เดือน ๑ แรม ค่ำ ๑, ๑๒๔๖
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๓ แผ่น ๑๒ วัน พุฒ เดือน อ้าย แรม ค่ำ หนึ่ง ปี วอก ฉอ ศก ๑๒๔๖
ว่าด้วยฆ่า สัตว
( ครู กัษเวล เปน ผู้ แต่ง )
บท ๑

๏ ยังมี คน สอง คน ชื่อ บัณฑิต คน หนึ่ง โยฮัน คน หนึ่ง บัณฑิต เปน ชาว เมืองไทย แต่ โยฮัน นั้น เปน ชาว อะเมริกัน ทั้งสอง คน นั้น ถือ สาสนา คน ละ ฝ่าย บัณฑิต ถือ พระพุทธ สาสนา โยฮัน ถือ พระเยซู สาสนา ทั้งสอง คน นั้น ได้ สง สนทนา กัน เนือง ๆ ด้วย วิธี ถือ สาสนา ต่าง ๆ กัน อยู่ มา วัน หนึ่ง บัณฑิต มา หา โยฮัน แล้ว ถาม ว่า แต่ ก่อน ข้าพเจ้า ได้ ยิน เขา พูด กัน ว่า พวก ศิษ พระเยซู ได้ ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร อยู่ บ้าง คือ ฆ่า หมู เปด ไก่ เปน ต้น ข้าพเจ้า อยาก จะ รู้ ให้ ชัด ว่า คำ ที่ เขา กล่าว นั้น จะ จริง ฤา ไม่ โยฮัน จึง ตอบ ว่า คำ ที่ เขา กล่าว นั้น ก็ จริง อยู่ แต่ ทว่า พวก ศิษ พระเยซู พิจารณา ดู เหน ว่า ข้อ ที่ คน ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน เล่น เปล่า ๆ นั้น ก็ หา ควร ไม่ ถ้า แม้น ผู้ ใด จะ ต้อง ประสงค กิน เนื้อ สัตว จึ่ง ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน นั้น กิน ก็ ไม่ บาป ๚ะ

๏ บัณฑิต จึง ว่า ข้อ ที่ ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร นั้น เปน การ บาป นัก จะ ได้ มี บาป อื่น ยิ่ง กว่า บาป ฆ่า สัตว นี้ ก็ หา มี ไม่ เว้น ไว้ แต่ กรรม ห้า ที่ เรียกว่า ปัญจานันตริยะ กรรม เหตุใด จึ่ง ผิด กัน คน ที่ ถือ สาสนา พระเยซู นั้น จึ่ง ว่า ฆ่า สัตว ไม่ มี บาป เล่า ๚ะ

๏ โยฮัน จึง ถาม ว่า ข้าพเจ้า จะ ขอ ถาม ท่าน สัก ข้อ หนึ่ง ก่อน แล้ว ข้าพเจ้า จะ วิสัชนา ตาม ข้อ ความ ที่ ท่าน ถาม นั้น ต่อ ภาย หลัง แล สัตว ทั้งปวง ที่ เรา ท่าน ทั้งหลาย เคย กิน มี หมู แล เปด ไก่ เปน ต้น นั้น สัตว เหล่า นี้ ผู้ ใด เปน เจ้า ของ ๚ะ


๏ บันฑิต รับว่า ข้าพเจ้า พิจารณา เหน ว่าผู้ เลี้ยง สัตว นั้น แล เปน เจ้า ของ ฯะ

๏ โยฮัน กล่าว ว่า คำ ที่ ท่าน กล่าว ดัง นี้ ก็ จริง อยู่ บ้าง คือ ว่า ถ้า ผู้ ใด ได้ เลี้ยง แพะ และ วัว เปน ต้น คน ผู้ นั้น ก็ จัด ได้ ชื่อ ว่า เปน เจ้า ของ แพะ เจ้า ของ วัว ผู้ อื่น จะ มา ชิง เอา เปน เจ้า ของ ๆ สัตว นั้น ไม่ ได้ ถ้า เจ้า ของ สัตว จะ ให้ สัตว นั้น แก่ คน อื่น ๆ ก็ ให้ ได้ แล สัตว นั้น เจ้า ของ จะ เอา ไป ปล่อย เสีย ใน ป่า ก็ ปล่อย ได้ แต่ ผู้ อื่น จะ มา แย่ง ชิง เอา สัตว เมื่อ เจ้า ของ สัตว นั้น ยัง ไม่ ยอม ให้ ผู้ ชิง นั้น จัก ได้ ชื่อ ว่า เปน โจร เปน ผู้ ร้าย เหตุ ฉนั้น จึง ว่า ผู้ เลี้ยง นั้น แล เปน เจ้า ของ สัตว แต่ ถึง อย่าง นั้น ก็ จัด เปน เจ้า ของ อย่าง หนึ่ง แต่ ทว่า ข้าพเจ้า ยัง หา เหน ว่า เปน เจ้า ของ แท้ ไม่ ข้า ถือ ว่า ผู้ สร้าง สัตว นั้น ให้ เปน ขึ้น ผู้ นั้น แล จัด ได้ ชื่อ ว่า เปน เจ้า ของ แท้ อนึ่ง ถ้า ข้า จะ ต่อ เรือ ร้า ก็ เปน เจ้า ของ เรือ ถึง คน อื่น ที่ เรา ใช้ ให้ รักษา เรือ แล ยา เรือ ล้าง เรือ ก็ หา ได้ เปน เจ้า ของ ไม่ แล ข้อ ความ อัน นี้ ก็ เปรียบ เหมือน กับ ผู้ ที่ สร้าง แพะ แล วัว ผู้ ที่ สร้าง นั้น แล เปน เจ้า ของ แพะ แล วัว แท้ แล ผู้ ที่ เลี้ยง สัตว นั้น หา เปน เจ้า ของ แท้ ไม่

๏ บันฑิต จึง ตอบ ว่า คำ ที่ ท่าน กล่าว มา ดัง นี้ ก็ น่า เชื่อ จริง อยู่ แต่ ทว่า คำ อย่าง นี้ จะ อา ไศรย อย่าง ไร เรา ยัง ไม่ เหน ฯะ

๏ โยฮัน รับ ถาม ว่า ข้า จะ ขอ ถาม ท่าน อีก คำ หนึ่ง แล้ว จึง จะ แก้ ไข คำ ที่ ท่าน ถาม นั้น ต่อ ไป ว่า เปรียบ เหมือน เรือน แห่ง ใด แห่ง หนึ่ง แล เรือน นั้น ผู้ ใด เปน ผู้ ห้าม แล ผู้ สั่ง แล ว่า กล่าว ได้ ผู้ นั้น จะ เปน เจ้า ของ เรือน ฤา ๆ จะ เปน ผู้ อื่น อนึ่ง เหมือน กับ เรือน ที่เรา สอง คน นั่ง พูด กัน อยู่ นี้ ถ้า ท่าน เปน เจ้า ของ เรือน นี้ ท่าน ก็ จะ ว่า การ ใน เรือน นี้ ตาม ชอบ ใจ ของ ท่าน จะ ได้ ฦๅ ไม่ ๚ะ

๏ บัณฑิต ตอบ ว่า เออ ถ้า เปน เจ้า ของ เรือน นี้ แล้ว ข้า จะ ว่า กล่าว ได้ หมด ๚ะ

๏ โยฮัน จึ่ง ว่า อีก ประการ หนึ่ง คนผู้ อื่น จะ มา บังคับ บัญชา ว่า กล่าว สรรพ การ งาน ทั้งปวง ใน เรือน นั้น จะ ได้ ฦๅ อนึ่ง คน ใช้ ใน เรือน นั้น จะ เชื่อ ฟัง ถ้อยคำ ของ ผู้ อื่น นั้น ด้วย ฦๅ ไม่ ๚ะ

๏ บัณฑิต รับ ว่า ไม่ นะ คน ใช้ นั้น เขา ไม่ ฟัง ถ้า เปน เจ้า ของ เรือน เหน เขา จะ ฟัง ถ้า ไม่ ใช่ เจ้า ของ เรือน เหน เขา จะ ไม่ ฟัง ๚ะ

๏ โยฮัน กล่าว ว่า คำ ที่ ว่า มา ดัง นี้ เรา ทั้ง สอง ฝ่าย ก็ เหน ด้วย พร้อม ใจ กัน คือ เหน ว่า คน ที่ เปน เจ้า ฃอง สิ่ง ใด สิ่ง หนึ่ง ก็ จะ ว่า กล่าว ใน ของ สิ่ง นั้น ๆ ได้ ตาม ชอบ ใจ ของ ตน เปรียบ เหมือน หนังสือ ที่ ข้า ถือ อยู่ เดี๋ยว นี้ หนังสือ นี้ ข้า จะ ให้ แก่ ท่าน ก็ ได้ จะ เอา ไว้ ใน ตู้ ก็ ได้ จะ เอา เผา ไฟ เสีย ฦๅ จะ ทิ้ง น้ำ เสีย ก็ ได้ ตาม แต่ ชอบ ใจ ของ ข้า ข้า จะ ทำ ประการ ใด ก็ ทำ ได้ ทุก อย่าง เพราะ เหตุ ว่า หนังสือ นั้น เปน ของ ๆ ข้า แต่ คน อื่น ผิด จาก ข้า แล้ว ที่ จะ เอา หนังสือ นี้ ไป ทำ สิ่ง ใด สิ่ง หนึ่ง ไม่ ได้ เลย เพราะ มิ ใช่ เจ้า ของ ความ ข้อ นี้ เรา ทั้ง สอง ฝ่าย ก็ เหน พร้อม ใจ กัน ๚ะ

๏ บัณฑิต ตอบ ว่า เออ จริง อยู่ เรา ก็ เหน พร้อม ใจ กัน แล้ว แต่ ข้อ ความ ที่ ถาม ว่า ทำไม พวก สิศ พระ เยซู จึ่ง ถือ ว่า ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน ไม่ เปน บาป นั้น ท่าน ยัง หา ได้ แก้ ให้ เรา ฟัง ไม่ ๚ะ

๏ โยฮัน จึ่ง ว่า เออ ข้า จะ แก้ บัด เดี๋ยว นี้ แก้ ว่า ผู้ เจ้า ของ สัตว นั้น ยัง ไม่ ห้าม ว่า อย่า ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน แต่ ท่าน ยอม ยก ให้ สัตว ทั้งปวง อยู่ ใน บังคับ มนุษ ให้ เรา ใช้ ได้ ให้ เรา ฆ่า ได้ อนึ่ง ท่าน ผู้ ใด ได้ สร้าง สัตว ทั้งปวง ท่าน ผู้ นั้น แล เปน เจ้า ของ สัตว ถ้า แม้น ท่าน ผู้ เจ้า ของ ห้าม ว่า อย่า ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน แล้ว เรา หา ฟัง ไม่ ขืน ไป ฆ่า ก็ เปน บาป แต่ ถ้า พระองค์ ยอม ให้ ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน แล้ว ที่ มนุษ ฆ่า นั้น ก็ ไม่ เปน บาป อนึ่ง สิ่ง ใด ๆ ที่ ท่าน ผู้ สร้าง ห้าม ถ้า ผู้ ใด ขืน ทำ สิ่ง นั้น แล เปน บาป แล สิ่ง ใด ที่ ท่าน ไม่ ได้ ห้าม ถ้า ผู้ ใด ทำ สิ่ง นั้น ก็ ไม่ เปน บาป แล คำ ที่ ข้า กล่าว ดัง นี้ จะ ถูก ฦๅ ไม่ ประการ ใด ๚ะ

๏ บัณฑิต รับ ว่า คำ ที่ ท่าน กล่าว ดัง นี้ ก็ ดู เหมือน จะ ถูก แต่ ถึง อย่าง นั้น ใน ใจ ข้า ก็ ยัง เหน ว่า ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน เปน บาป โดย แท้ ๚ะ

๏ โยฮัน จึ่ง ถาม ว่า ข้า จะ ขอ ถาม ท่าน สัก ข้อ หนึ่ง ว่า ผู้ ใด เปน ผู้ ห้าม ว่า อย่า ฆ่า สัตว แล ผู้ ห้าม นั้น จะ เปน ผู้ สร้าง ฦๅ ๆ จะ เปน ผู้ อื่น ๚ะ


๏ บัณฑิต รับ ว่า ผู้ ห้าม นั้น คือ สมเด็จ พระพุทธิเจ้า

๏ โยฮัน ถาม ว่า สมเด็จ พระพุทธิเจ้า นั้น ท่าน ได้ สร้าง สัตว ด้วย ฤๅ ไม่ ๚ะ

๏ บัณฑิต รับ ว่า มิ ได้ สมเด็จ พระพุทธิเจ้า พระองค์ ไม่ได้สร้าง สัตว แล ใน ตำรับ ต่าง ๆ นั้น ก็ หา ปรากฎ ว่า พระองค์ สร้าง สัตว ไม่ ๚ะ

๏ โยฮัน จึ่ง ว่า ถ้า พระพุทธิเจ้า นั้น ไม่ เปน ผู้ สร้าง แล้ว ท่าน ก็ หา ได้ เปน เจ้า ของ สัตว นั้น ไม่ ถ้า แล ท่าน ไม่ ได้ เปน เจ้า ฃอง สัตว นั้น แล้ว ถึง ท่าน จะ ห้าม เรา ก็ ไม่ ต้อง ฟัง ถ้า เจ้า ของ สัตว ห้าม ว่า อย่าฆ่า สัตว เปน บาป นั้น แล ควร ที่ เรา จะ ต้อง ฟัง แต่ ที่ ผู้อื่น จะ มา ห้าม ตน เดี๋ยว ก็ ดี ฤๅ หลาย คน ก็ ดี จะ เปน พัน หนึ่ง หมื่น หนึ่ง ก็ ดี ถึง อย่าง นั้น เรา ก็ ยัง ไม่ ควร จะ ฟัง ก่อน ถัา แม้น พระพุทธิเจ้า ได้ พิจารณา เหน ว่า มนุษ ไม่ ควร จะ ฆ่า สัตว ดิรัจ ฉาน นั้น แล ข้อ ความ ที่ ท่าน เตือน สติ มิ ให้ ฆ่า สัตว นั้น ก็ ควร อยู่ แต่ ท่าน จะ ห้าม เหมือน ท่าน เปน เจ้า ฃอง ผู้ ได้ สร้าง สัตว นั้น ก็ ห้าม ไม่ ได้ เพราะ ไพร่ ต้อง ฟัง คำ เจ้า บ่าว ต้อง ฟัง คำ นาย ฉันใด มนุษ ต้อง ฟัง ผู้ สร้าง สัตว แต่ ผู้ อื่น จะ ห้าม นั้น ก็ ไม่ ควร ฟัง ท่าน ไม่ ได้ ยอม ว่า ดั่ง กล่าว มา นั้น ฤๅ ๚ะ

๏ บัณฑิต รับ ว่า ข้า ก็ ได้ ยอม ดั่ง กล่าว มา นั้น แล้ว แต่ ถึง อย่าง นั้น ข้า ก็ ยัง พิจารณา เหน ว่า ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน เปน บาป ๚ะ

๏ คน สอง คน สั่ง สนทนา พูด จา กัน เท่า นั้น แล้ว เขา ก็ ลา กลับ ไป บ้าน เขา ๚ะ


บท ๒

๏ ครั้น อยู่ มา หลาย วัน คน ทั้ง สอง คือ บัณฑิต แล โยฮัน นั้น ก็ ภบ กัน อีก จึ่ง พูด กัน ต่อ ไป ว่า ดั่ง นี้ ๚ะ

๏ บัณฑิต ได้ กล่าว ไป ก่อน ว่า ข้า ปราถนา อยาก จะ ถาม ท่าน ว่า สัตว ดิรัจฉาน นั้น มัน มี จิตร วิญาณ ฤๅ ไม่ ท่าน จง บอก ให้ ข้า รู้ ด้วย ๚ะ

๏ โยฮัน จึ่ง ตอบ ว่า ข้า เหน ว่า สัตว ดิรัจฉาน นั้น มัน มี จิตร วิญาณ อย่าง หนึ่ง แต่ จิตร วิญาณ สัตว ดิรัจฉาน นั้น ผิด กัน กับ จิตร วิญาณ แห่ง มนุษ มาก ๚ะ

๏ บัณฑิต ถาม ว่า ถ้า สัตว ดิรัจฉาน มี จิตร วิญาณ แล้ว ผู้ ที่ ฆ่า นั้น หา มี บาป ไม่ ฤๅ ๚ะ

๏ โยฮัน ตอบ ว่า ขอ ให้ ท่าน จง รฤก ถึง คำ ที่ ข้า ได้ ว่า ไว้ กับ ท่าน แต่ ครั้ง ก่อน นั้น ว่า ถ้า ท่าน ผู้ สร้าง สัตว คือ เจ้า ของ สัตว มี แล้ว ท่าน ผู้ สร้าง นั้น จะ ห้าม ว่า อย่า ได้ ฆ่า สัตว แล้ว มนุษ ไม่ ฟัง ขืน ฆ่า นั่น แล เปน บาป แต่ ถ้า ท่าน ผู้ สร้าง สัตว นั้น ไม่ ได้ ห้าม แล้ว ถึง คน อื่น ๆ จะ ห้าม มนุษ ขืน ทำ ก็ ไม่ เปน บาป แล คำ ที่ พระพุทธิเจ้า ได้ ห้าม แล้ว ว่า อย่า ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน นั้น ก็ จริง อยู่ แต่ ท่าน หา ได้ เปน เจ้า ของ สัตว นั้น ไม่ เรา จึ่งพิจารณาเหน ว่า คำที่ท่าน ห้าม นั้นไม่ ควรจะฟัง อนึ่ง ข้า ถือ ว่า ผู้ ที่ให้ สร้าง สรรพ สิ่ง ทั้งปวง คือ พระเยซู แล พระเยซู นั้น ท่าน ได้ ยอม ว่า เรา ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน ได้ ไม่ เปน บาป ๚ะ

๏ บัณฑิต จึ่ง ถาม ว่า พวก สิศ พระเยซู ถือ ว่า ฆ่า มนุษ เปน บาป ไม่ใช่ ฤา ๚ะ

๏ โยฮัน รับ ว่า เออ พวก สิศ พระเยซู ถือ ว่า ฆ่า มนุษ เปน บาป จริง อยู่ เขา ถือ ว่า ฆ่า มนุษ เปน บาป นั้น เพราะ ผู้ ที่ ท่าน สร้าง มนุษ นั้น ท่าน ห้าม เปน ใจ ความ ว่า อย่า ฆ่า คน เลย แล สิ่ง ใด ๆ ที่ ท่าน ผู้ สร้าง นั้น ห้าม มนุษ ขืน ทำ สิ่ง นั้น ๆ แล จัด ได้ ชื่อ เปน บาป โดย แท้ ๚ะ

๏ บัณฑิต จึ่ง กล่าว ว่า ถ้า เปน ดั่ง กล่าว มา นั้น แล้ว พระเจ้า ที่ พวก สิศ พระเยซู นับ ถือ นั้น ท่าน ได้ แบ่ง สัตว ไว้ เปน สอง พวก พวก หนึ่ง ให้ ฆ่า พวก หนึ่ง ไม่ ให้ ฆ่า คือ พระองค์ ไม่ ให้ ฆ่า มนุษ แต่ สัตว ดิรัจฉาน นั้น พระองค์ ยอม ให้ ฆ่า ฤา แล ฝ่าย มนุษ ก็ มี จิตร วิญาณ ฝ่าย สัตว ดิรัจฉาน เล่า ก็ มี จิตร ด้วย เหตุ ไฉน ฝ่าย มนุษ ท่าน ห้าม ไม่ ให้ ฆ่า ข้าง สัตว ดิรัจฉาน จึ่ง ไม่ ห้าม บัญญัติ สอง ข้อ นี้ เปน อย่าง ไร ข้า สงไสย นัก ๚ะ


๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ

วัง น่า เสด็จ ประภาศ เหนือ

๏ ณวัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ กรม พระ ราชวัง บวร สถาน มงคล เสด็จ พระราช ดำเนิน โดย ทาง ชลมารค ด้วย เรือ พระที่นั่ง กล ไฟ ลาก เรือ ปีกนก ไป ประภาศ เมือง นคร สวรรย์ ฝ่าย เหนือ มี เรือ ประเทียบ ตาม หลาย ลำ ๚ะ

โสกันต์

๏ ได้ ยิน ข่าว เล่า ฦา กัน ว่า ใน เดือน ญี่ ข้าง ขึ้น จะ มี การ แห่ โสกันต์ ใน พระบรม มหา ราชวัง จะ โส กันต์ พระเจ้า ลูกยาเธอ พระองค์ เจ้า ชาย สาม พระองค์ ที่ ทรง พระ เจริญ ได้ ยิน ว่า เมื่อ โสกันต์ แล้ว จะ ทรง พระ มหา กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ พระเจ้า ลูกยาเธอ ทั้งสาม พระองค์ นั้น ออก ไป เมือง อังคริษ กรุง ลอน ดอน เล่า เรียน วิชา แล หนังสือ อังคริษ พระยาไชย สุรินทร์ ซึ่ง เปน พระบรม ญาติ อัน สนิท จะ เปน ผู้ ไป ส่ง พระเจ้า ลูกยาเธอ ทั้งสาม พระองค์ จน ถึง กรุง ลอน ดอน แล้ว พระยา ไชยสุรินทร์ จึ่ง จะ กลับ มา กรุง สยาม ข่าว ที่ ว่า พระยาไชยสุรินทร์ จะ ไป กำกับ พระเจ้า ลูกยา เธอ นั้น สมการ สมควร อย่าง เอก เพราะ ท่าน ชำนาญ ใน ภาษา อังคริษ แล ประเทศ อิงแลนด์ อยู่ มาก แล้ว ๚ะ

เด็ก ตก น้ำ ตาย

๏ จีน หลง ที่ อยู่ แพ ปาก คลอง บางลำภู บน ที่ แต่ ก่อน ถูก อ้าย ผู้ ร้าย ปล้น ครั้ง หนึ่ง นั้น ครั้น ณวัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น เก้า ค่ำ บุตร หญิง จิ่น หลง อายุ ๕ ขวบ วิ่ง เล่น น่า แพ ตก น้ำ ลง ไป บ่าว ไพร่ ค้น หา ไม่ ได้ เด็ก นั้น ขาด ใจ ตาย ใน น้ำ สอง วัน สอง คืน ศพ ลอย ขึ้น มา ที่ น่า วัด ชะนะ สงคราม บ่าว เก็บ ได้ มี ของ ทอง แต่ง ตัว ครบ บริบูรณ ไม่ สูญ หาย ท่าน ทั้งหลาย พึง ทราบ แล้ว ต้อง ระวัง บุตร หลาน เล็ก ๆ อย่า ให้ ตก น้ำ ได้ เพราะ ปี นี้ มี เด็ก ตก น้ำ ตาย มาก ะ

เรือ โดน แพ

๏ เรือ ไฟ ลำ หนึ่ง รับ จ้าง ลาก เรือ เช้า ไป ประมาณ สอง โหล ไป ถึง ข้าง โรง สุรา ข้าง ใต้ เรือ ไฟ จะ ตัด ข้าม ฟาก ตวัน ออก เรือ เช้า ที่ พ่วง นั้น เลี้ยว โดน เอา น่า แพ อำแดง หลง หัก ไป ะ

ผู้ ร้าย หลอก ลัก เอา เรือ ไป ได้

๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ คำนับ มา ยัง ครู ผู้ เจ้า ของ หนัง สือ สยาม ไสมย ทราบ ด้วย ณวัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น สี่ ค่ำ ปี วอก ฉอศก นาย คง อำแดง บาง เปน มอญ จอด เรือ อยู่ ที่ น่า วัง กรม หมื่น นเรศวรฤทธิ์ ภา นาย สา บุตร อายุ สิบ สี่ ขวบ ขี่ เรือ ภายม้า สอง แจว ไป ดู ลคร ที่ แพ ลอย กงษี น่า วัด ชะนะ สงคราม เหนือ วัง กรม หมื่น นเรศ วรฤทธิ์ แล้ว บิดา มารดา ขึ้น ไป เล่น ถั่ว เสีย ให้ นาย สา บุตร ดู ลคร เฝ้า เรือ ครั้น ณวัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น สี่ ค่ำ เวลา ห้า ทุ่ม มี อ้าย ผู้ ร้าย สอง คน ลง มา แต่ แพ กงษี มา จ้าง เรือ นาย สา ว่า ขอ ให้ ไป ส่ง ฟาก กะโน้น เถิด จะ ให้ ค่า จ้าง เฟื้อง หนึ่ง นาย สา ก็ ไม่ บอก กับ บิดา มารดา ที่ เล่น ถั่ว อยู่ นาย สา ก็ ไป ส่ง อ้าย ผู้ ร้าย ครั้น ไป ถึง น่า กงษี บาง ญี่ ขันธ์ ข้าง โรง สุรา อ้าย ผู้ ร้าย สอง คน ไล่ ให้ นาย สา ผู้ รับ จ้าง ขึ้น ไป ซื้อ หมี่ นาย สา ก็ ไม่ ขึ้น จาก เรือ แล้ว อ้าย ผู้ ร้าย สอง คน ก็ เตะ เอา นาย สา สอง ที ขู่ กันโชก เอา นาย สา ๆ กลัว อ้าย ผู้ ร้าย ก็ ขึ้น จาก เรือ ตัว วิ่ง ขึ้น ไป หา จีน พวก กงษี ๆ เขา ก็ เลิก แล้ว ผู้ ร้าย ก็ เอา เรือ ภายม้า แจว ไป ปล่อย นาย สา ไว้ ที่ กงษี พวก จีน ที่ กงษี ยก ขึ้น มา ถาม นาย สา ว่า เปน อะไร กัน นาย สา บอก กับ พวก จีน ว่า คน มัน จ้าง ฉัน มา ด้วย กัน แล้ว มัน ไป เสีย มัน ทิ้ง ฉัน ไว้ ขอ ให้ ฉัน อาไศรย นอน ด้วย สัก คืน เถิด นาย สา ร้อง ไห้ พลาง พูด พลาง ซึ่ง นาย สา จะ ร้อง บอก กล่าว ว่า อ้าย ผู้ ร้าย ลัก เอา เรือ ไป นั้น ก็ ไม่ ร้อง พวก จีน ฟัง นาย สา บอก เล่า ก็ ไม่ เข้า ใจ ไม่ ได้ ความ ว่า กะไร โล ๆ เล ๆ ครั้น นาย มั่น นาย หรุ่น นาย จั่น บ้าน ติด โรง กงษี ได้ ยิน ขึ้น ก็ ภา กัน ไป ถาม นาย สา ๆ จึ่ง เล่า ความ ให้ ฟัง จึ่ง ได้ เข้า ใจ จึ่ง ได้ ภากัน พร้อม กับ พวก จีน ไล่ ตาม หา เรือ ที่ อ้าย ผู้ร้าย เอา ไป ก็ ไม่ ทัน อ้าย ผู้ร้าย จะ ให้ ทหาร กอง ตระวน ช่วย ติด ตาม ทหาร ก็ ภา กัน หลับ เสีย แล้ว นาย มั่น นาย จีน นาย หรุ่น กับ พวก จีน ภา กัน กลับ มา ถาม นาย สา ว่า บ้าน เรือน นาย สาอยู่ที่ ไหน นาย สา บอก ว่า มา จอด เรือ อยู่ ที่ วัง กรมหมื่น นเรศ วรฤทธิ์ บิดา มารดา ก็ อยู่ นาย มั่น นาย จีน นาย หรุ่น แล บ่าว คุณ จอม มารดา ดวง คำ มี ใจ สงสาร เวทนา แก่ นาย สา ก็ ได้ นำ ภา เอา ตัว นาย สา ลง เรือ ไป ส่ง อำแดง บาง มารดา นาย สา ที่ จอด เรือ อยู่ น่า วัง กรมหมื่น นเรศ วรฤทธิ์ แต่ นาย คง บิดา นาย สา นั้น หา อยู่ ไม่ ไป เที่ยว ตาม หา นาย สา ผู้ บุตร ไม่ ภบ ไม่ ทราบ ว่า นาย คง จะ ไป ตาม หา บุตร แห่ง ใด ก็ ไม่ ทราบ และ อ้าย ผู้ ร้าย จะ เอา เรือ ไป ขาย จำนำ ตำบล ใด ก็ ไม่ ทราบ เปน ความ สัตย ความ จริง ดัง กล่าว มา นี้ ขอ ให้ ครู ได้ เอา ลง ใน หนัง สือ สยาม ไสมย เทอญ ๚ะ

ข่าว โทรเลข ใน

เจ้า คุณ กรมท่า

๏ มา ภัก ที่ ปาก น้ำ ณวัน อาทิตย เดือน อ้าย ขึ้น สิบ สาม ค่ำ เวลา หก ทุ่ม ครึ่ง ๚ะ

ปาก น้ำ

๏ ณวัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น เก้า ค่ำ เวลา สาม ยาม เกิด เพลิง ใหม้ ตลาด ปาก น้ำ ใหม้ จน หมด ๚ะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงขโปร์
ณวัน เสาร เดือน อ้าย ขึ้น ห้า ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๘ เบนซ

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๙ เบนซ กับ สาม อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๕๕ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก

ประเทศ ซุดัน

๏ ไกโร วัน อาทิตย เดือน สิบสอง แรม สิบสี่ ค่ำ มี หนังสือ แต่ เยนิรัล กอดัน ลง วัน อังคาร เดือน สิบสอง แรม สอง ค่ำ ว่า ท่าน ไว้ ใจ ว่า คง จะ ทน ทาน ต่อ สู้ พวก แขก มะดี ซึ่ง รุก เข้า มา ตี นั้น จน พวก ที่ จะ มา ช่วย จะ ทัน การ หนังสือ ฉบับ นี้ แจ้ง ความ ให้ แต่ ว่า โกโดเนล ซะตวาด แล พัค พวก ถูก ฆ่า ตาย แล้ว

คอเวินแมนต์

๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน สิบสอง แรม สิบสอง ค่ำ มิศเตอ ชอลลฟีวร์ รับ ตำแหน่ง เปน เจ้า กรม โปร สนีย อังคริษ แทน มิศเตอ ฟอเซด ๚ะ

ปาเลี่ยแมนต์

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สิบสอง แรม สิบสาม ค่ำ มิศเตอ แกลดซะโตน แล ถอด แกรนวิล แจ้ง ความ วัน นี้ ด้วย ทำนอง บิล ซึ่ง จะ จัด ลำดับ การ ใหม่ ด้วย พวก หาฤๅ ปฤกษา ราชการ ใน ประเทศ อังกฤษ ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สิบสอง แรม สิบสี่ ค่ำ มิศเตอ แกลดซะโตน ไข ความ ว่า ถ้า จะ ให้ คอเวิน แมนต เห็น แน่ ใน ใจ ว่า เรื่อง แฟรนไจซ บิล คง เปน อัน ตก ลง กัน คราว ชุมนุม กัน ครั้ง นี้ เขา ก็ จะ ยอม ทำ หนังสือ สัญญา กัน ด้วย การ จัด ลำดับ ตั้ง ใหม่ พวก ที่ จะ หาฤๅ ปฤกษา ราชการ นั้น ฤา จะ นำ เร่ง ให้ มี บิล เรื่อง ราย นี้ ใน เฮาซ ออฟ กอมมันซ์ ฯะ

เงิน เข้า ของ แผ่นดิน คือ อินกัม แตกซ์

๏ เงิน เข้า ไก ประเทศ อิงแลนด์ นั้น ได้ ให้ มาก ขึ้น ปอนด์ ละ สอง เป็นซ สำหรับ ครึ่ง ปี นั้น ฯะ

ปาเลี่ยแมนต

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น สอง ค่ำ พวก หัว น่า ที่ เปน ผู้ ใหญ่ นำ พวก กอนเซอวะติฟ ยอม ให้ ประจบ ประแจง หา กัน เข้า เรื่อง แฟรนไจซ บิล นั้น อ่าน ครั้ง สอง แล้ว ใน ที่ ปฤกษา ราชการ อังกฤษ คือ เฮาซ์ ออฟ ลอดซ์ แล้ว ฯะ

ประเทศ ซุดัน

๏ ไกโร วัน ประหัสบดี เดือน อ้าย ขึ้น สาม ค่ำ น้ำ ใน แม่ น้ำ ไนล ยุบ น้อย ลง เรว นัก ฯะ

คอเวินแมนต อังกฤษ

๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัสบดี เดือน อ้าย ขึ้น สาม ค่ำ เซอ ธอมัซ แบรซี่ รับ ตรา ตั้ง เปน เซกรีแตรี ว่า การ ฝ่าย ทเล ฯะ

อะฟริกะ ใต้

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน อ้าย ขึ้น สี่ ค่ำ ปืน ใหญ่ อาติลลี่รี่ สอง แบตรี ลง กำปั่น แล้ว จะ เอา ไป ถึง แหลม แกบ ออฟ คูต โฮป ฯะ

สำหรับ ทเล ข้าง ประเทศ จีน

๏ กำปั่น รบ กลไฟ แรมเบลอ บังคับ ให้ ไป ประเทศ จีน แล้ว ฯะ

เรื่อง คารมอยล์

๏ ชำระ เสร็จ แล้ว ยอม ให้ ผู้ ชนะ ได้ เงิน พัน ชั่ง ฯะ

พม่า

๏ กรุง อังวะ แมนดะลี่ วัน ประหัสบดี เดือน สิบสอง ขึ้น สิบสอง ค่ำ มี รับ สั่ง ว่า ถ้า จับ ขะโมย ได้ ประ หาร ชีวิตร มัน เสีย อย่า สืบ ถาม ถึง พวก พ้อง มัน เลย ถ้า ใคร ปะ ใคร เมา เหล้า ตี ด้วย หวาย ห้า สิบ ที ห้าม มิ ให้ ขาย เหล้า แก่ คน ชาว พม่า ฯะ


กรุง ปารีศ

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สิบสอง แรม สิบ คำ ณะ วัน จันทร วัน อังคาร สอง วัน นั้น คน ตาย ใน กรุง ปารีศ ถึง ๑๕๕ คน ฯะ

ประเทศ เยอรแมน

๏ กรุง เบอลิน วัน พฒ เดือน สิบสอง แรม สิบ ค่ำ เฮร รอลฟซ ที่ รับ ตรา ตั้ง ให้ เปน กงซุล เยนิรัล เยอร แมน ที่ เมือง ซันซิบาร ก็ ถือ พระราช หัก เลขา เปน พระราช สาร ฃอง สมเด็จ พระบรม เจ้า เอมบีร อ เยอร แมน คำนับ ถึง ซุลตัน เจ้า เมือง ซันซิบาร นั้น ฯะ


คุณ แก่ การ ค้า ขาย

๏ ขอ คำ นับ มา ยัง ท่าน ครู สมิท เจ้า ของ หนัง สือ สยาม ไสมย ด้วย ธรรมดา หนังสือ จดหมาย เหตุ นั้น เปน เครื่อง ชัก ดูด ให้ คน ที่ ดี มี ความ ดี ยิ่ง ขึ้น แล เปน เครื่อง กำจัด ความ ชั่ว ของ คน ชั่ว ให้ ห่าง ไกล ออก ไป คือ คนไร ที่ ประพฤติ์ ความ ดี ใน จดหมาย เหตุ ก็ ลง พิมพ ยก ยอ สรรเสริญ ให้ ท่าน ที่ ดี ทำ ความ ดี ให้ เจริญ ขึ้น ไป อีก แล ให้ ผู้ อื่น เอา อย่าง ด้วย ความ ชั่ว แล ทำ เนียม ไม่ดี หนังสือ พิมพ์ ก็ ต้อง ลง ติเตียน ให้ ไม่ เกรง หน้า ผู้ ได เพื่อ จะ มิ ให้ ผู้เหน โทษ แห่ง ร่อง ไม่ ดี นั้น อ าจ ทำ ชั่ว อีก ต่อ ไป แล จะ ได้ เปน เยี่ยง อย่าง กับ ผู้ อื่น ให้ เว้น ความ ชั่ว ให้ ประพฤติ์ ดี ด้วย ถึง การ จะ ช้า นาน มา แล้ว ก็ ดี แต่ ท่าน ประพฤติ์ การ ดี ก็ ควร จะ ต้อง ลง สรรเสริญ ท่าน ไว้ ให้ เปน แบบ อย่าง แก่ ท่าน ทั้งหลาย ต่อ ไป ด้วย ท่าน ผู้ เปน แม่ กอง ใหญ่ แล แม่ กอง เดิน สวน ที่ ได้ ทรง พระ กรุณา โปรด ให้ เปน อธิบดี จัด การ เดิน สวน เมื่อ ปี มะเมีย นั้น ท่าน ได้ มี ชื่อ เสียง มาก ด้วย ท่าน ได้ เมตา กับ เจ้า ของ สวน บัง คับ ไม่ ให้ ผู้ คน บ่าว ไพร่ ของ ข้า หลวง เกบ ผล ไม้ แล ข่มเหง เจ้า ของ สวน เหมือน ครั้ง แต่ ก่อน ๆ มา ด้วย ท่าน มี เมตา กรุณา แก่ ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน ซึ่ง ทำ มา หา กิน ได้ โดย เหนื่อย ยาก ข้าพเจ้า เหน ว่า ความ ดี ของ ท่าน ผู้ จัด การ นี้ เปน การ ดี มาก ถึง การ เดิน สวน ช้า นาน มา แล้ว ก็ ดี ก็ ควร สรรเสริญ ท่าน ให้ มี นาม ความ ดี ติด ไว้ ใน หนังสือ พิมพ์ ต่อ ไป ภาย น่า ท่าน ทั้งหลาย จะ ได้ ทำ ความ ดี ให้ เปน แบบ แผน เหมือน ท่าน ต่อ ไป ความ ดี ก็ จะ อย ชั่ว ฟ้า แล ดิน แต่ ข้าพเจ้า ยัง เสีย ดาย อยู่ อย่าง หนึ่ง ด้วย ท่าน เปน ผู้ รอบ รู้ ความ ดี ความ เจริญ ทุก สิ่ง ทุก อย่าง ซึ่ง ได้ ศึกษา เล่า เรียน มา ซึ่ง เปน ความ ดี มี ประโยชน แก่ คน ทั้งหลาย นั้น คน ใน เมือง ไทย จะ หา เปรียบ ท่าน ได้ โดย ยาก แต่ ยัง หา เหน ท่าน จัด การ ออก ใน จด หมาย เหตุ ให้ ปรากฏ แก่ คน ทั้งหลาย ทั่ว ไป ไม่ คือ ว่า เดิน สวน ครั้ง นี้ ได้ นับ ต้น ผล ไม้ เลเอียด มี บาญชี ทุก อย่าง แล้ว ควร จะ ออก ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า สวน บาง นั้น แขวง นั้น ตำบล นั้น เมือง นั้น ๆ มี สวน เดิม เท่า นั้น ขนัด สวน ขึ้น เท่า นั้น ขนัด สวน ร้าง เท่า นั้น ขนัด บาง นั้น ตำบล นั้น มี ต้น ผล ไม้ สิ่งนั้น เท่า นั้น ต้น เลเอียด ทุก อย่าง แล้ว ข้าพเจ้า เหน ว่า จะ มี คุณ แก่ บ้าน เมือง แล คน ทั้งหลาย ซึ่ง จะ คิด ปลูก สร้าง ทำ สวน ขึ้น ใหม่ เปนอันมาก ด้วย ได้ พิเคราะห ดูว่า ที่ ตำบล นั้น ชอบ ปลูกสิ่ง นั้น มาก ตำบล นั้น ไม่ ชอบ ปลูก สิ่ง นั้น ด้วย ทุก วัน นี้ ผู้ ที่ ไป ทำ สวน ไม่ ทราบ ชัด เจน มี แต่ แรง แล มี ที่ ดิน ก็ ปลูก ไป ไม่ ได้ เลือกว่า ที่ ใด ดี ที่ ใด ชั่ว ครั้น ปลูก สร้าง ขึ้น แล้ว ไป สัก หน่อย ต้น ไม้ นั้น ก็ อันตราย ไป ผู้ ที่ ยาก จน ก็ ถึง เปน หนี้ เปน ข้า เขา ผู้ ที่ มี เงิน ก็ ค่อย ยัง ชั่ว สัก หน่อย เหมือน ดั่ง ผู้ ที่ ปลูก กาแฝ่ แล มัน สำโรง ดั่ง นั้น เพราะ ไม่ ทราบ ชัด เจน จึง ต้อง เสีย ไป เปน อัน มาก เพราะ กาแฝ่ นั้น เขา ปลูก เชิง เขา แล ที่ ชาย ฝ่าย เรา มา ปลูก ใน ที่ เลน ที่ น้ำ ท่วม มัน สำโรง เขา ปลูก ที่ แข้ง ต้อง อาไศรย น้ำ ลำ ธาร เพราะ น้ำ นั้น ใส จะ ได้ ใช้ ล้าง แป้ง ให้ สอาด ได้ เรา ก็ มา ทำ กัน ใน ที่ น้ำ ขุ่น ๆ การ ก็ ไม่ สำเร็จ ไป ได้ ก็ เพราะ ความ ไม่ ทราบ ชัด เจน พูม ลำเนา ครั้ง นี้ ถ้า เจ้าคุณ พระยา ภาษกรวงษ ท่าน มี เมตา หา ชื่อ เสียง ความ ดี ท่าน เรียบ เรียง ดั่งนี้ ข้าพเจ้า กล่าว มา ข้าง ต้น นั้น แล ชี้ แจง พูม ลำเนา แผ่นดิน ควร จะ รักษา ต้น ผล ไม้ อย่าง ไร ที่ ไร ชอบ ปลูก สิ่ง ใด จะ เปน คุณ เปน ประโยชน์ แก่ คน ทั้งหลาย เปน อันมาก ผล ประโยชน์ บ้าน เมือง ก็ จะเจริญ ขึ้น ด้วย ชื่อ เสียง ของ ท่าน ก็ จะ ปรากฏ ต่อ ไป ช้า นาน อนึ่ง ทุก วัน นี้ ท่าน เปน ผู้จัด การ ใน ภาษี ฝ่าย ภาษี เบ็ด เสร็จ ภาษี ของ ต้อง ห้าม ที่ เรียก ว่า ภาษี ของ ออก ภาษี ร้อย ชัก สาม เปน ภาษี ของ เข้า นั้น ข้าพเจ้า เหน การ ธรรมเนียม ภาษี ก็ ดู เรียบ ร้อย แขง แรง มี เรือ ไฟ แล เรือ ภาย ตรวจ ตรา กัน เปน สง่า แก่ บ้าน เมือง การ ภาษี ก็ คง เจริญ ดี ขึ้น กว่า แต่ ก่อน มาก แต่ ยัง หา เหน ท่าน ทำ ราย งาน ลง พิมพ์ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ไม่ ว่า เดือน นั้น ปี นั้น สิน ค้า สิ่ง นั้น ๆ อย่าง นั้น ได้ ออก ไป เมือง นั้น ๆ เท่า นั้น สินค้า นั้น ได้ เข้า มา ใน กรุง แต่ เมือง นั้น เท่านั้น ๆ จะ ได้ เปน ที่ พิจารณา แห่ง ผู้ ปราถนา ใน การ ค้าขาย ว่า สินค้า สิ่ง นั้น เจริญ ขึ้น สินค้า สิ่ง นั้น ถอย ไป สินค้า สิ่ง นั้น เดือน นั้น เข้า มา มาก เดือน นี้ เข้า มา น้อย รวม ปี หนึ่ง เปน สินค้า เข้า เท่า นั้น สิน ค้า ออก เท่า นั้น ลง ใน จดหมาย เหตุ ได้ ทุก ๆ เดือน ได้ เปน ที่ ไว้ เทียบ เคียง การ ข้าง หลัง ต่อ ไป แล้ว ก็ เปน ช่อง ให้ ลูกค้า เล็ก น้อย ได้ ทราบ ว่า เดือน นี้ สิน ค้า สิ่ง นั้น มาก ของ ตัว มี จะ ได้ เร่ง รีบ ขาย ไม่ ขาด ทุน นัก ถ้า เหน สินค้า สิ่ง นั้น น้อย จะ ได้ รีบ ร้อน ซื้อ ไว้ หา กำไร บ้าง ลูก ค้า แล พ่อค้า ก็ จะ ได้ หา กิน ง่าย สบาย ยิ่ง ขึ้น ไป ด้วย ธรรมดา ผู้ ซื้อ ขาย จะ สืบ สวน ให้ เลอียด เหมือน เจ้า พนักงาน นั้น ไม่ ได้ ต้อง อาไศรย เจ้า พนักงาน เปน บิดา มารดา เปน ผู้ อุด หนุน บำรุง จึ่ง จะ มี ความ เจริญ ยิ่ง ขึ้น ไป อีก ชื่อ เสียง ของ ท่าน ซึ่ง เปน ผู้ ต้น คิด ต้น ทำ ขึ้น ก็ จะ มี ความ สรรเสริญ อยู่ สิ้น กาล นาน อีก ประการ หนึ่ง ท่าน ผู้ ที่ จง รัก ภักดี แผ่นดิน แล มี เมตา กรุณา แก่ ราษฎร ซึ่ง เปน คน โง่ คน ไม่ มี ปัญา ท่าน จะ ได้ ทำ ตาม ให้ เปน แบบ ฉบับ สำหรับ พนักงาน ของ ท่าน ทุก ๆ พนัก งาน เช่น พิกัด ภาษี อากร ที่ เก็บ กัน อย่าง ไร ใน ท้อง ตรา ให้ เก็บ แต่ แขวง ให้ เก็บ ของ สด ฤา ต่อ เปน ของ แห้ง จึ่ง เกบ ของ เหล่า นี้ ราษฎร ร้อย คน ไม่ ทราบ เลอียด ใน พิกัด อัตรา สัก เก้า สิบ เก้า คน ที่ ทราบ สัก คน หนึ่ง ถึง ดัง นั้น ก็ ไม่ ทราบ ตลอด ได้ ทุก อย่าง บาง ที่ คน ใช้ ของ เจ้า ภาษี โหน ว่า ราษฎร ค้าขาย นั้น โง่ ก็ เกบ ให้ เกิน พิกัด อัตรา ไป บ้าง บาง ที่ เจ้า ภาษี เกบ ถูก ต้อง ตาม ท้อง ตรา แต่ ราษฎร ไม่ ทราบ ว่า ถูก ฤา ผิด ก็ นินทา ว่า เจ้า ภาษี ฉ้อ การ ที่ เปน ไป ดัง นี้ ก็ เพราะ ความ ไม่ ทราบ ชัด ฯะ

คำ เตือน สติ

๏ การ ที่ จะ เปน ผัว เมีย กัน ถ้า กระทำ ใจ ให้ เปน ยุติธรรม ก็ ไม่ มี โทษ บาป อัน ใด คือ หญิง ใด ที่ ชื่อ ว่า เปน เมีย แล้ว จะ ต้อง ประติบัติ เขา ตาม ประ เวณี ผัว เมีย อย่า ให้ เขา ได้ ความ ร้อน ใจ อด อยาก ถ้า จะ ไม่ มี กำลัง ที่ จะ ปรนิบัติ เขา ก็ ดี แล ไม่ เปน ที่ พึ่ง ใจ เขา ก็ ดี อย่า หวง ห้าม กัก ขัง เขา ไว้ ปล่อย เขา ให้ มี ผัว จึ่ง จะ เปน การ ถูก ด้วย ยุติธรรม แต่ การ ที่ คน มี เมีย มาก กับ คน ที่ มี เมีย น้อย ข้าง ไหน จะ ดี ข้าพเจ้า เหน ว่า คน มี เมีย คน เดียว มี ผัว คน เดียว เปน ยุติธรรม ไม่ มี บาป เปน โทษ การ ที่ จะ มี โทษ มี บาป ด้วย เรื่อง มี เมีย หลาย คน นั้น คือ ท่าน ผู้ พิพากษา ความ ถ้า ถูก ความ ที่ เกี่ยว กับ พัค พวก พี่ น้อง ข้าง เมีย คน โน้น นี้ บ่อย ๆ เพราะ มี เมีย มาก เสีย อ้อน วอน เมีย ไม่ ได้ ที่ ใจ ไม่ ดี ผวน ผัน ไป ให้ เสีย กดหมาย อย่าง ธรรมเนียม แล การ อื่น อะไร อะไร ยัง มี มาก ที่ จะ เปน การ เสีย ด้วย มี เมีย หลาย คน ถ้า คน ชนิด พล เรือน เปน ข้า เจ้า บ่าว ขุนนาง ลูก ค้า วานิช มี เมีย หลาย คน ตัว มัก จะ ไป ฝัก ฝ่าย อยู่ กับ เมีย โน้น บ้าง เมีย นี้ บ้าง มัว วุ่น ไป ด้วย ธุระ ของ เมีย ประเดี๋ยว ธุระ ของ เมีย โน้น พี่ น้อง ของ เมีย นี้ เปน ถ้อย เปน ความ ตัว ก็ ต้อง เสีย ขาล ราชการ เจ้า นาย เจ้า นาย ก็ เปน ที่ ไม่ ชอบ ใจ แล เอา ธุระ ของ พวก พ้อง เมีย มา จะ ให้ เจ้า นาย ช่วย วุ่น ไป ก็ เปน การ ไม่ ดี เพราะ มี เมีย มาก หา เงิน ได้ ก็ ต้อง เฉลี่ย แจก ให้ เมีย โน้น เมีย นี้ สมบัติ แตก กระจัด กระจาย ไม่ รวม อยู่ แห่ง เดียว แล ประเดี๋ยว เมีย นี้ กับ เมีย นั้น วิวาท หึง กัน กวน ใจ ประเดี๋ยว เมีย คน นั้น นอก ใจ มี ชู้ เกิด ความ เดือด ร้อน ต่าง ๆ คน มี เมีย หลาย คน ไม่ สู้ ดี สู้ ผัว เดียว เมีย เดียว ไม่ ได้ ผู้ หญิง มี ผัว มาก กระทำ การ ให้ ชาย หึง กัน โกรธ กัน ฆ่า ฟัน แทง กัน ตาย ก็ ไม่ เปน ยุติธรรม เลย เหมือน กัน ประการหนึ่ง ถ้า จะ ถือ ใจ ตั้ง อยู่ ใน ยุติธรรม แล้ว จะ ต้อง คิด ว่า เรา เปน ผัว เขา เปน เมีย ถ้า เขา ไป รัก กับ ชาย อื่น ตัว เรา จะ ได้ ความ เดือด ร้อน ฉัน ใด ก็ เรา ไป รัก หญิง อื่น เขา จะ ให้ ความ เดือด ร้อน ฉัน ใด ถ้า คิด ได้ ดัง นี้ ใจ ก็ เปน ยุติธรรม มี เมีย คน เดียว เหมือน กับ อัง กฤษ อเมริกัน แล ชาติ อื่น อื่นใน ประเทศ ยุโรป—ชาว สยาม

เจ้า พระยา วิชา เยนทร

๏ มี ชาว สยาม คน หนึ่ง ว่า ดัง นี้ ข้าพเจ้า เสีย ใจ ว่า ครั้ง เจ้า พระยา วิชาเยนทร ยัง ไม่ มี ผู้ คิด เครื่อง พิมพ หนังสือ ถ้า มี แต่ ครั้ง นั้น เจ้า พระยา วิชาเยนทร ท่าน คง อด ไม่ ได้ คง จะ ทำ หนังสือ พิมพ อัน ดี ไว้ อ่าน เปน แน่ ชาว เรา ทั้งหลาย ซึ่ง เกิด ภาย หลัง ก็ จะ ได้ อ่าน ทราบ การ เก่า ใน ครั้ง โน้น เปน เรื่อง เก่า ๆ คำ เก่า ๆ ธรรมเนียม เก่า ๆ ฤๅ พืชน ผล สินค้า เก่า ๆ ว่า สิ่ง นั้น มาก สิ่ง นี้ มี น้อย ราคา เท่า นั้นเท่า นี้ ที่ ล่วง มา ได้ สอง ร้อย ปี เศษ นั้น ชื่อ เสียง ของ ท่าน เจ้า พระยาวิชา เยนทร ที่ ทำ ความ ดี ก็ จะ หา ง่าย แล เปน เกียรติยศ กับ ท่าน แล เปน คุณ กับ คน เกิด ภาย หลัง มา ด้วย ๛


๏ พงษาวดารโบราณ ๚ะ

๏ พระเจ้า จึง ใช้ ให้ โมเซ นั้น กำ เอา เท่า ใน เตา ไฟ แล้ว ซัด ไป จำเพาะ หน้า มะหา กระษัตร ครั้ง นั้น ก็ บังเกิด เปน โรค ฝี แก่ คน ชาว เมือง อายฆุบโต ทั้งหลาย แล้ว คน เล่น เล่หกน ชาว เมือง อายฆุบโต นั้น ไม่ อาจ อยู่ ใน ที่ จำเพาะ หน้า โมเซ นั้น ได้ ด้วย ว่า ฝี นั้น บังเกิด ใน ตน แต่ มะหา กระษัตร นั้น ก็ ยัง มี จิตร กระด้าง มิ ให้ พล ยิศราเอล ออก ไป ๚ะ


สรรเสริญ ยา บั๊กวี่ พิกาล

๏ ยา บั๊กวี่ พิกาล ขนาน นี้ ข้าพเจ้า ได้ ซื้อ ไป ลอง ดู แล้ว ดี จริง เหมือน อย่าง ลง พิมพ์ มา ใน หนังสือ สยามไสมย เปน ยา วิเสศ จริง ๆ เปรียบ เหมือน หนาม ยอก เอา หนาม บ่ง ข้าพเจ้า ได้ ทา ลอง ดู ทา สบาย ดี อยู่ ทา เข้า ก็ เมื่อย ภอ รู้ สึก ตัว ถ้า เมื่อย มาก ฤๅ น้อย ทา เข้า ก็ เห็น คุณ โดย เรว ดี กว่า จ้าง หมอ นวด คิด ดู ทา ยา นี้ ครั้ง หนึ่ง ก็ ไม่ สิ้น ไม่ เปลือง กี่ มาก น้อย ทา เข้า สัก โมง หนึ่ง ก็ หาย เปน ปรกติ ยา นี้ มี คุณ มี ประโยชน์ มาก ซึ่ง ข้าพเจ้า เปรียบ เหมือน หนาม ยอก เอา หนาม บ่ง นั้น ข้าพเจ้า จะ ขอ อธิบาย ให้ ท่าน เข้า ใจ เหมือน บุคคล เอา มือ ไป ถูก ไฟ ปวด แสบ ปวด ร้อน ถ้า เอา มือ อังไฟ ฤๅ เอา พริก ชี้ฟ้า ที่ ร้อน ด้วย กัน ทา เข้า ก็ จะ หาย ปวด แสบ ปวด ร้อน ประการ หนึ่ง แซ่ ที่ มา จาก เมือง จีน ที่ เค็ม ถ้า จะ ล้าง ด้วย น้ำ จืด ก็ ไม่ ใคร่ จะ หาย เค็ม ถ้า เอา เกลือ ลง เคล้า ล้าง ด้วย ของ ที่ เค็ม เหมือน กัน ก็ จะ สิ้น รศ ที่ เค็ม จืด สนิท โดย เรว อีก ประการ หนึ่ง ปั้น ชา ที่ ชา ติด จับ เปน เมด มะระ ทิ้ง ไว้ ไม่ ได้ กิน หลาย วัน ก็ เหมน เน่า จะ ล้าง น้ำ เท่า ไร ก็ ไม่ ใคร จะ หาย เหมน ถ้า เอา ยา แดง ที่ เปน ของ เหมน ด้วย กัน แช่ ไว้ สัก ประเดี๋ยว แล้ว เอา มา ล้าง น้ำ ร้อน ก็ จะ หาย เหมน ได้ เหมือน กับ บุคคล นั่ง อยู่ ใกล้ ของ เหมน ถ้า สูด ให้ กลิ่น เหมน เข้า เต็ม นาสิก แล้ว เหมน ก็ จะ คลาย หาย น้อย ลง ซึ่ง ข้าพเจ้า เปรียบ เทียบ ยา เหมือน หนาม ยอก เอา หนาม บ่ง นั้น ภอ ได้ ชัก เหตุ ให้ เห็น ว่า ของ สิ่ง ไร ที่ ไม่ มี เหตุ แล้ว ขืน จะ ทำ ขึ้น ก็ คง มี เหตุ เหมือน กับ ยา ที่ ข้าพเจ้า ว่า มา แล้ว นั้น ข้าพเจ้า ขอ ให้ พร กับ ท่าน ผู้ เจ้า ของ ยา โดย ที่ มี จิตร คิด รัก เพื่อน มนุษ ด้วย กัน ๚ะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา นี้

ถ้า ลง เดือน ตลอด
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท

ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง

ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก


AYER'S AGUE CURE.

๏ ๔ ยา คือ เอเยอร์ เอกฺ กูเออ แก้ ไข้ จับ แล โรค ต่าง ๆ อัน มัก เกิด ใน ที่ ลุ่ม ที่ ชุ่ม ชื้น นัก ๚ะ

๏ ถ้า เกิด เหตุ ว่า ผิด ลม ผิด อากาศ ผิด ภูม ที่ แล้ว รีบ กิน ยา เอเยอร์ เอกู กูเออ ให้ ดับ เหตุ ร้าย แล กิน จน ตัว หาย ดี ยา ขนาน นี้ กิน วัน ละ สี่ หน คราว ละ ช้อน น้ำ ร้อน ช้อน หนึ่ง ก่อน รับ ประทาน อาหาร สัก ครึ่ง ชั่วโมง สาม หน แล ก่อน จะ เข้า นอน หน หนึ่ง ถ้า เด็ก อายุ สิบ ขวบ ให้ กิน ๓๐ หยด ถ้า ห้า ขวบ ๒๐ หยด ยา ขนาน นี้ กิน ได้ ใน น้ำ ชา น้ำ กาแฝ่ น้ำ นม ฤๅ ใน น้ำ ก็ ได้ ถ้า ไม่ ใคร่ เดิน กิน ยา เม็ด เอเยอร์ ปิลซ์ ให้ เดิน ภอ เปน ปรกติ ๚ะ


AYER'S HAIR VIGOR.

๏ ๕ ยา คือ เอเยอร์ แฮร วิคอร เปน ของ สำหรับ โต้ะ แต่ง ตัว เปน ยา แก้ ผม หล่น ให้ ดก แล ผม หงอก ให้ มี ศรี อย่าง เดิม ๚ะ

๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า จะ ทา ผม เปน แต่ การ ต่ง ตัว ไม่ ต้อง เขย่า ขวด ถ้า จะ ใช้ รักษา เนื้อ ศีศะ เขย่า ก่อน จึง ทา ผม เถิด ๚ะ

๏ เชิญ ไป ซื้อ ยา ห้า อย่าง นี้ ที่ ห้าง เอ ยุลิง แอน โก ตั้ง ห้าง ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ใต้ ปาก คลอง ขุด ใหม่ ล่าง เหนือ ตึก กงสุล โปรตุเกศ ขึ้น ไป น้อย หนึ่ง ๚ะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังกฤษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤๅ ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่านั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เจ็ด ปี ถ้า ต้องการ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๔ ครบ เจด ปี (จ. ห) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด