เดือน ๓ ขึ้น ๖ ค่ำ, ๑๒๔๖
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๓ แผ่น ๒๒ วัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น หก ค่ำ ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๖
(ที่ ว่า ด้วย ทูตานุทูต สยาม แผ่น ๒๑ ต่อ กับ แผ่น ๒๒ )

๏ วัน อาทิตย เดือน หก ขึ้น สิบสอง ค่ำ ทูตานุทูต เที่ยว ดู ที่ ป้อม แหลม คาลี่ ที่ ป้อม แหลม คาลี่ นั้น เปน อ่าว เข้า ไป ประมาณ ห้า สิบ เส้น กว้าง ประมาณ สาม สิบ เส้น ปาก อ่าว อยู่ ข้าง ทิศ ตะภาว ฟาก ตะวัน ออก เปน เขา มี ไลตเฮาซ ตำบล หนึ่ง ฟาก ตะวัน ตก มี ป้อม มี ไลตเฮาซ อีก ตำบล หนึ่ง ใน อ่าว มี กอง สิลา พ้น น้ำ บ้าง ใต้ น้ำ บ้าง อังกฤษ ทำ ทุ่น เหล็ก ทอด ไว้ ริม กอง สิลา ให้ เปน ที่ สังเกต เรือ เข้า ออก ทั้ง สอง ฟาก เปน ทาง เรือ เดิน ที่ เรือ ทอด อยู่ กว้าง ประมาณ สิบ เส้น มี กำปั่น สาม เสา บ้าง สอง เสา บ้าง เสา ครึ่ง บ้าง บันทุก ถ่าน สิลา แล ของ อื่น ๆ ทอด ขาย อยู่ ใน อ่าว ยี่ สิบ เจ็ด ลำ เรือ เมล์ เข้า ออก เนือง ๆ ป้อม นั้น เปน ของ โปรตุเกศ ทำ ไว้ แต่ เดิม กำแพง ก่อ ด้วย สิลา สูง ห้า วา เชิง กำแพง ข้าง น่า ถึง น้ำ สาม ด้าน ตวัน ออก ด้าน หนึ่ง ตวัน ตก ด้าน หนึ่ง ทักษิณ ด้าน หนึ่ง ทำ เชิงเทิล สอง ชั้น ๆ บน กว้าง แปด ศอก เปน ที่ เดิน เล่น เวลา เย็น ๆ ชั้น ล่าง กว้าง สี่ วา ที่ แห่ง ใด ได้ ทาง ปืน ถนัด อังกฤษ ทำ แท่น วง เดือน มี ตะพาน เหล็ก สำหรับ ใส่ ปืน กระสุน แปด นิ้ว ทุก แห่ง ร่ม ปืน นั้น ทำ ด้วย เหล็ก สังกะสี ด้าน ทักษิณ มี ปืน อยู่ บน แท่น ห้า บอก ด้าน ตวัน ตก มี แต่ แท่น หา มี ปืน ไม่ ด้าน ตวัน ออก นั้น อยู่ ใน อ่าว ตรง ที่ เรือ ทอท ตาม กำแพง มี ปืน อยู่ บน แท่น หก บอก ที่ มุม ใกล้ ประตู ทำ เปน ป้อม อีก ชั้น หนึ่ง มี เสา ธง มี ปืน ราง เหล็ก สี่ ล้อ กระสุน ห้า นิ้ว สิบ สอง กระบอก ด้าน อุดร นั้น เปน บน บก มี ป้อม สอง ชั้น สูง ประมาณ สิบ วา ป้อม หนึ่ง ทำล ม้าย คล้าย ป้อม พิไชย ประสิทธิ์ มี ปืน กระสุน แปด นิ้ว หก บอก เปน ที่ สลุด มี เสา ธง มี ซุ้ม คน อาไศรย ฝน ทหาร ผลัด เปลี่ยน กัน รักษา ทั้ง กลาง วัน คลาง คืน ป้อม แหลม คาลี่ นี้ มี ประตู เข้า ออก ด้าน อุดร ประตู เดียว ทำ ตึก เปน กำแพง คร่อม ประตู ไว้ ตึก ยาว ประมาณ สอง เส้น ใน กำแพง ตรง ประตู ทำ ที่ โรง ทหาร หลัง หนึ่ง ยาว ประมาณ สิบ ห้า วา มี ทหาร ชาว ยุโรป อยู่ ร้อย คน มี โรง ทหาร แขก ดำ หลัง หนึ่ง ยาว ประมาณ สิบ วา มี ทหาร อยู่ สอง ร้อย คน ทหาร แขก ดำ มี บุตร ภรรยา อยู่ พร้อม ทหาร ชาว ยุโรป แต่ง ตัว ถือ ปืน ไรเฟิ้ล ประจำ อยู่ น่า โรง คน หนึ่ง ที่ ประตู สอง คน ทหาร แขก ดำ ถือ กระบอง เที่ยว เดิน ประจำ อยู่ ทุก ถนน มี ห้าง อังกฤษ พื้น สอง ชั้น ขาย ของ ต่าง ๆ สอง ห้าง เปน ที่ ตึก อยู่ แล ให้ เช่า หลาย ตึก ตึก แขก พื้น ดิน ชั้น เดียว ขาย เครื่อง แก้ว บ้าง แหวน บ้าง เพชร บ้าง พลอย บ้าง หลาย ตึก โรง ร้าน แขก ชาว สิง หฬ ขาย ผัก ผลไม้ ต่าง ๆ ทุก ถนน ลูก จ้าง ทำ งาน ใช้ สรอย เปน คน ชาว สิงหฬ สาม ส่วน แขก ดำ ส่วน หนึ่ง นอก กำแพง ฝ่าย ทิศ อุดร ตรง ป้อม สอง ชั้น อังกฤษ ทำ ทาง รถ ไป ถึง เมือง กะลมโบ เมือง กันดี กำหนด ทาง พัน สอง ร้อย เส้น ที่ ภัก หก แห่ง มี สาย โทรเลข มา แต่ เมือง บมบาย เมือง กะลมโบ เมือง กันดี ถึง ป้อม แหลม คาลี่ ตั้ง แต่ เชิง กำแพง ออก ไป นอก ป้อม ประมาณ สาม เส้น ถึง ตึก แถว ของ อังกฤษ ของ แขก พื้น สอง ชั้น สอง แถว ยาว ประมาณ ห้า เส้น เปน ที่ อยู่ บ้าง ให้ คน เช่า สำหรับ ขาย ปลา ผลไม้ แล ของ ต่าง ๆ บ้าง มี ถนน เดิน กลาง กว้าง ประมาณ สี่ วา ที่ เชิง กำแพง น่า ป้อม สูง แล เหน อ่าว ชาย หาด มี โรง ใส่ ถ่าน สิลา สาม สิบ โรง มี สวน มะพร้าว ตาม บ้าน ตาม เขา มาก กว่า ต้น ไม้ อื่น ชาว สิงหฬ ทำ เรือน อยู่ ตาม สวน แล เนิน เขา แล เชิง เขา เรือน นั้น เล็ก ๆ พื้น ดิน ฝา ขัด แตะ ด้วย แขนง ไม้ ทิ้ง ดิน หลังคา มุง ด้วย ใบ มะพร้าว ดู เปน คน ยาก จน มาก กรุณารัตน์ ชาว สิงหฬ เจ้า เมือง คน เก่า นั้น เข้า รีต ถือ สาสนา คฤษย์ มี ตึกพื้น สอง ชั้น หลัง หนึ่ง ทำ สอาด ประลาด กว่า ราษฎร ชาว สิงหฬ แต่ ชาว สิงหฬ มิ ได้ นับถือ ชาว สิงหฬ เข้า รีต ฝรั่ง ส่วน หนึ่ง ไม่ เข้า รีต สัก เจ็ด ส่วน วัด พระสงฆ์ มี อยู่ ตาม บ้าน ตาม สวน หลาย อาราม แต่ พระสงฆ์ นั้น เปน สอง พวก ไม่ เปน สามคี ร่วม สังฆ กรรม กัน เพราะ ถือ อย่าง อุบาลิวงษ พวก หนึ่ง ถือ อย่าง บรามวงษ พวก หนึ่ง ต่าง ติ เตียน กัน วัด พระสิรี สมณ นั้น อยู่ บน ภูเขา มี กุฎี ทำ เปน ตึก หลัง หนึ่ง พระวิหาร ทำ เปน ซุ้ม กลม มี พระพุทธรูป น่า ตัก สี่ ศอก องค์ หนึ่ง มี พระเจดี สูง เจ็ด วา องค์ หนึ่ง มี พระสงฆ์ หก รูป พระสงฆ์ ใน เกาะ ซี่ลอน นั้น ไม่ ได้ ไป เที่ยว บิณฐิบาต ด้วย มี กฎหมาย ห้าม ชาว บ้าน ต้อง ออก ไป ที่ วัด ส่งกับบี้ ของ ฉัน ทั้ง เช้า ทั้ง เพล ที่ แหลม คาลี่ นั้น ฝน ตก เสมอ หา เปน รดู ไม่ เรือ เมือง นั้น ชาว สิงหฬ ทำ ใช้ ไม่ เหมือน ประเทศ อื่น รูป เรือ นั้น กลม เหมือน มาด ยัง ไม่ ได้ เบิก ยาว ประมาณ สี่ วา บ้าง ห้า วา บ้าง ปาก กว้าง ศอก หนึ่ง สูง น้ำ ประมาณ ศอก หนึ่ง มี ไม้ พาด ออก ไป จาก เรือ สอง อัน ยาว ประมาณ ห้า ศอก หก ศอก มี ไม้ ทุ่น ผูก ติด กับ ปลาย ไม้ ที่ พาด ออก ไป จาก ปาก เรือ ลอย อยู่ บน น้ำ เรือ นั้น ถึง จะ ออก เทล คลื่น ใหญ่ ลม กล้า ประการ ใด เรือ ก็ ไม่ เปน อันตราย ทูตานุทูต ภัก อยู่ แหลม คาลี่ สี่ วัน ๚ะ

๏ วัน อังคาร เดือน หก ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ เวลา ห้า โมง เช้า กำมะดัน โทยอน ขึ้น ไป รับ ทูตานุทูต ที่ โฮเตล มา ลง เรือ โบต ที่ ตพาน ทหาร ที่ ป้อม ยิง สลุต ส่ง ทูต สิบ เก่า นัด ที่ เรือ รบ ยี่รอนเดอ ชัก ธง ช้าง เผือก ขึ้น เสา กลาง แล้ว ทหาร ยิง ปืน สลุต รับ สิบ เก้า นัด เวลา บ่าย สาม โมง กำมะดัน ให้ ใช้ จักร เรือ ออก จาก ที่ ทอด สมอ อ่าว แหลม คาลี่ เวลา นั้น เปน ลม สลาตัน คลื่น ใหญ่ ตั้ง หัว เรือ ไป ทิศ ตวัน ตก วัน ศุกร เดือน หก แรม เก้า ค่ำ เวลา เช้า สอง โมง ฆ่อ น้ำ เครื่อง จักร รั่ว กำ มะดัน ให้ หยุด ทำ จักร แล ยา ฆ่อ สาม ชั่ว โมง จึง ได้ ใช้ จักร ไป ๚ะ ๏ วัน อาทิตย์ เดือน หก แรม สิบ เอ็ด ค่ำ เวลา ย่ำ รุ่ง เหน เขา บน ฝั่ง แหลม การะดาฟุย เปน ทวิป แอฟริกา ข้าง ทร้าย เปน ลม หว่าง ทิศ ตะเภา หว่าง สลาตัน พัด อ่อน ๆ คลื่น ราบ ใช้ ใบ ได้ ทั้ง สาม เสา ๚ะ


๏ วัน จันทร เดือน หก แรม สิบ สอง ค่ำ เวลา สอง โมง เช้า หมอน ข้อ เสือ เครื่อง จักร สลาย ชำรุด หยุด จัก ทำ อยู่ กำมดัน ให้ ใช้ ใบ ลม พัด อ่อน ๆ เรือ เดิน โมง ละ สอง นอต เวลา บ่าย ครึ่ง โมง แก้ เครื่อง จักร แล้ว ใช้ จักร ไป เรือ เดิน โมง ละ หก นอต ฯะ

๏ วัน อังคาร เดือน หก แรม สิบ สาม ค่ำ เวลา เช้า แล เหน เขา เหน ฝั่ง แหลม เอเดน เมื่อ เรือ มา ใกล้ ปาก อ่าว แหลม เอเดน กำมะดัน ให้ ชัก ธง ช้าง เผือก ขึ้น เสา กลาง ชัก ธง ฝรั่งเศศ ขึ้น ปลาย เพลา โกชี่ เสา ท้าย แล้ว อังกฤษ เจ้า ท่า ออก มา รับ นำ ร่อง ภา เรือ ยี่รอนเดอ เข้า ไป ทอด สมอ ใน อ่าว แหลม เอเดน ตั้ง แต่ ออก จาก เกาะ ซีลอน รวม สิบ ห้า วัน ถึง เมือง เอเดน เวลา บ่าย โมง หนึ่ง กำมะดัน ให้ พวก ออฟพีเซอร ขึ้น ไป บอก กัปตัน เปละแฟ ผู้ สำเร็จ ราชการ เมือง เอเดน ว่า จะ ขอ สลุด ธง อังกฤษ กัป ตัน เปละแฟ จึ่ง ตอบ ว่า ซึ่ง จะ สลุด ธง อังกฤษ นั้น ขอ ยก เสีย เถิด จะ ขอ สลุด รับ แต่ ทูตานุทูต ที่ เรือ ยี่รอนเดอ จึ่ง หา ได้ สลุด ธง อังกฤษ ไม่ ครั้น เวลา บ่าย สาม โมง กัปตัน เปละแฟ ลง มา ทัก ถาม ทูตานุทูต ที่ เรือ ยี่รอนเดอ เวลา บ่าย ห้า โมง กำมะดัน โทยอน จัด เรือ โบด สาม ลำ ให้ ราชทูต อุปทูต ตรีทูต บาท หลวง ลุยวิศ ถอนนาตี ล่าม กัปตัน เปละแฟ กำมะดัน โท ยอน รวม หก นาย ลำ หนึ่ง แต่ ราชทูต อุปทูต ตรีทูต แต่ง ตัว เหมือน เมื่อ ขึ้น เมือง สิงฆโปร ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราชบรรณาการ เสมียน ล่าม แต่ง ตัว ตาม บัน ดาศักดิ์ ลง ลำ หนึ่ง คน ใช้ ลำ หนึ่ง เมื่อ ราชทูต อุปทูต ตรีทูต จะ ลง เรือ โบด นาย ทหาร จัด ทหาร ถือ ปืน ไรเฟอล ตะภาย ดาบ คำนับ ส่ง ทูตานุทูต สอง แถว ๆ ละ หก คน เป่า แตร คน หนึ่ง ครั้น เรือ โบด ออก จาก เรือ ยี่รอนเดอ แล้ว ทหาร ที่ เรือ ยี่รอนเดอ ยิง ปิ้ง สลุด ส่ง ทูต สิบ เก้า นัด ทหาร ที่ ป้อม บน เขา ยิง ปืน สลุด รับ สิบ เก้า นัด เรือ ไป ถึง ท่า มี รถ มา คอย รับ ทูตานุทูต อยู่ สอง รถ กัปตัน เปละแฟ ขึ้น รถ ไป ด้วย ทูตานุทูต ไป อยู่ โฮเตล ชื่อ ปรินซะเวลซ ไกล น้ำ สอง เส้น กัปตัน เปละแฟ จัด รถ ไว้ ใช้ สำหรับ โฮเตล สาม รถ ให้ ทหาร แขก ดำ เดิน ยาม รักษา อยู่ ยาม ละ สอง คน ที่ ปาก อ่าว เปน เขา ทั้งสอง ฟาก ๆ หนึ่ง ตวัน ออก เปน แหลม เอเดน ฟาก ตวัน ตก เรียก เขา บีดมัด แหลม ทะวิป อาหรับ ปาก ช่อง กว้าง ประ มาณ เจด สิบ เส้น แปด สิบ เส้น เปน อ่าว เว้า ไป กว้าง ยาว มาก แขก บอก ว่า หน ทาง ห้า ไมล์ ใน ท้อง อ่าว เปน หาด ทราย บน บก มี ต้น อินทผาลำ มาก กว่า ต้น ไม้ อื่น มี เรือ รบ กลไฟ จักร ข้าง ของ อังกฤษ ทอด อยู่ ลำ หนึ่ง เปน เรือ สำหรับ รักษา ป้อม เอเดน มี เรือ สกุนเนอ แล่น ไป มา ตะเวน อยู่ ใน อ่าว ลำ หนึ่ง ที่ แหลม เอเดน เดิม มี บ่อ น้ำ จืด ของ แขก ใน เขตร แดน อาหรับ มา ซื้อ ขาย แต่ น้ำ นั้น กร่อย หา จืด สนิท ไม่ ที่ หว่าง เขา อังกฤษ ขุด บ่อ ได้ น้ำ จืด กับ ทำ ที่ ขัง น้ำ ฝน ไว้ หลาย ตำบล ทุก วัน นี้ ปี้ แอนด โอ กอมปนี อังกฤษ ให้ มิศโฟเบิด บิตาซัน อังกฤษ เอา เครื่อง กลั่น น้ำ มา ตั้ง โรง กลั่นอยู่ สี่ โรง ได้ น้ำ จืด สนิท วัน ละ สี่ พัน สาม ร้อย ยี่สิบ กะลัน คิด เปน ไทย กะลัน ละ ห้า ทะนาน ซื้อ ขาย กัน ยี่สิบ ห้า กะลัน เปน เงิน รูเปี้ย หนึ่ง มี ตึก ห้าง โฮเตล ของ อังกฤษ ของ โปรตุเกษ ของ แขก เทศ เปน ที่ อยู่ บ้าง ให้ เช่า บ้าง หลาย หลัง ตึก นั้น ก่อ ด้วย ศิลา ถือ ปูน หลังคา ทำ เหมือน เพดาน สูง ข้าง หนึ่ง ต่ำ ข้าง หนึ่ง บน หลังคา ปู ด้วย ต้น อินทยา ลำ ถือ ปูน ทับ เรือน แขก ดำ ทำ เล็ก ๆ พื้น ดิน หลังคา สูง ประมาณ สัก สี่ ศอก บ้าง ห้า ศอก บ้าง ฝา แล หลังคา ทำ ด้วย ใบ อินทยา ลำ บ้าง เอา เสื่อ คลุม เปน ประทุน บ้าง ข้าง ใน ขุด ดิน ลง ไป ศอก หนึ่ง บ้าง ศอก เสศ บ้าง อยู่ ตาม ชาย หาด น่า เขา บ้าง ตาม ชะวาก เขา บ้าง ตาม เนิน เขา บ้าง ทำ ถนน ทาง รถ เดิน น่า เขา ริม น้ำ บ้าง ตัด ทาง ขึ้น บน เขา ไปใน เมือง ทาง หนึ่ง ที่ เขา สูง เจาะ เปน อุโมง ทำ ทาง เดิน เข้า ใน เมือง สอง ตำบล ตำบล หนึ่ง ยาว ประ มาณ สอง เส้น ตำบล หนึ่ง ยาว ประมาณ สาม เส้น เดิน ตลอด ถึง กัน เขา นั้น เปน ศิลา บ้าง ดิน ปน ทราย บ้าง ที่ เชิง เขา มี หญ้า บ้าง เล็ก น้อย แต่ ต้น ไม้ ใหญ่ หา มี ไม่ ด้าน เหนือ ติด แผ่นดิน ทวีป อาหรับ อังกฤษ ทำ กำแพง ประจบ ถึง เขา กำแพง นั้น ก่อ ด้วย ศิลา มี คู ตลอด กัน มี ป้อม มี ปืน ตาม กำแพง สอง ป้อม บน เขา มี สาม ป้อม เขา นั้น มี ประตู เข้า ออก ตาม กำแพง ประตู หนึ่ง มี ทหาร รักษา ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน มิ ได้ ขาด มี โรง ทหาร ที่ ตำบล ทหาร อังกฤษ มี อยู่ แปด ร้อย คน ทหาร แขก ดำ สอง ส่วน ลูก จ้าง ใช้ สอย ทำ การ เปน แขก ดำ ผม หยิก ทั้ง สิ้น ชาว เมือง ใช้ อูฐ ใช้ ม้า บันทุก ของ ต่าง ๆ มาก รถ เทียม ด้วย ม้า เทศ บ้าง ฟ้า บ้าง กับตัน เปละแฟ ผู้ สำเร็จ ราชการ เมือง นั้น ทำ ตึก อยู่ บน เขา ข้าง ใน อ่าว เขา นั้น อยู่ ริม น้ำ ยอด ต่ำ ปราบ ทำ เปน ป้อม มี เสา ธง มี ปืน สาม ตำบล อากาศ ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน ร้อน มาก กว่า เยย็น กับ ตัน เปละแฟ บอก ว่า เมื่อ เดือน สิบ เอ็ด ปี วอก โท ศก ฝน ตก ครั้ง หนึ่ง มาก จน ตึก พัง คน ตาย เปน อัน มาก เว้น มา ห้า เดือน ตก อีก ครั้ง หนึ่ง แต่ ก่อน นั้น ฝน ตก ปี ละ ครั้ง บ้าง สอง ปี ครั้ง หนึ่ง บ้าง ผล ไม้ ผัก ต่าง ๆ ที่ จะ รับ ประทาน แขก ฝ่าย แผ่นดิน ฮารับ เอา มา ซื้อ ขาย มิ ได้ ขาด ๚ะ

๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ

ข่าว ตาย

๏ พระเจ้า ราชวรวงษ เธอ กรมขุน ภูวไนย นฤเบนทรา ธิบาล ประชวน เปน พระโรค อัมพาธ ขุน รัตน แพทย ขุน ตะกะแพทยา แล หมอ เชลย ศัก ประกอบ พระโอสถ ถวาย พระ อาการ หา คลาย ไม่ ครั้น ณวัน จันทร เดือน ยี่ แรม สิบสอง ค่ำ ปี วอก ฉศก เวลา เช้า สาม โมง กับ สิบ นาที พระเจ้า ราชวรวงษ เธอ กรมขุน ภูวไนย นฤเบนทราธิบาล สิ้น พระชนม พระชนมายุ ได้ ๕๗ พรรษา ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน ให้ เจ้า พนักงาน เชิญ พระศพ บันจุ พระโกฐ มณฑป ขึ้น ตั้ง บน แว่นฟ้า ณะ ท้อง พระโรง มี ฉัตร เบญจา ๔ คัน กลอง ชะนะ ๑๐ คู่ จ่าปี่ ๑ จ่า กลอง ๑ สังข ๑ แตร งอน ๒ แตร ฝรั่ง ๒ ประโคม พระศพ แล พระสงฆ สวด อภิธรรม ๑๖ รูป ประจำ พระศพ ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน กว่า จะ ได้ พระราช ทาน เพลิง พระเจ้า ราชวรวงษ เธอ กรม ขุน เจริญ ผล ภูลสวัสดิ ได้ ทรง จัด ใน การ พระศพ มี พระบรม ราชโองการ อนุญาต ให้ เจ้านาย ต่าง ๆ อัน ควร ไว้ ทุกข พระเจ้า ราชวรวงษ เธอ กรมขุน ภูวไนย นฤ เบนทราธิบาล อัน สิ้น พระชนม แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ครั้น วัน พฤหัศบดี เดือน ยี่ แรม ค่ำ หนึ่ง ปี วอก ฉศก ถึง เวลา บ่าย สอง โมง เสศ พระยา อมรสาตร ประสิทธิศิลบ์ ถึง อนิจกรรม อายุ ได้ ๖๙ ปี ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน หีบ ทอง ทึบ เปน เกียรติยศ ๚ะ

ข่าว โทรเลข ใน

วัง น่า

๏ เสด็จ จาก ปาก น้ำ จะ ขึ้น มา กรุง เทพ ณวัน พุฒ เดือน ยี่ แรม สิบสี่ ค่ำ เวลา บ่าย ห้า โมง ๚ะ

กำปั่น เข้า ณะ เดือน ยี่ ข้าง แรม

๏ ตั้ง แต่ วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม สิบสี่ ค่ำ จน วัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น หก ค่ำ ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๒ ๚ะ

๏ แรม สิบสี่ ค่ำ มักอะลิศเตอร์ กำปั่น กล ไฟ อังกฤษ ๔๖๗ ตัน กัปตัน ดุลลอก ขึ้น ห้าง บอนิ โอ กำปะนี่ ลิมิเตต มา จาก สิงฆโปร์ ๚ะ

๏ วัน ประหัศบดี แรม สิบห้า ค่ำ เวลา เช้า โมง ครึ่ง พระจอม เกล้า กำปั่น กล ไฟ อังกฤษ ๑๐๑๑ ตัน กัปตัน ซะแตรตัน ขึ้น ห้าง วินดซอร์ โรซ แอน โก มา จากซัวเถา

๏ แรม สิบห้า ค่ำ ซี่เวอร กำปั่น กล ไฟ วิลันดา ๓๗๑ ตัน กัปตัน เตตเลฟเชน ขึ้น ห้าง บี คริม มา จาก เมือง แฮมเบิก ๚ะ


๏ แรม สิบห้า ค่ำ บานยงเสง กำปั่น กล ไฟ อัง กฤษ ๓๖๒ ตัน กัปตัน ดันซเดล ขึ้น ห้าง บานหง มา จาก สิงฆโปร ฯะ

๏ แรม สิบสี่ ค่ำ เวลา บ่าย ส่องโมง ครึ่ง สยาม สยามซโป เตอร กำปั่น กล ไฟ สยาม มา จาก ราชบุรี พระ สัจจา ภิรมย เดิน สาร มา ด้วย ฯะ

กำปั่น เข้า ใน เดือน สาม ข้าง ขึ้น

๏ วัน เสาร์ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เวลา เช้า สาม โมง สยาม ซะโป เตอร์ กำปั่น รบ กล ไฟ สยาม ๑๐๐๐ ตัน กัป ตัน ซิมซ์ แต่ นอก สันดอน ฯะ

๏ วัน จันทร ขึ้น สาม ค่ำ นี่เดิร์ฮฟ กำปั่น เสา ครึ่ง เยอรแมน ๓๘๗ ตัน กัปตัน รูการท์ ขึ้น ห้าง เจ๊ก มา จาก สิงฆโปร ฯะ

๏ วัน อังคาร ขึ้น ห้า ค่ำ สุริยวงษ กำปั่น กล ไฟ เยอรแมน ๕๓๓ ตัน กัปตัน แรดิแมเกอร ขึ้น ห้าง เอ มากวาลด์ แอน โก มา จาก สิงฆโปร ฯะ

๏ กวิน ออฟ อิงแลนด์ กำปั่น สาม เสา สยาม ๕๕๐ ตัน กัปตัน ออตเตน ขึ้น ห้าง โพจินซู มา จาก ฮ่องกอง

๏ โอไรเอนต กำปั่น ส่อง เสา ครึ่ง เยอรแมน ๔๖๐ ตัน กัปตัน โรเดอร ขึ้น ห้าง บอนิโอ กำปนี ลิมิเตด มา จาก ฮ่องกอง ฯะ

๏ บุระ นอรฟอล กำปั่น ส่อง เสา ครึ่ง สยาม ๓๔๐ ตัน กัปตัน เดะ ละรอย ขึ้น ห้าง จิ่น มา จาก เมื้อง สังขลา ฯะ


กำปั่น ออก ณะ เดือน ญี่ ข้าง แรม

๏ วัน พุฒ เดือน ญี่ แรม สิบสี่ ค่ำ เวลา บ่าย ส่อง โมง ครึ่ง ฟอกซ เฮานด กำปั่น กล ไฟ รบ อังคริษ ๔๕๕ ตัน กัปตัน ยอน มะคูฮา ไป นอก สันดอน ฯะ กำปั่น ออก ใน เดือน สาม ข้าง ขึ้น

๏ วัน ศุกร ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ไอพียเนีย กำปั่น กล ไฟ เยอรแมน ๑๐๕๙ ตัน กัปตัน อาเรนซ์ ขึ้น ห้าง วังหลี่ จะ ไป ฮ่องกอง ฯะ

๏ วัน เสาร์ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เฮกบุะ กำปั่น กล ไฟ อังคริษ ๕๙๐ ตัน กัปตัน ไวด ขึ้น ห้าง วินดซอร์ โรซ แอน โก จะ ไป สิงฆโปร ฯะ

๏ ไตเซี่ยว กำปั่น กล ไฟ อังกฤษ ๗๖๒ ตัน กัปตัน ยอรดัน ขึ้น ห้าง วินดซอร์ โรซ แอน โก จะ ไป ฮ่องกอง

๏ วัน อาทิตย ขึ้น ส่อง ค่ำ มักอะลิศเตอร กำปั่น กล ไฟ อังกฤษ ๔๖๗ ตัน กัปตัน ตุลอก ขึ้น ห้าง บอนี่โอ กำปนี่ ลิมิเตด จะ ไป สิงฆโปร ฯะ

๏ เลดี้ แฮรวุด กำปั่น อังกฤษ ส่อง เสา ครึ่ง ๓๘๕ ตัน รัปตัน วิเลี่ยมซ์ ขึ้น ห้าง ไตหลี่อูเลง จะ ไป ฮ่องกอง

๏ วัน จันทร ขึ้น สาม ค่ำ บานยงเซง กำปั่น กล ไฟ อังกฤษ ๓๖๖ ตัน กัปตัน เดินซเดล ขึ้น ห้าง บี ฮอง จะ ไป สิงฆโปร ๚ะ

๏ บานลี่ กำปั่น สยาม สอง เสา ครึ่ง ๒๖๙ ตัน กัปตัน มาติน ขึ้น ห้าง โพจีนซู จะ ไป เกาะ ชาวา ๚ะ

๏ ขึ้น ห้า ค่ำ โฮคุอัน กำปั่น เสา ครึ่ง ฮอลันดา ขึ้น ห้าง จีน จะ ไป เกาะ ยาวา ๚ะ

๏ ณวัน จันทร เดือน สาม ขึ้น สี่ ค่ำ กำปั่น กล ไฟ สยาม ภิรมย รัก บันทก สาย ลวด ขึ้น ไป เมือง เหนือ จะ ทำ สาย ฝ่าย เชียง ใหม่ ๚ะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร
ณวัน ประหัสบดี เดือน ยี่ แรม แปด ค่ำ
เงิน แบก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลึง ๗ เปนซ ครึ่ง

เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลึง ๗ เปนซ กับ เจด อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๒๕ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก

พระบรม วงษ อังกฤษ

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ยี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ แจ้ง ความ บอก ว่า ปรินซ เฮนรี่ เจ้า แบตเตนเบิก สู่ ขอ ปรินเซซ บีอาตรีศ พระ ราชธิดา ของ สมเด็จ พระบรม นางกวิน อังคริษ แล้ว คง จัด การ มงคล กล่าว กัน ๚ะ

ประเทศ ออสตรัลเอเชีย

๏ เมือง เมลโบน วัน ประหัสบดี เดือน ยี่ แรม ค่ำ หนึ่ง ท่าน ปริมิเออ เสนาบดี ผู้ ใหญ่ ที่ ประเทศ วิกโตเรีย ได้ คำ สั่ง ลอด เดอบี โปรด อนุญาต ให้ โดย ทางโทรเลข ให้ จัด เอา เกาะ ต่าง ๆ อัน อยู่ ใกล้ เคียง เปน ประเทศ ติด ต่อ ให้ ขึ้น ที่ จัด เปน เมือง ขึ้น ได้ นั้น ๚ะ

ประเทศ ซุดัน

๏ เมือง ไกโร วัน ศุกร เดือน ยี่ แรม สอง ค่ำ ลอด วุลซีลี่ รับ หนังสือ แต่ เยนิรัล กอดัน ลง วัน พุฒ เดือน ยี่ ขึ้น แปด ค่ำ ใจ ความ ว่า สบาย ดี ทั้งสิ้น กระทั่ง ถึง วัน นั้น ๚ะ

ประเทศ ซเปน

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน ยี่ แรม สอง ค่ำ แผ่น ดิน ยัง ไหว ๆ เปน คราว ๆ ๚ะ

อัฟริกะ ใต้

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ยี่ แรม เจด ค่ำ มี คำ ประกาศ ออก ว่า พวก บริติช เปน พนักงาน ป้อง กัน รักษา ชาย ทะเล เมือง ปอโดแลนด์ แล เมือง ซูลูแลนด์ จน กระทั่ง ถึง เมือง เซนต ลูซี่อะ ๚ะ

ข่าว ตาย

๏ ท่าน สังฆราช เมือง ลันดัน ถึง แก่ อะนิจกรรม แล้ว

กรุง ลันดัน

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร์ เดือน ญี่ แรม สาม ค่ำ เกิด การ ระเบิด ด้วย ดิน ไดนาไมต ที่ ทาง รถ ไฟ คือ มีโตร บ่อลิตัน เรลเว เคียง ที่ ภัก คือ กรอซ ซเตเช่อน แต่ ไม่ สู้ ร้าย นัก ๚ะ

ประเทศ ฝรั่งเสศ

๏ ปารีศ วัน อาทิตย เดือน ญี่ แรม สี่ ค่ำ ท่าน มินิศ เตอร์ ว่า การ ฝ่าย การ ศึก ลา ออก จาก ราชการ แล้ว เพราะ พวก ฝรั่งเสศ ไม่ ยอม ให้ เพิ่ม เติม พล รบ สำหรับ การ ที่ ประเทศ ตอนกวิน พวก ฝรั่งเสศ จัด ให้ มองเซอ ดะลิวาล รับ ตำแหน่ง แทน ๚ะ

ประเทศ อิงแลนด์

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร์ เดือน ญี่ แรม หก ค่ำ หมู่ กำปั่น รบ อังกฤษ อัน เรียก ว่า แจนเนล ซกวาดรัน ได้ คำ สั่ง ลับ บีตรา ให้ รีบ ออก ทะเล มี การ ร้อน ใจ มาก ๚ะ

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ญี่ แรม เจด ค่ำ พวก ข้า ราชการ ข้าง ขา ทะเล คือ แอดมิรัลติ แจ้ง ความ เปน ทาง ราชการ ว่า ซึ่ง สั่ง แจนเนล ซกวาดรัน นั้น ไม่ นอก จาก การ ตาม ธรรมเนียม ๚ะ

ประเทศ ฝรั่งเสศ

๏ ตก ลง กัน แล้ว จะ ให้ กอง ทัพ อีก ๖๐๐๐ คน ไป ถึง ประเทศ ตอนกวิน ๚ะ


ว่า ด้วย คำ เลื่อง ฦๅ

๏ มี ชาย สอง คน เปน เพื่อน กัน คน หนึ่ง เดิน ขึ้น มา จาก ตะพาน หน้า วัด เลียบ คน หนึ่ง เดิน ลง ไป คน เดิน ขึ้น จึ่ง ถาม คน เดิน ไป ว่า เพื่อน จะ ไป ข้าง ไหน คน เดิน ลง ไป ว่า ได้ ยิน ข่าว เขา ฦๅ กัน ว่า ขุนนาง คน หนึ่ง เฆี่ยน บ่าว ร้อย หก สิบ ตั้ง แต่ สะบัก ลง ไป กระทั่ง ท้อง น่อง เบ่า อยู่ ได้ สิบ สอง วัน ตาย ยัง อีก ราย หนึ่ง แพ จอด อยู่ ฝั่ง แม่ น้ำ เปน หลาน จีน ตี เมีย น้อย ตาย แล้ว ได้ ยิน ว่า พวก พ้อง ข้าง ผู้ ตาย มัน ไป ฟ้อง ๆ แล้ว ก็ ไม่ เหน ว่า กะไร กัน ความ นั้น ก็ เงียบ ไป ถ้า ไม่ ชำระ ให้ เปน ตัว อย่าง สืบ ไป วัน หน้า นาย ตี บ่าว ตาย คง เกิด มี ชุม เพื่อน ที่ เดิน ขึ้น มา จึ่ง ว่า ทุก วัน นี้ ใคร มี เงิน แล้ว ถึง จะ ตี ตาย สัก สิบ คน แล้ว ก็ ไม่ เปน ไร ยัง อีก ราย หนึ่ง เปน มหัด เล็ก หุ้มแพร เปน บันทิตย สึก ใหม่ พระ ภิษุ สงฆ์ องค์ หนึ่ง ทอด ผ้าป่า บอก เรือ แห่ ชาย หญิง ชาว บ้าน ชวน กัน แต่ง ตัว ไป ช่วย จูง เรือ ผ้าป่า เจ้า บันทิตย คน นั้น เสพ สุรา เมา ชวน พัค พวก ลง เรือ ไป เกี้ยว นาง ผู้ หญิง เรือ แห่ แล้ว เอา ภาย ไป แย่ นม นาง ผู้ หญิง ๆ ร้อง ให้ พี่ น้อง มัน ช่วย พี่ น้อง มัน จึ่ง เอา ภาย ตี หัว อ้าย บันทิตย แตก แล้ว อ้าย บันทิตย กับ ภัก พวก เข้า กลุ้ม รุม จับ เอา นาง ผู้ หญิง สาม คน ถอด เอา สาย สร้อย ที่ แต่ง ตัว นาง ผู้ หญิง แล้ว ซ้ำ เอา ตัว นาง ผู้ หญิง ไป ส่ง ตาม กระทรวง ได้ ยิน ข่าว ว่า หา กัน เปน ผู้ ร้าย วิ่ง ราว แต่ จะ จริง เท็จ ข้าง ไหน ไม่ ทราบ จะ ชำระ ให้ เที่ยง แล้ว ต้อง สืบ พยาน รางวัด คง ได้ ความ จริง ด้วย กัน ทั้ง สอง ฝ่าย ๚ะ

ชาว สยาม พูต กัน ด้วย สาสนา

๏ ถาม ว่า ท่าน นับถือ พระ เจ้า เปน อย่าง ไร แก้ ว่า พระเจ้า เปน ต้น เหตุ พระองค์ ไม่ รู้ เจบ ไม่ รู้ ไข้ ไม่ รู้ ตาย ไม่ รู้ เกิด พระองค์ เสมอ ต้น เสมอ ปลาย พระองค์ ถาวร อยู่ เปนนิจ สาระพัด สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ได ประจุ อยู่ ใน พระองค์ ทั้ง สิ้น พระองค์ เปน เจ้า ของ ชีวิตร แก่ สัตว ทั้ง หลาย คน ที่ ถือ พระ บาพี่ จึง ว่า ใน พระ บาพี่ ท่าน กล่าว ไว้ ว่า คือ มนุษ เรา ทำ บุญ สร้าง กอง การ กุศล ไว้ มาก พระ บารมี แก่ กล้า จึง ได้ สำเร็จ ขึ้น เปน พระเจ้า ซึ่ง ท่าน ว่า พระเจ้า เปน ต้น เหตุ ไม่ ได้ สร้าง กอง การ กุศล เหตุ ไร จะ ได้ เปน พระเจ้า ข้าพเจ้า ยัง มี ความ สงไสย อยู่ ขอ ท่าน วิสัชนา แก้ ความ ให้ กระจ่าง ซึ่ง ท่าน ถาม มา นี้ เปน น่า ที่ หัวเราะ ส่วน เรา จะ ขอ ถาม ท่าน สัก คำ หนึ่ง ว่า พระ บาพี่ ไป ล่วง รู้ มา แต่ ไหน ว่า มนุษ เปน พระเจ้า พระ บาพี่ นั้น ใคร เปน ผู้ ตบ แต่ง ใคร เปน ผู้ ต้น คิด ใคร เปน ผู้ เขียน ไว้ ตั้ง แต่ พระเจ้า สร้าง โลกย มา จน ทุก วัน นี้ ได้ เท่า ไร ปี นักปราช ข้าง พระบาพี่ ก็ ไม่ มี ใคร รู้ ซึ่ง เบื้อง ต้น มิ ได้ปราฎ จะ เชื้อ พั่ง เอา ใน พระบาพี่ นั้น ไม่ ได้ ด้วย จะ เปน คำ ของ นักปราช ท่าน ผู้ ใด แต่ง ก็ ไม่ รู้ ซึ่ง พระ บาพี่ กล่าว ว่า มนุษ เปน พระเจ้า ความ ข้อ นี้ เปน มนุษ ยก ย่อง เอา กัน เอง ทุก วัน นี้ คน ใน เมือง กรุง สยาม ทำ ทาน เข้า ใจ เสีย ว่า ทำ บุญ คือ พระบาพี่ นั้น ผิด จะ ขอ ถาม ท่าน อีก สัก คำ หนึ่ง พระเจ้า ที่ ท่าน นับถือ นั้น พระองค์ ได้ เอา สิ่ง ใด มา สร้าง ฟ้า แล แผ่นดิน แก้ ว่า หา ได้ สร้าง ด้วย สิ่ง ใด ไม่ สร้าง ด้วย อิทฤทธิ์ ของ พระองค์ ท่าน พึง เข้า ใจ เถิด แต่ แรก ยัง ไม่ มี ฟ้า แล ดิน พระองค์ ได้ มี พุทธวัจนาท ตรัส สร้าง สวรรค์ ฟ้า แล แผ่นดิน แล สิ่ง ของ ทั้งปวง ก็ เปน ขึ้น มา ทัน ใด ตาม น้ำ พระพุทธ ฤาไทย นั้น แล ถาม ว่า ก่อน พระ พุทธิเจ้า สร้าง โลกย นี้ พระองค์ สถิตย อยู่ ใน สถาน ที่ ใด แก้ ว่า อัน ว่า ท่าน ผู้ สร้าง ก็ หา ได้ บันจุ อยู่ ใน สถาน ที่ ได ที่ หนึ่ง เลย แล ทุก วัน นี้ พระองค์ ก็ มิ ได้ บันจุ อยู่ ใน แห่ง ได แห่ง หนึ่ง ดอก แต่ ทว่า ทุก สถาน แล สิ่ง ของ ทั้งปวง บันจุ อยู่ ใน พระองค์ เสีย อีก แล พระองค์ จำเจริญ เสวย ทิพ สมบัติ ใน พระองค์ เอง แต่ แรก ก็ ดี กาละบัด นี้ ก็ ดี แล ทุก เมื่อ มิ ได้ ขาด เหตุ ด้วย พระองค์ หา เขตร หา แดน มิ ได้ ไม่ มี สถาน แห่ง ใด แห่ง หนึ่ง ที่ จะ บันจุ พระองค์ เจ้า ได้ ถาม ว่า พระองค์ ได้ สร้าง โลกย ได้ กำหนด เท่า ใด แก้ ว่า พระองค์ ได้ สร้าง โลกย ทั้งปวง ใน กำหนด หก วัน ใช่ ว่า จะ สร้าง เร็ว กว่า นั้น ไม่ ได้ ก็ หา ไม่ พระองค์ จะ สร้าง ใน พริบตา เดี๋ยว ก็ ได้ ดอก แต่ ทรง พระดำริ เหน ชอบ ที่ จะ สร้าง ใน กำหนด เท่า ใด ก็ พระองค์ ประดิษ ถาน สร้าง ใน กำหนด เท่า นั้น ๚ะ

๏ ถาม ว่า ซึ่ง ท่าน สำแดง มา ด้วย สร้าง โลกย ทั้ง นี้ ผิด กัน หนัก หนา กับ พระ บาฬี ใน คำภีร์ โลกย สัณฐ ถาวร วิการ ว่า เมื่อ จะ สิ้น กลับ ก็ บังเกิด ไฟ บัลไลย กัลป น้ำ บัลไลย กัลป ลม บัลไลย กัลป ทำลาย โลกย ให้ สาบ สูญ ที่ เดียว แล้ว นั้น มะหา เมฆ ยัง ห่า ฝน มา ตบ แต่ง โลกย เสีย ใหม่ ฝ่าย พวก พรหม ชั้น บน สูง ที่ มิ ได้ ฉิบหาย ด้วย ไฟ บัลไลยกัลป ครั้น ได้ กลิ่น หอม ขึ้น มา แต่ โลกย พึ่ง ตั้ง ใหม่ ก็ ชวน กัน เหาะ ลง มา กิน งวน ดิน บัด เดี๋ยว ก็ สิ้น ฤทธิ์ จะ เหาะ กลับ ไป มิ ได้ ต้อง อยู่ กับ แผ่นดิน กลับ เพศ เปน มนุษ ชาย หญิง สืบ ชาติ์ แตก แยก เปน หลาย ประเทศ หลาย ภาษา ต่อ เมื่อ มนุษ ลืม พระธรรม เปน ใจ อักกุศล มี พระเจ้า องค์ หนึ่ง มา ตรัส วิการ สำแดง ซึ่ง พระธรรม ครั้น ว่า สาศนา พระองค์ นั้น เสื่อม สูญ แล้ว ต่อ นั้น ไป ก็ บังเกิด พระองค์ อื่น บาง ที ใน กัลป มี สาม พระองค์ บาง ที ก็ สี่ องค์ ไป ปะถะ กัลป อัน นี้ เขา ว่า ได้ มี สี่ พระองค์ แล้ว คือ พระกุ กุศล พระ โคนา คม พระกะศบ พระ โคดม แล ยัง พระ ศรี อารี่ย อีก องค์ หนึ่ง จะ มา ตรัส เบื้อง หน้า อัน ว่า กัลป หนึ่ง นั้น คือ อายุศม แผ่นดิน นับ แต่ โลกย พึ่ง ตั้ง ขึ้น ใหม่ ตราบ เท่า ถึง ซึ่ง ฉิบหาย ด้วย ไฟ บัลไลย กัลป ก็ กัลป หนึ่ง นั้น ประสม อยู่ ด้วย หก สิบ สี่ อัน ตะระ กัลป อัน ตะระ กัลป หนึ่ง เล่า จะ มี กำหนด ช้า นาน สัก เพียง ใด ๚ะ

๏ แก้ ว่า อายุศม มนุษ ขี่ น้อย มี ประมาณ สิบ ปี นั้น เมื่อ จำเจริญ ขึ้น ไป โดย ลำดับ ตราบ เท่า อายุศม ยืน ได้ อสงไข หนึ่ง แล้ว แล ถอย ลง มา โดย ลำดับ ตราบ เท่า อายุศม มนุษ ยืน ประมาณ สิบ ปี กาล อัน นาน กว่า นาน ถึง เพียง นี้ เรียก ว่า อัน ตะระ กัลป หนึ่ง อัน หนึ่ง จะ ได้ มี แต่ ปะทะ กัลป นี้ ก็ หา มิ ได้ กัลป อื่น ๆ ที่ ล่วง พ้น ไป ใน อะดิต กาละ นั้น ก็ มิ ได้ มี มาก กว่า มาก เหลือ ที่ จะ นับ พรรณา ได้ ส่วน พระเจ้า ผู้ ได้ ตรัส ใน กัลป ซึ่ง ล่วง ไป แล้ว นั้น ยิ่ง มาก เหลือ ที่ จะ นับ แล มาก กว่า เมด ทราย ใน ทเล มหา สมุท ๚ะ


๏ ถาม ว่า ด้วย ข้อ ทั้ง นี้ สำแดง มา ตาม มี อยู่ ใน พระ บาพี ท่าน เหน เปน ประการ ใด บ้าง ๚ะ

๏ แก้ ว่า ด้วย ข้อ ที่ ว่า พระเจ้า มา ตรัส ต่อ ๆ กัน ดัง นั้น บุคคล ผู้ ใด ประกอบ ด้วย สติ แล ปัญญา เมื่อ พิจารณา ดู ก็ จะ เหน แจ้ง ว่า เปน ของ ประดิษ พ่อ ลวง ดอก เหตุ ด้วย เรา เข้า มา แต่ หลัง พระพุทธ เจ้า เที่ยง แท้ มี อยู่ จำเภาะ แต่ ผู้ เดียว พระองค ไม่ รู้ แปร ปรวน ไป มา ล่วง ลับ ไป ไม่ คลาด แคล้ว เสีย จาก ทิพ สมบัติ แต่ ว่า พระองค จำเริญ อยู่ เปน นิจถาวร ไม่ รู้ สิ้น ไม่ รู้ สุด เลย ส่วน พระเจ้า มาก กว่า เมด ทราย ใน ทเล นั้น จะ มา แต่ ไหน บ้าง แม้น ว่า จะ คิด ยก มนุษ ทั้งหลาย ทั้ง หมด โลกย พิภพ อัน นี้ มา ตั้ง ขึ้น เปน พระเจ้า สิ้น ทั้ง นั้น ก็ ยัง ไม่ ได้ เท่า เมด ทราย ใน มหา สมุท เสีย อีก ด้วย ข้อ สอง นี้ โลกย ตั้ง ขึ้น มา ใหม่ ด้วย อำนาถ มหา เมฆ แล เมื่อ จะ สิ้น กัลป มหา เมฆ นั้น แล ก็ เหตุ ยัง โลกย ให้ ฉิบหาย ด้วย ไฟ น้ำ ลม บัลไลย กัลป ใคร ที่ ไหน ให้ มหา เมฆ นั้น บัง เกิด มา เมฆ ฝน ซึ่ง ปราศจาก ชีวิตร แล สติ ปัญญา จะ อาจ สามาถ ตบ แต่ง โลกย ซึ่ง เรียบ ร้อย เหน ปาน ฉนี้ นั้น เหลือ ที่ จะ เชื่อ ฟัง ได้ ประการ สาม เรา ได้ สำแดง ว่า แต่ สร้าง โลกย แล้ว ได้ ประมาณ หก พัน ปี เท่า นั้น ที่ พระ บาพี ว่า อายุศม โลกย ได้ เปน หลาย แสน ปี มา แล้ว ก็ ผิด กับ เรื่อง นิทาน พงษาวดาร บ้าน เมือง ทั้งหลาย ทั่ว ทั้ง พิภพ จะ หา สะลัก สำคัญ อัน ใด อัน หนึ่ง ที่ ชั่ว โลกย นี้ แก่ ถึง หนึ่ง ปี่ แล แสน ปี ก็ ยัง มิ ได้ ปรากฎ เลย เหตุ ฉนี้ เรื่อง มหา เมฆ ตบ แต่ง โลกย ก็ ดี แล พระเจ้า ตรัส ต่อ ๆ เปน อะเนก อะนันต ก็ดี กัลป อัน ตระ กัลป อะสงไข ก็ ดี ล้วน แต่ ประดิษ ไม่ มี จริง สัก ข้อ หนึ่ง ข้อ ใด เลย สอง เนื้อ ความ นี้ ท่าน นักปราช ทั้งหลาย จะ เหน ข้าง ไหน พระ พุทธ เจ้า พระองค ตรัส รู้ พุทธิ์ ใน คำ พระ บาพี แปล ว่า ตรัส รู้ คำ พวก หมอ เมริกัน ยัง ไม่ เข้า ใจ พระ พุทธิ์ เจ้า คือ พระ ผู้ เปนเจ้า ๆ พระองค ตรัส รู้ ผู้ ใด นับถือ พระเจ้า ตาม คำ คริศนา ผู้ นั้น คง จะ เกิด มี ปัญญา กว่า คน ทั้งหลาย ๚ะ


๏ สุภาษิต โคลง เบ็ดเตล็ด ๚ะ

๏ ยาง ยน ขน สุทธิ ไซ้ ดู ดี พาย นอก ขาว หมด ศรี เฉก ฝ้าย เสพสัตว ปู ปลา มี่ ชีวิตร เปน นา ดั่ง พาล ประทุษ ฐ ร้าย นอก นั้น นวล งาม ๚ะ

๏ คบ ปราช ชาตติ์ เชื้อ ชาญ ธรรม จัก สู่ ศุ ไข สวรรค สวัส ดิ์ แท้ คบ พาล ประทุษ ฐ อัน หิณ ชาตติ์ จัก ได้ ทน ทุกข์ แล้ เพลียก พลั้ง เสีย ตน ๚ะ


นิราศ รางวัด นา

๏ แต่ ร่ำ สั่ง บาง บอน วอน สวาสดิ์ นุช นาถ เจ้า จะ รู้ ฤๅ ยัง หนอ จิตร รัน จวน ครวญ หา น้ำตา คลอ มา ถึง บ่อ บาง พระ ระยะ ยาว เหน บ่อ ปลา น่า ดู หมู่ มัจฉา ปลา เนื้อ อ่อน ว่าย มา เหน ตัว ขาว ปลา ตะเพียร เวียร วล ปด ดาบ ลาว ปลา เชื้อ เค้า เคล้า สวาย ดู ลาย ตา เลย บาง พระ ปะ ทาง บาง ขโมย ถ้า แม้น โดย ถึง จะ มี ที่ นี่ หนา มา ขโมย เรา จะ โบย จน เยบ ตา แต่ แล ๆ ไม่ เหน หน้า มา สัก คน ถ้า ภบ ปะ แล้ว จะ ให้ หัว ขาด มิ ได้ หวาด หวั่น ได ใน กลาง หน แต่ ที่ นี่ แล้ว ไม่ หนี มัน สัก คน ให้ ยก กัน มา ปล้น ไม่ ขาม ใจ พี่ คิด เกรง แต่ นักเลง ขโมย รัก ด้วย ไกล ภััก มิ่ง มิตร พิ้ศไสมัย ทั้ง ไกล เนตร ไกล หน้า จึ่ง อาไลย ฉวย ว่า ใจ เฉโก ดั่ง โมรา ถึง กระ นั้น พี่ ไป ทัน แล้ว อย่า หมาย ไม่ แหน่ง หน่าย จาก มิตร ขนิฐา ถึง จะ ตาย ก็ ให้ ชาย เขา ฤๅ ชา จะ ก้ม หน้า ฟาด พื้น จน บันไลย ๚ะ


ขอ แจ้ง ความ ให รู้ ทั่ว กัน

๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤๅ จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤๅ จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ ๚ะ

๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ


พึ่ง ได้ รับ ยา ใหม่

๏ ยา เม็ด กอง ใหม่ คือ ยา เม็ด ตับ เฮดอก จง ระวัง ยา เม็ด ปลอม !!! ยา เม็ด ตับ เฮดอก แท้ แท้ นั้น มี ขาย จำเพาะ แห่ง เดียว ใน กรุง เทพ คือ นาย ห้าง เอ ยุลิง แอน โก เปน เอเยิ่นต์ สำหรับ ขาย ยา นี้ ห้าง เดียว ใน กรุง เทพ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ แรม สิบสี่ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก (จ ห) ๚ะ


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก

AYER'S PILLS.

๏ ๑ ยา เม็ด แก้ ผูก คือ เอเยอร์ กะทาติก บิ๊ลซ์ เปน ยา กิน ง่าย มี คุณ เปน อัน มาก แก้ ผูก แน่น แล ไม่ เปน อันตราย เลย รักษา ท้อง ช่วย ไฟ ธาตุ แก้ ปวด ศีศะ ควร จะ เอา ไว้ ใน บ้าน ให้ เด็ก ให้ ผู้ ใหญ่ กิน เมื่อ ไม่ สบาย นั้น ๚ะ

๏ ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เด็ก แล้ว จะ ให้ เดิน แต่ อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๒ จน ๔ เม็ด ถ้า จะ ให้ เดิน เลอียด ตั้ง แต่ ๔ จน ๖ เม็ด ผู้ หญิง แล เดก ต้อง กิน หย่อน กว่า นี้ น้อย หนึ่ง ถ้า ต้อง กิน บ่อย ๆ จัด กิน เม็ด แต่ ภอ ควร กับ การ ๚ะ


AYER'S SARSAPARILLA.

๏ ๒ ยา คือ เอเยอร์ ซาร์ซะปะริลละ เปน ยา แก้ เลือด ช่วย บำรุง ชีวิตร แล ความ สบาย แล ให้ ร่าง กาย มี ชีวิตร ใหม่ ทั่ว ตลอด ๚ะ

๏ ยา ขนาน นี้ ควร จะ กิน วัน ละ สาม ครั้ง ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก แล้ว ให้ กิน ช้อน ๑ ฤา ๒ ช้อน น้ำ ชา ถ้า ผู้ ชาย อายุ ตั้ง แต่ ๑๕ ปี จน ๒๐ ปี แล ผู้ หญิง ผู้ กำลัง ย่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๕ จน ถึง ๙๐ หยด ถ้า เดก ย่อน ตั้ง แต่ แปด ขวบ จน ๑๕ ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๖๐ หยด ถ้า เดก ตั้ง แต่ ๓ ขวบ จน แปด ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๑๕ หยด จน ๓๐ หยด เมื่อ แรก กิน ๆ แต่ อย่าง น้อย ก่อน แล้ว กิน มาก ตาม กำ หนด สม กับ การ ถ้า ใส่ ยา ใน น้ำ ร้อน น้อย คุณ ยา ก็ จะ มาก ขึ้น เมื่อ จะ ใช้ ยา ขนาน นี้ ต้อง ระวัง ให้ ท้อง เดิน ด้วย ยา เม็ด เอเยอร์ บิ๊ลซ์ แต่ อย่า ให้ เดิน หนัก ได้ อาบ น้ำ บ่อย ๆ รักษา ตัว ให้ สอาด รับ ประทาน อาหาร ให้ สม ควร สม กำลัง ไม่ ต้อง อด อยาก ๚ะ

ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังกฤษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด