
| เล่ม ๓ แผ่น ๑๖ วัน พุฒ เดือน อ้าย แรม แปด ค่ำ ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๖ |
๏ โยฮัน กล่าว ตอบ ว่า ความ สอง ข้อ นี้ เปรียบ เหมืยน ตัว ท่าน กับ ลูก ของ ท่าน บาง ที ของ สิ่ง หนึ่ง ท่าน ห้าม มิ ให้ ลูก ของ ท่าน กระทำ แต่ บาง สิ่ง หนึ่ง ที่ ท่าน ยอมให้ ลูก กระทำ มิ ใช่ ฤา ถ้า แม้น ท่าน จะ ห้าม ปราม ลูกตาม ใจ ที่ ท่าน เหน ว่า ดี แล้ว ก็ ไม่ ควร ฤา ท่านผู้ สร้าง สิ่ง สาระพัด ทั้ง ปวง ทั้ง เปน เจ้า ของ แก่ สิ่ง ทั้ง ปวง นั้น ด้วย ไม่ ควร ฤา ที่ พระองค์ จะ ห้าม ตาม ที่ พระไทย ต้อง ประสงค นั้น แต่ ท่าน พึง เข้า ใจ เถิด ว่า พระเจ้า จะ กระทำ สิ่ง ใด ๆ ย่อม มี เหตุ จึ่ง กระทำ อนึ่ง ถ้า พระองค์ ยอม ให้ เรา กิน เนื้อ สัตว อย่าง หนึ่ง ก็ ดี ฤา ท่านจะห้าม ไม่ ให้ เรา กิน เนื้อ สัตว อย่าง อื่น ก็ ดี ก็ ย่อม มี เหตุ ควร ที่ พระองค์ จะ ห้าม แล ย่อม มี เหตุ ควร ที่ พระองค์ จะ ยอม ดัง นั้น แต่ เหตุ นั้น บาง ที่ เรา เข้า ใจ ได้ บ้าง บาง ที่ เรา เข้า ใจ หา ได้ ไม่ เปรียบ เหมือน พระ มะหา กระษัตร พระ มะหา กระษัตร นั้น พระองค์ ทรง พระดำริห์ จะ กระทำ สิ่ง ใด ๆ ก็ ดี บาง ที เรา ก็ เข้า ใจ ได้ บ้าง บาง ที่ เรา ไม่ เข้า ใจ ใน พระ กระแส บ้าง ๚ะ
๏ บันฑิด ถาม ว่า เหตุ ที่ ห้าม แล ไม่ ห้าม นั้น เปน อย่างไร ถ้า แล ท่าน รู้ซึ่ง เหตุ นั้น แล้ว ท่าน จง บอก ให้ เรา รู้ ด้วย ๚ะ
๏ โยฮัน ตอบ ว่า เหตุ อัน นั้น ข้า เหน จะ บอก ได้ อยู่ บ้าง คือ จิตร วิญาณ มนุษ กับ จิตร วิญาณ สัตว ดิรัฉาน นั้น ผิด กัน หลาย สิ่ง ด้วย จิตร วิญาณ มนุษ นั้น พระเจ้า ได้ สร้าง ไว้ ให้ สำหรับ อยู่ ใน โลกย์ อื่น หา ได้ สร้าง ไว้ จำ เภาะ โลกย นี้ ไม่ แต่ จิตร วิญาณ สัตว ดิรัจ ฉานนั้น พระเจ้า ได้สร้างไว้ ให้ สาทรับ อยู่ ใน โลกย นี้ โลกย เดียว ๚ะ
๏ บันดิต รับ ว่า ข้า ก็ เหน ว่า สัตว ดิรัจฉาน นั้น ก็ เกิด สาทรับ โลกย อื่น เหมือน กัน กับ มนุษ ด้วย ๚ะ
๏ โยฮัน รับ ว่า เออ ข้า ก็ รู้ แล้ว ว่า ท่าน ถือ ดั่ง กล่าว มา นั้น แต่ ข้า พิจารณา ดู ไม่ เหน ว่า มี สำคัญ สิ่ง ใด เลย แต่ ที่ พวก สิศ พระเยซู ถือ ว่า สัตว ดิรัจ ฉาน เกิด มา สาทรับ โลกย นี้ โลกย เดียว มี สำคัญ มาก สำคัญ นั้น คือ อย่าง ไร ข้า จะ เล่า ให้ ท่าน ฟัง ประการ หนึ่ง จิตร วิญาณ ของ มนุษ ทั้งปวง นั้น ย่อม คิด ตรึก ตรอง ไป ถึง ใน โลกย เบื้อง น่า นั้น ได้ แต่ จิตร วิญาณ ของ สัตว ดิรัจฉาน นั้น หา คิด ตลอด ไป ถึง โลกย เบื้อง น่าได้ ไม่ มัน คิด ถึง ได้ แต่ ใน โลกย นี้ อย่าง เดียว เท่า นั้น เมื่อ เรา เปน มนุษยัง เด็ก ๆ อยู่ ก็ ดี มัก คิด ว่า ถ้า เรา จำเริญ ใหญ่ ขื้น แล้ว เรา จะ กระทำ การ ต่าง ๆ อย่าง นี้ อย่าง นั้น ถ้า เปน คน อะนาถา ยาก จน ก็ มัก คิด ว่า ถ้า สืบ ไป เบื้อง น่า นั้น เรา จะ อุส่าห ทำ มา หา กิน ให้ เปนคน มั่ง มี ขื้น จะ มิ ให้ เปน คน ยาก จน เหมือน ครั้ง นี้ เลย ถ้า เปน ขุนนาง เลก น้อย เล่า ก็ มัก คิด ว่า ภาย หลัง เรา จะ อุส่าห ทำ ราชการ ฉลอง พระเดช พระ คุณ ให้ มี ความ ชอบ แล้ว เรา จะ ได้ เลื่อน ที่ ขื้น เปน ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ตาม สมควร แล คน ทั้งปวง มัก คิด ตรึก ตรอง ถึง เวลา ตาย แล คิด ถึง โลกย ใน เบื้อง น่า นั้น บ่อย ๆ มนุษ ทั้งปวง เขา ย่อม ปราถนา อยาก จะ รู้ ว่า เมื่อ ตาย ไป แล้ว นั้น จะ เกิด เหตุ ผล เปน ประการ ใด บ้าง แต่ สัตว ดิรัจฉาน นั้น มัน หา ได้ คิด ถึง เบื้อง น่า ไม่ เหมือน สัตว ดิรัจฉาน ต่าง ๆ มี วัว และ แกะ เปน ต้น นั้น ถ้า มัน กิน อิ่ม แล้ว มัน ก็ หา คิดถึง การ ต่อ ไป ใน เบื้อง น่า อีก ดัง นั้น ไม่ ว่า ไป ใน เบื้อง น่า เรา ก็ จะ กิน อาหาร อีก เหตุ ดัง นั้น สัตว ดิรัจฉาน มัน จึง หา ได้ หา ของกิน สะ สม เตรียม ไว้ ก่อน ไม่ ถ้า แม้น สัตว ดิรัจฉาน มัน หา อา หาร กิน ภอ จำเพาะ แต่ มื้อ เดียว แล้ว มัน ก็ หา ได้ คิด ถึง เวลา เบื้อง น่า ต่อ ไป ไม่ มัน หา ได้ คิดถึง เวลา ตาย ไม่ แล โลก ย เบื้อง น่า นั้น มัน ก็ ไม่ ได้ คิดถึง เหมือน กัน อา ไศรย เหตุ ดัง นี้ ข้า จึง พิจารณา เห นว่า สัตว ดิรัจฉาน ทั้ง ปวง นั้น พระเจ้า สร้าง ไว้ สำหรับ โลก ย นี้ โลก ย เดียว แล โลก ย นี้ เป นที่ อา ไศรย ของ สัตว ดิรัจ ฉาน แล เมื่อ สัตว ดิรัจฉาน ตาย แล้ว มัน ก็ สูญหาย ไป ทั้ง กาย ทั้ง จิตร วิ ญาณ หา ได้ บังเกิด ต่อ ไป อีก ไม่ อีก ประการ หนึ่ง เรา ท่าน ทั้ง ปวง เกิด มา เปน มนุษ รู้ จัก ผิด แล ชอบ แล เมื่อ เรา ได้ ทำ ตาม ที่ ชอบ นั้น เรา ก็ บัง เกิด ความ ศุข สบายใจ เมื่อ เรา ได้ กระทำ ผิด แล้ว เรา ก็ เป นทุกข หา สบายใจ ไม่ แล มนุ ษ ทั้ง ปวง ก็ กลัว ความ ตาย ด้วย เพราะ เขา รู้ตัว ว่า ตัว เรา ได้ ทำ ผิด แล้ว กลัว ว่า เมื่อ ตัว ตาย ไป แล้ว จะ ต้อง ทน โทษ ทน ทุกข์ นัก แต่ สัตว ดิรัจฉาน นั้น หา รู้จัก ผิด แล ชอบ ดัง นั้น ไม่ แล มัน หา กลัว ตาย แล กลัว โทษ เมื่อ ตาย ไป แล้ว ไม่ ๚ ะ
๏ บัน คิต ตอบ ว่า ข้าพเจ้า ขอ งด ไว้ สัก ครู่ หนึ่ง ข้าพเจ้า จะ ถาม ว่า สุ นัก ข์ นั้น ไป เที่ยว ลัก กิน ของ ๆ คน ทั้ง ปวง สุ นัก ข์ นั้น ไม่ รู้ ว่า เปน บาป ฤๅ บางที เรา ได้ สังเกต เหน สุ นัก ข์ มัน แอบ เข้า ไป ลัก ปลา แล ของ ต่าง ๆ ใน ภาชนะ ที่ เขา จัดแจง ไว้ แล้ว มัน วิ่ง หนี ไป เตม กำลัง ของ มัน เรา ดู เหมือน อย่าง มัน รู้ ตัว ว่า เป นบาป ได้ ทำ ผิด แล้ว ท่าน เห นอ ย่าง ไร สุนัก ข์ นั้น มัน ไม่รู้ ฤๅ ๚ะ
๏ โย ฮัน รับ ว่า เออ ไม่รู้ มัน ไม่รู้ ผิด แล ชอบ เลย มัน ทำ อาการ ดัง ท่าน ว่า นี้ ด้วย กำลัง มัน กลัว แต่ ก่อน ๆ มา มัน ทำ เช่น นั้น เจ้าของ เขา จึง ตี มัน เหตุ เช่น นั้น มัน จึง กลัว แต่ มัน หา รู้ ว่า กิน ของ นั้น จะ เป นบาป ไม่ มัน กลัว แต่ ไม้ เรียว มัน หา กลัว บาป ไม่ ฝ่าย มนุษ นั้น เมื่อ เขา ได้ ทำ สิ่ง ที่ เป นบาป เขา ก็ รู้สึก ตัว ว่า เปน บาป แล้ว เขา มี ความ เดือด ร้อน เปน ทุกข์ ใน ใจ เพราะ บาป นั้น ถึง มาท แม้น บาป นั้น ยัง ไม่ ปราก ฎ แก่ ผู้ อื่น เลย ก็ ดี คน ที่ ทำบาป นั้น ก็ คง บัง เกิด ความ เดือด ร้อน เป นทุกข์ ใน ใจ ถึง นาน ไป เบื้อง น่า สัก สิบ ปี ยี่สิบ ปี ก็ ดี เมื่อ ตน คิด ขึ้น มา ถึง บาป ที่ ตน กระทำ เมื่อ ใด ก็ บังเกิด ความ ทุกข์ ใน ใจ เมื่อ นั้น แต่ สัตว ดิรัจฉาน นั้น มัน หา เป นทุกข์ ใน ใจ เพราะ บาป นั้น ไม่ ด้วย มัน ไม่รู้ ว่า สิ่ง ไร เปน บาป ๚ะ
๏ กับ ประการ หนึ่ง เรา เข้า ใจ ว่า สัตว ดิรัจฉาน นั้น พระ เจ้า สร้าง ไว้ สำ หรับ โลกย์ นี้ เพราะ มัน จะ เวียน รู้ ให้ มาก ก็ หา ได้ ไม่ มัน รู้ บ้าง เล็ก น้อย แล เมื่อ สัตว ดิรัจฉาน นั้น ยัง เล็ก ๆ เปน หนุ่ม ๆ เรา ก็ สอน มัน สิ่ง หนึ่ง สอง สิ่ง ก็ สอน ได้ บ้าง แล จะ สอน ให้ สุนักข์ มัน ยืน สอง ตีน ก็ สอน ได้ บ้าง ฤๅ จะ สอน ให้ มัน คาบ สิ่ง ของ ต่าง ๆ ก็ สอน ได้ บ้าง อนึ่ง นก แก้ว นั้น จะ สอน ให้ มัน พูด หลาย คำ ก็ สอน ได้ แล ลิง นั้น ก็ ดี ถ้า จะ สอน ให้ มัน ทำ อาการ หลาย อย่าง ก็ สอน ได้ แต่ สัตว เหล่า นี้ จะ สอน ให้ มัน รู้ มาก ก็ หา รู้ มาก ได้ ไม่ ด้วย ปัญญา มัน น้อย นัก เปรียบ เหมือน นก ทำ รัง อยู่ นก นั้น ปี นี้ ทำ รัง อยู่ ที่ นี้ แล้ว รุ่ง ขึ้น ปี น่า ไป ทำ รัง อยู่ ที่ นั่น ปี นั้น ไป ทำ รัง อยู่ ที่ โน้น ถึง นก นั้น จะ เที่ยว ทำ ไป ปี ละ รัง สอง รัง ทำ ไป จน เก้า ปี สิบ ปี รัง ที่ นก กระทำ ตั้ง แต่ เดิม มา จน ถึง รัง ทำ ภาย หลัง ที่ สุด นั้น ก็ ทำ มิ ได้ แปลก ประหลาด กัน ทำ เหมือน กัน ประการ หนึ่ง ใย ที่ แมลง ย่าย ทำ แต่ เดิม นั้น ก็ ดี ก็ เหมือน กับ ใย ที่ มัน ทำ ภาย หลัง เหมือน กัน แล สัตว ดิรัจฉาน ทั้ง ปวง นั้น มัน ก็ เรียน รู้ ได้ บ้าง แต่ เล็ก น้อย แล้ว มัน ก็ งด เสีย หา เรียน ต่อ ไป ไม่ แล มนุษ หา เหมือน อย่าง สัตว ดิรัจฉาน ไม่ มนุษ นั้น ย่อม เรียน รู้ มาก ขึ้น ไป ทุก วัน ๆ ไม่ หยุด เลย ถึง จะ เรียน วิชา สิ่ง ใหม่ ๆ ต่อ ไป ทุก วัน ๆ ก็ อาจ เรียน รู้ ได้ เหตุ ดัง นั้น ข้า จึง เข้า ใจ ว่า จิตร วิญาณ มนุษ นั้น พระ เจ้า สร้าง ไว้ สำหรับ โลกย์ อื่น แล จิตร วิญาณ สัตว ดิรัจฉาน ทั้ง ปวง นั้น พระ เจ้า สร้าง ไว้ สำหรับ โลกย์ นี้ โลกย์ เดียว ๚ะ
๏ อีก ประการ หนึ่ง ข้า เข้า ใจ ว่า สัตว ดิรัจฉาน ทั้ง ปวง จะ มี ชีวิตร อยู่ แต่ ใน โลกย์ นี้ ด้วย เหตุ ว่า มัน อิ่ม ใจ อยู่ ด้วย ของ ใน โลกย์ นี้ ฝูง สัตว ดิรัจฉาน นั้น ถ้า มี อาหาร แล น้ำ ภอ จะ กิน อิ่ม มัน ก็ ชอบ ใจ หา อยาก ได้ สิ่ง ใด อื่น อีก ไม่ แต่ มนุษ นี้ หา เหมือน อย่าง นั้น ไม่ ถึง จะ มี อาหาร มาก แล้ว ก็ ยัง ไม่ อิ่ม ถึง ทรัพย สมบัติ เงิน ทอง มาก สัก เท่า ใด ก็ ดี ก็ ยัง หา อิ่ม ใจ ไม่ ธรรมดา มนุษ นั้น ถึง จะ มี มาก แล้ว ก็ ยัง ปราถนา จะ ได้ ให้ มาก ขึ้น ไป อีก ฝ่าย คน จน นั้น เล่า เขา ก็ ปราถนา อยาก จะ เปน คน มั่ง มี ถึง ความ ปราถนา นั้น จะ สำเร็จ แล้ว ก็ ดี จะ อิ่ม ใจ ฤๅ ไม่ ยัง ไม่ อิ่ม ใจ เลย มี ทรัพย มาก แล้ว ก็ อยาก จะ ได้ ทรัพย ได้ มาก ขึ้น ไป อีก ฝ่าย คน ทั้ง ปวง เล่า ก็ เหมือน กัน เขา ปราถนา อยาก จะ ได้ ของ อื่น อีก นอก จาก ของ ที่ เขา ได้ แล้ว นั้น จึง มี คำ ปุจฉา ว่า เหตุ ผล อย่าง ไร มนุษ จึง มี ความ ปราถนา ดัง นี้ เล่า วิสัชนา ว่า เขา มี ความ ปราถนา ดัง นี้ ก็ เพราะ ใจ มนุษ หา สม ควร กับ สิ่ง ของ ใน โลกย์ นี้ ไม่ แล จิตร วิญาณ มนุษ นั้น พระ เจ้า สร้าง ไว้ สำหรับ โลกย์ อื่น เหตุ ทั้ง นั้น ใจ มนุษ จึ่ง ไม่ อิ่ม ด้วย สิ่ง ของ ทั้ง ปวง ใน โลกย์ นี้ โลกย์ นี้ หา เปน ที่ อา ศรย แห่ง จิตร วิญญาณ มนุษ ไม่ เปน แต่ ที่ ภอ จะ ยับ ยั้ง อยู่ สัก น่อย หนึ่ง เท่า นั้น จะ มี เนื้อ ความ เปรียบ อัน ใด มี อุป ระมา เหมือน ครรภ์ แห่ง มารดา ธรรมดา ว่า ครรภ์ นั้น ไม่ เปน ที่ อาใศรย แห่ง ทารก ทั้ง ปวง เปน แต่ ที่ ภอ ยับ ยั้ง อยู่ สัก น่อย หนึ่ง เท่า นั้น แล โลกย์ นี้ เล่า ก็ ไม่ เปน ที่ อา ศรย แห่ง มนุษ เหมือน กัน ถ้า จะ เปรียบ เนื้อ ความ อีก ก็ เปรียบ เหมือน ตก เข้า กล้า แล เข้า กล้า นั้น ก็ หา ได้ อา ศรย อยู่ กับ ที่ นั้น เท่าใด ไม่ แต่ ภอ ต้น กล้า นั้น สูง ขึ้น สัก สิบ ห้า นิ้ว ยี่สิบ นิ้ว เขา ก็ ถอน ไป ดำ เสีย ใน ที่ นา อัน อื่น ให้ ข้าว กล้า นั้น มี รวง ออก ผล ที่ นา อื่น ฝ่าย มนุษ เล่า ก็ เหมือน กัน มนุษ เกิด ใน โลกย์ นี้ แต่ อยู่ ไม่ ช้า ไม่ นาน เขา ก็ ต้อง ถอน ไป ปลูก ใน โลกย์ อื่น อา ศรย เหตุ ดัง นี้ มนุษ จึ่ง มีใจ ไม่ อิ่ม ด้วย ของ ใน โลกย์ นี้ เลย ปรารถนา อยาก ได้ ซึ่ง สิ่ง ของ ที่ อยู่ ใน โลกย์ อื่น แต่ สัตว ดิรัจฉาน นั้น โลกย์ นี้ เปน ที่ อา ศรย ของ มัน มัน เปน ที่ พระเจ้า สร้าง ไว้ สำหรับ โลกย์ นี้ สำหรับ เปน ที่ ให้ มนุษ ใช้ เหตุ ดัง นั้น สัตว ดิรัจฉาน จึ่ง มี ใจ อิ่ม ไป ด้วย ของ ใน โลกย์ นี้ หามี ใจ ปราถ นา อยาก ได้ ของ ใน โลกย์ อื่น ไม่ อา ศรย เหตุ ดัง กล่าว มา นี้ ข้า จึ่ง เข้า ใจ ว่า มนุษ นั้น เกิด สำหรับ โลกย์ อื่น แต่ สัตว ดิรัจ ฉาน นั้น เกิด สำหรับ โลกย์ นี้ โลกย์ เดียว ถ้า แม้น คำ ที่ เรา กล่าว มา นี้ เปน คำ จริง แล้ว ก็ ไม่ ควร ฤา ที่ พระเจ้า จะ ห้าม ไม่ ให้ ฆ่า มนุษ แต่ ยอม ให้ ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน นั้น คำ ที่ ข้า กล่าว ดัง นี้ จะ ถูก ฤา ไม่ ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ มี คำ เลื่อง ภา กัน ว่า เจ้า คุณ กรมท่า ทูล ขอ ให้ โปรด ให้ ลา ออก จาก ราชการ แต่ ใน หลวง ยัง มิ ได้ อนุญาต ให้ ออก จาก ราชการ ถ้า เจ้า คุณ จะ ออก ยัง ไม่ รู้ แน่ ว่า จะ ตั้ง ให้ ใคร เปน ตำแนห่ง ว่า การ ต่าง ประเทศ แทน ฯะ
๏ มี ความ เลื่อง ภา กัน ว่า บัดนี้ การ ที่ โรง ภาษี จัด เลตี ยด กว่า แต่ ก่อน เปน อัน มาก คน ตรวจ ดู การ เพียร กว่า แต่ ก่อน เปน อัน มาก เงิน ภาษี บัดนี้ เปน ของ คอ เวิน แมน ต์ ถึง คอ เวิน แมน ต์ มาก ขึ้น ด้วย ๚ ะ
๏ มี คำ เลื่อง ภา กัน ว่า พระเจ้า น้อง ยา เธอ กรม หมื่น นเรศวรฤทธิ์ ราชทูต สยาม สำหรับ ประเทศ อิงแลนด์ แล ประเทศ ยุไนเตดเชตศ รับ เชิญ เสด็จ กลับ มา ยัง ประเทศ สยาม แล มี คำ ภา กัน ว่า พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรมหมื่น ภูธเรศ ธำรงค์ ศักดิ์ จะ เปน ราชทูต แทน ๚ะ
๏ คอเวินเมนต์ ฝรั่งเศศ บังคับ สั่ง ให้ ท่าน ผู้ ว่า การ กงซุล แล กอมิษแช แจ้ง ความ เปน ทาง ราชการ ให้ เจ้า คุณ กรมท่า ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ทราบ ว่า กำปั่น รบ ยัน อยู ใต้ บังคับ แอดมิรัล กุเบ ได้ ล้อม กัน บลอกเอด ฝั่ง เกาะ ฟอมซะ แล้ว ตาม คำ ประกาศ แจ้ง ความ ซึ่ง ออก ณวัน จันทร เดือน สิบสอง ขึ้น สอง ค่ำ นั้น หนังสือ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ได้ ลง พิมพ คำ แปล คำ ประกาศ นั้น ณวัน เสาร์ เดือน อ้าย ขึ้น ห้า ค่ำ แล้ว ๚ะ
๏ ฮิศ เอกซะเลนซี ท่าน เจ้า เมือง ประเทศ โกจิ่น ไจนะ มี กำหนด ราชการ ออก ณวัน พุฒ เดือน สิบ สอง ขึ้น สิบ เอ็ด ค่ำ แจ้ง ความ ว่า จีน ทุก ตัว คน ซึ่ง จะ มา ยัง ประเทศ โกจินไจนะ นั้น ต้อง มี หนังสือ เดิน ทาง สำหรับ ตัว ซึ่ง พวก เจ้า เมือง กรม การ ฝรั่งเศศ ใน ประเทศ อันนัม แล ประเทศ ตอนกวิน ฤๅ ซึ่ง กง ซุล ฝรั่งเศศ อัน ตั้ง อยู่ ใน เมือง ฮองกอง เกาะ มะนิดลา เกาะ สิงฆโปร แล ใน กรุง เทพ ทำ ให้ ไว้ สำหรับ ตัว ติด ตัว ทุก ตัว คน การ กำหนด ข้อ นี้ มิ ได้ เกี่ยว ข้อง กัน กับ พวก จีน ที่ บัดนี้ อาไศรย อยู่ ใน ประเทศ โกจิน ไจนะ แล มี หนังสือ เดิน ทาง สำหรับ ตัว ทุก ตัว คน แล้ว ๚ะ
๏ ผู้ ว่า การ แทน กอมมิศ แช แล กงซุล รับ ข่าว โทรเลข แต่ เมือง ไซ่งอน ดัง นี้ ๚ะ
๏ พวก ปฤกษา ราชการ ฝรั่งเศศ คือ แจมเบอ ออฟ ดิปุตี ได้ โวต ตั้ง ข้อ ที่ ไตรบูน ๒๙๕ นายโวต เหน ดี ขอ ตั้ง ๑๗๖ นาย โวต ไม่ เหน ดี ได้ ตั้ง ตาม มาก การ สำ หรับ วัน ดัง นี้ ว่า พวก แจมเบอร์ ตั้ง ใจ จะ ให้ พวก จีน ประพฤติ์ ตาม ข้อ สัญญา ซึ่ง ทำ ที่ เมือง เตียน ตซิน ให้ สำเร็จ ทุก ข้อ ให้ ครบ แล หมาย ความ ซึ่ง คอเวินเมนต์ แจ้ง ไว้ นั้น แล พึ่ง กำลัง ว่องไว ของ คอเวินเมนต์ ให้ พวก จีน นับถือ ประพฤติ์ การ อัน ควร จะ คำนับ ต่อ พวก ฝรั่งเศศ ๚ะ
ข่าว โทรเลข ใน
๏ ออก จาก ปาก น้ำ จะ กลับ ขึ้น ไป ยัง กรุง เทพ ฯ ณวัน อาทิตย เดือน อ้าย แรม ห้า ค่ำ เวลา เช้า โมง ครึ่ง ๚ะ
ณวัน เสาร เดือน อ้าย ขึ้น สิบสอง ค่ำ
เงิน แบกร์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิ ลิง ๔ เปนซ
เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชี ลิง ๙ เปนซ กับ สาม ยัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๕๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน อ้าย ขึ้น หก ค่ำ พวก ปฤกษา ราชการ อังคริษ คือ เฮาซ ออฟ กอมมันซ ไม่ ยอม ตั้ง ข้อ ของ มิสเตอร์ กะบูเจร ขอ ให้ เลิก พวก ปฤกษา ราชการ อังคริษ คือ เฮาซ ออฟ ลอดซ อย่า ให้ มี
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน อ้าย ขึ้น เจด ค่ำ ลอด เอกมอนด์ พีสะมอร์ศ เมื่อ ตอบ คำ ถาม ได้ ว่า ซึ่ง หาฤา กับ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเสศ แล จีน ให้ พนักงาน อังคริษ เปน ผู้ กลาง จัด ให้ การ ฝรั่งเสศ แล จีน เรียบ ร้อย ดี กัน เข้า ทั้งสอง ฝ่าย ไม่ เปน เรื่อง แล้ว ฯะ
๏ การ คิด อ่าน จัด แจง การ ฝ่าย มินิศเตอ แล หัว น่า พวก กอนเซอวะติฟ จัด เปน อัน ดี อยู่ ทั้งสองฝ่าย
๏ เมือง ไกโร วัน จันทร เดือน อ้าย ขึ้น เจด ค่ำ บัด นี้ กองทัพ อังคริษ กำลัง รวม กัน เข้า เปน ท่า ทาง แขง แรง ที่ เมือง ดอนโคละ ฯะ
๏ ฮ่องกง วัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น แปด ค่ำ มี คำ เลื่อง ฦา กัน ว่า การ ซึ่ง จะ คิด อ่าน ให้ ดี กัน เข้า เปน อัน เลิก ขาด กัน แล้ว พวก จีน ไม่ ยอม ตาม ฝรั่ง เสศ จะ เอา ให้ ได้ นั้น ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น แปด ค่ำ พวก พลรบ ที่ จะ ไป ถึง ประเทศ บิดุอะนุแลนด์ ทวี มาก ขึ้น ถึง ๘๐๐๐ คน แล้ว ฯะ
๏ เมือง ไกโร วัน พุฒ เดือน อ้าย ขึ้น เก้า ค่ำ พวก พลรบ บก เครื่อง ครบ มือ ออก จาก เมือง ดอนโคละ จะ ไป ข้าง ทิศ ใต้ คน สอด แนม แจ้ง ความ ว่า คน ของ แขก มะดี ถึง ๑๕๐๐๐ ล้อม เมือง กาตุ้ม อยู่ ๚ะ
๏ กรุง ปารีศ วัน ประหัศบดี เดือน อ้าย ขึ้น สิบ ค่ำ เมื่อ กำลัง พูด กัน ใน ที่ ชุมนุม ปฤกษา ราชการ ฝรั่งเสศ ที่ แจมเบอร์ วัน นี้ มิสเตอร์ เฟรี่ ได้ ว่า ที่ ตั้ง แห่ง การ อยู่ ดี ด้วย กัน แล เลิก การ รบกัน ซึ่ง จีน จะ เอา นั้น เหลือ เกิน นัก ควร จะ ตอบ แต่ อย่าง เดียว ตั้ง โวต ให้ เบิก เงิน ใหม่ สำหรับ การ รบ กัน กับ จีน ๚ะ
๏ ณวัน ประหัสบดี เดือน อ้าย แรม สอง ค่ำ ปี วอก ฉศก ๑๒๔๖ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน เอไดตอร์ หนัง สือ สยามไสมย ด้วย หนังสือ สยามไสมย เล่ม๓ แผ่น ๑๕ ซึ่ง ออก เมื่อ ณวัน พุฒ เดือน อ้าย แรม ค่ำ หนึ่ง ปี วอก ฉศก นี้ มี ข้อ ความ เรื่อง หนึ่ง ซึ่ง ว่า ด้วย คุณ แก่ การ ค้า ขาย ใน ข้อ ความ นั้น พรรณา ถึง การ เดิน สวน แล ภาษี ขา เข้า ขา ออก นั้น ได้ อ้าง ชื่อ ท่าน เจ้า คุณ แม่ กอง เดิน สวน แล ผู้ จัด การ ภาษี ด้วย นั้น การ สรรเสริญ แล นินทา นั้น เปน โลกย ธรรม ไม่ เปน สิ่ง สำคัญ อัน ใด เจ้า คุณ ท่าน คง จะ ไม่ ยินดี ด้วย ความ สรรเสริญ ฤา เสีย ใจ ใน การ ที่ ติ เตียน ซึ่ง ลง พิมพ์ นั้น นัก แต่ ความ ประสงค์ มี อยู่ ใน ข้อ ความ นั้น เพื่อ จะ ให้ เปน ผล ประโยชน์ แก่ การ เพาะ ปลูก แล เงิน ทุน แก่ การ ค้า ขาย นั้น ผู้ ที่ อยาก จะ ทราบ ถึง จะ ไม่ สรเสริญ ท่าน ถ้า เปน การ ดี มี คุณ ประโยชน์ ทั่ว กัน แล้ว ก็ ไม่ เปน ที่ ปิด บัง สิ่ง อัน ใด เลย การ สวน ที่ ผู้ อยาก จะ ทราบ ตาม ที่ พรรณา มา ใน หนังสือ พิมพ์ จะ บอก ให้ ทราบ ใน เดี๋ยว นี้ ก็ ได้ แต่ การ เดิน สวน นั้น ยัง ไม่ เปน การ สำเร็จ บริบูรณ โฉนฎ ใหญ่ ยัง ไม่ ได้ ออก แจก จึง ไม่ อยาก จะ บอก เดี๋ยว นี้ ถ้า แล โฉนฎ ใหญ่ ได้ ออก แจก หมด เปน การ เสร็จ ที่ จัด การ เดิน สวน แล้ว เจ้า คุณ ท่าน คง จะ ทำ รายงาน ทูล เกล้า ฯ ถวาย เปน การ เปิด เผย เมื่อ ได้ รับ อนุญาต จาก อธิบดี แล้ว คง จะ ได้ ตี พิมพ์ ใน หนังสือ วชิรญาณ ไม่ เปน การ ปิด บัง ดอก คอย รอ ฟัง ไป ก็ ได้ ชะ
๏ แล สินค้า ขา เข้า ขา ออก นั้น ผู้ อยาก ทราบ การ ว่า ยัง หา เห็น ท่าน ทำ รายงาน ลง พิมพ์ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ไม่ นั้น เปน แต่ การ เดา ถาม มา แท้ ไม่ ไต่ สวน เสีย ให้ แน่ ชัด ก่อน ก็ เหมือน หลับ ตา เพ้อ ไป จึง ไม่ ทราบ ด้วย การ สินค้า ขา เข้า ขา ออก นั้น เจ้า คุณ ท่าน ได้ มี บัญชา สั่ง ให้ เจ้า พนักงาน งบ บาญชี ย ทุก เดือน แล ได้ คัด ส่ง ให้ ท่าน ครู สมิท ลง พิมพ์ ใน หนังสือ สยาม วิกลี่ แอดเวอไตเซอร์ ทั้ง จำ นวน เรือ เข้า ออก อยู่ มา นาน แล้ว มิ ใช่ ฤา เมื่อ ยัง สงไสย อยู่ ก็ ถาม ท่าน เอไดตอร์ เจ้า ของ หนังสือ พิมพ์ สยามไสมย ดู เถิด ถ้า ได้ ความ จริง แล้ว ก็ ควร จะ ต่อ ว่า ท่าน เอไดตอร์ ว่า ทำไม จึง ไม่ คัด จำนวน สิน ค้า ขา เข้า ขา ออก มา แต่ เมือง ไหน ไป เมือง ใด แล เรือ เข้า ออก ลง ใน สยาม ไสมย ให้ ทุก เดือน เพื่อ เปน การ เกื้อ กูล แก่ การ ค้า ขาย เล่า ถ้า ท่าน เอไดตอร์ ไม่ รังเกียจ แล้ว ก็ คง จะ สม ประสงค์ ของ ผู้ ที่ ต้อง การ ดอก ไม่ แต่ เท่านั้น ผู้ อยาก รู้ จะ ทราบ ราคา สินค้า ใน ท้อง น้ำ ด้วย ก็ ได้ เพราะ มี รายงาน แจ้ง อยู่ ที่ โรง ภาษี หลวง เสมอ ชอบ ที่ ผู้ อยาก รู้ เร่ง รัด เอา กับ ท่าน เอไดตอร ให้ ลง พิมพ์ สินค้า ขา เข้า ขา ออก ให้ ได้ อย่า ว่า เจ้า คุณ อธิบดี บังคับ การ ท่าน ไม่ ได้ สั่งให้ ทำ รายงาน เลย จะ เปน การ งม งาย ไป ข้าพเจ้า จึ่ง เตือน มา ให้ ทราบ ขอ ท่าน เอไดตอร ได้ แจ้ง ความ นี้ ให้ แก่ ผู้ ประสงค ที่ ลง พิมพ์ อยาก จะ รู้ นั้น ทราบ ความ ด้วย เถิด ๚ะ
ตำรา ปลูก ฝี ด้วย หนอง วัว
๏ บัดนี้ ถึง ระดู ไข้ หัว ท่าน ทั้งหลาย มี บุตร หลาน ที่ ยัง ไม่ เปน ไข้ หัว ให้ ระวัง จัด แจง ปลูก ให้ ลูก ให้หลาน จะ ไม่ อัน ตราย แก่ เด็ก ๚ะ
๏ ตำรา ปลูก ไข้ หัว มา แต่ เมือง กะ หลาป๋า เมือง ปะถวี ยัง ความ เจ็บ นี้ ให้ บังเกิด ขึ้น ใน ตัว มนุษ ยัง ความ เจ็บ นี้ ชี้ มัก ติด กัน นัก ชั่ว มาก ทุก ตัว คน ๆ แก่ คน หนุ่ม คน มี คน จน เด็ก ก็ ดี ผู้ ใหญ่ ก็ ดี ทุก สิ่ง ถูกเข้า แล้ว เปน สำคัญ ลาง ที เต็ม ที่ คิด จน สิ้น คิด คิด ที่ ใน ใจ ทุก สิ่ง ทุก อัน ว่า ความ เจ็บ นี้ มา ผุด ใน ตัว คน พ้น แรง หนัก หนา ที่ เดียว อะไร แต่ เดิม ครั้น ถึง รดู บังเกิด ความ ไข้ ของ อะไร ยัง ลูก เด็ก ยัง ไม่ ภบ แล้ว คน ใหญ่ ที่ ยัง ไม่ ไข้ ก็ กลัว ต่าง ๆ เพราะ ความ ไข้ นี้ ๚ะ
๏ ยัง เล่า เหล่า แขก ไทย ก็ กลัว แล่น หนี ที่ อยู่ ไม่ อยู่ ไป อยู่ ที่ อื่น ๆ แล้ว ใส่ กรรม ที่ ประตู บ้าน ไม่ ให้คน ไป มา กลัว ว่า จะ เปน ไข้ หัว มัน จะ ติด ใน ขะ ณะ นั้น ยาก อยู่ นักหนา สัก หนิด จึ่ง จะ ปล่อย คน ที่ ติด ไข้ หัว นั้น ที่ ใน สี่ ส่วน นั้น ยัง ได้ ช่วย ไว้ ส่วน หนึ่ง สาม ส่วน เสมือน ตาย ลาง ที่ ที่ ไหน ยัง รอด ไม่ ไช้ ก็ ไช้ ผีดาษ ๚ะ
๏ ยัง ที่ ตาบอด ยัง ที่ ง่อย ยัง หน้า เปน รู เพรี่ยง ทั้ง เกย้ง เปน ต่าง ๆ กัน อย่าง อื่น ๆ ยาก ๆ ยาก คน แล ๚ะ
๏ ยัง มี ที่ เมือง ปะกวิ่ ยัง ไข้ หัว ที่ เกิด แต่ วัว ไข้ นั้น เตม ที่ เบา ลาง ที่ เล่า ที่ เปน หน้า กลัว คน เหน ก็ ตก ใจ กลัว เรา รามัญ เปน ติด กัน ๚ะ
๏ แล ยัง คน ที่ ปลูก ไข้ หัว เกิด แต่ วัว อย่า ให้ ไข้ มัน มา เปน คือ ไข้ หัว นั้น ที่ ผุด เปน ที่ บ่น นั้น ยัง ไข้ หัว ที่ เกิด แต่ วัว นี้ เจบ นั้น เปน ไข้ สัก หนิด ยัง แล จะ ฟก สัก หนิด ที่ ใต้ รักแร้ นั้น เพราะ ผ่า นั้น แล ครั้น หยุด เจบ ก็ เบา ๚ะ
๏ ยัง ไข้ หัว ตัว คน ที่ ปลูก นั้น แล้ว ไข้ หัว ที่ จะ ผุด ขึ้น ใน ตัว แห่ง มนุษ นั้น ก็ หยุด ไป ไม่ ไข้ ที่ เมือง ไทย ที่ เมือง แขก ยัง เล่า ยัง สัก น้อย ลาง ที่ หนึ่ง เรือน ต้อง สาม คน ลาง ที่ สอง คน ตาย คน หนึ่ง ยัง รอด ถ้า โรค ยัง เพื่อ มัน นั้น แน่ แล้ว เรา ทุก ภาษา มะนุษ ยัง พระ แล เทวดา มา ชี้ ให้ แก่ บ่าว ไพร่ ทั้ง ปวง ที่ เปน ตาย เพราะ ไข้ อัน นี้ ยัง ได้ เบา ตัว เรา ท่าน ทั้ง หลาย ยัง ท่าน หนึ่ง เหน จะ ได้ ช่วย กัน ซึ่ง ความ ไข้ หัว นี้ ได้ เอา ชีวิตร มนุษ ไว้ เพราะ ว่า ความ ไข้ นี้ มัน นัก อยู่ เพราะ อย่าง นั้น แล นาย จึ่ง นาย คน ฝรั่ง ปฤกษา หา ปัญญา ถ้า ทาง ที่ จะ ได้ ช่วย ชีวิตร แห่ง มนุษ ทั้ง ปวง เพราะ ความ ไข้ นี้ เอา จน ได้ ได้ ที่ ตัว วัว วัว ออก ไข้ หัว เหมือน ไข้ หัว ผี ดาษ ก็ เหมือน กัน แต่ ผุด อยู่ ที่ ตัว วัว แล้ว จึ่ง เอา มา ทด ลอง ที่ ตัว คน ที่ ต้น แขน สัก หนิด หนึ่ง ที่ หนัง เปน วา เข้า ไป ใน แขน น้ำ หนอง นั้น ออก เปน ไข้ หัว ที่ ปลูก นั้น เพราะ อย่าง นั้น จึ่ง ออก ที่ อื่น ไม่ สัก กี่วัน นานก็ออกสิ้น อะไร เมื่อ จะ มา เพราะ รฏ คน จึ่ง ต้อง ไข้ หัว ที่ ปลูก ใช้ หัว เล็ง แล้ว ไข้ หัว ที่ วัว นั้น ยัง ถูก ใช้ เล่า ลาง ที เพราะ นาย หมอ ทำ ให้ ผิด จึ่ง เปน ใหญ่ ไป เพราะ อย่าง นี้ จึ่ง เปน ใหญ่ ยาก นัก นี่ แล จึ่ง เปน อย่าง นี้ ตก ใน ให้ ลม ยาก ได้ จะ เปน แล้ว ค่อย ได้ ศุข ทุก คน ไม่ สู้ กลัว นัก กับ ใช้ นั้น ลาง ที คิด ว่า ไข้ หัว นี้ เปน ไข้ ผี น้ำ วัว จึ่ง ลอง ดู ที่ ตัว คน เพราะ อย่าง นี้ แล ลาง ที ได้ เบา กัน ทุก ที่ แล มนุษ นี้ แล้ว แต่ ยาก ที่ คน ยัง จะ คิด ได้ ความ ไข้ น้ำ วัว นี้ แล้ว แต่ ลอง ที่ แน่ ต่อ จะ ปล่อย คือ ความ ไข้ น้ำ ที่ ขึ้น ใน ตัว มนุษ นั้น ยัง คน ที่ ปลูก ไข้ ผี น้ำ วัว นั้น ปลูก แล้ว ก็ ยัง ใช้ เล่า ก็ มี แต่ ว่า ปลูก มิ ตรง แต่ ว่า ยัง อยู่ คน ที่ ได้ ต้อง ความ ไข้ ผี ดาษ ได้ สอง หน เพราะ อย่าง นั้น แล จึ่ง มี คน มา ทำ ทาง ลาง บาง ถูก สอง ที ลาง ที ไม่ ใช่ น้ำ หนอง จริง แล้ว เอา ไป ปลูก นั้น ยัง ลาง ที เพราะ แช เชือน ไป เพราะ ยัง เฝ้า รักษา อยู่ ความ ไข้ นั้น แต่ แรก เดิม ที่ จน หมด นั้น เพราะ อย่าง นั้น แล ความ ไข้ นั้น มัน ชา ตรง ศอก ลง นั้น แล เพราะ เฝ้า อยู่ อะไร แต่ แรก ออก เปน อย่าง นั้น ยา รีบ ให้ แตก แต่ แรก ก่อน แล้ว ให้ ใช้ ข้าง ให้ ก่อน ไป จน หมด ต่อ แห้ง แขง กรบ เหมือน ขี้หู หนัง ที่ ข้าง ล่าง นั้น เปน รอย สัก หนิด ถ้า ใหญ่ ต่อ จะ หาย แผล แก ศึกษา อย่าง ไร คิด ปัญญา อย่าง ไหน จึ่ง จะ หาย ดี คน ที่ เชื่อ ใช้ นั้น ยัง ให้ อาบ น้ำ ลูก ที่ ยัง พึ่ง ปลูก ไข้ นั้น ถ้า ว่า ลาง ที่ เปน เลือด เบา แก่ เด็ก แล้ว จะ ใส่ ยา ที่ ไหน ที่ ยัง เปน แผล นั้น ยัง ถ้า โรค หยุด ลาง ที ก็ ยัง เฝ้า ยา ให้ มัน เปน มา ไข้ เพราะ อย่าง นั้น ลาง มัน เปน ที่ แผล เข้า แม่ เก่า เบา ตี อย่าง เหมือน เปน ที่ เก่า ที่ ตรง ที่ สำคัญ จึ่ง ว่า ไม่ ได้ เฝ้า ก็ อยุด ยัง ซัง ออก นั้น อย่า ทำ แล เด็ก เงี่ยง อัน ของ ที่ แสดง อย่า เอา เข้า แก่ โรค ยัน นั้น ของ ที่ เปน เดือด นั้น ลาง ที่ หนัง แตก แล ใน หน่วย นั้น ให้ หน่วย นั้น ที่ ยัง เปน หนัก เบา ถ้า อยุด ไข้ ฝี น้ำ วัว ยัง ผุด นั้น มัน ให้ คัน ศีศะ แล้ว ให้ ครู่ สี่ เอา แตก อย่าง ที่ ว่า ทุก คน มี ที่ ได้ ปลูก ไข้ ฝี วัว นั้น ลาง ที่ ยัง แม่ มัน ที่ ตัว ยัง อะไร สัก สิ่ง จึ่ง ออก ซึ่ง ห้าม ว่า อย่าง นั้น ไม่ ดี ที่ ออก ความ ไข้ ฝี น้ำ วัว ที่ หนึ่ง เล่า จึ่ง แล จึ่ง คิด ว่า ลาง ที่ คน จะ ปลูก ไข้ หัว แล้ว ถ้า แล ว่า ไข้ จะ มา ก็ มา ไม่ ได้ แล่น หนี ไป ก็ เบา เปน ไข้ น้ำ ฦๅ ดอก ๚ะ
๏ ตำรา ไข้ หัว นี้ วีก น่า ยัง มี ต่อ ไป ๚ะ
| ๏ | พวก พ้อง ผิด เท่า ช้าง | งา เงา |
| พวก อื่น โทษ เท่า เหา | หาก รู้ | |
| โทษ ตน เท่า ภูเขา | คิด ปิด ไว้ นา | |
| โทษ ท่าน เท่า ก้อย สู้ | ส่ง ให้ เหน สูง ๚ะ | |
| ๏ | รงงแก กำปั้น ต่อย ตี ดิน | |
| ไข่ กระทบ หิน ฦๅ ห่อน ลื้น | ||
| แมลง เม่า โฉบ เพลิง บิน บงงอาจ | ||
| คน เคะ คิด ตื้น ตื้น | ดูบ เล่น คม ดาบ ๚ะ |
| ๏ | พระ พุทธ อุดม เมศ ล้ำ | โลกี๋ย |
| ธรรม ชิโณวาที่ | เทศ ไว้ | |
| อีก สงฆ องค์ อารี่ย | เรื่อง โรจ | |
| รัตน ประนาม สาม ให้ | ห่าง พ้น ไภย พาล ๚ะ | |
| ๏ | ขอ กล่าว ราว เรื่อง ไว้ | โอหาร |
| ปราช ฉลาด ปรีชาญ | เชิด ชี้ | |
| ยุบล กล สินสาร | สุภสิต | |
| เปน ทำนก ใน โลกย นี้ | แน่ ให้ จง จำ ๚ะ |
๏ ภาย หลัง พระเจ้า จึ่ง ยัง บ้าน เรือน แห่ง ชาว เมือง อายคุปโต ทั้งหลาย ให้ มืด คลุ้ม ไป มิได้เหน ดวง อาทิตย์ ดวง จันทร์ แล ดวง ดาว ดารา ทั้งปวง ครั้ง นั้น ชาว เมือง อาย คุปโต ทั้งหลาย มิได้เหน เดือน แล ตะวัน มืด มิดไป สิ้น ประมาณ สาม วัน จะไป แห่งไหน ไม่ได้ จะ เหน หน้า กัน ก็ ไม่ได้ แต่ ว่า ใน บ้านเรือน ของ พวก ยิศราเอล สว่าง อยู่ หมด เหมือน แต่ ก่อน มะหากระษัตร จึ่ง ตรัส แก่โมเซ ว่า คราว นี้ เรา จะ ให้ ชาว ยิศราเอล ไป ให้สิ้น กับ ทั้ง ทารก ทั้งหลาย แต่ ว่า สัตว ของ เลี้ยง ทั้งปวง นั้น เรา มิให้ไป โมเซ จึ่ง ทูล ว่า สัตว ของ เลี้ยง ต้อง ภา ไป ด้วย สิ้น ทุก ตัว ต้อง เลือก แต่ สัตว เหล่า นั้น มา บูชา แก่ พระเจ้า ครั้น จะ มิได้เอา สัตว นั้น ไป ชาว ยิศราเอล จะ ได้ สิ่ง อันใด บูชายันตร เล่า ชาว ยิศราเอล ทั้งปวง ไม่ อาจ ออก ไป ได้ มะ หา กระษัตร ได้ ฟัง ดัง นั้น ก็ แขง พระไทย ทรง พระโกรธ จึ่ง ดำหรัส แก่ โมเซ ว่า ตั้ง แต่ วัน นี้ ไป ตัว อย่า ได้ เข้า มา ให้ เหน หน้า กัน สืบ ต่อ ไป เลย ถ้า ตัว ขืน เข้า มา แล้ว ก็ จะ ตาย เสีย ใน วัน นั้น แล ๚ะ ____
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา นี้
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สัก สิทธิ์ นัก
AYER'S PILLS.
๏ ๑ ยา เม็ด แก้ ผูกคือ เอเออร์ กะทาติก ปิ้ลซ์ เปน ยา กิน ง่าย มี คุณ เปน อัน มาก แก้ ผูก แน่น แล ไม่ เปน อันตราย เลย รักษา ท้อง ช่วย ไฟ ธาตุ แก้ ปวด ศีศะ ควร จะ เอา ไว้ ใน บ้าน ให้ เด็ก ให้ ผู้ ใหญ่ กิน เมื่อ ไม่ สบาย นั้น ๚ะ
๏ ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เด็ก แล้ว จะ ให้ เดิน แต่ อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๒ จน ๔ เม็ด ถ้า จะ ให้ เดิน เลอียด ตั้ง แต่ ๔ จน ๖ เม็ด ผู้ หญิง แล เดก ต้อง กิน หย่อน กว่า นี้ หน่อย หนึ่ง ถ้า ต้อง กิน บ่อย ๆ จัด กิน เมด แต่ ภอ ควร กับ การ ๚ะ
AYER'S SARSAPARILLA.
๏ ๒ ยา คือ เอเออร์ ซาร์ซะปะริลละ เปน ยา แก้ เลือด ช่วย บำรุง ชีวิตร แล ความ สบาย แล ให้ ร่าง กาย มี ชีวิตร ใหม่ ทั่ว ตลอด ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ควร จะ กิน วัน ละ สาม ครั้ง ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก แล้ว ให้ กิน ช้อน ๑ ฤา ๒ ช้อน น้ำ ชา ถ้า ผู้ ชาย อายุ ตั้ง แต่ ๑๕ ปี จน ๒๐ ปี แล ผู้ หญิง ผู้ กำลัง อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๕ จน ถึง ๕๐ หยด ถ้า เดก อ่อน ตั้ง แต่ แปด ขวบ จน ๑๕ ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๖๐ หยด ถ้า เดก ตั้ง แต่ ๓ ขวบ จน แปด ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๑๕ หยด จน ๓๐ หยด เมื่อ แรก กิน ๆ แต่ อย่าง น้อย ก่อน แล้ว กิน มาก ตาม กำ หนด สม กับ การ ถ้า ใส่ ยา ใน น้ำ ร้อน น้อย คุณ ยา ก็ จะ มาก ขึ้น เมื่อ จะ ใช้ ยา ขนาน นี้ ต้อง ระวัง ให้ ท้อง เดิน ด้วย ยา เม็ด เอเออร์ ปิ้ลซ์ แต่ อย่า ให้ เดิน หนัก ได้ อาบ น้ำ บ่อย ๆ รักษา ตัว ให้ สอาด รับ ประทาน อาหาร ให้ สม ควร สม กำลัง ไม่ ต้อง อด อยาก ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เจ็ด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘๗ ถึง ๑๘๙๔ ครบ เจด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด