
| เล่ม ๓ แผ่น ๘ วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม สิบเอ็ด ค่ำ ปี วอก ฉอ ศก ๑๒๔๖ |
๏ ณวัน เดือน สิบ เอ็ด แรม หก ค่ำ ตั้ง การ พระ ราช พิธี ราชา ภิเศก ตาม ขัติย ราช ประเพณี พระ มหา กระษัตร แล้ว เสด็จ ขึ้น นั่ง บน พระ แท่น บุษบก ตั้ง อยู่ บน หลัง หงษ์ ทอง ออก ขุนนาง ๆ เข้า เฝ้า ทุก ตำแหน่ง พร้อม ด้วย กงซุล ต่าง ประเทศ มี กงซุล จีน แล กงซุล ยีปุ่น กง ซุล ญวน แล กงซุล ชาว ยุ โรบ แล เจ้า ประเทศ ราช ใหญ่ ๆ ที่ ขึ้น แก่ กรุง อังวะ พระ มหา อุปราช เปน พระเจ้า แผ่นดินใหม่ ณะ กรุง มัน ทะลี รัตน ภูมิ มี ทรง ตั้ง ข้า หลวง เดิม ที่ มี ความ ชอบ เปน ขุนนาง ใน ตำแหน่ง ตาม คุณานุรูป โดย สมควร ทรง ตั้ง พระ ราช มารดา ซึ่ง เปน พระ มหา ราช เทวี ของ พระ ราช บิดา นั้น เปน พระ เจ้า ลัน ฟ้า พระเจ้าแผ่นดินใหม่ไม่ได้ ทรง ตั้ง พระ มหา อุปราช ทรง ว่า ราช การ แผ่นดิน พระองค์ เดียว ครั้ง นั้น กิววะ เมนยี ที่ เจ้า พระยา กระลาโหม กราบ ทูล ว่า เจ้า สอง พี่ น้อง หนี ไป อยู่ ที่ บ้าน กงซุล อังกฤษ พระเจ้า อังวะ ใหม่ ทรง พระ พิโรธ หนัก มี รับ สั่ง ให้ เจ้า พระยา กระลาโหม เจ้า พระ ยา กรม เมือง ไป บอก แก่ กงซุล อัง กฤษ ว่า อย่า ให้ คบ ค้า เจ้า สอง พี่ น้อง ไว้ ให้ ส่ง ตัว มา ถวาย โดย เร็ว เจ้า พระยา ทั้ง สอง ก็ ไป บอก แก่ กงซุล อัง กฤษ ตาม รับ สั่ง กงซุล อังกฤษ ตอบ ว่า เจ้า สอง พี่ น้อง นี้ ไม่ มี ความ ผิด แต่ กลัว ไภย์ จะ ตาย จึง ได้ หนี มา พึ่ง อำนาถ คอ เวิน แมนต อังกฤษ ๆ จำ เปน ต้อง ช่วย อุปถ่ำภ์ ไว้ เพราะ เปน ทาง ไมตรี กัน ถ้า กงซุล จะ ไม่ รับ ธุระ ช่วย ทำนุ บำรุง เจ้า ทั้ง สอง นี้ ไว้ เจ้า ทั้ง สอง นี้ ก็ จะ ไป อยู่ ที่ อื่น คง จะ คุม ทหาร มา ทำ จะลาจล แก่ บ้าน เมือง พม่า คราว หนึ่ง เปน แน่ ถ้า เจ้า ทั้ง สอง นี้ มา ทำ การ จะลาจล แก่ บ้าน เมือง พม่า เวลา ใด เวลา หนึ่ง แล้ว คง ต้อง เกิด รบ รา ฆ่า ฟัน กัน ฤาไม่ ฉะนั้น ก็ จะ เกิด ไฟ ไหม้ บ้าน เมือง ๆ เสีย ไป เช่น นั้น พวก ค้า ขาย ซึ่ง เปน สับเยก ของ คอเวินแมนต์ อังกฤษ ก็ จะ พลอย ฉิบ หาย เปน อันตราย ไป ด้วย สิ้น เพราะ เช่น นั้น กงซุล อังกฤษ จึง ได้ รับ เจ้า สอง พี่ น้อง ไว้ ไม่ ให้ หนี ไป ที่ อื่น เพิ่ง กงซุล จะ ระงับ เหตุ ร้าย แก่ บ้าน เมือง พม่า แล การ ค้า ขาย ของ อังกฤษ ด้วย กงซุล รับ เจ้า ทั้ง สอง ไว้ นั้น เพื่อ เช่น การ บำรุง ทาง ไมตรี มิ ให้ เสื่อม เสีย ไป ใน การ คราว นี้ ถ้า พระ เจ้า อังวะ จะ ให้ ส่ง เจ้า สอง พี่ น้อง นั้น ท่าน เสนาบดี ทั้ง สอง นี้ ต้อง รับ ประกัน ว่า อย่า ให้ พระ เจ้า อังวะ ทำ โทษ แก่ เจ้า ทั้ง สอง นี้ เลย จะ ได้ ฤา ไม่ ได้ เจ้า พระยา ทั้ง สอง ตอบ ว่า รับ ไม่ ได้ กงซุล อังกฤษ จึง ว่า ถ้า ท่าน เสนาบดี ทั้ง สอง ไม่ รับ ประกัน แล้ว เรา จะ ถาม เจ้า ทั้ง สอง ดู ก่อน ว่า จะ กลับ ไป ฤา จะ อยู่ ที่ นี้ ก็ สุด แล้ว แต่ น้ำ ใจ เจ้า ทั้ง สอง เรา จะ บังคับ ข่ม ขืน ส่ง นั้น ไม่ ได้ ผิด ประเพณี ฝ่าย ยุโรป แล้ว กงซุล อังกฤษ จึง เรียก เจ้า ทั้ง สอง มา ถาม ต่อ หน้า เสนาบดี พม่า ว่า เจ้า ทั้ง สอง จะ กลับ ไป ฤา จะ อยู่ ที่ นี้ ก็ ตาม แต่ ใจ เถิด เจ้า ทั้ง สอง ก็ ว่า ไม่ ยอม กลับ ไป จะ ขอ อยู่ พึ่ง บุญ อำนาถ คอเวินแมนต์อังกฤษ เส นาบดี พม่า ทั้ง สอง ก็ กลับ มา เอา เนื้อ ความ มา กราบ ทูล พระ เจ้า อังวะ ๆมี รับ สั่ง ว่า ถ้า กงซุล อังกฤษ อยาก ได้ เจ้า ทั้ง สอง นั้น ไว้ ก็ ให้ กงซุล อังกฤษ ส่ง เจ้า ทั้ง สอง ไป ไว้ ที่ เมือง อังกฤษ อย่า ให้ กงซุล คบ ค้า เอา เจ้า ทั้ง สอง นี้ ไว้ ใน แผ่นดิน พม่า เสนาบดี พม่า ทั้ง สอง ก็ กลับ มา แจ้ง ความ ตาม รับ สั่ง พระ เจ้า อังวะ ให้ กงซุล อังกฤษ ฟัง ทุก ประ การ กงซุล อังกฤษ ตอบ ว่า จะ ให้ เรา ส่ง เจ้า ทั้ง สอง ไป ไว้ ใน เมือง อังกฤษ ตาม รับ สั่ง พระเจ้า อังวะ นั้น ก็ ได้ ไม่ ขัด ขวาง แต่ เรา จะ ขอ เงิน เดือน ให้ เจ้า ทั้ง สอง พี่ น้อง กิน เลี้ยง ชีวิตร เจ้า ทั้ง สอง ไป กว่า จะ ตาย เดือน หนึ่ง เปน เงิน สาม พัน รูเบี้ย เสมอ ทุก เดือน ถ้า เจ้า ทั้ง สอง นี้ ตาย ลง องค์ หนึ่ง เจ้า อังวะ ต้อง ให้ เงิน เดือน ละ พัน ห้า ร้อย รูเบี้ย ถ้า ตาย ทั้ง สอง เมื่อ ไร ไม่ ต้อง ให้ เงิน เมื่อ นั้น ถ้า พระเจ้า อังวะ ยอม รับ ให้ เงิน เดือน แก่ เจ้า ทั้ง สอง เปน ที่ เลี้ยง ชีวิตร ดัง นั้น แล้ว เรา ก็ จะ ส่ง เจ้า ทั้ง สอง ไป ไว้ ที่ อังกฤษ ถ้า พระเจ้า อังวะ ไม่ ให้ เงิน เดือน สาม พัน แก่ เจ้า นั้น เรา ก็ ไม่ รับ ธุระ ส่ง ไป แล ไม่ ยอม ส่ง คืน ให้ แก่ พระเจ้า อังวะ ด้วย เรา จะ ปล่อย เจ้า ทั้ง สอง ไป ให้ พ้น บ้าน เรา ใน เวลา ที่ ควร จะ ไม่ เปน อันตราย ฝ่าย เส นาบดี พม่า ทั้ง สอง กลับ มา กราบ ทูล พระเจ้า อังวะ ตาม คำ กงซุล อังกฤษ สั่ง มา นั้น ทุก ประการ พระเจ้า อังวะ ได้ ทรง ทราบ แล้ว มี รับ สั่ง กับ เจ้า พระยา ทั้ง สอง ว่า ท่าน จง เอา ถ้อย คำ ของ กงซุล อังกฤษ นั้น ไป ปฤกษา เสนาบดี ทั้ง แปด คน แล ขุน นาง ผู้ ใหญ่ ทั้ง ปวง ด้วย เสนา บดี ทั้ง แปด คน แล ขุน นาง ผู้ ใหญ่ ทั้ง ปวง เหน พร้อม กัน ว่า ควร จะ ยอม ให้ เงิน เดือน ละ สาม พัน รูเบี้ย แก่ เจ้า ทั้ง สอง ตาม คำ กงซุล อังกฤษ ว่า ถ้า ไม่ ยอม ให้ เงิน ตาม คำ กงซุล แล้ว เจ้า ทั้ง สอง พี่ น้อง จะ หนี ไป อยู่ ตาม หัว เมือง ปลาย เขตร แดน เกลี้ย กล่อม ผู้ คน ได้ มาก จะ ยก มา ทำ อันตราย แก่ อานา ประชาราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน ขึ้น ภาย หลัง จะ ดับ ก็ ยาก ถ้า จะ ดับ ก็ ให้ ดับ เสีย แต่ ต้น ดัง นี้ เหน จะ ดี พง กยี่ พะญา แยคอง ที่ สมุหะ นายก ลง ชื่อ เหน ก่อน เสนาบดี ทั้ง เจ็ด นาย รวม เปน แปด คน ด้วย กัน เข้า ชื่อ กัน ทำ คำ ปฤกษา ขึ้น ถวาย พระ เจ้า อังวะ ฯ โปรด ให้ เสนาบดี ทั้ง แปด คน ทำ หนังสือ สัญญา กับ กงซุล อังกฤษ จึง จะ ยอม ให้ เงิน เสนาบดี พม่า แล กงซุล อังกฤษ พร้อม ใจ กัน ทำ หนังสือ สัญา ว่า มิศเทอร อะแบไบ กงซุล อังกฤษ ทำ สัญญา ข้อ หนึ่ง ว่า ฝ่าย อังกฤษ จะ รับ ประกัน เจ้า ทั้ง สอง พี่ น้อง มิ ให้ เปน กระบถ มา ทำ จะ ลา จล แก่ คน พม่า ใน แผ่น ดิน พม่า ต่อ ไป แต่ ฝ่าย พม่า จะ ต้อง ส่ง เงิน เดือน สาม พัน รูเบี้ย แก่ กงซุล อัง กฤษ ฯ จะ ได้ ส่ง เงิน สาม พัน นั้น ไป ให้ แก่ เจ้า ทั้ง สอง เลี้ยง ชีวิตร ถ้า อังกฤษ ปล่อย ให้ เจ้า ทั้ง สอง มา ทำ จะ ลา จล แก่ พม่า ก็ ดี ฤๅ ให้ เข้า มา ใน เขตร แดน พม่า เมื่อ ใด ก็ ดี ฝ่าย พม่า ก็ จะ จับ เจ้า ทั้ง สอง ฆ่า เสีย ฤๅ จะ เกิด การ รบ กัน กับ เจ้า ทั้ง สอง นั้น ฝ่าย อังกฤษ จะ ไม่ ช่วย เจ้า ทั้ง สอง เลย พระเจ้า อังวะ จะ จับ เจ้า นั้น ฆ่า ได้ อังกฤษ ไม่ เปน ธุระ อีก แต่ ค่า จ้าง ทหาร แล เสบียง อาหาร ที่ พม่า ต้อง ยก ทัพ ไป รบ กับ เจ้า ทั้ง สอง นั้น อัง กฤษ จะ ต้อง ใช้ ให้ พม่า ทั้ง สิ้น เพราะ อังกฤษ ปล่อย ให้ เจ้า ทั้ง สอง มา ถ้า อังกฤษ ไม่ ใช้ เงิน ค่า ทัพ ให้ แก่ พม่า อังกฤษ จะ ต้อง จับ เจ้า ทั้ง สอง ส่ง ให้ แก่ พม่า จึง ได้ แต่ ใน กำหนด สาม เดือน ถ้า ฝ่าย พม่า ไม่ ส่ง เงิน สาม พัน รูเบี้ย ให้ แก่ กงซุล อังกฤษ เว้น แต่ สาม เดือน แล้ว อัง กฤษ จะ ปล่อย เจ้า ทั้ง สอง ก็ ได้ แล หนังสือ สัญญา นี้ เปน ใช้ ไม่ ได้ ผิด ใจ กัน จะ ต้อง ต่อ ว่า กัน ใหญ่ โต ตาม อำ นาถ แผ่น ดิน ทั้ง สอง ฝ่าย ข้อ สอง ว่า ไม่ ให้ พระเจ้า อังวะ ทำ โทษ แก่ มารดา บุตร ภรรยา ญาติ์ ของ เจ้า ทั้ง สอง โดย ไม่ มี ความ ผิด ถ้า มี ความ ผิด แท้ แล ราษฎร เสนาบดี แล กงซุล ต่าง ประเทศ ทั้ง หลาย เหน ด้วย ว่า มารดา บุตร ภรรยา ญาติ์ ของ เจ้า ทั้ง สอง นี้ มี ความ ผิด กดหมาย จริง แล้ว พระเจ้า อังวะ ทำ โทษ ได้ ไม่ ขัด ขวาง แต่ จะ ต้อง ชำระ แล ให้ กงซุล ลง ชื่อ เหน โทษ ผิด ด้วย จึ่ง จะ ทำ โทษ แก่ มารดา บุตร ภรรยา ของ เจ้า ทั้ง สอง นั้น ได้ ถ้า พระเจ้า อังวะ ทำ โทษ แก่ มารดา บุตร ภรรยา ของ เจ้า ทั้ง สอง นั้น โดย ไม่ มี ความ ผิด แล้ว หนังสือ สัญญา ก็ เปน ใช้ ไม่ ได้ เปน เลิก แล้ว แก่ กัน เปน ขาด ทาง พระ ราช ไมตรี กัน ต้อง มี ผู้ มี อำนาถ ใหญ่ คือ แอดมีรัน แม่ ทัพ เรือ มา ตัด สิน ก่อน ข้อ สาม ว่า ถ้า มารดา บุตร ภรรยา ญาติ์ ของ เจ้า ทั้ง สอง นั้น จะ ฝาก สิ่ง ของ สิ่ง ใด ออก ไป ให้ เจ้า ทั้ง สอง นั้น ต้อง กราบ ทูล พระเจ้า อังวะ ก่อน ต่อ โปรด อนุญาต จึ่ง ฝาก ได้ ถ้า ไม่ โปรด อนุญาต ให้ ขืน ลัก ลอบ ฝาก ไป มี โจท ฟ้อง ชำระ เปน สัตย แล้ว พระเจ้า อังวะ จะ ฆ่า ก็ ได้ แต่ ต้อง ให้ กงซุล อังกฤษ ลง ชื่อ เหน ความ ผิด จริง ด้วย อังกฤษ จะ ว่า ห้าม ปราม ไม่ ได้ เลย เปน อัน ขาด ที เดียว ถ้า เจ้า ทั้ง สอง จะ ฝาก หนังสือ แล สิ่ง ของ มา แก่ พ่อ ค้า ๆ ต้อง ไป แจ้ง ความ แก่ กงซุล อังกฤษ ๆ ต้อง มา แจ้ง ความ แก่ เจ้า พนักงาน ฝ่าย พม่า ให้ นำ ความ ขึ้น กราบ ทูล พระเจ้า อังวะ ก่อน ถ้า โปรด ให้ มารดา บุตร ภรรยา เจ้า ทั้ง สอง รับ จึ่ง จะ รับ ได้ ถ้า ไม่ โปรด ให้ รับ ก็ รับ ไม่ ได้ ขืน รับ มี ผิด อังกฤษ จะ ไม่ เปน ธุระ เลย ถ้า แล กงซุล ลอบ เอา ของ ฝาก ของ เจ้า ทั้ง สอง นั้น ให้ แก่ มารดา บุตร ภรรยา ของ เจ้า ทั้ง สอง นั้น เจ้า พนักงาน ฝ่าย พม่า จับ มี พยาน แท้ จริง หนังสือ สัญญา ทั้ง สาม ข้อ นี้ เปน เสีย ใช้ ไม่ ได้ เปน ต้อง เลิก กัน ทั้ง สิ้น ทั้ง สาม ข้อ ครั้น อังกฤษ แล พม่า ทำ หนังสือ สัญญา ประทับ ตรา ทั้งสอง ฝ่าย เสร็จ แล้ว กงซุล อังกฤษ ก็ ส่ง เจ้า ทั้ง สอง พี่ น้อง ลง เรือ กล ไฟ ต่อ หน้า เจ้า พนักงาน พม่า ส่ง เจ้า ทั้ง สอง ให้ ไป อยู่ ที่ เมือง กาละกะตา เปน หัว เมือง ขึ้น ของ อังกฤษ ๚ะ
๏ ครั้น ณวัน เดือน ญี่ ขึ้น สิบ สาม ค่ำ ปี ขาน สัมฤทธิศก เวลา ห้า โมง เช้า เกิด เพลิง ไหม้ ที่ ยอด พระ มหา ปรา สาท ทอง คำ เจ้า พนักงาน เอา บันได พาด ขึ้น ไป ดับ ได้ พระเจ้า อังวะ ปูน บำเหน็จ รางวัน แก่ ผู้ ที่ ดับ ไฟ ไหม้ ได้ เปน อัน มาก แต่ ทรง พระ วิตก นัก มี รับ สั่ง ให้ หา โหรา จาริย์ เข้า มา ใน ที่ เฝ้า ตรัส ถาม ว่า เพลิง ไหม้ ยอด พระ มหา ปราสาท ดั่ง นี้ จะ มี เหตุ ประการ ใด โหร กราบ ทูล ว่า จะ มี เหตุใหญ่พระ เคราะห์ ร้าย นัก แล จะ มี ราช สัตรู ภาย นอก ภาย ใน คิด ร้าย ต่อ พระองค์ เปน แม่น มั่น พระเจ้าอังวะ มี รับ สั่ง ให้เจ้า พนักงาน ทำ พระราช พิธี เสดาะ พระ เคราะห์ สามวัน แล้ว ทรง ทำ การ พระราช กุศล บำเพ็ญ ทาน แก่ พระ สงฆ์ เปน อัน มาก ๚ะ
ว่า ด้วย ทรัพย์
๏ ใน บท ต้น ได้กล่าว ไว้ว่า วิชา โปลิไต กัล อิกโนมี่ นั้น เปน วิชา ผสม ทรัพย แต่ ว่า ก่อน จะ ว่า ต่อ ไป นี้ ต้อง รู้ ว่า ทรัพย นั้น เปน สิ่ง อะไร เพราะ เหตุ นั้น จง ถาม ว่า ทรัพย นั้น คือ สิ่ง อะไร บ้าง ถ้า จะ ตอบ ตาม ภาษามนุษ ที่ เคย พูด กัน อยู่ ทุก วัน นี้ ก็ รวม ว่า ทรัพย นั้น ได้ แก่ ตึก แล ที่ ดิน แล เรือ กำปั่น แล สินค้า ต่าง ๆ แล เงิน ทอง แล สิ่ง ของ ทั้งปวง ทุก อย่าง แต่ ว่า ถ้า จะ ตอบ ตาม วิชา ผสม ทรัพย นี้ จะ ว่า ทรัพย เปน สรรพ สิ่ง ที่ มี ราคา ฤๅ จะ ว่า ทรัพย นั้น เปน ของ ทุก สิ่ง ที่ มี เจ้า ของ แล ซึ่ง จะ แลก เอา สิ่ง อื่น ที่ มี ราคา เท่า กัน ได้ แต่ ทว่า มี หลาย สิ่ง ที่ ราคา ไม่ ได้ ปรากฏ แล ดู เหมือน ไม่ มี ราคา แล คน ใด ที่ มี สิ่ง เหล่า นั้น ก็ เปน คน มั่งคั่ง ทรัพย โดย แท้ คือ ใจ ของ มนุษ นี้ ดู เหมือน ไม่ มี ราคา แต่ ว่า คน ใด ที่ มี ใจ ปัญา รู้ แล ฉลาด ทุก อย่าง เปน คน มั่ง มี แล คน ช่าง ผู้ ใด ที่ รู้ ชำนาญ ใน กิจ การ ของ ตน จะ ไม่ มี เงิน กระมัง แต่ มี ฝี มือ จะ แลก เอา เงิน แล สิ่ง อื่น ที่ มี ราคา ได้ แล คน ที่ เปน อินยะนิร ชำนาญ วิเสศ ใน การ นั้น จะ เอา การ ฃอง ตัว แลก เอา เงิน แล ของ สมควร กับ การ นั้น วิชา การ ของ ตน รู้ ชำนาญ จัด เจน ดี แล้ว เปน ทรัพย ของ เขา อนึ่ง คน ที่ คิด เครื่อง สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ใหม่ ออก ได้ ให้ สำ เร็จ แต่ ว่า เขา เปน คน จน จะ เอา เครื่อง ที่ ใจ เขา คิด ออก ได้ นั้น แลก เอา ทรัพย สิ่ง ของ ก็ ได้ มี ชาว อะเมริกะ ผู้ หนึ่ง ชื่อ เอไดซัน เมื่อ เปน เด็ก อยู่ นั้น เขา เปน คน จน ฝ่าย บิดา มารดา ก็ เปน คน จน ด้วย แต่ เขา เปน คน มี ใจ คิด เครื่อง ใหม่ ออก ได้ ต่าง ๆ คือ สว่าง ที่ เรียก ว่า อิเลก ไตร กัลไลต เปน ต้น แล บัด นี้ เปน คน มั่ง มี ทรัพย แล้ว เครื่อง มือ แล เครื่อง ใช้ ทั้งปวง ของ นาย ช่าง ที่ ใช้ กระ ทำ การ ก็ เปน ทรัพย เหมือน กัน เพราะ เหตุ นั้น ทรัพย จะ เปน สิ่ง ที่ มี ราคา ปรากฏ เท่า นั้น หา มิ ได้ ส่วน จิตร ใจ ของ มนุษ ก็ เปน ทรัพย เหมือน กัน เพราะ ใจ นั้น จะ กระทำ สิ่ง ของ ที่ เมื่อ ก่อน ไม่ มี ราคา ให้ มี ราคา เกิด ขึ้น ได้ มี กำไร เปน ผล ประโยชน์ ๚ะ
๏ ได้กล่าว ไว้ ใน บท ก่อน นั้น ว่า ทรัพย นั้น รวม เปน ของ ได้ แก่ ทุก สิ่ง ที่ มี ราคา แต่ บัด นี้ พึง ถาม ว่า ราคา นั้น เปน สิ่ง อะไร บ้าง แล สิ่ง ของ อันใด ที่ เมื่อ ก่อน ไม่ มี ราคา จะ มี ราคา เกิด ขึ้น ได้ เมื่อไร จง ตอบ ว่า สิ่ง ของ ทุก อย่าง จะ มี ราคา เกิด ขึ้น ได้ นั้น เมื่อใจ มนุษ ปราถนา จะ ได้ สิ่ง นั้น แล จะ หา สิ่ง นั้น ด้วย ความ หมั่น กระทำ การ แล สิ่ง ของ ใด ๆ ที่ ใจ มนุษ อยาก ได้ แล จะ แสวง หา สิ่ง นั้น ด้วย ความ หมั่น กระทำ การ สิ่ง ของ นั้น มี ราคา แล้ว แล มี อำนาถ ใน การ แลก กันแล ซื้อ ขาย กัน ด้วย ก็ การซึ่ง สิ่ง ของ หลาย อย่าง มี อำนาถ เช่น นั้น จะ ไม่ รับ ก็ ไม่ ได้ อำนาถ นั้น ชาว ประเทศ ชิวะไลเซ็ด ก็ ดี แล ไม่ ได้ เปน ชิวะไลเซ็ด ก็ ดี ก็ รู้ แจ้ง แล้ว อำนาถ นั้น เปน เหตุให้ชาว ประเทศ ใด ๆ หมั่น ประกอบ การ แล เปนเหตุให้การ ซื้อ ขาย เกิดขึ้น ไม่ ใช่ ท่า กลาง ชาว ประเทศ เดียว เท่านั้น แต่ มี ท่า กลาง ประเทศ ทุก ประเทศ ด้วย กัน เปน อันมาก อำนาถ นั้น มี ธรรมดา ที่ เปน แน่ แล ผลัด เปลี่ยน ไม่ ได้ เหมือน อย่าง ธรรมดา โลกย นี้ ถ้า แม้น มนุษ คน ใด มี ความ ต้อง การ สิ่ง ของ ใดๆ แล้ว แล มีใจ สมัค ที่ จะ กระทำ การ เพื่อ จะ ได้ สิ่ง นั้น เขา คง จะ แลก กัน แล กัน แล ซื้อ ขาย กัน บ้าง ถ้า มี สิ่ง ฃอง ที่เกิด ขึ้น ใน ประเทศ ของ ตัว เอง แล อยาก ได้สิ่ง ของ ที่ มา แต่ ประเทศ อื่น นั้น เขา จะ เอา สิ่ง ที่ มี อยู่ แล้ว แลก เพื่อ จะ ได้สิ่ง ที่ ตน ปราถนา เพราะ เหตุ นั้น รา ฅา นั้น เปน อำนาท ใน การ ค้า ขาย แล ใน การ แลก กัน แต่ อำนาถ อย่าง อื่น ก็ ไม่ มี ความ ปราถนา นั้น ไม่ ได้ เปน ราคา แลคุณ ประโยชน์ ไม่ ได้ เปน ราคา ไม่ มี สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ที่ ควร จะ ปราถนาได้มาก กว่า ลม อากาศ อัน บริ สุทธิ์ ฤา สว่าง ฤา แสงแดด ก็ ดี แต่ สิ่ง ทั้ง หลาย นั้น ไม่ มี ราคา จะ เอา สิ่ง เหล่า นั้น แลก เอา สิ่ง อื่น ก็ ไม่ ได้ แล สิ่ง ของ อัน ใด จะ มี ราคา ต้อง มี ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ที่ มี ใจ ปราถนา ของ เหล่า นั้น แล มี ใจ พร้อม ที่ จะ ซื้อ สิ่ง นั้น แล ถ้า ไม่ มี เงิน มี ใจ สมัค จะ กระทำ การ สม กับ สิ่ง นั้น เพื่อ จะ ได้ แล นอก จาก การ ซื้อ แล กระ ทำ การ จะ เอา สิ่ง ของ นั้น ไม่ ได้ คน ซื้อ นั้น ตก ลง กัน จะ ให้ เท่าไร แล คน ที่ ขาย จะ ยอม เอา เท่าไร จึง ตั้ง ราคา สิ่ง ของ อัน นั้น ไว้ แสดง ความ อย่าง นี้ ก็ ได้ คือ ว่ามี ชาย สอง คน ๆ หนึ่ง จักษุบอด แล คน หนึ่ง เปน ง่อย เดิน ไม่ ได้ คน จักษุ บอด นั้น จึง ว่า แก่ คน ง่อย ว่า ตัว ข้า ฃา ดี แล ตัว เจ้า ตา ดี ข้า จะ ยก เจ้า ขึ้น นั่ง บน บ่า แบก ไป แล เจ้า จง บอก หน ทาง เดิน ให้ ข้า แล คน ทั้ง สอง นั้น ก็ มี ประโยชน ด้วย กัน เพราะ เขา ได้ แลก การ แห่ง กัน แล กัน แล การ นั้น เกิด ขึ้น เปน ราคา แล้ว ราคา นั้น ไม่ ได้ ปรากฏ เปน ทรัพย แต่ ได้ ปรากฏ แลก การ ซึ่ง กัน แล กัน แล เช่น เหมือน หนึ่ง พ่อ ค้า ผู้ หนึ่ง เปน คน ขาย หมวก แล เขา ต้อง การ รอง เท้า คู่ หนึ่ง จึง ไป หา คน ที่ ขาย ร้อง เท้า ว่า เจ้า มี รอง เท้า ข้า มี หมวก ข้า จะ เอา หมวก ใบ หนึ่ง นี้ แลก เอา รองเท้า ของ เจ้า คู่ หนึ่ง นั้น แล ยอม กัน ทั้ง สอง ฝ่าย แล้ว ก็ แลก เปลี่ยน กัน ได้ ฦๅ แสดง ความ อีก อย่าง นี้ ก็ได้ น้ำ นั้น ไม่ มี ราคา แต่ มี ผู้ หญิง สอง คน ตั้ง บ้าน อยู่ ไกล จาก แม่น้ำ ยี่ สิบ เส้น แล ต้อง ตัก น้ำ มา จาก แม่น้ำ นั้น ใช้ แล เขา ทั้ง สอง ก็ ต้องการ น้ำ พร้อม กัน แล จะ ไป ตัก น้ำ ด้วย กัน ฝ่าย คน หนึ่ง ว่า แก่ คน อื่น ว่า เมื่อ ข้า กำลัง ไป ตัก น้ำ นั้น ถ้า เจ้า รับ รักษา ลูก ของ ข้าๆ จะ ตัก น้ำ ให้ เจ้า ด้วย ครั้น เขา แลก การ ซึ่ง กัน แล กัน เช่น นั้น แล้ว การ นั้น ก็ มี ราคา ปรากฏ ขึ้น ฦๅ ว่า ถ้า คน หนึ่ง จะ ว่า แก่ คน ที่ สอง ว่า ถ้า เจ้า จะ ตัก น้ำ ให้ ข้า ด้วย ข้า จะ ให้ เจ้า ถัง ละไพ แล การ อย่าง นี้ จะ เปน เหมือน ครั้ง ก่อน ที่ แลก การ แก่ กัน แล กัน นั้น แล น้ำ นั้น มี ราคา แล้ว แล ยัง มี อีก หลาย คน ที่ อา ไศร ยอ ยู่ ใน บ้าน นั้น ถ้า เขา จะ ว่า แก่ ผู้ หญิง นั้น ว่า เจ้า ตัก น้ำ ให้ เราๆ จะ ให้ เจ้า ถัง ละ ไพ เหมือน กัน ผู้ หญิง นั้น ก็ เปน คน ขาย น้ำ แล้ว ฦๅ อธิบาย อย่าง นี้ ก็ ได้ มี น้ำ ใน แม่น้ำ นั้น เปน อัน มาก คน ทั้ง หลาย เอา เปล่าๆ ได้ แต่ มี คน มาก หลา ยอาไศร ยอ ยู่ ใน เมือง นั้น เขา ต้อง ตัก น้ำ มา แต่ ไกล แล น้ำ นั้น ก็ ขุ่น ไม่สู้ จะ ดี ด้วย แล มี พวก กำ ปะ นี พวก หนึ่ง ได้ ตั้ง เครื่อง จักร์ สูบ น้ำ นั้น ไว้ ยัง น้ำ ขึ้น ที่ สูบ กรอง ให้ ใส อยู่ แล มี ท่อ ฝัง ไว้ ใน ดิน ให้ น้ำ นั้น ไหล ไป ใน เมือง ทุก ตึก แล น้ำ นั้น ใส ดีแล้ว คน ทั้ง หลาย ที่ อยาก ได้ ก็ ซื้อ เอา แล น้ำ นั้น มี ราคา แล้ว เพราะ พวก กำ ปะ นี นั้น ได้ ลงทุน มาก ใน การ ตั้ง เครื่อง จักร์ สูบ น้ำ แล ฝัง ท่อ ไป ใต้ดิน คน ทั้ง ปวง ที่ ต้องการ อยาก กิน ควร จะ มี ใจ พร้อม ซื้อ น้ำ นั้น ตาม ราคา สมควร เพื่อ พวก กำ ปะ นี นั้น จะ ได้ ทุน ของ ตน คืน อีก แล มี กำไร บ้าง ด้วย ๚ะ
๏ แล ราคา นั้น ไม่ ได้ อา ไศร ยอ ยู่ ใน สิ่งของ อัน ใด คือ ว่า เพ็ชร มี ราคา มาก ยิ่ง กว่า สิ่ง ทั้ง ปวง แต่ ราคา นั้น ไม่ ได้ อา ไศร ยอ ยู่ ใน เพ็ ชร เลย ด้วย ว่า เมื่อ อยู่ ใน ดิน ไม่ มี ราคา เหมือน ลม อากาศ แล น้ำ นั้น แต่ เพราะ เหตุ ว่า คน มาก อยาก ได้ เปน เครื่อง ประดับ ของ ตัว จึง มี ราคา ทวี ขึ้น ถ้า ว่า คน ป่า ผู้ หนึ่ง ที่ อยู่ กลาง ทวีป แอฟริกะ นั้น จะ ได้ ภบ เพชร เม็ด ใหญ่ อย่าง ดี ยิ่ง เพชร นั้น จะ ไม่ มี ราคา แก่ คน นั้น เลย เพราะ เขา ไม่รู้ จัก ว่า จะ ใช้ อย่างไร ได้ แล ไม่รู้ ที่ จะ ขาย แก่ ผู้ ใด ได้ ด้วย เขา ชอบ เอาโกลก ศีร์ษะ สัตรู ที่ คน ฆ่า เสีย แล้ว นั้น ใช้ เปน เครื่อง ประ ดับ ตัว รัก มาก กว่า เพ็ ชร พลอย ราคา นั้น อาไศรย อยู่ ใน การ งาน ที่ เรา จะ กระทำ เพื่อ จะ ได้ สิ่งของ อันใด แล อา ไศรย ซึ่ง จะ ขาย ที่ ตลาด ได้ เท่าไร แล การ แลก กัน แล การ ซื้อ ขาย กัน นั้น ต้อง เปน ตาม น้ำใจ ผู้ ที่ จะ ขาย แล คน ที่ จะ ซื้อ นั้น เอง บังคับ บัญชา กัน ไม่ ได้ ผู้ฯ รอย ครองเมือง จะ บัญญัติ แต่ง ตั้ง กดหมาย ให้ ขาย เข้า เปลือก แก่ กัน เกียน ละ สิบ ตำลึง เสมอ ไป เปน นิตย์ ก็ ไม่ ได้ ราคา เข้า นั้น ต้อง ขึ้น บ้าง ลง บ้าง ตาม ที่ คน ต้องการ มาก แล น้อย แล ตาม ผู้ ที่ จะ ซื้อ นั้น มี น้ำใจ จะ ให้ เท่าไร ฝ่าย การ ที่ จะ ซื้อ ขาย กัน นั้น ถ้า เปน การ ปรกติ สุจริต ซื่อ กัน แล กัน แล้ว ต้อง เปน ตาม ความ สัตย ซื่อ เมื่อ เปน อย่าง นั้น แล้ว จะ เปน เหตุ ยัง วิชา ผสม ทรัพย ให้ เจริญ ทวี ขึ้น แล มี สิ่ง ของ บาง อย่าง ราคา ไม่ ได้ ปรากฏ คน ทั้งหลาย มัก เคย พูด กัน ว่า ทรัพย ของ ประเทศ ใด ๆ คือ ได้ แก่ ตึก แล ที่ ดิน แล เรือ กำปั่น แล สินค้า ต่าง ๆ แล คลัง เงิน แล คลอง ให้ เรือ เดิน ไป ได้ แล ทาง รถ ไฟ ของ ประเทศ นั้น แต่ ว่า มี ทรัพย อย่าง หนึ่ง ที่ ไม่ ได้ ปรากฏ แจ้ง ชัด เหมือน สิ่ง ของ เหล่า นั้น ทรัพย นั้น คือ ว่า ความ รู้ แล ฝี มือ ของ ราษฎร แล หมั่น กระทำ การ ที่ ประเทศ ใด ความ รู้ แล ฝี มือ แล หมั่น กระทำ การ นั้น เปน เหตุ ให้ ทรัพย สมบัติ เกิด ขึ้น บริบูรณ อนึ่ง จะ ขาย สิ่ง ของ อัน ใด ได้ เท่า ไร นั้น และ เปน ราคา สิ่ง นั้น ฤา สิ่ง ของ อัน ใด ถ้า ไม่ มี คน อยาก ได้ แย่ง กัน สิ่ง ของ อัน นั้น จะ ไม่ มี ราคา เลย ฯะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ฯะ
๏ ณวัน จันทร์ เดือน สิบเอ็ด แรม เก้า ค่ำ เวลา เช้า ใต้ เข้า เพลิง กำปั่น ไฟ ลำ เล็ก ของ วัง น่า แล่น ขึ้น มา ตาม ฝั่ง บาง คอแหลม ไม่ ทัน เหน โดน เรือ มาด ลำ หนึ่ง เรือ มาด แตก แล คว่ำ ด้วย เจ้า ของ เรือ แม่ กับ บุตร หญิง สอง คน ที่ อยู่ ใน เรือ มาด นั้น ก็ ลอย ว่าย น้ำ อยู่ เสด็จ รอ กำปั่น ไฟ แล้ว ตรัส ถาม แม่ นั้น ว่า ใน เรือ มี กี่ คน เจ้า ของ เรือ จึง ทูล ว่า ทั้ง แม่ ทั้ง บุตร หญิง เปน สาม คน ด้วย กัน เสด็จ ตรัส สั่ง ให้ คน ลูก เรือ ออก ช่วย เกบ เข้า ของ แล ช่วย คน ให้ เข้า ฝั่ง พวก บางคอแหลม ออก ช่วย หลาย ลำ ครั้น เกบ เรือ แล คน ก็ ภา เข้า ฝั่ง เมื่อ พวก นี้ มัว ช่วย คน ที่ ลอย น้ำ ว่าย น้ำ นั้น พวก ที่ ข้าม มา จาก ดาว ขะนอง หลาย ลำ คอย หา คอย เกบ ของ ที่ ลอย นั้น ครั้น ได้ ของ แล้ว ภาย กลับ เสีย หา มี ความ สมเพท เวทนา หา ถาม ถึง ความ อัน ต้อง ลำบาก นั้น ไม่ นี่ เปน คน อย่าง ไหน ที่ ไม่ รู้ จัก สมเพท คน ต้อง ยาก ต้อง ลำบาก ถ้า เรือ ล่ม ฤา เกิด ไฟ ไหม้ คอย เกบ ขะโมย ของ เอา ไป ท่า เดียว เท่านั้น คน ที่ อ้าง ว่า กลัว บาป ไม่ ควร จะ เปน คน เช่น อย่าง นี้ เลย ฯะ
๏ ข้าพเจ้า ทั้งหลาย พร้อม กัน มี ความ ยินดี ด้วย ได้ ฟัง หมาย ประกาศ ใน สยาม ไสมย ที่ ว่า มา แต่ ศาล กงซุล โปรตุเกศ ห้าม มิ ให้ คน จีน ซึ่ง เปน คน ใน ซับเยก โปรตุเกศ ที่ ตั้ง โรง รับ จำนำ รับ ของ ใน เวลา กลาง คืน แล มี พิกัด ตั้ง ขอ ให้ จด ชื่อ จก ตำ บล บ้าน ผู้ เอา ของ มา จำนำ นั้น เปน การ ดี ข้าพเจ้า ขอ ให้ ศีล พร แก่ ท่าน เจ้า เมือง มะเกา ซึ่ง เปน ผู้ รับ อำนาถ สมเด็จ พระเจ้า โปรตุกาล ได้ บังคับ คน ซับเยก ซึ่ง มี อยู่ ใน ประเทศ ต่าง ๆ ซึ่ง ท่าน เอา ใจ ใส่ เห็น ความ ชั่ว ร้าย ของ คน ทั่ว ไป อุส่าหะ จัด การ ตาม ที่ กล่าว มา แล้ว ขอ ให้ มี ความ เจริญ ด้วย อายุ มี่ ยาว ยืน ไป นับ ด้วย ร้อย ปี ขอ ให้ ท่าน มี ความ รุ่ง เรือง ไป ด้วย สมบัติ แล สติปัญญา ความ คิด ความ เจริญ ใน ราชการ ยิ่ง ๆ ขึ้น ไป ด้วย เทิญ แต่ ข้าพเจ้า ทั้ง หลาย คิด ว่า ถ้า ท่าน กงซุล โปรตุกาล มี ใจ ยินดี เปน ธุระ จัด การ ด้วย เรื่อง โรง รับ จำนำ นี้ ให้ แขง แรง คือ ถ้า คน ซับเยก โปรตุเกศ จะ ตั้ง โรง รับ จำนำ ต้อง ให้ มี กระดาน ป้าย เขียน ธง โปรตุเกศ ไว้ น่า โรง ให้ คน ทั้งหลาย รู้ ว่า เปน คน ซับเยก โปรตุเกศ แล ตั้ง กดหมาย ห้าม บังคับ ถ้า ผู้ ใด เอา ของ มา จำ นำ ให้ รู้ จัก ชื่อ รู้ จัก หน้า ตำบล บ้าน ถ้า เปน ของ โจร ผู้ ร้าย ให้ นำ ผู้ จำนำ ของ ได้ ถ้า นำ ไม่ ได้ ปรับ เอา รอง สิ่ง นั้น คืน ให้ เจ้า ของ ถ้า หาก ว่า ท่าน ห้าม กวด ขัน ดัง นี้ คน ซับเยก โปรตุเกศ ก็ จะ หลบ หน้า ไม่ อาจ ออก หน้า ตั้ง โรง รับ จำนำ ถึง จะ ตั้ง โรง รับ จำนำ ก็ คง จะ ให้ คน ซับเยก อื่น ออก หน้า ชื่อ เสียง ของ โปรตุเกศ จะ งาม บริสุทธิ์ ว่า ท่าน ผู้ จัด การ จัด การ เรียบ ร้อย ห้าม คน ใน ซับเยก ของ ท่าน มิ ให้ ประพฤติ ความ ชั่ว ร้าย คน ทั้งปวง ก็ จะ ชม สรรเสริญ ให้ ศีล พร แก่ ท่าน ทั่ว ไป ตลอด สิ้น กาล ช้า นาน การ เรื่อง โรง รับ จำนำ นี้ ถ้า ท่าน กงซุล ทั้งปวง ซึ่ง ท่าน เปน ผู้ รักษา ความ ดี ด้วย กัน ทั้ง นั้น พร้อม กัน เอา ใจ ใส่ จัด การ เหมือน กับ ท่าน เจ้า เมือง มะเกา จัด การ ห้าม ปราม คน ใน ซับเยก ของ ท่าน มิ ให้ ประพฤติ ผิด พร้อม ๆ กัน ทุก ๆ ซับ แยก คน ทั้งปวง จะ มี ใจ ยินดี ให้ ศีล พร ท่าน ชื่อ เสียง ของ ท่าน ก็ จะ หอม ฟุ้ง ตลอด โลกย ท่าน เจ้า เมือง มะเกา ตัว ท่าน ก็ อยู่ ถึง เมือง มะเกา ยัง มี จิตร โอบ อ้อม อารี มา ถึง คน ใน ประเทศ สยาม เพราะ ท่าน ทราบ ว่า โรง รับ จำนำ ชั่ว ร้าย มาก ตัว ของ ท่าน ประพฤติ ดี ท่าน อยาก ให้ คน ใน ซับเยก ของ ท่าน ประพฤติ ดี ด้วย ก็ เปน ชื่อ เสียง ดี ของ ท่าน อย่าง เอก สิ่ง หนึ่ง การ เรื่อง โรง รับ จำนำ นี้ ที่ เปน คน ซับเยก ต่าง ๆ ท่าน กงซุล ต่าง ๆ ล้วน ท่าน มี อำนาถ จัด การ บังคับ การ คน ใน ซับเยก ของ ท่าน ได้ สิทธิ์ ขาด ถ้า ท่าน จะ ช่วย แรง คอเวินแมนต์ สยาม ห้าม ปราม คน ซับเยก ของ ท่าน ที่ ตั้ง โรง รับ จำนำ ให้ เหมือน เจ้า เมือง มะเกา ก็ ได้ แต่ ท่าน จะ ไม่ จัด ถ้า ท่าน จัด เข้า พร้อม กัน แล้ว คน ชาว สยาม ที่ ได้ ความ เดือด ร้อน เพราะ โรง จำนำ จะ มี ความ ศุข สบาย ใจ เพราะ ท่าน กงซุล ทั้งปวง เปน ธุระ หา ความ ดี ความ ศุข ความ สบาย ให้ คน ชาว ประเทศ สยาม ทั่ว ไป ๏ ชาย หญิง เปน อัน มาก ลง ชื่อ ไซน แล้ว ควร พวก นี้ จัด ส่ง ฉบับ สรรเสริญ นี้ ให้ กงซุล โปรตุ กาล ขอ ให้ ท่าน ส่ง ไป ถึง เจ้า เมือง มะเกา เปน ที่ คำนับ นับถือ กัน เมื่อ ท่าน ข้าฯ ขา ราชการ จะ จัด การ บ้าน เมือง ให้ เรียบ ร้อย ดี ถ้า ราษฎร ไม่ ช่วย เตม กำลัง การ ก็ จะ ไม่ สำเร็จ ถ้า จะ ให้ การ ดี สำเร็จ ขอ ให้ คน ทั่ว บ้าน ทั่ว เมือง ตั้ง ใจ แขง แรง ว่า ของ จำนำ เปน ไม่ ซื้อ เลย โรง จำนำ คง เลิก ไป เอง พวก ราชการ ไม่ ต้อง บังคับ กัน เลย เอไดตอร์ ๚ะ
ข่าว โทรเลข ใน
๏ วัน เสาร์ เดือน สิบเอ็ด แรม เจด ค่ำ เสด็จ มา ประ ทับ ที่ ปาก น้ำ เสด็จ กลับ จาก ปาก น้ำ ณวัน จันทร์ เดือน สิบเอ็ด แรม เก้า ค่ำ เวลา บ่าย ห้า โมง ครึ่ง ๚ะ
ณวัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม สี่ ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดั้น สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๙ เปนซ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๙ เปนซ กับ สาม อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๕๑ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
ประเทศ อะเมริกะ
๏ ซัน แฟรนซิซโก ยุไนเตด ซะเตซ อะเมริกะ วัน ประ หัสบดี เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบ ส่อง ค่ำ ภรรยา หมอ แมก ดอน ถึง เมือง นั้น ใน วัน นั้น ๚ะ
๏ ไกโร วัน จันทร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ กงซุล เยนิรัล อิตะลี ได้ ส่ง โปรเตศ อย่าง อ่อน กว่า ๚ะ
๏ ปาริศ วัน อังคาร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ มี คำ สั่ง ให้ พวก ปฤกษา ราชการ ฝรั่งเสศ คือ แจมเบอ นั้น ชุมนุม กัน ณวัน อังคาร เดือน สิบเอ็ด แรม สิบ ค่ำ
๏ ไกโร วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบสอง ค่ำ ดอก วุดซิลี ถึง เมือง เอสเน แล้ว พวก ทหาร อังครึษ คือ รอยอัล ซัซเซกซ์ เรยิเมนต์ อัน บัด นี้ อยู่ ที่ เมือง ดอน โคละ มี คน เจบ เปน อัน มาก ๚ะ
ข่าว นอก
๏ วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด ขึ้น ห้า ค่ำ หมอ ดีน ขึ้น กำปั่น ไฟ อังครีษ คือ [...]เบีย จะ ไป เมือง นุยอก ทาง คลอง ถัด ซุเอศ ๚ะ
๏ คน หนึ่ง ชื่อ โคปัล อินะยัก โยชี่ ชาว ประเทศ อินดูสถาน มา จาก เมือง บอมเบ บัด นี้ มา ภัก อยู่ ใน กรุง เทพ ฯ เปน คน พูด ภาษา อังครีษ คล่อง ตั้ง ใจ จะ เที่ยว ดู บ้าน เมือง ต่าง ๆ ใน โลกย ไป เมือง พม่า แล้ว แต่ กรุง เทพ จะ ไป เมือง จีน เมือง ยี่ปุ่น แล เมือง อะเมริกะ ภรรยา ของ ชาว อินเดีย คน นี้ ไป อยู่ ใน เมือง ไฟละเด ลเฟี่ย ที่ ประเทศ อะเมริกะ กำลัง เรียน วิชา หมอ ยา อยู่
๏ ความ ไว้ ใจ เปน การ ใจ มาก กว่า การ อื่น ของ ใจ ๚ะ
๏ ความ ชั่ว นั้น ร้าย กว่า การ อื่น ทั้ง สิ้น ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไส่มย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา นี้
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีกแถวจะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
แจ้ง ความ
๏ ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ จะ เลหลัง ขาย ที่ ออฟฟิศ ของ เขา ณวัน จันทร เดือน สิบ สอง ขึ้น สอง ค่ำ เวลา บ่าย สี่ โมง ให้ เปน ผล แก่ เจ้า หนี้ แห่ง ห้าง ล้ม นั้น ทั้ง เรือน ทั้ง ที่ ของ อู ลิองเฮง อยู่ ที่ ฝั่ง ขวา แม่ น้ำ ที่ บาง ลำภู ล่าง จะ ขาย แล้ว แต่ ผู้ จะ ต่อ ราคา สูง กว่า เพื่อน นั้น คน ต่าง ประเทศ ถ้า มิ ได้ อยู่ ใน ประเทศ สยาม ถึง สิบ ปี ฤา คอเวินแมนต์ สยาม ยัง มิ ได้ อะนุญาต ให้ ซื้อ จะ ซื้อ ไม่ ได้ มิศเตอ เลกี่ แทน ห้าง บอนิโอ กำปะนี ลิมิเตด แจ้ง ความ มา ณวัน ศุกร เดือน สิบ เอ็ด แรม หก ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก (ห ๑) ๚ะ
การ เลลั้ง ขาย
๏ ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ รับ คำ สั่ง แล้ว ให้ เลลั้ง ขาย ที่ ห้าง ของ เขา ณวัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สาม ค่ำ เวลา เช้า สี่ โมง ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น คือ เหล้า ๓๒๐ หีบ เหล้า บรันดี เหล้า ลิกูร์ เหล้า แอบซินท์ เหล้า เวอมูท เหล้า อะนีเซดดิ์ เหล้า แซมเปน แล ผล ไม้ แช่ อนึ่ง เจด หีบ มี ถึง ๒๐๐ โหล น้ำ หอม ต่าง ๆ จะ มี หนังสือ แจ้ง ความ เลอียด อีก คราว หนึ่ง นาย ห้าง ยุลิง แอน โก ผู้ จะ เลลั้ง ขาย นั้น แจ้ง ความ มา ณวัน พฤหัสบดี เดือน สิบเอ็ด แรม ห้า ค่ำ จุลศัก ราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉศก ( ๒ ห ) ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สัก สิทธิ์ นัก
๏ ๓ ยา คือ เอเออร์ เจ:ริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ฝี ใน อก ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดียว ให้ กิน ๕ หยด ส่อง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะดูก ตัว หนาว ฤา แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ บีลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ
เปน ยา แก้ โรค
![['แก้ โรค ตับ ต่าง ๆ', 'J.HAYDOCKS NEW LIVER PILL', 'ยา เม็ด ตับ เฮด๊อก ใหม่']](../0001-02-13_5_2.png)
๏ เปน เหตุ ให้ เกิด ความ ไข้ ใน ท้อง ใน ไข่ดัน แล ใน เส้น เอน ซึ่ง จะ ว่า มา ข้าง ล่าง นี้ ภอ เปน ใจ ความ คำ ส่อน ว่า ด้วย ตับ ได้ แต่ง อ่าน ใน ตึก สอน ตำรา ยา คัด เลือก แต่ แพทย หมอ ทุก แพทย ๆะ
๏ ก็ เปน ที่ รู้ กัน ว่า ตับ เปน เครื่อง สำคัญ ทำ โล หิต แล ทำ ให้ โลหิต นั้น หมด จด ใน การ รอบ กาย เพราะ ตับ นั้น เปน ของ ใหญ่ แล เปน ของ เหมือน ฟอง น้ำ ตับ นั้น เปน พนักงาน สำคัญ นัก ใน ส่วน ร่าง กาย ที่ จะ จัด อาหาร ให้ เปน เนื้อ แล อุปถำภ์ เลี้ยง ร่าง กาย ให้ จำเริญ อาหาร ที่ รับ เข้า ใน ปาก แล้ว แล กะเภาะ กระทำ ให้ เปน น้ำ หวาน แล ของ ใช้ เปน ของ เลี้ยง ชีวิตร ได้ น้ำ นั้น จึ่ง เข้า เส้น ใหญ่ ที่ หัว ใจ เข้า อาไศรย การ ของ ตับ น้ำ เสบียง นั้น กลับ เปน น้ำ ตาล ไป อย่าง หนึ่ง แล้ว ออก จาก ตับ อาไศรย เส้น ใหญ่ ที่ ตับ เส้น หนึ่ง แล แล่น ออก ไป ทั่ว ตลอด ร่าง กาย ของ ที่ บัด นี้ เกิด ขึ้น ใหม่ มี คุณ เปน ประโยชน์ ไป สอง อย่าง ทำนุ บำรุง ไฟ ธาตุ อย่าง หนึ่ง แล ให้ ของ ใน ร่าง กาย ทุก ชนิด งอก เปน ช่อง เปน ชั้น ๆะ
๏ หมอ เมอซิซอน ว่า ของ ที่ เข้า เปน ดี นั้น แล ของ ซึ่ง ออก จาก ดี นั้น เปน ของ เลอียด ลึก นัก ดี นั้น มา จาก ตับ เสมอ มัก รีบ มาก เข้า ก่อน รับ ประทาน อาหาร แล ภอ อิ่ม เลิก กิน แล้ว ก็ ค่อย ยุบ ลง ถ้า ตับ นั้น ไม่ ไว ไม่ ปรกติ ฤา ถ้า ดี นั้น มี ที่ ขัด เข้า แล้ว ตัว ก็ จะ ซูบ ผอม ลง แล ความ ไข้ คง บังเกิด ขึ้น ที่ นี้ จะ หมาย อาการ แปด อย่าง ที่ บัด นี้ มัก มี ที่ ท่าน ทั้งหลาย ทั่ว กัน รู้ ด้วย ฯะ
๑ คน ไข้ นั้น บ่น ว่า หนัก แล ตึง ที่ ต้น ท้อง ๒ ท้อง แล ไส้ ขึ้น ด้วย ลม ๓ ร้อน ใน อก ใน ใจ ๔ บ่น ว่า เหนื่อย เมื่อย เนื้อ ตัว ขา แขน แล เหา นอน นัก ภอ รับ ประทาน อาหาร แล้ว ๕ รส ที่ ปาก ไม่ ดี ใน เวลา เช้า ลิ้น ติด ของ หนา ๖ ท้อง มัก ผูก แต่ ลง เปน คราว ๆ ๗ ปวด ศีศะ แล ที่ หน้า ผาก ๘ ไม่ สบาย ใจ ใจ ซา ไป ตัว อ่อน ไป ไม่ อยาก จะ ทำ การ มัก ผัด จน พรุ่ง นี้ ทั้ง นั้น
๏ อาการ ซึ่ง ว่า มา แล้ว ทั้ง ๘ นี้ เปน อัน ปรากฎ ให้ เหน ว่า ตับ นั้น ไม่ ปรกติ ถ้า ทำ การ สำหรับ ตับ ไม่ ปรกติ ฤา จะ จัด การ ของ คน ไข้ นั้น ผิด ไป ก็ จะ เกิด เหตุ ใหญ่ ควร ที่ คน ไข้ นั้น จะ รีบ หา ของ ซึ่ง จะ ให้ ตับ นั้น ไว ขึ้น ยา สำหรับ การ นี้ มัก เปน ยา เม็ด การ ที่ เคย มี ทุก วัน ให้ เหน ว่า เมื่อ ยา เม็ด นั้น ประสม ทำ ถูก ต้อง แล้ว เปน อย่าง สดวก ที่ จะ ช่วย ตับ ให้ ทำ การ สำหรบ ตับ ให้ ได้ แล ยา เม็ด นั้น เปน อัน ไว้ ใจ ได้ ท่าน ทั้งหลาย ที่ มา ฟัง คำ นี้ ก็ รู้ ว่า ข้าพเจ้า ได้ เปลือง เวลา ชีวิตร ของ ข้า พเจ้า หลาย ปี มา แล้ว คิด อ่าน ประสม ทำ ยา เม็ด ให้ เปน การ ช่วย การ ของ ตับ แล ดี ให้ สดวก ให้ แน่ ข้าพเจ้า ไม่ มี ความ เชื่อ ใน ยา ถ่าย ให้ ลง มาก นัก จึ่ง ได้ คิด อ่าน ทำ ยา เม็ด อย่าง หนึ่ง ครั้น จะ กิน แต่ เม็ด เดียว นั้นก็ จะ ให้ ลง แน่ แล ภอ เหมาะ กับ การ ด้วย ข้าพเจ้า จึ่ง ได้ ตั้ง ชื่อ เรียก ยา เมด นี้ ว่า ฯะ
เม็ด เดียว เม็ด เดียว เม็ด เดียว ภอ คราว หนึ่ง
๏ ยา เม็ด ตับ เฮดอก ใหม่ ขนาน นี้ เปน ยา สัก สิทธิ์ แก้ โรค ตับ โรค ขัด เบา เม็ด เดียว จะ ให้ สิ้น สงไสย ของ คน อัน ไม่ เชื่อ เลย ฯะ
๏ ยา เมด ตับ เฮดอก ใหม่ จะ แก้ โรค ของ ผู้ หญิง เปน แน่ โรค คือ เมื่อย เหนื่อย ตัว อ่อน กำลัง ไม่ ใคร่ ไว ไม่ อยาก รับ ประทาน อาหาร แล ปวด ศีร์ศะ ฯะ
๏ ยา ขนาน นี้ ให้ เกิด การ เหมือน กัน ทั่ว กัน แทบ จะ รับ ได้ ว่า คง แก้ คน ไข้ ทุก คน ฯะ
๏ ทุก ๆ ขวด มี ยา ขวด ละ ยี่สิบ เม็ด เม็ด เดียว ภอ แก้ คราว หนึ่ง ราคา ขวด ละ ยี่สิบ ห้า เซนต์ พวก ขาย ยา มี ยา นี้ ขาย ทุก ห้าง ฯะ
๏ ยา เม็ด นี้ ทุก เม็ด หุ้ม ด้วย น้ำ ตาล ถ้า ห้าง ขาย ยา ที่ ตัว เคย ซื้อ ไม่ มี ยา เม็ด นี้ ขาย ข้าพเจ้า จะ ส่ง ยา นี้ ออก ทาง ไปรสนีย์ ให้ แก่ ท่าน ทุก นาย เมื่อ ได้ รับ ราคา ขวด ละ ยี่สิบ ห้า เซนต์ ห้า ขวด เหรียน หนึ่ง รีบ ซื้อ ไว้ เถิด อย่า เนิน อย่า ช้า เลย ฯะ
HAYDOCK & Co.,
New York, U. S. A.
๏ คำ เตือน เพื่อ จะ ได้ ยา เมด เฮดอก แน่ จง จำ ไว้ ว่า ทุก โหล ห่อ นั้น มี ชื่อ นาย ห้าง เขียน อยู่ กับ ห่อ ละ โหล นั้น ดัง นี้ W. H. TONE & Co. ถ้า ไม่ มี ชื่อ นาย ห้าง เขียน ดัง นี้ อย่า ซื้อ ไว้ เลย ฯะ
๏ ณะ กรุง เทพ นาย ห้าง ยุลิ่ง แอน โก เปน แอเยนต รับ ขาย ยา เมด เฮดอก แต่ ห้าง เดียว ห้าง เฮดอก แอน โก ที่ เมือง นุยอก ประเทศ อะเมริกะ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สาม ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๕ ปี มะแม เบญจศก (จ ห) ฯะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย ฯะ
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด