
| เล่ม ๓ แผ่น ๑๐ วัน พุฒ เดือน สิบสอง ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ปี วอก ฉอ ศก ๑๒๔๖ |
๏ โอ้ สงสาร มาร ซื่อ ชื่อ พี่เภก โหรา รู้ ดู ดี คำภีร์ เอก เลิศ ใน เลข ไตร เพศ วิ เสศ สะยา เมื่อ ทำนาย ทาย สุบิน ทศภักตร์ พระยา ยักษ ขัด เคือง จะ เข่น ฆ่า กุมกรรณ อินทร ชิต คิด เมตา ทูล ขอ โทษา พระยา ยักษ์ สั่ง ให้ ไล่ ขับ เสีย จาก เมือง ได้ แค้น เคือง คิด วิตก เพียง อก หัก มา ประสาท โสฏ สุด บุตร เมีย รัก ซบ ภัก โสกา น้ำ ตา นอง สว่าง สอื้น กลืน กลั้น ที่ กันแสง จึ่ง ชี้ แจง สอน สั่ง เจ้า ทั้ง สอง จง สงวน นวล นาง อยู่ ปราง ทอง เปน กรรม ของ พี่ แล้ว จะ ขอ ลา เจ้า อยู่ หลัง ฟัง คำ จง จำ ไว้ อย่า ถือ ใจ เลย ว่า เจ้า มี วงษา ได้ ความ เขญ ใคร จะ เหน แก่ ภักตรา เคราะห์ ชตา ตก อับ นับ จะ อาย เคย สำอาง อย่าง แต่ ก่อน จง ผ่อน ผัน แป้ง น้ำ มัน เขม่า ขมิ้น สิ้น ทั้ง หลาย ให้ รู้ จัก รัก เจียม เสงี่ยม กาย แม้น มิ ตาย คง ภบ ประสบ กัน ตรีชดา อาดูร พูน เทวศ ชลเนตร นอง ปราง พลาง กระ ศัลย์ เข้า กราบ บาท ภัศดา แล้ว จาบัลย์ อภิวันท์ วอน ทูล มูล คดี จะ อยู่ ไย ได้ ทุกข์ ฃอ ทุกข์ ด้วย อยู่ กี่ ม้วย แม้น ไป ไม่ บัด ศรี่ พระ เคย โปรด ศุข กระเษม ให้ เปรม ปรี่ โอ้ ครั้ง นี้ จะ เหน ใคร ขอ ไป ตาม สงสาร แต่ เบญกาย สาย สวาสดิ์ ดั่ง นาง นาฎ ใน สวรรค์ ที่ ชั้น สาม วิไล ลักษณ ภักตร ผิว ดั่ง เพญ งาม พะยา ยาม เยาวรุ่น จำเริญ ทรง สงวน ไว้ ใน ปราง เหมือน นาง แก้ว เปน กรรม แล้ว ลูก น้อย นวถหงษ์ โอ้ ครั้ง นี้ ที่ ไหน จะ เหน องค์ นาง โศก ทรง สอง ทุกข์ เข้า ทับ ทรวง พระยา ยักษโศก ศัลย์ รำพรรณ ปลอบ เจ้า ว่า ชอบ การ หญิง ทุก สิ่ง หวง ค่อย อยู่ เลี้ยง ลูกยา ธิดา ดวง อย่า เปน ห่วง กับ พี่ เจ้า ตรีชดา อัน ครั้ง นี้ พี่ จะ ไป จาก ไกล แล้ว น้อง แก้ว อยู่ หลัง ระวัง หน้า สงวน องค์ จง ดี มี อาชา เลี้ยง ลูก ยา ยัง เยาว อย่า เบา ความ อนึ่ง นาง สาว ใช้ ใน ปราสาท ถ้า พลั้ง พลาด เล็ก น้อย ค่อย ไต่ ถาม จง ไว้ หู ฟัง หู อย่า วู่ วาม พูด ให้ งาม ไพร่ ผู้ ดี มี เมตต อย่า ถือ ผิด เปน ชอบ ประกอบ สัจ รวัง ไว้ ใน สวัสดิ์ รักษา เปน สัตรี ที่ ชั่ว ทั่ว นินทา เหมือน หนึ่ง กากี แกม กล กับ คน ธรรพ์ อีก สมุค แก้ว ทอง ของ ใน ตู้ จง หมั่น ดู ให้ มาก ทั้ง ภาค ฉันท์ แบบ ฉบับ ตำรา สาระพรรณ จง ผ่อน ผัน เลือก ใช้ ที่ ได้ การ พิศ โฉม เบญกาย เสีย ดาย นัก โอ้ ลูก รัก เปน กำ พร้า น่า สงสาร อัน สัตรี ดี ด้วย ชาย หมาย ประมาณ หญิง เข้า สาร ชาย เข้า เปลือก เกลือก สุธา เจ้า เปน บุตร สุด รัก ของ บิตุ เรศ ดั่ง ดวง เนตร ควร เมือง ใน เบื้อง ขวา เจ้า จง จำ คำ คิด ถึง บิดา จะ เจรจา สุก นั่ง แล นอน เดิน อิริยา บท สี่ เปน ที่ ยิ่ง รักษา สิ่ง สวัสดิ์ ที่ สรรเสริญ สำรวม เนตร สัง เกต ใจ อย่า ได้ เพลิน นุ่ง ประเชิน ห่ม เจียม เสงี่ยม จน สงวน งาม ยาม ขับ อาภัพ ญาติ อย่า หมาย มาท พึ่ง ผู้ ใด ไม่ เปน ผล เหน แต่ หน้า แม่ ลูก กัน สอง คน จะ ขัด สน ไป ทุก ท่า สาระพรรณ์ เบญกาย กอด บาท อนาถ แน่ ก็ โศก แล้ ส่ง เสียง ต่าง กระศัลย์ พร้อม พี่ เลี้ยง สุรางค์ นาง กำนัล สอื้น อั้น โอฐ เสียง สำเนียง ครวญ ตรีชดา ว่า โอ้ พระ ไพสวรรค์ ดั่ง ดวง จันทร์ แจ่ม ฟ้า เวหา หวล พระ จร จาก พราก ไป ใจ รันจวน จะ สงวน ชีพ ไว้ ทำ ไม มี เบญกาย ว่า พระ จอม กระ หม่อม แก้ว พระ ลับ แล้ว ลูก ขอ ลา ไป เมือง ผี จะ อยู่ ใย ให้ ยักษา ทำ ยายี ไม่ ถึง ที่ แต่ เปน กำม์ ต้อง จำ ตาย สาว สนม ว่า พระ ร่ม เสวตรฉัตร สาระพัด เที่ยง ธรรม์ ตั้ง มั่น หมาย รู้ ทุก สิ่ง จริง ประจักษ ที่ ทัก ทาย ได้ สะบาย พึ่ง บุญ พระ คุณ เย็น พระ ไทย เหมือน น้ำ ใน อะโนดาษ จาก ปราสาท แล้ว ที่ ไหน จะ ได้ เหน จะ อาดูร พูน ทเวศ น้ำ เนตร กระเดน ไม่ วาย เว้น โศก ศัลย์ ถึง พัน ปี พระยา ยักษ ทัก ห้าม ที่ ความ โศก อย่า วิโยค ร่ำ ร้อง ไม่ ต้อง ที่ ประโลม ปลอบ วรนุช พระ บุตรี จำเริญ ศรี รุ่น ทรง เจ้า จง จำ จะ เปน สาว คราว โศก รักษา ศักดิ์ ให้ รู้ จัก ชอบ ผิด คิด ข้อ ขำ จะ เจรจา อย่า ให้ คน เขา เคือง คำ ถ้า จะ ทำ สิ่ง ใด ให้ พินิจ จะ นุ่ง ผ้า ทา แป้ง ตก แต่ง องค์ ภอ สม ทรง สาระพัด อย่า ดัด จริต งาม ยศ มาระ ยาต ทั้ง ผาด พิจ อย่า คบ คิด คน พาล สัน ดาน โกง ทศกรรณ เจ้า กรุง ลุง ของ เจ้า เปน คน เมา ตัณหา จะ ตาย โหง ทำ โมโห โกรธา บ้า ลำโพง เที่ยว โป้ง โหยง หยาบ ช้า ทำ สาธารณ์ พ่อ ทูล เธอ ตาม ชื่อ มา ถือ โกรธ พิฆาฏ โทษ ถึง ชีวิตร จะ คิด ผลาญ จะ อยู่ ไย ไล่ ขับ ให้ อับ ประมาณ ไป เปน ข้า พระ อะวะตาล เต็ม พระไทย แม่ ศรี วัง ฟัง สอน บิดา สั่ง เจ้า อยู่ หลัง ลุง อา อัชฌา ไศรย อย่า ประจบ คบ หา เวียน มา ไป จง อยู่ ใน ปราง มาศ ราชวัง อย่า รู้ เหน เปน ใจ ได้ อาษา ตรีชดา เบญกาย อยู่ ภาย หลัง จง ขอด คำ จำ ไว้ ให้ ระวัง เชิง เขา ชัง ลุง บ้า บิดา ดู จำ เจบ อก ตก ยาก ลำบาก แล้ว โอ้ ลูก แก้ว รัก ตัว กลัว อตสู จง ตรอง เกรง ตรก กริ่ง สิ่ง สัตรู เจ้า เร่ง รู้ ระวัง องค์ ให้ จง ควร เปน สัตรี มี ศักดิ์ ให้ บริสุทธิ์ แม่ เปน บุตร องค์ เดียว บิดา สงวน อยู่ ปราง มาศ ราช วัง เปล่ง ปลั่ง นวล จะ รันจวน เจบ จิตร เพราะ บิดา เธอ ตรัส สั่ง บุตร สาว เมื่อ คราว สร่าง กำนัล นาง แน่น น้อม อยู่ พร้อม หน้า เธอ สั่ง สอน ผ่อน ผัน เปน ชั้น มา ทั้ง ทาษา ทาษี แล สาว ใช้ เมื่อ คราว ดี มี สุข ไม่ ทุกข์ โศก สำหรับ โลกย์ ทั่ว หล้า อัชฌา ไศรย เคราะห์ ร้าย นาย โกรธ อย่า โทษ ใคร โทษ เอา ใจ ตัว เอง ไม่ เกรง นาย จง ฝาก ตัว กลัว ผิด คิด ที่ ชอบ ตาม ระบอบ บุราณ ประมาณ หมาย ข้า ดี เพราะ เจ้า บ่าว ดี เพราะ รัก นาย อันตะราย นอก ใน ระไว ระวัง ฯะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ ณวัน อังคาร เดือน สิบ สอง ขึ้น สาม ค่ำ ปี วอก ได้ ยิน เสียง กลอง แล ปี่ แล แฉ่ง แห่ มา ยัง บางรัก ถนน กรุง เจริญ ข้าพเจ้า ได้ ออก ไป ดู ได้ เหน แห่ ศพ เจ๊ก อั๊งยี่ กระบวน แห่ ของ เขา นั้น คือ มี เดก สอง คน ถือ ยอด ไม้ ไผ่ สด แล้ว มี โคม กลม ๆ เขียน อักษร ขาว กระ ดาษ เขียว ห้อย ไว้ ที่ กิ่ง ไม้ นั้น แล้ว มี โต๊ะ คน หาม สอง คน มี ดอก ไม้ ธูป เทียน บน โต๊ะ นั้น แล้ว มี ศพ อยู่ หว่าง กลาง ฝูง คน แล้ว มี คน เป่า ปี่ ตี กลอง ตี แฉ่ง ตาม หลัง จะ ไป เผา วัด สวนพลู แล้ว มี คน ทิ้ง กระดาษ เงิน กระดาษ ทอง มี คน ถือ ไฟ ตาม หลัง พวก แห่ ศพ นั้น เปน พวก อั๊งยี่ ตาม ประดา พวก อั๊งยี่ แล้ว ถ้า ใคร ตาย ต้อง ช่วย กัน ทำ ศพ ธรรมเนียม ช่วย กัน ใน การ ศพ ก็ เปน การ ดี อยู่ แล้ว ๚ะ
๏ ณวัน เสาร เดือน สิบสอง ขึ้น เจด ค่ำ เวลา บ่าย สอง โมง พวก จีน มี กระบวน แห่ ใหญ่ มี ทหาร กำ กับ ดู แล มิ ให้ เปน อันตราย พวก จีน ใน กระบวน แห่ นั้น ประมาณ สัก ห้า ร้อย คน แห่ ขึ้น ไป ตาม ถนน ใหม่ ถึง ประตู เมือง แล้ว แห่ กลับ ลง มา ใน กระบวน แห่ มี ของ ปลาด ต่าง ๆ นั้น ๚ะ
๏ ณวัน ศุกร เดือน สิบสอง ขึ้น หก ค่ำ ปี วอก ฉศก เวลา หก โมง เช้า มี รถ คัน หนึ่ง เดิน ลง ไป ข้าง ล่าง แล้ว หยุด รถ เจ้า ของ รถ ไป เลี่ย หมด แล้ว ม้า นั้น ควบ ใหญ่ ด้วย รถ เปล่า แล้ว เจ้า ของ ตาม ไป ทัน จับ ม้า แล้ว รถ เลย ทับ เอา รถ เปล่า ๚ะ
๏ ณวัน ประหัสบดี เดือน สิบสอง ขึ้น ห้า ค่ำ ปี วอก ฉศก เวลา บ่าย สี่ โมง เสศ มี รถ จ้าง อยู่ ตำแหน่ง บ้าน หม้อ บันทุก คน มา ประมาณ ๖ คน ๗ คน จะ ลง ไป ถนน ตก ครั้น ควบ ม้า ให้ วิ่ง ข้าม ตะพาน ตรอก เสมียน จิ่น แล้ว ทับ คน ที่ น่า บ้าน กงซุล อังกฤษ คน ถูก ทับ นั้น นอน อยู่ สัก ครึ่ง โมง แล้ว ลุก ไป ๚ะ
๏ ณวัน เสาร เดือน สิบเอ็ด แรม สิบ ค่ำ ปี วอก ฉศก เวลา บ่าย เจด โมง เสศ มี อ้าย ผู้ ร้าย มา ปา บ้าน นาย แย้ม สอง ครั้ง ปา ด้วย หิน สี่ลา ถูก หลังคา ข้าง ทิศ ตวัน ออก ทะลุ ตก ลง ใน บ้าน ทั้ง เดก ผู้ ใหญ่ หญิง ชาย ตก ใจ กัน เปน อัน มาก ๚ะ
ข่าว โทรเลข ใน
๏ ปาก น้ำ วัน ประหัสบดี เดือน สิบสอง ขึ้น ห้า ค่ำ เวลา เช้า สาม โมง ครึ่ง เรือ ไฟ กรอโกไดล มา ยัง ปาก น้ำ แล้ว ก็ เลย ไป จะ ไป ยัง บาง พระ พระยา อาหาร อยู่ ใน เรือ ไฟ ลำ นี้ ด้วย ฯะ
ณวัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สาม ค่ำ
เงิน แบงก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลึง ๙ เปนซ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลึง ๙ เปนซ กับ สาม อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียญ ๕๑ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สิบ เอ็ด แรม เจด ค่ำ กอมมะโดร์ บังคับ กำปั่น รบ อังครีษ ตาม ทเล เกาะ ออศ แตรเลีย รับ คำ สั่ง แล้ว ให้ ไป ยัง เกาะ นุคินี แล ประ กาศ ความ ว่า ฝั่ง ทิศ ใต้ แล เกาะ อัน อยู่ เหล่า นั้น อังครีษ เปน ธุระ ป้อง กัน รักษา แล้ว แต่ ใน ครั้ง เดียว นี้ ไม่ ยอม ให้ คน ไป ตั้ง อยู่ ก่อน ฯะ
๏ กวิเบก วัน จันทร เดือน สิบเอ็ด แรม เก้า ค่ำ เกิด การ จะ ทำลาย ตึก ปาเลี่ยเมนต ใน เมือง กวิเบก ด้วย ดิน ไดนา ไมต ของ เสีย มาก เพราะ การ ร้าย นั้น ด้วย ฯะ
๕ พระองค์
๏ ที่ ๔ พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว พระองค์ นี้ จะ หา พระบรม กระษัตร พระองค์ ใด มา เปรียบ ไม่ มี เปน สอง แล้ว มี พระปัญญา เปน พระ บรม ราช ปราช อัน ประเสริฐ ทรง ตรัส รู้ พระไตรย ปิฎก ธรรม จบ ตลอด ไม่ มี เกิด อาจาริย องค์ ใด จะ มา กราบ ทูล ถวาย ต่อ ไป ได้ ได้ ทรง ทำนุ บำรุง พระ พุทธ สาศนา เลือก คัด คำภีร์ พระบาลี มา คับ สั่ง สอน สานุศิส สงฆ์ ให้ ประพฤติ ตาม กิจ วินัย ศึกษา บท ตาม ที่ ถูก ชอบ โดย พระพุทธ ฎีกา ประทาน นาม ว่า ธรรม ยุติตา ขึ้น เปน แผนก หนึ่ง พระธรรม ยุติกา นี้ เปน พระสงฆ์ บริสุทธิ์ ถือ ตาม พระปาติโมข สังวร ศีล โดย เลอียด พระธรรม ยติกา ซึ่ง เปน สิศ พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ได้ สืบ เจริญ มา จน ทุก วัน นี้ เปน ที่ สัปรุษ ชื่น ชม เลื่อม ใส สัทธา ใน ฝ่าย พระสงฆ์ ธรรม ยุติกา ว่า เปน สงฆ์ บริสุทธิ์ ราว เรา ทั้งหลาย ควร จะ คิด ถึง พระเดช พระคุณ พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ซึ่ง เปน พระบรม ครู ได้ ทรง ยก ย่อง ก่อ สร้าง พระธรรม ยุติกา มา เปน ต้น เดิม ให้ ชาว เรา ทั้งหลาย ได้ บริจาค ทาน โดย ความ เตม ใจ เลื่อม ใส ให้ กระทำ ดวง จิตร ได้ ผ่อง แผ้ว บริสุทธิ์ ทาน อัน นั้น จึ่ง จะ ได้ เปน ผล กุศล อัน ประ เสริฐ ชาว เรา ทั้งหลาย ควร จะ ถือ ใจ ว่า พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว เปน พระ สัมมา สัม พุทโธ เจ้า ของ เรา อีก องค์ หนึ่ง ได้ ตรัส สำเร็จ แก่ พระ โพธิญาณ ใน ระหว่าง สาสนา พระ สมณ โคดม เจ้า พระ ธรรม ยุติกา คือ เปน อาริย สาวก ของ พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ๆ มี พระเดช พระคุณ แก่ ชาว เรา ทั้งหลาย ครั้น เมื่อ พระองค์ เสด็จ เถลิง ถวัลยราช สมบัติ ทรง รับ ฎีกา ระงับ ทุกข ของ ราษฎร ที่ ได้ ความ เดือด ร้อน ครั้ง นั้น คน เขียน หนังสือ ไทย ที่ ถูก เอก โท ตัว อักษร สูง ต่ำ กลาง ตัว สกด หา ยาก ไม่ ใคร่ จะ มี ก็ ทรง เปน พระบรม ราช ธุระ ธรมาน ด้วย พระ ปัญญา ถ้า ใคร เขียน ฎีกา ขึ้น ทูล เกล้า ฯ ถวาย ถ้า ผิด เอก โท ตัว อักษร มี โทษ ปรับ คน ครั้ง นั้น จึ่ง ได้ อุสาหะ เล่า เรียน ศึกษา ให้ เขียน หนังสือ ถูก ต้อง จึ่ง ได้ สืบ เนื่อง มา จน ทุก วัน นี้ มี เสมียน เขียน หนังสือ ถูก เอก โท ตัว อักษร มี มาก ก็ ด้วย พระ บารมี พระ บาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ความ วิเสศ พิสดาร อื่น ๆ ยัง มี มาก นัก เหลือ ปัญญา ที่ จะ พรรณา พึ่ง ทราบ ภอ สังเขป วะ
๏ ที่ ๕ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ละออง ธุลี พระ บาท ปก เกล้า ปก กระหม่อม ชาว เรา ได้ ความ สุข อยู่ ทุก วัน นี้ มี บุญญา พระบารมี เปน อย่าง สูง ที่ สุด ประกอบ ไป ด้วย พระปัญญา อัน ประเสริฐ ทรง ทศพิศ ราช ธรรม บำรุง ไพร่ ฟ้า ประชา กร ให้ อยู่ เย็น เปน สุข ทั่ว หน้า กัน มิ ให้ ผู้ มี อำนาถ ใหญ่ ข่ม ขี่ ผู้ น้อย ให้ ได้ ความ เดือด ร้อน มิ ได้ ทรง เหน แก่ ความ เหนื่อย ยาก ลำบาก พระองค์ ทรง พระราช หัตถ เลขา เซน เรื่อง ราว ฎีกา ของ ราษฎร ปี หนึ่ง ๆ นับ ด้วย พัน ฉบับ ตาม ที่ ได้ เหน บาญชี ใน หมาย ประกาศ ควร ที่ ชาว เรา ทั้งหลาย ถวาย บังคม คิด ถึง พระเดช พระ คุณ ที่ เปน ข้า ราชการ ก็ ควร จะ รักษา ราชการ ของ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว โดย สุจริต แขง แรง ตาม ที่ ได้ ทรง พระ มหา กรุณา ชุบ เลี้ยง ตาม ตำแหน่ง กรม ตำแหน่ง ที่ ที่ ทรง ไว้ วาง พระไทย ต่าง พระเนตร พระกรรณ ถ้า เปน คน ราษฎร ก็ ควร คิด ถึง พระเดช พระคุณ ประพฤติ ชอบ ตาม กฎหมาย ซึ่ง ทรง พระราช บัญญัติ ไว้ อย่า ฝ่า ฝืน ให้ ผิด ไป พระบาท สม เด็จ พระเจ้า อยู่ หัว พระบารมี ประเสริฐ เปน อัศจรรย ควร ชาว เรา ทั้งหลาย ต้อง ชม สรรเสริญ พระบารมี ตั้ง แต่ ได้ เสวย ศิริราช สมบัติ อนา ประชา ราษฎร มั่ง มี ศรี ศุข เจริญ ไป ด้วย ทรัพย สมบัติ ทวย ราษฎร ทุก วัน นี้ ที่ นุ่ง ห่ม แต่ง ตัว ก็ ดู หมด จด งด งาม ผิด กว่า แต่ ก่อน ชั้น ขุน เล็ก หมื่น น้อย พลเรือน แต่ง ตัว นุ่ง ผ้า นุ่ง แพร คาด เขม ขัด สวม เสื้อ บื้ด หมวก กาง ร่ม เสื้อ ขาว นั้น ก็ ซัก รีด หมด จด สอาด เบ้า อก แขวน นาฬิกา พก มี หีบ เงิน ใส่ หมาก ซอง เงิน ใส่ บุหรี่ ชุม มาก นัก ฝ่าย สัตรี ก็ กิน กล่อง เงิน หีบ เงิน ชุก ชุม มาก เพราะ ความ เจริญ มั่ง มี ขึ้น กว่า คน แต่ ก่อน ใน ถนน หลวง ก็ รถ ม้า ออก ตื่น ไป ทุก ถนน ท้อง น้ำ ก็ เรือ กล ไฟ แล่น ขึ้น ล่อง ออก พล่าน ไป บ้าน เรือน ก็ ล้วน แล้ว ไป ด้วย ตึก มั่งคั่ง เปน ที่ สง่า แก่ พระ นคร เมื่อ แต่ ก่อน ตั้ง แต่ ใต้ วัด ทอง ธรรม ชาต ลง ไป ทั้งสอง ฟาก น้ำ ดู เปน บ้าน สวน เรือน จาก ห่าง ๆ กัน เดี๋ยว นี้ ล้วน ตึก แล เรือน ฝา กะดาน คับ คั่ง ลง ไป จน ถึง บาง น้ำชน ถึง บาง คอแหลม ทาง บก ถนน บำรุง เมือง แต่ ก่อน ก็ เปน ป่า รก เชือก สวน เดี๋ยว นี้ ก็ เปน ตึก เปน โรง มาก แล้ว เกือบ จะ ไม่ มี ที่ ว่าง บ้าน เรือน ใน กรุง เทพ ฯ ทุก วัน นี้ คน ประกอบ ไป ด้วย ความ มั่งมี แต่ ก่อน ๆ ระดู หนาวระดู หนึ่ง เกิด เพลิง ไหม้ หลาย สิบ ตำบล เดี๋ยว นี้ ไม่ ใคร่ มี เพราะ บ้าน เรือน เปน ตึก ไป มาก ซึ่ง เปน ไป ดัง นี้ ก็ ด้วย บุญ พระบารมี พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ปก เกล้า ฯ อนา ประชา ราษฎร จึ่ง ได้ สมบรูณ มั่งมี แล ประกอบ ไป ด้วย ความ ฉลาด รู้ จัก ทำ การ วิชา ช่าง อย่าง ชาว ประเทศ ยูโรป คน ชาว ประเทศ ทุก วัน นี้ มี ความ ฉลาด มาก กว่า คน แต่ ก่อน เพราะ ได้ เห็น ของ วิเลศ ของ ปลาด ต่าง ๆ ซึ่ง ทรง พระมหา กรุณา โปรด เกล้า ฯ ตั้ง ให้ มี มิวเซียม ขึ้น ใน พระบรม มหา ราชวัง แล มี การ นาเช่อนแนล เอกซิบิเช่อน ได้ ดู ของ ปลาด ของ วิเลศ ต่าง ๆ แนะ นำ ให้ คน มี ปัญญา ฉลาด ๆ แล้ว ก็ ย่อม จะ ประกอบ ทรัพย ให้ เจริญ มั่ง มี จะ ขอ กล่าว คำ สรรเสริญ พระ บารมี พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว โดย วิถาน พิศดาร ด้วย ทรง พระปัญญา หา ที่ เปรียบ มิ ได้ ซึ่ง ทรง บำเพ็ญ ทาน การ พระราช กุศล คือ ทำ การ ร้อย ปี่ สิบ หก ปี ที่ ได้ ทรง ล่วง แล้ว ไป เปน ที่ นักปราช ชม สรรเสริญ พระ ปัญญา อย่าง ยิ่ง ที่ สุด อนึ่ง ทรง พระมหา กรุณา แก่ สมณ พราหมณา ประชา กร ทรง เลือก คัด จัด สัน คน มา หัด เปน ทหาร สำหรับ จะ ได้ รักษา ราชการ ทั้ง ทหาร บก ทหาร เรือ เปน ที่ สง่า งาม มาก คับ คั่ง พระนคร มิ ให้ อรินทร์ ราช ศัตรู ก่อ การ กำเริบ ขึ้น ได้ ฝ่าย ทหาร บก ก็ โปรด เกล้า ฯ ให้ สร้าง ตึก เปน ที่ อยู่ ของ ทหาร สอง สาม ชั้น กว้าง ขวาง ใหญ่ โต เปน ที่ เฉลิม พระเกียรติยศ แห่ง หนึ่ง แล เปน ที่ ค่าย มั่น อยู่ ใน พระนคร ฝ่าย ช้าง ตวัน ตก ก็ โปรด เกล้า ฯ ให้ ทำ เปน ที่ ทหาร เรือ อยู่ ก่อ เปน กำแพง รอบ กว้าง ขวาง ใหญ่ โต ภาย ใน มี ที่ สนาม หัด แต่ ที่ คน ทหาร อยู่ ก็ เปน ค่าย มั่น ตั้ง อยู่ ฝั่ง น้ำ ตวัน ตก แห่ง หนึ่ง ใน ลำ น้ำ เจ้า พระ ยา แล ลำ น้ำ เมือง นน บุรี ก็ โปรด เกล้า ฯ ให้ มี ทหาร กอง ลาด ตระเวน รักษา น่า ที่ ลำ น้ำ แล บน บก ทรง บริจาค พระราช ทรัพย์ พระ ราชทาน ให้ เปน เบี้ย เลี้ยง เงิน เดือน แก่ ทหาร ซึ่ง รักษา น่า ที่ เพราะ จะ มิ ให้ มี โจร ผู้ร้าย คน พาล เบียด เบียฬ ข่มเหง ราษฎร ลูก ค้า วานิช ให้ ได้ ความ เดือด ร้อน บัด นี้ ก็ ได้ บริ จาค พระราช ทรัพย์ ทรง สร้าง ศาล ยุติธรรม สำหรับ จะ ได้ ดับ คะดี ศุข ทุกข์ ของ ราษฎร ให้ แล้ว โดย เรว อนึ่ง ทรง พระมหา กรุณา แก่ อนา ประชา ราษฎร จะ มิ ให้ เปน หนี้ เปน ทาษ กัน จึ่ง ได้ โปรด เกล้า ฯ ออก ประ กาศ ห้าม เด็ก ที่ อายุ ต่ำ กว่า ๒๑ ปี มิ ให้ ขาย แล ช่วย ถ่าย ไว้ เปน ทาษ จะ ช่วย ถ่าย ได้ ก็ แต่ ตาม กระเษียร อายุ ที่ โปรด เกล้า ฯ ไว้ เพราะ ทรง พระ มหา กรุณา แก่ อนา ประชา ราษฎร เปน อัน มาก อนึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ตั้ง โปศ ไปรสนีย ให้ เปน คุณ เปน ประโยชน์ แก่ ราษฎร ที่ จะ มี กิจ ธุระ ฝาก หนังสือ ถึง กัน แต่ ก่อน เหมือน คน ฝ่าย หนึ่ง บ้าน อยู่ บาง คอแหลม จะ มี หนังสือ ไป ถึง มิศหาย ฯ บ้าน อยู่ วัด ขี้เหล็ก ตลิ่ง ชัน ถ้า มี บ่าว ก็ จะ ต้อง ใช้ บ่าว ทาษ ให้ ถือ หนังสือ ไป ต้อง ป่วย การ วัน หนึ่ง แล จะ ต้อง เปน ธุระ หา เรือ ให้ ไป บาง ที ใช้ ทาษ ไป มัน เกียจ คร้าน ก็ จะ พูดจา ต่าง ๆ ว่า ไม่ รู้ จัก บ้าน คน นั้น อยู่ ไหน ชัก ไบ้ เบ้ พูดพะโย พะเย ไป ต่าง ๆ ถ้า ไม่ มี ทาษ จะ จ้าง คน อื่น ให้ ถือ หนังสือ ไป ตาม ระยะทาง ที่กล่าว ก็ จะ ต้อง เสีย เงิน ค่า จ้าง ถึง สลึง สลึง เฟื้อง จึ่ง จะ สำเร็จ ประโยชน์ เดี๋ยว นี้ เสี่ย อัฐ ไพ เดียว ก็ สำเร็จ ประโยชน์ ด้วย เดช พระบารมี ใต้ ฝ่า ลออง ธุลี พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ปก เกล้า ฯ พระเดช พระคุณ หา ที่ เปรียบ ไม่ มี สิ่ง ใด เท่า ชาว เรา ทั้งหลาย ควร จะ มี ความ สวามิภักดิ กระตัญู ต่อ ใต้ ฝ่าลออง ธุลี พระบาท ด้วย ทรง ประกอบ ไป ด้วย บุญา ธิการ หา กระษัตร พระองค์ ใด เปรียบมิได้ กระษัตร พระองค์ ใด ใน ครั้ง แผ่นดิน กรุง เก่า ได้ ทรง พระ ที่นั่ง ราชยาน ทอง คำ ลง ยา ราชาวดี ประดับ พลอย บ้าง แล ทรง สร้าง พระ ที่นั่ง จักรี มหา ปราสาท เปน ที่ เฉลิม พระ เกียรติ ยศ สง่า งาม กระษัตร พระองค์ ใด จะ มี พระ ที่นั่ง ดุจ พระ ที่นั่ง จักรี มหา ปราสาท ทั่ว ทุก พระองค์ เหน จะ ไม่ มี อนึ่ง ทรง สร้าง เรือ พระ ที่นั่ง ศรี ที่ พระ ราชทาน นาม ว่า เอนก ชาติ พุชชงค ก็ เหน จะไม่ มี เรือ พระ ที่นั่ง ของ กระษัตร พระองค์ ใด ตลอด แผ่นดิน กรุงมี เรือ พระ ที่นั่ง ดัง เรือ พระ ที่นั่ง ลำ นี้ ด้วย งาม หา ที่ เปรียบ มิ ได้ สิ่ง ของ ทั้งปวง นี้ ซึ่ง เปน ของ ดี ของ เอก แล ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน สมบูรณ มั่งมี ขึ้น เปน ไป ทั้ง นี้ ก็ ด้วย อำนาจ พระบารมี อัน ยิ่ง สูงสุด ประดุจ เกิด อาจาริย กล่าว ว่า ใน ศาสนา พระ ศรีอาริย เมตไตร คน จะ มั่ง มี ไม่ มี คน จน เขญ ใจ ฉัน ใด ก็ ฉัน นั้น คน ชาว เรา ที่ อยู่ ใน แผ่นดิน ของ พระบาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง ภา กัน มั่งมี ทรัพย เจริญ ตาม กัน ด้วย พระบารมี ควร จะ คิด ถึง พระเดช พระ คุณ บูชา บวงสวง เทวดา อารักษ์ พระหลัก เมือง พระเสื้อ เมือง ทรง เมือง ให้ บันดาล ถวาย พระพร ให้พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ดำรง ทรง อยู่ ใน พระบรม ราช สมบัติ นับ ด้วย ร้อย ปี แล การ ต่อ ไป ขอ ให้ ราช สมบัติ ได้ แก่ พระบรม ราช โอรส จะ ได้ ทรง บำรุง ไพร่ ฟ้า ประชากร เหมือน ใน พระ บาท สมเดจ พระเจ้า อยู่ หัวโดย ทรง ทำนุ บำรุง มา มี พระเดช พระคุณ หา ที่ เปรียบ เทียบ บมิ ได้ ๚ะ
๏ ซึ่ง คำ สรรเสริญ พระบารมี พระบาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว ทั้ง ๕ พระองค์ นี้ ถ้า จะ มี คำ กลาง แซก เข้า มา ว่า เหตุ ใด จึ่ง ไม่ สรรเสริญ ขุนหลวง พระยา ตาก ด้วย จะ ขอ แก้ ว่า ท่าน ก็ ได้ ปราบ ปราม ฆ่า ศึก ก่อ สร้าง มา เปน ต้น เดิม จริง แต่ จะ ยก ว่า เปน ผู้ มี บุญ นั้น ไม่ ได้ เปน แต่ ผู้ ก่อ สร้าง ไว้ ถวาย ผู้ มี บุญ ๚ะ
เลเบอร คือ กระทำ การ
๏ใน บท ก่อน ว่า แล้ว ว่า ราคา นั้น เปน ปลาย เหตุ ที่ เกิด ขึ้น เพราะ ความ ปราถนา กับ เลเบอร เข้า กัน บัด นี้ พึงถาม ว่า เลเบอร นั้น เปนอะไร บ้าง จึ่ง ตอบ ว่า เลเบอร นั้น เปน การ ที่ มนุษ หมั่น กระทำ มี น้ำ ใจ กระทำ หวัง จะได้ สิ่ง ของ เหล่า นั้น ที่ ใจ ปราถนา ฝ่าย มนุษนั้น จะ ไม่ กระทำ การ เปล่าๆ ต้อง มี บำเหน็จ ราง วัน ไม่ มี ผู้ ใด ที่ ชอบ ใจ กระทำ การ เลย ธรรมดา มนุษ โลกย นี้ มัก เกียจ คร้าน คน ที่ อยู่ ใน โลกยนี้ บาง แห่ง คี่ เกียจ กว่า คน ที่ อยู่ แห่ง อื่น คือ ว่า คน ที่ อาไศรย อยู่ แถบ ร้อน มัก เกียจ คร้าน ฝ่าย คน ที่ อาไศรย อยู่ แถบ ไม่ สู้ ร้อน ไม่ สู้ หนาว มี ความ เพียร กระทำ การ บ้าง แต่ ไม่ มี ผู้ ใด ผู้ หนึ่ง ทั่ว โลกย ที่ กระทำ การ เพราะ ใจ ชอบ กระทำ เขา ต้อง ได้ บำเหน็จ ราง วัน เพราะ การ งาน ของ เขา ถ้า ไม่ ได้ บำเหน็จ ราง วัน จะ ไม่ กระทำ ต้อง มี สิ่ง ยังใจ ให้ อุสาห กระทำ การ สิ่ง นั้น และ ที่ ให้ เลเบอร นั้น เปน สิ่ง สำคัญ ใน ราคา ชาติ์ มนุษอย่าง เดียว เปน ผู้ กระทำ การ สัตว เดรฉาน ไม่ ได้ กระทำ การ มัน หา กิน ทุก วัน แต่ ไม่ ได้ กระทำ ให้ ของ สิ่ง ใด เกิด ขึ้น เลย ผู้ ที่ กระทำ การ ต้อง มี ความ รู้ แล ต้อง มี ใจ จำนง มุ่ง หมาย สัตว เดรฉาน นั้น มันกิน ของ ที่ เกิด ตาม ธรรมดา โลกย ฝ่าย มนุษ เอา สิ่ง ของ ที่ เกิด ตาม ธรรมดา โลกย นั้น กระทำ สิ่ง ของ นั้น ให้ เปน อย่าง ที่ เขา ชอบ ใจ ปราถนา แล อย่าง ที่ จะ ใช้ ได้ ต่าง ๆ เปน ผล ประโยชน นั้น และ เปน เลเบอร แล เพื่อ จะ มี ความ รู้ ภอ ที่ จะ กระทำ การ ได้ ต้อง มี จิตร วิญาณ ที่ รู้ ผิด แล ชอบ สัตว เดรฉาน มัน ไม่ มี จิตร วิญาณ เช่น นั้น เลย เหตุ ฉะ นั้น มัน จึ่ง กระทำ การ ไม่ ได้ เหตุ ที่ สอง ซึ่ง ยัง ใจ มนุษ ให้ อุส่าห กระทำ การ นั้น คือ ความ หิว กระหาย มนุษ มี ธรรมดา ที่ จะ รักษา ชีวิตร แล ความ สบาย ของ ตัว ไว้ ถ้า หิว เข้า จะ แสวง หา เข้า กิน จึ่ง ต้อง กระทำ การ เพื่อ จะ ได้ เข้า นั้น เหตุ ที่ สาม อัน ยัง ใจ มนุษ ให้ อุส่าห กระทำ การ นั้น คือ ใจ ปราถนา จะ มี เรือน ครอบ ค ัว เขา อยาก ให้ เผ่า พันธุ ของ ตน ทวี ขึ้น ใน โลกย ความ ปราถนา นั้น มี กำลัง มาก ใน มนุษ ถึง เปน คน เกียจ คร้าน ก็ ยัง กระ ทำ การ บ้าง เพื่อ จะ เลี้ยง ภรรยา แล บุตร ตัว ผึ้ง นั้น มัน หมั่น กระทำ การ เสมอ ผสม น้ำ ผึ้ง ไว้ แต่ ธรรมดา ผึ้ง นั้น ให้ มัน หมั่น กระทำ การ เสมอ มัน ไม่ ต้อง การ กระทำ เพื่อ จะ เลี้ยง ชีวิตร แต่ มนุษ จะ ไม่ กระทำ การ เว้น ไว้ จำ จะ ต้อง กระทำ เพื่อ จะ ได้ เลี้ยง ชีวิตร แล เพื่อ จะ ได้ สิ่ง ของ ที่ ใจ ปราถนา นั้น เหตุ ที่ สี่ ที่ ยัง ใจ มนุษ ให้ อุส่าห กระทำ การ นั้น คือ ทุก คน อยาก ได้ ชื่อ ว่า เปน เจ้า ของ เหตุ ฉะ นั้น จึ่ง มี อำนาถ ใน ใจ มนุษ แม้ ถึง เปน คน ป่า ยัง มี ใจ ปราถนา เปน เจ้า ของ อยาก จะ แสวง หา ผสม ทรัพย ไว้ บ้าง ถ้า ไม่ มี ทรัพย บ้าง จะ เปน ชิวะไลเซิศ ไม่ ได้ ชาว ประ เทศ ที่ เปน ชิวะไลเซิศ นั้น ต้อง มี สวน ไร่ นา เครื่อง ใช้ ทั้ง หลาย เรือ กำปั่น แล ทาง รถ ไฟ แล สิ่ง ของ ต่าง ๆ แต่ สิ่ง ทั้งปวง นั้น อาไศรย แก่ ทรัพย เรา มัก ติ เตียน คน ใจ โลภ ที่ แสวง หา ทรัพย โดย การ คด โกง แต่ ว่า ทุก คน ควร จะ มี ใจ ปราถนา ผสม ทรัพย นั้น ไว้ บ้าง ตาม ที่ จะ ได้ โดย ความ สัตย ซื่อ มี เหตุ อีก อย่าง หนึ่ง ที่ ยัง ใจ มนุษ ให้ อุส่าห กระทำ การ นั้น คือ ใจ มนุษ ทั้ง ปวง ชอบ สิ่ง ของ ที่ งาม เขา ทั้ง หลาย รัก เสื้อ ผ้า งาม ดี เพื่อ จะ แต่ง ตัว ให้ สวย ขึ้น ได้ เขา ปราถนา มี ตึก เรือน งาม ดี แล เครื่อง ใช้ ใน ตึก เรือน นั้น งด งาม เพราะ ฉะ นั้น ผู้ ที่ รู้ ใน วิชา ผสม ทรัพย ต้อง เสาะ หา เหตุ ที่ จะ ให้ ชาว บ้าน ชาว เมือง อุส่าห ประกอบ การ แล ผู้ ครอบ ครอง บ้าน เมือง ต้อง กระทำ เหมือน กัน ไม่ ต้อง ยอม ให้ ชาว บ้าน ชาว เมือง เกียจ คร้าน แล ละเลิง เลิน เล่อ ไป ประพฤติ์ การ อุลา มก ต่าง ๆ ไม่ มี ผล ประโยชน เพราะ ว่า ชาว บ้าน ชาว เมือง อยู่ เปล่า มัก ขี้ เกียจ จะ ชั่ว ยิ่ง ไป แล เจ้า บ้าน เจ้า เมือง ที่ อุส่าห กระทำ การ จะ ดี ยิ่ง ขึ้น เหตุ ฉะ นั้น ต้อง เปน กิจ ธุระ ของ ผู้ ครอบ ครอง บ้าน เมือง จะ หา เหตุ ยัง คน ทั้ง ปวง ให้ อุส่าห ประกอบ การ โดย สม ควร ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สัก สิทธิ์ นัก
AYER'S PILLS.
๏ ๑ ยา เม็ด แก้ ผูกคือ เอเออร์ กะทาติก ปิ้ลซ์ เปน ยา กิน ง่าย มี คุณ เปน อัน มาก แก้ ผูก แน่น แล ไม่ เปน อันตราย เลย รักษา ท้อง ช่วย ไฟ ธาตุ แก้ ปวด ศีศะ ควร จะ เอา ไว้ ใน บ้าน ให้ เด็ก ให้ ผู้ ใหญ่ กิน เมื่อ ไม่ สบาย นั้น ๚ะ
๏ ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เด็ก แล้ว จะ ให้ เดิน แต่ อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๒ จน ๔ เม็ด ถ้า จะ ให้ เดิน เลอียด ตั้ง แต่ ๔ จน ๖ เม็ด ผู้ หญิง แล เดก ต้อง กิน หย่อน กว่า นี้ หน่อย หนึ่ง ถ้า ต้อง กิน บ่อย ๆ จัด กิน เมด แต่ ภอ ควร กับ การ ๚ะ
AYER'S SARSAPARILLA.
๏ ๒ ยา คือ เอเออร์ ซาร์ซะปะริลละ เปน ยา แก้ เลือด ช่วย บำรุง ชีวิตร แล ความ สบาย แล ให้ ร่าง กาย มี ชีวิตร ใหม่ ทั่ว ตลอด ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ควร จะ กิน วัน ละ สาม ครั้ง ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก แล้ว ให้ กิน ช้อน ๑ ฤา ๒ ช้อน น้ำ ชา ถ้า ผู้ ชาย อายุ ตั้ง แต่ ๑๕ ปี จน ๒๐ ปี แล ผู้ หญิง ผู้ กำลัง อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๕ จน ถึง ๕๐ หยด ถ้า เดก อ่อน ตั้ง แต่ แปด ขวบ จน ๑๕ ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๖๐ หยด ถ้า เดก ตั้ง แต่ ๓ ขวบ จน แปด ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๑๕ หยด จน ๓๐ หยด เมื่อ แรก กิน ๆ แต่ อย่าง น้อย ก่อน แล้ว กิน มาก ตาม กำ หนด สม กับ การ ถ้า ใส่ ยา ใน น้ำ ร้อน น้อย คุณ ยา ก็ จะ มาก ขึ้น เมื่อ จะ ใช้ ยา ขนาน นี้ ต้อง ระวัง ให้ ท้อง เดิน ด้วย ยา เม็ด เอเออร์ ปิ้ลซ์ แต่ อย่า ให้ เดิน หนัก ได้ อาบ น้ำ บ่อย ๆ รักษา ตัว ให้ สอาด รับ ประทาน อาหาร ให้ สม ควร สม กำลัง ไม่ ต้อง อด อยาก ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เจ็ด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘๗ ถึง ๑๘๙๔ ครบ เจด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ ที่ ใน แขวง เมือง ไอเออแลนด์ มี ชาว นา คน จน คน หนึ่ง เขา เปน คน ซื่อ สัตย แล ชอบ ธรรม ชาว นา คน นั้น มี บุตร หญิง สาม คน บุตร ชาย สาม คน บุตร ชาย สุด ท้อง นั้น ชื่อ ว่า นิกอล รูป ร่าง เล็กๆ ไม่ คอย จะ พูด มาก แต่ เปน คน มี ปัญา หลัก แหลม หนัก ครั้น อยู่ มา นิกอล คิด เห็น ว่า บิดา ของ ตัว เปน คน จน แล้ว นิกอล คิด ใน ใจ ว่า จะ ไป ลา บิดา ไป ทำ มา หา กิน ตาม ลำพัง ของ ตัว เอง แล อยู่ มา วัน หนึ่ง นิกอล ได้ ไป เที่ยว ที่ หน้า ห้าง ขาย ของ แล ได้ ยิน พวก พ่อ ค้า บ้าง คน พูด กัน ถึง เรื่อง ขน แกะ อย่าง ดี ซึ่ง ได้ ซื้อ มา จาก เมือง ไกล คือ เมือง ไฮเออแลนด แล้ว นิกอล ก็ นั่ง ฟัง อยู่ จน สิ้น เรื่อง ตั้ง แต่ ได้ ยิน ถึง เรื่อง ค้า ขาย นี้ ก็ มี ความ ชอบ เปน อัน มาก ใน การ ค้า ขาย นั้น แต่ เงิน ของ ตัว ก็ มี อยู่ บ้าง เล็ก น้อย แล อยาก จะ ซื้อ มา ขาย บ้าง แต่ การ ที่ เขา ปราถนา นั้น มิ ได้ บอกให้บิดา ของ ตัว รู้ แล คิด ใน ใจ ว่า การ ที่ คิด นี้ เปน การ ดี ที่ สุด สำหรับ ตัว แล้ว ก็ ไป ลา บิดา ไป ทำการเลี้ยง ชีวิตร ของ ตัว แล บิดา ก็ ยอม ให้ ไป แล้ว ก็ แต่ง ตัว ด้วย เสื้อ ผ้า อัน แน่น หนา คือ เกือก ไม้ คู่ หนึ่ง แล ไม้ ทำ อัน หนึ่ง สำหรับ ตัว ติด ไป ด้วย เมื่อ ออก จาก บ้าน ของ ตัว ก็ มิ ได้ เอา เนย ฤา ขนม สัก ก้อน หนึ่ง ไม่ ช้า ไม่ นาน นิกอล ได้ ยิน บ้าง คน พูด กัน ว่า ที่ ใน เมือง ไอเออแลนด์ มี เศรษฐี คน หนึ่ง มนาม ชื่อ ว่า บารอน ฮอฟบอล ทิมอ ครั้น รู้ ดัง นั้น แล้ว ก็ ไป หา เศรษฐี คน นั้น แล ขอ ทำ งาน ด้วย เศรษฐี นั้น เพื่อ ว่า เขา จะ ให้ เงิน ไป ทำ ทุน ซื้อ ขน แกะ มา ขาย บ้าง อยู่ มา ไม่ ช้า ไม่ นาน นิกอล ก็ สำแดง การ ดี ของ ตัว ให้ เศรษฐี เห็น ดัง นั้น แล้ว ก็ ชอบ นิกอล เปน อัน มาก ครั้น นิกอล เห็น ว่า เศรษฐี ชอบ ดัง นั้น นิกอล จึ่ง ได้ สละ การ ชั่ว ของ ตัว เสีย แล้ว ก็ ทำ การ ดี ต่อ ไป เสฐี นึก ใน ใจ ว่า เปน เด็ก ซัดเซ พเนจร มา ก็ จริง แต่ มิ ได้ เปน คนพาล การ สิ่ง นี้ ก็ เปน การ ดี แห่ง เด็ก ครั้น อยู่ มา คิด เห็น ดัง นั้น แล้ว ก็ โปรด ให้ เงิน แก่ นิกอล ร้อย ปอนด์ แล เพื่อน ของ เศรษฐี นั้น ก็ หัวเราะ แล้ว บอก ว่า เรา ไม่ เคย เห็น ที่ จะ ให้ เงิน แก่ คน อื่น มาก ดัง นี้ เศรษฐี จึ่ง ตอบ ว่า เด็ก คน นี้ มิ ใช่ เปน คน โกง เปน แต่ เด็ก ซื่อ สัตย เพราะ เหตุ ฉนั้น เรา จึ่ง ให้ เขา แล้ว นิกอล ก็ มี ความ สบาย ใน ใจ ขึ้น หน่อย หนึ่ง แล้ว ก็ ตรึก ตรอง การ ที่ จะ แทน คุณ เศฐี นั้น แล ตั้ง ใจ ได้ คิด ด้วย การ ฉลาด ที่ สุด ใน การ ค้า ขาย เมื่อ เขา ซื้อ ขน แกะ ได้ แล้ว ก็ กลับ มา บ้าน เมื่อ กำลัง เดิน มา ก็ ได้ พบ พ่อ ค้า คน หนึ่ง ถาม ซื้อ ขน แกะ แล้ว ก็ ขาย ให้ พ่อ ค้า คน นั้น ไป ใน ทัน ใด นั้น แล มี กำไร สอง เท่า เมื่อ ขาย ขน แกะ หมด แล้ว ก็ กลับ ไป หา เสฐี แล ได้ เล่า ถึง เรื่อง ค้า ขาย ที่ ได้ กำไร สอง เท่า นั้น ให้ เศรษฐี ฟัง ทุก ประการ แล้ว ก็ ลา เศรษฐี มา ด้วย การรีบ ร้อน ที่ จะ ไป ซื้อ ขน แกะ มา ขาย อีก แล้ว เสฐี จึ่ง ร้อง บอก ออก ไป ว่า เงิน ที่ เจ้า ได้ มา นั้น อย่า เพ่อ เอา มา ใช้ เรา เลย จง เอา กลับ ไป ทำ ทุน ก่อน เถิด แล้ว นิกอลก็ ขอบ พระ เดช พระ คุณ แก่ เสฐี เปน อัน มาก แล้ว จึ่ง พูด ว่า พระ บิดา ผู้ อยู่ บน สวรรค์ จง อวย พร ให้ แก่ ท่าน เพราะ ท่าน มี ใจ กรุณา แก่ ข้าพเจ้า แล ไม่ ช้า ไม่ นาน นิกอล ก็ เอา เงิน มา คืน ให้ เสฐี นั้น ต่อ หน้า คน ทั้ง หลาย แล เสฐี จึ่ง บอก ว่า เงิน ของ ข้า ยัง มี ภอ ใช้ อยู่ เจ้า จง เอา เก็บ ไว้ ก่อน เถิด ฝ่าย นิกอล จึ่ง ตอบ ว่า นาย เจ้า ข้า ไม่ เปน ดั่ง นั้น ท่าน จง เอา เงิน ของ ท่าน เก็บ ไว้ เถิด เพื่อ ท่าน จะ ได้ ให้ แก่ ผู้ ที่ ต้อง การ มา กู้ ของ ท่าน บุญ คุณ ของ ท่าน ก็ มี แก่ ข้าพเจ้า เปน อัน มาก ซึ่ง ท่าน ได้ สงเคราะห์ ข้าพเจ้า ๆ จึ่ง ได้ เจริญ ขึ้น แล ท่าน คิด ว่า ข้าพเจ้า เปน เหมือน หนึ่ง เพื่อน ที่ รัก ของ ท่าน ๆ ถึง ได้ ยอม ให้ ข้าพเจ้า กู้ เงิน ของ ท่าน ไป ทำ ทุน ฝ่าย เสฐี ตอบ แก่ นิกอล ว่า เด็ก ดี ของ ข้า เอ๋ย การ ซึ่ง ข้า จะ คิด ทำ เดี๋ยว นี้ ข้า หมาย ว่า จะ เอา เจ้า ไว้ เปน นักปราช แล จะ หมอบ ทรัพย สมบัติ ของ ข้า ไว้ ด้วย เพื่อ เจ้า จะ ต้อง การ ใช้ ฝ่าย นิกอล ก็ มี ความ ยินดี แล ได้ คำนับ จับ มือ เสฐี นั้น ด้วย ความ นับถือ แล ได้ ขอบ คุณ ด้วย คำ อัน อ่อน หวาน ไม่ ช้า ไม่ นาน นิกอล ก็ ลา เสฐี ไป แล ทำ เปน เหมือน คน จน เต็มที่ แล ได้ แต่ง ตัว ด้วย เสื้อ ผ้า อัน หยาบ เหมือน เมื่อ มา จาก บ้าน แต่ เดิม ภาย หลัง นิกอล ก็ ไป ซื้อ ขน แกะ ขาย อีก ขน แกะ ที่ ซื้อ มา เที่ยว นี้ ขาย คล่อง ดี มี กำไร กว่า ทุก เที่ยว เมื่อ ขาย ขน แกะ หมด แล้ว ก็ กลับ ไป บ้าน และ ใช้ หนี้ ให้ แก่ เสฐี นั้น จน สิ้น ฝ่าย เงิน ที่ เหลือ จาก ใช้ หนี้ นั้น ก็ เอา ไป ซื้อ รถ คัน หนึ่ง แล ม้า ตัว หนึ่ง สำหรับ บันทุก สินค้า ไป ขาย เมือง อื่น แล บ้าน ที่ ขน แกะ มี ราคา แพง จน พวก พ่อ ค้า ทั้ง หลาย ไม่ อาจ จะ ซื้อ ไม่ ช้า ไม่ นาน ขน แกะ เหล่า นั้น ก็ ถูก เหมือน เดิม ฝ่าย พวก พ่อ ค้า ทั้ง หลาย ก็ ชวน กัน ไป ซื้อ มา แล ขาย ไม่ สู้ มี กำไร เหมือน แต่ ก่อน เมื่อ การ ค้า ขาย เสร็จ แล้ว ก็ เลิก กัน แต่ นิกอล ปราถนา อยาก จะ รู้ ใน การ เล่า เรียน จึ่ง จ้าง ครู ที่ คน หนึ่ง สำรับ จะ สอน ให้ อ่าน แล เขียน แต่ หนังสือ จับ เรียน คือ เลข เล่ม หนึ่ง แผน ที่ เล่ม หนึ่ง แล หนังสือ ที่ อื่น ๆ ก็ ซื้อ มา ไว้ มาก เพราะ เปน ประโยชน์ ใน การ ค้า ขาย เทล แล การ อื่น ๆ ด้วย ๚ะ
๏ พระเจ้า เปน ต้น ประเสิฐ ดี เกิน ผู้ อื่น ทั่ว กัน ทั้ง สิ้น ควร มนุษ ทั่ว ตลอด โลกย ทุก ชั่ว มนุษ ชั่ว ฟ้า ชั่ว ดิน จะ คำรพย ไหว้ นะมัสการ แก่ พระเจ้า องค์ นี้ จำเพาะ องค์ เดียว ด้วย ใจ ปราศจาก ชั่ว เปน การ งาม กว่า ละไร หมด ๚ะ
๏ ความ คิด ของ ใจ ไว กว่า การ อื่น ของ ใจ อย่า ห่วง คิด ทำให้ หน้า งาม แต่ ห่วง คิด ให้ ใจ งาม ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด