เดือน ๑๒ แรม ๑๐ ค่ำ, ๑๒๔๖
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๓ แผ่น ๑๒ วัน พุธ เดือน สิบสอง แรม สิบ ค่ำ ปี วอก ฉอ ศก ๑๒๔๖
๏ พี่เภก สอน บุตร ๚ะ

๏ จง สัจซื่อ สาภิภักดิ์ ค่อย รัก นาย อย่า มอง หมาย คุมโทษ โกรธ ลับ หลัง ให้ รู้ เกบ รู้ กิน สิ้น ฤๅ ยัง ถ้า นาย สั่ง ทำ การ อย่า คร้าน แช แม้น นาย ทุกข์ เจ้า อย่า ศุข กระเษม เสียง จง คอย เคียง นิ่ง ระ วัง ฟัง กระแส ถ้า อยู่ ไกล ไม่ ทัน จะ ผัน แปร ถ้า นาย ใช้ อย่า ได้ แช ให้ ช้า เชือน ตัว เปน ข้า อย่า ให้ ผ้า เหมน สาบ ได้ รัก ษา ไว้ นุ่ง เจียม ภอ เทียม เพื่อน ไพร่ ผู้ ดี มี จน พล เรือน ก็ แม้น เหมือน กัน ทุก คน ใน กน การ ตัว เปน หญิง สิ่ง ใด ไม่ สันทัด ให้ เจน จัด กับ เข้า ทั้ง คาว หวาน ถึง จะ เปน เช่น หม่อม พนักงาน คง โปรด ปราน ได้ ชื่อ เปน มือ ดี สาระพัด หัด ให้ เหน เปน วิชา เขา ย่อม ว่า ชาว วัง ชั่ง บาย ศรี รู้ ไว้ เผื่อ เมื่อ น่า ได้ สามี ถึง เปน ที่ ท่าน ผู้ หญิง อย่า ทิ้ง ครัว ดู จัด แจง แต่ง โภชนา หาร พนักงาน ของ สัตรี แม้น มี ผัว ให้ เกรง กราบ สามี เปน ที่ กลัว รู้ ฝาก ตัว รัก กาย เสีย ดาย งาม ทำเนียม นาง วาง ไหน ให้ เปน หนึ่ง อย่า รำพึง ตรึก ตรอง เปน สอง สาม อย่า ถือ ใจ ไหล หลง ว่า ทรง งาม เมื่อ ยาม สาว ก็ ยัง สวย สำ รวย ทรง เหมือน สาย หยุด สุด สาย ก็ หาย หอม พวง พยอม ลิลา มหา หง เมื่อ ยาม แย้ม ภุมเรศ เจต ประจง พิศวง อยู่ ด้วย กลิ่น ถวิล วอน ครั้นโรย ร่วง พวง พกา ก็ คลา คลาศ แรม นิราศ ร่าย เร่ หา เกสร ไม่ คืน คง ทรง ช่อ อรชร หมู่ ภุมมร เหมือน ชาย ที่ หมาย เชย เปน หญิง ดี มี อัชฌา รักษา ผัว รู้ ฝาก ตัว ชาย ไม่ ร้าง นะนางเอ๋ย แม้น สัตริ์ ดี จริง ไม่ ทิ้ง เลย เรา ก็ เคย รู้ เช่น ได้ เหน เชิง สอน สิ่ง ดี ที่ ชั่ว ไว้ ผัว สอน จง ผัน ผ่อน เช้า ค่ำ อย่า ทำ เหลิง ตก ลำ บาก ยาก จน ขะ บั่น เบิ่ง แตก กระเจิง ขาก ผัว เพราะ ตัว ทำ อย่า โทษ ชาย ลาย ชั่ว อยู่ ตัว หญิง แม้น ดี จริง ชาย คง ชุบ อุปถ่ำภ์ คบ ชาย ชั่ว ภา ตัว ยับ ระยำ ถ้า ชอก ช้ำ บุบ ฉลาย ไม่ หาย เลย เปน นารี่ ที่ จำเริญ บำรุง ร่าง จง สำอาง เอี่ยม สอาด ฉลาด เฉลย ให้ หอม หวล ชวน ชื่น หื่น รำเพย ชอบ ชาย เชย ชม เชิง ละเลิง โลม สัมผัศ ศรี มี รูป รศ กลิ่น เสียง นี่ แท้ เที่ยง เครื่อง ประดับ สำหรับโฉม เปน ที่ ชื่น หมื่น ชาย หมาย ประโลม จะ ชมโฉม น่า เสน่ห์ สนิท นาน ถ้า ทำ ดี มี อัชฌา สวามิภักดิ์ ถึง มิ รัก ก็ คง จะ สงสาร อย่า พูด มาก ปาก กล้า ทำ สามาญ เหมือน ประจาน หน้า ตัว ให้ ผัว มอม แม้น ทำ ดี มี ชื่อ บรรภา ยศ อยู่ ปรากฎ ตัว ตาย ไม่ หาย หอม ถ้า ทำ ร้าย ชาย ร้าง ต้อง หมาง ตรอม จะ ภา ผอม เผือด ซูบ ทั้ง รูป ทรง ทำ เล่น ตัว จน ผัว มี เมีย น้อย นั่ง ตะบอย บ่น บ้า ว่า เขา หลง ถูก เสน่ห์ เล่ห์ ลม อยู่ งม งง พาโล ลงโทษ ชาย แต่ ฝ่าย เดียว อัน จิตร ชาย ได้ หนึ่ง รำพึง สอง ตาม ทำนอง นอน นึก ตรึก เฉลียว น้ำ มาก ปลา ไม่ ตาย ว่าย กลม เกลียว สาย น้ำ เชี่ยว ชอบ มัจฉา ใน สาชล เปน เมีย หลวง หวง หึง เสนหา เหมือน พาล ภา ไภย รำพึง ไม่ มี ผล สาระพัด ป่วย งาน การ ของ ตน มี ผู้ คน ค่อน ว่า ด่า กระทบ ทำ ปาก กล้า สามาญ ประจาน ผัว ไม่ ไว้ ตัว เมีย น้อย จะ พลอย ตบ รู้ ไกล่ เกลี่ย เมีย น้อย ค่อย นอบ นบ จง ประจบ รัก ผัว ของ ตัว เดิม ถึง เสีย ทอง เท่า ตัว ผัว อย่า เสีย ทำ ไม เมีย น้อย ๆ ปล่อย ให้ เหิม ใคร พลั้ง พลาด ขาด เหลือ ช่วย เจือ เติม จง ส่ง เสิม สอน ให้ ชอบ ค่อย ปลอบ ใช้ อัน แม่ เรือน เหมือน แมว เมีย น้อย หนู สิศ กับ ครู ธรรมดา อัชฌา ไศรย เขา ก็ จิตร คิด ดู เล่า เรา ก็ ใจ รัก กัน ไว้ ดี กว่า ชัง ระวัง รัก ถ้า เขา ซื่อ เรา ก็ ซื่อ อย่า ถือ ยศ แม้น เขา คด เรา ก็ คม อยู่ ใน ฝัก ชอบ เชิง ใช้ ได้ เชือด เลือด จึง ซัก ให้ รู้ จัก แขง อ่อน ผ่อน ปัญญา แม้น มี กรรม จำ ต้อง เปน เมีย น้อย เมีย หลวง คอย หยิบ ผิด ด้วย อิจฉา ถึง ทำ ดี ก็ เปน ร้าย หมาย นินทา จง อุส่าห์ ฝาก ตัว เจ้า ผัว ไว้ ทำ ให้ ชอบ มอบ ตัว เปน ทาษ ให้ ท่าน มี เมตา อัชฌา ไศรย์ จง ตั้ง จิตร คิด ประจบ ให้ สบ ใจ ตัว เปน ไท ก็ เหมือน ทาษ ชาติ เมี่ย น้อย มัน เจบ ใจ ไม่ ชั่ว ผัว ของ เขา เหมือน แกล้ง เอา ไฟ จี้ เข้า ที่ ฝอย ทั้ง เมี่ย หลวง ล่วง ว่า ขี้ ค่า พลอย แต่ เหน มา กว่า ร้อย ย่อม เรื้อ รัง เปน สัตรี มี สัตรู รู้ ตรอง ตรึก ชะเน นึก อยู่ เปน นิจ ใน จิตร หวัง แม้น เมิน หมิ่น มิ ได้ ขาด จะ พลาด พลั้ง ชาย จะ ชิง หญิง จะ ชัง ชวน เปน เชิง ถ้า จะ คิด ไป ข้าง ทาง ค้า ขาย อย่า เสีย ดาย ลม พ่อ ยอ ให้ เหลิง ซื้อ ก็ ง่าย ขาย ก็ คล่อง ด้วย ต้อง เชิง ทำ รื่น เริง พูด ปลอบ ให้ ชอบ คำ หญิง เรียก แม่ ชาย เรียก พ่อ ง้อ ให้ ซื้อ ผู้ ได ฤา จะ ไม่ ชม ว่า คม ขำ ถ้า ปาก ร้าย ขาย ด่า ว่า ระยำ ฟัง น้ำ คำ แล้ว ก็ เครื่อง เคือง ระคาย อัน วาจา อัชฌา ไศรย ไม่ ลง ทุล มี แต่ คุณ เปน ประโยชน์ ไม่ โหด หาย ถ้า พูด ผิด คิด ไม่ ชอบ เข้า ลอบ ตาย ทั้ง หญิง ชาย เหมือน กัน สำคัญ ลิ้น อาวุธ ได ใน พิภพ ไม่ ลบ ปาก ถึง น้อย มาก ฟัน ฟาด ขาด เปน สิน จะ เปน ตาย ดี ร้าย จะ คาย กิน ใน โลกย์ สิ้น สาม ภพ จบ เจรจา จะ ร่ำ สอน วอน เสียง แต่ เพียง สั่ง เจ้า จง ฟัง เริ่ม เรื่อง ไป เบื้อง น่า อัน องค์ ท้าว ทศภักตร์ หลัก ลงกา พระ ชัณษา เกือบ กึ่ง จะ ถึง กาล โอ เกาะ แก้ว ลงกา เคย ผาศุก แสน สนุกนี้ ดั่ง ดาว ดึง สถาน ปราสาท มุข ศุก แม้น เมือง พิมาน ส่ง แสง พาน โอภาษ ใน อำภร ตั้ง แต่ นี้ มี แต่ นับ จะ ลับ แล้ว ทั้ง แท่น แก้ว ที่ บันทม ปัจฐรณ์ พระ ยี่ภู่ ปู เคย เขนย นอน ช่อง บัญชร ฉาก ชั้น กั้น ลับ แล จะ แล ลับ นับ เวไล จะ ไกล แล้ว โอ้ ลูก แก้ว เบญกาย อยู่ กับ แม่ จง ฝาก ตัว ทาษ ไท ใจ ดู แล พวก สาว แส้ เคย อยู่ รู้ ฝาก ตัว ๚ะ


๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ฯะ


เดก เปน ขะโมย

๏ ณวัน จันทร เดือน สิบสอง เวลา เช้า ประมาณ สัก สาม โมง ปะ เดก คน หนึ่ง อายุ ประมาณ สัก สิบสอง ขวบ เจก มัด ไว้ ที่ เสา ร้าน แถว ใต้ วัด พระยา ถคร แล เฆี่ยน ด้วย หวาย ครั้น ถาม ว่า ทำไม จึ่ง มัด เฆี่ยน เขา บอก ว่า มัน ขะโมย กงเกง แพร ตัว หนึ่ง จับ ได้ จึ่ง ทำ โทษ มัน มัน เคย ขะโมย ที่ อื่น ๆ หลาย ครั้ง มา แล้ว ครั้น ถาม ว่า ทำไม ไม่ ส่ง มัน ให้ กับ โปลิศ ให้ พวก ตระลาการ ชำระ เขา บอก ว่า พวก โปลิศ ไม่ รับ เดก นิด ดัง นี้ บาง คน ว่า บาป ไม่ ควร จะ จับ ส่ง เดก เช่น นี้ เลย แต่ ควร จะ มี ที่ สำหรับ รับ ขัง เลี้ยง หัด ฝึก สอน เดก ชั่ว เช่น นี้ เอา ไว้ จน อายุ ๒๑ ปี ครั้น มัน รู้ จัก หนังสือ รู้ จัก ประพฤติ การ เรียบ ร้อย มี วิชา ความ รู้ ติด ตัว เปน ทาง หา กิน เลี้ยง ชีวิตร ได้ คล่อง จึ่ง ฝาก ฝั่ง ให้ มัน ไป ทำมา หา กิน กับ คน ดี ดี ต่อ ไป สิ้นโทษ มัน จึ่ง จะ เปน การ งาม ควร แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง ฯะ

จม น้ำ ตาย

๏ มี คน หนึ่ง ชื่อ พรม เปน ชาติ มอญ เวลา วัน หนึ่ง เขา กิน เหล้า เมา ภาย เรือ มา ตาม คลอง บาง น้ำ ซน ครั้น ถึง ปาก คลอง ผะเอิน เรือ ล่ม คว่ำ แล้ว จม หาย ไป ฝ่าย ข้าง พี่ สาว เหน น้อง ชาย เรือ ล่ม จม หาย ไป แล้ว ก็ ร้อง เรียก ให้ คน เขา ช่วย ครั้น คน ทั้งหลาย ได้ มา ช่วย ดำ ขึ้น มา ได้ ก็ ขาด ใจ ตาย

ผู้ ร้าย ปล้น ที่ เขา ดิน

๏ ข้าพเจ้า ได้ ยิน ข่าว คน เดิน เรือ ค้า ขาย มา จาก เขา ดิน เล่า ให้ ฟัง ว่า มี โจร ผู้ ร้าย ปล้น สดม ชุม นัก เขา ว่า เมื่อ เดือน น่า มี เรือ เข้า สาม ลำ แจว มา ตาม คลอง จะ ออก ไป ลัด เพราะ ทวน น้ำ ทวน ลม ก็ ภา กัน จอด เข้า ที่ ตลิ่ง หยุด พัก ครั้น ถึง เวลา ดึก ก็ ภา กัน นอน หลับ หมด มี ผู้ ร้าย มา สาม คน ถือ อาวุธ ดาบ คน ละ เล่ม ปีน ขึ้น เรือ เข้า แล้ว ฟัน แทง คน หัว คน ท้าย ตาย ยัง มี ผู้ หญิง อิก คน หนึ่ง กระ โดด ไป เรือ ล่า หนึ่ง ทัน ก็ ภา กัน แก้ เรื่อ หนี ไป ฝ่าย พวก โจร นั้น เก็บ เข้า ของ เงิน ทอง ไป หมด สิ้น

๏ อิก แห่ง หนึ่ง ที่ บาง เกลือ เรือ ล่า หนึ่ง สอง คน ผัว เมีย มี ลูก เล็ก คน หนึ่ง มี เงิน แปดสิบ บาท มา ภบ โจร เข้า พวก โจร เอา ดาบ ฟัน ตาย ทั้งสอง คน ผัว เมีย เหลือ ลูก เล็ก แล้ว มัน เอา ศพ นั้น ไป ฝัง เสี่ย ทั้งสอง คน แล้ว เอา เด็ก ฝัง ไว้ ครึ่ง ตัว แล้ว เก็บ เอา เงิน ไป ๚ะ

พวก ปี่พาท ย มะโหรี่ ฝรั่ง

๏ มี ชาย แปด คน หญิง หก คน ได้ เล่น มะโหรี่ ทุก คืน ที่ โรง หลัง ห้าง สิงหโต บาง คน ชม ว่า เล่น ดี ๚ะ

การ พนัน เมือง ชลบุรี
การ พะนัน เปน การ ร้าย แก ผู้ เล่น แน่

๏ มี ผู้ หนึ่ง ขอ แจ้ง ความ มา ให้ ทราบ ดัง นี้ ด้วย ว่า โรง บ่อน เบี้ย ที่ เมือง ชลบุรี เขา คิด เอา เบี้ย ติด ที่ กระดาน เปน ป้าย ออก เปน หวย ไพ่ จีน ๑๔ ตัว ให้ ราษฎร แทง ถ้า ถูก ใช้ สิบ สอง ต่อ ๑ เบี้ย เรียก ว่า อังตี้ ๒ เบี้ย เรียก ว่า อังสือ ๓ เบี้ย เรียก ว่า อังเฉี่ย ๔ เบี้ย เรียก ว่า โซ้ตี้ ๕ เบี้ย เรียก โอสือ ๖ เบี้ย เรียก โอเฉี่ย ๗ เบี้ย เรียก อังกี ๘ เบี้ย เรียก อังเบ้ ๙ เบี้ย เรียก อังเผ่า ๑๐ เบี้ย เรียก โอกือ ๑๑ เบี้ย เรียก โอเบ้ ๑๒ เบี้ย เรียก โอเผ่า ๑๓ เบี้ย เรียก อังจุด ๑๔ เบี้ย เรียก โอจุด พวก ราษฎร ก็ ภา กัน หลง แทง ชุก ชุม มาก ขึ้น ทุก วัน ซึ่ง คน ที่ เมือง นั้น คิด ออก หวย ไพ่ เล่น ดัง นี้ จะ มี โทษ ฤๅ ไม่ มี ขอ ท่าน ครู สมิท ได้ เหน กับ ราษฎร ลง ใน สยาม ไสมย ท่าน ผู้ มี อำนาจ จะ ได้ ทราบ ท่าน จะ เหน ควร ฤๅ ไม่ ควร ก็ แล้ว แต่ ท่าน จะ โปรด จะ ได้ รู้ ไว้ เปน แบบ หย่าง ๚ะ

๏ ถ้า ราษฎร ทั้ง บ้าน เมือง จะ แซง ใจ ไม่ เล่น การ เช่น นี้ เลย การ ก็ ต้อง เลิก กัน ไป เอง ถ้า ใคร ไม่ รัก ตัว เอง ไม่ รัก เพื่อน มะนุษ ด้วย กัน ถ้า พวก นั้น จะ ขืน เล่น แล้ว ภา กัน ฉิบหาย เปน โทษ เกิด แต่ การ ของ ตัว เอง จะ ว่า ใคร ไม่ ได้ — เอไดตอร์ ๚ะ

คน โกง

๏ ว่า ด้วย คน โกง ใน ประเทศ สยาม ลำดับ นี้ จะ ว่า ด้วย การ โกง สัก สอง สาม อย่าง ภอ ให้ ท่าน ทั้ง หลาย รู้ สึก ตัว บ้าง ว่า คน โกง มัน เปน อย่าง นี้ คือ ใน ทุก ๆ ภาษา คน โกง ก็ มี ใน กรุง เทพ เรา นี้ มี บาง คน ถือ หัว โขน อัน หนึ่ง แล้ว แวะ เข้า ไป ซื้อ ผ้า ม่วง เจ๊ก ๆ ก็ เรียก ซื้อ ครั้น ต่อ ตาม กัน แล้ว เจ้า คน โกง นั้น ว่า จะ เลือก เอา คะเน เจ๊ก เผลอ อ้าย โกง นั้น มัน เอา หัว โขน ครอบ หัว เจ๊ก แล้ว มัน เอา ผ้า ม่วง หนี ไป ขาย เสีย เจ๊ก ที่ ถูก หัว โขน ครอบ นั้น ก็ ไม่ รู้ จะ ทำ อย่าง ไร ก็ ออก มา นอก โรง ขาย ของ แล้ว เต้น ไป เต้น มา ร้อง อื้อ อึง ให้ คน ช่วย คน ทั้ง หลาย เหน เจ๊ก นั้น เต้น เขา หมาย ว่า เจ๊ก นั้น เปน บ้า ฤๅ ทำ เล่น เขา ก็ นิ่ง อยู่ ไม่ ช่วย ก็ ทำ อย่าง นั้น นาน เมื่อ คน เขา มา ช่วย ต้อง ฉีก หัว โขน นั้น หัว โขน นั้น จะ ถอด ก็ ไม่ ได้ เพราะ มัน ทำ เปน ปลิง ไว้ ถ้า ถอด ตรง ๆ จะ ต้อง ตาย เปน เหล็ก แหลม ตำ คอ การ หา กิน ของ คน โกง แล เดี๋ยว นี้ ไม่ ใคร่ จะ มี เพราะ เขา รู้ มาก แล้ว ท่าน ทั้ง หลาย ที่ ยัง ไม่ รู้ นั้น ขอ จง ทราบ ไว้ เถิด ๚ะ

คน โกง

๏ อีก อย่าง หนึ่ง จะ แสดง ให้ ท่าน พวก เก็บ เงิน คือ บิล คอเลกเตอร ฟัง เมื่อ ท่าน เก็บ เงิน ได้ แล้ว อย่า เกิน เปลี่ยว เลย จะ เสีย ที่ เขา มี คน หลาย ชนิด ที่ จะ ชิง เอา เงิน นั้น คน อย่าง หนึ่ง มัน ถือ กระเช้า แล้ว มัน คอย ดู คน เก็บ เงิน คะเน พวก เก็บ เงิน ได้ เงิน แล้ว อ้าย คน นั้น มัน ตาม หลัง ไป คะเน เขา เผลอ มัน เอา กระ เช้า นั้น ครอบ หัว แล้ว มัน แย่ง ถุง เงิน เอา ไป กระเช้า ถอด ก็ ไม่ ออก เปน งา แซง ต้อง คน อื่น ถอด ให้ จึ่ง จะ ได้ อีก ประการ หนึ่ง มัน ปล้น เอา ตี เอา ชก เอา ฟัน เอา แทง เอา ต่อย เอา หลาย อย่าง ที่ มัน จะ เอา นั้น คน ไป เก็บ เงิน ต้อง ระวัง ตัว ให้ ดี ๆ ฯะ

คน โกง กระบวน หลอก

๏ มี คน อีก อย่าง หนึ่ง อยู่ ตาม สำเพง เที่ยว ขาย ผ้า คือ เปน ผ้า แพร ผ้า ม่วง เที่ยว หลอก ขาย ให้ เขา ผ้า นั้น เปน สอง ห่อ ๆ หนึ่ง เปน ผ้า จริง ห่อ หนึ่ง เปน ผ้า ไม่ แท้ พวก มัน สอง คน ถือ คน ละ ห่อ ยืน อยู่ ตาม ตรอก สำเพง คอย ดู คน หน้า เซ่อ ๆ โง่ ๆ จึ่ง จะ ขาย ให้ มี บาง คน เดิน มา มัน ก็ เอา ห่อ ผ้า ตี มา ขาย ถูก ๆ แล้ว คน นั้น จะ เอา มัน ก็ เกี่ยง กระบวน จะ ไม่ ขาย คน ที่ ซื้อ อยาก จะ ได้ เพราะ มัน ถูก นัก แล้ว ก็ ทำ เดิน ไป น่อย หนึ่ง คน จะ ขาย นั้น ก็ ขาย แต่ มัน เปลี่ยน เสีย แล้ว ห่อ ก็ เหมือน กัน คน ซื้อ นั้น ก็ ซื้อ เอา ไป ครั้น มา ถึง บ้าน เปน ดี ใจ นัก ซื้อ ของ ได้ ถูก ๆ แก้ ออก ดู เหน แต่ ผ้า ขี้ริ้ว เสีย ที เขา เพราะ ไม่ รู้ ที ฯะ

ข่าว โทรเลข ใน

วัง น่า

๏ ณวัน ศุกร เดือน สิบสอง แรม ห้า ค่ำ เวลา บ่าย ห้า โมง ครึ่ง เสดจ ออก จาก ปาก น้ำ จะ กลับ มา ยัง กรุง เทพ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร
ณวัน ศุกร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๘ เปนซ

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๙ เปนซ กับ สาม อัฏ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๕๕ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก

ปาเลียเมนต จับ ประชุม กัน อีก

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน สิบสอง ขึ้น หก ค่ำ มี พระ บรม ราช โองการ ปาเลียเมนต จึ่ง ประชุม กัน ณวัน ประหัสบดี ใน พระบรม ราช พานะ ครั้น แจ้ง ความ ว่า ด้วย ข่าว อัน ไม่ แน่ เปน พระ วิตก อัน มี มา จาก ประเทศ ซูคัน ได้ ชม ความ ไว ความ มานะ กล้า แล กำลัง ไม่ อับ จน ของ เยนิรัล คอดัน ใน การ ป้อง กัน รักษา เมือง คาตุม บัดนี้ มี กอง ทัพ อังครีษ ขึ้น ไป จาก เมือง ดอนโกล ะ จะ ช่วย เยนิรัล คอดัน สมเด็จ พระ บรม นาง กวิ๋น เสีย พระไทย ว่า ตั้ง มานะ กำกับ ดู ชาว ประเทศ เขตร แตรนซะวิล ให้ ดี แล ตรัส ว่า คอเวิน แมนต คิด จะ ให้ มี พวก ประชุม ว่า ด้วย การ นอก จาก เขตร ความ อื่น ใน พระ บรม ราช ชะบีจะ นั้น คือ จะ ต้อง จัด เงิน สำหรับ การ ที่ ประเทศ ชุดัน แล บิด ๆ เดี่ยว ที่ คอเวินแมนต หมาย จะ นำ ปฤกษา คราว ชุมนุม นี้ จะ คิด ขยาย ให้ ราษฎร ว่า ใน ราชการ ยิ่ง มาก เข้า พวก ปฤกษา ราชการ อังคริษ คือ เฮาซะ ออฟ ลอดซ์ ครั้น ได้ ทุ่ม เถียง กัน เล็ก น้อย จึง ได้ โวต คำ อาเดรซ ตอบ พระบรม ราช ชะบีจะ ๚ะ

ประเทศ นุกินี

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน สิบสอง ขึ้น หก ค่ำ เยนิ รัล ชะแกรดจะลิ ได้ รับ ตรา ตั้ง ให้ เปน ตำแหน่ง ไฮ กอมมิศเชอนเนอ ๚ะ

ประเทศ ฝรั่งเศศ แล ประเทศ จีน

๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน สิบสอง ขึ้น แปด ค่ำ คอเวินแมนต ฝรั่งเศศ ได้ ตั้ง ใจ จะ เพิ่ม เติม กำลัง กล้า แขง ให้ ไป ที่ ประเทศ ตอนกวิน แล เกาะ ฟอโมซะ ๚ะ

การ ปอะติก:ซะ ที่ ประเทศ อังคริษ

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สิบสอง ขึ้น เก้า ค่ำ วาน นี้ คน ถึง แสน ได้ ชุมนุม กัน ที่ สนาม ไฮดปาก ประพฤติ การ เรียบ ร้อย ด้วย ได้ ตั้ง เรซะลุเช่น ข้อ หนึ่ง ว่า เหน ดี จะ ให้ พวก ประชุม ปฤกษา ราชการ คือ เฮาซ ออฟ ลอดซ์ เลิก กัน อย่า ให้ มี เลย ๚ะ

ตอนกวิน

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ ค่ำ ทหาร เจด พัน คน ออก แล้ว จะ ไป ประเทศ ตอนกวิน

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบสอง ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ใน ที่ ประชุม ปฤกษา ราชการ อังคริษ คือ เฮาซะออฟ กอมมันซ์ ลอด เอดมอนด์ ฟิตซะมอร์ิศ เมื่อ ตอบ คำ ถาม ได้ ว่า เมื่อ เหน แก่ การ รอบ คอบ นั้น เปน อัน ควร อยู่ แล้ว ซึ่ง ประเทศ ฝรั่งเศศ จะ บลอกเอด ล้อม กัน บิด เกาะ ฟอโมซะ ไว้ ๚ะ

๏ หนังสือ จดหมาย เหตุ คือ เดลิ เตลิแครฟ ลง พิมพ์ ข้อ หนึ่ง ว่า คอเวินแมนต อังคริษ ชวน ให้ ฝรั่งเศศ แล จีน มี ผู้กลาง มา จัด การ ให้ ดี กัน เข้า ทั้งสอง ฝ่าย ๚ะ

๏ ไกโร วัน ประหัศบดี เดือน สิบสอง ขึ้น สิบสอง ค่ำ ลอด วุลซิลี่ ถึง เมือง อันบุกัล แล้ว ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน สิบสอง ขึ้น สิบ สอง ค่ำ กอโลเนล วอเรน จะ ออก ใน ทัน ใด ไป จัด ตั้ง อำนาถ บริติช ให้ กลับ ดี ยัง เติม ใน ประเทศ บิจุ อะนะแลนด ใน ทวีป แอฟริกะ ใต้ แล จะ มี พาหะนะ พล รบ ภอ แก่ การ ให้ หนุน ท่าน ติด ไป ด้วย ๚ะ


แอฟริกะ ใต้

๏ ข่าว อัน พึ่ง ได้ แต่ ทวีป แอฟริกะ ใต้ แจ้ง ความ ว่า คน ชาว ประเทศ นั้น แตก ตื่น ขึ้น ตาม ลำ แม่ น้ำ แซม บิซิ พวก นั้น ได้ รุก ตี ชะนะ กอง ทัพ โปรตุเกุษ คน ซังทัพ นั้น ถูก อาวุธ ตาย ทั้ง กอง เว้น แต่ น้อย ตัว คน ที่ ถูก อาวุธ เจบ อยู่ มิศเตอ โอนีล บริติซ กงซุล ที่ นั้น ก็ สูญ หาย ไป ด้วย ๚ะ

ฮองกอง

๏ ณวัน เสาร์ เดือน สิบเอ็ด แรม สิบ สี่ ค่ำ พระเจ้า ลูก ยา เธอ พระองค์ ออศการ์ พระราช โอรส ที่ สอง ของ สมเด็จ พระเจ้า แผ่นดิน ซวิเดน แล นอร์เว เสด็จ มา ถึง ใน กำปั้น รบ ฟริเคค ชื่อ วะนะดิศ เสด็จ กำลัง เที่ยว ประภาศ รอบ โลกย ไม่ ช้า ไม่ นาน เสด็จ จะ มา เยี่ยม ชม ดู กรุง เทพ เรา ด้วย มี ข่าว ลือ กัน ว่า จะ เสด็จ มา ยัง กรุง ณวัน พุฒ นี้ เอง คือ วัน พุฒ เดือน สิบ สอง แรม สิบ ค่ำ นี้ ๚ะ


หนังสือ คำนับ มา ยัง เอไดตอร์

๏ ณวัน อาทิตย เดือน สิบสอง แรม เจด ค่ำ มี ท่าน นาย หนึ่ง เขียน คำนับ มา ยัง เอไดตอร์ ว่า ข้าพเจ้า ได้ รับ จดหมาย เหตุ สยามไสมัย ลง วัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สาม ค่ำ มี ใจ ความ ว่า ด้วย หนังสือ ฝาก มา จาก เมือง เพ็ชรบุรี ว่า ด้วย ผู้ ว่า การ เมือง เพ็ชรบุรี ใน ปี มะเมีย จัตวาศก ใน ท่อน ต้น แล้ว ว่า ด้วย ผู้ ชำระ ที่ หนึ่ง ที่ สอง ที่ สาม เปน ท่อน กลาง แล กล่าว หา ว่า ถึง ข้าพเจ้า ต่าง ๆ ที่ เปน ความ ชั่ว ร้าย จำเพาะ ตัว ข้าพเจ้า เปน ความ ไม่ จริง ผู้ แต่ง ฝาก หนังสือ นั้น จะ ตอบ ว่า กระไร บ้าง ถ้า ไม่ จริง เช่น ท่าน ว่า นั้น ไม่ ควร จะ เอา ความ ไม่ จริง มา นินทา ท่าน เล่น เปล่า ๆ เลย ๚ะ

โปลิศ รักษา ลำ แม่ น้ำ

๏ ที่ เจ้า คุณ พระยา นรรัตน์ ราชมานิต ท่าน เปน อธิ บดี บังคับ การ สิทธิ์ ขาด นาย กุลาบ เปน ที่ สอง ของ ท่าน ท่าน ทั้งสอง นี้ จัด การ รักษา แขง แรง เรียบ ร้อย ดี จริง ๆ ควร จะ เปน แบบ อย่าง ของ ราชการ ต่อ ไป จน โจร ผู้ ร้าย ใน ลำ น้ำ สงบ ลง ไม่ มี เหมือน แต่ ก่อน ด้วย ท่าน ตรวจ ตรา รักษา การ กวด ขัน อยู่ เสมอ ท่าน จะ บังคับ บัญชา การ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ก็ เด็ด ขาด ผู้ ที่ รับ คำ สั่ง ของ ท่าน ก็ ทำ ตาม บังคับ บัญ ชา โดย แขง แรง ทุก สิ่ง ทุก อย่าง ความ เจริญ ของ ท่าน จึ่ง ได้ มี ตลอด มา ๚ะ

๏ ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ว่า เมื่อ พระราช พิธี จองเปรียง สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ลง ลอย พระ ประทีป ใน วัน เดือน สิบสอง ขึ้น สิบสี่ สิบห้า ค่ำ แรม ค่ำ หนึ่ง ทั้ง สาม วัน นาย กุลาบ ท่าน ตรวจ การ ล้อม วง รักษา สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว แขง แรง รักษา ราชการ มิ ให้ เสื่อม เสีย พระ เกียรติยศ ถ้า พ้น กำหนด เวลา ของ ท่าน แล้ว ท่าน จับ ไม่ ได้ เลือก หน้า ว่า หมู่ ใด กรม ใด ดู เปน การ ยุติธรรม จริง ๆ ถึง จะ เปน พนักงาน จุก ช่อง ล้อม วง ด้วย กัน ก็ ไม่ เลือก หน้า ท่าน รักษา ราชการ ดี จริง ๆ แต่ เรือ กัญญา พวก ตำรวจ ที่ เปน พนักงาน มา แต่ เดิม ต้อง เข้า ไป แห่ เสด็จ ลง แล้ว ก็ ต้อง มา จับ ทุ่น ล้อม วง รักษา สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว พระองค์ เดียว กัน ยัง ต้อง ถูก ทหาร ของ ท่าน ตาม จับ จน ถึง ท่า ขุนนาง คน ที่ ถูก จับ ก็ ไม่ ขัด ขืน ยอม ให้ คน ถือ หีบ หมาก ไป แทน ตัว โดย ดี ด้วย นาย เรือ ผู้ นั้น จะ ต้อง ขึ้น ไป ใน พระบรม มหา ราชวัง คอย แห่ สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ลง ลอย พระ ประทีป เมื่อ เสด็จ ลง เรือ พระ ประเทียบ แล้ว ผู้ นั้น ก็ จะ ต้อง ไป จับ ทุ่น ล้อม วง ถ้า ไม่ มี ราชการ เช่น นี้ เหน ว่า ผู้ นั้น เขา คง จะ ไป กับ ทหาร ของ ท่าน เปน แน่ ด้วย เขา รู้ ตัว ว่า เปน ความ ประมาท ต่อ ราชการ ก็ ควร จะ ดู ฟัง ไว้ เปน แบบ เปน อย่าง ทาง ราชการ สืบ ไป ฯะ

กล่าว ด้วย โลกย์ เปน ธรรมดา

๏ ซึ่ง คำ สมมุต เรียก ว่า โลกย ประกอบ พร้อม ด้วย ดิน น้ำ ลม ไฟ เปน ที่ อาไศรย มนุษ แล สัตว มนุษ ต้อง อาไศรย ธาตุ ดิน น้ำ ลม ไฟ ถ้า ธาตุ สิ่ง ใด ขาด ย่อน มนุษ นั้น ก็ ไม่ มี กำลัง ที่ จะ ประกอบ การ ใหญ่ ได้ โลกย ได้ เปน ที่ อาไศรย มนุษ แล้ว คง จะ ต้อง มี เมือง ๆ แล้ว คง จะ ต้อง มี ผู้ ครอง แผ่น ดิน ที่ มนุษ ทั้งหลาย พร้อม ใจ กัน เหน ว่า สมควร จะ เปน ที่ พึ่ง ก็ ยอม ถวาย ชีวิตร แก่ ผู้ ครอง แผ่นดิน ด้วย ความ ปราถนา มี คดี ศุข ทุกข ขึ้น จะได้ ชำระ ปลด เปลื้อง ให้ ยอม ยก ผู้ ที่ เหน สมควร พร้อม กัน ขึ้น เปน ผู้ มี อำนาถ ตลอด แผ่นดิน เปน เจ้า ๆ องค์ เดียว จะ ดับ คดี ศุข ทุกข ของ ราษฎร หมื่น แสน โกฏ ล้าน ด้วย พระองค์ เดียว นั้น ก็ ไม่ ได้ ต้อง เลือก คัด จัด คน ที่ สมควร มา ตั้ง ขึ้น เปน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ เปน อัคมหา เสนา ธิบดี จัตุสดมภ์ มนตรี แล อื่น ๆ ให้ เตม ตาม คำ แหน่ง โดย อย่าง ธรรมเนียม ประเพณี บ้าน เมือง จึง จะ เปน ศรี สง่า แก่ พระ นคร นั้น ปลูก เรือน อยู่ เสาร นั้น ควร ใช้ ไม้ แก่น ที่ จะ รอง เสาร อยู่ ก้น หลุม นั้น ใช้ ไม้ ทอง หลาง นับถือ ว่า ทน ทาน กว่า ไม้ แก่น หลังคา นั้น ถ้า มุง สังกะสี่ เปน ของ ดี มี ราคา งาม แต่ มัก จะ ร้อน มุง จาก เย็น อยู่ สบาย รื้อ ก็ ง่าย เปน มนุษ ต้อง ประกอบ พร้อม อาการ สาม สิบ สอง ถ้า ขาด สิ่ง ที่ สำคัญ ทรง ไว้ ซึ่ง ร่าง กาย แล วิญาณ ไม่ ได้ ย่อม จะ อันตราย ถ้า ขาด อาไวยวะ ที่ ไม่ สำคัญ ก็ เปน ที่ อับ ประยศ เพื่อน บ้าน เพราะ ไม่ เทียม เพื่อน อนึ่ง เมือง ใหญ่ มี อาณา เขตร กว้าง ขวาง ต้อง ตั้ง ให้ เปน หัว เมือง ๆ ตาม ระยะ ทาง ตั้ง เปน เมือง แล้ว ต้อง ตั้ง ผู้ ว่า ราชการ เมือง แล้ว เลือก คัด ดัด คน ที่ ดี มา เปน กรมการ ถ้า เมือง ใด พ่อ เปน เจ้า เมือง ลูก เปน ปลัด หลาน เปน ยกกระบัตร ลุง อา น้า พี่ น้อง วง ญาติ เปน กรมการ ๆ ถ้า มี ยุติธรรม เรียบ ร้อย ลูก บ้าน เปน สุข ถ้า ไม่ มี ฮิริโอตัปปะ ประกอบ การ พาล ถือ ว่า เปน บุตร สมภาร หลาน เจ้า วัด ลุง อา น้า เรา ถึง รู้ จะ ทำ อไร แก่ เรา หนัก หนา ดัง นี้ ชาว บ้าน ก็ ต้อง ได้ ความ เดือด ร้อน จะ ไป ฟ้อง ร้อง ท่าน ญาติ กัน ความ ก็ จะ ไม่ สำเร็จ ท่าน จะ พยา บาท ต้อง อด กลั้น ฝ่าย ท่าน ผู้ ว่า ราชการ ทราบ บุตร หลาน ทำ การ ไม่ ชอบ จะ ทำ โทษ ฟ้อง ร้อง อุทธร ก็ มี ความ สงสาร เพราะ เปน หลาน ต้อง บิด ความ ไว้ บาง ที เจ้า เมือง ชราภาพ ไม่ มี ตัว ลง พวก กรมการ ที่ เปน ญาติ เทือก แถว เดียว กัน ต่าง คน ต่าง มี กำลัง มัก หา ดี ใส่ ตัว หา ชั่ว ให้ คน อื่น ฟ้อง ร้อง อุทธ กัน ชิง กัน เปน เจ้า เมือง ก่อ การ วิวาท กัน ขึ้น ถ้า มี กรม การ ต่าง พวก มี กำลัง มาก กีด ขวาง อยู่ ก็ ระงับ การ ได้ เรียบ ร้อย ตาม ราชการ ถ้า ไม่ มี ก็ วุ่น วาย กัน ใหญ่ ต้น ไม้ ต้น ประกอบ พร้อม ด้วย ราก เปลือก แก่น กิ่ง ก้าน ใบ ผล ดอก ระย้า สมบรูณ ไม้ ต้น นั้น ก็ งด งาม เปน ที่ อาไศรย สัตว บ้าน ต้อง ให้ มี ผู้ ใหญ่ ไว้ พยาบาล รักษา เมื่อ เวลา เจบ ไข้ แล เมื่อ มี เวลา จะ ต้องการ ผู้ ใหญ่ คือ ทำ การ มงคล เบา สาว ตัด จุก เปน บ้าน ต้อง มี เด็ก ไว้ เมื่อ เวลา สบาย อิ่ง บ้าน บ้าน ไม่ เหง่า ดอก ไม้ มี กลิ่น หอม ผล ไม้ มี รศ โอชา เปน ที่ พหุชน ชื่น ชม ยิน ดี โลกย เปน ที่ อาไศรย มนุษ แล้ว คง มี ของ ดัง นี้ เปน ธรรมดา ของ โลกย ฯะ

วิชาโป ลิไตกัล อีกอโนมี่ ต่อไป
มะนอโปลี่

๏ บาง คน จะ ถาม ว่า มะนอโปลี่ นั้น เปน อะไร บ้าง จง ตอบ ว่า มะนอโปลี่ นั้น เปน การ ให้ คน หนึ่ง คน ใด รับ ผูก ขาด สิน ค้า อย่าง หนึ่ง ไป เปน สิทธิ์ ของ ตัว แล ตั้ง ราคา สิน ค้า นั้น ไว้ คน อื่น สู้ ไม่ ได้ ใน การ ค้า ขาย สิน ค้า นั้น มะนอโปลี่ นั้น มี สอง อย่าง ๆ หนึ่ง คอเวินเมนต ยอม ให้ ผูก ขาด อยู่ ใน อำนาถ ของ ตน อีก อย่าง หนึ่ง พวก กำปะนี ที่ มี ทุน มาก จน มี อำนาถ จะ บังคับ บัญชา คน ที่ กระทำ การ นั้น แล พวก กำปะนี เจริญ ขึ้น อย่าง นั้น จน มี อำนาถ จะ บังคับ ว่า สิน ค้า อย่าง หนึ่ง อย่าง ใด ได้ แล คน อื่น ที่ มี ทุน น้อย สู้ ไม่ ได้ มะนอโปลี่ ทุก อย่าง นั้น มัก บำรุง รักษา คน ที่ รับ ผูก ขาด เช่น นั้น ไว้ ห้าม ไม่ ให้ คน อื่น แย่ง ชิง สู้ กัน ใน การ นั้น มะนอโปลี่ บาง อย่าง ก็สมควรจริง คือว่าถ้าแม้น ผู้หนึ่งผู้ใด จะเสียเวลา เสีย แรง แล เสีย เงิน มาก ใน การ คิด เครื่อง ใหม่ ออก ได้ ที่ เปน คุณ ประโยชน์ แก่ คน ทั้งปวง ครั้น เครื่อง นั้น สำเร็จ แล้ว ควร คอเวินเมนต์ จะ อนุญาต ให้ หนังสือ เลตเตอร์ ปะเตนต แก่ คน นั้น เปน เจ้า ของ เครื่อง ที่ เขา คิด ออก ได้ นั้น แล ห้าม ปราม คน อื่น ไม่ ให้ ลัก จำ เอา อย่าง ของ เขา ไป กระทำ ขาย คอเวินเมนต์ ควร จะ อุปถัมภ์ บำรุง คน นั้น ไว้ จน ได้ ทุน กำไร สมควร ที่ เขา ได้ กระทำ นั้น อีก ประการ หนึ่ง ถ้า คน หนึ่ง คน ใด ได้ เสีย เวลา แต่ง หนังสือ ซึ่ง เปน ผล ประโยชน์ แก่ คน ทั้งหลาย นั้น คอเวินเมนต์ ควร จะ ห้าม ผู้ อื่น ไม่ ให้ เอา หนังสือ นั้น ลง พิมพ์ ขาย จน เจ้า ของ จะ ได้ ทุน แล กำไร สม กับ การ ของ เขา มะนะโปลี่ อย่าง นั้น ก็ เปน การ สมควร แต่ ซึ่ง คอเวินเมนต์ ยอม ให้ ผู้ หนึ่ง ก็ ดี ฤา พวก กำปะนี ก็ ดี รับ ผูก สินค้า อย่าง หนึ่ง ไป เปน ของ ตัว สิทธิ์ ขาด นั้น เปน การ ไม่ สู้ จะ ดี ด้วย เปน การ โปรด แก่ คน น้อย คน นัก แล เปน เหตุ ข่มเหง คน เปน อัน มาก เนื้อ แล กระดูก ของ คอเวินเมนต์ เมือง ใด ๆ คือ ราษฎร ที่ กระทำ การ แล ค้า ขาย นั้น แล คอเวินเมนต์ จะ กระทำ การ สิ่ง ใด เปน ที่ ข่มเหง ราษฎร แล ขัด ขวาง เบียด เบียน ใน การ งาน ของ เขา นั้น คง จะ เปน เหตุ ให้ เนื้อ แล กระดูก ของ คอเวินเมนต นั้น เสื่อม สูญ เสีย ไป เปน แน่ ชะ

พวก ตระลาการ

๏ ต้อง มี อำนาจ เมื่อ ตัด สิน ลง แล้ว ให้ แล้ว ไป ตาม คำ ตัด สิน ของ เขา ถ้า จะ ไป เกรง กลัว ท่าน ผู้ มี บันดา ศักดิ์ ตำแหน่ง สูง กว่า ตัว แล้ว จะ เปน ตระลา การ ซื่อ ตรง ไม่ ได้ อยู่ เอง ตระลาการ ต่าง ๆ นั้น ควร จะ เปน นักปราช ปัญญา เลอียด งาม เปน คน มี อัน จะ กิน อิ่ม บริบูรณ ไม่ ต้อง อาไศรย ของ สิน บน เปน ที่ เลี้ยง ชีวิตร พวก ผู้ คุม ควร จะ มี เบี้ย เลี้ยง สม วาสนา ตำแหน่ง ต้อง ห้าม เปน อัน ขาด อย่า ให้ ทิ้ง ตระลา การ ทั้ง ผู้ คุม เชือด แล่ เนื้อ ลูก ความ ไป กิน เสีย จน หมด ตระลาการ แล ผู้ คุม ร้าย เช่น นี้ เปน เสือ ร้าย นัก มี แต่ จะ ทำลาย แก่ เงิน แผ่นดิน บ้าน เมือง ขาด มาก นัก ทิม ตราง มาก นัก ก็ เปน ของ ร้าย นัก ใน ทุก วัน นี้ ดู เหมือน ขุนนาง ทุก ๆ คน มี ตระลาการ แล ทิม ตราง แล ผู้ คุม สำหรับ ตัว ขุน นาง เช่น นี้ ถ้า จะ เบียด เบี้ยฬ ราษฎร ได้ ทุก คน ก็ ถ้า ราษฎร คน นั้น ไม่ มี นาย ใหญ่ กว่า ขุนนาง ที่ จะ รัง แก นั้น ชะ

ระดู ฝน

๏ ฝน ข้าง ปลาย ระดู นี้ มี งาม เปน อัน มาก ด้วย เข้า ปี นี้ จะ ขาด ไม่ สู้ มาก นัก คง มี เหลือ กิน ใน บ้าน เมือง แล คง มี ภอ ขาย ถึง ประเทศ อื่น ให้ เปน ผล แก่ เขา แล เปน กำไร แก่ เจ้า ของ นา แล ผู้ ทำ นา นั้น ด้วย ชะ


ติ กัน

๏ คน ดีๆ ที่ ทำ คุณ แก่ บ้าน เมือง เปน อัน มากจริง คราว เปน อยู่ คน ไม่ ใคร่ จะ คำรพย นับถือ แล พวก นัก ปราช เช่น นี้ ไม่ ได้ หา การ เช่น นี้ คน ที่ หา เช่น นี้ไม่ ใคร่ เปน นักปราช มัก เปน แต่ คน บ้า ยศ เมื่อ นัก ปราช แท้ ๆ ตาย แล้ว เปน อัน ควร งาม แล้ว ถ้า คน ทั้งปวง ที่ ได้ ผล แต่ คน นั้น รู้ จัก คำนับ ให้ สม การ คุณ ของ ท่าน นักปราช นั้น ฯะ

๏ การ ที่ แรก ทำ ขึ้น ไม่ ว่า ใน ประเทศ ใด ภาษา ใด มัก ขาด ทุน คราว แรก ถ้า เจ้า ของ การ ใหม่ นั้น มี ปัญญา มี ความ เพียร มี ทุน ภอ ทน ไป ได้ หลาย ปี ปลาย มือ มัก มี กำไร มาก แต่ ที่ ล้ม ไม่ สำเร็จ การ นั้น มาก กว่า คน ที่ มั่ง มี ขึ้น เปน อัน มาก เพราะ จะ ตั้ง การ ใหม่ ขึ้น นั้น ให้ เปน อัน สำเรจ ฯะ

คำ เตือน สติ

๏ ถ้า เปน คน มั่งมี จง เปน คน ใจ กว้าง ขวาง ๏ คุ้ม ครอง ทรัพย์ ด้วย ปัญญา เลอียด อย่า รีบ เอา คน ไว้ เปน มิศหาย ๚ะ

เรือ จม น้ำ

๏ ณวัน พฤหั้สบดี เดือน เก้า แรม แปด ค่ำ ลูก จ้าง ครู สมิท ภบ เรือ มาด ลำ หนึ่ง จม น้ำ อยู่ ที่ น่า ห้าง ครู สมิท ที่ บาง คอแหลม ท่าน ผู้ ใด เปน เจ้า ของ เรือ ให้ มา รับ เอา ไป แต่ ต้อง เสีย ค่า ลง พิมพ์ จึง เอา ไป ได้ ๚ะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา นี้

ถ้า ลง เดือน ตลอด
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท

จะ ขาย

๏ เรือ แม่ น้ำ คือ ไปลต กัดเตอ ลำ หนึ่ง ที่ จัด แต่ง ไว้ เปน เรือน อยู่ ได้ มา จอด ทอด สมอ สอง อัน ติด สาย เลหก สอง สาย ใกล้ เคียง น่า ห้าง บอนิโอ กำปะนี ถ้า อยาก จะ รู้ ความ เลอียด เชิญ ไป ถาม แต่ นาย ห้าง มูเลอ แอน ไมซะเนอ ห้าง ล่าง แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สาม ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉศก ( ๒ ห ) ๚ะ


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สัก สิทธิ์ นัก


AYER'S AGUE CURE.

๏ ๕ ยา คือ เอเออร์ เอคู กูเออ แก้ ไข้ จับ แล โรค ต่าง ๆ อัน มัก เกิด ใน ที่ ลุ่ม ที่ ชุ่ม ชื้น นัก ๚ะ

๏ ถ้า เกิด เหตุ ว่า ผิด ถม ผิด อากาศ ผิด ภูม ที่ แล้ว รีบ กิน ยา เอเออร์ เอคู กูเออ ให้ ดับ เหตุ ร้าย แล กิน จน ตัว หาย ดี ยา ขนาน นี้ กิน วัน ละ สี่ หน คราว ละ ช้อน น้ำ ร้อน ช้อน หนึ่ง ก่อน รับ ประทาน อาหาร สัก ครึ่ง ชั่วโมง สาม หน แล ก่อน จะ เข้า นอน หน หนึ่ง ถ้า เด็ก อายุ สิบ ขวบ ให้ กิน ๓๐ หยด ถ้า ห้า ขวบ ๒๐ หยด ยา ขนาน นี้ กิน ได้ ใน น้ำ ชา น้ำ กาแฟ่ น้ำ นม ฤา ใน น้ำ ก็ ได้ ถ้า ไม่ ใคร่ เดิน กิน ยา เม็ด เอเออร์ บีลซ์ ให้ เดิน ภอ เปน ปรกติ ๚ะ


AYER'S HAIR VIGOR.

๏ ๕ ยา คือ เอเออร์ แฮร วิกอร เปน ของ สำหรับ โต๊ะ แต่ง ตัว เปน ยา แก้ ผม หล่น ให้ ดก แล ผม หงอก ให้ มี ศรี อย่าง เดิม ๚ะ

๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า จะ ทา ผม เปน แต่ การ ต่ง ตัว ไม่ ต้อง เขย่า ขวด ถ้า จะ ใช้ รักษา เนื้อ ศีศะ เขย่า ก่อน จึง ทา ผม เถิด ๚ะ

๏ เชิญ ไป ซื้อ ยา ห้า อย่าง นี้ ที่ ห้าง เอ ยุลิง แอน โก ตั้ง ห้าง ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ใต้ ปาก คลอง ขุด ใหม่ ล่าง เหนือ ตึก กงซุล โปรตุเกศ ขึ้น ไป หน่อย หนึ่ง ๚ะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังครึษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดูโต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เจ็ด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๔ ครบ เจด ปี ( จ. ห ) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด