อิสาร ดาว หาง ดวง นี้ ศรี ขาว หาง ยาว ใหญ่ โต ขึ้น เมื่อ ณวัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม เจ็ด ค่ำ ปี มะแม ตรีศก จุลศักราช ๑๑๗๓ เปน ปี ที่ ๓ ใน รัชกาล แผ่นดิน ที่ ๒ ปรากฏ อยู่ สาม เดือน จึ่ง สูญ หาย ไป ๚ะ
๏ ใน แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระนั่งเกล้า เจ้า อยู่ หัว รัชกาล ที่ ๓ กรุง เทพ มี ดาว หาง ๒ ครั้ง ดาว หาง ครั้ง ที่ ๑ ขึ้น ทิศ หรดี ณวัน อังคาร เดือน สิบเอ็ด แรม แปด ค่ำ ปี ระกา สัปตศก จุลศักราช ๑๑๘๗ เปน ปี ที่ ๒ ใน รัชกาล แผ่นดิน ที่ ๓ ปรากฏ อยู่ ๑๘ วัน ก็ สูญ หาย ไป ดาว หาง ครั้ง ที่ ๒ ขึ้น ทิศ อิสาร ณวัน พุฒ เดือน สิบ แรม ห้า ค่ำ ปี ขาล โทศก จุลศักราช ๑๑๙๒ เปน ปี ที่ ๗ ใน รัชกาล แผ่นดิน ที่ ๓ เหน ปรากฏ อยู่ ๑๖ วัน ก็ สูญ หาย ไป ๚ะ
๏ ใน แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว รัชกาล ที่ ๔ กรุง เทพ มี ดาว หาง ๒ ครั้ง ดาว หาง ครั้ง ที่ ๑ ขึ้น ทิศ ตะวัน ตก เฉียง ใต้ ณวัน เสาร์ เดือน สิบ แรม สิบ ค่ำ ปี มะเมีย สัมฤทธิศก จุลศักราช ๑๒๒๐ เปน ปี ที่ ๘ ใน รัชกาล แผ่นดิน ที่ ๔ เหน ปรากฏ อยู่ ๓๘ วัน ก็ สูญ หาย ไป ดาว หาง ครั้ง ที่ ๒ ขึ้น ทิศ ตะวัน ตก เฉียง ใต้ ณวัน จันทร์ เดือน แปด ทุติยาสาธ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี ระกา ตรีศก จุลศักราช ๑๒๒๓ เปน ปี ที่ ๑๑ ใน รัชกาล แผ่นดิน ที่ ๔ เหน ปรากฏ อยู่ ๕๘ วัน ก็ สูญ หาย ไป ๚ะ
๏ ณวัน จันทร์ เดือน อ้าย ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เกิด เพลิง ไหม้ ขึ้น ที่ บ้าน หลวง ชำนิ ใน กรม ล้อม พระ ราชวัง ซึ่ง ตั้ง บ้าน อยู่ ริม วัด ราชนัดาราม เพลิง ไหม้ เรือน เครื่อง ผูก ๕ หลัง ครัว ไฟ สอง หลัง ยุ้ง เข้า หลัง ๑ เพลิง ไหม้ ใน เวลา บ่าย สอง โมง ขณะ เพลิง ไหม้ นั้น ทหาร กอง ดับ เพลิง ใหม่ ได้ รีบ เร่ง ไป ช่วย ดับ เพลิง โดย แขง แรง เต็ม กำลัง เพลิง จึ่ง ไม่ ได้ ไหม้ ต่อ ไป ได้ มาก ถ้า ทหาร ดับ เพลิง ใหม่ ไม่ ได้ มา ช่วย ดับ โดย เร็ว น่า กลัว เพลิง จะ ไหม้ เปน อัน มาก เพราะ ที่ นั้น เปน เรือน หมู่ มาก แล ใกล้ วัด หลวง ด้วย ทหาร ดับ เพลิง ใหม่ นี้ ดับ เพลิง แขง แรง นัก ๚ะ
๏ ณวัน จันทร์ เดือน อ้าย ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ เวลา บ่าย สอง โมง เสศ เกิด เพลิง ไหม้ เรือน สอง ห้อง เครื่อง ผูก หลังคา จาก ฝา จาก หลัง หนึ่ง ของ นาย น้อย กับ ไหม้ เรือน ๕ ห้อง เครื่อง สับ หลังคา จาก หลัง หนึ่ง ของ นาย หมุด แขก หลัง หนึ่ง เรือน สอง หลัง ที่ ไฟ ไหม้ นี้ อยู่ ที่ ตำบล เหนือ ปาก คลอง บาง พลัด เพลิง ไหม้ แต่ สอง หลัง ก็ สงบ มิ ได้ ไหม้ ต่อ ไป เพราะ ชาว บ้าน ใกล้ เคียง กับ พวก ทหาร กอง ลาด ตระเวน ใน พระยา นรรัตน์ ราชมานิต มา ช่วย ดับ เพลิง สืบ ได้ ความ ว่า ต้น ไฟ นั้น คือ อ้าย แดง อายุ สิบ ฃวบ ทาษ นาย น้อย เจ้า ของ เรือน ที่ เพลิง ไหม้ อ้าย แดง ติด ไฟ หุง เฃ้า ที่ ระเบียง เรือน นาย น้อย นาย เงิน อ้าย แดง ไม่ รักษา เตา ไฟ ลง เรือน ไป เที่ยว เล่น ลม พัด ไฟ ใน เตา ไป ติด ฝา เรือน นาย น้อย ไหม้ หลัง หนึ่ง แล้ว เพลิง ลาม ไป ไหม้ เรือน นาย หมุด แขก หลัง หนึ่ง ๚ะ
๏ ได้ ยิน ข่าว ที่ นาย พิสัณธ ยุทธการ ว่า เรือ เปด สอง แจว ของ พระ รักษา เทพ เจ้า กรม พระ ตำรวจ ใน พระ ราชวัง บวร ฯ หาย ไป ลำ หนึ่ง แล้ว เจ้า ของ เรือ เปด ทราบ ข่าว ใน หนังสือ ประกาศ ของ พระยา นรรัตน์ ราชมานิต ว่า เรือ เปด ของ ผู้ ใด ลอย น้ำ มา ทหาร กอง ลาด ตระเวน เก็บ ไว้ ได้ ให้ เจ้า ของ เรือ มา รับ เอา เรือ ไป ไม่ เอา ค่า ถ่าย นาย พิสัณธ ยุทธการ ได้ ภา ตัว พระรักษาเทพ ไป ทำ หนังสือ รับ เรือ เปด แก่ เจ้า พนักงาน ทหาร ๆ ได้ มอบ เรือ เปด ให้ ไป ไม่ ได้ เรียก ค่า ถ่าย แล ค่า ธรรมเนียม อะไร เลย ๚ะ
๏ ได้ ยิน ข่าว ว่า ใน วัน เมื่อ นาย พิสัณธ ยุทธการ ไป รับ เรือ เปด นั้น มี หญิง คน หนึ่ง ชื่อ วุ่น มา ทำ หนังสือ รับ เรือ มาด หมู เล็ก ที่ ลอย ตาม น้ำ มา ทหาร พวก นั้น เก็บ ไว้ ได้ แล้ว ให้ ไป พร้อม กัน กับ นาย พิสัณธ ยุทธการ ไม่ ได้ เรียก ค่า อะไร เลย เหมือน กัน แล้ว ได้ ยิน ข่าว ว่า ทุ่น ไม้ ไผ่ ของ ชาว แพ ซาด ลอย ตาม น้ำ มา ทหาร พวก นั้น เก็บ ได้ แล้ว ก็ ไป ป่าว ร้อง ตาม แพ ให้ มา รับ เอา ไป ไม่ เอา ค่า ถ่าย การ เปน ได้ ถึง อย่าง นี้ เปน การ ดี แก่ ราษฎร ชาว ท้อง น้ำ มี ความ ศุข มาก เพราะ พระ บารมี พระ บาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เจ้า กรุง สยาม โปรด ให้ พระ ยา นรรัตน์ ราชมานิต จัด ทหาร รักษา การ คอย ระงับ เหตุ ร้าย ได้ อย่าง นี้ เปน การ ดี การ งาม เปน ความ ศุข แก่ บ้าน เมือง ราษฎร ชาว พระ นคร ตาม ลำ น้ำ มี ความ ศุข มาก กว่า แต่ ก่อน ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า เอดิตอ ได้ เก็บ เอา หนังสือ ประกาศ ของ ทหาร กอง ตระเวน ว่า ด้วย เก็บ ได้ เรือ ลอย น้ำ แล ซุง ลอย น้ำ ให้ เจ้า ของ มา รับ เอา ไป ไม่ เอา ค่า ถ่าย มี เนื้อ ความ ดัง นี้ ๚ะ
๏ ด้วย แอดยุแตนต์ กุหลาบ เจ้า พนักงาน ตรวจ การ ทหาร กอง ลาด ตระเวน ทาง น้ำ ฝ่าย เหนือ พระ นคร รับ บัญชา ต่อ พระยา นรรัตน์ ราชมานิต ผู้ เปน อธิบดี ใน กรม ทหาร กอง ลาด ตระเวน ทาง น้ำ ฝ่าย เหนือ พระ นคร มี บัญชา สั่ง ว่า ให้ แจ้ง ความ กับ ชาว บ้าน ชาว แพ ชาว เรือ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า ทหาร กอง ลาด ตระเวน เก็บ ได้ เรือ ลำปั้น ต่อ ขึ้น กระดาน กราบ สาม แผ่น กำลัง กว้าง ศอก ๒๐ นิ้ว โดย ยาว ๔ วา ๓ ศอก คืบ ศีศะ แล ท้าย เลี่ยม ทอง เหลือง เรียบ ร้อย ข้าง ใน ทา ศรี ขาว ตลอด ลำ ที่ กลาง ลำ เรือ นั้น มี ที่ นั่ง สำหรับ ห้อย เท้า มี รอย พะนัก พิง ด้วย กับ มี ที่ ตำ หนิ และ ที่ หมาย สำคัญ ของ เรือ นั้น หลาย แห่ง ไม่ ได้ แจ้ง มา เพราะ จะ ให้ เจ้า ของ เรือ พูด ให้ ถูก ที่ หมาย สำคัญ ของ เรือ นั้น ก่อน จึง จะ ยอม ให้ เรือ นั้น ไป โดย สดวก ไม่ รับ ประทาน ค่า ถ่าย ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ผู้ ใด เปน เจ้า ของ เรือ นี้ โดย จริง จง รีบ มา รับ เอา เรือ นี้ ไป โดย เร็ว เถิด กับ เรือ เล็ก อย่าง อื่น อีก หลาย ลำ กับ ไม้ ซุง ด้วย หลาย ต้น ทหาร ลาด ตระเวน เก็บ ลอย น้ำ ได้ มา ส่ง ไว้ ที่ สะเตเช่อน แอดยุ แตนต์ กุหลาบ รักษา ไว้ เพื่อ จะ ให้ กับ เจ้า ของ ไป โดย สดวก ไม่ เอา ค่า ถ่าย ตาม บัญชา สั่ง ของ พระ ยา นรรัตน์ ราชมานิต ท่าน ผู้ ใด ที่ เจ้า ของ เรือ เจ้า ของ ไม้ ซุง ที่ หาย นั้น จง รีบ มา ตาม ถ้า พูด ถูก ต้อง ตำหนิ แล สิ่ง สำคัญ ก็ จะ ให้ ของ นั้น ไป โดย เร็ว ๚ะ
๏ ได้ ยิน ข่าว ว่า นักโทษ ที่ ประหาร ชีวิตร เรื่อง หนึ่ง นั้น คือ อ้าย แหวน อายุ ๓๒ ปี สัก ท้อง มือ เปน ไพร่ หลวง กรม อาษาจาม ใน พระ ราชวัง บวร อ้าย แหวน แทง จีน พุก ตาย ที่ ตลาด น้อย อ้าย แหวน มี ความ ผิด ล่วง พระราช อาญา กฎหมาย แผ่นดิน อ้าย แหวน ต้อง รับ พระ ราช อาญา เฆี่ยน ๕๐ ที แล้ว ต้อง ประหาร ชีวิตร ที่ วัด พลับ พลา ไชย ณวัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น ห้า ค่ำ ปี มะเมีย จัตวาศก ๑๒๔๔ ๚ะ
๏ นักโทษ ที่ ต้อง ประหาร ชีวิตร อีก เรื่อง หนึ่ง นั้น คือ อ้าย ส่อน อายุ ๒๑ ปี เปน ทหาร น่า เดิม อ้าย ส่อน รัก ใคร่ อำแดง วอน อ้าย ส่อน ให้ เถ้า แก่ ไป ขอ อำ แดง วอน ต่อ บิดา มารดา อำแดง วอน ไม่ ยอม ให้ อ้าย ส่อน รู้ ว่า อำแดง วอน รัก กับ พระ เนื้อย อ้าย ส่อน โกรธ พระ เนื้อย ครั้น ณวัน ศุกร เดือน เก้า แรม เจ็ด ค่ำ ปี มะเสง ตรีศก เวลา ค่ำ อ้าย ส่อน กับ อ้าย แสง อ้าย รอด สาม คน ลง เรือ ไป ซุ่ม อยู่ ที่ น่า วัด ลาด [?] ให้ อ้าย รอด เฝ้า เรือ ให้ อ้าย แสง ยืน อยู่ ข้าง กำแพง โบถ ระวัง ต้น ทาง อ้าย ส่อน ถือ ปืน คาบ สี่ลา กระบอก หนึ่ง ประจุ ดิน แล ลูก ปราย อ้าย ส่อน ถือ ปืน แอบ เข้า ไป ยิง พระ เนื่อย ซึ่ง นอน อยู่ ใน กุฏี พระ เนื่อย ถูก ปืน อยู่ ได้ คืน หนึ่ง ตาย โจท ฟ้อง อ้าย ส่อน ตระลาการ ชำระ อ้าย ส่อน รับ เปน สัตย แล้ว ลูกขุน ปฤกษา โทษ อ้าย รอด อ้าย แสง ให้ ลง พระราช อาญา เขียน คล ๖๐ ที ส่ง ตัว ไป จำ ไว้ ณะคุก แต่ อ้าย ส่อน ผู้ ลง มือ นั้น เปน มหันตโทษ ให้ ริบ ราช บาทว์ แล้ว ลง พระ ราช อาญา เขียน ๔๐ ที แล้ว เอา ตัว ไป ประหาร ชีวิตร ที่ วัด พลับ พลา ไชย ณะวัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น ห้า ค่ำ จัตวาศก ๑๒๔๔ ๚ะ
๏ ณะวัน อาทิตย เดือน อ้าย แรม สิบสาม ค่ำ ประหาร ชีวิตร นักโทษ ปล้น แพ จีน หลง ที่ ปาก คลอง บาง ลำภู บน ๑๑ คน คือ อ้าย ทอง แดง หัว หน้า แห่ง ผู้ ร้าย ๑ อ้าย แสง ๑ อ้าย จ่าง ขาว ๑ อ้าย คล้อย ๑ อ้าย จ้อย ๑ อ้าย เปลี่ยน ๑ อ้าย มี่ ๑ อ้าย ทั่ง ๑ อ้าย สุก ๑ อ้าย เกด ๑ อ้าย สุด ๑ รวม ๑๑ คน นี้ มี ความ ผิด เปน มหันตโทษ ต้อง รับ พระราช อาญา เขียน หลัง สาม ยก เก้า สิบ ที ที่ น่า ผะเผย แล้ว เจ้า พนักงาน กรม พระ นคร บาล นำ เอา ตัว อ้าย ผู้ ร้าย ๑๑ คน ไป ประหาร ชีวิตร ที่ วัด พลับ พลา ไชย ๚ะ
๏ เมื่อ เอา นักโทษ ไป ประหาร ชีวิตร นั้น มี เจ้า พนักงาน กำกับ คือ กรม วัง ๑ กรม นา ๑ กรม ท่า ๑ กรม เมือง ๑ กรม พระสุรัศ ส์วสัดิ ๑ กรม อาษา ใหญ่ ซ้าย ๑ ขวา ๑ กอง ตระเวน ซ้าย ๑ ขวา ๑ กรม มหาด เล็ก ๑ กรม ทหาร มี นาย ๔ ไพร่ ๒ โหล ๚ะ
๏ คน โทษ คน หนึ่ง ชื่อ อ้าย อิ่ม หนี คุก ถ้า จับ ตัว มา ส่ง เจ้า พนักงาน จะ ให้ สิน บน เงิน ชั่ง หนึ่ง รูป ชัก ของ คน โทษ ติด อยู่ ที่ ประตู เมือง หลาย แห่ง เพื่อ จะ ช่วย ให้ คน จับ ตัว มัน ให้ ได้ ด้วย ง่าย ๚ะ
๏ ณะวัน อาทิตย เดือน อ้าย ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ เวลา กลาง คืน มี ผู้ ร้าย ถ้วง ขึ้น เรือ แขก ทอด สมอ อยู่ ริม ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ที่ สวน เจ๊ก อับ ตำบล บาง คอแหลม ชาว เรือ นั้น บันทุก เรือ มาด เข้า มา ขาย พึ่ง ขาย เรือ มาด หมด ลำ จะ คิด อ่าน จัด ซื้อ ของ บันทุก กลับ ออก ไป บ้าน ผู้ ร้าย ขึ้น เรือ เข้า ถ้วง ลัก เอา เงิน ไป ทั้ง หมด เงิน ที่ ลัก เอา ไป นั้น ถึง พัน ห้า ร้อย บาท เจ้า ของ เรือ สิ้น ปัญญา ร้อง ไห้ น้ำ ตา ไหล ถ้า มี พวก โปลิศ ทาง น้ำ เที่ยว ตระเวน การ ซะโมย เช่น นี้ ก็ จะ เบา บาง ลง สนัด เขา ภา กัน ว่า พวก โปลิศ ทาง น้ำ เที่ยว ตระเวน ทุก คืน ข้าง บน เหนือ วัง หลวง ขึ้น ไป แต่ ตอน ล่าง นี้ ยัง ไม่ เคย ภบ พวก โปลิศ ขา เรือ เดิร ตระเวน เลย ๚ะ
๏ วัน พุฒ เดือน อ้าย ขื้น สาม ค่ำ พวก ครู อเมริกัน หลาย คน ทั้ง หญิง ทั้ง ชาย ออก จาก กรุง เทพ จะ ไป เมือง เชี่ยงใหม่ พวก นี้ ไป ด้วย เรือ แปด ลำ ใน พวก นี้ ครู บาง คน ได้ ไป แล พึ่ง กลับ มา จาก เมือง อะเมริกัน แล บาง คน นั้น เปน คน เข้า มา ใหม่ ๚ะ
๏ ณวัน เสาร์ เดือน สิบสอง ขื้น ห้า ค่ำ ครู เอล เอ อีตอน เดิร ส่าน มา ยัง กรุง เทพ ใน เรือ กล ไฟ อัง กฤษ ที่ เรียก บันยงเล่ง จะ ช่วย ครู ดีน ส่อน พวก จีน ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ ณวัน พฤหัสบดี เดือน อ้าย ขื้น สี่ ค่ำ เปน วัน พวก ลูก ลิศ ที่ ซะกูล หลวง ที่ สวน อนันต์ ถูก ไล่ หนังสือ ครู แฮซ ยี่. แมกฟาลานด์ ดี. ดี. เขียน หนังสือ เชิญ คน เปน อัน มาก ทั้ง ชาว สยาม แล ชาว นอก ให้ มา ประชุม ฟัง พวก ครู ไล่ เลียง ไต่ ถาม พวก ลูก ลิศ ใน วิชา แล การ ที่ พวก ลูก ลิศ นั้น เรียน มา แล้ว ใน ปี ที่ เรียน นั้น พวก ชาว สยาม แล พวก ฝรั่ง หลาย นาย มา ตาม เชิญ แล ได้ ฝาก ของ ให้ แก่ ครู แมกฟาลานด์ ให้ แจก เปน บำเหน็จ รางวัน แก่ คน ที่ เปน คน ฉลาด คน เพียร คน ดี ใน ซะกูล นั้น ลูก ลิศ ต่าง ๆ ที่ เปน คน ดี คน เพียร ครู ได้ แจก ดอก ไม้ ให้ ติด เสื้อ เปน สำคัญ ประมาณ สัก ยี่สิบ คน ๚ะ
๏ พวก ลูก ลิศ ที่ ถูก ไล่ นั้น ต่าง คน ต่าง ได้ ให้ เหน ว่า เขา เข้า ใจ เรื่อง ต่าง ๆ ที่ เขา ได้ เรียน นั้น พระองค์ เจ้า น้องยา เธอ พระองค์ ดิฐวร กุมาร นาย ห้าง มุเลอ แอนไมซเนอ แล นาย ห้าง แรมเซ แอนด์ โก ได้ ฝาก ของ ต่าง ๆ สำหรับ จะ แจก เปน ของ บำเหน็จ รางวัน แก่ ลูก ลิศ ต่าง ๆ ที่ ดี เกิน เพื่อน ใน การ เรียน ต่าง ๆ นั้น เจ้า พนักงาน กอมมิตี ได้ ให้ บำเหน็จ สูง สุด แก่ นาย แจ่ม บำเหน็จ ที่ สอง แก่ นาย จุ้ย ที่ สาม แก่ นาย มงคล ที่ สี่ แก่ นาย เยื้อน ลูก ลิศ นาย อุ่น นาย ถม นาย แก้ว ได้ บำเหน็จ เพราะ เปน คน ฉลาด ใน ชั้น เชิง พูดจา นาย ถม ได้ บำเหน็จ เพราะ ชำนาน ใน การ คิด เลข นาย อุ่น ได้ บำเหน็จ เพราะ ฉลาด แปล ภาษา อังกฤษ เปน ภาษา สยาม นาย แจ่ม ได้ บำเหน็จ เพราะ ฉลาด แปล ภาษา สยาม เปน ภาษา อังกฤษ นาย ชม ได้ บำเหน็จ เพราะ ปัญญา เรียน ไว กว่า เพื่อน หม่อม เจ้า พรม หม่อม เจ้า เบี้ยว นาย เยื้อน นาย เปิ้ม แล นาย แจ่ม เพราะ มะนะ มา เรียน วัน มาก กว่า เพื่อน
๏ ซะกูล นี้ จะ จับ ส่อน อีก เดือน อ้าย แรม สิบสี่ ค่ำ ควร ที่ ลูก เจ้า ลูก ขุนนาง แล ราษฎร จะ ให้ ลูก ชาย ทุก ๆ คน ไป เรียน ที่ ซะกูล หลวง ที่ สวน อนันต์ จะ ได้ ชำนาญ ใน วิชา ความ รู้ แล ศิลปส่าตร ต่าง ๆ สม จะ ได้ เปน คน ควร รับ ราชการ เปน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ อุปถัมภ์ รักษา แผ่นดิน บ้าน เมืยง แล สมเด็จ พระ เจ้า กรุง สยาม ให้ มี ความ เจริญ ยิ่ง ๆ ขึ้น ไป กาล ช้า นาน ด้วย ว่า ใน หลวง มิ ได้ คิด เสีย ดาย เงิน เปน ค่า ครู สอน ค่า เลี้ยง ลูก สิศ์ เปน อัน มาก แล้ว แต่ จะ ไป เรียน นั้น ฯะ
๏ ท่าน ทั้งหลาย ที่ มี ใจ กรุณา แก่ ราษฎร ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน จะ ได้ ทราบ ความ แล้ว เผื่อ จะ ได้ ช่วย ราษฎร ที่ มี ความ เดือด ร้อน ให้ พ้น จาก ความ ทุกข์ บ้าง พวก ราษฎร ทั่ว กัน ต้อง รับ ราชการ แล ต้อง เสีย ค่า ไร่ ค่า สวน ค่า นา ภาษี อากร ต่าง ๆ เงิน นี้ เปน กำลัง ราชการ แผ่นดิน จำหน่าย เลี้ยง เจ้า นาย ขุน นาง ที่ ทำ ราชการ ซึ่ง เปน ธุระ ใหญ่ ฝ่าย เดียว คือ จัด การ บ้าน เมือง ให้ เรียบ ร้อย แล ให้ ราษฎร ได้ ทำ มา หา กิน อยู่ เย็น เปน สุข ตลอด ทั่ว พระราช อณา เขตร ถ้า ราษฎร ทั้ง สิ้น จะ เต็ม ใจ ช่วย ใน หลวง เลิก การ ชั่ว ประพฤติ์ การ ชอบ พร้อม กัน ไม่ เล่น เบี้ย กิน เหล้า ไม่ สูบ ฝิ่น ไม่ เล่น การ พนัน ไม่ ซื้อ ของ โรง จำนำ คน พาล มัน ทน คน ซื่อ ไม่ ได้ โรง จำนำ แล โรง ร้าน ที่ พ่อ ให้ คน หลง ก็ ต้อง เลิก ไม่ ช้า นาน คน พาล โจร ผู้ ร้าย ก็ จะ สูญ สิ้น เชิง นั้น ถูก ต้อง สม ตาม ความ ชอบ ทุก ประการ แล้ว ข้าพ เจ้า มี ความ ยินดี เปน อัน มาก ซึ่ง ท่าน เปน ผู้ สอด ส่อง ทาง ราชการ แล สุข ทุกข์ ของ ราษฎร ดัง นี้ ข้าพ เจ้า ขอ ชี้ แจง ข้อ ความ ตาม รู้ ตาม เหน ให้ ท่าน ทราบ ว่า ราษฎร ทั้งหลาย ซึ่ง ต้อง เสีย ค่า ราชการ ค่า ไร่ ค่า นา ค่า สวน ภาษี อากร ต่าง ๆ เปน การ ช่วย ใน กำลัง ราชการ ทำนุ บำรุง แผ่นดิน บ้าน เมือง แล เลี้ยง เจ้า นาย ขุนนาง นั้น ก็ สม ควร อยู่ แล้ว ราษ ฎร ทั้งหลาย ก็ เต็ม ใจ เสีย โดย ความ ยินดี ไม่ มี ผู้ ใด ได้ ความ เดือด ร้อน ซึ่ง ราษฎร ต้อง เสีย ตาม พระ ราช บัญญัติ พิกัด ภาษี อากร นั้น แต่ ซึ่ง พวก จีน เจ้า ภาษี นาย อากร บาง คน ที่ ผูก ขาด ตัด ตอน ไป ตั้ง ด่าน เกบ ภาษี ต่าง ๆ นั้น ไม่ ได้ ไป ตั้ง เกบ ภาษี ตาม พระ ราช บัญญัติ พิกัด ภาษี ซึ่ง ท่าน ได้ บัญญัติ ตั้ง ไว้ นั้น เลย มัก ภา กัน ไป ตั้ง ด่าน ภาษี มี เครื่อง สาตรา อาวุธ พร้อม มือ กัน เหมือน กับ ผู้ ร้าย ปล้น ตี ชิง มัน ภา กัน เกบ ภาษี ฎีกา ซี้ ฉ้อ ราษฎร ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่น ดิน เปน อัน มาก ราษฎร ทั้งหลาย ได้ ความ เดือด ร้อน เปน อัน มาก เพราะ ด้วย ความ เรื่อง นี้ แต่ ข้าพเจ้า เหน ว่า ลำพัง ราษฎร เหน จะ ไม่ มี ผู้ ใด ที่ จะ อาจ ฟ้อง ร้อง ว่า กล่าว เสีย แล้ว เพราะ เมื่อ ราษฎร ไป มา คน หนึ่ง บ้าง ส่อง คน บ้าง พวก เจ้า ภาษี มาก กว่า สู้ รบ ไม่ ได้ ประการ หนึ่ง เพราะ เหน ว่า จะ ฟ้อง ร้อง ว่า กล่าว เปน ความ ไป ได้ ก็ ไม่ เท่า เสีย ประการ หนึ่ง เพราะ ป่วย การ ทำ มา หา กิน ประการ หนึ่ง เพราะ เปน คน ยาก จน จะ ต้อง เสีย เงิน ค่า ธรรมเนียม ร้อง ฟ้อง ประ การ หนึ่ง เพราะ ปาก เสียง เงิน ทอง ก็ สู้ เจ้า ภาษี ไม่ ได้ ประการ หนึ่ง ข้าพเจ้า เหน ว่า จะ เปน เพราะ เหตุ ห้า ประการ นี้ ราษฎร จึ่ง ต้อง จำ เปน ต้อง ยอม เสีย ภาษี ให้ โดย ความ ต้อง ฎีกา ขี่ ข่มเหง คิด แต่ ภอ จะ ได้ คุ้ม ไป ได้ ปี หนึ่ง ๆ เท่า นั้น ดู ก็ เปน ที่ น่า สงสาร ราษฎร ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน หนัก หนา ที่ เดียว ถ้า ทรง พระ มหา กรุณา แก่ ราษฎร ทั้งหลาย ซึ่ง ได้ ความ เดือด ร้อน ด้วย เจ้า ภาษี เกบ ภ ษี ฉ้อ โปรด เกล้า ให้ ชำระ เอา ความ จริง ราษฎร ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่น ดิน ทั้งหลาย เปน อัน มาก นั้น ก็ คง จะ มี ความ ยินดี สบาย ใจ ทั่ว กัน ได้ ทำ มา หา กิน อยู่ เย็น เปน ศุข แต่ เล่ห์ กล อุบาย ที่ จีน พวก เจ้า ภาษี หลีก เลี่ยง หนี พระ ราช บัญญัติ พิกัด ภาษี ที่ มัน เกบ ภาษี ฉ้อ ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน นั้น มี หลาย ประการ ๚ะ
๏ คน ฝรั่งเสศ ชื่อ มองเซอ เบลิอัล มี ตำแหน่ง ราช การ ใน กำปั่น รบ ฝรั่งเสศ เลเมียน คน หนึ่ง สำหรับ ตัว แล พวก เอนไซนีร์ มา ถึง กรุง เทพ ณวัน จันทร์ เดือน อ้าย ขึ้น สิบห้า ค่ำ พวก นี้ จะ ออก ไป ดู ให้ รู้ แน่ ว่า จะ ทำ คลอง นั้น ได้ ฤา ไม่ ได้ ฯะ
๏ ข่าว โทรเลข นอก ๚ะ
ปาเลี่ยแมนต์
๏ กรุง ลันดัน เดือน สิบสอง แรม แปด ค่ำ ให้ ปาเลี่ย แมต์ เลิก รอ จน วัน พฤหัสบดี เดือน สาม ขึ้น แปด ค่ำ ๚ะ
๏ ท่าน กะโลนิอัล เซะกริแทรี แล แม่ กอง คือ จีฟ อินซะเปกตอโปลิศ ที่ เมือง ยิบรอลตะ ถูก ถอด จาก ตำแหน่ง ราชการ เพราะ ส่ง พวก เกาะ กุบา ที่ หนี ให้ แก่ พนักงาน ซะเปนิช ๚ะ
๏ โรง ลคร คือ อัลฮัมบระ เทียเตอร ถูก ไฟ ไหม้ เสีย แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน สิบสอง แรม สิบสี่ ค่ำ เกิด เพลิง ไหม้ น่า กลัว นัก ที่ ถนน วุด ซะตรีต ณะ แขวง จิปไซด ราคา ของ ที่ เสีย เพราะ ไฟ ไหม้ นั้น ถึง สามแสน ชั่ง ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น สอง ค่ำ หนังสือ จด หมาย เหตุ อังกฤษ คือ ซะแตนดาด ใน ข้อ สำคัญ ข้อ หนึ่ง แจ้ง ความ ว่า ใน หมู่ เสนาบดี ปฤกษา ราชการ นั้น ได้ เปลี่ยน กัน ดัง นี้ ลอด เดอบี รับ ตำแหน่ง เปน เซะกริแตรี ออฟ ซะเตศ สำหรับ ว่า การ ขา ประ เทศ อินเดี่ย ลอด ฮาติงตัน รับ ตำแหน่ง เปน เซะกริ แตรี ออฟ ซะเตศ ว่า การ ขา การ รบ มิศเตอ ไจลเดอ รับ ตำแหน่ง เปน จานเซลลอ ออฟ เอกซะเจเกอ ว่า การ ขา เงิน เข้า สำหรับ แผ่นดิน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน สิบสอง แรม เก้า ค่ำ แขก อะรา บี่ ถูก ปรับ โทษ ถึง ตาย แต่ เปลี่ยน โทษ ให้ เนรเทศ
๏ กรุง ลันดัน เดือน สิบสอง แรม สิบสอง ค่ำ มี คำ พูด กัน ว่า คอเวินแมนต์ ฝรั่งเศศ ไม่ ยอม รับ บ้าง ข้อ ซึ่ง คอเวินแมนต์ อังกฤษ จะ ให้ ตั้ง ด้วย ประเทศ อิยิปต
๏ กรุง ลันดัน เดือน สิบสอง แรม สิบ สาม ค่ำ หนัง สือ จดหมาย เหตุ ไตมซ์ ลง พิมพ์ ข่าว เติลิแครฟ ข้อ หนึ่ง ว่า แขก อะราบี้ แล คน อื่น นั้น จะ ไป เกาะ ลังกา
เกาะ มะดะคาซคาร์
๏ กรุง ลันดัน เดือน สิบสอง แรม สิบเอ็ด ค่ำ คอเวิน แมนต์ ฝรั่งเศศ แล คอเวินแมนต์ อังกฤษ พูดจา ปราไสย เปน ทาง อัชฌาไสย กัน ด้วย เรื่อง เกาะ มะดะคาซคาร์ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน สิบ สอง แรม ห้า ค่ำ เซอ ยอจะ แอฟ โบเวน เจ้า เมือง ที่ เกาะ มอริติอัซ ถูก จัด ตั้ง เปน เจ้า เมือง เกาะ ฮอง กอง แล เซอ เยโปป เฮนเนะซี ถูก จัด ตั้ง เปน เจ้า เมือง เกาะ มอริติอัซ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น สาม ค่ำ ที่ เมือง กิงซะ เตาน์ ที่ เกาะ นั้น เกิด เพลิง ไหม้ เสีย ของ ราคา ถึง ๖๐๐ ๐๐๐ ชั่ง ฯะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น สี่ ค่ำ ใน คำ ชะปีจ ที่ เมือง แมนเจซเตอ ลอด เดอบี่ ได้ ว่า ฅอเวินแมนต ปรติจะ มิ ได้ หมาย จะ เอา เมือง อิยิปต ไว้ เปน เมือง ของ เขา ฤา เปน เมือง ขึ้น ของ เขา ทัพ ปริติจะ จะ อยู่ ใน ประเทศ อิยิปต์ แต่ เพียง ให้ คอเวินแมนต์ ของ เจ้า ประเทศ อิ ยิปต มั่นคง เข้า ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น ห้า ค่ำ หนังสือ จด หมาย เหตุ นอท เยระแมน คะเซต แจ้ง ความ ว่า คอเวิน แมนต์ บริติจะ ไม่ ช้า จะ สำแดง ทำนอง ที่ จะ ให้ ประเทศ ต่าง ๆ ป้อง กัน รักษา คลอง ซุเอศ นั้น ให้ คอเวินแมนต์ ต่าง ๆ นั้น เหน ชอบ ดี ด้วย ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น ห้า ค่ำ หนังสือ จดหมาย เหตุ คือ กะโลน คะเซต เตือน คอเวินแมนต์ เยระมัน ด้วย การ จัด ทัพ เปน อัน มาก ใน ประเทศ รเชีย แล เชิญ ให้ คอเวินแมนต์ เยระมัน ระวัง เตรียม การ ไว้ เพื่อ เหตุ ๚ะ
๏ พวก เดะเกะเซซ ที่ จะ ออก ไป ประเทศ ตอนกวิน นั้น ได้ ให้ งด ไว้ ก่อน
๏ พวก เสนาบดี ข้า ราช การ ผู้ ใหญ่ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น เจ็ด ค่ำ ลอด เดอบี่ สา บาล ตัว แล้ว ได้ รับ ราช การ เปน ซะกรีแตรี ออฟ ซะเตต สำหรับ ประเทศ ขึ้น อังครษ ต่าง ๆ คือ กอโลนี่ ลอด กิม เบอลี่ สาบาล ตัว แล้ว ได้ รับ ราชการ เปน เซะกรีแตรี ออฟ ซะเตต สำหรับ ประเทศ อินเดีย ลอด ซาติงตัน สาบาล ตัว แล้ว รับ ราชการ เปน เซะกรีแตรี ออฟ ซะเตต สำหรับ การ ศึก สงคราม แล มิสเตอ ไจละเดอซ์ สาบาล ตัว แล้ว ได้ รับ ราชการ เปน จานเซลเลอ ออฟ ธิ เอกซะเจกเกอะ ว่า การ ชา เงิน หลวง ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น แปด ค่ำ ไม่ ช้า เซอ จา เลศะ ดิลกะ จะ เข้า กาบะเนต เปน พวก ขุนนาง ปฤกษา ราชการ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น เก้า ค่ำ หมู่ ที่ เรียก กะ นัล กำปะนี่ ตั้ง ใจ ไว้ แล้ว จะ ทำ ที่ พัก ใหญ่ สาม ตำ บล ภอ เรือ พัก ได้ ตำบล ละ หก สิบ ลำ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น สิบ สอง ค่ำ มี ความ แจ้ง ออก เปน ครึ่ง ราชการ ว่า สัญญา ซึ่ง เรียก ว่า ออศ โตร เยรมัน อะไลแอนซ์ จะ ยั่ง ยืน ขยาย ออก ทั้ง สอง ประเทศ นี้ จะ ตั้ง ท่า สงบ เรียบ ต่อ ประเทศ อื่น แต่ จะ ปิด ไม่ ให้ ที่ สาม เข้า ใน สัญญา นั้น ๚ะ
๏ ท่าน แปรไซเดนต์ พวก ปฤกษา ราชการ ประเทษ ออศ โตร อังแครี ตอบ ถึง คำ ถาม ว่า ความ เลื่อง ลือ ที่ รน ร้อน เช้า นั้น เปน ความ เลื่อง ลือ เกิน การ สงบ เรียบ ของ ประเทศ ยุโรบ ไม่ ต้อง เปน วิตก ไป ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ พวก ฝรั่งเสศ ตั้ง ใจ แล้ว จะ ใช้ พวก ทัพ ไป ถึง ประเทศ ตอนกวิน แล จะ ขอ อนุญาต ให้ ยืม เงิน ๔๕๗๓๓ ชั่ง เสศ ๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ พวก เยระมะ นี ทำ ค่าย มาก ขึ้น ข้าง เขตร ตวัน ตก แล ใช้ โรง ที่ พัก ของ รถ ไฟ เปน โรง ให้ ทหาร พัก อยู่ พลาง
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย แรม ค่ำ หนึ่ง เรื่อง ต่าง ๆ ใน หนังสือ จด หมายเหตุ ซึ่ง เปน ทาง ครึ่ง ราชการ ให้ หาย ความ กลัว ที่ เกิด เพราะ จัด ทหาร
พวก เสนาบดี ปฤกษา ราชการ
๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย แรม สอง ค่ำ เซอ จาเอลซ ดิลกะ รับ ตำแหน่ง เปน เปรไชเดนต์ ของ พวก โลกัล โบด คอวินเมนต์ แล มิศ ดอดซัน เปน จานเซลลอ แห่ง ดะจี่ ออฟ แลนแกซะเตอ ทั้ง สอง นาย นี้ เข้า นั่ง ได้ ด้วย พวก เส นาบดี ปฤกษา ราชการ ๚ะ
ข่าว นอก ต่าง ต่าง
๏ ใน หนังสือ จดหมาย เหตุ คัด ความ ดัง นี้ ว่า ภรรยา มิศเตอ ธอามาศ คน จัด น้ำ นม ขาย คลอด บุตร ห้า คน หา เปน อันตราย แก่ มารดา ไม่ บุตร นั้น คน หนึ่ง เปน ชาย สี่ คน เปน หญิง แต่ ไม่ กี่ วัน ตั้ง แต่ เกิด นั้น บุตร หญิง สาม คน แล บุตร ชาย นั้น ตาย บุตร เหล่า นั้น ต่าง คน ต่าง เติบ โต ครบ บริบูรณ แล มี น้ำ หนัก คล สอง เปานด์ คือ ๒๔ ตำลึง จีน ๚ะ
๏ หนังสือ จดหมาย เหตุ คือ นอท ไจนา เดลี่ นุซะ แจ้ง ความ ว่า เรา ได้ ยิน ว่า ณวัน ศุกร เดือน สิบสอง แรม หก ค่ำ วอน เกรนกี่ กงซุล ที่ สอง ที่ เมือง ซังไฮ้ ได้ ข่าว สาย โทรเลข แจ้ง ความ ว่า ได้ เลื่อน ที่ ขึ้น เปน กงซุล ประเทศ เยระแมน ที่ กรุง เทพ ประเทศ สยาม อีก สัก ครึ่ง เดือน ท่าน จะ ออก จาก นี้ ไป ประเทศ สยาม เฮอร์ วอน เกรนกี่ ได้ อยู่ ที่ ซังไฮ้ 4 ปี แล้ว คน ทั้งปวง นับ ถือ ท่าน เพราะ ท่าน ทำ ราชการ ด้วย ซื่อ สุจริต แซง แรง แล เปน คน มี ความ อัชฌาไสย เปน อัน มาก ด้วย
๏ หม่อม เจ้า ปฤษฎางค์ ราชทูต สยาม ประจำ อยู่ ที่ กรุง ลันดัน ไป ตั้ง ที่ ราชการ ณะ ตำบล คือ แอซบัน เปลซ์ นัมเบอ ๑๕ ใน แขวง เซาทะกงซิงตัน
๏ มี คำ เลื่อง ลือ กัน ว่า พวก ที่ มี ชื่อ อีซะเตอน เอกซะเตนเช่อน ออสเตรลแอเชี่ย แอนด์ ไจนะ เตลิแครฟ กำปะนี่ หมาย ใน ใจ จะ ตั้ง สายโทรเลข ตั้ง แต่ เกาะ หมาก ตลอด เมือง ไซ จน ตก ทเล ตะวัน ออก ข้าง แหลม มะลายู แต่ นั้น จะ ต่อ สาย ถึง กรุง เทพ เจ้า พนัก งาน ของ พวก นี้ คน หนึ่ง มา ยัง กรุง เทพ ใน เดือน อ้าย จะ ขอ จัด ทำ การ ให้ เสร็จ จน ได้ ๚ะ
๏ แฮเมล— วัน เสาร์ เดือน อ้าย แรม ห้า ค่ำ ที่ กรุง เทพ ภรรยา ของ บี แอช แฮเมล กงซุล เยนีรัล เนเทอแลนด์ คลอด บุตร สาว ๚ะ
๏ กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ชื่อ พีลิเซีย ๚ะ กำปั่น ลำนี้ ได้ ออก จาก กรุง เทพ จะ ไป เมือง พัลมอท ที่ เกาะ อิงแลนด์ ณะวัน เสาร์ เดือน แปด ปถมสาธ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ณะวัน อังคาร เดือน สิบ เอ็ด ขึ้น สอง ค่ำ เข้า อ่าว อัล โคอะ ที่ ประเทศ อะพริกะ ข้าง ใต้ เพราะ ต้อง ลำบาก ผู้ ที่ ไป ตรวจ เซอเว ดู ลำ กำปั่น นั้น เหน ว่า เสา น่า เสา กลาง คลาด แล้ว ทั้ง สอง จะ ต้อง จัด ใส่ เข้า ที่ ใหม่ แต่ กำปั่น นั้น ไม่ สู้ รั่ว ผู้ ได้ ตรวจ เซอเว นั้น เตือน ให้ รื้อ เสา จัด ให้ ดี แล สั่ง ให้ คน ดำ น้ำ ไป ดู ท้อง เรือ แล้ว ถ้า เหน ว่า ควร จึ่ง จะ ได้ เอา สินค้า ขึ้น บก ๚ะ
๏ คน ทั้งปวง ต้อง ระวัง ดู แล ชั่ง เงิน ให้ ดี เลอียด ก่อน รับ เงิน บาท กลม แล เงิน เหรียน ใหม่ วัน ซืน นี้ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ถูก เงิน แดง เปน เงิน แบน บาท หนึ่ง เงิน ปลอม นั้น ดู เหมือน เงิน ดี แต่ เส้น รูป แล อักษร ต่าง ๆ หยาบ แก่ กัน หน่อย หนึ่ง ผู้ ที่ ทำ นั้น ทำ เลอียด จริง แต่ ควร จะ บน จับ ตัว จน ได้ ถ้า ไม่ ตัด คน ทำ เงิน ปลอม ให้ สิ้น เชิง แล้ว ไม่ ช้า เงิน สยาม จะ ไม่ มี ราคา ใน ตลาด ลูก ค้า วานิช คน ทั้งปวง ก็ จะ ไม่ กล้า รับ เกบ ใน สยาม ไว้ ใช้ เลย ๚ะ
ที่ กรุง เทพ
๏ ตั้ง แต่ วัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น สาม ค่ำ จน วัน ศุกร เดือน อ้าย แรม สิบ เอ็ด ค่ำ กำปั่น เข้า แจ้ง ความ ที่ โรง ภาษี ขา เข้า มี กำปั่น ไฟ ๑๖ ลำ เปน กำปั่น นอก ทุก ลำ เว้น แต่ ลำ เดียว กำปั่น ใบ ๖ ลำ กำปั่น สยาม ๒ ลำ กำปั่น นอก ๔ ลำ ๚ะ
๏ กำปั่น ที่ บอก ออก ที่ ภาษี ขา ออก ณะกรุง เทพ ฯ ตั้ง แต่ วัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น สาม ค่ำ จน วัน ศุกร เดือน อ้าย แรม สิบ เอ็ด ค่ำ มี กำปั่น ไฟ ๑๖ ลำ เปน กำปั่น ประเทศ นอก เว้น แต่ ลำ เดียว กำปั่น ใบ ๑๒ ลำ กำปั่น สยาม ๕ ลำ กำปั่น ประเทศ นอก ๗ ลำ ฯะ
๏ กำปั่น ต่าง ๆ ที่ แจ้ง ความ บอก ออก ที่ โรง ภาษี กรุง เทพ ตั้ง แต่ วัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น สาม ค่ำ จน วัน ศุกร เดือน อ้าย แรม ๑๑ ค่ำ บันทุก แต่ เข้า ลำ หนึ่ง เปน กำปั่น นอก กำปั่น ที่ บันทุก สินค้า ต่าง ๆ ติด เข้า ด้วย ๑๖ ลำ เปน กำปั่น ไฟ ทั้ง นั้น กำปั่น ที่ บันทุก ไม้ สัก ๒ ลำ เปน กำปั่น นอก ฯะ
๏ กำปั่น ที่ บอก ออก ใน ระดู นี้ ตั้ง แต่ วัน เสาร์ เดือน สิบสอง ขึ้น ๘ ค่ำ จน ถึง วัน ศุกร เดือน อ้าย แรม ๑๑ ค่ำ บันทุก ปลาทู มี ๑๗ ลำ เปน กำปั่น สยาม ๘ ลำ เปน กำปั่น นอก ๙ ลำ ฯะ
๏ ของ เหล่า นี้ จะ เลล้ง ขาย ใน เรว ๆ นี้ ถ้า ท่าน ผู้ จะ ซื้อ อยาก ไป ดู ที่ ก่อน คราว เลล้ง ขาย นั้น เชิญ มา หา มา ถาม ความ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม เทอญ เมื่อ จะ เลล้ง ขาย จึ่ง จะ บอก ความ ต่อ ไป ครู ซะมุเอล เย สมิท แจ้ง ความ แทน หมอ วิเลียม ลูอิศ ฮัตซินซอน ณะ วัน พุฒ เดือน ยี่ ขึ้น สอง ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๔ ปี มะเมีย จัตวาศก ( ห ๑ ) ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา ที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง ห้า ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ กริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๓ ครบ หก ปี ๚ะ
๏ คำ หมาย ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า มี คำ สั่ง มา ให้ ขาย เปน สาม ราย ที่ ของ หมอ วิเลียม ลูอิศ ฮัตซินซอน ทั้ง ตึก แล เรือน โรง แล ของ อื่น ๆ อัน มี ใน ที่ นั้น ที่ ตึก เรือน แล โรง เหล่า นี้ อยู่ ริม ถนน เจริญ กรุง ฟาก ตะ วัน ออก ตรง กับ ที่ เอเยนซี่ ของ สมเด็จ พระนางกวิน อิงแลนด์
๏ คลัง รักษา เงิน ของ ผู้ ที่ จะ ไป ฝาก ไว้ นั้น คือ แบนก์ ๚ะ
๏ คลัง เงิน คือ จาเติด เมอแกนไตละ แบนกะ ออฟ อินเดีย ลันดัน แอนด์ ไจนา ๚ะ
๏ ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ รับ ธุระ เปน เอเยนต ของ หมู่ คน ที่ เปน กำปานี นั้น จะ ทำ หนังสือ แกรฟต์ ไป เอา เงิน ที่ ลันดัน แล ใน ที่ ถ้่า ค้า ขาย อัน เปน สำคัญ ใน ประเทศ ยุโรป อินเดีย แล เมือง จีน แล จะ ทำ ธุระ ทุก อย่าง อัน เกี่ยว ข้อง กับ แบนก์ แล การ แลก เงิน นาย ห้าง วินด์ซอ เรดลิก แอนโก ผู้ เปน เอเยนต์ นั้น ขอ แจ้ง ความ มา ณวัน ศุกร เดือน สิบสอง แรม สิบสาม ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๔ ปี มะเมีย จัตวา ศก ( ๔ ห ) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมัย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทุก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แต่ บัด นี้ จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย นี้ เดือน ละ คราว ๆ ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมัย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละหน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก สลึง คือ สิบ สอง ฉบับ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลลัง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้องการ ของ ตัว จะ คิด เอา บันหัด ละ สลึง คราว แรก ถ้า ซ้ำ จะ คิด เอา บัน ทัด ละเฟื้อง ถ้า จะ ลง ความ ถึง ปี จะ คิด ราคา อย่าง หนึ่ง แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะหมาย ไว้ นั้น
๏ บัด นี้ ผู้ ที่ จะ ซื้อ จดหมาย เหตุ สยาม ไสนย นี้ จะ ต้อง ไป รับ ที่ เสา ติงช้า บ้าน แม่ แพ แห่ง หนึ่ง
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง แห่ง หนึ่ง ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก วัน พุฒ แรก ข้าง ขึ้น ทุก เดือน เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ๚ะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ๚ะ
๏ มี หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา คาย แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน เก่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ๚ะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนัข แล นก ยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังคีนี ตำรา ยา เกร็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดทาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คำภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครบ จินดามณี พระยา นัดตัน ซุยถัง ตำรา คาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาด นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวารวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนา กับ นิราศ ภูเขา ทอง นก กระ จาบ เบญมาศ ทอง ปถม มาลา อัง กฤษ บูชา แล วิสัชนา ใน สาสนา แท้ จริง เพ็ช มงกุฎ พระ อไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคล ทีปนี แปล เปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติ พระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษ สวรรค์ เสภา คือ ขุน ช้าง ขุน แผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้า เงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ ไลกลนิตย ขงจู๊ มงคลทิปนีแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุด จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ ๚ะ
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุด ไท เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้งหลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละมาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ์ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัก ว่า ซื้อ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรง พิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน ฉัน ขาด
เปน ที่ เรียน วิชา ต่าง ๆ
๏ ถ้า บิดา มารดา ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ ให้ ลูก ชาย ลูก หญิง เรียน ภา ษา ไท ภาษา ฝรั่ง ฤา วิชา ต่าง ๆ เพื่อ จะ เปน คน มี ปัญญา รู้ ความ ซึ่ง เรียบ ร้อย จะ ได้ เปน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ สม เปน พ่อ บ้าน แม่ บ้าน เปน กำลัง แก่ ราชการ แล แผ่น ดิน บ้าน เมือง เชิญ มา ฝาก ไว้ กับ ครู แล ที่ ยูไนเวอซิตี สยาม บาง คอ แหลม ค่า สอน ค่า เลี้ยง จะ เรียก เอา แต่ พอ สม การ ถ้า จะ รู้ ความ ละเอียด เชิญ มา ถาม แก่ ครู ที่ บางคอแหลม เทอญ ๚ะ