เดือน ๓ ขึ้น ๗ ค่ำ, ๑๒๔๔
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๑ แผ่น ๗ วัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น ๗ ค่ำ ปี มะเมีย จัตวาศก ๑๒๔๔

๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ


ข่าว ตาย

ชาว สยาม

๏ สมเด็จ เจ้า พระยา-ที่ กรุง เทพ ณวัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ เวลา ห้า ทุ่ม ห้า สิบ มินิต สมเด็จ เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ โรค ชะรา อายุศม์ เจ็ด สิบห้า ๚ะ

ชาว นอก

๏ สมิท-ที่ กรุง เทพ ณวัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ยอจะ ชะติวินซัน สมิท เปน หมอ สำหรับ แอเยนซี ของ สมเด็จ พระนางกวีน อังคริษ ที่ กรุง เทพ ฯะ


สมเด็จ เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ

๏ ณวัน ศุกร เวลา ห้า ทุ่ม เลศ สมเด็จ เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ ถึง อนิตย กรรม ท่าน เกิด วัน เสาร์ เดือน ยี่ ขึ้น แปด ค่ำ จุลศักราช ๑๑๗๐ ปี มะโรง สัมฤทธิศก คราว นั้น เปน คราว แผ่นดิน สมเด็จ พระพุทธ เลิศหล้า นภาไลย เปน ปี ที่ สิบสี่ รัชกาล ที่ ๒ ใน กรุง เทพ อา ยุศม์ ของ สมเด็จ เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ นั้น ได้ คง อยู่ ใน สี่ แผ่นดิน ใน กรุง เทพ ใน แผ่นดิน สมเด็จ พระนั่ง เกล้า ท่าน ได้ รับ ราชการ สนอง พระเดช พระคุณ ใน แผ่นดิน นั้น ท่าน ได้ ตำแหน่ง เลื่อน ที่ ขึ้น สาม ครั้ง เดิม เปน แต่ เพียง หลวง นาย สิทธ์ ต่อ นั้น ขึ้น เปน พระนาย ไวย ต่อ นั้น ขึ้น เปน พระยา ศรีสุริยวงษ ใน แผ่นดิน สมเด็จ พระจอม เกล้า ได้ ทรง พระ มหา กรุณา โปรด เกล้า ฯ ตั้ง เปน เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ ทำ ราช การ ที่ สมุห พระ กระลาโหม ใน แผ่นดิน ปัตยุบัน นี้ พระ บาท สมเด็จ พระปรมินทร มหา จุฬาลงกรณ์ พระจุล จอม เกล้า พระเจ้า กรุง ส่ยาม ได้ ทรง พระ มหา กรุณา โปรด เกล้า ฯ ตั้ง ให้ เปน สมเด็จ เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ ผู้ สำเร็จ ราชการ ท่าน ได้ อุสาห์ เพียร ทำ ราชการ รักษา บ้าน เมือง สนอง พระเดช พระคุณ ทุก ๆ พระองค์ นี้ ได้ ดู แล ราชการ แผ่นดิน บ้าน เมือง ตลอด ชีวิตร ด้วย เต็ม กำลัง เต็ม ปัญญา เปน อัน สัจ ซื่อ สุจริต จน ท่าน แก่ ชะรา เลย ดับ ตา แต่ โลกย นี้ บัด นี้ คน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง มี ความ โทรมนัศ เพราะ ท่าน จะ ช่วย ธุระ บ้าน เมือง ต่อ ไป ไม่ ได้ แล้ว ฯะ


โสกันต์

๏ ณวัน พฤหัสบดี เดือน ยี่ ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ แล ณวัน ศุกร วัน เสาร์ ถัด ต่อ นั้น ขึ้น สิบสอง สิบสาม ค่ำ ใน พระบรม มหา ราชวัง ได้ มี การ แห่ แล การ เล่น ต่าง ๆ เปน การ โสกันต์ พระราช ธิดา สาม พระองค์ สาม วัน คน ชาว ใน ชาว นอก ได้ ไป ดู การ แน่น กัน นัก ฯะ

ระเบิด เรือ ลำเลียง

๏ หลาย เดือน มา แล้ว กำปั่น ไฟ ราชนัตี อนุหาร แล เรือ ลำเลียง ของ นาย ห้าง มากวาลด์ ลำ หนึ่ง ได้ โดน กัน เข้า เรือ ลำเลียง นั้น จม แล กีด ทาง กำปั่น จะ เข้า ออก แม่ น้ำ เจ้า พระยา จึ่ง มี พระ บรมราช โอง การ ดำรัส สั่ง ให้ กัปตัน ริจะลุ จัด การ ระเบิด เรือ ลำ นั้น อย่า ให้ กีด ทาง นั้น ต่อ ไป จึ่ง ได้ จัด การ เอา ลูก แตก คือ ตอบีโด ไป ทำ การ ให้ สำเร็จ ณวัน เสาร์ เดือน ยี่ แรม สี่ ค่ำ เวลา เช้า พระบาท สมเด็จ พระปรมินทร มหา จุฬาลงกรณ์ เจ้า กรุง ส่ยาม เสด็จ ทอด พระเนตร คราว ที่ เขา ยิง ตอบีโด ลูก หนึ่ง กระทำ ให้ หัว เรือ จม นั้น กระจัด กระจาย ไป สิ้น ยิง อีก ลูก หนึ่ง นั้น กระทำ ให้ กลาง เรือ จม นั้น กระเด็น กระจาย ไป จน สิ้น ขณะ นั้น ดาษ ฟ้า ตลอด ลำ แล กระดาน ของ อื่น เปน อัน มาก ของ เรือ นั้น เดี่ยระดาษ ลอย น้ำ เมื่อ ระเบิด เสร็จ แล้ว ไม้ ข้าง ท้าย เรือ แล ไม้ อื่น เปน แห่ง ๆ ยัง จม โคลน อยู่ ของ เหล่า นี้ ยัง ระเบิด ฤา ถอน ลาก ออก ก็ ได้ สุด แล้ว แต่ จะ ทำ เมื่อ การ เช่น นี้ ทำ เสร็จ แล้ว อัน เปน ทาง เปน ช่อง ขา เข้า ขา ออก แม่ น้ำ เจ้า พระยา เปน อัน เปิด ไม่ มี อะไร จะ กีด แล้ว ภอ การ ระเบิด เปน อัน เสร็จ แล้ว พระบาท สมเด็จ พระจุลจอม เกล้า เจ้า กรุง สยาม เสด็จ กลับ เข้า พระ บรม มหา ราชวัง ใน วัน นั้น เอง ฯะ


วัง น่า

๏ กรม ใน พระราช วัง บวร สถาน มงคล เสด็จ ไป ปาก น้ำ ณวัน จันทร์ เดือน ยี่ ขึ้น สิบสี่ ค่ำ ณวัน อัง คาร เดือน ยี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ เสด็จ กลับ มา ยัง กรุง เทพ

เจ้า คุณ กรมท่า

๏ ณวัน อาทิตย เดือน ยี่ แรม ห้า ค่ำ เจ้า พระยา ภาณุ วงษ มหา โกษาธิบดี กลับ มา จาก ปาก น้ำ โดย เรือ กล ไฟ ของ ท่าน ฯะ

เยนิรัล เย เอ ฮอลเดอแมน

๏ ราชทูต ยุไนเตดซะเตศ อะเมริกะ ได้ เข้า เฝ้า ใน หลวง ณพระ บรม มหา ราช วัง เปน การ ไปรเวศ ณวัน พฤหัศบดี เดือน ยี่ แรม เก้า ค่ำ พวก ฝรั่ง ต่าง ประ เทศ เข้า เฝ้า ครั้ง ใด มี แต่ จะ ชม สรรเสริญ พระราช อัชฌาไศย ทุก ครั้ง เข้า เฝ้า ๚ะ

คลอง ที่ คอด กรอ

๏ มิศเตอ บิลิอัล แล พวก ของ ท่าน ที่ จะ ไป วัด แล ดู ท่า ทาง ที่ จะ ขุด คลอง นั้น ทั้ง จีน ลูก มือ ยี่สิบ คน สำหรับ จะ แบก หาม เครื่อง มือ นั้น ขึ้น กำปั่น ไฟ พระราชทาน ให้ ไป นั้น ณวัน จันทร์ เดือน ยี่ ขึ้น เจ็ด ค่ำ ออก จาก กรุง เทพ เมื่อ พวก นี้ จะ รู้ แน่ ว่า การ ขุด คลอง นั้น จะ ยาก จะ ง่าย อย่าง ไร บ้าง ฤา ว่า ทำ แล้ว คง เปน ผล สม แรง ทำ นั้น จึ่ง ได้ ทรง พระ ราช ดำริห์ ด้วย การ อัน ควร จะ ทำ นั้น ได้ ทรง พระ กรุณา โปรด สั่ง ให้ กัปตัน เอ เย ลอฟทัช ไป ช่วย พวก ฝรั่งเสศ ใน การ นี้ ด้วย พวก เหล่า นี้ ได้ ออก จาก กรุง ใน วัน ที่ ว่า มา แล้ว นั้น ๚ะ


ราชทูต สยาม

๏ หม่อม เจ้า ปฤษฎางค์ ราชทูต สยาม ประจำ อยู่ กรุง ลันดัน ที่ ประเทศ อิงแลนด์ ทั้ง ข้า ราชการ สำหรับ กัน ไป กรุง ปารีศ ที่ ประเทศ ฝรั่งเสศ หมาย จะ จัด การ ตั้ง ที่ ราชทูต สยาม ที่ ประเทศ ฝรั่งเศศ แล จะ ทำ หนังสือ สัญญา ว่า ด้วย เรื่อง สุรา ด้วย ได้ ไป เยี่ยม ผู้ สำเร็จ ราชการ ต่าง ประเทศ แล้ว พูดจา ปราไสย ดี ด้วย เรื่อง ราย นี้ แล้ว ได้ เข้า เฝ้า เปรซะเดนต์ เปน การ แขก เมือง ที่ กรุง ปารีศ แล้ว คราว ไป อยู่ เมือง ปารีศ นั้น มิศเตอ เมซอน พระยา สยาม ธุระ ภา ได้ ว่า การ ราชทูต ไป พลาง ที่ กรุง ลันดัน ๚ะ

๏ สาย โทรเลข ที่ จะ ต่อ กรุง เทพ กับ เมือง ไซ่ง่อน ๚ะ

๏ สาย นี้ ทำ เสร็จ แล้ว ประจบ ถึง เมือง พระ ตะบอง จำเพาะ ที่ แดน ประเทศ สยาม แล ประเทศ เขมร ต่อ กัน นั้น แต่ ณวัน พฤหัษบดี เดือน สิบสอง แรม ห้า ค่ำ บัด นี้ เขา รีบ ทำ สาย นั้น ตั้ง แต่ เมือง พระ ตะบอง จะ บัน จบ ถึง กรุง เทพ การ นี้ คง แล้ว ใน เร็ว ๆ นี้ ๚ะ


หลวง อิน มลตรี ( สิน )

๏ มี คำ เลื่อง ฦา ว่า มี รับสั่ง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ จัด ให้ หลวง อิน มลตรี เลื่อน ที่ ไป ทำ ราชการ ข้าง ขา กรม พระ นครบาล ๚ะ


ช่าง เล่น กล

๏ บัด นี้ มี ช่าง เล่น กล สอง คน มา เล่น ณะ กรุง เทพ ชื่อ มิศเตอ เฮเซลมาเยอ แล ภรรยา ทั้ง คู่ นี้ ได้ เล่น ที่ ห้าง ฝรั่งเศศ เคียง ที่ กงซุล ฝรั่งเศศ ได้ เล่น สาม คืน แล้ว หนังสือ จดหมายเหตุ นอก ชม ว่า เปน ช่าง เล่น ฉลาด นัก ๚ะ

ถีบ ชิงช้า

๏ ณวัน จันทร์ เดือน ยี่ ขึ้น เจ็ด ค่ำ แล ณวัน พุฒ เดือน ยี่ ขึ้น เก้า ค่ำ ได้ มี การ แห่ ใน เมือง คน ทั้ง ปวง ภา กัน ไป ดู การ แห่ แล การ ถีบ ชิงช้า ทั้งสอง วัน นั้น ด้วย ๚ะ

เพลิง ไหม้

๏ ณวัน พุฒ เดือน ยี่ แรม สิบ ห้า ค่ำ เวลา ประมาณ สัก สาม ทุ่ม เกิด เพลิง ไหม้ ที่ ท่า เตียน เขา ฦา กัน ว่า ตลาด เคียง นั้น ไหม้ จน หมด ๚ะ

ตรุศ จีน

๏ ปี่ นี้ ตรุศ จีน คือ วัน แรก ปี่ ใหม่ เปน วัน พฤหัษบดี เดือน อ้าย ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ตาม กาล กำหนด พวก จีน แล วัน นั้น เปน วัน ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เดือน สาม ของ ชาว สยาม แล เปน วัน แปด ค่ำ เดือน ยี่ ของ ชาว ยุโรป ใน ประเทศ สยาม พวก จีน มัก เอา ธรรมเนียม ไทย เปน เยี่ยง อย่าง มัก เลิก การ ทำ มา หา กิน แต่ง ตัว อย่าง ดี ตาม มี ตาม จน ไป เยี่ยม เยียน พวก พ้อง พี่ น้อง ถึง สาม วัน ๚ะ

ระดู เหมันต

๏ เวลา นี้ เปน เหมันต ระดู ๆ นี้ นับ ตั้ง แต่ แรม ค่ำ หนึ่ง เดือน สิบสอง จน กลาง เดือน สี่ บัด นี้ เหมันต ระ ดู ปี นี้ เกือบ จะ สิ้น แล้ว ใน ปี นี้ ตั้ง แต่ ข้าง แรม เดือน อ้าย จน สิ้น เดือน ยี่ ได้ มี วัน หนาว จัด หลาย วัน ตั้ง แต่ เดือน สี่ แรม ค่ำ หนึ่ง จะ เปน คิมหันต ระดู ตั้ง แต่ นี้ ไป มัก ขัด ฝน จน น้ำ ใน แม่ น้ำ มัก กร่อย มัก เค็ม ถ้า คน ทั้งปวง ขืน กิน มัก เปน โรค เสี่ย ท้อง คน ที่ รัก ตัว แล อยาก จะ รักษา ความ สบาย ของ ตัว ต้อง เอา ใจ ใส่ จัด การ เกบ น้ำ จืด ไว้ ภอ จะ กิน จน น้ำ ใน แม่ น้ำ จะ จืด ภอ กิน มิ ให้ เปน อันตราย แก่ ตัว เลย ฯะ


๏ ข่าว โทรเลข นอก ๚ะ
การ รบ กัน
ตอนกวิน

๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย ขึ้น สิบสอง ค่ำ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเสศ ตั้ง ใจ แล้ว จะ ใช้ กอง ทัพ ให้ ไป เมือง ตอน กวิน แล้ว จะ ขอ ยืม เงิน ๔๕๘๓๓ ชั่ง เลศ ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย แรม ส่อง ค่ำ เพราะ ทัพ จีน กลับ ไป แล้ว จึ่ง จะ ใช้ ทหาร ฝรั่งเสศ แต่ ๗๕๐ คน ให้ ไป ถึง ตอนกวิน ใน ครั้ง นี้ ฯะ

อิยิบต

๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย แรม สาม ค่ำ แขก อะรา บี่ ถูก ถอด หัก หน้า ลง แล้ว ได้ ขึ้น กำปั่น จะ แล่น ออก ไป ถึง เกาะ ลังกา ฯะ

อิงแลนด์
ปาเลี่ยแมนต์

๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย แรม สี่ ค่ำ ปาเลี่ยแมนต์ ถูก เชิญ แล้ว ให้ ชุมนุม ทำ ราชการ ณวัน พฤหัศบดี เดือน สาม แรม แปด ค่ำ ฯะ

ฝรั่งเสศ

๏ กรุง ปาริศ เดือน อ้าย ขึ้น เก้า ค่ำ มิศเตอ แคม เบตตะ เจบ เปน อัน มาก เจบ ท้อง ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย แรม สี่ ค่ำ ทัพ ฝรั่งเสศ ขึ้น กำปั่น แล่น ออก จาก ประเทศ ฝรั่งเสศ แล้ว มี เจ้า พนักงาน ราชการ ติด ไป ด้วย สำหรับ จะ ทำ หนังสือ สัญญา กับ พวก อะนัม ( ญวน ) ให้ อยู่ ใน อำนาถ ฝรั่งเสศ ป้อง กัน ใหม่ ฯะ

๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย แรม หก ค่ำ มิศเตอ แคม เบตตะ เจบ เต็ม ที่ แล้ว ด้วย ฝี ใน ไส้ ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน เดือน อ้าย แรม หก ค่ำ ราชทูต ประเทศ ออศเตรีย ได้ ประหาร ชีวิตร ของ ท่าน เอง ๚ะ ๏ เดือน อ้าย แรม แปด ค่ำ เมื่อ เช้า วัน นี้ มิศเตอ แคม เบตตะ ถึง แก่ กรรม แล้ว การ ศพ นั้น จะ เบิก เงิน แผ่นดิน มา ใช้ หนังลือ จดหมาย เหตุ เยระแมน เหน ว่า ซึ่ง ท่าน ถึง แก่ กรรม นั้น เปน การ จำ นำ ให้ การ บ้าน เมือง สงบ คง อยู่ ๚ะ

อิงแลนด์

๏ ลอด เอตมันด์ พีดซะมอริซะ ได้ ตำแหน่ง เปน อันเดอ เซะแกรตารี่ สำหรับ การ ต่าง ประเทศ ฯะ

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน อ้าย แรม เก้า ค่ำ หนัง ลือ จดหมาย เหตุ ฝรั่งเสศ ต่าง ๆ นั้น เหน ว่า ซึ่ง มง เซอ แคม เบตตะ ถึง แก่ กรรม นั้น จะ ไม่ เปน เหตุ แก่ กำลัง ยั่ง ยืน ของ รีปับลิก แต่ หนังลือ เหล่า นั้น เตือน แขง แรง ให้ มี ความ สนิท กัน อย่า แตก ร้าว แย่ง กัน เลย ฯะ

คลอง ซูเอศ

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน อ้าย แรม สิบ ค่ำ พิกัด ค่า กำปั่น เดิร คลอง นั้น จะ ลด ครึ่ง แฝรนก์ ( สิบเอ็ด อัฐ ) ฯะ อิยิบต

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน อ้าย แรม สิบเอ็ด ค่ำ การ คิด อ่าน กัน กับ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเสศ ให้ มี ความ เข้า ใจ กัน ด้วย การ คุม นั้น เปน อัน เลิก แล้ว เพราะ ท่า ซึ่ง จะ ตก ลง ยิน ยอม กัน ไม่ มี ฯะ

๏ คอเวินแมนต์ อังกฤษ ได้ ส่ง หนังลือ เซอกุลา ไป ถึง ราชทูต อังครึษ ต่าง ๆ ใน ประเทศ ต่าง ๆ นั้น แจ้ง ความ หมาย ของ คอเวินแมนต์ อังกฤษ ว่า จะ จัด ลำดับ การ ใหม่ ใน ประเทศ อิยิบต์ แล เชิญ ให้ ประเทศ ต่าง ๆ รับ เปน อัน เสร็จ กัน กระบวน หนึ่ง ซึ่ง จะ จัด ให้ กำ ปั่น ของ ทุก ประเทศ อาไศรย เดิร คลอง ซูเอศ นั้น โดย สดวก ให้ ได้ ฯะ

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน อ้าย แรม สิบสอง ค่ำ ลอด แกรนวิล มี ความ หมาย ไป ถึง คอเวินแมนต์ ฝรั่ง เสศ ให้ ทราบ ว่า คอเวินแมนต์ อังกฤษ ไม่ มี ข้อ ความ ใหม่ ที่ จะ ส่ง ให้ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเสศ ปฤกษา ด้วย เรื่อง ราย ประเทศ อิยิบต ฯะ

ฝรั่งเสศ

๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน อ้าย แรม สิบสาม ค่ำ การ ศพ ของ มิศเตอ แคมเบตตะ เปน การ ใหญ่ สง่า นัก คน ช่วย ใน การ ศพ นั้น กว่า ๒๕๐ ๐๐๐ ฯะ

อิยิบต

๏ คำ ตอบ ของ มงเซอ ดูเกล ถึง ลอด แกรนวิล เปน คำ อัชฌาไสย เรียบ ดี ฯะ

อิยิบต

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน ยี่ ขึ้น ห้า ค่ำ ตาม คำ ฃอ ของ คอเวินแมนต์ ประเทศ อิยิปต์ คอเวินแมนต์ อัง กฤษ เลิก การ คุม ๚ะ

อิงแลนด์

๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน ยี่ ขึ้น หก ค่ำ พระ องค์ เจ้า ดะเจซะ ออฟ กอนอด ได้ ประสูตร บุตร ชาย ๚ะ

รูเซี่ย

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน ยี่ ขึ้น เจ็ด ค่ำ เกิด เพลิง ไหม้ ใหญ่ ใน โรง ลคร ม้า ที่ เมือง เบอดิจิ ใน ประเทเศ รูเซี่ย คราว นั้น สาม ร้อย คน ตาย ๚ะ

ฝรั่งเสศ

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ยี่ ขึ้น แปด ค่ำ มี หนัง สือ หมาย ของ ปรินซ นะโปลิอัน ไป ปิด ไว้ ตลอด กรุง ปาริศ ซู่ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเสศ แล เรียก หา ส่วน มรดก ของ นะโปลิอัน ใน ขณะ นั้น เอง ตัว ปรินซ์ นั้น ถูก เกาะ

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน ยี่ ขึ้น สิบ ค่ำ ปรินซ นะโปลิอัน จะ ถูก ชำระ ใน ศาล บ้าน เมือง ตาม ธรรม เนียม เพราะ หนังสือ หมาย นั้น ๚ะ

อิยิบต

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ยี่ ขึ้น แปด ค่ำ มง เซอ ดูเกลิก เมื่อ ส่ง หนังสือ ราชการ ได้ พูด ถึง การ ใน ประเทเศ อิยิบต์ แล้ว ได้ ว่า เพราะ อังกฤษ ได้ ตั้ง ใจ จะ ทำ การ แต่ ฝ่าย เดียว ฝรั่งเสศ จึ่ง รับ จะ ทำ ต่อ ไป แล จะ รักษา ซึ่ง จะ ควร แก่ ประเทเศ ฝรั่งเสศ

อังคริษ
เสนาบดี ใหญ่ สุด

๏ มิศเตอ แคลดซะโตน ไม่ ช้า จะ ไป ถึง เมือง แกนิซ ๚ะ

ประเทศ ไอระแลนด์

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน ยี่ ขึ้น แปด ค่ำ จับ ได้ การ คบ คิด จะ ประหาร ชีวิตร แม่ กอง ใหญ่ ของ พวก โปลิศ ที่ เมือง ดับลิน เกาะ ได้ คน ร้าย ถึง ยี่สิบ คน แล้ว

ประเทศ อังกฤษ

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ยี่ ขึ้น เก้า ค่ำ ท่าน มา กวิศ ออฟ แลนซะเดานะ ได้ เลิก ลา ตำแหน่ง อันเดอ ซะกรีแตรี ข้าง ขา ประเทเศ อินเดีย แล มิศเตอ ยอน กร อศ ได้ รับ ตำแหน่ง ราชการ นั้น ต่อ ไป ๚ะ

ไอระแลนด์

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน ยี่ ขึ้น สิบสอง ค่ำ มากวิศ ฮาติงตน ใน คำ ชะปีจ ที่ เมือง แมนเจซเตอ ได้ ว่า คอเวินแมนต์ ได้ หมาย การ แล้ว จะ ให้ พัค พวก ลับ ลิ้น สูญ ใน ประเทเศ ไอรแลนด์ ไม่ คิด เสีย ดาย เงิน ค่า ทำ ให้ สำเร็จ การ นี้ แล คง ไม่ ยอม ให้ ชาว ประเทเศ นั้น ตั้ง กดหมาย เอง ได้ ๚ะ

อิยิปต

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน ยี่ ขึ้น สิบสี่ ค่ำ กงซุล เยนิรัล ฝรั่งเสศ ได้ ส่ง หนังสือ โปรเตศต์ ร้อง ห้าม การ เลิก การ คุม กัน นั้น ฯะ

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ยี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ เมื่อ กอมโตรเลอ เยนิรัล ฝรั่งเสศ จะ ออก จาก ประเทศ อิยิปต นั้น มี คำ สั่ง ห้าม มิ ให้ ลา ตำแหน่ง ราชการ ของ ตัว

๏ เหตุ ร้าย กลาง ทะเล ฯะ

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน ยี่ ขึ้น สิบสี่ ค่ำ กำ ปั้น กล ไฟ ซิมเปรีย อัน ออก จาก เมือง แฮมเบิด จะ ไป เมือง นุยอก ครั้น ถูก โดน เข้า ก็ จม คน ตาย สี่ ร้อย สิบ ล่าม คน ๚ะ

อิงแลนด์

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ยี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ มิศเตอ แคลศซะโตน แม่ กอง พวก เล่นาบดี ค่อย ยัง ชั่ว เข้า แล้ว

ฝรั่งเสศ

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม ค่ำ หนึ่ง เกิด การ ไม่ พร้อม ใจ กัน ใน พวก เสนาบดี ผู้ ใหญ่ ต่าง คน ต่าง ที่ จะ เลิก ลา ราชการ บัด นี้ ตลอด ประเทศ ฝรั่งเสศ มี ความ ไม่ สบาย เปน อัน มาก เพราะ การ วุ่น ข้าง ขา ราชการ ท่าน ผู้ แต่ ก่อน เปน สมเด็จ พระ นาง เอม เปรศ ยูยิ่น มา ยัง กรุง ปาริศ แล้ว ฯะ

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน ยี่ แรม สอง ค่ำ ยูยิ่น เอมเปรศ ก่อน นั้น กลับ มา ยัง กรง ลันดัน แล้ว เมื่อ การ ประชุม อีก กับ พัค พวก นะโปลิอัน เสร็จ แล้ว นั้น ฯะ

อิงแลนด์

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัสบดี เดือน ยี่ แรม สอง ค่ำ เซอ ออกแลนด์ กอลวิน ถูก ตั้ง ใน ตำแหน่ง เปน ผู้ ช่วย เตือน คอเวินแมนต์ อิยิปต ด้วย เงิน ราชการ ขา เข้า นั้น ฯะ

ปาเลี่ยแมนต์

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน ยี่ แรม สาม ค่ำ พวก ที่ มี ชื่อ ว่า พวก นาเช่อนอัลอิซะต ได้ ตั้ง มิศเตอ โอไบรอน เปน คน สำหรับ เมือง มาโล ใน ปาเลี่ยแมนต์ คน ที่ พวก มี ชื่อ ว่า มินิศติริอัล จะ ตั้ง หา ได้ ตั้ง ไม่

ฝรั่งเสศ

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน ยี่ แรม สี่ ค่ำ ใน หนัง สือ ริโปด ของ พวก กอมิตี ของ พวก ราชการ ที่ เรียก ว่า แจมเบอ ออฟ ดะปูตี เตือน ให้ ถอด แล ขับ คน ที่ เทียม แต่ คอเวินแมนต์ ยัง ไม่ รับ ทำ ตาม คำ เตือน นั้น คราว ลำบาก ใน ราชการ คราว นี้ ยิ่ง ลำบาก นัก เข้า เพราะ มงเซอ ดูเกล เจ็บ ไม่ สบาย ด้วย ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน ยี่ แรม หก ค่ำ พวก มินิศเตอ ฝรั่งเสศ ลา ออก จาก ราชการ แล้ว เปรซิเดนต์ ของ ริปับลิก ฝรั่งเสศ ได้ บังคับ มงเซอ ยุลิซ เฟรี ให้ จัก ลำดับ พวก ราชการ ใหม่ ตั้ง เปน พวก กาบะเนต ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ยี่ แรม เจ็ด ค่ำ มงเซอ เฟรี่ ไม่ รับ จัด ตั้ง พวก กาบะเนต ใหม่ มงเซอ ฟาลี่เอรี่ ได้ จัด การ จน คน ต่าง ๆ กัน เข้า เปน พวก กาบะเนต ใน กาบะเนต นี้ พวก มินิสเตอ ทุก คน คง ตำแหน่ง อยู่ เว้น แต่ มงเซอ ดุเกลอ ซึ่ง เปน เปรซะเดนต์ คน หนึ่ง เยนิ รัล บิลโล คน หนึ่ง แล อัดมิรัล ยอริกุบรี่ ทั้ง สาม นาย นี้ เคย ว่า ราชการ ขา การ รบ ขา กำปั่น รบ แล ขา เมือง ขึ้น คือ กอโลนี่ มงเซอ ฟาลี่ เอรี่ รับ ราชการ ขา ต่าง ประเทศ ไป พลาง ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม แปด ค่ำ มงเซอ แกมบี้นอ รับ ตำแหน่ง เปน มินิสเตอ ขา รบ การ หาฤๅ ทุ่ม เถียง ปฤกษา กัน ใน พวก ราชการ คือ แจมเบอ ออฟ ดะปูตี่ ด้วย การ ถอด แล ขับ พวก เทียม นั้น ต้อง งด ไว้ ก่อน เพราะ มงเซอ ฟาลิ เอริ ไม่ สบาย เจ็บ ไป ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน ยี่ แรม เก้า ค่ำ มง เซอ แกมบี้โน ไม่ รับ ตำแหน่ง ว่า ราชการ ขา การ รบ จึง ได้ ตั้ง มงเซอ ธิบดิน รับ ตำแหน่ง นั้น แทน คอ เวินแมนต์ ฝรั่งเสศ ไม่ ยอม ให้ พวก อังกฤษ เปน ผู้ กลาง จัด การ ที่ เกาะ แมดะแคซคา ๚ะ


๏ ว่า ด้วย ลม อากาศ ๚ะ

๏ ลม อากาศ นั้น เปน ชื่อ สิ่ง หนึ่ง ที่ มี อยู่ ล้อม รอบ ลูก โลกย์ ทั่ว ทุก ข้าง แล้ว เมื่อ ลูก โลกย์ หมุน วัน ละ รอบ นั้น ลม อากาศ ก็ หมุน ตาม ไป แล เมื่อ ลูก โลกย์ เวียน รอบ ดวง อาทิตย ปี ละ รอบ นั้น ลม อากาศ ก็ เดิร พร้อม กัน คือ ลม อากาศ ห่อ หุ้ม ลูก โลกย์ ไว้ เสมอ แล จะ กระจาย ไป จาก โลกย์ ไม่ ได้ เพราะ โลกย์ ดูด ไว้ เปน มั่นคง ส่วน ลม อากาศ ก็ ผิด กับ แผ่น ดิน แล น้ำ เพราะ ทั้ง สอง สิ่ง นั้น ปรากฏ แก่ ตา แต่ ลม อากาศ ไม่ ปรากฏ แก่ ตา เว้น ไว้ แต่ เมื่อ เดิร ฤๅ ไหว เปน อาการ อย่าง ที่ เคย เรียก ว่า ลม พัด ลม อากาศ ย่อม มี ลักษณ อย่าง นี้ คือ ว่า เปน สิ่ง หนึ่ง เบา บาง ศรี ใส เปน ของ ไหล แล ประกอบ ด้วย อิเลกตรี สะตี้ เปน อัน มาก ลม อากาศ หา เปน ธาตุ สิ่ง เดียว ไม่ เพราะ เปน ของ ประสม คือ ประสม ด้วย ลม สอง อย่าง เปน ต้น ลม นั้น มี ชื่อ ว่า ออกซะเยน แล ในโตรเยน แต่ ยัง มี ของ อื่น เจือ อยู่ บ้าง ของ อื่น ที่ เจือ นั้น คือ อาย น้ำ แล กาบอนิก แอเซด แคศ เปน ต้น ลม อากาศ ถ้า แบ่ง เปน ร้อย ส่วน จะ เปน ออกซะเย็น ยี่ สิบ ส่วน เปน ในโตรเย็น เจ็ด สิบ เก้า ส่วน ส่วน ออกซะเย็น แล ใน โตรเย็น นั้น คง อยู่ เสมอ ไม่ แปร ปรวน เลย แต่ ของ อื่น ที่ เจือ อยู่ นั้น ลาง ที มี มาก ลาง ที มี น้อย คือ ของ เล่า นั้น ย่อม เปลี่ยน ตาม เพศ บ้าน เมือง ตาม ระดู แล ตาม ที่ ตำบล นั้น จะ เปน ที่ สูง ฤๅ ที่ ต่ำ แล้ว ออกซะ เย็น แล ไนโตรเย็น มี อาการ ไม่ เหมือน กัน เลย คือ ออก ซะเย็่น เปน ที่ เลี้ยง ไฟ ให้ ไหม้ แล เปน ที่ เลี้ยง ชีวิตร แห่ง สัตว ด้วย แต่ ไนโตรเย็น นั้น ถ้า ไม่ ได้ ประ สม ด้วย ของ อื่น ก็ เปน ที่ ดับ ทั้ง สอง อีก ประการ หนึ่ง น้ำ ทั้งหลาย ประสม ด้วย ออกซะเย็น แล ไฮโตรเย็น แล น้ำ เขา เคย ใช้ ใน การ ดับ ไฟ แต่ ลม อากาศ ซึ่ง ประสม ด้วย ออกซะเย็น แล ไนโตรเย็น นั้น เปน ที่ เลี้ยง ไฟ ให้ ไหม้ แล้ว ใน ที่ เปล่า ๆ ที่ ลม อากาศ ไม่ มี ไฟ ไหม้ มิ ได้ ๚ะ

๏ ลม อากาศ นี่ อยู่ ล้อม รอบ ลูก โลกย์ ทุก ข้าง แต่ จะ มี ลม อากาศ ตลอด ทาง ไป จน ถึง ดวง จันทร ดวง อาทิตย แล ดวง ดาว ทั้งหลาย ฤๅ ไม่ ใช่ อย่าง นั้น แต่ ลม อากาศ ห่อ หุ้ม โลกย ไว้ เหมือน กระดาษ ฤๅ เหมือน ผ้า แต่ จะ หนา ก็ ไม่ สู้ หนา คือ ถ้า ขึ้น ภูเขา ที่ สูง นัก ยัง ไม่ ทัน ถึง ยอด ก็ จะ เหน ว่า ลม อากาศ น้อย ลง แล้ว ไม่ ใคร่ จะ ภอ หาย ใจ ไม่ ภอ เลี้ยง ชีวิตร สัตว ลาง คน ที่ ได้ ขึ้น ไป อย่าง นั้น มี อาการ เกิด ขึ้น ดัง นี้ คือ พูด ด้วย กัน ไม่ ใคร่ จะ ได้ ยิน เสียง หาย ใจ ไม่ เข้า ไม่ ออก แล้ว เซา อ่อน กำลัง มี โล หิต ไหล ออก จาก ปาก แล จมูก แล หู เปน น่า กลัว ก่อ ไฟ ก็ ไม่ ใคร่ จะ ติด ถึง ไฟ ติด แล้ว ก็ ไม่ สู้ ร้อน แล้ว น้ำ ที่ ตั้ง ไฟ จน เดือด เปน กำลัง ก็ ยัง เอา นิ้ว มือ จุ่ม ลง ไว้ ใน น้ำ นั้น ได้ การ ประหลาด อย่าง นี้ มี เกิด ขึ้น ใน ที่ นั้น เพราะ ใน ตำบล นั้น ลม อากาศ มี แต่ น้อย คือ ลม อากาศ ตก อยู่ ฝ่าย ข้าง ล่าง ใกล้ จะ หมด คน ที่ ได้ ขึ้น ไป ด้วย เครื่อง เหาะ ก็ ได้ เหน อาการ อย่าง นี้ เหมือน กัน จึง เข้า ใจ ว่า ตาม พื้น แผ่น ดิน ลม อากาศ มี มาก แล ลม นั้น ประกอบ ด้วย เด็นสะ ตี มาก คือ ด้วย ความ แน่น แต่ เมื่อ ยิ่ง ขึ้น ไป ยิ่ง สูง ลม อากาศ ก็ ยิ่ง เบา บาง น้อย เข้า แล้ว เปน อย่าง นั้น จน หมด สิ้น ลม อากาศ ผู้ เปน นักปราช ได้ คิด พิจารณา เหน ว่า ขึ้น ไป จาก พื้น โลกย สัก ห้า โยชน์ จะ ถึง ที่ สิ้น ลม อากาศ คือ ลม อากาศ หนา แต่ สัก ห้า โยชน์ ตั้ง แต่ โลกย นี้ ถึง ดวง จันทร เปน ทาง ๒๓๗๐๐ โยชน์ ตั้ง แต่ โลกย นี้ ถึง ดวง อาทิตย เปน ทาง ๙๕๐๐๐๐๐ โยชน์ แล้ว ถ้า จะ ว่า ด้วย ดวง ดาว ที่ อยู่ นอก จักระวาฬ ที่ เรา อาไศรย อยู่ นี้ ก็ ดวง ดาว ที่ ใกล้ ที่ สุด เปน ทาง ได้ ๒๐๐๐๐๐๐๐๐๐ โยชน์ แล้ว ดวง ดาว ที่ ไกล กว่า นั้น หลาย หมื่น แสน เท่า ก็ มี ก็ ใน เหว อัน กว้าง ขวาง ภุก ภาย นอก นั้น จะ มี อะไร บ้าง วิสัชนา ว่า ตาม ที่ นักปราช ได้ พิจารณา เหน ว่า ที่ นั้น เปน ที่ เปล่า แท้ คือ ลม อากาศ ไม่ มี สว่าง ก็ ไม่ มี เปน แต่ มืด ดำ หนาว เหลือ ที่ จะ พรรณา เขา กล่าว ว่า ถึง จะ ออก ไป ใน ที่ นั้น ได้ ก็ จะ ไม่ เหน อะไร เพราะ มืด ถึง จะ ยิง ปืน ใหญ่ ได้ ก็ ไม่ ได้ ยิน เสียง แล้ว ก็ หนาว เหลือ ที่ จะ ทน ได้ แต่ เมื่อ คน มอง ดู ท้อง ฟ้า แล ดู ข้าง บน เขา ไม่ ได้ เหน เปน มืด ดำ แต่ เหน เปน สว่าง แล้ว มี ศรี ปรากฎ เปน ศรี ฟ้า นั้น จะ อะธิบาย อย่างไร วิสัช นา ว่า สว่าง ที่ เขา เหน นั้น คือ สว่าง แห่ง ดวง อาทิตย ที่ กระจาย อยู่ ตาม ลม อากาศ แล้ว สว่าง ย่อม เปน เหมือน ศรี ขาว ก็ ตาม ธรรมดา ขาว ประสม กับ ดำ ได้ ศรี ฟ้า มิ ใช่ ฤา คือ สว่าง ที่ กระจาย อยู่ ใน ลม อากาศ ประสม กับ มืด ดำ ซึ่ง อยู่ ภาย นอก นั้น เปน เหตุ แห่ง ศรี ที่ เรา แล เหน ใน ท้อง ฟ้า แล้ว ถ้า จะ ขึ้น ภูเขา ที่ สูง ยิ่ง นัก ก็ ศรี ฟ้า นั้น จะ หาย ไป แล เมื่อ มอง ดู ข้าง บน จะ เหน เปน แต่ มืด ดำ ฤา มอง ดู ดวง อาทิตย ก็ จะ เหน เปน เหมือน แผ่น เหล็ก อัน แดง ด้วย ไฟ แขวน ไว้ ท่าม กลาง มืด แต่ ภาย นอก นั้น จะ หนาว แล จะ มืด ทำ ไม ก็ มี แสง อาทิตย เดิร ตลอด ทั่ว ทาง นั้น มิ ใช่ ฤา วิสัชนา ว่า แสง ดวง อาทิตย เดิร ตลอด ทั่ว ก็ จริง อยู่ แต่ เปน ธรรมดา แสง อาทิตย มัน ไม่ แตก เปน สว่าง จน มา กระทบ ต้อง สิ่ง ของ แล ความ ร้อน ที่ มี อยู่ ใน แสง อาทิตย ไม่ ปรากฎ เปน ความ ร้อน จน แสง นั้น มา กระทบ ต้อง สิ่ง ของ เหมือน กัน คือ เปน ใจ ความ ดังนี้ ว่า แสง อาทิตย ย่อม เดิร ตลอด ทาง ไกล ที่ มืด แล หนาว ภาย นอก นั้น แล้ว ไม่ เสีย ความ ร้อน แต่ สัก นิด แล สว่าง ที่ ได้ กระ จัด กระจาย ไป บ้าง ไม่ มี เลย ภาย นอก นั้น จึ่ง เปน มืด แล หนาว แต่ แสง อาทิตย ที่ กำลัง แล่น ลง มา ต้อง ลม อากาศ ฤา พื้น แผ่น ดิน เมื่อ ใด ก็ มี สว่าง แล ความ ร้อน ทั้ง สอง มา ปรากฎ เมื่อ นั้น ซึ่ง ภาย นอก เปน หนาว นัก รู้ ได้ โดย ขึ้น ภูเขา สูง เหมือน กัน คือ ยิ่ง ขึ้น ไป ก็ ยิ่ง หนาว แล้ว เพราะ ภาย นอก เปน หนาว มาก ดัง นั้น ภูเขา ที่ สูง จึ่ง มี ยอด บิด ไว้ ด้วย หิมะ เสมอ อยู่ แล หิมะ นั้น ไม่ ละลาย เลย ถึง ภู เขา นั้น ตั้ง อยู่ ใน ประเทศ ที่ ร้อน ก็ ยัง จะ มี ยอด บิด ไว้ ด้วย หิมะ เสมอ เหมือน กัน ฯะ

๏ ลม อากาศ เปน ที่ อาไศรย แห่ง มนุษ เหมือน ปลา อยู่ ใน น้ำ ตัว ปลา เมื่อ อยู่ ใน น้ำ มี น้ำ ห่อ หุ้ม ครอบ ตัว ไว้ เสมอ แล้ว มนุษ อยู่ ใน ลม อากาศ มี ลม อากาศ ห่อ หุ้ม ครอบ ตัว ไว้ เหมือน กัน เมื่อ คน ลง ไป ใน น้ำ เขา สังเกต น้ำ ครอบ ตัว ได้ เพราะ น้ำ มี น้ำ หนัก มาก แต่ คน อยู่ ใน ลม อากาศ ซึ่ง ลม อากาศ ครอบ ตัว อยู่ เขา สังเกต ไม่ ได้ นั้น จะ เปน เพราะ ลม อากาศ ไม่ มี น้ำ หนัก ฤา วิสัชนา ว่า ลม อากาศ เปน ของ ประสม จึ่ง ต้อง มี น้ำ หนัก แต่ เบา กว่า น้ำ มาก แล้ว คน ทั้งหลาย เคย อาไศรย ใน ลม อากาศ จึ่ง ไม่ สังเกต ก็ ตาม ที่ ได้ ว่า ไว้ แล้ว นั้น ลม อากาศ เปน หนา สัก ห้า โยชน์ น้ำ หนัก แห่ง ลม อากาศ นั้น จะ สัก เท่าไร วิสัชนา ว่า ผู้ เปน นักปราช ได้ พิจารณา กำหนด ว่า ที่ พื้น แผ่นดิน แต่ ใน นิ้ว สี่ เหลี่ยม นิ้ว หนึ่ง ลม อากาศ ทับ หนัก สัก สิบ ห้า ชั่ง แล้ว ตาม ที่ ได้ ว่า ไว้ แล้ว นั้น ลม อากาศ ครอบ กัน ตัว เรา ล้อม รอบ ก็ ถ้า จะ กำ หนด คน ด้วย ร่าง กาย โต อย่าง ประมาณ คือ คน หนึ่ง ที่ ร่าง กาย มี พื้น ดิน ได้ สัก สิบ ห้า ฟุต สี่ เหลี่ยม ก็ ลม อากาศ จะ ดัน ที่ ร่าง กาย ตัว คน นั้น เปน แรง ได้ ๓๑๕๓๖ ชั่ง แต่ ทว่า ถ้า ลม อากาศ ดัน มาก ดั่ง นั้น ทำไม คน นั้น จึ่ง สังเกต ไม่ ได้ วิสัชนา ว่า ลม ซึ่ง อยู่ ภาย นอก ร่าง กาย ดัน แรง เท่าไร ก็ ลม ซึ่ง อยู่ ภาย ใน ดัน ออก มา แรง เท่า นั้น คือ เสมอ กัน จึ่ง คน ไม่ สังเกต ซึ่ง ลม ภาย ใน ร่าง กาย ดัน ออก มา สัง เกต ได้ นั้น คราว เมื่อ หมอ เอา ม่อ กอก ลง ที่ ร่าง กาย หมอ เคย เอา ม่อ ทำ ให้ ร้อน เพื่อ จะ ไล่ ลม ออก จาก ม่อ แล้ว เขา เอา ม่อ นั้น กอก ลง ไว้ ที่ ร่าง กาย ตรง ที่ เจ็บ แล เพราะ ลม ใน ม่อ นั้น ไม่ สู้ มี ก็ ลม ภาย ใน ร่าง กาย ดัน ออก มา เปน กำลัง แล้ว มี เนื้อ พอง ขึ้น ถ้า ทำ ไว้ นาน หนัง จะ แตก ขาด ด้วย กำลัง ดัน นั้น น้ำ หนัก แห่ง ลม อากาศ เขา เคย เปรียบ ด้วย น้ำ หนัก แห่ง น้ำ แล น้ำ หนัก แห่ง ปรอด คือ ถ้า มี หลอด แก้ว หลอด หนึ่ง มี ขนาด นิ้ว หนึ่ง สี่ เหลี่ยม แล ยาว ตั้ง แต่ พื้น แผ่นดิน ขึ้น ไป จน สิ้น ลม อากาศ ก็ ลม ใน หลอด นั้น จะ หนัก สิบห้า ชั่ง แล้ว ถ้าเอา น้ำ ภอ ได้ น้ำ หนัก สิบห้า ชั่ง ใส่ หลอด นั้น ไว้ น้ำ นั้น จะ ตั้ง ขึ้น สูง สาม สี่ ฟุต แล้ว ถ้า เท น้ำออก เอา ปรอด ใส่ จน ได้ สิบ ห้า ชั่ง ก็ ปรอด นั้น จะ ตั้ง ขึ้น สาม สิบ นิ้ว เปน ด้วย ตำรา ดั่ง นี้ ที่ เขา ได้ ทำ เครื่อง หนึ่ง ที่ มี ชื่อ ว่า บะรอมิเตอร ๆ นั้น เปน เครื่อง สำหรับ ใช้ ใน การ วัด น้ำ หนัก แห่ง ลม อากาศ แล ใช้ ใน การ อื่น ต่าง ๆ ด้วย เหมือน หนึ่ง ข้อ ความ ขี่ ได้ ว่า ไว้ แล้ว นั้น ว่า ขึ้น ไป ใน ลม อากาศ ยิ่ง สูง ลม อากาศ ก็ ยิ่ง เบา บาง ถ้า เมื่อ ขึ้น ไป นั้น ได้ เอา บะรอมิเตอร ใช้ กำหนด การ จะ ได้ ตำรา ไว้ ดั่ง นี้ ๚ะ

๏ ว่า ด้วย ลม อากาศ อยาก จะ รู้ ความ ให้ เลอียด มา ซื้อ ที่ ลง พิมพ์ ไว้ เปน เล่ม สมุด นั้น เถิด ๚ะ


คำ แก้

๏ ถ้า เมื่อ ไร ความ ใน จดหมายเหตุ ไม่ หมด ความ ไม่ เลอียด เชิญ ให้ ท่าน ทั้งปวง ทั้งหลาย ช่วย แก้ แต่ เมื่อ แก้ นั้น ต้อง บอก ชื่อ ตำบล บ้าน ให้ เจ้า ของ จด หมายเหตุ รู้ จึ่ง จะ ลง ความ ที่ แก้ มา นั้น ให้ ๚ะ ๏ ว่า ด้วย หนังสือ จดหมายเหตุ สยาม ไสมย ฯะ

๏ บัด นี้ แม่ แพ ที่ เสา ชิงช้า ไม่ สู้ สบาย จะ เปน ธุระ รับ จดหมายเหตุ ต่อ ไป ไม่ ได้ จึ่ง ขอ ให้ ท่าน ทั้ง หลาย ที่ เคย รับ หนังสือ สยาม ไสมย แต่ แม่ แพ นั้น เขียน หนังสือ บอก ตำบล บ้าน มา ยัง ครู ล่มิท ที่ บาง คอแหลม แล ครู สมิท จะ จัก การ ให้ คน ไป ส่ง ถึง ท่าน ต่อ ไป ถ้า เดือน นี้ มี ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อัน ยัง มิ ได้ หนังสือ ลำรับ เดือน เชิญ มา บอก ให้ ครู สมิท รู้ จึ่ง จะ จัด ให้ ท่าน คง ได้ หนังสือ ของ ท่าน จน ครบ ตาม ที่ ได้ ใช้ เงิน ไว้ แล้ว นั้น ฯะ


๏ ค่า แลก เงิน ฯะ

๏ เงิน ที่ ทวง ได้ ที่ ลันดัน แบนก์ ครบ สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๘ เปนซะ ฟาทิง เหรียน หนึ่ง ครบ ๖ เดือน ๓ ชิลิง ๘ เปนซะ ครึ่ง เหรียน หนึ่ง ๚ะ


๏ คน พึ่ง หัด แปล คำ อังกฤษ เปน ภาษาไท ฯะ

๏ หนังสือ ว่า ด้วย เงิน เหรียน นก อินทรี แลก กับ เงิน บาท ได้ ทำ ไว้ แต่ แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว เปน ภาษา อังกฤษ ชาว สยาม คน หนึ่ง ได้ แปล ออก เปน ไทย ดัง นี้ ๚ะ

๏ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม มี พระไทย ยินดี ขอ แจ้ง ความ แก่ ท่าน กงซุล ต่าง ประเทศ ทั้งหลาย แล ผู้ ว่า ราชการ กงซุล ที่ สอง ซึ่ง มี สัญญา ทาง พระราช ไมตรี ต่อ กรุง สยาม จง ทราบ ทั่ว กัน ด้วย จะ ให้ ท่าน ต่าง ประเทศ บันดา ที่ เปน พวก ก่ำมุนะตี ทราบ ฯะ

๏ เดิม มิสเตอร์ ยิงเยอล ผู้ ว่า การ แทน กงซุล อังกฤษ ได้ จัด แจง ขอ ตั้ง แลก เปลี่ยน เงิน เหรียน นก อินทรี แทน เงิน บาท ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๕๗ ต่อ ท่าน เสนา บดี ที่ สำเร็จ ราชการ ต่าง ประเทศ แล ได้ สัญญา ตก ลง กัน เงิน นก อินทรี ๓ เหรียน ตก เปน เงิน บาท ๕ บาท เสมอ แต่ เงิน ต่าง ๆ นั้น ชั่ง ได้ น้ำ หนัก ๓ เหรียน เหรียน นก อินทรี แลก เปน เงิน บาท ๕ บาท เหมือน กัน แล พวก กำมุนะตี ต่าง ประเทศ เข้า แลก ได้ แต่ ๒๔๐๐๐ บาท เท่า นั้น ทุก วัน จันทร์ อาทิตย ละ ครั้ง เพราะ เงิน บาท สยาม ทำ ได้ แต่ จำเพาะ ใน เวลา ระหว่าง เท่า นั้น

๏ เดี๋ยว นี้ สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ได้ ทรง พระกรุณา ตั้ง ออฟฟิศ ตรา กษาป ใหม่ สำหรับ ทำ เงิน บาท จาก เงิน เหรียน แล เงิน รูเบี้ย เพราะ เหตุ ดัง นี้ เงิน ตรา ได้ ทำ ทะวี มาก ขึ้น ทุก วัน มาก กว่า ได้ ทำ แต่ ก่อน นี้ แต่ บาง ที เหตุ อัน เกิด ขึ้น มา แล้ว เครื่อง จักร ขัด ไป ใช้ ไม่ ได้ ต้อง หยุด การ นี้ ถึง ยี่สิบ วัน ฤา เดือน หนึ่ง

๏ เมื่อ สอง สาม วัน นี้ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ได้ ทรง ทอด พระเนตร เหน ข้อ สัญญา ที่ จดหมาย เหตุ ชื่อ สยาม ไตมซ์ ยอม ให้ พวก กำมุนะตี ต่าง ประเทศ แลก เงิน บาท แต่ จำเพาะ ๒๔๐๐๐ บาท ทุก วัน จันทร์ เหน น้อย นัก ไม่ ภอ ต้ยง การ ใช้ สอย ใน การ ค้า ขาย ซึ่ง มี อยู่ บัด นี้ สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว มี พระไทย ทรง พระ กรุณา ประกาศ อะนุญาต ให้ ตั้ง แลก เปลี่ยน เงิน บาท นั้น ตาม เดิม แต่ แลก ได้ ๓๒๐๐๐ บาท ทุก วัน จันทร์ ฤๅ ๑๖๐๐๐ บาท ใน วัน จันทร์ แล วัน พฤหัศ บดี ทุก อาทิตย เว้น แต่ เครื่อง จักร ที่ ทำ เงิน นั้น เปน เหตุ ร้าย ขึ้น เหมือน อย่าง แต่ ก่อน แต่ ใน วัน ปัต ยุบัน นี้ เปน เวลา ที่ จะ แจก เบี้ยหวัด เงิน ปี แล เงิน ตรา ต้อง การ ใช้ สอย เปน อัน มาก สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว จึ่ง โปรด เกล้า ฯ ให้ พวก ต่าง ประเทศ มา แลก เงิน ตั้ง แต่ วัน สิ้น เดือน โนเวมเบอร์ น่า แล เงิน ที่ แลก นั้น อานุญาต ให้ พวก ต่าง ประเทศ แลก ทวี ขึ้น ถึง ๔๐๐๐๐ บาท แล จน ถึง ๕๒๐๐๐ บาท แลก ได้ ตาม วัน กำหนด ส่อง วัน ที่ ว่า มา แล้ว นั้น ใน ทุก อาทิตย จะ ได้ ทัน การ ร้อน ภอ กับ ความ ต้อง ประสงค์ ซึ่ง เคย เปน ธรรมเนียม แห่ง สัญญา ทาง คลัง มหา สมบัติ แล จะ ไม่ ได้ คลาด เคลื่อน กัน เพราะ เหรียญ ดอลลา มัก เกิด ผิด แล จุก จิก ขึ้น บ่อย ๆ ๚ะ


๏ การ เลล้ง ขาย ๚ะ

๏ คำ หมาย ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า มี คำ สั่ง มา ให้ ขาย เปน สาม ราย ที่ ของ หมอ วิเลี่ยม ลุอิศ ฮัตซินซอน ทั้ง ตึก แล เรือน โรง แล ของ อื่น ๆ อัน มี ใน ที่ นั้น ที่ ตึก เรือน แล โรง เหล่า นี้ อยู่ ริม ถนน เจริญ กรุง ฟาก ตะ วัน ออก ตรง กับ ที่ เอเยนซี่ ของ สมเด็จ พระนาง กวิน อิงแลนด์

๏ ฃอง เหล่า นี้ จะ เลล้ง ขาย ใน เรว ๆ นี้ ถ้า ท่าน ผู้ จะ ซื้อ อยาก ไป ดู ที่ ก่อน คราว เลล้ง ขาย นั้น เชิญ มา หา มา ถาม ความ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม เทอญ เมื่อ จะ เลล้ง ขาย จึ่ง จะ บอก ความ ต่อ ไป ครู ซะมูเอล เย สมิท แจ้ง ความ แทน หมอ วิเลี่ยม ลุอิศ ฮัตซินซอน ณะ วัน พุฒ เดือน ยี่ ขึ้น สอง ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๔ ปี มะเมีย จัตวาศก (จ. ห.) ๚ะ

ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สุน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง ห้า ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๒ ครบ หก ปี (จ. ห.) ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี่ ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทุก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แต่ บัด นี้ จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ คราว ๆ ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ หน นั้น จะ ชาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก สลึง คือ สิบ สอง ฉบับ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง ห้าง ชาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด เอา บันทัด ละ สลึง คราว แรก ถ้า ซ้ำ จะ คิด เอา บันทัด ละเฟื้อง ถ้า จะ ลง ความ ถึง ปี จะ คิด ราคา อย่าง หนึ่ง แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก วัน พุฒ แรก ข้าง ขึ้น ทุก เดือน เมือ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ๚ะ


๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ๚ะ

๏ มี หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ ส่อน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ ส่อน วิชา คิด เลข ส่อน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ ส่อน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ๚ะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นก ยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา ส่อน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระคริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยา ฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่างใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศเมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้าฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดงรัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนา กับ นิราศ ภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศ ทอง ปถม มาลา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน สาสนา แท้ จริง เพ็ชมงกุฎ พระ อไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี แปล เปน สุภาสิต ส่อน หญิง มายา สัตรี ลักษณ วงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติ พระ ร่วง ภาลี ส่อน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา ส่อน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษ สวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้า เงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือโลกนิตย ฃงจู๊ มงคลทิปนีแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิตโคลง สมุก จะ หัดอังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ ๚ะ

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุกๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทเล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิดเอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่มใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปกอ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคาใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้งหลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละมาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ์ ฤๅ ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละมาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซื้อ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอกไว้ ใน หนังสือ ทุกๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรง พิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ฃาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด


๏ ยูไนเวอร์ซิตี สยาม ๚ะ

เปน ที่ เรียน วิชา ต่าง ๆ

๏ ถ้า บิดา มารดา ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ ให้ ลูก ชาย ลูก หญิง เรียน ภา ษา ไท ภาษา ฝรั่ง ฤๅ วิชา ต่าง ๆ เพื่อ จะ เปน คน มี ปัญญา รู้ ความ ซึ่ง เรียบ ร้อย จะ ได้ เปน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ สม เปน พ่อ บ้าน แม่ บ้าน เปน กำลัง แก่ ราชการ แล แผ่นดิน บ้าน เมือง เชิญ มา ฝาก ไว้ กับ ครู แล ที่ ยูไนเวอร์ซิตี สยาม บาง คอ แหลม ค่า สอน ค่า เลี้ยง จะ เรียก เอา แต่ พอ สม การ ถ้า จะ รู้ ความ ละเอียด เชิญ มา ถาม แต่ ครู ที่ บางคอแหลม เทอญ ๚ะ