
| เล่ม ๒ แผ่น ๒ วัน พุฒ เดือน ๙ แรม ๔ ค่ำ ปี มะแม เบญจศก ๑๒๔๕ |
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ พระบรม วงษา นุวงษ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย แล เอเยนต์ กอน์ศุล มินิศเตอ แล พวก กงซุล ต่าง ประเทศ แล ข้า ราชการ ฝ่าย สยาม ได้ เข้า เฝ้า พร้อม กัน คราว การ กระจาด ใหญ่ เปน การ พระราช กุศล แล เจ้า คุณ กรมท่า ได้ มี หนังสือ ออก เชิญ พวก ต่าง ประเทศ ดัง นี้
๏ เจ้า พระยา ภาณุวงษ มหาโกษาธิบดี ที่ พระ คลัง เสนาบดี ว่า การ ต่าง ประเทศ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน —————————————————- ด้วย ใน วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น สิบสอง ค่ำ ปี มะแม เบญจศก ตรง กับ วัน ที่ สิบ ห้า เดือน ออกั้ส นี้ เปน วัน ที่ พระ บาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ได้ ครอบ ครอง อยู่ ใน ศิริราช สมบัติ เสมอ เท่า กับ วัน ที่ พระบาท สมเด็จ พระพุทธ เลิศหล้า นภาไลย พระ บรม ไอยกา ธิราช จึ่ง ได้ มี การ ทำ บุญ เปน การ ใหญ่ ใน พระ บรม มหา ราชวัง ใน วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น สิบสอง ค่ำ นี้ เปน วัน ใหญ่ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ออก ณะ พระ ที่นั่ง จักกรี มหา ปราสาท พร้อม ด้วย พระ บรม วงษา นุวงษ แล ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย แต่ง ตัว เต็ม ยศ เข้า เฝ้า ทูล ละออง ธุลี พระบาท ถวาย พระ พร ไชย มงคล แด่ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เหมือน กับ การ เฉลิม พระ ชนม์ พรรษา จะ เสด็จ ออก ใน เวลา เที่ยง นั้น ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ขอ เชิญ ท่าน เข้า ไป เฝ้า ทูล ละออง ธุลี พระบาท พร้อม ด้วย พระ บรม วงษา นุวงษ ข้า ราช การ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ถวาย พระพร ไชย มงคล ใน ที่ ประชุม ให้ เปน ความ เจริญ กับ พระบาท ส่มเด็จ พระเจ้า แผ่นดินสยาม แล เปน การ เจริญ ทาง พระราชไมตรี ของ สมเด็จ พระเจ้า แผ่นดิน ที่ ได้ มี ต่อ กัน ทุก ประเทศ นั้น ด้วย พระบาท ส่มเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ออก ใน ที่ ประชุม นั้น เวลา เที่ยง ขอ ให้ ท่าน ไป ถึง ใน พระ บรม มหา ราช วัง ก่อน เวลา เที่ยง ภอ ส่มควร กับ เว ลา ข้าพเจ้า จะ ให้ เจ้า พนักงาน คอย รับ ท่าน ทาง เรือ นั้น ที่ ท่า ราชวรดิฐ ทาง บก นั้น จะ คอย รับ อยู่ ที่ ประตู วิเสศ ไชย ศรี ซึ่ง เปน ทาง หยุด รถ ที่ นั้น แจ้ง ความ มา ณะวัน เสาร์ เดือน เก้า ขึ้น แปด ค่ำ ปี มะแม เบญจศก ตรง กับ วัน ที่ สิบเอ็ด เดือน ออคัศต์ คริษ ศักราช ๑๘๘๓ ๚ะ
๏ พระ บรม วงษา นุวงษ แล ข้า ราชการ ฝ่าย สยาม แล ท่าน กงซุล ต่าง ประเทศ ได้ ถวาย พระ พรไชย มงคล ที่ น่า พระ ที่ นั่ง จักกรี มหา ปราสาท ตาม เวลา กำหนด นี้ ใน วัน นั้น เวลา เที่ยง แล เวลา เย็น จวน พลบ ได้ ยิง ปืน สลุต ทั้งสอง คราว เปน การ ใหญ่ พระบาท ส่ม เด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ได้ ทรง พระ มหา กรุณา แจก ตรา ทอง คำ แล ตรา เงิน แก่ ท่าน ทั้งหลาย ที่ เข้า เฝ้า นั้น เปน ที่ ระฤก ถึง คราว สำคัญ คราว นี้ ด้วย ๚ะ
ประกาศ แรก
๏ ส่มเด็จ พระ เจ้า น้อง ยาเธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุพันธุวงษ วรเดช ซึ่ง ได้ รับ พระ บรมราช โองการ ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ จัด การ ที่ จะ ส่ง หนังสือ ฝาก ประกาศ แก่ ราษฎร ซึ่ง เปน เจ้า ของ พ่อ บ้าน แม่ บ้าน ให้ ทราบ ทั่ว กัน ด้วย ทรง พระราช ดำริห์ เหน ว่า การ ค้า ขาย ใน กรุง เทพ ฯ แล หัว เมือง ซึ่ง เปน พระราช อาณา เขตร สยาม นั้น มี ความ เจริญ รุ่ง เรือง ขึ้น กว่า แต่ ก่อน มาก การ สิ่ง ใด ซึ่ง เปน การ เจริญ เปน ประโยชน์ ใน การ ค้า ขาย แล เปน ทาง ที่ จะ ให้ ราษฎร มี ความ ศุข ความ เจริญ ประการ ใด แล เปน การ รุ่ง เรือง กับ แผ่นดิน นั้น ก็ ทรง หวัง พระราช หฤไทย หมาย จะ อุด หนุน การ ค้า ขาย แล ความ ศุข ของ ราษฎร ให้ เจริญ ทวี ยิ่ง ขึ้น ไป ทุก ที่ บัด นี้ ทรง พระราช ดำริห์ เหน ว่า การ ซึ่ง ส่ง หนังสือ ไป มา ถึง กัน นี้ ใน เมือง ต่าง ประเทศ เล็ก ใหญ่ ทุก เมือง เขา ก็ ได้ จัด ส่ง หนังสือ ไป มา โดย สะดวก เปน การ เรียบ ร้อย มี ประโยชน์ ราษฎร ได้ ความ ศุข เปน ที่ เจริญ กับ การ ค้า ขาย มาก แต่ ใน พระราช อาณา เขตร สยาม นี้ ยัง หา มี ทาง ที่ จะ ส่ง หนังสือ ไป มา ถึง กัน ได้ โดย สะดวก ไม่ ราษฎร พ่อ ค้า ผู้ ซึ่ง จะ มี หนังสือ ถึง กัน ใน กิจ ทุกข ศุข ต่าง ๆ ก็ ดี ใน การ สินค้า การ ค้า ขาย ก็ ดี ยัง เปน ที่ ขัด ขวาง ลำบาก อยู่ จึ่ง ทรง พระราช ดำริห์ โปรด เกล้า ฯ จะ ให้ มี เจ้า พนักงาน จัด การ ส่ง หนังสือ ไป มา ให้ เปน การ เจริญ แก่ บ้านเมือง แล เปน ประโยชน์ ใน การ ค้า ขาย ต่อ ไป แต่ การ ส่ง หนังสือ นี้ จะ ต้อง รู้ ตำบล บ้าน แล ชื่อ เจ้า ของ บ้าน ผู้ ที่ จะ รับ หนังสือ มี บาญชี สาระบาญ บ้าน ราษฎร ซึ่ง อยู่ ใน พระราช อาณาเขตร สยาม นี้ ยัง หา มี หลัก ถาน มั่น คง ว่า บ้าน ผู้ ใด อยู่ ณะ ที่ ใด ตำบล ใด แน่ นอน ไม่ จึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ เจ้า พนักงาน ทำ บาญชี สาระบาญ ชื่อ บ้าน ราษฎร ซึ่ง อยู่ ใน พระราช อาณาเขตร สยาม นั้น ถ้า แล เจ้า พนัก งาน จะ ไป จด ชื่อ บ้าน ชื่อ คน ฤา ถาม ชื่อ บิดา มารดา ประการ ใด ก็ ให้ ราษฎร เจ้า ของ บ้าน บอก โดย เรว โดย จริง แก่ เจ้า พนักงาน ผู้ ที่ ถาม อย่า ให้ ราษฎร มี ความ ตก ใจ ครั่น คร้าม กลัว เกรง ประการ ใด เลย จะ ถาม ภอ รู้ ตำบล ที่ จะ ส่ง หนังสือ เท่า นั้น ๚ะ
๏ อนึ่ง การ ซึ่ง จะ ส่ง หนังสือ ถึง กัน นี้ จะ ต้อง มี ที่ หมาย บ้าน เรือน ของ ราษฎร ไว้ ให้ ทั่ว ตาม กำหนด เลข จำนวน ตรอก ถนน ตำบล บ้าน คลอง บาง ถ้า แล เจ้าพนักงาน จะ ทำ ป้าย เลข ไป ติด ตาม น่า บ้าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ก็ ให้ ราษฎร เจ้า ของ บ้าน นั้น ดู แล รักษา ให้ เหมือน กับ ของ ๆ ตน อย่า ให้ เปน อันตราย สูญ หาย เสีย ได้ เมื่อ จัด การ ส่ง หนังสือ เมื่อ ได จึ่ง จะ ประกาศ แจ้ง ความ มา ให้ ราษฎร ทราบ ต่อ ครั้ง หลัง ประกาศ มา ณวัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี มะเสง ตรีศก ๑๒๔๓ ๚ะ
๏ ส่มเด็จ พระเจ้า น้อง ยา เธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรม หลวง ภาณุ พันธุวงษ วรเดช ซึ่ง สำเร็จ ราชการ กรม ไปรสนีย์ แล โทรเลข ประกาศ แด่ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง บันดา ซึ่ง มิ ความ ยินดี ที่ อยาก จะ ทราบ แล อยาก จะ ใช้ การ ไปรสนี่ย คือ มี คน รับ ส่ง หนังสือ ของ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง ซึ่ง จะ มี ไป มา ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า การ ไปรสนี่ย จะ ได้ เบิด ทด ลอง ใน ระหว่าง กรุง เทพ ฯ ๚ะ
๏ ๑ ตั้ง แต่ ณวัน เสาร์ เดือน เก้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปีมแม เบญจศก ๑๒๔๕ กรม ไปรสนี่ย จะ รับ หนังสือ ส่ง หนัง สือ ใน กรุง เทพ ฯ ใน ระหว่าง สามเล่น เปน เขตร ด้าน ข้าง เหนือ บาง คอแหลม เปน เขตร ด้าน ข้าง ใต้ ตลาด พลู เปน เขตร ด้าน ข้าง ตวัน ตก สระ ประทุม เปน เขตร ด้าน ข้าง ตวัน ออก ๚ะ
๏ ๒ จะ มี คน เดิน หนังสือ ที่ เรียก ว่า พวก ไปรสนีย บุรุษ ส่ง หนังสือ วัน ละ สาม ครั้ง ไปรสนีย บุรุษ จะ ออก จาก ตึก ไปรสนี่ย ใหญ่ เวลา เช้า โมง ๑ ครั้ง หนึ่ง เช้า ๕ โมง ครั้ง หนึ่ง บ่าย ๔ โมง ครั้ง หนึ่ง เปน วัน ละ สาม เที่ยว ๚ะ
๏ ๓ ผู้ ที่ อยาก ฝาก หนังสือ ถึง ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ต้อง ใส่ ซอง ผนึก ไว้ เขียน ชื่อ แล ที่ บ้าน ของ ผู้ ที่ จะ รับ หนังสือ นั้น ต้อง ปิด ตั๋ว ตรา ไปรสนี่ย ดัง ที่ แจ้ง อยู่ ข้าง ล่าง แล้ว เอา หนังสือ ฉบับ นั้น สอด ลง ใน หีบ ไปรสนี่ย ที่ ได้ จัด มี ไว้ ตาม บ้าน ที่ กำหนด หลาย แห่ง เมื่อ ถึง เวลา แล้ว เจ้า พนกงาน ไปรสนี่ย จะ ให้ พวก ไปรสนีย บุรุษ ไป เก็บ หนังสือ นั้น ส่ง ต่อ ไป ถึง ผู้ ที่ มี ชื่อ จะ รับ ๚ะ
๏ ๔ ของ ที่ จะ ส่ง ไปรสนีย นั้น มี สี่ จำพวก คือ หนังสือ เขียน แล หนังสือ ซึ่ง ได้ ใส่ ซอง ผนึก ไม่ ให้ ใคร เหน หนังสือ แล สิ่ง ของ ใน นั้น จำพวก หนึ่ง ไปร สนีย บัตร จำพวก หนึ่ง หนังสือ พิมพ์ จดหมาย เหตุ ลง ใน กรุง เทพ ฯ จำพวก หนึ่ง หนังสือ พิมพ์ ต่าง ๆ นอก จาก หนังสือ พิมพ์ จดหมาย เหตุ จำพวก หนึ่ง รวม เปน สี่ จำพวก ๚ะ
๏ ๕ ถ้า จะ ส่ง หนังสือ ต้อง ปิด ตั๋ว ตรา ไปรสนีย ก่อน ตรา ไปรสนีย นั้น ให้ ซื้อ ที่ ตึก ไปรสนี่ย ใหญ่ ปาก คลอง โอ่ง อ่าง ฤา ที่ ร้าน ที่ มี หีบ ไปรสนีย นั้น ๚ะ
๏ ๖ ใน จำพวก ที่ หนึ่ง คือ หนังสือ เขียน แล หนัง สือ ปิด ผนึก ไว้ นั้น ถ้า น้ำ หนัก ต่ำ กว่า บาท หนึ่ง ต้อง ใช้ ตั๋ว ตรา ราคา สอง อัฐ ถ้า น้ำ หนัก ต่ำ กว่า สอง บาท ต้อง ใช้ ตั๋ว ตรา ราคา สาม อัฐ ถ้า น้ำ หนัก ต่ำ กว่า สาม บาท ต้อง ใช้ ตั๋ว ตรา ราคา สี่ อัฐ ถ้า น้ำ หนัก ทวี ขึ้น ไป ต้อง ปิด ตั๋ว ตรา เพิ่ม บาท ละ อัฐ ดัง นี้ ๏ ๗ ไปรสนี่ย บัตร เปน กระดาษ มี ตัว ตรา ไปรสนี่ย พิมพ์ ไว้ ใน กระดาษ นั้น แล้ว ไม่ ต้อง ปิด ตัว ตรา ไปร สนี่ย อีก ขาย ราคา แผ่น ละ หนึ่ง อัฐ กับ โสฬศ หนึ่ง ฤา สาม แผ่น สี่ อัฐ ฤา หก แผ่น เฟื้อง ไปรสนี่ย บัตร นี้ ต้อง เขียน ชื่อ แล ที่ บ้าน ผู้ รับ ที่ น่า ข้าง ตรา น่า ข้าง หลัง ให้ เขียน ถ้อย ความ ตาม ใจ แต่ อย่า ใส่ ซอง ผนึก เลย เปน อัน ขาด ๚ะ
๏ ๘ จำพวก ที่ สาม คือ หนังสือ พิมพ์ จดหมาย เหตุ ให้ ปิด ตัว ตรา ไปรสนี่ย แผ่น ละ หนึ่ง อัฐ หนังสือ จด หมาย เหตุ นั้น อย่า ให้ ใส่ ซอง ปิด ผนึก ไว้ เปน แต่ ให้ ห่อ รัด ภอ อยู่ ให้ เหน ตัว อักษร ถ้า ไม่ เหน ตัว อักษร จะ ต้อง เหมือน จำพวก ที่ หนึ่ง ๚ะ
๏ ๙ จำพวก ที่ สี่ คือ หนังสือ พิมพ์ ทั้งหลาย นอก จาก หนังสือ พิมพ์ จดหมาย เหตุ ให้ ห่อ ให้ เหน ใบ ปก ฤา หนังสือ ให้ คิด ตาม น้ำ หนัก บาท หนึ่ง ปิด ตัว ตรา ราคา อัฐ หนึ่ง ทวี ขึ้น ไป ตาม น้ำ หนัก ๚ะ
๏ ๑๐ ของ ทั้งหลาย ซึ่ง มัก เสีย ไป เอง ฤา จะ เปน เหตุ อันตราย แก่ ของ อื่น ซึ่ง อยู่ ใน ไปรสนี่ย เหมือน ว่า ขวด แล กระจก แล ของ เปราะ ต่าง ๆ น้ำ แล น้ำ ยา น้ำ กรด น้ำ มัน ของ เปียก ชื้น ต่าง ๆ สัตว เปน สัตว ตาย ลูก ไม้ แล พฤกษ ต่าง ๆ ดอก ไม้ ผล ไม้ ราก ไม้ ซึ่ง ยัง ไม่ ได้ ตาก แห้ง ไม้ ขีด ไฟ ดิน ปืน แล ของ เชื้อ ไฟ เชื้อ ระเบิด ต่าง ๆ มีด แล ของ แหลม ต่าง ๆ ของ เหมน ของ โสโครก ของ อัปดน ถ้า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เอา ของ เหล่า นี้ มา ใส่ ใน หีบ ไปรสนี่ย แล เจ้า พนัก งาน ไปรสนี่ย จับ ตัว ได้ จะ ส่ง ให้ เจ้า พนักงาน ลง โทษ ตาม กฎหมาย แผ่นดิน ๚ะ
๏ ๑๑ หนังสือ ที่ จะ ส่ง นั้น ขอ ให้ ใส่ ใน หีบ ไปรสนี่ย อย่า ให้ กับ ไปรสนี่ย บุรุษ เลย ถ้า ไปร สนี่ย บุรุษ รับ หนังสือ ของ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด นอก จาก หนังสือ ซึ่ง อยู่ ใน หีบ ไปรสนี่ย แล้ว ฤา หนังสือ ที่ ได้ มอบ ให้ กับ ผู้ รักษา หีบ ไปรสนี่ย แล้ว ที่ ไปรสนี่ย บุรุษ จะ รับ หนังสือ เหล่า นั้น ไม่ ได้ ผิด ธรรมเนียม ไปรสนี่ย จะ ลง โทษ จง หนัก ๚ะ
๏ ๑๒ หนังสือ ทั้งหลาย ซึ่ง ปิด ตรา ใส่ ไว้ แต่ ตัว ตรา นั้น ไม่ ถึง อัตรา ที่ ควร จะ ได้ ปิด หนังสือ ตาม น้ำ หนัก นั้น เจ้า พนักงาน จะ ส่ง หนังสือ มา ถึง ผู้ ที่ จะ ได้ รับ แต่ จะ เรียก ค่า ปรับ ไหม ที่ ปิด ตัว ตรา ต่ำ กว่า อัตรา ตาม ที่ ขาด แก่ ผู้ รับ เปน ทวี คูณ ถ้า ผู้ รับ หนังสือ ไม่ ยอม ให้ เงิน ค่า ปรับ จะ ไม่ ให้ หนังสือ จะ กลับ เรียก ค่า ปรับ ไหม กับ ผู้ ที่ ได้ ฝาก หนังสือ ขาด อัตรา นั้น ๚ะ
๏ ๑๓ แม้น ว่า หนังสือ ฉบับ หนึ่ง ฉบับ ใด จะ สูญ หาย ไป ฤา จะ ชำรุด เสีย ฤา จะ ส่ง ไป ช้า เจ้า พนัก งาน ไปรสนีย รับ ผิด รับ ชอบ ไม่ ได้ แล ไม่ ไช้ ของ ที่ เปน อันตราย สูญ หาย เมื่อ ผู้ หนึ่ง ผู้ใด คิด ว่า หนังสือ สูญ หาย ไป ขอ ให้ มี หนังสือ แจ้ง ความ ถึง ตึก ไปรสนีย ใหญ่ เพื่อ จะ ได้ สืบ ตาม ความ ๚ะ
๏ ๑๔ ห้าม ไม่ ให้ ผู้ รักษา หีบ ไปรสนีย ส่ง หนังสือ คืน ให้ กับ ผู้ ที่ ได้ สอด หนังสือ ไว้ ใน หีบ ไปรสนีย ต้อง ถือ ว่า หนังสือ ฉบับ นั้น เปน สิทธิ ของ ผู้ ซึ่ง มี ชื่อ ที่ หลัง ซอง นั้น แล้ว จะ คืน ให้ กับ ผู้ เขียน นั้น ไม่ ได้ จะ เก็บ ไว้ ที่ ร้าน หีบ ไปรสนีย นั้น ก็ ไม่ ได้ ต้อง ส่ง ไป ถึง ตึก ไปรสนีย ใหญ่ พร้อม กับ หนังสือ ทั้งปวง ที่ อยู่ ใน นั้น ตาม เวลา ๚ะ
๏ ๑๕ ซอ ให้ ท่าน ทั้งหลาย เขียน ชื่อ ผู้ จะ รับ หนัง สือ นั้น เปน ตัว หนังสือ ที่ จะ อ่าน ได้ ง่าย ให้ บอก ที่ บ้าน แล ตำบล ที่ อยู่ นั้น กับ ชื่อ ถนน ชื่อ ตรอก แล เลข หมาย เรือน ฤา บ้าน ผู้ ใหญ่ อยู่ ใกล้ เคียง เพื่อ ไปรสนีย บุรุษ จะ ได้ ภบ ผู้ ที่ จะ รับ หนังสือ โดย ง่าย ไม่ ให้ เสีย เวลา ถ้า ไม่ ดัง นี้ บาง ที หนังสือ จะ ต้อง ค้าง หลาย วัน กว่า จะ ภบ ผู้ ที่ จะ ได้ รับ จะ เขียน ชื่อ แล บ้าน สลัก หลัง ซอง เปน อักษร ไทย อัก ษร อังกฤษ อักษร จีน ก็ ได้ ๚ะ
๏ ๑๖ หนังสือ ที่ ใส่ หีบ ไปรสนีย ไว้ แล้ว แต่ คน เดิน หนังสือ หา ที่ อยู่ ของ ผู้ รับ ไม่ ได้ จะ เอา ไว้ ที่ ตึก ไปรสนีย ใหญ่ ครบ หก เดือน จะ ลง ใน บาญชี ประกาศ ไว้ ที่ ประตู ตึก ให้ คน ทั้งหลาย อ่าน ได้ ครบ หก เดือน แล้ว จะ ต้อง ฉีก ซอง ดู ชื่อ ของ ผู้ ที่ ฝาก หนังสือ ไป นั้น ฤา จะ ส่ง คืน ถ้า ส่ง คืน ไม่ ได้ จะ เผา ไฟ เสีย ๚ะ
๏ ๑๗ ถ้า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก รับ หนังสือ ของ ตัว ที่ ตึก ไปรสนีย ก็ ได้ จะ มี บาญชี หนังสือ ที่ ได้ รับ ที่ ตึก ไปรสนีย เพื่อ เจ้า ของ จะ มา ค้น หา จะ ได้ ภบ โดย ง่าย บาญชี หนังสือ นั้น จะ คัด ส่ง ไป ที่ ออฟฟิซ พระวิสูตร สาครดิฐ เจ้า ทา เปน การ ช่วย ธุระ ของ คน เดิน เรือ ๚ะ
๏ ถ้า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด อยาก จะ ทราบ การ ไปรสนีย ให้ ละเอียด ก็ สืบ ถาม ที่ บ้าน ผู้ ที่ ได้ มี หีบ ไปรสนีย หลาย ตำบล ฤา มา สอบ ถาม ที่ ตึก ไปรสนีย ปาก คลอง โอ่ง อ่าง เจ้า พนักงาน จะ ชี้ แจง ให้ ตาม สม ควร ประกาศ มา ณวัน เสาร์ เดือน เก้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี มะแม เบญจศก ๑๒๔๕ ที่ พิมพ์ โรง พิมพ์ สำหรับ พนักงาน กรม ไปรสนีย แล โทรเลข กรุง เทพ ฯ ๚ะ ประกาศ ถึง คน ที่ รักษา หีบ ไปรสนีย
๏ หีบ ไปรสนีย ต้อง ตั้ง ไว้ ให้ คน ทั้งหลาย เหน แล เอา หนังสือ ไป ใส่ ตาม ประสงค์ โดย ง่าย ตั้ง แต่ เช้า ตวัน ขึ้น ถึง ตวัน ตก เวลา เย็น ให้ อยู่ ใน ที่ แห้ง ไม่ ให้ เปียก ฝน ต้อง รักษา ให้ สอาด ดี ถ้า หีบ เสีย ให้ บอก ถึง ตึก ไปรสนี่ย ใหญ่ ปาก คลอง โอ่ง อ่าง ใน ทัน ที ค่า รักษา หีบ นั้น เจ้า พนักงาน ไปรสนี่ย จะ ให้ เปน บำเหน็จ เดือน ละ ๔ บาท ฑะ
๏ ไม่ ยอม ให้ ผู้ ที่ รักษา หีบ ไปรสนี่ย แล ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เปิด หีบ ไปรสนี่ย นอก จาก ไปรสนี่ย บุรุษย คือ คน สำหรับ เดิน ส่ง หนังสือ ซึ่ง แต่ง ตั้ง เปน พนักงาน ไปรสนี่ย ต้อง ระวัง อย่า ให้ คน ปลอม มา รับ หนัง สือ ไป ถ้า ไปรสนี่ย บุรุษย มา เปิด หีบ ให้ ผู้ รักษา หีบ นับ หนังสือ จด ลง ว่า มี เท่า นั้น ฉบับ เท่า นั้น ห่อ จดหมาย นั้น ใส่ ไว้ ใน ถุง หนังสือ พร้อม กับ หนังสือ ทั้งปวง นั้น แล้ว ให้ เอา เชือก ผูก ถุง ไว้ ส่ง ให้ แก่ ไปรสนี่ย บุรุษย นั้น ฑะ
๏ ถ้า ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด เอา หนังสือ แล ของ ต่าง ๆ ที่ จะ ฝาก ทาง ไปรสนี่ย แต่ ของ นั้น โต เหลือ ที่ จะ สอด ลง ใน หีบ ไปรสนี่ย แล ของ นั้น มี ตั๋ว ตรา ไปรสนี่ย ปิด ไว้ แล้ว ให้ ผู้ รักษา หีบ ไปรสนี่ย รับ เก็บ ไว้ ก่อน ถ้า ถึง เวลา แล้ว มอบ ให้ แก่ ไปรสนี่ย บุรุษย ฑะ
๏ ยอม ให้ ผู้ รักษา หีบ ผู้ เดียว แล บ่าว คน ใช้ ของ ตัว ขาย ตั๋ว ตรา ไปรสนี่ย ไม่ ยอม ให้ คน อื่น ขาย ต้อง ขาย แก่ คน ทั้งหลาย ที่ จะ ยอม เสีย เงิน สด ตั้ง แต่ เวลา เช้า ตวัน ขึ้น จน ตวัน ตก เวลา เย็น ฤา ใน เวลา ที่ เปิด ร้าน นั้น ให้ ขาย ตั๋ว ตรา เรียก เอา เท่า กับ ราคา ซึ่ง กำหนด อยู่ ใน ตั๋ว ตรา ๆ อัฐ หนึ่ง ให้ ขาย แต่ อัฐ เดียว ตั๋ว ตรา เฟื้อง หนึ่ง ให้ ขาย แต่ เฟื้อง เดียว อย่า ให้ ขึ้น ราคา เรียก เอา เงิน เกิน กำหนด เปน อัน ขาด ฑะ
๏ อนึ่ง ผู้ รักษา หีบ ไปรสนี่ย ต้อง ขาย ไปรสนี่ย บัตร ถ้า ขาย ปลีก ให้ เรียก เอา แผ่น ละ หนึ่ง อัฐ กับ โสฬศ หนึ่ง ถ้า ขาย ที ละ หก แผ่น ต้อง ขาย หก แผ่น แปด อัฐ ฑะ
๏ เมื่อ ครั้ง แรก เจ้า พนักงาน ไปรสนี่ย ที่ ตึก ไปร สนี่ย ใหญ่ จะ เอา ตั๋ว ตรา แล ไปรสนี่ย บัตร เปน รา คา ๒๐ บาท มอบ ให้ แก่ ผู้ รักษา หีบ ถ้า ผู้ นั้น จะไม่ รักษา หีบ ต่อ ไป แล้ว ตั๋ว ตรา ที่ เหลือ จำนวน ที่ ให้ ไว้ ผู้ รักษา หีบ ที่ จะ ออก ต้อง คืน ตั๋ว ตรา นั้น ฤา ต้อง คืน เงิน แทน ตั๋ว ตรา ถึง ตั๋ว ตรา นั้น จะ เปื้อน เปรอะ เปียก น้ำ เปียก น้ำ มัน เปลี่ยน ได้ ที่ ตึก ไปรสนี่ย ใหญ่ เว้น แต่ ตรา ที่ ได้ ใช้ ปิด หนังสือ แล ประทับ ตรา แล้ว เจ้า พนักงาน จะ ไม่ รับ เปลี่ยน ถ้า ผู้ ที่ ขาย ตั๋ว ตรา ไม่ มี ภอ ใช้ ให้ จดหมาย ถึง ออฟฟิซ ใหญ่ กำหนด ตั๋ว ตรา ที่ จะ ต้อง การ เปน จำนวน เท่า นั้น แล้ว เจ้า พนักงาน ไปรสนี่ย ใหญ่ จะ ส่ง ไป ให้ จะ ยอม ให้ ผู้ รักษา หีบ รับ ตั๋ว ตรา ไว้ ขาย ยัง ไม่ ต้อง ให้ เงิน สด เพียง ๒๐ บาท รวม ตั๋ว ตรา ได้ รับ ล่วง น่า ไป นั้น เปน เงิน ๔๐ บาท ถ้า เกิน ๔๐ บาท ต้อง ซื้อ เงิน สด อย่า ให้ ผู้ รักษา หีบ ซื้อ ตั๋ว ตรา ที่ อื่น นอก จาก ที่ ตึก ไปรสนีย์ ใหญ่ เลย เมื่อ ซื้อ ที่ ออฟ ฟิซ ใหญ่ จะ เติม ให้ ๑๐๐ ละ ๒ เปน กำไร ของ ผู้ รักษา หีบ ไปรสนีย์ ฯะ
๏ อนึ่ง ถ้า ผู้ รักษา หีบ ไปรสนีย์ จะ มี หนังสือ บอก แจ้ง ถึง เจ้า พนักงาน ไปรสนีย์ ใหญ่ ก็ ให้ เขียน หนัง สือ ใส่ ซอง สอด ไว้ ใน หีบ ไม่ ต้อง ปิด ตั๋ว ตรา ไม่ ต้อง เสีย เงิน ค่า ส่ง หนังสือ นั้น เลย มี การ ขัด ข้อง สิ่ง ใด ก็ ให้ เขียน หนังสือ ชี้ แจง มา ยัง เจ้า พนัก งาน ไปรสนีย์ ใหญ่ บ่อย ๆ จะ อธิบาย สั่ง สอน ให้ ทำ การ ถูก ต้อง ไม่ ให้ มี ความ ลำบาก ให้ ผู้ ซึ่ง จะ รับ รักษา หีบ ไปรสนีย์ ประพฤติ การ จัด การ ดัง นี้ เทอญ
๏ สั่ง แต่ ณวัน เสาร์ เดือน เก้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี มะแม เบญจศก ๑๒๔๕ ที่ พิมพ์ โรง พิมพ์ สำหรับ พนักงาน กรม ไปรสนีย์ แล โทรเลข กรุง เทพ ฯ ฯะ
๏ ข้าพเจ้า เอติเตอ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ทั้งหลาย ที่ อ่าน แล ได้ ฟัง หนังสือ พิมพ์ สยาม ไสมย เล่ม ๒ แผ่น ที่ ๑ ซึ่ง ลง ใน วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น ห้า ค่ำ สาระ บาน น่า ต้น นั้น มี ความ ว่า ด้วย ราชทูต สยาม ไป อยู่ กรุง อังกฤษ นั้น ที่ ว่า ด้วย พระนาม ของ ราชทูต ที่ ๑ นั้น คือ ออก พระนาม ว่า พระเจ้า น้อง ยา เธอ พระองค์ ปฤษฎางค์ ภินิหาร กรม หมื่น นเรศ วรฤทธิ์ นั้น ลูก จ้าง ผู้ เรียง พิมพ์ เรียง อักษร ผิด ไป ดัง นี้ ( ปฤษ ฎางค์ ภินิหาร ) นี้ ผิด ที่ เดียว อย่าง นี้ ถูก นั้น ดัง นี้ ( กฤษฎา ภินิหาร ) นี้ ถูก แล้ว ขอ รับ ประทาน อภัย กับ ท่าน ผู้ เปน เจ้า ของ พระนาม แล ท่าน ผู้ ได้ อ่าน ได้ ฟัง ด้วย ความ ที่ ผิด เปน ไป ดัง นั้น เพราะ ลูก จ้าง เรียง พิมพ์ ผิด กับ ครู ที่ ตรวจ ตรา อักษร สอบ ทาน นั้น ก็ พลอย ผิด ไป ด้วย แต่ ข้าพเจ้า เอติเตอ ไม่ ทัน ได้ ตรวจ ตรา สอบ ทาน ให้ เลอียด จึ่ง ผิด ไป มี ผู้ มา ต่อ ว่า ข้าพเจ้า จึ่ง ทราบ เมื่อ ทราบ นั้น การ เสีย ไป แล้ว ขอ ท่าน ทั้งหลาย จง พึง เข้า ใจ ว่า ข้าพเจ้า ไม่ ได้ ดัด แปลง แก้ ไข พระนาม ของ ท่าน แต่ พระนาม ผิด ไป ใน หนังสือ พิมพ์ คราว ก่อน นั้น เพราะ ลูก จ้าง คน ไทย ทำ ผิด อนึ่ง ราชทูต สยาม คราว นี้ ได้ กราบ ถวาย บังคม ลา ลง เรือ กล ไฟ ชื่อ แบงกอก ออก จาก กรุง เทพ มหา นคร ณวัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น ๕ ค่ำ ปี มะแม เบญจ ศก เวลา ๓ โมง เช้า เรือ กล ไฟ ชื่อ แบงกอก ได้ ขึ้น ไป กลับ ถึง น่า วัด ราชาธิวาศน์ แล้ว ก็ ล่อง ลง ไป ออก จาก ปาก อ่าว เมือง สมุท ปราการ ไป ส่ง ทูต ยัง เมือง สิงคโปร์ ราชทูต ที่ ๑ ที่ ๒ ไป คราว นี้ นั้น เอา เลดี ไป ด้วย องค์ ละ คน ชาว อังกฤษ จะ ได้ เหน เลดี สยาม ใน คราว นี้ ฯะ
๏ ข้าพเจ้า แล กำปะนี ของ ข้าพเจ้า ที่ได้ อ่าน หนังสือ พิมพ์ ราชกิจจา นุเบกษา แล สยาม ไสมัย ทั้งสอง โรง นั้น ข้าพเจ้า แล กำปะนี ของ ข้าพเจ้า มี ความ ขอบ ใจ ใน หนังสือ พิมพ์ ทั้งสอง ราย นั้น เปน อัน มาก ด้วย ได้ รับ ความ ฉลาด แล ความ สว่าง โดย ทาง ไกล แล ใกล้ ใน ทิศา นุทิศ นำ มา ให้ ชิด หู ได้ รับ รู้ รับ ได้ ยิน ข่าว วิเลศ ที่ ไม่ ควร รู้ ก็ ได้ รู้ นั้น เพราะ อาไศรย ใน หนังสือ พิมพ์ ทั้งสอง โรง เหมือน กล้อง ส่อง ซึ่ง นำ วัตถุ ที่ ไกล ให้ เข้า มา ประดิฐ สันถาร อยู่ ใกล้ จักษุ ได้ เหน ถนัด ได้ ฉัน ใด ก็ คล้าย กัน กับ หนังสือ พิมพ์ จดหมาย เหตุ ทั้งสอง โรง แต่ ราย หนังสือ พิมพ์ สยาม ไสมัย นั้น ใน เล่ม ๒ แผ่น ที่ ๑ ซึ่ง ออก วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น ห้า ค่ำ ปี มะแม เบญจศก นั้น เปน ที่ เจริญ หู กับ ผู้ ฟัง ยิ่ง นัก แล ผู้ อ่าน ก็ ไม่ เกียจ คร้าน ด้วย เพราะ เนื้อ ความ ใน นั้น บอก ความ ล่วง น่า บ้าง แล บอก ความ ที่ ล่วง เวลา ไป แล้ว ก็ มี บ้าง แต่ ไม่ สู้ ห่าง ช้า นัก ภอ ณะภุก การ ได้ ไม่ สู้ จืด หู ไม่ ระคาย ตา นัก กับ หนังสือ สยาม ไสมัย นี้ ออก ถึง ที่ ตาม กำหนด ทุก ๆ ครั้ง ไม่ เคลื่อน คลาด เลย น่า รัก น่า ใคร่ น่า ไว้ ใจ ใน เนื้อ ความ ไม่ น่า เสีย ดาย เงิน เลย ที่ จะ ต้อง เสีย ค่า หนังสือ พิมพ์ สยาม ไสมัย ปี ละ สาม บาท กับ ค่า ส่ง สยาม ไสมัย โดย ทาง ไปร สณีย ปี ละ สลึง เฟื้อง สอง อัฐ รวม เปน สาม บาท สลึง เฟื้อง สอง อัฐ ยอม ทูล หัว ให้ โดย เร็ว โดย ความ เต็ม ใจ ไม่ รังเกียจ ฯะ
๏ แต่ หนังสือ พิมพ์ ราชกิจจา นุเบกษา นั้น ก็ ดี เหมือน กัน มี เนื้อ ความ เปน ข้อ ราชการ เปน หลัก ฐาน มั่น คง ไม่ ต้อง สงไสย เคลือบ แคลง แต่ ว่า จะ ให้ รู้ ทัน ความ ประสงค์ ใกล้ ๆ ไม่ ได้ แต่ การ เปน ไป แล้ว สอง สาม เดือน จึ่ง จะ ได้ ทราบ เหตุ นั้น ที่ ลง ใน ราช กิจจา ถึง มาทว่า เหตุ ที่ เปน ไป ช้า นาน นำ มา ลง ใน ราชกิจจา นั้น ผู้ ที่ เสีย เงิน รับ ราชกิจจา นั้น อยาก จะ ฟัง เหตุ การ ที่ เปน ไป แล้ว ซ้ำ ซ้า นั้น ใน คราว กำหนด ออก ก็ ไม่ ออก ตาม กำหนด ต้อง อด ใจ รอ ต่อ ไป อีก เกิน กำหนด สิบห้า วัน บ้าง เดือน หนึ่ง บ้าง จึ่ง ออก มา คราว หนึ่ง จึ่ง ได้ รู้ ความ ครั้ง หนึ่ง จน เหตุ การ นั้น จืด จืด จืด แล จืด จาง ไป หมด ถึง เช่น นั้น ก็ เปน การ ดี คิด เหมือน สร่าง คำภีร์ แล ซ้อ ตำรา ไว้ ให้ นอน ตู้ รู้ ไว้ ดี กว่า ไม่ รู้ เพราะ เปน ทาง ราช การ จะ เอา เผด ร้อน ทัน ใจ ให้ เหมือน สยาม ไสมัย ไม่ ได้ ราชกิจจา เปน ของ เย็น เย็น เฉื่อย เฉื่อย เหมือน น้ำ แขง รับ ประทาน แก้ ร้อน ดี นัก ๚ะ
๏ อ้าย ขาว อายุ ๒๘ ปี ศัก เปน ไพร่ หลวง รักษา พระองค์ ใน พระราช วัง บวร ฯ สังกัด ขึ้น หลวง พิทักษ นรินทร์ ตั้ง บ้าน เรือน อยู่ ตำบล บางซื่อ แขวง กรุง เทพ มหานคร อ้าย ขาว เปน ผู้ ร้าย ตี หนู ปลั่ง ผู้ หลาน อายุ ๑๑ ปี ตาย อ้าย ขาว มี ความ ผิด ต่อ กฎหมาย แผ่นดิน ด้วย ล่วง พระราช อาญา ลูกขุน ณะศาล หลวง ปฤกษา ใส่ บท ว่า อ้าย ขาว เปน ผู้ ร้าย มหันตโทษ ต้อง ริบ ราช บาทว์ แล้ว ลง พระราช อาญา เฆี่ยน ๓ ยก เก้าสิบ ที ให้ ประหาร ชีวิตร ตัด ศีศะ อ้าย ขาว เสียบ ไว้ อย่า ให้ ราษฎร แล พล เมือง เอา เยี่ยง ต่อ ไป ครั้น ณวัน จันทร์ เดือน เก้า ขึ้น สาม ค่ำ ปี มะแม เบญจ ศก เจ้า พนักงาน กรม พระนคร บาล ภา เอา ตัว อ้าย ขาว มา ลง พระราช อาญา เฆี่ยน ๕๐ ที ที่ น่า หับเผย ครั้น เวลา บ่าย เจ้า พนักงาน ภา ตัว อ้าย ขาว ไป ประ หาร ชีวิตร ตัด ศีศะ เสียบ ไว้ ที่ วัด พลับพลา ไชย ๚ะ ข่าว ผู้ ร้าย ตี เรือ ที่ เมือง สมุท สงคราม
๏ พระยา ราช พงษา นุรักษ ศรี ศักดิ์ สมบูรณ์ มนูน อัทยาไสย อภัย พิริย พาหะ ผู้ ว่า ราชการ เมือง สมุท สงคราม ทราบ ข่าว ว่า อ้าย ผู้ ร้าย ตี ชิง เรือ อำแดง ล้อม ที่ คลอง ประชา ชม ชื่น อ้าย ผู้ ร้าย เก็บ เอา ทรัพย สิ่ง ของ ทอง รูปพรรณ ผ้า นุ่ง ห่ม ใน เรือ ไป หลาย สิ่ง พระยา ราชพงษา นุรักษ สั่ง กรมการ สืบ เล่าะ ติด ตาม แล เสีย สินบน เปน เงิน ชั่ง หนึ่ง จับ ตัว อ้าย จ้อย ผู้ ร้าย ตี ชิง เรือ มา ได้ ได้ ถาม ปาก คำ อ้าย จ้อย ๆ ให้ การ สารภาพ รับ เปน สัตย ว่า อ้าย จ้อย คบ คิด กับ อ้าย แก้ว ไป ตี ชิง เรือ อำแดง ล้อม ใน คลอง ประชา ชม ชื่น ได้ ทรัพย สิ่ง ของ ทอง รูปพรรณ คือ โถ ปลิก ทอง เครื่อง แป้ง สำรับ ๑ ดุม ทอง คำ สำ รับ ๑ แหวน ทอง คำ ๒ วง สาย สร้อย ร้อย ตะกรุด ทอง คำ สาย ๑ เงิน ตรา สามสิบ บาท ผ้า นุ่ง ห่ม หลาย สำรับ ของ ทั้ง นี้ ได้ แบ่ง ปัน กัน อ้าย จ้อย ส่วน ๑ อ้าย แก้ว ส่วน ๑ ครั้ง ภาย หลัง อ้าย แก้ว อ้าย จ้อย อ้าย คล้าม ภา กัน ไป ตี ชิง เรือ หญิง ไม่ รู้ จัก ชื่อ ที่ คลอง ประชา ชม ชื่น อีก ครั้ง ๑ ได้ เงิน หก บาท กับ อัฐ ทองแดง กึ่ง ตำลึง แล้ว อ้าย จ้อย อ้าย แก้ว ไป ตี ชิง เรือ หญิง ไม่ รู้ จัก ชื่อ ใน คลอง ประชา ชม ชื่น อีก ครั้ง ๑ ได้ เงิน ๕ บาท เสื้อ ผ้า หลาย สำรับ แล้ว อ้าย แก้ว อ้าย จ้อย อ้าย คล้าม ไป ตี ชิง เรือ ชาย หญิง ผัว เมีย มา ด้วย กัน ใน คลอง ช่อง คลอง โคน อีก ๒ ครั้ง ได้ เงิน ๒๐ บาท กับ อัฐ ทองแดง ๗ บาท กับ ง่าง เอา กำ ไล เงิน ใส่ เท้า ลูก เจ้า ของ เรือ คู่ ๑ อีก ครั้ง หนึ่ง อ้าย แก้ว ผู้ เดียว ได้ ตี เรือ หญิง แม่ ค้า ที่ คลอง ยิสาร หา ได้ เอา ทรัพย์ สิ่ง ใด ไม่ เพราะ อ้าย แก้ว ได้ ทำ ชำเรา กับ หญิง เจ้า ของ เรือ นั้น ครั้ง หนึ่ง ก็ ปล่อย ตัว ไป อีก ครั้ง หนึ่ง อ้าย แก้ว กับ อ้าย จ้อย ตี ชิง เรือ ลูก ค้า ที่ คลอง ยิสาร ได้ อัฐ ทองแดง ส่อง สลึง แล้ว ก็ เลย ไป ตี ชิง ลูก ค้า ลำ อื่น ใน คลอง ยิสาร อีก ได้ เงิน ๑๖ บาท กับ ขวด ยา นัด ทำ ด้วย เงิน ๑ ขวด อีก ครั้ง ๑ อ้าย แก้ว อ้าย จ้อย ไป ตี ชิง เรือ พระ ที่ คลอง ช่อง ได้ เงิน ติด เทียน กัณฑ์ เทศ กึ่ง ตำลึง อีก ครั้ง ๑ อ้าย จ้อย ผู้ เดียว ตี ชิง เรือ ลูก ค้า ที่ คลอง ลัด ยิสาร ได้ ตุ้ม หู ทอง คำ คู่ ๑ พระยา ราชพงษา นุรักษ ได้ จัด ให้ พระ สินธุชล สงคราม ปลัด กับ กรม การ มี ชื่อ หลาย คน ไป ติด ตาม จับ อ้าย แย้ม อ้าย สวน ซึ่ง อ้าย แก้ว ซัด ว่า เปน พัค พวก เอา ของ กลาง ไป จำหน่าย ได้ ตัว ผู้ ร้าย แล ของ กลาง มา ไว้ แล้ว นั้น คือ ตุ้ม หู ทอง คำ คู่ ๑ ขวด เงิน ขวด ๑ ผ้า ลาย ศรี จัน ผืน ๑ ของ กลาง ราย นี้ อำแดง ล้อม จำ ได้ ว่า เปน ของ อำแดง ล้อม ความ ราย นี้ ยัง สืบ เลาะ ชำระ ต่อ ไป ๚ะ
๏ เวลา ประมาณ ยาม เสศ มี ผู้ ร้าย ไทย จีน ประ มาณ ๗ คน ๘ คน ปล้น เรือน นาย อ่อน นาย วัด ที่ ตำ บล คลอง แส่ม แขวง เมือง สมุท สงคราม อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น เก็บ ได้ ทรัพย์ สิ่ง ของ ไป คิด ราคา เปน เงิน สาม ชั่ง เสศ พระยา ราชพงษา นุรักษ ผู้ ว่า ราชการ เมือง สมุท สงคราม ให้ กรมการ สืบ เสาะ จับ ตัว ผู้ ร้าย ปล้น เรือน นาย อ่อน นาย วัด นั้น ได้ ตัว อ้าย ผู้ ร้าย มา ได้ คือ อ้าย โต๊ะ ๑ อ้าย กราน ๑ อ้าย ล้วน ๑ อ้าย จีน อิ้ว ๑ อ้าย จีน เทียน ๑ กับ อ้าย จีน มี ชื่อ อีก หก คน อ้าย ผู้ ร้าย พวก นี้ ให้ การ สารภาพ รับ เปน สัตย ว่า ได้ ภา กัน ไป ปล้น เรือน นาย อ่อน นาย วัด ได้ ทรัพย์ สิ่ง ของ มา แบ่ง ปัน กัน อ้าย โต๊ะ ได้ เงิน ห้า บาท กับ โต๊ะ ทอง เหลือง เท้า หลุด โต๊ะ ๑ อ้าย กราน ได้ เงิน ๕ บาท อ้าย ล้วน ได้ เงิน ๕ บาท สิ่ง ของ นอก นั้น อ้าย จีน อิ้ว กับ อ้าย จีน เทียน เก็บ เอา ไป สิ้น อ้าย โต๊ะ นำ ได้ ของ กลาง มา ส่ง โต๊ะ ทอง เหลือง เท้า หลุด ๑ นาย วัด เจ้า ของ ทรัพย์ ดู โต๊ะ นั้น ก็ ว่า ถูก ต้อง เปน ของ ตัว ความ ราย นี้ กรมการ เมือง สมุท สงคราม ยัง กำลัง ชำระ เอา พวก เพื่อน อ้าย ผู้ ร้าย อยู่
๏ กงซุล แล กอมิศแซ ก่อน คือ มิศเตอ ฮาแมนด์ เลื่อน ที่ เปน กอมิศแซ เยนิรัล ที่ ประเทศ ตอน กวิน เปน เจ้า เมือง ประเทศ นั้น ๚ะ
๏ บัด นี้ คอเวินเมนต์ ฝรั่งเสศ ได้ ตั้ง ให้ มงเซอ กอนต์ เกอ แกระเดก มา ว่า ราชการ เปน กงซุล แล กอมิศแซ ที่ กรุง เทพ ฯ แทน มงเซอ ฮาแมนด์ ท่าน มี ชื่อ เสียง เลื่อง ภา ดี นัก ๚ะ
๏ ณวัน อาทิตย เดือน เจ็ด ขึ้น ห้า ค่ำ พระองค์ เจ้า ปฤษฎางค์ ราชทูต สยาม ไป ดู เอกซะฮิบิเช่อน แล้ว ได้ แจ้ง ความ ปราถนา จะ ไป ดู ที่ ซึ่ง มี ของ ต่าง ๆ อัน มา แต่ กอโลนี เนเทอ แลนด์ ของ แต่ กอโลนี เหล่า นั้น มี ครบ เปน อัน น่า ชม น่า ดู ด้วย ราชทูต สยาม ได้ ชม ดู ของ เหล่า นั้น ประมาณ สัก สอง ชั่ว โมง แล้ว จึ่ง ได้ ไป ดู ของอัน มี มา จาก ประเทศ สยาม ราชทูต ก็ ได้ มี ความ อัชฌา ไสย อธิบาย ให้ ผู้ ดู เข้า ใจ ด้วย แบบ พระ บรม ราชวัง สยาม อัน งาม แล ของ สยาม อื่น อัน มี ใน โรง เอกซะฮิบิเช่อน นั้น ควร จะ ชม ฝ่าย สยาม เพราะ ได้ ช่วย การ นั้น แล ได้ ส่ง ของ ไป ถึง การ นั้น ด้วย ๚ะ
๏ คราว หนึ่ง มิศเตอ อะลาบาซะเตอ ได้ ลง พิมพ์ หนังสือ จดหมาย เหตุ ว่า ซึ่ง จะ ขุด คลอง ลัด ภอ กำ ปั่น เดิน ได้ นั้น จะ เปลือง เงิน ทุน เปน อัน มาก เหลือ เกิน ค่า ซึ่ง เก็บ แต่ กำปั่น อัน จะ อาไศรย เดิน นั้น ถ้า มาก กำปั่น คง ขาด ทุน ไม่ อาจ เดิน ได้ ถ้า น้อย ที่ ได้ นั้น จะ ไม่ เปน ดอกเบี้ย สม กับ ทุน ที่ จม ติด การ ขุด รักษา คลอง นั้น ๚ะ
๏ บัด นี้ กัปตัน ลอฟตัซ ก็ ได้ ลง พิมพ์ ฉบับ หนึ่ง มี แผนที่ เขตร ที่ จะ ขุด คลอง ลัธ นั้น แล แผนที่ คลอง นั้น ด้วย กัปตัน ลอฟตัซ ก็ ซ้ำ ว่า แขง แรง นัก ว่า ซึ่ง จะ ขุด คลอง นั้น คง เสีย การ ซึ่ง จะ ขุด นั้น ก็ ยาก เหลือ ยาก ไม่ คุ้ม ค่า เหนื่อย ไม่ คุม ทุน ทำ นั้น ถ้า เปน เช่น นี้ ไม่ ต้อง กลัว ว่า คน ซื่อ คน ที่ มี ปัญญา จะ เปน โง่ ขืน ขุด ให้ ขาด ทุน ยับ เยิบ เปล่า จะ ต้อง คอย ฟัง ริโปต หนังสือ แจ้ง ความ เอนซะนีร ฝรั่ง ที่ ได้ ไป วัด ที่ สืบ ดู การ นั้น ก่อน ครัน ฟัง สอง ข้าง แล้ว จึ่ง จะ ไม่ ได้ เปน คน หู เบา ผู้ ที่ จะ ออก เงิน ทำ นั้น ถ้า จะ ทำ จริง ไม่ อาจ ที่ จะ ทำ เว้น แต่ ถูก หลอก เขา ๚ะ
วัน เสาร์ เดือน เก้า ขึ้น แปด ค่ำ
๏ บิล แบก์ เกบ ได้ ที่ กรุง ลันดัน สี่ เดือน ตั้ง แต่ ได้ เหน สาม ชิลิง แปด เปนซ์
๏ บิล ไปรเวศ เกบ ได้ ที่ กรุง ลันดัน สาม เดือน ตั้ง แต่ ได้ เหน สาม ชิลิง แปด เปนซ์ กับ อีก สาม ส่วน ใน แปด แห่ง เปนซ์ หนึ่ง ซอวะเรน ทอง คำ ถึง ห้า เหรียญ นก กับ หก สิบ เซนต์
๏ ข่าว โทรเลข นอก ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พฤหัสดี่ เดือน แปด แรม เจ็ด ค่ำ อุซิบืบุ ได้ รุก ไล่ ตี ชะตะวาโย ชะตะวาโย แพ้ แล้ว อุซิบืบุ ได้ เผา เมือง อุลุนดี ชะตะวาโย ถูก อาวุธ ตาย
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน แปด แรม สิบสอง ค่ำ กว่า พัน คน ตาย เพราะ แผ่นดิน ไหว ที่ เมือง กะซะมิซิ โอละ ๚ะ
๏ เขา ไฟ วิซุวิอัซ เปน กำลัง ไหม้ อยู่ ๚ะ
๏ มี เติลิแครม ว่า กำปั่น กล ไฟ ฝรั่งเศศ ชื่อ อิลิซัซ แวะ เข้า ที่ เมือง ตุรันนี แล เมือง กินฮอน แจ้ง ความ ถึง เมือง ไซ่ง่อน ว่า เจ้า เมือง อะนัม คือ ตุดุก ตาย แล้ว หลาน ท่าน จะ เปน ที่ ว่า ราชการ แทน ๚ะ
๏ ณวัน อาทิตย เดือน แปด แรม สิบ ค่ำ ท่าน ผู้ รับ ว่า ราชการ ฝรั่งเศศ ที่ เมือง สิงคโปร ได้ รับ ข่าว เติลิแครม แต่ เจ้า เมือง ไซง่อน ใจ ความ ว่า โกโลเนล บาดินซ์ ได้ ภา ทหาร ๕๐๐ คน ออก จาก เมือง นำดิน ท่าน ได้ จับ ปืน ใหญ่ ๗ กระบอก ณะเดือน แปด แล ได้ ประหาร ชีวิตร ๑๐๐๐ คน ฝ่าย ฝรั่งเศศ ๑๑ คน ถูก อาวุธ เท่า นั้น ข่าว หลัง บอก ว่า พวก อะนัม เสีย ไม่ เปน เรื่อง ๚ะ
๏ ต่อ ที่ หลัง มี ข่าว ว่า พวก อะนัม ตาย ไม่ ถึง พัน คน
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน แปด แรม สิบห้า ค่ำ ใน คำ ตอบ คำ ถาม มิศเตอ แกลดซะโตน ไม่ ยอม รับ ว่า จะ ปฤกษา ปาเลียแมนต์ ก่อน จึ่ง จะ ถอน กองทัพ มา จาก ประเทศ อิยิบต ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน เก้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง โรค ลง ราก ซา เข้า ที่ เมือง ไกโร แล้ว ความ สบาย ปราศ จาก โรค แห่ง กอง ทัพ ก็ มาก ขึ้น ๚ะ
๏ ที่ กรุง ปารีศ จับ ได้ การ คบ คิด แห่ง พวก ลิยิติมิศค์ ผู้ ใหญ่ ใน หมู่ ต่างๆ ใน พวก นั้น ติด เกี่ยว กัน ใน การ คบ คิด นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน เก้า ขึ้น สาม ค่ำ พวก โฮวา ยัง วน เวียน รอบ เมือง ตะมะตาวี อยู่ กำลัง พวก ฝรั่งเศศ ไม่ ภอ ที่ จะ ยก ทัพ ไป บน ดอน ข้าง ใน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน เก้า ขึ้น สี่ ค่ำ พวก ริบปลิกัน ทำ วุ่น วาย ขึ้น ใน หัว เมือง เอศตระมะดุระ กอง ทหาร รักษา เมือง บะดะโยซะ ประมาณ พัน คน หนี เข้า เขตร ประเทศ โปรตุเกษ พวก โปรตุเกษ รับ เครื่อง อาวุธ แต่ เขา เสร์จ แล้ว จึ่ง ยอม ให้ เข้า พึ่ง ใน ประเทศ เขา หัว เมือง เอศตระมะดุระ เขา กล่าว ว่า ติด ล้อม ด้วย ฆ่าศึก แล้ว ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน เก้า ขึ้น ห้า ค่ำ ข้อ ซึ่ง อยาก ตั้ง คือ บิล สำหรับ จะ กัน กรุง ลันดัน ให้ พ้น โรค ลง ราก อ่าน สาม ครั้ง ใน ที่ ปฤกษา ราชการ อังศริษ คือ เฮาซ ออฟ กอมันซ์ แล้ว ฯะ
๏ การ ใน เมือง บะดะโยซะ สงบ เรียบ แล้ว ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน เก้า ขึ้น หก ค่ำ มิศเตอ แกลด ซะโตน เมื่อ กำลัง พูด คำ ซะบีจ อยู่ ที่ แมนเช่อน เฮาซ์ ได้ ว่า ข่าว มา จาก เกาะ มะดะแคซ คาร ทำ ที่ ไว้ ใจ ให้ แน่ ขึ้น ว่า ราย การ ที่ เมือง ตะมะตะวี่ ฝรั่งเศศ คง จัด แจง ให้ เรียบ ร้อย เปน ทาง อัชฌาไศรย ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน เก้า ขึ้น เจ็ด ค่ำ อัดมิรัล บีแอ แม่ ทัพ กำปั่น รบ ขอ ออก จาก ราชการ เพราะ ไม่ สบาย เปน โรค ฯะ
๏ การ วุ่นวาย นั้น มี อยู่ เปน อัน มาก คอเวินแมนต์ ได้ เลิก การ คุม รักษา ตาม กฎมาย อัน เปน พื้น ใน แผ่นดิน บ้าน เมือง ฯะ
ประเทศ ตอนกวิน
๏ พวก พล รบ อุด หนุ่น ใหม่ ของ ฝรั่งเลศ มา ถึง เกือบ เสร์จ แล้ว ณวัน จันทร์ เดือน แปด แรม สี่ ค่ำ เปน วัน สำคัญ ใหญ่ ด้วย ว่า ณวัน นั้น กำปั่น ไฟ อิลิศ ซัซ มา จาก เมือง ไซ่งอน มา ถึง เมือง ไห้พอง แล ท่าน เจ้า เมือง ใหม่ คือ มงเซอ ฮารแมนต์ พร้อม กับ พวก ราชการ ต่าง ๆ สำหรับ ครอง เมือง ที่ ประเทศ ตอน กวิน ขึ้น บก ที่ ท่า ของ คอเวินแมนต์ พวก ราชาร พวก ขุนนาง พล รบ แล ทหาร บก ยืน เปน สอง แถว รับ คำนับ ท่าน เจ้า เมือง ใหม่ เวลา บ่าย ห้า โมง ครึ่ง ไม่ ช้า ไม่ นาน ท่าน เจ้า เมือง จะ ไป ตั้ง อยู่ ที่ เมือง ฮะนอย แล้ว จะ จัด การ บ้าน เมือง ให้ เรียบ ร้อย พร้อม กับ ขุน นาย พล รบ ขา น้ำ ขา บก ด้วย ฯะ
๏ มี ข่าว ว่า อิวะกุระ เสนาบดี ใหญ่ ที่ สาม ถึง แก่ กรรม แล้ว ท่าน เปน คน ปัญญา มาก คราว รบ พุ่ง กัน จะ ตั้ง เจ้า มิกาโด องค์ เดียว นี้ เปน เจ้า เมือง ครอบ ครอง พระราช สมบัติ สืบ วงษ กระกูล ตาม ธรรมเนียม ก่อน เสนาบดี คน นี้ ได้ ช่วย ใน การ นั้น แขง แรง เปน กำลัง ใหญ่ ฯะ
๏ โรค ลง ราก เกือบ หมด สิ้น แล้ว ที่ เมือง ฟุเจา แต่ ยัง มี อยู่ บ้าง ใน เมือง ซวาเตา ใน เวลา เช้า วัน หนึ่ง คน ช่าง แกะ ศิลลา สิบ สี่ คน ตาย ด้วย โรค นั้น ใน เมือง ซวาเตา ฯะ
๏ วัน ประหัศบดี เดือน แปด แรม เจ็ด ค่ำ เกิด ไฟ ไหม้ ใน แขวง พวก อังคริศ อยู่ นั้น ไหม้ เรือน หก สิบ ส่อง หลัง ก็ มี ความ วิตก อยู่ ว่า คน ตาย หลาย คน ด้วย ฯะ
๏ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน ฯะ
๏ ตึก ช่าง ชัก รูป โฟโตแครฟ ตั้ง อยู่ ใน เมือง ( เคียง ประตู ผี แล ถนน ใหม่ ใน เขตร วัง พระองค์ เจ้า จันทร ทัศ จุธาธาร ) ฯะ
๏ มิศเตอ คะเปลยู เกนเนด ลอฟตัซ มี ความ ยินดี ขอ แจ้ง ความ ให้ ท่าน ที่ เปน ฝรั่ง เปน ไทย เปน จิ๋น ทราบ ทั่ว กัน ว่า ข้าพเจ้า ได้ จัด การ จะ รับ จ้าง ชัก รูป โฟโตแครฟ ใน ตึก ใหม่ นี้ ที่ ได้ จัด ไว้ สำหรับ การ เช่น นี้ แล้ว ที่ ตึก นั้น มี เรือน แก้ว แล ของ อื่น อัน ไม่ เคย มี ใน กรุง เทพ ฯ ท่าน ทั้งหลาย อัน มี ธุระ ใน การ ราย นี้ เชิญ มา หา ที่ ตึก อัน ว่า มา แล้ว นี้ จะ ได้ ช่วย ให้ สำเร็จ ความ ปราถนา โดย เร็ว ราคา นั้น จะ คิด เอา แต่ พอ สมควร การ นัด หมาย จะ ทำ ให้ แล้ว ตาม นัด การ ที่ ผู้ จ้าง จะ สั่ง คง ทำ ให้ แล้ว โดย เร็ว ท่าน ทั้งหลาย ที่ จะ ให้ ไป ชัก รูป ที่ บ้าน เขา จะ คิด เอา ราคา แล้ว แต่ จะ ตก ลง กัน มิศเตอ คะเปลยู เกนเนด ลอฟตัซ ช่าง ชัก รูป แจ้ง ความ มา ณวัน ศุกร เดือน สี่ แรม เจ็ด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๔ ปี มะเมีย จัตวาศก ฯะ
กำปั่น ไฟ
กำปั่น ไฟ ชื่อ ดิกี กัปตัน บุทแมน ลำหนึ่ง กำปั่น ไฟ ชื่อ รุดอลฟะ กัปตัน เวนด์ ลำ หนึ่ง
๏ กำปั่น ไฟ ทั้งสอง ลำ นี้ ไม่ อีก กี่ วัน จะ เข้า มา ยัง กรุง เทพ แล้ว จะ รับ บันทุก ของ แล รับ คน เดิน สาร ใน ตำบล ต่างๆ ไป ส่ง ถึง ตำบล ต่าง ๆ อัน ว่า มา ข้าง ล่าง นี้ คือ เมือง สิงคโปร์ เมือง จันทบูรี เมือง กำปอด เมือง แฮเตียน เมือง ชุมพร เมือง ลคร เมือง กะลันตัน เมือง ตรังคานู เมือง ปาหัง แล เมือง อื่น ๆ
๏ กำปั่น ไฟ ทั้งสอง ลำ นี้ เมื่อ มา จะ จอด ที่ ท่า ที่ กรุงเทพ ฯ ที่ นาย ห้าง โคตี่ น่า วัด สังฆราช บาด หลวง ที่ คอก ควาย ถ้า จะ รู้ ความ เลอี่ยด ด้วย ค่า ระวาง ค่า เดิน สาร เชิญ ไป หา ถาม เอา ความ แต่ นาย ห้าง โคตี่ ณะ ตำบล กรุง เทพ ฯ อัน ว่า มา แล้ว นั้น แจ้ง ความ มา ณวัน จันทร์ เดือน เก้า แรม สอง ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๕ ปี มะแม เบญจศก ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า แขก ยะวา เจ้า ของ โรง รถ ที่ ถนน กรุง เจริญ ตรง ข้าม วัด ม่วงแค หลัง กงซุล อังคริษ จะ เลล้ง ขาย รถ เพื่อง สอง คัน ม้า แปด ตัว ณวัน ประหัสบดี เดือน เก้า แรม ห้า ค่ำ เวลา บ่าย สามโมง ท่าน ทั้งหลาย อัน อยาก ได้ รถ แล ม้า เช่น ว่า มา แล้ว นั้น เชิญ มา ดู รถ แล ม้า แล ซื้อ ไว้ ใน เวลา ซึ่ง กำหนด มา แล้ว นั้น ข้าพเจ้า แขก ยะวา ผู้ จะ เลล้ง ขาย ขอ แจ้ง ความ มา ณวัน อัง คาร เดือน เก้า แรม สาม ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๕ ปี มะแม เบญจศก ๚ะ
๏ ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ รับ คำ สั่ง แล้ว ให้ เลล้ง ขาย รถ ม้า เทษ ม้า ไทย อัน จะ ว่า มา ข้าง ล่าง นี้ เปน ของ ท่าน คน หนึ่ง ซึ่ง จะ ออก จาก กรุง เทพ ฯ จะ จับ เลล้ง ขาย ของ นี้ ที่ เสา ชิงช้า ตรง วัง กรมหมื่น ภูธเรศ ธำรงค์ ศักดิ์ ณวัน ศุกร เดือน เก้า แรม หก ค่ำ จำเภาะ เวลา ส่อง โมง บ่าย ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น คือ รถ ๔ ล้อ ยัง ใหม่ ชื่อ วิกโตเรีย พีตัน ๑ รถ อังคริษ ใหม่ ชื่อ ดอก กาด ช่าง ทำ เบนเนต แอนด์ ซัน ๑ ม้า เทษ ดำ ขี่ ก็ ได้ เคย เทียม รถ จน เปน อัน ใช้ ได้ แลว ม้า ๑ ม้า ไทย ไว นัก ม้า ๑ เครื่อง รถ แฝด สำ หรับ ม้า คู่ เปน เครื่อง อังคริษ เครื่อง รถ ม้า ตัว เดี๋ยว เปน เครื่อง อังคริษ แล ของ อื่น ต่าง ๆ บ้าง ๚ะ
๏ มิศเตอ แอฝ แอศ ผู้ จะ เลล้ง ขาย นั้น ขอ แจ้ง ความ มา ณวัน อังคาร เดือน เก้า แรม สาม ค่ำ จุลศัก ราช ๑๒๔๕ ปี มะแม เบญจศก ๚ะ