
| เล่ม ๑ แผ่น ๙ วัน พุฒ เดือน ๕ ขึ้น ๔ ค่ำ ปี มะแม เบญจศก ๑๒๔๕ |
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ วัน จันทร์ เดือน ห้า ขึ้น เก้า ค่ำ ปี มะแม เบญจศก จุลศักราช ๑๒๔๕ เปน วัน เริ่ม การ พระศพ พระเจ้า น้อง นาง เธอ พระ องค์ เจ้า กรรณิกา แก้ว กรมขุน กัลยา วะดี ที่ ท้อง สนาม หลวง ตั้ง แต่ วัน นั้น ไป จะ มี การ สม โภช พระศพ แล การ กุศล เปน อัน มาก ฯะ
๏ พระ ราช อัชฌาไศย ของ พระเจ้า กรุง สยาม ฯะ
๏ ครั้น ใน หลวง ทรง ทราบ ว่า ภรรยา ครู ดีน ถึง อนิจย กรรม จึ่ง มี รับ สั่ง ให้ พระองค์ เจ้า น้องยา เธอ กรม หมื่น เทวะวงษ วะโรประการ ส่ง พระ หัตถ์ เลขา เปน คำ ทุเลา ถึง ครู ดีน ครั้น รับ สั่ง แล้ว กรม หมื่น เทวะวงษ จึ่ง เขียน หนังสือ อีก ฉบับ หนึ่ง นำ พระราช หัตถ์ เลขา ถึง ครู ดีน ใน หลวง มิ ได้ ลืม บุญ คุณ ของ คน ต่าง ประเทศ ที่ ทำ ความ ดี ไว้ แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง ด้วย คน เหล่า นั้น เปน คน ต่าง ภาษา ต่าง ศาสนา ด้วย ฯะ
๏ ใน เดือน ที่ ล่วง ไป แล้ว นี้ ได้ ข่าว แต่ เมือง อะเม ริกะ ว่า ฯะ
๏ ดีน—วัน จันทร์ เดือน ยี่ ขึ้น เจ็ด ค่ำ ที่ เมือง บอซะตัน ใน แขวง มาซะซูเซศ ที่ บ้าน บุตร ชาย คือ วิเลี่ยม นิคเตระศ เอม เอม ดีน ภรรยา ของ ครู ดีน ผู้ สอน ศาสนา พระเยซู เจ้า เปน ภาษา จีน ใน กรุง เทพ ถึง แก่ อนิจย กรรม แล้ว ๚ะ
ข่าว ตาย ใน กรุง เทพ
๏ มะกลาเรน—ณวัน พุฒ เดือน สี่ ขึน หก ค่ำ ที่ ตึก ของ เปรศบะติเรียน มิเช่น ที่ วัง หลัง ณะ กรุง เทพ เวลา บ่าย หก โมง ครู ซี ดี มะกลาเรน เปน คน มา ใหม่ ถึง อนิตย กรรม แล้ว ได้ ฝัง ศพ ที่ ป่าช้า โปรเตศ ตันต์ ณวัน พฤหัษบดี เวลา บ่าย สี่ โมง ครึ่ง ๚ะ
๏ โรซะ—ณวัน จันทร์ เดือน สี่ ขึน สิบเอ็ด ค่ำ ที่ ห้าง มิศเซอซ์ วินดซอ เรกลิก แอน โก ที่ กรุง เทพ มิศเตอ บี โรซะ ถึง อนิตย กรรม ๚ะ
๏ ณะ เดือน สี่ เจ้า คุณ กรมท่า มี หนังสือ ฉบับ หนึ่ง ถึง ท่าน ทั้งปวง อัน เปน ที่ ชอบ กัน กับ เจ้า คุณ ดัง นี้
๏ เจ้า พระยา ภาณุวงษ มหาโกษา ธิบดี ขอ แจ้ง ให้ ท่าน ทราบ ว่า ณวัน จันทร์ เดือน สี่ ขึน สิบ เอ็ด ค่ำ เวลา สาม โมง เช้า จะ ได้ แห่ ศพ มารดา ของ ข้าพเจ้า ไป เข้า เมร วัด บุบผาราม ครั้น ณวัน พุฒ เดือน สี่ ขึน สิบสาม ค่ำ เวลา บ่าย สี่ โมง จะ ได้ จุด เพลิง ๚ะ
๏ คราว แห่ ศพ นั้น มี ของ เปน อัน มาก ด้วย มี พระ สงฆ์ พระ เจ๊ก พระ ญวน สวด เปน เวร ๆ กัน ทั้ง มี ดอก ไม้ เพลิง ทุก คืน ณวัน พุฒ นั้น เวลา บ่าย พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม เสด็จ ทรง จุด เพลิง แรก แล้ว คน ทั้งปวง เอา ดอก ไม้ ทำ ด้วย ไม้ หอม ไป เติม ใส่ เข้า ใน เพลิง ครั้น เพลิง ติด ดี เรียบ ร้อย แล้ว ท่าน ผู้ ใหญ่ รับ เชิญ ไป กิน โต๊ะ ครั้น เลี้ยง เสร็จ แล้ว เจ้า คุณ ก็ ได้ แจก ดอก ไม้ เงิน ดอก ไม้ ทอง เปน ที่ รฤก แก่ ท่าน ทั้งปวง ทั้ง สาม วัน นั้น ได้ แจก ผล ทาน แต่ ต้น กระพฤกษ์ แก่ คน ทั้ง ปวง ที่ มา ดู การ ตาม แต่ ควร จะ ได้ นั้น ๚ะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน ห้า แรม ห้า ค่ำ แดด จะ ตรง ที่ กรุง เทพ ณวัน พฤหัสบดี เดือน เจ็ด แรม ค่ำ หนึ่ง แดด จะ ถึง สุด ทาง ทิศ เหนือ ณวัน พฤหัสบดี เดือน เก้า ขึ้น สิบ สาม ค่ำ แดด จะ ตรง ที่ กรุง เทพ อีก ณวัน อาทิตย เดือน สิบ แรม เจ็ด ค่ำ แดด จะ ถึง ตรง กลาง พิภพ ณวัน เสาร์ เดือน อ้าย แรม แปด ค่ำ แดด จะ ถึง ที่ สุด ทาง ข้าง ทิศ ใต้ ๚ะ
๏ ณวัน อาทิตย เดือน ห้า ขึ้น สิบห้า ค่ำ จะ มี จันท คาธ เหน ที่ กรุง เทพ ตั้ง แต่ ดวง จันทร์ จะ ขึ้น แต่ จะ ไม่ เหน มาก ฯะ
๏ วัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สี่ ค่ำ วัน นี้ เปน วัน มหา สงกรานต์ ตาม กาล กำหนด ของ ชาว ประเทศ สยาม เปน วัน แรก ใน ปี มะแม เบญจศก ๑๒๕๕ ข้าพเจ้า ครู สมิท ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน ทั้งปวง ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ที่ รับ หนังสือ สยาม ไสมย นี้ ไว้ ขอ ให้ พระ ผู้ เปน เจ้า ของ แห่ง อนันต จักรวาฬ ท่านุ บำรุง ท่าน ทั้งหลาย ทุก ท่าน ทุก นาย นี้ ช่วย ให้ ได้ ความ เจริญ ความ ศุข ใน ปี ใหม่ นี้ ยิ่ง มาก กว่า ปี ก่อน ๆ ทุก ปี ที่ ล่วง ไป แล้ว นั้น ทั้ง โปรด ให้ ได้ ความ รอด แล ความ ศุข อัน ล้ำ เลิศ ใน ชีวิตร อัน ถาวร ไป ข้าง น่า นั้น ซึ่ง สมเด็จ พระมหา เยซู เจ้า เรา จะ พระราช ทาน ให้ แก่ ทุก ตัว คน ที่ เชื่อ แล ถวาย ตัว ขึ้น อยู่ ใน พระ องค์ ๚ะ
๏ บาง คน จะ มี ความ ปราถนา อยาก จะ รู้ ว่า จะ ทำ อย่างไร จึ่ง จะ ได้ รู้ ว่า วัน ใด เดือน ใด จะ เปน วัน มหา สงกรานต์ วัน แรก ใน ปีใหม่ ข้าง ฝรั่ง นั้น คิด การ เช่น นี้ เปน การ ง่าย ด้วย ว่า เขา แบ่ง ปี เปน สิบสอง เดือน ๆ อ้าย ของ เขา มี ๓๑ วัน เดือน ยี่ มี ๒๘ วัน เดือน สาม มี ๓๑ วัน เดือน สี่ มี ๓๐ วัน เดือน ห้า มี ๓๑ วัน เดือน หก มี ๓๐ วัน เดือน เจ็ด มี ๓๑ วัน เดือน แปด มี ๓๑ วัน เดือน เก้า มี ๓๐ วัน เดือน สิบ มี ๓๑ วัน เดือน สิบเอ็ด มี ๓๐ วัน เดือน สิบสอง มี ๓๑ วัน ครบ ๓๖๕ วัน สิ้น ปี รอบ หนึ่ง วัน แรก ใน เดือน อ้าย เปน วัน ขึ้น ปี ใหม่ ทุก ๆ ปี มิ ได้ ขาด ของ เขา ๚ะ
๏ เมื่อ คิด ดัง นี้ ปี หนึ่ง ปี หนึ่ง นั้น ขาด เกือบ ครึ่ง วัน เพราะ เหตุ เช่น นี้ ถ้า ศักราช ปี ได้ แบ่ง ด้วย สี่ ไม่ มี เสศ แล้ว ปี นั้น จำ ต้อง เติม วัน หนึ่ง ใน เดือน ยี่ ให้ เดือน ยี่ ใน ปี นั้น มี ๒๙ วัน คือ เติม วัน เปน วัน อธิกวาร ปี นั้น จึ่ง จะ ครบ ๓๖๖ วัน เมื่อ คิด จัด ปี ดัง นี้ เดือน แล ระดู ไม่ คลาด กัน จน นาน หลาย พัน ปี พวก ฝรั่ง ไม่ มี ความ ลำบาก ใน การ ที่ จะ รู้ แน่ ว่า วัน ใด เปน วัน สิ้น ปี แล วัน ใด เปน วัน แรก ใน ปี ใหม่ วัน ที่ ๓๑ ใน เดือน สิบสอง เปน วัน สิ้น ปี วัน ที่ หนึ่ง ใน เดือน อ้าย เปน วัน แรก ใน ปี ใหม่ ฝรั่ง ไม่ เปน อัน คลาด เลย วัน สิ้น ปี ตาม กำหนด ของ ชาว สยาม นั้น มัก ตก ใน วัน ที่ ๑๐ เดือน สี่ แล วัน มหา สงกรานต์ มัก ตก เปน วัน ที่ ๑๑ เดือน สี่ ของ พวก ฝรั่ง พวก ฝรั่ง คิด รู้ วัน สิ้น ปี วัน แรก ปี ของ ชาว สยาม แน่ ไม่ เคย คลาด ให้ ชาว สยาม จำ ว่า วัน ใด เปน วัน มหา สงกรานต์ ครั้ง หนึ่ง ครั้ง ใด นับ เข้า ๓๖๕ วัน ถาม ครั้ง วัน ที่ ๓๖๕ นั้น คง เปน วัน สิ้น ปี แล วัน ที่ ๓๖๖ คง เปน วัน แรก ใน ปี ใหม่ นั้น แล จัด นับ วัน ที่ ๓๖๖ นั้น เปน วัน ที่ ๑ ใน ปี ใหม่ นั้น แล แต่ อย่า ลืม สี่ ปี ครั้ง หนึ่ง ต้อง เอา วัน ที่ ๓๖๖ เปน วัน สิ้น ปี แล ต้อง เอา วัน ที่ ๓๖๗ เปน วัน แรก ใน ปี ใหม่ เอา วัน ที่ ๓๖๗ นั้น ตั้ง เปน วัน ที่ หนึ่ง แล ซึ่ง ว่า มา นี้ ว่า ไว้ แต่ เปน คำ ย่อ ภอ เปน ที่ สังเกต ไว้ ถ้า นักปราช อยาก จะ รู้ เข้า ใจ ความ ยิ่ง เลอียด เข้า เชิญ มา ซื้อ ตำรา ดาว ที่ ดี พิมพ์ ไว้ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม ใน ปี กุน สัปตศก ๑๒๔๗ แล พลิก ไป ดู บท ๑๒ น่า ๒๕ แห่ง หนึ่ง ไป ดู บท ๓๐ น่า ๖๑ จน จบ น่า ๖๘ ไป ดู บท ๕๑ ตั้ง แต่ น่า ๑๘๙ ตลอด จน จบ น่า ๒๐๖ ตรอง ดู ให้ เลอียด คง เข้า ใจ ใน การ กำหนด ปี เปน อัน มาก แล เลอียด ด้วย ๚ะ
๏ ณวัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น สิบสาม ค่ำ เวลา ประมาณ เจ็ด ทุ่ม เสศ เกิด ไฟ ไหม้ ที่ บางรัก ไหม้ ตลาด โรง ร้าน แล ตึก หลาย หลัง ทั้งสอง ข้าง ถนน ใต ถนน สี ลม ลง ไป ๚ะ
๏ มี คำ เลื่อง ฦๅ ว่า พระยา ภาษกรวงษ จะ เปน ผู้ แล ดู ว่า การ ที่ โรง ภาษี ขา ออก ไป พลาง ตั้ง แต่ วัน อาทิตย เดือน ห้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ไป ๚ะ
๏ กำปั่น รบ จักร กลไฟ ฝรั่งเสศ มี ทหาร แล ศาสตรา วุธ พร้อม ไป ถึง ไห้ฟอง แล้ว เขา เลื่อง ฦๅ ว่า ข้า ราช การ ญวน ขึ้น ไป สั่ง แล้ว ห้าม ไม่ ให้ รบ กัน พวก ฝรั่งเสศ จะ คุม รักษา ที่ แขง แรง ไว้ แต่ เหน จะ ไม่ ถึง รบ พุ่ง กัน ทหาร จีน ที่ ได้ เตรียม การ เปน ที่ จะ ขู่ ที่ แดน ต่อ แดน ญวน กับ จีน ลง กำปั่น รบ จักร กล ไฟ ไป ถึง เมือง กวางตุ้ง แล้ว ฯะ
๏ ข่าว โทรเลข นอก ๚ะ
ปาเลี่ยแมนต์
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สาม แรม เก้า ค่ำ ท่าน ผู้ เปน เจ้า พนักงาน ขา เงิน หลวง ที่ จะ เข้า นั้น แจ้ง ความ ว่า ใน ปี นี้ เงิน ที่ จะ ขาด สัก ๓ ๐๐๐ ๐๐๐ ปอน ฯะ
๏ ได้ จัด ตั้ง มิศเตอ ออตะเว เปน แชแมน พวก กอมมิตี ฯะ
๏ มิศเตอ แกลดซะโตน กลับ ไป ยัง กรุง ลันดัน แล้ว ๚ะ
๏ จะ จับ จำหน่าย เงิน อีก ข้าง ต้น เดือน เอปริล (ปลาย เดือน สี่ สยาม) ตาม พระ ราช กำหนด ที่ ตั้ง ไว้ แล้ว ใน ปี คริศ ศักราช ๑๘๘๓ ฯะ
๏ พวก กอมมิตี ใน พวก ราชการ ทั้ง ส่อง ราย นั้น ให้ เรียก ภาษี ทวี่ ใน ของ ที่ เรียก ว่า เมดตัล ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน สาม แรม สิบเอ็ด ค่ำ ข้อ ที่ เรียก ว่า ตาริฟ บิล (ค่า พิกัด ภาษี) พวก ราชการ ทั้ง ส่อง ราย ยอม ตั้ง แล ลง ลาย มือ ไซน แล้ว ภาษี ที่ ลด รวม ทุก ราย ถึง เงิน เหรียญ ดอลา ๖๗ ๐๐๐ ๐๐๐ เกือบ หมื่น สี่ พัน ชั่ง ๚ะ
๏ พระ ราชโอรส องค์ ใหญ่ ของ สมเด็จ พระนาง กวิน คือ ปรินซ ออฟ เวลซะ จัด ตั้ง เปน พี่ลด มาชัล แล้ว ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สี่ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง กำปั่น รบ คันโบด ฝรั่งเสศ ได้ จัด ให้ ไป ตั้ง คอย อยู่ ที่ ตะมะตะวิ แล กำปั่น รบ ลำ ใหญ่ สี่ ลำ จัด ตั้ง ให้ ไป คอย การ ที่ ฝั่ง พยับ เกาะ นั้น พวก มะดะคะซี่ นั้น มี ใจ เคือง เปน อัน มาก แล จัด การ จะ รบ พุ่ง ต่อ สู้
๏ ท่าน ผู้ เปน อันเดอ ซะกรี่แตรี ว่า การ ขาง ขา ต่าง ประเทศ ใน คำ ตอบ คำ ถาม ได้ ว่า พวก อังกฤษ จะ ทำ ได้ แต่ การ ซึ่ง จะ ให้ ฝรั่งเสศ แล พวก มะดะ แคซคาร์ มี ความ สงบ เรียบ ด้วย กัน ซึ่ง จะ กระทำ เกิน นั้น ทำ ไม่ ได้ ๚ะ
๏ กำปั่น กล จักร ไฟ เรือ รบ อังกฤษ ปืน เก้า กระ บอก ถึง ตะมะตะวิ แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สี่ ขึ้น เก้า ค่ำ ลอด กา ลิง ฟอด ได้ ถูก จัด ตั้ง เปน ลอด เปรซะเดนต์ ของ ปรีวิ กอน เซด ท่าน ผู้ เปน อันเดอ เซะกรี แตรี ว่า การ ข้าง ต่าง ประเทศ ตอบ แก่ คำ ถาม ว่า คอเวินแมนต์ มิ ได้ หมาย ว่า จะ เติม กำลัง ข้าง ชา กำปั่น รบ ที่ เกาะ มะดะแคซการ์ ๚ะ
๏ พวก ที่ เมือง ติปเรี่ ได้ จัด คน หนึ่ง ที่ ถือ เหน อย่าง เขา ให้ เปน พวก ปาเลี่ยแมนต์ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัสบดี เดือน สี่ ขึ้น สิบสาม ค่ำ พวก ตะบราซา ออก แล้ว จะ ไป เที่ยว สืบ ดู ท่า ทาง ภูม ที่ ตาม ลำ แม่ น้ำ กองโค ใน กลาง ประเทศ อะฟริ กะ นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ พวก โบเออ ไม่ ยอม เลิก ออก จาก เติมบุแลนด แต่ กำลัง ชุมนุม กัน ที่ นั้น เปน อัน มาก ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น หก ค่ำ ถอดเดอ บี่ ได้ แจ้ง ความ ใน ที่ ชุมนุม ว่า ด้วย การ พวก โบเออ เบียด เบียฬ ชาว ประเทศ นั้น ประเทศ อังคริษ ทำ ได้ แต่ เพียง ต่อ ว่า ถ้า เกิด การ ร้อน เมื่อ ไร จึง จะ เอา กำลัง มา ใช้ ได้ ๚ะ
๏ มี ความ แจ้ง ออก มา ว่า กระษัตร เจ้า โอโมรุ ถึง แก่ ความ ตาย แล้ว เจ้า องค นี้ ได้ ครอง ประ เทศ หนึ่ง ข้าง ชาย ทเล ประเทศ อัฟริกะ เจ้า องค นี้ เปน คน มี เมีย เหลือ เกิน นัก เธอ เมื่อ ยัง อยู่ นั้น มี ภรรยา ถึง ๗๐๒ คน แล บุตร ถึง ๘๕ คน ใน พวก บุตร นั้น ๗๒ คน ยัง คง ชีวิตร อยู่ บุตร ชาย หัว ปี ของ เธอ ที่ สืบ ตระกูล ของ บิดา ก็ มี ความ ชอบ ใน กามะราค เช่น บิดา ด้วย ว่า บุตร ชาย นั้น มี ภรรยา ถึง ๔๑๒ คน แล้ว ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน สี่ ขึ้น สาม ค่ำ คน วุ่น วาย ที่ จะ ชุมนุม กัน อีก ใน พวก ราชการ ใน พวก แชมเบอ ออฟ เดะปุติ เสนาบดี ราชการ ชา ใน แจ้ง ความ ว่า คง จัด การ กด พวก เหล่า นี้ ไว้ ให้ แขง แรง นัก ๚ะ
๏ พวก ร้าย ลอง จะ ทำ วุ่น วาย เช้า วาน นี้ แต่ เมื่อ เหน ว่า เหลือ กำลัง ก็ คิด กลัว ไป พวก โปลิศ แล ทหาร ม้า ไล่ ไม่ ให้ คน ชุมนุม ขวาง ถนน ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน สี่ แรม ค่ำ หนึ่ง มี คำ
เลื่อง ลือ กัน ว่า ราชทูต อังกฤษ ที่ยุในเตดซเตศ แจ้ง ความ แล้ว แก่ เซะกรี่เตรี่ ออฟ ซเตด ของ พวก ยุไนเตด ซะเตศ ว่า คำ พูด ร้าย ของ พวก ไดนะไมท์ ถ้า ยอม ให้ มี ต่อ ไป อีก คง ให้ ความ รัก กัน ข้าง อังกฤษ แล อะเมริกัน เปน อัน เสีย ไป ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน สี่ แรม สอง ค่ำ มี ความ สงไสย ว่า มี ผู้ ร้าย มุ่ง หมาย จะ ทำ อันตราย แก่ อู คือ ชะตัม ดอก ยาด ด้วย ไดนะไมท์ ผู้ เฝ้า เปน กำลัง ระวัง ระไว อยู่ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สี่ แรม สาม ค่ำ ทหาร กว่า สอง พัน คน จัด เปน กอง ตะเวน คุม รักษา ตึก ราชการ ที่ กรุง ลันดัน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัษบดี เดือน สี่ แรม หก ค่ำ ท่าน ที่ เขา เรียก ว่า มากวิศ ออฟ ซอลิสบรี คราว พูด ชะบีจ ที่ เมือง เบอมิงแฮม ท่าน ว่า ทำนอง แล ถ้ำ ทาง การ ของ คอเวินแมนต์ เปน อัน ไคว่ กัน อยู่ จน ความ ไว้ ใจ ไม่ ใคร่ จะ ติด อยู่ ใน คอเวินแมนต แล้ว ๚ะ
๏ เออล ซะเปนเซอ ลา ออก จาก ราชการ แล้ว ไม่ เปน เปรซะเดนต์ แห่ง พวก ชุมนุม นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน สี่ ขึ้น สี่ ค่ำ สัญญา ว่า ด้วย พวก ดานูบ ลง ลาย มือ เซน แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัสบดี เดือน สี่ ขึ้น เจ็ด ค่ำ คอ เวินแมนต์ รุมาเนีย ไม่ ยอม ทำ ตาม พวก ปฤกษา ราช การ ตัด สิน มา นั้น ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สี่ ขึ้น แปด ค่ำ เมื่อ คืน นี้ ยา ไดนะไมต ระเบิด เปน การ ใหญ่ ร้าย ออฟิศ ของ พนักงาน ครอง การ ที่ ไวต ฮอล เปน อัน ยับ เยิน เสีย แล้ว หา ได้ เปน อันตราย แก่ คน ไม่ เขา ภา กัน ว่า พวก พีเนียน เปน ผู้ ร้าย ทำ ให้ เปน ขึ้น ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สี่ ขึ้น สิบ ค่ำ ยัง หา ได้ ความ ว่า ใคร เปน ต้น เหตุ ให้ เกิด การ ระเบิด นั้น พวก โปลิศ ได้ จัด ให้ ทวี ขึ้น ใน ที่ เสนาบดี แล ที่ ปาเลี่ยแมนต์ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน สี่ ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ชาย สอง คน แต่ง ตัว เปน ผู้ หญิง มุ่ง หมาย จะ ประหาร ชีวิตร ของ เลดี่ ฟลอเรนซ์ ดิกซี่ แต่ หา สำเร็จ การ ไม่ ครั้น แทง สอง หน คน ร้าย หนี เอา ตัว รอด ได้ นาง เลดี่ ฟลอเรนซ์ นั้น ก็ รอด ตัว เพราะ เครื่อง กัน อก ซึ่ง ถูก แทง แต่ หา เปน บาด แผล แก่ ตัว ไม่ นาง คน นี้ เมื่อ เร็ว ๆ นี้ ได้ ติ พวก แลนด ลีค ๚ะ
๏ กรุง วอชิงตัน วัน อาทิตย เดือน สาม แรม สิบ ค่ำ เอ เฮซะ ซะตีวินซ์ ซึ่ง แต่ ก่อน เปน ไวซ เปรซะแตน เมือง ใต้ ที่ คิด กระบถ นั้น คือ กอนเฟดิเรต ซะเตศะ ตาย แล้ว ๚ะ
๏ การ ร้าย ที่ เกิด เพราะ น้ำ ท่วม ใน ประเทศ นี้ ถึง หลาย แห่ง หลาย ตำบล นัก ถ้า คะเน แต่ ยัง น้อย สัก ห้า หมื่น คน ต้อง หนี บ้าน เรือน ของ ตัว ผู้ คน ตาย เปน อัน มาก ทรัพย เสีย ไป เปน อัน มาก นัก ๚ะ
๏ ๗๐ คน ตาย ใน ช่อง ขุด ถ่าน หิน ช่อง นั้น พัง ทะลาย ลง แล น้ำ เข้า เปน อัน มาก คน เหล่า นี้ จึ่ง ตาย
๏ ปรินซ์ ออฟ เวลซ์ พระ ราชโอรส องค ใหญ่ ของ สมเด็จ พระ นาง กวิน รับ สั่ง แต่ สมเด็จ พระนาง กวิน ให้ มี การ ชุมนุม รับ แขก เมือง พระราชโอรส องค ใหญ่ ได้ กำหนด การ ชุมนุน นั้น ให้ มี ณวัน จันทร เดือน สาม ขึ้น สิบสอง ค่ำ เสด็จ ออก ใน ท้อง พระโรง แทน พระราช มารดา ณเวลา บ่าย สอง โมง พวก มินิศ เตอ ต่าง ๆ มา เฝ้า พร้อม กัน แล ราชทูต ประเทศ ต่างๆ มา เฝ้า พร้อม ทั้ง ราชทูต ประเทศ จีน กับ ประเทศ ญี่ปุ่น แล ประเทศ สยาม เฝ้า พร้อม กัน ใน คราว นั้น ราชทูต สยาม ได้ นำ เข้า เฝ้า หลวง นาย เทศ เซะกรีแตรี ที่ หนึ่ง ขุน ปติบาล พิจิตร แล กัปตัน เปลี่ยน เปน พวก สำหรับ ราชทูต ที่ กรุง ลันดัน ๚ะ
๏ ทหาร คุม รักษา บัด นี้ มี แต่ เพียง ๖๐๐๐ คน
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สาม แรม สิบ สอง ค่ำ มิศเตอ แลคดซะโตน ได้ แจ้ง ความ แก่ พวก กอมมิติ ที่ จะ ยอม ว่า ด้วย จำหน่าย เงิน ใช้ นั้น ว่า คอ เวินแมนต์ มี ความ ปราถนา จะ ถอน จาก ประเทศ อิยิบต์์ ให้ ได้ เปน อัน ขาด เมื่อ การ ที่ หมาย นั้น จะ เปน อัน เสร็จ แล้ว แต่ จะ กำหนด วัน ก่อน นั้น ยัง ไม่ ได้
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สาม แรม สิบ สาม ค่ำ หนังสือ ราชการ แต่ อิบิปต ข้าง ฝ่าย สูง นั้น แจ้ง ความ ว่า พวก ขวาง อาญา ที่ มี แขก ชื่อ มาดี่ เปน แม่ กอง เสีย ที ล้ม ตาย เปน อัน มาก แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น สิบสาม ค่ำ มี หนังสือ ราชการ แต่ ลอด ตะพิริน สำแดง ความ เสีย ใจ ว่า กอง ทัพ อังคริษ อัน คุม รักษา อยู่ นั้น จะ ถอน กลับ เสีย ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สี่ ขึ้น ห้า ค่ำ พระ องค์ คอตชะกอฟ สิ้น พระ ชนม์ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัสบดี เดือน สาม แรม สิบสี่ ค่ำ พวก ราชการ คือ แชมเบอ ออฟ ตะปูติ ได้ ตั้ง ข้อโวด แล้ว ว่า มี ความ ไว้ ใจ ใน พวก เสนาบดี คือ มินิศ เตอ แล ไม่ รับ ไม่ ตั้ง ข้อ แก้ แบบ ราก แก้ว คือ กอน ชะตะตุแชน ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สี่ ขึ้น สอง ค่ำ ๕๐๐๐ คน ที ไม่ มี การ ทำ ประชุม กัน จะ ทำ วุ่น วาย ที่ กรุง ปารีศ พวก โปลิศ ให้ เขา กระจัด กระจาย แล ได้ เกาะ คน เหล่า นั้น เปน อัน มาก ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สี่ แรม แปด ค่ำ ลูอิซ์ มิเคล ถูก เกาะ ไว้ แล้ว ที่ กรุง ปารีศ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สี่ แรม เจ็ด ค่ำ ท่าน เซะกรี่แตรี ข้าง ขา ราช การ บ้าน เมือง เมื่อ ตอบคำ ถาม ได้ ว่า การ หยาบ การ ขมเหง ที่ ลือ กัน ว่า มี ผู้ ทำ แก่ ท่าน เลดี พลอเรนซ์ ดิกซี ไม่ มี ที่ อ้าง ที่ อาไศรย เว้น แต่ คำ ของ เลดี ดิกซี นั้น เอง
๏ กำปั้นไฟ ใหม่ สำหรับ ประเทศ สยาม ๚ะ
๏ ณวัน ประหัสบดี เดือน สาม ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ณะ ที่ ต่อ กำปั้น ของ มิศเชอซ์ แกด แอน โก ที่ เมือง เครนอก เขา ได้ ให้ ลง นำ กำปั้น ไฟ กล จักร ลำ หนึ่ง กำลัง บันทุก ได้ ๑๕๐๐ ตัน กำปั้น ลำ นี้ ยาว ๒๖๕ ฟิต กว้าง ๓๕ ฟิต ระวาง ลึก ๒๓ ฟิต เมื่อ กำปั้น ลำ นี้ เลื่อน ลง ตั้ง ชื่อ ว่า พระ จุฬา จอม เกล้า มิศเตอ ซินแกล พ่อ ค้า ที่ กรุง เทพ เปน เจ้า ของ สั่ง ให้ ต่อ กำปั้น ลำ นี้ กำปั้น ลำ นี้ จะ เปน คู่ กัน กับ กำปั้น อิก ลำ หนึ่ง ที่ มี ชื่อ ว่า พระ จอม เกล้า กำปั้น ลำ หลัง นี้ บัน ทุก ถ่าน หิน ออก จาก เมือง เครนอก แล้ว จะ ไป กรุง เทพ กำปั้น ลำ นี้ มิศเตอ ซินแกล เปน เจ้า ของ สั่ง ให้ ต่อ กำ ปั้น ลำ นี้ ยาว ๒๖๕ ฟิต กว้าง ๓๕ ฟิต ระวาง ลึก ๒๓ ฟีต กำลัง บัน ทุก ๑๕๐๐ ตัน ทั้ง สอง ลำ นี้ จะ เดิร ถึง โมง ละโยชน์ หนึ่ง กับ ๕๐ เส้น
๏ พวก อัน มี ชื่อ ว่า ซะกอติช โอไรเอนตัล ซะติม
๏ พวก นี้ จะ จัด ให้ มี กำปั่น ไฟ สี่ ลำ ให้ ค้า ขาย ฝ่าย ประเทศ จีน แล ประเทศ สยาม กำปั่น ของ พวก นี้ ชื่อ ดัง นี้ ลำ หนึ่ง ชื่อ มงกุฎ ลำ หนึ่ง ชื่อ กงเบง ลำ หนึ่ง ชื่อ ติอะจุ ลำ หนึ่ง ชื่อ สยาม กำปั่น มงกุฎ แล กงเบง แล ติอะจุ นั้น ลง น้ำ แล้ว กำปั่น สยาม นั้น จะ ลง น้ำ ข้าง ต้น เดือน นี้ เอง กำปั่น เหล่า นี้ ใน ประ เทศ สยาม จะ ขึ้น อยู่ กับ นาย ห้าง วินตซอ เรด ลิก แอน โก กำปั่น เหล่า นี้ จะ ยาว ๒๕๐ ฟีต กว้าง ๓๔ ฟีต ลึก ๒๔ ฟีต กำลัง บันทุก ๑๔๐๐ ตัน ฯะ
๏ กำปั่น อังกฤษ สอง เสา ครึ่ง คือ ปาเลศะไตน์ ๚ะ
๏ กำปั่น ลำ นี้ น้ำ นัก ๔๗๐ ตัน กัปตัน ชื่อ แบด แล่น ใบ มา จาก เมือง ฟาลมอท จะ ไป ยัง กรุง เทพ ไฟ ไหม้ ที่ ช่อง เทล เรียก ว่า แบนกะซะเต รศ ณวัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น หก ค่ำ ณะวัน นั้น เอง ดาษ ฟ้า ระเบิด กระ จาย ออก ด้วย กำลัง คาศ คน ใน ระวาง กำปั่น ทุก คน ทิ้ง กำปั่น นั้น เปน ของ ยับ เยิน เสีย ลง เรือ โบด หนี กำปั่น ไฟ ซิซี กัปตัน โจ ปาด เก็บ พวก ที่ ลง เรือ โบด หนี นั้น มา ส่ง ยัง เมือง สิงฆะโปร์ ณวัน ปฤหัสบดี เดือน สี่ ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ มิศเตอ ยอนวิลซัน นาย ห้าง ที่ กรุง ลันดัน เปน เจ้า ของ กำปั่น ปาเลศะไตน์ ลำ ที่ เสีย นั้น ๚ะ
๏ การ วิวาหะมงคล แผ่น ๙ ตั้ง แต่ น่า ๕ น่า ๖ นี้ เนื้อ ความ ต่อ แผ่น ๘ น่า ๖ ๚ะ
๏ เหน พวก เรา มา นั่ง สะพรั่ง พร้อม แกล้ง เดิร อ้อม ชวย จิตร คิด อดสู เขา ชวน กัน ยิ้ม เยื้อง ชำเลือง ดู ไม่ อาจ สู้ เมิน หน้า ระอา อาย แล้ว ชวน กัน เที่ยว ท่อง ท้อง วิถี ซื้อ ของ ดี ตาม ห้าง ที่ วาง ขาย จน เวลา สายัณห์ ตะวัน ชาย ก็ ผัน ผาย สู่ สถาน สำราญ ทรวง ฯะ
๏ อีก สี่ วัน มี รับสั่ง พระ นาง นารถ ให้ พวก ราช ทูต ไทย ไป วัง หลวง ด้วย ว่า องค กุมารา ธิดา ดวง จะ ลาล่วง คืน สู่ เมือง ปรูซา คือ นคร ทรง ยศ โอรส เขย ต้อง ละ เลย เผ่า พงษ พระวงษา ไป อยู่ ด้วย หน่อ กระษัตร ภรรศดา เปน ยอด ยิ่ง กัลยา ใน ธานี ได้ เวลา ทูตา นุทูต หมด ขึ้น สู่ รถ ไป กลาง ทาง วิถี ถึง นิเวศ เขตร จังหวัด กระษัตรี ก็ จรลี ขึ้น บน มณ ฑิรา พร้อม ขุนนาง ต่าง เข้า มา เฝ้า บาท เดียรดาษ เกลื่อน กล่น คน หนัก หนา ที่ มี คู่ เดิร ด้วย กัน กับ ภรรยา พี่ ก้ม หน้า นึก อาย ระคาย ใจ เขา มี คู่ ดู บรรเทิง ทำ เริง รื่น ได้ ชิด ชื่น ชู จิตร พิดไสม แต่ ตัว เรา เต็ม ปล้า ทำ กะไร จึ่ง จะ ได้ คู่ เคียง มา เรียง เดิน แล ดู เขา ๆ ก็ ดู อดสู่ แล่น ไม่ อาจ แหงน ก้ม งุด สุด ขวย เขิน ใคร กระแอม แย้ม สรวล ชวน สะทิน ทำ มุ่ง เมิน โดย กระดาก แต่ หยาก ดู จน บ่ายโมง อัคะเรศ เกษ อังกฤษ กับ สามิตร์ แอบ องค ดำรง คู่ เสด็จ ออก คน เคย เผย ประตู เปน ที่ รู้ บอก แจ้ง แห่ง สำคัญ บรรดา ลอด ล้วน ขุนนาง ค่อย ย่าง เยื้อง เข้า ทาง เบื้อง ทะวาร ซ้าย แล้ว ผาย ผัน มา ออก ทาง ทะวารา ข้าง ขวา พลัน พวก ทูต นั้น เดิน รอ ต่อ เข้า ไป เหน องค กวีน ปิ่น ปัก นัคเรศ กับ ทรง เดช สามิตร์ พิศไล่ม พระบุตรี นงค ราม งาม ประไภ ทั้ง หน่อไทย เชย ขวัญ พระ มารดา ยืน เรียง ๆ เคียง กัน เปน หลั่น ลด แถว หลัง หมด หมู่ พระญาติวงษา แม้น ขุนนาง คน ใด เดิน ไคล คลา เกือบ ถึง หน้า นงค ลักษณ หลัก นคร ต้อง ส่ง ก๊าด เปน กระดาด ที่ เขียน ชื่อ นั่น แล คือ บอก นาม ตาม อักษร เสนา หนึ่ง จึ่ง อ่าน สาร สุนทร ให้ นาเรศ เกษ นิกร แจ้ง คะดี ว่า ชื่อ นี้ เปน มนตรี ตำแหน่ง นั้น จึ่ง จรจรัล ไป ตรง หน้า มาระศรี น้อม ศิโรตม์ เคียม คัน ลง ทันที พระ เทพี น้อม ต่อ แล้ว ย่อ กาย ก็ เลย ออก ทะวารา ข้าง ขวา หัตถ์ ไป เบียด ยัด อัดแอ แล เหลือ หลาย แต่ พวก ทูต ปราโมท โปรด พิปราย ให้ คอย ดู อยู่ สบาย ข้าง ภาย ใน จน บ่าย สี่ โมง เศษ เสด็จ เข้า ข้าง พวก เรา กลับ มา ที่ อาไศรย อีก สาม วัน พระกุมาร อัน ชาญ ไชย ภา นาง ไป ที่ อยู่ เมือง ปรูซา ฯะ
๏ ตาม ทาง เจ้า ส่อง องค ลง กำปั่น ชาว เมือง นั้น จัด แจง แต่ง หนัก หนา เอา กิ่ง ไม้ ไล่ ผล ปน ผกา ปัก ราย ริม รัถยา ตลอด แล บ้าง ยืน ซ้อง ส่อง ข้าง ทาง ถนน ลง ไป จน นาเวศ เขตร กระแล คน ทุก บ้าน ร้าน เรือน ไม่ เชือน แช ออก เซง แซ่ มาก มาย ถวาย ไชย วัน นั้น น้ำ ค้าง แขง ตก ยัง ค่ำ ชั่ง เย็น ฉ่ำ จน ชั้น ชล ขัน เปน ไข มือ ออก ชา ภา กัน วิ่ง เข้า ผิง ไฟ เหลือ อาไลย เตม ทน พ้น ประมาณ บน หนทาง น้ำ ค้าง ที่ ตก ขัง ดู เหมือน ดั่ง เกลือ กลาด สอาด สอ้าน ลูก เล็ก ๆ ชวน กัน เล่น เปน สำราญ สนุกนิ์ สนาน ตาม ประล่า พวก ทารก คน ผู้ ใหญ่ เขา ไม่ ใคร่ จะ อาจ เล่น ด้วย หนาว เย็น เยือก เยียบ เฉียบ ใน อก แต่ ภอ ออก นอก ทะวาร ก็ สั่น งก ดั่ง ลูก นก ถูก ฝน ทำ ขน พอง ฯะ
๏ มา หลาย วัน มิศเฝา เขา ชวน ชัก ด้วย ความ รัก ชอบ ชิด สนิท สนอง จะ ภา ชม คลัง ใน ที่ ใส่ ทอง ทั้ง เงิน นอง เนื่อง นับ สำหรับ เมือง ต่าง ยิ้ม ย่อง ผ่อง ใส ดีใจ หมด มา ขึ้น รถ เรียง แถว เปน แนว เนื่อง ครั้น ถึง คลัง ใส่ สุวรรณ์ หิรัญ เรื่อง ค่อย ย่าง เยื้อง จาก รัถา ลีลา จร ดู ตึก นั้น แน่น หนา สีลา ล้วน เหน สม ควร จะ เปน คลัง ดั่ง สิงขร ทั้ง ราตรี แล เวลา ทิวา กร ทะหาร นอน เดิน นั่ง ระวัง ระไว อัน เงิน ทอง กอง เล่น เหมือน เช่น อิฐ น่า ปลื้ม จิตร เพลิด เพลิน เกิน วิไลย แม้น จอม จักร์ นัคเรศ ประเทศ ไทย ได้ โภไคย สัก เท่า นี้ จะ ดี นัก เรา เปน ข้า บาทบง พระ ทรง เดช คง โปรด เกษ ให้ มั่ง มี เปน ศรี ศักดิ์ ด้วย พระไทย ย่อม เปน ที่ อารี รัก ใน เสนา สามิภักดิ์ ภูมิ บาล แต่ นิ่ง นึก ไหน จะ สม อา รมณ์ หมาย ก็ คลาศ คลาย กลับ หลัง ยัง สถาน ถึง ประทับ หลับ นอน ผ่อน สำราญ จน แสง ฉาน เรื่อง รอง ผ่อง อำภร ฯะ
๏ จึ่ง ชวน กัน ขึ้น รถ หมด ทั้ง นั้น กระเษม สันต์ ภิญโย สะโมสร จะ ไป หา ลอด ปามิศตอน กับ ลอด กลาเรนดอน เสนา ใน ครั้น ถึง ที่ จรดล ขึ้น บน ตึก แล พิฤก กระจก กระจ่าง สว่าง ไสว ดู ก็ น่า ผาศุก สนุกนิ์ ใจ จึ่ง เข้า ไป นั่ง ที่ เก้าอี้ วาง ฝ่าย ท่าน ลอด จักรี ยินดี รับ ออก มา จับ มือ เชิญ ไม่ เมิน หมาง แก่ ปราไสย ไถ่ ถาม เนื้อ ความ พลาง ธุระ อย่าง ไร นั่น ภา กัน มา ราชทูต จึ่ง แสดง แถลง เล่า ว่า พวก เรา อยู่ สำราญ นาน หนัก หนา ก็ เสร็จ การ จะ ขอ กลับ คำนับ ลา คืน กรุง เทพ มหา นคร คง ทั้ง สอง ข้าง สนทนา ประสามิตร ที่ ชอบ ชิด ชื่น ชม สม ประสงค์ ทูต ก็ ลา คลาไคล ดัง ใจ จง ขึ้น รถ ตรง รีบ ออก มา นอก จวน แล้ว ไป หา กลาเรนดอน กรมท่า แจ้ง กิจา ข้อ คะดี จน ถี่ ถ้วน เขา รับ ความ ตาม อารมณ์ โดย สมควร ต่าง แย้ม สรวล เปรม ปรี่ม อิ่ม อุรา ก็ คืน หลัง มา ยัง โฮเตล ตึก คำนึง นึก โหย หวล รันจวน หา รำคาน ใจ ด้วย ไม่ ได้ กำหนด มา จะ ต้อง ช้า หลาย ราตรี ก็ มิ รู้ ฯะ
๏ มิศเฟา เชา ดี อารีย์ รอบ พี่ คิด ชอบ น้ำ ใจ มาก มาย อยู่ ภา พวก เรา เหล่า ไทย ให้ ไป ดู ท้อง สินธู แถว ลำ แม่ น้ำ เทม ลง เรือไฟ ไกล คลา ค่อย ผาศุข บันเทา ทุกข คลาย คิด จิตร กระเษม ได้ เที่ยว ชม ชลที ค่อย ปรี่เปรม หน้า เปน เหม แสน สนุกนิ์ ล้วน ทุก คน แม่ น้ำ นี้ อยู่ ที่ กลาง เมือง หลวง เรือ ทั้ง ปวง ขึ้น ล่อง ซ้อง สับสน หวล ลำฤก นึก บ้าน สถาน ตน คล้าย ตำบล แม่ น้ำ เรา เจ้าพระยา มี ตะพาน ข้าม ธาร ถึง แปด แห่ง ทำ แขง แรง สุด แสน ดู แน่น หนา บาง ตะพาน การ ถ้วน ล้วน สีลา ถัด กัน มา บ้าง เปน เหล็ก เอก ไม่ เบา ใน ระยะ เขตร ตะพาน ธาร ติด ตื้น กำปั่น อื่น ใหญ่ ๆ ที่ ใส่ เสา ก็ จอด อยู่ แต่ เพียง ล่าง ห่าง ลำเนา ไม่ อาจ เข้า เลย ไป ใต้ ตะพาน ฯะ
๏ อย่า โกหก เขา ทั้ง ด้วย ถ้อย คำ ด้วย การ อย่า เลย ๚ะ ๏ คน โกหก พ่อ ฉ้อ เพื่อน มนุษ ได้ แต่ จะ พ่อ ฉ้อ พระเจ้า ไม่ ได้ ๚ะ
๏ คน ที่ รู้ ว่า ตัว เปน คน ไม่ จริง จะ นับถือ ตัว เอง ไม่ ได้ ๚ะ
๏ ถ้า คน มิ ได้ นับถือ ตัว เอง จะ มี ชื่อ เสียง ดี แล หอม ไม่ ได้ เปน อัน แน่ ๚ะ
๏ ถ้า หมาย ดี ไว้ ใน ใจ เสมอ แล กระทำ การ ด้วย เพียร เพื่อ จะ ให้ สำเร็จ ความ ดี นั้น ซึ่ง จะ สำเร็จ นั้น คง มี ไม่ สู้ ช้า นัก ๚ะ
๏ ถ้า ตัว เปน คน มี ปัญญา รู้ จัก แล ประพฤติ์ การ ควร แล เกรง พระเจ้า อยู่ เปน นิจ คง สำเร็จ การ อย่า สงไสย เลย ๚ะ
การ เทศ ๏ ที่ โบถ ถนน เจริญ กรุง ตรง ข้าม ที่ แอแยนด์ แล กงซุล เยนิรัล อังกฤษ มี การ เทศ ใน ภาษา สยาม ทุก วัน อาทิตย เวลา เช้า ๔ โมง เวลา บ่าย โมง หนึ่ง แล ที่ บ้าน ครู ส์มิท ที่ บาง คอแหลม เวลา ค่ำ ทุ่ม หนึ่ง ทุก วัน อาทิตย เสมอ ท่าน ทั้งหลาย อัน มี ใจ สัทธา จะ ถวาย นมัสการ ด้วย เชิญ มา นมัสการ ด้วย เทอญ ๚ะ
๏ นาย ห้าง แมกซ์ เบก แอน โก รับ คำ สั่ง แล้ว ให้ เลล้ง ขาย ที่ สาม ราย ทั้ง ตึก เรือน ของ สำหรับ บ้าน ยา แล ของ อื่น ต่าง ๆ ของ หมอ ฮัดชินซัน ผู้ เคย เปน หมอ ใน กรุง เทพ ฯ ของ เหล่า นี้ จะ จับ เลล้ง ขาย ณวัน จันทร์ แล วัน อังคาร เดือน ห้า ขึ้น เก้า ค่ำ แล สิบ ค่ำ ณะ ที่ นั้น เอง ที่ ถนน กรุง เจริญ ตรง ข้าม ที่ ซอง เอเยนซี่ แล กงซุล เยนิรัล ของ สมเด็จ พระ นางกวิ๋น อังคริษ จะ จับ เลล้ง ขาย เวลา บ่าย โมง หนึ่ง ทุก วัน ก่อน วัน ขาย จะ มี หนังสือ บอก ของ เปน อัน เลอียด ถ้า จะ ดู ของ ถาม ราคา แล รู้ ความ อย่าง อื่น เชิญ ไป หา แล ถาม แต่ ท่าน ผู้ มี ชื่อ ใน หนังสือ นี้ ได้ ตาม ชอบ ใจ ตั้ง แต่ วัน อาทิตย เดือน สี่ แรม เก้า ค่ำ ฯะ
๏ ที่ ดิน นั้น จะ ขาย เปน สาม ราย ยา แล เครื่อง บ้าน จะ ขาย เปน กอง เล็ก ๆ ภอ ผู้ หมาย จะ ซื้อ จะ ได้ ซื้อ ง่าย ๆ นาย ห้าง แมกซ์ เบก แอน โก ผู้ จะ เลล้ง ขาย อยู่ ที่ นัมเบอ ๘๐๓ ถนน กรุง เจริญ ขอ แจ้ง ความ มา ณวัน เสาร์ เดือน ๔ แรม ค่ำหนึ่ง จุลศักราช ๑๒๔๔ ปี มะเมีย จัตวาศก ( จ. ห. ) ฯะ
๏ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ฯะ
๏ ตึก ช่าง ชัก รูป โฟโตแครฟ ตั้ง อยู่ ใน เมือง ( เคียง ประตู ผี แล ถนน ใหม่ ) ฯะ
๏ มิศเตอ ดะเบลยู เกนเนด ลอฟตัช มี ความ ยินดี ขอ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ที่ เปน ฝรั่ง เปน ไทย เปน จีน ทราบ ทั่ว กัน ว่า ณวัน จันทร์ เดือน สี่ แรม สิบ ค่ำ แล ต่อ ๆ กัน ไป จะ รับ จ้าง ชัก รูป โฟโตแครฟ ใน ตึก ใหม่ นี้ ที่ ได้ จัด ไว้ สำหรับ การ เชน นี้ แล้ว ที่ ตึก นั้น มี เรือน แก้ว แล ของ อื่น อัน ไม่ เคย มี ใน กรุง เทพ ฯ ท่าน ทั้งหลาย อัน มี ธุระ ใน การ ราย นี้ เชิญ มา หา ที่ ตึก อัน ว่า มา แล้ว นี้ จะ ได้ ช่วย ให้ สำเร็จ ความ ปราถนา โดย เร็ว ราคานั้น จะ คิด เอา แต่ ภอ สมควร การ นัด หมาย จะ ทำ ให้ แล้ว ตาม นัด การ ที่ ผู้ จ้าง จะ สั่ง คง ทำ ให้ แล้ว โดย เร็ว ท่าน ทั้งหลาย ที่ จะ ให้ ไป ชัก รูป ที่ บ้าน เขา จะ คิด เอา ราคา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน มิศเตอ ดะเบลยู เกนเนด ลอฟตัช ช่าง ชัก รูป แจ้ง ความ มา ณวัน ศุกร เดือน สี่ แรม เจ็ด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๔ ปี มะเมีย จัตวาศก ฯะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง ห้า ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๓ ครบ หก ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ ว่า ด้วย หนังสือ จดหมายเหตุ สยาม ไสมย ฯะ
๏ บัด นี้ แม่ แพ ที่ เสา ชิงช้า ไม่ สู้ สบาย จะ เปน ธุระ รับ จดหมายเหตุ ต่อ ไป ไม่ ได้ จึ่ง ขอ ให้ ท่าน ทั้ง หลาย ที่ เคย รับ หนังสือ สยาม ไสมย แต่ แม่ แพ นั้น เขียน หนังสือ บอก ตำบล บ้าน มา ยัง ครู สมิท ที่ บาง คอแหลม แล ครู สมิท จะ จัด การ ให้ คน ไป ส่ง ถึง ท่าน ต่อ ไป ถ้า เดือน นี้ มี ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อัน ยัง มิ ได้ หนังสือ สำหรับ เดือน เชิญ มา บอก ให้ ครู สมิท รู้ จึ่ง จะ จัด ให้ ท่าน คง ได้ หนังสือ ของ ท่าน จน ครบ ตาม ที่ ได้ ใช้ เงิน ไว้ แล้ว นั้น ฯะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทุก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แต่ บัด นี้ จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ คราว ๆ ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก สลึง คือ สิบ สอง ฉบับ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด เอา บันทัด ละ สลึง คราว แรก ถ้า ซ้ำ จะ คิด เอา บันทัด ละเฟื้อง ถ้า จะ ลง ความ ถึง ปี จะ คิด ราคา อย่าง หนึ่ง แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ฯะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง แห่ง หนึ่ง ฯะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก วัน พุฒ แรก ข้าง ขื้น ทุก เดือน เมือ จัด ส่ง ถึง ตำบล อึ่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ๚ะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย
ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ๚ะ
๏ มี หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ ส่อน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ ส่อน วิชา คิด เลข ส่อน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ ส่อน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ๚ะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นก ยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา ส่อน น้อง จันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คำภีร์ พระ เยซู ศาสนา จันทะ โครบ จินดามณี พระยา ฉัดทัน ซุยถัง ตำรา ดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนา กับ นิราศ ภูเขา ทอง นก กระ จาบ เบญมาศ ทอง ปถม มาลา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ช มงกุฎ พระ อไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี แปล เปน สุภาสิต ส่อน หญิง มายา สตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติ พระ ร่วง ภาลี ส่อน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา ส่อน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้า เงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ฃงจู๊ มงคลทิปนีแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุด จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ ฯะ
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขายที่โรงพิมพ์บางคอแหลมนี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุกๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไท เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิดเอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปกอ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคาใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้งหลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละมาก ๆ จบทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ์ ฤๅ ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซื้อ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ฃาย เชื่อไม่ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด
๏ ยูไนเวอรซิตี้ สยาม ๚ะ
เปนที่เรียน วิชา ต่าง ๆ
๏ ถ้า บิดา มารดา ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ ให้ ลูก ชาย ลูก หญิง เรียน ภา ษาไท ภาษา ฝรั่ง ฤๅ วิชา ต่าง ๆ เพื่อ จะ เปน คน มี ปัญญา รู้ ความ ซึ่ง เรียบ ร้อย จะ ได้ เปน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ สม เปน พ่อ บ้าน แม่ บ้าน เปน กำลัง แก่ ราชการ แล แผ่นดิน บ้าน เมือง เชิญ มา ฝาก ไว้ กับ ครู แล ที่ ยูไนเวอซิตี้ สยาม บาง คอ แหลม ค่า สอน ค่า เลี้ยง จะ เรียก เอา แต่ พอ สม การ ถ้า จะ รู้ ความ ละเอียด เชิญ มา ถาม แต่ ครู ที่ บางคอแหลม เทอญ ๚ะ