
| เล่ม ๓ แผ่น ๓๒ วัน พุฒ เดือน ห้า แรม สอง ค่ำ ปี ระกา ยัง เปน ฉอศก ๑๒๔๖ |
๏ ครั้น ถึง ห้อง พระตำหนัก แห่ง หนึ่ง ขุนนาง ฝ่าย กรมวัง ออก มา รับ ให้ ทูตานุทูต หยุด ภัก เปิด หีบ พระราช สาสน ออก แล้ว ราชทูต เชิญ พระราช สาสน ใน พระ บวร ราชวัง รวม ลง ใน พาน พระราช สาสน ใหญ่ มงงติคนี่ กับ ขุนนาง กรมวัง นำ ราชทูต เชิญ พระ บรม ราช สาสน แล พระ บวร ราช สาสน กับ ทูตานุทูต เข้า ไป ถึง ท้อง พระโรง ที่ เสด็จ ออก แล้ว คลาน ตาม ลำดับ เข้า ไป ถึง น่า พระที่ นั่ง ราชทูต ก็ วาง พาน พระราช สาสน ลง ห่าง กับ ที่ สมเด็จ พระเจ้า อำเปเรอร เสด็จ ออก ประทับ อยู่ นั้น ประมาณ แปด ศอก ทูตานุทูต พร้อม กัน ถวาย บังคม ครั้ง หนึ่ง แล้ว หมอบ อยู่ ราช ทูต อ่าน ทูล เบิก ถวาย พระราช สาสน เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ เปน คำ ไทย ก่อน แล้ว บาทหลวง ลุยวิศ ลอนนาดี ล่าม อ่าน แปล เปน คำ ฝรั่งเศศ ถวาย จบ แล้ว ๆ ทูตานุทูต พร้อม กัน ถวาย บังคม อีก ครั้ง หนึ่ง สมเด็จ พระเจ้า อำเปเรอร มี รับ สั่ง ตอบ ว่า ฃอบ พระไทย สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทั้งสอง พระองค์ ที่ ได้ รับ ทูต แล ขุนนาง เรือ รบ ซึ่ง เข้า ไป กรุง เทพ มหา นคร โดย ความ ยินดี แล้ว สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม แต่ง ทูตา นุทูต ให้ เชิญ พระราช สาสน เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ มา เจริญ ทาง พระราช ไมตรี อีก นั้น ขอบ พระไทย สม เด็จ พระเจ้า กรุง สยาม เปน อัน มาก แต่ ก่อน กรุง ฝรั่ง เศศ กับ กรุง สยาม อยู่ ไกล กัน เดี๋ยว นี้ ฝรั่งเศศ ตี ได้ เมือง ไซ่งอน เขตร แดน ญวน เปน ของ ฝรั่งเศศ แผ่น ดิน ก็ ใกล้ กัน กับ กรุง สยาม คอเวินแมนต ทั้งสอง ฝ่าย มี ธุระ การ งาน สิ่ง ใด จะ ได้ ปฤกษา หาฦๅ กัน พระ ราชไมตรี ก็ จะ ได้ สนิท กัน มาก ทวี ขึ้น ไป ขอ ให้ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทั้งสอง พระองค ทรง พระชน มายุ ยืน ยาว ให้ มาก พระราช ไมตรี ทั้งสอง พระ นคร จะ ได้ ถาวร วัฒนา สืบ ไป ฝ่าย น่า ชั่ว ฟ้า แล ดิน ทูต ถวาย บังคม พร้อม กัน อีก ครั้ง หนึ่ง แล้ว ราชทูต เชิญ พาน พระราช สาสน เข้า ไป ถวาย สมเด็จ พระเจ้า เอมเปเรอร ทรง รับ ต่อ พระหัตถ แล้ว ส่ง พระราช สาสน ให้ มินิศ เตอ ทูวแนล ผู้ สำเร็จ ราชการ ต่าง ประเทศ ราชทูต คลาน ถอย ออก มา ถึง ที่ เฝ้า ทูตานุทูต ถวาย บังคม อีก ครั้ง หนึ่ง ขุนนาง บอก ว่า จะ เสด็จ ขึ้น ทูตานุทูต พร้อม กัน ถวาย บังคม คลาน ถอย หลัง ออก มา แล้ว มี รับ สั่ง ให้ ทูตานุทูต ยืน ขึ้น ทุก คน สมเด็จ พระเจ้า เอมเปเรอร แล เอมเปรศ พระ มเหษี พระเจ้า ลูกยาเธอ เนโปเลียน เสด็จ มา ไต่ ถาม ทุกข สุข ถึง สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทั้ง สอง พระองค แล พระบรม วงษานุวงษ ท่าน เสนาบดี ผู้ ใหญ่ แล ทูตานุทูต แล้ว รับ สั่ง ให้ หา ตัว นาย ชาย มา ให้ พระเจ้า ลูกยาเธอ เนโปเลียน จับ มือ นาย ชาย สมเด็จ พระเจ้า เอมเปเรอร นั้น ตรัส ภาษา ฝรั่งเสศ เอมเปรศ พระ มเหษี นั้น ตรัส ภาษา อังกฤษ แล้ว เสด็จ เลย ไป ทอด พระเนตร เครื่อง มงคล ราชบรรณาการ รับ สั่ง ว่า ฝี มือ ช่าง ไทย ทำ สิ่ง ของ ลงยา ลาย สลัก ประดับ เพชร ประ ดับ พลอย งาม กว่า ของ ใน ประเทศ อื่น แล้ว เสด็จ ขึ้น เมื่อ เอมเปรศ พระมะเหษี เสด็จ มา นั้น มี หญิง สาว แต่ง ตัว มี ใบ ไม้ เพชร ผูก คอ ใส่ กำไล มือ ประดับ เพชร ถือ ชาย พระ ภูษา สี่ คน ท้อง พระโรง ที่ เสด็จ ออก นั้น พื้น สอง ชั้น ๆ บน มี พระแท่น ยาว แล้ว มี พระ ที่ นั่ง เรียง กัน สาม องค สมเด็จ พระเจ้า เอมเปเรอ เสด็จ ประทับ พระ ที่ นั่ง องค กลาง มี เสวตรฉัตร ทรง พระ มาลา กอกแฮต ทรง ฉลอง พระองค ดำ ทรง พระ สังวาร แพร แทบ แดง ห้อย พระตรา ทรง สนับ เพลา แดง ริ้ว ดำ สอง ข้าง ทรง พระ แสง ฝัก หนัง ดำ แต่ง พระองค์ เหมือน อย่าง นาย ทหาร เอมเปรศ พระ มเหษี นั้น ทรง เครื่อง ขาว ประ ดับ แล้ว ไป ด้วย เพชร์ ประทับ อยู่ พระ ที่นั่ง ข้าง ซ้าย พระเจ้า ลูก เธอ ทรง เครื่อง ดำ อย่าง ทหาร เสด็จ ยืน อยู่ ข้าง พระ ที่นั่ง ฝ่าย ขวา ข้าง ขวา มี ทหาร แต่ง ตัว ถือ กระบอง ยืน อยู่ สิบ แปด คน ข้าง ซ้าย มี หญิง ภรรยา ขุนนาง บ้าง สาว ใช้ บ้าง ยืน อยู่ สาม สิบ คน ชั้น ล่าง เปน ที่ ขุนนาง เฝ้า มินิศเตอ แล ขุนนาง ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย แต่ง ตัว ตภาย ดาบ ยืน เฝ้า อยู่ ข้าง ละ สิบ เก้า คน ทูตา นุทูต เฝ้า อยู่ กลาง ขุนนาง ถัด ออก มา สอง ข้าง ท้อง พระ โรง ตั้ง เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ มองติคคนี่ พา ทูตานุทูต ไป ดู ห้อง แล พระ แท่น ของ เอมเปรศ พระ มเหษี มี หลาย ห้อง มี เตียง โต๊ะ เก้าอี้ ตั้ง แล เครื่อง ใช้ สอย ต่าง กัน ทุก ห้อง เครื่อง ทรง ของ เอมเปรศ พระ มเหษี ที่ แต่ง พระองค เมื่อ ออก รับ ทูตานุทูต นั้น ก็ ทรง เปลื้อง กอง ไว้ ใน ห้อง ให้ ทูตานุทูต ดู ด้วย แล้ว มองติคคนี่ กับ ขุนนาง กรมวัง ก็ พา ทูตานุทูต ออก ไป ที่ ห้อง แห่ง หนึ่ง เอมเปรศ พระมเหษี เสด็จ มา ยืน เสวย ขนม อยู่ ที่ นั่น แล้ว จึ่ง พระราช ทาน ให้ ราชทูต อุป ทูต ตรีทูต ฯ ได้ รับ ขนม ต่อ พระหัตถ์ เอมเปรศ พระมเหษี แต่ ผู้ กำกับ เครื่อง มงคล ราช บรรณาการ เสมียน ล่าม รับ สั่ง ให้ ขุนนาง แจก เอมเปรศ พระมเหษี จึ่ง รับ สั่ง ให้ หา ตัว นาย ชาย ไป ให้ ใกล้ แล้ว ตรัส กับ มองติคคนี่ ว่า ทรง พระ เมตตา นาย ชาย มาก จะ ทรง จูบ ได้ ฤๅ ไม่ ได้ มองติคคนี่ ทูล ว่า ได้ เอมเปรศ พระมเหษี ก็ ทรง จูบ นาย ชาย แล้ว ประทาน ขนม ให้ ต่อ พระหัตถ แล้ว เอมเปรศ พระมเหษี รับ สั่ง แก่ ทูตานุทูต ว่า สิ่ง ของ ซึ่ง สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทรง ยินดี มา นั้น เปน ของ งาม ดี จะ เกบ รักษา ไว้ เปน ที่ ทรง รฦก ถึง สม เด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทั้งสอง พระองค ทูตานุทูต ทูล ว่า ของ ถวาย นั้น เปน เครื่อง สำหรับ ขัตีย ราช ตระกูล ของ กระษัตร อย่าง สูง ใช้ ได้ แต่ ใน หลวง แล้ว เอม เปรศ พระมเหษี ก็ เสด็จ ขึ้น มองติคคนี่ กับ ขุนนาง กรม วัง ก็ พา ทูตานุทูต ไป กิน โต๊ะ ที่ ห้อง แห่ง หนึ่ง ประ มาณ ครึ่ง ชั่วโมง มองติคคนี่ ก็ พา ทูตานุทูต ขึ้น รถ กลับ จาก พระราช วัง ฟอนเตนโบล ขึ้น รถ ไฟ กลับ เวลา ค่ำ ทุ่ม หนึ่ง ถึง โฮเตล ที่ กรุง ปารีศ ซะ
๏ วัน เสาร เดือน แปด แรม เจ็ด ค่ำ มองติคคนี่ เชิญ ราชทูต อุปทูต ตรีทูต นาย ชาย บุตร อุปทูต บาดหลวง ลุยวิศ ลอนนาดี ไป ที่ บ้าน มองติคคนี่ อยู่ ราชทูต ว่า กับ มองติคนี่ ว่า ทูตานุทูต ได้ เฝ้า สมเด็จ พระเจ้า เอม เปเรอ แล้ว ท่าน จะ ให้ ทูตานุทูต ไป หา ขุนนาง ที่ แห่ง ใด บ้าง ก็ แล้ว แต่ ท่าน มองติคนี่ ว่า กับ ราชทูต ว่า จะ ภา ทูตานุทูต ไป เฝ้า เจ้า หญิง น้อง เธอ องค หนึ่ง กับ มินิศเตอ แห่ง มริน ผู้ ว่า การ กำปั่น รบ คน หนึ่ง แต่ ขุน นาง นอก จาก นั้น ทูตานุทูต ให้ แต่ กาด ไป ก็ ได้ พูด กัน อยู่ ประมาณ ชั่ว โมง หนึ่ง ลา กลับ มา โฮเตล ๚ะ
๏ วัน จันทร เดือน แปด แรม เก้า ค่ำ เวลา บ่าย ห้า โมง มินิศเตอ ทูวแนล กับ มองติคนี่ มา กิน โต๊ะ ด้วย ทูต ที่ ภัก มินิศเตอ ทูวแนล บอก ทูต ว่า ของ ถวาย พระเจ้า น้อง เธอ นั้น ให้ ทูต ภา ไป เฝ้า ถวาย เอง จึ่ง จะ ดี ราช ทูต ตอบ ว่า ชอบ แล้ว มินิศเตอ ทูวแนล บอก ทูต ว่า พระราช วัง แวรไซ นั้น ทำ ไว้ แต่ โบราณ ไม่ ได้ ดัด แปลง ครั้ง แผ่นดิน พระเจ้า ลุวิศ ที่ สิบสี่ ทูต ไทย ได้ ไป เฝ้า ครั้ง หนึ่ง พระเจ้า ลุวิศ เสด็จ ออก รับ ทูต ที่ นั้น ควร ทูตานุทูต จะ ไป ดู ราชทูต ตอบ ว่า ชอบ แล้ว มินิศเตอร ทูวแนล ว่า วัน อาทิตย เปน วัน เลิก การ มี คน ไป เที่ยว ดู มาก จะ ภา ทูตานุทูต ไป ดู ใน วัน นั้น พูดจา กัน อยู่ เวลา สองทุ่ม มินิศเตอ ทูวแนล มองติคนี่ ก็ ลา กลับไป ๚ะ
๏ วัน ศุกร เดือน แปด แรม สิบ สาม ค่ำ เวลา บ่าย โมง หนึ่ง มองติคนี่ ภา ราชทูต อุปทูต ตรีทูต นาย สรรพ วิไชย หลวง อินทร มนตรี ขุน มหา สิทธิ โวหาร บาดหลวง ลุยวิศ ลอน นาดีล่าม ไปหา มินิศเตอ แห่ง มริน ผู้ สำ เร็จ ราชการ กำปั่น รบ มินิศเตอแห่งมริน ถาม ว่า ทูตานุทูต มา ตาม ทาง มี ความ ศุข สบาย อยู่ ฤๅ ราชทูต ตอบ ว่า มี ความ ศุข สบาย อยู่ มินิศเตอ แห่ง มริน ถาม ว่า ท่าน มา ขึ้น ที่ ท่า เมือง ตุลน ๆ นั้น ห้าม เรือ ลูกค้า มิ ให้ เข้า ออก เพราะ เปน ที่ ไว้ เรือ รบ แล เปน ที่ ฝึก หัด ทหาร เรือ แล ทำ เครื่อง อาวุธ ใช้ ใน การ เรือ ท่าน ได้ เหน การ ทั้งปวง ชอบ ใจ ฤๅ ไม่ ราชทูต ตอบ ว่า สิ่ง ของ ซึ่ง ได้ เหน ที่ เมือง ตุลน นั้น เปน ของ ดี วิเสศ ประเสริฐ สม ควร แก่ บ้าน เมือง ใหญ่ แล้ว มินิศเตอแห่งมริน จึ่ง ให้ จัด ของ หวาน แล ผล ไม้ น้ำ องุ่น น้ำ กาแฝ่ มา เลี้ยง ทูตานุทูต พูด กัน อยู่ ชั่ว โมง หนึ่ง ลา กลับ มา โฮเตล ครั้น เวลา ค่ำ มองติคนี่ ภา ทูตานุทูต ไป ดู ลคร อีก แห่ง หนึ่ง เรียก ว่า ลคร ม้า โรง ลคร นั้น ก่อ ด้วย สีลา ทำ รูป กลม คล้าย กับ ป้อม หลังคา มุง ด้วย สีลา ดำ คอ สอง นั้น ทำ เปน บาน กระจก ข้าง ใน มี เก้าอี้ พื้น ปู ด้วย กำมหยี่ เปน ที่ สำหรับ คน นั่ง ดู ที่ กลาง โรง นั้น ทำ เหมือน สังเวียน ไก่ กว้าง ประมาณ สิบ วา กลาง โรง นั้น มี ระย้า แก้ว ใหญ่ ตาม ไฟ กาด รย้า หนึ่ง สว่าง ไป ทั้ง โรง มี ประตู เข้า ออก สอง ประตูๆ ข้าง หนึ่ง นั้น จำเพาะ นั่ง ได้ ชั้น ต่ำ ถ้า คน เข้า นั่ง ชั้น ต่ำ ต้อง เสีย เงิน มาก เพราะ ได้ เหน ใกล้ ประตู ชั้น บน เห็น ไกล แต่ เสีย เงิน น้อย ลง ลคร นั้น เมื่อ แรก เล่น มี เด็ก ออก มา สอง คน เล่น หกขเมน แล้ว มี ผู้ ใหญ่ ออก มาคน หนึ่ง ถือ ไม้ ยาว ประมาณ ห้า ศอก มี ไม้ กางเขน พาด ขวาง อยู่ ข้าง บน ยาว ออก จาก ไม้ ข้าง ละสอง ศอก คน ผู้ ใหญ่ ก็ ชู ขึ้น เดิน ไป มา เด็ก สอง คน ก็ หก คะเมน หมุน อยู่ ที่ ไม้ กางเขน เหมือน จังหัน ครั้น สิ้น บท ก็ กลับ เข้า โรง มี ชาย คน หนึ่ง ออก มา ขี่ ม้า แต่ แรก นั่ง ขี่ ก่อน ขับ ให้ ม้า ห้อ วิ่ง วง ไป ใน สังเวียน ภอ ม้า ห้อ เต็ม ฝี เท้า แล้ว ชาย นั้น ก็ ปลด บังเหียน ม้า ออก เสีย ให้ ม้า ห้อ อยู่ แต่ ตัว เปล่า ๆ ไม่ มี สิ่ง ใด เปน ที่ ยึด หน่วง บาง ที ก็ กลับ หน้า มา ข้าง หลัง บาง ที ยืน ขึ้น เท้า น่า เหยียบ ศีร์ศะ เท้า หลัง เหยียบ บ่า ม้า แล้ว เต้น รำ เท้า เปลี่ยน ถ้า ต่าง ๆ แล้ว คน ข้าง ล่าง ยก ปีบ มา ยาว ประมาณ สาม ศอก กว้าง ภอ ตัวคน ลอด ได้ ชู ขวาง หน้า ไว้ ม้า ก็ ห้อ ลอด ไป ใต้ ปีบ แต่ คน บน หลัง ม้า นั้น โดด เข้า ไป ใน ปีบ ไป ลง หลัง ม้า ได้ ดัง เก่า แล้ว คน ข้าง ล่าง โยน มีด ขึ้น ไป ให้ คน บน หลัง ม้า แปด เล่ม คน บน หลัง ม้า ก็ เลี้ยง มีด ไว้ ไม่ ให้ ตก ลง มา ถึง ดิน สิ้น บท แล้ว ก็ กลับ เข้า โรง แล มี หญิง สาว คน หนึ่ง ออก มา ขี่ ม้า ม้า นั้น วิ่ง เสมอ กัน สี่ ม้า หญิง นั้น ยืน ขี่ คน เดียว แล้ว รำ เท้า ก้าว ไป ใน กำลัง ม้า ห้อ สี่ ม้า แล้ว เปลี่ยน แปลง ยัก เยื้อง ท่า ท่า ทาง ต่าง ๆ มี เด็ก สาม คน ออก มา โหน ชิงช้า ๆ นั้น ผูก เรียง กัน สาม แห่ง แห่ง หนึ่ง ห่าง กัน ประมาณ สี่ วา เสศ สูง พ้น ดิน ประมาณ หก ศอก แล้ว เอา โต๊ะ มา วาง ต่อ กัน ตลอด ที่ ชิงช้า ผูก ไว้ ปู พรม สำหรับ รอง เท้า ผู้ ใหญ่ ภอ เอื้อม ถึง ชิงช้า แล้ว มี เด็ก ยืน สอง ข้าง สูง พ้น ดิน ประมาณ แปด ศอก ริม กับ คน ที่ นั่ง ดู แล้ว เด็ก นั้น ก็ ขึ้น ไป บน ที่ สูง ผู้ใหญ่ คน หนึ่ง ยืน อยู่ บน โต๊ะ ก็ โยน ชิงช้า ที่ หนึ่ง ไป ให้ เด็ก เด็ก นั้น ก็ รับ เอา ชิงช้า เหนี่ยว ไว้ สอง มือ แล้ว จึง โยน ตัว ลอย ไป ผู้ ใหญ่ คน นั้น ก็ ไป จับ ชิงช้า ที่ สอง ไกว ให้ โยน ไป มา เด็ก ที่ โหน ชิงช้า นั้น ก็ กลับ หน้า ไป เสีย หา ดู ชิงช้า ที่ โยน รับ ไม่ แล้ว หก คะเมน กลับ มา จับ ชิงช้า ที่ สอง ได้ แล้ว ผู้ ใหญ่ ที่ ข้าง ล่าง นั้น ก็ โยน ชิงช้า ที่ สาม โยน มา ใกล้ เด็ก นั้น ก็ เอา เท้า เกี่ยว ชิงช้า ที่ สอง ไว้ วาง มือ กลับ หน้า มา จับ ชิงช้า ที่ สาม ได้ แล้ว เปลี่ยน แปลง ท่า ทาง ต่าง ๆ ทำ ได้ เหมือน กัน ทั้ง สาม คน สิ้น เพลง แล้ว ก็ กลับ เข้า โรง แล้ว แต่ง สุนักข จู ตัว ผู้ นั้น ใส่ กังเกง ใส่ เสื้อ โก๊ด ใส่ หมวก ขน เหมือน ผู้ ชาย ตัว เมีย นั้น แต่ง เหมือน ผู้ หญิง แล้ว ออก มา เต้น รำ เท้า เป็น คู่ ๆ สิ้น เพลง แล้ว ก็ กลับ เข้า โรง แล้ว ยัง มี วานร ขี่ รถ ออก มา รถ นั้น เทียม ด้วย สุนักข คู่ หนึ่ง มี วานร เปน สารถี น่า รถ ตัว หนึ่ง ท้าย รถ ตัว หนึ่ง วานร ตัว นาย แต่ง เปน ผู้ หญิง ผู้ ชาย นั่ง อยู่ ใน รถ แล้ว สารถี ก็ ขับ รถ วิ่ง วง ไป ใน สังเวียน แล้ว วานร ข้าง ท้าย รถ นั้น โดด ลง จาก รถ แล้ว ไป ยึด บางเหียน สุนักข ให้ รถ หยุด แล้ว ก็ กลับ ขึ้น ท้าย รถ ดัง เก่า วานร สารถี ข้าง น่า ก็ ขับ รถ ให้ รถ วิ่ง วง ไป สิ้น เพลง แล้ว ก็ กลับ เข้า โรง แต่ กระบวน สัตว ซึ่ง เล่น นั้น ยัง เปลี่ยน แปลง อีก หลาย อย่าง ต่าง ๆ จะ กล่าว ไป ก็ ยืด ยาว นัก เวลา สอง ยาม ลคร เลิก แล้ว มอง ติคนี่ ก็ ภา ทูตานุทูต กลับ มา โฮเตล ๚ะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๚ะ
๏ เปน ที่ สแดง ความ รัก ระลึก ถึง เจ้า คุณ ปุก ป จ ซึ่ง เปน เจ้า คุณ ราชินิกูล ผู้ ใหญ่ ใน ราชการ ฝ่าย ใน อุบัติ ณวัน จันทร เดือน เจ็ด ขึ้น สี่ ค่ำ ปี ฉลู นพศก จุลศักราช ๑๑๗๙ เปน ปี ที่ ๗ ใน รัชกาล ที่ ๒ ถึง แก่ อสัญกรรม ณวัน พุฒ เดือน เจ็ด แรม สิบ ค่ำ ปี วอก ฉอศก จุลศักราช ๑๒๔๖ เปน ปี ที่ ๑๗ ใน รัชกาล ที่ ๕ ชนมายุ ได้ ๖๘ ปี ตาม จันทร คติ กาล ได้ เชิญ ศพ ออก สู่ เมรุ ท้อง สนาม วัด บุพผา ราม ณวัน อังคาร เดือน ห้า ขึ้น เก้า ค่ำ ปี ระกา ยัง เปน ฉอศก ณวัน พฤหัศบดี เดือน ห้า ขึ้น สิบเอ็ด ค่ำ ปี ระกา ยัง เปน ฉอ ศก ศักราช ๑๒๔๖-๗ ได้ พระราช ทาน เพลิง มี่ มหะ กรรม การ ฉลอง ศพ สาม วัน สาม คืน ๚ะ
๏ คราว การ เมรุ นี้ ทุก วัน ทุก คืน คน เดิน ไป เดิน มา ดู การ เล่น การ สนุกนิ์ ทั้ง กลาง วัน กลาง คืน แน่น สนาม วัด แล ทาง ซึ่ง เดิน ไป ถึง วัด นั้น ด้วย ใน หลวง เสด็จ ทั้ง สาม วัน ทั้ง พระบรม วงษา นุวงษ แล ข้า ราชการ ผู้ ใหญ่ ผู้ น้อย ช่วย การ ศพ ใน หลวง ทิ้ง ทาน แก่ ท่าน ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ ที่ เฝ้า ใน คราว นั้น ด้วย ๚ะ
๏ ท่าน ทั้งหลาย ที่ เปน วงษ ตระกูล สมเด็จ เจ้า พระ ยา สุริยวงษ ตระกูล นี้ ทั้ง ชาย ทั้ง หญิง เคย เปน ประ ธาน เปน กำลัง แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง แล พระเจ้า แผ่น ดิน ใน รัชกาล ทั้ง ๕ ตั้ง แต่ สร้าง กรุง ใหม่ นี้ แล ใน พวก ตระกูล นี้ ที่ ยัง เปน อยู่ มี่ เปน อัน มาก ที่ ได้ เรียน วิชา การ แต่ ประเทศ ตวัน ออก มา หลาย นาย อัน คง อาษา สนอง พระเดช พระคุณ เปน พาหนะ กำลัง แก่ แผ่นดิน บ้าน เมือง ต่อ ๆ ไป เบื้อง น่า กาล ช้า นาน ด้วย ฯะ
๏ วัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สาม ค่ำ ปี ระกา ยัง เปน ฉอศก ๑๒๔๖ ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า พระ ราชทาน ดิปโลมา กับ ดวงตรา เครื่อง ราชอิศ ริยยศ มงกุฏ สยาม ชั้น ที่ ๒ จุลสุราภรณ์ ให้ กรม ท่า มี หนังสือ ส่ง ไป พระราชทาน มิศเตอ วอน เกรงกี่ ใน การ ที่ เปน ผู้ ได้ เชิญ เครื่อง ราชอิศ ริยยศ เมือง เมคเลนเบิค เชอวริน มา ทูลเกล้า ถวาย แต่ ก่อน แต่ ยัง หา ได้ พระราชทาน เครื่อง ราชอิสริยยศ ไม่ จึ่ง โปรด เกล้า พระราชทาน ใน ครั้ง นี้ ๚ะ
๏ หม่อม เจ้า เจริญ ใน พระเจ้า บรมวงษ เธอ กรมหลวง วงษา ธิราชสนิท ไม่ ได้ ประชวน เปน โรค อะไร ครั้น ณวัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สิบ ค่ำ ปี ระกา ยัง เปน ฉอศก เวลา ห้า ทุ่ม เสศ หม่อม เจ้า เจริญ เปน ลม ประจุบัน สิ้น ชีพ ตักไษย ชนมายุ ได้ ๕๑ ปี พระราชทาน หีบ ทอง ทึบ แล เครื่อง ประดับ ศพ ตาม สม ควร อย่าง ศพ หม่อม เจ้า ๚ะ
๏ ด้วย ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า สั่ง ว่า ณวัน ศุกร เดือน ห้า แรม สี่ ค่ำ ปี ระกา ยัง เปน ฉอศก เวลา เช้า ให้ ชัก ศพ สมเด็จ พระพุทธาจาริย วัด ศาลาปูน กรุง เก่า เปน กระบวน แห่ แต่ กุฎี ไป เข้า เมรุ ผ้า ขาว ที่ ทุ่ง หลัง วัด ศาลาปูน มี พระ สงฆ สวด อภิ ธรรม ๔ ส้าง ๓๒ รูป ตั้ง แต่ วัน นั้น ไป จน พระราช ทาน เพลิง แล้ว ใน งาน นี้ มี โขน โรง หนึ่ง หุ่น โรง หนึ่ง หนัง ๒ โรง ดอกไม้ เพลิง และ ทิ้ง ทาน ผล กลับ พฤกษ ๒ ต้น ทั้ง ๓ วัน กำหนด ณวัน อาทิตย เดือน ห้า แรม หก ค่ำ เวลา บ่าย จะ ได้ เสด็จ พระราช ดำเนิน ไป พระราชทาน เพลิง ๚ะ
๏ ณวัน จันทร์ เดือน ห้า ขึ้น สิบห้า ค่ำ เวลา สาม ทุ่ม สี่สิบ มินิต สี่สิบ ห้า เซกันด์ แรก เหน เงา โลกย จับ ดวง จันทร มาก ไป จน ๕ ทุ่ม ๑๖ มินิต ๑๓ เซะกันด์ แต่ ไม่ หมด ดวง แล้ว น้อย ลง ไป จน ๖ ทุ่ม ๕๑ มินิต ๔๓ เซะกันด จึ่ง สิ้น จันทร อังคาธ ชาว สยาม ตาม ภาษา โง่ ของ เขา บาง ตาม ใจ สนุกนิ์ บ้าง จึ่ง ยิง ปืน จุด ประทัด ตี ระฆัง ตี ขัน กระทำ การ อึกกระทึก ขับ ไล่ ราหู ให้ กระดาก คาย ดวง จันทร อย่า กลืน เข้า ไป เอา ไว้ เปน นิด ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ซึ่ง มี ใจ เปน คน กลาง ๆ ถ้า ได้ รู้ ได้ เหน ว่า ท่าน ผู้ ใด ประกอบ การ ชอบธรรม ก็ อยาก จะ กล่าว ความ สรรเสริญ ท่าน ผู้ นั้น ถ้า ได้ ทราบ ว่า ท่าน ผู้ ใด ประกอบ การ ไม่ ชอบธรรม ก็ อยาก จะ กล่าว ภาร ติ ท่าน ผู้ นั้น บัด นี้ ข้าพเจ้า ได้ เหน การ รู้ การ ว่า ท่าน เจ้า คุณ พระยา ภาษ กรวงษ ท่าน ประกอบ การ ชอบธรรม ข้าพเจ้า มี ใจ ยินดี ด้วย ท่าน อยาก จะ กล่าว ความ ดี ยก ย่อง สรรเสิญ ท่าน ฯะ
๑ ๏ เขา ใน สระ วัด ประยุรวงษ ซึ่ง เปน ของ สม เด็จ เจ้า พระยา พระองค์ ใหญ่ สร้าง ขึ้น ไว้ โดย ประนิด บันจง หมด จด งด งาม การ ต่อ มา ไม่ มี ท่าน ผู้ ใด จะ พิทักษ รักษา เขา นั้น ก็ ชำรุด ชุด โทรม ไป เปน ที่ คน ที่ มี ใจ หยาบ เข้า ไป ทำ การ โศโครก เดี๋ยว นี้ เจ้า คุณ พระยา ภาษ กรวงษ ท่าน บริจาค ทรัพย ของ ท่าน ประฏิ สังขรณ เขา แล สระ นั้น ให้ หมด จด งด งาม ดี ขึ้น กว่า แต่ ก่อน แล้ว ทำ เปน พระแท่น จำลอง ขึ้น ไว้ ด้วย ซึ่ง ท่าน ทำ การ ดัง นี้ มี คุณ ๓ ประการ ๆ หนึ่ง เปน ของ ๆ สมเด็จ เจ้า พระยา พระองค์ ใหญ่ ซึ่ง เปน ต้น ตระกูล ของ ท่าน สร้าง ไว้ ของ นั้น ชำรุด ชุด โทรม ไป ท่าน ได้ มา ประฏิ สังขรณ เติม ต่อ ขึ้น ก็ เปน การ ยก ย่อง เกียรติยศ สมเด็จ เจ้า พระยา พระองค์ ใหญ่ ขึ้น ไว้ ให้ งด งาม อีก ประ การ หนึ่ง ท่าน ประฏิ สังขรณ ขึ้น ทั้ง นี้ เพื่อ มี ความ ยินดี ให้ ชน ทั้งหลาย เปน ที่ สักการะ บูชา พระแท่น จำ ลอง ตั้ง จิตร น้อม คิด ถึง พระเดช พระคุณ พระพุทธ เจ้า จะ ได้ เปน กุศล นิไสย ปัจไจย ทั่ว กัน ไป อีก ประ การ หนึ่ง เปน ที่ ชน ทั้งหลาย โมทนา สาธุ ชม สรรเสิญ ท่าน ด้วย ความ ดี ที่ ท่าน อุส่าห ก่อ สร้าง ขึ้น ไว้ ให้ เปน ที่ ประชุม ชน เมื่อ เวลา นัด เปน ที่ สนุกน์ เพลิน ใจ มา ไหว้ พระแท่น จำลอง ฯะ
๒ ๏ ความ ดี ของ ท่าน ได้ อุส่าห บริจาค ทรัพย จ้าง ครู ตั้ง ศาลา สอน หนังสือ อังกฤษ หนังสือ ไทย ขอม ที่ ศาลา ใน วัด ประยุรวงษ ให้ บุตร ชาว บ้าน ที่ มี อายุศม สม ควร มา เล่า เรียน จะ ได้ รู้ เปน วิชา ติด ตัว จะ ได้ ประกอบ การ หา ทรัพย ให้ เปน คน ดี ข้อ นี้ ดี ทั้ง กุศล ของ ท่าน ก็ งาม ได้ ทั้ง ความ เจริญ แก่ บ้าน เมือง ฯะ
๓ ๏ เจ้า คุณ พระยา ภาษ กรวงษ นี้ แต่ เดิม มี คน นินทา กล่าว ติ ท่าน ว่า ท่าน ได้ ออก ไป อยู่ ใน ประเทศ ยุโรป ท่าน ถือ ลัทธิ อย่าง ประเทศ ยุโรป ไม่ ถือ พระพุทธ ศาสนา ข้าพเจ้า ก็ คอย สืบ ฟัง การ มา ครั้ง หนึ่ง ได้ ทราบ ว่า ท่าน อุส่าห สร้าง ทำ หนังสือ ขึ้น เรื่อง หนึ่ง เปน เรื่อง สั่งสอน โดย บรรณชา กิจ แล อื่น ๆ แต่ หนังสือ ของ ท่าน จะ มี ชื่อ นาม ใด ข้าพเจ้า หา ทราบ ไม่ เพราะ ไม่ ได้ อ่าน ไม่ ได้ เหน ซึ่ง ท่าน ประกอบ การ กุศล ดัง นี้ ก็ เหน ว่า ท่าน เอื้อ เฟื้อ ใน พระพุทธ ศาสนา คำ ที่ ติ เตียน นินทา ท่าน แต่ ก่อน นั้น หา จริง ไม่ ฯะ
๔ ๏ ข้าพเจ้า ได้ เหน ความ ดี ของ ท่าน เมื่อ เจ้า คุณ มารดา ฃอง ท่าน บ้วย ท่าน ได้ อาราธนา พระสงฆ มา บังสกุล เปน มารดา ท่าน วัน ละ ห้าสิบ รูป ถวาย ไชยทาน ของ ดี ๆ มาก ทุก วัน ๆ แล ท่าน ได้ ประพฤติ์ ตัว ของ ท่าน มา นาน แล้ว คือ ตื่น นอน เช้า ถวาย บิณฑบาตร แต่ พระสงฆ เปน นิจ เว้น แต่ มี กิจ แล ราชการ สำคัญ จึง จะ เว้น ๚ะ
๕ ๏ ใจ ของ ท่าน ประกอบ ไป ด้วย ความ ยุติธรรม จึง มี ภรรยา คน เดียว หนึ่ง ท่าน เปน อธิบดี อยู่ ใน ศาล กระทรวง ชำระ ความ เรื่อง ส่วน ท่าน ก็ ตัด สิน ความ โดย ยุติธรรม แต่ บาง ที่ ชอบ ด้วย กฎหมาย ผิด ด้วย ยุติธรรม บาง ที่ ชอบ ด้วย ยุติธรรม แต่ ผิด ด้วย กฎหมาย ดัง นี้ มี บ้าง แต่ ที่ จะ ผิด ทั้ง กฎหมาย แล ยุติธรรม นั้น ไม่ มี เลย มี แต่ ขุน ศาล ตระลา การ คน ข้าง เคียง ของ ท่าน กระทำ ให้ ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน มี ข่าว เลือง ลือ เปน การ จริง ชุก ชุม แต่ ตัว ของ ท่าน มิ ได้ เปน ไป เลย ฯะ
ณวัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สิบ ค่ำ
เงิน แบกภ์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ ๑ อัฐ
เงิน ไปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ กับ ๔ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๒ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
ข่าว โทรเลข
๏ เมือง ไกโร วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เปน ที่ สงไสย วุ่น วาย เปน อัน มาก ว่า เซเบอร์ ปาจะ ได้ ไป มา ถึง กัน กับ แซก มะดี จึง เนรเทศ ให้ ไป อยู่ ที่ เกาะ ไซปรัช ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ห้า ขึ้น สอง ค่ำ คอ เวิรแมนต์ รุเซีย รับ แล้ว ว่า จะ ไม่ ให้ พลรบ รุก เข้า ไป ใน ประเทศ แอพคัน อีก จะ รอ จน การ ของ พวก กอมมิชเช่อน จะ จัด แจง ตก ลง ด้วย เขตร แดน ๚ะ
๏ ฮองกอง วัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สาม ค่ำ พวก ฝรั่ง เสศ ได้ จับ ตะกั่ว ถึง ห้าสิบ ตัน ที่ กำปั่น กล ไฟ เคลนรอย ที่ ฝรั่งเสศ ร้อง ว่า เปน ของ ต้อง ห้าม คราว รบ กัน ๚ะ
๏ มี คำ สั่ง ให้ กอง กำปั่น รบ บริติช อัน อยู่ ใน ประ เทศ จีน ด้วย ประชุม กัน ที่ ฮองกอง ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน สี่ แรม สิบสี่ ค่ำ เจ้า พนักงาน ที่ รับ ธุระ ให้ จัด การ ให้ แล้ว แก่ กัน นั้น ยอม จะ ประจบ ประแจง กับ เจ้า หนี้ ของ โอไรเอนเตล แบกภ ที่ พึ่ง เลิก แล้ว นั้น จะ จัด ให้ แก่ เจ้า หนี้ ทุก คน นั้น แทน เงิน ปอนด์ หนึ่ง จะ ให้ แต่ เพียง ปอนด์ ละ สิบ เจด ชิลิง แล เงิน ราย นี้ จะ ใช้ ให้ ก่อน สิ้น เดือน เซบเตมเบอร์ ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สาม ค่ำ ถอด อี พีศะมอร์ศ เมื่อ ตอบ คำ ถาม ใน ที่ ปฤกษา ราชการ อัง กฤษ คือ เฮาซ ออฟ กอมมันซ์ ได้ แจ้ง ความ ว่า คอ เวินแมนต อังกฤษ ได้ แสดง ความ แก่ คอเวินแมนต ฝรั่ง เศศ ด้วย เรื่อง จับ เอา ตะกั่ว ไป จาก กำปั่น ไฟ เคดน รอย แล เปน ที่ ไว้ ใจ ว่า ของ นั้น ฝรั่งเศศ จะ กลับ คืน ให้ ฯะ
๏ เมือง ซุอะกิม วัน เสาร เดือน ห้า ขึ้น หก ค่ำ ครั้น รบ กัน แขง แรง แล้ว เยนิรัล แครแฮม ได้ ชะนะ แล ให้ พวก สัตรู กระจัด กระจาย ไป ถึง ๔๐๐๐ คน ใกล้ เคียง เมือง แฮชิม ฝ่าย พวก อังกฤษ เสีย แต่ ผู้ คน น้อย พวก สัตรู เสีย ผู้ คน เปน อัน มาก ฯะ
๏ เมือง ฮองกอง วัน อาทิตย เดือน ห้า ขึ้น เจด ค่ำ ความ แจง ออก เปน ทาง ราช การ ว่า จะ จัด ว่า เข้า ที่ ขึ้น ไป ถึง เมือง ท่า กำปั่น เหนือ เมือง แกนตอน เปน ของ ต้อง ห้าม ใน กระบวน รบ ฯะ
๏ เมือง ซังไฮ วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น แปด ค่ำ เซอ แฮรี่ ปากซ ราชทูต อังครึษ ประจำ อยู่ กรุง ปีกิน วาน นี้ ถึง แก่ อสัญา กรรม เปนการ ปจุบัน ฯะ
๏ เมือง ซุอะกิม วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น แปด ค่ำ ครั้น รบ กัน แขง แรง อีก ณวัน อาทิตย ใกล้ เคียง เมือง ซุอะกิม พวก กระบถ แพ้ อีก ครั้ง หนึ่ง เสีย ผู้ คน เปน อัน มาก ใน การ รบ สอง วัน นั้น พวก บริติช ถูก อาวุธ ตาย ๙๘ คน ถูก อาวุธ เจบ ลำบาก ถึง ๒๑๕ คน ฯะ
๏ วิก ว่า จึ่ง จะ ขยาย ความ ว่า ด้วย เซอ แฮร บากซ ผู้ ถึง แก่ อสัญา กรรม แล้ว นั้น ฯะ
๏ เอา ใจ ใส่ ตรอง ดู เพื่อน ที่ อยู่ ด้วย กัน นั้น ถ้า เปน คน ประเสริฐ กว่า ตัว ขอ เรียน เอา ปัญา แต่ เขา ถ้า ไม่ ประเสริฐ จง ให้ เขา ได้ ปัญา แต่ ตัว ฯะ
๏ คน ที่ สงไส มนุษ ทั่ว กัน คือ ยุแมไนตี มัก ถูก พ่อ ลวง เท่า กับ คน ที่ เคย ไว้ ใจ ใน ตัว คน ละ คน สภาสิต โคลง
๏ ไม้ ล้ม ควร ค่าม ไม้ โดย หมาย คน ล้ม อย่า ข้าม กลาย ห่อน ได้ ทำ ชอบ ชอบ ห่อน หาย ชอบ กลับ สนอง นา ทำ ผิด ผิด จัก ให้ โทษ แท้ ถึง ตัว ฯะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุงเทพ | ||||||
| ณะ เดือน ห้า ได้ แต่ วัน ขึ้น ๑๐ ค่ำ จน ถึง วัน แรม ค่ำ ๑ ปี ระกา ยัง เปน ฉศก ๑๒๔๖ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๓๓ ตัน | เรดเมเกอร | มารกวาลด แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๑ ค่ำ |
| กวอรตะ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๗๗๕ | ฮก | กวันฮินยู | สิงฆโปร | ๑๔ ค่ำ |
| แมกอะลีซเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๖๒ | คัลลัค | บอนีโอ ก่ำปะนี | สิงฆโปร | ๑๕ ค่ำ |
| บางกอก | ก ก ฟ สยาม | ๓๖๐ | พระจล ยุธ ยอทิน | — | เสมรับ | แรม ๑ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| มงกุฎ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๕๘ | ลัฟ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑๐ ค่ำ |
| กอโรเนเชิน | ก ก ฟ ร สยาม | ๒๘๐ | เตรล์ | — | สิงฆโปร | ๑๐ ค่ำ |
| กงซุล เยนีรัล รีด | ก ก ฟ วิลันดา | ๕๑๗ | มร | เจ๊ก | สิงฆโปร | ๑๑ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๘๐ | ไวต | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ๑๒ ค่ำ |
| เมริเดียน | ก ๓ ส สยาม | ๒๙๔ | กรุซ | เจ๊ก | ฮองกอง | ๑๒ ค่ำ |
| เอนวอย | ก ๒ ส ค สยาม | ๓๓๓ | เคตเดเฟเชน | เจ๊ก | สิงฆโปร | ๑๒ ค่ำ |
| กงฟุซุซ | ก ส ค สยาม | ๒๕๘ | ซิมปซัน | เจ๊ก | สิงฆโปร | ๑๒ ค่ำ |
| วยแลนต | ก ก ฟ สยาม | — | หมื่น จาร ไชยสมุท | — | ตะลันตัน | ๑๓ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรมัน | ๕๓๓ | เรดเมเกอร | มารกวาลด แอน โก | สิงฆโปร | ๑๔ ค่ำ |
| ๏ จำนวน คน เดิน สาร เข้า มา ณะ กรุง เทพ ฯ ที่ เรือ กวอรตะ ๑๑ คน ที่ ดาด ฟ้า ฯ ที่ เรือ ไฟ มักอะลิศเดอร์ ๑ | ||||||
| คน ที่ ดาด ฟ้า | ||||||
๏ ทำ ผิด ลำถูก ได้ พัน วา บัง เนตร นรนรา ลับลี้ ทำ ชอบ คิรี่ มหา ใหญ่ ทับ แสน ภู ผิด ชอบ ทำ ทั้ง นี้ กลับ ได้ ลิ้บ สนอง ๚ะ
๏ น้ำ ลึก นับ ยิ่งร้อย พัน วา สาย ดิ่ง ทิ้ง ทอด มา หยั่ง ได้ เขา สูง สุด สาย ตา ยัง อาจ จิตร มนุษ นี้ ไซ้ หยาก รู้ หยั่ง บถึง ๚ะ
๏ ท่าน มี่ อย่า เคลือบ เคลิ้ม ใจ ตาม เรา อยาก หาก ใจ งาม อย่า คร้าน อุส่าห์ พยายาม การ กิจ เอา เยี่ยง หย่าง เพื่อน บ้าน อย่า ท้อ ทำ กิน ๚ะ
๏ อาไศรย เรือน ท่าน ให้ พิจารณ์ เห็น ท่าน ทำ การ งาน ช่วย ต้อง แม้ มี กิจ โดย สาน นา เวศ ช่วย ถ่อ ภาย จด จ้อง อย่า หนิ้ง กว่า จะ ถึง ๚ะ
๏ สู่ เรือน ท่าน อย่า นั่ง เนา นาน พูด พลอด เพียง ภอ การ กลับ เหย้า ขวาย ขวน กล การ งาน แห่ง อาตมา นา กลัว ยาก เชญ เปน เค้า ยาก แล้ว คน ฉิน ฯะ
๏ ไม้ ล้ม แม้ ค่าม ไม้ ควร การ คน ล้ม จัก ข้าม พาน ห่อน ได้ เสือ ผอม อย่า อวด หาญ เข้า ผลัก เสือ แฮ ผู้ ประทุษฐ ตก ต่ำ ไร้ อย่า ได้ ทำ คุณ ๚ะ
๏ อย่า เรียน เพียร คิด เค้า ขุด ทอง อย่า เรียน ริ ตริ ตรอง บ่อน เหล้น อย่า เรียน เวท มนต์ ถอง สาว สวาดิ์ อย่า เรียน ทำ ทอง เว้น สี่ นี้ เบียน ตัว ๚ะ
ใน จดหมาย เหต สยาม ไศมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤๅ จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤๅ จะ มี่ ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรง พิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ
๏ ยา เม็ด กอง ใหม่ คือ ยา เม็ด ตับ เฮดอก จง ระวัง ยา เม็ด ปลอม !!! ยา เม็ด ตับ เฮดอก แท้ แท้ นั้น มี ขาย จำเพาะ แห่ง เดียว ใน กรุง เทพ คือ นาย ห้าง เอ ยุลิง แอน โก เปน เอเยี่ยนต์ สำหรับ ขาย ยา นี้ ห้าง เดียว ใน กรุง เทพ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ แรม สิบสี่ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก (จ ห) ฯะ
AYER'S CHERRY PECTORAL.
๏ ๓ ยา คือ เอเออร์ เจ:ริ เปกโตรัล สำหรับ แก้ ไอ แก้ หวัด แก้ หืด แก้ ชัก แก้ เจบ คอ แก้ ไอ ร้าย แล ฝี ใน อก ฯะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า กิน เกิน กำหนด มัก ให้ เหียน ราก ระวัง อย่า กิน เกิน กำหนด ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๐ หยด จน ถึง ๗๐ หยด ผู้ หญิง พ้น เขตร เดก กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๕๐ หยด เดก อายุ ขวบ เดียว ให้ กิน ๕ หยด สอง ขวบ ๗ หยด สาม ขวบ ๑๐ หยด สี่ ขวบ ๑๒ หยด หก ขวบ ๑๕ หยด สิบ ขวบ ๒๕ หยด สิบห้า ขวบ ๓๐ หยด ถ้า จะ รู้ แน่ ว่า ควร จะ กิน เท่า ไร คน ละคน นั้น ให้ กิน อย่าง น้อย ก่อน แล้ว ค่อย กิน มาก เข้า จน จะ เหียน ราก แล้ว กิน น้อย กว่า นั้น ไป ถ้า ตัว ร้อน ปวด ศีศะ ปวด กะดูก ตัว หนาว ฤา แสบ ตัว กิน ยา เม็ด เอเออร์ ปิลซ์ ให้ ถ่าย ตัว ให้ เลอียด ก่อน แล้ว กิน ยา ขนาน นี้ ต่อ ไป อย่า ออก แดด ร้อน นัก อย่า ออก ที่ หนาว นัก รับ ประทาน แต่ อาหาร ที่ ไฟ ธาตุ ของ ตัว ตี แตก ง่าย ฯะ
ประนินทิน ๏ เปน ภาษา อังคริษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘๗ ถึง ๑๘๙๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด