เดือน ๓ ขึ้น ๑๓ ค่ำ, ๑๒๔๖
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๓ แผ่น ๒๓ วัน พุฒ เดือน สาม ขึ้น สิบสาม ค่ำ ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๖
(ที่ ว่า ด้วย ทูตานุทูต สยาม แผ่น ๒๒ ต่อ กับ แผ่น ๒๓ )

๏ วัน พุฒ เดือน หก แรม สิบสี่ ค่ำ กับตัน เปละแฟ ผู้ สำเร็จ ราชการ เมือง เอเดน เชิญ ราชทูต อุปทูต ตรี ทูต บาทหลวง ลุยวิศ ลอนนาดี กำมดัน โทยอน หก นาย ไป กิน โต๊ะ ที่ บ้าน กับตัน เปละแฟ บน เขา พร้อม ด้วย ขุนนาง นาย ทหาร สี่ คน ภรรยา กับตัน เปละแฟ หนึ่ง หญิง น้อง ภรรยา กับตัน เปละแฟ หนึ่ง เจด คน เลี้ยง อย่าง ฝรั่ง พูด กัน แต่ เรื่อง กิน โต๊ะ จน เวลา สอง ทุ่ม เลิก โต๊ะ แล้ว ลา ทูตานุทูต ก็ ลา กลับ มา โฮเตล ๚ะ

๏ วัน พฤหัษบดี เดือน หก แรม สิบ ห้า ค่ำ เวลา บ่าย สี่ โมง กำมดัน โทยอน ขึ้น มา รับ ทูตานุทูต ที่ โฮเตล มา ลง เรือ ที่ ท่า ครั้น เรือ โบด ทูตานุทูต ออก จาก ท่า แล้ว ที่ ป้อม เอเดน ยิง ปืน สลุด ส่ง ทูต สิบเก้า นัด ที่ เรือ ยี่รอนเดอ ชัก ธง ช้าง เผือก ขึ้น เส่า กลาง ยิง สลุด รับ สิบเก้า นัด ทูตานุทูต ภัก อยู่ เรือ คืน หนึ่ง ด้วย เครื่อง จักร ชำรุด ยัง ทำ ไม่ แล้ว ทูตานุทูต ภัก อยู่ เมือง เอเดน สาม วัน ๚ะ

๏ วัน ศุกร เดือน เจด ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เวลา บ่าย โมง เสศ เปน ลม ตวัน ออก พัด กล้า กำมดัน โทยอน ให้ ถอน สมอ ใช้ แต่ ใบ เรือ ออก จาก ที่ ทอด สมอ เมือง เอเดน แล้ว ตั้ง หัว เรือ ไป ทิศ สลาตัน เรือ เดิน โมง ละ ห้า นอด ครึ่ง เวลา บ่าย สอง โมง ครึ่ง จักร แล้ว ได้ ใช้ จักร ด้วย เรือ เดิน โมง ละ เจด นอด เรือ แล่น ไป ใกล้ ฝั่ง ทวีป อาหรับ ข้าง ขวา เหน ภูเขา เหน หาด ถนัด เวลา เจด ทุ่ม เรือ ไป ถึง ที่ ช่อง แหลม แบบ เอล แมนเดบ เข้า ทเล แดง มี เกาะ ชื่อ เปริน เกาะ หนึ่ง อังกฤษ ทำ ไลตเฮาซ์ สำหรับ ตาม โคม อยู่ ข้างซ้าย เรือ แล่น ไป ข้าง ขวา พ้น เกาะ นั้น แล้ว วัน เสาร เดือน เจด ขึ้น สอง ค่ำ เวลา โมง เช้า เหน ฝั่ง ทั้งสอง ฟาก เวลา ห้า โมง ถึง เกาะ แยเปนยุวา ข้าง ซ้าย ไม่ มี คน เกาะ เล็ก ๆ มี อยู่ สอง เกาะ เวลา ย่ำค่ำ ถึง เกาะแลบบา เยอ อยู่ ข้าง ขวา วัน อาทิตย เดือน เจด ขึ้น สาม ค่ำ เวลา บ่าย สาม โมง ครึ่ง เปน ลม ตวัน ตก พัด กล้า คลื่น ใหญ่ ใช้ ใบ ด้วย จน ใบ โกซี เสา ท้าย ขาด เวลา ย่ำค่ำ ลม โต้ น่า ใช้ ใบ ไม่ ได้ เรือ เดิน โมง ละสอง นอต หก วัน

๏ วัน อาทิตย เดือน เจด ขึ้น สิบ ค่ำ เวลา ย่ำ ค่ำ แล เหน ฝั่ง เรียก ว่า เลฮุม อยู่ ทิศ ตวัน ตก ข้าง ซ้าย ๚ะ

๏ วัน พฤหัศบดี เดือน เจด ขึ้น สิบสี่ ค่ำ เวลา สี่ ทุ่ม ถึง ซาดอน เปน ช่อง เข้า ไป ท่า สุเอ๊ศ ๚ะ

๏ วัน ศุกร เดือน เจด ขึ้น สิบห้า ค่ำ เวลา เช้า เรือ แล่น มา กลาง ช่อง เหน ฝั่ง ทั้งสอง ฟาก เวลา สี่ ทุ่ม เกิด พยุ กล้า คลื่น ใหญ่ โต้ น่า เรือ เดิน โมง ละ นอต วัน อาทิตย เดือน เจด แรม สอง ค่ำ เวลา สี่ โมง เช้า เรือ ไป ใกล้ แล เหน ป้อม ท่า สุเอ๊ศ ก่ามตัน ให้ ชัก ธง ช้าง เผือก ขึ้น เสา กลาง ธง ฝรั้งเศศ ขึ้น เสา ท้าย เรือ ไป ถึง ที่ ทอด สมอ ท่า อ่าว สุเอ๊ศ ตั้ง แต่ ออก จาก เมือง เอเดน รวม สิบ เจ็ด วัน ถึง ท่า สุเอ๊ศ ครั้น เรือ ทอด สมอ แล้ว มะหะมัด เบ ผู้ สำเร็จ ราชการ ท่า สุเอ๊ศ มิศเตอร์ กอศเตอร์ เอเยิ่นต์ ของ คอเวินแมนต์ ฝรั้งเศศ ผู้ รับ ว่า การ เรือ รบ เมือง อาเล็กซันเดรีย แล ท่า สุเอ๊ศ ลง มา ทัก ถาม ทูตา นุทูต ที่ เรือ ยี่รอน เดอ มะหะมัด เบ บอก ว่า มี คำ สั่ง เจ้า ไกโร มา ว่า ถ้า ทูตา นุทูต กรุง สยาม ไป ถึง แล้ว ให้ จัด เรือ กล ไฟ ออก มารับ ขึ้น ไป อยุ่ ที่ โฮเตล สำหรับ เจ้า ไกโร มา ภัก แล สั่ง ให้ เลี้ยง ดู ทูตานุทูต ให้ บริบูรณ มะหะมัด เบ ว่า ได้ ติด ไฟ เรือ กล ไฟ ไว้ แต่ แรก เหน ธง ช้าง เผือก ทราบ ว่า เปน เรือ ทูต กรุง สยาม ได้ บอก เตลิแกรม ไป เมือง อาเล็กซันเดรีย แล้ว กงซุล ฝรั่งเสศ ซึ่ง อยู่ ที่ เมือง อาเล็กซันเดรีย ตอบ มา ว่า จะ ลง มา รับ ทูตา นุทูต ณะ ท่า สุเอีศ ครั้น เวลา เช้า ห้า โมง เรือ กล ไฟ จักร ข้าง กิน น้ำ ภุก สี่ พีต ออก มา รับ พระราช สาสน์ แล เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ แล ทูตา นุทูต ที่ เรือ ยีรอน เดอ ราชทูต อุปทูต ตรีทูต ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ เสมียน ล่าม แต่ง ตาม บันดา ศักดิ์ แล คน ใช้ ลง เรือ กล ไฟ จักร ข้าง น่า เรือ ปัก ธง พระจอม เกล้า ท้าย เรือ ปัก ธง เตอร์กี มะหะมัด เบ ผู้ สำเร็จ ราชการ ท่า สุเอศ มิศเตอร กอศเตอ เอเยนต์ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเสศ ก็ ลง เรือ กล ไฟ ไป ด้วย เมื่อ ทูตา นุทูต ลง เรือ นั้น ทหาร เรือ ยีรอน เดอ แต่ง ตัว ถือ ปืน ไรเฟอล คำนับ ส่ง ทูต ตาม ธรรมเนียม ยิง ปืน ใหญ่ สลุด ส่ง ทูต สิบเก้า นัด ทหาร ที่ ป้อม ท่า สุเอีศ สลุด รับ สิบเก้า นัด เรือ ทูต ไป ถึง เทียบ ท่า แล้ว เรือ ยีรอน เดอ ชัก ธง เตอร์กี ขึ้น เสา น่า แล้ว ยิง สลุด ธง ยี่สิบ เอ็ด นัด ทหาร ที่ ป้อม สลุด ตอบ ยี่สิบ เอ็ด นัด มะหะมัด เบ ภา ทูตา นุทูต ขึ้น อยู่ ที่ โฮเตล มี คน รับ ใช้ เลี้ยง ดู ตาม ธรรมเนียม ห้อง โฮเตล นั้น แต่ง ต่าง ๆ กัน คน ที่ ท่า สุเอีศ นั้น เปน ชาติ เติก บ้าง อารับ บ้าง แขก ดำ บ้าง มี เรือ จักร ขุด คลอง อยู่ ลำ หนึ่ง เรือ กล ไฟ เล็ก ๆ สำหรับ ออก ไป รับ คน รับ ของ ที่ เรือ เมล แล เรือ รบ สาม ลำ มี โฮเตล ใหญ่ ของ อังกฤษ ตั้ง อยู่ ริม น้ำ สำหรับ รับ คน เรือ เมล หลัง หนึ่ง มี ตึก อยู่ ก่อ ด้วย ดิน ดิบ พื้น สาม ชั้น บ้าง สอง ชั้น บ้าง ชั้น หนึ่ง บ้าง ประมาณ ร้อย หลัง เสศ ที่ ป้อม นั้น ไม่ สู้ มั่น คง มี แต่ ปืน ใหญ่ ตั้ง ไว้ ภอ สลุด รับ ส่ง ตาม ธรรมเนียม ห้า กระบอก รถ ไฟ เดิน ขึ้น ลง เมือง ไกโร มิ ได้ ขาด โรง ที่ ภัก รถ ไฟ นั้น เสา แล หลังคา ทำ ด้วย เหล็ก เวลา บ่าย สองโมง มิศเตอร ยอแว กงซุล อังกฤษ ที่ สอง ซึ่ง อยู่ ที่ ท่า สุเอศ มา ทัก ถาม ทูตานุทูต ที่ โฮเตล พูด กัน อยู่ ประมาณ ครึ่ง ชั่วโมง ลา กลับ ไป ๚ะ

๏ วัน จันทร เดือน เจ็ด แรม สาม ค่ำ เวลา ห้าโมง เช้า กงซุล ฝรั่งเสศ เมือง อาเล็กซันเดรีย ที่ หนึ่ง กิแบนเวียระ ที่ สอง แฟสะกิด ขุนนาง เมือง ไกโร หนึ่ง สักกิ เบ ขุนนาง ฝ่าย กรมท่า หนึ่ง มา ถึง ท่า สุเอศ ครั้น เวลา บ่ายโมง หนึ่ง มา ทัก ถาม ทูตานุทูต ที่โฮเตล กิแบนเวียระ กงซุล ฝรั่งเสศ บอก ว่า คอเวอนแมนต ทราบ ว่า ทูต กรุง สยาม ออก มา ช้า นาน แล้ว ได้ จัด ให้ เรือ อัศโมเด มา รับ ขต คอย อยู่ ที่ ท่า เมือง อาเล็กซันเดรีย ถึง สี่สิบ วัน แล้ว ราชทูต ตอบ ว่า มา กลาง ทเล ถูก พยุห จัด ลม พัดโต้ น่า เรือ หลาย วัน การ จึ่ง ช้า ไป สิกกิเบ ขุนนาง ฝ่าย กรมท่า บอก ว่า เจ้า ไกโร ให้ จัด รถ ไฟ สำหรับ เจ้า ไกโร ทรง เที่ยว เล่น นั้น มา รับ ทูตานุทูต ให้ สม แก่ พระ เกียรติยศ พระเจ้า แผ่นดิน กรุง สยาม ราชทูต ตอบ ว่า ซึ่ง เจ้า ไกโร ให้ ท่าน นำ รถ ไฟ มา รับ ข้าพเจ้า ทั้งปวง ข้าพเจ้า ขอบ พระเดช พระคุณ เจ้า ไกโร เปน อัน มาก พูด กัน อยู่ ประมาณ ครึ่ง ชั่วโมง ก็แบนเวียระ กงซุล ฝรั่งเสศ แฝดสกิด ขุนนาง เมือง ไกโร สิกกิ เบ ขุนนาง ฝ่าย กรม ท่า ลา กลับ ไป เวลา บ่าย ห้าโมง ก็แบนเวียระ กงซุล ฝรั่งเสศ สิกกิ เบ ขุนนาง ฝ่าย กรมท่า เชิญ ทูตานุทูต ขึ้น รถ ไฟ รถ ที่ ทูต ไป นั้น ข้าง นอก ทา เขียว เขียน หลาย ทอง ข้าง ใน เปน ไม้ ลาย สาม ห้อง มี เก้าอี้ นั่ง ห้า เก้าอี้ เก้าอี้ นอน สาม เก้าอี้ ม่าน แพร เหลือง เบาะ ที่ นั่ง นอน ทำ ด้วย ต่วน ลาย แดง ลวด ลาย สลัก ฝา นั้น ปิดทอง ทั้ง สิ้น กงซุล ฝรั่งเสศ สอง นาย ขุนนาง เมือง ไกโร สอง นาย ไป ด้วย ทูตานุทูต รถ ที่ ใส่ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ รถ ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ เสมียน ล่าม คน ใช้ มี ขอ เหล็ก เกี่ยว ติด กัน ไป มา สิบ ห้า รถ ไป ตาม ระยะ ทาง หยุด เติม น้ำ เติม ถ่าน สอง ครั้ง เวลา ห้า ทุ่ม ถึง ตึก ที่ ภัก รถ ไฟ ใน เมือง ไกโร เปน ระยะ ทาง เก้า สิบ ไมล์ ตึก ขี่ ภัก รถ ไฟ หล้าคา ช่อง น่า ต่าง ทำ ด้วย กระจก ทง สิ้น ที่ ท่า รถ ไฟ นั้น เจ้า ไกโร ให้ ซิมอิฟเฟนดิ ขุนนาง ผู้ สำเร็จ ราชการ ทาง รถ ไฟ ขี่ สอง จัด รถ เทียม ม้า มา คอย รับ ทูต อยู่ ห้า รถ ครั้น ทูตานุทูต ลง จาก รถ ไฟ แล้ว ซิมอิฟ เฟนดิ ขุนนาง เชิญ ทูตานุทูต ขึ้น รถ รถ ที่ ราชทูต อุป ทูต ตรีทูต ไป นั้น เปน รถ ยน ทา รัก ลวด ลาย ปิด ทอง มี โคม น่า ท้าย สี่ โคม มี สักลาด คลุม น่า รถ ปัก ไหม ทอง ระบาย ห้อย ลง มา จาก ที่ นั่ง สาระถี มี ตรา เตอร กี รถ นั้น เทียม ม้า เทศ สี่ ม้า มี ทหาร เติก ตะภาย ดาบ ถือ ตระบอง ช่น เงิน ขี่ ม้า นำ น่า รถ สี่ ม้า แขก อาหรับ เดิน ถือ คบ เพลิง ไป ข้าง รถ สี่ คน รถ ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราชบรรณา การ เสมียน ล่าม สาม รถ เทียม ม้า รถ ละสอง ม้า มี ทหาร เติก ขี่ ม้า นำ น่า รถ ละ สอง ม้า แขก อาหรับ ถือ คบ เดิน ข้าง รถ ๆ ละ สอง นาย รถ ขี่ คน ใช้ ไป นั้น เปน รถ ตะเวน ใหญ่ เทียม ด้วย ล้อ ซิมอิฟเฟนดิ พา ทูตานุทูต ไป อยู่ บ้าน หลวง สำหรับ รับ แขก เมือง ต่าง ประเทศ เจ้า ไกโร ให้ ลุดฟีอิฟเนเฟดิ ขุนนาง ฝ่าย กรมท่า กับ หมอ มา กำกับ อยู่ ด้วย ทูตานุทูต ที่ บ้าน หลวง สอง คน เลี้ยงโต๊ะ วัน ละ สาม เวลา จัด รถ ไว้ ให้ ใช้ สี่ รถ มี ทหาร เติก ตะภาย ดาบ ถือ ตะบอง ช่นเงิน ขี่ ม้า นำ น่า รถ ๆ ละ สอง ม้า ๚ะ


๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ


คน หลวง

๏ ณวัน ประหัศบดี เดือน สาม ขึ้น เจด ค่ำ กำปั่น กลไฟ พระที่นั่ง วิเสตร์ นี้ ธง หลวง ยอด เสา กลาง แล่น ลง เลย บางคอแหลม เวลา เช้า ห้า โมง ยี่สิบ มินิต แล้ว มี กำปั่น ไฟ ลำ ใหญ่ ลำ เลก หลาย ลำ ตาม เสด็จ เปน อัน มาก เจ้านาย ขุนนาง เปน อัน มาก อยู่ ใน กำปั่น เหล่า นั้นตาม เสด็จ ด้วย ใน หลวง จะ ประภาษ ตาม ชาย อาว เทเล ฝั่ง ตวัน ออก ประทับ แรม ที่ เมือง จันท บุรี หลาย ราตรี แล จะ แวะ เที่ยว เอา อากาศ ตาม ฝั่ง ตาม เกาะ หลาย ตำบล จึ่ง จะ เสด็จ กลับ มา ยัง กรุง เทพ พวก กำปั่น ไฟ เหล่านั้น ไป ถึง ปาก น้ำ เมื่อ เวลา บ่าย สอง โมง ครึ่ง จอด น่า ป้อม ผีเสื้อ สมุท พลาง ครั้น ถึง เวลา ทุ่ม ครึ่ง ใช้ จักร ออก เทล ๚ะ

มิศเตอ กอระเดโร

๏ รับ ที่ ตำแหน่ง ยศ เปน กัปตัน เรือ ป้อม สะเตเช่อน เจ้า คุณ ผู้ บังคับ การ ใน กรม ได้ ให้ กัปตัน กอระเดโร มี หนังสือ สำหรับ ตัว ดัง นี้ ๚ะ

ว่า ด้วย เรือ ตระเวน

๔ ด้วย พระยา นรรัตน์ ราช มานิต ผู้ บังคับ การ ทหาร กรม กอง ลาด ตระเวน ลำ น้ำ เจ้าพระยา ใน กรุง เทพ พระ มะหา นคร แจ้ง ความ มา ยัง ออฟฟีซเซอร ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย แล ไปรเวศ ทั้ง สาม ทั้ง สี่ สะเตเช่อน จง ทราบ ทั่ว กัน เรา ผู้ บังคับ การ ใน กรม ได้ ตั้ง ให้ มิศเตอ กอระเดโร รับ ที่ ตำแหน่งยศ กัปตัน เรือ ป้อม สะเตเช่อน และ ให้ มี อำนาถ ที่ จะ ไป ตรวจ ราชการ ได้ ในน่า ที่ โปลิศ ทหาร กอง ลาด ตระเวน ได้ ทุก สะเตเช่อน มี ยศ อำนาถ เสมา ออฟฟีซเซอร ผู้ ใหญ่ เมื่อ เวลา มิศเตอ กอระเดโร กัปตัน ไป ตรวจ นั้น เหน ราชการ สิ่ง ไร ไม่ เปน ที่ เฉลิม พระเกียรติยศ แห่ง ราชการ แล้ว ให้ กัปตัน กอระเดโร มี อำนาถ ที่ จะ พูด กับ ออฟ ฟีซเซอ ผู้ ใหญ่ ได้ ทุก สะเตเช่อน ชี้ แจง ราชการ และ ผลัด เปลี่ยน ทำ ใหม่ ให้ เปน ที่ สะอาจ เรียบ ร้อย ทุก สิ่ง ทุก อย่าง เปน ต้น แพ สะเตเช่อน แล เรือ ทุ่น กระโจม ยาม ที่ ทหาร รักษา อยู่ ทุก ตำบล แล เครื่อง สาตรา อาวุธ แล เครื่อง ตะ เพลิง ที่ เปน ของ หลวง ใช้ ราชการ อยู่ ทุก แห่ง ทุก ตำบล ให้ กัปตัน กอวะเดโร หมั่น ตรวจ การ รักษา ของ หลวง อย่า ให้ สูญ เสีย หาย ไป เมื่อ สะเตะช่อน ไหน ออฟฟีซเซอร แล ไปรเวศ ทำ ผิด ละ ทิ้ง กฏหมาย และ อย่าง ธรรมเนียม ทหาร กอง ลาด ตระเวน โปลิศ น้ำ แล้ว ก็ ให้ กัปตัน กอระเดโร ทำริ โปดมา ชี้ แจง ให้ ข้าพเจ้า ผู้ บังคับ ทราบ โดย เร็ว อนึ่ง ทหาร ไปรเวศ กรม กอง ตระเวน นี้ ทำ ผิด กฏหมาย จะ เสีย อย่าง ธรรมเนียม ไป ก็ ให้ กัปตัน กอระเดโร มี อำนาจ จะ ว่า กล่าว ทำ โทษ โปรเวศ ได้ ตาม กฎหมาย เสมอ ออฟฟิซเซอร ผู้ ใหญ่ แต่ สิ่ง ที่ ชอบ ด้วย ราชการ ได้ เขียน ชื่อ ลง ลาย มือ เปน คำ สั่ง ให้ ไว้ แก่ กัป ตัน กอระเดโร แต่ ณวัน จันทร เดือน สาม ขึ้น สี่ ค่ำ ปี วอก ฉศก ๑๒๔๖ ๚ะ

๏ กัปตัน คน นี้ มา อยู่ ใน ประเทศ สยาม กว่า สี่สิบ ปี แล้ว เปน คน ชำนาญ ใน ภาษา แล ทำเนียม สยาม ด้วย สมควร เจ้า ที่ จะ รับ ราชการ สนอง พระเดช พระคุณ สม เด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ๚ะ

หนังสือ พิมพ ราชกิจา นุเบกษา

๏ หนังสือ นี้ จัด ตั้ง ทำเนียม ขึ้น ใหม่ ก็ สัญญา กัน แขง แรง ว่า จะ ให้ ออก ทัน เวลา กำหนด คน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง อยาก จะ รู้ ข้อ ราชการ ต่าง ๆ เมื่อ บอก ก่อน ได้ ควร จะ บอก ก่อน คน ทั้งปวง จะ ได้ รู้ การ แล ทำ การ ให้ ทัน ให้ สม พระราช กำหนด เมื่อ บอก ออก วัน อาทิตย ควร จะ แจก ใน วัน ที่ ออก นั้น เอง เสด็จ กรมหมื่น พรหม วรานุรักษ คง ดีพระไทย ทำ ให้ ได้ การ ตาม สัญญา นั้น ถ้า ลูก หมู่ ลูก จ้าง แล พวก โรง พิมพ หลวง จะ สามิภักดิ์ ช่วย เสด็จ เตม บัญา เตม กำลัง แล ต่าง คน ต่าง ทำ ให้ สำเร็จ การ สั่ง ตาม สั่ง การ ก็ จะ สำเร็จ งาม ตลอด ทุก ท่า ไป ได้ ๚ะ

หนังสือ วชิรญาณ

๏ เล่ม ๑ ฉบับ ๑ จำนวน เดือน สิบสอง ปี วอก ฉศก ๑๒๔๖ ออก แล้ว แล มี เรื่อง ต่าง ๆ น่า อ่าน น่า รู้ ควร ที่ คน ทั้งปวง ทั่ว กัน สิ้น จะ จัด ซื้อ เอา ไว้ เปน ของ สำหรับ บ้าน บุตร ภรรยา จะ ได้ ดู อ่าน เล่น ให้ ปัญา งอก เปน มัค ผล แก่ บ้าน แก่ เมือง อย่าง วิเสศ ขอ ให้ หนังสือ ทั้งสอง อย่าง นี้ วัฒนา เจริญ ดี ขึ้น งาม ขึ้น ทุก วัน จน จะ เปน ของ น่า อ้าง ได้ ว่า ของ ชาว สยาม จัด ทำ ขึ้น เอง ทน ลำบาก ไป พลาง มะนะ เพียร จน จะ สำเร็จ การ เทิญ ๚ะ

สาย โทรเลข สำหรับ เชียง ใหม่

๏ ณวัน จันทร เดือน สาม ขึ้น สี่ ค่ำ กำปั่น ไฟ พิรม รัก บันทุก สาย โทรเลข แ ผ น ออก จะ ไป เหนือ ล่อง สาย ขึ้น ไป สำหรับ จะ ให้ มี สาย โทรเลข แต่ เชียง ใหม่ ลง มา ถึง กรุง เทพ ด้วย ๚ะ

๏ เดี๋ยว นี้ กำลัง จัด ลำดับ ทำ สาย โทรเลข ฝ่าย ตะวัน ออก ให้ ติด ต่อ กัน กับ สาย อังคริษ ที่ เมือง พม่า อัน ขึ้น กับ อังกริษ นั้น ๚ะ


ข่าว โทรเลข ใน

เจ้า คุณ กรม ท่า

๏ ณวัน ศุกร เดือน สาม ขึ้น แปด ค่ำ เวลา บ่าย สี่ โมง เช้า พระยาภานุวงษ มหาโกษา ธิบดี ที่ พระคลัง ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ แวะ จอด ที่ ปาก น้ำ ๚ะ


กำปั่น เข้า ณเดือน สาม ข้าง ขึ้น

๏ วัน อังคาร ขึ้น ห้า ค่ำ มงกุฎ กำปั่น กล ไฟ อังกฤษ ๘๔๘ ตัน กัปตัน ลฟ ขึ้น ห้าง วินดซอ โรซ แอน โก มา จาก ฮ่องกง ขึ้น ภาษี ณวัน นั้น เอง ๚ะ

๏ วัน พุฒ ขึ้น หก ค่ำ กวารตะ กำปั่น กล ไฟ เยอรแมน ๗๗๕ ตัน กัปตัน คอก ขึ้น ห้าง เจ็ก มา จาก สิงฆโปร ขึ้น ภาษี ณวัน นั้น เอง ๚ะ

๏ วัน ประหัศบดี ขึ้น เจด ค่ำ ปาก น้ำ กำปั่น กล ไฟ อังกฤษ ๓๖๐ ตัน กัปตัน รอซ ขึ้น ห้าง วงัหลี่ มา จาก สิงฆโปร ขึ้น ภาษี ณวัน นั้น เอง ๚ะ

๏ วัน เสาร์ ขึ้น เก้า ค่ำ แดนยุบ กำปั่น กล ไฟ อังกฤษ ๕๖๑ ตัน กัปตัน นิ่วตัน ขึ้น ห้าง วินดซอ โรซ แอน โก มา จาก ซัวเถา ขึ้น ภาษี ณวัน นั้น เอง ๚ะ

๏ วัน อาทิตย ขึ้น สิบ ค่ำ ฮุ่นหลี่ กำปั่น สยาม เสา ครึ่ง ๓๒๓ ตัน กัปตัน ฮันเซน ขึ้น ห้าง พระยา นคร มา จาก สิงฆโปร บันทุก พื้น ขึ้น ภาษี ณวัน ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ๚ะ

๏ วัน จันทร ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ เฮกุบะ กำปั่น กล ไฟ อังกฤษ ๕๙๐ ตัน กัปตัน ไวต์ ขึ้น ห้าง วินดซอร โรซ แอน โก มา จาก สิงฆโปร ขึ้น ภาษี ณวัน นั้น เอง ๚ะ


กำปั่น ออก ณเดือน สาม ข้าง ขึ้น

๏ ณวัน ประหัศบดี ขึ้น เจ็ด ค่ำ ๚ะ พระจอม เกล้า กำปั่น กลไฟ อังกฤษ ๑๐๑๑ ตัน กัปตัน ชะตรัตตัน ขึ้น ห้าง วินดซอโรซ แอน โก จะ ไป ฮองกอง ลา ภาษี ณวัน ขึ้น หก ค่ำ ๚ะ

๏ ณวัน ขึ้น เจด ค่ำ นั้น วิเสตร์ กำปั่น กลไฟ พระ ที่นั่ง สยาม จะ ไป จันทบุรี พระบาท สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม เสด็จ พระราช ดำเนิน ด้วย ๚ะ นรเบนดร์ บุตรี กำปั่น กลไฟ สยาม จะ ไป จันทรบุรี สมเด็จ พระเจ้า น้อง ยาเธอ กรมหลวง องค์ น้อย เสด็จ ไป ด้วย ๚ะ

ชปอรตซ์แมน
ซารา
กอโรเนเซ่อนกำปั่น กลไฟ สยาม จะ ไป จันทรบุรี

แรบด | | แอปอลโล | | เวลา บ่าย สอง โมง ครึ่ง กำปั่น เหล่า นี้ จอด น่า ป้อม ผีเสื้อ สมุท พลาง ครั้น ถึง เวลา ทุ่ม ครึ่ง ใช้ จักร ออก เทล ๚ะ

๏ วัน อาทิตย ขึ้น สิบ ค่ำ ๚ะ สุริยวงษ กำปั่น กลไฟ เยอรแมน ๕๓๓ ตัน กัป ตัน เรดเมเกอร์ ขึ้น ห้าง มารกวาลด์ แอน โก จะ ไป สิงฆโปร์ ลา ภาษี ณวัน ขึ้น เก้า ค่ำ นั้น ๚ะ

๏ วัน จันทร ขึ้น สิบเอก ค่ำ ๚ะ มงกุฎ กำปั่น กลไฟ อังกฤษ ๘๕๘ ตัน กัป ตัน ลฟ ขึ้น ห้าง วินดซอรโรซ แอน โก จะ ไป ฮองกอง ลา ภาษี ณวัน ขึ้น สิบ ค่ำ ๚ะ

๏ ปาก น้ำ กำปั่น กลไฟ อังกฤษ ๙๖๐ ตัน กัปตัน รอซ ขึ้น ห้าง วังหลี่ จะ ไป สิงฆโปร์ ลา ภาษี ณวัน ขึ้น สิบ ค่ำ นั้น ๚ะ

๏ วัน อังคาร เดือน สาม ขึ้น สิบสอง ค่ำ ๚ะ ควาตะ กำปั่น กลไฟ เยอรแมน ๗๘๕ ตัน กัปตัน คอก ขึ้น ห้าง พระ เทพลู จะ ไป เมือง สิงฆโปร์ ๚ะ


ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร์
ณวัน ประหัษบดี เดือน สาม ขึ้น เจด ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลึง ๗ เปนซ ครึ่ง

เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลึง ๗ เปนซ กับ เจด อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๖๕ เซนต


ข่าว โทรเลข นอก

ประเทศ ซูดัน

๏ เมือง ไกโร วัน ศุกร เดือน ญี่ แรม เก้า ค่ำ กอง ทัพ บริติช เดิน ทาง จะ ไป เมือง มิตัมเม เคียง เมือง เซนดี่ เมื่อ กอง ทัพ นี้ จะ ถึง ถ้า มี กำปั่น ไฟ ที่ นั้น ใน ทัน ใด นั้น คง มี ทาง ไป มา ถึง เยนิรัล คอดัน เปน การ เร็ว ๚ะ

ประเทศ ยุไนเตด เซตศ์

๏ เมือง นุยอก วัน เสาร เดือน ญี่ แรม สิบ ค่ำ กอม มิตติ ที่ พวก ปฤกษา ราชการ อะเมริกัน คือ เฮาซ์ ออฟ เรปริเซนแตติฟซ ได้ จัด ตั้ง ข้อ ผลัก คัด ออก ไม่ เอา บิล ที่ จะ ให้ งด การ ทำ เงิน นั้น ๚ะ

ประเทศ จีน แล ฝรั่งเสศ

๏ เมือง ฮ่องกอง วัน จันทร เดือน ญี่ แรม สิบ สอง ค่ำ มี การ รบ กัน สาหัศ พวก จีน แพ้ อัปราไชย เสี่ย ผู้ คน เปน อัน มาก แล้ว ต้อง ถอย หนี ๚ะ

๏ พวก ฝรั่งเสศ ตี ได้ ค่าย อัน มี คู รอบ ที่ จีน ภัก ที่ เมือง ไมเบิก ได้ ทั้ง แปด ป้อม แล เครื่อง อาวุธ ทั้ง ของ สำหรับ การ รบ นั้น ๚ะ

เยนิรัล คอดัน

๏ เมือง ไกโร วัน จันทร เดือน ญี่ แรม สิบ สอง ค่ำ ถอด วุฤสิลิ ได้ ส่ง ข่าว โทรเลข ว่า มี คน หนึ่ง มา หา ท่าน แจ้ง ความ ว่า มา จาก เมือง คาตุตม ณวัน อาทิตย เดือน ญี่ ขึ้น สิบ ส่อง ค่ำ เยนิรัล คอดัน เขียน หนังสือ แจ้ง ความ ว่า พล รบ ของ ท่าน สบาย ดี แล เล่บื่ยง อาหาร ทุก อย่าง มี ภอ การ ๚ะ

เยอรเมนี

๏ กรุง เบอลิน วัน อังคาร เดือน ญี่ แรม สิบ สาม ค่ำ วาน นี้ เมื่อ ปรินซ บิศมาก พูด อยู่ ใน ที่ ปฤกษา ราช การ เยอรแมน คือ ไรกชแตค ท่าน ว่า ฝ่าย เยอรแมนี แล อิงแลนด มี ทาง พระราช ไมตรี อยู่ แต่ ทว่า ถ้า จะ ขัด ปอลีซิ เยอรแมน ที่ จะ มี คอลอนี้ ขึ้น บาง ที่ เยอรแมนี คง ปะ คราว ที่ จะ อุด หนุน ปอไลซิ ปริติช ไม่ ได้ ใน เรื่อง อื่น ๆ อัน จะ เปน คุณ แก่ อิงแลนด เปน อัน มาก ๚ะ

ประเทศ ฝรั่งเสิศ

๏ เมือง ปาริศ วัน ประหัศบดี เดือน ญี่ แรม สิบ ห้า ค่ำ มองเซอ เฟรี่ ตั้ง ใจ แล้ว ว่า ใน ทัน ใด จะ ยึด เอา ประเทศ ตอนกวิน ไว้ เปน เมือง ฝรั่งเสิศ เสร็จ ทั้ง ประเทศ จำเภาะ ทาง นั้ จะ เปน ทาง ให้ การ แล้ว แก่ กัน เสร็จ กับ ประเทศ จึ่น ๚ะ

ประเทศ ตอนกวิน

๏ เมือง ฮะนอย วัน จันทร เดือน ญี่ แรม ห้า ค่ำ เยนิรัล บริเอ คำนับ มา ยัง ท่าน เจ้า เมือง ไซ่ง่อน ขอ แจ้ง ความ ว่า ณวัน ประหัศบดี เดือน ญี่ แรม ค่ำ หนึ่ง ได้ ชะนะ พล ทัพ จึ่น เปน การ งาม ที่ เดียว รบ กัน ชั่ว โมง ครึ่ง ฆ่าศึก ๒๐๐๐ ถึง แพ้ อัปราไชย ต้อง เลิก ไล่ ฆ่าศึก เพราะ มืด เท่า นั้น เอง ณวัน อาทิตย เดือน ญี่ แรม สี่ ค่ำ ๑๒ ๐๐๐ แพ้ แม่ ทัพ นิคริเออ ถึง ยับ เยิน ท่าน ตี่ ได้ ค่าย อัน มี คู รอบ ซึ่ง เปน ที่ ภัก พล รบ จึ่น ที่ ไม่เบิก ทั้ง ป้อม แปด ป้อม ของ สำหรับ รบ เปน อัน มาก เรือน ผ้า เล่บื่ยง ธง เครื่อง อาวุธ ทั้ง ดิน กระสุน ฆ่าศึก ได้ ทิ้ง ปืน ครุป ส่อง แบติรี่ ให้ ตก ใน มือ เรา พวก จึ่น แพ้ ถึง ยับ เยิน ทาง ไป ถึง ลังซัน ภบ ฆ่าศึก ๖๐๐ คน ดาษ อยู่ ตาม ดิน ทั้ง พวก เรา นั้น ตาย ๑๙ คน ถูก อาวุธ เจ็บ ๖๖ คน ใน พวก นี้ สาม คน เปน นาย ทหาร ๚ะ

ที่ ว่า ด้วย ธรรมเนียม คอเวินแมนต แผ่น ๒๑ น่า ๓๗๘
ต่อ กับ แผ่น ๒๓ ต่อ กับ น่า นี้

๏ แผ่นดิน บ้าน เมือง ต่าง ๆ นั้น แบ่ง เปน ริปับลิกัน แล โมนาคิกัล แล้ว แต่ แบบ คอเวินแมนต์ นั้น ฦๅ ตาม กฎหมาย ตั้ง แห่ง คอเวินแมนต์ นั้น แผ่น ดิน บ้าน เมื้อง นั้น เรียก ว่า โมนาคิกัล เมื่อ คน เดี่ยว เปน หัว น่า แล จัด ลำดับ การ บ้าน เมือง ตะลอด ตาม ชอบ ใจ คน ๆ เดี่ยว อัน มี่ อาญาสิทธิ์ ดัง นี้ มี่ นาม ชื่อ ต่าง ๆ บาง ที่ เรียก เปน เอมบีรอร์ เปน กิง เปน ดุก เปน ปรินซ์ แล้ว แต่ พระราช อะณา เขตร นั้น จะ มาก น้อย สัก เท่า ไร ที่ เรียก ว่า ฟรี ซเตต ฤา ริปับลิก นั้น คือ คอเวิน แมนต์ บ้าน เมื้อง นั้น ตก อยู่ กับ คน หนึ่ง คน ใด ที่ หมู่ คน เปน อัน มาก ฤา น้อย ได้ โปรด จัด ตั้ง ให้ เปน ผู้ ว่า การ แผ่น ดิน บ้าน เมื้อง นั้น บาง ที่ ริปับลิกัน คอ เวินแมนต์ นั้น ตก อยู่ กับ ท่าน ผู้ ดี ผู้ ใหญ่ ตาม ตระกูล ตาม ทรัพย ตาม พาหน กำลัง ของ เขา ใน เมื้อง นั้น คอเวินแมนต์ เช่น นี้ เรียก ว่า อะริศตอแกรซี่ บาง ที่ เดะโมแกรติก คอ เวินแมนต์ เปน คอเวินแมนต์ ที่ คน ทั้งปวง ทั่ว ทั้ง บ้าน ทั้ง เมื้อง จัด โวต ตั้ง พวก ว่า การ เมื้อง ขึ้น เช่น ใน ประเทศ ยุไนเตดเซตศ นั้น

๏ ประเทศ โบราณ แรก ๆ นั้น มี่ คอ เวินแมนต์ อย่าง ง่าย แล เหมือน ๆ ไม่ ใคร่ จะ แปลก ผิด กัน แต่ ใน คอเวินแมนต์ เช่น นั้น มัก มี่ ที่ ขัด ขวาง มิ ให้ คน เสมอ เท่า กัน ได้ มัก ให้ มี่ พวก ที่ ถือ ตัว เกิน ข่ม ขี่ ผู้ อื่น ให้ เปน คน ตำเกิน มัก ถือ ตระกูล ถือ ชาติ์ กัน เกิน กด ขี่ เหลือ เกิน คน เปน คน ไม่ สู้ ผิด กันมาก เหลือ เลย ซึ่ง พวก หนึ่ง จะ ถือ ตัว ข่ม ขี่ เบียด เบียฬ ผู้ อื่น ไม่ ควร เลย เช่น พวก ฮินดู เคย ถือ ตัว กัน ทุก วัน นี้ คือ แบ่ง มนุษ เปน หมู่ ๆ ตาม เกิด ตาม มี่ ตาม วิชา หา กิน พวก ต่าง ๆ นี้ ไม่ มี่ ความ อัชฌาไสย กัน พ่อ มี่ ตำแหน่ง สูง ต่ำ เท่า ไร บุตร หลาน เหลน คง เปน ตระกูล เปน ตำแหน่ง สูง ต่ำ ตาม ปู่ย่า ตา ยาย นั้น จะ แปลก กัน เลื่อน ที่ ขึ้น ไม่ ได้ เปน อัน ขาด พวก นี้ ไม่ ปน กัน ไม่ กิน อยู่ ด้วย กัน ได้ พวก นัก บวช พวก เดียว รู้ ถึง ธรรมเนียม แล พิธี ใน สาศนา แล ความ รู้ สอน ให้ จำเพาะ แก่ บุตร หลาน เหลน ของ เขา เอง ตระกูล นี้ เขา ถือ ว่า เปน ตระกูล สูง สุด ตระกูล ที่ สอง นั้น คือ พวก ทะหาร ต่อ ภาย หลัง พวก ทะหาร นี้ สูง ขึ้น เทียม เท่า พวก นักบวช ตระกูล สอง ตระกูล นี้ ได้ แบ่ง ธุระ ครอบ ครอง ว่า ราชการ บ้าน เมือง เสมอ ๆ กัน ตระกูล ที่ สาม นั้น คือ พวก ทำ นา ทำ สวน ตระกูล ที่ สี่ นั้น คือ พวก ที่ เปน ช่าง มี วิชา ติด ตัว ถ้า คน เลี้ยง สัตว เปน ตระกูล หนึ่ง พวก นี้ เปน ตระกูล ต่ำ ที่ สุด ถือ ตระกูล กัน ได้ ทน อยู่ นาน เคร่ง ครัต นัก ใน ประเทศ อินเดีย แล ใน ประเทศ อิยิบท สอง เมือง นี้ ๚ะ

บท ๔
ว่า ด้วย สาศนา พวก ฮีเธน

๏ ๔ เมื่อ มนุษ กระจัด กระจาย ออกอยู่ เหนือ พื้น โลกย์ ซึ่ง ถือ แรก เดิม ใน พระเจ้า แท้ จริง องค์ เดียว นั้น คอย สูญ หาย ไป แล มนุษ จับ ไหว้ พระ มาก หลาย องค์ คือ ไหว้ ของ ที่ พระเจ้า สร้าง นั้น คือ ไหว้ ดวง อาทิตย ดวง ดาว ใน อากาศ แทน การ ไหว้ พระเจ้า แท้ จริง องค์ เดียว นั้น บ้าง คน ไหว้ กำลัง ธรรมดา ต่าง ๆ นับถือ ไหว้ เหมือน เปน พระ พวก ยูดาย พวก เดียว ได้ รักษา การ นับถือ ใน พระ บรม เจ้า องค์ เดียว เพราะ พวก เขา พวก เดียว ได้ ถวาย นมัสการ ไหว้ พระยะโฮวา คือ พระเจ้า ที่ ติจ นับถือ ไหว้ มา แต่ ปู่ ย่า ตา ยาย ของ เขา สาศนา แห่ง ประเทศ อื่น ทั้ง สิ้น แม้น จะ ยัก เยื้อง แปลก กัน สัก เท่า ไร ตก อยู่ ใน นาม คือ สาศนา แปคัน สาศนา อัน มิ ได้ นับถือ พระเจ้า แท้ จริง พวก เหล่า นี้ มิ ได้ ถือ ว่า พระ บรมเจ้า เปน พระเจ้า ประเสริฐ มิ ได้ ถือ ว่า เปน พระเจ้า ผู้ สร้าง ผู้ ทำนุ บำรุง รักษา อะนันตะ จักระวาฬ เปน พระ วิญาณ แล มิ ได้ ถวาย นมัสการ พระเจ้า องค์ นี้ ให้ เปน การ วิญาณ ด้วย ความ ซื่อ สุจริต แต่ คน โบ ราณ มัก ทำ เปน รูป มะนุษ ถือ ว่า วิทธิ์ แล ลักษณ นั้น เปน ของ ๆ พระเจ้า แล้ว ได้ ทำ รูป ต่าง ๆ อ้าง ว่า เปน รูป พระเจ้า พระ รูป นั้น มัก ทำ ด้วย หิน ด้วย แร่ เมตทัล คือ เงิน แล ทอง ด้วยไม้ แล ดิน ได้ สว้าง วัด สร้าง พระแท่น ถวาย ของ บูชา บ้าง ที่ จะ ให้ พระ นั้น งด รอ พระพิโรธ บ้าง ที่ จะ ให้ พระ นั้น ติด ใจ เอนดู ปรานี่ เขา การ บูชา ต่าง ๆ นั้น แปลก ๆ กัน ไป ตาม เปน พวก ซิวิไล มาก ซิวิไล น้อย พวก กริก แล พวก โรม ตั้ง เทศการ เปน คราว ยินดี ถวาย แก่ พระ ของ เขา ใน คราว เทศการ นั้น มัก ถวาย ผล ไม้ แล สัตว ที่ เขา มัก ฆ่า บ้าง ที่ เปน ลูก หัว ปี ของ สัตว ตัว หนึ่ง บ้าง ที่ เปน การ บูชา ใหญ่ ถึง วัว ตัว ผู้ ร้อย ตัว คน ที่ เปน พวก พ้อง เพื่อน ฝูง มัก ชุมนุม กิน ด้วย กัน เปน ที่ ยินดี สนุกนิ์ ด้วย กัน แต่ พวก คน เถื่อน มัน ฆ่า คน ถวาย บูชา บน พระ แทน ของ เขา ถือ ใจ ว่า ทำ การ เช่น นี้ ถึง เสีย ซีวิตร พวก พระ อัน มี ริทธิ์ อัน ทรง พระ พิโรธ จะ ได้ เอนดู ปรานี่ เขา เหน แก่ การ บูชา สำคัญ งด รอ พระ พิโรธ ไว้ เขา มัก ถือ ว่า พระ ของ เขา เปน พระ เช่น นี้ ๚ะ


คำ เตือน สติ

๏ ที่ จะ รู้ การ บาป แล โทษ ของ ตัว เปน การ แรก ที่ จะ เอา ตัว รอด พ้น ไป ได้ ๚ะ


นิราศ รางวัด นา

๏ ถึง กระนั้น ก็ ฉัน ไม่ วาง จิตร เทวฤทธิ์ ช่วย รักษา มารศรี จง คุ้ม กัน อันตราย อย่า ได้ มี ไป ถึง ที่ ฉัน จะ ตั้ง เครื่อง สังเวย มา ถึง บาง ระกำ ยิ่ง ช้ำ จิตร พี่ คิด ๆ ขึ้น มา นิจ๋า เอ๋ย ระกำ บาง ชั่ง ไม่ ห่าง หัว อก เลย มา เตือน เชย แต่ ระกำ นั้น ร่ำ ไป ครั้น ถึง บาง พระยา ภา คิด ถึง คุณ ตา ซึ่ง สิ้น ชีพ ตักไสย อยู่ บ้าน นี้ เลื่อน ที่ พระยา ไป เรา ก็ ได้ พึ่ง บุญ เจ้า คุณ ตา มา ตบึง ก็ ภอ ถึง บาง ภาษี ไม่ เหน มี บ้าน ช่อง พี่ มอง หา เจ้า ภาษี ก็ ไม่ เรียก นาวา เปน บาง ภาษี ตั้ง ดัง นั้น เอง ถึง บาง ปลา ไม่ เหน ปลา มี ค้า ขาย มี แต่ พาย เที่ยว เสาะ ไม่ เมาะ เหมง เที่ยว ตก เบด สุ่ม ปลา หา กิน เอง มิ ได้ เกรง ษารพิศม์ เที่ยว วิด ปลา ไม่ ว่า เด็ก ว่า ผู้ ใหญ่ ไป กัน หมด เพราะ ความ อด จึ่ง ได้ เสาะ แสวง หา ใคร อย่า ได้ หมาย ตั้ง มา บาง ปลา แต่ ชาว บ้าน นี้ ยัง หา กิน แทบ ตาย ที่ บาง อื่น ตื้น มี ไม่ รู้ สิ้น แต่ บาง นี้ ชั้น ปลา ตื่น ก็ แล หาย รำพรรณ พลาง ทาง เร่ง พวก ศรี่ พาย มา ถึง ท้าย คุ้ง ย่าน บ้าน บาง ยุง เรา มา ทาง กลาง แดด ยัง แผด กล้า ไม่ เหน น่า ยุง ริ้น บิน สัก ฝูง เพราะ แดด ร้อน หนี่ ซ่อน ตาม พวก ยุง ครั้น พลบ ค่ำ เขา จึ่ง มุ่ง มา หา คน ๚ะ


ขอ แจ้ง ความ ให รู้ ทั่ว กัน

๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน ลำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้องการ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรง พิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ ๚ะ

๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ


พึ่ง ได้ รับ ยา ใหม่

๏ ยา เม็ด กอง ใหม่ คือ ยา เม็ด ตับ เฮดอก จง ระวัง ยา เม็ด ปลอม !!! ยา เม็ด ตับ เฮดอก แท้ แท้ นั้น มี ขาย จำเพาะ แห่ง เดียว ใน กรุง เทพ คือ นาย ห้าง เอ ยุลิง แอน โก เปน เอเย่นต์ สำหรับ ขาย ยา นี้ ห้าง เดียว ใน กรุง เทพ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ยี่ แรม สิบสี่ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก (จ ห) ๚ะ


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก


AYER'S CHERRY PECTORAL.

๏ ๓ ยา คือ เอเฮอร์ เจริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ฝี ใน อก ๚ะ

๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดียว ให้ กิน ๕ หยด ส่อง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะดูก ตัว หนาว ฤา แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ บีลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ท หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ท ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ


ประนินทิน

๏ บ่น ภาษา อังกฤษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘๘ ถึง ๑๘๙๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด