เดือน ๕ แรม ๖ ค่ำ, ๑๒๔๖
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๒ แผ่น ๑๙ วัน พุฒ เดือน ห้า แรม ๖ ค่ำ ปี วอก ฉอ ศก ๑๒๔๖

๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ

คำ ร้อง ทุกข์

๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ตั้ง บ้าน เรือน อยู่ ตำบล บ้าน บาง สำโรง แขวง เมือง นคร เขื่อน ขันธ์ มี ความ ทุกข์ ร้อน ขอ ท่าน เจ้า ของ จดหมาย เหตุ ได้ โปรด ข้าพ เจ้า ด้วย เดิม เมื่อ ณวัน ประหัสบดี เดือน สี่ ขึ้น สาม ค่ำ ปี มะแม เบญศก มี ขุนนาง คน หนึ่ง รูป ร่าง สูง โต แล มี พัค พวก พาหนะ บ่าว ไพร่ ไป ด้วย เปน อัน มาก ลง ไป ชน ไก่ ที่ บาง กะจ้าว แล้ว ไป ชน ไก่ ที่ แถว บ้าน ข้าพเจ้า ด้วย มี คน ภา กัน สรเสิญ ว่า ท่าน คน นี้ ใจ ฅอ กว้าง ขวาง อารี อารอบ ข้าพเจ้า ไม่ รู้ จัก จึง แอบ เข้าไป ประจบ ถาม บ่าว ของ ท่าน ว่า ท่าน อยู่ ที่ ไหน บ่าว ท่าน จึง เล่า ความ ให้ ข้าพเจ้า ฟัง ว่า ท่าน เปน ขุน นาง ข้าพเจ้า เหน ว่า ควร จะ พึ่ง ท่าน ได้ ข้าพเจ้า จึง เข้า ไป ประจบ ช่วย ดู แล ไก่ ของ ท่าน กะ ได้ เวลา ชน ไก่ เอา ไก่ เข้า เปรียบ คู่ ก็ เปน ได้ ชน ไก่ กัน บ่าว ท่าน จึง บอก ข้าพเจ้า ว่า ไก่ ตัว นี้ ชน ชะนะ มา หลาย บ่อน แล้ว ที่ เมือง นคร ไชยศรี ก็ ได้ ออก ไป ชน ให้ ข้าพเจ้า ต่อ เงิน เข้า ไป ให้ มาก ๆ เถิด อย่า ได้ กลัว เสีย เงิน เลย ไก่ ตัว นี้ เปน ไว้ ใจ ได้ ข้าพเจ้า ไม่ รู้ อย่าง ไร หมาย ว่า จะ ชะนะ จริง ข้าพเจ้า จึง ต่อ ขนาบ เข้า ไป ขุนนาง ท่าน เจ้า ของ ไก่ ท่าน ก็ ชอบ ใจ เรียก ข้าพเจ้า เข้า ไป กระซิบ บอก ว่า อย่า กลัว เขา ต่อ เข้า ไป เถิด เอ็ง จะรวย เงิน กู ไม่ หลอก มึง ดอก เปน ประกัน ได้ ไก่ ตัว นี้ ไม่ แพ้ ใคร ถ้า หาก ว่า ไก่ ตัว นี้ แพ้ มึง เสีย เงิน เท่า ใด กู อินชรัน ใช้ เงิน แทน ให้ มึง ๆ อย่า ตก ใจ กู เหน หน้า มึง เข้า มา สาพิภักดิ กู วัน นี้ กู มี ความ สงสาร มึง เปน อัน มาก มึง เปน บ่าว ใคร ฤา มึง เปน นี่ เปน ค่า ใคร กู จะ ช่วย เอา มึง ไป ไว้ ใช้ สำหรับ เลี้ยง ไก่ กู ไม่ ใช้ การ อะไร เลย ข้าพเจ้า จึ่ง บอก ว่า เปน ค่า เจ้า เดิม บิดา เปน ทหาร ปืน อยู่ ปาก น้ำ แต่ ตัว ข้าพเจ้า ยัง หา ได้ ศัก ท้อง มือ ไม่ ท่าน จึ่ง สั่ง ใช้ ให้ มา หลบ เฝ้า สวน ท่าน อยู่ กลัว ว่า เขา จะ จับ ไป ศัก เปน หมู่ ทหาร ปืน ท่าน จึ่ง ว่า กับ ข้าพเจ้า ว่า ท่าน ช่วย มึง ไม่ ได้ เหมือน กู ดอก กู ช่วย มึง ได้ พ่อ ของ มึง อยู่ กรม ไหน บอก ให้ กู รู้ เถิด กู จะ เรียก เจ้า กรม ปลัด กรม สั่ง เอา ให้ ขาด จาก หมู่ ทหาร ปืน ปาก น้ำ ฯ ขึ้น กรม ที่ กู บังคับ ได้ เตม มือ ไม่ มี ใคร จะ ขัด ขวาง กู ได้ ข้าพเจ้า ก็ ยอม รับ คำ กับ ท่าน โดย ความ ดี ใจ ข้าพเจ้า จึ่ง ว่า กับ ท่าน ว่า ข้าพเจ้า สาม คน แม่ น้อง เปน เงิน สี่ ชั่ง สิบ ข้าพเจ้า ขอ เล่า ตัด ความ เท่า นั้น ที่ ด้วย ท่าน กล่าว คำ ชม ว่า ข้าพเจ้า เปน คน ดี มาก นัก ข้าพเจ้า ไม่ รู้ อย่าง ไร เปน คน เซอะ ซะ ก็ ตั้ง แต่ ต่อ ไก่ เข้า ไป ขนาบ จน ไก่ ของ ท่าน เปน รอง ไก่ เขา สาม สอง ท่าน ก็ ว่า ไม่ เปน ไร ไก่ เคย มา เช่น นี้ อัน ต้น ชน ไม่ ดี ถ้า ไป อัน ปลาย น้ำ ไก่ ของ กู ชะนะ ข้าพเจ้า เหน ว่า ไก่ ของ ท่าน จะ แพ้ ไก่ เขา เปน แน่ ข้าพเจ้า จะ รีบ ออก ตัว ท่าน ก็ ไม่ ให้ ข้าพเจ้า ออก ตัว ว่า อย่า ตก ใจ ไป กู จะ ใช้ เงิน ให้ มึง ๆ รับ รอง ไว้ เถิด จน กระทั่ง ไก่ ของ ท่าน แพ้ ไก่ เขา ลง ท่าน ก็ เรียก ให้ บ่าว ท่าน ไป หยิบ เหล้า บรันดี มา กิน เติม เข้า ไป อีก ท่าน ก็ ทำ โลเล เสีย ข้าพเจ้า ก็ ต้อง เสีย จน สิ้น ตัว ไม่ มี เงิน จะ ให้ กับ นักเลง ที่ ข้าพเจ้า รับ ต่อ รอง ไก่ ไว้ แต่ ข้าพเจ้า มี เงิน ไป สิบ บาท เขา ภา กัน ติด ข้าพเจ้า อยู่ อีก ห้า ตำลึง ข้า พเจ้า กลับ มา อ้อน วอน กราบ ไหว้ ท่าน ว่า ได้ โปรด ด้วย ขอ ใต้ ท้าว ช่วย เสีย เงิน แทน ให้ สัก ห้า ตำลึง เถิด ท่าน กลับ พาล โกรธ ด่า ว่า จะ เตะ จะ ถีบ ข้าพเจ้า แล้ว ผู้ คน พาหนะ ของ ท่าน ก็ ภา กัน กรู เข้า มา แน่น จะ ชก ต่อย ข้าพเจ้า ๆ ก็ ลีก หนี ออก ไป ข้าพเจ้า ก็ ต้อง เอา เข้า ของ ไป เที่ยว จำนำ ไคว่ไว้ กับ เพื่อน ฝูง ได้ ใช้ นี่ เขา บ้าง ที่ เขา ยัง ติด ข้าพเจ้า ขอ ภอ ขึ้น ไป เฝ้า พระองค์ เจ้า จะ ขอ ขึ้น ค่า ตัว ใช้ นี่ เขา ก็ ยอม ข้าพเจ้า ไม่ หมาย เลย ว่า ท่าน จะ เปน คน อย่าง นี้ ท่าน ก็ เปน ถึง ลูก ขุนนาง ผู้ ใหญ่ พูด ก็ ไม่ ได้ จริง แล้ว จะ กลับ คุมเหง ให้ บ่าว เตะ ต่อย ข้าพเจ้า ด้วย ข้าพเจ้า เปน สัก ผู้ ยาก ได้ ความ ลำบาก ยาก แค้น อับ อาย เหลือ อด เหลือ ทน แล้ว แล ท่าน ก็ เปน ถึง ขุนนาง ทำไม ท่าน ถึง ทำ กับ ข้าพเจ้า เช่น นี้ ดู เหมือน พูด ไม่ สม เปน คน ดี เปน แต่ คน ขี้ เมา เพื่อน ฝูง ของ ข้าพ เจ้า จึง ภา กัน ด่า ข้าพเจ้า ว่า อ้าย เซอะ ซะ ระยำ มิ่ง อยาก เข้า ไป ประจบ ดี สม น้ำ หน้า มึง กู ได้ ยิน เขา โจท กัน ว่า เคย โกง เขา มา หลาย แห่ง แล้ว รับ ท่าน หลวง คน หนึ่ง เปน คน ถูก คอ กัน ที่ เขา พูด ไม่ ออก เขา ก็ ต้อง นิ่ง เสีย แต่ ครั้ง นี้ ก็ ได้ เห็น แก่ ลูก ตา เอง จะ ได้ จำ ใส่ ใจ ไว้ ขะ

๏ แล้ว รุ่ง เช้า ข้าพเจ้า ก็ ขึ้น มา เฝ้า พระองค์ เจ้า ของ ข้า พเจ้า มา เล่า ความ ให้ ท่าน ฟัง แล้ว ขอ ขึ้น เงิน ค่า ตัว ไป ใช้ หนี้ เขา ด้วย ท่าน จึง รับ สั่ง ว่า กับ ข้าพเจ้า ให้ จดหมาย มา ถึง ท่าน ครู สมิท ให้ ช่วย ลง หนังสือ พิมพ์ แต่ อย่า ให้ ออก ชื่อ กลัว ท่าน จะ มี ความ เสีย ใจ ว่า เข้า กับ บ่าว แต่ ท่าน รับ สั่ง ว่า แล้ว จะ เสด็จ ลง มา หา ท่าน ท่าน จะ ให้ ข้าพเจ้า ถือ จดหมาย มา ให้ ท่าน เอง ฤา ก็ กลัว ด้วย ตัว ข้าพเจ้า ข้อ มือ ขาว กลัว พวก ที่ ไป มา หา ท่าน อยู่ ที่ โรง พิมพ์ จะ ส่อ เสียด ขึ้น ว่า คน นั้น ใช้ ให้ มา ลง พิมพ์ แล กลัว ว่า ข้าพเจ้า จะ เล่า ความ ให้ ท่าน ฟัง จะ ละล่ำ ละลัก ไป ขอ ท่าน ได้ โปรด ลง พิมพ์ ให้ ด้วย จะ ได้ แก้ ความ อาย บ้าง แล ท่าน จะ ไม่ ได้ กิน เหล้า เที่ยว โกหก คุมเหง คน เล่น ต่าง ๆ พวก แถบ บ้าน ข้าพเจ้า จะ ได้ อยู่ กิน มี ความ ศุข สะบาย ขอ ท่าน ได้ โปรด ให้ มาก


๏ เรื่อง นี้ เปน เรื่อง สำคัญ นักหนา ผู้ ที่ ฝาก หนัง สือ ฉบับ นี้ ให้ ลง พิมพ์ ก็ เปน นักเลง เสีย ตัว เพราะ เปน นักเลง สมเพท เขา ทั้ง ท่าน ผู้ ใหญ่ ผู้ เปน นัก เลง นั้น เพราะ เห็น แก่ คน สอง คน แล วงวาร พวก พ้อง ของ ขุน นาง ที่ เปน นักเลง นั้น จึง ปิด บัง ชื่อ ไว้ ทั้ง สิ้น เรื่อง ความ นี้ จริง ฤๅ จะ ไม่ จริง อยู่ แก่ ผู้ มา ร้อง ทุกข นั้น แต่ ไพร่ อัน เปน คน โง่ คน ดื้อ คน ชั่ว คน มัก ได้ เปน คน เช่น นี้ ก็ มี เปน อัน มาก ใน ประเทศ สยาม ก็ เปน ความ จริง ไม่ ต้อง สงไสย เลย ว่า คน อัน เสีย เพราะ การ เช่น นี้ มี เปน อัน มาก ตลอก พระราช อณา เขตร ทั่ว ทุก แห่ง คน จน จะ มา ว่า เสีย เพราะ ท่าน ผู้ ใหญ่ มา ชวน จึง เสีย ก็ พูด ไม่ เข้า ที่ ถ้า คน จน นั้น เปน คน ซื่อ ตรง จริง นับ ถือ พระเจ้า แท้ จริง แล ด้วย กำลัง นับถือ แล รัก พระเจ้า ไม่ อาจ ทำ การ บาป การ ชั่ว ถึง ใคร จะ มา ชวน คง แขง ใจ ไม่ ไป ตาม เขา ถ้า เดียว คง ตั้ง ใจ ว่า พระเดช พระคุณ ของ พระ เจ้า คง ป้อง กัน รักษา ตัว คง ถือ ความ สัจ ความ ดี ไว้ จะ เปน อย่าง ไร ก็ ให้ เปน ไป เถิด ถ้า เสีย เพราะ ประพฤติ์ ความ ดี ตาม พระเจ้า สั่ง เพราะ รัก เพราะ เหน แก่ พระเจ้า ๆ คง โปรด ประทาน บำเหน็จ ให้ ทวี ขึ้นเปน อัน ยิ่ง คง มี หน้า มี ตา มี ชื่อ มี เสียง ด้วย ว่า เปน คน ดี แท้ ด้วย คน ที่ ประพฤติ์ ดี เช่น ว่า มา นี้ ไม่ ว่า เปน คน มี วาสนา ฤา เปน คน ไม่ มี วาสนา ไม่ ว่า เปน คน จน ฤา เปน คน มั่ง มี พระเจ้า คง ทรง พระ มหา กรุณา โปรด ให้ ได้ ความ ดี เหมือน กัน ๚ะ

๏ ถ้า คำ ร้อง ทุกข์ นี้ จะ จริง ขุนนาง ที่ เปน นัก เลง นั้น ที่ พ่อ ลวง คน ไพร่ ที่ กิน เหล้า เมา ทำ ให้ เสีย พระเกียรติยศ โปรด ให้ มี ตำแหน่ง ขึ้น ทำ ให้ บิดา มารดา พวก พ้อง พี่น้อง ญาติวงษ ครู บา อาจาริย์ คน รัก ใคร่ มี ความ อาย ออก หน้า ไม่ ได้ พูด ไม่ ออก จะ เอา หน้า ไป ไว้ ไหน เล่า ๚ะ

๏ ถ้า คำ ร้อง นี้ จริง ก็ เปน อัน เหน อยู่ ว่า ที่ นาย จะ ใช้ บ่าว หลบ หน้า อย่า ให้ เข้า ทำ ราชการ ตาม กฎหมาย ธรรมเนียม แผ่นดิน บ้าน เมือง ที่ จะ ไม่ สู้ ตรง ต่อ แผ่นดิน บ้าน เมือง เมื่อ กฎหมาย มี อยู่ จำ ต้อง ประ พฤติ์ ตาม กฎหมาย ถ้า กฎหมาย ไม่ ดี ต้อง คอย ชี้ แจง ให้ เหน โทษ แห่ง กฎหมาย ไม่ ดี แล คอย ทำ ฎีกา ถวาย ร้อง ขอ ให้ คอเวินแมนต รื้อ ถอน กฎหมาย อัน ไม่ ดี นั้น เสีย แต่ เมื่อ ยัง ไม่ ได้ ถอน ทุกคน ทั้ง ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย พร้อม กัน ทั่ว ตลอด พระราช อณาเขตร ต้อง แขง ใจ ถือ ว่า กฎหมาย บ้าน เมือง เปน ประธาน เปน ใหญ่ เปน อิสโรน้อม ยอม ประพฤติ ตาม ด้วย เตม ใจ เตม กำลัง จึง จะ ดี จะ งาม ท่าน ทั้งหลาย อัน มี ปัญญา อัน เปน คน ซื่อ สุจริต จง ตริก ตรอง ดู เรื่อง ราย นี้ เถิด ถ้า คน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง ทั้ง ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย จะ เปน คน เช่น ว่า มา ใน คำ ร้อง ทุกข นี้ บ้าน เมือง จะ คง อยู่ กี่ ปี ไป ได้ ถ้า ทำ ดัง นี้ ทั่ว กัน คน อยู่ ด้วย กัน ไม่ ได้ บ้าน เมือง คง เปน ที่ ร้าง ที่ เปล่า ต่าง คน ต่าง ต้อง ซุก ซ่อน อยู่ ใน ป่า ต้อง หลบ ลีก หนี กัน กัด กัน กิน กัน ดั่ง เสือ เนื้อ ใน ป่า ใน ดง เหมือน กัน ๚ะ

๏ คราว นี้ เรา ลบ บีด ซื้อ กัน เพราะ รัก เพื่อน มนุษ ด้วย กัน แล ว่า มา เช่น นี้ จะ ขอ ให้ ทุก คน ใน เรื่อง ราย นี้ แล นักเลง ทั่งปวง ทั่ว ตลอด พระราช อาณาเขตร รีบ เลิก เว้น การ ที่ จะ เปน อับ ประยศ แก่ ตัว แล เปน ความ ร้าย แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง อย่า ทำ ต่อ ไป อย่า ให้ ผู้ อื่น เอา เยี่ยง อย่าง กัน เลย ๚ะ

๏ การ พนัน กัน เปน การ ไม่ ดี การ ชน ไก่ เปน การ ไม่ ดี การ กิน เหล้า เปน การ ไม่ ดี การ พ่อ ลวง ชวน คน จน ให้ ต่อ พนัน เกิน กำลัง เขา เปน การ ไม่ ดี คน จน จะ มัก ได้ มัก ง่าย ทำ ตาม นักเลง ชวน ก็ เปน การ ไม่ ดี โลภ มาก ลาภ หาย โลภ จบ ตัว ตาย ให้ นับถือ ให้ เกรง ให้ รัก สมเดจ พระบรม มหา เยซู เจ้า เรา ผู้ ได้ สร้าง สรรพ สิ่ง ทั้ง มนุษ ผู้ ตั้ง พระไทย จะ ช่วย ให้ มี คน อัน เชื่อ ใน พระองค กำลัง เลิก เว้น การ บาป ทั้ง เพียร ประพฤติ์ การ ดี ที่ ท่าน สั่ง แล จะ ช่วย ให้ ทุก ตัว คน ที่ เชื่อ ใน พระองค รอด จาก โทษ ทัณฑ์ แห่ง การ บาป ที่ ตัว ทำ แล้ว นั้น ๚ะ

หลวง นริศร

๏ ท่าน เปน บุตร พระยา โชฎึก มหา เสฏฐี ในเดือน ก่อน ท่าน ได้ มี งาน หลาย วัน หลาย คืน เปน การ โกน จุก ราย หนึ่ง เปน การ ฉลอง เรือน ใหม่ คราว เล่น นั้น มี งิ้ว มี ลคร ท่าน หลวง นริศร ได้ มี หนังสือ เชิญ คน ชอบ กัน รัก กัน มา ประชุม กัน ดู การ ละ [.] เล่น อัน มาก ไป ดู แล ชม สรรเสิญ ตึก ใหม่ ตึก งาม ของ ท่าน ที่ พึ่ง ทำ แล้ว ที่ ปาก คลอง สาร แพ์ ล่าง[...] ใน ทุก วัน นี้ ทั้ง พวก ไทย พวก จีน ใน ประเทศ[....] สยาม หา กิน คล่อง กว่า ง่าย กว่า คราว แผ่นดิน พระ นั่ง เกล้า เปน อัน มาก ราษฎร มี เงิน ก็ ซุก ซุม ขึ้น จึ่ง มัก ปลูก ตึก เรือน บ้าน โต กว่า งาม กว่า สบาย กว่า ก่อน เปน อัน มาก เดี๋ยว นี้ คน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง ควร จะ คิด อ่าน สอน ลูก เต้า ทั้ง หญิง ทั้ง ชาย ให้ มี ปัญญา ให้ มี วิชา จะ ได้ หา กิน คล่อง หา กิน ง่าย ควร จะ คิด อ่าน สอน ทั้ง ตัว ทั้ง ลูก เต้า ให้ เปน คน ชำนาญ เว้น การ บาป การ ชั่ว ทั้งปวง ให้ เปน คบ ชำนาญ ประพฤติ การ ที่ พระ มหา เยซู เจ้า เรา ได้ วาง ไว้ เปน แบบ นำ ให้ มนุษ จำเริญ ดี ขึ้น ทั้ง ใน โลกย นี้ ทั้ง ใน โลกย น่า ด้วย ต้อง เปน คน เพียร หา ด้วย สุจริต ต้อง เปน คน รู้ จัก ใช้ รู้ จัก เกบ ให้ สม ความ บริเวณ ต้อง เปน คน ซื่อ ตรง ต่อ พระเจ้า ซื่อ ตรง ต่อ ท่าน ผู้ อื่น ทั่ว กัน ต้อง เปน คน ซื่อ ตรง ต่อ ตัว เอง ด้วย การ ดี เปน การ ถือ เปน การ ประพฤติ ทั่ว ตลอด กัน การ ไม่ ดี เปน การ เกลียด การ เว้น ทั่ว ตลอด กัน ทั้ง บ้าน เมือง แล คน ใน บ้าน เมือง คง มี ความ เจริญ ยิ่ง งาม ขึ้น ทุก คราว ๚ะ

กอมมิศแซ แล กงซุล ฝรั่งเสศ

๏ กอมต์ ดะ เภอคารเดก รับ คำ อนุญาต แล้ว แต่ คอ เงินแมนต์ ฝรั่งเสศ ให้ ไป เที่ยว เมือง ฝรั่ง เยี่ยม พวก พ้อง พี่ น้อง ญาติวงษ ประมาณ สัก หก เดือน แล้ว จึ่ง กลับ เข้า มา ทำ ราชการ ที่ กรุง เทพ ยัง เก่า เมื่อ กอมต ดะ เกอคารเดก เข้า เฝ้า ทูล ลา สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม พระราช ทาน เครื่อง พระราช อิสริยยศ ชั้น ที่ สอง ชื่อ สยาม มงกุฎ ครั้น ทูล ลา แล้ว ท่าน เดิน สาร ใน กำปั่น กล ไฟ สยาม ชื่อ บางกอก ณวัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ เมื่อ ท่าน จะ กลับ มา ครั้ง นี้ ที่ จะ ภา บุตร ภรรยา ท่าน เข้า มา อยู่ ใน กรุง สยาม ด้วย ท่าน กอมมิศแช คน นี้ เปน คน ปัญญา มี อัช ฌาไสย เรียบ ร้อย ดี นัก ด้วย ๚ะ

ประเทศ เยอแมนี่

๏ สมเด็จ พระเจ้า เอมบีรอร์ ประเทศ เยอแมนี่ ได้ พระราช ทาน เครื่อง ตั้ง ดอก ไม้ สอง เครื่อง เปน ของ มี ราคา งาม เพลิน ตา เปน อัน มาก ประดับ ด้วย เครื่อง ทอง คำ เครื่อง หนึ่ง นั้น มี ข้าง หนึ่ง แผน ที่ กรุง เบอลิน อีก ข้าง หนึ่ง นั้น มี รูบ สมเด็จ พระเจ้า เอมบีรอร์ เครื่อง หนึ่ง นั้น มี ข้าง หนึ่ง รูบ พระ บรม ราช วัง ที่ เมือง ปอดซ์ ดัม อีก ข้าง หนึ่ง นั้น มี รูบ สมเด็จ พระ นาง เอมเปรศ เมื่อ มี เวลา สม แล้ว กงซุล แอร วอน เกรนกี คง เอา ของ พระราช ทาน เหล่า นี้ เข้า เฝ้า ถวาย ตาม พระ บรม ราช โองการ ของ สมเด็จ พระเจ้า เอมบีรอร์ แล เอมบีเรศ ด้วย เครื่อง พระ ราช ทาน เข้า มา ครั้ง นี้ เปน ของ ตอบ แทน ของ ซึ่ง สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ได้ ทรง พระ ราช ทาน ส่ง ถึง พระนาง เจ้า ที่ มี พระนาม ว่า เฮเรดิแตรี่ ปรินเซซ แซกซิ ไมนินเยน องค์ หนึ่ง ถึง พระนาง เจ้า ที่ มี พระนาม ว่า เฮริดิแตรี่ แครนด์ ดะเจซะ ออฟ อลเดน เบิก องค์ หนึ่ง แล ถึง พระองค์ เจ้า ที่ มี พระนาม ว่า ปรินเซซ วิลเฮลม ๚ะ


๏ การ ข้าง พระ เยซู สาศนา ที่ บาง ปลา สร้อย ๚ะ

๏ หมอ ดีน ครู อะมริกัน ผู้ มี อายุศม สูง กว่า ครู อะเมริกัน อื่น ที่ บัดนี้ อาไศรย อยู่ ใน กรุง เทพ ท่าน แรก เข้า มา ยัง กรุง เทพ ณะ ปี มะแม จุลศักราช ๑๑๙๗ สัพ ศก อุส่าห์ สอน พระเยซู ศาสนาเปน ภาษา จีน ใน ประ เทศ สยาม มี หมู่ ลูกสิศ จีน หลาย หมู่ ท่าน พึ่ง ไป เยี่ยม หมู่ ลูก สิศ จีน ที่ เมือง บาง ปลาสร้อย ณวัน เสาร เดือน ห้า แรม สิบ ค่ำ ท่าน กลับ มา ยัง กรุง เทพ แล แจ้ง ความ ว่า คราว ท่าน อยู่ ที่ บาง ปลาสร้อย นั้น มี จีน สิบ สี่ คน มา ขอ รับ ศิล จุ่ม น้ำ เข้า หมู่ ลูก สิศ ด้วย แต่ ท่าน บังคับ ให้ คน เหล่า นั้น งด รอ ไว้ ก่อน ต่อ ภาย หลัง จึ่ง จะ ให้ รับ ศิล จุม น้ำ ให้ เข้า หมู่ ลูก สิศ ด้วย คราว ประชุม รับ ศิล สายัณห์ บริโภก นั้น มี ลูก สิศ สี่ สิบ คน มา ประชุม รับ ด้วย เมื่อ หมอ ดีน กลับ มา จาก บาง ปลา ส้อย แล ใน หลวง โปรด พระราช ทาน พระบรม รูป ให้ หมอ ติ่น ไว้ รูป หนึ่ง ๚ะ

การ พระเยซู ศาสนา ที่ กรุง เทพ

๏ ณวัน อาทิตย เดือน ห้า ขึ้น สิบ เอ็ด ค่ำ มี ชาย ชาว สยาม สอง คน รับ ศิล จุ่ม น้ำ เข้า หมู่ ลูก สิศ ที่ มี ชื่อ ว่า ไซอะมิซ บับติศชัช เพราะ รับ ว่า เชื่อ ใน สมเดจ พระบรม มหา เยซู เจ้า เรา แล้ว ได้ ตั้ง ใจ ว่า จะ เพียร ประพฤติ์ ตาม พระ เยซู เจ้า สอน ตลอด ชีวิตร ๚ะ

ที่ รฦก ถึง
สมเด็จ เจ้า พระยา บรม มหา ศรี สุริยวงษ
น. ร., ม. ช. ป. จ. ม. ส. ม.
ผู้ สำเร็จ ราชการ แผ่นดิน สยาม

อุปบัติ ณวัน ศุกร เดือน ยี่ ถึงแก่พิราไลย ณวัน ศุกร เดือน ขึ้น เจ็ด ค่ำ ปี มโรงสัมฤทธิ ขึ้น ๑๑ ค่ำ ปี มเมีย จัตวาศก ศก จุลศักราช ๑๑๗๐ จุลศักราช ๑๒๔๔ เปน ปี ที่ ๑๕ เปน ปี ที่ ๒๗ใน รัชกาล ที่ ๑ ใน รัชกาล ที่ ๕ ปัตยุบัน นี้

ชนมายุ ได้ ๗๔ ปี กับ ๒๖ วัน ไม่ ยิ่ง หย่อน

ได้ เชิญ ศพ ออก สู่ เมรุ ณท้อง สนาม วัด บุบผา ราม ณวัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น เก้า ค่ำ ปี วอก ยัง เปน เบญจ ศก ได้ พระราช ทาน เพลิง ณวัน อาทิตย เดือน ห้า ขึ้น สิบเอ็จ ค่ำ ปี วอก ยัง เปน เบญจศก ศักราช ๑๒๔๕-๖

มี มห กรรม การ ฉลอง ศพ ๔ วัน ๔ คืน


การ ศพ

๏ ณวัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น เก้า ค่ำ เปน วัน มี การ แห่ ใหญ่ ชัก ศพ ของ สมเด็จ เจ้า พระยา บรม มหา ศรีสุริยวงษ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม เสด็จ ประทับ อยู่ ที่ เมรุ แล ประชุม พร้อม เจ้า นาย เสนาบดี ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย แล ราชทูต เอเยนต์ กอมมิศ แซ กงซุล เยนิรัล แล ท่าน ต่าง ประเทศ ทุก ภาษา อัน มี หนังสือ สัญญา เปน ทาง พระราช ไมตรี ต่อ กัน กับ ประ เทศ สยาม แล อนา ประชา ราษฎร ทั้งปวง ที่ มา ช่วย มา ดู การ แห่ การ ชัก ศพ คน เปน อัน มาก เบียด เสียด กัน ออก แน่น ชัก ศพ วัน นั้น เวลา เที่ยง กำลัง แดด ร้อน จัด นัก เมรุ นั้น มี มุข สี่ ด้าน หลังคา ดาด ขาว ล้อม เมรุ นั้น มี โรง สี่ เหลี่ยม เพดาน ประดับ ด้วย โคม แก้ว มี หลาย กิ่ง ทุก ๆ โคม แล พวง ดอก ไม้ อัน ร้อย เปน พวง งาม ห้อย ที่ เพดาน ที่ กลาง ทำ เปน ที่ สี่ ห้อง นั้น รอบ มี เชิง อัน งด งาม เปน ห้า ชั้น สำหรับ รับ โกฏ ทอง คำ ที่ เมรุ มี ประตู สี่ ทิศ ๆ ตวัน ออก มี ต้น ไชยพริก ที่ แจก โยน ทิ้ง ทาน สอง แห่ง ทิศ เหนือ ข้าง ถนน มี ห้อง หนึ่ง เต็ม ด้วย ต้น ไม้ อัน มี ใบ แปลก ปลาด ซึ่ง พระ อะมรวิไลย จัด แต่ง ท่าน ทั้งหลาย อัน ชอบ แล มี ต้น ไม้ แปลก ๆ นั้น ฝาก ไป ให้ ท่าน ใช้ ช่วย การ ศพ ด้วย เคียง โรง ตั้ง กะถาง ดอก ไม้ มี โรง สำหรับ พระ ไทย พระ เจ๊ก พระ ญวน จะ ได้ ผลัด สวด สอง โรง เคียง โรง สวด นั้น ก็ มี โรง งิ้ว ถัด โรง ตั้ง กะถาง ดอก ไม้ นั้น ไป ข้าง ตะวัน ตก มี โรง โขน โรง ใหญ่ แล เคียง โรง นั้น มี ที่ เล่น หนัง ใน เวลา กลาง คืน มี ระทา ดอก ไม้ แปด ระทา ตรง ประตู ทิศ ใต้ มี พลับพลา หลังคา ผ้า แดง เคียง พระ ที่ นั่ง มี เก้าอี้ สำหรับ เจ้า แล พวก ใน จะ ได้ นั่ง ดู การ ข้าง ล่าง มี เก้าอี้ แขน เก้าอี้ พับ สำหรับ เสนาบดี ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย แล ราชทูต เอเยนต์ กอมมิศแช กงซุล เยนิรัล แล กงซุล ต่าง ประเทศ จะ ได้ นั่ง ดู การ แล รับ พระ ราชทาน ของ แจก เปน ที่ รฤก ถึง การ เมรุ ของ สมเด็จ เจ้า พระยา ด้วย ประตู ตะวัน ตก นั้น เปน ประตู ที่ ใน หลวง เสด็จ เข้า ทอด พระเนตร ดู โกฎ แล พระราช ทาน พระเพลิง ด้วย ประตู ทิศ ใต้ เปน ประตู ที่ พวก ข้าง ใน เข้า ดู โกฎ แล ติด เพลิง ด้วย เคียง ประตู ทิศ ใต้ นั้น มี ห้อง ที่ มี ของ งาม ของ แปลก ปลาด ของ มี ราคา ของ ต่าง ๆ นา ๆ สำหรับ จะ แจก แก่ ท่าน ทั้ง หญิง ชาย แล้ว แต่ ฉลาก ซึ่ง ตัว ได้ นั้น ทุก วัน เมื่อ ใน หลวง ทิ้ง ทาน ให้ นั้น เคียง ห้อง เกบ ทาน ไว้ นั้น มี ครัว ใหญ่ แล ห้อง ที่ จะ เลี้ยง เจ้า นาย ห้อง หนึ่ง มี ห้อง ที่ จะ เลี้ยง พวก ฝรั่ง แล ที่ ถัด นั้น ไป สำหรับ เลี้ยง พวก อื่น ด้วย ๚ะ

๏ เวลา ค่ำ ทุก คืน ใน หลวง เสด็จ ทรง พระราช ทาน เพลิง จุด ดอก ไม้ แล แจก ทาน แจก ฉลาก แก่ ท่าน ทั้ง ปวง แล ฝูง คน ที่ มา ช่วย การ ศพ คราว ใน หลวง เสด็จ คน เบียด เสียด กัน แน่น ดู การ อะไร ไม่ เหน เต็ม ตา แต่ คราว ใน หลวง เสด็จ การ เล่น ต่าง ๆ กำลัง สนุกนี้ แต่ คน แน่น เที่ยว เดิน ดู การ เล่น ไม่ ค่อย ได้

๏ แต่ การ เล่น ต่าง ๆ มี ตลอด วัน การ เมรุ ของ สมเด็จ เจ้า พระยา บรม มหา ศรีสุริยวงษ คราว นี้ โต ใหญ่ งาม นัก สม กับ วาศนา ท่าน เปน ผู้ ใหญ่ สูง ไม่ เหน เหมือน คราว นี้ ไม่ เปลื้อง เงิน เปน อัน มาก คน ได้ ไป ดู การ เมรุ คราว นี้ ชม สรรเสริญ เปน อัน ยิ่ง ๚ะ


อังกฤษ

๏ ณะวัน อังคาร เดือน ห้า ขึ้น หก ค่ำ มี ข่าว โทรเลข มา ยัง กรุง เทพ แจ้ง ความ ว่า พระราช โอรศ ที่ สุด ของ สมเด็จ พระนาง กวิ่น อังคริษ ทรง พระนาม ปรินซ์ ลีโอ โปลด์ ยอซ ดันกัน แอลเบิด คือ ดุก ออฟ ออลแบนี้ สิ้น พระชนม์ ณะวัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น สอง ค่ำ ปี วอก ยัง เปน เบญจศก ๑๒๔๕—๖ ท่าน ประสูตร ณะวัน ประหัสบดี เดือน ห้า แรม สิบ สอง ค่ำ จุลศักราช ๑๒๑๕ ปี ฉลู ยัง เปน จัตวาศก ๏ พวก กงซุล ต่าง ประเทศ ทุก ชาติ์ ลด ธง เปน ที่ แสดง ความ ทุกข สอง วัน ด้วย กัน ๚ะ

มองเซอ แฮซ วิโนด

๏ มี ข่าว ว่า เอไดเตอ แล เจ้า ของ จดหมาย เหตุ ฝรั่งเสศ ชื่อ ละอินดิเปนแตนต ไซง่อน ถึง อนิจ กรรม แล้ว

ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆ โปร
ณวัน ประหัศบดี เดือน ห้า ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ

เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๘ เปนซ กับ เสี้ยว เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๘ เปนซ กับ ซีก ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรีย น ๕๐ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก

ประเทศ ซูดัน

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สี่ แรม สิบ เอ็ด ค่ำ มี หนังสือ ราชการ มา จาก เยนิร์ล คอดัน จน กระทั่ง ถึง วัน เสาร เดือน สี่ แรม สี่ ค่ำ ๚ะ

ประเทศ ตอนกวิน

๏ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเสศ เรียก หา แต่ คอเวินแมนต์ จีน เงิน ๖๐๐๐๐๐ ชั่ง เปน ค่า สอหุ้ย การ รบนั้น ๚ะ

๏ พวก ฝรั่งเสศ ตี ได้ เมือง ไทงู เยน มิ ได้ เสีย ผู้ คน เลย เมือง ไทงู เยน เปน ที่ ตั้ง แขง แรง พวก จีน เหนือ เมือง แบกนิน ขึ้น ไป สัก ห้า โยชน์ เมื่อ พวก ฝรั่ง เสศ ตี เมือง แบกนิน ได้ แล้ว ฆ่าศึก ที่ หนี นั้น ได้ ขึ้น ไป อาไศรย อยู่ เมือง ไทงู เยน ๚ะ

ประเทศ อิตะลี่

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สี่ แรม สิบ สาม ค่ำ พวก เจ้า คือ กาดินัล ใน พวก บาท หลวง เหน ว่า ควร ที่ ท่าน โปป หัว หน้า ใน พวก เขา จะ ไป เสีย จาก เมือง โรม ๚ะ

ปาเลี่ยแมนต์

๏ เซอ รอเบิด ปิ้ล ซึ่ง พวก คอนเซอเวติฟ ชอบ ใจ รับ ตำแหน่ง ตั้ง แล้ว แต่ พวก ที่ เมือง ฮันติงดัน ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สี่ แรม สิบ สี่ ค่ำ การ หา ฤา ปฤกษา กุ่ม เกี่ยง[?] กัน ด้วย ข้อ ที่ เรียก ว่า ริฟอม บิล จับ เข้า แล้ว อีก ลอด ยอน แมนเนอซ์ ขอ เพิ่ม เติม ข้อ แก้ ข้อ นั้น จึ่ง เลิก การ กุ่ม เกี่ยง กัน ที่ จะ มี การ แบ่ง แยก วิก หน้า ๚ะ

ประเทศ ซูดัน

๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน ห้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง พล รบ อังคริด ต้อง ภักร ครึ่ง กลาง ทาง ที่ จะ ไป ถึง เมือง ตะมะนิบ เพราะ อากาศ ร้อน นัก ๔๐๐ คน กำลัง อ่อน แพ้ ความ ร้อน ทหาร ม้า ออก สืบ ดู ท่า ทาง แล เจอ ตี กัน กับ พวก ฆ่าศึก ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น สอง ค่ำ เผา เมือง ตะมะนิบ แล้ว พวก แขก ฆ่าศึก หนี ไปยัง ภูเขา แล้ว พวก ทหาร กำลัง กลับ มา ยัง เมือง ซุละกิม ไม่ ช้า จะ ขึ้น กำ ปั่น ออก จาก นั้น จะ ไป ยัง ประเทศ อังคริษ แล ประ เทศ อิยิบต ๚ะ

ข่าว ตาย

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน สาม ขึ้น สาม ค่ำ พระ ราช โอรถ องค น้อย ของ สมเด็จ พระนาง กวิง อิงแลนด คือ ฮิซ รอย เอลไฮเนศ ปรินซ ลิโอโปลด สิ้น พระชนม ณะวัน ศุกร เวลา เช้า เสด็จ ลม ลง ณะ ที่ ชุมนุม คือ นอติกัล กลับ ที่ เมือง แกนนิศ ณะวัน ประหัสบดี สิ้น พระชนม โดย โรค ลม จับ ๚ะ

ประเทศ ซูดัน

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น ห้า ค่ำ ข่าว ใหม่ สุด อัน ได้ แต่ เยนิรัล คอดัน แจ้ง ความ ว่า ท่าน ออก จาก เมือง คาตูม จะ ตี ผู้ ลอม เมือง ไว้ ภา ทหาร อิยิบต ๓๐๐๐ คน ออก แต่ พวก นี้ หนี ทิ้ง ปืน แล เสีย คน ประมาน ๒๐๐ คน ๚ะ

ปรินซ์ ลิโอโปลด

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ห้า ขึ้น หก ค่ำ การ ฝัง พระศพ ของ ปรินซ ลิโอโบลด ดุก ออฟ ออล แปนี่ จะ จัด มี ณะวัน เสาร หน้า ณะวัน นั้น จะ ฝัง พระศพ ณะวัด แซนต ยอซ ๚ะ

ประเทศ ซูดัน

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น เจด ค่ำ แขก มาดี พระ ไม่ จริง ของ แขก นั้น ไม่ ยอม รับ ตำแหน่ง ตั้ง เปน ซุลตัน ประเทศ กอโคฟั่น ๚ะ

คลอง ลัด ซูเอด

๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัสบดี เดือน ห้า ขึ้น แปด ค่ำ ค่า นำ รอง ที่ คลอง นั้น จะ ไม่ เลิก จน วัน พุฒ เดือน แปด ขึ้น สิบ ค่ำ ๚ะ

กรุง ลันดัน

๏ เกิด เพลิง ไหม้ เมื่อ คืน นี้ ที่ ถนน อัน เรียก แป เตร นอซเตอร โร ของ ไหม้ เสีย เปน อัน มาก ๚ะ


มหา สงกรานต์

๏ ณะวัน เสาร์ เดือน ห้า แรม ส่อง ค่ำ ที่ บ้าน ทวาย มี ลูก หนู ลูก หนึ่ง เปน รูป ช้าง งาม ดี นัก เมื่อ จุด ลูก หนู นั้น มิ ได้ เปน อันตราย แก่ คน ที่ ไป ดู นั้น ๚ะ


วงษ เทวราช

๏ มี คน หนึ่ง มี หนังสือ มา ฉบับ หนึ่ง ชม ว่า ผู้ ที่ แต่ง เรื่อง วงษ เทวราช ฝี ปาก บท กลอน เรียบ ร้อย ดี อยาก จะ ทราบ ว่า ใคร เปน ผู้ แต่ง เรื่อง วงษ เทวราช นี้ ขอ เชิญ มา หา ครู สมิท ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม จึ่ง จะ ชี้ การ ทาง หา กิน ของ ผู้ แต่ง หนังสือ เรื่อง นี้ จะ เปน ที่ ทำ มา หา กิน ของ ตัว ด้วย ๚ะ

คำ สุภาสิต

๏ ทำ ให้ คน เจ็บ ง่าย กว่า ที่ จะ รักษา เขา ให้ หาย ๏ อย่า ทิ้ง ของ แน่ เพราะ เหน แก่ ของ อัน เปน ที่ ไว้ ใจ จะ ได้ ๏ เรือ เล็ก ๆ ต้อง ชิด ฝั่ง ไว้ ๏ คำ ซื่อ ตรง ดี กว่า คำ สาบาล เปล่า ๆ ๏ ถ้า จะ ขึ้น เขา กระชั้น นัก ต้อง แขง ใจ นัก ๏ ความ รู้ กระทำ ให้ ถ่อม ตัว ๏ ความ โง่ กระทำ ให้ กำเริบ จองหอง

๏ ความ รู้ พูด คำ ง่าย คำ เรียบ ๏ ความ โง่ พูด ดัง โต เกิน ๏ ความ รู้ มัก สุภาพ มัก ระวัง มัก ปราศ จาก ไม่ ดี ๏ ความ โง่ มัก อาจ มัก กำเริบ มัก แน่ เกิน ๏ อย่า กิน จน เกิน ตัว ไม่ ไว อย่า ดื่ม ของ เมา จน ลุ่ง ขึ้น ๏ ให้ ทุก สิ่ง มี ที่ อัน ควร กัน ๚ะ

๏ ถ้า รีบ เกิน มัก เสีย การ ๏ จง เปน คน ตรง ก่อน แล้ว จึ่ง เปน คน ใจ กว้าง ขวาง ได้ ๏ การ เล็ก ๆ เปรียบ เหมือน พืชน เม็ด เล็ก ๆ จะ งอก แตก ออก เปน ดอก ฤา จะ งอก แตก ออก เปน แต่ หญ้า แต่ ผัก ไม่ มี คุณ

เปน ยา แก้ โรค


['J. HAYDOCKS NEW LIVER PILL - ยา เม็ด ตับ เยือก ใหม่']

ตับ ไม่ ปรกติ

๏ เปน เหตุ ให้ เกิด ความ ไข้ ใน ท้อง ใน ไส่ตัน แล ใน เส้น เอ็น ซึ่ง จะ ว่า มา ข้าง ล่าง นี้ ภอ เปน ใจ ความ คำ สอน ว่า ด้วย ตับ ได้ แต่ง อ่าน ใน ตึก สอน ตำรา ยา คัด เลือก แต่ แพทย หมอ ทุก แพทย จะ

หมอ เบ เลือก เปน ผู้ แต่ง เรื่อง นี้

๏ ก็ เปน ที่ รู้ กัน ว่า ตับ เปน เครื่อง สำคัญ ทำ โล หิต แล ทำ ให้ โลหิต นั้น หมด จด ใน การ รอบ กาย เพราะ ตับ นั้น เปน ของ ใหญ่ แล เปน ของ เหมือน ฟอง น้ำ ตับ นั้น เปน พนักงาน สำคัญ นัก ใน ส่วน ร่าง กาย ที่ จะ จัด อาหาร ให้ เปน เนื้อ แล อุปถัมภ์ เลี้ยง ร่าง กาย ให้ จำเริญ อาหาร ที่ รับ เข้า ใน ปาก แล้ว แล กะเพาะ กระทำ ให้ เปน น้ำ หวาน แล ของ ใช้ เปน ของ เลี้ยง ชีวิตร ได้ น้ำ นั้น จึ่ง เข้า เส้น ใหญ่ ที่ หัว ใจ เข้า อาไศรย การ ของ ตับ น้ำ เลบียง นั้น กลับ เปน น้ำ ตาล ไป อย่าง หนึ่ง แล้ว ออก จาก ตับ อาไศรย เส้น ใหญ่ ที่ ตับ เส้น หนึ่ง แล แล่น ออก ไป ทั่ว ตลอด ร่าง กาย ของ ที่ บัด นี้ เกิด ขึ้น ใหม่ มี คุณ เปน ประโยชน์ ไป สอง อย่าง ทำนุ บำรุง ไฟ ธาตุ อย่าง หนึ่ง แล ให้ ของ ใน ร่าง กาย ทุก ชนิด งอก เปน ช่อง เปน ชั้น ฯะ

๏ หมอ เมอซิซอน ว่า ของ ที่ เข้า เปน ดี นั้น แล ของ ซึ่ง ออก จาก ดี นั้น เปน ของ เลอียด ลึก นัก ดี นั้น มา จาก ตับ เสมอ มัก รีบ มาก เข้า ก่อน รับ ประทาน อาหาร แล ภอ อิ่ม เลิก กิน แล้ว ก็ ค่อย ยุบ ลง ถ้า ตับ นั้น ไม่ ไว ไม่ ปรกติ ฦๅ ถ้า ดี นั้น มี ที่ ขัด เข้า แล้ว ตัว ก็ จะ ซูบ ผอม ลง แล ความ ไข้ คง บังเกิด ขึ้น ที่ นี้ จะ หมาย อาการ แปด อย่าง ที่ บัด นี้ มัก มี ที่ ท่าน ทั้งหลาย ทั่ว กัน รู้ ด้วย ฯะ

๑ คน ไข้ นั้น บ่น ว่า นัก แล ตึง ที่ ต้น ท้อง ๒ ท้อง แล ไส้ ขึ้น ด้วย ลม ๓ ร้อน ใน อก ใน ใจ ๔ บ่น ว่า เหนื่อย เมื่อย เนื้อ ตัว ขา แขน แล เหา นอน นัก ภอ รับ ประทาน อาหาร แล้ว ๕ รศ ที่ ปาก ไม่ ดี ใน เวลา เช้า ลิ้น ติด ของ หนา ๖ ท้อง มัก ผูก แต่ ลง เปน คราว ๆ ๗ ปวด ศีร์ศะ แล ที่ หน้า ผาก ๘ ไม่ สบาย ใจ ใจ ชา ไป ตัว อ่อน ไป ไม่ อยาก จะ ทำ การ มัก ผัด จน พรุ่ง นี้ ทั้ง นั้น

๏ อาการ ซึ่ง ว่า มา แล้ว ทั้ง สิ้น นี้ เปน อัน ปรากฎ ให้ เหน ว่า ตับ นั้น ไม่ ปรกติ ถ้า ทำ การ ลำหรับ ตับ ไม่ ปรกติ ฦๅ จะ จัด การ ของ คน ไข้ นั้น ผิด ไป ก็ จะ เกิด เหตุ ใหญ่ ควร ที่ คน ไข้ นั้น จะ รีบ หา ของ ซึ่ง จะ ให้ ตับ นั้น ไว ขึ้น ยา ลำหรับ การ นี้ มัก เปน ยา เม็ด การ ที่ เคย มี ทุก วัน ให้ เหน ว่า เมื่อ ยา เม็ด นั้น ประสม ทำ ถูก ต้อง แล้ว เปน อย่าง สดวก ที่ จะ ช่วย ตับ ให้ ทำ การ ลำหรับ ตับ ให้ ได้ แล ยา เม็ด นั้น เปน อัน ไว้ ใจ ได้ ท่าน ทั้งหลาย ที่ มา ฟัง คำ นี้ ก็ รู้ ว่า ข้าพเจ้า ได้ เปลื้อง เวลา ชีวิตร ของ ข้า พเจ้า หลาย ปี มา แล้ว คิด อ่าน ประสม ทำ ยา เม็ด ให้ เปน การ ช่วย การ ของ ตับ แล ดี ให้ สดวก ให้ แน่ ข้าพเจ้า ไม่ มี ความ เชื่อ ใน ยา ถ่าย ให้ ลง มาก นัก จึ่ง ได้ คิด อ่าน ทำ ยา เม็ด อย่าง หนึ่ง ครั้น จะ กิน แต่ เม็ด เดียว นั้น ก็ จะ ให้ ลง แน่ แล ภอ เหมาะ กับ การ ด้วย ข้าพเจ้า จึ่ง ได้ ตั้ง ชื่อ เรียก ยา เมด นี้ ว่า ฯะ

( ยา เม็ด ตับ เฮดอก ใหม่ หุ้ม ใน น้ำ ตาล)
เม็ด เดียว เม็ด เดียว เม็ด เดียว ภอ คราว หนึ่ง

๏ ยา เม็ด ตับ เฮดอก ใหม่ ขนาน นี้ เปน ยา สัก สิทธิ์ แก้ โรค ตับ โรค ขัด เบา เม็ด เดียว จะ ให้ สิ้น สงไสย ของ คน อัน ไม่ เชื่อ เลย ฯะ

๏ ยา เมด ตับ เฮดอก ใหม่ จะ แก้ โรค ของ ผู้ หญิง เปน แน่ โรค คือ เมื่อย เหนื่อย ตัว อ่อน กำลัง ไม่ ใคร่ ไว ไม่ อยาก รับ ประทาน อาหาร แล ปวด ศีศะ ฯะ

๏ ยา ขนาน นี้ ให้ เกิด การ เหมือน กัน ทั่ว กัน แทบ จะ รับ ได้ ว่า คง แก้ คน ไข้ ทุก คน ฯะ

๏ ทุก ๆ ขวด มี ยา ขวด ละ ยี่สิบ เม็ด เม็ด เดี่ยว ภอ แก้ คราว หนึ่ง ราคา ขวด ละ ยี่สิบ ห้า เซนต์ พวก ขาย ยา มี ยา นี้ ขาย ทุก ห้าง ฯะ

๏ ยา เม็ด นี้ ทุก เม็ด หุ้ม ด้วย น้ำ ตาล ถ้า ห้าง ขาย ยา ที่ ตัว เคย ซื้อ ไม่ มี ยา เม็ด นี้ ขาย ข้าพเจ้า จะ ส่ง ยา นี้ ออก ทาง ไปรสนีย ให้ แก่ ท่าน ทุก นาย เมื่อ ได้ รับ ราคา ขวด ละ ยี่สิบ ห้า เซนต์ ห้า ขวด เหรียน หนึ่ง รีบ ซื้อ ไว้ เถิด อย่า เนิน อย่า ช้า เลย ฯะ

นาย ห้าง เฮดอก แอน โก เมือง นุยอก
HAYDOCK & Co.,
New York, U. S. A.

๏ คำ เตือน เพื่อ จะ ได้ ยา เมด เฮดอก แน่ จง จำ ไว้ ว่า ทุก โหล ห่อ นั้น มี ชื่อ นาย ห้าง เขียน อยู่ กับ ห่อ ละ โหล นั้น ดั่ง นี้ W. H. TONE & Co. ถ้า ไม่ มี ชื่อ นาย ห้าง เขียน ดั่ง นี้ อย่า ซื้อ ไว้ เลย ฯะ

๏ ณะ กรุง เทพ นาย ห้าง ยุลิง แอน โก เปน เอเยนต รับ ขาย ยา เมด เฮดอก แต่ ห้าง เดี่ยว ห้าง เฮดอก แอน โก ที่ เมือง นุยอก ประเทศ อะเมริกะ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สาม ค่ำ จุลศักราช ๑๒๕๕ ปี มะแม เบญจศก (จ ห) ฯะ

ช่าง แช่ ของ

๏ ข้าพเจ้า นาย หนู เปน ผู้ รับ จ้าง แช่ สิ่ง ของ เครื่อง รูปพรรณ ต่าง ๆ คือ แช่ ถ้วย แก้ว ไม้ แช่ สังกะสี ดีบุก เหล็ก แช่ ทอง เหลือง ทอง แดง ทอง ขาว ทอง ลง หิน ฤา สิ่ง ของ เครื่อง รูปพรรณ ต่าง ๆ ที่ แช่ มา แต่ ยุโรป ฤา ประเทศ อื่น ๆ ที่ ลอก เสีย ไม่ งาม เหมือน อย่าง เดิม นั้น ข้าพเจ้า จะ รับ ทำ ให้ เปน นาค เปน ทอง เปน เงิน เหมือน อย่าง เดิม แล จะ ให้ เกลี้ยง เกลา เปน เงา งาม เสมอ อย่าง เยอรแมน ที่ มา แต่ ยุโรป ฤา ประเทศ อื่น ๆ ให้ สม กับ ความ ปราถนา ของ ท่าน โดย งามดี แล เร็ว แล จะ คิด ราคา ให้ ถูก ต่ำ กว่า ที่ มา แต่ ยุโรป ฤา ประเทศ อื่น ๆ ไม่ ให้ เหลือ เกิน ภอ สมควร กับ ผู้ ที่ จ้าง แช่ นั้น ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด จะ มา จ้าง แช่ ขอ เชิญ ท่าน มา ที่ บ้าน ข้าพเจ้า ได้ ตั้ง ที่ แช่ อยู่ ที่ ตึก ริม ตึก ไปรสนีย ข้าง บน ขึ้น มา ถ้า ว่า ราคา ตก ลง กัน แล้ว ข้าพเจ้า จะ รับ ทำ ให้ ได้ โดย เร็ว แจ้ง ความ มา ตั้ง แต่ ณวัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม ค่ำ ๑ ปี มะแม เบญจศก จุลศักราช ๑๒๕๕ ( ต ป ) ะ

หนังสือ สารบาญชี กรม ไปรสนีย กรุง เทพ

๏ หนังสือ ที่ มี ขาย ที่ ตึก ว่า กรม ไปรสนีย แล โทร เลข ปาก คลอง โอ่ง อ่าง แห่ง ๑ ออฟฟิซ โทรเลข โรง ภาษี แห่ง ๑ แล มี ขาย บ้าง เล็ก น้อย ทุก แห่ง ที่ ร้าน ไปรสนีย หนังสือ นี้ จะ ได้ ออก จำหน่าย ตั้ง แต่ ณวัน พฤหัสบดี เดือน ห้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี วอก ยัง เปน เบญจศก

จำนวน หนังสือ แล ราคา

เล่ม ที่ ๑ ตำแหน่ง ราชการ ราคา เล่ม ละ ๖ บาท เล่ม ที่ ๒ ชื่อ ราษฎร ใน จังหวัด ถนน แล ตรอก ราคา เล่ม ละ ๕ บาท เล่ม ที่ ๓ ชื่อ ราษฎร ใน จังหวัด บ้าน หมู่ แล ลำ น้ำ รา คา เล่ม ละ ๕ บาท เล่ม ที่ ๔ ชื่อ ราษฎร ใน จังหวัด คลอง คู แล ลำ ปะโดง ราคา เล่ม ละ ๖ บาท

ถ้า จะ ซื้อ ทั้ง สำรับ ๔ เล่ม เปน เงิน ๒๐ บาท

๏ วัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น เจ็ด ค่ำ ( ๓ ด ) ะ

จะ ขาย

๏ หีบ เพลง ไปอะโน เยอรแมน ค่อน ข้าง ใหม่ หีบ หนึ่ง ช่าง ทำ นั้น มี ชื่อ เสียง เลื่อง ฦๅ ดัง นัก มี ทั้ง ม้า นั่ง สำหรับ หีบ นั้น ทั้ง ตู้ สำหรับ ใส่ หนังสือ เพลง ฃอง นี้ จะ ขาย ราคา เยา ๆ เพราะ เจ้า ของ นั้น จะ ไป เมือง นอก แล้ว ถ้า อยาก จะ รู้ ความ ยิ่ง เลอียด เชิญ ไป ถาม ที่ นาย ห้าง มูเลอ แอนด์ ไมซเนอ ห้าง บน แจ้ง ความ มา ณวัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น เก้า ค่ำ จุลศัก ราช ๑๒๕๕ ปี วอก ยัง เปน เบญจศก ( ๒ ห ) ะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัดฤา น้อย กว่า๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา นี้

ถ้า ลง เกิน สาม เดือน ขึ้น ไป
ใน คราว สยาม ไสมย ยัง ออก แต่ ปี ละ ๒๖ ฉบับ

สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๗ บาท ๒ สลึง ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๓ สลึง

ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๖๖ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๕๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๗ บาท

๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมัย มี่ ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทุก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แต่ บัด นี้ จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย นี้ เดือน ละ สอง คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมัย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๒ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ สาม บาท คือ ยี่ สิบ หก ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย ต้อง เสีย ปี ละ สาม บาท สลึง เฟื้อง สอง อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤๅ ถึง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤๅ บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤๅ แจ้ง ความ ต้องการ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ๚ะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก วัน พุฒ แรก ทั้ง ข้าง ขึ้น ข้าง แรม ทุก เดือน เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ๚ะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ๚ะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซู สาศนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ[?] สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ๚ะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นก ยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริย วงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คำภีร์ พระเยซู สาศนา จันทะ โครบ จินดามณี พระยา ฉัททัน ซุยถัง ตำรา ดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ถลาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาลา อัง กฤษ ปุจฉาแล วิสัชนาใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชรมกุฏ พระอไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนีแปล เปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติ พระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ฃงจู มงคลทิปนี่แปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุก จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถมอากาษ ทำนาย ฝัน ตราชู ทอง คำเตือน สติ พงษาวดาร บุราณ พระ สี่ เสาร อุไทย ๚ะ

๏ หนังสือ ภาษา สยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บาง คอ แหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุกๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุด ไท เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซื้อ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุกๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรง พิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด