
| เล่ม ๓ แผ่น ๑๙ วัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๖ |
ออก ไป เจริญ ทาง พระราช ไมตรี กรุง ฝรั่งเสศ
๏ ข้าพระพุทธเจ้า พระนรงควิชิตร ได้ รับพระราชทาน จด หมาย ระยะ ทาง ตั้ง แต่ ทูตานุทูต กราบ ถวาย บังคม ลา ออก จาก กรุงเทพ พระมหานคร ไป เจริญ ทาง พระราช ไมตรี พระเจ้า กรุง ฝรั่งเสศ ทูล เกล้า ทูล กระหม่อม ถวาย ใจ ความ ว่า ณวัน พฤหัสบดี เดือน ห้า ขึ้น สิบ ค่ำ จุลศักราช พัน สอง ร้อย ยี่ สิบสาม ปี รกา ยัง เปน โทศก เวลา บ่าย ห้า โมง ทูตานุทูต พร้อม กัน ที่ น่า พระที่นั่ง อนันตสมาคม ใน พระบรมมหาราช วัง ราชทูต พระยา ศรีพิพัฒ รัตนราช โกษา ธิบดี จางวาง พระคลัง สินค้า ชื่อ เดิม ชื่อ แพ อายุศม ได้ สี่ สิบสาม ปี เปน บุตร ที่ สอง สมเด็จ เจ้า พระยา บรม มหา พีไชยญาติ นร เนตร นารถ ราช สุริวงษ ตระกูล พงษ ปฏิฐา มุขมาตยา ธิบดี ไตรสรณ ศรี รัตนธาดา สกลมหา รัชชา ธิเบนทร ปรเมนทร มหาราชวโรปการ มโหฬาร เดชา นุภาพบพิต คน ซึ่ง ไป ด้วย ราชทูต นั้น นาย สม บุน บุตร ราชทูต หนึ่ง ขุน สมบัติ บดี เสมียน หนึ่ง นาย ฮวด ล่าม หนึ่ง ขุน ราช สมบัติ คน ใช้ หนึ่ง หมื่น นรา ภักดิ์ คน ใช้ หนึ่ง รวม หก คน อุปทูต เจ้า หมื่น ไวย วรนารถ หัว หมื่น มหาด เล็ก เวน ขวา ชื่อ เดิม ชื่อ วอน อายุศม ได้ สามสิบ สาม ปี เปน บุตร ที่ หนึ่ง เจ้า พระยา ศรี สุริย วงษ สมันต พงษ พิสุดร มหา บุรุษ รัตโนดม ที่ สมุห พระกระลาโหม คน ซึ่ง ไป ด้วย อุปทูต นั้น นาย ชาย บุตร อุปทูต หนึ่ง นาย หวาด บุตร พระยา อภัย สงคราม หนึ่ง หลวง ชาติ์สุรินทร เสมียน หนึ่ง ขุน จร เจน ทเล ล่าม หนึ่ง นาย เอี่ยม มหาดเล็ก หนึ่ง นาย เนตร มหาดเล็ก หนึ่ง พันทนง สิงหนาท คน ใช้ หนึ่ง นาย สุ่น คน ใช้ หนึ่ง รวม แปด คน ตรีทูต พระณรงค วิจิตร เจ้า กรม พระ ตำรวจ นอก ขวา ใน พระบวร ราชวัง ชื่อ เดิม ชื่อ จอน อายุศม ได้ ยี่สิบ หก บี้ เปน บุตร ที่ เก้า สมเด็จ เจ้า พระยา บรม มหา ประยุรวงษ วรุตมพงษ นายก สยาม ดิลก โลกา นุปาลนารถ สกล ราชวราณาจักรา ทิเบนทร ปรเมนทร มหา ราชา นุกูล สรรพ กิจ มูล มเหศวร เชษฐา มาตยา ธิบดี ศรีสรณ รัตนธาดา อดุลเดชา นุชพาพบพิตร หนึ่ง คน ซึ่ง ไป ด้วย ตรีทูต นั้น นาย เบี้ย มหาดเล็ก ล่าม หนึ่ง หมื่น หาญ ณรงค เสมียน หนึ่ง พันสกล บันฦา คนใช้ หนึ่ง รวม สี่ คน บาท หลวง ลุยวิศ ลอนนาดี ล่าม ใหญ่ หนึ่ง ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ ใน พระ บรม มหา ราชวัง หลวง อินทรมนตรี เจ้า กรม สรรพการ นอก หนึ่ง นาย สรรพ วิไชย มหาดเล็ก หุ้ม แพร หนึ่ง ขุน มหา สิทธิ โวหาร ปลัด กรม อาลักษณ หนึ่ง หมื่น จัก วิจิต กรม พระแสง ใน ซ้าย หนึ่ง ขุน ศรี วิสุทธากร เสมียน หนึ่ง นาย เนียม คน ใช้ หนึ่ง นาย สั้ง คน ใช้ หนึ่ง นาย เดช คน ใช้ หนึ่ง รวม แปด คน ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ ใน พระ บวร ราชวัง หมื่น จินดา รักษ หัวหมื่น พระตำรวจ นอก ขวา ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ หนึ่ง รวม ยี่สิบ แปด คน เชิญ พระราช สาส์น ใส่ ภาน ทอง สอง ชั้น ชั้น ตั้ง บน พระ ราชยาน ตรง น่า พระ ที่ นั่ง อนันต สมาคม ตั้ง กระบวน แห่ ออก ประตู เทวาพิทักษ ไป ตาม ถนน เลี้ยว ป้อม เผเดชดัษกร ทูตานุทูตเข้า กระบวน เดิน ตาม พระ ราชยาน พระราช สาส์น พร้อม กัน พระราช สาส์น ใน พระบวร ราช วัง แห่ ไป บันจบ กระบวน ที่ น่า ประตู วิเสศ ไชยศรี ส่ง ลง เรือ ม่าน ทอง ณประตู ท่า พระ ไป ส่ง ขึ้น เรือ พระ ที่นั่ง มะณี เมขลา ปืน ทอง กระสุน ห้า นิ้ว สลุต ส่ง พระราช สาส์น ที่ ประตู ท่า พระ ยี่สิบ เอ็ด นัด สลุต ที่ ประตู พรหม พระบวร ราชวัง ยี่สิบ เอ็ด นัด กระบวน แห่ นั้น มี คู่ แห่ เดิน น่า ร้อย หนึ่ง เดิน หลัง หก สิบ รวม ร้อย หก สิบ ทหาร ปืน แห่ น่า สี่ สบ ธง มังกร น่า หก สิบ หลัง สี่สิบ รวม ร้อย หนึ่ง จ่า ปี่ หนึ่ง จ่า กลอง หนึ่ง กลอง ชนะ สามสิบ คู่ แตร งอน หก แตร ฝรั่ง สี่ รวม สิบ สังข์ สอง มะโหระธึก สอง สำหรับ เครื่อง สูง เจด ชั้น สอง ห้า ชั้น สิบ บัง แซก หก บัง พระสูรย หนึ่ง รวม สิบ เก้า ปืน แดง สิบ สี่ บอก ตำรวจ ถือ มัด หวาย ห้า คู่ ภูษา มา ลา เชิญ พระกลด หนึ่ง คู่ เคียง พระราชยาน พระราช สาส์น นั้น คือ พระยา พิพัต โกษา หนึ่ง พระยา เพชรชฎา หนึ่ง พระยา เพชปาณี หนึ่ง พระยา ประ สิทธิ สุภการ หนึ่ง พระยา ประชา ชีพบาล หนึ่ง พระ สีสุนทร โวหาร หนึ่ง พระวิเชียร ปรีชา หนึ่ง พระ เมธา ธิบดี หนึ่ง พระ มหา ราชครู มหิธร หนึ่ง พระ ราช ครูพิเชฐ หนึ่ง รวม สิบ คน กระบวน แห่ เรือ นั้น ใน เรือ พระ ที่ นั่ง มณี เมขลา มี เครื่อง สูง สิบ ธง มังกร น่า แปด ธง เสื้อ ปึก ท้าย หก รวม สิบสี่ ทหาร ปืน สิบสอง คน ภูษา มาลา หนึ่ง อาลักษณ หนึ่ง จ่า ปี่ หนึ่ง จ่า กลอง หนึ่ง กลอง ชนะ ห้า คู่ แตร งอน หก แตร ฝรั่ง สี่ สังข์ สอง เรือ อรเทพกิจ การ หนึ่ง เรือ ชลธาร มาระมุข หนึ่ง แห่ น่า ประโคม มะโหระธึก ลำ ละ สำหรับ เรือ พระที่นั่ง มหา ไชยเทพ ใส่ เครื่อง มงคล ราช บรรณา การ หนึ่ง เรือ เล่พล์หาย ไมตรี หนึ่ง เรือ นัทที เทพธิดา หนึ่ง รับ ทูตา นุทูต แห่ ไป ถึง ป้อม พิไชย ประสิทธิ ยิง ปืน สลุต ยี่สิบ เอ็ด นัด ถึง ป้อม ปีด ปัจนึก เปน เวลา ค่ำ หา ได้ สลุต ไม่ เรือ พระราช สาส์น เรือ แห่ เรือ ตาม ล่อง ลง ไป ถึง เมือง สมุท ปราการ เวลา ค่ำ สอง ทุ่ม พระ ณะหัวเจ้า ท่าน เจ้า พระยา ศรี สุริยวงษ สมันต พงษ พิสุทธ มหา บุรุษ รัตโนดม ที่ สมุห พระกลาโหม ไป เรือ ฤทธิเรงษร ถึง เมือง สมุท ปราการ เวลา สาม ยาม แล้ว ใช้ จักร นำ น่า เรือ พระที่นั่ง มณี เมขลา ประโคม แตร สังข์ กลอง ชนะ เรือ กลไฟ ทั้งปวง ก็ ตาม ออก ไป ถึง เรือ รบ ฝรั่งเสศ เปน เรือ กลไฟ ชื่อ เรือ ยิรอนเดอ ทอด อยู่นอก สันดอน วัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ เวลา สอง โมง เช้า พร้อม กัน ทอด สมอ อยู่ ห่าง เรือ รบ ประมาณ สอง เส้น ก่ามตันไทยอน ให้ ชัก ธง ช้าง เผือก ขึ้น เสา กลาง แต่ เสา น่า เสา ท้าย นั้น ชัก ธง ฝรั่งเสศ ชัก ธง บริวาร ขึ้น ยอด เสา แล้ว พาด ลง มา ตาม ปลาย เพลา ถึง ปาก เรือ ทั้ง สาม เส่า ทหาร ขึ้น ยืน เพลา เส่า น่า ชั้น ต้น สิบสอง คน ซั้น สอง แปด คน ซั้น สาม หก คน รวม ยี่สิบ หก คน เส่า กลาง เท่า เส่า น่า เส่า ท้าย ชั้น ต้น แปด คน ชั้น สอง หก คน ชั้น สาม ลี่ คน รวม สิบแปด คน เวลา นั้น คลื่น ใหญ่ เรือ พระราช สาส์น เข้า เทียบ ไม่ ได้ กำมดันไทยอน จัด เรือ โบด ลี่ ลำ สิบสอง กระเชียง สอง ลำ แปด กระเชียง ลำ หนึ่ง สี่ กระเชียง ลำ หนึ่ง มี ธง ฝรั่งเสศ ปัก ท้าย ทั้ง ลี่ ลำ มา รับ พระบรม ราช สาส์น พระบวร ราช สาส์น ที่ เรือ พระที่นั่ง มณี เมขลา แล รับ พระ ณหัวเจ้า ท่าน เจ้า พระยา ศรี สุริย วงษ กับ พวก ทูตา นุทูต แล ข้า ราชการ ที่ ไป ส่ง ขึ้น เรือ รบ ฝรั่งเสศ กำมดัน แล ขุนนาง นาย ทหาร แต่ง ตัว ยืน รับ อยู่ ที่ ประตู มี ทหาร ยืน แถว ถือ ปืน ไร เฟล ชะนวน ทอง แดง ตะภาย ดาบ สอง แถว ๆ ละ ยี่ สิบ สี่ คน นาย ทหาร ตะภาย ดาบ คน หนึ่ง เป่า แตร คน หนึ่ง รวม ยี่สิบ หก คน เมื่อ เชิญ พระราช สาส์น ขึ้น บน เรือ แล้ว เป่า แตร ขึ้น เปน สำคัญ กำม ดัน นาย ทหาร แล ทหาร เลว ก็ คำนับ พระราช สาส์น ทหาร ที่ ยืน เพลา ร้อง วี่วะลำเป เริร พร้อม กัน สาม หน แล้ว ลง มา เข้า ยืน ปืน ใหญ่ บอก ละสิบ เอ็ด คน ปืน สิบ บอก เปน คน ร้อย สิบ คน มี นาย ทหาร บอก แล้ว ยิง สลุด ยี่สิบ เอ็ด นัด กำมดัน ให้ เชิญ พระบรม ราช สาสน พระ บวร ราช สาสน ขึ้น ไว้ บน โต๊ะ ใน ห้อง ข้าง ท้าย แล้ว ให้ เรือ โบด ออก มา รับ เครื่อง มงคล ราช บรรณา การ แล สิ่ง ของ ทูตา นุทูต เสร็จ แล้ว เวลา ห้า โมง เช้า พระณหัว เจ้า ท่าน เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ แล ข้า ราช การ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ที่ ไป ส่ง ทูตา นุทูต นั้น ลา กำมดัน แล ขุนนาง นาย ทหาร ลง จาก เรือ รบ ฝรั่งเสศ กลับ เข้า มา ณกรุง เทพ พระมหา นคร ทหาร ขึ้น ยืน เพลา ร้อง โฮโร คำนับ อีก ครั้ง หนึ่ง แล้ว ลง มา ยิง ปืน ใหญ่ สลุด พระณหัว เจ้า ท่าน เจ้า พระยา ศรีสุริยวงษ สิบ เก้า นัด กำมดัน จัด ที่ ให้ ราชทูต อุปทูต ตรีทูต อยู่ ห้อง ข้าง ท้าย ที่ ไว้ พระราช สาส์น แต่ ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ เสมียน สาม คน ใช้ นั้น อยู่ ห้อง ดาดฟ้า ชั้น กลาง ข้าง ท้าย ราชทูต อุปทูต ตรีทูต นาย สรรพวิไชย นาย ชาย บาท หลวง ลุยวิศ ลอน นาดี เจด นาย นั้น รับ พระราช ทาน โต๊ะ เดี่ยว กัน กับ กำมดัน แต่ หลวง อินทร มลตรี ขุน มหา สิทธิ โวหาร หมื่น จักวิจิตร หลวง ชาตี้ สุรินทร ขุน จร จูน ทเล ล่าม ขุน สมบัติบดี นาย สมบุญ นาย หวาด นาย เอี่ยม รวม เก้า คน รับ พระราชทาน โต๊ะ เดี่ยว กัน กับ พวก ออฟฟีเซอร ๆ หก คน รวม สิบ ห้า คน คน ชาว สยาม นอก นั้น สิบ สาม คน รับ ของ แจก รับ พระราช ทาน เหมือน อย่าง ลูก เรือ วิกอนต บุตร กงซุล ฝรั่งเสศ ที่ อยู่ ว่า การ แทน กงซุล ณกรุง เทพ นั้น โดย สาร ไป เมือง สิงฆโปร ด้วย เรือ ยี่รอนเดอ ลำ นี้ ยาว สอง ร้อย หก สิบ ฟิต คิด เปน ไทย สาม สิบ เก้า วา ปาก กว้าง สาม สิบ สี่ ฟิต คิด เปน ไทย ห้า วา สิบ นิ้ว ท้อง ภุก สิบเอ็ด ฟิต คิด เปน ไทย สาม วา คืบ สอง นิ้ว กิน น้ำ ภุก สิบ แปด ฟิต คิด เปน ไท สอง วา สอง ศอก คืบ แปด นิ้ว สาม เสา เปน เรือ กลไฟ จักร ท้าย กำลัง ร้อย หก สิบ แรง ม้า กำตัน แล ขุนนาง นาย ทหาร ฯ เลว กะลาสี รวม สอง ร้อย ยี่สิบ คน ดาด ฟ้า ชั้น บน มี ปืน เล็ก ใหญ่ ราย ปาก เรือ กระสุน แปด นิ้ว ข้าง ละห้า บอก น่า เรือ มี ปืน ทอง เหลือง ราง แท่น กระสุน สาม นิ้ว บอก หนึ่ง ดาด ฟ้า ชั้น กลาง เปน ที่ คน อยู่ หา มี ช่อง ปืน ใส่ มี แต่ ปืน ใหญ่ ใส่ ราง ไว้ บอก หนึ่ง ฯะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ฯะ
๏ พระเจ้า ลูก ยาเธอ พระราช โอรส ของ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม โสกันต์ หลาย พระองค์ คน ไป ดู การ ใน พระบรม ราชวัง เปน อัน มาก คราว การ นั้น ณวัน พุฒ วัน พฤหัสบดี วัน ศุกร เดือน ญี่ ขึ้น แปด ค่ำ ขึ้น เก้า ค่ำ ขึ้น สิบ ค่ำ นั้น ฯะ
๏ ผู้ ร้าย เข้า เรือน มิศเตอ มะคลากลัน เอนไยนีร์ ที่ โรง สีไฟ หลวง นริศร มิศเตอ มะคลากลัน อาไศรย อยู่ เรือน หลัง หนึ่ง ที่ ถนน กรุง เจริญ เหนือ วัด พระยาไกร ผู้ ร้าย ขะโมย หีบ อัน มี เงิน เครื่อง ทอง พลอย สำหรับ ประดับ ตัว แล หนังสือ โฉนฎ แล ของ อื่น เปน สำคัญ เปน อัน มาก ถ้า พวก โปลิศ เปน คน ฉลาด ซื่อ ตรง ต่อ อนา ประชา ราษฎร แล ว่อง ไว ใน การ จับ ผู้ ร้าย คง สืบ เอา ความ จน จับ ตัว ผู้ ร้าย ได้ จน ได้ ของ กลาง ถ้า พวก โปลิศ เพิก เฉย ไม่ เหน แก่ ราษฎร ผู้ ต้อง เสีย เงิน เลี้ยง เขา ท่าน ผู้ เลี้ยง เขา จริง จำ ต้อง เปน เหยื่อ แก่ ผู้ ร้าย ถ้า พวก โปลิศ เอา ใจ ใส่ จริง ใน การ จับ ระงับ โจร ผู้ ร้าย ไม่ ช้า ไม่ นาน ใน ตำ บล ที่ มี โปลิศ ผู้ ร้าย คง ยุบ น้อย ลง ไป เปน อัน มาก
๏ ณวัน เสาร เดือน ญี่ ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ เวลา สาม ทุ่ม พวก ฝรั่ง ภา กัน ไป ดู การ เล่น ที่ โรง เลี้ยง แขก คือ ยุไนเวอซัลโฮเตล มี คน ฝรั่ง คน หนุ่ม หลาย คน ที่ เปน คน ชำนาญ ใน การ ร้อง เพลง เล่น เครื่อง เพลง หลาย อย่าง คิด อ่าน มี การ เล่น สนุกนิ์ เชิญ ให้ พวก ฝรั่ง ต่าง ๆ มา ดู เปน การ สนอง เทศกาล ปลาย ปี ครั้น ถึง เวลา กำหนด คน ภา กัน ไป ดู เปน อัน มาก ทั้ง ฝรั่ง ทั้ง ชาว สยาม ผู้ ดี หลาย คน พวก ที่ เล่น นั้น ทา น่า ดำ ทุก คน แต่ง ตัว ตาม อย่าง เช่น ชาว อัฟริกะ ที่ ไป อยู่ ใน ประเทศ ยุไนเตด เชตศ แล พูดจา ร้อง เพลง ประพฤติ์ การ เหมือน คน ชนิด นี้ เคย พระพฤติ์ ทุก วัน ๚ะ
๏ พวก อัฟริกะ เดิม เคย เปน ทาษ ใน ยุไนเตด เชตศ นาย เคย ใช้ แล ทำ แก่ เขา เหมือน เปน สัตว เดียระฉาน เคย เลี้ยง เคย ใช้ แต่ เคย รังเกียจ ห้าม ไม่ ให้ ใคร สอน ให้ มัน มี ปัญา ความ รู้ แล วิชา การ ทำ มา หา กิน เอง ได้ เมื่อ ต้อง ข่มเหง กดขี่ เช่น นี้ พวก นี้ จึ่ง มี กิริยา อาการ แปลก ประลาด หา ปรกติ เรียบ ร้อย เช่น คน ทั้งปวง อื่น ไม่ เคย พูดจา ประพฤติ์ การ ขัน ๆ หยาบ ๆ แต่ บัด นี้ ใน เมือง อะเมริกะ ทาษ ไม่ มี แล้ว คน ดำ พวก อะฟริกะ นี้ เข้า เรียน หนังสือ แล วิชา ใน สกูล ต่าง ๆ ได้ คน ทั้งปวง ต้อง ต้อน รับ นับถือ เขา เหมือน เคารพ นับถือ คน อื่น นั้น เหมือน กัน ไม่ ช้า ไม่ นาน พวก นี้ คง เปน คน ฉลาด มี ความ รู้ แล กิริยา เรียบ ร้อย เหมือน คน อื่น ๆ เหมือน กัน คน เปน คน ไม่ ว่า เปน ชาติ์ ไหน มา แต่ ตำบล ใด ควร จะ มี ความ อัชฌาไศย ต่อ คน ทุก ชนิด เหมือน กัน ไม่ ควร จะ กดขี่ ข่มเหง เอา รัด เอา เปรียบ แก่ กัน เลย ๚ะ
๏ การ เล่น เมื่อ ณวัน เสาร นั้น เปน ที่ ให้ รู้ ว่า ผู้ เล่น นั้น เปน คน ชำนาญ ร้อง เพลง แล ลอก ท่า ตาม อาการ คน อื่น ได้ ๚ะ
๏ ถีบ ชิงช้า ปี นี้ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน ให้ พระยา มนตรี สุริยวงษ ถีบ ชิงช้า เมื่อ ณวัน อังคาร ขึ้น ๗ ค่ำ แล วัน พฤหัสบดี ขึ้น ๙ ค่ำ เดือน ญี่ ปี วอก ฉอศก คราว เมื่อ ถีบ ชิงช้า ทั้งสอง วัน นั้น มี กระบวน แห่ แปลก กัน บ้าง พวก ที่ ไป ดู กระบวน แห่ ถีบ ชิงช้า นั้น บาง พวก ทั้ง หญิง ชาย ก็ ภา กัน นั่ง คอย ดู ที่ ตาม ช่อง ตึก แถว เสา ชิงช้า บาง พวก ก็ ไป ดู แต่ ที่ ถีบ ชิงช้า ที่ หนุ่ม ๆ สาว ๆ เขา ก็ ภา กัน นั่ง ดู เปน หมู่ ๆ ตาม น่า โบถ พราหมณ กระบวน แห่ ปี นี้ มาก กว่า ปี กลาย บาง คน ก็ ชม สรรเสริญ บารมี ของ ท่าน เปน อัน มาก ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ขอ แจ้ง แก่ ท่าน เอไดเตอร เจ้า ของ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย ด้วย สยาม ไสมัย ออก วิก วัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น แปด ค่ำ ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๖ ที่ ท่าน กล่าว ด้วย แห่ การ โล้ ชิงช้า แล ท่าน กล่าว ว่า ได้ ถาม คน ชาว สยาม ว่า ทำไม จึ่ง มี การ เช่น นี้ ที่ ไม่ รู้ นั้น มาก ที่ รู้ เรา มิได้ ภบ ตัว เมื่อ คาด คะเน การ ดู เหมือน จะ เปน การ สำแดง ความ ยินดี คือ ว่า เวลา ระดู ที่ แล้ว ไป นั้น ฟ้า ฝน บริบูรณ ดี เข้า ปลา มี่ ภอ ดี จะ ไม่ อด ลำบาก ไป ใน ปี นี้ แล ความ สำคัญ คะเน ของ ท่าน มี ต่อ ไป แจ้ง อยู่ ใน เรื่อง ชิงช้า ใน สยาม ไสมัย ออก วีก วัน พุฒ นี้ ๚ะ
๏ ความ เรื่อง ชิงช้า นี้ ข้าพเจ้า จะ ขอ อะธิบาย ให้ ท่าน ทราบ โดย สังเขป สั้น ๆ การ โล้ ชิงช้า เปน พระ ราช พิธี ของ พราหมณ์ ได้ ฉลอง พระเดช พระคุณ มา ใน แผ่นดิน กรุง สยาม หลาย อย่าง แต่ พิธี โล้ ชิงช้า นี้ มี นาม ว่า พิธี ตรียำพวาย เปน พระราช พิธี สำหรับ พราหมณ์ ทำ ฉลอง พระเดช พระคุณ มา ใน ระดู เดือน ยี่ ทุก ปี มา ตั้ง แต่ บุราณ เดิม ก็ เปน ธรรมเนียม พิธี ของ พราหมณ์ แต่ พราหมณ์ มา พึ่ง พระบรม โพธิ สม ภาร อยู่ ใน บ้าน ใน เมือง ถึง ระดู พิธี ของ พราหมณ ๆ ไม่ มี อำนาถ แล กำลัง ที่ จะ ทำ การ ใหญ่ ได้ จึ่ง ได้ ขอ พระบรม ราชานุญาต ใน พระบาท สมเด็จ พระบรม กระ ษตรา ธิราช เจ้า แต่ ปาง ก่อน ธรรมเนียม อัน นี้ จึ่ง ได้ ติด เปน พระราช พิธี ต่อ มา จน กาล บัด นี้ ๚ะ
๏ เหมือน อย่าง พวก แขก ที่ มี ลัทธิ ถือ เจ้า เซน ถึง ระดู กำหนด ก็ ต้อง ขอ พระบรม ราชานุญาต กระทำ บุญ ตาม ลัทธิ ของ พวก ที่ นับถือ เจ้า เซน ใน พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ซึ่ง ครอง แผ่นดิน ก็ ได้ พระราช ทาน ซี้ผึ้ง แล อย่าง อื่น ๆ ให้ โดย เมตา จิตร แก่ คน ที่ มี ลัทธิ ถือ ว่า เปน บุญ เปน ความ ดี โดย สมควร ใน เวลา ใน คน บุราณ เคย นับถือ แล พระเจ้า แผ่นดิน เคย ยอม ให้ กระทำ มา เปน การ บุญ การ มงคล ของ พวก แขก เจ้า เซน ธรรมเนียม การ นั้น จึ่ง ติด ต่อ มา จน กาล บัดนี้ ๚ะ
๏ การ สิ่ง ใด ที่ มี คุณ เปน ประโยชน์ แล ไม่ มี คุณ เปน ประโยชน์ นั้น ย่อม ทราบ อยู่ ใน ใต้ ฝ่า ละออง ธุลี ฯ สมเด็จ พระเจ้า แผ่นดิน ผู้ ครอง แผ่นดิน ต่อ มา ทุก ๆ พระองค์ ของ สิ่ง ใด ซึ่ง มี เปน ธรรมเนียม สำ หรับ แผ่นดิน มา แต่ บุราณ แล้ว พระบาท สมเด็จ พระ เจ้า แผ่นดิน พระองค ได พระองค หนึ่ง ไม่ อาจ สามาถ ที่ จะ รับสั่ง ให้ เลิก ถอน เสีย ได้ เพราะ เหตุ ดัง นั้น จึ่ง ได้ เปน ธรรมเนียม มา จน ทุก วัน นี้ เพราะ เหตุ ดัง นั้น หมอ จึ่ง เที่ยว ถาม ผู้ อื่น ๆ จึ่ง ไม่ มี ผู้ อธิบาย ถูก ต้อง ตาม ลัทธิ ที่ เปน ธรรมเนียม ของ พราหมณ ถ้า หมอ จะ ใคร่ ทราบ การ เลอี่ยด ขอ ให้ หมอ จง ไป เฝ้า กราบ ทูล สมเด็จ พระเจ้า บรม วงษ เธอ เจ้า ฟ้า มหา มาลา กรม พระบำราบ ปรปักษ อาจ ทรง อธิบาย เรื่อง พิธี ของ พราหมณ์ อัน นี้ ประทาน ให้ หมอ ทราบ ได้ โดย เลอียด เปน แน่ เพราะ เหตุ ใด ที่ หมอ ว่า ถาม ผู้ ใด ก็ ไม่ รู้ เพราะ ว่า ไม่ ได้ ถือ เอา เปน จริง ถ้า ถือ เอา เปน จริง แล้ว ก็ จะ มี เรื่อง ราว เปน ตำรา เหมือน สาสนา แล กฎหมาย แต่ โดย ธรรมเนียม โล้ ชิง ช้า นั้น แต่ ก่อน ธรรมเนียม ตรียำพวาย นั้น มอบ ให้ เปน พนักงาน ใน กรมนา เปน เจ้า ของ ใน การ พิธี โล้ ชิงช้า ต่อ ๆ มา ๚ะ
๏ ครั้น เมื่อ ใน แผ่นดิน พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ทรง พระ ปรารพภ์ รับสั่ง ว่า แต่ ก่อน มา ก็ เคย มี เปน ธรรมเนียม ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ขี่ ช้าง เปน กระบวน ๆ เรียก ว่า สระ ขนาน แห่ มา เปน พวก ๆ มา ยืน ช้าง หมอบ บน คอ ช้าง เฝ้า ถวาย บังคม ที่ สนาม หน้า พระที่นั่ง สุไทยสวรรค์ พร้อม ด้วย เครื่อง ยศ ภาน ทอง ต่าง ๆ ตาม ตำแหน่ง เปน พวก ๆ ซึ่ง เปน ธรรมเนียม ดัง นี้ นั้น ก็ เพราะ เหตุ ด้วย พระราช ประ สงค์ ของ พระบรม ราช กระษัตร จะ ใคร่ ทรง ทราบ ว่า กำลัง พาหนะ ของ ท่าน คน ใด จะ มี กำลัง พาหนะ แล มาก น้อย ธรรมเนียม อัน นี้ ครั้น จะ ทรง ทำ ต่อ ไป ก็ จะ เปน ที่ เสีย ประโยชน ของ ข้า ราชการ ที่ ไม่ มี ประโยชน จริง ๆ ใน พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว จึ่ง ทรง ให้ งด ไว้ หา ได้ ทรง ทำ ใน แผ่น ดิน นั้น ไม่ จึ่ง ได้ ทรง พระราช ดำริห์ ว่า ขุนนาง ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ที่ ได้ รับ พระราชทาน เครื่อง ยศ ภาน ทอง ถึง ปี พระราช พิธี ตรียำพวาย จะ ต้อง ให้ ผลัด เปลี่ยน กัน แห่ ไป คน ละ ปี ๆ เพื่อ จะ ได้ ดู กำลัง ของ ท่าน นั้น ๆ นอก จาก กำลัง หลวง ใน กำ ลัง ของ ท่าน นั้น ๆ จะ รวบ รวม พล มา เปน กำลัง ได้ สัก เพียง ใด แล จะ ได้ เปน เกียรติยศ ของ ผู้ นั้น เหมือน แทน ที่ ยืน ช้าง ถวาย ตัว แห่ สระขนาน แล้ว จะ ได้ ทรง ทราบ ใต้ ฝ่า ลออง พระบาท ของ ท่าน ผู้ นั้น ๆ ว่า จะ มี กำลัง ฉลอง พระเดช พระคุณ ใน การ ณรงค สงคราม ได้ มาก น้อย เพียง ใด สำหรับ ใน ราชการ จะ เปน กำลัง ใน ราชการ ต่าง ๆ ข้าง น่า ต่อ ไป เพราะ เหตุ ดัง นั้น ๚ะ
๏ ใน ทุก วัน นี้ จึ่ง ได้ เปลี่ยน ข้า ราชการ ที่ ได้ รับ พระราชทาน เครื่อง ยศ ภาน ทอง แห่ โล้ ชิงช้า ต่อ ๆ มา แต่ เจ้า ของ พนักงาน ใน กรมนา ก็ ยัง ยืน ที่ ตาม ธรรม เนียม พนักงาน มา กำกับ ตรวจ ตรา เปน เจ้า ของ น่า ที่ เสมอ มา จน ทุก วัน นี้ ข้าพเจ้า ขอ ให้ ท่าน ทราบ คว ม ย่อ ๆ ภอ เปน สังเขป แต่ เพียง นี้ ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ อยู่ ท้าย หนังสือ นี้ เปน ชาว บ้าน นอก มี สติ ปัญา ความ คิด อัน น้อย จึ่ง มอง ไม่ เหน มี ทาง ช่อง อย่าง อื่น ที่ จะ ยก เปลื้อง ปลด ความ ทุกข์ ร้อน ที่ พวก ข้าพเจ้า แบก อยู่ นี้ ข้น ไป เสีย ได้ ด้วย หน ทาง ที่ ชน ทั้งหลาย เคย เดิน นั้น ไม่ ใคร่ ลุ ถึง พระเจ้า อยูหัว จึ่ง สู้ ฝ่า ความ กลัว แล ความ ผิด อ้อม มา ทาง นี้ เอา ความ จริง ความ สัจ สุจริต ขึ้น ตั้ง น่า เพื่อ ข่าว อัน นี้ จะ ลุ ถึง พระเจ้า อยูหัว บ้าง ด้วย เต็ม ใจ จง ใจ ขอ แจ้ง ความ มา รบ กวน ท่าน อีก ครั้ง หนึ่ง เปน ที่ เกรง ใจ ท่าน เปน ที่ สุด ที่ แล้ว เพราะ ได้ กวน ท่าน ครั้ง หนึ่ง แล้ว ขอ ท่าน ได้ มี ความ เมตา พวก ข้าพเจ้า สัตว ผู้ยาก ช่วย นำ เอา ข่าว อัน นี้ แจ้ง ถึง ท่าน ทั้ง หลาย มี จิตร เมตา กรุณา ซื่อ ตรง กระตัญ เหน กับ แผ่น ดิน จะ ได้ ช่วย นำ ภา เอา ข่าว อัน นี้ เข้า ชี้ แจง กราบ บังคม ทูล ให้ ทรง ทราบ ใต้ ฝ่าลออง ธุลี พระบาท ด้วย ตั้ง แต่ เจ้า เมื้อง กรมการ ต้อง พระราช ตำหนิ กวาด เข้า ไป ยัง กรุง เทพ นั้น โจร ผู้ ร้าย ค่อย เบา บาง ลง น่อย หนึ่ง แต่ พวก แขก โรง จำนำ (ช่อง โซมย) นั้น ทวี ขึ้น พวก แขก เหล่า นี้ ยัง เปน กำลัง ต้น เหตุ ให้ ผู้ ร้าย ลัก โค กระบือ แล เข้า ของ ต่าง ๆ ของ ราษฎร ไป ขาย ให้ มัน ราษฎร ไม่ อาจ จับ กุม ฤา ร้อง ฟ้อง ต่อ เจ้า เมื้อง กรมการ ใหม่ ด้วย เคย เกรง กลัว เข็ด ขยาด อำนาถ พวก แขก แล เจ้า เมื้อง กรมการ คน ก่อน นั้น เคย ย้อน ย่ำ กัน เอา ผู้ ร้าย เปน ผู้ ดี ๆ เปน ผู้ ร้าย อยู่ ดัง นี้ เนือง ๆ บาง คน ได้ ความ ฉิบหาย ขาย ตัว บุตร แล ภรรยา ด้วย เหตุ อัน นี้ โดย มาก ที่ เสีย ของ แล้ว มิ หนำ ซ้ำ เสีย เงิน เข้า ไป อีก ถ้า รู้ ว่า มี ผู้ ร้าย ลัก โค กระบือ แล เข้า ของ ๆ ตัว ไป ขาย ไว้ ยัง โรง จำนำ แล้ว สู้ จำ เปน จำ ด้าน น่า ไป กราบ ไว้ อ้อน วอน ขอ ถ่าย โดย ดี ดี กว่า ไป ร้อง ฟ้อง ต่อ เจ้า เมื้อง กรมการ ด้วย เสีย เงิน แล ป่วย การ เวลา หา กิน แต่ ชั้น เดียว คราว เดียว ราษฎร ภา กัน คิด เหน ดัง นี้ เสีย โดย มาก จึ่ง มิ ใคร่ มี ใคร ไป ร้อง ฟ้อง เพราะ ยัง ไม่ รู้ แน่ ว่า เจ้า เมื้อง กรมการ ที่ ทรง พระกรุณา ตั้ง แต่ง ออก มา ให้ สำหรับ ดับ ทุกข์ ร้อน ของ ราษฎร ต่าง พระเนตร พระกรรณ นั้น จะ มา ดับ ทุกข ร้อน ของ ราษฎร โดย สุจริต ดัง พระราช ประสงค จริง ๆ ฤา จะ มา เพิ่ม ทุกข ให้ ราษฎร ดุจ ดัง เจ้า เมื้อง กรม การ คน เก่า จึ่ง นิ่ง รอ คอย ฟัง ข่าว อยู ถ้า ท่าน ออก มา รักษา เมื้อง ดัง หมาย แล้ว ก็ จะ เปน บุญ ของ ราษ ฎร โดย มาก ๆ แม้น มา กิน เมื้อง พวก เรา คง ต้อง โดน โชก หนัก ๆ อีก หลาย โชก แต่ ชั้น เงิน เฟื้อง จะ ไม่ มี ขอด ชาย ผ้า ความ คับ แค้น เดือด ร้อน ของ ราษ ฎร นั้น ยัง มี อยู่ อีก หลาย อย่าง ยัง หา สมควร ที่ เปน คน ชาติ ต่ำ น้อย ทรัพย อับ ปัญญา ดุจ ดัง ข้าพเจ้า นี้ อาจ เงย น่า อ้า ปาก ขึ้น กล่าว ชี้ แจง ให้ หมด ความ ได้ ด้วย กลัว ความ ผิด กับ จะ เปน ที่ บาท หมาง ใจ ท่าน ผู้ อื่น แต่ อาจ สามาถ กล่าว บ้าง เล็ก น้อย พอ เปน สังเขป ยัง คิด แล้ว คิด อีก กลัว ความ ผิด เปน ที่ สุด เพราะ ตัว เปน แต่ ชาว ป่า ดง บ้าน นอก หา เข้า ใจ ใน ธรรม เนียม กฎหมาย บ้าน เมือง รอบ คอบ ไม่ ครั้น จะ อม นิ่ง ไว้ ไม่ กล่าว ขึ้น มั่ง ก็ ดู เหมือน มิ ใช่ ชาติ์ ชาย เกิด มา เสีย เปล่า ใน แผ่นดิน หา รู้จัก คุณ แผ่นดิน แล พระ มหา กระษัตร ไม่ ถ้า ไม่ คิด ทำ ดั่ง นี้ ที่ ไหน ท่าน ทั้ง หลาย จะ รู้ ทั่ว กัน ด้วย บาง คน ที่ ไม่ รู้ มิ หมาย ว่า ชาว บ้าน นอก นั้น มี ความ สุข ทั่ว กัน หา รู้ ว่า ความ ทุกข นั้น เต็ม หาบ เต็ม กะบุง ขอ ให้ มี ข้า หลวง ที่ มี อำนาจ แล สัจ ซื่อ กระตัญ ต่อ แผ่นดิน ออก มา ชำระ คง ได้ ความ จริง ยิ่ง กว่า หลาย ข้อ หลาย ประการ ที่ ข้า พเจ้า ไม่ อาจ ชี้ แจง นั้น ขึ้น กราบ ทูล เกล้า ฯ ถวาย อีก ประการ หนึ่ง ถ้า ไม่ ดั่ง นั้น ขอ ให้ เจ้า พนักงาน ข้าง ใน กรุง ช่วย สมเคราะ คิด เปลื้อง ปลด ผ่อน ความ ทุกข์ ร้อน ของ ราษฎร ลง เสีย บ้าง แต่ ภอ ได้ มี เวลา ทำ มา หากิน ไม่ ต้อง ยืด หาง โค กระบือ ทุก ค่ำ เช้า คือ บังคับ ให้ เจ้า เมือง กรมการ บังคับ ให้ พวก แขก ร่วม ซ่อง โรง ช่อง นี้ ซื้อ ขาย กัน ตาม ธรรมเนียม ซึ่ง มี แจ้ง อยู่ ใน หนังสือ สำหรับ เดิน ทาง ของ พวก แขก นั้น ทุก ประ การ ใน หนังสือ นั้น ก็ มี ตรา แล นาม ของ ท่าน ผู้ ใหญ่ ติด อยู่ ด้วย ก็ ห้าม ปราม แขง แรง มิ ให้ รับ ซื้อ ของ โขมย อีก ข้อ หนึ่ง ว่า เมื่อ จะ ซื้อ ขาย กัน นั้น ให้ เจ้า เมือง กรมการ กำนัน อำเภอ รู้ เหน เปน พยาน ทำ รูป พรรณ ไว้ จึง จะ ซื้อ ขาย กัน ได้ ถ้า เจ้า เมือง กรม การ เมือง ใด ๆ มิ ได้ รู้ เหน เปน ใจ ด้วย พวก แขก แล้ว คง จะ บังคับ ให้ พวก แขก ทำ ตาม หนังสือ ซึ่ง มี มา นั้น ทั้ง สิ้น นี้ และ เปน ที่ ตัด กำลัง แล ความ คิด แห่ง พวก แขก แล พวก ผู้ ร้าย อยู่ เอง โจร ผู้ ร้าย ก็ จะ เบา บาง ลง เหมือน แต่ ก่อน ๆ นั้น มา นี่ คอย เอียง หู ฟัง แต่ ถ้อย คำ แขก มัน ขู่ ไม่ รู้ เอา มา ขาย ให้ ข้า ๆ ก็ ซื้อ ทำ ไม เจ้า เมือง กรมการ หู หนวก ตา บอด ฤา จึง มิ ได้ เหน แล หนังสือ ซึ่ง โปรด มี มา นั้น ที่ การ อื่น ๆ ที่ จะ ได้ เงิน แล้ว ตา ลุก ตา ชัน แต่ การ ที่ จะ บังคับ พวก แขก ให้ ทำ ตาม หนังสือ นั้น ยัง ทำ ไม่ ได้ นับ ประสา อะไร จะ รับ อาษา เจ้า นาย ไป รบ ทัพ จับ ศึก ซึ่ง ยาก กว่า นี้ ร้อย เท่า พัน ทวี มิ ใช่ ชาย ชาติ์ ทหาร จะ ทำ การ อาษา เจ้า นาย อย่างไร ได้ มัว ห่วง น่า หลัง เหน แต่ จะ ได้ ไม่ มี ยาง อาย ปล่อย ปละ ให้ พวก เหล่า ร้าย ย่ำ ยี เบียด เบียฬ ข่มเหง ราษฎร เหมือน ทาษ ชเลย จะ ตัด สิน เอา ง่าย ๆ เหมือน เจ้า คุณ ท่าน ข้า หลวง ซึ่ง โปรด เกล้า ฯ ให้ ออก มา ชำระ ผู้ ร้าย เมื่อ เดือน สาม ปี ที่ แล้ว มา นั้น ก็ ได้ แต่ ดู ตื่น หนัก หา สม กับ ที่ เขา เรียก ว่า เจ้า คุณ ฤา ท่าน ผู้ มี คุณ ท่าน ว่า มา ขาย เขา ๆ ก็ ซื้อ ซิ ว่า ดั่ง นี้ ดู เหมือน ยื่น ด้า ให้ โจร มิ ได้ เหน กับ แผ่น ดิน มิ ได้ ลืม ตา ดู หนังสือ ที่ ให้ แขก มา นั้น ตรา แล นาย ของ ท่าน ผู้ ได้ สั่ง ไม่ มี ความ ลอาย กับ พวก เหล่า ชาว ป่า มัว ละเมอ ว่า มา ขาย ให้ เขา ๆ ก็ ซื้อ ซิ แต่ คน ป่า ยัง ไม่ โง่ เซอะซะ ถึง เพียง นี้ เดิม ราษฎร มี ความ ชื่น ชม ยื่นดี เปน ที่ ยิ่ง คิด ว่า ท่าน จะ ออก มา ชำระ จับ ได้ พวก เหล่า ร้าย ไม่ คิด เลย ว่า ท่าน ออก มา นัด สนาม วิ่ง แข่ง ม้า นักเลง (ด้วย พวก โขม มี ม้า ทุก ๆ คนสำหรับ โปรด โค กระบือ) มา ขาย ให้ เขา ๆ ก็ ซื้อ ซิ คำ นี้ และ บิด หน ทาง เสีย ที่ เดียว ซึง ข้า พเจ้า ว่า กล่าว แล ขอ มา ทาง นี้ โดย จริง รู้เหน มิ ใช่ จะ แกล้ง ดู ถูก หมิ่น ท่าน ผู้ มี บันดา ศักดิ์ เมื่อ ไร อีก อย่าง หนึ่ง เหน ว่า เดิม มา ใน เมือง ไทย ก็ ดี อยู่ แล้ว เหมือน ท่าน ผู้เฒ่า เคย ว่า อยู่ บ่อย ๆ เกิด ใน ที่ สว่าง จะ ขอ ให้ มีไทย บ้าง ให้ สมกับ ที่ เขา เรียก ว่า ไทย คิด จะ ให้ เพื่อน มนุษ ที่ เกิด มา ในแผ่นดิน เปน ไทย อยู่ ใน ไทย ๚ะ
ณวัน ประหัสบดี เดือน ญี่ ขึ้น เก้า ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลึง ๘ เปนซ
เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลึง ๘ เปนซ กับ สาม อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๕๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ ฮองกอง วัน ศุกร เดือน อ้าย แรม สิบ ค่ำ มี คำ เลื่อง ฦา กัน ว่า กำปั่น รบ จีน เจด ลำ ไม่ ช้า ไม่ นาน จะ ไป ยัง เกาะ ฟอโมซะ จะ รบ กับ ฝรั่งเสศ ๚ะ
๏ กรุง ปาริศ พวก ปฤกษา ราชการ ฝรั่งเสศ คือ เซะ เนต เหน ชอบ ยอม ใน โวด ให้ เบิก เงิน สำหรับ ที่ ประเทศ ตอนกวิน มองเซอ เฟรี่ รับ แล้ว จะ จับ จัด การ เร็ว ๚ะ
๏ กรุง ปาริศ วัน เสาร์ เดือน อ้าย แรม สิบเอ็ด ค่ำ มอง เซอ เฟรี่ วัน นี้ เมื่อ พูด ที่ เซะเนต ได้ ว่า ท่า ทาง คอ เวินแมนต จีน ทำ ให้ การ ซึ่ง ลอด แครนวิล จะ ช่วย จัด การ ให้ เรียบ ร้อย เปน คน กลาง ทั้งสอง ฝ่าย นั้น เสีย ไป บัดนี้ ควร จะ เลิก การ พูดจา ปฤกษา กัน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน อ้าย ขึ้น สิบสาม ค่ำ เกิด การ ระเบิก ที่ ตะภาน คือ ลันดัน บริชะ คน ทั้ง ปวง เชื่อ ว่า เปน เพราะ ดิน ไดนาไมต ของ ไม่ ใคร่ เสีย นัก ไม่ มี ใคร เจบ ด้วย ๚ะ
๏ เมือง ไกโร วัน อังคาร เดือน อ้าย แรม สิบสี่ ค่ำ มี คน ถือ ข่าว มา จาก เมือง คาตุม แจ้ง ความ ว่า เยนิ รัล กอดัน ได้ ขุด ใต้ ดิน ฝัง ดิน ระเบิด ให้ ป้อม พวก กระบถ ที่ เมือง ออมเดอแมน ยับ เยิน เสีย ไป ผู้ คน พวก ฆ่าศึก ตาย เปน อัน มาก ด้วย ๚ะ
๏ เมือง ไกโร วัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ลอด วุล ซิลี อยู่ ที่ เมือง กอติ ฯะ
๏ กรุง ปาริศ มี ความ แจ้ง ออก มา ว่า กำปั่น รบ ไอรอน กลัด คือ หุ้ม เหลก จะ ไป หนุน กำลัง อัดมิรัล กูเบ ใน เดือน ญี่ ข้าง แรม ฯะ
๏ ไกโร วัน ประหัสบดี เดือน ญี่ ขึ้น สอง ค่ำ มี หนัง สือ แต่ ลอดวุลซิลี แจ้ง ความ ว่า กำปั่น ไฟ นั้น ได้ สำเร็จ ความ ไว้ ใจ ทั้ง สิ้น พวก พลรบ ก็ สบาย ดี เปน อัน มาก ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน ญี่ ขึ้น สาม ค่ำ ได้ จับ ดิน ไดนะไมต เปน อัน มาก ที่ เมือง โดเวอ ฯะ
๏ โรค ปรากฎ ขึ้น ใน เมือง ปาริศ อีก ฯะ
๏ คราว ท่าน เจ้า เมือง ฝรั่งเสศ ไซ่ง่อน ไป ตั้ง การ มุนิซิบัล ที่ เมือง พะนมเปน ท่าน ยอ พวก เขมร ให้ เหน ว่า เมือง พะนมเปน คง เปน เมือง โต ใหญ่ สำคัญ นัก ไม่ ช้า นัก เมือง นั้น คง เปน ท่า ที่ สินค้า เมือง พม่า เมือง ไทย จะ รวม เข้า ฯะ
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฦๅ จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้องการ ถ่าม ฤๅ จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรง พิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เยา แต่ ภอ สม ควร การ ฯะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ฯะ
๏ สุภาสิต โคลง เบ็ดเตล็ด ฯะ
๏ แม้น มี มาก ทรัพย ยิ่ง เศฐา พ่อ แม่ แก่ ชรา บ่ เลี้ยง เปน ทุกข แต่ อาตมา บริโภก จัก ฉิบหาย วาย เพียง โทษ ท้าว ลง ทัน ฯะ
๏ คน ใด กล่าว ถ้อย เท็จ มฤษา ลวง พ่อ สงฆ พราหมณา ยาก ไร้ อำ พราง ผู้ อะนาถา ยาจก โทษ ที่ เท็จ จัก ได้ ทุกข แท้ ถึง ตัว ฯะ
๏ คน ใด ใจ กระด้าง โคติ ตระกูล โอหัง ว่า ทรัพย มูล ยิ่ง ผู้ ดู หมิ่น หมู่ ประยูร พงษ เผ่า จัก ฉิบหาย วาย สู้ สิ่ง ไร้ เบี้ยพี้ ตน ฯะ
๏ ว่า ด้วย พระเจ้า ๚ะ
๏ ๓ ใน พระเจ้า องค์ เดียว นั้น มี สาม องค์ เปน องค์ เดียว กัน ใน องค์ ใน ฤทธิ์ ใน ถาวร กาล ก็ เสมอ กัน พระเจ้า คือ พระ บิดา พระเจ้า คือ พระบุตร แล พระเจ้า คือ พระ วิญาณ บริสุทธิ์๒ พระ บิดา นั้น มิ ได้ เปน แต่ ใคร มิ ได้ มา จาก ใคร พระบุตร นั้น เปน แต่ พระ บิดา แต่ ต้น เดิม๑ พระวิญาณ บริสุทธิ์ มา จาก พระบิดา แล พระบุตร แต่ ต้น เดิม ๚ะ
ว่า ด้วย พระกำหนด แต่ ถาวร กาล
๏ ๑ แต่ ถาวร กาล ทุก เมื่อ ข้าง อดีตกาล พระเจ้า ด้วย พระปัญญา แล พระดำริห์ ตาม ชอบ พระไทย ของ พระองค์ เอง ได้ ทรง ตั้ง จน ไม่ เปน อัน เปลี่ยน ไป ได้ พระธรรม คือ การ อัน เปน ไป เปน มา ทุก เมื่อ๓ แต่ เมื่อ จัด การ ทั้งนั้น พระเจ้า มิได้ เปน ต้น เหตุ แห่ง การ บาป๔ แล มิได้ ข่ม ขี่ ความ ปราถนา แห่ง ของ ซึ่ง พระองค์ ได้ สร้าง นั้น ก็ มิ ได้ หัก ทำลาย อำเภอ ใจ ตาม ความ ปราถนา ที่ จะ ให้ ปลาย ผล เกิด แต่ ตั้ง ให้ อำเภอ ใจ ตาม ความ ปราถนา นั้น ยิ่ง แน ยิ่ง หมั้น คง ๚ะ
๏ ผู้ ใด ทรง สัตย สร้าง ศิลา บมิ โกรธ บมิ หึ้งสา ท่าน ใช้ สัตย ซื่อ ถือ เมตา ใจ อด ท่าน ผู้ นั้น จัก ได้ ชื่อ เชื้อ ปราช ดี่ ๚ะ
๏ รู้ ธรรม เทียม เท่า ผู้ ขรรม ไตรย เจน จัด อรรถ ภาย ใน ภุก ล้น กล่าว แก้ สงไสย ไหล เลอะ เลื่อน อยู่ นา รศ พระธรรม อำ อัน ว่า รู้ ใคร จะ ชม
๏ ธรรมมะ แต่ ปาก อ้าง อวด ดี่ ให้ คน หลง วาที เชื่อ แท้ ยก ตน ดั่ง ว่า มี่ ศีล สัจ มั่น คง แต่ จะ เอา จริง แล้ ไล่ ล้วน เหลว ไหล ๚ะ
๏ บุญ กรรม เกิด กับ ด้วย ดวง ใจ ผล เพิ่ม เพื่อ เชื้อ ไตร รัตน แก้ว บุญ บาป มาก น้อย ใน จะ ติด ตน นา ดั่ง จัก เกวี่ยน เวียน แล้ว ไล่ เลี้ยว ตื่น โค
AYER'S PILLS.
๏ ๑ ยา เม็ด แก้ ผูก คือ เอเยอร์ กะทาติก บิ๊ลซ์ เปน ยา กิน ง่าย มี คุณ เปน อัน มาก แก้ ผูก แน่น แล ไม่ เปน อันตราย เลย รักษา ท้อง ช่วย ไฟ ธาตุ แก้ ปวด ศีศะ ควร จะ เอา ไว้ ใน บ้าน ให้ เด็ก ให้ ผู้ ใหญ่ กิน เมื่อ ไม่ สบาย นั้น ๚ะ
๏ ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เด็ก แล้ว จะ ให้ เดิน แต่ อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๒ จน ๔ เม็ด ถ้า จะ ให้ เดิน เลอียด ตั้ง แต่ ๔ จน ๖ เม็ด ผู้ หญิง แล เดก ต้อง กิน หย่อน กว่า นี้ น้อย หนึ่ง ถ้า ต้อง กิน บ่อย ๆ จัด กิน เม็ด แต่ ภอ ควร กับ การ ๚ะ
AYER'S SARSAPARILLA.
๏ ๒ ยา คือ เอเยอร์ ซาร์ซะปะริลละ เปน ยา แก้ เลือด ช่วย บำรุง ชีวิตร แล ความ สบาย แล ให้ ร่าง กาย มี ชีวิตร ใหม่ ทั่ว ตลอด ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ควร จะ กิน วัน ละ สาม ครั้ง ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก แล้ว ให้ กิน ช้อน ๑ ฤา ๒ ช้อน น้ำ ชา ถ้า ผู้ ชาย อายุ ตั้ง แต่ ๑๕ ปี จน ๒๐ ปี แล ผู้ หญิง ผู้ กำลัง ย่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๕ จน ถึง ๙๐ หยด ถ้า เดก ย่อน ตั้ง แต่ แปด ขวบ จน ๑๕ ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๖๐ หยด ถ้า เดก ตั้ง แต่ ๓ ขวบ จน แปด ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๑๕ หยด จน ๓๐ หยด เมื่อ แรก กิน ๆ แต่ อย่าง น้อย ก่อน แล้ว กิน มาก ตาม กำ หนด สม กับ การ ถ้า ใส่ ยา ใน น้ำ ร้อน น้อย คุณ ยา ก็ จะ มาก ขึ้น เมื่อ จะ ใช้ ยา ขนาน นี้ ต้อง ระวัง ให้ ท้อง เดิน ด้วย ยา เม็ด เอเยอร์ บิ๊ลซ์ แต่ อย่า ให้ เดิน หนัก ได้ อาบ น้ำ บ่อย ๆ รักษา ตัว ให้ สอาด รับ ประทาน อาหาร ให้ สม ควร สม กำลัง ไม่ ต้อง อด อยาก ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังกฤษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด