
| เล่ม ๓ แผ่น ๑๗ วัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๖ |
๏ บันดึก ตอบ ว่า คำ ที่ ท่าน กล่าว มา ถึง นี้ ดู เหมือน จะ ถูก อยู่ ก็ จริง แต ทว่า ความ ยัง มี อีก ข้อ หนึ่ง ข้า อยาก จะ ให้ ท่าน อธิบาย ต่อ ไป ข้อ ความ นั้น คือ ท่าน ว่า สัตว์ ดิรัจฉาน นั้น พระเจ้า สร้าง ไว้ สำหรับ ให้ มนุษ ใช้ ขอ ให้ ท่าน อธิบาย ใน ข้อ นี้ ฯะ
๏ โยฮัน จึ่ง ตอบ ว่า เออ ข้า เหน ว่า อธิบาย ใน ข้อ นี้ อธิบาย ง่าย ไม่ ยาก เลย ฝ่าย สัตว์ คือ ม้า แล ควาย นั้น ก็ สร้าง ไว้ สำหรับ จะ ไถ นา แล ลาก รถ แล กระทำ การ หนัก ต่าง ๆ เหตุ ดัง นั้น จึ่ง สร้าง ให้ มี กำลัง มาก แล ปัญญา ภอ จะ รู้ ใน การ นั้น ๆ ได้ แล สุนัข์ นั้น เล่า พระเจ้า ก็ สร้าง ไว้ สำหรับ เฝ้า เรือน เฝ้า ของ เหตุ อย่าง นั้น สุนัข์ นั้น มัน จึ่ง ไม่ ใคร่ จะ หลับ ใน เวลา กลาง คืน นั้น แล แมว นั้น ก็ สร้าง ไว้ สำหรับ จับ จะ กัด หนู ซึ่ง มี ตา อาจ เหน ใน ที่ มืด ได้ แล ปลา วาน นั้น ก็ สร้าง ไว้ สำหรับ จะ ให้ มนุษ ทำ น้ำมัน ปลา วาน นั้น จึ่ง มี น้ำมัน มาก บาง ที มี ตัว ละ ๒๐๐ หาบ บ้าง อนึ่ง ถ้า จะ ว่า ด้วย นก แร้ง นก กา เล่า พระองค์ ก็ สร้าง ไว้ สำหรับ จะ ได้ ชำระ สิ่ง ของ ที่ โสโครก ประการ หนึ่ง ข้า พิจารณา เหน ว่า สัตว์ ดิรัจฉาน ที่ สร้าง ไว้ สำหรับ จะ สั่ง สอน ใจ มนุษ บ้าง คือ ถ้า ผู้ ใด เปน เกียจ คร้าน ก็ ให้ ผู้ นั้น ดู อย่าง ฝูง มด เพราะ ฝูง มด นั้น มัน หมั่น ทำ หา กิน ไม่ หยุด เลย ถ้า จะ รบ กัน ฤา ตี กัน ก็ ให้ พิจาร ณา เอา หมา เปน ครู บอก ว่า รบ กัน ไม่ ดี เลย แต่ ยัง มี สัตว์ อีก หลาย อย่าง ที่ พระเจ้า สร้าง ไว้ เพื่อ เหตุ อัน ใด เรา ก็ มิ ได้ เข้าใจ ถ้า เรา พิจารณา ดู ไป นาน ๆ ก็ จะ เหน เหตุ อัน นั้น มาก ขึ้น เพราะ เหตุ ดัง นี้ เรา ผู้ เปน สิต พระ
เยซู จึง เกน ว่า ถ้าผู้ใด จะ ต้อง การ กิน เนื้อ สัตว ฤๅ ต้อง การ น้ำมัน สัตว ฤๅ ต้อง การ สิ่ง อื่น ๆ ที่ อยู่ ใน กาย สัตว นั้น ถึง จะ ฆ่า สัตว นั้น ก็ ไม่มี บาป แต่ เรา ถือ ว่า ถ้า ผู้ใด จะ ฆ่า สัตว เล่น เปล่า ๆ ก็ หา ควร ไม่ ควร เรา จะ มี ใจ เมตา แก่ สัตว ดิรัจฉาน ทั้งปวง แล ข้า พิจารณา เหน ว่า พวก สิศ พระเยซู มี ความ เมตา แก่ สัตว ดิรัจฉาน นั้น มาก กว่า พวก อื่น ๆ ถ้า แล ได้ ไป เมือง ที่ มี สิศ พระเยซู อยู่ มาก ก็ จะ เหน ฝูง สัตว นั้น มัน มี ตัว อ้วน ก็ ไม่มี ผอม ถึง เปน สุนักข์ ก็ มี ตัว อ้วน ด้วย แต่ เมือง ใด ที่ ไม่ มี พวก สิศ พระเยซู อยู่ เมือง นั้น เรา เหน เขา เบียด เบียน ข่มเหง สัตว มาก นัก แต่ สัตว ที่ คน เลี้ยง นั้น กิน ก็ หา ใคร่ จะ อิ่ม ท้อง ไม่ เขา ทุบ ตี สัตว นั้น ให้ ได้ ความ ลำบาก เจ็บ ปวด เปน แผล แล แข้ง หัก ขา หัก หลัง หัก นั้น บ่อย ๆ แต่ เรา ถือ ว่า ถ้า เหน สัตว ใด ทุกข์ มี ขา หัก แล หลัง หัก ก็ ดี ก็ ควร ที่ จะ ฆ่า สัตว นั้น เสีย ให้ ตาย ด้วย ว่า ถ้า สัตว นั้น ตาย เรว มัน ก็ ได้ ความ ลำบาก ทน ทุกข์ น้อย ถ้า แม้น มัน ตาย ช้า ก็ ได้ ความ ลำบาก ทน ทุกข์ มาก เหตุ เช่น นั้น เรา จึง ว่า ข้อ ที่ ให้ ฆ่า สัตว ซึ่ง เจ็บ ปวด ทน ทุกข์ ลำบาก อยู่ นั้น ก็ เปน เหตุ ที่ จะ สำแดง ซึ่ง ความ เมตา แก่ สัตว นั้น ซะ
๏ บันฑิต ตอบ ว่า ถ้า ท่าน กล่าว ดัง นั้น ก็ มนุษ ที่ ป่วย เจ็บ ได้ ความ ลำบาก มาก นั้น ก็ มิ ควร จะ ฆ่า เสีย เหมือน กัน ฤๅ ๚ะ
๏ โยฮัน รับ ว่า เออ ไม่ อย่าง นั้น หา ควร จะ ฆ่า ไม่ ด้วย เรา ถือ ว่า ถ้า มนุษ ป่วย ไข้ ลำบาก นัก ก็ ควร จะ รักษา ชีวิตร ผู้ นั้น ไว้ ให้ ยืน นาน ข้า จะ บอก อธิบาย ให้ ท่าน เข้าใจ ใน ข้อ ความ นี้ บ้าง สัก หน่อย หนึ่ง ด้วย พวา สิต พระเยซู ถือว่า เวลาที่ มนุษ อยู่ในโลกยนี้ เปนเวลา สำพรับ ที่ จะ ลองใจ มนุษ นั้น ถ้า เขาพิจารณา เหน ทาง ชอบ เลือก เอา ทาง ที่ ถูก เมื่อ ยัง เปน อยู่ ครั้น ตาย ไป แล้ว ผู้ นั้น ก็ จะ มี ความ สุข ต่อ ไป เปน นิจ ถ้า ผู้ใด เลือก เอา ทาง ที่ ผิด ผู้ นั้น เมื่อ ตน ตาย ไป แล้ว ก็ จะ มี ความทุกข เหมือน กัน เหตุ ดัง นั้น เรา ท่าน ทั้ง หลาย ควร ที่ จะ รักษา ชีวิตร มนุษ ไว้ ให้ ยืน นาน ให้ มีเวลา ที่ จะ ได้ เรียน รู้ ใน ทาง ที่ ถูก นั้น ถ้า เราเหน คน ผู้ใด ที่ ยัง มิ ได้ เลือก เอาทาง ที่ จะ เข้า ใน ทาง สวรรค นั้น เรา เหน ต้อง ไภย ได้ ทุกข เจบ ปวด นัก เตม ที่ แล้ว เรา ก็ มี ใจ เมตา นัก แต่ ถ้า เรา จะ ฆ่า ผู้นั้น เสีย เล่า ความ ทุกข ลำบาก ทั้งปวง จะ หยุด ภา เธอ ความ ทุกข นั้น หา หยุด ไม่ ความ ทุกข นั้น จะ ทวี ยิ่ง ขึ้น ไป กว่า เก่า อีก ด้วย เหตุ ว่า เมื่อ ผู้ นั้น ตาย ไป แล้ว ก็ จะ ไป ตก อยู่ ใน นรก แล ความ ทุกข ใน นรก นั้น ก็ มาก กว่า ใน มนุษ โลกย นี้ หลาย แสน เท่า อัน ว่า ใน มนุษ โลกย นี้ ถึง จะ มี ความทุกข มาก ก็ ดี คง จะ มี สุข ปน อยู่ บ้าง แต่ ใน นรก นั้น จะ ได้ มี ความ สุข เปน อยู่ กับ ความ ทุกข น้อย หนึ่ง ไม่ มี เลย เหตุ ดัง นั้น ข้อ ความ ที่ ข้า กล่าว ว่า อัน จะ ฆ่า มนุษ ที่ ประกอบ ไป ด้วย ทุกข เสีย นั้น ก็ หา จัก ว่า เปน ความ เมตา ไม่ ๚ะ
๏ อนึ่ง ถ้า เรา ปราถนา จะ สำแดง ใจ เมตา แก่ มนุษ นั้น ก็ พึง ให้ เรียก แพทยา ที่ ดี ให้ มา รักษา คน เจบ ให้ หาย โรค แล้ว ช่วย ตัก เตือน ใจ ผู้ นั้น ให้ แสวง หา ทาง ที่ ถูก เมื่อ ขณะ ยัง เปน อยู่ ใน มนุษ ชาติ นี้ แต่ สัตว ดิรัจฉาน นั้น เมื่อ ตาย แล้ว ก็ หา ได้ ไป บังเกิด มี ชีวิตร ต่อ ไป อีก ไม่ สัตว ดิรัจฉาน นั้น มัน จึ่ง ไม่ ต้อง ตระเตรียม การ สิ่ง ใด เลย หา ต้อง แสวง หา ทาง สวรรค ไม่ แล เวลา ที่ มัน เปน อยู่ ใน โลกย นี้ ก็ หา เปน เวลา ที่ จะ ลอง ใจ มัน ไม่ เมื่อ สัตว ตาย แล้ว มัน ก็ ดับ สูญ หาย ไป ที่ เดียว ฝ่าย มนุษ นั้น บาง ที่ เขา ก็ ฆ่า ตัว เขา เสีย เอง ด้วย ปราถนา อยาก จะ พ้น ทุกข ที่ ตัว ต้อง อยู่ นั้น แต่ ทว่า ทำ เช่น นี้ ก็ หา พ้น ทุกข ไม่ เหมือน กับ จะ โดก เข้า ไป ให้ ถึง ไฟ นรก นี้ โดย เรว แต่ สัตว ดิรัจฉาน นั้น มัน หา มี นรก ที่ มัน จะ ต้อง อยู่ ไม่ มัน สิ้น ลม หาย ใจ แล้ว มัน หา ได้ บังเกิด เปน ขึ้น อีก ไม่ ๚ะ
๏ ฝ่าย คน สอง คน นั้น พูดจา สั่ง สนทนา กัน เท่า ดัง นี้ แล้ว เขา ก็ ลา กลับ ไป บ้าน ๚ะ
๏ อยู่ มา วัน หนึ่ง บันดิด แล โยฮัน คน ทั้ง สอง นั้น ไป ภบ กัน ที่ ศาลา แห่ง หนึ่ง จึ่ง สนทนา กัน ด้วย ข้อ ความ นั้น ต่อ ไป ฝ่าย โยฮัน จึ่ง ถาม ว่า ข้อ ความ ที่ เรา พูด กัน ใน เวลา วัน ก่อน นั้น ท่าน ได้ ตรึก ตรอง พิจาร ณา ดู แล้ว ฤา ๚ะ
๏ บัณฑิต ตอบ ว่า เออ ข้า ก็ ตริก ตรอง ดู มาก แล้ว ข้า พิจารณา เหน ว่า จิตร วิญาน มนุษ กับ จิตร วิญาน สัตว ดิรัจฉาน นั้น ผิด กัน มาก นัก แล้ว ข้า เหน ว่า มี เหตุ หลาย อย่าง ที่ ควร จะ ให้ ถือ ว่า สัตว ดิรัจฉาน ทั้งปวง ครั้น ตาย แล้ว ก็ สูญ หาย ไป ที เดียว ไม่ เกิด อีก แล ถ้า ว่า มนุษ นั้น ครั้น ตาย แล้ว ก็ ไป บังเกิด ใน โลกย์ อื่น หา กับ สูญ ไป ที เดียว ไม่ แต่ ถึง อย่าง นั้น ข้า ก็ ยัง เหน ว่า ฆ่า สัตว เปน บาป เพราะ บิดา มารดา ของ ข้า ได้ สั่ง สอน มา อย่าง นั้น แล ที่ ข้า จะ ทิ้ง คำ สั่ง ของ บิดา มารดา นั้น ทิ้ง ยาก นัก ฯะ
๏ โษชัน จึง ตอบ ว่า ใน ศาสนา พระเยซู นั้น เล่า ก็ หา มี คำ สั่ง ไม่ มี แต่ คำ ยอม ว่า ให้ ฆ่า สัตว ดิรัจฉาน แต่ ใน คำ กิ่ง นั้น ว่า ไว้ เปน ใจ ความ ว่า ถ้า ผู้ ใด จะ กิน เนื้อ สัตว แล้ว ก็ ให้ ผู้นั้น ฆ่า สัตว ที่ จะ ต้อง การ นั้น ได้ แต่ คำ ที่ เปน คำ สั่ง แท้ ของ ความ รัก ว่า ให้ ฆ่า สัตว นั้น หา มี ไม่ ถ้า ผู้ ใด เหน ว่า ฆ่า สัตว เปน บาป แล้ว ผู้ นั้น ถึง จะ ไม่ ฆ่า สัตว ก็ ได้ ถ้า แม้น ท่าน พิจารณา เหน ว่า ฆ่า สัตว เปน บาป แล้ว ถึง ท่าน จะ ไม่ ฆ่า เล่า ก็ ควร ใช่ แต่ เท่านั้น ข้า เหน ว่า ควร ที่ ท่าน จะ ตัก เตือน ห้าม ปราม ผู้ อื่น ด้วย ท่าน ได้ ประพฤติ ดัง กล่าว มา นี้ แล้ว ฤา ฯะ
๏ บัณฑิต ตอบ ว่า เออ ข้า หา ได้ ฆ่า สัตว ไม่ แล้ว ข้า เคย ได้ ห้าม คน อื่น อยู่ เนือง ๆ ด้วย เพราะ เหตุ ที่ ข้า ถือ ดัง นี้ ข้า จึง มา เตือน สติ ท่าน ด้วย ประสงค์ จะ ให้ ท่าน เหน ว่า ฆ่า สัตว นั้น เปน บาป โดย แท้ ฯะ
๏ โยชัน รับ ว่า ข้อ ซึ่ง ท่าน มา เตือน สติ ข้า ด้วย ประสงค์ จะ ไม่ ให้ ข้า ทำ บาป นั้น ข้า ก็ ชอบ ใจ ด้วย แต่ ทว่า ท่าน ถือ มั่น คง ว่า ฆ่า สัตว เปน บาป แล้ว ข้า ก็ เหน ว่า ควร ที่ ท่าน จะ ระวัง ตัว ประพฤติ์ ตาม ที่ ท่าน ถือ นั้น ให้ ถี่ ถ้วน อย่า ให้ ผิด ได้ เลย ถ้า แล ถือ อย่าง หนึ่ง ประพฤติ์ อย่าง หนึ่ง เรา ก็ หา ชอบ ใจ ไม่ เรา เหน ว่า น่า เกลียด นัก ฯะ
๏ บัณฑิต ตอบ ว่า คำ ที่ ท่าน ว่า มา นี้ เรา ยัง เข้า ใจ ชัด ไม่ ท่าน จง อธิบาย ให้ เข้า ใจ ชัด ก่อน ฯะ
๏ โยชัน รับ ว่า เออ ข้า ก็ อยาก ให้ ท่าน เข้า ใจ ความ ชัด ดอก แล คำ ที่ ข้า กล่าว นั้น ใจ ความ ว่า ถ้า ท่าน จะ สั่ง สอน คน ทั้งปวง ว่า อย่า ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร เปน บาป แล้ว ก็ พึง ให้ ท่าน ทำ กิริยา ให้ ถูก ต้อง ตาม คำ ที่ ท่าน ห้าม นั้น คือ ท่าน อย่า ได้ ทำ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด ที่ เขา อาจ สามาก จะ ฆ่า สัตว ตัด ชีวิตร ได้ อนึ่ง ท่าน จะ เหน อย่าง ไร ถ้า แม้น จะ มี คน มา สั่ง สอน ว่า อย่า ไป ลัก ไป ขโมย ทรัพย เขา แต่ ว่า ครั้น ถึง เวลา กลาง คืน แล้ว ก็ สั่ง คน ใช้ ให้ ไป ลัก ของ สิ่ง หนึ่ง ที่ ตน อยาก ได้ นั้น แล่ คน ดัง กล่าว มา นี้ ท่าน จะ เหน ว่า เปน คน ดี ฤๅ ไม่ จะ เปน คน ชอบ ฦๅ ไม่ ชอบ ท่าน จะ เหน เปน ประการ ใด ๚ะ
๏ บันคิค ตอบ ว่า ถ้า แม้น มี คน เหมือน เช่น ว่า มา นี้ ข้า เหน เปน คน ไม่ ดี เหน ว่า จะ มี บาป มาก กว่า คน ที่ ไม่ ได้ สั่ง สอน เขา นั้น อีก แต่ ท่าน เหน อย่างไร ท่าน เหน ว่า ข้า เปน คน เช่น นั้น ฦๅ ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ ที่ วัง หลัง ได้ มี เอกซาไมแนเช่อน คือ การ ไล่ เลียง ไต่ ถาม ให้ เหน ปรากฏ ว่า ลูก ลิศ ที่ ซกูล นั้น ได้ เรียน อะไร บ้าง เปน อย่าง ไร บ้าง ณวัน พุหัษบดี เดือน อ้าย แรม เก้า ค่ำ ตั้ง แต่ เวลา เที่ยง คน ที่ ไป ดู ไป ฟัง นั้น ชม สรรเสริญ ครู มิศ อาซเตด ทั้ง ลูก ลิศ นั้น ด้วย ๚ะ
๏ ที่ สวน อนันต์ ได้ มี ลิเตีเร่ เอกซ์บิเช่อน คือ การ สำแดง ความ ฉลาด ข้าง ขา หนังสือ ความ รู้ ต่าง ๆ ครู ใหญ่ ที่ ซะกูล นั้น ได้ มี หนังสือ ไป ถึง ท่าน ทั้งหลาย เชิญ ให้ ไป ฟัง ดู การ ของ ลูก ลิศ ที่ ซะกูล นั้น ณวัน ศุกร เดือน อ้าย แรม สิบ ค่ำ เวลา ค่ำ สอง ทุ่ม คน ที่ ไป ฟัง ดู นั้น ว่า ดี ใจ บุตร ชาว สยาม มี ที่ เรียน ได้ เพียง นั้น พระเดช พระคุณ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม เปน ที่ ล้น ที่ พ้น ได้ พระ ราชทาน เงิน ปี ละ มาก ๆ เลี้ยง ทั้ง ครู ทั้ง ลูก ลิศ ให้ มี ที่ เรียน ได้ ดัง นั้น ๚ะ
๏ ณวัน อังการ เดือน อ้าย แรม สิบสี่ ค่ำ คือ วาน นี้ ได้ มี เอกซาไมแนเช่อน คือ การ ไล่ เลียง ไต่ ถาม ลอง ดู ปัญญา ความ รู้ ของ พวก ลูก ลิศ นักเรียน ที่ ซะกูล นั้น ครู ใหญ่ ของ ซะกูล นั้น ก็ ได้ มี หนังสือ ถึง ท่าน ทั้ง หลาย เปน อัน มาก ชาว สยาม ทั้ง ชาว นอก ให้ ไป ฟัง ดู ให้ ทัน การ ตั้ง แต่ เวลา เที่ยง วัน นั้น ๚ะ
๏ บุตร ชาย ของ มิศเตอ ไฟเดลิซ ดะกอซตะ ทำ ราช การ ที่ โรง ภาษี ครั้ง หนึ่ง ไป เรือ แวะ ตำบล หนึ่ง ครั้น การ เสร็จ แล้ว จะ ลง เรือ ลูก เรือ หา อยู่ ไม่ ลูก เรือ มัน ไป โรง บ่อน บุตร มิศเตอ ดะกอซตะ ตาม ตัว ภบ มัน ใน โรง บ่อน จะ ทำ โทษ ลูก เรือ ๆ มัน ชัก มีด แทง มิศเตอ ดะกอซตะ มี แผล รอย มีด หลาย แผล ๚ะ
๏ เมื่อ คน รับ จ้าง ทำ การ เขา ควร จะ ทำ การ นั้น ด้วย ซื่อ สุจริต เตม เวลา เตม กำลัง เตม ปัญญา ถ้า ทำ อย่าง นั้น ไม่ ได้ อย่า ไป รับ จ้าง เขา เลย ถ้า ทำ ไม่ ได้ เช่น ว่า มา แล้ว ยัง จะ ขืน ไป รับ จ้าง เขา คน ถ้า อย่าง นั้น เปน เทือก โขมย ไม่ ใช่ อื่น แล้ว ผู้ จ้าง คน ทำ การ ควร จะ เอา ใจ ใส่ ใช้ ลูก จ้าง ใน การ ให้ ควร แก่ การ ด้วย ความ อัธฌาไศย อย่า ใช้ ให้ เหลือ เกิน อย่า ข่ม ขี่ ต่าง คน ต่าง เปน มนุษ ด้วย กัน ลูก จ้าง ควร จะ คิด ว่า ถ้า ตัว เปน ผู้ จ้าง จะ ให้ ลูก จ้าง ทำ อย่าง ไร ตัว ต้อง ทำ อย่าง นั้น ผู้ จ้าง นั้น ควร จะ คิด ว่า ถ้า ตัว ต้อง เปน ลูก จ้าง อยาก จะ ให้ นาย ใช้ อย่าง ไร ใช้ เขา อย่าง นั้น ด้วย เถิด จึ่ง จะ สม งาม ทั้ง สอง ฝ่าย ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า นาย อ่วม ข้าพเจ้า นาย ยิ้ม ซึ่ง เปน หลาน พระสุรินทรามาต หลวง เทพราช แสนญา คำ นับ มา ยัง ท่าน เฮไดเตอร ทราบ ขอ ท่าน ได้ นำ ความ ของ ข้าพเจ้า ลง ใน หนังสือ สยาม ไศมย ด้วย ข้าพเจ้า ไป ตั้ง บ้าน เรือน ทำมา หา กินอยู่ หัว เมือง ไม่ รู้ ธรรมเนียม ราชการ ครั้น ข้าพเจ้า ทราบ ใน หนังสือ สยาม ไศมย ของ ท่าน ข้าพเจ้า จึ่ง รู้ ว่า เลข นาย ตาย แล้ว ไม่ ต้อง เสีย เงิน ค่า ราชการ หลวง โยธาบริบาล ชำระ เลข ของ พระสุริน ทรามาต หลวง เทพราช ปิด บัง เลข ไว้ ช้า นาน ไม่ ส่ง ศัก เปน ไพร่ หลวง ปราถนา จะ ฉ้อ ราษฎร์ บัง หลวง ข้าพเจ้า จึ่ง ได้ ทำ เรื่อง ราว ยื่น ต่อ ท่าน เจ้า พระยา มหินทรศักดิ์ธำรงค ว่า หลวง โยธา บริบาล คบ คิด กัน กับ นาย เปี่ยม อำแดง เอี่ยม เจ้า หมู่ ผู้ รับ ชำระ เลข พระสุรินทรามาต หลวง เทพราช ที่ ถึง แก่ ก่าม บิด บัง ตัว เลข ไว้ ถึง ๑๐ ปี ถึง ๑๑ ปี เกบ เงิน ค่า ราชการ กับ ตัว เลข เปน อะนา ประโยชน์ เลข ใน จำนวน พระสุรินทรามาต หลวง เทพราช มี ๓๐๐ คน เสศ แต่ ที่ ต้อง เสีย เงิน ค่า ราชการ เลข ๒๐๐ คน เสศ เรียง ปี มา ตั้ง แต่ ปี จอ ถึง ปี มเมีย ปี มแม ปี วอก บ้าง ทั่ว ทุก ตัว คน แล้ว ไป บอก พวก เลข จะ ส่ง เปน ไพร่ หลวง และ เปน ทหาร ถ้า พวก เลข คน ใด ไม่ อยาก เปน ไพร่ หลวง ไม่ อยาก เปนทหาร ก็ เอา เงิน มา เสีย ให้ หลวง โยธา เสีย ให้ อำแดง เอี่ยม นาย เปี่ยม คน ละ ชั่ง ห้า ตำลึง บ้าง คน ละ ชั่ง บ้าง คน ละ สิบ ห้า ตำลึง บ้าง พวก เลข ทั้ง ๒๐๐ คน เสศ ที่ ต้อง เสีย เงิน สินบล เสีย เงิน ค่า ราชการ ถึง สอง ถึง สาม ซ้ำ พวก เลข ก็ ต้อง เปน หนี้ เปนทาษ ผู้ มี ชื่อ หลาย สิบ คน คบ คิด กัน ฉ้อ ราษฎร์ บัง หลวง ให้ ไพร่ หลวง ได้ ความ ยาก แค้น ถึง ๒๐๐ คน เสศ หา เกบ เงิน ค่า ราช การ หลวง และ ศัก แปลง เลข เปน ไพร่ หลวง ไป ตาม ธรรมเนียม แล้ว ผล ประโยชน์ และ ราชการ แผ่น ดิน ก็ จะ จำเริญ ขึ้น ภา กัน ปิด บัง ตัว เลข ฉ้อ ราษฎร์ บัง หลวง หา สุจริต ต่อ แผ่นดิน ไม่ แจ้ง อยู่ ใน เรื่อง ราว ที่ ข้าพเจ้า ยื่น ต่อ ท่าน เจ้า พระยามหินทรศักดิ์ ธำรงค นั้น แล้ว ท่าน เจ้า พระยา มหินทรศักดิ์ ธำรงค ว่า แก่ ข้าพเจ้า ว่า ชอบ ใจ นัก นำ ความ มา ร้อง เหมือน หนึ่ง เปลื้อง ความ มัว หมอง ใน ท่าน เจ้า พระยา มหินทรศักดิ์ธำรงค ที่ บาง คน จะ เหน ไป ว่า ท่าน เข้า กับ คน ที่ มี ความ ผิด การ ที่ ไม่ ชำระ เพราะ ลง ใน สยาม ไสมย นั้น เพราะ ไม่ มี ตัว โจท ร้อง ครั้ง นี้ ข้าพเจ้า มา เปน โจท ขึ้น ต้อง เลือก คัด ตระลาการ ที่ ซื่อ ตรง ชำระ ให้ เปน ยุติธรรม จึ่ง จะ ได้ แล้ว ท่าน เซน สั่ง ให้ พระ สกาด สมุท เปน ตระลาการ ใน ทัน ใด นั้น ค่า เรื่อง ราว ท่าน ก็ จะ ออก เงิน ของ ท่าน ให้ เจ้า พนักงาน ผู้ รับ เรื่อง ราว เหน ข้าพเจ้า เหน ว่า ท่าน สุจริต ตั้ง อยู่ โดย ทาง ยุติธรรม เที่ยง ตรง จริง ข้า พเจ้า ได้ พึ่ง ถ้อย คำ ของ ท่าน เมื่อ เวลา ที่ ท่าน รับ เรื่อง ราว ของ ข้าพเจ้า นั้น หมาย ใจ เปน แน่ ว่า ตระ ลาการ คง จะ ไม่ บิด พลิ้ว ยัก เยื้อง ไป ได้ เพราะ ท่าน อธิบดี เอา ใจ ใส่ โดย มาก ยิ่ง กว่า ความ ทั้งปวง ขอ ท่าน เอไดเตอร โปรด สงเคราะ นำ ความ ทั้งนี้ ลง หนังสือ สยาม ไสมย ให้ ข้าพเจ้า ด้วย เทอญ ซะ
๏ ข้าพเจ้า ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ใน สยาม ไสมย ของ ท่าน เมื่อ วิก ก่อน หลาย เดือน แล้ว มี ความ ว่า พวก เลข เข้า ชื่อ กัน มา ร้อง ทุกข์ ขอ ให้ ท่าน ลง หนังสือ สยาม ไสมย ว่า หลวง โยธา บริบาล ตระลาการ ผู้ ชำระ เลข พระสุรินทรามาตย์ หลวง เทพ ราช แสนญา ซึ่ง เปน เลข นาย ตาย ตระลาการ ปิด บัง ตัว เลข ไว้ ไม่ ได้ สัก แปลง เปน ไพร่ หลวง คบ คิด กัน กับ เจ้า หมู่ ลง เอา เงิน กับ ตัว เลข และ เงิน ข้า ราชการ เปน อนาประ โยชน และ มี ความ ต่าง ๆ แจ้ง อยู่ ใน หนังสือ สยาม ไสมย ของ ท่าน ข้าพเจ้า นึก ติ เตียน ท่าน ว่า ไม่ ควร จะ เก็บ เอา มา ลง ใน สยาม ไสมย เพราะ เหน ว่า ถ้า จริง ดัง นั้น ควร จะ ต้อง ร้อง แก่ ท่าน อะธิบดี ก่อน ชรอย จะ เปน คน ที่ ไม่ ชอบ กัน กับ หลวง โยธาบริบาล แกล้ง หา ความ มา ประจาร ให้ ได้ ความ อาย บัดนี้ ข้าพเจ้า เหน ว่า นาย อ่วม นาย ยิ้ม เปน หลาน พระสุรินทรามาต หลวง เทพพราช แสนญา ที่ ควบ คุม พวก เลข ราย นี้ อยู่ แต่ ก่อน ทำ เรื่อง ราว มา ร้อง ต่อ ท่าน เจ้า พระ ยา มหินทรศักดิ์ ธำรงค ๆ สั่ง ให้ มี ตระลาการ ชำระ เรื่อง ราว ใจ ความ ใน เรื่อง ราว ก็ ตรง กัน กับ ความ ใน หนังสือ สยาม ไสมย เพราะ ดัง นั้น ข้าพเจ้า จึ่ง อไภย แก่ ท่าน ที่ ข้าพเจ้า ได้ ติเตียน ท่าน แต่ ก่อน โดย ความ เหน ของ ข้าพเจ้า คิด การ สั้น บัดนี้ ข้าพเจ้า ขอ สรรเสริญ ท่าน เปน อัน มาก ด้วย การ ทั้งปวง ที่ ท่าน รับ เหตุ ต่าง ๆ ของ ผู้ ที่ ให้ มา ลง สยาม ไสมย เปน ความ จริง ของ ผู้ ที่ กล่าว ทั้ง สิ้น สมควร แล้ว ที่ ท่าน เปน คน กลาง สำหรับ ที่ จะ เปิด เผย ความ ดี ความ ชั่ว ของ คน ทั้งปวง ให้ คน ทั้งปวง รู้ ทั่ว กัน ตั้ง แต่ นี้ ไป ข้า พเจ้า จะ ไม่ มี ความ สงไสย เลย ใน หนังสือ สยาม ไสมย ของ ท่าน ว่า เปน การ เท็จ ไม่ จริง เหตุ อัน ใด ที่ มี หนังสือ สยาม ใส่มย ข้าพเจ้า จะ ปลง ไจ เชื่อ ว่า เปน ความ จริง ทุก ประการ ขอ อำนาจ สิ่ง ซึ่ง เปน ประธาน ใหญ่ ใน โลกย จง บันดาล ให้ ท่าน และ สกูล ของ ท่าน รับ การ ลง พิมพ์ สยาม ใส่มย ให้ ยืน นาน ไป ชั่ว ฟ้า และ ดิน เพื่อ ผู้ ใด จะ เปน สตรู ทำลาย ล้าง ด้วย เหตุ ที่ จะ ให้ เปน อันตราย แก่ สยาม ใส่มย ของ ท่าน ผู้ เปน ประธาน ใน โลกย จง บันดาล ให้ ผู้นั้น วิบัติ ไป ต่าง ๆ เทอญ ฯะ
๏ คน สยาม ใน กรุง เทพ มัก กิน น้ำ แม่ น้ำ ตลอด ปี ใน ระดู แล้ง ตั้ง แต่ เดือน ยี่ จน น่า ฝน น้ำ ใน แม่ น้ำ เจ้า พระยา ตั้ง แต่ ปาก น้ำ ขึ้น ไป จน เกิน วัด เกรด เปน อัน มาก น้ำ ใน แม่ น้ำ มัก กร่อย ถ้า ไม่ ระวัง ขื่น กิน ไม่ ทัน รู้ ไม่ ทัน ระวัง มัก เสีย ท้อง บาง ที ลง ราก ลง แดง แล เปน โรค อื่น ต่าง ๆ คน ที่ มี พาหนะ กำลัง ควร จะ จัด ตัก น้ำ เก็บ รักษา ไว้ ให้ มาก ๆ แต่ ต้น เดือน ยี่ ให้ พอ สำหรับ จะ กิน น่า แล้ง คราว น้ำ กร่อย คราว น่า แล้ง ไม่ ควร จะ กิน น้ำ ใน คลอง แล คู เลก ๆ น้ำ นั้น ถึง ไม่ กร่อย มัก เปน น้ำ โสโครก มัก ให้ เกิด โรค ต้อง ทน เจบ ลำบาก เสีย ค่า หมอ ค่า หยุก ยา มาก เปล่า ๆ ข้าง ต้น เดือน ยี่ จง เก็บ น้ำ จืด น้ำ ไส รักษา ไว้ ให้ ดี พอ ใช้ กิน ตลอด ระดู แล้ง คราว น้ำ เค็ม น้ำ กร่อย นั้น ถ้า มิ ได้ เก็บ ไว้ ดัง นี้ แล้ว เมื่อ น้ำ กร่อย แล้ว ต้อง มะนะ เอา น้ำ จืด น้ำ ไสย แค่ เหนือ เกรด มา กิน เถิด จึ่ง จะ พ้น โรค ร้าย หลาย อย่าง ได้ ฯะ
ณวัน เสาร เดือน อ้าย แรม สี่ ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๔ เป็นซ
เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๔ เป็นซ กับ สาม อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๕๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ เมือง ไกโร วัน จันทร เดือน อ้าย ขึ้น สี่ ค่ำ กอง ทัพ แขก มะดี ขาด เสบียง อาหาร ใจ คน ไม่ สมัค แล ความ ไข้ ชุม ๕๐๐๐ คน อ่อน น้อม เปน เชลย ของ เยนิรัล คอด้น ทัพ อังกฤษ นั้น จะ กลับทาง เมือง ซุอะกิม
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน อ้าย ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ การ วุ่นวาย ขัด ข้อง ที่ เมือง บลุอะนะแลนด จัด สงบ ดี แล้ว ๚ะ
๏ มิสเตอ อินนิกนก กงซุล เบอลเยียน ได้ ข่าว โทร เลข แต่ เมือง ฮ่องกง ขอ หนังสือ จดหมายเหตุ ซเครศ ไตมซ์ ลง พิมพ ว่า กำปั่น เบอลเยียน ชื่อ อิลิซาเบท เล่า หัก ลอย กลาง ทเล เคียง ที่ ตื้น ที่ เรียก ว่า แมก เอลซฟิลด แบนก จึง ขอ ให้ กำปั่น ไฟ อัน เดิน ทาง เทล ไป เมือง ฮ่องกง คอย ระวัง ดู การ ให้ เลอียด ๚ะ
๏ กรุง ปาริศ วัน สุกร เดือน อ้าย ขึ้น สิบ ค่ำ พวก ปฤกษา ราชการ คือ แจมเบอ ออฟเดปุติ มยอริตี่ ใหญ่ ได้ โวต ให้ เบิก เงิน สำหรับ ประเทศ ตอนกวิน ถึง ๔๓ ๐๐๐ ๐๐๐ แฟรนก เงิน ฝรั่งเสศ สาม แฟรนก เปน บาท ๚ะ
๏ มิศ เฟรี่ บอก ความ ว่า พวก ฝรั่งเสศ จะ เอาเกาะ ฟอโมซะ ไว้ เปน นิจ ถ้า พวก จีน ไม่ ใช้ เงิน อินเดม นิตี เงิน ทำ ขวัญ เช่น ฝรั่งเสศ หา นั้น ๚ะ
๏ กรุง ปาริศ วัน เสาร เดือน อ้าย ขึ้น สิบ สอง ค่ำ พวก แจมเบอ ออฟ เดปุติ ได้ ตั้ง ข้อ ว่า ความ ที่ ว่า ไว้ ใน หนังสือ สัญญา ที่ ทำ ที่ เมือง เตียนตซิน จะ ต้อง ให้ จีน ทำ ให้ ได้ แล แจ้ง ความ ว่า ไว้ใจ ใน คอเวินแมนต ๚ะ
๏ ฮ่องกง มี ความ แจ้ง ออก เปน ทาง ราชการ ว่า ที่ ลบ ชื่อ ใน หนังสือ มิโมแรนดัม ฟูนิเออร์ ที่ ทำ ณวัน จันทร เดือน สี่ แรม หก ค่ำ มิศเตอ ฟูนิเออร์ ได้ ทำ เอง ต่อ หน้า พวก พนักงาน จีน ใน คราว นั้น เอง ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน อ้าย ขึ้น สิบห้า ค่ำ ท่าน เสนา บดี ผู้ใหญ่ อังคริษ คือ ปรี่ไมเออร์ ได้ นำ บิล จัด ลำดับ ใหม่ พวก ปฤกษา ราชการ บ้าน เมือง นั้น ๚ะ
๏ เมือง นุยอม เประไซ เดนต ยุไนเตด ซเตศ นั้น ท่าน แหน ดี่ แล ช่วย เงิน ตรา ไป พลาง ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน อ้าย แรม ค่ำ หนึ่ง ท่าน เสนา บดี ผู้ ใหญ่ ผู้ ว่า การ ข้าง ชา ทเล ได้ กล่าว คำ ถึง กำปั่น รบ เมื่อ แจ้ง ความ ว่า เปน ที่ หมาย แล้ว จะ สร้าง กำปั่น หุ้ม เหลก สี่ ลำ กำปั่น รบ แรม สอง ลำ กำปั่น ครูเซอ สิบห้า ลำ แล เรือ ตอรปี่ โด สาม สิบ ลำ ๚ะ
๏ เมือง นุยอก ได้ นำ บิล ใน เซเนต จะ ให้ งด ไม่ ใช้ เงิน ตรา ไป พลาง ๚ะ
๏ เมือง ไกโร ได้ ข่าว แต่ ท่าน มุดิร เจ้า เมือง ดอน ไกละ ว่า แขก มะดี ถึง แก่ กรรม แล้ว ๚ะ
๏ แปล ออก จาก หนังสือ พิมพ์ จดหมายเหตุ เมือง ฮอง กอง ซึ่ง ตี พิมพ์ ออก ทุก วัน ลง พิมพ์ ณวัน อังคาร เดือน เม วัน ที่ ๑๓ คริศต ศักราช ๑๘๗๔ แผ่น ที่ มี่ นำ เบอ ๘๒๓๔ น่า ที่ ๔ ตรง กัน กับ วัน อังคาร เดือน หก แรม สี่ ค่ำ ปี วอก ฉศก ๑๒๔๖ ๚ะ
๏ ว่า ด้วย อิโมเช่อน ใน สัตว ดิรัจฉาน ความ รู้ สึก เสวย ศุข แล ทุกข แล เพิก เฉย อยู่ ไม่ ศุข ไม่ ทุกข ไทย เรียก เวทนา ฯ ทั้งสาม คือ ศุข เวทนา ทุกข เวทนา อุเบกขา เวทนา นี้ อังคริษ เรียก ว่า อีโม ช่อน การ หัว เราะ ของ มนุษ นั้น นักปราช ทั้งหลาย ต้อง ควร จะ สำแดง ให้ เหน ปรากฎ ว่า เปน สำหรับ วิไสย ธรรมดา มี ลักษณ อยู่ สอง ประการ ที่ หนึ่ง คือ การ ปรากฎ ที่ หน้า ฤๅ เปล่ง เสียง ออก แล เปลี่ยน เสียง ฤๅ เส้น เอ็น อัน อื่น ปรากฎ ที่ สอง อิโมเช่อน ฤๅ ความ คิด เกิด ขึ้น ให้ หัวเราะ สัตว ดิรัจฉาน ตัว หนึ่ง ตัว ใด ก็ มี ลักษณ เหล่า นี้ ทั้งสอง ประการ ลิง หลาย ชนิด ใน ทวีป อัฟริกะ น่า ตา แม้น เหมือน ใกล้ กับ มนุษ ที เดียว มี สี่ เท้า มี สาม เท้า บ้าง สูง ฯ เรียก ว่า พวก ลิง ชิมแปนซี ฯ เหล่า นี้ เขา ว่า มัน รู้ จัก ยิ้ม ลิง ชนิด หนึ่ง เรียก ว่า ลิง ติกตี ยิ้ม เปน การ เล่น สนุกนิ์ สุนัข นั้น ยิ้ม ก็ ได้ แสยะ แยก เขี้ยว ทำ ปาก แห้ ก็ ได้ ใน เวลา เมื่อ มัน รัก แล ชอบ ใจ ฤๅ ทำ แยบ คาย แล สำ แดง ความ ฉลาด สุนัข มัน สำแดง การ หัวเราะ ต่าง ฯ มัน หมาย ให้ เหน ชัด ใน ระหว่าง หัวเราะ นั้น ซึ่ง เปน การ สนุกนิ์ ดี แล เปน การ เยาะ เย้ย ด้วย ความ ขัด เคือง มัน มี อาการ เข้า ใจ ได้ ที่ จะ หัวเราะ เยาะ เย้ย แต่ ว่า มัน มิ ได้ ทำ ให้ มนุษ หัวเราะ บ่อย ดอก แล ถ้า มัน กลัว ฤๅ อาย มัน มี น่า ตา แดง ซึ่ง นิ่ง อยู่ ที่ เดียว ชาว เมือง โรม ทั้งหลาย บอก แก่ เรา ว่า สุนัข ไล่ เนื้อ เรียก ว่า สะไก ชนิด หนึ่ง ลวง ให้ เจ้า ของ ฯ มัน สนุกนิ์ ใจ แล เตือน ใจ ให้ เจ้า ของ หัวเราะ ด้วย เล่ห์ กล อย่าง หนึ่ง อย่าง ใด ที่ มัน ได้ หัด ตัว มัน ทำ เอง แล ถ้า มัน เหน ว่า ที่ มัน กระทำ ความ เพียร ให้ หัว เราะ นั้น ไม่ เปน ประโยชน์ แล้ว มัน ก็ หย่อน ลง ทำ น่า ตึง เปน ที่ โกรธ ๚ะ
๏ คน ชาว ป่า ผิว แดง ผู้ หนึ่ง ได้ แสดง สำคัญ ทุก ฯ อย่าง ที่ สัตว ชอบ ใจ แล สบาย ใจ ให้ คน ทั้งหลาย รู้ แจ้ง ที่ ส่วน ต่าง ฯ ใน เมือง ลอนดอน อัน เจรจา ชี้ แจง กัน ด้วย เหตุ ผล ของ สัตว ดิรัจฉาน ทั้งหลาย ใน เวลา ที่ มัน เล่น สนุกก์ ตาม ความ คุ้น เคย ให้ คน หัว เราะ นั้น มิศเตอ วุด ได้ จด จำ ลักษณ ของ กา เชื่อง ตัว หนึ่ง ซึ่ง มี ความ สนุกก์ ใจ ใน การ เล่น ของ พวก เด็ก ทำ กิริยา เหมือน กบ กระโดด แล แก ทำ กิริยา ฉัน ใด ก็ ทำ กิริยา ฉัน นั้น นก แก้ว นั้น ร้อง หัวเราะ สนุกก์ มัน หัวเราะ ด้วย ความ สนุกก์ ฝึก หัด ด้วย ตัว มัน เอง คน ฝรั่ง ผิว ขาว ผู้ หนึ่ง ชาว เมือง เสลโมนี่ พูด ด้วย ความ เตม ใจ โดย จริง ว่า ถึง การ หัวเราะ ของ นก หัวขวาน ที่ เจาะ ไม้ นั้น แล เขา ว่า นก แมฆ ไป เปน สัตว รัก ของ เด็ก ชื่อ เซกซี่ หัวเราะ ดัง นัก แล มี ความ ยินดี นัก เปน ธรรมดา ของ มัน ไม่ มี ใคร ช่วย เล่น ใน การ หัวเราะ นั้น ( นก แมฆไป เปน ญาติ์ วงษ กัน กับ นก กา ) ๚ะ
๏ มี หลาย เรื่อง ว่า ด้วย นก สวะอลโล ( ลาง คน ว่า นก นาง แอ่น ) นก สวะอลโล หลาย ตัว มี ความ สนุกก์ มา เล่น กับ แมว ตัว หนึ่ง เมื่อ ศัตรู แมว นั้น ไม่ อาจ จะ ตะครุบ จับ ตัว พวก มัน ได้ ดู เหมือน นก ทุก ๆ ตัว ตั้ง เสียง หัวเราะ ขึ้น มัน ร้อง หัวเราะ เหมือน กับ ลูก เด็ก หัวเราะ สิ่ง ใด ๆ สุนัข ขน แดง เรียก ว่า ไฮอีนา ชนิด หนึ่ง เขา ฟัง เสียง ร้อง ของ มัน ว่า เปน สุนัข ไฮอีนา หัวเราะ แล ใน เกาะ ออศแตรเลีย มี นก ปากเบี้ยว ชนิด หนึ่ง เรียก ว่า กิง พีชเชอ คือ พระยา นก กิน ปลา คน ทั้งหลาย เรียก ดัง นั้น เพราะ มี เหตุ ผล คล้าย กับ ลา ตัว ผู้ หัวเราะ นก นั้น หัวเราะ ดัง เต็ม กำลัง เปน เสียง หยาบ ( เรื่อง นี้ วิก น่า ยัง มี ต่อ ไป อีก ) ๚ะ
๏ ตำรา ใช้ หัว นี้ ต่อ กับ แผ่น ๑๖ น่า ๓๓๘ ๚ะ
๏ ยัง เรื่อง หนึ่ง เล่า รูป ไข้ น้ำ วัว นั้น อะไร อย่าง ลาง ที่ ลาง บาง ก็ สุก เสมอ กับ หนัง แล้ว ๆ กลับ ให้ ฟก สัก เท่า หัว หิด เสมือน สิว นี้ นั้น มัน เปน ต้น อยุด ก็ อยุด โรคา นี้ ยัง แล ว่า กลาง แล ริม หนัง นั้น ก็ เต็ม ไป ด้วย หนอง ถ้า แล ว่า บน หนัง เนิน ทั้งเภ ยัง แล เจด วัน แปด วัน ซา มัน แล้ว หนัง นั้น เปน แขง ใน ขณะ นั้น ต้อง ลำบาก สัก น้อย แผล ดำ ก็ กลับ ให้ คร่ำ ตัว ตัว ก็ ร้อน สัก น้อย เหมือน กับ ไข้ แต่ ว่า ที่ ให้ รักแร้ ยัง เหมือน จะ ฟก ถ้า มัน ว่า อยุด ร้อน ตัว แล้ว ยัง แตก เปน เหมือน อย่าง ไข้ เอง แล้ว แห้ง แขง เปรียบ เหมือน เจีย หนัง ไอ นั้น แขง อยู่ ดอก พัน ถูก พรอย ผง ๆ ข้าง บน ถ้า รู้ ว่า ยัง อย่าง เรื่อง ไม่ สู้ ดี ที่ เปน ใช้ ฝี น้ำ วัว ถูก ที่ ซก แห่ง ฝีตาย หนัก ที่ หนึ่ง ยัง เลือด หา กัน ความ เจ็บ นี้ ยัง แล ยา ตรง และ หมอ แสวง หา เพราะ อย่าง นั้น น แล จึ่ง เรา ช่วย ให้ ปล่อย กัน ลาง ที่ หนัก ใน ความ ใช้ ฝี น้ำ วัว นี้ ยัง ที่ ตรง แห่ง คน ทั้งปวง มี อยู่ ทุก ๆ คน เชื่อ แล เรา อย่า ให้ แช เชือน เปน อย่าง ๆ ไว้ ให้ เหมือน แต่ ก่อน แล้ว แต่ หนัก แล เบา อย่าง ไร ก็ อยู่ ใน หนัก เรา ทุก สิ่ง ยัง ที่ รูป มนุษ โชตา นี้ ยัง อยู่ ที่ ใน เรือน ใคร ที่ ยัง ไม่ ปลูก ใช้ หัว มา เรา จะ ปลูก ให้ ยัง ความ คิก อยู่ สดง อย่าง อย่า ให้ ผา ขึ้น ใน ตัว แห่ง มนุษ ซึ่ง ใช้ หัว นั้น ติก ง่าย คลุก สี่ ยี่ เอา จน แตก เขา เปน สาม อย่าง เอา ละ อย่าง ละ อย่าง ที่ ปลูก แล้ว ใช้ ฝี วัว นั้น เอา มา เปรียบ กัน กับ หมอ ที่ ปลูก ใช้ ต่าง ปลูก ใช้ หัว นั้น ปลูก วัน หนึ่ง ไป จน ถึง เจ็ด วัน แปด วัน แล เปน นาน นั้น ได้ แล ชื่อ ให้ เหน กัน ยัง เล่า สิบ ห้า วัน ได้ เอา มา ชี้ กัน ทั้ง สี่ อย่าง เอา แล้ว มา อวด กัน เปรียบ เหมือน กัน กับ อวด อวด ทุก คน เพราะ ใช้ ฝี วัว ท่าน ทั้งหลาย ต้อง ตาม ทุก สิ่ง ใน ที่ ว่า มา นี้ มี อยู่ ทุก สิ่ง ทุก อัน ใน ว่า มา นี้ ใน หนังสือ เรา ชื่อ ว่า ว่า เล่ม ตวัน ไม่ ลุบ เปน ธุระ ทำ ที่ ใน โรง ประชุม ที่ เมือง มา ลากา ขะ
๏ มา วัน นี้ จึ่ง ให้ ท่าน หง แปล เปน คำ ไทย ที่ ใน เมือง เกาะหมาก เปน ตำรา ใน เรื่อง ปลูก ใช้ หัว บอก คน ทั้งปวง ให้ รู้ เมื่อ จุลศักราช ๑๒๐๖ ปี เาะ
๏ คือ ว่า ถ้า พระเจ้า สั่ง ให้ มนุษ ทำ การ สิ่ง ใด ฤๅ ห้าม มิ ให้ มนุษกระทำ สิ่ง ใด แล มนุษ ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ขืน ไม่ ทำ การ ซึ่ง พระเจ้า สั่ง ฤๅ ขืน ไม่ เว้น การ ซึ่ง พระเจ้า ห้าม นั้น คน ที่ ไม่ ทำ ซึ่ง ตาม สั่ง นั้น ที่ ไม่ เว้น ซึ่ง ห้าม นั้น ครั้ง ใด คน นั้น ได้ กระทำ การ บาป ทุก ครั้ง นั้น แล ๚ะ ๒ สัตว ดิรัจฉาน ทำ การ บาป ไม่ ได้ เพราะ มัน ไม่รู้ ควร ไม่ ควร มัน ไม่ รู้ งาม ไม่ งาม มัน ไม่ รู้ ดี แล ชั่ว มัน ไม่ รู้ ถึง พระเจ้า ได้ จึ่ง ว่า สัตว ดิรัจฉาน ทำ การ บาป ไม่ เปน เลย การ ที่ มัน ทำ จะ จัด ว่า เปน การ บาป เปน การ ดี ไม่ ได้ ด้วย ๚ะ
๏ ว่า ด้วย พระเจ้า ๚ะ
๏ ๑ มี พระเจ้า จำเพาะ องค์ เดียว ผู้ ทรง ชีวิตร อยู่ แล เปน พระเจ้า แท้ จริง ทั้ง พระ องค์ ทั้ง พระ ลักษณ เปน อัน สำเร็จ เปน วิญาณ เลอียด บริสุทธิ์ อัน มะนุษ เหน ไม่ ได้ ไม่ มี รูป กาย ไม่ มี ภาค ไม่ มี เจตนา กำเริบ กล้า เกิน ระงับ คง อยู่ ไม่ เปลี่ยน แผ่ ออก ทั่ว อยู่ เปน นิจ ใน กาล ทุก เมื่อ ใน อะดีต ใน ปัจุบัน ใน อะนาคต ด้วย ปัญญา มนุษ รู้ ไป ไม่ ตะลอด ทรง สรรพวิทธิ ทรง สรรพ รู้ เปน อัน บริสุทธิ์ หมด จด ทรง ทำ ได้ แล้ว แต่ ชอบ พระไทย ไม่ มี ใคร กีด ขัด ขวาง ได้ ทรง ทำ สรรพ สิ่ง ตาม ชอบ พระ ไทย พระองค์ เอง อัน ยัก เยื้อง ไม่ ได้ แล เปน อัน ยุติธรรม ให้ เปน พระ รัศมี แก่ พระองค์ พระเจ้า องค์ นี้ มี พระไทย ทรง รัก ทรง พระ กรุณา อด ทน นาน ทรง ความ ดี แล ความ จริง เปน อัน อุดม บริบูรณ แล โปรด ยก โทษ ยก ผิด ยก บาป ของ มนุษ โปรด ปูน บำ เหน่า ให้ แก่ ผู้ ที่ เพียร แสวง หา พระองค์ พระ องค์ ทรง ยุติธรรม แล ทรง พระ ราช อาญา สึก ซึ้ง เกลียด การ บาป แล จะ ไม่ ปล่อย คน อัน ทำ ชั่ว มี โทษ ให้ พ้น เลย ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง
คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลีง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา นี้
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึ๋ง
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๔๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เชี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๗๐ บาท
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก
AYER'S CHERRY PECTORAL.
๏ ๓ ยา คือ เอเออร์ เจรริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ฝี ใน อก ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดี๋ยว ให้ กิน ๕ หยด สอง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะดูก ตัว หนาว ฤา แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ ปิลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด