
| เล่ม ๓ แผ่น ๑๙ วัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น แปด ค่ำ ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๖ |
๏ โยฮัน ตอบ ว่า ไม่ ดอก ข้า หา เหน ว่า ท่าน เปน คน เช่น นั้น ที เดียว ไม่ แต่ ข้า เหน ว่า ถ้า ท่าน พิจารณา ให้ ละเอียด ลง ไป ก็ เหน ว่า ตัว ท่าน ได้ ประพฤติ์ คล้าย ๆ กัน กับ คน ที่ กล่าว มา นั้น บ้าง ดอก กระมัง ข้า จะ ถาม ท่าน สัก คำ หนึ่ง ว่า ท่าน กิน เนื้อ กิน ปลา บ้าง ฤา ไม่ ๚ะ
๏ บัณฑิต ตอบ ว่า เออ ข้า เคย ได้ กิน อยู่ บ่อย ๆ ๚ะ
๏ โยฮัน ถาม ว่า แล เมื่อ ท่าน ไป ซื้อ ปลา ๆ นั้น ก็ ยัง เปน อยู่ ใน เข่ง ครั้น ซื้อ แล้ว เจ้า ของ จึง ถาม ว่า จะ ให้ เรา ทุบ ตาย ฤา เมื่อ เขา ถาม ดัง นั้น ท่าน ได้ บอก เขา อย่างไร ท่าน ตอบ เขา ว่า ทุบ ให้ ตาย เถิด ไม่ ใช่ ฤา ๚ะ
๏ บัณฑิต ตอบ ว่า ข้า หา ได้ ตอบ ดัง นั้น ไม่ ถ้า เจ้า ของ ปลา ไม่ ทำ ให้ ปลา นั้น ตาย ก่อน แล้ว ข้า ก็ ไม่ ซื้อ ต่อ เจ้า ปลา ทำ ให้ มัน ตาย อยู่ ก่อน แล้ว ข้า จึง ซื้อ แล้ว ก็ หา ได้ บังคับ สั่ง ให้ เจ้า ของ ปลา ทำ ให้ ตาย ไม่ เพราะ เหตุ ดัง นั้น ข้า จึง พิจารณา เหน ว่า โทษ นั้น มิ ได้ ติด อยู่ แก่ ตัว ข้า ๚ะ
๏ โยฮัน ตอบ ว่า ท่าน อย่า ได้ กล่าว ดัง นั้น ท่าน ก็ ได้ รับ คำ กับ เรา อยู่ แล้ว ว่า นาย ผู้ ใด ที่ ใช้ ให้ บ่าว ไป ลัก ทรัพย เขา มา ได้ ตัว นาย ผู้ นั้น ก็ เปน โทษ เหมือน ตัว ลัก เอง แล คำ ที่ ท่าน กล่าว ดัง นี้ เรา ก็ เหน ว่า ถูก ด้วย แล้ว อนึ่ง ท่าน ไม่ พิจารณา เหน ฤา เมื่อ ท่าน ไป ซื้อ เอง ก็ ดี ฤา ให้ คน ใช้ ไป ซื้อ ก็ ดี เจ้า ปลา นั้น จึง ทำ ให้ ตาย ถ้า ไม่ มี ผู้ ซื้อ แล้ว ก็ ไม่ มี ผู้ จับ ปลา มา ทำ ให้ ตาย ย่อม มี ผู้ ซื้อ จึง มี ผู้ ฆ่า เพราะ เหตุ อย่าง นี้ เรา จึง พิจารณา เหน ว่า เมื่อ ท่าน ไป ซื้อ ปลา ก็ ดี ฤา ให้ ผู้ อื่น ไป ซื้อ ก็ ดี ก็ เปรียบ เหมือน กับ นาย สั่ง บ่าว ให้ ไป ลัก ทรัพย เขา เหมือน กัน ด้วย ว่า นาย นั้น ไม่ อาจ ลัก ทรัพย เขา ด้วย ตน เอง จึง ให้ บ่าว ลัก แทน ตน ฝ่าย ตัว ท่าน เล่า ก็ เหมือน กัน ท่าน ไม่ อาจ ฆ่า ปลา เอง จึง ใช้ ให้ คน อื่น ไป ซื้อ แต่ ใน ใจ ท่าน หมาย ว่า เจ้า ของ ปลา เขา ฆ่า แทน ตัว ท่าน แล้ว ฝ่าย ตัว ท่าน เล่า เปรียบ เหมือน จ้าง เจก ให้ ฆ่า สัตว แทน ตัว ท่าน เหมือน กัน เพราะ เหตุ ดัง นี้ ถ้า ฆ่า สัตว เปน บาป แล้ว โทษ นั้น ก็ คง อยู่ กับ ท่าน ส่วน หนึ่ง ตัว ท่าน ก็ เหมือน ยุ เจก แล จ้าง เจก ให้ ฆ่า สัตว เหมือน กัน เรา จึง พิจารณา เหน ว่า ตัว ท่าน มี โทษ ด้วย ๚ะ
๏ บัณฑิต ตอบ ว่า ใน ข้อ ความ ที่ ท่าน ว่า มา นี้ ข้า ยัง หา เข้า ใจ แท้ ไม่ ขอ ให้ ท่าน อธิบาย ความ ให้ ข้า เข้า ใจ ชัด ก่อน ๚ะ
๏ โยฮัน จึง ว่า ข้า อธิบาย ให้ เหน ความ ชัด ก็ ได้ จะ มี เนื้อ ความ เปรียบ ฉัน ใด อุปะไม เหมือน อย่าง ตัว ข้า นี้ มี ใจ โกรธ พยา บาท แก่ เพื่อน บ้าน คิด ให้ ร้าย เขา ใน ใจ นั้น อยาก จะ ฆ่า ให้ เขา ตาย แต่ ทว่า ตัว ข้า หา อาจ ฆ่า เอง ได้ ไม่ แล้ว ข้า ก็ คิด อุบาย ชัก ชวน คน อื่น มา บ้าน ของ ข้า แล้ว ข้า ให้ ผู้ นั้น กิน สุรา เมา ให้ ใจ กล้า หา กลัว อัน ใด ไม่ แล้ว เรา เอา เงิน ให้ แก่ ผู้ นั้น สัก ร้อย บาท ว่า ท่าน จง ไปฆ่า ผู้ นั้น เสีย เถิด เขา ก็ รับ ไป ฆ่า ผู้ นั้น เสีย ได้ ตาม ความ ปราถนา เรา สั่ง นั้น ถาม ว่า ความ ข้อ นี้ ท่าน จะ พิจารณา เหน ว่า โทษ ที่ ฆ่า นั้น จะ อยู่ แก่ ผู้ ใด จะ อยู่ แก่ ผู้ ที่ รับ จ้าง ลง มือ ฆ่า นั้น หมด ฤา ๆ จะ อยู่ แก่ ตัว ข้า ผู้ เปน คน บังคับ ให้ ไป ฆ่า บ้าง แต่ ข้า พิเคราะห์ ดู เหน ว่า ตัว ข้า ผู้ บังคับ นี้ จะ มี โทษ มาก กว่า คน ผู้ ที่ ไป ฆ่า นั้น อีก เหตุ ใด เหตุ ว่า ข้า มี ใจ โกรธ แต่ ผู้ ฆ่า หา มี ใจ โกรธ ไม่ เปน แต่ เห นกับ เงิน ค่า จ้าง เท่านั้น จึง ไป ฆ่า แต่ ตัว เรา มี ใจ คิด ทำร้าย เขา ฝ่าย ผู้ ที่ ฆ่า นั้น หา มี จิตร คิด ดัง นั้น ไม่ อนึ่ง เรา ทำให้ เขา เมา แล้วๆ เรา จึง จ้าง ให้ เขา ไป ทำการ ชั่ว เพราะ เหตุ อย่าง นี้ ข้า จึง พิจารณา เหน ว่า โทษ นั้น อยู่ กับ ตัว ข้า มาก กว่า คน ผู้ ที่ ไป ฆ่า นั้น อีก เปรียบ เหมือน ท่าน ไป ซื้อ เนื้อ สัตว ท่าน ก็ ทำ อาการ เหมือน กับ จ้าง ให้ เขา ฆ่า สัตว เหมือน กัน เหตุ ว่า ถ้า ไม่มี ผู้ ซื้อ เนื้อ นั้น แล้ว ก็ หา มี ผู้ ขาย ไม่ ถ้า ไม่ มี ผู้ ขาย แล้ว ก็ หา มี ผู้ ฆ่า ไม่ เหมือน กัน ข้อ ความ ที่ ข้า กล่าว มา นี้ ท่าน เหน ด้วย ฤา ไม่ ๚ ะ
๏ บัณฑิต ตอบ ว่า ท่าน จง ว่า ไป เถิด ๚ ะ
๏ โย ฮัน จึง กล่าว ว่า ใน หนังสือ พระ เยซู มี คำ สุภาษิต กล่าว ไว้ ดัง นี้ ว่า ผู้ ใด จะ คิด อย่าง ไร ก็ เปน ไป อย่าง นั้น คือ อธิบาย ว่า ถ้า ผู้ ใด จะ คิด ปราถ นา จะ ฆ่า คน ก็ จัด ได้ ชื่อ ว่า ผู้ นั้น เปน คน ฆ่า คน ถ้า ผู้ ใด คิด ปราถ นา จะ ลัก ทรัพย ของ ผู้ อื่น ก็ จัด ได้ ชื่อ ว่า ผู้ นั้น เปน โจร ฝ่าย ข้า เล่า ถ้า แม้น ข้า มี ใจ ปราถ นา จะ ลัก ทรัพย ของ เพื่อน บ้าน ถึง ข้า ยัง มิ ได้ ลัก เปน แต่ นึก ก็ จัด ได้ ชื่อ ว่า เป นขะ โมย เหมือน กัน เพราะ พระเจ้า ผู้ ทรง เหน ใน ใจ ข้า นั้น ท่าน ก็ จัด ชื่อ ข้า ไว้ ตาม ที่ ข้า มี ใจ ปราถ นา นั้น อนึ่ง ถ้า บุคคล ผู้ ใด มี ใจ กำหนัด ใน ภรรยา ท่าน ผู้ อื่น ถึง จะ ยัง มิ ได้ ร่วม ปะ เวณี ด้วย ภรรยา ท่าน ก็ ดี ผู้ นั้น ก็ จัด ได้ ชื่อ ว่า เปน คน ล่วง ประเวณี ด้วย ภรรยา ท่าน อนึ่ง ถ้า ผู้ ใด ปราถ นา จะ ให้ ผู้ อื่น ไป ฆ่า เพื่อน บ้าน ของ ตน ผู้ นั้น ก็ จัด ได้ ชื่อ ว่า เปน คน ฆ่า คน เหมือน กัน ข้อ ความ ดัง กล่าว มา นี้ เปรียบ เหมือน กับ ความ ที่ กล่าว ไว้ ว่า ผู้ ใด ปราถ นา จะ ให้ ผู้ อื่น ฆ่า สัตว ตัว ใด ตัว หนึ่ง ก็ ดี ผู้ นั้น ก็ จัด ได้ ชื่อ ว่า เปน คน ฆ่า สัตว ๚ ะ
๏ ฝ่าย ท่าน เล่า ถ้า แม้น จะ ซื้อ เนื้อ สัตว ก็ ดี ฤา กิน เนื้อ สัตว ก็ ดี เรา ก็ เข้าใจ ว่า ท่าน มี ใจ ปราถ นา อยาก จะ ให้ คน อื่น ฆ่า สัตว นั้น อนึ่ง ถ้า ท่าน จะ ให้ เรา พูด ตาม จริง นั้น ข้า เห นว่า ถ้า คน ทั้ง ปวง เขา จะ ไม่ ฆ่า สัตว อีก แล้ว ท่าน ก็ จะ หาส บาย ใจ ไม่ ด้วย ท่าน อยาก จะ กิน เนื้อ สัตว ครั้น จะ สั่ง ให้ เขา ฆ่า เล่า ก็ บังเกิด ความ ละอาย แต่ ใน ใจ นั้น อยาก จะ ให้ เขา ฆ่า แล ข้อความ ที่ ข้า เหน ดัง กล่า มา นี้ ท่าน เหน จริง ด้วย ฤา ไม่ ๚ ะ
๏ บัณฑิต ตอบ ว่า ท่าน จง ว่า เถิด ๚ ะ
๏ โย ฮัน จึง กล่าว ไป ว่า เวลา วัน หนึ่ง ข้า ได้ สั่ง สนทนา กับ พระ สงฆ์ คน หนึ่ง ฝ่าย พระ สงฆ์ คน นั้น เล่า ก็ ห้าม ปราม เรา นัก ว่า อย่า ฆ่า สัตว เลย เป นบาป ข้า จึง ย้อน ถาม ท่าน ดังนี้ ว่า ท่าน ได้ เคย กิน เนื้อ หมู เปดไก่ บ้าง ฤๅ ไม่ พระสงฆ์ ท่าน นั้น ตอบ เรา ว่า ข้า เคย กิน อยู่ บ่อย ๆ แล้ว ข้า จึ่ง ถาม ท่าน ต่อ ไป อีก ว่า เมื่อ ท่าน เหน คน ที่ ถือ ภาชนะที่ ใส่ ของ กิน ต่าง ๆ มี หมู เปด ไก่ เปน ต้น เดิน เข้า มา ใน วัด ท่าน มี จิตร ยินดี ด้วย ฤๅ ไม่ เมื่อ ข้า ถาม ท่าน ดั่ง นี้ ท่าน ก็ นิ่ง ยิ้ม ๆ อยู่ หา ได้ ตอบ ประการ ใด ไม่ แล้ว ข้า จึ่ง ถาม ท่าน ต่อ ไป อีก ว่า เมื่อ ผู้ ถือ หมู เปด ไก่ เดิน เข้า มา ใน วัด นั้น ท่าน ได้ ห้าม ปราม เขา บ้าง ฤๅ ไม่ ท่าน ก็ ตอบ ว่า เรา หา ได้ ห้าม ปราม ไม่ แล้ว ข้า จึ่ง ว่า ถ้า ท่าน ทำ เช่น นั้น แล้ว ข้า ก็ เข้า ใจ ว่า บาป โทษ ที่ เขา ฆ่า สัตว เหล่า นั้น ก็ คง อยู่ แก่ ท่าน ส่วน หนึ่ง เปน แท้ ถ้า แม้น ถือ จริง ๆ ว่า ฆ่า สัตว เปน บาป แล้ว ก็ ควร ที่ ท่าน จะ กระทำ ดั่ง นี้ คือ เมื่อ มี คน ถือ เนื้อ สัตว ต่าง ๆ เข้า มา ถวาย ท่าน ใน วัด ท่าน ก็ อย่า พึง รับ แล้ว ให้ ท่าน สั่ง เขา ว่า ต้ม แกง เนื้อ สัตว ของ เหล่า นี้ เอา กลับ ไป เสีย เถิด เรา ไม่ ฉัน ไม่ กิน แล้ว ควร จะ สั่ง สอน ว่า อย่า ฆ่า สัตว เลย บาป นัก ถ้า แม้น เรา จะ กิน เนื้อ แล้ว เรา ก็ บาป ด้วย เปรียบ เหมือน เรา เปน ใจ ด้วย ผู้ ฆ่า สัตว นั้น ตั้ง แต่ นี้ ไป ท่าน อย่า ได้ เอา เนื้อ สัตว มา ให้ เรา ฉัน เลย ถึง เรา อด ตาย เรา ก็ หา กิน ไม่ ตาย เสีย ดี กว่า ทำ บาป แล้ว ข้า เหน ว่า ตัว ท่าน กับ พระสงฆ์ ทั้งปวง ควร จะ ห้าม ปราม คน ทั้งหลาย ดั่ง เรา กล่าว นี้ จึ่ง จะ ควร ถ้า ท่าน ไม่ ห้าม ดั่ง นี้ คน ทั้งปวง เขา ก็ เข้า ใจ ว่า ท่าน ปราถนา จะ ให้ คน อื่น ทำ บาป ชะ
๏ บัณฑิต ถาม ว่า เมื่อ ท่าน ได้ พูดจา ดั่ง นี้ พระสงฆ์ นั้น ได้ ตอบ กับ ท่าน อย่าง ไร บ้าง ชะ
๏ โยฮัน ตอบ ว่า ท่าน ก็ หา ตอบ ประการ ใด ไม่ แล้ว ท่าน ก็ กลับ ไป วัด แต่ เดี๋ยว นี้ ข้า ปราถนา อยาก จะ ถาม ท่าน อีก สัก คำ หนึ่ง ว่า ยัง มี คน สอง คน แต่ คน หนึ่ง นั้น เปน โจร คน หนึ่ง นั้น หา ได้ เปน โจร ไม่ คน ที่ ไม่ เปน โจร นั้น ได้ รับ ฝาก ของ ที่ ขะโมย ลัก เอา มา แล้ว แล เกบ ซ่อน ไว้ อนึ่ง คน ที่ ได้ ไป ซื้อ เนื้อ สัตว ที่ ผู้อื่น ฆ่า นั้น แล คน สอง จำ พวก คือ ผู้ ที่ ซื้อ เนื้อ สัตว กับ ผู้ รับ ของ ฝาก แก่ โจร นั้น จะ ผิด กัน สถาน ใด บ้าง ใน บท พระอายการ กล่าว ไว้ ว่า ถ้า ผู้ ใด ซื้อ ของ ที่ โจร ลัก มา ขาย ไว้ ผู้ นั้น ได้ ชื่อ ว่า สมคบ โจร ถ้า พิจารณา เปน สัจ แล้ว เขา ก็ ลง โทษ กับ ผู้ สมคบ ด้วย มิ ใช่ ฤๅ อนึ่ง คน ที่ ซื้อ เนื้อ ซื้อ หมู เปน ต้น นั้น ก็ มิ เรียก ว่า เปน คน สมคบ คน ฆ่า สัตว ด้วย ฤๅ คน สอง คน ดั่ง กล่าว มา นี้ ข้า พิเคราะห์ ดู เหน ว่า ไม่ ผิด กัน เลย ถ้า ท่าน ถือ ว่า ฆ่า สัตว เปน บาป โดย แท้ แล้ว ข้า ก็ เหน ว่า คน ที่ ซื้อ เนื้อ หมู เปด ไก่ เปน ต้น คน ผู้ นั้น จะ มี บาป มาก กว่า คน ที่ ซื้อ ของ จาก ผู้ ร้าย นั้น ดอก กระมัง เหตุ ใด เหตุ ว่า คน ที่ ซื้อ ของ จาก ผู้ ร้าย นั้น บาง ที เขา หา รู้ ว่า เปนของ ผู้ ร้าย ไม่ แต่คน ที่ ซื้อ เนื้อ หมู แล เปดไก่เปน ต้น นั้น ย่อม รู้ โดย แท้ ว่า สัตว นั้น มี ผู้ ฆ่า มัน จึ่ง ตาย
๏ บัณฑิต ตอบ ว่า ความ ที่ ท่าน ว่า มา นี้ เรา ก็ เหน ชอบ กล นัก ตั้ง แต่ เรา เกิด มา เรา ก็ หา ได้ ยิน ผู้ ได ผู้ หนึ่ง พูดจา เช่น นี้ ไม่ ๚ะ
๏ โยฮัน รับ ว่า คำ ที่ ท่าน ว่า ท่าน ไม่ ได้ ยิน ผู้ ได ผู้ หนึ่ง พูดจา ดัง นี้ เรา ก็ เหน จริง ด้วย แต่ ท่าน อย่า เพ่อ คิด ว่า ความ ที่ เรา ว่า มา นี้ เปน ความ เทจ หา เปน ความ จริง ไม่ ถ้า แม้น ท่าน จะ พิจารณา ดู ให้ ดี ให้ ละ เอียด ท่าน ก็ คง จะ เหน ว่า ความ นั้น สม จริง ดั่ง ข้า กล่าว มา เปน แท้ คือ ว่า ถ้า ผู้ ได ฆ่า สัตว เปน บาป จริง แล้ว แล ผู้ ที่ กิน เนื้อ สัตว นั้น ก็ เปน บาป ด้วย เพราะ ว่า ผู้ ที่ กิน เนื้อ สัตว นั้น เปน เหตุ ที่ จะ แนะ นำ คน ทั้งปวง ให้ ฆ่า สัตว หนึ่ง ถ้า แม้น เพื่อน บ้าน ของ ท่าน เขา มา บอก แก่ ท่าน ว่า เรา จะ คิด เปน กระบถ ต่อ แผ่นดิน ท่าน จะ ว่า อย่าง ไร แก่ เพื่อน บ้าน นั้น บ้าง ท่าน จะ ไม่ เตือน สติ ห้าม ปราม แก่ เพื่อน บ้าน นั้น นัก ฤา เออ ข้า เหน ว่า ท่าน จะ ห้าม ปราม เขา นัก เก้า ท่าน ไม่ ห้าม ปราม เช่น นั้น ก็ เหน ว่า ท่าน ไม่ เปน คน สัตซื่อ ต่อ แผ่นดิน ก็ จัด ได้ ชื่อ ว่า ท่าน เปน คน สม คบ คน พวก กระบถ นั้น อนึ่ง ถ้า ท่าน จะ พูด ก็ ดี ฤา จะ ทำ กิริยา อาการ ต่าง ๆ ก็ ดี เปน เหตุ ที่ จะ ให้ เขา ฆ่า สัตว ต่าง ๆ มี หมู เปด ไก่ เปน ต้น ก็ จัด ได้ ชื่อ ว่า ตัว ท่าน เปน กระบถ ต่อ พระเจ้า ของ ท่าน โดย แท้ ๚ะ
๏ บัณฑิต ตอบ ว่า วัน นี้ ข้า ธุระ มาก อยู่ ข้า จะ ลา ท่าน ไป ก่อน แล้ว ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ ณวัน อังคาร เดือน ญี่ ขึ้น เจด ค่ำ เวลา เช้า คือ วาน นี้ ได้ มี การ แห่ ถีบ ชิงช้า มี กระบวน แห่ จัด เปน อย่าง ต่าง ๆ กัน เปน การ คน ไม่ เคย เหน คง เหน ได้ มี ทุก ปี เปน ธรรมเนียม มิ ได้ ขาด เขา มัก ภา กัน ไป ดู ทั้ง สอง วัน ณวัน พฤหัสบดี เดือน ญี่ ขึ้น เก้า ค่ำ คือ พรุ่ง นี้ จะ มี การ ทั้ง แห่ ทั้ง ถีบ ชิงช้า เวลา การ เช่น นี้ มี ตาม ธรรมเนียม แต่ โบราณ มา เคย มี ทุก ปี เดือน ญี่ ขึ้น เจด ค่ำ ครั้ง หนึ่ง ขึ้น เก้า ค่ำ ครั้ง หนึ่ง ครั้น ไต่ ถาม คน ชาว สยาม ว่า ทำไม จึ่ง มี การ เช่น นี้ ที่ ไม่ รู้ นั้น มาก ที่ รู้ เรา มิ ได้ ภบ ตัว เมื่อ คาด คะเน การ ดู เหมือน จะ เปน การ สำแดง ความ ยินดี คือ ว่า ระดู ที่ แล้ว ไป นั้น ฟ้า ฝน บริบูรณ ดี เข้า ปลา มี ภอ ดี จะ ไม่ อด ลำบาก ไป ใน ปี นี้ แต่ ครั้ง โบราณ เมื่อ การ ค้า ขาย แล พ่อ ค้า ลูก ค้า ไม่ ใคร่ จะ ไป มา ถึง กัน ถ้า ฟ้า ฝน เข้า ปลา ไม่ บริบูรณ ปี ไร ราษฎร คง ลำบาก ปี นั้น จึ่ง คิด อ่าน สำแดง ความ ดี ใจ ตาม เพท ของ พวก พราหมณ เขา ว่า คน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง คง มี เข้า ปลา อัน จะ กิน ภอ ดี ตลอด ปี แล้ว ๚ะ
๏ ณวัน เดือน ญี่ ขึ้น เจด ค่ำ การ แห่ แล ถีบ ชิงช้า นั้น เวลา เช้า ณวัน เดือน ญี่ ขึ้น เก้า ค่ำ การ แห่ แล ถีบ ชิงช้า นั้น เวลา บ่าย ๚ะ
๏ วัน ประหัศบดี เดือน ญี่ ขึ้น เก้า ค่ำ จะ เปน เทศ กาล คริศมาศ ของ พวก ฝรั่ง ทั่ว กัน เปน เวลา ชุมนุม เลี้ยง กัน เปน คราว ดี ใจ เปน อัน มาก เพราะ เทศกาล นั้น อ้าง ถึง วัน ซึ่ง สมเด็จ พระบรม มะหา เยซู เจ้า เรา บังเกิด มา เปน พระบรม โลกนาถ แสดง พระเจ้า ใน ร่าง กาย มนุษ มา รับ ธุระ ช่วย ให้ มนุษ ทั่ว กัน ที่ จะ เชื่อ ใน พระองค์ จะ ได้ รอด จาก การ บาป พ้น จาก โทษ มี กำลัง ประพฤติ์ ตาม ชอบ พระไทย เปน คน รัก ทำ การ ซึ่ง พระเจ้า สั่ง มี กำลัง เว้น การ ชั่ว ที่ พระเจ้า ห้าม นั้น แล้ว จะ โปรด ประทาน ให้ มนุษ ที่ เชื่อ นั้น สำเร็จ ความ รอด ใน เมือง สวรรค เสวย ความ บรมศุข เปน นิจ ใน กาล ทุก เมื่อ ความ ไว้ ใจ ดั่ง นี้ เปน เหตุ ควร จะ ให้ มนุษ ทั่ว กัน มี ความ ปีติ ยินดี ทั้ง เชื่อ ทั้ง รัก ทั้ง เพียร ทำ ตาม พระ เยซู เจ้า สั่ง นั้น ตลอด ชีวิตร ๚ะ
๏ ณวัน เดือน อ้าย ขึ้น แปด ค่ำ ปี วอก ฉอศก ข้า พเจ้า ภบ ไม้ ขอน ศัก ยาว ๘ วา ๒๕ กำ ต้น หนึ่ง ยาว ๘ วา ๑๒ กำ สอง ต้น ล่อง ลง มา ที่ นคร สวรรค ข้าพเจ้า ถาม ว่า ไม้ นั้น จะ ไป ไหน มี ผู้ ร้อง ตอบ ว่า จะ เอา ล่อง ลง ไป ณะ กรุง เทพ ถวาย พระเจ้า แผ่น ดิน กรุง สยาม แต่ ข้าพเจ้า คิด ว่า เปน ไม้ ใหญ่ ที่ ข้าพเจ้า ได้ เหน ใน กรุง เทพ ใน ปี นี้ ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร ทราบ ด้วย ท่าน เล่า เปน คน ต่าง ประเทศ ได้ มา อยู่ ใน กรุง เทพ ช้า นาน แล้ว แต่ ข้าพเจ้า มี ความ ไว้ ใจ ว่า ท่าน คง จะ รู้ กฎหมาย แล ธรรมเนียม ฝ่าย สยาม เปน อัน มาก ข้าพเจ้า เปน คน ปัญญา น้อย มี ความ ปราถนา อยาก จะ ใคร่ รู้ ด้วย กฎหมาย แล ธรรมเนียม ฝ่าย สยาม นัก คิด ว่า ท่าน จะ สม เคราะห์ ชี้ แจง ให้ ข้าพเจ้า ทราบ บ้าง ด้วย คน ที่ พระเจ้า แผ่นดิน กรุง สยาม ตั้ง แต่ง ชุบ เลี้ยง ให้ ไป เปน เจ้า เมือง กรมการ นั้น ถ้า ลูก ค้า วานิช แล ราษฎร ทั้งปวง ไป เรียน ร้อง ต่อ เจ้า เมือง กรมการ ว่า มี อ้าย ผู้ ร้าย ลัก เอา ทรัพย สิ่ง ของ เปน ของ วิญาณ กะทรัพย ฤา อวิญาณ กะทรัพย ก็ ดี ขอ ให้ เจ้าเมือง กรมการ ไป จับ ของ กลาง แล อ้าย คน ร้าย ที่ ราษฎร นำ ชี้ นั้น ถ้า แม้น เจ้า เมือง กรมการ เพิก เฉย เสีย ไม่ ไป จับ อ้าย คน ร้าย แล ของ กลาง ราษฎร มา ร้อง นั้น กฎหมาย ฝ่าย สยาม จะ ว่า อย่าง ไร ข้าพเจ้า อยาก ทราบ บ้าง ๚ะ
ณวัน เสาร เดือน อ้าย แรม สิบเอ็ด ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๙ เบนซ
เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๙ เบนซ กับ สาม อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๕๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ เมือง นุยอก วัน อังคาร เดือน อ้าย แรม เจด ค่ำ ได้ นำ บิล ใน ที่ ปฤกษา ราชการ แผ่นดิน บ้าน เมือง ยุใน เตด เซตศ คือ เฮาซะ ออฟ ริปริเซนแตติฟซ์ ให้ งด อย่า ทำ เงิน ตรา สัก สาม ปี ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน อ้าย แรม สาม ค่ำ พวก เฮาซ ออฟ ลอดซ์ ยอม ด้วย กอมมิตติ ของ เขา รับ บิล ที่ จะ ขยาย เบ็ด ให้ ราษฎร ยิ่ง มาก เปน ธุระ ฝ่าย ราช การ ได้ พวก เฮาซ ออฟ กอมมันซ ได้ อ่าน บิล ครั้ง สอง อัน จะ ให้ จัด ลำดับ พวก ปฤกษา ราชการ ใหม่
๏ คอเวินแมนต์ อังคริษ ไม่ ยอม รับ การ ซึ่ง พวก มีนิศเตอ จัด ที่ แหลม แกบ คราว รอ คอย อะธิบาย ขยาย ความ ต่อ ไป นั้น ๚ะ
๏ ฮ่องกอง วัน เสาร์ เดือน อ้าย แรม สี่ ค่ำ ทัพ ฝรั่ง เศศ แล ทัพ จีน เกิด รบ กัน เปน แห่ง ๆ ทัพ จีน ต้อง ถอย เยนิรัล บริเออร์ คอย ท่า กำลัง เพิ่ม เติม จำ ต้อง มี กำลัง ใหม่ ครั้น ได้ กำลัง ใหม่ แล้ว จึง จะ ตี พวก จีน รุก เข้า ไป ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อาทิตย เดือน อ้าย แรม ห้า ค่ำ พวก โฮวะ กับ พวก ฝรั่งเสศ จับ การ จะ ตก ลง ทำ สัญญา ต่อ กัน ๚ะ
๏ เมือง ไกโร วัน จันทร เดือน อ้าย แรม หก ค่ำ ซึ่ง ว่า แขก มะดี ถึง แก่ กรรม แล้ว ยัง ไม่ มี ข่าว ซ้ำ ว่า ถึง แก่ กรรม แน่ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน ปาเลี่ยแมนต เลิก ชุมนุม กัน ณวัน เสาร์ แล จับ ชุมนุม กัน อีก วัน ประหัศบดี เดือน ยี่ ขึ้น หก ค่ำ ๚ะ
๏ เมือง ไกโร วัน พุฒ เดือน อ้าย แรม แปด ค่ำ มี คน ถือ ข่าว มา ถึง ที่ ทัพ อังครืษ ภัก อยู่ นั้น มา จาก เมือง คาตูม แล บอก ข่าว ว่า แขก มะดี อยู่ ใกล้ เคียง ทาง ประมาณ สาม ชั่ว โมง ๚
๏ กำปั่น รบ ไฟ ของ เยนิรัล กอดัน ยัง กำลัง ทำ ให้ พวก ฆ่าศึก ได้ ความ ลำบาก ๚
๏ เมือง นุยอก วัน ประหัศบดี เดือน อ้าย แรม เก้า ค่ำ เปน ที่ เหน กัน ว่า กองเครศ ที่ ชุมนุม กัน อยู่ เดี๋ยว นี้ จะ ไม่ จับ ว่า ด้วย เรื่อง ให้ เลิก งด ไม่ ให้ ทำ เงิน ตรา ไป พลาง ๚ะ
๏ มี ความ เลื่อง ภา กัน ว่า พระบาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว จะ ทรง พระ เมตา กรุณา โปรด เกล้า ตั้ง นาย เจิม นาย เฉลิม นาย หนู สาม คน พี่ น้อง ให้ รับ ราชการ สนอง พระเดช พระคุณ อีก สัก ครั้ง หนึ่ง ถ้า โปรด เช่น นี้ แล้ว พวก นี้ ทั้ง พวก คง มี ความ ซื่อ สุจริต ตรง ต่อ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว แล ต่อ ราษฎร ทั้งปวง ด้วย เปน อัน เลอียด หมด จด ตาม ปัญญา ตาม กำลัง ของ ตัว ๚ะ
๏ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ได้ พระราช ทาน เงิน จำหน่าย พระราช ทรัพย หลวง เลี้ยง พวก ครู พวก ลูก ลิศ ทำนุ บำรุง ซกูล นี้ หก ปี มา แล้ว บุตร เจ้า นาย ขุนนาง ที่ ได้ ไป อาไศรย เรียน ภาษา อังครืษ ภาษา สยาม แล ตำรา ต่าง ๆ นั้น ก็ หลาย สิบ คน แล้ว ซกูล หลวง โรง นี้ เคย มี การ ไล่ เลียง สำแดง ความ รู้ ของ ลูก ลิศ ให้ ปรากฏ แก่ บิดา มารดา พวก พ้อง ญาติวงษ แล เพื่อน ฝูง คน ชอบ รัก ใคร่ พวก ลูก ลิศ นักเรียน ทั้ง การ ให้ ความ รู้ แล วิชา การ ใน บ้าน เมือง ให้ เจริญ ดี ขึ้น ทุก ๆ ปี มิ ได้ ขาด ตั้ง แต่ ได้ ตั้ง โรง เรียน นี้ คราว การ ไล่ เลียง เมื่อ สิ้น ปี นั้น พวก เจ้า นาย ขุนนาง พ่อ ค้า ชาว ใน ชาว นอก เคย ฝาก ของ งาม ของ มี ราคา มี คุณ เปน อัน ใช้ การ ได้ ให้ ครู จัด แจง จำหน่าย ให้ นักเรียน ที่ มี มะนะ เพียร เรียน ดี กว่า เพื่อน ใน ตำรา ที่ เรียน ใน ปี นั้น ๆ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ แต่ง หนังสือ นี้ เคย ไป ฟัง ไป ดู การ ไล่ เลียง นั้น ทุก ปี มิ ได้ ขาด สัก ปี เดียว พวก นัก เรียน นั้น ก็ ได้ ความ รู้ สม กับ เวลา ที่ เขา ได้ ไป เรียน นั้น พวก ครู มัก บ่น ว่า พวก นักเรียน นั้น มา บ้าง มิ ได้ มา บ้าง ที่ เว้น มาก เกิน ธรรมดา คน อัน อยาก จะ เปน คน ชำนาญ ใน หนังสือ แล วิชา การ ซึ่ง มิ ได มะ นะ เพียร ไป เรียน ทุก วัน จะ เปน โทษ ของ ลูก สิศ เอง ฤๅ จะ เปน โทษ ของ บิดา มารดา มิ ได้ เอา ใจ ใส่ คิด อ่าน ให้ บุตร คิด ใจ รัก การ เรียน วิชา ความ รู้นั้น ให้ ทั้งสอง ฝ่าย คือ บิดา มารดา แล นักเรียน ตริก ตรอง ให้ เลอียด อย่า ไป ใส่ โทษ แก่ คน อัน ไม่ ควร จะ เปน โทษ นั้น เลย พวก ฝรั่ง ชาว นอก ที่ เลย ไป ดู การ นั้น ทุก ปี มี ความ สงไสย เสีย ดาย เปน อัน มาก ว่า อย่างไร ซกูล นี้ เปน ซกูล ใน หลวง ดี พระไทย จำหน่าย พระราช ทรัพย์ จ้าง ครู แมกฟาแลนด์ เปน คน มา ยาไศรย อยู่ ใน ประเทศ สยาม ญี่สิบ สี่ ปี มา แล้ว ทั้ง ครู ทั้ง ภรรยา ทั้ง บุตร ชาย เปน คน ชำนาญ ใน ภาษา สยาม แล เปน คน เรียน รู้มาก ใน ภาษา ของ ตัว ใน ภาษา อื่น แล ใน ตำรา ต่าง ๆ พวก ครู เหล่า นี้ เมื่อ จะ สอน พวก นักเรียน อธิบาย ความ ให้ พวก นักเรียน เข้า ใจ ความ เลอียด ไป ได้ พวก นักเรียน ก็ เรียน รู้ จริง ได้ ใน ทั้ง สอง ภาษา ครั้น จะ จ้าง ครู ชาว นอก ที่ รู้ จัก แต่ ภาษา ของ ตัว ไม่ รู้ จัก ภาษา สยาม ด้วย ครู เช่น นี้ สอน ได้ แต่ เพียง ภาษา ฝรั่ง แต่ ที่ จะ แปล อธิบาย ความ ให้ พวก นักเรียน เข้า ใจ ของ ที่ เรียน นั้น ก็ จน ทำ ไม่ ได้ นักเรียน จะ เรียน ได้ แต่ เหมือน นก ขุนทอง พูด ได้ แต่ ขัน ๆ แต่ ไม่ เข้า ใจ ความ อะไร จะ หา ครู อัน เปน คน เหมาะ แก่ การ เช่น ครู แมกฟา แลนด์ ทั้ง ภรรยา แล บุตร นั้น ก็ จะ ยาก อยู่ ครั้น จะ เรียน ผู้ ที่ จะ เรียน นั้น ก็ อยาก ได้ ทั้ง ความ รู้ แล ปัญญา แล กำลัง เบิก ความ รู้ มา ใช้ ให้ ได้ ใน การ ข้าง น่า ให้ ตัว เอง แล ท่าน ผู้ อื่น ดี ขึ้น ทุก ท่า ด้วย เมื่อ มี ครู อย่าง ดี อย่าง ครู แมกฟาแลนด์ ควร ที่ ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ ทั้ง บิดา มารดา พวก นักเรียน แล คน ทั้ง เมือง จะ ช่วย ให้ ทั้ง ครู ทั้ง นัก เรียน เต็ม ใจ ดี ใจ เพียร กระทำ การ ให้ เปน อัน สำเร็จ ไป ได้ ซะ
๏ การ ช้า นาน ประมาณ ปี เสศ ข้าพเจ้า เดิน ไป ที่ น่า วัด พระเชตุพน แถว นอก กำแพง เมือง ริม บ้าน เจ้า พระยา มหินทร ศักดิ์ ธำรงค์ ข้าพเจ้า ได้ เห็น ปืน ใหญ่ กระสุน โต ประมาณ ๑๐ นิ้ว ๑๑ นิ้ว ๑๒ นิ้ว ยาว ๕ ศอก ๖ ศอก ซึ่ง เปน ของ หลวง ทิ้ง จม ดิน อยู่ ประมาณ ๓๐ บอก ข้าพเจ้า คิด เสีย ดาย นึก ว่า เมื่อ ซื้อ ไว้ คง จะ สิ้น เงิน มาก ทำไม เจ้า พนักงาน จึ่ง ไม่ รักษา ไว้ ให้ ดี มา ปล่อย ให้ จม ดิน เสีย ถึง ว่า จะ ไม่ รื้อ ยก เอา ไป จาก ที่ ที่ ปืน อยู่ ก็ เปน ที่ หลวง ที่ วัด ควร จะ มา ปลูก โรง ใหญ่ ทำ ราง ใส่ ทา น้ำมัน ไว้ ให้ ดี ก็ ภอ จะ เปน พระเกียรติยศ แก่ พระ นคร ถ้า มิ ฉะนั้น ควร จะ เอา ลง ไป ไว้ ปาก น้ำ ปืน ก็ ยัง ใช้ ได้ มา ทิ้ง ให้ จม ดิน ไว้ ไม่ สมควร ข้าพเจ้า ได้ เหน ที่ น่า วัด หงษาราม ที่ ประตู พระอุ โบสถ มี ปืน หิน ตั้ง ไว้ คู่ หนึ่ง ยัง ดู งาม ก็นี่ ปืน จริง ๆ ทำไม มา ทิ้ง ให้ จม ดิน ถ้า ทำ เสีย ให้ งาม แล้ว เอา ไป ตั้ง ไว้ ที่ แห่ง ได ๆ จะ ดี กว่า ทิ้ง ไว้ จม ดิน ข้าพเจ้า เหน การ ดั่ง นี้ จึ่ง ได้ เขียน หนังสือ เสีย ค่า ตัว ไปรสนี่ย ไพ หนึ่ง ไป ส่ง เจ้า พนักงาน ครั้ง หนึ่ง แล้ว ครั้น มา เมื่อ ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี วอก ฉอศก ข้าพเจ้า เดิน มา ทาง นั้น อีก ก็ แล เหน ปืน ยัง ทิ้ง จม ดิน อยู่ ข้าพเจ้า มี ความ เสีย ดาย ของ หลวง จึ่ง ต้อง เสีย ค่า ตัว ไปรสนี่ย มา ถึง ท่าน เอไดตอร์ จะ ได้ ลง ใน สยามไสมย เมื่อ การ จะ สำเร็จ ไม่ สำเร็จ ก็ ภอ เปน นิไล ปัจใจ ใน ความ กะตัญญู กัตเวทิตา คุณ ฉลอง พระเดช พระคุณ ที่ ได้ รับ พระราชทาน เงิน ปี อยู่ ทุก ๆ ปี ข้าพเจ้า คิด ดั่งนี้ ๆะ
๏ มี นักปราช เที่ยว ป่า ใน ทวีป อัฟริกะ ผู้ หนึ่ง ชื่อ ดอกเตอ ลิวิงซะโตน พูด ถึง นก ไอบิศ ชะนิด หนึ่ง ใน ทวีป อัฟริกะ เปน นก ท่อง น้ำ หา ปลา ศรี ตัว ดำ แดง หม่น ๆ มัน ร้อง เสียง ดั่ง ว่า ฮา ฮา ฮา ก็ เปน การ จริง สัตว ติรัจฉาน ตัว ได ตัว หนึ่ง ย่อม มี ลักษณ สำ หรับ หัวเราะ เพราะ ฉะนั้น แล มัน มี ลักษณ สำหรับ ร้อง ไห้ ด้วย สุนักข ม้า ช้าง หมี หนู ใหญ่ ฟ้า ม้า พัน ทาง เนื้อ ต่าง ๆ ลิง ชิมแปนซิ ลิง แมนทะรินห์ ลิง ติดตี่ แล ลิง เล็ก ลิง ใหญ่ อื่น ๆ วัว ควาย อูฐ แล อูฐ หลาย ชนิด ๆ หนึ่ง ใน ทวีป อัฟริกะ เรียก ว่า ยิแรฟฟ บ้าง เรียก ว่า ยีแรฟฟ บ้าง สัตว เหล่า นี้ มี อิโมเช่อน ร้อง ไห้ ด้วย ความ ทุกข์ แล ความ เสีย ใจ นก แก้ว นั้น ไม่ ร้อง ไห้ แต่ ผู้นั้น เปน กำลัง คล้าย กับ ร้องไห้ ลิง ชิมแปนซิ ทั้งหลาย จะ ร้อง ไห้ ใน เวลา ที่ กลัว มนุษ จะ ลง อาญา โบย ตี ลิง แล ช้าง จะ ร้อง ไห้ ด้วย เหตุ แห่ง การ ตาย แล ความ เสีย ใจ ช้าง ของ ชาว ลิงหพ์ ใน เกาะ ลังกา นั้น ร้อง ไห้ ด้วย เขา จับ เอา ไป แล ผูก กัก ขัง ไว้ ลิง ติตตี่ นั้น ร้อง ไห้ ด้วย กลัว แล ตก ใจ แล สัตว เนื่อ กวาง ฤา ฟาน ที่ คุ้ง อ่าว ทเล แล หนู ใหญ่ ที่ ใส่ กรง ไว้ นั้น ร้อง ไห้ ด้วย ความ เสีย ใจ ลิง ชนิด หนึ่ง ชนิด ได ร้อง ไห้ ด้วย มัน มี ความ สงสาร เปน ทุกข หญิง เลดี ผู้ หนึ่ง ชื่อ มิศตอเรซ เบอตัน บอก ว่า เขา ได้ เหน ใน ป่า สิเรียน อูฐ นั้น เมื่อ เวลา อยาก กระหาย น้ำ น้ำ ตา ไหล ลง อาบ แก้ม ลาง คน พูด ถึง ม้า พันทาง ว่า เหล็ก ตาปู ตำ เท้า ของ มัน เข้า ไป น่า ของ มัน สำแดง กิริยา ปวด เจบ แล เสีย ใจ น้ำ ตา ไหล ออก จาก ตา ของ มัน ดอกเตอ โบ เออเลศ ผู้ หนึ่ง เอา ปืน ยิง แม่ ลิง ตัว หนึ่ง ใน ประเทศ แขก ยะวา แม่ ลิง นั้น ตก ลง จาก ต้น ไม้ มี บาด แผล ถึง ตาย มัน กอด ลูก เข้า ใน แขน ของ มัน แล ร้อง ไห้ ตาย อูฐ ลาย ที่ เรียก ว่า ซิแรฟฟ ตัว หนึ่ง นั้น เขา ยิง ด้วย ปืน ไรเฟล มี บาด แผล ปวด เจบ แล เขา ได้ เหน น้ำ ตา ไหล ออก จาก ตา ของ มัน อัน เปียก ชุ่ม อยู่ นั้น คน เที่ยว ป่า ใน ประเทศ อัฟริกา ผู้ หนึ่ง ชื่อ กอร์ ดอน คัมมิง พูด ว่า ช้าง ตัว หนึ่ง จวน จะ ตาย อยู่ น้ำ ตา ไหล ออก จาก ตา เปน อัน มาก หนู ใหญ่ ลาง ตัว เหน ลูก ของ มัน จม น้ำ ตาย มัน เชด น้ำ ตา ที่ ตา ด้วย เท้า น่า ของ มัน ซึ่ง จะ สำแดง ว่า สัตว ดิรัจ ฉาน ชนิด หนึ่ง ชนิด ใด มี ธรรมดา วีไสย หัวเราะ แล ร้อง ไห้ ทั้งสอง อย่าง นั้น แล เปน ลักษณ ควร จะ ตรา หมาย ไว้ ว่า เปน อิโมเช่อน ชนิด เดียว กัน ซึ่ง ให้ เกิด ความ ร้อง ไห้ แล ให้ มนุษ หัวเราะ นั้น ก็ เหลือ กำหนด ที่ จะนับ ได้ จ. ม. ว. ว. น. ะ
ชาติ์ มนุษ เดิม
๏ ๑ เมื่อ พระเจ้า ได้ สร้าง ฟ้า แล ดิน แล ได้ ประดับ ฟ้า ด้วย ดวง อาทิตย ดวง จันทร ดวง ดาว ดารา ทั้ง สิ้น ได้ หุ้ม พื้น ดิน ด้วย หญ้า ผัก ต้น ไม้ ต่าง ๆ แล ได้ ให้ โลกย นี้ เปน ไป ด้วย สัตว เดียรฉาน อัน มี ชีวิตร พระเจ้า จึง ได้ สร้าง มนุษ ตาม แบบ สัณถาน ของ พระเจ้า เอง เปน ของ ยบต์ ใน บันดา สิ่ง ที่ ได้ สร้าง ใน โลกย์ นี้ แล ได้ ประ ทาน ให้ มนุษ นั้น พูด ได้ คิด ตรึก ตรอง ได้ เพื่อ จะ ให้ มนุษ ครอบ ครอง โลกย์ มนุษ คู่ แรก มา จาก พระหัตถ์ พระเจ้า เปน คน สอาด ไม่ มี มนทิน แล ได้ เจริญ ชีวิตร เช่น เด็ก อัน ปราศจาก ความ ชั่ว ใน ที่ อยู่ เดิม ที่ ศุข ของ เขา จน ซาตาน พ่อ ลวง ให้ เขา หลง กิน ผล แต่ ต้น ให้ เกิด ความ รู้ อัน เปน ต้น ห้าม นั้น เพราะ การ หลง ขืน ทำ การ ซึ่ง พระเจ้า ได้ ห้าม จึง เสีย เปน คน ทำ ชั่ว เปน แล้ว แล ถูก ขับ ไล่ จาก ที่ อยู่ เดิม นั้น
๏ ครั้น การ เปน เช่น นี้ แล้ว มนุษ คู่ แรก แล วงษวาน ของ เขา ต้อง เจริญ เลี้ยง ชีวิตร ด้วย การ ยาก ลำบาก ต้อง ทำ การ เหี่ย แตก จึง มี อัน จะ กิน ได้ ความ ปราถนา ชั่ว ร้าย ต่าง อัน กล้า เกิน ที่ จะ ดับ บังเกิด ขึ้น ใน ใจ ทำ ให้ คน ที่ อยู่เปน หมู่ ๆ เปน โซไซอิตี มี ความ เดือด ร้อน ไม่ เปน สุข ความ ปราถนา อัน กำเริบ เหลือ เกิน แห่ง คน อัน ไม่ เชื่อ นั้น ภา ให้ คน ต่อ ๆ มา นั้น กระทำ ความ ชั่ว ความ ร้าย ยิ่ง มาก ยิ่ง นัก เข้า จน มี น้ำ ถ้วม ใหญ่ ถ้วม โลกย์ ให้ มนุษ ทั่ว กัน ถึง ความ พินาศ ฉิบหาย เว้น แต่ โนฮา แล วงษวาน ของ โนฮา นั้น แต่ นั้น ไป วงษวาน โนฮา ทวี มาก ขึ้น จน วงษวาน ต่อ ๆ ของ บุตร ชาย สาม คน ของ โนฮา คือ เชม ฮาม ยาเฟด ซึ่ง ทวี มาก ขึ้น นั้น ต้อง ขยาย ออก ไป อยู่ ใน ประเทศ อื่น ๆ เคียง ๆ นั้น เพราะ บ้าน เดิม นั้น ไม่ พอ เปน ที่ อยู่ ต่อ ไป คราว นั้น พวก นั้น นึก ใน ใจ ว่า จะ สร้าง หอ สูง คือ เตาเออร์ ออฟ บาเบล ให้ ยอด นั้น สูง เทียม ถึง ฟ้า จะ เปน ที่ รลึก ถึง ของ เขา เปน เนื่อง นิจ การ กำเริบ นี้ พระ เจ้า จะ ไม่ ให้ เปน สำเร็จ ไป ได้ จึ่ง ให้ พูด ภาษา แปลก ๆ กัน ไป ครั้น พูด ไม่ เข้า ใจ กัน ต่าง พวก ต่าง แยก กัน ไป คราว แยก กัน ไป นั้น ก็ ขยาย ออก ทั้ง สี่ ทิศ ไป ตั้ง บ้าน อยู่ ใน ทวีป โบราณ ทั้ง สาม ของ โลกย ที่ มนุษ รู้ จัก มาก แต่ ครั้ง ก่อน คือ แอเซีย อัฟริกะ แล ยุโรบ จึ่ง ได้ เกิด พวก ต่าง ๆ ประเทศ ต่าง ๆ ตาม ภาษา ต่าง ๆ นั้น ๚ะ
หมอ ยา
๏ ดอกเตอ เยซ แอช โกละซตัน เปน หมอ คน หนึ่ง ใน หมู่ หมอ มา คือ รอยเอด กอเดจะ ออฟ เซอเยี่ยน แล แต่ ก่อน เปน หมอ มี ตำแหน่ง เปน เซอเยี่ยน แมยอร์ สำหรับ กอง ทัพ ยุไนเตด ซะเตศ อะเมริกะ ท่าน ทั้งหลาย อัน เปน โรค เปน ไข้ จะ ไป หาฤๅ ปฤกษา หมอ โกละ ซะตัน ก็ ได้ ทุก วัน ที่ ห้าง เลี้ยง แขก คือ ยูไนเวอซัล โฮเตล แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น แปด ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๒ ปี วอก ฉอศก (ห ๑) ๚ะ
๏ สุภาษิต โคลง เบ็ดเตล็ด ๚ะ
๏ รำ ฟ้อน สุนทร ด้วย รู ปา ร้อง ขับ สับท์ เสนหา เหตุ แท้ ปล้า มวย ด้วย แรง อา ยุศม โยพ รัก ชัง ทัง นั้น แล้ เล่ห ลิ้น พา ที ๚ะ
๏ ผู้ สอน สิ่ง ชอบ ไว้ หวัง ผล พึ่ง ประพฤทธิ์ อย่า ปน ชั่ว ร้าย จิตร กาย หน่าย อะกุศล สละ เสลก จึ่ง สอน นรชน หง้าย ศิษย ซ้อง สรรเสริญ ๚ะ
๏ เว้น วิจารณ ว่าง เว้น สดับ ฟังง เว้น ที่ ถาม อัน ยัง ไป่ รู้ เว้น เล่า ลิขิต สัง เกต ว่าง เว้น นา เว้น ดั่ง กล่าว ว่า ผู้ ปราช ได้ ฤๅ มี ๚ะ
๏ ว่า ด้วย พระเจ้า ๚ะ
๏ ๓ พระเจ้า มี ชีวิตร รัศมี ความ ดี ความ สุข ทั้ง สิ้น ใน พระ องค์ เอง แล แผ่ ให้ ออก จาก พระองค์ เอง พระเจ้า แต่ พระ องค์ เอง แล ใน พระ องค์ เอง เปน อัน สำเร็จ ไม่ ต้อง อาไศรย ของ สิ่ง ใด ซึ่ง พระองค์ ได้ สร้าง มิ ได้ รับ รัศมี แต่ ของ เหล่า นั้น สัก อย่าง แต่ สำแดง พระ รัศมี ของ พระองค์ เอง นั้น ด้วย ของ เหล่า นั้น ถึง ของ เหล่า นั้น แล บน ของ เหล่า นั้น พระเจ้า จำเภาะ พระเจ้า เอง องค์ เดียว เปน ต้น เหตุ แห่ง ของ ทั้ง ปวง อัน เปน อยู่ บันดา สิ่ง ที่ เปน อยู่ เปน มา จาก พระองค์ เปน อาไศรย พระองค์ แล เปน สำหรับ พระองค์ พระองค์ มี พระบรม อาญา สิทธิ์ ถึง ของ อัน เปน ทั้งสิ้น นั้น จะ ทำ ด้วย สิ่ง เหล่า นั้น จะ ทำ เพราะ เหน แก่ สิ่ง เหล่า นั้น จะ ทำ แก่ สิ่ง เหล่า นั้น แล้ว แต่ จะ เปน ที่ ชอบ พระไทย ของ พระองค์ เอง สรรพ สิ่ง ทั่วปวง เปน อัน ปรากฎ แก่ พระเจ้า พระ ปัญญา ความ รู้ ของ พระเจ้า ครอบ งำ ถึง ทุก สิ่ง ทั่ว กัน สิ้น ไม่ มี ผิด คลาด ไม่ ต้อง อาไศรย ของ ซึ่ง พระองค์ ได้ สร้าง ฝ่าย พระ เจ้า เล่า ไม่ มี การ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด อัน เปน เคราะห์ เปน การ ไม่ แน่ พระเจ้า เปน อัน บริสุทธิ์ หมด จด ใน พระดำริห์ ใน การ แล ใน คำ สั่ง ของ พระองค์ ทั้งสิ้น พระเจ้า จะ ให้ ทูต สวรรค์ ฤๅ มนุษ แล ทุก สิ่ง อัน สร้าง แล้ว นั้น ถวาย นะมัศการ จะ ให้ ปรนิ บัติ จะ ให้ ทำ อย่างไร ควร พวก เหล่า นั้น จะ ทำ ตาม ทุก สิ่ง แล้ว แต่ พระเจ้า จะ ทรง พระกรุณา โปรด ให้ ทำ นั้น ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก
AYER'S AGUE CURE.
๏ ๔ ยา คือ เอเออร์ เอกุ กุเออ แก้ ไข้ จับ แล โรค ต่าง ๆ อัน มัก เกิด ใน ที่ ลุ่ม ที่ ชุ่ม ชื้น นัก ๚ะ
๏ ถ้า เกิด เหตุ ว่า ผิด ลม ผิด อากาศ ผิด ภูม ที่ แล้ว รีบ กิน ยา เอเออร์ เอกุ กุเออ ให้ ดับ เหตุ ร้าย แล กิน จน ตัว หาย ดี ยา ขนาน นี้ กิน วัน ละ สี่ หน คราว ละ ช้อน น้ำ ร้อน ช้อน หนึ่ง ก่อน รับ ประทาน อาหาร สัก ครึ่ง ชั่วโมง สาม หน แล ก่อน จะ เข้า นอน หน หนึ่ง ถ้า เดก อายุ สิบ ขวบ ให้ กิน ๓๐ หยด ถ้า ห้า ขวบ ๒๐ หยด ยา ขนาน นี้ กิน ได้ ใน น้ำ ชา น้ำ กาแฝ่ น้ำ นม ฤา ใน น้ำ ก็ ได้ ถ้า ไม่ ใคร่ เดิน กิน ยา เม็ด เอเออร์ ปีลซ์ ให้ เดิน ภอ เปน ปรกติ ๚ะ
AYER'S HAIR VIGOR.
๏ ๕ ยา คือ เอเออร์ แฮร วิกกร เปน ของ สำหรับ โต๊ะ แต่ง ตัว เปน ยา แก้ ผม หล่น ให้ ดก แล ผม หงอก ให้ มี ศรี อย่าง เดิม ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า จะ ทา ผม เปน แต่ การ ต่ง ตัว ไม่ ต้อง เขย่า ขวด ถ้า จะ ใช้ รักษา เนื้อ ศีศะ เขย่า ก่อน จึง ทา ผม เถิด ๚ะ
๏ เชิญ ไป ซื้อ ยา ห้า อย่าง นี้ ที่ ห้าง เอ ยุลิง แอน โก ตั้ง ห้าง ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ใต้ ปาก คลอง ขุด ใหม่ ล่าง เหนือ ตึก กงซุล โปรตุเกศ ขึ้น ไป หน่อย หนึ่ง ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริด บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง เจ็ด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๗ ถึง ๑๘๘๔ ครบ เจด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด