เดือน ๑ ขึ้น ๙ ค่ำ, ๑๒๔๖
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๓ แผ่น ๑๕ วัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น เก้า ค่ำ ปี วอก ฉอ ศก ๑๒๔๖
๏ นิราศ รางวัด นา ๚ะ

๏ นิราศ ร้าง ห่าง นุช สุด สงวน พี่ จำ จิตร ปลิด ปลง อนงค์ นวล เปน การ ควร จะ ต้อง ถะ สละลา เพราะ ความ จน ซอก ซน ไป ตาม ยาก กำจัด จาก มิ่ง มิตร ขนิษฐา มะ นะ ใจ จาก ไป รางวัด นา ต้อง ก้ม หน้า รุด ร้าง ไป ห่าง กัน อัน ตัว พี่ นี้ มิ ใช่ เปน นาย เส้น ออก ไป เปน แต่ เสมียน เขียน ขยัน ใน แม่ กอง หลวง ชนานุกูล นั้น จะ รำพรรณ เปน นิราศ อนาถ ครวญ ด้วย ไป ห่าง ทาง ไกล อาไลย ถิ่น จิตร ถวิล โหย ไห้ อาไลย หวล ได้ จด บาง ทาง บ้าน เปน การ ครวญ มา ฝาก นวล โฉม ตรู ให้ รู้ ความ กับ ทั้ง ผู้ อยู่ ที่ มิ ได้ ไป ก็ จะ ได้ รู้ ทำนอง ไม่ ข้อง ถาม ต้อง ยก กลับ จำ ตำบล ย่น เนื้อ ความ ขึ้น ไป ตาม ทาง สุพรรณ ไว้ ชั้น เดิม อัน ที่ จริง แรก รางวัด กรุง เก่า ก่อน นี่ ตัด รอน ใน อารมณ์ ภอ สม เสิม ปี มะ เมีย จัตวาศก วิตก เติม เปน วัน เดิม นิราศ ตั้ง รางวัดนา ใน เดือน สาม นาย สงกราน วัน นิราศ แรม สวาสดิ์ ห่าง เห เสน่หา ภอ แสง ทอง เรื่อง ราง สว่าง ฟ้า ตื่น นิทรา ให้ รันทศ สลด ใจ เข้า สู่ ที่ อัศจรรย์ วันทา พระ น้อม ศีศะโดย จิตร พิดไสม กราบ บิดร มารดา แล้ว คลา ไคล ถอน ฤาไทย จำ พราก ลง จากเรือน จึ่ง ยก เท้า ก้าว อย่าง หน ทาง ถิ่น จิตร ถวิล โหย ไห้ ใคร จะ เหมือน โอ้ โอ๋ อก ตก ยาก ท้อง จาก เรือน ทิ้ง จาก เพื่อน ถิ่น ถาน บ้าน ใกล้ เคียง โอ้ เก๋ง เอ๋ย เคย มา นั่ง ประทั้ง ทุกข เคย เปน ศุข โศก สร่าง กลาง เฉลี่ยง เวลา เย็น นั่ง เล่น กัน พร้อม เพรียง เคย ฟัง เสี่ยง นุช น้อง เจ้า ร้อง รำ โอ้ แต่ นี้ ตั้ง แต่ จะ แล ลับ จะ นาน ๆ กลับ มา ชม แม่ คม ขำ แต่ เดิน ครวญ หวล ไห้ ใจ ระกำ ก็ ลง ลำ นาวา เลื่อน คลาไคล ภอ ออก จาก ปาก คลอง ให้ หมอง จิตร รำพึง คิด ครวญ มา น้ำตา ไหล ต้อง จำ พราก จาก นาง ไป ห่าง ไกล เหลือ อาไลย แก้ว ตา เฝ้า อาวรณ์ พี่ เหลียว มอง ไม่ เหน น้อง เยี่ยม น่า ต่าง ให้ หมอง หมาง หม่น ไหม้ ฤา ไทย ถอน โอ้ น้อง นุช สาย สุดสวาสดิ์ วอน เมื่อ วัน จร มิ ได้ ลา พะงางาม ถ่วง คัล ไลย แจว ไป ถึง เขตร วัด ให้ กลั้น กรัด ขัด ข้อง ตัง ต้อง หนาม โอ้ คราว นี้ พี่ พราก จาก อาราม ทั้ง จาก งาม จาก เรือน จาก เพื่อน ชาย โอ้ วัด จักกระวัต ราชา เอ๋ย ทุก วัน เคย เที่ยว เล่น จะ เว้น หาย เคย มา หา หลวง พี่ มิ ได้ วาย ทั้ง หลวง ตา ก็ จะ หาย ไม่ เหน นาน โอ้ คราว นี้ มี แต่ จะ แล ลับ จะ นาน กลับ เหน กุฎี แล วิหาร เคย มา น้อม สาสะ พระอาจารย์ แต่ นี้ นาน นับ วัน จะ คัลไลย ภอ เลย วัด จักกระวัด ราชาวาศ นึก อนาถ มา ตาม แม่ น้ำ ไหล เปน เวลา สุริยา ยัง แฝง ไพร ไม่ แจ่มใส ส่อง สว่าง หน ทาง ครวญ คัลไลย ล่อง เช้า คลอง บางกอกน้อย ดู เรียบ ร้อย แพ ชิด พี่ คิด หวล ถ้า มา ด้วย ก็ จะ ช่วย พี่ ชม ชวน จะ แจ้ง นวล บอก นาง หน ทาง จร มา ถึง วัด อำมรินทร์ ถิ่น พระบาท จำ ลอง ลาศ ถ่าย จริง จาก สิงขร ตั้ง พระ นาม ตาม พุทธ ชิณวรรณ์ ทั่ว ขจร ฟุ้ง เฟื่อง กระเดื่อง ดัง ถึง ระดู ผู้คน มา ล้น เหลือ ทั้ง บก เรือ แน่น มา ข้าง น่า หลัง มี ของ ขาย ราย ทาง ที่ วาง ตั้ง คล้าย ๆ ยัง พุทธ บาท หาด ท่า เรือ จะ รำพรรณ นั้น จะ ช้า ขอ ลา พระ เลย มา ปะ เจ้า กุ้ง แห้ง แตง มะเขือ เสียง จ๋า จ๊ะ คะขา มา ข้าง เรือ ดู นุ่ม เนื้อ นวล น่า จะ ปรานี่ ถึง วัด ทอง คิด ถึง ทอง ของ น้อง น้อย สาย สร้อย ร้อย สวม อุรา มารศรี เมื่อ เยื้อง กราย ชาย ตา สง่า ดี ดั่ง กินรี ย่าง เยื้อง ประเทือง กาย เลย วัด ทัศนา น่า โรง หมู ล้วน แต่ หมู่ พวก จีน สั้น ทั้งหลาย มัน ฆ่า หมู เปน สเบียง ไว้ เลี้ยง กาย มิ ได้ วาย เว้น วัน นิรันท์ ไป ชัง กระไร ใจ จีน กำมหิต มิ ได้ คิด เวร กรรม ชั่ง ทำ ได้ นิ่ง พินิจ นึก น่า ระอา ใจ เปน นิไส ใจ จีน ทมิฬ มาร นาวา ตัด ลัด ไป อาไลย เหลี่ยว ให้ เสียว ๆ งง นุช สุด สงสาร ได้ยล ภักตร ลักขณา เวลา วาน ภอ สำราญ ศุกขา ประชา ใจ เจ้า ผ่อน ผัด นัต มา นิจจา เอ๋ย อย่า ทำ เฉย เลย เรา เฝ้า หลงไหล ข้าง น้อง ศุข ทุกข เรียม พี่ เตรียมใจ แม่ ทรามไวย ขอ ให้มี ไมตรี ตรง เสีย แรง หวัง ตั้ง จิตร เปน นิจ จะ ไม่ เลย ละ ลืม นุช สุด ประสงค์ ถึง วัด ชี ผ้าขาว ไม่เหน ชี มี สัก อง จะ ประสงค์ หลวง ชี ที่ มี คุณ อาไลย นุช สุด ซึ้ง คนึง น้อง มิ ปรองดอง เต็จ สวาสดิ์ ให้ ขาด สูญ ขอ ลา บวช สวด มนต์ ผล บุญ ให้ อุต หนุน ความ สวาสดิ์ ทุก ชาติ์ ไป มา ถึง บาง ผัก หนาม มี นาม บอก เหมือน ลม หลอก ชั่ง มา หลง ให้ สงไสย ดัง หนาม เหนบ เจ็บ จิตร พี่ สุด ใจ จะ แก้ไข พัน ผูก ไม่ ถูก เกย พลาง รำพึง ก็ มาถึง วัด เจ้า กรับ ให้ วาบ วับ วิญา นิจา เอ๋ย ด้วย มา ห่าง ทาง ไกล ไม่ สเบย นิจจา เอ๋ย แรม ร้าง มา ห่าง นวล ครั้น เรือ เดิน เกิน วัด เจ้า กรับ แล้ว คิด ถึง แก้ว กลอย จิตร ให้ คิด หวล แม้น แก้ว ตา มา ด้วย พี่ จะ ชี้ ชวน ให้ นิ่ม นวล ชม บาง หน ทาง ไป ครวญ คนึง ก็ มา ถึง วัด ขี้เหลก ทั้ง ไทย เจ๊ก อัด แอ แพ ไสว เรือ สินค้า มา ขาย บ้าง ภาย ไป แล วิไลย ทัศนา แม่ ค้าเรือ ที่ รุ่น สาว ขาว ขำ มา ขาย ของ เจ้า ร๋อง ๆ เสียง ใส วิไลย เหลือ ภาย กระเดียด เฉียด มา ข้าง น่า เรือ ชั่ง นวล เนื้อ เหน จะ อุ่น ลมุน มือ ดู คลอง ขวาง บางระมาด อนาถ หนาว มาด กี่ เปล่า เปลี่ยว ใจ มิ ใช่ ฤา มา สมมาท แล้ว ยัง คลาด ไป จาก มือ เมื่อ ไร ฤา มาด ชม จะ สม ใจ เหน เสา หิน ปัก แดน แน่น ถนัด วายุพัด พาน พาด ไม่ หวาด ไหว แม่ เนื้อ คู่ อยู่ หลัง จะ ยังไร ไม่ เหน ใจ ขนิฐา ยุพาพิน ๚ะ


๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ


สมเด็จ พระองค์ เจ้า ดุก ออฟ กอตแลนด์

๏ คราว เสด็จ ประทับ แรม อยู่ ใน กรุง เทพ พระมหานคร เจ้า พนักงาน ฝ่าย สยาม จัด รับ รอง คำ นับ กัน ด้วย ความ ยินดี ตาม โปรแกรม ฉบับ นี้ ๚ะ

โปรแกรม

๏ รับ ปรินซ์ ออสคาร เมือง ซะวิเดน แล นอเว ดุก ออฟ กอตแลนด์ ๚ะ

วัน ที่ ๑
ณวัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี วอก ฉอศก
ศักราช ๑๒๔๖

เวลา เช้า เจ้าพระยา สุรวงษไวยวัฒน์ ไป เยี่ยม เช้า ห้า โมง เข้า เฝ้า ทูลลออง ธุลีพระบาท เฝ้า สมเด็จ พระนางเจ้า แล้ว ไป เฝ้า สมเด็จ พระเจ้าบรมวงษเธอ เจ้าฟ้า มหามาลา กรมพระบำราบ ปรปักษ แล้ว ไป เฝ้า กรมใน พระ ราชวัง บวร สถาน มงคล เวลา บ่าย สอง โมง เสด็จ พระราช ดำเนิน เยี่ยม ตอบ เวลา บ่าย สาม โมง ครึ่ง ไป เฝ้า กรม หมื่น เทวะวงษ วะโรประการ แล้ว ไป เฝ้า สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่างวงษ กรม หลวง ภาณุ พันธุวงษ วรเดช เวลา ค่ำ ไป ดู ลคร บ้าน เจ้า พระยา มหินทรศักดิ์ธำรงค์ ๚ะ

วัน ที่ ๒

๏ ณวัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น สอง ค่ำ เวลา เช้า โมง หนึ่ง ดู พระที่นั่ง จักกรี มหา ปราสาท แล พระที่นั่ง ดุสิต มหา ปราสาท พระที่นั่ง อำมะรินทร วินิจฉัย วัด พระศรี รัตน ศาสดาราม มิวเซียม เช้า สี่ โมง ไป เยี่ยม ตอบ เจ้าพระยา สุรวงษ ไวยวัฒน์ แล้ว ไป เฝ้า สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ เจ้าฟ้า จาตุรนต์รัศมี กรม หลวง จักรพรรดิพงษ์ แล ดู วัด อรุณ ราชราราม บ่าย สอง โมง สมเด็จ พระเจ้า บรมวงษ เธอ สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ สอง พระองค์ กรมหมื่น เทวะวงษ วะโรประ การ เสด็จ เยี่ยม ตอบ แล้ว ท่าน เสนาบดี ไป เยี่ยม เวลา บ่าย สาม โมง กรม ใน พระ ราชวัง บวร สถาน มง คล เสด็จ เยี่ยม ตอบ เวลา บ่าย สี่ โมง มา ดู แข่ง เรือ ที่ ท่า ราชวรดิฐ ค่ำ มี บอล ที่ วัง บูรพาภิรมย ๚ะ

วัน ที่ ๓

๏ ณวัน ประหัสบดี เดือน อ้าย ขึ้น สาม ค่ำ เวลา เช้า ดู โรง ทหาร น่า แล้ว มา ดู พระพุทธ รัตน สถาน พระที่นั่ง สวาไลย มะหา ปราสาท โรง เรียน ส่วน กุหลาบ กลาง วัน ดู ตะกร้อ กระบี่ กระบอง ที่ วัง สราญรมย เวลา บ่าย คารเดน ปาตี้ ที่ สวน สราญ รมย แล มี พระยา ช้าง แต่ง เครื่อง ไป เดิน ให้ ดู ด้วย เวลา ค่ำ ดินเนอ วัง สมเด็จ พระเจ้า บรมวงษ เธอ ๚ะ


วัน ที่ ๔

ณวัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น สี่ ค่ำ เช้า ไป ดู วัด พระ เชตุพน เวลา บ่าย ขี่ ช้าง เวลา ค่ำ รี่เซบซน ที่ วัง สราญรมย ๚ะ

วัน ที่ ๕

ณวัน เสาร เดือน อ้าย ขึ้น ห้า ค่ำ เวลา เช้า ไป ดู วัด สุทัศน เทพวะราราม แล้ว ไป ดู บรมบรรพต แล้ว ไป วัง ประทุมวัน เวลา ค่ำ ดินเนอ หลวง ใน พระบรม มหา ราชวัง มี มะโหรี่ ๚ะ

วัน ที่ ๖

๏ ณวัน อาทิตย เดือน อ้าย ขึ้น หก ค่ำ เฝ้า ทูล ลออง ธุลี พระบาท ถวาย บังโคม ลา กลับ ไป ๚ะ


วัน ที่ รับ คำนับ กัน ใน วัง บุรพา ภิรมย มี การ ที่ วัง นั้น
ตาม โปรแกรม นี้

กำหนด เพลา ดนตรี
มี การ เต้น รำ ที่ วัง บุรพา ภิรมย ใน การ เฉลิม ยศ
รับ ปรินส์ ออสกา เมือง สวิเดน
เมื่อ ณวัน พุฒเดือน อ้าย ขึ้น ส่อง ค่ำ ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๖

ส่วน ที่ ๑
มะโหรี่ ของ ซีเคอล เล่น
๑ เพลง มาช เปน เพลง เดิน วิกสเนอร์ เปน ผู้ คิด
แตร วง ทหาร เล่น
๒ ควาดริล
มะโหรี่ ของ ซีเคอล เล่น
๓ วอลต์ส ชื่อ บลูเดนะยุบ สเตราส์ เปน ผู้ คิด
๔ โปดกา มาเซอกา ชื่อ เดอยฮอก ไซด์บิตเตอร
อยู่ ใน เพลง ฟอสต์
แตร วง ทหาร เล่น
๕ แลนะเซอส
มะโหรี่ ของ ซีเคอล เล่น
๖ โปดกา ชื่อ ถำเมรินท์ ซิลบูลกา เปน ผู้ คิด
มี ดอก ไม้ เพลิง
แล การ เลี้ยง กัน

ส่วน ที่ ๒
มะโหรี่ ฃอง ซีเคอล เล่น
๗ วอลต์ส ชื่อ เอาซ์เดม ดัศติเกน กริค สเตราส์ ผู้ คิด
แตร วง ทหาร เล่น
๘ ควาดริล
มะโหรี่ ของ ซีเคอล เล่น
๙ ชอตติช สเตรบินเกอ เปน ผู้ คิด
มะโหรี ของ ซิเคอล เล่น
๑๐ วอลท์ส ชื่อโกลเสมิต ตอชเตอเณน ฟอตราส เปน ผู้ คิด
แตร วง ทหาร เล่น
๑๑ แลนเซอรส์
มะโหรี ฃอง ซิเคอล เล่น
๑๒ กาลป ชื่อ บอง วอยยาซ อยู่ ใน ฟอส์ต์
เพลง สรรเสริญ บารมี่

ข่าว ตาย

๏ แฮเมล —- วัน พฤหัสบดี เดือน อ้าย ขึ้น สาม ค่ำ ภรรยา ของ บี แอช แฮเมล กงซุล เยนิรัล เนเทอแลนด์ ถึง แก่ กรรม ๚ะ

๏ ไอลอรช์ —- วัน เสาร์ เดือน สิบเอ็ด แรม สิบ สาม ค่ำ มิศเตอ ซี ไอลอรช เปน ผู้ ช่วย ใน ห้าง วินดะซอร โรซ แอนด์ โก เรือ ล่ม ท่าน จม น้ำ ถึง แก่ กรรม ๚ะ


เด็ก ตก น้ำ

๏ ณวัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น ส่อง ค่ำ เวลา เช้า เด็ก ตก น้ำ ตาย ที่ บ้าน กัปตัน ฮิกซ เด็ก ผู้ หญิง อายุศม์ หก ขวบ ตก ตั้ง แต่ หลัง บ้าน ใน คลอง ลอย มา ถึง ตะพาน ริม บ้าน เสมียน จั่น มี คน หนึ่ง เหน เข้า เขา จับ ขา สอง ติ่ง แล้ว หิ้ว ไป บ้าน ให้ กับ แม่ แล้ว แม่ ร้อง ไห้ เปน อัน มาก แล้ว เอา ขี้ เท่า ทา ตัว เด็ก หมาย จะ ให้ ฟื้น แต่ เด็ก หา ฟื้น ไม่ ๚ะ

การ เคราะห

๏ มี ข่าว ว่า เด็ก สยาม คน หนึ่ง ที่ ปาก คลอง เตา ขนอง ตก น้ำ ตาย ๚ะ

มิศเตอร์ ไอลอรช์

๏ ผู้ ตก น้ำ ณวัน เสาร์ เดือน สิบ ส่อง แรม สิบ ส่อง ค่ำ หาย ไป จน วัน เสาร์ เดือน อ้าย ขึ้น ห้า ค่ำ จึ่ง ปะศพ พวก ที่ ห้าง วินดซอร โรซ แอน โก จัด การ ฝัง ศพ ณวัน อาทิตย เดือน อ้าย ขึ้น หก ค่ำ ๚ะ

มิศเตรซ แฮเมล

๏ ภรรยา ของ มิศเตอร์ บี้ แอช แฮเมล กงซุล เยนิรัล เนเทอแลนด์ ผู้ ได้ ถึง แก่ อนิจ กรรม ณวัน ประหัสบดี เดือน อ้าย ขึ้น สาม ค่ำ สามี นั้น จัด การ ฝัง ศพ ใน บ่าย วัน นั้น เอง ประมาณ เวลา บ่าย สี่ โมง ฝรั่ง แล ชาว สยาม เปน อัน มาก มา ชุมนุม กัน ที่ บ้าน กงซุล นั้น แสดง ความ สมเพท แล ช่วย กัน ใน การ ศพ บาง คน เอา ดอก ไม้ เปน พุ่ม เปน พวง มา ให้ เปน ของ ประดับ โลง ประดับ หลุม เมื่อ การ ที่ บ้าน พร้อม แล้ว มิศเตอร แบดแมนต์ ผู้ เปน เจ้า พนักงาน จัด การ รักษา ศพ ภา ไป ถึง ป่าช้า ฝรั่ง จึ่ง จัด เอา ศพ ลง ใน โลง ภา กัน ลง ใน เรือ เรือ ไฟ เล็ก ลาก เรือ ศพ นั้น แล้ว ท่าน ทั้ง หลาย ที่ ประชุม พร้อม นั้น ลง เรือ ตาม เรือ ศพ เปน กระบวน แห่ ตาม น้ำ ภอ เมื่อ ศพ ถึง กะได ป่าช้า พวก ฝรั่ง จึ่ง ยก โลง ภา กัน เดิน เปน แถว ถึง ศาลา ที่ ไว้ ศพ สามี ก็ เดิน นำ น่า ยัง ไม่ ทัน เข้า ใน ศาลา ฝน ตก ไม่ ได้ หยุด ตลอด การ คราว นั้น เมื่อ วาง ศพ บน ม้า สำหรับ รับ โลง สามี จึ่ง เดิน เข้า เคียง โลง แล้ว ว่า บัดนี้ ทำ ได้ แต่ เพียง นี้ คือ จะ ว่า แต่ สัก สอง สาม คำ สามี นั้น จึ่ง ได้ บอก ชื่อ ของ ภรรยา แล้ว จึ่ง ได้ ว่า ได้ เปน บุตร สาว น่า ชม เปน มารดา อย่าง เอก เปน ภรรยา รัก สมี ขอ ให้ ดวง จิตร วิญาณ นั้น ภัก อยู่ ใน สุข สำราญ เปน นิรกาล ครั้น สิ้น ว่า เพียง นี้ แล้ว ต่าง คน ต่าง ยืน นิ่ง เงียบ คอย ฝน ซา แต่ หา ซา ไม่ ฝน ตก มาก ตก เรื่อย กำลัง ฝน ตก มาก เจ้า คุณ กระลาโหม มา ถึง การ แล มี พวก ราช การ มา แจ้ง ความ แก่ กงซุล เยนิรัล ว่า พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม พระราช ทาน ของ ต่าง ๆ ตาม ธรรม เนียม มา ช่วย ใน การ ศพ กงซุล รับ ของ นั้น แล้ว จึ่ง ตอบ ว่า กงซุล ฝาก ถวาย คำ ขอบ พระเดช พระคุณ เปน อัน มาก คอย ฝน ซา นาน หา ซา ไม่ จึ่ง ต้อง ภา กัน เอา โลง แล พุ่ม พวง บุษบา มาลา ไป ใส่ ลง ใน หลุม ไป ฝัง ศพ ทั้ง กำลัง ฝน ตก เปียก ทุก ตัว คน ๚ะ

ราชทูต อิตะลิ

๏ มี ข่าว ว่า กำปั่น รบ กอเวติ ชาติ อิตะลิ มี นาม ชื่อ ว่า กริศโตโฟโร โกลัมโบ จะ ถึง เมือง ฮ่องกอง ณวัน เสาร เดือน สิบ สอง แรม หก ค่ำ ซิศ เอกซะเลนซิ กัมเมนะตะเร เฟอรดิแนนโด คะ ลุกา ราชทูต อิตะลิ สำหรับ ประจำ อยู่ ที่ เมือง จีน จะ เดิน สาร กำปั่น ลำ นั้น ด้วย เมื่อ ท่าน ภัก อยู่ ใน เมือง ฮ่องกอง น้อย วัน แล้ว ราชทูต นั้น จะ เดิน สาร ใน กำปั่น รบ กอเวติ ลำ หนึ่ง ชื่อ วิกตอร ปิซานี่ มา เยี่ยม กัน ที่ กรุง ประเทศ สยาม กระทำ ให้ สำเร็จ ราชการ ตาม พระบรม ราช โอง การ สมเด็จ พระเจ้า ประเทศ อิตะลิ สั่ง ให้ มา ทำ นั้น ครั้น ได้ ข่าว ด้วย ราชทูต นี้ ต่อ ไป จึ่ง จะ ลง พิมพ ให้ ผู้ อ่าน สยาม ไสมย รู้ ความ ต่อ ไป ๚ะ

รถ ตก คลอง

๏ ณวัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เวลา เก้า ทุ่ม เศษ รถ คัน มี แต่ ชาว สยาม นั่ง อยู่ ใน จะ ไป ถ่าง เมื่อ จะ กลับ รถ นั้น ม้า ไม่ ไป ตาม ใจ ผู้ ขับ รถ ถอย ไป ถอย มา จน รถ นั้น ตก ใน คลอง หลัง ห้าง ที่ กงซุล อังกฤษ ไม่ มี ใคร ถูก อันตราย เจ็บ ประการ ใด คน ที่ มา ใน รถ ขอ คน ที่ เดิน ไป มา ช่วย แต่ คน เหล่า นั้น หา ช่วย ไม่ รถ นั้น ติด อยู่ ใน คลอง จน เช้า ที่ รถ นั้น ตก คลอง นั้น ไม่ สู้ ไกล จาก ที่ หมู่ มาต๋า พวก โปลิศ ตั้ง ดู แปลก ปลาด ว่า พวก โปลิศ อัน อยู่ ใกล้ เคียง ไม่ ได้ ช่วย ธุระ คน ซึ่ง ต้อง ลำบาก นั้น

ข่าว โทรเลข ใน

เจ้า คุณ กระดาโหม

๏ มา ภัก ที่ ปาก น้ำ เวลา เช้า โมง ครึ่ง ณวัน จันทร

เดือน อ้าย ขึ้น เจด ค่ำ ๚ะ

ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร์
ณวัน เสาร เดือน สิบสอง แรม สิบ สาม ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๘ เปนซ

เงิน โปรเวต สาม เดือน ๓ ชิลิง ๘ เปนซ กับ สาม อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรีย น ๕๕ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก

ประเทศ ยุในเตด ซเตศ

๏ เมือง นุยอก วัน เสาร เดือน สิบสอง แรม หก ค่ำ ได้ เลือก ตั้ง เยนิรัล คลิวะแลนด เปน เปรไซเดนต ประเทศ ยุในเตด ซเตศ แล้ว ๚ะ

ปาเลียแมนต

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน สิบสอง แรม หก ค่ำ พวก ปฤกษา ราชการ อังกริษ คือ เฮาซ ออฟ กอมมันซ ได้ อ่าน แฟรนไชซ บิล ครั้ง สอง แล้ว คือ บิล ที่ จะ แผ่ ให้ ราษฎร มี กำ ลัง ว่า ใน การ ราชการ มาก กว่า แต่ ก่อน

ประเทศ ฝรั่งเสศ

๏ โรค ลง ราก แอเชี่ย เกิด ขึ้น ใน เมือง ปาริศ แล้ว

ประเทศ ซุดัน

๏ ไกโร วัน อาทิตย เดือน สิบสอง แรม เจด ค่ำ เปน ที่ นึก ว่า พวก ทัพ ของ ลอด วุลซิลี จะ ไม่ ขยาย เดิน ออก จน ข้าง ขึ้น ใน เดือน ญี่ ลอด วุลซิลี บอก มา ตาม โทรเลข ว่า แขก มะดี อยู่ ที่ เมือง กอร์ชัมบัด พวก ที่ ติด ตาม มี แต่ น้อย คน ๚ะ

ประเทศ เยอรแมนิ

๏ กรุง เบอลีน วัน จันทร เดือน สิบสอง แรม แปด ค่ำ ปรินซ บิศมาก ได้ ฃอ ให้ เบิก เงิน เติม สำหรับ ใช้ เปน เบี้ย เลี้ยง สำหรับ ท่าน เจ้า เมือง แกมิรูนซ แล สำหรับ จัด ให้ มี หมู่ เรือ สำหรับ การ โปลิศ ฯะ

ประเทศ ฝรั่งเสศ แล ประเทศ จีน

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สิบสอง แรม เก้า ค่ำ เออล แกรนวิล เมื่อ พูด คำ สบีจ คราว เลี้ยง กัน ที่ คิลด ฮอล แสดง ความ ว่า คอเวินแมนต พร้อม แล้ว ที่ จะ เปน ผู้ กลาง จัด การ ให้ แล้ว ด้วย ดี ฝ่าย ประเทศ ฝรั่งเสศ แล ประเทศ จีน ด้วย ๚ะ

๏ มี คำ เลื่อง ลือ เนื่อง ๆ กัน ว่า กำลัง จะ จัด การ สัญา ให้ มี การ สงบ เงียบ เรียบ ฝ่าย ประเทศ ฝรั่งเสศ แล ประเทศ จีน แล ยก เรื่อง การ ต้อง เสี่ย อิน เดมไนตี้ ทำ ขวัญ เปน ค่า ปรับ ฯะ


ปาเลียเมนต

๏ เรื่อง แฟรนไชซ บิล พวก กอมมิตตี ของ เฮาซ ออฟ กอมมันซ เหน ชอบ ดี แล้ว ๚ะ

เกาะ ฟอโมซะ

๏ ฮ่องกง วัน พุฒ เดือน สิบ สอง แรม สิบ ค่ำ พวก จิ่น รุก ตี ทัพ ฝรั่งเสศ ที่ เมือง กิลุง พวก จิ่น แตก ทัพ เสีย ผู้ คน เปน อัน มาก พวก ฝรั่งเสศ เสีย คน แต่ น้อย ๚ะ

๏ กำปั่น รบ จิ่น ชื่อ ไฟฟู พวก ฝรั่งเสศ จับ เอา ไว้ ได้ แล้ว ๚ะ

ปาเลียเมนต

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สิบ ค่ำ พวก เฮาซ ออฟ กอมมันซ ได้ อ่าน แฟรนไชซ บิล ครั้ง สาม แล้ว มิ ได้ แบ่ง ยัก เลย ซึ่ง พูดจา ปฤกษา ทุ่ม เถียง กัน นั้น เปน ที่ ให้ เหน ว่า ที่ จะ ปะจบ ปะแจง กัน เหน จะ ไม่ ได้ มิศเตอ แลกดซะโตน ว่า การ ปลาย สุด จะ เกิด ขึ้น อย่าง ไร ท่าน รับ ไม่ ได้ ๚ะ

ปาเลียเมนต

๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน สิบสอง แรม สิบเอ็ด ค่ำ มี คำ ขอ ให้ โวด ยอม เพิ่ม เติม เงิน สำหรับ การ รบ กัน ช่วย การ ที่ ประเทศ อีบิปต เงิน สำหรับ กอง ทัพ บก ขอ ถึง แสน ชั่ง สำหรับ กอง ทัพ ทะเล สาม หมื่น สอง พัน สี่ ร้อย ชั่ง แล้ว ก็ มี คำ ขอ เบิก เงิน ต่าง หาก แปลก ถึง ๗๒ ๕ ๐๐ ชั่ง สำหรับ การ รบ ใน บิ จุอะนะแลนด ๚ะ

ประเทศ ซูดัน

๏ กรุง ปารีศ วัน ศุกร เดือน สิบสอง แรม สิบสอง ค่ำ มองเซอ เฟรี คราว พวก กาบิเนต เกานซิล ชุมนุม วัน นี้ แสดง ความ ซึ่ง ท่าน พึ่ง รับ มา แต่ เมือง ไกโร บอก ความ ว่า เยนิรัล คอดัน ถูก ลูก ปืน ตาย เมื่อ กำ ลัง เดิน จะ ไป ยัง เมือง บอ เบอร ๚ะ

ประเทศ ซูดัน

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สิบสอง แรม สิบสอง ค่ำ อันเดอ เซกรีแตรี สำหรับ ว่า การ ต่าง ประเทศ เมื่อ ตอบ คำ ถาม แจ้ง ความ ว่า เซอ อิ บาริง ไม่ เชื่อ ความ บอก มา ที่ ว่า เยนิรัล คอดัน ถึง แก่ อนิจ กรรม แล้ว ด้วย หนังสือ ฝาก ของ เยนิรัล คอดัน ลง วัน ประหัศบดี เดือน สิบสอง แรม สิบเอ็ด ค่ำ มี มา ถึง เมือง เบอ เบอ ๚ะ


สระ ประทุม

๏ ณวัน จันทร เดือน สิบ สอง แรม สิบ ห้า ค่ำ ทั้ง ชาย ทั้ง หญิง เขา ภา กัน ไป เล่น แข่ง เรือ กัน ที่ สระ ประทุม บ้าง พวก ขี่ รถ จ้าง บ้าง ขี่ รถ ดอกกาด บ้าง รถ เก๋ง บ้าง เปน คราว เทศการ สนุกนิ์ ของ เขา ที่ หนุ่ม ๆ สาว ๆ เขา ก็ ได้ ภา กัน นะมัศการ พระ สำฤทธิ์ แล้ว ได้ อะธิฐาน ยก พระ สำฤทธิ์ เสี่ยงทาย ตาม ความ ปราถนา ของ เขา ด้วย ๚ะ

ว่า ด้วย ฆ่า สัตว์ ตัด ชีวิตร

๏ ข้าพเจ้า ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร์ ด้วย ข้าพเจ้า ได้ รับ อ่าน จดหมายเหตุ สยามไสมย ออก เมื่อ ณวัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น สอง ค่ำ ปี วอก ฉศก มี ชาว สยาม คน หนึ่ง แต่ง เรื่อง ลง พิมพ์ ใจ ความ ข้อ หนึ่ง ว่า ฆ่า สัตว์ ไม่ บาป เปน การ เถียง กัน ข้าพเจ้า จะ ขอ ตอบ เปน คำ กลาง ว่า การ ที่ ฆ่า สัตว์ เปน ให้ จำ ตาย ผู้ ที่ ว่า บาป นั้น บาป นั้น เปน อย่าง ไร บาป นั้น ว่า ไป ตก นรก ๆ นั้น อยู่ ที่ ไหน ใคร เคย เหน ก็ เปน คำ กล่าว ตาม ๆ กัน มา ไม่ มี พยาน แต่ ใจ ของ ข้าพเจ้า เหน ว่า จะ บาป ก็ ดี ไม่ มี บาป ก็ ดี เปน การ ไม่ สม ควร ฆ่า ชีวิตร เขา ให้ ตาย ด้วย เกิด ขึ้น เปน ชีวิตร วิญาณ แล้ว ไม่ ว่า มนุษ สัตว์ ย่อม รัก ชีวิตร ด้วย กัน ทั้ง นั้น ข้อ ที่ ว่า ฆ่า สัตว์ มา เปน อาหาร ไม่ มี บาป ด้วย พระ สร้าง มา ให้ เปน อาหาร ของ มนุษ ข้อ นี้ ข้าพเจ้า ส่งไสย ธรรมดา เปน พระ แล้ว ย่อม แผ่ เมตา จิตร ทั่ว ไป ไม่ ว่า มนุษ ไม่ ว่า สัตว์ ๆ ก็ ชีวิตร มนุษ ก็ ชีวิตร ทำไม จึ่ง ทรง ลำ เอียง สร้าง ให้ มี ชีวิตร วิญาณ เปน มนุษ เปน สัตว์ แล้ว ทำไม จึ่ง ให้ ชีวิตร หนึ่ง มา บำรุง ชีวิตร หนึ่ง ดัง นี้ ไม่ เปน ยุติธรรม การ ที่ ฆ่า สัตว์ จะ บาป ฤา ไม่ บาป นั้น ข้าพเจ้า จะ ขอ อะธิบาย ความ สั้น สั้น ให้ เหน ทุกข โทษ คือ ว่า เสือ แล จรเข้ เปน ต้น แล ปลา ต่าง ที่ อยู่ ใน ทะเล พระเจ้า สร้าง มา ให้ กิน เนื้อ มนุษ เปน อาหาร ถ้า เสือ จรเข้ มา ขบ กัด เรา ภรรยา แล บุตร หลาน ที่ รัก ของ เรา ภา ไป กิน เปน อาหาร ตัว ของ เรา จะ มี ความ เศร้า โศก เสีย ใจ ได้ ความ ทุกข ร้อน ถึง ตัว แล บุตร หลาน ที่ พลัด พราก ตาย จาก ไป เปน อาหาร สัตว์ นั้น ฉัน ใด ซึ่ง เรา จะ ไป ฆ่า บุตร หลาน ของ เขา แล ตัว เขา เปน อาหาร เขา ก็ มี ความ เศร้า โศก ทุกข ร้อน ฉัน นั้น ถ้า ผู้ ใด คิด ได้ ดัง นี้ จึ่ง จะ เหน ว่า ฆ่า สัตว์ เปน ให้ จำ ตาย เปน บาป ถ้า ผู้ ใด คิด รัก แต่ ชีวิตร ของ ตัว ส่วน ชีวิตร ของ เขา จะ เอา มา เปน อาหาร บำรุง ชีวิตร ตน นั้น ไม่ เปน ยุติธรรม ซึ่ง จะ ถือ ว่า นั้น มัน สัตว์ เรา เปน คน คน แล สัตว์ ก็ มี ชีวิตร รัก ชีวิตร ด้วย กัน ข้อ หนึ่ง ที่ ว่า มา ว่า ฝ่าย ที่ ว่า ฆ่า สัตว์ บาป นั้น มี อยู่ แต่ ชาว เมือง กระบิลพัตุ ไทย ลาว มอญ พม่า เขมร ฝ่าย ที่ ว่า ฆ่า สัตว์ ไม่ บาป นั้น นับ ด้วย ร้อย ชาติ ร้อย ภาษา ข้อ นี้ ข้าพเจ้า ขอ แก้ ว่า ผู้ มี ยุติธรรม แล ผู้ ที่ ไม่ มี ยุติธรรม นั้น ฝ่าย ไหน จะ มาก กว่า กัน พวก ที่ ไม่ มี ยุติธรรม นั้น มี มาก กว่า พวก ที่ มี ยุติธรรม คน ดี มี น้อย กว่า คน ชั่ว คน ชั่ว มี มาก อนึ่ง ถ้า ท่าน ทั้งหลาย จะ ว่า มี ผู้ ซื้อ จึ่ง ได้ มี ผู้ ฆ่า ขาย ถ้า ไม่ มี ผู้ ซื้อ กิน ก็ ไม่ มี ผู้ ฆ่า ขาย ผู้ ที่ ซื้อ กิน จะ ไม่ มี บาป ฤา ข้าพเจ้า ขอ ตอบ ว่า ความ ข้อ นี้ เปน การ จริง ผู้ ที่ เปน ผู้ ซื้อ กิน นั้น ก็ ไม่ สมควร เปรียบ เหมือน สมโจร แต่ มีโทษ น้อย เพราะ ผู้ นั้น หา ได้ เจตนา ยินดี เติม ใจ ให้ ผู้ โน้น ลง อาวุธ ฆ่า สัตว นั้น ไม่ ฆ่า ตาย แล้ว นำ มา ขาย ตลาด จึ่ง ได้ ซื้อ มา บริโภค แต่ ตัว ของ ตัว ผู้ บริโภค หา ได้ ขาด เมตา จิตร เสีย ยุติธรรม ถ้า ผู้ ใด มี เมตา จิตร ไม่ เบียด เบี้ยฬ เช่น ฆ่า ชีวิตร สัตว ด้วย กาย วาจา ใจ ของ ผู้ นั้น ก็ นับ ได้ ว่า เปน ผู้ มี เมตา จิตร แล มี ยุติธรรม กับ ข้อ หนึ่ง กล่าว ว่า ศีล ๕ ศีล ๘ ศีล ๑๐ ศีล ๒๒๗ ไม่ มี ผู้ ใด ถือ ตาม พุทธ บัญญัติ ความ ข้อ นี้ ขอ ตอบ ว่า คน มี สอง จำพวก ๆ หนึ่ง เปน คน ดี จำพวก หนึ่ง เปน คน ชั่ว จำพวก ที่ เปน คน ดี นั้น ท่าน ถือ ได้ ตาม พระพุทธ บัญญัติ ถึง จะ พลาด พลั้ง บ้าง ก็ เล็ก น้อย โดย การ ไม่ แกล้ง แล จำ เปน จำ พลาด บ้าง จำพวก หนึ่ง ที่ ถือ ศีล ๕ ถือ อยู่ นิรันต์ มี ประจำ อยู่ ใน ใจ เปน นิจ ก็ มี เดือน หนึ่ง ถือ สี่ วัน ก็ มี นาน ถือ วัน หนึ่ง ก็ มี ตาม แต่ ผู้ นั้น จะ มี ความ เลื่อม ใส สัทธา พระพุทธเจ้า หา ได้ บังคับ กด ขี่ ให้ ถือ ให้ ทำ ไม่ เปน แต่ ทรง บัญญัติ สั่ง สอน ไว้ ว่า ทำ อย่าง นั้น ๆ ดี ทำ อย่าง นั้น ๆ ไม่ ดี ใคร ทำ ไม่ ดี แล ทำ ดี ความ ไม่ ดี ความ ดี ก็ อยู่ กับ ตัว ผู้ นั้น ขอ ยุติ แต่ เพียง นี้ ถ้า มี ผู้ คัด ค้าน มา ประ การ ใด ถ้า เปนคำ สมควร ตอบ สมควร แก้ จึ่ง จะ อะธิบาย แก้ ต่อ ไป — นาย แดง ๚ะ

๏ คำ ตอบ ของ นาย แดง นี้ เรียบ ร้อย งาม ดี รู้ จัก พูด ตอบ ให้ เหน จริง เทจ ดี ชั่ว ไม่ ให้ เจบ ใจ ใคร ถ้า ชาว สยาม คน หนึ่ง นั้น จะ ตอบ แก้ ประการ ใด จง ตอบ ด้วย ถ้อย คำ เรียบ ร้อย อัชฌาไสย อย่า ให้ เจบ แค้น ใจ เหมือน กัน เถิด — เฮไดตอร์ ๚ะ

เตือน สติ

๏ คน พาล เที่ยว หา กิน ตาม ท้อง ถนน สำเพง แล ถนน ใหม่ ขอ ให้ ท่าน ทั้งหลาย ทราบ ด้วย จะ ได้ เปน คะติ รู้ ไว้ จะ เสีย ที่ เขา ถ้า มี เงิน ใส่ ใน กะเป๋า เสื้อ ให้ ระวัง ตัว ให้ มาก คน พาล มัน จะ ล้วง กะเป๋า บาง ที อีแปะ ทอง เหลือง สอง อัน ลับ คม เหมือน อย่าง มีด มัน ตัด กะเป๋า เสื้อ ปลิ้น เอา เงิน เอา อัฐ จน หมด บาง คน ยืน ดู งิ้ว ดู ละคร มัก ถูก บ่อย ลาง คน ถูก ถูก กะดุม หาย แล สาย นาฬิกา พก หาย บ้าง อย่าง นี้ มี มา มาก นัก ๚ะ


คำ เตือน สติ

๏ โอ้ สงสาร แต่ มนุษ นี้ สุด ทุกข ไม่ มี สุข ว่า เวลา ไหน อะนิจจัง สังขารา ไม่ ว่า ใคร เด็ก ผู้ ใหญ่ ทารก คน งก งัน ผู้ ดี จน เข็ญ ใจ ท้ง ใบ้ บ้า ถึง เวลา ล่วง ลับ ที่ คับ ขันธ คง ตาย แท้ แน่ เที่ยง เปน สัจธรรม ถึง มี ทรัพย นับ กำปั่น พัน ปลาย จะ ผัน ผ่อน งอน ง้อ ขอ ให้ ทรัพย มัจจุราช ท่าน จะ จับ อย่า มาท หมาย ให้ รู้ ตัว ทั่ว กัน ทุก วัน นาย หนี ความ ตาย ไม่ แคล้ว เสีย แล้ว เรา


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไศมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา นี้

ถ้า ลง เดือน ตลอด
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท

ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง

ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


ยา แก้ บั๊ถวี พิกาล

๏ ยา แก้ บั๊ถวี พิกาล ถ้า แก้ เมื่อย ยอก เสียด เส้น สะดุ้ง แล เหน็บ ชา ที่ ไหว ตัว ไม่ ใคร่ จะ ได้ ให้ เอา แปรง อย่าง ทา สมุด ชัก กอปี้ ชุบ ยา ทา ให้ เปียก ชุ่ม เมื่อ แห้ง แล้ว ฤทธิ ยา ก็ จะ ทำ ให้ ร้อน เหมือน กับ ถูก พริก ฤๅ พิมเสน ภอ สิ้น พิสม์ ยา โรค นั้น ก็ จะ หาย ถ้า แก้ ปวด ศีสะ ปวก รำมะนาด แซก ฝิ่น หนิด หนึ่ง จะ หาย ปวด ใน ชั่วโมง ครึ่ง ถ้า แก้ พิสม์ ตะขาบ แมงป่อง มกตะนอย ผึ้ง ต่อ แตน ชุบ สำลี ปะ ลง ที่ แผล สิบ ห้า มินิต ก็ จะ หาย ถ้า แก้ กล่อน ลง ฝัก อา การ ให้ ปวด ให้ เมื่อย จน จะ เปน ไข้ ไหว ตัว ไม่ ใคร่ จะ ได้ ให้ เอา สำลี ชุบ ยา ทา ที่ ฝัก ที ละ น้อย ๆ ภอ เปียก ทั่ว ฝัก จึง จะ ไม่ แสบ มาก แล้ว ทา ตาม บั้นเอว ท้อง น้อย ที่ ให้ เมื่อย ให้ ปวด นั้น ทา ให้ เปียก ชุ่ม มาก ๆ สัก สอง ชั่วโมง สาม ชั่วโมง ก็ จะ หาย ถ้า แก้ ไส้ เลื่อน เมื่อ แรก ลง ก็ ได้ จะ ชัก ขึ้น เหมือน กล่อน ถ้า แก้ จุก แน่น ลม สันดาน ทา ให้ เปียก ชุ่ม ที่ ท้อง แล้ว เอา ผ้า มัด ท้อง ให้ แน่น ก็ จะ หาย ได้ ใน ครึ่ง ชั่วโมง ถ้า แก้ ถูก ตี ฟก ช้ำ บวม เขียว หก ชั่ว โมง ก็ จะ หาย อาการ ที่ ว่า มา นี้ ครึ่ง ชั่ว โมง ให้ ทา ยา หกครั้ง ยา แก้ บั์กว์ พิการ นี้ เปนะ ยา ดี โดย แท้ ได้ ทด ลอง มา หลาย สิบ คน แล้ว ราคา ขวด ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้งหลาย ทั้งปวง อยาก จะ ได้ ยา อย่าง สั์กสิทธิ์ โดย แท้ เชิญ มา ซื้อ ที่ บ้าน ข้าพเจ้า ได้ ตั้ง ขาย ยา อยู่ ที่ ตึก ริม ตึก ไปรสนิย ด้าน เหนือ แห่ง หนึ่ง ที่ ห้าง เอ บิวลิง แห่ง หนึ่ง กัน ที่ แพ แม่ เล็ก ปาก คลอง ตะภานหัน แจ้ม เหนือ แห่ง หนึ่ง แจ้ง ความ มา ณวัน เดือน สิบสอง ปี วอก ฉศก —นาย หนู (๒ ห) ๚ะ


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก


AYER'S CHERRY PECTORAL.

๏ ๓ ยา คือ เยเออร์ เจริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ฝี ใน อก ๚ะ

๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พัน เขตร เกก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พัน เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เด็ก อายุ ขวบ เดี๋ยว ให้ กิน ๕ หยด สอง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะดูก ตัว หนาว ฤๅ แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ บิ์ลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังกฤษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สุน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดูโต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เจ็ด ปี ถ้า ต้องการ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘๘ ถึง ๑๘๙๔ ครบ เจ็ด ปี (จ. ห) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด