
| เล่ม ๓ แผ่น ๑๑ วัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สาม ค่ำ ปี วอก ฉอ ศก ๑๒๔๖ |
๏ อย่าโอกโขยก อยู่ในโลกย์ สันนิวาศ แต่ นักปราช ยัง รู้ พึ่ง ผู้ เขลา เหมือน เรือ ช่วง พ่วง อยู่ ใน สำเภา เรือ ใหญ่ เข้า ไม่ ได้ ใช้เรือเล็ก คน พรรค์ หนึ่ง ตึง ดื้อ ถือ มานะ ใน ทิฐะ แขง จริง ยิ่ง กว่า เหล็ก เหล็ก เผา ไฟ มอญ ไทย พม่า เจ๊ก ผู้ใหญ่ เด็ก ก็ ตี อ่อน เพราะ ร้อน ไฟ อะนิจจัง ภาวนา ว่า กุศล ภา กัน บ่น วุ่น ๆ บุญ ที่ ไหน จัง แต่ ปาก ใจ ยัง ไม่ จัง ใจ ต่อ เมื่อ ไร สัง เวช จิตร จึ่ง อะนิจจัง หลง โลภ ลาภ บาป ก็ รู้ อยู่ ว่า บาป กิเลศ หยาบ ยัง ดื้อ ไม่ ถือ ชัง ตัณหา หาก ชัก นำ ให้ กำลัง เอา ธรรม ตั้ง ข่ม กด ให้ ปลด ถอน คน ศรัทธา ว่า ง่าย สบาย จิตร ไม่ เบือน บิด ทำ ตาม คำ สั่ง สอน คน หา ศรัทธา ไม่ ใจ แคลน คลอน โง่ แล้ว งอน ถึง ได้ ฟัง ก็ ยัง ตึง หา เงิน ติด ไถ้ ไว้ อย่า ให้ ขาด ตำลึง บาท หา ไม่ คล่อง เพียง สอง สลึง ชาติ ตาปู ชาติ แขง ต้อง แทง ตรึง ชาติ ขี้ ผึ้ง ชาติ อ่อน ร้อน ละลาย ของ สิ่ง ใด สงไสย ให้ พิสูตร ไม่ แกล้ง พูด ธาตุ ทั้ง สี่ ดี ใจ หาย ดู ดิน น้ำ ลม ไฟ ไหน แยบ คาย ไล่ รบาย เท็จ ก็ แปร แท้ ไม่ จร ปลาร้า เคม พริก เทษ เหตุ ไฉน เออ อะไร ดู เถิด ยัง เกิด หนอน กลับ ฟอน เฟ้น พริก ปลาร้า สถาพร ทั้ง เคม ร้อน ไม่ ถึง กรรม เปน ธรรมดา พูด โกหก แต่ แยบ คาย อุบาย ปด คน ทั้ง หมด นั่ง ฟัง ไม่ กังขา ที่ พูด ชื่อ ถือ แท้ แน่ เจรจา เขา ก็ ว่า พูด ปด ทุก บท ไป เปน เจ้า นาย ผู้ ดี มี่ วาศนา เอา พ่อ ตา ลง ข้าง ล่าง ใช้ ต่าง ไพร่ ที่ เมีย น้อย หลัก แหลม ก็ แถม ใช้ ลูก เขย จน แล้ว ก็ ใส่ คอ เปน เอน คุณ กับ โทษ สอง แพร่ง แรง ข้าง ไหน คุณ ถึง ใหญ่ ให้ ผล คน ไม่ เหน สัก เท่า หัว เหา แล เท่า เลน ให้ ผล เหน แม่ สร้าน ทั่ว บ้าน เมือง น้ำ ใจ เอ๋ย เหน กรรม ไม่ ทำ ชั่ว บวช ตั้ง ตัว ตั้ง ใจ บวช ได้ เรื่อง บวช หลบ ราช การ หนัก บวช ยัก เยื้อง บวช หา เฟื้อง หา ไพ บวช ไม่ ตรง หลาย ตำบน หลาย แห่ง แขวง ป่า ช้า อสุภา เกิด พินิจ พิศวง ป่า ช้า ใหญ่ คือ เตา ไฟ ไย มิ ปลง สังเวช ลง ว่า เผา ผี ทุก วี่ วัน สัตว เลี้ยง ผอม ฤๅ ภี นี้ สอง สิ่ง สาม ผู้ หญิง รูป ดี ไม่ มี ถัน กับ คน จน แต่ง อินทรีย์ นี้ อิก อัน สี่ ด้วย กัน ดู เปน ไม่ เหน งาม บรรพชา สาม ปาง นาง สาม ผัว ค่า เก่า ชั่ว เมีย ชัง เขา ยัง ห้าม มัก เกิด เงี่ยง เกี่ยง แง่ แส่ หา ความ กาลี่ ลาม อยาบ ช้า อุลามก เคหะ ถาน อยาบ ช้า หา สอาด เฟื้อ ฝอย ใบ ไม่ ใช่ ญาติ อย่า มุ่น หมก อย่า เข้า ทำ สำ สม นิยม รก ไฟ จะ ตก ลาม ไหล ไม่ เปน การ กิ่ง ไม้ เรียว หนาม หนา สี่ ลา หัก มา เสียบ ปัก อยู่ ที่ ทาง กลาง สถาน หยิบ ทิ้ง เสีย บุญ นัก หนา อย่า มี คร้าน ทำ ไป นาน แล้ว ก็ ก้าง ไม่ ค้าง คอ ถือ ตำรา มาก หนัก ขี้ มัก กรอบ มิ เสีย ชอบ ขัดสน จน ขอน จ่อ ออก ชื่อ บาป คราง ฮือ ทำ มือ งอ ไม่ นึก ฉ้อ ส่อ เสียด เบียด เบียฬ ใคร จิตร ดำรง คง ทำ ไม่ พลั้ง เพลี่ยง สู้ หลีก เลี่ยง ตาม ภาษา อัชฌา ไสย ถึง บอก ลาภ บาป แล้ว ไม่ ภอ ใจ มี่ หา ไม่ อุส่าห์ รักษา กาย พระ พุทธ องค์ ก็ ทรง ชม ว่า สม ปราช บัณฑิตย ชาติ เมธา ปัญญา หลาย สุคะติ เบื้อง น่า ถ้า เขา ตาย ทาง อุบาย ห่าง ไกล ไม่ ไป เลย กระแส พุทธ ฎีกา ว่า กระนี้ เดี๋ยว นี้ นี่ ไม่ กระนั้น นะ ท่าน เฮ๋ย ถ้า ยาก จน แล้ว ก็ คน มัก ยิ้ม เย้ย พิปราย เปรย เปรียบ เทียบ พูด เสียบ แทง ว่า ฉะ ๆ นัก ปราช ชาติ สกุล วิบาก บุญ ให้ ผล จน ต่อง แต่ง สวรรค์ นรก ที่ ไหน ไม่ แจ้ง แจง อยู่ เขตร แขวง ธานี บุรี ใด อย่า คบ มิตร จิตร พาล สันดาน ชั่ว จะ ภา ตัว ให้ เสื่อม ที่ เลื่อม ใส คบ นัก ปราช นั้น แล ดี มี กำไร ท่าน ย่อม ให้ ความ สบาย หลาย ประตู ความ เจริญ แล ความ ฉิบ หาย นั้น ที่ เกิด มัน ไม่ มาก เท่า ปาก หู อ้าย คิ้ว ตา นั้น ก็ เปล่า แต่ เจ้า ชู้ จมูก รุ้ ก็ แค่ สูด พูด ไม่ เปน ชั่ว แก่ กาย วาจา ย่อม ปรากฏ คน ทั้ง หมด แม่น แท้ เขา แล เหน ชั่ว ใน ใจ บัง ปิด ไว้ มิด เม้น สิบ ห้า เล่ม เกวียน เขน ไม่ หมด มวน คด สิ่ง อื่น หมื่น แสน แม้น กำหนด โกฏิ ล้าน คด ซ้อน ซับ ภอ นับ ถ้วน คด ของ คน ล้น ล้ำ คด น้ำ นวน เหลือ ขบวน ที่ จะ จับ นับ คด ค้อม หิน กับ เหล็ก ชุด มี่ ตี่ เอา เถิด ไฟ ก็ เกิด หิน ร่อย ไป เหล็ก ไม่ ผอม ถึง หิน นิด กรีด กด ตี่ อด ออม อุส่าห์ ถนอม ใช้ ไป ได้ นม นาน จะ ผ่า ไม้ ใคร พินิจ พิศ ดู ท่า ให้ เหน ว่า แสก นี้ เหมาะ จึ่ง เจาะ ขวาน จะ เข้า หา คน ผู้ ดู อาการ ถือ บูราณ ถูก เตา จึ่ง เอา คำ ห้า สิบ ปี มี ประมาณ ถาน เก่า ๆ น้ำ ไม่ เข้า ถ้วม ถึง ที่ มี่ ดิน ถนำ โต เท่า ผล มะขวิด สด เร่ง จด จำ ถู เงิน เฟื้อง เหลื้อง ต่ำ เปน ทอง จริง คน พรรค์ หนึ่ง เสาะ สาง ทาง เสน่ห์ อุปเท่ห์ ทำ ให้ ชอบ ใจ หญิง เศก ที่ ได ใจ เจ้า ของ ต้อง ประ วิง ได้ ก็ เกิด ยุ่ง ยิ่ง ร้าง อย่า กัน รัก กัน เอง ฤๅ สู่ อยู่ กัน ยืด ไม่ จาง จืด เสนหา จน อาสัญ อื่น ๆ นั้น ยก ไว้ ใจ สำคัญ กับ อีก อัน ประฏิบัติ ไม่ ขัด เรา คน มี่ ยศ รูป สวย ทั้ง รวย ทรัพย์ เสน่ห์ บท นี้ ปั๊บ ฃลัง จริง เจ้า สาว ๆ เหน หมด หน้า ถ้า จะ เอา ไม่ ต้อง เบ่า เศก คาถา กี่ มา เจี่ยว คน แก่ มี่ สี่ ประการ โบราณ ว่า แก่ ธรรมา พิไสมย ใจ แห้ง เหี่ยว แก่ ยศ แก่ วาสนา ปัญญา เปรี่ยว แต่ แก่ แดด อย่าง เดียว แก่ เกเร ความ รู้ ท่วม หัว เอา ตัว รอด ไม่ ได้ คำ นี้ ใช้ คำ คน เกเร เกเส เรียน วิชา ไม่ แม่น ย่ำ ชะนำ ชะเน ไป เที่ยว เตร่ ประกอบ ชั่ว ตัว จึ่ง ขน ฉะเล น้อย เท่า รอย โค โผ ไม่ ได้ โดย ว่า ใจ ยัง กำหนัด ขัด มรรค ผล หญิง ชมิ้น ชาย ปูน ประมูล ปน ไหน จะ พ้น ฉะเล แดง ตำแหน่ง เนื้อ ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ ณวัน อาทิตย เดือน สิบ สอง ขึ้น แปด ค่ำ ข้า พเจ้า ได้ เดิน ไป ตาม ถนน กรุง เจริญ ครั้น ถึง ที่ บางรัก เหน คน เปน อันมาก มา ยืน สุ่ม ชุมนุม กัน อยู่ ที่ ตลาด ฟาก ตะวัน ตก แล ได้ ยิน เสียง ตี ระฆัง แล เสียง คน ซัก ถาม กัน ข้าพเจ้า ก็ ได้ แวะ เข้า ไป ดู ว่า จะ เปน ประการ ใด ข้าพเจ้า ได้ แล เหน เปน รูป ฉาก รูป หนึ่ง เขียน เปน รูป เด็ก หัวโต ไว้ ข้า พเจ้า ได้ ถาม ว่า เปน เหตุ อะไร จึ่ง ได้ เขียน ไว้ เขา บอก ว่า เด็ก สาม ขวบ พูด ยัง ไม่ ได้ หัวโต ซึ่ง ประมาณ เท่า บาตร พระ ถ้า ใคร อยาก ดู ต้อง เสีย ค่า ดู ไพ หนึ่ง จึ่ง จะ ได้ ดู เปน การ ประลาด มา ใน เมือง ไทย นี้
๏ ณวัน อาทิตย์ เดือน สิบสอง ขึ้น แปด ค่ำ เวลา กลาง คืน ประมาณ สัก สิบ ทุ่ม มี พระสงฆ์ สอง รูป พาย เรือ มา หน้า บ้าน ครู สมิท ใน เวลา นั้น เด็ก ของ ท่าน ครูสมิท นั่ง ร้อง เพลง กัน อยู่ ประมาณ คัก ห้า หก คน ใน กำลัง นั้น พระ สอง รูป ก็ ได้ ล้อ เลียน ร้อง เพลง ตาม เด็ก บ้าง ฝ่าย ข้าง เด็ก นั้น ก็ ได้ ว่า พระ ขรัว ลิง พระ สอง รูป นั้น ก็ ได้ ด่า เด็ก เด็ก ก็ ได้ ตอบ พระ บ้าง ทั้ง พระ ทั้ง เด็ก ได้ ทะเลาะ กัน อยู่ นาน ฝ่าย เด็ก นั้น ก็ ได้ ท้า ให้ พระ เข้า มา พระ ก็ เข้า มา ใกล้ พวก เด็ก ก็ วิ่ง หนี กัน ไป แล้ว พระ ก็ ได้ ตะโกน ท้า เด็ก ฝ่าย เด็ก นั้น ก็ โมโห ก็ ว่า คำ หยาบ ต่าง ๆ ไป พระ นั้น ก็ เอา ปืน ยิง เด็ก สอง นัด แต่ ไม่ ถูก เด็ก แล้ว พระ ก็ ได้ ว่า เหน ฝี มือ พ่อ ฤา หวะ ทำ เล่น แก่ พ่อ สิ แล้ว พระ ก็ พาย เรือ ไป ข้า พเจ้า บอก แก่ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง ถึง เรื่อง พระองค นี้ ด้วย พระ องค์ นี้ อยู่ เรือ ประทุน มี ลิง ผูก อยู่ หัว เรือ ตัว หนึ่ง จอด อยู่ ที่ ริม ฝั่ง ถนน ตก พระ องค นี้ หัว ก็ ได้ แตก หลาย แผล เพราะ เที่ยว บอก หวย เปน การ หา กิน กระบวน นั้น บอก บ้าน หนึ่ง สอง บ้าน ตั้ง แต่ ตัว กอ ตลอด จน ถึง ทั้ง ตัว ฮอ บ้าน ละ ส่อง ตัว สาม ตัว ขะเน ถ้า บ้าน ไหน ถูก ก็ ไป ที่ บ้าน นั้น ใน เวลา วัน หนึ่ง พระ องค นี้ ก็ ได้ พาย เรือ อยู่ ที่ ปาก คลอง ดาวขะนอง แล้ว พระ องค นี้ ก็ ได้ ถะเลาะ กับ ผู้ หญิง แม่ ค้า แล้ว ผู้ หญิง แม่ ค้า ก็ ได้ เอา พาย ตี หัว พระ ที่ หนึ่ง แล้ว พระ ก็ ได้ พาย เรือ จ้ำ หนี แล้ว ก็ ได้ ด่า ไป พลาง พระ องค นี้ ทำ การ แปลก ต่าง ๆ กลาง วัน ทำ เปน พระ ฯะ
๏ ณวัน จันทร เดือน สิบสอง ขึ้น เก้า ค่ำ มี คน หนึ่ง เปน ทะหาร เรือ กลไฟ เวสาตร์ จะ กลับ มา บ้าน ภรรยา ของ เขา เมื่อ เขา มา นั้น มี โคม หิ้ว ใบ หนึ่ง อยู่ ใน มือ ของ เขา แล ได้ เดิน มา ตาม ถนน กรุง เจริญ กำลัง เดิน นั้น เขา ก็ ได้ ระวัง ตัว อยู่ เสมอ แล ได้ มอง ข้าง หลัง อยู่ บ่อย ๆ กลัว คน จะ วิ่ง ราว เอา หมวก ไป ขะณะ นั้น มี คน หนึ่ง ได้ เดิน อยู่ ข้าง หน้า เขา ๆ ก็ หมาย ว่า เปน คน เดิน ทาง เหมือน กัน ครั้น เดิน มา ถึง กรอก วัด แก้ว ฟ้า คน นั้น แวะ เข้า วัด แก้ว ฟ้า เลย วิ่ง ราว เอา หมวก ไป ด้วย ฝ่าย คน ที่ ถือ โคม ถูก วิ่ง ราว ไล่ ไม่ ทัน จะ เอา โคม คว้าง ก็ เสีย ดาย แล้ว กลับ มา เล่า ให้ เมีย ฟัง ข้าพเจ้า จะ ขอ บอก แก่ ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า เมื่อ ท่าน ทั้งหลาย จะ เดิน ทาง นี้ แล้ว ต้อง ระวัง ตัว ให้ ดี ๆ เถิด เพราะ ทาง เหล่า นี้ ไม่ สู้ จะ มี โปลิศ เฝ้า เปน หน ทาง เปลี่ยว วิ่ง ราว ก็ ชุม ตี หัว ก็ ชุม เปน ที่ หน้า กลัว นัก ทาง เหล่า นี้ เวลา กลาง คืน ก็ ไม่ ใคร่ จะ มี คน เดิน เลย เพราะ กลัว มี อยู่ ก็ แต่ นักเลง คอย ตีชิง วิ่งราว เท่า นั้น คือ ทาง วัด สาม:เพง ที่ ๑ กรอก วัด ญวน ที่ ๒ วัด แก้วฟ้า ที่ ๓ โรง สวด ฝรั่ง ที่ ๔ กรอก น้ำ หวาน ล่าง ที่ ๕ ตะภาน แดง ที่ ๖ บ้าน ทะวาย ที่ ๗ น่า วัด ลาว ที่ ๘ แถว ฝัง ศพ ฝรั่ง ที่ ๙ วัด พระยาไกร ที่ ๑๐ ทาง เหล่า นี้ จง ระวัง เถิด จะ เสีย ที เขา ๚ะ
๏ ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ได้ ทราบ ขอ ท่าน อย่า ได้ รังเกียจ ที่ จะ เปลือง ที่ สัก สอง สาม บันทัด ใน จดหมาย เหตุ ของ ท่าน นั้น ขอ ท่าน ได้ แจ้ง ความ ด้วย เรือ กลไฟ ลำ หนึ่ง ข้าพเจ้า ได้ เหน เรือ นั้น จม ลง ใน แม่น้ำ น่า วัด โพ จะ เปน เพราะ เหตุ อัน ใด ไม่ ทราบ เหน ว่า ไม่ ช้า ไม่ นาน เรือ นั้น คง จะ เลื่อน ลง ไป ถึง สาย น้ำ จะ เปน ที่ กีด ขวาง แก่ เรือ กำปั่น โบ่: ที่ ขึ้น ล่อง ถ้า สมอ เกี่ยว จะ เปน การ ลำบาก แก่ เรือ ล่อง ได้ ยิน ว่า เรือ ที่ จม นั้น เปน เรือ หลวง ถ้า ไม่ มี ใคร คิด กู้ ขึ้น ก็ ควร เจ้า ของ จะ เถล้ง เหมือน เรือ ราชานัด ที่ จม ใน ทเล เถล้ง ได้ หาก ว่า จะ ไม่ ได้ เงิน มาก จะ ได้ แต่ ส่วน ซีก เซี่ยว ของ หลวง ก็ ดี ดี กว่า จะ เอา ไว้ ทำ ร้าย ให้ กีด ทาง ลำ น้ำ แล ของ หลวง ที่ ตก เรี่ย เสีย หาย อยู่ เช่น นี้ ก็ ยัง มี อยู่ มาก หลาย แห่ง ถ้า เปน ธรรมเนียม เถล้ง เสีย ได้ ก็ คง เปน ประโยชน์ แก่ ของ หลวง บ้าง แล เปน คุณ แก่ ราษฎร ผู้ ทุน รอน น้อย คง ได้ แก้ เล่น เครื่อง กล ไฟ ใช้ การ มี ประโยชน์ แล เปน ที่ จะ เจริญ แก่ ปัญญา ด้วย ๚ะ
ณวัน ศุกร เดือน สิบสอง ขึ้น หก ค่ำ
เงิน แบงก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๙ เปนซ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๙ เปนซ กับ สาม อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๕๓ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สิบเอ็ด แรม สิบ ค่ำ วัน ที่ คราว พวก กอนเซอเวติฟ ชุมนุม กัน ที่ เมือง เบอ มิงแฮม พวก ลิบิรัล มา ล้อม ทำ วุ่น วาย ให้ พวก กอนเซอเวติฟ กระจัด กระจาย ไป คราว ตี กัน นั้น คน เปน อัน มาก ถูก เจบ ลำบาก เซอ แซตฟฟอด นอท โกศ แล ลอด แรนดอลฟ ชัชชิล ได้ แต่ หนี ภย เอา ตัว รอด เท่า นั้น ฯะ
๏ ฮ่องกง วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม สิบเอ็ด ค่ำ วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม สี่ ค่ำ พวก ฝรั่งเศศ ให้ กอง ทัพ กอง หนึ่ง ขึ้น บก ที่ เมือง ตำซุย ที่ เกาะ พ่อโมซะ ครั้น สู้ รบ กัน ประมาณ สี่ ชั่วโมง จึ่ง ถอย กลับ ฝรั่ง ที่ อยู่ เมือง นั้น ปรกติ สบาย ดี อยู่ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบเอ็ด แรม สิบเอ็ด ค่ำ พวก ปฤกษา ราชการ ฝรั่งเศศ คือ แจมเบอ นั้น จับ คิด ราชการ อีก วาน นี้ คราว นั้น มี บิล พวก เสนาบดี นำ เข้า มา ขอ ให้ แจมเบอ ออฟเดปุติ ยอม โวต ให้ เบิก เงิน ๑๐ ๗๐๐ ๐๐๐ แฟรนก์ สำหรับ ใช้ ใน การ ที่ ประเทศ ตอนกวิน ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน สิบเอ็ด แรม สิบ สอง ค่ำ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเศศ แล คอเวินแมนต์ เยอรแมนี ตั้ง ความ ปราถนา จะ ช่วย ให้ แม่น้ำ ไนเคอร์ แล แม่น้ำ กองโค ให้ ตก เปน ทำนอง เดี่ยว กัน กับ แม่ น้ำ แดนูบ ใน เรื่อง ราย นี้ พวก เยอรแมนี ได้ ชวน ให้ มี การ ชุมนุม ปฤกษา กัน พวก อังคริษ ก็ ยอม ด้วย ฯะ
๏ ไกโร วัน ประหัศบดี เดือน สิบเอ็ด แรม สิบ สอง ค่ำ คอเวินแมนต์ ประเทศ อิยิบต ได้ สั่ง ให้ จับ ใช้ เงิน อีก แก่ พวก เกศ ฯะ
๏ เมือง นุยอด วัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด แรม สิบสาม ค่ำ พวก ริบับลิก นั้น ได้ ตั้ง พวก ราชการ สำหรับ หัว เมือง โอไฮโอ ด้วย มะยอริตี ใหญ่ แล้ว ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สิบเอ็ด แรม สิบสาม ค่ำ พวก เยอรแมนี่ ได้ เอา เมือง โปโต เชควิโอ ที่ ชาย ทะเล ซะเลว โกศะ เปน เมือง ของ เขา แล้ว ๚ะ
๏ ไกโร วัน เสาร์ เดือน สิบเอ็ด แรม สิบสี่ ค่ำ พวก หมู่ แขก ต่าง ๆ หนี แขก มะดี่ แล คิด จะ ปรอง ดอง ตก ลง กัน กับ พวก อังคริษ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สิบเอ็ด แรม สิบสี่ ค่ำ เงิน ที่ คาด คะเน จะ แจก จำหน่าย จัด กัน กอโลนี่ ต่าง ๆ ที่ ตวัน ออก มิ ได้ ออก ชื่อ เกาะ ออสแตรเลีย เปน เงิน ถึง ๘๙ ๐๐๐ ชั่ง เงิน ที่ จะ เบิก ใช้ กัน ที่ เมือง เอเดน เมือง สิงฆโปร์ แล เมือง ฮ่องกอง จะ เฉลี่ย เอา แต่ คอเวินแมนต ปริติช บ้าง แต่ คอเวินแมนต อินเดีย บ้าง แต่ คอเวินแมน กอโลนี่ บ้าง ภอ จะ จัด ทำ การ กัน นั้น ด้วย ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สิบสอง ขึ้น สอง ค่ำ โรค ลง ราก ร้าย ของ ประเทศ อาเซีย เกือบ จะ สูญ สิ้น แล้ว ที่ ประเทศ ฝรั่งเสศ ๚ะ
๏ ไกโร วัน จันทร เดือน สิบสอง ขึ้น สอง ค่ำ เยนิรัล กอดัน ได้ ยิง ระดม ตี เอา เมือง เซนตี ไว้ แล้ว มี คำ กล่าว ว่า พวก ขี่ จะ ขึ้น แม่ น้ำ ไนล นั้น จะ จับ ขึ้น ตาม ลำ แม่ น้ำ นั้น ใน กลาง เดือน สิบสอง ๚ะ
๏ ฮ่องกอง วัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สาม ค่ำ อัดมิ รัล กุเบ มี คำ ประกาศ ออก ว่า เมือง ท่า กำปั่น ที่ เกาะ ฟอโมซะ เปน อัน บลอก เอต ล้อม ไว้ แล้ว ห้าม มิ ให้ กำปั่น เข้า ออก ส่ง เสบียง อาหาร แล เครื่อง อาวุธ แก่ ผู้ คน ที่ เกาะ นั้น ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สาม ค่ำ คอเวินแมนต์ เยอรแมนี่ ได้ รับ ธุระ ครอง ประเทศ ที่ เรียก ว่า ตะจิ ออฟ บรันซวิก ไป พลาง ๚ะ
๏ ไกโร วัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สาม ค่ำ ตั้ง เปน ที่ กำหนด แล้ว มิ ให้ กอง ทัพ ประเทศ อิยิบต เกิน ๓๐๐๐ คน แล จะ เพิ่ม เติม พวก โปลิศ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัษบดี เดือน สิบสอง แรม ห้า ค่ำ ได้ จับ การ มุ่ง หมาย ของ พวก ในฮิลอิส ที่ คิด จะ ประ หาร ชีวิตร ของ ซาร์ คือ เจ้า ประเทศ รุเซีย ที่ เมือง เซนต์ ปีเตอซะเบิก ๚ะ
๏ มิศเตอร์ แบรซิ ได้ ทำ ซะบีจ ใน ที่ ชุมนุม พวก ลิบริล วาน นี้ แล เถียง ว่า พาหนะ กำลัง พวก บริติช ที่ ทเล ที่ จะ เท่า กัน กับ พาหนะ กำลัง ประเทศ ฝรั่ง เสศ แล ประเทศ อิตลี่ รวม กัน ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ชาว เมือง เพ็ชรบุรี ขอ คำนับ แจ้ง ความ ทุกข สุข มา ยัง ท่าน เอไดตอร์ ทราบ ด้วย ที่ เมือง เพ็ชรบุรี นั้น พวก ข้าพเจ้า ราษฎร ชาว เมือง เพ็ชร บุรี่ ได้ ทำ มา หา กิน เปน สุข มา ช้า นาน เมื่อ ปี มะเมีย จัตวาศก ท่าน ผู้ ซึ่ง อยู่ ใต้ บังคับ การ แทน นั้น ตั้ง ใจ ประกอบ การ เสพ สุรา เล่น ไพ่ เล่น ไก่ เล่น วิ่ง วัว คน ตั้ง บ่อน โป ใน บ้าน ท่าน การ ทุกข ของ พวก ข้าพเจ้า ผู้ ราษฎร ไม่ มี ผู้ สะสาง บังเกิด โจร ผู้ ร้าย ปล้น สดม ฉก ชิง วิ่ง ราว พวก ราษฎร ๆ ภา กัน มา ร้อง ต่อ ท่าน ใน เวลา เช้า ท่าน ก็ นอน มา เวลา กลาง วัน ท่าน เล่น ไพ่ มา เวลา เย็น ท่าน เล่น วิ่ง วัว คน ไม่ รู้ ที่ จะ ไป หา ผู้ ใด ที่ ตำบล บางแก้ว นั้น เกิด โจร ผู้ ร้าย ปล้น แย่ง ชิง โค กระบือ ของ ราษฎร ๆ มา ตาม ภบ ปะ โค กระบือ ที่ ทำเนียบ ท่าน เจ้า ของ ตำบล บ่าว ทาษ ท่าน ก็ ว่า โค กิน เข้า บ้าง เหยียบ ถนน ของ ท่าน บ้าง บาง ที่ ว่า โค ไป ติด อวน ใหญ่ ของ ท่าน เมื่อ เวลา เอา ขึ้ง ขึ้น ตาก บ้าง ราษฎร เจ้า ของ โค ต้อง เอา เงิน ถ่าย ถอน โค ตัว ละ ๕ ตำลึง ๖ ตำลึง ๘ ตำลึง บ้าง บาง ที่ ราษฎร มา ตาม ภบ โค กระบือ ใน ทำเนียบ ไม่ มี เงิน ถ่าย บ่าว ทาษ ท่าน ก็ พาล ทุบ ตี จับ เอา ตัว มา สิ่ง ท่าน เจ้า ของ ตำบล ท่าน ก็ ทำ โทษ เฆี่ยน เสีย บ้าง จำ เสีย บ้าง แล อวน ใหญ่ นั้น ท่าน เจ้า ของ ตำบล สร้าง ไว้ ยาว ประมาณ ๓๐ เส้น สำหรับ ขึง ใน ทะเล แล ท้อง ที่ ทะเล ซึ่ง ขึง อวน นั้น ราษฎร เข้า มา หา ปลา ไม่ ได้ ถ้า ราษฎร ขืน เข้า มา ต้อง เสีย เงิน บ้าง ถ้า ไม่ มี เงิน ต้อง ถูก ทุบ ตี ไม่ รู้ ที่ จะ ไป ร้อง กับ ผู้ ใด เพราะ พวก ข้าพเจ้า เปน คน ชาว ประเทศ บ้าน นอก แต่ ข้าพเจ้า คิด คะเน แน่ ใจ ว่า ท่าน เจ้า ของ ตำบล คง จะ ประกอบ หา กิน ใน ทาง นี้ เปน แน่ ราษฎร จึ่ง ได้ ความ ทุกข์ ร้อน เหมือน หนึ่ง นอน อยู่ ใน กอง เพลิง ครั้น ภาย หลัง ท่าน สาม นาย ออก ไป ราษฎร ภา กัน ยินดี เปน ที่ ยิ่ง เหมือน ประดุจ ปลา ตก คลัก อยู่ ใน หนอง ได้ ยิน เสียง ฟ้า ร้อง ก็ มี ความ ชื่น แช่ม พวก ราษฎร ภา กัน ทำ เรื่อง ราว มา ร้อง ถึง ๑๔ ฉบับ กลับ ต้อง ออก เงิน ค่า รับ เรื่อง ราว คน ละ ๖ สลึง แล้ว กัก ขัง เอา ตัว ไว้ ต้อง เสีย เงิน ค่า ฤชา ทำเนียบ โดย มาก ราษฎร มี ความ หวาด หวั่น อุประมา เหมือน วานร ซึ่ง คน จับ เอา ตัว มา กัก ขัง ไว้ บาง คน ก็ บ่น ว่า เปน เวร กรรม ทำ ไว้ เหมือน หนึ่ง หนี เสือ มา ปะ จรเข้ เหล่า พวก อ้าย ผู้ ร้าย ก็ ยิ่ง มี ความ กำเริบ ภา กัน เข้า มา ฝาก ตัว อยู่ กับ ท่าน บ้าง อ้าย ผู้ ร้าย ที่ มี ความ โกรธ พวก ราษ ฎร กระทำ การ ข่ม ขี่ ต่าง ๆ แล ส่อ เสียด ว่า บุตร หลาน พี่ น้อง ของ ราษฎร ซึ่ง เปน โจท นั้น ว่า เปน ผู้ ร้าย บุตร หลาน ของ โจท นั้น ต้อง จำ ตรวน ผูก เท้า ผูก เอ็ว ติด เครื่อง ครบ ถาม ก็ ไม่ มี โจท ครั้น ทน ไม่ ได้ ก็ ต้อง รับ แล้ว ก็ ต้อง ซัด ทอด กัน ต่อ ๆ ไป ต้อง มา ถูก กัก ขัง อยู่ ที่ บาง คน ก็ ถ่าย ถอน ตัว หลุด ไป ได้ ที่ บาง คน ขัด สน ต้อง ทน ทุกข อยู่ ราษฎร มี ความ สดุ้ง หวาด หวั่น เปน ที่ ยิ่ง ราษฎร ลาง พวก ก็ เข้า อยู่ กับ ท่าน ที่ หนึ่ง บ้าง ลาง พวก อยู่ กับ ท่าน ที่ สอง บ้าง ลาง พวก เข้า อยู่ กับ ท่าน ผู้ ชำระ บ้าง ฝ่าย หนึ่ง ก็ รับ ฟ้อง ชำระ ฝ่าย ที่ สอง ก็ รับ เรื่อง ราว แต่ง เสมียน ทนาย ฝ่าย ท่าน ชำระ ต่าง คน ต่าง ถือ อำนาจ ผู้ ซึ่ง เปน พาล ก็ ประกอบ การ คิด หา เหตุ ต่าง ๆ ผู้ ซึ่ง เปน ธรรม มี ความ กลัว เกรง ราษฎร ภา กัน มี ความ ทุกข ร้อน ครั้น ท่าน อินทรเดช ออก ไป เปลี่ยน ท่าน ผู้ ชำระ พวก ราษฎร ซึ่ง เปน ธรรม ภา กัน มี ความ ชื่น ชม โสมนัศ ดุจ หนึ่ง ว่า สกุณา ชาต ซึ่ง ต้อง ขัง อยู่ ใน กรง มี บุคคล มา ปล่อย ให้ บิน ไป ใน นภา กาศ เพราะ ว่า อินทรเดช ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม ชำระ ผู้ ร้าย ไล่ เลียง ซัก ถาม ให้ ถ่อง แท้ โดย เลอียด ได้ ตัว ผู้ ร้าย โดย มาก แล้ว ชำระความ ราษฎร ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม ไม่ เหน กับ หน้า บุคคล แล้ว ก็ ไม่ เอา ค่า ฤชา ธรรมเนียม ถ้า ราษฎร ไม่ ยอม แล้ว กัน ท่าน ก็ สู้ สละ ทรัพย ของ ท่าน ออก ให้ ราษฎร มี ความ สรร เสริญ กัน ถ้วน หน้า ผู้ ซึ่ง เปน พาล เหน ท่าน ตั้ง อยู่ ใน สัจ ธรรม ก็ ไม่ อาจ เข้า ส่อ เสียด ประจบ ประแจง จาก ตัว ใน ท่าน ผู้ เปน พาล ก็ สงบ ลง ราษฎร ได้ ทำ มา หา กิน เปน สุข โดย อำนาถ ของ ท่าน ซึ่ง ตั้ง อยู่ ใน ความ ยุติธรรม เพราะ ท่าน เปน ผู้ ใหญ่ เปรียบ เสมือน ช้าง สาร พ่วง พี มี อายุ มาก เคย ชำนิ ชำนาญ ใน การ ฝึก หัด โดย มาก ถึง จะ ใช้ ให้ ลาก ซุง แล ไม่ ขัด ข้อง สิ่ง ใด ๆ คิด อาจ สำเร็จ ได้ ทุก อย่าง ไม่ เหมือน อย่าง ช้าง เลก ๆ แล ช้าง ผอม ช้าง ผอม นั้น ครั้น เหน หญ้า ก็ มุ่ง อยาก จะ กิน แต่ หญ้า ช้าง เลก นั้น ถึง จะ ใช้ ฉุด ลาก ฤๅ จะ ใช้ ประการ ใด ก็ ไม่ สำเรจ เพราะ ไม่ สันทัด ใน การ ฝึก หัด เปน แต่ แตก ปลอก เที่ยว บ้า มัน ไป เท่านั้น เอง
ฟรี เลเบอร
๏ วิชา โปลิไต กัล อิโกโนมี นั้น สอน ว่า การ งาน ทุก อย่าง เพื่อ จะ เปน ประโยชน ใน การ เจริญ ทรัพย ต้อง เช่น อย่าง ที่ เรียก ว่า ฟรี เลเบอร์ คือ ว่า ผู้ ที่ กระทำ การ นั้น ต้อง มี น้ำใจ กระทำ ไม่ ต้อง เปน ข่าว เปน ทาษ แล ไม่ ต้อง มี ผู้ ใด บังคับ บัญชา ให้ กระทำ ถ้า ไม่ อย่าง นั้น จะ เปน ประโยชน์ แก่ วิชา ผสม ทรัพย์ ก็ หา มิ ได้ การ ใช้ ข่าว ใช้ ทาษ เปน ธรรมเนียม มา แต่ บุราณ แล ธรรมเนียม นั้น ยืด นาน มา เกือบ เท่า กับ ต้น เดิม โลกย พวก ยูตาย นั้น ที่ เปน พวก บุราณ ของ พระยะโฮวา ได้ มี ข่าว มี ทาษ ฯ ของ เขา มี สอง อย่าง ฯ หนึ่ง คือ พวก เชลย ที่ เขา จับ เอา มา แต่ ทัพ พวก นั้น เปน ทาษ อยู่ เสมอ คน เหล่า นั้น กับ ครอบ ครัว ของ เขา เปน คน ของ นาย ฯ ขาย ก็ ได้ เมื่อ เขา กระทำ ผิด นาย ประหาร ชีวิตร์ ก็ ได้ แล พวก ยูตาย มี ทาษ อีก อย่าง หนึ่ง เปน ชาว ประเทศ ของ เขา เอง คน ทั้ง ปวง นั้น เปน ทาษ ขาย ตัว เอง เพราะ ความ จน ทาษ อย่าง นั้น ไถ่ ค่า ตัว ได้ ถ้า แล มิ ได้ ไถ่ ค่า ตัว สิ้น เจ็ด ปี ก็ พ้น จาก ทาษ อยู่ เอง แล พวก ยูตาย มี ธรรมเนียม อีก อย่าง หนึ่ง คือ ครบ ห้า สิบ ปี แล้ว เขา ต้อง ปล่อย ทาษ ทั้ง สิ้น ทุก ๆ ครั้ง แล ตาม กดหมาย ของ พวก ยูตาย นั้น นาย จะ ข่มเหง ทาษ ก็ ไม่ ได้ ๚ะ
๏ ส่วน พวก กรีก บุราณ ได้ มี คน ทาษ เหมือน กัน ทาษ นั้น เปน คน เชลย ได้ มา แต่ ทัพ บ้าง แล ลาง ที่ ไป ลัก จับ เอา มา แต่ ประเทศ อื่น ที่ ล้อม รอบ บ้าง คน ทาษ นั้น นาย ขาย ได้ ตาม ใจ ฤๅ จะ ให้ ไป รับ จ้าง กระทำ การ ของ ผู้ อื่น นาย เก็บ เอา เงิน ค่า จ้าง นั้น ได้ บาง ที คน ผู้ ใหญ่ มี ทาษ หลาย ร้อย คน ใช้ ไป รับ จ้าง กระทำ การ แล นาย ก็ เก็บ เอา เงิน ค่า จ้าง นั้น ๚ะ
๏ ฝ่าย พวก โรม บุราณ ได้ มี คน ทาษ ด้วย แล ซึ่ง เขา ถือ ว่า ด้วย การ เปน ทาษ นั้น ผิด กัน กับ พวก กรีก พวก กรีก นั้น ได้ ถือ ว่า การ เปน ทาษ ได้ เกิด ขึ้น ตาม ธรรมดา ตั้ง แต่ เดิม โลกย แล ลาง คน ที่ เปน กระกูล ต่ำ ไม่ เปน ทาษ ไม่ ได้ แต่ พวก โรม ยอม รับ ว่า เมื่อ เดิม นั้น คน ทั้ง ปวง ได้ เปน คน เสมอ กัน ครั้น ภาย หลัง มา บาง คน ได้ เปน ทาษ เพราะ เหตุ การ อื่น ที่ ได้ เกิด ขึ้น แล ตาม กดหมาย ของ เมือง โรม นั้น ถึง พ่อ เปน ผู้ ใหญ่ ถ้า แม้น เปน ทาษ ลูก ต้อง เปน ทาษ ด้วย คน ทาษ ทั้ง หลาย นั้น ไถ่ ค่า ตัว ได้ เมื่อ ไถ่ แล้ว แล ให้ เงิน แก่ เมือง ตาม สม ควร จึ่ง จะ เปน ชาว เมือง โรม แท้ ได้ แต่ ขณะ เมื่อ ยัง เปน ทาษ อยู่ นั้น ก็ เปน คน ของ นาย เหมือน อย่าง สิ่ง ของ อื่น ฯ นั้น คน ที่ เปน ทาษ ขึ้น โรง ศาล ฟ้อง ผู้ อื่น ไม่ ได้ แล ผู้ อื่น ก็ ฟ้อง คน ที่ เปน ทาษ ไม่ ได้ เหมือน กัน แล ห้าม คน ที่ เปน ทาษ ไม่ ให้ แต่ง งาน เหมือน อย่าง ชาว โรม คน อื่น นั้น แต่ คน ที่ ตระกูล เสมอ กัน ไป กิน อยู่ อาไศรย ด้วย กัน ได้ แล คน ทาษ แต่ง ตัว เหมือน ชาว โรม แท้ ก็ ไม่ ได้ แล ห้าม ไม่ ให้ คน ทาษ นั้น ขึ้น ขี่ ม้า ขี่ รถ ขี่ แคร่ ภาย ใน กำแพง เมือง ถ้า แล คน ทาษ ตาย แล้ว ก็ ให้ ฝัง ไว้ ดุจ คน อื่น แล ลาง ที นาย ที่ รัก ทาษ คนไท ทาษ นั้น ตาย แล้ว นาย ทำ ป้าย ไว้ ที่ หลุม ฝั่ง ศพ เปน สำคัญ ๚ะ
๏ ครั้ง ก่อน บาง หัว เมือง ใน ประเทศ อะ เม ริ กะ ได้ มี คน ชา ติ์ แอ ฟ ริ กะ เปน ทาษ นาย เปน เจ้า ของ ตัว ทาษ เหล่า นั้น เปน อัน ขาด ที เดียว ขาย ก็ได้ แล ใช้ ไป รับ จ้าง ผู้ อื่น นาย เก็บ เอา เงิน ค่า จ้าง ก็ ได้ เมีย ลูก ของ ทาษ นั้น เปน ของ นาย ทั้ง นั้น บัดนี้ ประเทศ ทั้ง หลาย ที่ ได้ ชื่อ ว่า เปน ซิ วะ ไล เซ็ด แล้ว ก็ ปล่อย คน ทาษ เสีย หมด ประเทศ ใด ๆ ที่ เปน ซิ วะ ไล เซ็ด แท้ ไม่ ได้ ใช้ คน ทาษ เลย เดี๋ยว นี้ ประเทศ ทั้ง หลาย นั้น รู้ แล้ว ว่า ประเทศ แห่ง ใด ที่ ใช้ ทาษ ประเทศ นั้น ก็ ไม่ เจริญ ใน การ ผสม ทรัพย เหมือน อย่าง ประเทศ ที่ ไม่ ได้ ใช้ ทาษ ใน ประเทศ อะ เม ริ กะ เมื่อ ก่อน หัว เมือง เหล่า นั้น ที่ ได้ ใช้ ทาษ ก็ ไม่ เจริญ เหมือน หัว เมือง ที่ ไม่ ได้ ใช้ ทาษ ตั้ง แต่ เวลา ที่ ปล่อย คน ทาษ แล้ว หัว เมือง ทั้ง ปวง นั้น เจริญ มาก ยิ่ง กว่า แต่ ก่อน เปน อัน มาก คน ที่ เปน ทาษ รู้ ตัว ว่า เปน ของ นาย แล สิ่ง ของ ที่ มี อยู่ นาย ก็ ริบ เอา ไป ได้ เหตุ ฉะ นั้น ทาษ นั้น ไม่ มี สิ่ง ใด ที่ ยัง ใจ ให้ หมั่น กระทำ การ คน ใด ที่ มี ใจ หมั่น กระทำ การ ต้อง รู้ ว่า เปน เจ้า ของ ตัว เอง แล เปน เจ้า ของ สิ่ง สารพัด ที่ ตัว ได้ ด้วย หมั่น กระทำ การ เมื่อ เปน เช่น นั้น แล้ว จึง จะ ผสม ทรัพย ไว้ ได้ ๚ ะ
๏ ข่าว ราชการ ควร จะ มี เจ้า พนักงาน จัด ส่ง ข่าว ตาม ที่ เปน มา แล้ว จริง ถ้า จะ เอา แต่ ตาม สืบ ความ คง ผิด มาก กว่า ถูก จะ ไม่ เปน ข่าว แน่ ๚ ะ
๏ การ แปล หนังสือ พิมพ เมือง นอก ที่ มี ความ ยาว ๆ เงิน ใน บ้าน เมือง จะ ไม่ ภอ แก่ การ คน ที่ จะ แปล นั้น ต้อง เปน นัก ปราช ต้อง เปน คน ชำนาญ ใน ภาษา สอง สาม ภาษา การ ชำนาญ ดัง นี้ เปน การ เลี้ยง ชี วิตร ของ นัก ปราช นั้น คน ชำนาญ เช่น นั้น คง เปน คน มั่ง มี กลัว จะ จ้าง เขา ไม่ ไหว แล้ว แต่ คน ที่ ใน หลวง เลี้ยง ควร จะ แปล ไว้ บ้าง จะ ได้ เปน ผล แก่ บ้าน เมือง ๚ ะ
๏ ความ เจบ แค้น ใน บ้าน ปิด บัง เสีย เถิด ๏ ให้ ทรัพย์ ทวี แล จง เปน คน มั่งมี ขึ้น ด้วย ซื่อ สุจริต ๚ ะ
จะ ขาย
๏ เรือ แม่ น้ำ คือ ไปลต กัต เตอ ลำ หนึ่ง ที่ จัด แต่ง ไว้ เปน เรือน อยู่ ได้ มา จอด ทอด สมอ ส่อง อัน ติด สาย เลหก ส่อง สาย ใกล้ เคียง น่า ห้าง บอ นิโอ กำ ปะ นี่ ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอี ยด เชิญ ไป ถาม แก่ นาย ห้าง มู เลอ แอน โม ชะ เนอ ห้าง ล่าง แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สิบ สอง แรม สาม ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉศก ( ๒ ห ) ๚ ะ
๏ คน โง่ ติ เขา ได้ คน ปัญญา ตั้ง ใจ ทำ การ ของ ตัว ให้ ยิ่ง ดี ขึ้น ทุก ครั้ง ก็ ยัง รับ ว่า ยาก เหลือ ยาก แต่ จำ ใจ อุส่าห เพียร ไม่ เว้น วาง การ ประพฤติ์ ให้ ความ คิด แล กิริยา แล วาจา เรียบ ร้อย ดี ขึ้น ทุก วัน
ราคา สินค้า
๏ ที่ จะ บอก ราคา สินค้า แล เรือ เข้า ออก มี คุณ จำเภาะ แก่ ภอ ค้า วานิช เมื่อ พวก นี้ ต้อง การ ความ รู้ เช่น นี้ เขา คง คิด อ่าน กัน จัด การ ให้ มี หนังสือ อย่าง นี้ขึ้น ภอ จะ จ้าง คน ให้ ไป สืบ หา ความ เช่น นี้ แล ภอ ที่ จะ ตี พิมพ ข่าว เช่น นี้ ได้ ฯะ
๏ จะ กล่าว กลอน สอน เตือน เพื่อน ทั้งหลาย ให้ รู้ ตัว ทั่ว กัน ทุก วัน นาย อย่า หมิ่น หมาย จิตร พะ วง หลง ละเมอ เมื่อ แรก เริ่ม เติม ชิด สนิท นัก เปน คน รัก แช่ม ชื่น ไม่ ฝืน เฝอ ทุก เช้า เย็น ถ้วน พรู แต่ หมู่ เกลอ สนทนา อา เออ สำราญ บาล มี อะไร ใคร ก็ หา เอา มา เลี้ยง มา พร้อม เพรียง เทศ เย่า เจ้า สถาน ชอบ สนิท ชิด ชม มา นม นาน ใคร มี การ ดับ ภุก ปฤก กะดี ได้ ช่วย กัน แก้ ไข มิ ให้ ข้อง ตาม ทำนอง คน รัก ไม่ ผลัก หนี พวก ผู้ อื่น มิ ได้ มา พูด ยายี ก็ อยู่ ดี กิน ดี ไม่ มี ไภย ๚ะ
เรือ จม น้ำ
๏ ณวัน พฤหัสบดี เดือน เก้า แรม แปด ค่ำ ลูก จ้าง ครู สมิท ภบ เรือ มาด ลำ หนึ่ง จม น้ำ อยู่ ที่ น่า ห้าง ครู สมิท ที่ บาง คอแหลม ท่าน ผู้ ใด เปน เจ้า ของ เรือ ให้ มา รับ เอา ไป แต่ ต้อง เสีย ค่า ลง พิมพ์ จึ่ง เอา ไป ได้ ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา นี้
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ข้าง ท้าย หนังสือ นี้ ขอ แจ้ง ความ มา ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ด้วย บัด นี้ ตึก ของ ข้าพเจ้า อยู่ ที่ ตำบล บางลำภู หลัง หนึ่ง จะ ให้ เช่า ถ้า ท่าน ทั้งหลาย อยาก จะ ทราบ ความ ให้ เลอียด แล อยาก จะ เช่า ขอ เชิญ มา ถาม ที่ บ้าน ข้าพเจ้า หลวง เจริญ ราชธร อยู่ ณะ ตำบล คลอง ผดุง ตรง โรง สี่ ไฟ ข้าม (ห ๑) ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สัก สิทธิ์ นัก
๏ ๓ ยา คือ เอเออร์ เจะริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ฝี ใน อก ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดี๋ยว ให้ กิน ๕ หยด สอง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะตก ตัว หนาว ฤๅ แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ บีลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังครึษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่น ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เจ็ด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘๘ ถึง ๑๘๙๔ ครบ เจก ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด