
| เล่ม ๓ แผ่น ๒๐ วัน พุฒ เดือน ญี่ แรม เจ็ด ค่ำ ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๖ |
๏ รุ่ง ขึ้น วัน เสาร เดือน ห้า ขึ้น สิบ สอง ค่ำ เวลา สาม โมง เช้า กำมดัน ให้ ใช้ จักร เรือ รบ ออก จาก ที่ ทอด สมอ นอก สันดอน ครั้น เวลา ย่ำ ค่ำ ถึง น่า เขา ตะเกียบ ตั้ง หัว เรือ ไป หว่าง ทิศ ตะเภา พัด หลวง แล่น ออก ภุก ๚ะ
๏ ณวัน อาทิตย เดือน ห้า ขึ้น สิบสาม ค่ำ เวลา เช้า แล ไม่ เหน ฝั่ง ลม ตะเภา พัด เสมอ ลุดเตนเนนต เอา แผ่นที่ มา คิด ดู รู้ ว่า เรือ ถึง น่า เมือง กำเนิด นพ คุณ ๚ะ
๏ ณวัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ เวลา บ่าย เรือ ถึง หว่าง เกาะ กระเกาะ มัน ตรง กัน คลื่น สงบ เรือ เดิน โมง ละ หก หนอด เวลา นั้น เป็น ลม หัว เขา พัด กล้า กำมดัน ให้ ใช้ ใบ ช่วย จักร ทั้ง สาม เสา เรือ เดิน เรว ขึ้น โมง ละ เจด หนอด ๚ะ
๏ วัน อังคาร เดือน ห้า ขึ้น สิบห้า ค่ำ เวลา สี่ โมง เช้า แล เหน เขา ไซ รง เขา นั้น อยู่ ใน ป่า แขวง เมือง ตะนี่ ข้าง ใต้ ตรง เขา นั้น ลง มา เปน แหลม ชาย ทเล เรียก ว่า แหลม งู เวลา ห้า โมง เช้า นาย ทหาร ซ้อม ทหาร ปืน เล็ก ยี่สิบ แปด คน เวลา บ่าย เรือ ไป ถึง ตรง น่า เมือง กะลันตัน เหน เกาะ ปะรินเตียน เกาะ เร็ดแดง สอง เกาะ ข้าง ทิศ ตะเภา แขก เรียก ว่า เกาะ ดิดัง อยู่ ใต้ เมือง กะลันตัน เวลา ย่ำ ค่ำ ถึง น่า เมือง ตารัง กานู วัน พุฒ เดือน ห้า แรม ค่ำ หนึ่ง เวลา เที่ยง เรือ ไป ถึง ตรง น่า เมือง ปะหัง เวลา บ่าย สาม โมง เหน เกาะ นาก ใต้ เมือง ปะหัง อยู่ หว่าง ตะเภา สลาตัน ๚ะ
๏ วัน พฤหัสบดี เดือน ห้า แรม สอง ค่ำ เวลา เช้า เหน เกาะ ปูลูออก เวลา สี่ โมง เช้า เหน แหลม โรมแมเนีย ข้าง ขวา เขา บีนแตง เมือง เรียว อยู่ ข้าง ซ้าย เวลา เช้า ห้า โมง ถึง ปาก ช่อง กอง สี่ลา ขาว ที่ สี่ลา ขาว นั้น เปน สี่ลา งอก ขึ้น พ้น น้ำ บ้าง อยู่ ใต้ น้ำ บ้าง เปน ที่ น่า กลัว เรือ เข้า ออก จะ เปน อันตราย มี หอ คอย สำหรับ ตาม โคม เปน ที่ สำคัญ เรือ เข้า ออก อังกฤษ เรียก ว่า ไลดเฮาซ ไลดเฮาซ นั้น เปน ของ อังกฤษ ทำ ขึ้น บน กอง สี่ลา ขาว สูง ร้อย ฟื้ด คิด เปน ไทย สิบห้า วา มี คน อังกฤษ ผลัด เปลี่ยน กัน รักษา ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน เมื่อ เรือ ไป ใกล้ ไลดเฮาซ ที่ เรือ ชัก ธง ฝรั่งเสศ ขึ้น ปลาย เพลา โกชี่ เสา ท้าย คน ที่ รักษา ไลดเฮาซ ก็ ชัก ธง อังกฤษ ขึ้น รับ เรือ พ้น ที่ นั่น เข้า ไป แล่น ใกล้ ฝั่ง เหน บ้าน เรือน แขก หลาย ตำบล เวลา บ่าย โมง หนึ่ง ถึง ปาก น้ำ ย่าโฮ เวลา บ่าย สาม โมง ถึง ที่ ทอด สมอ น่า เมือง สิงฆโปร รวม หก วัน กำมดัน ให้ ชัก ธง ช้าง เผือก ขึ้น เสา กลาง ชัก ธง อังกฤษ ขึ้น เสา น่า แล้ว ยิง สลุต ธง อังกฤษ ยี่สิบ เอ็ด นัด ที่ ป้อม เมือง สิงฆโปร สลุต ตอบ ยี่สิบ เอ็ด นัด วิเกานต บุตร กงซุล ฝรั่งเสศ ที่ อยู่ ว่า การ แทน กงซุล กรุง เทพ ฯ ซึ่ง ออก ไป ด้วย นั้น ลง เรือ บด ขึ้น ไป เมือง สิงฆโปร ก่อน พระ พิเทศพานิช สยาม พิชิตร ภักดิ์ ผู้ ว่า การ กงซุล กรุง สยาม ลง มา ที่ เรือ รบ ทัก ถาม ทูตานุทูต แล้ว ถาม ถึง พระบาท สมเด็จ พระเจ้า แผ่นดิน กรุง สยาม ทั้ง สอง พระองค์ แล พระ บรมวงษ ษานุวงษ ทรง เปน ศุข สบาย อยู่ ฤๅ ราชทูต ตอบ ว่า ทรง เปน ศุข สบาย อยู่ พระ พิเทศพานิช ถาม ราชทูต ว่า จะ ขึ้น ไป เมือง สิงฆโปร์ เวลา ไร ราชทูต ตอบ ว่า กำมดัน จะ ขื้น ไป ต่อ ณวัน แรม สาม ค่ำ พระ พิเทศพานิช บอก กำมตัน ว่า แรม สาม ค่ำ เปน วัน ศุกร เปน วัน ตาย ของ พระเยซู ห้าม การ สลุด ไป จน ถึง วัน จันทร เดือน ห้า แรม หก ค่ำ จึ่ง จะ สลุด ได้ พระ พิเทศพานิช บอก ว่า เจ้า เมือง สิงฆโปร์ แล กงซุล ฝรั่งเสศ ได้ ปฤกษา กัน แล้ว ถ้า ทูตานุทูต จะ ขื้น วัน แรม สาม ค่ำ ก็ ได้ แต่ ไม่ ได้ สลุด วัน นี้ เจ้า เมือง จัด ทหาร เตรียม คอย สลุด รับ ทูตานุทูต อยู่ พร้อม แล้ว ราชทูต จึ่ง ว่า กับ กำมตัน ว่า การ สลุด นี้ เปน การ ใหญ่ สำคัญ จะ ขอ ขน วัน นี้ เจ้า เมือง สลุด รับ จะ ได้ เปน พระเกียรติยศ แต่ พระเจ้า แผ่นดิน ทั้ง สอง พระ นคร กำมตัน ว่า ตาม แต่ ราชทูต จะ เหน ควร เถิด เวลา บ่าย ห้า โมง กำมตัน จัด เรือ บด สาม ลำ ราชทูต อุปทูต ตรีทูต บาท หลวง ลุยวิศ ลอนนาดี กำมตัน โทยอน ห้า คน ไป ลำ หนึ่ง ราชทูต อุปทูต ตรีทูต สวม เสื้อ สำระบับ นุ่ง ยก ทอง ใส่ สนับเพลา ใส่ หมวก แกบ มี พระ ตรา คาด เขมขัด คาด รัด คด ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ เสมียน ล่าม แต่ง ตัว ตาม บันดา ศักดิ์ ไป ลำ หนึ่ง คน ใช้ ไป ลำ หนึ่ง ครั้น ถึง ตะพาน น่า ป้อม เจ้า เมือง ให้ แอด กำ รอง เจ้า เมือง ที่ สาม มา รับ คน หนึ่ง มี ทหาร ถือ กระบอง ห้าม คน ตาม ทาง หก คน พระ พิเทศพานิช หนึ่ง มิศ กอชิต กงซุล ฝรั่งเสศ สำหรับ เมือง สิงฆโปร์ หนึ่ง นาย ห้าง อังกฤษ หนึ่ง นาย ห้าง ฝรั่งเสศ หนึ่ง นาย ห้าง แขก เทศ หนึ่ง นาย ห้าง จีน หนึ่ง มา คอย รับ ทูตา นุทูต อยู่ ที่ ตะพาน น้ำ เมื่อ ทูตานุทูต ขึ้น ตะพาน แล้ว ขี่ เรือ รบ ยิง ปืน สลุด ส่ง สิบเก้า นัด ที่ ป้อม ยิง ปืน สลุด รับ สิบเก้า นัด กงซุล ฝรั่งเสศ จัด รถ ไว้ สาม รถ ราชทูต อุปทูต ตรีทูต บาท หลวง ถุวิยศ ลอนนาดี กำม ตัน โทยอน ไป รถ หนึ่ง เทียม ม้า เทศ สอง ม้า ให้ ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ เสมียน ล่าม คน ใช้ ไป สอง รถ เทียม ม้า รถ ละม้า กงซุล ฝรั่งเสศ ภา ทูตานุทูต ไป อยู่ โฮเตล ชื่อ เลศเปอแรน จัด รถ ไว้ ให้ ใช้ สำหรับ โฮเตล สาม รถ ใน โฮเตล นั้น มี เตียง นอน ครบ ทุก นาย เลี้ยง ทูตานุทูต วัน ละ สาม เวลา มี เครื่อง ใช้ สอย สำหรับ โฮเตล ครบ ทุก อย่าง ฯะ
๏ วัน ศุกร เดือน ห้า แรม สาม ค่ำ เวลา ห้า โมง เช้า มิศ กอชิต กงซุล ฝรั่งเสศ เมือง สิงฆโปร์ หนึ่ง เดอกัศเตล โน กงซุล ฝรั่งเสศ กรุง เทพ หนึ่ง เบดลี่โน กงซุล อิศบัน ยอล เมือง สิงฆโปร์ หนึ่ง พระ พิเทศพานิช สยาม พิชิต ภักดี หนึ่ง เถ้า แก่ หวด นาย ห้าง พระยา พิศาล ศุภผล เถ้าแก่ อ๋ นาย ห้าง พระ ภาษี สมบัติ บริบูรณ หนึ่ง หก นาย มา โฮเตล เยี่ยม ทูตานุทูต ปราไศรย กัน อยู่ ประ มาณ ชั่ว โมง หนึ่ง ราชทูต เชิญ พระราช หัตถเลขา ให้ พระ พิเทศพานิช พระ พิเทศพานิช รับ พระราช หัตถ เลขา ขึ้น คำนับ เหนือ ศีศะ แล้ว ลา กลับ ไป ๚ะ
๏ วัน เสาร์ เดือน ห้า แรม สี่ ค่ำ เวลา ห้า โมง เช้า จีน กับตัน กิมเสง มา ที่ โฮเตล ทัก ถาม ทูตานุทูต แล้ว ลา กลับ ไป ฝ่าย ราชทูต อุปทูต ตรีทูต ไป หา ตอบ แทน กงซุล ฝรั่งเสศ เมือง สิงฆโปร์ กงซุล กรุง เทพ พูด กัน อยู่ กึ่ง โมง ราชทูต อุปทูต ตรีทูต ลา ไป หา ตอบ แทน พระ พิเทศพานิช ราชทูต บอก พระพิเทศพานิช ว่า มี พระราช หัตถเลขา ฝาก ทูตานุทูต ออก มา ถึง เซอ ริคเชิด มะกอศแลน ซึ่ง เปน ผู้ สิทธิ์ ขาด ใน การ ตัด สิน ความ ใน เมือง สิงฆโปร์ ฉบับ หนึ่ง พระ พิเทศพานิช จึง ภา ราชทูต อุปทูต ตรีทูต ไป หา เซอ ริคเชิด มะกอศ แลน ฯ ลง มา รับ เชิญ ให้ นั่ง เก้าอี้ แล้ว ถาม ว่า ทูตานุทูต มา ตาม ทาง มี ความ ศุข สบาย อยู่ ราชทูต ตอบ ว่า มี ความ ศุข สบาย อยู่ แล้ว ราชทูต บอก กับ เซอริคเชิด มะกอศ แลน ว่า พระบาท สมเด็จ เจ้า แผ่นดิน กรุง สยาม ทั้ง สอง พระองค์ ทรง ลำฤก ถึง ท่าน มาก อยู่ จึง พระราชทาน พระราช หัตถเลขา ออก มา ให้ ท่าน ฉบับ หนึ่ง ทูตานุทูต ออก มา ครั้ง นี้ จะ มี การ ธุระ เกี่ยว ข้อง สิ่ง ใด ท่าน จะ ได้ ช่วย สงเคราะห์ เซอริคเชิด มะกอศแลน ตอบ ว่า ขอบ พระเดช พระคุณ พระเจ้า กรุง สยาม ทั้ง สอง พระองค์ ทรง ลาฤก ข้าพเจ้า นั้น ข้าพเจ้า มี ความ ยินดี มาก แล้ว ราชทูต เชิญ พระราช หัตถเลขา ให้ เซอริคเชิด มะกอศ แลน ฯ รับ พระราช หัตถเลขา แล้ว ว่า ทูตานุทูต ออก มา ครั้ง นี้ จะ มี ธุระ สิ่ง ใด ข้าพเจ้า มี อำนาถ เท่า ใด ก็ จะ ช่วย ธุระ ท่าน ทูตานุทูต ทั้ง สิ้น ราชทูต ตอบ ว่า ซึ่ง ท่าน มี ใจ สวามิภักดิ์ ต่อ พระเจ้า กรุง สยาม ทั้ง สอง พระองค์ แล ได้ รับ ธุระ สิ่ง ประสงค์ ของ ทูตานุทูต ซึ่ง ออก มา ครั้ง นี้ นั้น ข้าพเจ้า ขอบ ใจ ท่าน เปน อัน มาก แล้ว ทูตานุทูต ลา กลับ มา โฮเตล ๚ะ
๏ วัน อาทิตย เดือน ห้า แรม ห้า ค่ำ เวลา เช้า มิศ กอ ชิด กงซุล ฝรั่งเสศ เมือง สิงฆโปร์ หนึ่ง เดอ กัศเทลโน กงซุล ฝรั่งเสศ กรุง เทพ หนึ่ง กำมตัน โทยอน หนึ่ง สาม นาย มา หา ทูตานุทูต ที่ โฮเตล แล้ว ราชทูต อุปทูต ตรีทูต ไป หา ตอบ แทน จีน กับตัน กิมเสง ที่ ตึก บน เนิน เขา จีน กับตัน กิมเสง ราชทูต อุปทูต ตรีทูต ได้ มา บน ที่ อยู่ ของ ข้าพเจ้า ฯ ขอบ ใจ เปน อัน มาก เมื่อ ราชทูต ออก ไป กรุง ลอนดอน ครั้ง ก่อน ข้าพเจ้า ก็ ได้ เชิญ มา กิน โต๊ะ ครั้ง หนึ่ง แล้ว จีน กับตัน กิมเสง ให้ เอา ของ หวาน น้ำ องุ่น น้ำ ชา มา เลี้ยง ทูตานุทูต แล้ว ภา ทูตานุทูต ไป ชม เก๋ง ที่ กลาง สระ สวน จันทร สอง สระ สระ หนึ่ง เชิง เขา น้ำ ทเล ไหล เข้า ออก ได้ เปน ที่ ปล่อย ปลา ต่าง ๆ สระ หนึ่ง อยู่ เนิน บน เขา น้ำ จืด เปนที่ เลี้ยง ปลา เงิน ปลา ทอง พูด กัน อยู่ สัก ชั่ว โมง หนึ่ง ทูตานุทูต ก็ ลา กลับ มา โฮเตล เวลา ค่ำ เก้า แก่ อี้ นาย ห้าง พระ ภาษี สมบัติ บริบุรณ เชิญ ทูตานุทูต ไป กิน โต๊ะ ที่ ตึก พร้อม ด้วย พระ พิเทศพานิช เลี้ยง อย่าง จีน ครั้น เลิก เลี้ยง แล้ว เวลา สอง ทุ่ม พระ พิเทศ พานิช เถ้า แก่ อี้ มา ส่ง ทูตานุทูต ถึง โฮเตล แล้ว ลา กลับ ไป ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ อีตัน-จิก- ณวัน ประหัษบดี เดือน ญี่ แรม ค่ำ หนึ่ง ที่ บ้าน มิศเตอ ดี บี แบรดเล ล่าม ที่ ออฟิซ กรมท่า ครู เรวิเรนด์ แอน แอ มักดอนอัลด์ ดี ดี ได้ กล่าว ให้ เรวิเรนด์ ลูอิศ แอนซัน ยิตัน ครู ของ อะเมริกัน บับติซตะ มิเช่อน ที่ กรุง เทพ สอน ภาษา จีน กับ มิศ แอนนี่ จิก เปน นาง สอน ของ อะเมริกัน เปรซไบติเรียน มิเช่อน ที่ กรุงเทพ เปน สามี ภรรยา กัน ราชทูต อะเมริกัน เยนิรัล ยอน แล ฮอลเดอร์แมน อยู่ คราว กล่าว กัน เปน ประทาน พวก แตร ฝรั่ง ของ กรม ใน พระ บวร ราชวัง ได้ เล่น ช่วย กัน ใน การ กล่าว กัน นั้น ด้วย ๚ะ
๏ ฮอล-แย้ม- ณวัน ประหัษบดี เดือน ญี่ แรม ค่ำ หนึ่ง มิศเตอ รอเบิด ฮอล คน เรียง พิมพ ที่ โรง พิมพ บาง คอ แหลม กับ อำแดง แย้ม ชาว สยาม ได้ กล่าว กัน เปน สามี แล ภรรยา กัน ๚ะ
๏ วัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ เปน วัน สิ้น ปี ๑๘๗๔ ของ พวก ฝรั่ง แล วัน ประหัษบดี เดือน ญี่ แรม ค่ำ หนึ่ง ปี วอก ฉอศก จุลศักราช ๑๒๓๖ เปน วัน แรก ต้น ปี ๑๘๗๕ ของพวก ฝรั่ง พระเยซู ศักราช อ่อนกว่า พุทธ ศักราช ๕๔๓ ปี แล แก่ กว่า จุลศักราช ๖๓๘ ปี วัน มหา สงกรานต์ มัก ตก ในวัน ที่ ๑๑ ฤๅ วันที่ ๑๒ เดือน แอปริล ฝรั่ง ทุก ปี มิ ได้ คลาด เลย ๚ะ
๏ ฉบับ สยาม ไสมย ที่ ออก วัน นี้ เปน ฉบับ แรก ใน ปี คริศ ศักราช ๑๘๗๕ เอไดตอร จึง ซค ฝาก คำนับ มา ยัง ท่าน ทั้งปวง ที่ รับ ที่ อ่าน สยาม ไสมย แล ขอ ให้ สมเด็จ พระบรม มหา เยซู เจ้า เรา ทรง พระ กรุณา โปรด ชุบ เลี้ยง ท่าน ทั้งปวง ให้ เจริญ ชีวิตร ความ ศุข กาล ช้า นาน แล ใน ประโลกย ให้ สำเร็จ ความ รอด เจริญ ความ ศุข สำราญ เปน นิจกาล ด้วย ๚ะ
ข่าว โทรเลข ใน
๏ ณวัน ศุกร เดือน ญี่ แรม สอง ค่ำ เวลา ค่ำ ทุ่ม หนึ่ง สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ เจ้า ฟ้า จาตุรนต์ รัศมี กรม หลวง จักรพรรดิ พงษ เสด็จ ถึง แล เลย ปาก น้ำ จะ ไป เมือง จันทบุรี ๚ะ
๏ วัน อาทิตย เดือน ญี่ แรม สี่ ค่ำ มา ยัง ปาก น้ำ แล เลย ขึ้น มา ถึง กรุง เทพ เวลา พลบ ๚ะ
ณวัน ประหัศบดี เดือน ญี่ ขึ้น เก้า ค่ำ
เงิน แบงก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลึง ๘ เปนซ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลึง ๘ เปนซ กับ สาม อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๕๕ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน ญี่ ขึ้น สี่ ค่ำ มี ความ เลื่อง ลือ กัน ว่า ได้ ยก ธง เยอระแมน ขึ้น ที่ เกาะ นุ บริตัน เกาะ นุ ไอเออแลนด แล ข้าง ชาย เทล เหนือ ที่ เกาะ นุกินี ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ญี่ ขึ้น เจด ค่ำ พวก บูเออร ที่ ประเทศ แตรนซวัล จัด ถือ เครื่อง อาวุธ พร้อม จะ ออก จาก เขตร น่า เปรไซเดนต กรุเคอ แจ้ง ความ ว่า ไม่ มี กำลัง ที่ จะ ตัด ทาง มิ ให้ เขา ไป ๚ะ
๏ การ ซึ่ง จะ เอา เกาะ นุ บริตัน เกาะ นุ ไอเออรแลนด แล ชาย ทเล ข้าง เหนือ ที่ เกาะ นุกินี เปน เมือง ขึ้น ของ เยระแมน คราว นี้ ที่ กรุง เบอลิน พวก ราชการ รับ ว่า แน่ แล้ว ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น แปด ค่ำ ได้ ใช้ ให้ เจ้า พนักงาน แตรน ซวิล คน หนึ่ง ไป ยัง เขตร แดน ข้าง น่า เพื่อ จะ มิ ให้ พวก โบเออร เลย ข้าม เขตร มา ได้ ๚ะ
๏ เมือง เมลโบรน ท่าน ปรี่มิเออร ขุนนาง ใหญ่ ข้าง ราชการ ที่ เมือง วิกโตเรีย ได้ เชิญ เมือง ที่ เปน กอโลนี่ ต่าง ๆ ขี่ เกาะ ออศแตรเลี่ย ให้ ร้อง โปรเตศ พร้อม กัน ห้าม มิ ให้ พวก เยอระแมน เพิ่ม เติม ต่อ เขตร ในเขตร เคียง เขตร ของ เขา ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า คำนับ มา ถึง ท่าน เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมัย ให้ ทราบ ด้วย ขอ ท่าน ได้ เอา หนังสือ ขอบ ใจ ของ ข้าพเจ้า ฉบับ นี้ ลง พิมพ์ ด้วย ตั้ง แต่ ท่าน ได้ จัด การ ทำ หนังสือ สยาม ไสมัย มา เกือบ จะ ได้ สอง ปี ครึ่ง แล้ว หนังสือ ของ ท่าน ได้ ออก ตาม วัน กำหนด เสมอ มิ ได้ ขาด เปน การ แน่ นอน จริง ๆ ข้าพเจ้า มี ความ ยินดี ขอบ ใจ ท่าน ครู สมิท ผู้ จัด การ นี้ เปน อัน มาก ขอ ให้ ท่าน ได้ มี ความ ศุข เจริญ ยิ่ง ขึ้น ไป อีก เทอญ ฯะ
๏ อนึ่ง บัดนี้ ข้าพเจ้า ได้ ยิน ข่าว ว่า หนังสือ พิมพ์ ราชกิจจา ซึ่ง เปน หนังสือ ข่าว ราชการ สำคัญ นั้น ออก อีก แล้ว แต่ จะ ออก ไป ได้ กี่ เดือน กี่ ปี จะ หยุด ยัง หา ทราบ ไม่ ด้วย แต่ ก่อน ข้าพเจ้า เคย ซื้อ อยู่ บ้าง ท่าน ออก คำ ประกาศ ใน ใบ ต้น ว่า จะ จัด การ อย่าง นั้น จะ ออก กำหนด วัน นั้น ดู เปน การ แขง แรง เหมือน เหล็ก สะปริง ที่ ไม่ ได้ ชุบ เมื่อ แรก ก็ ทำ ให้ เครื่อง เดิน ได้ ดี ๆ สัก หน่อย ก็ อ่อน เคลื่อน คลาด ผิด วัน กำหนด ไป ทุก ที่ ๆ ไม่ ตลอด ปี สัก ครึ่ง ปี หนึ่ง ก็ หยุด แต่ จะ หยุด เมื่อ ไร ก็ ไม่ มี ใคร ทราบ เหตุ ผล อยู่ ดี ๆ ก็ หยุด ไป อย่าง นั้น เอง แต่ ครั้ง นี้ จะ ออก อย่าง ไร ก็ ไม่ ทราบ อยู่ ดี ๆ ก็ โผล่ ว่า ราชกิจจา ออก มา อีก แล้ว ฃอ ท่าน ครู สมิท ได้ โปรด ชี้ แจง ให้ ข้าพเจ้า ทราบ ด้วย ว่า ธรรมเนียม หนังสือ ข่าว ราชการ เมือง นอก นั้น ทำ ทำ แล้ว หยุด ๆ แล้ว ก็ ออก อีก ดัง นี้ ฤา อย่าง ไร ฯะ
๏ ขอ แจ้ง ความ มายัง ท่าน ครู สมิท เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมัย ได้ ทราบ ด้วย ข้าพเจ้า มี ความ สงไสย นักหนา ว่า เมื่อ ใน รัชกาล พระบาท สมเด็จ พระนั่งเกล้า เจ้า อยู่ หัว ทรง พระราช ดำริห์ เกลียด ชัง ใน คน สูบ ฝิ่น ผู้ ลัก ลอบ ขาย ฝิ่น นั้น เปน อัน มาก จึ่ง มี พระ ราช กำหนด ห้าม ปราม เปน การ กวด ขัน อย่าง ที่ สุด มิ ให้ ไทย แล จีน สูบ ฝิ่น เลย ถ้า ผู้ ใด ฝ่า ฝืน ขืน พระราช กำหนด ลัก ลอบ แล ซื้อ ขาย ฝิ่น แล สูบ ฝิ่น ก็ ลง พระราช อาญา ให้ ริบ ราชบาทว์ แล จำ ไว้ ณคุก บ้าง เปน การ กวด ขัน อย่าง ยิ่ง เพื่อ จะ มิ ให้ มี คน สูบ ฝิ่น ได้ ใน พระราช อาณา จักร เลย สัก คน หนึ่ง เว้น ไว้ แต่ พระรักด์ หน ผู้ เดียว ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ สูบ ฝิ่น ได้ ด้วย ทรง พระราช ดำริห์ เหน ว่า ได้ ติด ฝิ่น มา ช้า นาน แล้ว แล้ว ก็ เปน คน เฉลียว ฉลาด ได้ ทรง ปฤกษา ราชการ อยู่ บ้าง กลัว จะ ตาย เสีย จึ่ง โปรด เกล้า ฯ ให้ เปน ผู้ นอก กฎหมาย วิเลศ อยู่ ผู้ หนึ่ง แล มิ ได้ ทรง อาไถย ใน พระราช ทรัพย ซึ่ง จะ ได้ การ ฝิ่น นั้น เลย เมื่อ เจ้า พนักงาน จับ ฝิ่น มา ได้ ก็ โปรด เกล้า ฯ ให้ เผา ไฟ แล้ว ก่อ เปน รูป ระมัง กลาย ไว้ ที่ เสา ชิงช้า น่า วัด สุทัศน์ เอา เถ้า ฝิ่น บันจุ ไว้ เพื่อ จะ ให้ เปน ที่ ระลึก ต่อ ไป ฯะ
๏ ครั้น มา ถึง ใน รัชกาล พระบาท สมเด็จ พระจอม เกล้า เจ้า อยู่ หัว ทรง พระราช ดำริห์ เหน ว่า จีน ทั้งหลาย ซึ่ง เข้า มา พึ่ง พระบรม โพธิ สมภาร เล่า นี้ เปน คน ได้ เคย สูบ ฝิ่น ติด ฝิ่น มา แต่ บ้าน เมือง ของ เขา มา ถ้า จะ ห้าม กวด ขัน ดั่ง แต่ ก่อน ก็ จะ เปน ความ ลำบาก ยาก แค้น แก่ พวก จีน นัก อีก ประการ หนึ่ง พวก จีน ซึ่ง เข้า มา พึ่ง โพธิ สมภาร ใน กรุง สยาม นี้ ก็ ได้ เข้า มา ตั้ง ทำ มา หา กิน แล ค้า ขาย ทำ ให้ เกิด ผล ประโยชน์ แก่ แผ่นดิน เปน อัน มาก อยู่ เขา อยู่ บ้าน เมือง ของ เขา เคย สูบ มา อย่างไร ก็ ควร ให้ เขา สูบ ตาม นิไสย ของ เขา จึ่ง จะ ไม่ มี ความ เดือด ร้อน แต่ ฝ่าย คน ไทย ของ เรา ยัง ไม่ เคย ได้ สูบ ก็ ควร จะ ห้าม ปราม กด ขี่ บังคับ อย่า ให้ สูบ ได้ จึ่ง จะ ชอบ จึ่ง ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ มี หมาย ประกาศ อนุญาต ให้ จีน รับ ทำ เปน เจ้า ภาษี ให้ สูบ ได้ แต่ จีน ที่ ไว้ ผม เปีย ถ้า คน ไทย สูบ ยา ฝิ่น ผู้ ใด จับ ได้ ก็ พระราชทาน สินบน ให้ ผู้ ที่ ละเมิด พระราช บัญญัติ ยัง ฝ่า ฝืน ขืน สูบ ก็ ให้ ลง พระราช อาญา ให้ ควั่น ผม เปีย แล ให้ ศัก ให้ เสีย เงิน ปี ละ สิบ ตำลึง ถ้า ผู้ เพิ่ง สูบ ใหม่ ๆ เอา มา กัก ขัง ไว้ เหน อด ได้ ก็ ให้ นาย รับ ตัว ไป ใน ไสมัย นั้น ก็ มี แต่ จีน สูบ ฝิ่น ได้ เท่า นั้น คน ไทย มี น้อย ที เดียว เพราะ นาย มูล ทั้งหลาย เหน ว่า พระบาท สมเด็จ พระ เจ้า อยู่ หัว ทรง เกลียด ชัง คน ไทย สูบ ยา ฝิ่น ก็ พลอย ช่วย กัน เกลียด ชัง ด้วย ช่วย กัน ห้าม ปราม บุตร หลาน บ่าว ไพร่ ไม่ ให้ สูบ ยา ฝิ่น คน ไทย สูบ ฝิ่น จึ่ง ได้ มี น้อย นักหนา ด้วย เกรง พระราช อาญา แผ่น ดิน อยู่ ๚ะ
๏ ครั้น มา ถึง ใน รัชกาล ปัตยุบัน นี้ เมื่อ ปี มะเมีย โทศก ศักราช ๑๒๓๒ ยก ภาษี ฝิ่น ซึ่ง แต่ ก่อน เปน การ ผูก ขาด มา จาก เจ๊สัวพุก ซึ่ง เปน พระยาโชฎึก มา ทำ เปน ภาษี หลวง พระราช บัญญัติ ใน สอง รัชกาล นั้น ก็ ดู จืด จาง เพิก เฉย เลย กัน มา ดู ๆ เหมือน จะ เหน พร้อม กัน ว่า ผู้ ใด ดี แล ชั่ว ก็ อยู่ กับ ตัว ของ ผู้ นั้น สุด แต่ น้ำ ใจ ของ เขา ทั้งหลาย ร่าง กาย เปน อิสระ แห่ง น้ำ ใจ ของ ตน เอง ทั้ง สิ้น การ คน ไทย สูบ ฝิ่น ก็ หนา แน่น ทวี มาก ขึ้น ๆ ทุก ปี ๆ จน มา ถึง ทุก วัน นี้ คน ไทย สูบ ฝิ่น มาก ขึ้น ทั้ง ผู้ ชาย ผู้ หญิง ถ้า จะ ประมาณ คนไทย ร้อย คน ที่ จะ ไม่ ได้ สูบ สัก แปด สิบ คน ที่ สูบ ฝิ่น สัก ยี่สิบ คน ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า เหน ว่า ท่าน ได้ เข้า มา อยู่ ใน เมือง ไทย ช้า นาน แล ได้ เหน การ ทั้ง สาม ไสมัย ดั่ง ข้าพเจ้า กล่าว มา แต่ ต้น นั้น ขอ ท่าน ได้ ชี้ แจง อธิบาย ความ นี้ ว่า อย่าง ไหน จะ เปน การ ภอ ควร ดี กับ การ แล บ้าน เมือง ขอ ท่าน ได้ โปรด ชี้ แจง ด้วย ๚ะ
๏ อนึ่ง ข้าพเจ้า ได้ ยิน เล่า ต่อ ๆ กัน มา ว่า แต่ ก่อน ใน ครั้ง กรุง เทพ ทวาราวดี ศรี อยุทธยา โบราณ แล ใน รัชกาล กรุง เทพ มหา นคร อมรรัตน โกสินทร หา ได้ มี โรง จำนำ ตั้ง ขึ้น ใน พระราช อาณาจักร สยาม นี้ ไม่ มี แต่ ท่าน ผู้ดี มี ทรัพย์ รับ จำนำ หา กิน บ้าง เล็ก น้อย กับ ที่ บ้าน เรือน ของ ตน ครั้น มา เมื่อ ปี กุน สัปตศก ศักราช ๑๒๓๗ มี จีน ลับเยก ฝรั่ง คิด อ่าน ตั้ง โรง จำนำ เปน ต้น ขึ้น ใน กำแพง พระนคร บ้าง ครั้น การ ล่วง มา จน ถึง ทุก วัน นี้ โรง จำนำ ก็ เจริญ ทวี แผ่ ซ่าน ออก ไป ตาม หัว เมือง ทั่ว พระราช อาณา เขตร ถ้า จะ นับ เหน จะ เปน หลาย ร้อย โรง เปน เครื่อง เกื้อ กูล แห่ง ผู้ ร้าย อัน ใหญ่ แล เปน ผู้ ลบ ล้าง พระ ราช กำหนด บท สมคบ ผู้ ร้าย นั้น ด้วย แล จะ ได้ มี คุณ แล ประโยชน์ กับ แผ่นดิน สัก อย่าง หนึ่ง ก็ ไม่ มี การ โรง จำนำ ซึ่ง ตั้ง ได้ นอก กฎหมาย แล ไม่ มี กฎหมาย สำหรับ โรง จำนำ ให้ เปน เครื่อง ป้อง กัน โจร ผู้ ร้าย แล เจ้า ของ โรง จำนำ ไม่ ต้อง เสีย ภาษี สิ่ง ใด ดู เปน ผู้ นอก กฎหมาย ยุติ ธรรม แท้ ข้าพเจ้า มี ความ สงไสย นักหนา ว่า ท่าน ทั้ง หลาย ทุก ๆ คน ก็ ได้ ทราบ อยู่ ด้วย กัน ทั้ง สิ้น ว่า ของ สิ่ง ใด ที่ หาย ไป ก็ ตก อยู่ โรง จำนำ ทั้ง นั้น ไม่ เลือก ว่า ของ หลวง แล ของ ราษฎร ฯะ
๏ ตำรา แก้ การ เช่น นี้ เปน สัก สิทธิ์ มี แต่ อย่าง เดียว คือ ให้ คน ทั้งปวง ตลอด บ้าน เมือง แขง ใจ ว่า การ บาป เปน ไม่ ทำ เลย การ ชั่ว จำ ต้อง เว้น จะ ไม่ ทำ เลย ฝิ่น นั้น อย่า ซื้อ อย่า สูบ ของ ที่ โรง จำนำ อย่า ซื้อ เลย แม้น เจ้า ของ โรง จำนำ จะ ให้ เปล่า ๆ อย่า รับ เลย ไม่ กี่ เดือน โรง ฝิ่น โรง จำนำ จำ ต้อง เลิก กัน สูญ ไป เอง อย่า สงไสย เลย —— เอ ไดตอร์ ฯะ
๏ เดิม เมือง สวรรค์ โลกย์ นั้น เปน เมือง ที่ สนุกนิ์ สนาน มาก ด้วย เปน ที่ มี ไม้ ขรสัก มาก แล เปน ท่า ชุม นุม รวบ รวม ไม้ ขรสัก ซึ่ง ลูก ค้า ได้ ซื้อ เคย ปล่อย ไหล ลอย มา แต่ เมือง แพร่ แล เมือง น่าน แล เมือง ละคร บ้าง ทุก ๆ ปี เปน เมือง ซึ่ง มี สินค้า ใหญ่ มี ผล ประโยชน์ แห่ง คอ เวินเม้นต์ ฝ่าย สยาม แล ลูก ค้า วานิช ไทย จีน เงี้ยว มอญ ลาว แล คน ต่าง ประเทศ ทั้งปวง เปน อัน มาก ถึง ระดู เดือน เจด เดือน แปด เดือน เก้า เดือน สิบ ลูก ค้า ไม้ ขรสัก ซึ่ง อยู่ ต่าง บ้าน ต่าง เมือง กัน เอา เรือ เปด บ้าง เรือ โบต บ้าง ภา กัน ขึ้น ไป จอด ชุมนุม อยู่ ที่ บ้าน เมือง เก่า แขวง เมือง สวรรค์ โลกย คอย จับ ไม้ ขรสัก ของ เขา ครั้น อยู่ มา ณวัน เดือน ห้า ปี วอก ฉอ ศก น้ำ มาก ไม้ ขร ศัก ของ ลูก ค้า ที่ จัด ซื้อ ไว้ นั้น ไหล ลอย ลง มา แต่ เมือง แพร่ เมือง น่าน เมือง ละคร ถึง เมือง สวรรค โลกย มี อ้าย คน ร้าย ลัก เอา ไม้ ขรศัก ฃอง ลูก ค้า ไป ทุบ ถาก ดวง ตรา ยี่ห้อ แปลง รูป พรรณ์ หมาย ป่า คว่ำ หน้า เจาะ จมูก ผูก เปน แพ ล่อง หนี ไป บ้าง ลัก ชัก เข้า ซุ่ม ซ่อน ไว้ ใน ป่า บ้าง เข้า ตี ชิง ยื้อ แย่ง เอา ไม้ ไป โดย อำนาถ ของ อ้าย คน ร้าย บ้าง แล้ว พวก ลูกค้า เจ้า ของ ไม่ มี ความ เดือด ร้อน นัก จึ่ง ภา กัน ไป ร้อง เรียน ต่อ พระยา สวรรคโลกย แล กรมการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย พร้อม กัน ณศาลา กลาง เมือง สวรรคโลกย พวก อ้าย คน ร้าย โดย ใจ กำเริบ กระทำ โจรกรม แก่ พวก ลูก ค้า ให้ ได้ ความ เดือด ร้อน อยู่ เนือง ๆ การ ซื้อ ขาย ไม้ ขรศัก ใน เมือง สวรรคโลกย ปี นี้ ไม่ สู้ จะ สนุกนี้ ด้วย ลูก ค้า มี ความ วุ่น วาย เกี่ยว ข้อง ด้วย ถ้อย ความ ใน การ ไม้ ขรศัก เปน อัน มาก จีน สมบุญ จีน ลำอาชิว มิศเตอ เอ ดาซิลเวอ ยูลาย กับ ลูกค้า ผู้ มี ชื่อ เปน อัน มาก ทำ เรื่อง ราว คลฉบับ พึ่ง กล่าว โทษ เจ้า เมือง กรมการ เมือง สวรรคโลกย เปน เนื้อ ความ หลาย ข้อ แจ้ง อยู่ ใน เรื่อง ราว ของ จีน สมบุญ จีน ลำอาชิว มิศเตอ เอ ดาซิลเวอ ยูลาย กับ ผู้ มี ชื่อ นั้น จีน ลำอาชิว เล่า ใน จำนวน ปี วอก ฉอศก นี้ ก็ ได้ ซื้อ ไม้ ขรศัก ที่ เมือง แพร่ เมือง น่าน ถึง ๔๐๐๐ ต้น ถึง ๕๐๐๐ ต้น บ้าง จีน สมบุญ ก็ เปน ลูก ค้า ไม้ ได้ ซื้อ ไม้ ขรศัก มาก เหมือน กัน แต่ มิศเตอ เอ ดา ซิลเวอ ยูลาย เปน เอเยนต์ ของ นาย ห้าง บี บี สมิท ท่าน เหล่า นี้ ได้ ไป ร้อง เรียน ต่อ ท่าน เจ้า เมือง กรมการ เมือง สวรรค โลกย แล้ว ฯะ
๏ เมื่อ ณวัน ศุกร เดือน ญี่ ขึ้น สิบ ค่ำ ข้าพเจ้า เดิน ไป เที่ยว เล่น ตาม ถนน หลวง ใน พระนคร ได้ ภบ คน เปน หมู่ ๆ เล่น เตะ ตะกร้อ อยู่ กลาง ถนน หลวง หลาย แห่ง เปน ที่ คน เดิน ไป มา ยาก เพราะ กลัว เขา จะ เตะ ถูก เข้า จะ อาย เขา ครั้น ข้าพเจ้า เดิน มา ที่ ถนน บ้าน หม้อ เหน มี คน เตะ ตะกร้อ หมู่ หนึ่ง ใน กลาง ถนน หลวง มี หญิง คน หนึ่ง เดิน มา มี บ่าว ตาม หลัง มา สาม สี่ คน ครั้น มา ถึง ที่ คน เตะ ตะกร้อ นั้น ตะกร้อ ที่ คน เตะ นั้น ก็ กระเด็น พลัด มา ถูก หัว หญิง คน นั้น พวก ที่ เตะ ตะกร้อ นั้น ก็ มิ ได้ พูดจา ขอ โทษ กลับ เฮ ฮา เหน เปน ดี เปน สนุกนี้ หญิง นั้น ก็ ต้อง ได้ ความ อับประยศ อดสู การ เตะ ตะกร้อ กลาง ถนน หน ทาง ดัง นี้ ไม่ สม ควร เลย เมื่อ แต่ ก่อน การ ไม่ ช้า ไม่ นาน ดู ๆ เหมือน มี หมาย ประกาศ ห้าม แล้ว ห้าม มิ ให้ ชัก ว่า เล่น ตะกร้อ แล เด็ก เล่น การ ต่าง ๆ ใน ถนน หลวง ทำไม ทหาร โปลิศ จึ่ง ไม่ ห้าม ปราม ปล่อย ให้ คน มา เตะ ตะกร้อ กลาง ถนน ให้ คน เดิน ไป มา ยาก ลำบาก ซึ่ง เปน ไป ดัง นี้ เพราะ เจ้า พนักงาน ไม่ รักษา การ ที่ ชอบ ที่ ควร บาง ที่ คน ที่ เปน ทหาร เล โปลิศ พลอย เล่น ด้วย การ จึ่ง ได้ เปน ไป ไม่ มี ใคร จะ ว่า กล่าว การ เล่น ตะ กร้อ กลาง ถนน หน ทาง ชั่ว ร้าย นัก ไม่ สม ควร แก่ บ้าน เมือง ที่ มี ความ เจริญ เลย ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้องการ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ
๏ คน ใด มาก ชู้ คบ ของ พาล หมากรุก สกา สุ่ ราบาล บ่อน เหล้น บท ใด บัด บันดาน เสีย ทรัพย จัก ฉิบหาย วาย เว้น ศุข ร้าง แรม โรย ๚ะ
๏ อย่า ผวง หลง เล่น ล้วน เหล่า พาล โป แปะ สุ ราบาน บ่อน เบี้ย บ เปน สิ่ง แก่น สาร เสี่ย ประโยชน์ พลั้ง จิตร คิด กลับ เก ลี้ย กล่อม น้ำ ใจ คืน ๚ะ
ว่า ด้วย ชาติ์ มะนุษ แรก
เคย เลี้ยง ชีวิตร กัน อย่างไร
๏ ๒ มะนุษ ครั้ง โบราณ เคย ทำ มา หา กิน ตาม แต่ จะ สนัด ใน ภูม ที่ ต่าง ๆ ที่ เขา ไป ตั้ง อาไศรย อยู่ นั้น คน ที่ อยู่ ใน ที่ ราบ ที่ ป่า อัน มี ยา ภอ เลี้ยง สัตว ไป ได้ พลาง จัด หา กิน เปน คน เลี้ยง สัตว แล้ว ได้ ขยาย ที่ ไป อยู่ ที่ นี้ อยู่ ที่ โน้น เปน คราว ๆ ด้วย เรือน ผ้า แล ฝูง สัตว พวก ที่ หา กิน เที่ยว อยู่ เช่น นี้ มี ชื่อ ว่า พวก โนมัด การ หา กิน ใหญ่ ของ เขา เปน การ เลี้ยง สัตว ให้ ทวี มาก ขึ้น พวก ที่ ไป ตั้ง อยู่ ใน ที่ เหมาะ งาม ตาม ชาย เทล ภอ พวก เขา ทวี ขึ้น การ ทวี ขึ้น ได้ เหน คุณ แห่ง ตำบล อยู่ เช่น นี้ พวก ที่ ค้า ชาย เข้า ใจ การ เรือ กำปั่น หา ทรัพย หา ความ สบาย ใน การ ค้า ขาย ข้าง ขา เทล จึ่ง ตั้ง บ้าน เมือง สร้าง เรือน ตึก งาม น่า อยู่ พวก ที่ อยู่ ตำบล ไม่ บริบูรณ เลี้ยง ชีวิตร เปน ชาว ประโมง ทำ ปลา หา กิน ดั่ง นี้ พวก ที่ ตั้ง อยู่ ณะ ตำบล ราบ คิด อ่าน ทำ นา ทำ สวน ทำ การ หา ความ สบาย ความ ศุข พวก เข่ม แขง เคย อด ที่ อยู่ บน ภูเขา เปน นาย ปราน มี ใจ กล้า ชอบ การ รบ พุ่ง การ ณรงค์ สงคราม ๚ะ
๏ ครั้น เคย เลี้ยง สัตว ให้ เชื่อง ใน คราว โบราณ มะนุษ ได้ กำลัง ช่วย ตัว ใน การ จึ่ง ได้ ใช้ สอย สัตว ๚ะ
๏ การ ใหญ่ ที่ ได้ เปน กำลัง ให้ มะนุษ ดี ขึ้น วิเสศ ขึ้น คือ การ ค้า ขาย แล การ คุ้น เคย กัน กับ คน ประเทศ อื่น เพราะ การ ค้า ขาย ถึง กัน นั้น พวก มะนุษ ที่ เคย อยู่ ที่ ดิน แล บก บริบูญ ฤา อยู่ ตาม ฝั่ง แม่ น้ำ มี การ ค้า ขาย กัน บน บก ข้าง ดอน ขึ้น ไป พวก ที่ เคย อยู่ ตาม ชาย เทล ตั้ง การ ค้า ขาย ข้าง ฝั่ง เทล เมื่อ แรก เดิม นั้น มะนุษ เคย ค้า ขาย แลก แต่ ของ ต่อ กัน ต่อ ภาย หลัง จึ่ง ได้ คิด อ่าน ตั้ง กำหนด ตั้ง ราคา กับ แร่ เมเตล วิเสศ คือ เงิน แล ทอง แล จัด ตั้ง เงิน ตรา เปน ของ แลก แทน ของ เปน ของ แลก ง่าย คน ที่ ชุม นุม อยู่ ด้วย กัน เปน หมู่ เปน บ้าน เปน เมือง ตั้ง ใจ ใน การ ค้า ขาย ใน การ คิด ทำ ของ ขึ้น ใหม่ ๆ ที่ มี คุณ คิด ทำนุ บำรุง วิชา ความ รู้ ปัญญา เพื่อ จะ ได้ เปน คน มั่ง มี จะ มี ของ มี คุณ ของ งาม มา ใช้ ใน การ ให้ เจริญ ชีวิตร เปน สุกข์ ให้ ปัญญา มะ นุษ ขยาย ไป ทุก อย่าง ๚ะ
๏ ๒ แม้น พระเจ้า ทราบ รู้ ถึง การ ทั้ง ปวง อัน จะ บังเกิด ขึ้น ตาม การ ทุก ชนิด พระเจ้า มิ ได้ ตั้ง พระ กำหนด ให้ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด เกิด ขึ้น เพราะ พระองค์ ได้ เหน ว่า ผล ที่ จะ เกิด นั้น จะ เปน การ อะนาคต ฤา เปน ผล ซึ่ง จะ เกิด เพราะ การ เช่น นั้น ๚ะ
๏ ๓ ตาม พระ กำหนด ของ พระเจ้า เพื่อ จะ ให้ พระ รัศมี ของ พระองค์ เปน อัน ปรากฎ มนุษ บ้าง แล ทูต สวรรค์ บ้าง มี พระ กำหนด แต่ เดิม มา จะ ประทาน ให้ ได้ ชีวิตร อัน จำเริญ อัน ถาวร ยัง ยืน ไป ใน กาล ทุก เมื่อ แล มนุษ บ้าง แล ทูต สวรรค์ บ้าง อยู่ ใน พระ กำหนด ให้ ถึง แก่ ความ ตาย อัน ยั่ง ยืน ไป ใน กาล ทุก เมื่อ ๚ะ
๏ ๔ พวก ทูต สวรรค์ แล มนุษ เหล่า นี้ ซึ่ง พระ กำหนด ของ พระเจ้า ได้ จัด ไว้ แต่ ก่อน แล กำหนด ไว้ ก่อน การ จะ เปน นั้น เปน พวก อัน อยู่ ใน หมาย จำเพาะ ไว้ แล้ว จะ คลาด แคล้ว เปลี่ยน ให้ มาก ให้ น้อย ไม่ ได้ เปน หมู่ อัน คง อยู่ เท่า นั้น ๚ะ
๏ ๕ พวก เหล่า นั้น ซึ่ง อยู่ ใน พระ กำหนด จะ ให้ ได้ ชีวิตร เมื่อ พระเจ้า ยัง มิ ได้ สร้าง โลกย พระเจ้า ตาม พระ กำ หนด หมาย พระไทย อัน ถาวร อัน ยัก เยื้อง เปลี่ยน ไม่ ได้ แล ตาม พระ ดำริห์ อัน ลับ ลึก ตาม ชอบ พระไทย พระเจ้า ได้ ทรง พระ กรุณา โปรด จัด เลือก ไว้ ใน สมเด็จ พระ บรม มหา เยซู เจ้า เรา ให้ ได้ พระ รัศมี อัน รุง เรือง ใน กาล ทุก เมื่อ ซึ่ง ทำ มา นี้ พระเจ้า ทำ ตาม พระเดช พระคุณ ตาม ความ รัก ของ พระองค์ มิ ใช เพราะ เหน แก่ ความ เชื่อ ฤา ความ ดี ฤา ความ เพียร ของ เขา ฤา การ อื่น ของ สิ่ง ซึ่ง พระองค์ สร้าง นั้น มิ ได้ ให้ การ เช่น นี้ เปน เหตุ ให้ พระองค์ ทรง พระกรุณา นั้น ซึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด ดัง นี้ ก็ เพราะ พระเดช พระคุณ อัน รุง เรือง จึ่ง อะนุโมทนา สรร เสิญ พระเดช พระคุณ นั้น ๚ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก
AYER'S CHERRY PECTORAL.
๏ ๓ ยา คือ เอเออร์ เจะริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ฝี ใน อก ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดี่ยว ให้ กิน ๕ หยด สอง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะดูก ตัว หนาว ฤา แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ ปิลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียต ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด