
| เล่ม ๒ แผ่น ๑ วัน พุฒ เดือน ๙ ขึ้น ๕ ค่ำ ปี มะแม เบญจศก ๑๒๔๕ |
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ฯะ
๏ ณวัน อาทิต เดือน แปด แรม สาม ค่ำ เวลา เช้า สอง โมง เสศ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง เรือ พระ ที่นั่ง กลไฟ เวสาตรี เสด็จ พระราช ดำเนิน โดย ทาง ชลมารค ขึ้น ไป ประทับ พระราช วัง บาง ปะอิน ประทับ แรม อยู่ สิบ ราตรี แล้ว เสด็จ พระราช ดำเนิน กลับ ถึง กรุง เทพ ณวัน พุฒ เดือน แปด แรม สิบ สาม ค่ำ ปี มะแม เบญจศก ฯะ ราชทูต สยาม ไป อยู่ กรุง อังกฤษ
๏ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง พระ กรุณา โปรดเกล้า ฯ ให้ เจ้า นาย ขุนนาง เปน ราชทูตา นุทูต เชิญ พระราช สาสน์ ออก ไป ถวาย สมเด็จ พระเจ้า นาง กวีน วิกโตเรีย บรม มหา ราชินี พระเจ้า แผ่นดิน อังกฤษ เพื่อ เปน การ เจริญ ทาง พระราช ไมตรี แล้ว โปรด เกล้า ให้ ทูตา นุทูต พวก ที่ จะ ออก ไป คราว นี้ เปน ข้า หลวง ใหญ่ คือ กงซุล สยาม อยู่ ใน กรุง ลันดัน สำหรับ ราชการ ใน กรุง สยาม ราชทูต ที่ จะ ได้ ออก ไป กรุง ลันดัน คราว นี้ นั้น คือ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า ปฤษฎางค ภินิหาร กรมหมื่น นเรศ วรฤทธิ์ พระชนม ๒๙ พรรษา เปน พระเจ้า ลูก เธอ ที่ ๑๗ ใน พระบาท สมเด็จ พระ จอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ๑ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า โสณบัณฑิตย พระ ชนม ๒๑ พรรษา เปน พระเจ้า ลูก เธอ ที่ ๖๒ ใน พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ๑ พระยา ดำรงค ราช พลขันธ ผู้ ว่า ราชการ เมือง นคร เขื่อน ขันธ (ชื่อ เดิม นก แก้ว) ๑ หลวง วิเสศ สาลี่ กรมการ กรุง เก่า (ชื่อ เดิม นาก) ๑ นาย สอาด สับสุเตนแนนต์ ใน กรม ทหาร ราชวันลพ ๑ นาย ต่วน ๑ แล พนักงาน คน ใช้ อีก หลาย คน แล้ว โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน พระ สุพรรณบัตร เลื่อน ยศ หม่อม เจ้า ปฤษฎางค เปน พระ องค เจ้า แล้ว โปรด เกล้า พระราช ทาน พระสุพรรณบัตร กับ ภาน ทอง คำ เต้า น้ำ ทอง คำ กะโถน ทอง คำ เครื่อง ยศ ฝาก ออก ไป พระราช ทาน ให้ พระองค เจ้า ปฤษฎางค ซึ่ง จะ รับ ยศ ใหม่ เปน ชั้น สูง ๚ะ
การ ข้าง พระ พุทธ สาษนา
๏ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม พระราช ทาน สัญญา บัต พระสงฆ์ ๘ รูป ให้ มี สมณะ ถานันดอน บันดา ศักดิ์ ตาม ราช ประเพณี โปรด ให้ พระสาธุ ศิลสังวร (กล่อม) วัด พระเชตุพล วิมลมังคลาราม เลื่อน เปน พระสุวรรณวิมล ศิล ที่ พระ ราชา คณะ ไป ครอง วัด สุวรรณ ดาราราม กรุง เก่า มี นิตยพัต ราคา เดือน ละ ๔ ตำลึง โปรด ให้ พระ มหา (พึ่ง) ปาเรียญต์ สาม ประโยก วัด พระเชตุพล วิมลมังคลาราม เปน พระสาธุศิล สังวร ที่ พระ ราชา คณะ อยู่ วัด พระเชตุพล วิมลมังคลาราม มี นิตยพัต ราคา เดือน ละ ๓ ตำลึง กึ่ง โปรด ให้ พระ ปลัด (ชื่น) วัด พระนาม บัญญัติ เปน พระครู จันโท ปะมะคุณ อยู่ วัด พระนาม บัญญัติ มี นิตยพัต ราคา เดือน ละ ๖ บาท โปรด ให้ พระ ปลัด (คง) วัด พิไชยญาติ การาม เปน พระ ครู ธิรานันทมุนี่ อยู่ วัด พิไชยญาติ การาม มี นิตยพัต ราคา เดือน ละ ๖ บาท โปรด ให้ พระปลัด (ปาน) วัด ราษฎ์ บุรณะ เปน พระครู ธรรมจริยา พิรัตน์ อยู่ วัด ราษฎ บุรณะ มี นิตยพัต ราคา เดือน ละ ๖ บาท โปรด ให้ พระ ใบดีกา สิง วัด พิไชยญาติ การาม เปน พระคร วิมล เมธาจาริย ไป ครอง วัด ปรินทร ประดิษฐ เปลน เจ้า คณะ ใหญ่ ใน เมื้อง กลาด มี นิตยภัต ราคา เดือน ละ หก บาท โปรด ให้ พระ ปลัด นุช รามัญ วัด เมตรัง เปลน พระครู นนทมุนี เจ้า คณะ รอง เมื้อง ประทุม ธานี่ มี นิตยภัต ราคา เดือน ละ ๖ บาท โปรด ให้ เจ้า อธิการ เพง วัด ป้อม เปลน พระครู บริสุทธิ์ ศิลาจาริย เจ้า คณะ ใหญ่ เมือง กรัง ๚ะ
๏ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ขอ แรง บอก บุญ พระราช วงษา นุวงษ ฝ่าย น่า ฝ่าย ใน ให้ ทำ กระจาด ใหญ่ ใส่ เครื่อง อุปโภค บริโภค เปลน ของ เครื่อง บูชา พระสงฆ์ ที่ เปลน ธรรม กะถึก ซึ่ง จะ ได้ สำแดง พระธรรม เทศนา กระจาด ใหญ่ ซึ่ง จะ ได้ ใส่ เครื่อง กัณฑ์ เทศ นั้น ๓๐ กระจาด ปาก กระจาด กว้าง ๕ สอก สูง ๑๐ สอก เงิน หลวง พระราช ทาน ให้ ผู้ ทำ กระจาด ๆ สิบ ตำลึง กำหนด จะ ตั้ง กระจาด เบ็ด การ ให้ คน เชย ชม ตั้ง แต่ ณวัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น สิบ ส่อง ค่ำ เปน วัน ต้น ต่อ ไป ๕ วัน ครั้น ณวัน จันทร์ เดือน เก้า แรม ส่อง ค่ำ จึ่ง จะ เลิก การ บำเพ็ญ พระราช กุศล การ กระจาด ใหญ่ คราว นี้ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม จะ ทรง บำเพ็ญ พระราช กุศล ทรง พระราช อุทิศ เปลน การ ฉลอง พระเดช พระคุณ พระ บาท สมเด็จ พระ บรม ไอยกา ธิราช คือ พระ บาท สม เด็จ พระ พุทธ เลิศ หล้า นภาไลย ส่วน ๑ แล เปลน การ ซึ่ง พระองค์ ได้ เสด็จ ดำรงค์ ศิริ ราช สมบัติ ใน กรุง รัตน โกสินทร์ ฯ โดย ความ ผาศุก ศิริ สวัสดิ์ เต็ม เล่มอ ทั้ง วัน เดือน ปี เท่า กัน กับ วัน เดือน ปี ซึ่ง พระบาท สมเด็จ พระ พุทธ เลิศ หล้า นภาไลย เสด็จ ดำรงค์ ศิริ ราช สมบัติ ใน รัชกาล ที่ ๒ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง บำเพ็ญ มหา ทาน การ กุศล คราว นี้ เปลน พระเกียรติ ยศ ยิ่ง หนัก กำหนด พระสงฆ์ ๕๘ รูป เท่า พระชนม์ ใน พระบาท สมเด็จ พระ พุทธ เลิศ หล้า นภาไลย พระสงฆ์ ๕๘ รูป นั้น จะ ได้ เจริญ พระ พุทธ มนต์ ที่ พระ ที่ นั่ง อำมรินทร วินิจไฉย ใน วัน อังคาร เดือน เก้า ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ รุ่ง ขึ้น วัน พุฒ ขึ้น สิบสอง ค่ำ เวลา เช้า พระสงฆ์ ห้าสิบ แปด รูป จะ ได้ รับ พระราช ทาน ฉัน ใน วัน นั้น จะ มี พระสงฆ์ สดัปกรณ์ ๕๐๐ รูป ใน วัน นั้น เวลา บ่าย ตั้ง การ สมโภช ศิริ ราช สมบัติ ใน พระ ที่ นั่ง จักกรี มหา ปราสาท มี พระสงฆ์ ๓๓ รูป เจริญ พระ พุทธมนต์ ใน พระ ที่ นั่ง จักกรี มหา ปราสาท ด้วย รุ่ง ขึ้น ณวัน พฤหัสบดี เดือน เก้า ขึ้น สิบสาม ค่ำ เวลา เช้า พระสงฆ์ สามสิบเอ็ด รูป จะ ได้ รับ พระราช ทาน ฉัน ครั้น เวลา บ่าย เจ้า พนักงาน จะ ได้ ตั้ง บายศรี ทอง บายศรี เงิน บายศรี แก้ว เวียน พระ เทียน จุณ เจิม เฉลิม ศิริ ราช สมบัติ เปน การ สมโภช พระ มหา เสวตรฉัตร ด้วย ครั้น ณวัน ศุกร เดือน เก้า ขึ้น สิบสี่ ค่ำ แล วัน เสาร์ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ แล วัน อาทิตย แรม ค่ำ หนึ่ง ใน สาม วัน นี้ มี พระ ธรรม เทศนา ประถม สมโพธิ วัน ละ ๑๐ กัณฑ์ สาม วัน ๓๐ กัณฑ์ แล้ว จะ ได้ พระราช ทาน กระจาด ใหญ่ กับ พระสงฆ์ ซึ่ง ถวาย เทศนา ทั้ง ๓๐ กัณฑ์ นั้น องค์ ละ กระจาด ซึ่ง สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง พระราช สัทธา ประกอบ การ มะหักรรม การ กุศล คราว นี้ ด้วย พระ บารมี อัน ประเสริฐ ๚ะ
๏ พระเจ้า น้อง ยา เธอ พระองค์ ดิษวรกุมาร ราช เอก เดอแกมป พระชนม์ ได้ ๒๒ พรรษา ซึ่ง เปน พระเจ้า ลูก เธอ ที่ ๕๗ ใน พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว แล พระเจ้า น้อง ยา เธอ พระองค์ เจ้า วัฒนา นุวงษ พระชนม์ ได้ ๒๑ พรรษา ซึ่ง เปน พระเจ้า ลูก เธอ ที่ ๖๔ ใน พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว พระเจ้า น้อง ยา เธอ ทั้งสอง พระองค์ นี้ ได้ ทรง ผนวช เปน พระ ภิกษุ สงฆ์ ใน พระอุโบสถ วัด พระศรี รัตน ศาสดา ราม ใน พระบรม มหา ราชวัง เมื่อ ณวัน เสาร์ เดือน แปด ขึ้น สิบ ค่ำ ปี มะแม เบญจศก ขณะ เมื่อ พระองค์ เจ้า ทั้งสอง ทรง ผนวช นั้น สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ได้ เสด็จ พระราช ดำเนิน ไป ประทับ อยู่ ใน พระอุ โบสถ พร้อม ด้วย พระราช วงษา นุวงษ แล ข้า ทูล ลออง ธุลี พระบาท เปน อัน มาก ใน วัน พระองค์ เจ้า ทั้งสอง พระ องค์ ทรง ผนวช นั้น พระวร วงษ เธอ พระองค์ กาญจ โนภาษ รัศมี พระชนม์ ได้ ๑๔ ปี ซึ่ง เปน พระราช บุตร กรม พระราช วัง ใน รัชกาล ที่ ๕ ได้ ทรง ผนวช เปน สามเณร ใน พระอุโบสถ วัด พระศรี รัตน ศาสดา ราม ด้วย กรม พระราช วัง ก็ ได้ เสด็จ ไป ประชุม ใน พระ อุโบสถ ด้วย ครั้น พระองค์ เจ้า ทั้งสาม ทรง ผนวช แล้ว แต่ พระองค์ เจ้า พระวัฒนา นุวงษ กับ พระองค์ เจ้า เณร กาญจโนภาษ รัศมี ทั้งสอง พระองค์ นี้ เสด็จ ไป จำ พรรษา ประทับ อยู่ ที่ วัด บวรนิเวศ ภาย ใน กำแพง พระ นคร กรุง เทพ ฯ ครั้น ณวัน จันทร์ เดือน เก้า ขึ้น สิบ สอง ค่ำ พระองค์ เจ้า พระดิษ วรกุมาร เสด็จ ทรง กำ ปั่น กล ไฟ ขึ้น ไป จำ พรรษา อยู่ ณวัด นิเวศน์ ธรรม ประวัติ ที่ เกาะ บาง ปะอิน แขวง กรุง ทวาราวดี ๚ะ
๏ พระยา ราช เสนา ใน กรม มหาดไทย ซึ่ง โปรด เกล้า ฯ ให้ เปน ข้าหลวง ขึ้น ไป กำกับ ชำระ ความ ต่าง ประเทศ อยู่ ใน เมือง นคร เชียงใหม่ ตั้ง แต่ เดือน แปด ปี มะโรง โทศก จน ถึง เดือน เจ็ด ปี มะแม เบญจศก นี้ ครบ สาม ปี แล้ว จึง โปรด เกล้า ฯ ให้ พระยา ลำ ภารกร เปน ข้าหลวง ขื้น ไป อยู่ ณะเมือง นคร เชียงใหม่ เปลี่ยน พระยา ราช เสนา ให้ ลง มา รับ ราชการ ณะกรุง เทพ ฯ อย่าง เดิม พระยา ราช เสนา กลับ มา แต่ เมือง นคร เชียงใหม่ ถึง กรุง เทพ แล้ว แต่ ใน เดือน เจ็ด ปี มะแม เบญจศก ราชการ ที่ เมือง เชียงใหม่ กับ ชาว ต่าง ประเทศ นั้น เปน ไป โดย เรียบ ร้อย เพราะ ส่มเด็จ พระ เจ้า กรุง สยาม ทรง พระราช ดำริห์ รอบ คอบ หา มี ผู้ เสมอ มิ ได้ โปรด เกล้า ฯ ให้ มี ข้าหลวง ชาว สยาม ขื้น ไป กำกับ ราชการ ที่ เมือง นคร เชียงใหม่ จึ่ง เรียบ ร้อย ด้วย พระราช ดำริห์ สม พระราช ประสงค์ เปน เกียรติยศ ใหญ่ ยิ่ง ถ้า ไม่ โปรด เกล้า ฯ ให้ ข้าหลวง ขื้น ไบ กำกับ เมือง นคร เชียงใหม่ จะ วาง พระราช หฤไทย ไว้ กับ ลาว ชาว ป่า ไม่ ได้ จะ ทำ ให้ เสื่อม เสีย พระ เกียรติยศ ด้วย ลาว ไม่ รู้ จัก ขนบ ธรรมเนียม ราชการ กับ ชาว ต่าง ประเทศ ส่มเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง พระราช ดำริห์ จัด การ รักษา ทาง พระราช ไมตรี กับ อังครีษ ดัง นี้ โดย พระราช ปรีชา อัน ประเสริฐ ชาว ยุโรป ทั้งหลาย ภา กัน สรรเสริญ เปน อัน มาก ๚ะ
๏ พระยา ภูเกต โลหะ เกษตรา รักษ ผู้ ว่า ราชการ เมือง ภูเกต ให้ หลวง สุวรรณ บันดิฐ กับ หลวง พิทักษ สมบัติ กรมการ ถือ หนังสือ บอก แล คุม เงิน ภาษี ผล ประโยชน เมือง ภูเกต เข้า มา ส่ง ยัง กรุง เทพ ฯ โดย สาร เรือ รบ กล ไฟ ชื่อ พิทยัม รณยุทธ เข้า มา กรุง เทพ ฯ ใน หนังสือ บอก นั้น เปน ใจ ความ ว่า พระยา ภูเกต โลหะ เกษตรา รักษ ได้ จัด เงิน ภาษี ผล ประ โยชน เมือง ภูเกต ซึ่ง โปรด เกล้า ฯ ให้ คอเวอเนอ ภูเกต ทำ เปน ภาษี คอเวินเมนต์ จำนวน ปี มะเมีย จัตวาศก รวม เปน เงิน สอง แสน เหรียน คิด เปน เงิน ตรา ๔๑๖๐ ชั่ง สิบสาม ตำลึง บาท สลึง ห้า อัฐ ยัง มี เลศ ปลาย เบี้ย อีก สาม สิบ สาม เบี้ย ๚ะ
๏ การ เปิด ใช้ สาย โทรเลข ๚ะ
๏ เจ้า คุณ กรมท่า ได้ มี หนังสือ ไป ถึง กงซุล ต่าง ๆ ความ ว่า ดัง นี้ ๚ะ
๏ เจ้า พระยา ภาณุวงษ มหาโกษา ธิบดี ที่ พระคลัง เสนาบดี ว่า การ ต่าง ประเทศ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน มิศเตอ
๏ ด้วย สาย โทรเลข ที่ กรุง เทพ ฯ ฝ่าย ตวัน ออก นั้น เจ้า พนักงาน ได้ ทำ เสร็จ แล้ว พระบาท ส่มเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว มี พระบรม ราชโองการ ให้ ส่มเด็จ พระเจ้าน้อง ยา เธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุพันธุ วงษ วรเดช ซึ่ง สำเร็จ ราชการ ใน กรม โทรเลข มี การ ประชุม เปิด สาย โทรเลข ใน วัน จันทร์ เดือน แปด ขื้น สิบสอง ค่ำ เวลา สี่ โมง เช้า ถ้า ท่าน มี ความ ประ สงค์ ที่ จะ ไป ใน ที่ ประชุม การ เบิด สาย โทรเลข ที่ ออฟฟิซ โทรเลข ใน วัน จันทร์ เวลา ๔ โมง เช้า คือ สิบ โมง อังคริษ แล้ว สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยา เธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุพันธุวงษ วรเดช จะ มี ความ ยินดี ด้วย ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน อาทิตย์ เดือน แปด ขึ้น สิบ เอ็ด ค่ำ ปี มะแม เบญจศก ตรง กับ วัน ที่ สิบห้า เดือน ยุไล คริศ ศักราช ๑๘๘๓ ๚ะ
๏ ที่ ว่า การ กรม ไปรสนีย แล โทรเลข กรุง เทพ มี การ ชุมนุม ที่ ออฟฟิซ โทรเลข ณวัน จันทร์ เดือน แปด ขึ้น สิบสอง ค่ำ ปี มะแม เบญจศก ๑๒๔๕ ๚ะ
๏ สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยา เธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุพันธุวงษ วรเดช ซึ่ง สำเร็จ ราช การ กรม ไปรสนีย แล โทรเลข กรุง สยาม ได้ มี หนัง สือ ฉบับ หนึ่ง เชิญ ท่าน ข้า ราชการ ฝ่าย สยาม แล ท่าน ต่าง ประเทศ ที่ รู้ จัก ชอบ ภอ บ้าง ดัง นี้ ๚ะ
๏ ด้วย การ สาย โทรเลข ของ กรุง สยาม ทาง ฝ่าย ตวัน ออก คือ สาย ซึ่ง ทำ ตั้ง แต่ กรุง เทพ ฯ ไป ถึง เมือง พระ ตะบอง ต่อ กับ สาย ฝ่าย ฝรั่งเลศ นั้น บัด นี้ การ สำเร็จ แล้ว ๚ะ
๏ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว มี พระ บรม ราช โองการ โปรด เกล้า ฯ ให้ เจ้า พนักงาน เปิด สาย โทร เลข ใช้ การ กำหนด ใน วัน จันทร์ ขึ้น สิบสอง ค่ำ เดือน แปด ปี มะแม เบญจศก ๑๒๔๕ เวลา เช้า ๔ โมง จริง เปน เวลา ฤกษ ซึ่ง จะ เปิด การ ๚ะ
๏ ถ้า ท่าน มี ความ ยินดี แล ประสงค์ จะ มา เยี่ยม เยือน การ สาย โทรเลข ใน เวลา นั้น ฯ ข้า ฯ จะ มี ความ ยินดี ที่ จะ ได้ รับ รอง ท่าน ตาม สม ควร ที่ ตึก สำหรับ ราชการ กรม ไปรสนีย แล โทรเลข ปาก คลอง โอ่ง อ่าง กรุง เทพ ฯ แจ้ง ความ มา ณวัน อาทิตย ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ เดือน แปด ปี มะแม เบญจศก ๑๒๔๕ ๚ะ
๏ สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยา เธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุ พันธุวงษ วรเดช ซึ่ง สำเร็จ ราชการ กรม ไปรสนีย แล โทรเลข กรุง สยาม ๚ะ
๏ ประกาศ แต่ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง บันดา ผู้ ซึ่ง มี ความ ยินดี ที่ อยาก จะ ทราบ แล อยาก จะ ใช้ การ สาย โทรเลข ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า สาย โทรเลข ซึ่ง พระ บาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ เจ้า พนักงาน ทำ ตั้ง แต่ กรุง เทพ มหา นคร ออก ไป ตาม หัว เมือง ตวัน ออก คือ เมือง ฉะเชิงเทรา เมือง ปาจิณ บุรี เมือง กระบิล บุรี เมือง วัฒนา นคร เมือง อรัญ ประเทศ เมือง มงคล บุรี เมือง ศรี โสภณ เมือง พระ ตะบอง ทะลุ ออก ไป ต่อ สาย ฝรั่งเสศ ที่ คลอง กะพง ปรัก ซึ่ง เปน เขตร แดน ฝ่าย สยาม กับ เมือง เขมร ฝรั่งเสศ นั้น บัด นี้ สาย โทรเลข สำเร็จ แล้ว มี พระ บรม ราชโองการ ให้ เจ้า พนักงาน ได้ เปิด การ สาย โทรเลข สาย นี้ เพื่อ ให้ ผู้ ซึ่ง มี ความ ประสงค์ ทั้งหลาย ทั้งปวง ได้ บอก คำ โทรเลข ไป มา ใน ระหว่าง สาย ใน พระราช อาณาเขตร กรุง สยาม ฤา บอก ทะลุ ต่อ ไป เมือง ต่าง ประเทศ ตาม สาย ซึ่ง ต่อ กับ ฝ่าย ฝรั่งเสศ นั้น แล้ว กำหนด จะ ได้ เปิด สาย โทรเลข สาย นี้ ใช้ การ แต่ ณวัน จันทร์ เดือน แปด ขึ้น สิบ สอง ค่ำ ปี มะแม เบญจศก ๑๒๔๕ นี้ แล จะ ได้ เปิด ใช้ การ ตลอด ต่อ ไป ๚ะ
๏ โรง ที่ สำหรับ จะ บอก สาย โทรเลข ไป มา ชั้น ต้น นี้ มี ใน กรุง เทพ ส่อง แห่ง เมือง พระ ตะบอง แห่ง หนึ่ง ใน กรุง เทพ ฯ นั้น สำคัญ ใหญ่ ที่ ตึก สำ หรับ เจ้า พนักงาน ไปรสนี่ย แล โทรเลข ริม แม่ น้ำ เหนือ ปาก คลอง โอ่ง อ่าง เปน โรง ที่ สำหรับ บอก คำโทร เลข ซึ่ง เปน ราชการ ทั้งปวง อีก แห่ง หนึ่ง ที่ โรง ภาษี ริม แม่ น้ำ ข้าง ล่าง สำหรับ จำเภาะ บอก แต่ คำ โทรเลข ซึ่ง เปน การ ค้า ขาย ทั้งปวง ออฟฟีซ โทร เลข ใน กรุง เทพ ฯ ทั้งสอง แห่ง นั้น จะ ได้ เปิด ให้ ผู้ ได้ มา บอก คำ โทรเลข ไป มา กำหนด ดัง นี้ ๚ะ
๏ เวลา เปิด ออฟฟีซ ตั้ง แต่ เวลา เช้า โมง ๑ จน ถึง เช้า ๕ โมง ครึ่ง เวลา หนึ่ง ตั้ง แต่ เวลา บ่าย ๓ โมง จน ถึง บ่าย ๕ โมง เวลา หนึ่ง แต่ คำ โทรเลข ซึ่ง เปน ราชการ ทั้งปวง นั้น ต้อง รับ ทุก เวลา ทัน ที ที่ ตึก ปาก คลอง โอ่ง อ่าง ทุก ครั้ง ฯะ
๏ กำหนด ราคา ค่า บอก คำ โทรเลข ใน สาย นี้ นั้น ตั้ง แต่ กรุง เทพ ฯ ตลอด ทุก หัว เมือง ซึ่ง เปน พระ ราช อาณา เขตร สยาม ๚ะ
ราคา คำ ละ เฟื้อง หนึ่ง
๏ ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง จะ มี ความ ประสงค์ ที่ จะ ใช้ การ สาย โทรเลข นี้ จง ได้ มา ยัง ออฟฟีซ ตาม กำหนด เวลา เปิด นั้น เทอญ ถ้อย ความ เรื่อง ราว วิธี ข้อ บังคับ เลอียด สำหรับ ใน การ สาย โทรเลข นี้ จะ ได้ ตี พิมพ์ มี อยู่ ที่ ออฟฟีซ โทรเลข ทุก แห่ง ถ้า หนัง สือ ข้อ บังคับ การ สาย โทรเลข ตี พิมพ์ แล้ว เมื่อ ใด ถ้า ผู้ ใด อยาก จะ ทราบ แล จะ ต้อง การ หนังสือ นั้น จะ จำหน่าย ตาม ราคา ให้ สม ความ ปราถนา ฯะ
๏ ประกาศ แต่ ณวัน อาทิตย ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ เดือน แปด ปี มะแม เบญจศก ๑๒๔๕ ตี พิมพ์ โรง พิมพ์ สำ หรับ พนักงาน ไปรสนีย์ แล โทรเลข กรุง เทพ ๚ะ
๏ ณวัน พฤหัศบดี เดือน เจ็ด แรม สิบ สี่ ค่ำ ปี มะแม เบญจศก สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง พระ มหา กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน พระบรม ราชา นุญาต ให้ เจ้า พนักงาน กรม พระนคร บาล ถอด อ้าย อ่ำ มหา มลตรี ซึ่ง ต้อง รับ พระราช อาญา จำ อยู่ ใน คุก ๓ ปี นั้น โปรด ฯ ให้ ออก จาก คุก พ้น โทษ ๚ะ
๏ อ้าย จั่น อายุ ๒๑ ปี บ้าน อยู่ บางระมาศ แขวง กรุง เทพ ฯ อ้าย จั่น พ้น นาย เกิด ตาย กับ อ้าย ผ่อง บ้าน อยู่ วัด ไซ ใต้ บางโคล่ ลง ไป แขวง กรุง เทพ เปน บ่าว พระยา สุรินทร์ อ้าย ผ่อง พ้น นาย จี่ ตาย อ้าย จั่น แล อ้าย ผ่อง สอง คน นี้ เปน ผู้ ร้าย ฆ่า คน ตาย มี โทษ ผิด กฎหมาย ล่วง พระราช อาญา ลูกขุน ณศาล หลวง ปฤกษา ใส่ บท ว่า อ้าย จั่น อ้าย ผ่อง เปน ผู้ ร้าย มะ หันตโทษ ต้อง ริบ ราช บาทว์ แล้ว ต้อง ลง พระราช อาญา เฆี่ยน คน ละ ๓ ยก ๙๐ ที แล้ว ประหาร ชีวิตร ตัด ศีศะ เสียบ ไว้ อย่า ให้ พล เมือง เอา เยี่ยง อย่าง ต่อ ไป ครั้น ณวัน อังคาร เดือน เจ็ด ขึ้น เจ็ด ค่ำ ปี มะ แม เบญจศก เจ้า พนักงาน กรม พระนคร บาล ได้ ภา ตัว อ้าย จั่น อ้าย ผ่อง ผู้ ร้าย มะหันตโทษ ลง พระราช อาญา เฆี่ยน คน ละ ๙๐ ที ที่ น่า หับเผย ครั้น เวลา บ่าย เจ้า พนักงาน ต่าง ๆ หลาย กรม กำกับ กัน ภา ตัว อ้าย จั่น อ้าย ผ่อง ไป ประหาร ชีวิตร ที่ วัด พลับพลา ไชย ๚ะ
๏ ข่าว โทรเลข นอก ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน เจ็ด แรม สิบ ค่ำ ราช ทูต จีน คือ มากวิ้ศ ตะเซง รับ ข่าว เติลิแครม ว่า มอง เซอ ตรีกู ราชทูต ฝรั่งเสศ ที่ เมือง จีน ได้ กระทำ การ หยาบ ช้า ต่อ เสนาบดี จีน คือ ลิฮุงจาง จึ่ง ได้ หัก มิ ได้ มี ราชการ ต่อ กัน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน เจ็ด แรม สิบเอ็ด ค่ำ โรค ร้าย นั้น ยัง เปน กำลัง กำเริบ อยู่ หา ได้ ถอย น้อย ลง ไม่ ประเทศ ซะเปน อิตะลี่ ออศเตรีย เตอรกี แล ครีศ ประเทศ เหล่า นี้ ขัง กำปั่น ไว้ พลาง ตาม พิกัด ขัง ของ เขา เพราะ กลัวโรค นั้น ๚ะ ประเทศ จีน แล ฝรั่งเสศ
๏ มี ความ แจ้ง ออก หา เปน ข่าว ราชการ เต็ม ไม่ ว่า พวก รูเซีย ไม่ ภอ ใจ ที่ จะ เปน พวก กลาง ช่วย การ ฝ่าย พวก จีน แล พวก ฝรั่งเสศ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน เจ็ด แรม สิบสอง ค่ำ โรค ลง ราก กำเริบ ยิ่ง ขึ้น ใน ประเทศ อิยิบต ครั้น สืบ ความ เลอียด โรค นั้น หา ได้ มา จาก ประทศ อินเดี่ย ไม่ ฯะ
๏ ท่าน คือ กอมต ดะจาม บอด ป่วย เต็ม ที่ แล้ว ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน เจ็ด แรม สิบสาม ค่ำ มิศเตอ แกลดซะโตน ใน คำ ตอบ แก้ คำ ถาม ได้ ว่า คอเวินแมนต์ ได้ ตั้ง ใจ จะ ไม่ ตั้ง ระติไฟ การ เอา ประ เทศ นุกินี่ มา เปน ประเทศ ขึ้น กับ ประเทศ อังคริษ แล ไม่ มี เหตุ ที่ จะ กลัว ว่า ประเทศ อื่น จะ ทำ เช่น นั้น เลย ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน แปด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง คน ล้ม ตาย ยิ่ง มาก ขึ้น มี คำ สั่ง ให้ กำปั่น ไฟ ลำ เลียง ส่ง ทหาร ที่ ประเทศ อินเดี่ย กลับ ไป เมือง อัง คริษ ตาม ทาง ประเทศ เกบ กอโลนี่ เซอ วิล คูล ได้ สำแดง ความ เหน ว่า โรค ลง ราก นั้น ไม่ เปน เอะไป ดิมิก ปัจุบัน ทั่ว กัน จึง ยุบ น้อย ลง เร็ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน แปด ขึ้น สอง ค่ำ ที่ เกาะ ออศแตรเลี่ย มี ความ เคือง นัก เพราะ ความ ซึ่ง มิศเตอ แกลดซะโตน แจ้ง ความ ออก มา ว่า ด้วย การ เกาะ นุกินี่ นั้น พวก ที่ เกาะ ออศแตรเลี่ย นั้น ไม่ ยอม รับ การ ตัด สิน ของ มิศเตอ แกลดซะโตน นั้น ไม่ ให้ เปน อัน แล้ว เสร็จ กัน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน แปด ขึ้น สาม ค่ำ พวก ปฤกษา ราชการ ที่ เฮาซะออฟ กอมมันซ์ ผลัก ซ้อ ที่ จะ ให้ ผู้ หญิง เปน ธุระ ข้าง ราชการ ที่ ไม่ ชอบ ตั้ง ซ้อ นั้น ๑๔๐ คน ที่ ชอบ จะ ตั้ง นั้น ๑๑๔ คน ๚ะ
๏ ออนะเรเบล เฟรนซิซ แอร ปลันเกด เซ กระแตรี ราช ทูต อังคริษ อย่าง สูง ที่ กรุง ปารีศ ได้ เลื่อน ตำแหน่ง ขึ้น เปน ราชทูต อังคริษ ที่ กรุง เยะโด ที่ ยี่ปุ่น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน แปด ขึ้น สี่ ค่ำ โรค ลง ราก ทวี มาก ขึ้น ทุก วัน พวก แพทย หมอ เหน จริง ว่า เปน โรค จร ร้าย ทั่ว กัน ๚ะ
๏ หนังสือ ฝาก คือ เมล อัน จะ ไป ข้าง ประเทศ ยุโรป แล อะเมริกะ นั้น ติด ค้าง ช้า ไป ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน แปด ขึ้น สี่ ค่ำ ชาว เมือง ปรินดิซี่ กลัว โรค ลง ราก จึง ไม่ ยอม ให้ เอา เมล ที่ บอมเบ ขึ้น บก ที่ เมือง เขา ฯะ
๏ เมื่อ มิศเตอ แปรดลอ ได้ แจ้ง ความ ว่า ตั้ง ใจ แล้ว จะ เข้า ไป นั่ง ใน ที่ สำหรับ ตัว พวก ปฤกษา ราช การ ที่ เฮาซะ ออฟ กอมมันซ์ ได้ ตั้ง ข้อ ขับ ไม่ ให้ ตัว เข้า มา ถึง เขตร ของ เฮาซะ ซึ่ง เปน ที่ ชุมนุม ปฤกษา ราชการ ผู้ ที่ ไม่ ยอม ให้ มา นั้น ถึง ๒๓๒ นาย ที่ จะ ให้ เข้า นั้น ถึง ๖๕ นาย ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน แปด ขึ้น เจด ค่ำ ใน แชม เบอ ออฟ เดะปุติ ซึ่ง เปน ที่ ชุมนุม ปฤกษา ราชการ ฝรั่งเสศ นั้น เสนาบดี มิเนศเตอ ผู้ สำเร็จ ราชการ ต่าง ประเทศ ได้ ว่า บัด นี้ ตูตุก ออก ตัว เปน ฆ่าศึก ฝรั่ง เสศ แล้ว คราว ที่ จะ หาฤๅ ปฤกษา กัน ด้วย ดี พ้น แล้ว เหลือ แต่ จะ ต่อ สู้ รบ กัน เท่า นั้น เอง ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน แปด ขึ้น แปด ค่ำ ข่าว อัน พึ่ง ได้ จาก เกาะ มะดะคาซคาร มี ความ ว่า แม่ กอง กำกับ พล รบ ทเล ได้ สั่ง ให้ ข้า ราชการ อัง คริษ ไป ให้ พ้น เกาะ นั้น แล ได้ เอา ธง ที่ กงซุล อัง คริษ ต่าง ลง ๚ะ
๏ ลอด แครนวิล เสนาบดี ใหญ่ ของ พวก อังคริษ ได้ ร้อง ขอ ให้ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเสศ บอก เหตุ จึ่ง ทำ ดัง นี้ ๚ะ
๏ กอมตี ชามบอด ยัง ชั่ว ค่อย สบาย เข้า แล้ว ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน แปด ขึ้น เก้า ค่ำ คอเวิน แมนต์ อังคริษ แล มงเซอะ ดะ เลเศปซ์ ทำ หนังสือ สัญญา ลง ไซน แล้ว ให้ ทำ คลอง ลัด คู่ กัน แล ตรง ถาด กับ คลอง ซุเอศ นั้น คอเวินแมนต์ อังคริษ จะ ออก เงิน ถึง แปด ล้าน ปอนด์ ๚ะ
๏ ใน เฮาซะ ออฟ ลอดซ์ ลอด แครนวิล ได้ ว่า ไม่ ควร จะ บอก ความ ว่า ได้ สั่ง พล รบ หนุน เพิ่ม เติม ไป ถึง เกาะ มะดะแคซคาร ฤๅ ไม่ ด้วย ว่า มี แต่ ความ สงไสย น้อย ที่ พวก ฝรั่งเสศ จะ ไม่ กระทำ ความ แก้ ไข ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน แปด ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ เซอ ซะแตฟอด นอท โกด ได้ แจก หมาย ออก ว่า จะ ขอ ตั้ง ข้อ ว่า ไม่ รับ สัญญา ซึ่ง ทำ ไว้ แล้ว กับ มงเซอะ ดะ เลเศปซ์ นั้น เมื่อ จะ โวด ให้ ออก เงิน แปด ล้าน ปอนด์ นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน แปด ขึ้น สิบสอง ค่ำ โรค ลง ราก ถึง เมือง ไกโร แล้ว วาน นี้ ตาย ถึง ห้า คน ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน แปด ขึ้น สิบสาม ค่ำ ใน ที่ ปฤกษา ราชการ ฝรั่งเสศ คือ แชมเบอ ออฟ เดะ ปูติ มองเซอ จาเลเมล ลากู ได้ ว่า ถ้า อัดมิรัล ฝรั่งเสศ ได้ กระทำ การ ผิด หลง เมื่อ ตี ชิง เอา ตะมะตาวี ได้ แล้ว นั้น คอเวินเมนต์ ฝรั่งเสศ ก็ จะ ไม่ เนิ่น ช้า คง กระทำ ตาม ยุติธรรม ใน การ ราย นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน แปด ขึ้น สิบสี่ ค่ำ โรค ลง ราก นั้น มาก ขึ้น ใน เมือง ไกโร ๚ะ
๏ มองเซอ ติโซ ราชทูต ฝรั่งเสศ ที่ เมือง ลันดัน ลา เลิก ราชการ แล้ว เพราะ ไม่ สบาย มองเซอ วะดิงตัน รับ ราชการ ต่อ แทน แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัศบดี เดือน แปด ขึ้น สิบห้า ค่ำ หนังสือ จดหมาย เหตุ ที่ กรุง ลันดัน ชม สรรเสริญ การ ตั้ง มองเซอ วะดิงตัน เปน ราชทูต ประจำ อยู่ กรุง ลันดัน เขา เหน ว่า เปน การ ประจำ ว่า คง มี ความ อัชฌา ไศย เรียบ ร้อย ดี ต่อ กัน ทั้งสอง ฝ่าย ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน แปด แรม ค่ำ หนึ่ง วาน นี้ คน ล้ม ตาย เพราะ โรค ลง ราก นั้น ที่ เมือง ไกโร ถึง ๖๘ คน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน แปด แรม สอง ค่ำ คน ล้ม ตาย เพราะ โรค ลง ราก ที่ เมือง ไกโร วาน นี้ ถึง ๑๔๐ คน กอง ทัพ อังคริษ เรยิเมนต์ ๔๒ แล ส่วน ตัด ตอน แต่ เรยิเมนต์ ที่ ๖๐ ที่ บัด นี้ อยู่ ที่ เมือง ไกโร มี คำ สั่ง ให้ ขยาย ไป อยู่ ที่ เมือง ซุเอศ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน แปด แรม สาม ค่ำ ใน ที่ ชุมนุม ราชการ ฝรั่งเสศ ที่ เรียก ว่า เซเนต เสนา บดี ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ได้ ว่า ถ้า ประเทศ หนึ่ง ปรเทศ ใด จะ ช่วย ขาย ส่ง เครื่อง สาตรา อาวุธ ดิน ปืน แก่ พวก อะนัม คง ตั้ง กำปั่น รบ แล พล รบ ปิด ทาง เมือง บลอกเอด ไว้ มิ ให้ ส่ง ของ ถึง ได้ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน แปด แรม สี่ ค่ำ ณวัน อาทิตย คน ตาย ด้วย โรค ลง ราก ที่ เมือง ไกโร ถึง ๓๘๑ คน ตำบล ที่ โรค ชุก นุม นัก ได้ เผา ไหม้ เสีย แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน แปด แรม ห้า ค่ำ มิศ เตอ แคลดซะโตน แจ้ง ความ ใน ที่ ประชุม ปฤกษา ราช การ อังคริษ คือ เฮาะซะออฟ กอมมันซ์ ว่า ด้วย สัญญา ซึ่ง คอเวินแมนต์ ได้ ทำ ไว้ เพื่อ จะ ได้ ทำ คลอง ลัด ตรง ตาม ลาด กับ คลอง เดิม นั้น ๚ะ
๏ มองเซอ คะ เลศปซ์ ได้ เขียน หนังสือ แจ้ง ความ ว่า พวก ที่ เรียก ว่า แกนัล กอมปะนี บัด นี้ พร้อม ที่ จะ ขุด ทำ คลอง ที่ สอง นั้น ได้ ด้วย กำลัง เขา เอง ไม่ ต้อง อาไศรย ผู้ อื่น ๚ะ
ข่าว นอก
๏ ที่ ประเทศ ยินเดีย แล ประเทศ ยุในเตด ซะเตศ อะเมริ กะ เกิด น้ำ ท่วม หลาย แห่ง ตะพาน แล ทาง รถ ไฟ พัง เสี่ย หลาย แห่ง จน ต้อง เลิก ไป พลาง เดิน ไม่ ได้ คน ตาย บ้าง ของ เสี่ย เปน อัน มาก ด้วย ๚ะ
๏ มี ข่าว ว่า ที่ เกาะ นี้ เกิด คราว กันดาน เข้า น้อย บาง ที น้ำ ท่วม ที่ ประเทศ อินเดีย จะ กระทำ ให้ เกิด คราว ยาก กันดาน เข้า น้อย ด้วย ๚ะ
๏ ณะเดือน อ้าย ที่ เมือง นี้ จะ มี อินเตอ นาเช่อนอัล เอกซะฮิบิเช่อน ใหญ่ จะ ให้ ปรากฎ แก่ คน ทั่ว โลกย ของ ต่าง ๆ ที่ เกิด ที่ มี ที่ เคย ทำ ใน ประเทศ อินเดีย นั้น ๚ะ
๏ สัก ข้อ มือ ฤา รับ หนังสือ พิมพ์ คุ้ม ศัก ก็ เปน กำลัง แก่ ราชการ แผ่นดิน บ้าน เมือง มี คุณ อยู่ หลาย อย่าง หลาย ประการ จะ ได้ รับ ราชการ ของ ตัว ให้ เต็ม กำลัง ใน ทาง ราชการ เปน การ แน่ ว่า มี เจ้า หมู่ มูลนาย ของ ตัว มี พระ บรม ราชโองการ ดำรัส สั่ง ให้ เกณฑ์ เจ้า นาย ของ ตัว เจ้า หมู่ มูลนาย นั้น จะ ได้ เรียก ชื่อ ตาม บาญชี ให้ มา รับ ราชการ สนอง พระเดช พระคุณ เจ้า อยู่ หัว จะ ได้ ทำนุ บำรุง พระ นคร ไพร่ ฟ้า ประชากร ใน ขอบ เขตร ขัณฑเสมา มณฑล ทุก ตำบล ให้ วัฒนา การ เจริญ ขึ้น เปน ที่ ยิ่ง สง่า งาม ตาม การ ดุจ เสนาบดี ไม่ มี ความ กรุณา ไม่ ได้ ทำนุ บำรุง เลี้ยง ไพร่ พล ตาม ชาติ ตาม วงษ ตาม ความ ดี แล ชั่ว ให้ มี ศุข ตาม ควร ไพร่ พล ทั้งหลาย ก็ จะ เหนื่อย หน่าย ไม่ ภักดี โดย ความ กะตัญญู ก็ จะ มิ ไป อาไศรย ที่ ชุม ชื่น โดย ทาง อื่น ที่ เปน ศุข คอ เวินแมนต์ ต้อง มี เงิน สำหรับ จำหน่าย ใช้ ใน ราชการ แล ต้อง นี คน สำหรับ รักษา ไพร่ ฟ้า พล เมือง ให้ อยู่ เปน ศุข ให้ ทำ มา หา กิน โดย สะดวก อย่า ให้ ผู้ ร้าย มา เบียด เบียฬ ข่มเหง ลัก เอา เงิน ทอง เข้า ของ แต่ ใน ครั้ง โบราณ เมื่อ พม่า มอญ ฝ่าย เหนือ ฝ่าย ตวัน ออก ฝ่าย ใต้ เคย มา เบียด เบียฬ บ้าน เมือง ลัก เข้า ของ ราษฎร เผา บ้าน เผา เมือง อพยบ กวาด เอา ผู้ คน เปน ชะเลย ไป ไว้ ใน ประเทศ อื่น ที่ ฆ่าศึก มิ ได้ จับ เอา ไป ก็ แตก ตื่น หนี ต้อง ไป ซ่อน ตัว อาไศรย อยู่ ใน ป่า ใน ดง บ้าน เมือง อิด โรย ไป คน จน ลง เปน อัน มาก ครั้น คน ที่ แตก หนี นั้น กลับ มา ทำ มา หา กิน ใน ทำเล ที่ เดิม นั้น ก็ ขัด สน จน ลง ไม่ มี เงิน จะ ใช้ เปน กำลัง ใน ราชการ จึ่ง ต้อง ยอม ให้ ตัว เอา ไป ใช้ เปน กำลัง แก่ ราชการ แทน เงิน จึ่ง เกิด มี ธรรม เนียม ใช้ ราษฎร ที่ สัก ข้อ มือ มา ทำ ราชการ แทน อัน จะ ต้อง จ้าง นั้น ไพร่ ฟ้า พล เมือง ที่ จะ หลบ ไม่ สัก จะ ไม่ ให้ ถูก ราชการ เปน การ คด โกง ไม่ ซื่อ สุจริต ถ้า ทำ ราชการ ไม่ เปน อัน สดวก แล้ว ควร ที่ พวก เช่น นี้ จะใช้ เงิน ข้า ราชการ แทน การ ของ ตัว ท่าน จะ ได้ จ้าง คน อื่น แทน ตัว เปน อัน สำเร็จ การ อย่า ให้ ลำบาก แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง ใน ข้อ ราย นี้ ควร ที่ ท่าน ผู้ ใหญ่ เปน เจ้า พนักงาน ต่าง ๆ ใน การ แผ่น ดิน บ้าน เมือง จะ ระวัง อย่าให้ นาย เล็ก นาย น้อย เบียด เบียฬ ตัว เลข ใน การ นอก ราชการ แผ่นดิน แท้ จริง ฯะ
๏ อีก ประการ หนึ่ง เมื่อ มี พระบรม ราชโองการ ดำรัส สั่ง แก่ เจ้า พนักงาน ๆ ควร จะ มี หมาย ประกาศ ลง เปน หนังสือ พิมพ์ ฤา ลง ใน จดหมาย เหตุ ต่าง ๆ ให้ ไพร่ พล เมือง รู้ หมาย ประกาศ ทั่ว กัน ว่า จะ จับ สัก เมื่อ เดือน นั้น ๆ ไพร่ ฟ้า พล เมือง ที่ สม ศัก รับ ราช การ ได้ จะ ได้ สัก ตาม หมู่ ตาม หมวด ให้ เสร็จ แล้ว เมื่อ จะ สัก ต้อง เสีย อย่าง ไร จึ่ง จะ ควร จะ งาม ด้วย ฯะ
๏ มี ความ ว่า สอง ประเทศ ที่ เปน ฆ่าศึก กัน นั้น บัด เดี๋ยว นี้ กำลัง จัด ทหาร พล รบ ด้วย กัน ทั้งสอง ฝ่าย ยัง แต่ จะ เข้า รบ พุ่ง กัน เท่า นั้น ถ้า เข้า รบ กัน แล้ว ก็ เหน ว่า คง แตก หนี กัน ข้าง หนึ่ง เปน แน่ พวก ทหาร พล รบ ที่ แตก หนี นั้น ก็ คง เข้า ใน ประ เทศ ที่ ใกล้ เคียง นั้น จะ เบียด เบียฬ บ้าน เล็ก เมือง น้อย ไพร่ พล เมือง ก็ จะ ไม่ มี ความ ศุข ต้อง ระวัง รักษา อาณา เขตร ไว้ ฯะ
๏ ถ้า สอง ประเทศ แตก ร้าว กัน แล้ว จัด ทหาร พล รบ ลง กำปั่น เรือ รบ ต่อ สู้ กัน ก็ เกิด ความ ยาก ลำ บาก แก่ ไพร่ พล เมือง ทั้งสอง ฝ่าย นั้น ด้วย ประเทศ อัน อยู่ ใกล้ เคียง อัน ไม่ เกี่ยว ข้อง กัน ต้อง ระวัง เปน อัน มาก อย่า ให้ ฆ่าศึก ข้าง หนึ่ง ล่อ ลวง ฤา ช่วย ให้ เมือง อัน ไม่ เกี่ยว ข้อง กัน กลับ เปน เมือง เกี่ยว ข้อง กัน เมือง อัน อยู่ ใกล้ เคียง นั้น ต้อง เปน เมือง มัชฌิม ประเทศ กลาง อย่า กระทำ การ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ที่ ประเทศ รบ กัน นั้น จะ ตั้ง เปน ที่ อ้าง ได้ ว่า ประ เทศ อัน ควร ประพฤติ์ การ เพิก เฉย ไม่ กระทำ การ เปน กำลัง แก่ ฆ่าศึก ข้าง หนึ่ง ให้ ข้าง หนึ่ง เสีย เปรียบ ประเทศ ระหว่าง กลาง นั้น ต้อง ห้าม มิให้ พวก พล รบ นั้น ถือ สาตรา อาวุธ มา ใน ประเทศ อัน เปน ประ เทศ กลาง เพิก เฉย นั้น คน อัน ไม่ มี ความ ผิด แล ไม่ มี เครื่อง สาตรา อาวุธ ติด มา ด้วย หนี ความ ร้อน การ ศึก เปน ธรรมเนียม อินเตอ นาเช่อนอั้ล ลอ ประ เทศ กลาง เปน ที่ พึ่ง ภัก หนี ร้อน หนี ที่ อับ จน เอา ชี่วิตร รอด ได้ แต่ จะ ช่วย พวก พล รบ ให้ มี กำลัง เอา เปรียบ แก่ กัน นั้น ไม่ ได้ เลย ๚ะ
บัด นี้ กรม ไปรสนีย์ รับ ธุระ จะ ส่ง หนังสือ จด
หมาย เหตุ จะ คิด เอา แต่ ฉบับ ละ อัฐ ท่าน ทั้งหลาย
อยาก จะ ให้ กรม ไปรสนีย์ ส่ง หนังสือ ที่ ท่าน รับ นั้น
ไป ถึง บ้าน ก็ ได้ แต่ ท่าน เหล่า นี้ ต้อง มา เสีย เงิน
ค่า หนังสือ จดหมาย เหตุ ปี ละ สาม บาท แล ค่า ไปร
สนีย์ ฉบับ ละ อัฐ ปี ละ ๒๖ ฉบับ รวม เปน ปี ละ สาม
บาท สลึง เฟื้อง ๒ อัฐ จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ ด้วย สดวก
๏ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ๚ะ
๏ ตึก ช่าง ชัก รูป โฟโตแครฟ ตั้ง อยู่ ใน เมือง ( เคียง ประตู ผี แล ถนน ใหม่ ใน เขตร วัง พระองค์ เจ้า จันทร ทัศ จุธาธาร ) ๚ะ
๏ มิศเตอ ดะเปลยู เกนเนด ลอฟตัซ มี ความ ยินดี ขอ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ที่ เปน ฝรั่ง เปน ไทย เปน จีน ทราบ ทั่ว กัน ว่า ข้าพเจ้า ได้ จัด การ จะ รับ จ้าง ชัก รูป โฟโตแครฟ ใน ตึก ใหม่ นี้ ที่ ได้ จัด ไว้ สำหรับ การ เช่น นี้ แล้ว ที่ ตึก นั้น มี เรือน แก้ว แล ของ อื่น อัน ไม่ เคย มี ใน กรุง เทพ ฯ ท่าน ทั้งหลาย อัน มี ธุระ ใน การ ราย นี้ เชิญ มา หา ที่ ตึก อัน ว่า มา แล้ว นี้ จะ ได้ ช่วย ให้ สำเร็จ ความ ปราถนา โดย เร็ว ราคา นั้น จะ คิด เอา แต่ ภอ สมควร การ นัด หมาย จะ ทำ ให้ แล้ว ตาม นัด การ ที่ ผู้ จ้าง จะ สั่ง คง ทำ ให้ แล้ว โดย เร็ว ท่าน ทั้งหลาย ที่ จะ ให้ ไป ชัก รูป ที่ บ้าน เขา จะ คิด เอา ราคา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน มิศเตอ ดะเปลยู เกนเนด ลอฟตัซ ช่าง ชัก รูป แจ้ง ความ มา ณวัน ศุกร เดือน สี่ แรม เจ็ด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๔ ปี มะเมีย จัตวาศก ๚ะ
๏ ที่ โบถ ถนน เจริญ กรุง ตรง ข้าม ที่ แอแบนด์ แล กงซุล เยนิรัล อังกฤษ มี การ เทศ ใน ภาษา สยาม ทุก วัน อาทิตย เวลา เช้า ๔ โมง เวลา บ่าย โมง หนึ่ง แล ที่ บ้าน ครู สมิท ที่ บาง คอแหลม เวลา ค่ำ ทุ่ม หนึ่ง ทุก วัน อาทิตย เสมอ ท่าน ทั้งหลาย อัน มี ใจ สัทธา จะ ถวาย นมัศการ ด้วย เชิญ มา นมัศการ ด้วย เทอญ ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทุก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แต่ บัด นี้ จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สอง คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๒ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ สาม บาท คือ ยี่ สิบ สี่ ฉบับ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เล้ง แล ของ ซิ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด เอา บันทัด ละ สลึง คราว แรก ถ้า ซ้ำ จะ คิด เอา บันทัด ละเฟื้อง ถ้า จะ ลง ความ ถึง ปี จะ คิด ราคา อย่าง หนึ่ง แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ๚ะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก วัน พุฒ แรก ทั้ง ข้าง ขึ้น ข้าง แรม ทุก เดือน เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ๚ะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย
ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ๚ะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูสาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ๚ะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นก ยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม ไยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร พระ เยซู สาสนา จันทะ โครบ จินดามณี พระยา ฉัททัน ซุยถัง ตำรา ดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ถลาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระบาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนา กับ นิราศ ภูเขา ทอง นก กระ จาบ เบญ มาศ ทอง ปถม มาลา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน สาสนา แท้ จริง เพ็ช มงกุฎ พระ อไภย มณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคล ทีปนี แปล เปน สุภาสิต ส่อน หญิง มายา สัตรี ลักษณ วงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติ พระ ร่วง ภาลี่ สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษ สวรรค์ เสภา คือ ขุน ช้าง ขุน แผน สิงห ไกร ภพ สังข ทอง คือ เจ้า เงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ซง จู๋ มงคล ทีป นี่ แปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ม่าย ส่อน ลูก สภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระ ร่วง สุภาสิต โคลง สมุด จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ ๚ะ
๏ หนังสือ ภาษา สยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บาง คอ แหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุด ไท เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ์ ฤๅ ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซื้อ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรง พิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ฃาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้งแต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด