เดือน ๔ แรม ๑๑ ค่ำ, ๑๒๔๖
จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
เล่ม ๓ แผ่น ๒๗ วัน พุฒ เดือน สี่ แรม สิบเอ็ด ค่ำ ปี วอก ฉอศก ๑๒๔๖
๏ นิราศ ยิสาร ๚ะ

๏ โอ้วัดโพธิ์ใหญ่โต ระโหฐาน โบถวิหาร สูง เยี่ยม เทียม เวหน แต่โบถ พุทธไสยาใกล้สาชล แล้ว โบถหัน ขึ้นไป นะ พระประธาน เปนทิวแถวแนว ระยะ เตน ประจักษ มี มาก นัก เหลือ จะ ว่า ไม่ กล้า หาญ เพราะ กำแพง บัง อยู่ ดู ประมาณ ภอ ควร การ ที่ จะ แล ชะแง้ ชม เหน วิหาร ทั้ง สะถูป รูปเจดีย พระภูมี ทุก พระ องค์ ทรง สร้าง สม ทรง สร้าง เสริม เติม ตาม ความ นิยม คัน ปะถม มา จนกาล ทุก วัน นี้ นาม บัญัติ เรียก วัด พระ เชตุพล บนแล ประ เทือง กระเบื้อง ศรี บ้าง เขียว ขาบแดง เหลือง เรือง รุ่ง อยู่ในที่กำแพงแก้ว ทุก แถว ไป แสน เสียดาย หนัก หนา เวลา บวช ทั้ง คู่ สวด อุปัชฌา ก็ หา ไม่ คิด ขึ้น มา ก็ เปน น่า อนาถใจ เดี๋ยว นี้ ไซ้ ก็ ไม่ มี ที่ คุ้น เคย สนทะนามากับ บุตรสุด สวาสดิ์ จำนิราศวัดวานิขาเอ่ย เมื่อ ครั้ง บวช สวด รำ ค่ำๆเคย ครั้น สึก เลย เฉย มา เพราะ หากิน วัด นี้ใหญ่ วัดไหน ไม่มี สู้ เคย บวช อยู่รักษากิจ เปน นิจสิน คราว นี้ มา เปน เวลา ก็ ราคิน สุจ จะ ผิน ผัน หน้าไปหาใคร พระ บวช อยู่ เก่า ๆ ที่ คราวกัน มา ทุก วันนี้ ไม่ รู้ ไป อยู่ ไหน คิด ขึ้น มา แล้ว น่า จะ อาไลย นึก จะใคร่ บวช หลีก อีก สัก คราว จะ ได้ เทศนา หา ขนม เก็บ ประสม เงิน หา ค่า สาว ๆ ส่งให้ลูกเมียใช้ได้ ยืด ยาว ช่วย เก็บ เย่า งำเรือน เพื่อน ต้มแกง ตรง ประ ตู ออก มา เรียก ท่า เตียน ไม่ เหน เตียน เหมือน ว่า เปน น่า แหนง แน่ แต่ท่าเรือ จ้าง ไม่ คลาง แคลง ต่าง คนแย่ง รับ ส่ง ลง นาวา รับไปส่งขึ้น ตรง น่า วัดแจ้ง ไม่ สู้แพง คน ละ พัดไม่ ปัด หนา เช้า ๆ แน่น แออัด น่า วัดว[า] พวก แม่ ค้า นั่ง เรียง เสียง ออก อึง ๆะ

๏ ให้ รำจวน หวล จิตร คิด ละ ห้อย โอ้ลูก น้อย สี่ คน จะ บ่น ถึง ทั้ง แม่ ลูก เช้า ค่ำ จะ รำพึง แต่ใจ หนึ่ง คิด จะ ไป อา ไลย ลาน โอ้ ตัว เรา คราว นี้ อย่าง ไร สิ มา คิด ร้าง รา น่า สงสาร ต้อง ทิ้ง ลูก เมีย ไป ให้ รำคาน ทิ้ง เรือน บ้าน ไป สนุกนี้ ไม่ ทุกข์ ใจ ทิ้ง เพื่อน กิน ถิ่น อยู่ ดู อนาถ ตัด สวาสดิ์ เช่น นี้ บุญ ที่ ไหน ให้ ลูก เมีย อยู่ ข้าง หลัง ทั้ง อา ไลย เหมือน จะ ได้ บาป กรรม ด้วย ว่า คาญ จึง ข่ม ขืน กลืน โศก วิโยค ยุ่ง คิด หมาย มุ่ง จรลี เข้า ยิสาร ให้ บาก เรือ ข้าม ไป ไม่ ทัน นาน พ้น น่า ศาล ต่าง ประเทศ ทะเวศ วน จน เทวศ เหตุ คำนึง ถึง สมร สมร ถึง บั้ง ซู ง จะ เห หน จะ หน เห ไว้ ใจ ให้ ทุกข ทน ทน ทุกข เรียม เขี้ยม ค้นจะทน ทาน ทาน ทน เพราะ ที่ รน ร้าง สวาสดิ์ สวาสดิ์ ร้าง ห่าง นาฏ ไป ยิสาร ยิสาร ไป ไกล น้อง ปอง มา นาน นาฬ มา นัก มัก เห น การ จะ เร รวน รวน เร ใจ คิด จะ ใคร่ กลับ ไป สั่ง สั่ง ไป หวัง ภอ ให้ แจ้ง แห่ง เห หวน หวน เห เห็น เช่น พี่ ที่ คร่ำ ครวญ ครวญ คร่ำ จวน ที่ จะ จาก คัลไลย จร คัลไลย จาก บาก เรือ ถึง วัด แจ้ง เปน วัด แห่ง ที่ พระ องค์ ทรง สังขรณ์ ใน แผ่น ดิน ที่ สอง ครอง นคร นาม กร ทรง ประสาท พระ ราช ทาน เรียก ว่า วัด อรุณ วะราราม ดู แวว วาม แสง ศรี มะณี ฉาน อุโบสถ อาราม งาม ตระการ อีก รูป มาร ทะ ยาน อยู่ เปน คู่ ดี มะหึม มา น่า ตา แสยะ โอ ฐ ทั้ง สูง โสด ใหญ่ เยี่ยม เทียม วัง ศรี ประดับ กระเบื้อง เขียว เหลือง เรื่อง รุ จี น่า วัด มี ลาน ลาด สอาด ตา ใน แผ่น ดิน ที่ สาม เมื่อ ยาม ว่าง ได้ ทรง สร้าง ปราง ใหม่ ใหญ่ หนัก หนา เปน สถูปมี รูป อะสุรา รูป คะชา อัศดร สลอน เรียง มี ทักษิณ สอง ชั้น เปน หลั่น ลด ดู เหมาะ หมด น่า บรร ชั้น เฉลี่ย ง วิหาร คด วิหาร ใหญ่ ประไพ เพียง พระ ระเบียง เคียง คั่น เปน หลั่น ไป ตะพาน ท่า น่า มุข มี สี่ น่า รูป กุมภา ทำ ด้วย หิน ดิ้น ไม่ ไหว สอง ตัว คู่ อยู่ ริม ท่า ชะลาไล ดวง นั้ม ใช้ มี ช่อง ร่อง วาริน แผ่น ผา สี่ ลา ลาศ ดู หยาด เหยาะ ทำ เปน เกาะ ฝั่ง ท่า ชะลาสินธุ มี เขื่อน คั่น ราย รอบ เปน ขอบ ดิน ปลูก ต้น อิน ทะผาลำ มี หนาม คม ใบ กาง ๆ มี ทาง คล้าย กับ ตาล รศ ผล หวาน แหลม ชิด สนิท สนม มี เก๋ง ใกล้ ไป มา เปน ท่า ลม ดู น่า ชม ท่า เรือ จ้าง หน ทาง จร ๚ะ

๏ ใต้ อาราม วัด แจ้ง ตำแหน่ง ตั้ง เปน ราชวัง เดิม แท้ แล สลอน ใหญ่ โต ระโหฐาน กระหง่าน งอน มี มุข ซ้อน สาม น่า ฉ้อ ฟ้า งาม ที่ สถิตย เจ้า แผ่นดิน ตาก สิน ราช มี อำนาจ ครอง ประเทศ เขตร สยาม เปน เจ้า กรุง ธนบุรี มี พระนาม กำแพง งาม ด้วย เสมา ดู น่า ชม ๚ะ

๏ ป้อม ใหญ่ อยู่ ใต้ ราชวัง ดู ขึง ขัง ภายใน ดิน ใส่ ถม เชิงเทิน ช่อง สอง ชั้น ศาลา ลม ซุ้ม ไฟ กลม อย่าง ฝรั่ง ครั้ง โบราณ แน่น หนา ชื่อ ว่า วิไชย ประสิทธิ์ ปัจจามิตร คิด ขยาด ไม่ อาจ หาญ พระ นารายณ์ มหา ราช ประสาท การ พระ ราชทาน ให้ พระยา วิชาเย็นทร ผู้ เปน ที่ จักรตรี ฝรั่งเสศ ชำนาญ เหตุ กล ไก ไม่ ขัด เขน รับ ทำ ป้อม มุม วัง ตั้ง ตาม เกน พระ ภูเบนทร ที่ ยี่ สิบ แปด นั้น ปาก คลอง บาง กอก ใหญ่ ให้ ตั้ง ป้อม เปน ค่าย ล้อม ด้วย กำแพง ดู แขง ขัน ได้ ทราบ มา เพราะ ว่า มี สำ คัญ ใน พงษาวะดาร นั้น บรรยาย ว่า สมเด็จ พระ นา รายณ์ ฝ่าย กรุง เก่า ที่ เปน เจ้า ลพ บุรี มี จดหมาย กฤษ ดา อานุภาพ ปราบ เหล่า ร้าย ยัง มาก มาย เหลือ ว่า จะ ช้า ที

๏ ครั้น เรือ ล่อง เข้า ใน คลอง บางกอก ใหญ่ เดือน ยัง ไม่ ตก ค้าง สว่าง ศรี เปน เวลา ห้า ทุ่ม รุ่ม นาที ถึง บ้าน มิศชันนารี เข้า ทันใด พวก นี้ ฤา คือ ชาติ์ อะเมริ กัน เขา หมาย มั่น พยายาม ตาม วิไสย แต่ ก่อน หมอ ปลัด เล เที่ยว เตร่ ไป ทิศ เหนือ ใต้ แจก หนังสือ ออก อื้อ อึง ได้ สั่ง สอน สาสนา พระ เยซู เดี๋ยว นี้ อยู่ แต่ บุตร สุด คิด ถึง กับ แม่ ลูก ผูก จิตร คิด คำนึง ช่าง รำ พึง พาก เพียร เขียน สารา ตั้ง โรง พิมพ์ ตี พิมพ์ หนังสือ ขาย ทั้ง กฎหมาย หลาย สิ่ง จริง ๆ หนา ของ เก่า ๆ เค้า คำ ปะรำ ปะรา ลง พิมพ์ จ่าย ขาย ค้า มา นม นาน เปน ที่ ภ้า ภา กรุง บำรุง ราษฎร์ ภา เด็ก เล็ก ให้ ฉลาด ทุก ถิ่น ถาน แต่ ตัว พี่ นี้ อย่าง ไร ไม่ ว่า คาน มา ทิ้ง บ้าน ละ เมีย น่า เสีย ใจ ๚ะ

๏ แล เห็น วัด กัลยา น่า บ้าน หมอ โบถ ละออ สูง เยี่ยม เทียม ไสล อิฐ ก่อ พุทธ รูป สะถูป ไว้ ทั้ง โต ใหญ่ เหลือ แล ชะแง้ ดู เกือบ จะ เท่า วัด เจ้า พระยา นาง เชิง สูง ทะ เกิง วัด ไหน ไม่ มี สู้ ได้ ทราบ ความ ตาม เหตุ สัง เกต รู้ คือ ท่าน ผู้ ที่ บุรณะ เจ้า พระยา นิกร บดินทร์ สะมุหะ ท่าน สละ ทรัพย์ สิน สิ้น หนัก หนา สร้าง อาราม นาม วัด กัลยา ถวาย แก่ ราชา พระ ทรง ธรรม ซึ่ง บำ รุง กรุง เทพ ใน ที่ สาม ครอง สยาม นัคเรศ เปน เขตร ขันธ์ ประทาน นาม ตาม เหตุ พิเสศ ครัน ชื่อ วัด กัลยา ณะ มิตร ประสิทธิ์ พร ๚ะ

๏ ท่า เรือ จ้าง ข้าง วัด กัลยา คน ไป มา แทบ ฝั่ง นั่ง สลอน ข้าม วัด ท้าย ตลาด คลาศ คลา จร คำ ราษฎร เรียก กัน เช่น นั้น มา นาม บรรญัติ เรียก วัด โมลิโลกย มี ต้น โศก กร่าง ไกร ไทร สาขา แล ไป ไม่ ถนัด ใน วัด วา ต้น พฤกษา บัง อยู่ ดู ครุม เครือ เหน แต่ การ เปรียญ์ เจียน ริม วัด มี คลอง ลัด ราษฎร์ สุข สนุก น์ เหลือ มี บ้าน ช่อง สอง ฝั่ง วัง วัด เจือ เปน ทาง เรือ ค้า ขาย สะ บาย บาน เปน คู อ้อม ล้อม ราชวัง เดิม นี้ คลอง เริ่ม ธนบุรี ที่ สถาน ฃอง พระยา ตาก สิน ได้ ยิน นาน โปรด บรรหาร ให้ ขุด ออก บางกอก น้อย ปาก คลอง คู อยู่ ริม วัด บางหว้า ร้อย ปี กว่า โดย กำหนด ไม่ ทด ถอย จะ ชม มาก ยาก คิด ตะบิด ตะบอย ชม เล็ก น้อย พอ เปน เลา สำเนา ความ

๏ หวล คะนึง ถึง นุช สุด ถวิล อาดูร ดิ้น ทรวง ทราบ อยู่ วาย หวาม ให้ หนาว อก หนาว ใจ ใกล้ สอง ยาม คิด ถึง งาม ขำ คม ที่ สม ทรง เวลา นี้ เคย เรียง เคียง เขนย แสน เสบย สุข จิตร พิสวง เมื่อ ยาม ตื่น ชื่น ชวน นวล อนงค์ จัด บรรจง แต่ง ร่าง สำอาง ตา ๚ะ

๏ ถึง วัด หงษ คิด ถึง องค์ ชนนี นาฏ ทูล ลา บาท บังคม ก้ม เกษา ด้วย ครั้ง นี้ มี กิจ จิตร สัทธา จะ ไคล คลา เขา ยิสาร ช้า นาน ครัน ขอ บาระมี ที่ รักษา คุ้ม ข้า บาท ให้ แคล้ว คลาด สรรพ ไภย ใน ไพรสัณฑ์ ทั้ง บุตร สี่ บ่าว สี่ ที่ ไป นั้น สาระพรรณ โรคา อย่า ยา ยี คิด ถึง มิตร จิตร อั้น ตัน อุระ โศก ประทะ ทรวง สะท้อน อา วอน ศรี เปน ห่วง ถึง บุตรา และ บุตรี อีก ทั้ง สี่ ที่ อยู่ บ้าน กับ ภรรยา จะ อยู่ ดี มี ศุก ข ฤา ทุกข ร้อน ฉัน นั่ง นอน ใน จิตร คิด กังขา ตัว ฉัน ไป ใจ ฉัน อยู่ ที่ ลูก ยา ทั้ง กานดา เผ่า พงษ วงษ บวร อีก ชนนี ที่ เลี้ยง ฉัน นั้น เปน เจ้า พระคุณ เท่า เทียม เมรุ สิงขร ทรง ชุบ เลี้ยง เพียง บุตร ใน อุทร แต่ ยัง อ่อน อายุ ศม์ มิ สี่ เดือน ตรา จะ หา ใคร ใน พื้น ชมภู ภพ จน ทั่ว จบ แดน มนุษ นี้ สุด หา ท่าน ชุบเลี้ยง เพียง บุตร บุญ ธรรม มา ซึ่ง ฉัน ปรากฎ เสนาะ เพราะ พระคุณ ทรง พระกรุณา ข้า ต่าง ๆ จะ หา อย่าง ฝ่า พระบาท เหน ขาด สูญ ทรง ชุบ เกล้า ข้าพเจ้า ทั้ง ประยูร อนุกูล แก่ ฉัน ทุก วัน มา จะ เกิด ไหน ขอ ให้ รอง ลออง บาท จน ทุก ชาติ์ ภพ ใด ให้ เปน ข้า ถึง พลั้ง ผิด ทรง คิด กรุณา ทรง เมตา ชุบ เลี้ยง โดย เที่ยงธรรม

๏ ข่าว ใน กรุงเทพ ๚ะ


หลวง

๏ ณวัน พุฒ เดือน ๔ ขึ้น สิบสอง ค่ำ เวลา เช้า สาม โมง เสศ พระบาท ส่มเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ออก ทาง พระที่นั่ง จักรกรี มหาปราสาท ขึ้น ทรง พระราชยาน เสด็จ พระราช ดำเนิน โดย กระบวน ตำรวจ แล ทหาร แห่ นำ ตาม เสด็จ ออก ประตู ศรี สุนทร ไป ประทับ พระ ที่นั่ง ราชกิจ วินิจฉัย พระ บรม วงษา นุวงษ ท่าน เสนา บดี แล ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย เฝ้า ทูลลออง ธุลี่ พระบาท พร้อม กัน พระยา ศรีสิงหเทพ นำ พระยา มนตรี สุริยวงษ พระศรี ธรรมสาร หลวง ชาติ สุรินทร หลวง สุริยานุวัฒ หลวง นิพัทธ กุลพงษ นาย ฉัน มหาดเล็ก หุ้ม แพร รวม หก นาย กราบ ถวาย บังคม ลา ไป ราช การ เมือง เชียงใหม่ จึ่ง ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน เสื้อ เยียระบับ แก่ พระยา มนตรี สุริยวงษ เสื้อ หนึ่ง กับ พระราช ทาน เสื้อ เข้ม ขาบ ให้ กับ ข้า ราชการ ๕ นาย ที่ กราบ ถวาย บังคม ลา ไป ราชการ เมือง เชียงใหม่ นั้น คน ละ หนึ่ง เสื้อ แล้ว พระ โทรเลข ธุรานุรักษ นำ มิศเตอ เบลี่ กราบ ถวาย บังคม ลา คุม เครื่อง ดนตรี ต่าง ๆ แล คน สำหรับ เครื่อง ดนตรี ออก ไป กรุง ลอนดอน แล้ว จึ่ง ทรง ประทับ ทอด พระเนตร เครื่อง ดนตรี ต่าง ๆ ที่ น่า พระที่นั่ง ราชกิจ วินิจฉัย ซึ่ง สมเด็จ พระเจ้า น้องยาเธอ เจ้า ฟ้า ภาณุรังษี สว่าง วงษ กรมหลวง ภาณุ พันธุ วงษ วรเดช ทรง จัด ทูล เกล้า ฯ ถวาย สำหรับ จะ พระราช ทาน ไป กรุง ลอนดอน ใน การ เอกซฮิบิเชอน พนักงาน เครื่อง ดนตรี ทั้งปวง ซึ่ง จะ กราบ ถวาย บังคม ลา ไป นั้น ได้ ดีด สี ตี เป่า ทูล เกล้า ฯ ถวาย ฯะ

เสด็จ ออก ฉลอง วัด

๏ แล้ว จึ่ง เสด็จ พระราช ดำเนิน ที่ ท่า ราชวรดิฐ ประทับ ใน เรือ พระ พระที่นั่ง เวสาตรี เรือ กระบวน แห่ ทั้งปวง ก็ เคลื่อน ออก จาก ท่า แห่ พระบรม ธาตุ พระ พุทธ รูป พระธรรม ขึ้น ไป ครั้น ทอด พระเนตร กระบวน แห่ สิ้น แล้ว เวลา เช้า ๕ โมง เสศ จึ่ง ออก เรือ พระ ที่นั่ง จาก ท่า ราชวรดิฐ แล เรือ พระประเทียบ เรือ ทหาร ก็ ใช้ จักร ขึ้น ไป เลี้ยว เข้า คลอง เกรด เวลา บ่าย โมง เสศ เรือ พระที่นั่ง ถึง น่า วัด สนาม แขวง เมือง นน ทบุรี จึ่ง เสด็จ จาก เรือ พระที่นั่ง ขึ้น ไป ประทับ เรือ พลับพลา ซึ่ง ทอด อยู่ น่า วัด สนาม เปน ที่ ใกล้ เคียง กับ วัด ปรมัยยิกาวาศ นั้น ครั้น เวลา บ่าย โมง เสศ เรือ กระบวน แห่ จึ่ง ขึ้น ไป ถึง วัด ปรมัยยิกาวาศ เรือ ไชย แล เรือ ศรี ซึ่ง ทรง พระบรม ธาตุ พระพุทธ รูป พระธรรม เข้า ประทับ ท่า น่า วัด เจ้า พนักงาน จึ่ง เชิญ พระ บรม ธาตุ พระพุทธ รูป ขึ้น ไว้ บน พระอุโบสถ วัด ปรมัยยิกาวาศ แล เชิญ พระธรรม ขึ้น ไว้ บน การเปรียญ เสด็ด ออก จาก ฉลอง วัด แล้ว เสด็ด เลย ไป ประทับ ที่ เกาะ บาง ปะอิน เสด็ด กลับ มา ณวัน อาทิตย เดือน สี่ แรม แปด ค่ำ เวลา บ่าย สอง โมง ๚ะ

ข่าว ต่าง ๆ
กงซุล เยอรมัน

๏ มิศเตอ วอนเกรนกิ กงซุล เยอรมัน เดิน สาร ไป ใน กำปั่น กลไฟ กงเบ็ง ณวัน ศุกร เดือน สี่ แรม หก ค่ำ จะ ไป เที่ยว เอา อากาศ สัก คราว หนึ่ง จะ เที่ยว เมือง จีน เมือง ญี่ปุ่น เมือง อะเมริกัน แล ประเทศ ยุโรป ด้วย ฯะ

มิศเตอร ช แคเบรียล

๏ นักปราช ข้าง กดหมาย เปน ไวซ กงซุล ที่ เมือง ซังไฮ เดิน สาร เข้า มา ยัง กรุง เทพ ใน กำปั่น กลไฟ แมกอะลิศเตอร ท่าน มิศเทอ แคเบรียล จะ ว่า การ แทน กงซุล เยอรมัน คราว มิศเตอ วอน เกรนกิ จะ ไม่อยู่ นั้น ๚ะ

มิศเตอร ลุซคุซัตติ

๏ ท่าน คน นี้ มี ชื่อ เลื่อง ฦา เปน เอนยนนิร แล เปน คน หนึ่ง ใน พวก นักปราช มี ชื่อ ว่า ไอตาเลี่ยน ยิโอแครฟี่กัล โซไซอิติ ท่าน เดิน สาร ใน กำปั่น กลไฟ แมกอะลิศเตอร เข้า มา ยัง กรุง เทพ ณวัน อังคาร เดือน สี่ แรม สาม ค่ำ ท่าน หมาย ใจ จะ เที่ยว ใน ประเทศ สยาม จะ ได้ ชม เรียน รู้ ของ แล ธรรมเนียม ใน ประเทศ สยาม เมื่อ ใน หลวง เสด็จ กลับ มา จาก การ ฉลอง วัด ปรมัยยิกาวาศ นั้น มิศเตอร ลุซคุซัตติ จะ ขอ เฝ้า แล ใน หลวง คง รับ รอง ช่วย เช่น เคย ทรง ช่วย คน นัก ปราช ต่าง ๆ ที่ เคย มา เที่ยว ใน ประเทศ สยาม เนื่อง ๆ นั้น

ราชทูต สยาม

๏ ใน ประเทศ อิงแลนด ขยาย ไป อยู่ ใน ตึก ใหม่ เลข นำเบอ ๒๓ ณะ ตำบล มี ชื่อ ว่า แอชเบอนเปลซ ที่ นี้ จัด แจง เรียบ ร้อย สำหรับ ราชทูต แล พวก ของ ท่าน ด้วย เครื่อง ประดับ ต่าง ๆ นั้น แมยอร เสนห คน หนึ่ง สำหรับ พวก ราชทูต นั้น ได้ จัด เครื่อง ประดับ โคม ระย้า นั้น เรียบ งาม แล คน ทั้งปวง ชม สรรเสิญ ปัญญา ท่าน ผู้ จัด การ นั้น ด้วย ๚ะ

กำปั่น กลไฟ กงเบ็ง

๏ ณวัน จันทร เดือน สี่ แรม สอง ค่ำ เมื่อ กำปั่น ลำ นี้ เลย บาง คอแหลม ขึ้น ไป ตาม ดาน ฟ้า นั้น เต็ม ด้วย เจก เดิน สาร เข้า มา ยัง กรุง เทพ ด้วย ๚ะ

กำปั่น กลไฟ บางกอก

๏ มี คำ ฦา กัน ว่า คอเวินแมนต สยาม ได้ จัด ซื้อ กำปั่น ลำ นี้ อีก ครั้ง หนึ่ง แล ปาก นอก ว่า จะ ตั้ง เปน กำปั่น ไฟ เมล เดิน ยัง กรุง เทพ แล เมือง ไซ่งอน เสมอ มิ ได้ ขาด ภอ จะ ออก พิมพ มี ผู้ บอก ว่า หา จริง ไม่ ๚ะ


ประเทศ ยูไนเตคซเตศ

๏ เดือน มาช วัน ที่ สี่ มัก เปน วัน ใหญ่ กำหนด จะ ให้ คน ที่ คน ทั้ง ประเทศ ได้ จัด เลือก ไว้ เปน เปร ไซเคนต ไป ยัง เมือง วอชิงตัน รับ คำ สบด แต่ จิฟ ยะ ซะติซ คือ แม่ กอง สาน ใหญ่ ใน เมือง ว่า จะ ประพฤติ การ รักษา บ้าน เมือง แล ชาว บ้าน เมือง ตาม กดหมาย บ้าน เมือง โดย สุจริต ปี นี้ วัน ที่ สี่ เดือนมาชตก เปน วัน พุฒ เดือน สี่ แรม สี่ ค่ำ แล มิศเตอร กลิฟแลนด เปรไซแตน ใหม่ นั้น คง ได้ ทำ การ ตาม ธรรมเนียม บ้าน เมือง เปน แน่ แล้ว ครั้ง นี้ พวก ริบับลิกัน นั้น หา ได้ ตั้ง เปรไซเดนต ใหม่ แต่ พวก นี้ ได้ ตั้ง เปรไซเดนต ตั้ง แต่ ไปรไซเดนต แอแบรม ลินกัน เปน ต้น จน เปรไซเดนต คาฟื้ลด เปน เปรไซเตนด ที่ สุด ท่าน ถึง แก่ กรรม แล้ว ไวซ เปรไซเดนต อาเธอร ว่า การ เปน ไปรไซเตนต ไป พลาง แต่ ครั้ง นี้ พวก เดโมแกรต อีก ครั้ง หนึ่งได้ การ จึ่ง ได้ ตั้ง มิศเตอร กลิฟแลนด เปน เปรไซเดนต ะ

ค่า แลก เงิน ที่ เมือง สิงฆโปร
ณวัน พระหัศบดี เดือน สี่ ขึ้น สิบสาม ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลง ๗ เปนซ กับ อัฐ

เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ กับ สึก ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๖๕ เซนต

ข่าว โทรเลข นอก

ตอนกวิน

๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน สี่ ขึ้น เจด ค่ำ ตาม คำ สั่ง แต่ เจ้า พนักงาน ข้าง ชา ทเล อัน ตั้ง ขึ้น เมื่อ ปฤกษา เสร็จ กัน แล้ว กับ คอเวินแมนต์ อะนัม การ ซึ่ง อนุญาต เอา เข้า เปน สินค้า ขา ออก แต่ ประเทศ ตอน กวิน ตั้ง แต่ วัน จันทร์ เดือน อ้าย แรม สิบสี่ ค่ำ จน วัน อาทิตย เดือน สี่ แรม ค่ำ หนึ่ง บัด นี้ อนุญาต ให้ เข้า นั้น เปน สินค้า ขา ออก ไม่ กำหนด เวลา เลิก แต่ นี้ ไป จะ ไม่ ให้ เลิก เว้น แต่ คอเวินแมนต์ ฝรั่งเสศ จะ ตั้ง ให้ เลิก จึ่ง จะ เลิก ได้ เมื่อ คอเวินแมนต จะ หมาย เวลา เลิก จะ มี คำ ประกาศ ออก สอง เดือน ก่อน จึ่ง จะ เลิก ะ

ประเทศ ซูดัน

๏ เมือง ไกโร วัน เสาร เดือน สี่ แรม แปด ค่ำ เยนิ รัล ซตุวาด ทน บาท แผล อาวุธ ไม่ ได้ จึ่ง ถึง แก่ กรรม

กอง ทัพ

๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน สี่ แรม แปด ค่ำ มี คำ ประกาศ ห้าม คน ที่ สิ้น กาล กำหนด แล เปน คน พวก มิไลเตี่ย มิ ให้ เข้า กัน กับ กอง ทัพ เพื่อ นั้น ะ

ประเทศ ซูดัน

๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สี่ ขึ้น สิบ ค่ำ เพราะ ถอด วุลซลี จะ มิ ได้ อยู่ เปน ช้า นาน ไป จึ่ง ตั้ง ลุเตนแนนต เยนิรัล เฮรเบิต พระราช ทาน ตรา ตั้ง เปน อัดยุแตนต เยนิรัล แล ลูเตนแนนต เยนิรัล อะลิซัน ได้ ตรา ตั้ง เปน กวาเตอร แมซเตอร เยนิรัล ฯะ

ปาเลี่ยแมนต

๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สี่ ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ใน ที่ ชุมนุม ปฤกษา อังกฤษ คือ เฮาซ ออฟ ลอดซ์ ลอด ซอลิซะบะรี่ ได้ แจ้ง ความ หมาย ว่า จะ ตั้ง ข้อ ติ เตียน ปอไลซี ของ คอเวินแมนต ที่ จะ เลิก ทัพ ออก จาก ประเทศ ซุดัน การ อัน นี้ จะ เปน เหตุ ร้าย แก่ ประเทศ อิยิบต แล แก่ บริติช เอมไปร์ ด้วย ฯะ

๏ ใน ที่ ปฤกษา ราชการ อังกฤษ คือ เฮาซ ออฟ กอมมันซ นั้น เซอ ซะแตฟโฟด นอท ก็ ได้ เตือน ให้ ตั้ง ข้อ ติ เตียน เหมือน กัน การ หาฤา ปฤกษา ทุ่ม เถียง ความ ใน ข้อ นี้ ได้ ขอ ผัด ไว้ ก่อน ฯะ

ฝรั่งเสศ แล จิ่น

๏ ฮองกอง วัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น สิบสอง ค่ำ พวก ฝรั่งเสศ ร้อง แจ้ง ความ ว่า เข้า เปน ของ ต้อง ห้าม คราว กำลัง เปน ศึก กัน ฯะ

การ เกี่ยว ปาเลี่ยแมนต

๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สี่ ขึ้น สิบสอง ค่ำ พวก กอนเซอวะติฟ อังกฤษ ได้ มี การ ชุมนุม เปน สำคัญ ใน คราว ชุมนุม นั้น ลอด ซอลิซะบะรี่ ได้ แจ้ง ความ ว่า พวก กอน เซอ วะติฟ พร้อม ที่ จะ รับ ทำ ราชการ ต่อ ไป

ประเทศ ตอนกวิน

๏ เยนิรัล บริเออ ดะ ไล ได้ ฝาก ข่าว เตลิแกรม ถึง เมือง ไซ่ง่อน ใจ ความ ดัง นี้ ฯะ

๏ เมือง ตูเยนกวัน วัน อังคาร เดือน สี่ แรม สาม ค่ำ เมื่อ ข้าพเจ้า กลับ มา จาก เมือง ลังซอน ข้าพเจ้า นำ กอง ทัพ บริแคด หนึ่ง จะ ไป ยัง เมือง ตูเยนกวัน ซึ่ง กอง ทัพ เมือง ยุนัน แล พวก ธง ดำ แต่ เมือง ลุมวินฟุก ได้ ล้อม ไว้ ยี่สิบ หก วัน มา แล้ว ข้าพเจ้า ได้ เจอ พวก ฆ่าศึก ที่ แม่น้ำ แกลเออ ณวัน จันทร เดือน สี่ แรม สอง ค่ำ แล ใน วัน แรม สาม ค่ำ นั้น ข้าพเจ้า ได้ ตี ทัพ นั้น แตก การ ล้อม เมือง นั้น เลิก กัน แต่ มะคืน นี้ แล้ว พวก ฆ่าศึก ที่ เสีย ยับ เยิน ทั้ง ใน เมือง ตูเยนกวัน ซึ่ง พวก ฆ่าศึก มา ระดม ตี โดย แขง แรง ทั้ง ที่ ถม เสีย ใน ช่อง คลอง แม่ น้ำ แกลเออ นั้น ก็ มาก ทั้ง วาน นี้ ทั้ง วัน นี้ ด้วย ฯะ

ที่ ว่า ด้วย ชาติ ต่าง ๆ แผ่น ๒๘ น่า ๔๓๒ ต่อ กับ น่า นี้

๏ แบบ คอเวินแมนต์ คน ซีก พิภพ ฝ่าย ตะวัน ออก นั้น แล กฎหมาย ที่ ตั้ง แห่ง คอเวิน แมนต์ นั้น น้อย กว่า แบบ แล ที่ ตั้ง แห่ง ศาสนา นั้น พวกโนมาติก คือ พวก เที่ยว จร ยัก ย้าย ที่ อยู่ เนือง ๆ นั้น มัก ให้ ผู้ ใหญ่ ใน พวก เขา มี กำลัง ทำนอง ชนิด เดียว กัน กับ พ่อ บ้าน ใน เมือง ที่ ยก ยอ ถือ ตระ กูล สูง ต่ำ กด ขี่ กัน ตระกูล สูง นั้น มัก เปน พวก นักบวช คือ พวก พระ แล พวก ทหาร แต่ พวก ทหาร แล พวก นักบวช ถือ ว่า เปน พระ ได้ เคย เกิด กระษัตร อัน มี อาญา เหลือ เกิน สิทธิ์ ขาด อยู่ ใน ตัว คน เดียว ผู้ ครอง นั้น ได้ อาญา ไม่มี ใคร อาจ ขัด เช่น ผู้ ใหญ่ ผู้ ครอง พวก โนมัด นั้น แล ให้ ผู้ ครอง นั้น เปน ที่ เกรง นับถือ กัน เหมือน เปน พระ เพราะ การ แล ธรรมเนียม เช่น นี้ อาญา คน หลวง ใน ประเทศ ข้าง ซีก พิภพ ข้าง ตะวัน ออก นั้น กำเริบ มาก เข้า จน เท่า เทียม การ นับถือ นะมัศการ พระ บรม เจ้า ผู้ ประเสิฐ ดี เกิน ผู้ อื่น ทั้ง เทวดา มะนุษ ทั่ว กัน สิ้น พวก เหล่า นี้ ยก ยอ เจ้า แผ่นดิน เปน ที่ สูง สุด พวก เจ้า เสนาบดี ขุนนาง แล ผู้ อื่น สิ้น ใน แผ่นดิน นั้น ทั้ง ถือ ทั้ง ใช้ เหมือน เปน คน ข้า เปน คน ต่ำ เลว ทั้ง ตัว ทั้ง ทรัพย์ หา เปน ของ ๆ เขา ไม่ แต่ เปน ของ ๆ เจ้า แผ่นดิน คน หลวง เหล่า นั้น ได้ ทำ กับ ชีวิตร แล ทรัพย ของ ราษ ฎร สุด แล้ว แต่ ชอบ ใจ ของ คน หลวง จะ พระราช ทาน ของ ให้ ฤา จะ เอา ของ ๆ เขา ไป ก็ ได้ เมื่อ มี ราช ประสงค ไม่ มี ใคร อาจ เข้า เฝ้า เว้น แต่ คลาน เข้า ไป กราบ หมอบ ซบ หน้า ถึง ดิน แล ถวาย บังคม คน หลวง เหล่า นั้น เลี้ยง ตัว ถือ ตัว เหมือน หนึ่ง เปน พระเจ้า มี การ เล่น สนุกนี้ ตาม ชอบ ใจ มี ข้า ล้อม รอบ ตัว ข้า เหล่า นั้น ยอม ทำ ตาม ราช ประสงค์ มี ราช กำหนด ออก ก็ ทำ ให้ สำเร็จ แล ยอม ให้ คน หลวง ใช้ ตัว ตาม ราช ประสงค์ ทรัพย์ ใน บ้าน เมือง ของ ใน บ้าน เมือง ทั้ง การ ยอ การ สง่า รี่ ล้อม รอบ คน หลวง ชนิด นั้น คอเวินเมนต์ เช่น นี้ ไม่ นับถือ กฎหมาย แล ไม่ นับ ถือ อัน ควร จะ ทำให้ แก่ ท่าน ผู้ อื่น เจ้า จะ เอา แต่ ตาม ชอบ ใจ ของ ตัว แล ถือ ว่า คน อื่น ทั้งปวง เปน ข้า เปน ทาษ เท่านั้น เอง คอเวิน เมนต์ เช่น นี้ ไม่ มี กำลัง ไว้ กำลัง เปน ที่ จะ ทำนุบำรุง ให้ บ้าน เมือง แล ผู้ คน ดี ขึ้น จำเริญ ถาวร เปน เมือง เปน คน ไซวิไลซ ขึ้น เพราะ เหตุ เช่น นี้ ประเทศ ข้าง ซีก พิภพ ข้าง ตะวัน ออก มัก เปน เหยื่อ แก่ ทะ แกล้ว ทหาร ต่าง ประเทศ แล ซิวิไลเซเช่อน โบราณ ของ เขา สูญ ฤา มิ ได้ เดิน จำเริญ ดี ขึ้น เลย ๚ะ

๏ ตาม ธรรม ชาติ คน ซีก พิภพ ข้าง ทะวัน ออก มัก ชอบ การ คิด นึก หา ความ สบาย แล ความ สนุกนิ์ มาก กว่า ความ มะนะ เพียร ใน การ หนัก การ ไว เพราะ เหตุ เช่น นี้ พวก ข้าง ซีก พิภพ ตะวัน ออก มิ ได้ ถึง เปน คน ฟรี พ้น บังคับ เขา มิ ได้ เปน คน ว่อง ไว เพียร เปน คน การ จึ่ง มัก พึ่ง ยอม ให้ เจ้า นาย ของ ตัว ใช้ ตัว ฤา มัก ร้อง บ่น ทุกข์ เพราะ อยู่ ใต้ อำนาถ คน ภาษา อื่น ชาติ อื่น ที่ ข่มเหง เบียด เบียฬ เขา อยู่ นั้น ๚ะ

๏ อาไศรย ปัญญา ไว ของ คน ชาติ ซีก พิภพ ข้าง ตะวัน ออก คน จำพวก นี้ ได้ ถึง ซิวิ ไลเซเช่อน อย่าง หนึ่ง เร็ว นัก ต่อ ภาย หลัง ติด ใจ ใน ความ สนุกนิ์ อัน ไม่ ให้ งอก ดี ขึ้น ได้ พวก เหล่า นี้ ตก เปน คน เกียจ คร้าน คน ตัณหา มาก ตัณหา นี้ กำเริบ ยิ่ง ทวี ขึ้น เพราะ ทำเนียม มี เมีย มาก เปน ทำเนียม จำเพาะ ชาติ ประเทศ ซีก พิภพ ข้าง ตะวัน ออก ทำเนียม ชั่ว นี้ เปน ฆ่าศึก ทำลาย แก่ ความ รัก อัน ควร จะ มี ต่อ บุตร ภรรยา แล สามี มัก ภา ให้ การ ใน บ้าน ใน ครอบ ครัว เปน การ ไม่ สอาด แล การ งาม แล การ เรียบ ร้อย อัน ควร จะ มี มนุษ ต่อ มนุษ ด้วย กัน เปน อัน เสีย ไป ๚ะ


กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ
ณะ เดือน สี่ ถัด แต่ วัน แรม ๔ ค่ำ จน ถึง วัน แรม ๑๑ ค่ำ นั้น
๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส์ ค แทน
กำปั่น ส่อง เส่า ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เล่า ก ล์ ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ
เรือ เข้า
ชื่อ กำปั่นธง แล กระบวนน้ำหนักชื่อกัปตันห้าง ที่ เรือ ขึ้นมา แต่ไหนวัน เข้า
ต่อ สู้ ไภยรินก ก ฟ ร สยาม— ตันดินคอเวินแมนตจันทบุรีแรม ๕ ค่ำ
พระจุล จอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๓๓ไวตวูดวินดซอโรซ แอน โกซัวเถา๖ค่ำ
เรือ ออก
จะ ไป ไหนวัน ออก
กงเบ๋งก ก ฟ อังกฤษ๙๒๒ยนซ์วินภซอโรซ แอน โกฮ่องกองแรม ๕ ค่ำ
เมรี่ก ๒ ส์ ค เยอรมัน๕๒๕ไอปแลนดมารกวาลด แอน โกฮ่องกอง๕ ค่ำ
มะกะลี่ซเตอร่ก ก ฟ อังกฤษ๕๒๗คัลลัคบอนิโอ กำปะนีสิงฆโปร๋๖ ค่ำ
เกี่ยวซุนควันก ๒ ส์ ค วิลันดา๕๐๘คน เจ๊กสิงฆโปร๖ ค่ำ
เต๊กลี่ก ๒ ส์ ค อังกฤษ๓๙๐ไนเตนฟูร์ห้าง เจ๊กซูระบายา๖ ค่ำ
พระจุล จอมเกล้าก ก ฟ อังกฤษ๑๐๓๓ไลตวูดวินดซอโรซ แอน โกฮ่องกอง๑๐ ค่ำ
กงลี่ก ล์ ค สยาม๒๕๓แฮนเซพระยา ลครฮ่องกอง๑๐ ค่ำ
๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ พระจุล จอมเกล้า มี คน เดิน สาร ที่ คาด ฟ้า ถึง ๔๓ คน ๚ะ
๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ เมรี่ บันทุก เข้า สาร ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ เกี่ยวซุนควัน บันทุก เข้า สาร ๏ กำปั่น กล ไฟ
ชื่อ เต๊กลี่ บันทุก เข้า สาร ๚ะ

ต่าง คน ต่าง ใจ กัน

๏ มี คน หนึ่ง มี หนังสือ บอก เปน การ ลับ ว่า คน ทั้งปวง ที่ รับ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย มี ความ รำ คาน ที่ จะ อ่าน เรื่อง นิราศ เรื่อง พงษาวดาร เรื่อง สุภา สิต เขา อยาก จะ อ่าน ที่ ตระลาการ กด ขี่ ลูก ความ กับ ที่ คน ประพฤติ ทุจริต ต่าง ๆ ที่ กรุง พึ่ง เข้า ใจ เถิด คน ดี ๆ ชอบ อ่าน เรื่อง ต่าง ๆ อัน จะ เปน ปัญญา ให้ รู้ ถึง การ แล ของ ซึ่ง มี ใน ประเทศ ต่าง ๆ แต่ คน พาล คน นักเลง เก เรา ชอบ ฟัง ชอบ ดู การ ไม่ ดี แต่ เรา ไม่ ได้ ตั้ง โรง พิมพ์ แล หนังสือ สยาม ไสมัย ที่ จะ ให้ คน เช่น นั้น มี ความ สนุกนิ์ การ ชั่ว ที่ ชั่ว สำหรับ ให้ นักเลง ติด ใจ สนุกนิ์ ร้อง เฮ ฮา นั้น มี มาก ต่อ มาก การ เช่น นี้ มัก ให้ คน หลง ให้ เสีย ตัว ควร ที่ คน ทั้งปวง จะ หา ความ รู้ สำหรับ สอน ใจ ให้ ตั้ง ตัว ตั้ง ให้ ดี ขึ้น ควร ที่ จะ อด ใจ รงับ ใจ ให้ การ ชั่ว การ ร้าย ค่อย ยุบ ค่อย สูญ หาย ไป จะ ดี กว่า ๚ะ

๏ เอไดเตอร์ เจ้า ของ สยาม ไสมัย ขอบ ใจ เปน อัน มาก ท่าน ทั้งปวง ที่ อุส่าห์ แต่ง ความ แล เรื่อง ดี ๆ มี คุณ แก่ คน ทั้งปวง นั้น ใน การ ดี นี้ ขอ ให้ ท่าน ทั้งหลาย นั้น เหน แก่ คน ทั้งปวง แต่ง แล ส่ง หนังสือ อย่าง นั้น ต่อ ๆ ไป ก็ จะ มี ความ ขอบ ใจ ต่อ ไป ด้วย ๚ะ


ค่า ลง บอก การ แล ของ ซึ่ง ท่าน จะ ต้อง การ นั้น
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา

คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ร้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา นี้

คราว ลง ที่ หลัง นั้น
ถ้า ลง ตลอด เดือน
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี

แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เชี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท


ขอ แจ้ง ความ ให้ รู้ ทั่ว กัน

๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ ๚ะ

๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ยี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๒ ปี วอก ฉอศก ๚ะ

พึ่ง ได้ รับ ยา ใหม่

๏ ยา เม็ด กอง ใหม่ คือ ยา เม็ด ตับ เฮดอก จง รวัง ยา เม็ด ปลอม !!! ยา เม็ด ตับ เฮดอก แท้ แท้ นั้น มี ขาย จำเพาะ แห่ง เดียว ใน กรุง เทพ คือ นาย ห้าง เอ ยุลิง แอน โก เปน เอเย่นต์ สำหรับ ขาย ยา นี้ ห้าง เดียว ใน กรุง เทพ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ยี่ แรม สิบสี่ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๒ ปี วอก ฉอศก (จ ห) ๚ะ


ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก
AYER'S CHERRY PECTORAL.

๏ ๓ ยา คือ เอเออร์ เจริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ผี ใน อก ๚ะ

๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดียว ให้ กิน ๕ หยด สอง ขวบ ๘ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะดูก ตัว หนาว ฤา แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ ปิลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ๚ะ


ประนินทิน

๏ เปน ภาษา อังครษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ทั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘๗ ถึง ๑๘๙๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ


๏ จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย ๚ะ

๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ

ราคา

๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง

๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ

๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ

๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ

๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น

๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ

๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ

๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ

๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ

๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ

๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า

๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด