
| เล่ม ๓ แผ่น ๓๑ วัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สิบ ค่ำ ปี ระกา ยัง เปน ฉอศก ๑๒๔๖ |
๏ รำพรรณ พลาง ทาง มา ใน วารี ถึง ภาษี กลาง คลอง ร้อง ขรม ให้ เรือ จอด ทอด ท่า ตั้ง คารม เสียง รดม กัน อยู่ อึง คนึง ไป ฝ่าย นาย รุ่ง คน ท้าย ธิบาย บอก ไม่ ลวง หลอก ดอก อาแปะ แวะ ไม่ ได้ ด้วย ภาษี นั้น เปน จีน ไม่ กิน ใจ จึง บอก ไป อีก คำ เปน สำคัญ ว่า เรือ ท่าน ข้า หลวง ทั้งปวง นี้ มา วัด ที่ ไร่ นา นาวา ฉัน ให้ ภาษี แจ้ง จริง ทุก สิ่ง อัน บอก เท่า นั้น แล้ว ก็ ล่อง ตาม คลอง มา กับ เรือ อื่น ใหญ่ น้อย พลอย อาไศรย ตาม เรา ไป พ้น ภาษี ดี หนักหนา เหมือน หนึ่ง แมว พึ่ง พระ ปลอด ปละ มา รอด นาวา หลาย ลำ เพราะ ตาม เรา ครั้น ดึก เดือน เลื่อน ลับ ดับ สิงขร แวะ จอด นอน ผ่อน ทรวง ที่ ง่วง เหงา ขึ้น ศาลา อาไศรย ได้ บันเทา ที่ โศก เศร้า เหน็จ เหนื่อย เจ็บ เมื่อย คลาย พี่ นอน คิด จิตร รำพึง ถึง น้อง แก้ว จาก มา แล้ว ชวด ประโลม แม โฉม ฉาย มา พลัด พราก จาก นุช สุด เสี่ย ดาย มี แต่ ชาย เพื่อน เรียง มา เคียง นอน ภอ เคลิ้ม หลับ กลับ คิด จิตร กระหวัด ให้ อั้น อัด ทรวง ใน ฤๅไทย ถอน ผวา สอด กอด ก่าย เพื่อน ชาย นอน นาสิก ซ้อน เชย แก้ม เหนบ แนม นม สดุ้ง ตื่น ฟื้น กาย น่า คาย นัก มา ต่าง รัก ต่าง มิตร สนิท สนม เอา เพื่อน ชาย ก่าย เกย เช้า เชย ชม มัน ไม่ สมควร คู่ อดสู ใจ ถ้า เขา ตื่น รู้ เขา ว่า เรา บ้า จะ เอา หน้า ไป วาง ไว้ ข้าง ไหน ต้อง นิ่ง นอน อ่อน อารมณ์ ระทม ใน หวล อาไลย แก้ว ตา วิลาวัน แต่ นอน นึก ดึก กำดัด สงัด เงียบ ให้ เย็น เยียบ ฤๅไทย จน ไก่ ขัน ก็ สวด มนต ภา วนา ไม่ ช้า พลัน ภอ ม่อย หลับ กลับ ฝัน ถึง นวล นาง ว่า ได้ กอด เยาวยอด สุมา เรศ ครั้น ลืม เนตร ไม่ เหน มิตร พี่ คิด หมาง ก็ เลย ฟื้น ตื่น สดุ้ง ภอ รุ่ง ราง นภา พาง แจ่ม แจ้ง ด้วย แสง ทอง จึ่ง ล้าง หน้า หา หมาก ขี้ ผึ้ง สี่ สูบ บุหรี่ ให้ สบาย หาย มัว หมอง สุริยน ขึ้น ปน กับ แสง ทอง มี แดด ส่อง ศรี เหลือง รุ่ง เรือง งาม บอก ฝีภาย หัว ท้าย ให้ เตรียม เสร็จ ภอ สำเร็จ ออก เรือ กัน เหลือ หลาม พวก แม่ ค้า มา ขาย ก็ ภาย ตาม ออก ชื่อ นาม เช้า ของ ใน ท้อง เรือ บ้าง แลก เช้า หา ปลา บ้าง ค้า ผัก บ้าง ร้อง ทัก เรียก กัน สนั่น เหลือ เจ้า จีน ใหม่ ขาย สุกร เที่ยว คอน เรือ แม่ ค้า เกลือ ขาย เกลือ รีบ เรือ จร นาวา บาก ออก จาก ใน คลอง ขุด ก็ แจว รุต ตาม แคว แล สลอน บ้าง ล่อง ขึ้น ตื่น มา ตาม สาคร ดู แนว จร จาก ไป ยัง ไกล ตา ภอ พ้น จาก ปาก คลอง ต้อง สำเนียก เหน เขา เรียก ว่า บ้าน ลาน ตา ฟ้า ไฉน คน จึ่ง มา แกล้ง แปลง วาจา แต่ แรก ลาน ตาก ผ้า แต่ บูราณ ถึง บาง พูล พิศดู พลู ของ น้อง ที่ ใส่ ซอง ให้ มา กิน จาก ถิ่น ถาน ถนอม ไว้ มิ ให้ หมด จะ อด นาน ทาง กันดาร เรา จะ ได้ ที่ ไหน กิน อัน สเบียง หา มา สารพัด ต้อง จำกัด กิน อยู่ อย่า ดู หมิ่น ด้วย ไป กลาง ทาง ไกล ใน วาริน โสหุ้ย กิน เปน สำคัญ ทุก วัน เรา ครั้น ถึง บาง ปลา ดุก เปน ทุกข จิตร มา จาก มิตร พุ่ม พวง ให้ ง่วง เหงา โศก กำสรวล ครวญ ถึง คนึง เขา กำศรด เศร้า ไม่ มี สุข ไป ทุก บาง ถึง บาง บอน ไอ้ บอน เอนดู ด้วย บอน อย่า ช่วย คน ฟ้อง ให้ น้อง หมาง อย่า บอน บอก แกล้ง หลอก แม่ นวล นาง ว่า เรา ร้าง แรม สวาสดิ์ ขาด อนงค ที่ จริง จิตร คิด ร้าง ห่าง ครั้ง นี้ เพราะ ไม่ มี สิ่ง ของ ต้อง ประสงค์ เปน วิชา หา ใส่ ใน ใจ จง มิ ใช่ ตรง ไป เที่ยว คน เดียว ตาย แม่ นวล น้อย คอย ถ้า พี่ ยา ก่อน อย่า เชื่อ บอน บอก นัก ให้ รัก หาย อย่า หู เบา เฝ้า รวัง ฟัง พระพาย อย่า ใจ ง่าย ร้อย ชั่ง จง รั้ง รอ แต่ ร่ำ สั่ง บาง บอน วอน สวาสดิ์ นุช นาฏ เจ้า จะ รู้ ฤา ยัง หนอ จิตร รันจวน ครวญ หา น้ำตา คลอ มา ถึง บ่อ บาง พระ ระยะ ยาว เหน บ่อ ปลา น่า ดู หมู่ มัจฉา ปลา เนื้อ อ่อน ว่าย มา เหน ตัว ขาว ปลา ตะเพียน เวียน วล ปน ดาบ ลาว ปลา เสือ เข้า เคล้า สวาย ดู ลาย ตา เลย บาง พระ ปะ ทาง บาง ฃะโมย ถ้า แม้น โดย ถึง จะ มี ที่ นี่ หนา มา ฃโมย เรา จะ โบย จน เยบ ตา แต่ แล ๆ ไม่ เหน หน้า มา สัก คน ถ้า ภบ ปะ แล้ว จะ ฉะ ให้ หัว ขาด มิ ได้ หวาด หวั่น ใจ ใน กลาง หน แต่ ที่ นี่ แล้ว ไม่ หนี มัน สัก คน ให้ ยก กัน มา ปล้น ไม่ ขาม ใจ พี่ คิด เกรง แต่ นักเลง ฃะโมย รัก ด้วย ไกล ภักตร มิ่ง มิตร พิศไสม ทั้ง ไกล เนตร ไกล หน้า จึ่ง อาไลย ฉวย ว่า ใจ เฉโก ดั่ง โมรา ถึง กระนั้น พี่ ไป ทัน แล้ว อย่า หมาย ไม่ แหนง หน่าย จาก มิตร ขนิษฐา ถึง จะ ตาย ก็ ให้ ชาย เขา ภา ชา จะ ก้ม หน้า ฟาด ฟัน จน บัลไลย เสีย แรง พี่ มี จิตร คิด ผูก รัก ถึง ใคร จัก แย่ง ชิง ทิ้ง ไม่ ได้ พี่ ผูก พัน มั่น หมาย กับ สาย ใจ เมื่อ คัลไลย ก็ ได้ สั่ง ทั้ง ไมตรี ฯะ
๏ ถึง กระนั้น ก็ ฉัน ไม่ วาง จิตร เทวฤทธิ์ ช่วย รักษา มารศรี จง คุ้ม กัน อันตราย อย่า ได้ มี ไป ถึง ที่ ฉัน จะ ตั้ง เครื่อง สังเวย มา ถึง บาง ระกำ ยิ่ง ช้ำ จิตร พี่ คิด ๆ ขื้น มา นิจา เอ๋ย ระกำ บาง ซั่ง ไม่ ห่าง หัว อก เลย มา เตือน เซย แต่ ระกำ นั้น ร่ำ ไป ครั้น ถึง บาง พระยา ภา คิด ถึง คุณตา ซึ่ง สิ้น ชีพ ตกไษย อยู่ บ้าน นี้ เลื่อน ที่ พระยา ไป เรา ก็ ได้ พึ่ง บุญ เจ้า คุณตา มา ตบึง ก็ ภอ ถึง บาง ภาษี ไม่ เหน มี บ้าน ช่อง พี่ มอง หา เจ้า ภาษี ก็ ไม่ มี เรียก นาวา เปน บาง ภาษี ตั้ง ดั่ง นั้น เอง ถึง บาง ปลา ไม่ เหน ปลา มี ค้า ขาย มี แต่ พาย เที่ยว เสาะ ไม่ เหมาะ เหมง เที่ยว ตก เบ็จ สุ่ม ปลา หา กิน เอง มิ ได้ เกรง ษารพิศม์ เที่ยว วิด ปลา ไม่ ว่า เด็ก ว่า ผู้ใหญ่ ไป กันหมด เพราะ ความ อด จึ่ง ได้ เสาะ แสวง หา ฯะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ ของ สมเด็จ พระบรม เจ้า เอมปีรอ เยอรแมน ปี นี้ ตก ณวัน อาทิตย เดือน ห้า ขึ้น เจด ค่ำ มิศเตอร แฮช คาบ รี่เอล จัด การ ที่ กอนซุเลด ใน เวลา ค่ำ วัน นั้น ให้ จุด โคม ซุ้ม น่า ท่า บ้าน แล ได้ เชิญ พวก เยอรแมน มา ประ ชุม กัน เปน การ คำนับ เจ้า ของ ตัว ใน เวลา ค่ำ วัน นั้น สมเด็จ บรม เจ้า เอมปีรอร เยอรแมนี องค นี้ ชนมายุ ถึง ๘๘ ปี ชนมายุ มาก กว่า เจ้า อื่น ทั่ว ตลอด พิภพ ท่าน เปน เจ้า จับ ครอง พระราช สมบัติ เมื่อ คริศ ศักราช ๑๘๖๑ ปี บัดนี้ เปน ๒๔ ปี มา แล้ว พวก เยอรแมน ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง นับถือ สมเด็จ พระบรม เจ้า เอมปีรอ องค์ นี้ ทั้ง ปรินซ บิศมาก แล เยนิรัล วอน มอลตกี เปน คน วิ เสศ นัก ๚ะ
๏ ณวัน ประหัศบดี เดือน ห้า ขึ้น สี่ ค่ำ สมเด็จ พระ เจ้า แผ่นดิน สยาม โปรด ให้ เจ้า พนักงาน ภา กันตัน ชะเตศเลอ แล พวก ออฟพี่เซอ กำปั่น ไฟ รบ ออส เตรียน คือ นอติลัช ทั้ง มิศเตอ รึกแมน กงซุล ออสเตรียน เข้า เฝ้า เวลา บ่าย ห้า โมง เปน การ เจริญ ทาง พระราช ไมตรี ทั้ง ฝ่าย ประเทศ สยาม แล ประเทศ ออสเตรียน ด้วย ๚ะ
๏ เวลา ค่ำ วัน ประหัศบดี เจ้า พระยามหิน ท่าน เหน แก่ การ แผ่นดิน บ้าน เมือง จึง เปิด ตึก ลคร ปรินซ เทื่ยเตอร จะ ให้ แขก เมือง เหน ทั้ง ตึก ทั้ง การ ประ ทั้ง เครื่อง ประดับ แต่ง ตัว ทั้ง คน ชำนาญ เล่น ลคร อย่าง วิเสศ ใน ประเทศ สยาม กัปตัน พวก ออฟพี่เซอส แล กงซุล ออสเตรียน แล ท่าน ผู้ ดี ชาว สยาม ภา กัน ไป ดู การ ลคร นั้น เปน อัน มาก ๚ะ
๏ เปน การ คำนับ สำแดง ยินดี รับ พวก แขก เมือง พวก กงซุล ต่าง ประเทศ พวก พ่อ ค้า วานิช ฝรั่ง ทั้ง บุตร ภรรยา รับ เชิญ ช่วย การ ของ กงซุล รึกแมน ให้ เปน การ สง่า แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง ท่าน ผู้ ใหญ่ ฝ่าย สยาม ที่ รับ เชิญ ไป ช่วย ใน การ คราว นั้น คือ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระเจ้า ดิศวรกุมาร องค หนึ่ง เจ้า พระยา สุรวงษ ไวยวัฒ ที่ สมุห พระ กระลาโหม แล เจ้า พระยามหิน กับ ตัน เปน คน เข้า ใจ การ ให้ บท แก่ พวก ที่ เต้น รำ นั้น พวก ช่วย การ นั้น เลิก เวลา ประมาณ สัก สาม ยาม เสศ จึง สิ้น การ เต้น รำ สนุกนี้ นั้น ๚ะ
๏ วัน จันทร เดือน ห้า แรม สิบ ห้า ค่ำ เวลา สอง ทุ่ม คอย ดู เงา โลกย เรา จะ บัง แสง ดวง อาทิตย ให้ ดวง จันทร ดูมืด ไป แต่ จะ ไม่ หมด ดวง การ เช่น นี้ เคย มี ทุก ปี ไม่ ใคร่ ขาด ที่ มิ ได้ เหน กับ ที่ ได้ เหน นั้น ใน เมือง หนึ่ง เมือง ใด ใน โลกย ได้ สัก ครึ่ง คราว ที่ เปน สุริย เปน จันทร อังคาร มนุษ จึ่ง ไม่ ต้อง วิตก คิด กลัว ไป เลย การ เช่น นี้ ไม่ เปน เหตุ อันตราย สัก อย่าง หนึ่ง อย่าง ใด เลย ๚ะ
๏ ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน ครู สมิท ได้ ทราบ ทุก วัน นี้ ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน เหลือ ทน คู่ ความ ทำ เรื่อง ราว ไป ร้อง ก็ ยาก จะ ทำ ฎีกา ไป ถวาย ก็ ยาก เสีย แต่ ค่า ส่อหุ้ย ธรรมเนียม เหลือ ทน ถ้า ทรง พระ กรุณา โปรด ตั้ง ให้ มี ขุนนาง ชำระ ตัด สิน ให้ เหมือน กับ กงซุล ตัด สิน คู่ ความ หนึ่ง เรียก เอา เงิน ค่า ธรรมเนียม คู่ ละ อย่า เกิน กำหนด เอา กับ ผู้ แพ้ ความ กับ เงิน ค่า สิบ ลด ปี หนึ่ง เงิน เข้า หลวง ก็ หลาย ร้อย ชั่ง ไม่ ต้อง การ จะ มา ตั้ง ลูกขุน ตระลาการ ให้ มาก ราษฎร มี ความ ศุข เย็น ใจ แล้ว พระบาท สมเด็จ พระ เจ้า แผ่นดิน ก็ คง มี ความ ศุข เหมือน กัน บุญ ก็ ได้ คุณ ก็ ได้ แต่ ผู้ ตัด สิน ความ จะ ต้อง ให้ เงิน เดือน ให้ สม กับ ความ เหนื่อย ถ้า ผู้ ตัด สิน ไม่ เปน ยุติ ธรรม ต้อง ถอด ออก จาก ที่ ขุนนาง ให้ เปน ไพร่ ไม่ ช้า ไม่ นาน บ้าน เมือง ก็ จะ มี ความ ศุข ขึ้น ทุก วัน สิวิไลยแซเช่อน ก็ คง จะ มี ขึ้น ด้วย ถ้า เปน ยุติธรรม แล้ว นา ๆ ประเทศ ใคร จะ ดู ถูก ได้ ฃอ ท่าน เอได เตอร์ ช่วย ลง จดหมาย เหตุ ข้าพเจ้า ผู้ สัจซื่อ มี ความ เจบ ร้อน ด้วย แผ่นดิน ข้าพเจ้า ขอ ช่วย ท่าน คิด ช่วย ท่าน แต่ง ภอ เปน ใจ ความ เหน แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง ถ้า ท่าน ไม่ เอา ลง พิมพ์ แล้ว ก็ จะ เสีย เวลา ไป จดหมาย เหตุ ว่า ด้วย ลูกขุน ตระลาการ ผู้ รับ จดหมาย เหตุ มี ความ ชอบ ใจ สรรเสริญ ท่าน ขอ ให้ อายุ ยืน ยาว นาน จะ ได้ เปน ที่ พึ่ง แห่ง สัต ท่าน ผู้ ใด อยาก จะ รู้ เหตุ ต่าง ๆ ขอ เชิญ มา ซื้อ จดหมาย ไป อ่าน ดู จึ่ง จะ รู้ เหตุ ต่าง ๆ แล้ว ถ้า มี เหตุ ต่าง ๆ จง มา แจ้ง ความ กับ เจ้า ของ จดหมาย เหตุ ๆ เหน สม ควร แล้ว จึ่ง จะ ลง ให้ ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ขอ คำนับ มา ยัง ท่าน เอไดเตอร์ ข้าพเจ้า มี ความ เจบ ร้อน ด้วย การ แผ่นดิน ตาม บันดา ที่ ท่าน พิพากษา กิจ คะดี ทุกข ศุข ของ ราษฎร มิ ใช่ คน อื่น คน ไกล ล้วน แต่ สมเด็จ เจ้า ถานา ปาเรียญ เมื่อ เวลา บวช อยู่ นั้น ไป เที่ยว เทศนา โปรด สัต นับ ไม่ ถ้วน ครั้น สึก ออก มา พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ทรง เหน ว่า เปน นักปราช จึ่ง ได้ ตั้ง ให้ เปน พณะ หัว ผู้ พิพากษา ความ จะ ได้ ตัด สิน ความ ให้ เปน ยุติ ธรรม เดี๋ยว นี้ หา เปน ยุติธรรม กลับ เปน อาธรรม์ นี่ มิ เปน กรรม ของ สัต ฤา คน ที่ เอา ผิด เปน ชอบ เอา ชอบ เปน ผิด ใน พระบาฬี ท่าน แปล ว่า กระไร ข้าพเจ้า อยาก จะ ใคร่ รู้ ซึ้ง ลูกขุน ตระลาการ ทุก วัน นี้ คน ทั้งหลาย เหน ว่า เปน คน ไม่ ซื่อ ตรง ต่อ พระ มหา กระษัตร ด้วย ตัด สิน ความ มิ แต่ จะ สู้ กฎหมาย แผ่น ดิน เพราะ การ เปน เช่น นี้ ราษฎร จึ่ง ได้ ถวาย ฎีกา ว่า แต่ เท่า นี้ ภอ เข้า ใจ เทิญ ขะ
๏ ขอ คำนับ มา ถึง ท่าน เอไดเตอ ร์ ได้ ทราบ ขอ ท่าน ได้ ใส่ ลง ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย คือ มี สอง คน พี่ น้อง ข้าพเจ้า ไม่ รู้ จัก ชื่อ ไม่ รู้ จัก บ้าน แต่ ข้าพเจ้า ได้ ทราบ ว่า เมื่อ เขา ยัง เปน เด็ก อยู่ นั้น พ่อ แม่ เขา ยาก จน พี่ ชาย เขา ไป อยู่ กับ หมอ สอน สาสนา หมอ มี ความ เม๊ตา สอน สาสนา ให้ แก่ เขา ครั้น เขา โต ขึ้น เขา ก็ ถือ สาสนา ตาม หมอ แต่ น้อง ชาย เขา นั้น ไป อยู่ กับ สมเด็จ เจ้า เขา ถือ สาสนา ตาม บาฬี ครั้น เขา โต ขึ้น สมเด็จ เจ้า จึ่ง เอา เขา ไป ฝาก กับ ขุนสาล หา กิน อยู่ มา วัน หนึ่ง เขา ได้ อ่าน จดหมาย เหตุ ของ ท่าน เอไดเตอ ร์ เขา มี ความ ปีติ ยินดี เขา ว่า ซึ้ง จด หมาย เหตุ กล่าว ความ มา แล้ว ทั้ง นี้ เปน ความ จริง ทุก ข้อ แล้ว เขา ว่า ถ้า ทรง ทราบ ถึง พระเจ้า แผ่นดิน แล้ว ท่าน คง จะ จัด แจง เอา ตาม ธรรมเนียม กฎหมาย ชาว ยุโรป แล้ว เขา ว่า ด้วย ทุก วัน นี้ ลูก ขุน ตระลาการ ก็ ดี เจ้า เมือง กรมการ ก็ ดี ซึ้ง ทรง พระกรุณา ตั้ง แต่ง ออก ไป ท่าน ปราถนา จะ ให้ ไป ช่วย ดับ ทุกข์ ของ ราษฎร ทุก วัน นี้ การ หา เปน ยัง นั้น ไม่ ถ้า แม้น ทรง พระกรุณา ตั้ง แต่ง ท่าน ผู้ ใด ออก ไป ท่าน ผู้ นั้น ก็ คง จะ คิด อ่าน หา ผ้า เย็บ ถุง เงิน โต ๆ ไว้ ใส่ เงิน เพราะ การ เปน เช่น นี้ ราษฎร จึ่ง ได้ ความ เดือด ร้อน แล้ว เขา ว่า เกิด มา เปน คน ไทย ได้ ความ ลำบาก หลาย ข้อ ข้อ หนึ่ง นาย เลข ข้อ มือ จะ กด ขี่ เบียด เบียฬ ข้อ สอง ถ้า มี คน ข่มเหง จะ ไป พึ่ง นาย ๆ ก็ ไม่ ช่วย ข้อ สาม ถ้า เปน ความ กัน ไม่ มี เงิน จะ ให้ สินบน ความ ชะนะ เปน เสมอ ความ เสมอ ต้อง แพ้ ด้วย เจ้า เมือง กรมการ ทุก วัน นี้ เขา ไม่ เอา ยุติธรรม เปน ที่ ตั้ง เขา เอา แต่ เงิน สินบน เปน ที่ ตั้ง ถึง จะ มี บาป กรรม เปน ประการ ใด เขา ไม่ คิด เขา ไม่ กลัว เขา ถือ ว่า มี เงิน มาก ๆ สร้าง วัด สร้าง พระพุทธรูป สร้าง พระ เจดีย กับ ทำ ทาน เขา ถือ ว่า เปน บุญ แล้ว เขา คอย จะ เอา ชาติ์ น่า แต่ ที่ ตรง ข้อ เขา ตาย จะ ไม่ ได้ มา เกิด นั้น เขา หา รู้ ไม่ ซึ่ง เขา ทำ บาป กรรม ไว้ แต่ ยัง เปน มนุษ อยู่ ครั้น เขา ตาย ไป ตก นระก ทำ ไฉน เขา จะ ขึ้น มา ได้ เขา ถือ ว่า ขึ้น มา ได้ เอง เขา จึ่ง ถือ ว่า เวียน เกิด เวียน ตาย แล้ว เขา ถือ ทาน เปน บุญ เขา จึ่ง สร้าง พระ อิฐ พระ ปูน ขึ้น นมัศการ กราบ ไหว้ เขา ถือ ว่า ได้ บุญ เขา ไม่ รู้ ว่า พระ ที่ สร้าง นั้น ไม่ มี วิญญาณ ถึง จะ กราบ ไหว้ สัก เท่า ไร ท่าน ก็ ช่วย เรา ไม่ ได้ การ ยุติธรรม เปน บุญ เขา ไม่ รู้ จัก เขา ตั้ง น่า ทำ ทาน ถือ ว่า เปน บุญ การ เบียด เบียฬ กด ขี่ ข่มเหง ริ้ ฉ้อ ส่อ เสียด โกหก ต่อแหล แล พูด จา ไม่ จริง การ ที่ กล่าว มา แล้ว ทั้ง นี้ ดู เหมือน กับ เขา จะ ถือ ว่า ไม่ เปน บาป ดู เขา จะ ทำ ทุก ตัว คน ถ้า ไม่ ถือ ยุติธรรม แล้ว บ้าน เมือง เมื่อ ไร จะ ได้ ศิวิไลย แล้ว พี่ ชาย จึ่ง ถาม น้อง ชาย ว่า ธรรมเนียม ไทย ฟ้อง ความ ทำ อย่าง ไร น้อง ชาย บอก ว่า ต้อง ไป บน กับ พวก ศาล พวก หนึ่ง เขา แต่ง ฟ้อง ให้ จึ่ง จะ เปน ฟ้อง แล้ว ต้อง บน ลูกขุน ๆ จึ่ง จะ ส่ง ฟ้อง แล้ว ต้อง บน ผู้ ประทับ จึ่ง จะ ตก ศาล แล้ว ต้อง บน ขุนศาล เขา จึ่ง จะ เดิน หมาย ครั้น ได้ ตัว จำเลย มา ให้ การ แล้ว ขุนศาล ต้อง เอา คำ หา คำ ให้ การ ขึ้น ลูกขุน ๆ เข้า ด้วย ฝ่าย โจท ฝ่าย จำเลย ต้อง จ้าง เขา ทำ เรื่อง ราว ยื่น ท่าน แม่ กอง ถ้า แม่ กอง ตัด สิน ไม่ เปน ยุติธรรม ต้อง จ้าง เขา ทำ ฎีกา ถวาย การ ที่ กล่าว มา แล้ว ต้อง เสีย ค่า ซ่อ หุ้ย สินบน ทุก ราย แต่ อย่าง นั้น แล้ว ความ ยัง ต้อง ว่า ถึง สาม ปี ก็ มี ห้า ปี ก็ มี เพราะ อย่าง นี้ คน ที่ เปน ความ จึ่ง ได้ ถึง แก่ ความ ยาก ครั้น จะ ไม่ ฟ้อง หา ว่า กล่าว ก็ ทน เขา ข่มเหง ไม่ ไหว แล้ว พี่ ชาย จึ่ง ว่า กับ น้อง ชาย ว่า เปน คน ไทย ที่ เปน ไพร่ คิด ดู ก็ น่า สงสาร ชั่ง มี แต่ เขา จะ เบียด เบียฬ ข่มเหง กด ขี่ เล่น ฝ่าย เดียว ที่ ท่าน โต ๆ ท่าน ก็ ชั่ง ไม่ มี เม็ตตา จิตร จะ ได้ เหน ซึ่ง ความ ยาก ของ เขา บ้าง ถ้า แต่ อย่าง นี้ แล้ว คน ไทย ทำ อย่าง ไร จะ ได้ ดี ดูเหมือน ไทย กับ ไทย จะ กด ขี่ กัน เอง แล้ว น้อง ชาย จึ่ง ว่า ทำ กะไร ได้ เปน ธรรมเนียม ประเว ณี บ้าน เมือง อย่าง นั้น เอง การ ทั้ง นี้ ก็ สุด แท้ แต่ พระ เจ้า แผ่นดิน พระองค เดียว แต่ ศาล ต่าง ประเทศ ทุก วัน นี้ เขา เปน ยุติธรรม ด้วย กงซุล เขา ให้ กงซุล ที่ สอง ช่วย กำกับ ดู แล จะ ตัดสิน เชือน แช รับ สินบน ไม่ ได้ ด้วย กงซุล ฝรั่ง ความ แพ่ง ความ นครบาล ความ อาญา เขา ตัดสิน ชี้ ขาด ได้ ทุก เรื่อง ถ้า เปน ความ ที่ ศาล กงซุล ผู้ แพ้ ต้อง ออก เสีย ค่า ธรรมเนียม ตาม พิกัด ผู้ ชะนะ ไม่ ต้อง เสีย ไม่ มี สิน ไหม ไม่ มี พิ ไน มี แต่ เบี้ย ทำ ขวัญ ความ เบียด เบียฬ กด ขี่ ไม่ มี วัน หนึ่ง เขา ชำระ แล้ว ไม่ รู้ สัก กี่ เรื่อง คิด ดู ถึง ไทย ชำระ ความ คิด แล้ว ก็ น่า อาย กับ คน นา ๆ ประเทศ ๚ะ
๏ บาง ที ราษฎร คน ทำ มา หา กิน ด้วย สุจริต ถูก เบียด เบียฬ มี ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ เอา รัด เอา เปรียบ เขา คน เช่น นี้ จะ มา สำแดง ความ ทุกข์ ของ ตัว ใน สยาม ไสมย ก็ ได้ ถ้า จะ ฟ้อง ท่าน ผู้ ทำ การ เบียด เบียฬ ตัว นั้น ไป ร้อง ฟ้อง ที่ ศาล ได้ อย่าง หนึ่ง ไป ร้อง ถวาย ฎีกา อย่าง หนึ่ง จึง จะ ควร จะ เอา สยาม ไสมย เปน ทาง ประจาร จำ เกาะ ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด นั้น ไม่ ควร เลย เมื่อ พวก ตระลาการ ชำระ ตัด สิ้น เรื่อง หนึ่ง เรื่อง ใด แล้ว คำ ตัด สิน ชี้ ขาด ของ ตระลาการ นั้น ลง สยาม ไสมย ให้ คน ทั้งปวง ทราบ ได้ ๚ะ
๏ แต่ คน ขี้ เปน คู่ ความ กัน นั้น ข้าง ชะนะ คง ดี ใจ สรรเสริญ ท่าน ตระลาการ แต่ ข้าง ผู้ แพ้ นั้น มัก ร้อง มัก บ่น แกล้ง ว่า ตระลาการ ต่าง ๆ นั้น ถ้า คน เตม ใจ เปน ความ กัน แล้ว เมื่อ ตระลาการ ตัด สิ้น ชี้ ขาด แล้ว ควร ที่ ลูก ความ นั้น จะ เตม ใจ ทำ ตาม คำ บังคับ ของ ตระลาการ ถ้า ไม่ ทำ ตาม ควร จะ เปน โทษ หนัก ว่า ใจ กำเริบ ประหมาท ตระลาการ ถ้า ลูก ความ เหน ว่า ตระลาการ ไม่ ดี ไม่ ซื่อ ตรง แล้ว อย่า เปน ความ กัน ไป จัด แจง กัน เอง เงียบ ๆ ไม่ ดี กว่า ฤา เอไดตอร์ ๚ะ
ณวัน เสาร เดือน สี่ แรม สิบ สี่ ค่ำ
เงิน แบงก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๖ เป็นซ ๗ อัฏ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เป็นซ กับ ๔ อัฏ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๒ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ กรุง ลันดัน วัน จันทร เดือน สี่ แรม เก้า ค่ำ บริ ติช คอเวินแมนต ได้ ขอ ตาม ธรรมเนียม ราชการ ให้ กอง ทัพ รุเชีย ถอย กลับ ไป ให้ พ้น เขตร แดน ต่อ แดน ประเทศ แอฝคัน ๚ะ
๏ ฮ่องกอง วัน จันทร เดือน สี่ แรม เก้า ค่ำ กอง ทัพ ฝรั่งเศศ ได้ ช่วย แก้ ขัด เมือง ตูเยนกวาง แล เมื่อ รบ กัน สอง วัน ตี ทัพ จีน อัน ล้อม เมือง ไว้ แตก ยับ เยิน ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน สี่ แรม สิบ ค่ำ อนุ ญาติ์ แล้ว ให้ เพิ่ม เติม กอง ทัพ อีก ๑๕ ๐๐๐ คน ๚ะ
๏ ประเทศ เตอรก็ ขอ ให้ เข้า สัญญา เปน ทาง ราช ไมตรี สนิท กัน กับ อังคริษ ช่วย เปน ธุระ คราว มี การ รบ รุก ฤา การ รบ ป้อง กัน กัน ๚ะ
๏ แม่ ทัพ บังคับ ทหาร บก ฝรั่งเศศ คือ เยนิรัล บริเออ คะไอล แม่ ทัพ บังคับ กำปั่น รบ แล พลรบ กำปั่น รบ นั้น คือ แอดมิรัล กุเป คน ซึ่ง แม่ ทัพ ทั้งสอง นั้น บังคับ คุม กัน อยู่ ถึง ๔๐ ๐๐๐ คน ๚ะ
๏ แอดมิรัล กุเป เปน แม่ กอง บังคับ กำปั่น กลไฟ หุ้ม เหลก เปยาด ถะแคถโซนิเออ ตุเรน ไตรออมฟันติ แล แอตลันต หุ้ม เหลก ๚ะ
๏ กำปั่น กลไฟ กุรเชอ ดุควายตรุอิน ดะเอศเตง ดะบีรช มาคอน นิเอลลี่ ปะริมะเกว โรแลนด วิดถา แชมปลิน ชะโตรินอถด เอเกลรื่อูร รีคอลด ตะเบน อิลลิ ดะโย ดุซฟอ ฮุคอน เกอคุลิน วอลตะ ซัชเชอ
๏ กำปั่น กลไฟ กุรเซอร สำหรับ ช่วย ชะโต อิเควม กรุ เซอ หมด ด้วย กัน ๒๐ ลำ ๚ะ
๏ กำปั่น กลไฟ สำหรับ ส่ง ของ ไป มา ถึง กัน คือ แตรนซโปต อะนะไมต ซะโอน แตรนซโปต สอง ลำ ๚ะ
๏ กำปั่น กลไฟ คันโบต เอศบึก สูติน ลินคซ ซยิ แต ไวแปร กอมิต ลิโอน ฯะ
๏ มี เรือ ตอบีโด ๕๕ แล ๕๖ มิ ได้ คิด นับ ตอบีโด ที่ บันทุก เรือ กะนุ ได้ ฯะ
๏ เบดเสรจ มี กำปั่น รบ ๓๔ ลำ มี ปืน ถึง ๒๗๐ กระ บอก ปาก กระบอก นั้น ๒๔ เซนติมิเตร บ้าง ๑๙ บาง ๑๓ บ้าง แล สิบ เซนติมิเตร บ้าง นอก จาก นี้ ยัง มี ปืน หัน ชั้ง ปืน สำหรับ บก ด้วย ทหาร ปืน เดก ปืน ใหญ่ สำหรับ ขึ้น เกาะ ฟอโมซะ ถึง ๑๑ ๐๐๐ คน ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน สี่ แรม สิบเอ็ด ค่ำ พวก เยอรแมน ได้ ปลด ธง อังคริษ ลง ที่ วิกโตเรีย ที่ แกมิรูนซ แล ได้ ชัก ธง เยอรแมน ขึ้น ฯะ
๏ ลอด อี พิศะมอร์ศ เมื่อ ตอบ คำ ถาม ได้ ว่า บริติซ คอเวินแมนต มิ ได้ ถือ ว่า บอนิโอ เหนือ อยู่ ใต้ บังคับ อังคริษ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัศบดี เดือน สี่ แรม สิบ สอง ค่ำ คอเวินแมนต อังคริษ ขอ ให้ ประทาน เงิน แก่ บตร ภรรยา ของ เยนิรัล คอดัน ถึง สอง พัน ชั่ง ฯะ
๏ ฮองกง วัน ประหัศบดี เดือน สี่ แรม สิบ สอง ค่ำ ครั้น รบ กัน หก วัน แล้ว พวก ฝรั่งเศศ รุก ตี ได้ ที่ ตั้ง รอบ เมือง กิลุง เสีย คน ถูก อาวุธ ล้ม ตาย ถึง สี่ สิบ คน ฯะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุงเทพ | ||||||
| ณะ เดือน ห้า ถัด แต่ วัน ขึ้น ๓ ค่ำ จน ถึง วัน ขึ้น ๑๐ ค่ำ ปี ระกา ยัง เปน นศก ๑๒๔๖ | ||||||
| ๏ ใน บัญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ล์ ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ล์ แทน กำปั่น สาม เล่า ก ล์ ค แทน กำปั่น เล่า ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กปิตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| อัลบะตรอซ | ก ล์ ค เยอรแมน | ๒๑๖ ตัน | ปรุนซะ | เจ๊ก | ฮาะมอย | ขึ้น ๕ ค่ำ |
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๕๙ | ลฟ | วินดซอโรซ แอน โก | ซัวเถา | ๖ ค่ำ |
| กงซุล เยนิรัล รีด | ก ก ฟ วิลันดา | ๔๓๗ | มูร | เจ๊ก | สิงฆโปร | ๗ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวต | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ๙ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| กวอรตะ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๗๗๔ | คก | กวันฮินยุ | สิงฆโปร | ขึ้น ๓ ค่ำ |
| พระจุล จอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๑๑๑ | ซตรัดตัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | ๓ ค่ำ |
| แดนยุบ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๑ | นิวตัน | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | ๓ ค่ำ |
| บางกอก | ก ก ฟ สยาม | ๓๖๐ | พระจล ยุธ ยอทิน | — | เลมรับ | ๔ ค่ำ |
| กระอลิน | ก ๓ ล์ สยาม | ๓๓๘ | คา | มาว้า | สิงฆโปร | ๕ ค่ำ |
| ปรินซิเป แอเมดิ้ว | ก ๒ ล์ ค อิตเลียน | ๕๖๓ | เดลพี่โน | บอนิโอ กำปะนี่ | ยุโรป | ๕ ค่ำ |
| แมกอะลีซเตอว์ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๖๗ | ตัลลัค | บอนิโอ กำปะนี่ | สิงฆโปร | ๕ ค่ำ |
| โดยมนด์ ซิติ | ก ๒ ล์ ค สยาม | ๒๖๔ | ซะเปนเซอร | โพจินลือ | สิงฆโปร | ๖ ค่ำ |
| พัลกัน | ก ๒ ล์ ค สยาม | ๓๒๘ | อิแวนซ์ | กวัง ฮง | สิงฆโปร | ๖ ค่ำ |
| ภิรมย | ก ก ฟ สยาม | — | นอก สันดอน | ๖ ค่ำ | ||
| รุดอล์ฟ | ก ก ฟ เยอรมัน | ๑๖๕ | ไมเออ | โกติ | สิงฆโปร | ๙ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ บางกอก พระองค์ เจ้า สาย สนิท วงษ เดิน สาร ด้วย ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ กระอลิน บันทุก | ||||||
| เข้า สาร ๏ กำปั่น กล ไฟ ชื่อ ปรินซิเป แอเมดิ้ว บันทุก ไม้ สัก ๚ะ | ||||||
| ๏ จำนวน คน เดิน สาร เข้า มา ณะ กรุง เทพ ใน กำปั่น เสา ครึ่ง ชื่อ อัลบะตรอซ ที่ ดาด ฟ้า ๑๐ คน ใน กำปั่น กล | ||||||
| ไฟ ชื่อ มงกุฎ ๓๒๐ คน เปน เจ๊ก ทั้ง สิ้น ใน กำปั่น กล ไฟ ชื่อ กงซุล เยนิรัล รีด ที่ ห้อง แกะบิน ๓ คน ที่ ดาด ฟ้า | ||||||
| ๘ คน ใน กำปั่น กล ไฟ ชื่อ เฮกุบะ ที่ ดาด ฟ้า ๒๗ คน ๚ะ | ||||||
๏ ข้าพเจ้า ชื่อ ครู โซนน์ ขอ อวยพร มา ถึง ท่าน ผู้ มี ปัญญา หวัง จะ ให้ ท่าน ทอด ตา ดู หนังสือ เตือน สติ์ นี้ เล็ก จริงแต่ ของ วิเสศ ย่อม เปน เล็ก โดย มาก เหมือน หนึ่ง จะ หา ก้อน ทอง ที่ ใหญ่ ๆ จะ หา พลอย เพชร์ ที่ ใหญ่ หา ยาก ถ้า จะ หา ก้อน กรวด แล ก้อน ศิลา ใหญ่ นั้น หา ได้ โดย ง่าย เพราะ ของ นั้น มี มาก ด้วย เหตุ นี้ ท่าน อย่า ประ มาท หมิ่น เลย ว่า หนังสือ เล่ม นี้ เปน ของ เล็ก ถ้า ท่าน ปลง ใจ ลง อ่าน บ้าง ขอ เชิญ ท่าน จง อ่าน ดู ให้ ตลอด ไม่ ควร แก่ ท่าน ผู้ มี ปัญญา จะ ดู การ งาน เปน กิ้ง ๆ กั้น ๆ ดู รอบ ทั่ว แล ตรอง ด้วย ศุขุม ปัญญา อัน เลอียด แล้ว จึง ควร จะ คาด ความ ว่า ตาม ซึ่ง ได้ เห็น ผิด แล ชอบ ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
แกวเท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เซี่ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๗๐ บาท
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้องการ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ พอ สม ควร การ ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก
๏ ยา เม็ด กอง ใหม่ คือ ยา เม็ด ดับ เฮดอก จง ระวัง ยา เม็ด ปลอม !!! ยา เม็ด ดับ เฮดอก แท้ แท้ นั้น มี ขาย จำเพาะ แห่ง เดียว ใน กรุง เทพ คือ นาย ห้าง เอ ยุลิง แอน โก เปน เอเยิ่นต์ สำหรับ ขาย ยา นี้ ห้าง เดี่ยว ใน กรุง เทพ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ แรม สิบสี่ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก (จ ห) ๚ะ
AYER'S PILLS.
๏ ๑ ยา เม็ด แก้ ผูก คือ เอเยอร์ กะทาติก บิ๊ลซ์ เปน ยา กิน ง่าย มี คุณ เปน อัน มาก แก้ ผูก แน่น แล ไม่ เปน อันตราย เลย รักษา ท้อง ช่วย ไฟ ธาตุ แก้ ปวด ศีศะ ควร จะ เอา ไว้ ใน บ้าน ให้ เด็ก ให้ ผู้ ใหญ่ กิน เมื่อ ไม่ สบาย นั้น ๚ะ
๏ ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เด็ก แล้ว จะ ให้ เดิน แต่ อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๒ จน ๔ เม็ด ถ้า จะ ให้ เดิน เลอียด ตั้ง แต่ ๔ จน ๖ เม็ด ผู้ หญิง แล เดก ต้อง กิน หย่อน กว่า นี้ น้อย หนึ่ง ถ้า ต้อง กิน บ่อย ๆ จัด กิน เม็ด แต่ ภอ ควร กับ การ ๚ะ
AYER'S SARSAPARILLA.
๏ ๒ ยา คือ เอเยอร์ ซาร์ซะปะริลละ เปน ยา แก้ เลือด ช่วย บำรุง ชีวิตร แล ความ สบาย แล ให้ ร่าง กาย มี ชีวิตร ใหม่ ทั่ว ตลอด ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ควร จะ กิน วัน ละ สาม ครั้ง ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก แล้ว ให้ กิน ช้อน ๑ ฤา ๒ ช้อน น้ำ ชา ถ้า ผู้ ชาย อายุ ตั้ง แต่ ๑๕ ปี จน ๒๐ ปี แล ผู้ หญิง ผู้ กำลัง ย่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๕ จน ถึง ๙๐ หยด ถ้า เดก ย่อน ตั้ง แต่ แปด ขวบ จน ๑๕ ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๖๐ หยด ถ้า เดก ตั้ง แต่ ๓ ขวบ จน แปด ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๑๕ หยด จน ๓๐ หยด เมื่อ แรก กิน ๆ แต่ อย่าง น้อย ก่อน แล้ว กิน มาก ตาม กำ หนด สม กับ การ ถ้า ใส่ ยา ใน น้ำ ร้อน น้อย คุณ ยา ก็ จะ มาก ขึ้น เมื่อ จะ ใช้ ยา ขนาน นี้ ต้อง ระวัง ให้ ท้อง เดิน ด้วย ยา เม็ด เอเยอร์ บิ๊ลซ์ แต่ อย่า ให้ เดิน หนัก ได้ อาบ น้ำ บ่อย ๆ รักษา ตัว ให้ สอาด รับ ประทาน อาหาร ให้ สม ควร สม กำลัง ไม่ ต้อง อด อยาก ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังกฤษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด