
| เล่ม ๓ แผ่น ๙ วัน พุฒ เดือน สิบสอง ขึ้น สี่ ค่ำ ปี วอก ฉอ ศก ๑๒๔๖ |
๏ ๔๒ อนึ่ง การ สิ่ง ใด ข้า ยัง ไม่ รู้ ข้า ก็ ยัง ไม่ ทำ ถ้า คน ทั้งปวง จะ ทำ สิ่ง ใด ถ้า ข้า เห็น ดี ข้า จึ่ง จะ ทำ ตาม ขงจู๊ สั่ง สอน สิศ ว่า คน บ้าน ออเหี่ยง นี้ โง่ นัก ไม่ ควร ที่ จะ เอา ความ ดี ออก มา พูด มี เด็ก คน หนึ่ง มา หา ขงจู๊ ๆ ก็ ตอบ วาจา แก่ เด็ก ว่า ท่าน มา หา ตาม โดย คำรพย์ ตาม ทำเนียม ก็ ต้อง สั่ง สอน อนึ่ง ข้า จะ เอา บุญ จะ ว่า บุญ ใกล้ ก็ ใกล้ จะ ว่า ไกล ก็ ไกล ถ้า จะ เปน บุญ ๆ ก็ ถึง อนึ่ง ถ้า ทำ ให้ ถูก ทำเนียม ถ้า ผิด ทำเนียม ก็ ลำบาก เปล่า ถ้า จะ ทำๆ ให้มั่นคง ถ้า กล้า หาญ กล้า ให้ ถูก ทำเนียม ถ้า ไม่ ถูก ทำเนียม มัก อันตราย อนึ่ง ซื่อ ตรงๆ ให้ ถูก ทำเนียม ถ้า ซื่อ ตรง ไม่ ถูก ทำเนียม ก็ มัก เปน คน ซื่อ โง่ ให้ รัก คนดี คนชั่ว ทั้ง ปวง ให้ เหมือน รัก ตัว ถ้า รู้ จัก เลี้ยง คน บ้าน เมือง ก็ ไม่ เปน อันตะราย ๏ ๔๓ เจงจู๊ ว่า ตัว เรา เกิด มา พ่อ แม่ สั่ง สอน ให้ รักษา ตัว อย่า ให้ เปน อันตราย จน ชั้น เลือด สัก นิด หนึ่ง ก็ อย่า ให้ ออก จาก ตัว ได้ อนึ่ง ถ้า คน มา หา ให้ ดู หน้า ตา เขา ถ้า ไม่ ปรกติ แล้ว อย่า ให้ คบ ถ้า หน้า ตา พูด จา เปน ปรกติ ก็ ให้ คบ เถิด ถ้า มา พูด ไม่ เปน เสียง สูง เสียง ต่ำ ก็ อย่า ให้ คบ เลย อนึ่ง ถ้า ผู้ ใด เปน ที่ ไว้ ใจ ก็ ฝาก ลูก กัน ได้ เหมือน เล่า ปี้ ฝาก เล่าเสี่ยน กับ ซงเบ้ง ใช้ ไป ข้าง ไหน ก็ ไม่ เสีย การ ถ้า มี ศึก ก็ ตาย ด้วย เจ้า เมือง ได้ ถ้า พร้อม ด้วย สิ่ง นี้ เอา เปน คน ดี ได้ อนึ่ง หนังสือ ได้ เรียน รู้ มาก ได้ เปน ขุนนาง ผู้ ใหญ่ แล้ว ถ้า อยู่ ใน เมือง แล้ว ให้ รัก คน ถ้า ทำ ศึก ให้ รัก กล้า ยิ่ง กว่า รัก ตัว ๚ะ
๏ ๔๔ คำ ขงจู๊ ว่า ถ้า จะ สอน คน ให้ สอน แต่ ตื้น ๆ ให้ หมั่น ทำ มา หา กิน เลี้ยง พ่อ แม่ ก่อน อย่า เพ่อ สอน ให้ รู้ ถุก ซึ้ง ไป ใจ จะ กำเริบ อนึ่ง จะ ทำ ให้ กว้าง แผ่ เผื่อ เงิน ทอง ไป แล้ว ครั้น ยาก จน อย่า เสีย ถ้า คน มา ทำ ร้าย ก็ อย่า ให้ โกรธ นัก ถ้า ผู้ ใด มี ความ คิด ดี ทำเนียม เหมือน จิวก๋ง นั้น ก็ ดี ถ้า ใจ คับ แคบ ดี แต่ เอา ของ เขา ทำ ความ ชั่ว มาก เรา ไม่ ขอ เหน อนึ่ง ถ้า ผู้ ใด เรียน หนังสือ ถึง สาม ปี แล้ว ใจ ยั้ง ไม่ คิด ที่ จะ เปน ขุนนาง คน อย่าง นี้ ก็ หา ยาก อนึ่ง ถ้า ผู้ ใด รู้ หนังสือ แล้ว ให้ มี ใจ ซื่อ ตรง ไป จน ตาย อนึ่ง เหน เจ้า เมือง ไหน ไม่ เปน สัตย ธรรม รัก แต่ เงิน แต่ ทอง แล้ว เมือง นั้น จะ เสีย เร็ว อย่า ให้ อยู่ เลย ลูก ฆ่า พ่อ น้อง ฆ่า พี่ หย่าง นี้ ก็ อย่า ให้ อยู่ ถ้า เหน เจ้า เมือง นั้น เปน สัตย์ เปน ธรรม ก็ เปน ขุนนาง ทำ ราชการ เถิด ถ้า เมือง ใด ไม่ ดี แล้ว อย่า ไป อยู่ ดี กว่า คน ที่ จะ ปรนิบัติ หย่าง นี้ ก็ หายาก ถ้า ผู้ ใด เมื่อ บ้าน เมือง เปน ยุติธรรม ไม่ มา ทำ ราชการ คน จำพวก นั้น เปน คน ไม่ ดี คน ปัญญา ดี จะ คิด การ อัน ใด ก็ ที เดียว ได้ ไม่ ลังเล เปน สอง ใจ คน ใจ บุญ ก็ ไม่ เปน ทุกข์ คน ใจ กล้า ก็ ไม่ กลัว ใคร อนึ่ง ถ้า เปน เจ้า เมือง ถ้า ใคร บอก ว่า วิชา ดี ก็ อย่า เพ่อ เชื่อ นัก ถ้า เหน ดี แล้ว ก็ อย่า ให้ วาง ใจ นัก ถ้า เหน ว่า น้ำ ใจ ดี แล้ว ก็ อย่า ตั้ง ให้ เหมือน ตัว นัก อนึ่ง ลูก สิศ สอน สิศ ขงจู๊ ว่า เมื่อ จะ พูด กับ ชาว บ้าน ก็ ให้ หน้า ชื่น ให้ พูด แต่ ตื้น ๆ ตรง ตรง ตาม ทำเนียม ชาว บ้าน ถ้า เปน ขุนนาง ก็ พูด อย่า ให้ เสีย ทำเนียม ถ้า พูด กับ ขุนนาง น้อย กว่า ตัว ก็ พูด หน้า ชื่น พูด ให้ เปน คำ สั่ง สอน ถ้า พูด กับ ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ก็ พูด ให้ หน้า ชื่น อย่า พูด ให้ ผิด ทำเนียม ขุนนาง ถ้า ต่อ หน้า เจ้า ก็ นิ่ง สำรวม อยู่ ฯะ
๏ ขงจู๊ ผู้ หนึ่ง เปน นักปราช ใน เมือง จิ่น อยู่ ณะ เมือง รูก๊ก เที่ยว ไป สั่ง สอน หนังสือ แล วิชา ทั้งปวง ทุก บ้าน เมือง ใหญ่ น้อย เวลา วัน หนึ่ง ขงจู๊ ขึ้น เกวียน ไป ข้าง ทิศ ตวัน ตก กับ สิศ ทั้งปวง ภบ เด็ก เล่น อยู่ ที่ หาด ซาย แห่ง หนึ่ง ประมาณ ยี่สิบ สามสิบ คน แต่ เด็ก คน หนึ่ง นั่ง อยู่ ผู้เดียว หา ได้ เล่น กับ เด็กทั้งปวง ไม่ ขงจู๊ เหน ประหลาด จึ่ง หยุด เกวียน แล้ว ถาม ว่า เด็ก คน นี้ ทำไม จึ่ง ไม่ เล่น กับ เด็ก ทั้งปวง เล่า เด็ก น้อย ผู้ นั้น ตอบ ขงจู๊ ว่า การ เล่น ทั้งปวง หา มี่ ประโยชน์ ไม่ ถ้า เล่น นัก มัก ได้ ความ ทุกข เปน อัน มาก ถ้า แม้น ล้ม ลง ก็ จะ ป่วย เจ็บ เสื้อ กังเกง ก็ จะ ขาด จะ ได้ ยาก แก่ บิดา มารดา ธรรมดา ว่า เล่น แล้ว มัก เกิด วิวาท ทุ่ง เถียง กัน ถ้า ถึง ล้ม ตาย ก็ ต้อง เสีย รางวัด มี่ แต่ ความ ผิด ท่า เดียว หา ชอบ มิ ได้ ข้าพเจ้า เหน ดั่ง นี้ แล จึ่ง ไม่ เล่น ว่า เท่า นั้น แล้ว ก็ ก้ม หน้า กวาด ชาย ก่อ เปน กำแพง เมือง เล่น ขงจู๊ จึ่ง ร้อง ว่า เหวย เด็ก น้อย ทำไม ไม่ หลีก ให้ พ้น ทาง เกวียน เล่า เด็ก น้อย จึ่ง ตอบ ว่า ที่ กำแพง จะ หลีก เกวียน ไม่ มี่ อย่าง แต่ บูราณ มา จน บัดนี้ มี่ แต่ เกวียน จะ หลีก กำแพง เมือง จึ่ง จะ ชอบ ขงจู๊ ได้ ฟัง เหน ว่า เด็ก คน นี้ ถ้อย คำ ภุก แหลม นัก จึ่ง เลื่อน ลง จาก เกวียน แล้ว เข้า ไป ใกล้ ถาม ว่า ตัว เปน เด็ก กลับ มา หลอก ผู้ใหญ่ อีก เล่า เด็ก จึ่ง ตอบ ว่า ธรรมดา ว่า กระต่าย เปน สัตว ป่า ออก จาก ครรภ์ มารดา ได้ สาม วัน ก็ อาจ สามาถ จะ เที่ยว ไป ใน ทิศ ทั้ง สี่ ได้ ปลา เกิด ใน สาม วัน อาจ เที่ยว ไป ใน ทเล อัน ใหญ่ ได้ เด็ก มี่ อายุศม์ ได้ สาม ขวบ อาจ รู้ ซึ้ง คุณ บิดา มารดา ข้าพเจ้า ว่า ทั้ง นี้ จะ ได้ หลอก กัน หา มิ ได้ ขงจู๊ จึ่ง ถาม ว่า เอง ชื่อ ไร บ้าน เรือน อยู่ ที่ ไหน บิดา มารดา แซ่ ไร เด็ก น้อย จึ่ง บอก ว่า ข้าพเจ้า เปน คน ยาก ไร้ บิดา มารดา แซ่ หัง ตัว ข้าพเจ้า ชื่อ เกาะ ขงจู๊ จึ่ง ชวน ว่า เรา จะ ภา ไป เที่ยว เล่น จะ ไป ด้วย กัน ฤา ไม่ ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุงเทพ ๚ะ
๏ ณวัน อาทิตย์ เดือน สิบสอง ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เวลา เช้า สอง โมง สามสิบ ห้า มินิต ใน หลวง เสด็จ ออก จาก พระบรม มหา ราชวัง เสด็จ โดย ทาง ชลมารค พระราช ทาน พระ กะฐิน ที่ เมือง กรุง เก่า เสด็จ ถึง บางปะอิน เวลา เย็น หก โมง สี่สิบ ห้า มินิต ๚ะ
๕ พระองค์
๏ ที่ ๑ พระบาท สมเด็จ พระพุทธ ยอดฟ้าจุลา โลกย์ เปน ปรฐม พระบรม มหา กระษัตรา ธิราช เจ้า ซึ่ง ทรง สร้าง กรุง เทพ ฯ ทรง พระ เดชา อานุภาพ ปราบ อรินทร์ ราช ศัตรู ราบ คาบ แผ่ พระราช อาณา เขตร ออก ไป กว้าง ขวาง หลาย เจ้า ประเทศ ราช มา อ่อน น้อม ยอม เปน เมือง ขึ้น ทูล เกล้า ฯ ถวาย บรรณาการ ทรง พระ เดชา อานุภาพ หา พระองค์ ไค พระองค์ หนึ่ง เสมอ เหมือน มิ ได้ ความ วิเสศ ประเสริฐ อื่น ยัง มี เปน อัน มาก เหลือ ที่ จะ หยิบ ยก มา พรรณา ๚ะ
๏ ที่ ๒ พระบาท สมเด็จ พระพุทธ เลิศหล้า นภาไลย มี พระเดชา อานุภาพ เปน มหัศจรรย ใน ระหว่าง แผ่นดิน นั้น ไม่ ค่อย มี ฆ่าศึก ศัตรู ย่อม ยำเยง เกรง พระบารมี ครั้ง นั้น อนา ประชา ราษฎร อยู่ เย็น เปน ศุข แล พระ องค์ ทรง พระปรีชา เปน พระบรม ราช ปราช อัน ประเสริฐ พระราชนิพนธ์ ทรง แต่ง กาพย กลอน โคลง ฉันท์ ครั้ง นั้น เจ้า ขุนนาง แล ราษฎร ก็ ภา กัน เล่น บท กลอน โคลง ฉันท มาก จึง รู้ ฉลาด มาก ขึ้น ต่อ เนื่อง มา จน ทุก วัน นี้ ๚ะ
๏ ที่ ๓ พระบาท สมเด็จ พระนั่งเกล้า เจ้า อยู่ หัว ทรง บำเพ็ญ ทาน การ พระราช กุศล เปน อุกฤษ ทาน แล ทรง สร้าง แล ปฏิสังขรณ์ พระ อาราม ขึ้น หลาย พระ อาราม ครั้ง นั้น พระบรม วงษา นุวงษ แล ข้า ราชการ พวก ลูก ค้า วานิช ภา กัน สร้าง วัด วา อาราม ตาม พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว โดย มาก ใน ระหว่าง แผ่นดิน นั้น ไพร่ ฟ้า ประชากร อยู่ เย็น เปน สุข สนุกนิ์ รื่น เริง ไป ด้วย การ ทำ บุญ ให้ ทาน ใน พระบาท สม เด็จ พระเจ้า อยู่ หัว มี ท่าน เจ้า พระยา บดินทร์ เดชา เปน แม่ ทัพ สำหรับ ไป ปราบ อรินทร ราช ไพรี หา ผู้ จะ เสมอ เหมือน มิ ได้ มิ ได้ เห็น แก่ ความ ลำบาก ยาก เหนื่อย เอา ชีวิตร เปน แดน แทน พระคุณ ซื่อ ตรง กะตัญญู ต่อ ใต้ ฝ่า พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ฯ ก็ ทรง พระมหา กรุณา ชุบ เลี้ยง ท่าน ถึง ขนาด ๚ะ
ณวัน อังคาร เดือน สิบเอ็ด แรม สิบ ค่ำ
เงิน แบกร์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๘ เปนซ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๙ เปนซ กับ สาม อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๕๑ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ หนังสือ จดหมาย เหตุ อังศริษ คือ ไตมซ ลง พิมพ์ ข่าว โทรเลข ข้อ หนึ่ง ว่า การ ที่ ประเทศ ชูดัน ดี ขึ้น จน คอ เวินแมนต์ เรียก ให้ ลอด วุลซิลี กลับ มา เยนิรัล สติเวน ซัน จะ รับ เปน แม่ กอง อีก ต่อ ไป คีไดวะ คือ เจ้า ประเทศ อิยิปต รับ ข่าว โทรเลข ข้อ หนึ่ง เมื่อ เช้า วัน นี้ ว่า ตี เอา เมือง เบอเบอ คืน มา แล้ว ข่าว โทรเลข ของ หนังสือ จดหมาย เหตุ อังศริษ คือ ไตมซ์ เปน อัน ปัติเสศ แล้ว ว่า หา ได้ เรียก ให้ ลอด วุลซิลี กลับ ไม่
๏ ไกโร วัน เสาร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ พวก เกศ อัน เปน พนักงาน รับ ธุระ ฝ่าย ประเทศ ออสเตรีย ฝรั่งเสศ แล ยิตะลี่ จัด การ จะ เปน ความ ต่อ คอเวิน แมนต ประเทศ อิยิปต เพราะ ประเทศ อิยิปต เลิก การ ไป พลาง ที่ จะ เกบ เงิน ไว้ สำหรับ ใช้ หนี้ สิ้น ฯะ
๏ เยนิรัล กอดัน ได้ ระดม ยิง เอา เมือง เบอเบอ ไว้ แล้ว ฯะ
๏ ไกโร วัน อาทิตย เดือน สิบเอ็ด แรม ค่ำ หนึ่ง ได้ ข่าว แล้ว ว่า ลอด วุลซิลี ถึง เมือง วาดี ฮาลฟะ แล้ว ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สิบเอ็ด แรม สอง ค่ำ บรม ราชวัง ที่ กรุง โกเปนแฮเคน แล ที่ ชุมนุม ปฤกษา ราชการ คือ เฮะซ ออฟ ปาเลี่ยเมนต ไฟ ไหม้ แล้ว ฯะ
๏ ไกโร วัน อังคาร เดือน สิบเอ็ด แรม สาม ค่ำ มี ข่าว ว่า พวก แขก บิดุอัน ซึ่ง เปน ธุระ นำ ส่ง กอไลเนล ซตุ วาด แล พัค พวก ไป จาก เมือง คาตูม กลับ เปน คน ใจ ร้าย ฆ่า พวก นั้น ทั้งสิ้น ฯะ
ข่าว นี้ แม่ ทัพ ฝรั่งเสศ ที่ ประเทศ ตอนกวิน ส่ง เข้า มา
๏ ฮะนอย วัน ประหัศบดี เดือน สิบเอ็ด แรม ห้า ค่ำ เวลา เช้า ห้า โมง ทัพ ฝรั่งเสศ ได้ ภบ กอง ทัพ จีน เดิน เข้า ประเทศ ตอนกวิน ข้าง ทิศ อิสาณ ณวัน พุฒ วัน ประ หัศบดี วัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด ขึ้น สิบสอง สิบสาม สิบสี่ ค่ำ ทั้ง สาม คราว รบ กัน ทั้งสอง ฝ่าย จีน แพ้ ฝรั่งเสศ วัน สุด นั้น จีน แพ้ จน ยับ เยิน ทัพ จีน อัน อยู่ ใน เมือง เก่บ ถึง ๖๐๐๐ คน ทัพ เรา เดิน แขง แรง ตาม แม่ กอง ฉลาด ของ เรา จน ไป ถึง ทาง ถอย หนี ของ กอง ทัพ จีน เกบ เอาได้ เสบียง อาหาร ทั้ง ปืน ลูก ปืน ดิน ปืน ทั้ง ฟ้า ทั้ง ม้า ของ จีน หมด จีน ถูก อาวุธ ล้ม ตาย หลาย พัน ใน ที่ คับ แคบ แห่ง หนึ่ง ภบ ๖๕๐ ศพ จีน ขุนนาง ที่ ถูก อาวุธ ตาย ก็ มาก เมื่อ รบ ทั้ง สาม คราว นั้น พวก ฝรั่งเสศ เสีย ๒๗ คน ตาย ถูก อาวุธ เจบ ลำบาก ๑๑๙ คน เยนิรัล เนคริยะ ถูก อาวุธ เจบ ขา หน่อย หนึ่ง ๚ะ
๏ ไซง่อน วัน อาทิตย์ เดือน สิบเอ็ด แรม แปด ค่ำ มี ข่าว โทรเลข มา ยัง กงซุล ฝรั่งเสศ ที่ กรุง เทพ ฯ แต่ ท่าน เจ้า เมือง ไซง่อน ว่า จับ การ รบ กัน ที่ เกาะ ฟอโมซะ แต่ วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด อัดมิรัล กูเบ ใช้ ให้ กอง ทัพ ฝรั่งเสศ ขึ้น บก ตั้ง อยู่ ที่ เมือง กิลุง กอง ทัพ นั้น ได้ ตี ป้อม อัน อยู่ ที่ เชิง ภูเขา นั้น แล้ว คราว เดียว กัน นั้น อัดมิรัล เลศเบ กับ กำปั่น รบ บาง ลำ กำลัง รบ กัน อยู่ ที่ เมือง ตำซุย ๚ะ
๏ ไกโร วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม สี่ ค่ำ คอเวินแมนต อิยิบต ได้ แจ้ง ความ หมาย ว่า จะ ขัด ความ ซึ่ง ลอด นอทบรุก จะ ชวน ให้ เลิก กอง ทัพ อิยิบต ทั้ง สิ้น แล ตั้ง โปลิศ ใช้ แทน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม สี่ ค่ำ พวก พ่อ ค้า ประเทศ นั้น อัน อยู่ ใน กรุง ลันดัน จัด การ เลี้ยง ดินเนอ เปน การ คำนับ เซอ เฟรดิริก เวลด ท่าน เจ้า เมือง ประเทศ ซะเตรด เซตเตลเมนต์ นั้น เมือง สิงฆ โปร์ เปน เมือง ใหญ่ ใน ประเทศ นั้น ๚ะ
๏ ไกโร วัน ประหัศบดี เดือน สิบเอ็ด แรม ห้า ค่ำ พวก ศึก ทั้งสิ้น ใน หว่าง เมือง เซนดี แล เมือง คาตูม อ่อน น้อม ยอม ขึ้น แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ปารีศ วัน ประหัศบดี เดือน สิบเอ็ด แรม ห้า ค่ำ เกานต์ เฮอเบิด บิศมาก มา ยัง กรุง ปารีศ แล้ว แล ได้ ปะ ภบ กัน กับ มิศเตอ เฟรี่ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน สิบเอ็ด แรม ห้า ค่ำ หนังสือ จดหมาย เหตุ ไตมซ์ ใน เรื่อง นำ แจ้ง ความ ว่า เมื่อ พวก ปฤกษา ราชการ คือ แกไบเนต เคาน์ซิล ชุม นุม ปฤกษา ราชการ วาน นี้ ก็ ได้ ตั้ง ใจ ว่า ใน ทัน ใด นั้น เอง จะ ไม่ ให้ พวก โบเออ เลื่อน กิน เขตร ใน เมือง บิจุอะนะแลนด แล ซูลูแลนด ๚ะ
๏ ใน เมือง เอดินเบิก ได้ มี คราว สำแดง ให้ ดู ต้น ไม้ ประเทศ ต่าง ๆ เมื่อ แจก บำเหน็จ สำหรับ ต้น ไม้ ที่ ตั้ง สำแดง นั้น ต้น อัน มา จาก เมือง ยี่ปุ่น เกาะ ลังกา เมือง โยโฮร์ เมือง บีรัก แล ประเทศ สยาม ได้ บำเหน็จ ด้วย ฯะ
ว่า ด้วย ราคา แล คุณ ประโยชน์ ผิด กัน อย่าง ไร
๏ น้ำ หนัก แล สี่ สิ่ง ของ อัน ไต ผิด กัน มาก เท่า ไร ราคา แล คุณ ประโยชน์ แห่ง ของ นั้น ผิด กัน มาก เท่านั้น แสดง ความ ว่า มี ชาว นา ผู้ หนึ่ง อยู่ กรุง เก่า เอา เข้า เปลือก บัน ทุก เรือ ล่อง ลง มา ยัง กรุง เทพ ฯ จะ ขาย ครั้น ขาย แล้ว ได้ เงิน เกวียน ละ สิบ ตำลึง แต่ ต้อง เสีย เงิน ค่า เช่า เรือ แล ค่า ลูก จ้าง เกวียน ละ ตำลึง เหลือ เงิน อยู่ เก้า ตำลึง เปน ราคา เข้า ของ ตน แล มี ชาว นา อีก คน หนึ่ง อยู่ เมือง กำแพง เพ็ชร์ ก็ เอา เข้า เปลือก บันทุก เรือ ล่อง ลง มา ถึง กรุง เทพ ฯ จะ ขาย เหมือน กัน ครั้น ขาย แล้ว ได้ เงิน เกวียน ละ สิบ ตำลึง เท่า กัน แต่ ต้อง เสีย เงิน ค่า เช่า เรือ แล ค่า ลูก จ้าง เกวียน ละ สี่ ตำลึง เพราะ เหตุ อยู่ เมือง ทาง ไกล ยัง คง เงิน อยู่ เกวียน ละ หก ตำลึง เปน ราคา ค่า เข้า ของ ตัว เข้า ของ เขา นั้น ก็ งาม ฤๅ เข้า ของ คน ที่ อยู่ กรุง เก่า เลี้ยง ชีวิตร มี คุณ ประโยชน์ ได้ เหมือน กัน ถ้า มี ชาว นา อีก คน หนึ่ง อยู่ เมือง นคร ราชสีมา เอา เข้า เปลือก ลง มา ที่ กรุง เทพ ฯ จะ ขาย แล เมื่อ ขาย แล้ว เข้า ของ เขา นั้น จะ ไม่ มี ราคา เลย เพราะ ทาง ไกล ต้อง เสีย เงิน ค่า บันทุก แล ค่า ลูก จ้าง จน หมด สิ้น แต่ เข้า ของ เขา นั้น ก็ มี คุณ ประ โยชน์ เหมือน กัน กับ เข้า ของ คน อื่น แสดง ความ อีก อย่าง หนึ่ง ก็ ได้ คือ ว่า เมื่อ ก่อน เหล็ก ตปู ทั้ง หมด ที่ เคย ใช้ ใน กรุง เทพ ฯ นี้ พวก จีน ตี ขาย ประมาณ ชั่ง ละ สอง สลึง แต่ บัด นี้ ชาว ยุโรป คิด เครื่อง จักร ขึ้น กระทำ เหล็ก ตปู โดย เร็ว ๆ ได้ แล บันทุก เรือ กำปั่น เอา มา ที่ นี่ แล เสีย ค่า บันทุก แล ค่า ภาษี แล้ว ยัง ขาย ได้ ชั่ง ละ เฟื้อง แล เหล็ก ตปู นั้น มี คุณ ประโยชน์ เหมือน กัน วิชา ผสม ทรัพย นี้ มี ธรรม เนียม อยู่ อย่าง หนึ่ง ที่ เปน ผล ประโยชน์ แก่ คน ทั้ง ปวง คือ ว่า ราคา นั้น ได้ เลื่อน สูง ขึ้น ฤๅ ลด น้อย ลง ตาม ที่ มนุษ ได้ คิด ออก กระทำ ใช้ เครื่อง ใหม่ ๆ ที่ เปน เหตุ ให้ คน ประกอบ การ ด้วย มือ นั้น น้อย ไป แต่ คุณ ประโยชน์ ก็ ตั้ง มั่น คง อยู่ นั่น และ เปน เหตุ สำคัญ แล บาง ที ราคา นั้น ก็ ได้ ทวี ขึ้น มาก หลาย แล เหตุ ที่ ให้ ทวี ขึ้น นั้น คือ ความ ต้อง การ ของ มนุษ จึง ทวี ขึ้น เมื่อ เปน เช่น นั้น แล้ว ผล ประโยชน์ ก็ แพร่ หลาย ออก ไป บ้าง มนุษ จึง ได้ อุส่าห์ กระทำ การ มาก กว่า แต่ ก่อน แล การ งาน ของ เขา ก็ มี ผล มาก ขึ้น ทุก ที นั่น และ เปน เหตุ ให้ รู้ ว่า ของ ซึ่ง เปน คุณ ประโยชน์ แก่ โลกย นี้ คง จะ ทวี ขึ้น เสมอ ทุก วัน ๆ แล คง จะ เปน เหตุ ให้ มนุษ ได้ ความ ศุข สบาย มาก ขึ้น วิชา ผสม ทรัพย นั้น ไม่ ได้ สืบ ถาม ว่า ทรัพย เปน สิ่ง ที่ ดี ฤๅ ไม่ ดีนั้นไม่ ได้ เปน กิจ ธุระ ของ วิชา ผสม ทรัพย เลย พึง ให้ วิชา อื่น เสาะ แสวง ถาม ว่า ทรัพย นั้น เปน ผล ประโยชน์ แก่ มนุษ โลกย ทั้งปวง ฤา ไม่ ฝ่าย วิชา ผสม ทรัพย นั้น ได้ รับ เอา ธรรมดา ที่ พระ ผู้ ทรง สร้าง ประทาน ให้ แล ได้ บังคับ ใช้ ธรรมดา นั้น ใน การ วิชา ผสม ทรัพย ถ้า แม้ ทรัพย ไม่ เปน สิ่ง อัน ดี แล้ว วิชา ผสม ทรัพย นั้น ก็ ไม่ ได้ เปน วิชา แท้ แต่ รู้ ว่า วิชา ผสม ทรัพย นั้น เปน วิชา แท้ แล้ว เหตุ ฉะ นั้น ทรัพย คง จะ เปน ของ ดี ที่ มี คุณ ประโยชน์ มาก แก่ มนุษ โลกย นี้ ถ้า เขา จะ จับ จ่าย ใช้ ทรัพย นั้น ตาม อย่าง สม ควร ทรัพย นั้น แล การ ค้า ขาย เปน เหตุ ให้ ชาว เมือง ที่ อยู่ ห่าง ต่าง ประเทศ รู้ จัก คุ้น เคย กัน แล กัน ๚ะ
๏ ธรรมดา โลกย นั้น กระทำ การ อยู่ เสมอ สำหรับ มนุษ แต่ การ นั้น กระทำ เปล่า ๆ ไม่ ได้ บำเหน็จ ค่า จ้าง สิ่ง ไร ฝ่าย ลม แล น้ำ แล อาย น้ำ ที่ เปน ประโยชน์ แก่ มนุษ นั้น กระทำ ให้ ของ สินค้า ทวี ขึ้น เสมอ แล กระทำ ให้ พื้น แผ่นดิน งอก ผล ทุก อย่าง เปน อาหาร ของ มนุษ ทั้งปวง แต่ สิ่ง ของ ทั้ง หลาย นั้น พื้น แผ่นดิน ให้ เปล่า ๆ แต่ พืช น ผล ที่ เปน อาหาร นั้น เพราะ เหตุ การ ของ มือ มนุษ ได้ กระทำ จึง มี ราคา แล ใน การ เคย ใช้ ลม ให้ เรือ บันทุก สินค้า หนัก เดิน ไป มา จาก เมือง นี้ จน ถึง เมือง โน้น ส่วน ลม นั้น ไม่ ได้ ยัง ราคา สินค้า นั้น ให้ มาก ขึ้น สัก นิด การ บันทุก นั้น เคย ให้ สินค้า ต่าง ๆ มี ราคา ขึ้น ก็ จริง แต่ เปน เพราะ เหตุ ค่า จ้าง ลูก เรือ แล ค่า เช่า เรือ ไม่ ได้ เปน เพราะ เหตุ ลม เลย ธรรมดา โลกย ทั้งหลาย เปน เหตุ ให้ ราคา สินค้า ลด ถอย ลง ตาม ที่ จะ บังคับ ใช้ ธรรม ดา นั้น ใน การ กระทำ ให้ สิน ค้า ต่าง ๆ บังเกิด ขึ้น ได้ แล ใน การ บันทุก สินค้า นั้น คือ เอา ไป จาก ที่ บังเกิด ถึง ที่ อื่น เพื่อ จะ ขาย คือ ว่า น้ำมัน ชะระชี้น นั้น เปน ของ อยู่ ใต้ ดิน ไม่ มี ราคา แต่ คน ต้อง ขุด บ่อ ลึก แล มี เครื่อง สูบ เพื่อ จะ ได้ น้ำมัน นั้น ครั้น ได้ น้ำมัน นั้น แล้ว ยัง คุ่น อยู่ แล ต้อง มี เครื่อง ชำระ ฟอก ให้ ใส ถึง กระนั้น น้ำมัน ใน เมือง อะเมริกะ ยัง มี ราคา ถูก ต้อง บันทุก เข้า มา ที่ กรุง เทพ ฯ นี้ จึง มี ราคา ขึ้น เพราะ ทาง ไกล ต้อง เสีย เงิน ค่า เช่า เรือ แล ค่า ลูก เรือ มาก แต่ทว่า เจ้า ของ เรือ กำปั่น ผู้ เอา เข้า มา นั้น เมื่อ คิด เงิน ค่า เช่า เรือ แล ค่า ลูก เรือ หาก ว่า จะ คิด ค่า ลม ที่ ให้ เรือ เดิน มา นั้น เข้า ด้วย คน ทั้งปวง จะ หัวเราะ เพราะ เขา ได้ ลม นั้น เปล่า ๆ ไม่ ต้อง เสีย อะไร ธรรมดา ที่ เปน ใหญ่ เปน เอก ใน การ ให้ ของ ต่าง ๆ บังเกิด ขึ้น นั้น คือ ที่ ดิน เบี้ยก ขึ้น แล ลาง คน จะ ถาม ว่า ถ้า ได ดิน เบี้ยก ขึ้น นั้น เปล่า ๆ เหตุ ไฉน คน เปน อัน มาก จึง ซื้อ ที่ ดิน เสีย เงิน เล่า พึง ตอบ ว่า ตาม ธรรมเนียม มนุษ โลกย นี้ คน ทั้งหลาย หมาย หวง เอา ที่ ดิน เปน ของ ตัว เพราะ เห็น ว่า เปน ผล ประโยชน ของ ตน มาก แต่ ว่า การ ซึ่ง มนุษ จะ เปน เจ้า ของ ที่ ดิน ได้ นั้น เปน การ สม ควร ฤา ไม่ วิชา ผสม ทรัพย นั้น ไม่ ได้ ว่า ถึง เลย ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ขอ คำนับ มา ยัง ครู สมิท ผู้ เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ทราบ คือ ข้าพเจ้า ได้ อ่าน วีก แผ่น ที่ สอง มี ใจ ความ ว่า ด้วย ประ กาศ ว่า ด้วย พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง รับ หนังสือ เรื่อง ราว ใน กรุง แล นอก กรุง กับ ด้วย หนังสือ นา ๆ ประเทศ สิริ รวม กัน เข้า ปี หนึ่ง ถึง ๖๐๐๐ ฉบับ แล้ว ได้ ทรง ตรวจ อ่าน ทุก ๆ ฉบับ แล้ว ได้ ทรง ตอบ ไป บ้าง ก็ มี คือ ราษฎร ทั้ง หลาย ที่ ได้ รับ จดหมาย เหตุ ไป อ่าน นั้น จะ เข้า ใจ ว่า อย่าง ไร บ้าง แต่ ใจ ของ ข้าพเจ้า คิด ว่า การ งาน ทั้ง นี้ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระเม็ตตา กรุณา ต่อ ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่น ดิน อะนา ประชา ราษฎร ซึ่ง ทรง ทราบ ทุกข แล ศุข ของ ราษฎร ทั่ว น่า จึ่ง ได้ ทรง เปน พระกังวน ทุก วัน คืน มิ ได้ ขาด การ เรื่อง นี้ พระบาท สมเด็จ พระ เจ้าอยู่ หัว มี พระเดช พระคุณ ต่อ ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน อนา ประชา ราษฎร ทั่ว ตลอด พระราช อาณา เขตร ครู สมิท ท่าน ออก จดหมาย เหตุ ท่าน ก็ มี ความ ชอบ ต่อ แผ่นดิน เปน อัน มาก ด้วย ท่าน ผู้ ใด ทำ ความ ดี ท่าน ลง ความ ดี ให้ การ สิ่ง ไร เปน ความ ชั่ว ท่าน ชี้ ให้ เหน ความ ชั่ว แล้ว ได้ ทรง ทราบ ถึง พระ เนตร พระ กรรณ สืบ ไป วัน หน้า คน ทั้งปวง จะ ได้ ไม่ อาจ ทำ ความ ชั่ว ต่อ ไป จะ มี ความ อาย จะ มี ความ สะดุ้ง หวาด หวั่น ใจ บ้าง ท่าน ผู้ ใด ที่ ได้ รับ จดหมาย เหตุ ไป อ่าน ท่าน ผู้ นั้น จะ ต้อง ทำ ความ ดี ท่าน ผู้ ใด ไม่ ได้ รับ จดหมาย เหตุ ไป อ่าน ท่าน ผู้ นั้น ก็ จัด เอา เปน คน มืด เพราะ ไม่ รู้ เหตุ อะไร ซึ่ง หนังสือ ของ ข้าพเจ้า ฉบับ นี้ ถวาย คำนับ พระพร ขอ พระองค์ พระชนมายุ ยืน ยาว ราษฎร จะ ได้ เปน ที่ พึ่ง ๚ะ
๏ ควร คน ทั้งปวง จะ จำ ไว้ ว่า ใน หลวง เปน พระ กังวน เปน อัน มาก ให้ ต่าง คน ต่าง คิด ทำ การ ให้ พระ กังวน นั้น น้อย ลง มา อย่า คิด ให้ ทวี ขึ้น เอไดตอร
สยาม ไสมย
๏ ถ้า ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ไม่ อยาก ให้ ชื่อ ของ ท่าน รู้ ถึง ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด นอก จาก เอไดตอร คน เหล่า นั้น ไม่ ต้อง ลง ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ เรื่อง ที่ แต่ง มา เขียน ชื่อ ไว้ ใน กระดาษ ฤา ใน ก๊าด ต่าง หาก ใส่ ใน ซอง กับ เรื่อง นั้น ด้วย เอไดตอร จะ เก็บ ไว้ รักษา ให้ ดี เปน คู่ มือ ของ เอไดตอร ลูก จ้าง แล ลูกสิศ ใน โรง พิมพ จะ มิ ได้ เหน มิ ได้ รู้ ชื่อ นั้น แม้น ใคร จะ มา สอด แนม สืบ เอา ชื่อ แต่ ลูก จ้าง ลูก สิศ ก็ คง ไม่ ได้ การ เชิญ แต่ง เรื่อง แจ้ง ความ ให้ เปน ผล แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง อย่า ว่า ด้วย โมโห อย่า แกล้ง พาโล เขา เปล่า อย่า ว่า ให้ เขา เจบ เคือง ใจ ว่า แต่ การ ควร จะ ว่า ว่า แต่ การ ที่ จะ กันมิ ให้ คน อื่น ต้อง อันตราย มิ ให้ คน อื่น เสีย เปรียบ แก่ เขา เอา แต่ ความ จริง มา พูด ด้วย เรียบ ร้อย เปน ปัญญา เปน คุณ แก่ ท่าน ผู้ อื่น อย่า ผูก หมาย จะ ล้าง ผลาญ ใคร เลย พูด เปน ท่า ทาง จะ ให้ ทุก คน ยิง ดี ขึ้น เท่านั้น ๚ะ
เรือ จม น้ำ
๏ ณวัน พฤหัศบดี เดือน เก้า แรม แปด ค่ำ ลูก จ้าง ครู สมิท ภบ เรือ มาด ลำ หนึ่ง จม น้ำ อยู่ ที่ น่า ห้าง ครู สมิท ที่ บาง คอแหลม ท่าน ผู้ ใด เปน เจ้า ของ เรือ ให้ มา รับ เอา ไป แต่ ต้อง เสีย ค่า ลง พิมพ์ จึ่ง เอา ไป ได้ ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไศมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา นี้
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ขิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เจ็ด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๔ ครบ เจด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ รับ คำ สั่ง แล้ว ให้ เลลัง ขาย ที่ ห้าง ของ เขา ณวัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สาม ค่ำ เวลา เช้า สี่ โมง ของ สิ่ง จะ ขาย นั้น คือ เหล้า ๓๒๐ หีบ เหล้า บรันดี์ เหล้า ลิกูร์ เหล้า แอบซินท์ เหล้า เวอมูท เหล้า อะนีเซดดี้ เหล้า แชมเปน แล ผล ไม้ แช่ อนึ่ง เจด หีบ มี ถึง ๒๐๐ โหล น้ำ หอม ต่าง ๆ จะ มี หนังสือ แจ้ง ความ เลอียด อีก คราว หนึ่ง นาย ห้าง ยุลิง แอน โก ผู้ จะ เถล้ง ขาย นั้น แจ้ง ความ มา ณวัน พฤหัสบดี เดือน สิบเอ็ด แรม ห้า ค่ำ จุลศัก ราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉศก ( ๒ ห ) ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สัก สิทธิ์ นัก
๏ ๔ ยา คือ เอเออร์ เอคู กูเออ แก้ ไข้ จับ แล โรค ต่าง ๆ อัน มัก เกิด ใน ที่ ลุ่ม ที่ ชุ่ม ชื้น นัก ๚ะ
๏ ถ้า เกิด เหตุ ว่า ผิด ลม ผิด อากาศ ผิด ภูม ที่ แล้ว รีบ กิน ยา เอเออร์ เอคู กูเออ ให้ ดับ เหตุ ร้าย แล กิน จน ตัว หาย ดี ยา ขนาน นี้ กิน วัน ละ สี่ หน คราว ละ ช้อน น้ำ ร้อน ช้อน หนึ่ง ก่อน รับ ประทาน อาหาร สัก ครึ่ง ชั่วโมง สาม หน แล ก่อน จะ เข้า นอน หน หนึ่ง ถ้า เดก อายุ สิบ ขวบ ให้ กิน ๓๐ หยด ถ้า ห้า ขวบ ๒๐ หยด ยา ขนาน นี้ กิน ได้ ใน น้ำ ชา น้ำ กาแผ่ น้ำ นม ฤา ใน น้ำ ก็ ได้ ถ้า ไม่ ใคร่ เดิน กิน ยา เม็ด เอเออร์ ปิลซ์ ให้ เดิน ภอ เปน ปรกติ ๚ะ
๏ ๕ ยา คือ เอเออร์ แฮร วิคอร เปน ของ สำหรับ โต๊ะ แต่ง ตัว เปน ยา แก้ ผม หล่น ให้ ดก แล ผม หงอก ให้ มี ศรี อย่าง เดิม ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า จะ ทา ผม เปน แต่ การ ต่ง ตัว ไม่ ต้อง เขย่า ขวด ถ้า จะ ใช้ รักษา เนื้อ ศีศะ เขย่า ก่อน จึง ทา ผม เถิด ๚ะ
๏ เชิญ ไป ซื้อ ยา ห้า อย่าง นี้ ที่ ห้าง เอ ยุลิง แอน โก ตั้ง ห้าง ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ใต้ ปาก คลอง ขุด ใหม่ ล่าง เหนือ ตึก กงซุล โปรตุเกษ ขึ้น ไป น้อย หนึ่ง ๚ะ
เปน ยา แก้ โรค
![['แก้ โรค ตับ ต่าง ๆ', 'J.HAYDOCKS NEW LIVER PILL', 'ยา เม็ด ตับ เฮด๊อก ใหม่']](../0001-02-13_5_2.png)
๏ เปน เหตุ ให้ เกิด ความ ไข้ ใน ท้อง ใน ไข่ดัน แล ใน เส้น เอน ซึ่ง จะ ว่า มา ข้าง ล่าง นี้ ภอ เปน ใจ ความ คำ ส่อน ว่า ด้วย ตับ ได้ แต่ง อ่าน ใน ตึก สอน ตำรา ยา คัด เลือก แต่ แพทย หมอ ทุก แพทย ๆะ
๏ ก็ เปน ที่ รู้ กัน ว่า ตับ เปน เครื่อง สำคัญ ทำ โล หิต แล ทำ ให้ โลหิต นั้น หมด จด ใน การ รอบ กาย เพราะ ตับ นั้น เปน ของ ใหญ่ แล เปน ของ เหมือน ฟอง น้ำ ตับ นั้น เปน พนักงาน สำคัญ นัก ใน ส่วน ร่าง กาย ที่ จะ จัด อาหาร ให้ เปน เนื้อ แล อุปถำภ์ เลี้ยง ร่าง กาย ให้ จำเริญ อาหาร ที่ รับ เข้า ใน ปาก แล้ว แล กะเภาะ กระทำ ให้ เปน น้ำ หวาน แล ของ ใช้ เปน ของ เลี้ยง ชีวิตร ได้ น้ำ นั้น จึ่ง เข้า เส้น ใหญ่ ที่ หัว ใจ เข้า อาไศรย การ ของ ตับ น้ำ เสบียง นั้น กลับ เปน น้ำ ตาล ไป อย่าง หนึ่ง แล้ว ออก จาก ตับ อาไศรย เส้น ใหญ่ ที่ ตับ เส้น หนึ่ง แล แล่น ออก ไป ทั่ว ตลอด ร่าง กาย ของ ที่ บัด นี้ เกิด ขึ้น ใหม่ มี คุณ เปน ประโยชน์ ไป สอง อย่าง ทำนุ บำรุง ไฟ ธาตุ อย่าง หนึ่ง แล ให้ ของ ใน ร่าง กาย ทุก ชนิด งอก เปน ช่อง เปน ชั้น ๆะ
๏ หมอ เมอซิซอน ว่า ของ ที่ เข้า เปน ดี นั้น แล ของ ซึ่ง ออก จาก ดี นั้น เปน ของ เลอียด ลึก นัก ดี นั้น มา จาก ตับ เสมอ มัก รีบ มาก เข้า ก่อน รับ ประทาน อาหาร แล ภอ อิ่ม เลิก กิน แล้ว ก็ ค่อย ยุบ ลง ถ้า ตับ นั้น ไม่ ไว ไม่ ปรกติ ฤา ถ้า ดี นั้น มี ที่ ขัด เข้า แล้ว ตัว ก็ จะ ซูบ ผอม ลง แล ความ ไข้ คง บังเกิด ขึ้น ที่ นี้ จะ หมาย อาการ แปด อย่าง ที่ บัด นี้ มัก มี ที่ ท่าน ทั้งหลาย ทั่ว กัน รู้ ด้วย ฯะ
๑ คน ไข้ นั้น บ่น ว่า หนัก แล ตึง ที่ ต้น ท้อง ๒ ท้อง แล ไส้ ขึ้น ด้วย ลม ๓ ร้อน ใน อก ใน ใจ ๔ บ่น ว่า เหนื่อย เมื่อย เนื้อ ตัว ขา แขน แล เหา นอน นัก ภอ รับ ประทาน อาหาร แล้ว ๕ รส ที่ ปาก ไม่ ดี ใน เวลา เช้า ลิ้น ติด ของ หนา ๖ ท้อง มัก ผูก แต่ ลง เปน คราว ๆ ๗ ปวด ศีศะ แล ที่ หน้า ผาก ๘ ไม่ สบาย ใจ ใจ ซา ไป ตัว อ่อน ไป ไม่ อยาก จะ ทำ การ มัก ผัด จน พรุ่ง นี้ ทั้ง นั้น
๏ อาการ ซึ่ง ว่า มา แล้ว ทั้ง ๘ นี้ เปน อัน ปรากฎ ให้ เหน ว่า ตับ นั้น ไม่ ปรกติ ถ้า ทำ การ สำหรับ ตับ ไม่ ปรกติ ฤา จะ จัด การ ของ คน ไข้ นั้น ผิด ไป ก็ จะ เกิด เหตุ ใหญ่ ควร ที่ คน ไข้ นั้น จะ รีบ หา ของ ซึ่ง จะ ให้ ตับ นั้น ไว ขึ้น ยา สำหรับ การ นี้ มัก เปน ยา เม็ด การ ที่ เคย มี ทุก วัน ให้ เหน ว่า เมื่อ ยา เม็ด นั้น ประสม ทำ ถูก ต้อง แล้ว เปน อย่าง สดวก ที่ จะ ช่วย ตับ ให้ ทำ การ สำหรบ ตับ ให้ ได้ แล ยา เม็ด นั้น เปน อัน ไว้ ใจ ได้ ท่าน ทั้งหลาย ที่ มา ฟัง คำ นี้ ก็ รู้ ว่า ข้าพเจ้า ได้ เปลือง เวลา ชีวิตร ของ ข้า พเจ้า หลาย ปี มา แล้ว คิด อ่าน ประสม ทำ ยา เม็ด ให้ เปน การ ช่วย การ ของ ตับ แล ดี ให้ สดวก ให้ แน่ ข้าพเจ้า ไม่ มี ความ เชื่อ ใน ยา ถ่าย ให้ ลง มาก นัก จึ่ง ได้ คิด อ่าน ทำ ยา เม็ด อย่าง หนึ่ง ครั้น จะ กิน แต่ เม็ด เดียว นั้นก็ จะ ให้ ลง แน่ แล ภอ เหมาะ กับ การ ด้วย ข้าพเจ้า จึ่ง ได้ ตั้ง ชื่อ เรียก ยา เมด นี้ ว่า ฯะ
เม็ด เดียว เม็ด เดียว เม็ด เดียว ภอ คราว หนึ่ง
๏ ยา เม็ด ตับ เฮดอก ใหม่ ขนาน นี้ เปน ยา สัก สิทธิ์ แก้ โรค ตับ โรค ขัด เบา เม็ด เดียว จะ ให้ สิ้น สงไสย ของ คน อัน ไม่ เชื่อ เลย ฯะ
๏ ยา เมด ตับ เฮดอก ใหม่ จะ แก้ โรค ของ ผู้ หญิง เปน แน่ โรค คือ เมื่อย เหนื่อย ตัว อ่อน กำลัง ไม่ ใคร่ ไว ไม่ อยาก รับ ประทาน อาหาร แล ปวด ศีร์ศะ ฯะ
๏ ยา ขนาน นี้ ให้ เกิด การ เหมือน กัน ทั่ว กัน แทบ จะ รับ ได้ ว่า คง แก้ คน ไข้ ทุก คน ฯะ
๏ ทุก ๆ ขวด มี ยา ขวด ละ ยี่สิบ เม็ด เม็ด เดียว ภอ แก้ คราว หนึ่ง ราคา ขวด ละ ยี่สิบ ห้า เซนต์ พวก ขาย ยา มี ยา นี้ ขาย ทุก ห้าง ฯะ
๏ ยา เม็ด นี้ ทุก เม็ด หุ้ม ด้วย น้ำ ตาล ถ้า ห้าง ขาย ยา ที่ ตัว เคย ซื้อ ไม่ มี ยา เม็ด นี้ ขาย ข้าพเจ้า จะ ส่ง ยา นี้ ออก ทาง ไปรสนีย์ ให้ แก่ ท่าน ทุก นาย เมื่อ ได้ รับ ราคา ขวด ละ ยี่สิบ ห้า เซนต์ ห้า ขวด เหรียน หนึ่ง รีบ ซื้อ ไว้ เถิด อย่า เนิน อย่า ช้า เลย ฯะ
HAYDOCK & Co.,
New York, U. S. A.
๏ คำ เตือน เพื่อ จะ ได้ ยา เมด เฮดอก แน่ จง จำ ไว้ ว่า ทุก โหล ห่อ นั้น มี ชื่อ นาย ห้าง เขียน อยู่ กับ ห่อ ละ โหล นั้น ดัง นี้ W. H. TONE & Co. ถ้า ไม่ มี ชื่อ นาย ห้าง เขียน ดัง นี้ อย่า ซื้อ ไว้ เลย ฯะ
๏ ณะ กรุง เทพ นาย ห้าง ยุลิ่ง แอน โก เปน แอเยนต รับ ขาย ยา เมด เฮดอก แต่ ห้าง เดียว ห้าง เฮดอก แอน โก ที่ เมือง นุยอก ประเทศ อะเมริกะ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สาม ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๕ ปี มะแม เบญจศก (จ ห) ฯะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด