
| เล่ม ๓ แผ่น ๓๓ วัน พุฒ เดือน ห้า แรม เก้า ค่ำ ปี ระกา ยัง เปน ฉอศก ๑๒๔๖ |
๏ เรื่อยแจว มา สัก สิบห้า ชั่ว โมง มุ่ง เว้น แต่ ทุ่ง ยุง ลม พัด ฉิว ฝี พาย แจว น้ำ เปน ฟอง ละออง ปลิว ดู ริ้ว ๆ ไร มา ใน ราตรี รวม ทาง แปด ร้อย ตก หก สิบ เส้น ภอ แล เหน ปาก คลอง ช่อง วิถี ก็ รีบ เร่ง แจว มา ไม่ ช้า ที ฝี พาย สี่ แจว ตะบึง ถึง ปาก คลอง ฝั่ง ข้าง ซ้าย มือ วัด ฝรั่ง ตั้ง ดู ขึง ขัง ฝรั่ง หมู่ อยู่ ทั้ง ผอง มี โบถ ใหญ่ ไว้ รูป มา เรีย ทอง มี ผู้ ครอง เรียก ว่า พ่อ ก่อ ตึก โต ไทย เรียก ว่า บาท หลวง ผู้ หน่วง หนัก ได้ นาม ชัก คริศตาง ทาง ศุข โข สอน สวด มนต์ ภาวะนา น้อม มะโน วัน มิ ซา สวด โล้ โมทนา มี ทั้ง สงฆ์ หลวง ชี แล เณร สิศ วิปริต ทรง ดำ ทำ ทุก ขา ขอ นัก บุญ หนุน แถลง แจ้ง กิจจา แก่ ผู้ สร้าง ดิน ฟ้า ให้ ปรานี หวัง ช่วย โปรด ยก โทษ ที่ ทำ ผิด เมื่อ ดับ จิตร ขอ ให้ ไป ศุกขี ตะวัน เที่ยง เสียง ระฆัง หงั่ง หง่าง ตี ลาง ที่ มี การ ฉลอง คล้าย ของ ไทย ดู เหมือน วัน วิสาฆะ ใน สยาม ก็ ถือ ตาม ไสย เวท ประเทศ ไสย มี ธูป เทียน บุพผา พวง มาไลย เทียน ใหญ่ ๆ สูง เกือบ วา น่า น่า จร แล้ว มี ดอก ไม โปรย โวย ไป น่า ถัด ลง มา บาท หลวง ใหญ่ ผู้ ได้ สอน คัล ไล เลียบ เหยียบ ดอก ไม้ คัล ไล จร ดู สลอน พวก สิศ คริศตาง ท่าน บาท หลวง สวรรค์ แส้ง แต่ง เต็ม ยศ คน กาง กลด บัง ให้ ไม่ มี ฃวาง เวียน รอบ โบถ สิ้น ระยะ จัง หวะ วาง บาท หลวง ย่าง เข้า โบถ พลัน วัน มิ ซา จุด เทียน ธูป ตรง รูป มา เรีย ราย ตั้ง แต่ บ่าย จน ค่ำ ทำ หนัก หนา สวด เปน คำ ล่า ติน ยิน เลยา จะ กล่าว ช้า ยืดยาว ไม่ เข้า ความ กะทอหลิก พวก นี้ มี กางเขน ถึง เปน เณร ไม่ เหมือน ไทย ใน สยาม ยัง ทอด แห หา ปลา พยายาม เพราะ ถือ ตาม สังโคปาปะ บาป ไม่ มี โอ้ ศาสนา ยัง มา เปน ต่าง ๆ แต่ ชน อย่าง เดียว กัน มา ผัน หนี พี่ จาก แก้ว แวว ตา หลาย ราตรี เหมือน หลีก หนี นุช นาง มา ห่าง ไกล คิด คิด ดู ศาสนา ข้าง ฝรั่ง ผัว เมีย ตั้ง ผูก จิตร พิส ไม จะ ไป ไหน ไป ด้วย ไม่ ขวย ใจ ธรรม เนียม ไทย มัก จะ งอน พูด ค่อน แคะ จิตร ของ ฉัน นั้น ชอบ อย่าง คน นอก ไม่ ปลื้ม ปลอก ผูก พันธ์ เช่น นั้น และ แม้น มิ่ง มิตร มา ตาม จะ งาม แงะ หัว เราะ แคะ แคะ เล่น ค่อย เอื่น ใจ ถึง เวลา ยาม เศษ สังเกต ดู เสียง ซู่ ซู่ เรือ ทวน น้ำ กรรม โณน เหมือน ใจ ทวน ธน ระ กรรม จำ จะ ไป เวลา ใน กลาง คืน คลื่น ไม่ มี แสง พระ จันทร์ กระจ่าง สว่าง มาก ทั้ง สอง ฟาก แนว ไม้ เหมือน ไพร ศรี เหน สวน ต้น ผล ไม้ หลาย สิ่ง มี อุดม ที่ ระ คะ ดู ตระการ มะพร้าว หมาก อัน ใหญ่ ไม่ มี ย่อม กลิ่น หอม ๆ เหมือน ตาล สด มี รศ หวาน หอม มะพร้าว ที่ ต้น คน ทำ ตาล ลม พัด พาน ภา กลิ่น รวย ริน มา มี วัด วา อาราม แล บ้าน เรือน อยู่ กล่น เกลื่อน เรียง ราย ทั้ง ซ้าย ขวา ทั้ง สอง ฟาก แม่ น้ำ แม่ กลอง มา ที่ เรียก ว่า บาง ช้าง น่า คลาง แคลง อำพวรรณ์ อำพวา บ้า มะม่วง เวลา ล่วง มอง ที่ ต้น จน ตา แขง นึก ไคร่ ยล ผล ลูก ที่ สุก แดง ถึง จะ แพง ผล บาท ฉัน คาด กิน เวียก บาง ช้าง ๆ ที่ ไหน ใคร ช่าง ว่า ฤๅ ช้าง ป่า มา อาไศรย ใจ ถวิล ถ้า ได้ ช้าง เผือก ผู้ คู่ แผ่น ดิน ถวาย ณะ รินทร ธิปะไต คง ได้ การ มี พ่วง แพ แล ราย จอด ชาย ซอง แต่ ค่ำ ต้อง มืด เงียบ เชียบ สถาน เรือ แจว จ้า ทวน น้ำ มา ช้า นาน สอง ชั่ว ทุ่ม ถึง บ้าน อำพวา อำพวา อำพวรรณ์นั้น แสดง เปน ชื่อแห่ง ป่า มะม่วง แท้ แน่ หนัก หนา เปน แขวง เมือง สมุท สงคราม มา แม่ คงคา นี้ ใช้ ใหญ่ จริง จริง บาง คน เรียก แม่ กลอง ทั้ง สอง อย่าง นาย กระจ่าง แจ้ง กระจาย ทั้ง ชาย หญิง สอง ชั่วทุ่ม รุ่ม มา ห้า คุ้ง จริง เลียบ ตลิ่ง ทวน น้ำ น่า ช้ำใจ บาก ข้าม ฟาก จาก ฝั่ง ตะวัน ออก น้ำ กระฉอก ซัด กระเซน เรือ เต้น ไหว ตรง ถึง ฝั่ง ตะวัน ตก วก เข้า ไป ที่ คลอง ใน บาง อี่ลี่ มี สำคัญ คลอง นี้ ขุด ครั้ง พระเดช เกษ กระษัตร ครอง สมบัติ ที่ สี่ ศิ ขยัน เรือ เดิน ตาม น้ำ เข้าไป ใน คราว นั้น ฉัน จำ มั่น ห้า ทุ่ม ครึ่ง ถึง ใน คลอง ประมาณ ห้า สิบ เส้น เหน บ้าน เรือน อยู่ หล่น เกลื่อน เรียง รัน กัน ทั้ง สอง ฟาก ข้าง โน้น ข้าง นี้ มี เนือง นอง ล้วน บ้าน ช่อง สวน คั่น เปน หลั่น ไป ผล ไม้ ต่าง ๆ เหมือน อย่าง ดง ต่อ ไป พง ป่า แสม แล ไสว บ้าน เรือน เล่า ดู ก็ ว่าง เปน อย่าง ไร น่า เปลี่ยว ใจ เหล่า นี้ ไม่ มี คน ต่อ สวน ไป อีก ได้ สอง ร้อย เส้น ก็ แล เหน ศาลา น่า ฉงน นึก ว่า เปน วัดวา ริม สาชล เปน ที่ คน ภัก ผ่อน หาย อ่อน ใจ ตั้ง แต่ ต้น ตำบล คลอง อัน นี้ จน ถึง ที่ ปลาย คลอง สอง ร้อย ได้ กับ ห้า สิบ เส้น ชัด ถนัด ใน ตาม มี หลัก ปัก ไว้ ไม่ คลาง แคลง น้ำ ใน คลอง บาง อี่ลี่ นี้ เค็ม จัด ได้ เหน ชัด พรอย พราย เปน สาย แสง ดั่ง พลอย ศรี มะณี เวือง บ้าง เหลือง แดง แท ตำแหน่ง กลาง ไป จน ปลาย คลอง ได้ สี่ ชั่ว ทุ่ม ครึ่ง จึง ออก จาก ช่อง ซวาก นัคิ ที่ ทวิ หมอง ถึง อุ่น เรือน เพื่อน เรียง เคียง ประคอง โอ้ โอ๋ น้อง มิ ได้ มา น่า ปรานี แต่ จิตร ใจ มิ ได้ วาง ห่าง สมร เหลือ อาวรณ์ พร่ำ คนึง ถึง โฉม ศรี แต่ ประถม สนทยา จน ราตรี เท่า ปาน นี้ มิ ได้ ลืม ปลื้ม อาไลย สัก ครู่ หนึ่ง ถึง ปาก อ่าว ยิสาร โดย ประมาณ ตาม เหตุ สังเกต ได้ สิบ ทุ่ม ครึ่ง แน่ ชัด ถนัด ใจ ดวง แข ไข ลับ สิงขร จอด นอน รอ ภัก ปาก อ่าว ยิสาร สอง ชั่ว ทุ่ม ใน ทรวง รุม ร้อน ใจ กระไร หนอ เวลา นั้น มืด นัก กลัว หลัก ตอ จอด รี รอ อยู่ จน แจ้ง แสง หิรัญ ๚ะ
๏ รุ่ง ขึ้น เช้า วัน เสาร์ สิบ เอ็ด ค่ำ ข้าง ขึ้น จำ ได้ แน่ ไม่ แปร ผัน เดือน เจต งก กำหนด เวลา นั้น น้ำ ไหล ล้น แห้ง ขอด ตลอด ไป เรือ ติด ตื้น ต้อง จอด ทอด เปล่า ๆ ที่ ปาก อ่าว ยิสาร นาน ไหน ๆ ได้ วัน หนึ่ง กับ ครึ่ง คืน จริง ใจ ครั้น รอ ได้ สอง ยาม น้ำ ขึ้น เต็ม จอก ภัก ประมาณ ศัก ยี่ สิบ โมง เรือ ก็ โคลง แจว ได้ ใจ กระเษม เข้า แม่ น้ำ ยิสาร ย่าน น้ำ เค็ม ฉัน ลอง เล็ม ลิ้ม ดู ได้ รู้ รศ ถึง น่า ท่า เขา ยิสาร บันดาล ดุ เรือ ทลุ ค่ำ ๆ ให้ กำสด ฉะ ใต้ น้ำ มี ตอ ทรยศ เหลือ รัน ทด ตก ตะลึง น้ำ ถึง กง ใจ หวั่น ๆ คิด ถึง ขวัญ ยุพิน เพื่อน ที่ อยู่ เรือน เหลือ คิด พิศวง ถ้า เรือ ล่ม จม ตาย วาย ชีวง ไหน อนงค์ จะ ได้ ภบ ประสบ กัน ให้ฝีพาย บ่าย ศีศะ เรือ เข้าฝั่ง เหมือน จะ คลั่งใจ ป่วน คิด หวน หัน คน แจว หัว มิ ใช่ ชั่ว ตัว สำคัญ โจน น้ำ พลัน คลำ แผล แน่ สุด ใจ ภอ ภบ แผล ที่ ทลุ ๆ ปาก กรรม วิบาก เกิด เขญ เปน ไฉน เอา ผ้า อุด น้ำ ยัง ปรี่ ไม่ มี ใจ ดิน เหนียว ไล้ ยืด ทั่ว รั่ว ยัง มี ทลุ ยาว ราว สัก ห้า นิ้ว ชัด ตาม กว้าง วัด สอง นิ้ว เที่ยง เสี่ยง ฉี่ ๆ ฉัน ก็ หวั่น วุ่น วิ่งเปน สิง คลี ให้ บุตรี ใหญ่ ยก กระบุง พลัน กลัวข้าสารถูก น้ำ จะ ซ้ำ ร้าย คน ทั้งหลาย ที่ นาวา จะ อาสัญ แต่ บุตรี ที่ สอง ว่อง ไว ครัน ยก หีบ เสื้อ ผ้า พลัน จาก ท้อง เรือ แต่ บุตรี ที่ สี่ กับ ที่ สาม ยัง เยาว์ ความ นั้น อุตลุด เหลือ นั่ง จองห่อง ร้อง ไห้ อยู่ ใน เรือ ดู น่า เหลือ จะ สมเพท เวทนา เพราะ อายุ ศม์ ยัง สิบ สอง สิบ สาม ปี เรียก แต่ พี่ วัน วอน และ หล่อน จ๋า ถึง ตัว ฉัน ก็ อั้น อั้น จน ปัญา จะ ฉวย คว้า สิ่ง ใด ไม่ ได้ เลย ร้อง ให้ คน ปิด แผล เรือ กด สติ ผุ สิ้น ท่า เจ้า ข้า เอ๋ย บ้าง วิด น้ำ ร่ำ รุก ไม่ หยุด เลย ด้วย ไม่ เคย คราว เคราะห์ จำเพาะ มี ปิด รั่ว ได้ แน่ ที่ ค่อย มี ใจ แล้ว สั่ง ให้ จอด รอ ภอ ศุขี แนบ ตลิ่ง น่า ภูผา ไม่ ช้า ที เวลา ตี สอง ยาม นั่ง ตาม ไฟ ภัก ให้ บุตร และ ฝีพาย ระงับ นอน แต่ ใจ ฉัน เร่า ร้อน นอน ไม่ ได้ ระวัง เรือ อยู่ จน แจ้ง แสง อุไทย ที่ นี้ ใช้ น้ำ ก็ เค็ม เต็ม ประดา แต่ นี้ ไป โดย กำหนด จด ปาก อ่าว ถึง น่า เขา ประมาณ ได้ ใกล อยู่ หนา หก สิบ เส้น ระยะ หลัก ประจัญ ตา ฝั่ง คงคา ป่า แสม แล โกงกาง ทั้ง สอง ฟาก เรือน ราย มี หลาย แห่ง เปน ตำ แหน่ง ปาณา ชัก ไม่ ขัด ขวาง เที่ยว งม หอย หา ปลา ตาม ท่า ทาง หา กิน ข้าง ชนิด นั้น ทุก วัน มา รุ่ง ขึน วัน อาทิตย์ จิตร กำหนด เดือน เจด จด จำ จริง ทุก สิ่ง สา ขึ้น สิบ สอง ค่ำ ไซ้ ได้ เวลา เช้า วัน นั้น ฉัน ไป หา มิศ ที่ รัก ชื่อ จีน ตี๋ ใจ ดี สนิท สนม ที่ ปรารมภ์ แจ้ง ไข ให้ ประจักษ ใน การ ทุกข์ เรื่อง ร้อน อาวรณ์ นัก ภอ ได้ ภัก หา ใช่ ผู้ มา ดู การ จึง แจ้ง ความ ตาม เหตุ เจต นา ฉัน บอก ว่า นึก จะ ตาย วาย สังขาร เรือ ทลุ เมื่อ สอง ยาม ความ กันดาน ทุก ประการ แจ้ง จิตร ให้ มิศ ฟัง ฝ่าย จีน ตี๋ ใจ ดี ไป ช่วย หา เรียก ช่าง มา เข้า ไม้ ได้ สม หวัง ศัก สาม ชั่วโมง ชัด จัด กึ่ง กัง ฝีมือ ช่าง ทำ ชิด สนิด ดี ฝ่าย แม่ แสง จัด แจง แต่ง สำรับ คาว หวาน สลับ โดย ไว ให้ จีน ตี๋ ผัว มา เชิญ ฉัน เสพ กระยา ภา บุตรี สิ้น ทั่ง สี่ เสร็จ สรรพ รับ ประทาน อีก ทั้ง พวก ฝีพาย ทั้งหลาย สิ้น ก็ ได้ กิน เปน ศุข สนุกข์ สนาน ทุก เวลา ล้น เหลือ ได้ เจือ จาน จน กลับ บ้าน ตาม ระบอบ น่า ชอบ ใจ แม่ แสง ภรรยา ของ จีน ตี๋ อัชฌาไศรย ใจ ดี จะ มี ไหน ใจ อารี กว้าง ขวาง ทุก อย่าง ไป จะ หา ใคร มา เปรียบ เฉียบ ไม่ มี ฯะ
๏ ข้าพเจ้า พระยา ภาสกรวงษ ขอ แสดง ความ มา ยัง ท่าน ผู้ หนึ่ง ผู้ ใด ซึ่ง เปน ญาติ์ แล กัลยา นิมิตร ทั้งหลาย แล สหาย ของ ความ ศึกษา ทั้งปวง ที่ จะ ได้ ภบ อ่าน หนังสือ นี้ ให้ ทราบ ทั่ว กัน ว่า พระ บาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ได้ ทรง พระกรุณา จะ ให้ ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน ได้ มี ความ ศึกษา เรียน หนัง สือ เปน วิชา สำหรับ ตัว ใน การ ที่ จะ ได้ ทำ มา หา เลี้ยง ชีวิตร สืบ ไป จึ่ง ได้ ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า ฯ สละ พระราชทรัพย์ สร้าง โรง เรียน แล จ้าง ครู สอน หนังสือ นั้น ข้าพเจ้า ได้ มี ความ ยินดี เลื่อม ไสย ด้วย กระแส พระราช ดำริห นี้ ที่ เปน การ เกื้อ กูล แก่ เพื่อน มนุษ ซึ่ง มี ชาติ์ อัน เดียว กัน จึ่ง ได้ รับ เปน ธุระ ตั้ง โรง เรียน ขึ้น ที่ วัด ประยุรวงษ ได้ ซ่อมแซม ทำ ศาลา ๒ หลัง ข้าง ประตู วัด ขึ้น เปน โรง เรียน ได้ ขอ ครู หลวง มา สอน แล อาราธนา พระปลัด พุฒ ให้ เปน อาจริย ใหญ่ พระครู สังฆสิทธิ กรณ ทิม เปน ผู้ จัด การ โรง เรียน นี้ ข้าพเจ้า เปน ผู้ บำรุง จัด การ ทุก อย่าง ตาม กำลัง ที่ จะ เปน ได้ แล ทั้ง เกื้อ กูล ใน การ บอก พระคัมภีร์ ไตรปิฎก ด้วย โรง เรียน นั้น ได้ เปิด แล้ว แต่ เดือน ๑๒ ได้ ให้ เด็ก นัก เรียน ๆ โดย ไม่ ต้อง เสีย เงิน ค่า เรียน สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด เลย สมุด ตำรา ที่ เรียน ก็ เปน ของ หลวง แล ใน สี่ เดือน ที่ ล่วง ไป นี้ เด็ก ได้ เข้า เรียน ใน โรง เรียน แล้ว ถึง ๑๐๐ เลศ เต็ม ศาลา เรียน ทั้ง ส่อง หลัง จน ที่ ซึ่ง จะ บอก พระคัมภีร์ ก็ ไม่ มี ที่ ภอ ต้อง ให้ คง อยู่ ที่ ศาลา เดิม ของ พระครู สังฆสิทธิกรณ ทิม แล เด็ก ก็ ยัง เรียน อยู่ เสมอ จน ต้อง ขอ รอ เพราะ ที่ ไม่ ภอ จะ เรียน ครั้น จะ ให้ หยุด ไว้ เพียง เท่า นี้ ก็ เปน การ ดี มาก แล้ว โรง เรียน ที่ ประชุม ให้ เด็ก เข้า เรียน ได้ มาก ถึง เช่น นี้ ข้าพเจ้า ก็ มี ความ เสีย ดาย การ ที่ เจริญ ขึ้น ไป นั้น เสีย เพราะ เด็ก ได้ รับ ความ สั่งสอน รู้ หนังสือ ดี แล้ว คง มี ความ ฉลาด ประพฤติ ความ ชั่ว น้อย ลง ข้าพระเจ้า จึ่ง ขอ แผ่ กุศล มา ยัง ท่าน ทั้งปวง ผู้ มี ใจ ศรัทธา ที่ จะ ทำ การ บุญ การ กุศล ด้วย เกื้อ กูล แก่ เพื่อน มนุษ ชาติ์ อัน เดียว กัน ขอ เรี่ย ไร ปลูก โรง เรียน ใหม่ อีก หลัง หนึ่ง กับ ศาลา โรงธรรม สำหรับ บอก พระ คัมภีร์ ไตรปิฎก ใน เวลา เช้า แล เวลา บ่าย มี เทศนา ทุก วัน จะ ได้ เปน การ สั่งสอน กุลบุตร ทั้ง ทาง โลกย ทาง ธรรม ด้วย โรง เรียน แล ศาลา โรงธรรม สำหรับ ประชุม การ สั่งสอน นั้น ข้าพเจ้า ได้ ให้ นาย ช่าง เขียน ตัว อย่าง แล กะ ราคา ตาม ที่ ซึ่ง ว่าง อยู่ ภอ จะ ปลูก ขึ้น ได้ นั้น โรง เรียน หลัง หนึ่ง ยาว ๘ วา ๒ ศอก กว้าง ๑๐ ศอก สูง ๓ วา ๒ ศอก ๒ ชั้น ๆ บน เปน ที่ เก็บ พระคำภีร ไตรปิฏก เปน ราคา ๗๐ ชั่ง ศาลา โรงธรรม ยาว ๑๐ วา ๒ ศอก กว้าง ๖ วา ๒ ศอก สูง ๓ วา ๒ ศอก เปน ราคา ๑๑๐ ชั่ง รวม ๒ หลัง เปน ราคา ประมาณ ๑๘๐ ชั่ง แล ตู้ โต๊ะ เก้า อี้ เครื่อง เรียน หนังสือ พร้อม ก็ อยู่ ใน ๒๐ ชั่ง รวม เปน เงิน ประมาณ ๒๐๐ ชั่ง นั้น ศาลา โรงธรรม ซึ่ง สร้าง กัน มา แต่ ก่อน ก็ เคย เรี่ยไร กัน สร้าง เพราะ ฉนั้น ท่าน ผู้ ใด มี ใจ ศัทธา จะ ทำ บุญ ด้วย ก็ ขอ เชิญ ช่วย ลง ชื่อ ใน การ เรี่ยไร นี้ ตาม แต่ ใจ ศัทธา มิ ใช่ เปน การ กะเกณฑ สิ่ง ใด เมื่อ เงิน นั้น จะ ไม่ ภอ ขาด เหลือ ประการ ใด ข้าพเจ้า ซึ่ง เปน ผู้ บำรุง จะ เปน ธุระ จัด การ นั้น ให้ ตลอด ไป ๚ะ
๏ ตัว อย่าง แผน ที่ โรง เรียน แล ศาลา โรงธรรม นั้น ได้ แขวน ไว้ ที่ ประยูรวงษ โรง เรียน ไทย แล้ว ถ้า ท่าน ผู้ ใด อยาก จะ เหน มา ดู ก็ ได้ บ้าน ราชทูต วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น ค่ำ หนึ่ง ปี ระกา ยัง เปน ฉศก ๑๒๔๒-๗ การ ไล่ หนังสือ นักเรียน
๏ ที่ โรง เรียน พระ ตำหนัก เดิม สวน กุหลาบ ด้วย ณวัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น แปด ค่ำ ปี รกา ยัง เปน ฉศก ศักราช ๑๒๔๒-๗ ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค์ เจ้า สวัสดิ์ ประวัติ ๑ พระ เจ้า น้อง ยาเธอ พระองค เจ้า ดิศวรกุมาร ๑ พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค เจ้า ศรีเสาวภางค ๑ พระยา ภาษกรวงษ ๑ พระยา ศรีสุนทร โวหาร ๑ เปน ข้า หลวง ไป ไล่ วิชา หนังสือ นักเรียน ที่ โรง เรียน พระตำหนัก เดิม สวน กุ หลาบ ครั้น วัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น สิบสอง ค่ำ เวลา บ่าย ห้า โมง พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว เสด็จ ออก ทาง พระ ที่ นั่ง อนันต สมาคม เสด็จ พระราช ดำเนิน ไป ทอด พระเนตร โรง เรียน ที่ พระ ตำหนัก เดิม ณะ สวน กุหลาบ ซึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ ให้ พระ เจ้า น้อง ยาเธอ พระองค เจ้า ดิศวรกุมาร ทรง จัด ขึ้น ไว้ สำหรับ สอน หนังสือ พระองค เจ้า หม่อม เจ้า หม่อม ราชวงษ ซึ่ง เปน ราช ตระกูล สำหรับ จะ ได้ เรียน วิชา การ ต่าง ๆ แล โรง เรียน นี้ พระเจ้า น้อง ยา เธอ พระองค เจ้า ดิศวรกุมาร ได้ อุส่าห จัด การ เรียบ ร้อย โดย แขง แรง สม ควร ที่ จะ เปน โรง เรียน หลวง จริง ๆ สำหรับ ราช ตระกูล จะ ได้ เล่า เรียน ต่อ ไป แล้ว เสด็จ พระราช ดำเนิน ไป ทอด พระเนตร ที่ อยู่ ของ นักเรียน จน ตลอด แล้ว เสด็จ มา ประทับ ใน ที่ ซึ่ง เปน ที่ ประทับ หว่าง โรง เรียน นั้น พระเจ้า น้อง ยาเธอ พระองค เจ้า สวัสดิ ประวัติ ได้ นำ รายงาน การ ไล่ หนัง สือ นักเรียน ขึ้น กราบ บังคม ทูล พระ กรุณา แล้ว จึ่ง มี พระบรม ราโชวาท ใน การ ซึ่ง ตั้ง โรง เรียน แล ไล่ หนังสือ นักเรียน แล้ว ได้ พระราช ทาน ของ ต่าง ๆ ให้ แก่ หม่อม เจ้า หม่อม ราชวงษ นักเรียน ซึ่ง เปน คน ได้ เล่า เรียน รู้ ดี ตาม สมควร ฯะ
๏ ครั้น ไล่ นักเรียน แล้ว พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว จึ่ง มี พระบรม ราช โองการ ตอบ ชม โรง เรียน ทั้ง ท่าน ผู้ เปน แม่ กอง จัด การ แล ครู แล สำแดง พระราช ประ สงค์ ใน การ ตั้ง สกูล ทั่ว ตลอด พระราช อาณา เขตร แล ตรัส ข้อ สำคัญ ข้อ หนึ่ง ดังนี้ แต่ ใน เวลา นี้ ข้า ราชการ เก่า ที่ ไม่ รู้ หนังสือ ดี มี อยู่ บ้าง ผู้ ซึ่ง จะ เลือก ได้ ยัง มี น้อย จึ่ง ตั้ง กำหนด อย่าง นี้ ยัง ไม่ ได้ จึ่ง ต้อง คอย พวก ที่ เรียน ใหม่ ๆ นี้ จะ เปน ผู้ ตั้ง แบบ แผน ต่อ ไป ภาย น่า เพราะ ฉนั้น ฉัน จึ่ง ได้ มี ความ มุ่ง หมาย ตั้ง ใจ ที่ จะ จัด การ เล่า เรียน ทั่ว ไป ทั้ง บ้าน ทั้ง เมือง ให้ เปน การ รุ่ง เรือง เจริญ ขึ้น โดย เรว ครั้น ตรัส เสรจ แล้ว จึ่ง ทรง พระ กรุณา โปรด เกล้า ฯ พระราช ทาน รางวัล แก่ นักเรียน คือ หม่อม เจ้า ชัชวาล ใน พระเจ้า ราช วรวงษ เธอ กรม ขุน บดินทร ไพศาล โสภณ เปน ราง วัล ที่ ๑ ใน การ ที่ ได้ ไล่ จบ พิศาล การันต์ หม่อม เจ้า เผือก ใน พระ บวรวงษ เธอ กรมขุน นรานุชิต รางวัล ที่ ๒ ใน การ ที่ ได้ ไล่ จบ สังโยค พิธาน หม่อม ราช วงษ ประยูร บุตร หม่อม เจ้า เขม ใน เจ้า ฟ้า อิศรา พงษ รางวัล ที่ ๓ ใน การ ที่ ได้ ไล่ จบ มูล บท บรรพกิจ หม่อม ราชวงษ วิน บุตร หม่อม เจ้า เนตร ใน พระองค เจ้า เสือ รางวัล ที่ ๔ ใน การ ที่ เขียน หนังสือ ลาย มือ ดี หม่อม ราชวงษ ขอม บุตร หม่อม เจ้า แส้ ใน พระ องค เจ้า ศรีสังข รางวัล ที่ ๕ ใน การ ที่ ได้ หมั่น เรียน ใน ปี วอก ฉอศก มาก กว่า นักเรียน ทั้งปวง หม่อม ราชวงษ จัน บุตร หม่อม เจ้า นภา ใน กรม หลวง มหิศ วรินทร หม่อม ราชวงษ สำเริง บุตร หม่อม เจ้า เปียก ใน เจ้า ฟ้า อิศราพงษ หม่อม ราชวงษ ชอ้อน บุตร หม่อม เจ้า ถึก ใน เจ้า ฟ้า อิศราพงษ รางวัล วิเสศ ใน การ เรียน จบ พิศาล การันต์ ฯะ
๏ บัด นี้ กำหนด จะ ชัก ศพ ณวัน อังคาร เดือน ห้า แรม แปด ค่ำ ปี รกา ยัง เปน ฉศก วัน พฤหัสบดี เดือน ห้า แรม สิบ ค่ำ เปน วัน เสดจ พระราช ดำเนิน ขึ้น ไป พระ ราชทานเพลิง ฯะ
๏ ข้าพเจ้า ได้ เหน การ ที่ ไม่ ใช่ การ ของ ข้าพเจ้า แต่ ข้าพเจ้า มี ใจ คิด รำคาญ พลอย ไป ด้วย เพราะ ข้าพเจ้า ได้ เหน เครื่อง แต่ง ตัว ของ ทหาร กรุง สยาม คือ เสื้อ กังเกง หมวก เขมขัด ของ คน ทหาร ไป อยู่ ที่ โรง จำนำ มี ทุก โรง ทุก ห้อง ดั่ง นี้ ดู เปน การ ไม่ งาม สม ควร เพราะ ทหาร ก็ มี เงิน เดือน เงิน เบี้ย เลี้ยง แล้ว ทำ ไม ต้อง เอา เครื่อง แต่ง ตัว ของ หลวง ไป จำนำ พวก ทหาร ทำ การ ดั่ง นี้ กระทำ ให้ เสีย พระ เกียรติยศ ประการ หนึ่ง ว่า เลี้ยง ทหาร ไม่ ให้ เงิน เดือน เบี้ยเลี้ยง ทหาร ไม่ มี กิน จึ่ง ต้อง จำนำ เสื้อ กะเกา เครื่อง แต่ง ตัว มา ซื้อ กิน ทหาร ทำ การ ดั่ง นี้ มี ความ เสีย หลาย อย่าง ทหาร เอา เสื้อ กังเกง ไป จำนำ จีน โรง จำนำ รับ ไว้ ทหาร ไม่ มี เงิน ถ่าย เสื้อ กังเกง หลุด จีน ผู้ รับ จำนำ เอา ออก วาง ขาย ถ้า แล มี พวก คน พาล ไป ซื้อ เสื้อ กังเกง ของ ทหาร มา นุ่ง ห่ม แล้ว ไป ตี ชิง วิ่ง ราว กระทำ ความ ชั่ว ต่าง ๆ ที่ สุด ถ้า คน พาล จะ ซื้อ เสื้อ กังเกง ของ ทหาร มา นุ่ง ห่ม แล้ว ไป ตี ชิง วิ่งราว กระทำ ความ ชั่ว ต่าง ๆ ที่ สุด ถ้า คน พาล จะซื้อ เสื้อ กังเกง ของ ทหารไป ยี่ สิบ สาม สิบ สำรับ ออก ไป บ้าน นอก หัว เมือง ฤา ตาม บ้าน สวน ใน แขวง กรุง เทพ เอา เครื่อง ทหาร แต่ง ตัว ปล้น ชาว บ้าน ชาว บ้าน ก็ มี ขึ้น ชื่อ ว่า ทหาร มา ปล้น เขา ฤา ก็ จะ เสีย ชื่อ เสีย พระ เกียรติยศ พวก ทหาร เอา เครื่อง แต่ง ตัว ไป จำนำ เหมือน ทำ การ ประ จาน ตัว ของ ทหาร ทำ ไม ผู้ ที่ มี อำนาจ เปนนาย บังคับ การ จึ่ง ไม่ ห้าม เขา ถ้า เขา ขืน จำนำ ตัด [?] เงิน เดือน เขา แล้ว เขียน เขา ด้วย เขา ก็ จะ เขด ไม่ จำนำ อีก ต่อ ไป ถ้า แล คน ที่ ไม่ ใช่ ทหาร ลัก เอา ของ ทหาร ไป จำนำ ถ้า เปน ดั่ง นี้ ก็ ไม่ งาม จะ ต้อง คิด ตัด เสีย ด้วย โรง จำนำ ทุก วัน นี้ ก็ อยู่ ใน อำนาจ ท่านผู้ว่า ราชการ ฝ่าย สยาม ก็ มี บ้าง ต่าง ประเทศ บ้าง จะ ต้อง ห้าม เสีย บ้าง อย่า ให้ จีน รับ จำนำ เครื่อง แต่ง ตัว ทหาร ที่ รู้ แน่ ว่า เปน ของ หลวง แล ห้าม อย่า ให้ รับ จำนำ ผ้า นุ่ง ห่ม เครื่อง ใช้ ที่ รู้ แน่ ว่า เปน ของ พระสงฆ์ แล หนังสือ พระธรรม ได้ จะเปน การ งาม การ ดี ถ้า ว่า คอเวินแมน คิด ห้าม ปราม ขอ ร้อง ก็ คง จะ ห้าม ได้ ใน การ ๆ ข้อ นี้ ผู้ รับ อำนาจ คอเวินแมน ต่าง ประเทศ ก็ ต้อง ยอม ไม่ ขัด ได้ อย่าง หนึ่ง เปน ของ หลวง อย่าง หนึ่ง เปน ของ พระ สงฆ์ เปน การ สาสนา คง ไม่ มี ผู้ ใด ขัด ขืน การ เรื่อง นี้ ควร คิด ควร ทำ จึ่ง จะ เปน การ งาม สมควร แก่ บ้าน เมือง ที่ จะ ให้ มี ความ ดี เจริญ ๚ะ
๏ เมื่อ ณวัน เดือน สี่ มี ข่าว ว่า ที่ บ้าน พระ แก้ว แขวง เมือง กรุง มี ชาย คน หนึ่ง เอา กระบือ ไป ขาย ครั้น ขาย แล้ว ก็ กลับ มา ถึง กลาง ทาง มี อ้าย ผู้ ร้าย เข้า ตี ฟัน เอา คน นั้น ตาย แล้ว พวก อ้าย ผู้ ร้าย ตัด เอา หาง กระบือ ยัด ปาก คน ตาย ไว้ ความ เรื่อง นี้ จะ ว่า กล่าว เปน ประการใด ยัง หา ทราบ ไม่
๏ ณวัน เดือน สี่ แรม สิบ สี่ ค่ำ ข้าพเจ้า ได้ จอด เรือ อยู่ ที่ ตลาด สระ บัว ข้าพเจ้า ก็ ได้ ขึ้น จาก เรือ ข้าพเจ้า เดิน เที่ยว เล่น บน ตลาด สระ บัว ข้า พ.เจ้า ได้ เหน ยาย แก่ คน หนึ่ง ซื้อ ไก่ ได้ ตัว หนึ่ง เปน เงิน ราคา สลึง เฟื้อง ยาย แก่ ซื้อ ไก่ ได้ แล้ว ก็ ยืน ถือ ไก่ อยู่ กลาง ตลาด มี ชาย คน หนึ่ง เข้า วิ่งราว ไก่ ยาย แก่ นั้น ไป ยาย แก่ ก็ ยืน ตก ตลึง อยู่ ยาย แก่ นั้น เหน พวก เพื่อน ที่ วิ่งราว ไก่ นั้น มี พวก มาก ยาย แก่ ก็ กลัว ไม่ อาจ จะ ว่า กระไร ก็ นิ่ง เฉย เสีย แล้ว ยาย แก่ ก็ กลับ ลง เรือ ของ ตัว ข้าพเจ้า ผู้ เดิน เรือ ค้า ขาย เหน ดัง นั้น เปน การ เจบ ร้อน แทน การ แผ่นดิน บ้าน เมือง ข้าพเจ้า ผู้ สัต ซื่อ กล่าว ตาม รู้ ตาม เหน เปน ความ จริง ของ ข้าพเจ้า ดัง นั้น เทิญ ๚ะ ขะโมย ที่ บางคอแหลม
๏ วัน จันทร เดือน ห้า แรม เจด ค่ำ เวลา สอง ยาม เสศ มี ขะโมย ขี่ เรือ สำปั้น เข้า ล้วง เรือ พ่อ ค้า ชาว บาง เหี้ย ที่ น่า บ้าน ครู สมิท ได้ อัฏ ไป บาท หนึ่ง ชาว เรือ ร้อง เรียก อึก กระทึก ขึ้น อ้าย ขะโมย ก็ ภาย เรือ หนี ขึ้น ไป ทาง บน พวก โขมย สาม คน นี้ เคย ล้วง เรือ พวก พ่อ ค้า อยู่ เสมอ หา กลัว พวก กอง ตะเวน ไม่ มัน ทำ เหมือน มั้น เปน นาย ของ ตัว มัน เอง มัน หา กลัว ความ อาญาหลวง ไม่
๏ ถนน ใน พระ นคร ทุก วัน นี้ สอาด งาม ดี ทั่ว ไป ทุก ถนน แล้ว ยัง แต่ ถนน ที่ แยก จาก ถนน บ้าน หม้อ ที่ เรียก กัน ว่า ถนน บ้าน ญวน นั้น ยัง มี ความ อารัพ ไม่ สอาด งาม เหมือน กับ ถนน อื่น ๆ ถนน บ้าน ญวน นี้ ก็ มี คน เดิน มาก เพราะ เปน ต้น ทาง ที่ จะ ไป สามเพง ถนน นี้ แต่ ก่อน ก็ กว้าง ชาว บ้าน แห่ บวช นาค ได้ ทาง ถนน นี้ เดี๋ยว นี้ แคบ เตม ที แง้ม ถนน ข้าง หนึ่ง เปน เขตร บ้าน แง้ม ข้าง หนึ่ง เปน ที่ วัด ใน ที่ วัด นั้น เดี๋ยว นี้ มี คน ปลูก เรือน อยู่ เตม ตลอด แล้ว คน ที่ อยู่ สอง ข้าง ถนน ต่าง คน ต่าง ปลูก โรง ร้าน กัน รั้ว รุก ที่ ถนน เข้า ไป ทั้ง สอง ข้าง จน บาง แห่ง กว้าง ไม่ ถึง สาม ศอก ถ้า นาน ๆ หลาย ๆ ปี ถนน นี้ จะ ตัน เสีย มัง เพราะ พวก คน ที่ อยู่ ใน ถนนนี้ โลภ มาก ช่วย กัน รุก ที่ ถนน หลวง ร่ำ ไป คน อันอยู่ ตาม คลอง ต่าง ๆ มัก ทำ ดัง นี้ ชุม นัก ด้วย ๚ะ
ณวัน พฤหัสบดี เดือน ห้า แรม สาม ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ซิลิง ๗ เปนซ ๑ อัฐ
เงิน ไปรเวส สาม เดือน ๓ ซิลิง ๗ เปนซ กับ ๔ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๒ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ เมือง ฮองกอง วัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น สิบ สอง ค่ำ ครั้น รบ กัน สาม วัน แล้ว พวก จีน ตี ทัพ เยนิรัล นิเคร แตก พวก ฝรั่งเสศ ถ้อย กลับ ไป เมือง ดง ดั๋ง พวก ฝรั่งเสศ เสีย ผู้ คน ต้อง อาวุธ ลำบาก ตาย ถึง ๒๐๐ ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ศุกร เดือน ห้า ขึ้น สิบ สอง ค่ำ ใน ที่ ปฤกษา ราชการ อังคริษ ทั้ง สอง เซาซ นั้น ได้ อ่าน พระบรม ราช สาร ว่า เพราะ การ ซึ่ง พุด พลิ่ง โผล่ ขึ้น มา นั้น เปน ที่ หมาย พระไทย ว่า จะ เรียก ให้ กอง ทัพ เพื่อ แล พวก มิลิเตีย เตรียม ตัว ไว้ รับ การ ตาม แต่ จะ เปน ขึ้น ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน ห้า ขึ้น สิบ สาม ค่ำ หนัง สือ จดหมาย เหตุ คือ ไตมซ ลง พิมพ ข้อ หนึ่ง ว่า คอ เวินแมนต รุเซีย ให้ ๕๐ ๐๐๐ คน ประมวณ เข้า ที่ เมือง บะกุ มี คำ สั่ง ให้ ดอนดูกอฟ ไป เมือง เซนต ปีเตอรซเบิก ะ
๏ เมือง ไกโร วัน อาทิตย เดือน ห้า ขึ้น สิบ สี่ ค่ำ ลอด วุลซิลี ถ้อย กลับ ไป ยัง เมือง ดอนโกละ แล้ว ะ
๏ เมือง เมล บอน ณวัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ท่าน คอเวอนอร ผู้ ว่า การ แม่ ทัพ ใหญ่ มี คำ ประกาศ ออก ห้าม มิ ให้ กำปั่น ต่าง ประเทต เข้า เมือง โปต พี ลิบ ใน เวลา กลาง คืน เลย ะ
๏ ฮองกอง วัน จันทร เดือน ห้า ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ ครั้น รบ ตี กัน แซง แรง พวก จีน ด้วย คน เกิน คน ฝรั่งเสศ มาก ต่อ มาก กระ ทำ ให้ พวก ฝรั่งเสศ ถ้อย เลิก ไป จาก เมือง ลังซอน เยนิรัล นิคริเฮอ ถูก อาวุธ ลำบาก แล้ว แล เยนิรัล บริเฮอ ดะไล ขอ ให้ เพิ่ม เติม ทหาร ส่ง ออก มา อีก
๏ เมือง ปารีศ วัน อังคาร เดือน ห้า แรม ค่ำ หนึ่ง คอเวิน แมนต ฝรั่งเสศ ขอ ให้ เพิ่ม เติม เงิน ถึง ๒๐๐ ๐๐๐ ๐๐๐ แฟรนก สำหรับ การ รบ กัน ใน ประเทศ ตอนกวิน เพราะ พวก ปฤกษา ราชการ ฝรั่งเสศ คือ แจมเบอ ออฟ เดปุติ ไม่ ยอม เพิ่ม เติม เงิน พวก มินิศตรี เลิก ลา ราชการ แล้ว ะ
๏ กรุง ปาริศ วัน พุฒ เดือน ห้า แรม ส่อง ค่ำ มอง เซอ เพรซิเนค ได้ คำ สั่ง ให้ จัด แกบิเนค ใหม่ พวก แจมเบอร ออฟ ตะบุติซ ชอบ ที่ จะ กระ ทำ การ รบ พุ่ง กัน ให้ แซง แรง แล ได้ โวด ให้ เบิกเงิน ถึง ๕๐ ๐๐๐ ๐๐๐ แพรนก ใช้ ใน การ นั้น ทหาร ฝรั่ง เสศ ถึง แปด พันคน รับ คำ สั่ง แล้ว ให้ ขึ้น กำปั่น รีบ ไป ประเทศ ตอน กวิน เปน พวก แรก ใน พวก ที่ เพิ่ม เติม ตาม แต่ จะ ต้อง การ ฯะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ | ||||||
| ณะ เดือน ห้า ถัด แต่ วัน แรม ๒ ค่ำ จน ถึง วัน แรม ๙ ค่ำ ปี ระกา ยัง เปน ฉศก ๑๒๔๖ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดั่ง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน รำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ๚ะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กปิตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วันเข้า |
| กงเบ๋ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๙๒๒ ตัน | ยอนซ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | แรม ๓ ค่ำ |
| บอรนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๙ | ไฮด | บันฮอง | สิงฆโปร | ๓ ค่ำ |
| ถงฮิน | ก ส ค สยาม | ๑๒๐ | เจ๊ก | — | สงขลา | ๔ ค่ำ |
| พระจุล จอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ไลตวูด | วินดซอ โรซ แอน โก | ซัวเถา | ๕ ค่ำ |
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๒๐ | ไวต์ | วินดซอร โรซ แอนโก | สิงฆโปร | ๗ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| อุบลบุระทิศ | ก ก ฟ สยาม | — | ลพัตช | จันทกิเรกัต | แรม ๑ ค่ำ | |
| ออโรรระ | ก ๒ ส ค อังกฤษ | ๒๙๕ | เปลดเนร | เจ๊ก | สิงฆโปร | ๒ ค่ำ |
| วิเลี่ยม ละดาเซอร | ก ๒ ส ค อังกฤษ | ๕๗๓ | มักอินไตร์ | มารกวาลด แอน โก | การดิฟ | ๓ ค่ำ |
| กวอรตะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๗๗๔ | ฮอก | กวันฮินยู | สิงฆโปร | ๓ ค่ำ |
| แมกอะลีซเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๒๗ | ดัลลัค | บอนิโอ กำปะนี | สิงฆโปร | ๓ ค่ำ |
| กวิน ออฟ อิงแลนด | ก ๒ ส ค สยาม | ๕๔๒ | ชูเมเกอร | เจ๊ก | สิงฆโปร | ๔ ค่ำ |
| กอไลอะ | ก ๒ ส ค สยาม | ๕๔๒ | เดอ ถะรอซ | เจ๊ก | สิงฆโปร | ๕ ค่ำ |
| เฮยเจิง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๒๕ | ไมลั่น | เจ๊ก | สิงฆโปร | ๕ ค่ำ |
| กงเบ๋ง | ก ก ฟ อังกฤษ | ๙๒๒ | ยอนซ | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | ๖ ค่ำ |
| บอรนิโอ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๓๔๙ | ไฮด | บันฮอง | สิงฆโปร | ๖ ค่ำ |
| อัลบาตรอซ | ก ส ค เยอรมัน | ๒๓๖ | บรุนซะ | เจ๊ก | ฮองกอง | ๖ ค่ำ |
| พระจุล จอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ไลตวูด | วินดซอ โรซ แอน โก | ฮองกอง | ๘ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น กล ไฟ พระจุล จอมเกล้า มี คน เดิน สาร ที่ ดาด ฟ้า ๕๘๗ คน ๚ะ | ||||||
| ๏ กำปั่น กล ไฟ เฮกุบะ มี คน เดิน สาร ใน ห้อง แกะบิน ๕ คน แล ที่ ดาด ฟ้า ๔๘ คน ๚ะ | ||||||
๏ อุส่าห์ คิดปิด ป้อง กัน กาย รั้ว เรียก ขวาก หนาม ราย รอบ ล้อม ประมาท มัว เมา หมาย ว่า มั่น คง นา ศัตรู แค่ คอย ด้อม ช่อง ได้ ไภย ถึง ๚ะ
๏ รั้ว เรียก ราย รอบ ได้ โดย ประ มาณ หนาม ขวาก เพียง ภอ การ ปัก ไว้ บ ประมาท หมั่น พิบาล สมบัติ ตน นา รู้ รอบ ประกอบ การ ได้ คิด คุ้ม กัน กาย ๚ะ
๏ ว่า เมีย มี มาก ล้ำ หลาย เมีย เมีย หนึ่ง ยก ยอ เยีย หย่าง แห้ เมีย หนึ่ง ส่าย ทรัพย์ เสีย เสื่อม จาก ตน นา เมีย หนึ่ง ทำโทษ แท้ เที่ยง ให้ ฉิบหาย
๏ เมีย หลาย ระวัง อาตม์ กั้น ตัว ตน ย่อม แสวง เวท มนต์ดน ศึก ร้าย มืด มัว กลัว เกลือก มล ทิน โทษ อย่า เคลิ้ม เขลา มัก ง่าย จัก สิ้น เสีย ตัว ๚ะ
๏ มี มั่ง สมบัติ ทั้ง เงิน ทอง ลูก คี่ ชอบ ครอบ ครอง สืบ ไว้ ลูก ร้าย อย่า คิด ปอง มอบ ทรัพย วิจารณ ควร ประมวน ให้ นอก นั้น เป็น คุณ ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมัย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤา น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ร้า จะ ลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤา น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
ถ้า ลง ตลอด ปี
แถว เท่า แถว น่า ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤา จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤา จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ
๏ ยา เม็ด กอง ใหม่ คือ ยา เม็ด ตับ เฮดอก จง รวัง ยา เม็ด ปลอม !!! ยา เม็ด ตับ เฮดอก แท้ แท้ นั้น มี ขาย จำเพาะ แห่ง เดียว ใน กรุง เทพ คือ นาย ห้าง เอ ยุลิง แอน โก เปน เอเยั่นต์ สำหรับ ขาย ยา นี้ ห้าง เดียว ใน กรุง เทพ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ แรม สิบสี่ ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก (จ ห) ะ
ยา สำหรับ บ้าน อย่าง สักสิทธิ์ นัก
AYER'S AGUE CURE.
๏ ๔ ยา คือ เอเออร์ เอคู กุเออ แก้ ไข้ จับ แล โรค ต่าง ๆ อัน มัก เกิด ใน ที่ ลุ่ม ที่ ชุ่ม ชื้น นัก ๚ะ
๏ ถ้า เกิด เหตุ ว่า ผิด ลม ผิด อากาศ ผิด ภูม ที่ แล้ว รีบ กิน ยา เอเออร์ เอคู กุเออ ให้ ดับ เหตุ ร้าย แล กิน จน ตัว หาย ดี ยา ขนาน นี้ กิน วัน ละ สี่ หน คราว ละ ช้อน น้ำ ร้อน ช้อน หนึ่ง ก่อน รับ ประทาน อาหาร สัก ครึ่ง ชั่วโมง สาม หน แล ก่อน จะ เข้า นอน หน หนึ่ง ถ้า เด็ก อาย สิบ ขวบ ให้ กิน ๓๐ หยด ถ้า ห้า ขวบ ๒๐ หยด ยา ขนาน นี้ กิน ได้ ใน น้ำ ชา น้ำ กาแฝ่ น้ำ นม ฤา ใน น้ำ ก็ ได้ ถ้า ไม่ ใคร่ เดิน กิน ยา เม็ด เอเออร์ บีลซ์ ให้ เดิน ภอ เปน ปรกติ ๚ะ
AYER'S HAIR VIGOR.
๏ ๕ ยา คือ เอเออร์ แฮร วิคอร เปน ของ สำหรับ โต๊ะ แต่ง ตัว เปน ยา แก้ ผม หล่น ให้ ดก แล ผม หงอก ให้ มี ศรี อย่าง เดิม ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ถ้า จะ ทา ผม เปน แต่ การ แต่ง ตัว ไม่ ต้อง เขย่า ขวด ถ้า จะ ใช้ รักษา เนื้อ ศีศะ เขย่า ก่อน จึ่ง ทา ผม เถิด ๚ะ
๏ เชิญ ไป ซื้อ ยา ห้า อย่าง นี้ ที่ ห้าง เอ ยุลิง แอน โก ตั้ง ห้าง ฝั่ง แม่ น้ำ เจ้า พระยา ใต้ ปาก คลอง ขุด ใหม่ ล่าง เหนือ ตึก กงซุล โปรตุเกศ ขึ้น ไป หน่อย หนึ่ง ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังครีษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ ละเอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ใช้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๘๘ ถึง ๑๘๙๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด