
| เล่ม ๓ แผ่น ๓๔ วัน พุฒ เดือน หก ขึ้น สอง ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ |
๏ วัน เสาร เดือน แปด แรม สิบสี่ ค่ำ เวลา บ่าย โมง หนึ่ง มองติคนี่ ภา ทูตานุทูต ไป ดู คลัง ทำ เงิน ที่ คลัง นั้น ก่อ ด้วย สิลา ทำ แน่น หนา มั่น คง นัก มี ห้อง มาก กว่า มาก แต่ เงิน ที่ ใน คลัง นั้น ทำ เปน แท่ง สี่ เหลี่ยม ก็ มี ที่ กลม เหมือน ลูก ฟัก ก็ มี ที่ ยาว รี เหมือน แผ่น อิฐ ก็ มี กอง ไว้ เปน แผนก กัน มาก นัก แต่ ที่ จะ ทำ เปน เงิน แฟรง นั้น หล่อ ไว้ แท่ง ยาว ประมาณ ศอก คืบ กว้าง ประมาณ สอง นิ้ว หนา ประมาณ กึ่ง นิ้ว อยู่ แผนก หนึ่ง แล้ว จึง เอา มา หีบ แต่ หีบ นั้น ถ้า จะ เปรียบ ก็ คล้าย กัน กับ หีบ ฝ้าย แต่ เปน เครื่อง เหล็ก ใช้ กล ไก มี หีบ ที่ หนึ่ง ที่ สอง ที่ สาม ตั้ง เรียง เปน แถว กัน หลาย หีบ จน ถึง หีบ ที่ สุด เงิน นั้น ก็ บาง ได้ ที่ เรียบ ร้อย เสมอ กัน เปน มัน เหมือน กับ ขัด ไว้ แล้ว เอา ไป ใส่ ใน ที่ สำหรับ ตัด ให้ กลม แห่ง หนึ่ง ตัด กลม แล้ว เอา ไป ใส่ ใน ที่ สำหรับ ทำ เมด ขอบ เงิน แห่ง หนึ่ง แต่ ที่ หีบ แล ที่ ตัด กลม แล ทำ ขอบ นั้น ไม่ ต้อง ลำบาก ใช้ คน ใช้ กล ไก ไฟ จักร ทั้ง สิ้น คน เปน แต่ คอย ป้อน เหมือน ป้อน หีบ อ้อย ด้วย เครื่อง มือ ที่ ตัด กลม แล ทำ ขอบ นั้น เขา ทำ ไว้ สำเร็จ แล้ว จึ่ง ตัด ที เดียว ได้ ไม่ ต้อง ลำบาก วุ่น วาย หลาย หน แล้ว จึ่ง เอา ไป ตี ตรา ๆ แล้ว ชั่ง ดู แฟรง ใด หนัก แฟรง ได เบา ก็ เอา ออก เสีย เอา แต่ ที่ ได้ ตา ชั่ง ชั่ง แล้ว จึ่ง ต้ม ให้ ขาว แต่ ที่ ตี ตรา แล ชั่ง แล ต้ม ให้ ขาว บริสุทธิ นั้น ใช้ คน ทั้ง สิ้น ชั้น บน นั้น มี ตรา ตัว อย่าง ทุก แผ่นดิน แล เงิน ชาติ ภาษา อื่น ๆ ก็ มี มาก ตรา ที่ เปน รูป คน ก็ มี ครั้น ดู ทั่ว แล้ว มองดิคนี่ ก็ ภา ทูตานุทูต ไป ดู ที่ ทอ พรม พรม นั้น ทำ เปน สดึง ไม่ เปน พื้ม เหมือน ทอ ผ้า แต่ ทอ ได้ ทุก อย่าง เปน รูป คน แล รูป สัตว เปน ดอก ไม้ ทอ ได้ ต่าง ๆ ทุก อย่าง งด งาม เหมือน กับ เขียน แต่ คน ที่ ทอ นั้น เปน ผู้ ชาย ทั้ง สิ้น ทูตานุทูต ดู ทั่ว แล้ว เวลา บ่าย ห้า โมง เสศ กลับ มา โฮ ตล ๚ะ
๏ วัน อาทิตย เดือน แปด แรม สิบห้า ค่ำ มองดิคนี่ ภา ทูตานุทูต ไป ดู พระราช วัง แวร์ ไซล์ ขึ้น รถ ไฟ ไป จาก กรุง ปารีศ ทาง สิบหก ไมล์ ถึง พระราช วัง มี ตึก มี บ้าน มาก นี้ เขา มี ป่า มี สวน ปลูก ผล ไม้ ดอก ไม้ ต่าง ๆ มี ที่ น้ำ ภุ ผุด ขึ้น จาก สระ จาก ที่ ต่าง ๆ หลาย ตำ บล มี ถนน เดิน ได้ ทั่ว กัน สอง ข้าง ถนน มี ต้น ไม้ ใหญ่ สูง ประมาณ เจ็ด วา แปด วา ต้น ห่าง กัน ประมาณ สี่ วา ลาง ถนน กิ่ง ที่ ออก มา ขวาง ถนน ต่ำ ๆ นั้น ตัด เสีย เอา ไว้ แต่ กิ่ง ที่ ไป ตาม ถนน ลำ ต้น นั้น แบน ไป ตาม ถนน ยอด นั้น คลุม เข้า หา กัน แล้ว ตัด ยอด เสมอ ไว้ ช่อง กลาง ห่าง กัน ประมาณ ศอก หนึ่ง มี ทหาร โปลิศ รักษา ทุก ถนน มี พระราชวัง ทำ ไว้ บน เขา แล ใน ป่า สาม แห่ง มี พระแท่น ที่ ข้าง น่า ข้าง ใน หลาย แห่ง ต่าง ๆ กัน ห้อง ที่ พระเจ้า ลุวิศ เสด็จ ออก รับ ทูต กรุง สยาม ครั้ง นั้น พระแท่น ที่ เสด็จ ออก ก็ ยัง รักษา ไว้ งด งาม บริบูรณ อยู่ ห้อง อีก แห่ง หนึ่ง ทำ เปน ตู้ กระจก ใหญ่ ใส่ เครื่อง ทรง ของ พระเจ้า ลุวิศ มี พระ มงกุฎ ฉลอง พระองค อย่าง บุราณ พระแสง ทรง แล เครื่อง ใช้ สอย แต่ ครั้ง พระเจ้า ลุวิศ จัด ไว้ ใน นั้น ทั้ง สิ้น พระ ตำหนัก นั้น ใหญ่ โต มี โรง ลคร อยู่ ใน วัง มี รูป พระ เจ้า แผ่นดิน กรุง ฝรั่งเสศ เขียน ใส่ กระจก ติด ไว้ กับ ฝา ผนัง หก สิบ แปด พระองค จน ถึง สมเด็จ พระเจ้า เอมเปรอ เนโปเลียน ที่ สาม พระองค นี้ มี ฉลาก บอก พระนาม พระชันษา ศักราช แน่ นอน ทุก พระองค มี โรง รถ สำหรับ กระษัตร เลียบ พระ นคร แรก ครอง แผ่นดิน สี่ รถ ๆ นั้น ปิด ทอง ประดับ พลอย มี รูป เทวดา ฝรั่ง ประดับ ทั่ว ทั้ง รถ ดู งาม วิเสศ นัก รถ อีก อย่าง หนึ่ง สำหรับ เล่น น้ำ แขง แต่ ไม่ มี ล้อ มี คัน เหมือน อย่าง เลื่อน ข้าง บน มี หลังคา คล้าย กับ เกี้ยว มี ที่ จำเพาะ นั่ง ได้ คน เดียว แต่ ไม่ ได้ เทียม ม้า มี คน เสือก ข้าง หลัง คน หนึ่ง แล้ว ไป ดู ตำหนัก ที่ ใน สวน อีก แห่ง หนึ่ง ทำ เปน ตำหนัก เล็ก ๆ หลังคา มุง ด้วย ใบ ไม้ ฝา แล เสา นั้น ทำ ด้วย ต้น ไม้ เครือ ไม้ ข้าง ใน ฝา ปิด กระดาษ ลาย ทอง ม่าน แล เบาะ เก้าอี้ ทำ ด้วย แพร เหลือง ทั้ง สิ้น ใน สวน ที่ พระราชวัง แวรไซล์ นั้น มี ธาร คลอง น้ำ ไหล มา แต่ เขา หลาย ตำบล ทูตานุทูต ดู ทั่ว แล้ว เวลา บ่าย สี่ โมง ก็ กลับ มา โฮเตล ๚ะ
๏ วัน จันทร เดือน แปด ทุติยาสาธ ขึ้น ค่ำ หนึ่ง เวลา ทุ่ม เสศ มินิศเตอ ทูวแนล ผู้ สำเร็จ ราชการ ต่าง ประเทศ มี กาด มา เชิญ ทูตานุทูต ที่ ได้ เฝ้า สมเด็จ พระเจ้า เอม เปรอ สิบสี่ นาย กับ บาทหลวง ลุวิศ ลอนนาดี หนึ่ง ไป กิน โต๊ะ ที่ บ้าน มินิศเตอ ทูวแนล แต่ อุปทูต ป่วย หา ได้ ไป ไม่ ทูตานุทูต ไป กิน โต๊ะ พร้อม ด้วย มินิศเตอ ทูวแนล กับ ขุนนาง ฝ่าย ทหาร พล เรือน ห้าสิบ สี่ คน บาท หลวง สอง รูป หา ได้ พูด ด้วย ราชการ สิ่ง ใด ไม่ ครั้น กิน โต๊ะ เสร็จ แล้ว มินิศเตอ ทูวแนล เชิญ พระ ตรา ดวง หนึ่ง กับ เงิน กระดาษ พัน ห้า ร้อย แฟรง ให้ แก่ บาดหลวง สุวิศ ลอน นาดี ล่าม ว่า สมเด็จ พระเจ้า เอมเปรอ โปรด พระราช ทาน ด้วย มี ความ ชอบ ได้ เปน ล่าม เมื่อ มองติกคนี่ เข้า มา ณะ กรุง เทพ ฯ ครั้ง หนึ่ง ได้ เปน ล่าม เมื่อ ทูตานุทูต ออก มา ณะ กรุง ปาริศ ครั้ง หนึ่ง แล้ว จะ พระราช ทาน เปน เงิน ปี ให้ ปี ละ ห้า ร้อย แฟรง ทุก ปี ครั้น เสร็จ แล้ว เวลา สี่ ทุ่ม ทูตานุทูต ก็ กลับ มา โฮเตล ๚ะ
๏ ณวัน อังคาร เดือน แปด ทุติยาสาธ ขึ้น สอง ค่ำ เวลา บ่าย โมง หนึ่ง มองติกคนี่ ภา ทูตานุทูต ไป ดู สวน แล สัตว ต่าง ๆ ใน สวน นั้น ถ้า ต้น ไม้ สิ่ง ใด เปน ของ อยู่ ใน ประเทศ ร้อน ก็ ทำ เปน โรง แก้ว ครอบ ต้น ไม้ นั้น ไว้ แล้ว ไข ไอ ร้อน เข้า ไป ให้ ต้น ไม้ นั้น บริบูรณ ดี ด้วย ได้ รับ ไอ อากาศ ที่ ร้อน ใน สวน นั้น มี ต้น ผล ไม้ รศ รื่น พื้น สอาด ดี บริสุทธิ มี สระ น้ำ อยู่ ใน สวน สระหนึ่ง น้ำ นั้น เย็น ใส สอาด สวน นั้น ตั้ง อยู่ ทิศ ตวัน ออก ชื่อ ว่า ตูอิเลรี เขา ทำ ที่ เลี้ยง สัตว ไว้ ถ้า สัตว สี่ เท้า เปน ต้น ว่า แล หมี สิงห โต เปน สัตว ร้าย เขา ทำ เปน ตึก ซี่ กรง เหล็ก กั้น เปน ห้อง ๆ ทำ ที่ ให้ นอน ห้อง หนึ่ง ที่ ออก มา ให้ คน ดู ห้อง หนึ่ง ถ้า สัตว เชื่อง ก็ ทำ คอก ขัง ไว้ สัตว ที่ เรียก ว่า สิงหโต นั้น น่า เทา เหมือน เสือ ขน คอ ยาว ขน ตัว สั้น ตัว แดง หาง ยาว ปลาย หาง เปน พวง ฝรั่ง เสศ เรียก ว่า ลิยอง ดุ ร้าย ยิ่ง กว่า เสือ มี สัตว อีก อย่าง หนึ่ง เปน ของ ปลาศ ไม่ มี ใน เขตร แดน สยาม เท้า น่า สั้น เท้า หลัง ยาว รูป คล้าย ชมด มี ถุง อยู่ ที่ ท้อง เมื่อ เวลา เที่ยว หา กิน ลูก ก็ ออก จาก ถุง ท้อง เที่ยว เดิน ตาม แม่ คน ที่ ไป ดู ตบ มือ ให้ ตก ใจ ลูก ก็ วิ่ง เข้า ใน ถุง ท้อง แล้ว เยี่ยม น่า ออก มา แม่ ก็ ภา วิ่ง ไป ฝรั่งเสศ เรียก ว่า กังกูรู เปน สัตว บก ถ้า สัตว น้ำ เปน ต้น ว่า จรเข้ แล สัตว ต่าง ๆ ที่ โต ก็ ใส่ ไว้ ใน สระ แต่ สัตว อีก อย่าง หนึ่ง น่า สั้น คล้าย กับ นาค มี เท้า สอง เท้า หาง คล้าย กับ หาง ปลา ฯะ
แม่ น้ำ ใน เมือง ฝรั่งเสศ
๏ แม่ น้ำ ทั้ง ใหญ่ แล น้อย สิ้น ด้วย กัน นับ ได้ หก พัน แม่ น้ำ แต่ ทว่า แม่ น้ำ ที่ สำหรับ เรือ ไป มา ได้ นั้น มี อยู่ ๓๐๐ แม่ น้ำ เมือง หลวง ชื่อ ปาริศ ตั้ง อยู่ ริม แม่ น้ำ เซ็น แม่ น้ำ เซ็น นั้น ไหล ตลอด ไป ใน ท่า กลาง เมือง ใน ที่ กลาง แม่ น้ำ ที่ อยู่ ใน ระหว่าง แห่ง เมือง นั้น มี เกาะ สาม เกาะ ใน เกาะ อัน หนึ่ง แต่ ปาง ก่อน มี กระษัตร องค หนึ่ง ชื่อ โคลวิด ได้ สร้าง พระราชวัง ใน เกาะ อัน นั้น ครั้น โคลวิด สวรรคต แล้ว กระษัตร ที่ ครอง ต่อ ๆ กัน มา ก็ ได้ ซ่อม แปลง วัง นั้น ริ ได้ ขาด พระราชวัง ก็ ยิ่ง โอภาส รจนา งาม จน ถึง กระษัตร นาโปเลียน โบนาปาร์ต ก็ ได้ สร้าง ราช วัง ให้ สอาด งาม วิจิตร ยิ่ง หนัก หนา ใน พระ ภารา ด้าน ทิศ ตวัน ออก เรือน พาน จะ ไม่ สู้ งาม ใน ด้าน ทิศ ตวัน ตก เรือน งด งาม ดี ทั้ง หนทาง ก็ ยาว รี กว้าง ขวาง มี ที่ เที่ยว เปน สนาม เล่น มี หญ้า อัน สด งาม ปน สนาม สำหรับ คน เที่ยว เล่น สบาย เปน ศุข ใน ที่ นั้น เขา ปลูก เรือน ไม่ สู้ มาก แล เขา แต่ง ตัว ด้วย ผ้า เนื้อ ละเอียด เขา กิน กาแฝ่ แล ชา แล นั่ง สนทนา ปฤกษา กัน ก็ ได้ ฟัง ซึ่ง สำเนียง คน ร้อง เพลง เพราะ แล สำเนียง เสียง มะโหรี ต่าง ๆ กัน ใน ที่ สนาม เล่น นั้น แล สนาม นั้น มี เรือน ใหญ่ ๆ แวด ล้อม อยู่ บ้าง ครั้น ถึง เวลา เยยน จะ ใกล้ ค่ำ เขา จุด ตะเกียง แล ประทีป น้ำ มัน ที่ ใน เรือน ให้ แสง ส่อง สว่าง น่า สนุกนี้ นัก ใน เมือง นั้น มี ที่ ฝึก หัด คน ให้ เปน ทหาร ตั้ง แต่ ทิ สุด ที่ ฝึก หัด นั้น จน ถึง ฝั่ง แม่ น้ำ ก็ เปน ที่ ทหาร มา ประชุม พร้อม ซัก ซ้อม กัน ถวาย ให้ กระษัตร ทอด พระเนตร แล ให้ แม่ ทัพ พิจารณา ดู เช่น ที่ เลี้ยง โต๊ะ ใน วัง ประเสริฐ ด้วย มี สวน ดอก ไม้ ใหญ่ โต สนุกนี้ นัก ข้าง ทิศ ตวัน ออก มี หน ทาง ราบ รื่น สอาด ดี มี ทั้ง พฤกษา อ่อน แก่ หนุ่ม กอบ ด้วย ดอก บาน ตูม แล ผัก ผล มี สระ น้ำ สำหรับ สวน เปน ที่ สบาย ชาว ปารีศ ก็ ชวน กัน ไป เที่ยว เล่น เปน บรม สุข ทุก วัน สวน นั้น มี ชื่อ ว่า ตุอีเลรี่ ฯะ
๏ ข่าว ใน กรุง เทพ ๆะ
๏ วัน อังคาร เดือน ห้า ขึ้น แปด ค่ำ ปี รกา ยัง เปน ฉอศก ศักราช ๑๒๔๖ ทรง พระกรุณา โปรด เกล้า พระราชทาน ตรา ตั้ง ให้ เจ้าพนักงาน กรมท่า ส่ง ไป ตั้ง ให้ มิศเตอ ซึมอล คิลเบิต โยนส์ เปน กงซุล สยาม ณะ เมือง รางกุน ให้ มิศเตอ ยอน คอนเนลล เปน กงซุล สยาม ณเมือง มอลเมน คละ ฉบับ ตรา ตั้ง ทั้ง สอง ฉบับ นั้น มี คำ ข้าง ท้าย ดัง นี้ ใน การ ที่ จะ ให้ เปน สำคัญ ใน หนังสือ นี้ ฉัน ใด ได้ ประทับ พระราชลัญ จกร ไว้ แล้ว แต่ พระที่นั่ง จักรกรี มหาปราสาท ใน พระบรม มหาราชวัง กรุง เทพ ณวัน อังคาร ดิถี ที่ ๘ ข้าง ขึ้น ของ เดือน ที่ ๕ ชื่อ จิตรมาศ ใน ปี รกา ยัง เปน ฉอศก จุลศักราช โหร สยาม ๑๒๔๖ ตรง กับ สุริยคติ กาล อย่าง ยุโรป เปน วัน ที่ ๒๕ เดือน มาช ปี คฤศต ศักราช ๑๘๘๕ เปน วัน ที่ ๕๗๘๘ ฤๅ ปี ที่ ๑๗ ใน รัชกาล ปัตยุบัน นี้ ะ
๏ มี คำ เลื่อง ฤๅ ว่า ปืน ใหญ่ ปืน ใหม่ ที่ ไป ตั้ง ที่ ลานเท ใน การ ที่ จะ ยิง เป้า ทูล เกล้า ถวาย ทอด พระ เนตร ที่ จะ เปน ปืน ไม่ สู้ ดี หา สม ราคา แพง ๆ ที่ ต้อง สู้ เสีย ซื้อ นั้น ไม่ พวก ต่าง ๆ นั้น ซึ่ง ชวน ให้ ใน หลวง ออก พระ ราช ทรัพย ซื้อ ของ ต่าง ๆ ควร ที่ จะ ระวัง ให้ มาก ๆ อย่า ให้ เสีย พระ ราช ทรัพย เปล่า แต่ ควร เอา ใจ ใส่ จัด ซื้อ ของ ที่ ดี ๆ ใช้ ได้ นาน คน ที่ เข้า ใจ การ จะ ได้ ออก ปาก ชม ว่า ซึ่ง ซื้อ มา ถวาย นั้น เปน ของ เอก สม ราคา สม เปน ของ ถวาย ด้วย ๚ะ
๏ ถึง แก่ อสัญ กรรม เปน การ ไข้ ใหญ่ ณะ ที่ กรุง ปึกิง ณวัน อาทิตย เดือน ห้า ขึ้น เจด ค่ำ ะ
๏ ชาว สยาม บาง คน ณะ กรุง เทพ คง จำ ได้ ว่า ใน ปี เถาะ สัปตศก จุลศักราช ๑๒๑๗ คราว สมเด็จ พระ บรม นาง กระสัตรี กวิน พวก อังคริษ ได้ มี พระ บรม ราช โองการ พระ ราชทาน ตรา ตั้ง ให้ เซอ ยอน โบริง เจ้า เมือง ฮ่องกง มา เปน ราชทูต คิด อ่าน กับ ผู้ หลัก ผู้ ใหญ่ ฝ่าย ประเทศ สยาม ให้ ทำ หนัง สือ สัญญา เปน ทาง พระ ราช ไมตรี ลูก ค้า วานิช ทั้ง สอง ฝ่าย นั้น จะ ได้ มี ค้า ทาง ซื้อ ขาย ของ ให้ ร์ ความ ศุข ความ เจริญ ทวี ขึ้น ทั้ง สอง ฝ่าย คราว นั้น มิศเตอ แฮรี สมิท ปาก คน นี้ เปน คน หนุ่ม เปน แต่ เพียง กงซุล ใน เมือง แกนตอน แต่ เปน คน ปัญญา เฉลียว ฉลาด ชำนาญ ใน ภาษา จีน เซอ ยอน โบริง จึ่ง บังคับ ให้ มิศเตอ แฮรี สมิท ปาก ดิจ ตาม ราชทูต เข้า มา ช่วย ใน การ ทำ หนังสือ สัญญา นั้น ใน คราว นั้น พวก ขุนนาง แล เสนาบดี ฝ่าย สยาม กลัว พวก ฝรั่ง เปน อัน ยิ่ง ไม่ อยาก จะ ให้ ราชทูต เข้า มา ทั้ง ไม่ อยาก จะ คิด ทำ หนังสือ สัญญา ต่อ กัน ฝ่าย พวก อังกฤษ ก็ เตม ใจ เหน พร้อม แล้ว ว่า ไม่ ควร ที่ จะ ให้ พวก ข้า ราช การ บิด ทาง ค้า ขาย ต่อ ไป เลย เซอ ยอน โบริง เปน คน คิด ภุก ซึ้ง แต่ ไม่ ใคร่ จะ พูด มาก มิศเตอ ปาก นั้น เปน คน ปัญญา ไว เปน คน ร้อน ใจ ครั้น ได้ จับ คิด ทำ การ สิ่ง หนึ่ง สิ่ง ใด คง จะ ทำ จน สำเร็จ กำปั่น ไฟ ลำ เล็ก ลำ หนึ่ง ก็ ขึ้น มา ตาม ลำ แม่ น้ำ มา จอด ตาม ลำ แม่น้ำ หมุน ช่วย รักษา ราชทูต แล ชาว นอก ที่ อาไศรย อยู่ ใน กรุง เทพ ครั้น ชาว สยาม เหน ว่า ทน ทาน อังกฤษ ไม่ ไหว แล้ว ชาว สยาม คน ใจ โบราณ ๆ นั้น เหน ว่า เหลือ กำลัง แล้ว จึ่ง พร้อม ใจ กับ สมเด็จ พระ บาท พระ จอมเกล้า เจ้า อยู่ หัว แล สมเด็จ พระ ปิ่น เกล้า เจ้า อยู่ หัว ตก ลง กัน ทำ หนังสือ สัญญา อนุญาต เปิด ให้ กำปั่น อังกฤษ เข้า มา ณกรุง เทพ ค้า ขาย ยอม ให้ มี กงซุล มา ตั้ง อยู่ ใน กรุง เทพ ชำระ ถ้อย ความ ฝรั่ง ต่อ ฝรั่ง แล ยอม ให้ ชาว นอก จัด ซื้อ ที่ ก่อ ตึก ปลูก บ้าน เรือน อยู่ ทำ มา หา กิน โดย ซื่อ สุจริต คราว ทำ หนังสือ สัญญา ฉบับ อังกฤษ นั้น แฮรี สมิท ปาก ได้ ช่วย เซอ ยอน โบริง เปน อัน มาก จน สำ เร็จ การ เมื่อ ทำ หนังสือ สัญญา แล้ว จึ่ง ให้ แฮรี สมิท ปาก ถือ หนังสือ สัญญา ใหม่ นั้น ไป ถวาย สมเด็จ พระบรม กระษัตริ์ พระนาง กวิน ให้ ประทับ ตรา หลวง อังกฤษ จะ ได้ กลับ เข้า มา เปลี่ยน ที่ ประเทศ สยาม คราว ที่ จะ ส่ง หนังสือ นั้น กลับ เข้า มา ยัง กรุง เทพ สม เด็จ พระบรม กระษัตริ์ พระนาง กวิน โปรด ตั้ง ให้ มิศ เตอ แฮรี สมิท ปาก เปน ผู้ ถือ หนังสือ ที่ ประทับ ตรา หลวง อังกฤษ แล้ว มา เปลี่ยน กัน แล้ว ก็ โปรด ตั้ง ให้ มิศเตอ แฮรี ปาก เปน ตำแหน่ง มี อำนาจ คิด เพิ่ม เติม ข้อ ต่าง ๆ อัน ควร จะ มี เพื่อ จะ ให้ เข้า ใจ ความ ใน หนังสือ สัญญา ที่ ทำ แล้ว ให้ เลอียด ให้ ง่าย ใน ปี เถาะ สัปตศก วัน พุฒ เดือน ห้า ขึ้น สอง ค่ำ นั้น
๏ สมเด็จ พระเจ้า กรุง สยาม ทั้งสอง พระองค์ ใน คราว จัด เจ้า พนักงาน ให้ เพิ่ม เติม ข้อ สัญญา ใหม่ เจ้า พนัก งาน ฝ่าย สยาม แล มินิศเตอ แฮรี สมิท ปาก ได้ ทำ หนัง สือ ไข ข้อ สัญญา เพิ่ม เติม แล้ว เสร็จ แล ประทับ ตรา ณวัน อังคาร เดือน หก ขึ้น เก้าค่ำ ปี มะโรง อัฐศก ๑๒๓๗ ครั้น ทำ เสร์จ แล้ว มิศเตอ แฮร์ สมิท ปาก ทูล ลา ภา ภรรยา ออก จาก กรุง ไป เมือง จีน รับ ราชการ ใน เมือง นั้น ต่อ กัน ไป ตั้ง แต่ นี้ ไป ใน ประเทศ จีน มิศเตอแฮร์สมิท ปาก ทำ ราชการ สนอง พระเดช พระคุณ สมเด็จ พระบรม กระษัตริ์ พระนาง กวิน พระเจ้า ประเทศ อิงแลนด์ จน สมเด็จ พระเจ้า ประเทศ อิงแลนด์ ทรง พระกรุณา โปรด พระราชทาน พระราช อิศริยยศ เปน K.C.B. ครั้ง หนึ่ง อีก ครั้ง หนึ่ง โปรด พระราช ทาน พระราช อิศริยยศ เปน G.C.M.G ไม่ ช้า นาน นัก ได้ พระราช ทาน ตรา ตั้ง ให้ เปน ราชทูต แล กงซุล เย นิรัล อังกฤษ ประจำ อยู่ กรุง เมือง ยิปุ่น ต่อ ได้ เปน ราชทูต ทำ หนังสือ สัญญา เปน ทาง พระราช ไมตรี ฝ่าย ประเทศ อังกฤษ แล ประเทศ โกเรีย ปลาย สุด ได้ ตรา ตั้ง เปน ราชทูต ประจำ อยู่ ที่ กรุง ปีกิน ใน ประเทศ จีน เซอ แฮริสมิทปาก คน นี้ เปน คน ชำนาญ ราชการ เปน คน ใจ ซื่อ ตรง เหน แต่ ที่ จะ ให้ ราชการ เปน อัน สำเร็จ ให้ เปน ประโยชน รอบ คอบ แล เปน คน ที่ พวก ฝรั่ง พวก ยิปุ่น พวก จีน พวก สยาม นับถือ เปน อัน มาก ว่า เปน คน ควร เปน แบบ แก่ ทุก คน ที่ ทำ ราชการ คิด สนอง พระเดช พระคุณ ของ เจ้า แผ่นดิน บ้าน เมืองโดย ซื่อ สุจริต ต่อ เจ้า แผ่นดิน แล ราษฎร ด้วย ๚ะ
๏ ข้าพเจ้า ผู้ มี ชื่อ ใน ท้าย หนังสือ นี้ ขอ แจ้ง ความ มา ยัง ท่าน ครู สมิท ด้วย ท่าน ลง พิมพ์ ใน สยาม ไสมย เล่ม ๓ แผ่น ๓๒ น่า ๔๗๕ วัน พุฒ เดือน ห้า แรม ส่อง ค่ำ ว่า ด้วย คน ไทย ชม สรรเสิญ เจ้าคุณ ภาสกรวงษ นาย ของ ข้าพเจ้า เปน หลาย ข้อ นั้น กล่าว ความ จริง บ้าง เกิน ไป กว่า เหตุ บ้าง แล คำ แอบ คำ แฝง ก็ มี นั้น ข้า พเจ้า จึ่ง ขอ ชี้ แจง มา ให้ ท่าน ทราบ ว่า ความ สรร เสิญ เยิน ยอ กัน นั้น เหมือน ยัง คำ คุณะสัพท์ ที่ ว่า หวาน แล ขม ของ หวาน นั้น ถึง จะ เปน การ แสลง กับ โรค ก็ มี ผู้ ชอบ ทั้ง นั้น แต่ ของ ขม ถึง จะ บำบัด โรค ได้ ก็ ดี ก็ ไม่ เปน ที่ ชอบ ใจ ของ คน ทั้งปวง ฉันใด ความ สรรเสิญ เยิน ยอ กัน นั้น เปน ที่ ชอบ ใจ ของ ท่าน ทั้งปวง มาก กว่า ความ ติ เตียน นินทา นี้ เปน ธรรมดา ของ ความ นิยม กัน เพราะ ฉนั้น จะ ปติเสศ เสีย ไม่ ได้ แต่ ถ้า จะ ว่า ตาม ความ ที่ แท้ แล้ว ความ สรรเสิญ แล ความ นินทา เปน โลกย ธรรม ผู้ ที่ มี ความ ศึกษา แล้ว ก็ คง จะ มี อารมณ เปน อย่าง กลาง เพราะ ฉนั้น ใน คำ ที่ สรรเสิญ เจ้าคุณ ท่าน ได้ ปัฏิ สังขรณ เฃา วัด ประ ยุรวงษ ว่า เปน การ ดี นั้น ข้าพเจ้า ขอบ ใจ แล้ว แต่ เจ้าคุณ ทหาร ท่าน ได้ ปัฏิ สังขรณ พระ อุโบ สถ แล วิหาร ซึ่ง เปน ของ ใหญ่ ขึ้น นั้น ท่าน ผู้ ที่ มี ใจ เปน คน กลาง ๆ ที่ ได้ ชม เจ้าคุณ ท่าน นั้น ควร ที่ จะ สรรเสิญ เจ้าคุณ ทหาร ให้ ยิ่ง ขึ้น ไป ข้อ ซึ่ง ว่า ท่าน ผู้ ที่ มี ใจ เปน คน กลาง ๆ ยก ความ ดี ที่ เจ้าคุณ ท่าน ได้ อุส่าห บริจาค ทรัพย จ้าง ครู ตั้ง ศาลา ส่อน หนังสือ อังกฤษ แล ขอม ไทย ที่ ศาลา ใน วัด ประยุรวงษ ให้ บุตร ชาว บ้าน มา เล่า เรียน นั้น ยัง คลาด เคลื่อน อยู่ ด้วย การ โรง เรียน นี้ เปน พระ ราช ประสงค์ ของ พระบาท สมเด็จ พระเจ้า อยู่ หัว ที่ ทรง พระ มหา กรุณา โปรด เกล้า ฯ จะ ให้ ไพร่ ฟ้า ข้า แผ่นดิน ได้ ความ ศึกษา เปน วิชา สำหรับ ตัว จึ่ง ได้ สละ พระ ราชทรัพย์ ตั้ง โรงเรียน แล พระราช ทาน เงิน เดือน ให้ แก่ ครู แล โปรด เกล้า ฯ ให้ สร้าง ตำรา ที่ จะ ศึกษา ขึ้น ไว้ เจ้าคุณ ท่าน เปน แต่ ผู้ ยินดี ตาม กระแส พระ ราช ดำริห์ รับ เปน แต่ ผู้ บำรุง เท่า นั้น ข้อ ซึ่ง ท่าน ผู้ มี ใจ เปน คน กลาง ๆ กล่าว ว่า ใจ ของ เจ้าคุณ ท่าน ประ กอบ ไป ด้วย ความ ยุติ ธรรม จึ่ง มี ภรรยา คน เดียว เท่า นั้น การ ที่ มี ภรรยา คน เดียว นี้ มิ ใช่ แต่ ท่าน คน เดียว คน อื่น ๆ ก็ มี ภรรยา คน เดียว อยู่ ถม ไป จะ มา จำ เกาะ สรรเสิญ แต่ เจ้าคุณ ท่าน ว่า เปน คน ดี แต่ คน เดียว นั้น ไม่ ชอบ การ ที่ จะ มี ภรรยา ผู้ เดียว ฤา มาก นั้น ไม่ เปน ประมาณ ของ การ ยุติ ธรรม ด้วย เรื่อง ภรรยา ดอก แล้ว แต่ ความ ประสงค์ ที่ เพียง ภอ นั้น แล เปน สำคัญ การ อัน นี้ เปน ทาง ที่ เหน กลับ กัน ไป ก็ ได้ ท่าน ที่ มี ภรรยา มาก ประกอบ ไป ด้วย ความ ยุติธรรม ก็ ถม ไป ใน ข้อ สุด ว่า เจ้าคุณ ท่าน เปน อธิบดี อยู่ ใน ศาล กระทรวง ชำระ ความ ส่วน ท่าน ก็ ตัด สิ้น ความ โดย ยุติธรรม แต่ ขุน ศาล ตระลาการ คน ข้าง เคียง ของ ท่าน กระทำ ให้ ราษฎร เดือด ร้อน มี ข่าว เลื่อง ฦา เปน การ จริง ชุก ชุม นัก ซึ่ง ท่าน ผู้ มี ใจ เปน คน กลาง ๆ กล่าว เช่น นี้ จะ สรรเสิญ เจ้าคุณ ว่า แต่ ท่าน เปน คน ดี แต่ ขุน ศาล ตระ ลาการ คน ข้าง เคียง ของ ท่าน เปน คน ชั่ว นั้น จะ ว่า ท่าน ดี ไป อย่าง ไร ได้ ตัว ท่าน ก็ ต้อง ชั่ว ด้วย เหมือน กัน ด้วย คน ข้าง เคียง ของ ท่าน นั้น กิน ความ มาก นัก แต่ เปน ความ ซัน [?] ที่ ท่าน ผู้ มี ใจ เปน กลาง ๆ รับ สม อ้าง ว่า เปน ความ จริง ชุก ชุม โดย ข่าว เลื่อง ฦา นั้น ท่าน ผู้ มี ใจ เปน กลาง ได้ มี สิ่ง สำคัญ อัน ใด เปน หลัก ถาน เปน พยาน ได้ แน่ ก็ เมื่อ เหน ว่า ขุนศาล ตระลาการ คน ข้าง เคียง ของ ท่าน กระทำ ให้ ราษฎร ได้ ความ เดือด ร้อน แล้ว ชอบ ที่ จะ ทำ ฎีกา ทูล เกล้า ฯ ถวาย ฤา มิ ฉนั้น ควร ที่ ผู้ มี ใจ เปน กลาง จะ ร้อง เรียน ให้ มี ผู้ ชำระ ถ้า พิจารณา ว่า กล่าว เมื่อ ได้ ความ จริง จึ่ง ควร ยก ขึ้น กล่าว ได้ นี่ ก็ ยัง ไม่ มี สิ่ง ใด เปน ที่ อ้าง สัก อย่าง หนึ่ง ใน ความ ข้อ นี้ ท่าน ผู้ ที่ ลง พิมพ จะ ยก ตัว ว่า ใจ เปน กลาง อย่าง ไร ได้ เมื่อ รู้ จริง มี หลัก ถาน เปน สิ่ง สำคัญ แล้ว ขอ ให้ มา เรียน แก่ เจ้าคุณ ท่าน คง จะ ขอบ ใจ เปน อัน มาก และ เหมือน เปน การ ช่วย ระงับ ความ เดือด ร้อน ของ ราษฎร ที่ คน ข้าง เคียง ของ เจ้าคุณท่าน ได้ กระทำ นั้น ด้วย ซึ่ง ท่าน กล่าว ความ แซ่ ลอย ๆ เล่น เช่น นี้ มิ ได้ ปรากฏ ว่า คน ดี แล ชั่ว ข้าพเจ้า ก็ เปน คน รับ ใช้ ข้าง เคียง ของ ท่าน อยู่ คน หนึ่ง จึ่ง ต้อง จำ จดหมาย ตอบ มา ให้ ท่าน ครู สมิท ทราบ ขอ ได้ ช่วย บอก แก่ ท่าน ผู้ ที่ มี ใจ เปน กลาง ๆ ให้ อ้าง ความ ข้อ นี้ ให้ เปน หลัก ถาน จำเพาะ ตัว อย่า ให้ เพื่อ ไป จึ่ง จะ ควร แล นับ ว่า ใจ เปน กลาง ได้ ซึ่ง จะ พูด เล่น แต่ ลอย ๆ เปล่า ๆ เช่น นี้ ไม่ ชอบ ดู เปน ที่ ว่า มี น้ำ ใจ ขัด เคือง กัน ๚ะ
ณ วัน พฤหัสบดี เดือน ห้า แรม สิบ ค่ำ
เงิน แบนก์ ลันดัน สี่ เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ ๑ อัฐ
เงิน โปรเวศ สาม เดือน ๓ ชิลิง ๗ เปนซ กับ ๔ อัฐ ค่า ซอวริน ทอง คำ ถึง ๕ เหรียน ๗๒ เซนต
ข่าว โทรเลข นอก
๏ ซองกอง วัน ประหัสบดี เดือน ห้า แรม สาม ค่ำ ข้อ ต่าง ๆ ซึ่ง มองเซอ เฟรี่ กะไว้ นั้น คอเวินแมนต จีน ยอม รับ แล้ว แก่ ใน ระหว่าง นั้น กอง ทัพ ฝรั่งเศส ถอย กลับ เตม กำลัง มา ยัง เมือง จู แล้ว พวก จีน ที่ จะ สกัด ทาง มิ ให้ ถอย กลับ ได้ ท่า ทาง เอา เปน แน่ ไม่ ได้ ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน ประหัสบดี เดือน ห้า แรม สาม ค่ำ ปาเลี่ยแมนต เลิก ปฤกษา ราชการ คราว เทศการ อีซเตอร
๏ เมือง ซองกอง วัน เสาร เดือน ห้า แรม ห้า ค่ำ ครั้น รบ กัน แขง แรง อัดมิรัล กูเบ ได้ ตี เอา เกาะ เปศกะ โดริซ ไว้ แล้ว ๚ะ
๏ เมือง ซุอะกิม วัน เสาร เดือน ห้า แรม ห้า ค่ำ พวก บริติช ตี ได้ เมือง ตะมาย แล้ว พวก ฆ่าศึก ถอย กลับ เสีย ผู้ คน เล็ก น้อย ทั้ง สอง ข้าง ๚ะ
๏ กรุง ปารีศ วัน เสาร เดือน ห้า แรม ห้า ค่ำ มองเซอร ตะ เฟรซิเน เลิก การ ที่ จะ ตั้ง แกบิเนต ใหม่ ขึ้น ธุระ นั้น ตก เปน พนักงาน ของ มองเซอร กอนซแตนซ์ ฯะ
๏ เยนิรัล บูแลนเช แม่ กอง ทัพ ใน เมือง ตูนิศ รับ ตรา ตั้ง แล้ว ให้ เปน แม่ กอง ทัพ ต่าง ๆ ที่ ไป เมือง ตอน กวิน ฯะ
๏ กรุง ลันดัน วัน เสาร เดือน ห้า แรม ห้า ค่ำ เอรล์ แกน ถึง แก่ กรรม แล้ว ฯะ
๏ กรุง ปารีศ วัน อาทิตย เดือน ห้า แรม หก ค่ำ ซึ่ง พวก จีน ได้ รับ ข้อ สัญญา ให้ เปน การ สงบ ดู จะ เปน ที่ สงไสย มาก เขา แจ้ง ความ ว่า การ ต่อ กัน เปน การ สัญญา ของ มองเซอร เฟรี่ นอก แบบ ไป ฯะ
๏ พวก อังกฤษ ที่ ฮองกง แล เมือง สิงฆโปร คิด อ่าน กัน จะ ให้ มี สาย โทรเลข ตรง ติด ต่อ เมือง ทั้ง สอง เมือง ซึ่ง เปน เขตร อังกฤษ ใกล้ เคียง กัน นั้น แล ให้ สำเร็จ การ ที่ จะ ป้อง กัน เมือง ทั้งสอง นั้น ให้ รับ สู้ ฆ่า ศึก ให้ ได้ ๚ะ
๏ เมือง ซุอะกิม วัน จันทร เดือน ห้า แรม เจด ค่ำ กอง ทัพ บริติช กลับ มา ยัง เมือง ซุอะกิม เพราะ กันดาน น้ำ ที่ เมือง ตะมาย ๚ะ
๏ กรุง ลันดัน วัน อังคาร เดือน ห้า แรม แปด ค่ำ หนัง สือ จดหมาย เหตุ ไตมซ ลง พิมพ์ ข่าว โทรเลข ข้อ หนึ่ง ว่า ฝรั่งเสศ แล จีน ได้ ตก ลง ทำ สัญญา ให้ การ สงบ ลง เพราะ อาไศรย เซอ รอเบิด หาด ตาม ทำนอง คราว ชุม นุม กัน กับ มองเซอ ฟุเนียร ไม่ ต้อง เสีย ค่า รบ กัน นั้น ฯะ
๏ กรุง ปารีศ วัน อังคาร เดือน ห้า แรม แปด ค่ำ มอง เซอ บริซซอง ได้ จัด แกบิเนต ใหม่ ใน แกบิเนต ใหม่ นี้ มองเซอ เฟรซิเน เปน มินิศเตอ ผู้ ว่า การ ต่าง ประเทศ ฯะ
๏ ช้าง สาร หก ศอก ไซ้ เสีย งา งู เห่า กลาย เปน ปลา อย่า ต้อง ข้า เก่า แม้ เจรจา เอม โอช เมีย รักษ นอน ร่วม ห้อง ห่อน ไว้ วาง ใจ ฯะ
๏ รล ใหญ่ กว่า เพื่อน พ้อง รกา จรเข้ พัน คงคา ใหญ่ กว้าง เสือ อวด ว่า อาตมา โต กว่า ดง แฮ สาม สิ่ง นี้ โอ่ อ้าง ใหญ่ ไช้ ใคร จะ เหน ฯะ
| กำปั่น เข้า ออก ใน กรุง เทพ | ||||||
| ถัด วัน พุฒ เดือน ห้า แรม ๙ ค่ำ จน ถึง วัน พุฒ เดือน หก ขึ้น ๒ ค่ำ ปี ระกา สัปตศก ๑๒๔๗ | ||||||
| ๏ ใน บาญชี นี้ ใช้ อักษร แทน กัน ดัง นี้ ก ก ฟ แทน กำปั่น กล ไฟ ก ก ฟ ร แทน กำปั่น กล ไฟ รบ ก ๒ ส ค แทน | ||||||
| กำปั่น สอง เสา ครึ่ง ก ๓ ส แทน กำปั่น สาม เสา ก ส ค แทน กำปั่น เสา ครึ่ง ก ฟ จ ข แทน กำปั่น ไฟ จักร ข้าง ฯะ | ||||||
| เรือ เข้า | ||||||
| ชื่อ กำปั่น | ธง แล กระบวน | น้ำหนัก | ชื่อ กัปตัน | ห้าง ที่ เรือ ขึ้น | มา แต่ ไหน | วัน เข้า |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๓๓ ตัน | เรดเมเกอร์ | มารกวาลด แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๙ ค่ำ |
| แคนยุป | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๑๒ | นิวตัน | วินดซอโรซ แอน โก | ฮองกอง | ๑๐ ค่ำ |
| รุ ตอ ล ฟ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๓๖๕ | เมเยอร | เกิดเต | สิงฆโปร | ๑๑ ค่ำ |
| ไตเจี่ยว | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๖๒ | ยรตัน | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ๑๓ ค่ำ |
| กถิอะทอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๘๑๘ | ดินการค์ | เจ๊ก | สิงฆโปร | ๑๓ ค่ำ |
| แมกอะลิศเตอร | ก ก ฟ อังกฤษ | ๔๒๒ | คัดดัค | บอนิโอ กำปนี | สิงฆโปร | ๑๔ ค่ำ |
| พระจุล จอมเกล้า | ก ก ฟ อังกฤษ | ๑๐๑๑ | ซตรัดตัน | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | ขึ้น ๑ ค่ำ |
| เรือ ออก | ||||||
| จะ ไป ไหน | วัน ออก | |||||
| เฮกุบะ | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๙๐ | ไวต์ | วินดซอโรซ แอน โก | สิงฆโปร | แรม ๑๐ ค่ำ |
| สุริยวงษ | ก ก ฟ เยอรแมน | ๕๓๓ | เรดเมเกอร์ | มารกวาลด แอน โก | สิงฆโปร | ๑๒ ค่ำ |
| แคนยุป | ก ก ฟ อังกฤษ | ๕๑๒ | นิวตัน | วินดซอรโรซ แอนโก | ฮองกอง | ๑๓ ค่ำ |
| ๏ กำปั่น กล ไฟ สุริยวงษ มี คน เดิน สาร ที่ ดาด ฟ้า ๒๐ คน ฯ เรือ แคนยุป มี คน เจ๊ก เดิน สาร ที่ ดาด ฟ้า ๗ คน ฯ | ||||||
| เรือ รุ ตอ ล ฟ มี คน เจ๊ก เดิน สาร ที่ ดาด ฟ้า ๑๗ คน ฯ เรือ ไตเจี่ยว มี คน เดิน สาร ที่ ดาด ฟ้า ๕๖ คน ฯ เรือ กถิอะทอร | ||||||
| มี คน เดิน สาร ที่ ดาด ฟ้า ๖ คน ฯ เรือ แมกอะลิศเตอร มี คน เดิน สาร ใน ห้อง แกะบิน ๖ คน แล ที่ ดาด ฟ้า ๘ คน ฯะ | ||||||
๏ ดู ข้า ฯ เมื่อ ใช้ การ หนัก ดู มิตร์ พงษา รัก เมื่อ ไร้ ดู เมีย เมื่อ ไข้ หนัก อัพ ลาภ อาจ รู้ จิตร ไว้ ว่า ร้าย ดี จริง ๚ะ
๏ มี ข้า ชิด ชอบ ใช้ หลาย สถาน ข้า หนึ่ง กิจ การ งาน เร่ง ร้อน ข้า หนึ่ง ฉ้อ ฉก พาล เบียฬ เบียด ข้า หนึ่ง คอย ขอด ข้อน แนะ ให้ ศัตรู ๚ะ
๏ หญิง ทาษ ทาง ทาษ ใช้ ชอบ ควร อย่า และ เลียม ลาม ลวน วาก เว้า รู้ รศ แรง รัก ชวน ใช้ ยาก ดั่ง แมลง ป่อง จรเข้ ก่ง แง้ งอน หาง ๚ะ
๏ ทาษา อย่า ติด ไว้ วาง ใจ ปก ปิด กล ภาย ใน อย่า หง้าย เลศ ลับ สรรพ ใด ใด เห็น เหตุ มัน แนะ นำ ทำ ร้าย หมด สิ้น เสีย ตัว ๚ะ
๏ ความ ลับ อย่า ให้ ทาษ จับ ที่ ปก ปิด มิด จง ดี อย่า แพร้ แม้ ให้ เหน เหตุ มี่ เลศ ลับ กลับ เปน ข้า ทาษ แท้ โทษ ร้าย เรว ถึง ๚ะ
๏ หญิง ประทุษ ร มัน ซ่อน ซ้อน เหนือ ชาย คิด คด มุ่ง มั่น หมาย ค่ำ เช้า คอย ใช้ ป่วย ปาง ตาย อัพ ลาภ เอา ยา พิษม์ พลอย เข้า เหตุ นี้ ควร ถวิล ๚ะ
ใน จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย
ลง ความ น้อย กว่า สาม เดือน ลง มา
คราว แรก ๑๐ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า ๑๐ บันทัด ๗ บาท ๒ สลึง คราว แรก ทุก บันทัด เกิน ๑๐ บันทัด คิด เอา บันทัด ละ ๓ สลึง ถ้า จะลง กว่า หน หนึ่ง จะ เรียก เอา ครึ่ง ราคา ที่ ว่า มา แล้ว นั้น
สิบ บันทัด ฤๅ น้อย กว่า สิบ บันทัด เดือน ละ ๑๕ บาท
ทุก บันทัด อัน เกิน สิบ บันทัด จะ เรียก เอา บันทัด ละ ๖ สลึง
แถว เท่า แถว นำ ใน แถว หนึ่ง จะ เรียก เอา ปี ละ ๒๐๐ บาท ซีก แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๑๒๐ บาท เสี้ยว แถว จะ เรียก เอา ปี ละ ๘๐ บาท
๏ ที่ โรง พิมพ บางคอแหลม มี เจ้า พนักงาน สำ หรับ รับ แปล หนังสือ ภาษา สยาม เปน ภาษา ฝรั่ง ฤๅ จะ แปล ภาษา ฝรั่ง เปน ภาษา สยาม ก็ ได้ ท่าน ทั้งหลาย อัน จะ ต้อง การ ล่าม ฤๅ จะ มี ธุระ อยาก จะ แปล หนังสือ เชิญ มา ที่ โรงพิมพ บาง คอแหลม คง ได้ สำเร็จ ความ ปราถนา ราคา จะ คิด เอา แต่ ภอ สม ควร การ ๚ะ
๏ แจ้ง ความ มา ณวัน พุฒ เดือน ญี่ ขึ้น สิบ ห้า ค่ำ จุลศักราช ๑๒๔๖ ปี วอก ฉอศก ๚ะ
AYER'S PILLS.
๏ ๑ ยา เม็ด แก้ ผูก คือ เอเยอร์ กะทาติก บิ๊ลซ์ เปน ยา กิน ง่าย มี คุณ เปน อัน มาก แก้ ผูก แน่น แล ไม่ เปน อันตราย เลย รักษา ท้อง ช่วย ไฟ ธาตุ แก้ ปวด ศีศะ ควร จะ เอา ไว้ ใน บ้าน ให้ เด็ก ให้ ผู้ ใหญ่ กิน เมื่อ ไม่ สบาย นั้น ๚ะ
๏ ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เด็ก แล้ว จะ ให้ เดิน แต่ อ่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๒ จน ๔ เม็ด ถ้า จะ ให้ เดิน เลอียด ตั้ง แต่ ๔ จน ๖ เม็ด ผู้ หญิง แล เดก ต้อง กิน หย่อน กว่า นี้ น้อย หนึ่ง ถ้า ต้อง กิน บ่อย ๆ จัด กิน เม็ด แต่ ภอ ควร กับ การ ๚ะ
AYER'S SARSAPARILLA.
๏ ๒ ยา คือ เอเยอร์ ซาร์ซะปะริลละ เปน ยา แก้ เลือด ช่วย บำรุง ชีวิตร แล ความ สบาย แล ให้ ร่าง กาย มี ชีวิตร ใหม่ ทั่ว ตลอด ๚ะ
๏ ยา ขนาน นี้ ควร จะ กิน วัน ละ สาม ครั้ง ถ้า ผู้ ชาย พ้น เขตร เดก แล้ว ให้ กิน ช้อน ๑ ฤา ๒ ช้อน น้ำ ชา ถ้า ผู้ ชาย อายุ ตั้ง แต่ ๑๕ ปี จน ๒๐ ปี แล ผู้ หญิง ผู้ กำลัง ย่อน ๆ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๔๕ จน ถึง ๙๐ หยด ถ้า เดก ย่อน ตั้ง แต่ แปด ขวบ จน ๑๕ ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๓๐ หยด จน ๖๐ หยด ถ้า เดก ตั้ง แต่ ๓ ขวบ จน แปด ขวบ ให้ กิน ตั้ง แต่ ๑๕ หยด จน ๓๐ หยด เมื่อ แรก กิน ๆ แต่ อย่าง น้อย ก่อน แล้ว กิน มาก ตาม กำ หนด สม กับ การ ถ้า ใส่ ยา ใน น้ำ ร้อน น้อย คุณ ยา ก็ จะ มาก ขึ้น เมื่อ จะ ใช้ ยา ขนาน นี้ ต้อง ระวัง ให้ ท้อง เดิน ด้วย ยา เม็ด เอเยอร์ บิ๊ลซ์ แต่ อย่า ให้ เดิน หนัก ได้ อาบ น้ำ บ่อย ๆ รักษา ตัว ให้ สอาด รับ ประทาน อาหาร ให้ สม ควร สม กำลัง ไม่ ต้อง อด อยาก ๚ะ
๏ เปน ภาษา อังกฤษ บอก วัน เดือน ฝรั่ง จีน ไทย บอก ให้ รู้ เลอียด ว่า ดวง อาทิตย์ อยู่ เหนือ ฤา ใต้ กลาง โลกย์ ทุก วัน เท่าไร ตลอด ปี ให้ รู้ ว่า สูน ไสย กลาง ดวง อา ทิตย์ ดู โต เล็ก เท่าไร ทุก วัน ให้ รู้ ว่า เวลา เที่ยง แล เวลา ตาม เงา แดด คลาด กัน วัน ละ เท่าไร ให้ รู้ ว่า เว ลา น้ำ ขึ้น น้ำ ลง ที่ กรุง เทพ ทุก วัน แจ้ง ให้ รู้ ถึง การ อื่น เปน อัน มาก อัน ควร คน ทั้งปวง จะ รู้ ถ้า ไม่ รู้ เขา จะ นินทา ว่า คน โง่ ประนินทิน นี้ ราคา ถูก เล่ม ละ สี่ บาท เท่า นั้น เชิญ มา ซื้อ ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม มี ถึง แปด ปี ถ้า ต้อง การ ได้ ตั้ง แต่ คริศ ศักราช ๑๘๗๘ ถึง ๑๘๘๕ ครบ แปด ปี (จ. ห) ๚ะ
๏ เจ้า ของ หนังสือ สยาม ไสมย มี ความ ปราถนา จะ ให้ ออก สอง อย่าง อย่าง หนึ่ง จะ ให้ ออก ทก วัน เว้น แต่ วัน อาทิตย อีก อย่าง หนึ่ง ให้ ออก เจด วัน ครั้ง หนึ่ง เสมอ มิ ให้ ขาด เมื่อ คน ทั้ง ปวง ตั้ง ใจ ซื้อ เปน อัน มาก คง สำ เร็จ การ คง ได้ อ่าน หนังสือ จดหมาย เหตุ ราคา ถูก ๆ ด้วย แล ตั้ง แต่ นี้ ไป จะ ออก จดหมาย เหตุ สยาม ไสมย นี้ เดือน ละ สี่ คราว ไป ก่อน ๚ะ
๏ สยาม ไสมย ที่ จะ ออก พลาง เดือน ละ ๔ หน นั้น จะ ขาย ปลีก ฉบับ ละ สลึง
๏ ถ้า รับ เอา ตลอด ปี แล้ว ใช้ เงิน ล่วง น่า ราคา ปี ละ หก บาท คือ ห้า สิบ สอง ฉบับ ถ้า มา รับ ไป จาก โรง พิมพ์ ถ้า จะ ให้ ส่ง ถึง บ้าน อาไศรย ไปรสนีย์ ต้อง เสีย ปี ละ หก บาท สาม สลึง สี่ อัฐ ๚ะ
๏ ค่า บอก ถึง คน เกิด คน ตาย ฤา ทิ้ง ห้าง ขาย ของ ถึง การ เลล้ง แล ของ ซึ่ง จะ ขาย นั้น ฤา บอก ความ ของ คน ซึ่ง จะ หา การ ฤา แจ้ง ความ ต้อง การ ของ ตัว จะ คิด ค่า ลง ตาม ว่า แล้ว นั้น ๚ะ
๏ ถ้า คน จะ เข้า กัน ซื้อ ถึง หก ฉบับ จะ คิด เอา แต่ ค่า ห้า ฉบับ คือ จะ ยก ให้ หนึ่ง ใน หก ๚ะ
๏ จดหมาย เหตุ นี้ เจ้า ของ จะ ส่ง แต่ เพียง เปน แห่ง ๆ ผู้ ซื้อ ต้อง ไป รับ ใน ตำบล ต่าง ๆ ซึ่ง จะ หมาย ไว้ นั้น
๏ ที่ บ้าน แม่ เปรม ที่ วัด เกาะ แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ แพ นาย เทพ ตรง ข้าม ปาก คลอง บางหลวง ที่ ขาย เครื่อง แก้ว แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ ตึก แม่ แพ ที่ สี่กัก เหนือ เสา ชิงช้า แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ ที่ โรง พิมพ์ บาง คอแหลม แห่ง หนึ่ง ๚ะ
๏ จะ ส่ง ทาง ไปรสนีย์ ถึง บ้าน ถ้า บ้าน อยู่ ใน เขตร ทาง ไปรสนีย์ นั้น แต่ ผู้ ซื้อ หนังสือ นี้ ต้อง เสีย เงิน ค่า หนังสือ ค่า ไปรสนีย เสร็จ ก่อน จึ่ง จะ ส่ง ทาง นั้น ได้ แต่ ต้อง บอก ชื่อ ตำ บล บ้าน ถนน แล คลอง นัมเบอ ที่ อยู่ นั้น ให้ แน่ ด้วย ฯะ
๏ เพราะ คน ที่ ซื้อ อ่าน นั้น มาก เจ้า ของ รับ ส่ง ทุก แห่ง ไม่ ได้ จะ ส่ง เปน แห่ง ๆ ไป พลาง ให้ ผู้ ซื้อ นั้น ไป รับ ทุก คราว ออก ณะ ตำบล อัน อยู่ ใกล้ เคียง บ้าน ผู้ ซื้อ นั้น เถิด หนังสือ นี้ จะ ออก ทุก วัน พุฒ ตลอด ปี เมื่อ จัด ส่ง ถึง ตำบล อื่น แล้ว จะ บอก ให้ รู้ ด้วย ฯะ
๏ หนังสือ ต่าง ๆ อัน มี ขาย ที่ โรง พิมพ์ บางคอแหลม ฯะ
๏ มี หนังสือ เปน เรื่อง พระเยซูศาสนา แล หนังสือ ต่าง ๆ สำหรับ สอน เด็ก ให้ อ่าน หนังสือ ไท แล หนังสือ อังกฤษ ออก มี หนังสือ สำหรับ สอน วิชา คิด เลข สอน ให้ รู้ ถึง ตำรา ดาว แล มี หนังสือ สำหรับ สอน ใจ ให้ รู้ ขนบ ธรรมเนียม จะ ได้ เปน คน เรียบ ร้อย แล จะ ได้ เปน คน แต่ง หนังสือ เปน เรื่อง ราว เปน บท กลอน หนังสือ อ่าน เล่น ก็ มี มาก หลาย อย่าง หนังสือ ต่าง ๆ นั้น คือ ฯะ
๏ ก ข ก กา ปถม ก กา ไท กา กับ สุนักข์ แล นกยาง กากี คำ ฉันท์ แล คำ กลอน กฤษนา สอน น้อง ขันธ วิภังค์ นี่ ตำรา ยา เกล็ด พระ คริษวงษ ตาม มัดธาย แล ตาม โยฮัน เปน เรื่อง ใน พระ คัมภีร์ พระ เยซู สาสนา จันทะ โครพ จินดามณี พระยาฉัททัน ซุยถัง ตำราดาว ตำรา คิด เลข อย่าง ใหม่ ทิพสังวาล นิราศ เกาะ จาน นิราศ เมือง แกลง นิราศ โคราช นิราศ ฉถาง นิราศ ชม ตลาด นิราศ วัด เจ้า ฟ้า นิราศ เดือน นิราศ พระ แท่น ดง รัง นิราศ ทวาราวดี นิราศ นรินทร์ นิราศ พระ บาท นิราศ พระ ปถม นิราศ เมือง เพ็ชร นิราศ อิเหนากับนิราศภูเขา ทอง นกกระ จาบ เบญมาศทอง ปถม มาดา อัง กฤษ บุจฉา แล วิสัชนา ใน ศาสนา แท้ จริง เพ็ชพงกุฏ พระยไภยมณี พระ สมุท ราชาธิราช มงคลทิปนี่ แปลเปน สุภาสิต สอน หญิง มายา สัตรี ลักษณวงษ สวัสดิ รักษา บัญญัติพระ ร่วง ภาลี สอน น้อง ลักษณ ภรรยา เจ็ด สถาน กฤษนา สอน น้อง ลักษณ บุตร สาม สถาน วงษสวรรค์ เสภา คือ ขุนช้าง ขุนแผน สิงหไกรภพ สังข ทอง คือ เจ้าเงาะ สิบ สอง เหลี่ยม สุภาสิต ต่าง ๆ คือ โลกนิตย ขงจู มงคลทิปนแปล สุภาสิต สอน หญิง แม่ ม่าย สอน ลูก สุภาสิต สอน เด็ก สุภาสิต พระร่วง สุภาสิต โคลง สมุท จะ หัด อังกฤษ อุณรุท อิเหนา รามเกียรติ พงษาวดาร ขุนหลวงหาวัด ถม อากาศ ทำนาย ฝัน ตราซูทอง คำ เตือน สติ พงษาวดาร บูราณ พระ สี่ เสาร อุไทย จดหมายเหตุ เมือง พม่า
๏ หนังสือ ภาษาสยาม ต่าง ๆ มี ขาย ที่ โรงพิมพ์ บางคอแหลม นี้ เมื่อ ขาย ปลีก มี ราคา ตี พิมพ์ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม ธรรมเนียม นั้น คือ ว่า ถ้า สมุดไทย เล่ม ๑ เปน อักษร พิมพ์ เล็ก คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ บาท ถ้า เปน อักษร พิมพ์ ใหญ่ คิด เอา ราคา เล่ม ละ สลึง เฟื้อง ถ้า รวม สี่ เล่ม ใบ ปก อ่อน เล่ม ละ หก สลึง ถ้า ใบ ปก แขง คิด ราคา ใบ ปก อีก เล่ม ละ บาท ถ้า ท่าน ทั้ง หลาย จะ ซื้อ หนังสือ ที่ ละ มาก ๆ จบ ทุก เรื่อง ที่ มี ใน โรง พิมพ ฤา ถ้า ลูกค้า วานิช จะ ซื้อ ที่ ละ มาก ๆ สำ หรับ จะ ตั้ง โรง ขาย หนังสือ จะ ลด ราคา ร้อย ยี่สิบ บาท จะ คิด เอา แต่ ร้อย บาท ถ้า ไม่ ถึง เพียง นี้ จะ จัด ว่า ซอ ปลีก กัน ก็ คง ขาย ตาม ราคา ปลีก อัน บอก ไว้ ใน หนังสือ ทุก ๆ เล่ม นั้น แล ถ้า จะ มา ซื้อ หนังสือ ที่ โรงพิมพ์ นี้ ต้อง ใช้ เงิน สด ขาย เชื่อ ไม่ ได้ ตั้ง แต่ นี้ ไป เปน อัน ขาด